คานา
ค่าแทนคุณระบบนิเวศ (Payments for Ecosystem Services) เป็นกลไกหนึ่งในการจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เพื่อการพัฒนาและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เป็ นการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติในรูปแบบการจัดสรรเงินค่าตอบแทนให้กับชุมชน หรือบุคคล หรือผู้ดูแลรักษา
ทรัพยากรธรรมชาติ ให้เป็นหลักประกันความยั่งยืนของฐานทรัพยากร หรือประโยชน์ หรือการบริการที่
มนุษย์จะได้รับจากระบบนิเวศ หลักการของกลไกค่าแทนคุณระบบนิเวศ คือ ผู้ที่มีบทบาทในการดูแลรักษา
ทรัพยากรธรรมชาติ ควรจะได้รับค่าชดเชย หรือค่าตอบแทนจากผู้ที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ
หรือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการบริการของระบบนิเวศ ค่าชดเชยหรือค่าตอบแทนอาจจะอยู่ในรูปของตัว
เงินหรือค่าธรรมเนียม เพื่อนารายได้ดังกล่าวไปเป็นกองทุนใช้ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่คุ้มครอง
ในปัจจุบันการจัดการพื้นที่คุ้มครองไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การอนุรักษ์น้าในพื้นที่ต้นน้า
ตลอดจนการลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เป็นการดาเนินงานโดยภาครัฐโดยมีกฎหมายรองรับคือ
พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 และ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 พื้นที่ดังกล่าวเป็น
แหล่งให้บริการของระบบนิเวศให้แก่ประชาชนมีการอยู่ดีกินดี เช่น เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ประชาชนที่
อาศัยอยู่ในเมืองหรือใช้ในภาคอุตสาหกรรม
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยโครงการเร่งเสริมความยั่งยืนของระบบการ
จัดการพื้นที่คุ้มครอง ได้เสนอแนวทางการใช้ค่าแทนคุณระบบนิเวศสาหรับการดูแลรักษาระบบนิเวศใน
พื้นที่คุ้มครองของประเทศไทย เป็นเครื่องมือทางการเงินเพื่อแก้ไขปัญหาทางการเงินสาหรับการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ โดยการจัดตั้งเป็นกองทุนและนาเงินรายได้จากกองทุนส่วนหนึ่งไปเป็นค่าใช้จ่ายในการ
ดาเนินงาน สนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติหรือการฟื้นฟูและดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ การ
ดาเนินงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะต้องกาหนดเป็น นโยบาย มีกฎหมายรองรับและจัดตั้ง
หน่วยงานรับผิดชอบกลไกทางการเงิน กฎข้อบังคับ หรือระเบียบในการปฏิบัติ สัญญา และการติดตาม
ตรวจสอบผลการดาเนินงาน
หวังว่า แนวทางการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ (Payments for Ecosystem Services)
จะเป็นประโยชน์ต่อหัวหน้าพื้นที่คุ้มครองและพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
สามารถนาไปใช้เป็นแนวทางในการดาเนินงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริการของระบบนิเวศ การจัดตั้ง
กองทุนอนุรักษ์และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้
ทวี หนูทอง
ที่ปรึกษาด้านการจัดการพื้นที่คุ้มครอง
โครงการ CATSPA
สารบัญ
หน้า
บทที่ 1 บทนา (Introduction) 1
บทที่ 2 ความเข้าใจเรื่องค่าแทนคุณระบบนิเวศ 5
(Payments for Ecosystem Services)
บทที่ 3 กรอบกฎหมาย (Legal Framework) 11
บทที่ 4 สิทธิในการครอบครองที่ดิน (Property Rights) 26
บทที่ 5 สถาบันหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ (Enabling Institution) 30
บทที่ 6 การทาสัญญา (Contract Issues) 37
บทที่ 7 หลักธรรมาภิบาล (Governance) 48
บทที่ 8 ขั้นตอนการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศอย่างบูรณาการ 51
