บทที่ 6 แบบจำลองระบบ
(System Model)
1
วัตถุประสงค์
• บอกชนิดของแบบจำลองแต่ละชนิดได้และสำมำรถนำไป
ประยุกต์ใช้งำนได้
• เห็นควำมสำคัญของแบบจำลองกระบวนกำรที่ใช้อธิบำย
กระบวนกำรทำงำนของระบบโดยใช้แผนภำพ
• เข้ำใจในสัญลักษณ์ต่ำงๆ รวมทั้งกฎเกณฑ์และขั้นตอนในกำรเขียน
แผนภำพกระแสข้อมูล
• สำมำรถเขียนแผนภำพกระแสข้อมูลได้
• บอกควำมแตกต่ำงระหว่ำงแผนภำพข้อมูลเชิงกำยภำพและเชิงตรรกะ
ได้
• เขียนคำอธิบำยกำรประมวลผลทั้งในรูปแบบภำพธรรมชำติและภำษำ
สคริปต์ได้
2
บทนำ
• ข้อกำหนดควำมต้องกำร ที่บันทึกอยู่ในรูปแบบคำบรรยำยใน
เอกสำรนั้นจัดเป็นแบบจำลองประเภทหนึ่ง
• สำหรับงำนพัฒนำสำรสนเทศ นักวิเครำะห์ระบบ จะมีแนวทำง
ในกำรสร้ำงแบบจำลองเพื่อใช้งำนหลำกหลำยรูปแบบ
โดยเฉพำะแบบจำลองในลักษณะแบบภำพ (จัดทำในช่วงกำร
Analysis)
3
บทนำ(ต่อ)
• ทำไมถึงต้องมีแบบจำลองหลำยชนิด?
• มีเพียงชนิดเดียวที่ครอบคลุมทุกมุมมองไม่ได้หรือ?
คำตอบ คือ
คงไม่มีแบบจำลองชนิดใดที่สำมำรถนำเสนอมุมมองในควำม
ต้องกำรของระบบได้ครบทุกๆ ส่วน
4
บทนำ(ต่อ)
• แบบจำลองแต่ละชนิด ต่ำงนำเสนอมุมมองในรำยละเอียดที่แตกต่ำงกัน
ตำมส่วนที่ต้องกำรแก้ไขปัญหำในแต่ละด้ำนโดยเฉพำะ เช่น บำงชนิด
อำจจะ
–นำเสนอให้ทรำบเพียงรำยละเอียดโดยคร่ำว
–นำเสนอถึงกระบวนกำรและข้อมูลที่จัดเก็บรวมถึงกำรไหลของ
ข้อมูลไปยังส่วนอื่น
–นำเสนอเฉพำะควำมสัมพันธ์ระหว่ำงข้อมูลเท่ำนั้น
–ฯลฯ
5
ชนิดของแบบจำลอง(Type of Models)
• ชนิดของแบบจำลอง สำมำรถแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิดด้วยกัน คือ
–แบบจำลองทำงคณิตศำสตร์ (Mathematical Models)
–แบบจำลองที่เป็นถ้อยคำอธิบำย (Descriptive Models)
–แบบจำลองแผนภำพ (Graphical Models)
6
แบบจำลองทำงคณิตศำสตร์
(Mathematical Models)
• คือ กลุ่มของสูตรคำนวณที่ใช้อธิบำยกฎเกณฑ์ทำงเทคนิคของระบบ
• สัญลักษณ์ทำงคณิศำสตร์ส่วนใหญ่มักนำเสนอในรูปแบบของฟังก์ชัน
• ตัวอย่ำง เช่น ระบบเงินเดือน ที่จำเป็นต้องมีสูตรคณิศำสตร์เพื่อใช้เป็น
แบบจำลองในกำรคำนวณค่ำต่ำงๆ เช่น
– คำนวณเงินสุทธิ
– คำนวณภำษี
– ฯลฯ
+−×÷
𝑓(𝑛)
Area of circle = 𝜋𝑟2
7
แบบจำลองที่เป็นถ้อยคำอธิบำย
(Descriptive Models)
• คือ แบบจำลองที่กล่ำถึงเรื่องรำวต่ำงๆ โดยใช้ลักษณะของข้อควำมที่
เป็นถ้อยคำอธิบำย รำยละเอียด หรือรำยงำนในรูปแบบต่ำงๆ
• สำมำรถเขียนอยู่ในรูปแบบของกระบวนกำร หรือขั้นตอนวิธีที่อยู่ใน
รูปแบบของรหัสจำลอง (Pseudo Code) หรือ ประโยคโครงสร้ำง
ภำษำอังกฤษ (Structured English) ได้
