บทที่ 14
การพยาบาลผู้ป่วยก่อนและหลังการตรวจ
เพื่อการวินิจฉัยโรค
อ.กรวรรณ สุวรรณสาร
การพยาบาลผู้ป่วยก่อนการตรวจเพื่อการวินิจฉัยโรค
วัตถุประสงค์ ความไม่สุขสบาย ความเจ็บปวดขณะฉีดยาชา
ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจ การปฏิบัติตัวทั้งก่อนตรวจ ขณะตรวจ และ
หลังตรวจ
เซ็นใบยินยอมรับการรักษา ถ่ายปัสสาวะก่อนทาการตรวจสัญญาณชีพ
ประวัติการแพ้ยา สภาพผิวหนัง
ผู้ป่วย อุปกรณ์ สภาพแวดล้อม
การพยาบาลผู้ป่วยก่อนการตรวจเพื่อการวินิจฉัยโรค
ถุงมือปราศจากเชื้อ ยาชาเฉพาะที่
น้ายาฆ่าเชื้อ ผ้าปิดแผลชนิดเหนียว
ชามรูปไต ปากคีบยาวปราศจากเชื้อ
เก้าอี้นั่งสาหรับแพทย์
ผู้ป่วย อุปกรณ์ สภาพแวดล้อม
การพยาบาลผู้ป่วยก่อนการตรวจเพื่อการวินิจฉัยโรค
นาอุปกรณ์ไปที่เตียงผู้ป่วย
เป็นสัดส่วน แสงสว่าง มีพื้นที่ในการจัดวางอุปกรณ์
สะดวกต่อการจัดท่าผู้ป่วย และช่วยแพทย์
ผู้ป่วย อุปกรณ์ สภาพแวดล้อม
การช่วยเหลือแพทย์ขณะตรวจเพื่อการวินิจฉัยโรค
• จัดวางอุปกรณ์ให้สะดวกต่อการปฏิบัติ เปิดชุดสาหรับตรวจ และเท
น้ายาฆ่าเชื้อโดยใช้เทคนิคปราศจากเชื้อ
• ใช้สาลีแอลกอฮอล์ 70% เช็ดจุกขวดยาชา ส่งขวดยาชาให้แพทย์หัน
ด้านฉลากยาให้แพทย์เห็นอย่างชัดเจน แพทย์จะทาการดูดยาชา
• ใช้พลาสเตอร์ยึดมุมผ้าสี่เหลี่ยมเจาะกลางที่แพทย์คลุมบริเวณที่เจาะไว้
ให้อยู่กับที่
การพยาบาลผู้ป่วยหลังการตรวจเพื่อการวินิจฉัยโรค
• ตรวจวัดสัญญาณชีพ
– ทุก 15 นาที จานวน 4 ครั้ง
– ทุก 30 นาที จานวน 4 ครั้ง
– วัดทุก 1 ชั่วโมง จนกว่าสัญญาณชีพจะคงที่ และอยู่ในเกณฑ์ปกติ
• นาเครื่องใช้ไปทาความสะอาด และเก็บเข้าที่
• บันทึกวัน เวลา ชื่อแพทย์ ชื่อของยาชา สี ลักษณะ จานวนของน้าคัดหลั่ง/
ชิ้นเนื้อ อาการ และอาการแสดงของผู้ป่วยก่อนเจาะ ขณะเจาะ และหลังเจาะ
• ติดเชื้อ ปวด เลือดออก
การพยาบาลผู้ป่วยเจาะหลัง
การเจาะหลัง (lumbar puncture)
การแทงเข็มผ่านช่องระหว่างกระดูก
เอวที่ 3 และ 4 หรือ 4 และ 5 เข้าไป
ยังช่องว่างระหว่างเยื่อหุ้มไขสันหลังใต้
ชั้นอาเรคนอยด์ (Subarachnoid
space) ตาแหน่งนี้จะไม่ทาให้เกิด
อันตรายต่อไขสันหลัง เนื่องจากความ
ยาวของไขสันหลัง จะสิ้นสุดที่ระดับ
กระดูกเอวที่ 2 (L2)
การพยาบาลผู้ป่วยเจาะหลัง
วัตถุประสงค์
1.การวินิจฉัยโรค โดยการเจาะน้าไขสันหลัง เพื่อตรวจวัด
ระดับของน้าไขสันหลัง และส่งน้าไขสันหลังตรวจทาง
ห้องปฏิบัติการ การฉีดสีเข้าไปเพื่อถ่ายภาพทางรังสี
2.การรักษา โดยการฉีดยาหรือยาชาเข้าไขสันหลัง การระบาย
น้าไขสันหลังออกเพื่อลดระดับความดันในกะโหลกศีรษะใน
