การรับรู้และการตอบ
       สนอง
                                 หน่วยสั่งการ
สิ่งเร้า    หน่วยรับความรู้สึก
                           หน่วยแปลความรู้สึก




           การตอบสนอง      หน่วยปฏิบัติงาน
การรับรู้และการตอบ
       สนอง
ระบบประสาท (NERVOUS
SYSTEM ) และระบบต่อม
ไร้ทอ(ENDOCRINE GLAND SYS
     ่
TEM )ทำางานสัมพันธ์กัน

เรียกว่า ระบบประสานงาน
(CO-ORDINTING SYSTEM )
Paramecium

 พารามีเซียมสามารถเคลื่อนที่
    เข้าหาหรือหนีแสงสว่าง
อุณหภูมิ หรือสารเคมีได้ แสดง
ว่าสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้า
ได้ แต่เนื่องจาก สิ่งมีชีวิตเซลล์
เดียวไม่มีเซลล์ประสาท แต่ใต้
  ผิวของเซลล์พารามีเซียมมี
Paramecium
Hydra

ไฮดรามีร่างแหประสาท(nerve
  net ) ประกอบกันด้วยเซลล์
 ประสาทเชื่อมโยงกัน เมื่อมีสิ่ง
  เร้ามากระตุน จะเกิดกระแส
             ้
 ประสาทเคลื่อนที่ไปตามเซลล์
 ประสาทที่สานกันเป็นร่างแห
จากจุดที่ถูกกระตุนและกระจาย
                 ้
Planaria
Planaria
 มีระบบประสาทแบบขั้นบันได (L
    adder type) โดยเริ่มมีปม
ประสาท (Nerve ganglion) เป็
 นทีรวมของระบบประสาทจึงเรียก
     ่
ว่า สมอง (brain) บริเวณส่วนหัว
  มีปมประสาทอยู่ 2 ปม จากปม
   ประสาทนีมี เส้นประสาทขนาด
           ้
ใหญ่ (Nerve cord) 2 เส้น ทอ
ดขนานกันไปตลอดความยาวของ
หนอนตัวกลม
ไส้เดือนดิน
ระบบประสาทซับซ้อนมากขึ้น
ประกอบไปด้วยสมอง นอกจาก
นี้ยังมีปมประสาทตามปล้องของ
ลำาตัว และมีเส้นประสาทเชื่อม
ต่อปมประสาททีมีอยู่ตามปล้อง
                ่
ไส้เดือนดิน
มอลลัสก์
ดาวทะเล
ไม่มสมอง ไม่มปม
    ี        ี
ประสาท มีระบบ
ประสาทแบบวงแหวน
(nerve ring) อยู่รอบ
ปากและมีเส้นประสาท
ดาวทะเล
แมลง
 ระบบประสาทประกอบ
      ด้วยสมอง
   (ปมประสาทเหนือ
หลอดอาหาร) ซึ่งเชื่อม
   กับปมประสาทใต้
 หลอดอาหาร และเชื่อม
   ต่อกับปมประสาท
ทรวงอก ปมประสาทท้อง
แมลง
ระบบประสาทของสัตว์ไม่มี
 กระดูกสันหลังบางชนิด
การตอบสนองของสิ่งมีชวิตเซลล์
                     ี
    เดียวและสัตว์บางชนิด
เซลล์ประสาท
     เป็นส่วนประกอบของ
 เนื้อเยื่อประสาท (Nervous
tissue) โดยเนื้อเยื่อประสาท
  พัฒนามาจากชั้นนอกทาง
 ด้านหลังของ embryo และ
 ต่อมาจะพัฒนาหรือเปลียน ่
   สภาพเป็น neural tube
  เป็นกลุ่มเซลล์ที่พฒนาไป
                    ั
Neuron
Neuron
ประกอบด้วยส่วนสำาคัญ 2
          ส่วน คือ
 ตัวเซลล์ (Cell body or
          Soma)
     เป็นศูนย์กลางของ
metabolism ของ neuron
    โดยมี nucleus และ
Neurite
เดนไดรต์(DENDRITE) นำากระแส
 ประสาทเข้าสู่ตัวเซลล์
แอกซอน(AXON) นำากระแส
 ประสาทออกจากตัวเซลล์
Neuron   Dendrite