– มักนำแบบจำลองชนิดนี้ไปใช้เพื่อกำรออกแบบโปรแกรม
Desciption
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
xxxxxxxxxxxxxxxxxx
xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
xxxxxxxxxxx
8
แบบจำลองแผนภำพ
(Graphical Models)
• หรือที่เรียกว่ำ ไดอะแกรม (Diagram)
• จัดเป็นแบบจำลองที่มีประโยชน์มำกที่สุด
• พัฒนำขึ้นโดยนักวิเครำะห์ระบบ
• จะทำให้สำมำรถเข้ำใจถึงควำมสัมพันธ์
• ของสิ่งต่ำงๆ ที่มีอยู่ในระบบ
9
แบบจำลองกระบวนกำร (Process Model)
• แบบจำลองที่แสดงให้เห็นขั้นตอนกำรทำงำนของระบบ
• เพื่อจำลองขั้นตอนกำรทำงำนของระบบที่อยู่ในรูปข้อควำม ให้เป็น
แผนภำพเพื่อควำมสะดวกในกำรสื่อสำรระหว่ำงนักวิเครำะห์ระบบกับ
ผู้เกี่ยวข้อง
• ใช้เครื่องมือ “แผนภำพกระแสข้อมูล” (Data Flow Diagram : DFD)
• เป็นแบบจำลองทำงตรรกะ (Logical Model)
10
แผนภำพกระแสข้อมูล(Data Flow
Diagram:DFD)
• แผนภำพที่แสดงให้เห็นกำรเคลื่อนที่ของข้อมูลระหว่ำงผู้ที่เกี่ยวข้องกับ
ระบบ (External Agent) และขั้นตอนกำรทำงำน (Process) ตลอดจน
แหล่งจัดเก็บข้อมูล (Data Store) ภำยในระบบ
• นำ DFD ไปเป็นแนวทำงในกำรออกแบบ ฐำนข้อมูล
11
ตัวอย่ำง process 1
ลูกค้ำ
1.0
ตรวจสอบสินค้ำ
ที่มีจำหน่ำย
สินค้ำ
สต๊อกสินค้ำ
ข้อมูลประเภทสินค้ำ
ข้อมูลสินค้ำ
จำนวนสินค้ำในสต๊อก
ควำมต้องกำรสืบค้น
ข้อมูลสินค้ำที่ต้องกำรค้น
ประเภทสินค้ำD1
12
D2
D3
ตัวอย่ำง
Cutstomer
1.0
Look up item
availability
Catalog
Product
Inventory
Catalog Data
Product Data
Inventory Data
Item Inquiry
Item AvailabilityDetail
13
ตัวอย่ำง
Customer4.1
Compute
Sale Order
Delivery No.
Invoice Data
Sale Order Data
4.2
Printing
Invoice
Invoice, Product
Sale
Management
Invoice Amount
D1
14
สัญลักษณ์ที่ใช้ใน DFD
DeMarco&Yourdon Gene & Sarson ควำมหมำย
Process– ขั้นตอนกำรทำงำนภำยในระบบ
Data Store – แหล่งข้อมูลสำมำรถเป็นได้ทั้ง
ไฟล์ข้อมูลและฐำนข้อมูล
External Entity - ปัจจัยหรือสิ่งแวดล้อมที่มี
ผลกระทบต่อระบบ
Data Flows – เส้นทำงกำรไหลของข้อมูล
แสดงทิศทำงของข้อมูลจำกขั้นตอนกำร
ทำงำนหนึ่งไปยังอีกขั้นตอนหนึ่ง
D
15
กระบวนกำร(Process)
• คือ งำนที่ดำเนินกำร หรือ ตอบสนองข้อมูลที่รับเข้ำ เงื่อนไข หรือ
สภำวะใด ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่ำขั้นตอนกำรดำเนินงำนนั้นจะกระทำโดย
บุคคล หน่วยงำน หุ่นยนต์เครื่องจักร หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์ ก็ตำม