(Steps in The Integrated Payments for Ecosystem Services)
บทที่ 9 บทเรียนจากการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ 54
(Lessons Learned on Payments for Ecosystem Services)
บทที่ 10 แนวทางการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ 62
(Project Proposal Designing a PES Programme)
บทที่ 11 พื้นที่ดาเนินการด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศเพื่อการศึกษาดูงาน 70
(PES Scheme for Study Tours)
เอกสารประกอบการเรียบเรียง (References) 86
บทที่ 1
บทนา (Introduction)
ค่าแทนคุณระบบนิเวศ (Payments for Ecosystem Services) หมายถึง การจัดสรรเงิน
ค่าตอบแทนหรือกองทุนให้กับชุมชน หรือผู้ที่ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในพื้นที่ เพื่อเป็น
หลักประกันความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ และประโยชน์หรือบริการที่มนุษย์ได้รับจากระบบนิเวศ
เป็นมูลค่าที่เกิดจากการใช้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่แสดงให้เห็นถึงความสาคัญของระบบนิเวศ
กับสวัสดิภาพของมนุษย์
การจ่ายค่าแทนคุณระบบนิเวศให้แก่ชุมชนหรือผู้ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อเป็น
หลักประกันความยั่งยืนของการบริการของระบบนิเวศ หรือที่เรียกว่า Payments for Ecosystem Services :
PES เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนให้มีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่มุ่งไปสู่การพัฒนาที่มีความมั่นคง
ทางด้านการอยู่ดีกินดีของมนุษย์ เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศ เช่น การอนุรักษ์ความหลากหลายทาง
ชีวภาพ การควบคุมปริมาณและคุณภาพน้าบริเวณพื้นที่ต้นน้าลาธาร หรือลดการเปลี่ยนแปลงสภาพ
ภูมิอากาศ
หลักการของค่าแทนคุณระบบนิเวศ คือ มีระบบการทางานอย่างมีส่วนร่วม ผู้ที่มีบทบาทใน
การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ หรือผู้ให้บริการควรได้รับค่าตอบแทนจากผู้ใช้ประโยชน์จาก
ทรัพยากรธรรมชาติ หรือผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการบริการของระบบนิเวศ ควรที่จะต้องจ่ายเพื่อแลกกับการ
บริการทางด้านระบบนิเวศหรือประโยชน์ที่ได้รับ โดยจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้กับผู้มีบทบาทในการดูแลรักษา
ทรัพยากรธรรมชาติ อาจจะอยู่ในรูปตัวเงิน หรือสิ่งตอบแทนอื่นๆ ที่ไม่เป็นตัวเงิน อันได้แก่ การลดหย่อน
ภาษีเงินได้หรือค่าธรรมเนียม ทาให้มีความมั่นคงในการจัดการที่ดิน ซึ่งค่าแทนคุณของระบบนิเวศจะมี
องค์ประกอบที่สาคัญ คือ
1. ผู้ที่ทาหน้าที่ดูแลรักษาระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติหรือผู้ขาย (Sellers)
2. ผู้ที่ได้รับประโยชน์และบริการจากระบบนิเวศหรือผู้ซื้อ (Buyers)
3. การบริการของระบบนิเวศ (Ecosystem Services)
การนาเอาหลักการของค่าแทนคุณระบบนิเวศหรือ Payments for Ecosystem Services มาใช้
ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เป็นแนวทางการหามูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ของทรัพยากรธรรมชาติ ที่
อาจจะมีผลต่อการสร้างรายได้ให้กับชุมชนที่มีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่
คุ้มครองที่กาหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อให้เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการ
จัดการพื้นที่ อันจะเป็นบทเรียนและพื้นฐานในการกาหนดแนวทางและมาตรการที่จะเร่งเสริมให้มีการจัดการ
และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน
- 2 -
การดาเนินงานของโครงการเร่งเสริมความยั่งยืนของระบบการจัดการพื้นที่คุ้มครอง ได้นาเอาหลักการค่าแทน
คุณระบบนิเวศ (Payments for Ecosystem Services) มาใช้เป็นเครื่องมือนาร่อง สร้างการมีส่วนร่วมรับผิดชอบ
ในการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนและสร้างเศรษฐกิจของชุมชน จากการ
นาเอาแนวทางค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้ มีการประเมินหาแนวทางการดาเนินงานในพื้นที่นาร่อง โดย
กาหนดกรอบการปฏิบัติงานและกฎระเบียบของหน่วยงาน (Legal and Institutional Frameworks) ผู้เกี่ยวข้อง
มาตรการและกิจกรรมการกาหนดค่าแทนคุณระบบนิเวศ และการติดตามประเมินผล
ระบบนิเวศมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิต เชื่อกันว่าระบบนิเวศสามารถอานวยและมี
บทบาทในการพัฒนาองค์ประกอบของสังคมมนุษย์ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศจะอานวยความผาสุก
ขั้นพื้นฐานของสังคม เช่น การที่มีน้าสะอาดและเพียงพอทั้งในระดับปริมาณและคุณภาพให้แก่มนุษย์ ระบบ
นิเวศมีส่วนสาคัญที่ทาให้มนุษย์ดารงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข รวมทั้งความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต การ
บริการของระบบนิเวศจะลดลงอาจเกิดจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง กล่าวคือ
1. มนุษย์มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น เช่น ต้องการเนื้อไม้น้า อาหาร เยื่อไม้และ
เชื้อเพลิง เป็นต้น จะทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ และเกิดการสูญเสียความหลากหลายทาง
ชีวภาพ
2. การเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศจะมีผลกระทบกับการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและการ
ดารงชีวิตของมนุษย์ หรือการลดลงของระบบนิเวศจะมีผลกระทบกับการบริการของระบบนิเวศ ประชากร
โลกมีความอดยากมากขึ้น จะมีความเสี่ยงต่อการดารงชีวิตของมนุษย์ที่อาศัยการบริการของระบบนิเวศ
ถ้าหากมนุษย์เรายังมีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศที่มีอยู่อย่างไม่ฉลาด
ผลกระทบก็จะเกิดขึ้นกับมนุษย์เอง หรือจะเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น การลดลง
ของน้าในแม่น้า ทะเลสาบ หรือน้าใต้ดิน ซึ่งจะทาให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในสังคมตามมา
1.1 สภาพปัญหา
เพื่อที่จะหยุดยั้งการลดลงหรือการสูญเสียไปของระบบนิเวศ ตลอดจนการบริการของระบบ
นิเวศ รัฐบาลของประเทศต่างๆก็ได้มีการสนับสนุนนโยบายขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการใช้
ประโยชน์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีการกาหนดแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา โครงการการป้ องกัน การลดลง
หรือการสูญหายไปของทรัพยากรสิ่งแวดล้อม มีการปรับปรุงกระบวนการจัดการที่ถูกต้อง เช่น โครงการ
ปรับปรุง และดูแลรักษาแหล่งน้าที่สะอาดให้แก่ประชาชน ประกอบไปด้วยหลักการสองประการ คือ
มาตรการในการควบคุมดูแลรักษาแหล่งน้าและการใช้แหล่งน้าเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
วิธีการป้ องกันการลดลงของสิ่งแวดล้อม สามารถจะกระทาได้โดยการออกกฎหมาย หรือ
กฎข้อบังคับ หรือระเบียบที่เข้มงวด คาสั่ง หรือนโยบายการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ การควบคุมน้าเสียจาก
แหล่งกาเนิดต้นน้า หรือเกิดจากผู้ใช้น้า เช่น โรงงาน สถานที่กาจัดน้าเสีย ที่ทาให้น้าเสียลดน้อยลง แต่ก็ยังมี
มลพิษทางน้าที่เกิดขึ้นจากผู้ที่อาศัยอยู่ตามแหล่งต้นน้า น้าที่เกิดจากการเลี้ยงปศุสัตว์ และน้าที่เกิดจาก