         Cell body


         Nucleus
Nerve fiber โดยทั่วไปมีเยื่อไมอีลินหุ้ม
(myelin sheath) เยื่อไมอีลินเป็นไขมัน เกิด
จากผนังของ Glial cell ชนิด Schwann cell
 พันรอบแกน axon ซ้อนกันแน่นหลายๆชั้น
 ทำาให้เห็นเป็นปลอกหนา ส่วน cytoplasm
ของ Schwann cell จะพันอยู่เพียงรอบนอก
 สุดเท่านั้น เนื่องจากใยประสาทมีความยาว
Schwann cell ทำาหน้าทีสร้าง
                      ่
เยือหุมไมอีลินหุ้มใยประสาทที่
   ่ ้
บริเวณเส้นประสาทต่างๆ ทำาหน้าที่
ทำาลายสิ่งแปลกปลอมทีเข้าไปใน
                       ่
เนือเยือประสาท และยังมีบทบาท
    ้  ่
ในการเสริมสร้างใยประสาทได้
ด้วย
แอกซอนที่ยาวๆ จะ
MYELIN SHEATH หุมอยู่   ้
ทำาให้ กระแสประสาท
เคลื่อนที่ไปได้ เร็วกว่าเซลล์
ที่ไม่มเยื่อหุ้มถึงประมาณ 10
       ี
เท่า
เซลล์ประสาทแบ่งตามรูปร่าง ได้
       เป็น 3 ประเภท
Unipolar neuron ทำาหน้าที่
  รับความรู้สกึ
Bipolar neuron    ทำาหน้าที่
  รับความรู้สก  ึ
Multipolar neuronทำาหน้าที่
  นำาคำาสั่งและ
   ประสานงาน
เซลล์ประสาทแบ่งตามการทำา
   หน้าที่ ได้เป็น 3 ประเภท
1.เซลล์ประสาทรับความ
 รู้สึก(SENSORY NEURON) ทำา
 หน้าทีรับความรู้สกโดยตรงจาก
         ่        ึ
 หน่วยรับความรูสึก
               ้

2.เซลล์ประสาทนำาคำาสั่ง(MOTOR
 NEURON) ทำาหน้าทีส่งกระแส
                    ่
 ประสาทมาสังการและควบคุมการ
            ่
 ทำางานของอวัยวะต่างๆ

3.เซลล์ประสาทประสาน
เซลล์ประสาทแบ่งตามการมี
      myelin sheath
      ได้เป็น 2 ประเภท
 ใยประสาททีมี myelin sheath หุม
             ่                  ้
      (myelinated axon)
 เช่น เซลล์ประสาทรับความรู้สึกเกี่ยว
       กับแสง เสียง การทรงตัว

ใยประสาทที่ไม่มี myelin sheath หุม้
 (nonmyelinated axon) เช่น เซลล์
 ประสาทรับความรู้สึกและนำาคำาสั่งของ
เซลล์คำ้าจุน
เป็นเซลล์ที่แทรกอยูระหว่างเซลล์
                     ่
 ประสาท เพื่อไม่ให้มีช่องว่างเกิด
 ขึน้
  ทำาหน้าที่ คำ้าจุน
          ให้อาหาร
          สนับสนุนการทำาหน้าทีของ
                              ่
      เซลล์ประสาท
เซลล์ประสาทจะอยู่แบบสาน
ต่อเป็นเครือข่ายปลายแอก
ซอนของเซลล์ประสาทหนึ่ง
จะไปอยู่ชิดกับ
  ☞ เดนไดรต์ของเซลล์
ประสาทอื่น
  ☞ เซลล์กล้ามเนื้อ
  ☞ หน่วยปฏิบติงาน
                ั
เพื่อถ่ายทอดกระแสประสาท
การทำางานของเซลล์
     ประสาท
Action potential
-action potential: การเปลี่ยนแปลง
membrane potential อย่างรวดเร็ว
ของเซลล์ประสาทเมื่อได้รับการกระ
ตุ้นจากสิ่งเร้า ทีทำาให้เกิด
                  ่
depolarization จนถึงระดับ
threshold potential
-เกิดที่ axon เท่านัน และเป็นแบบ all-
                     ้
or-none
 แบ่งเป็น 3 ระยะดังนี้
ระยะที่ 1: Resting State
1. เยื่อหุ้มเซลล์ดานนอกมีประจุบวก
                  ้
 เพราะมี Na+ อยู่มาก ภายในมีประจุ
 ลบเพราะมีโปรตีนอยู่ภายใน (
 ภายนอกเซลล์มี Cl – และภายในเซลล์
 มี K+ อยู่ด้วย)
2.Na+ ถูกขับออกนอกเซลล์และK+ จะ
 ถูกดูดเข้าสู่เซลล์ในอัตราส่วน Na+ : K
 +
    =3:2
3.มีกระบวนการ Na+ - K+ Pump ต้อง
2.Depolarization
1.เมือมีการกระตุนบริเวณนอกเซลล์
     ่           ้
 ประสาทกระบวนการ Na+ K+ Pump
 จะหยุด
2.ผนังเซลล์ยอมให้ Na+ แพร่เข้าสู่เซลล์
 อย่างรวดเร็วและขับ K+ ออกจากเซลล์
3.ณ จุดที่ถูกกระตุน ผนังเซลล์ดานในจะ
                   ้           ้
 มีประจุบวกและด้านนอกมีประจุลบทันที
4.เกิดความต่างศักย์ระหว่างจุดกระตุน
                                  ้
 และจุดที่อยู่ใกล้ๆ กัน
3.Repolarization
1.Na+ หยุดไหลเข้ายอมให้ K+
 ภายในเซลล์แพร่ออกจากเซลล์อย่าง
 รวดเร็ว
2.ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าภายในเซลล์
 กลับมาเป็น - 70 mV
3.เกิดกระบวนการ Na+ - K+ Pump
 ขับ Na+ ออกและดึงK+ เข้าสู่เซลล์
 กระบวนการ Na+ - K+ Pump จะ
Propagation of action potential