1
ขั้นตอนกำรทำงำน
ของระบบ
Input Output
สภำวะแวดล้อมของระบบ (System’s Environment)
16
กฎของกำรเขียนกระบวนกำร
• ต้องไม่มีข้อมูลรับเข้ำเพียงอย่ำงเดียว
• ต้องไม่มีข้อมูลออกเพียงอย่ำงเดียว
• ข้อมูลรับเข้ำจะต้องเพียงพอในกำรสร้ำงข้อมูลส่งออก
• กำรตั้งชื่อ Process ต้องใช้คำกริยำ เช่น รับรำยกำรสั่งซื้อ คำนวณ
คะแนนเฉลี่ย พิมพ์รำยงำน เป็นต้น
• จำนวนกระบวนกำรที่ต้องทำในระบบไม่ควรมีมำกน้อยเกินไป ควรอยู่
ระหว่ำง 2-7 (หรือ +/- 2) กระบวนกำร
17
ตัวอย่ำง กระบวนกำร (Process)
18
1
ลงทะเบียนเรียน
2
คำนวณเกรด
3
คำนวณเงินเดือน
สุทธิ
เส้นทำงกำรไหล (Data Flow)
• เส้นทำงกำรไหลของข้อมูล (Data Flow) เป็นกำรสื่อสำรระหว่ำง
ขั้นตอนกำรทำงำน (Process) ต่ำง ๆ และสภำพแวดล้อมภำยนอกหรือ
ภำยในระบบ โดยแสดงถึงข้อมูลที่นำเข้ำในแต่ละ Process และข้อมูลที่
ส่งออกจำก Process ใช้ในกำรแสดงถึงกำรบันทึกข้อมูล กำรลบข้อมูล
กำรแก้ไขข้อมูลต่ำง ๆ ใช้สัญลักษณ์แทนด้วยเส้นลูกศรที่ไปพร้อมกับ
ข้อมูล ดังรูป
19
3
คำนวณเงินเดือน
สุทธิ
เงินเดือน, ภำษี,
ค่ำประกันสังคม เงินเดือนสุทธิ
กฎของ Data Flow
• ชื่อของ Data Flow คือชื่อของข้อมูลที่ส่งโดยไม่ต้องอธิบำยว่ำส่ง
อย่ำงไร
• Data Flow ต้องมีจุดเริ่มต้นหรือสิ้นสุดที่ Process
• Data Flow จะเดินทำงระหว่ำง External Entity กับ External Entity
ไม่ได้
• Data Flow จะเดินทำงจำก External Entity ไป Data Store ไม่ได้
• Data Flow จะเดินทำงจำก Data Store ไป External Entity ไม่ได้
• Data Flow จะเดินทำงระหว่ำง Data Store กับ Data Store ไม่ได้
• กำรตั้งชื่อต้องใช้คำนำม ที่สื่อควำมหมำย เช่น ใบกำกับสินค้ำ
20
ปัจจัยภำยนอกหรือเอ็กเทอร์นัลเอ็นทิตี (External
Entity)
• ตัวแทนภำยนอก (External Entities) หมำยถึง บุคคล
หน่วยงำนในองค์กร องค์กรอื่น ๆ หรือระบบงำนอื่น ๆ
ที่อยู่ภำยนอกขอบเขตของระบบ แต่มีควำมสัมพันธ์กับ
ระบบ โดยมีกำรส่งข้อมูลเข้ำสู่ระบบเพื่อดำเนินงำน
และรับข้อมูลที่ผ่ำนกำรดำเนินงำนเรียบร้อยแล้วจำก
ระบบ ในบำงครั้งเรียก “External Agent”
• กฎของ External Entities
– ข้อมูลจำก External Entities หนึ่งจะวิ่งไปสู่อีก External
Entities หนึ่งโดยตรงไม่ได้ (จะต้องผ่ำน Process ก่อน)
– กำรตั้งชื่อต้องใช้ คำนำม ที่สื่อควำมหมำย เช่น ลูกค้ำ
External
Entity
21
ปัจจัยภำยนอกหรือเอ็กเทอร์นัลเอ็นทิตี (External
Entity) (ต่อ)
นักศึกษำ
22
นักศึกษำ
• ในบำงครั้ง External Entities อำจจำเป็นต้องกระทำซ้ำ (Duplicate)