การเกษตร ซึ่งผู้ใช้น้าที่อาศัยอยู่ปลายน้าจะได้รับน้าที่ไม่สะอาดเพื่อการบริโภคด้วย
- 3 -
ฉะนั้นวิธีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติหรือระบบนิเวศ เพื่อให้มีการบริการจาเป็นต้องใช้
กลไกทางเศรษฐศาสตร์ และนาไปใช้ในกระบวนการค่าแทนคุณระบบนิเวศ (Payments for Ecosystem
Services)
เป็นการสนับสนุนการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน หลักการใช้ค่าแทนคุณระบบนิเวศเป็นวิธีการที่ได้นามาใช้กันใน
หลายประเทศ ทั้งระดับท้องถิ่น ภูมิภาค หรือระดับชาติ โดยมีการกาหนดมูลค่าของระบบนิเวศ และมีการ
จัดสรรค่าตอบแทนให้แก่ชุมชน หรือผู้ใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากที่ดินที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และมีการดูแล
ทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนผู้ได้รับผลประโยชน์ที่อาศัยอยู่ภายนอกจะเป็นผู้จ่ายค่าแทนคุณระบบนิเวศที่ชุมชน
ช่วยสนับสนุนดูแล และรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งทั้งสองเปรียบเหมือนสะพานเชื่อมต่อกันจากการที่
ได้รับผลประโยชน์ทั้งสองกลุ่ม ซึ่งจะเรียกว่าผู้ขาย (Sellers) และผู้ซื้อ (Buyers) การบริการของระบบนิเวศ
การใช้น้าเป็นตัวอย่างโครงการที่เห็นได้ชัดจากการกระทาของชุมชน และประชาชนที่ใช้
ประโยชน์จากน้าในพื้นที่ ที่ให้บริการของระบบนิเวศสามารถที่จะนาไปใช้ในโครงการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติชนิดอื่นๆ ได้ด้วย ในการจัดการ/ความยืดหยุ่นของคุณค่า การประเมินประสิทธิภาพการ
ใช้ สามารถใช้ได้มากกว่าใช้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งโดยเฉพาะ
1.2 วัตถุประสงค์
ถึงแม้ว่าหลักการของค่าแทนคุณระบบนิเวศได้ถูกนามาใช้เป็นเวลานานแล้วก็ตาม เช่น มี
การนามาใช้ในประเทศโบลิเวีย บราซิล โคลัมเบีย หรือประเทศเวียดนาม และได้มีการนาไปใช้กันในบาง
พื้นที่ แต่การดาเนินงานก็ยังไม่ประสบผลสาเร็จเท่าที่ควร ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการดาเนินงานที่อาจยาวนาน
เพื่อที่จะให้เห็นผลที่แท้จริง อย่างไรก็ดีหลักการของค่าแทนคุณระบบนิวเศก็ได้มีการนาไปใช้ในหลายๆ ภาค
ส่วนของระบบนิเวศ เช่น น้าใต้ดิน น้าผิวดิน หรือป่าไม้ เป็นต้น อย่างไรก็ดีหลักการของค่าแทนคุณระบบ
นิเวศสามารถนาไปใช้ได้ดีในกระบวนดาเนินงานในหลายๆ ท้องที่ ที่มีนโยบาย กฎหมายและสถาบัน
รับผิดชอบที่แน่นอน
ขณะที่แนวโน้มการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมในหลายท้องที่ได้เจริญขึ้น
ทรัพยากรธรรมชาติก็ได้ถูกนามาใช้จนทาให้เกิดปัญหาในหลายๆ ด้าน เช่น เรื่องของน้า หลายๆ ประเทศได้
นาหลักการของค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้ มีการจัดตั้งหน่วยงาน หรือสถาบันขึ้นมารับผิดชอบ มีการ
วิเคราะห์และการกาหนดกฎหมาย หรือกฎระเบียบที่จะนามาใช้บังคับ หรือควบคุมการดาเนินงาน ได้มี
การศึกษาถึงเรื่อง ค่าแทนคุณระบบนิเวศในหลายๆพื้นที่มีการวิเคราะห์ และอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง
ตามเหตุผลในเรื่องของกฎระเบียบที่ใช้ในการปฏิบัติ และสถาบันหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบแตกต่างกัน
ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ค่าแทนคุณระบบนิเวศ เป็นแนวทางใหม่เกี่ยวกับการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่ที่เป็นโครงการนาร่องหลายๆแห่งประชาชนมีความเข้าใจกันด้วยดีตกลงกันได้
การดาเนินงานก็เป็นไปด้วยดี แต่ส่วนใหญ่เป็นการยากที่จะเป็นไปได้ ถ้าหากว่าไม่มีกรอบการทางานหรือไม่
มีกฎระเบียบ และหน่วยงานรับผิดชอบ การนาโครงการแทนคุณระบบนิเวศไปใช้ก็ทาให้เกิดเป็ น