ผู้ป่วยที่มีภาวะแรงดันในกะโหลกศีรษะสูง
การพยาบาลก่อนเจาะหลัง
• เตรียมอุปกรณ์เพิ่ม ได้แก่ ชุดเจาะหลังปราศจากเชื้อ
1) หลอดแก้วความดันน้าไขสันหลัง (manometer)
พร้อมจุกปิดเปิด 3 ทาง (three way stop-cock)
2) เข็มเจาะหลัง spinal needle ขนาด 18-19 gauge
ยาว 4-5 นิ้ว หรือ 5-12.5 ซม.
3) ผ้าสี่เหลี่ยมเจาะกลาง
4) ผ้าก๊อซขนาด 2 x 2 นิ้ว จานวน 2 ชิ้น
5) กระบอกฉีดยาสาหรับฉีดยาชาขนาด 3-5 มล.
6) หัวเข็มขนาด 18-19 G 23-25 G 7) ถ้วยน้ายา และสาลี 8) ปากคีบ
9) ขวดเก็บตัวอย่างส่งตรวจพร้อมฝาปิดขนาด 5 มล. จานวน 2 ขวด
การพยาบาลขณะเจาะหลัง
• ดูแลให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าเดิมตลอดเวลา
• ตรวจสอบชีพจร สังเกตการหายใจ และความรู้สึกตัว
• แพทย์อาจให้ช่วยกดหลอดเลือดบริเวณคอ (internal jugular vein)
ทั้ง 2 ข้าง นานประมาณ 10 วินาที และพัก 10 วินาที
(Queckenstedt’s test)
การพยาบาลขณะเจาะหลัง
• แพทย์อาจให้ช่วยจับปลายหลอดแก้ววัด
ความดันส่วนบน
• ช่วยแพทย์ในการเก็บตัวอย่างส่งตรวจ
การพยาบาลหลังเจาะหลัง
• นอนราบไม่หนุนหมอน 6-12 ชั่วโมง
• ประเมินการเปลี่ยนแปลงของระบบ
ประสาทส่วนกลาง (neurological signs)
• ตรวจสอบอาการทางประสาทส่วนปลาย
• ตรวจดูบริเวณที่เจาะ
• กระตุ้นให้ผู้ป่วยดื่มน้ามาก ๆ ประมาณ
3,000 มล. ในช่วง 24-48 ชั่วโมง
• สังเกตอาการแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ เช่น
งุนงง อาเจียน ชีพจรช้า ปวดศีรษะ
การพยาบาลผู้ป่วยเจาะท้อง
การเจาะท้อง (abdominal paracentesis) การแทงเข็มเพื่อใส่ของเหลว และ
หรือดูดของเหลวออกจากช่องว่างระหว่างเยื่อบุช่องท้อง (peritoneal cavity)
ตาแหน่งที่ใช้เจาะอยู่ระหว่างสะดือกับหัวเหน่า
วัตถุประสงค์
1.การวินิจฉัยโรค เช่น การเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์หาเซลล์มะเร็ง หรือ
หาชนิดของเชื้อโรค หรือเลือดในช่องท้อง
2.เพื่อบรรเทาอาการ โดยลดความดันในช่องท้องในผู้ป่วยที่มีน้าขังในช่องท้อง
การพยาบาลก่อนเจาะท้อง
ชุดเจาะท้องปราศจากเชื้อ
• เข็มโทรคาร์ และท่อแคนนูลา (trocar และ cannula) หรือเข็มเจาะท้อง
• ท่อพลาสติกหรือท่อยาง
• ผ้าสี่เหลี่ยมเจาะกลาง
• จุกปิด เปิด 3 ทาง (three way stopcock)
• ถ้วยใส่น้ายา สาลี ปากคีบ
• ปากคีบชนิดจับหลอดเลือด (artery forceps)
• กรรไกร มีด พร้อมด้ามมีด เข็มเย็บ และไหมเย็บ
• กระบอกฉีดยา ขนาด 3-5 มล. สาหรับฉีดยาชา
• หัวเข็มขนาด 18-19 G และขนาด 23-25 G
• กระบอกฉีดยาขนาด 50 มล.