เนื่องจำกข้อจำกัดในด้ำนกำรเชื่อมโยง Data Flows ที่ซ้อนทับและข้ำม
กันไปมำ จะทำให้แผนภำพดูยุ่งเหยิง ไม่เป็นระเบียบ และอ่ำนหรือทำ
ควำมเข้ำใจได้ยำก
• โดย External Entities ที่กระทำซ้ำสำมำรถทำได้โดยใช้เครื่องหมำย 
(back slash) ไว้ที่มุมล่ำงซ้ำย ดังรูป
แบบปกติ แบบกำรทำซ้ำ
ตัวอย่ำงกำรกระทำซ้ำ External Entity
External
Entity 1
23
1
Process 1
External
Entity 2
External
Entity 3
data 1D1
2
Process 2
data 3D3data 2D2
data 4D4
3
Process 3
ตัวอย่ำงกำรกระทำซ้ำ External Entity
External
Entity 1
24
1
Process 1
External
Entity 2
External
Entity 3
data 1D1
2
Process 2
data 3D3
data 2D2
data 4D4
3
Process 3
External
Entity 3
แหล่งจัดเก็บข้อมูล (Data Store)
• แหล่งจัดเก็บข้อมูล (Data Store) เป็นแหล่งเก็บ / บันทึกข้อมูล
เปรียบเสมือนคลังสินค้ำ (เทียบเท่ำกับไฟล์ข้อมูล และฐำนข้อมูล) โดยมี
รำยละเอียดและคุณสมบัติเฉพำะตัวของ สิ่งที่ต้องกำรเก็บ / บันทึก
• กฎของ Data Store
– ข้อมูลจำก Data Store หนึ่งจะวิ่งไปสู่อีก Data Store หนึ่งโดยตรงไม่ได้
(จะต้องผ่ำน Process ก่อน)
– ข้อมูลจำก Data Store หนึ่งจะวิ่งไป หรือ กลับจำก External Entity หนึ่ง
โดยตรงไม่ได้ (จะต้องผ่ำน Process ก่อนเช่นกัน)
– กำรตั้งชื่อต้องใช้ คำนำม ที่สื่อควำมหมำย เช่น ไฟล์ข้อมูลลูกค้ำ
รหัส
25
ตัวอย่ำงกำรเขียนสัญลักษณ์ใน DFD
26
ตัวอย่ำงกำรเขียนสัญลักษณ์ใน DFD
27
ตัวอย่ำงกำรเขียนสัญลักษณ์ใน DFD
28
ตัวอย่ำงกำรเขียนสัญลักษณ์ใน DFD
29
ตัวอย่ำงกำรเขียนสัญลักษณ์ใน DFD
30
ตัวอย่ำงกำรเขียนสัญลักษณ์ใน DFD
31
ตัวอย่ำงกำรเขียนสัญลักษณ์ใน DFD
จบครึ่งแรก
ครั้งหน้า
30 ก.ค. 13.00น ห้อง142
สอบกลางภาค
ตั้งแต่บทที่ 1 – บทที่ 5 หน้า 203 คะ
อ่านหนังสือด้วยนะ ^^
ขั้นตอนกำรเขียนแผนภำพกระแสข้อมูล
• วิเครำะห์ให้ได้ว่ำ ระบบควรประกอบด้วย External Entities อะไรบ้ำง
ไม่ว่ำจะเป็นบุคคล หน่วยงำนหรือระบบงำนต่ำงๆ
• ทำกำรเขียนแผนภำพที่แสดงถึงสภำพแวดล้อมโดยรวมของระบบ หรือ
เรียกว่ำคอนเท็กซ์ไดอะแกรม (Context Diagram)
• วิเครำะห์ข้อมูลในระบบว่ำ ควรมีข้อมูล (Data Store) อะไรบ้ำง
• เขียนไดอะแกรม 0
• วิเครำะห์กระบวนกำร (Process) ในระบบว่ำ ควรมี Process หลักๆ
อะไรบ้ำง ประกอบด้วย Process ย่อย อะไรบ้ำง โดยอำจทำเป็น Process
Decomposition Diagram เพื่อให้เกิดควำมเข้ำใจได้ดียิ่งขึ้น ดังรูป
34
ตัวอย่ำง Process Decomposition Diagram
35