- 4 -
กระบวนการที่มีประโยชน์ ดังที่หลายประเทศในทวีปอเมริกาใต้เช่น ประเทศบราซิล โบลิเวีย และโคลัมเบีย
นาไปใช้แล้วได้ผลดีมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตามค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES)ก็ยังเป็นการพูดหรือกล่าวถึงกันอย่างกว้างขวาง
น่าจะมีกลไกที่สามารถชักจูงให้ผู้ซื้อ (Buyers)และผู้ขาย (Sellers)หันมาดาเนินกิจกรรมร่วมกัน เพื่อสนับสนุน
การป้องกันการดูแลรักษาระบบนิเวศตามธรรมชาติ กลไกของค่าแทนคุณระบบนิเวศจะต้องพึ่งพากฎระเบียบ
และการปฏิบัติที่เป็นไปได้ ฉะนั้นกฎระเบียบและสถาบันผู้รับผิดชอบจะเป็นเป้ าหมายที่สาคัญของการ
ดาเนินงาน โดยจะต้องดาเนินการเป็นขั้นตอน กล่าวคือ
1.สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) โดยเฉพาะการบริการของระบบนิเวศ
2. มีกรอบนโยบาย กฎหมาย และสถาบันผู้รับผิดชอบ
3. ข้อตกลงในการบริหารจัดการ
เพื่อที่จะให้หลักการของค่าแทนคุณระบบนิเวศได้ถูกนามาใช้ให้ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ
จาเป็นต้องกาหนดวัตถุประสงค์หรือนาบทเรียนจากต่างประเทศที่ดาเนินการได้แล้วมาศึกษา วิเคราะห์ความ
เป็นไปได้ในแต่ละท้องที่ และผลประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการ หรือจากการประเมินตามหัวข้อดังนี้
1. กรอบกฎหมายและสถาบันที่รับผิดชอบดาเนินการในปัจจุบันและอนาคต
2. สิทธิภายใต้กฎหมายและแนวทางปฏิบัติ
3. รูปแบบของค่าแทนคุณระบบนิเวศ
4. ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
5. กระบวนการเจรจา
6. การติดตามและการบังคับใช้กฎหมาย
7. การวิเคราะห์ผล
8. การมีส่วนร่วมของประชาชน
- 5 -
บทที่ 2
ความเข้าใจในเรื่องค่าแทนคุณระบบนิเวศ
(Understanding Payments for Ecosystem Services)
2.1 ทรัพยากรธรรมชาติมีความสัมพันธ์กับการบริการของระบบนิเวศอย่างไร
ถึงแม้ว่าทุกๆ ระบบนิเวศบนพื้นโลกนี้จะเกี่ยวข้องกับมนุษย์และมีการจัดการพื้นที่ที่อานวย
ผลประโยชน์ให้แก่มนุษย์ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ เรื่อง น้า โดยกระบวนการของน้าที่มาจากน้าฝนที่ตก
ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่าตามเทือกเขา ภูเขา บริเวณต้นน้าลาธารไปยังลาห้วย ลาธาร จนถึงแม่น้าสายใหญ่ๆแล้ว
ไหลลงสู่ทะเล มีการใช้ประโยชน์จากน้าตามระยะทางดังกล่าว ตามหลักการแล้วผู้ที่ดูแลน้าทั้งปริมาณและ
คุณภาพจะเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ตามต้นน้าลาธาร เช่น บริเวณพื้นที่คุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติ หรือเขต
รักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือพื้นที่คุ้มครองอื่นๆที่มีส่วนรักษาพื้นที่ป่าไม้ มิให้เกิดการชะล้างพังทลายของดิน
ตลอดจนการช่วยชะลอการไหลของน้าที่รุนแรง
ขณะที่น้าไหลไปตามพื้นที่นั้น โดยเฉพาะปริมาณและคุณภาพของน้าจากแหล่งต้นน้าลาธาร
จะอานวยผลประโยชน์ในรูปแบบของสินค้าบริการให้แก้ผู้ใช้น้าที่อาศัยอยู่ปลายน้า รวมถึง เป็นประโยชน์ต่อ
ชนิดพันธุ์สัตว์น้า การอานวยน้าที่สะอาด ตลอดจนเป็นแหล่งที่ทาให้เกิดการหมุนเวียนของแร่ธาตุ ทาให้เกิด
ประโยชน์ทางด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม การศึกษาวิจัย การพักผ่อนหย่อนใจ ฉะนั้นการบริการของ
ระบบนิเวศต้นน้าจะกล่าวได้ว่า เป็นประโยชน์ของธรรมชาติที่เกี่ยวข้องในด้านสวัสดิการของระบบนิเวศที่มี
ต่อมนุษย์ชาติ
ตารางแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างน้ากับการบริการของระบบนิเวศ
ประเภทของการบริการ รายละเอียด ตัวอย่าง
การให้บริการ เน้นรายละเอียดเรื่องการได้รับน้า