• ผ้าก๊อซ ขนาด 2 x 2 นิ้ว จานวน 2 ชิ้น
ขวดปราศจากเชื้อขนาด 1,000 มล.
เตรียมผู้ป่วย;จัดท่านอนท่า
ศีรษะสูง หรือท่านอนตะแคง
ชั่งน้าหนักตัว วัดรอบท้อง
ปัสสาวะ
เตรียมสภาพแวดล้อม
การพยาบาลขณะเจาะท้อง
• ตรวจสอบอาการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วย ชีพจร การ
หายใจ สีผิว อาการ เหงื่อออก ระดับความรู้สึกตัว
• ช่วยแพทย์เก็บตัวอย่างส่งตรวจ
• ดูแลผู้ป่วยให้อยู่ในท่าเดิม ระวังเข็มเจาะ และสายยาง
ไม่ให้เลื่อนหลุด
• ดูแลไม่ให้ของเหลวไหลออกเร็วเกินไป และให้ได้
จานวนตามการรักษาของแพทย์
• ปิดบริเวณที่เจาะด้วยผ้าก๊อซ ปิดทับด้วยผ้าปิดแผล
ชนิดเหนียว หลังจากแพทย์ดึงโทรคาร์หรือเข็มออก
การพยาบาลหลังเจาะท้อง
• ตรวจสอบความรู้สึกตัว อาการมึนงง BP การรั่วซึมของของเหลวจาก
รอยเจาะ
• ชั่งน้าหนักตัว วัดรอบท้อง
• เปลี่ยนผ้าก๊อซปิดแผลที่เจาะ ถ้ามีของเหลวไหลซึมออกมามาก
• อาจใช้ผ้าพันหน้าท้องพันหน้าท้องไว้
การพยาบาลผู้ป่วยเจาะปอด
การเจาะปอด (thoracentesis/ thoracocentesis)
การแทงเข็มเข้าช่องเยื่อหุ้มปอด ตาแหน่งที่ใช้เจาะ
ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ต้องการดูดออก
อากาศจะเจาะบริเวณทรวงอกด้านหน้าส่วนบน ระหว่าง
กระดูกซี่โครงที่ 2 และ 3
ของเหลวเจาะบริเวณทรวงอกด้านหลัง ส่วนล่างต่ากว่า
ระดับของของเหลวซึ่งอาจอยู่ระหว่างกระดูกซี่โครงที่ 6
และ 7 หรือ 7 และ 8
ห้ามกระทาในผู้ที่ไม่ให้ความร่วมมือ สะอึก ไอ มีความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด
ติดเชื้อบริเวณผิวหนังที่จะทาการเจาะ
การพยาบาลผู้ป่วยเจาะปอด
วัตถุประสงค์
• การวินิจฉัยโรค
• การรักษา
• ระบายของเหลวออกจากช่องเยื่อหุ้มปอด
• ระบายลม หรือเลือดซึ่งเกิดจากภาวะมีลมในช่องเยื่อหุ้มปอด
(pneumothorax) และ ภาวะมีเลือดออกในช่องเยื่อหุ้มปอด
(hemothorax)
การพยาบาลก่อนเจาะปอด
เตรียมอุปกรณ์เพิ่ม
• ขวดปราศจากเชื้อขนาด 1,000 มล. สาหรับใส่ของเหลวที่ดูดออก (อุปกรณ์เสริม)
• ภาพถ่ายรังสีทรวงอก
• ชุดเจาะปอดปราศจากเชื้อ ซึ่งประกอบด้วย
กระบอกฉีดยาสาหรับฉีดยาชา ขนาด 3-5 มล. หัวเข็ม ขนาด 18-19 G และขนาด 23-
25 G กระบอกฉีดยาขนาด 50 มล. หัวเข็มสาหรับเจาะปอดขนาด 15-17 G ยาว 2-3
นิ้ว ถ้วยใส่น้ายา สาลี ปากคีบ ปากคีบจับหลอดเลือด ผ้าก๊อซขนาด 2 x 2 นิ้ว