Sales
Ledger System
1
Receive
Invoices
2
Receive
Payments
2.1
Record
Payments
2.2
Validate
Payments
2.3
Process Daily
Analysis
2.4
Update
Sales
2.4.1 2.4.2 2.4.3
2.5
Assess
Error
3
Produce
Statements
Level 0
(Context)
Level 1
(Top Level)
Level 2
Level 3
(not always needed)
• ตัวอย่างรูปที่ 5.19 หน้า 204
ขั้นตอนกำรเขียนแผนภำพกระแสข้อมูล (ต่อ)
• ดำเนินกำรเขียนแผนภำพกระแสข้อมูลระดับที่ 1 และอำจมี
ระดับที่ 2 ในกรณีที่จำเป็นต้องขยำยรำยละเอียด ส่วนระดับที่ 3
ถ้ำจำเป็นต้องแตกย่อยอีกก็สำมำรถกระทำได้(แต่ส่วนใหญ่ จะ
ไม่ถึงระดับที่ 3)
• ทำกำรตรวจสอบควำมสมดุล (Balancing) ของแผนภำพ และทำ
กำรปรับแก้ (Redraw) จนกระทั่งได้แผนภำพที่สมบูรณ์และ
ถูกต้อง
• ในกำรสร้ำงแผนภำพกระแสข้อมูล อำจใช้เครื่องมือช่วยวำด
เช่น โปรแกรม Visio หรือ CASE Tool ก็ได้
37
กระบวนกำรทำงธุรกิจ (Business Process)
• คือ กิจกรรมที่ตอบสนองในเหตุกำรณ์ต่ำงๆ ในธุรกิจ
• หรือ ก็คือ “งำน (work)” ที่ดำเนินกำรโดยระบบ เพื่อให้กิจกรรมนั้นๆ
สำมำรถสำเร็จได้ด้วยดี
• หน้ำที่ของนักวิเครำะห์ระบบจะต้อง ออกแบบกระบวนกำรทำงธุรกิจใหม่
(Business Process Redesign หรือ Business Process Reengineering :
BPR) เพื่อทำกำรปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงกระบวนกำรทำงธูรกิจเดิมที่
เป็นอยู่ให้มีทิศทำงที่ดีขึ้นกว่ำเดิม ด้วยกำรวิเครำะห์และออกแบบระบบ
เพื่อให้ได้มำซึ่งแอปพลิเคชันเพื่อนำมำใช้แก้ไขปัญหำดังกล่ำว
• และแผนภำพกระแสข้อมูล ก็จัดเป็นแบบจำลองที่นำเสนอกระบวนกำรของ
ระบบใหม่ในรูปแบบของแผนภำพไว้พิจำรณำร่วมกันระหว่ำงนักวิเครำะห์
ระบบกับผู้ใช้หรือนักวิเครำะห์ระบบกับโปรแกรมเมอร์
38
กำรใช้แผนภำพกระแสข้อมูลในกำรกำหนด
กระบวนกำรทำงธุรกิจ
• ภำพรวมของกระบวนกำรทำงธุรกิจ มีควำมซับซ้อนมำกเกินกว่ำที่จะ
อธิบำยรำยละเอียดได้ทั้งหมดใน 1 แผนภำพ
• แบบจาลองกระบวนการจึงประกอบไปด้วยกลุ่มของแผนภาพกระแส
ข้อมูลในระดับต่างๆ มาประกอบกัน โดย
– แผนภำพกระแสข้อมูลระดับแรกจะเป็นกำรนำเสนอแวดล้อม(Context) ของ
ระบบในภาพรวม
– แผนภำพกระแสข้อมูลระดับถัดมำก็จะแตกรำยละเอียด (Explode) มำกขึ้น
ตำมลำดับ
39
ดังนั้น
แผนภำพกระแสข้อมูลระดับล่ำงๆ ก็จะเป็นกำรขยำยรำยละเอียดของระดับก่อน
หน้ำ ทำให้เห็นถึงกระบวนกำรทำงำน ซึ่งเรียกว่ำ
ฟังก์ชันนัลดีคอมโพซิชัน (Functional Decomposition)
หลักกำรของ DFD
• แบ่งกำรทำงำนจำกกระบวนกำรหลักที่อยู่ระดับบน ลงไปสู่