โดยตรง ในเรื่องของอาหารและผลผลิต
-การอานวยน้าที่สะอาด
-ผลผลิตและผลิตผล ต้นไม้ผลไม้
-การปศุสัตว์
-การเพาะเลี้ยงสัตว์น้า
-เขื่อนพลังน้า
- 6 -
ประเภทของการบริการ รายละเอียด ตัวอย่าง
กฎเกณฑ์การให้บริการ เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์ที่ทาให้เกิดการ
ไหลของน้าและการเกิดขึ้นของภัย
คุกคาม
ชะลอการไหลของน้าดินดูดซับน้า
น้าใต้ดินการรักษาระดับการไหล
ของน้าการป้ องกันน้าท่วมการลด
ความรุนแรงของน้าลดการพังทะลาย
ของดินการป้ องกันดินและควบคุม
การพังทะลายของดินและการ
ตกตะกอนควบคุมคุณภาพของน้าผิว
ดินและ
น้าใต้ดิน
ก า ร ส นับ ส นุ น ก า ร
บริการ
อานวยน้าให้แก่ถิ่นที่อาศัย และ
องค์ประกอบของระบบนิเวศ
ความต้องการใช้น้าของผู้ที่อยู่อาศัย
ปลายน้า
ก า ร บ ริ ก า ร ท า ง
วัฒนธรรม
ความสัมพันธ์ระหว่างการพักผ่อน
หย่อนใจกับการดารงชีวิตของมนุษย์
-การท่องเที่ยวทางน้า
-ภูมิทัศน์
-การบริการทางมรดกและการเกิด
วัฒนธรรม
การจัดการที่ดินที่เป็นระบบนิเวศแหล่งต้นน้าลาธาร จะมีผลกระทบกับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่
ปลายน้า การบริการของระบบนิเวศนี้มีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับราคาตลาด หรือกลไกการตลาด ความ
สมบูรณ์ของระบบนิเวศ มีความสาคัญที่จะอานวยผลประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้น้าบริเวณต้นน้าและผู้ใช้น้าบริเวณ
ปลายน้า
แนวทางที่จะทาให้ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณต้นน้ากับผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณปลายน้าเข้าใจถึงค่าแทน
คุณระบบนิเวศ ว่าเป็นกระบวนที่สามารถชักจูงให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่สูง โดยวิธีการสร้างความเข้าใจแก่
ผู้เกี่ยวข้องด้านการจัดการและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ให้มีประโยชน์ต่อประชาชนและระบบนิเวศที่อยู่ปลาย
น้าโดยวิธีการจ่ายเงินค่าบริการในการป้ องกัน ดูแล ลาน้าให้แก่ผู้ที่อยู่ต้นน้าดาเนินการ ซึ่งมีการกาหนดราคา
ขึ้นอยู่กับกลไกของตลาดและประสิทธิภาพของการจัดการหรืออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กลไกการตลาดที่มั่นคง
จะเป็นเครื่องมือที่จะทาให้ระบบนิเวศทั้งในพื้นที่ต้นน้าและปลายน้ามีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น และเป็น
ประโยชน์ต่อมนุษย์ที่อาศัยอยู่และเกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่นั้นๆ
2.2 ประเภทของค่าแทนคุณระบบนิเวศและหลักเกณฑ์
ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ค่าแทนคุณระบบนิเวศเป็นสิ่งที่แสดงถึงความต้องการในการกาหนด
รายละเอียดให้ถูกต้องและมีความชัดเจนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเงิน หรือกฎหมาย หรือกฎระเบียบที่เป็น
- 7 -
กลไกในการอนุรักษ์และสุขภาพของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับพื้นที่อนุรักษ์ จะขึ้นอยู่กับ
หลักเกณฑ์ว่าค่าแทนคุณระบบนิเวศ มีกลไกการทางานตามกรอบกฎหมาย หรือมีกฎระเบียบ หรือข้อบังคับ
ต้องเข้าใจให้ได้ว่าค่าแทนคุณระบบนิเวศ เป็นมาตรการเรื่องค่าใช้จ่ายเพื่อดูรักษาการบริการ
ของระบบนิเวศ ซึ่งคุณค่าดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อผู้รับบริการหรือไม่ หรือสถาบันรับผิดชอบ และผู้
ให้บริการจะต้องจัดการระบบนิเวศให้มีความปลอดภัย และให้ระบบนิเวศสามารถอานวยผลประโยชน์ใน
การบริการต่อไป
ประเภทของโครงการ หรือแผนงานค่าแทนคุณระบบนิเวศจะมีหลายองค์กร หรือมี
ผู้รับผิดชอบดาเนินการหลายๆภาคส่วน เช่น ภาคเอกชน หรือความร่วมมือจากภาคธุรกิจ หรือภาครัฐ ซึ่งมี