จานวน 2 ชิ้น ขวดเก็บตัวอย่างส่งตรวจพร้อมฝาปิด
จุกปิดเปิด 3 ทาง ผ้าสี่เหลี่ยมเจาะกลาง ท่อพลาสติกหรือท่อยาง
การพยาบาลก่อนเจาะปอด
• เตรียมผู้ป่วย
จัดท่านั่งห้อยเท้าข้างเตียงโดยมีที่รองรับเท้า แล้วฟุบศีรษะลง
บนหมอนที่วางไว้บนโต๊ะคร่อมเตียง ยกแขนทั้งสอง
ข้างขึ้นวางบนหมอน หรือท่านอนตะแคง ยกศีรษะสูง
หันลาตัวด้านที่จะเจาะไว้ข้างบน ยกมือข้ามศีรษะมาจับ
หัวเตียง
ถ้าผู้ป่วยมีอาการไอต้องรายงานแพทย์ทราบ
บอกผู้ป่วยห้ามไอ ห้ามหายใจลึก ๆ และห้ามเคลื่อนไหวขณะ
เจาะ ถ้าจะไอให้ส่งสัญญาณให้ทราบ ถ้าผู้ป่วยมีอาการ
ไอมาก แพทย์อาจให้ยาระงับไอ 1 ชม. ก่อนเจาะ
• เตรียมสภาพแวดล้อม
การพยาบาลขณะเจาะปอด
• ตรวจสอบอาการเปลี่ยนแปลง โดยประเมินชีพจร การหายใจ สีผิว อาการ
เวียนศีรษะ เป็นลม คลื่นไส้อาเจียน เตือนผู้ป่วยไม่ให้ไอ หายใจลึก
เคลื่อนไหว สังเกตสัญญาณจากผู้ป่วย
• ในกรณีที่ช่วยแพทย์เก็บตัวอย่างส่งตรวจต้องระมัดระวังการปนเปื้อนเชื้อ
• ในกรณีที่เจาะปอดเพื่อบรรเทาอาการ แพทย์จะดูดของเหลวออกครั้งละไม่
เกิน 1,500 มล. และใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที สังเกตอาการ และความ
รู้สึกตัวของผู้ป่วยเป็นระยะ ๆ
• เมื่อแพทย์ดูดของเหลวออกได้จานวนตามต้องการแล้ว แพทย์จะดึงเข็ม
ออกและปิดบริเวณที่เจาะให้แน่นด้วยผ้าก๊อซและผ้าปิดแผลชนิดเหนียว
การพยาบาลหลังเจาะปอด
• ตรวจบริเวณที่เจาะ ถ้ามีของเหลวไหลซึม เปลี่ยนผ้าก๊อซ รายงานแพทย์
• การจัดท่า นอนตะแคงทับด้านที่เจาะปอดอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกัน
การรั่วซึมของน้าในช่องเยื่อหุ้มปอด (pleural fluid)
• ประเมินภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการเจาะปอด ได้แก่ สังเกต
และประเมินลักษณะและอัตราการหายใจ การหายใจลาบาก เหนื่อยหอบ
ลักษณะ และสีของเสมหะว่ามีเลือดปนหรือไม่ มีอาการไออย่างควบคุมไม่ได้
หรือไอปนเลือด
• แพทย์อาจมีคาสั่งให้ผู้ป่วยถ่ายภาพรังสีทรวงอก หรือเจาะเลือด
การตัดชิ้นเนื้อไต (kidney biopsy)
การใช้เข็มเจาะดูดชิ้นเนื้อไตออกมา
ตาแหน่งที่เจาะคือ บริเวณบั้นเอวระหว่าง
ซี่โครงซี่สุดท้ายกับกระดูกสันหลัง
(costovertebral angle) ด้านข้างต่อกับ
กล้ามเนื้อ lumbosacral
การพยาบาลผู้ป่วยตัดชิ้นเนื้อไต
วัตถุประสงค์
1. วินิจฉัยโรค เช่น ตรวจดูลักษณะ พยาธิสภาพของเนื้อไต