กระบวนกำรย่อยที่อยู่ระดับล่ำง
• DFD ระดับบนสุด  Context Diagram
40
Context Diagram
• หรือเรียกอำจเรียกว่ำ Data Flow Diagram Level 0
• แผนภำพกระแสข้อมูลระดับบนสุด
• แสดงภำพรวมกำรทำงำนของระบบที่สัมพันธ์กับสภำพแวดล้อม
ของระบบ เพื่อให้เห็นว่ำระบบมีกำรโต้ตอบกับ External
Entities ใดบ้าง
• กำหนดขอบเขตของระบบที่จะพัฒนำได้
41
ตัวอย่ำง Context Diagram
42
กำรสร้ำงแผนภำพบริบท (Context Diagram)
• เป็นโครงสร้ำงแรกเริ่มในระบบงำนที่จะชี้ให้เห็นลักษณะงำนและขอบเขต
ของระบบงำน
• หลักเกณฑ์กำรใช้สัญลักษณ์สร้ำงแผนภำพกระแสข้อมูล
– Context diagram ต้องสมดุลอยู่ภำยในหนึ่งหน้ำกระดำษ
– ชื่อของกระบวนกำรใน context diagram ควรเป็นชื่อของระบบงำน
หรือโครงงำน และแสดงหมำยเลขศูนย์(0)
– มีกำรแสดง entity และกำรไหลของข้อมูลที่แสดงกำรติดต่อระหว่ำง
ระบบกับสิ่งที่อยู่ภำยนอก
– ไม่มีกำรแสดงแหล่งจัดเก็บข้อมูล (Data Store)
43
ระบบร้ำนขำยรองเท้ำ
บริษัทคู่ค้ำ
0
ระบบ
ร้ำนขำยรองเท้ำ
รองเท้ำใหม่ ลูกค้ำ
รองเท้ำที่ต้องกำร
ใบยืนยันกำรขำย
เจ้ำของร้ำน
กำหนดรำคำขำย
รำยงำนกำรขำย
รำยงำนสต๊อกสินค้ำ
Context Diagram ของระบบร้ำนขำยรองเท้ำ (Shoes Shop System)
44
ระบบร้ำนขำยรองเท้ำ
• ระบบร้ำนขำยรองเท้ำจะต้องปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น หรือ
หน่วยงำนอื่นที่อยู่นอกระบบ 3 กลุ่ม คือ
• บริษัทคู่ค้ำ หมำยถึง ร้ำนค้ำ หรือบริษัทที่ระบบจัดซื้อรองเท้ำเข้ำ
มำขำย
• ลูกค้ำ หมำยถึง ผู้ที่มำซื้อ หรือมำชมรองเท้ำ
• เจ้ำของร้ำน หมำยถึง ผู้ที่กำหนดรำคำขำย และ ต้องกำรรำยงำน
ต่ำงๆ จำกระบบ เช่น รำยงำนกำรขำยประจำวัน รำยงำนสต๊อก
สินค้ำคงเหลือ
45
• จำกภำพรวมของระบบร้ำนขำยรองเท้ำ จะต้องมีกำรขยำย หรือ
อธิบำย ระบบย่อย หรือรำยละเอียดย่อยของระบบ
• สร้ำง DFD ระดับถัดมำ คือ ระดับ 1 เพื่อแสดงให้เห็น
กระบวนกำรทำงำนภำยในของระบบ
• หำกกระบวนกำรในระดับ 1 แต่ละกระบวนกำร ยังมีกำรอธิบำย
รำยละเอียดหรือกำรทำงำนปลีกย่อยลงไปอีก สำมำรถเขียน DFD
ในระดับ 2 หรือ 3 ต่อไปได้อีก
46
กำรแตกระบบ ระบบนั้นควรแตกได้อย่ำงน้อย 2 กระบวนกำร
กำรสร้ำงแผนภำพกำรไหลของข้อมูล ระดับที่ 1
Data Flow Diagram Level-1 หรือ DFD 1
• จะเป็นแผนภำพที่ให้รำยละเอียดในระดับแรกสุดรองจำก
Context diagram เพื่อให้เห็นภำพรวมของระบบมำกขึ้น โดยจะมี
สัญลักษณ์กำรเก็บข้อมูล (data store) , สัญลักษณ์กำรไหลของ
ข้อมูล (data flow) , และสัญลักษณ์กำรประมวลผล(process)
• DFD 1 สำมำรถแสดงให้เห็นรำยละเอียดของกระบวนกำรทำงำน