               1.ขณะที่เกิด action
               potential (ใน
               ตำาแหน่งที่ 1) N+
               เคลือนเข้าสู่ภายใน
                   ่
               เซลล์ ซึง Na+ ที่
                        ่
               เคลือนเข้ามาภายใน
                     ่
               เซลล์จะแพร่ไปยัง
               บริเวณข้าง
               เคียง(ตำาแหน่งที่ 2)
Propagation of action potential

                  2.ขณะที่
                  ตำาแหน่งที่ 2
                  เกิด action
                  potential ใน
                  ตำาแหน่งที่ 1 จะ
                  เกิด
                  repolarizatio
                  n (refractory
                  period) จึง
Propagation of action potential
          3.หลังจากนั้น action
          potential จะเคลื่อน
          ไปสูตำาแหน่งที่ 3 และ
              ่
          ตำาแหน่งที่ 2 จะเกิด
          refractory period
          และ ตำาแหน่งที่ 1 จะ
          กลับสู่สภาวะ resting
          stage ต่อไป
          -การเคลื่อนของ
          action potential บน
Saltatory conduction
-ความเร็วในการเคลื่อนของaction
potential ไปตาม axon จะขึ้นอยูกับ
                               ่
ความกว้างของ axon ยิ่งกว้างยิง
                             ่
เคลือนได้เร็ว
    ่

-แต่ในพวก myelinated axon ถึงแม้
จะมีขนาดเล็กแต่ action potential ก็
เคลือนได้เร็ว
    ่
ใน myelinated axon การ
เกิด action potential จะ
เกิดระหว่าง node of
Ranvier หนึ่งไปยังอีก node
หนึ่ง เพราะการเคลือนที่ของ
                  ่
Na และ K เข้า-ออกจาก
    +      +

เซลล์เกิดได้ เฉพาะบริเวณ
การถ่ายทอดกระแสประสาทจากเซลล์
  ประสาทไปยังอีกเซลล์ประสาทหนึ่ง
ในการนำากระแสประสาท (Nerve
Impulse) จากจุดหนึงไปยังอีกจุด
                     ่
หนึงของร่างกาย จะมีการส่งกระแส
     ่
ประสาทผ่านเซลล์ประสาทมากกว่า
หนึงเซลล์ โดยมีการส่งกระแส
       ่
ประสาทจากแอกซอนของเซลล์หนึ่ง
ข้ามไปยังเดนไดรต์ของอีกเซลล์ แต่
เนื่องจากเซลล์ประสาทแต่ละเซลล์นั้น
ไม่ได้เชือมต่อกัน ปลายแอกซอนและ
         ่
เดนไดรต์จึงไม่ตอถึงกันแต่ใกล้ชิดกัน
                 ่
มากและมีชองระหว่างเซลล์ประสาท
            ่
หรือที่บริเวณปลายแอกซอนของเซลล์
ไซแนปส์ (Synapse) หมาย
ถึง บริเวณที่อยู่ชิดกันมาก
ระหว่างปลายประสาท เช่น
ปลายแอกซอนกับเดนไดรต์
(Axodendritic Synapse)
หรือปลายแอกซอนกับตัวเซลล์
ประสาทของอีกเซลล์หนึง   ่
จากการศึกษาพบว่า บริเวณปลายแอก
ซอนเซลล์ประสาทจะพองออกเป็นกระ
เปาะ เรียกว่า ปุ่มไซแนปส์ (Synaptic
Knob) ภายในประกอบด้วยไซโต
พลาสซึม และมีสวนสำาคัญๆ ทีพบเป็น
                  ่          ่
จำานวนมาก คือ
1. ไมโตคอนเดรีย (Mitochondria)
ทำาหน้าที่ในการสร้างพลังงานในการส่ง
กระแสประสาท

2.ถุงเล็กๆ หรือ Synaptic Vesicle
ซึงมีจำานวนมาก และภายในถุงเล็กๆ
  ่
จะบรรจุสารเคมี เรียกว่า สารสื่อ
ประสาท (Neurotransmitter)
สารสื่อประสาท
   (Neurotransmitter)
เป็นสารทีสร้างจากปลายแอกซอนของ
          ่
เซลล์ประสาทหนึ่ง(เซลล์ประสาทก่อน
ไซแนปส์)ส่งข้ามไปยังเดนไดรต์ของ
เซลล์ประสาทอีกเซลล์หนึ่ง (เซลล์
ประสาทหลังไซแนปส์) สารนี้สร้างได้
จากการสังเคราะห์ทางชีวเคมีที่ปลาย
แอกซอนเท่านั้น ได้แก่ สารพวกแอซิ
ติลโคลิน (Acetylcholine) และสา
รอื่นๆ เช่น เอพิเนฟริน
การรับรู้และการตอบนอง
การรับรู้และการตอบนอง
การรับรู้และการตอบนอง

การรับรู้และการตอบนอง