2. ติดตามการดาเนินของโรค และพยากรณ์ของโรคไต
3. เป็นแนวทางในการรักษา
การพยาบาลก่อนเจาะไต
เตรียมอุปกรณ์เพิ่ม ได้แก่ หมอนทราย และชุดเจาะไต
ปราศจากเชื้อ
• กระบอกฉีดยา ขนาด 2 มล. และขนาด 10 มล.
• หัวเข็ม ขนาด 18- 20G และขนาด 23-25 G
• เข็มเจาะไตพร้อมแกนเจาะ (stylet)
• ถ้วยใส่น้ายา และสาลี ปากคีบ
• ผ้าก๊อซ ขนาด 2 x 2 นิ้ว จานวน 2 ชิ้น
• ขวดเก็บตัวอย่างส่งตรวจพร้อมฝาปิด
• ผ้าสี่เหลี่ยมเจาะกลาง
การพยาบาลก่อนเจาะไต
• เตรียมผู้ป่วยโดยจัดให้ผู้ป่วยอยู่ท่า
นอนคว่า ใช้หมอนทรายหรือผ้าหนุน
ใต้ท้อง ตะแคงหน้าไปด้านใดด้าน
หนึ่ง และหนุนแขนไว้
• เตรียมสภาพแวดล้อม
การพยาบาลขณะเจาะไต
• ตรวจสอบให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าเดิม สังเกตอาการเปลี่ยนแปลงโดยสังเกตชีพ
จรการหายใจ เตือนให้หายใจตามที่แนะนา
(ขณะเจาะหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกลั้นไว้)
• ในกรณีที่ช่วยแพทย์เก็บตัวอย่างส่งตรวจต้องระมัดระวังการปนเปื้อนเชื้อ
• เมื่อแพทย์เจาะเนื้อไตได้จานวนตามต้องการ แพทย์จะดึงเข็มออก และ
ปิดบริเวณที่เจาะให้แน่นด้วยผ้าก๊อซ และผ้าปิดแผลชนิดเหนียว
การพยาบาลหลังเจาะไต
• จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนหงายทับแผลนาน 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นให้ลุกนั่งบนเตียง
เท่าที่จาเป็น จนครบ 24 ชั่วโมง
• ดูแลให้ผู้ป่วยดื่มน้า 1 แก้ว ทุก 15 นาที จานวน 4 ครั้ง และสังเกตสีปัสสาวะ
ถ้ามีเลือดปนให้เก็บปัสสาวะไว้แล้วรายงานแพทย์ และงดรับประทานอาหาร
• ให้ยาแก้ปวดตามแผนการรักษา
• หากมีเลือดออกบริเวณรอยเจาะ เปลี่ยนผ้าก๊อซ หากมีเลือดออกมากบวมแดง
ผิดปกติ รายงานแพทย์
• ปัสสาวะไม่ออก ไข้ เป็นลม รายงานแพทย์
การพยาบาลผู้ป่วยเจาะชิ้นเนื้อตับ
การเจาะชิ้นเนื้อตับ (liver biopsy)
การใช้เข็มเจาะผ่านหน้าท้อง เพื่อดูด
ชิ้นเนื้อตับออกมา
ตาแหน่งที่เจาะคือ บริเวณแนวกึ่งกลาง
รักแร้ ตัดกับช่องว่างระหว่างซี่โครง
(intercostal spaces) ที่ 8-11
การพยาบาลผู้ป่วยเจาะชิ้นเนื้อตับ
วัตถุประสงค์
วินิจฉัยโรคตับที่ไม่ทราบสาเหตุแน่นอน
ค้นหาโรคตับที่เกิดจาก systemic diseases
ติดตามการรักษาโรคตับ
การพยาบาลก่อนเจาะตับ
เตรียมอุปกรณ์เพิ่ม ได้แก่ หมอนทราย และ
ชุดเจาะตับปราศจากเชื้อ
– กระบอกฉีดยา สาหรับฉีดยาชา ขนาด 5 มล. และ 20 มล.