วิธีการดาเนินการที่แตกต่างกัน
การดาเนินงานโดยภาคเอกชน เป็นการดาเนินงานที่เกี่ยวข้องกับบทบาท หน้าที่ และ
หลักเกณฑ์ ในเรื่อง:
1. การจ่ายเงินเพื่อหวังผลให้ผู้ได้รับค่าใช้จ่าย เป็นผู้บริการด้านการป้ องกัน หรือปรับปรุง
แหล่งต้นน้า
2. การร่วมกันพิจารณาค่าใช้จ่ายเฉพาะในกลุ่มของภาคเอกชนและผู้เกี่ยวข้องที่มีข้อตกลง
ร่วมกัน
3. การซื้อขายที่ดินและส่งคืนให้หน่วยงานภาครัฐ เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์และบริการ
น้าในพื้นที่ดาเนินการของโครงการ
4. การจัดซื้อที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครอง และพัฒนาให้เป็นแหล่งบริการของ
ระบบนิเวศ
การดาเนินงานที่เป็นการร่วมกันที่เป็นการจัดการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
1. การจัดการที่ดินที่มีพื้นที่ที่กว้างขวางพอ เพื่อการเก็บกักน้าเสียหรือมลพิษทางน้า
2. การอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ร่วมกันในการกาจัดของเสียและใช้ประโยชน์ร่วมกัน
3. อนุญาตให้ทาการได้ โดยมีใบอนุญาตและข้อตกลงระหว่างผู้ที่ต้องการกับผู้ที่ไม่ต้องการ
การดาเนินงานโดยภาครัฐ รัฐจะเป็นผู้ดูแลและดาเนินการตามแผนค่าแทนคุณระบบ
นิเวศ โดยมีหน่วยงานหรือสถาบันที่เกี่ยวข้องดาเนินการ มีกรอบกฎหมาย หรือกฎระเบียบข้อบังคับ การเก็บ
ค่าธรรมเนียม ค่าซื้อที่ดิน หรือการจัดซื้อที่ดิน การบริหารงบประมาณ หรือการจัดการกองทุนเพื่อดูแลรักษา
ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นไปตามกระบวนการ แผนปฏิบัติตามโครงการจะเป็นไปตามกระบวนการทางาน
ในพื้นที่ที่ได้กาหนดไว้
ในการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศของภาครัฐ จะต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบที่ขึ้นกับ
สภาพแวดล้อมและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่มีความร่วมมือซึ่งกันและกัน เช่น ผู้ต้องการใช้
- 8 -
ประโยชน์จากน้าในท้องถิ่น ทั้งผู้ที่อยู่ต้นน้าและปลายน้าที่มีการบริการเรื่องน้า มีระบบการป้ องกันและมี
ค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากเกินกว่าผลกระทบที่เกิดขึ้น
หลักเกณฑ์การพิจารณาค่าแทนคุณระบบนิเวศ ประกอบด้วย
1. การซื้อขายจะมีข้อตกลงร่วมกันและมีกฎกติกา
2. การบริการของระบบนิเวศหรือการใช้ประโยชน์ที่ดินจะเป็นการให้บริการด้านคุณภาพ
3. จะต้องมีผู้ซื้อหรือผู้ใช้บริการ
4. จะต้องมีผู้ขายหรือผู้จัดหาให้บริการ
5. ค่าแทนคุณระบบนิเวศจะกาหนดให้เป็นลักษณะใด การอานวยผลประโยชน์มีมากน้อย
แค่ไหน ขึ้นอยู่กับการบริการของระบบนิเวศที่กาหนดโดยผู้ขายหรือผู้จัดหาให้บริการ
2.3 แนวทางดาเนินงานด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศกับการบริการของแหล่งน้า
การดาเนินการเกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศด้านการบริการของแหล่งน้า มีความแตกต่าง
กันขึ้นอยู่กับพื้นที่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้ผู้ดาเนินการและวิธีการจ่ายเงิน
2.3.1 การแบ่งระดับ (Scale) การบริการของระบบนิเวศส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในระดับท้องถิ่น
โดยเฉพาะในชุมชน ถ้าเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ก็อาจจะเป็นระดับชาติหรือระดับนานาชาติ หากว่าดาเนินการใน
ระดับชาติ ค่าแทนคุณระบบนิเวศก็จะเป็นนโยบายหลักหรือองค์ประกอบของนโยบายรัฐในการอนุรักษ์
สิ่งแวดล้อม หากว่าเป็นระดับนานาชาติก็จะเป็นการดาเนินการของแหล่งผู้สนับสนุนโครงการที่จะนาเอา
วิธีการแทนคุณระบบนิเวศมาใช้ในพื้นที่และขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ศึกษาได้หรือนาบทเรียนด้านน้ากับการบริการ