หลักๆ ถัดจำก Context Diagram
• แต่ละกระบวนกำรจะมีหมำยเลขกำกับด้ำนบนของสัญลักษณ์
เริ่มตั้งแต่ หมำยเลข 1 เป็นต้นไป
• จำนวนกระบวนกำรที่ต้องทำในระบบไม่ควรมีมำกน้อยเกินไป ควรอยู่
ระหว่ำง 2-7 (หรือ +/- 2) กระบวนกำร
47
ตัวอย่ำงData Flow Diagram Level 1
บริษัทคู่ค้ำ
1.0
จัดกำรข้อมูล
สินค้ำ
รองเท้ำใหม่
ลูกค้ำสินค้ำที่ต้องกำร
ใบเสร็จรับเงิน
เจ้ำของร้ำน
กำหนดรำคำขำย
รำยงำนกำรขำย
D1 สินค้ำ
ข้อมูลสินค้ำ
2.0
ขำย
สินค้ำ
ข้อมูลสินค้ำ
D2 รำยกำรขำย
ข้อมูลกำรขำย
3.0
รำยงำน
รำยงำนสต๊อกสินค้ำ
ข้อมูลกำรขำย
ข้อมูลสินค้ำ
DFD Level 1 ของระบบร้ำนขำยสินค้ำ
49
ตัวอย่ำงของ Data Flow Diagram Level-1 หรือ DFD 1
50
กำรแบ่งย่อยแผนภำพ (Decomposition Diagram)
• เป็นวิธีกำรแบ่งระบบใหญ่ออกเป็นระบบย่อยๆ โดยระบบหนึ่งที่
แสดงใน Context Diagram ไม่สำมำรถอธิบำย ไม่สำมำรถอธิบำย
กำรทำงำนของระบบได้ทั้งหมด จึงต้องมีกำรแบ่งเป็นระบบย่อยที่มี
ขนำดเล็กลงเรื่อยๆจนสำมำรถอธิบำยระบบทั้งหมดได้
• กำรแบ่ง DFD ไปเรื่อยๆจนถึงระดับที่ไม่สำมำรถแบ่งได้อีกแล้ว
เรียกว่ำ Primitive Diagram
• ระดับของแผนภำพที่แบ่งย่อยมำจำก Context Diagram เรียกว่ำ
DFD Level-1 และเป็น 2 , 3 ….
• ซึ่งกำรแบ่งย่อยระดับถัดมำจะต้องมีกระบวนกำรอย่ำงน้อย 2
กระบวนกำรขึ้นไป
51
แสดงกำรแบ่งย่อยแผนภำพ
Context Diagram
Data Flow Diagram Level-1 52
ระบบลงทะเบียนเรียน
(Course Registration System)
Context Diagram ของระบบลงทะเบียนเรียน
อำจำรย์
0
ระบบ
ลงทะเบียนเรียน
รำยชื่อนักศึกษำในชั้นเรียน
นักศึกษำ
รำยวิชำที่ต้องกำรลงทะเบียน
ตำรำงเรียน
สำนักส่งเสริมวิชำกำร
ข้อมูลกำรจัดกำรสอน
ตำรำงสอน
53
สสว.
1.0
จัดตำรำงสอน
ข้อมูลกำรจัดกำรสอน
นักศึกษำ
รำยวิชำที่ต้องกำรลงทะเบียน
ตำรำงเรียน
อำจำรย์ ตำรำงสอน
D1 ตำรำงสอน
ข้อมูลตำรำงสอน
2.0
ลงทะเบียน
ข้อมูลรำยวิชำตำม
ตำรำงสอน
D2 กำรลงทะเบียน
ข้อมูลกำรลงทะเบียน
3.0
รำยงำน
รำยชื่อนักศึกษำในชั้นเรียน
ข้อมูลลงทะเบียน
ข้อมูลตำรำงสอน
DFD Level 1 ของระบบลงทะเบียนเรียน 54
สสว.
1.1
กำหนด
วันและเวลำ
D1 ตำรำงสอน
DFD Level 2 ของ Process1.0 จัดตำรำงสอน
ข้อมูลรำยวิชำ
อำจำรย์ผู้สอน
ห้องที่ใช้สอน
1.2
กำหนดชื่อ
ผู้สอน
1.3
กำหนด
ห้องที่ใช้สอน
ตำรำงสอน
ข้อมูลกำรจัดกำรสอน
55
กำรระบุหมำยเลขของแผนภำพ
1.1
1.3
1.2
3.0
2.0
1.00 1.1.1
1.1.3
1.1.2
56
57
1. คำอธิบำยควำมเป็นมำของระบ บ
2.Context Diagram ของระบบ

แบบจำลองระบบ