– หัวเข็ม ขนาด 18-19 G และขนาด 23-25 G
– หัวเข็มสาหรับเจาะชิ้นเนื้อตับ
– ใบมีดกรีดชายธง 1 เล่ม หรือ hepafix 1 ชุด
– ถ้วยใส่น้ายา และสาลี
– ปากคีบ
– ปากคีบจับหลอดเลือด
– ผ้าสี่เหลี่ยมเจาะกลาง
– ผ้าก๊อซขนาด 2x2 นิ้ว จานวน 2 ชิ้น
– ขวดเก็บตัวอย่างส่งตรวจพร้อมฝาปิด
การพยาบาลก่อนเจาะตับ
• เตรียมผู้ป่วย
– จัดให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านอนหงายราบ โดยนอนชิดริมเตียงด้านขวาของ
ผู้ป่วย ศีรษะหนุนหมอนต่า ๆ แขนขวาวางเหนือศีรษะ หันศีรษะไป
ทางซ้าย
– ให้หายใจเข้า หายใจออกแล้วกลั้นหายใจขณะแพทย์แทงเข็ม
– ถ้าผู้ป่วยมีอาการไอต้องรายงานแพทย์ทราบ
– บอกผู้ป่วยห้ามไอ ห้ามหายใจลึก ๆ และห้ามเคลื่อนไหวร่างกายขณะ
เจาะ ถ้าจะไอให้ส่งสัญญาณให้ทราบ ถ้าผู้ป่วยมีอาการไอมาก แพทย์อาจ
ให้ยาระงับไอ 1 ชั่วโมง ก่อนเจาะ
• เตรียมสภาพแวดล้อม
การพยาบาลขณะเจาะตับ
• ตรวจสอบอาการเปลี่ยนแปลง และ
สัญญาณชีพ
• ดูแลให้หายใจอย่างถูกวิธี เมื่อแพทย์ดึง
เข็มออกจึงหายใจได้ตามปกติ
• ในกรณีที่ช่วยแพทย์เก็บตัวอย่างส่งตรวจ
ต้องระมัดระวังการปนเปื้อนเชื้อ
• เมื่อแพทย์ตัดชิ้นเนื้อออกแล้ว ปิดบริเวณ
ที่เจาะให้แน่นด้วยผ้าก๊อซ และผ้าปิดแผล
ชนิดเหนียว
การพยาบาลหลังเจาะตับ
• จัดท่านอนตะแคงขวาทับหมอนทรายประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงให้
ผู้ป่วยนอนในท่าที่ผู้ป่วยสบาย ห้ามไอ ห้ามออกแรง นอนพักต่อจนครบ
24 ชั่วโมง
• Obs. Discomfort and bruising at the biopsy site,
Prolonged bleeding from the biopsy site, externally or
internally เปลี่ยนผ้าก๊อซให้ ถ้ามีอาการผิดปกติให้รายงานแพทย์ ถ้า
ไม่มีอาการผิดปกติให้รับประทานอาหารและน้าได้, Infection
• ห้ามทางานหนัก ประมาณ 1 wk.
การพยาบาลผู้ป่วยเจาะไขกระดูก
การเจาะไขกระดูก
(bone marrow biopsy)
การใช้เข็มเจาะผ่านกระดูกเพื่อดูดไข
กระดูก และเนื้อเยื่ออื่น ๆ ออกมา
ตาแหน่งที่เจาะคือ สันกระดูกสะโพก (iliac crest)
บริเวณ anterior และ posterior iliac crest
กระดูกหน้าแข้ง และกระดูกหน้าอกระหว่างซี่โครง
ที่ 2-3 บริเวณช่องอกได้
การพยาบาลผู้ป่วยเจาะไขกระดูก
วัตถุประสงค์
• ประเมินและวินิจฉัยโรคเลือด
• ประเมิน ติดตามผลการรักษาภายหลังได้รับยาเคมีบาบัด
• ติดตามการเปลี่ยนแปลงพยาธิสภาพของโรค
• การเพาะเชื้อโรคของไขกระดูก
การพยาบาลก่อนเจาะไขกระดูก
• เตรียมอุปกรณ์ ได้แก่ หลอดทดลอง (test tube) ที่มีเฮปาริน และ
หลอดทดลอง ที่ไม่มีเฮปาริน แผ่นสไลด์ หมอนใบเล็ก
• ชุดเจาะไขกระดูกปราศจากเชื้อ
;กระบอกฉีดยาสาหรับฉีดยาชา ขนาด 2 มล. และ 10 มล.
หัวเข็ม ขนาด 23-25 G เข็มเจาะไขกระดูก พร้อม stylet ถ้วยใส่น้ายา
สาลี ปากคีบ ผ้าสี่เหลี่ยมเจาะกลาง ผ้าก๊อซขนาด 2 x 2 นิ้ว
จานวน 2 ชิ้น
• ขวดเก็บตัวอย่างส่งตรวจพร้อมฝาปิด
การพยาบาลผู้ป่วยเจาะไขกระดูก
เตรียมผู้ป่วย
–เจาะที่กระดูกหน้าอก นอนหงาย หมอน
ใบเล็กรองใต้หัวไหล่ทั้งสองข้าง ปิดตา
–เจาะที่สะโพกด้านหน้า นอนหงายหรือ
ตะแคงด้านที่จะเจาะขึ้นบน
–เจาะที่สะโพกด้านหลัง ให้นอนคว่าหรือ
ตะแคงด้านที่จะเจาะขึ้นบน
เตรียมสภาพแวดล้อม
การพยาบาลขณะเจาะไขกระดูก
• ตรวจสอบอาการเปลี่ยนแปลงและสัญญาณชีพ
• ในกรณีที่ช่วยแพทย์เก็บตัวอย่างส่งตรวจ ต้องระมัดระวังการ
ปนเปื้อนเชื้อ
• ปิดบริเวณที่เจาะให้แน่นด้วยผ้าก๊อซ และผ้าปิดแผลชนิดเหนียว
การพยาบาลหลังเจาะไขกระดูก
• ให้ผู้ป่วยนอนทับบริเวณที่เจาะ ประมาณ 1 ชั่วโมง
• ตรวจสอบการเกิดเลือดออกบริเวณที่เจาะ เปลี่ยนผ้าปิดแผล
ให้ใหม่ ถ้าผิดปกติรายงานแพทย์ ถ้าไม่มีอาการผิดปกติให้
รับประทานอาหารและน้าได้
จบการนาเสนอบทที่ 14
นักศึกษาสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเอกสารประกอบการสอน
และหนังสือตามที่ปรากฏรายชื่ออยู่ในบรรณานุกรมท้ายบทที่ 14

การพยาบาลผู้ป่วยก่อนและหลังการตรวจเพื่อการวินิจฉัยโรค