ระบบนิเวศว่าสัมพันธ์กับพื้นที่ต้นน้าและระบบนิเวศดั้งเดิมในพื้นที่ การใช้โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
ในระดับท้องถิ่นจึงมีความสาคัญและประสบความสาเร็จมากกว่าระดับชาติ
2.3.2 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) เพื่อที่จะกาหนดให้มีข้อตกลงในเรื่องการบริการ
ของระบบนิเวศต้นน้า สิทธิของกลุ่มชนท้องถิ่นหรือสมาชิกกลุ่มที่จะมีส่วนเกี่ยวกับการวางแผน การเจรจา
และมีกระบวนการปฏิบัติ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะประกอบด้วย
 ผู้มอบให้ (Donors) ส่วนใหญ่จะเป็นการมอบเงินทุนตามกระบวนการของค่าแทน
คุณระบบนิเวศ ปกติการป้ องกันและดูแลพื้นที่คุ้มครอง รัฐบาลจะเป็นผู้ดาเนินการจัดสรรงบประมาณให้
พื้นที่คุ้มครองโดยตรง องค์กรภาคเอกชน อาสาสมัครมีส่วนช่วยสนับสนุนให้มีการระดมทุนในการ
ดาเนินการค่าแทนคุณระบบนิเวศ บุคคลทั่วไปที่ครอบครองที่ดิน หรือการอยู่อาศัยหรือทาการเกษตรมีหน้าที่
จ่ายเงินค่าภาษีให้แก่รัฐอยู่แล้ว แต่สามารถให้มีการจัดตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อดาเนินการบริการของระบบนิเวศ
ได้
 ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ (Beneficiaries) ไม่ว่าจะเป็นการดาเนินงานโดยรัฐบาลหรือ
เอกชน ที่เป็นผู้บริหารหรือ ผู้ได้รับผลประโยชน์จะแยกกันได้หรือไม่ทับซ้อนกัน
- 9 -
 ผู้ให้บริการ (Supplies) ส่วนใหญ่แล้วผู้เกี่ยวข้องจะเป็นเจ้าของที่ดิน หรือการเป็นที่
รวมกันเป็นเจ้าของ อาจจะเป็นแปลงนาที่ทาเป็นแปลงนารวม หรือพื้นที่สงวนของกลุ่มหรือเป็นกลุ่มที่มีการ
จดทะเบียน กาหนดให้มีข้อตกลงเรื่องการอนุรักษ์ระบบนิเวศเพื่อที่จะให้มีการบริการด้านแหล่งน้า ที่
ดาเนินการโดยภาครัฐ หรือองค์กรภาคเอกชนที่เป็ นเจ้าของที่ดินและมีการบริ หารจัดการพื้นที่
สาธารณประโยชน์ และที่อยู่อาศัยของชุมชน หรือพื้นที่ที่กาหนดให้เป็นพื้นที่คุ้มครองและสิทธิในการใช้พื้น
ที่ดินดังกล่าว
 คนกลาง (Intermediaries) ส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ขององค์กรภาครัฐหรือองค์กร
ภาคเอกชนหรือองค์กรนานาชาติ ที่เข้ามาดาเนินการในเรื่องค่าแทนคุณระบบนิเวศจะเป็นผู้ทาการเชื่อมโยง
ระหว่างผู้ให้กับผู้ที่ดูแลรักษาพื้นที่ ได้เข้ามาช่วยพัฒนา การบริหารหรือปฏิบัติการด้านกระบวนการค่าแทน
คุณระบบนิเวศ บทบาทต่างๆอาจประกอบด้วย การให้คาแนะนาทางด้านวิชาการหรือการพัฒนาโครงการ
โดยเฉพาะการให้บริการแก่พื้นที่ปลายน้า กาหนดรูปแบบหรือกลไกค่าใช้จ่าย ศึกษาความเป็นไปได้ใน
แผนการจัดการและการติดตามผล การเจรจาระหว่างผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย การจัดการที่ดิน การเก็บข้อมูล
ด้านอุทกวิทยา สัญญาระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การจัดตั้งกองทุน การบริหารกองทุน และเป็นคนกลาง
ดาเนินการระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายด้านการบริการของระบบนิเวศ
2.3.3 การวัดผลประโยชน์ที่ได้รับ (Measuring Benefits) นับว่าเป็นการยากที่จะวัดถึง
ผลประโยชน์จากโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ เกี่ยวกับคุณภาพและปริมาณของน้า การไหลของน้าตาม
ระยะเวลาทุกๆเดือน หรือทุกๆปี นับตั้งแต่การจัดการที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในเรื่องการบริการของน้า เป็น
การง่ายที่จะวัดจากงบประมาณที่ได้ลงทุนดาเนินการ หากมีแผนการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน
กระบวนการของค่าแทนคุณระบบนิเวศก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย โดยเฉพาะจะมีผลกระทบกับคุณภาพ
ปริมาณและการไหลของน้า จึงจาเป็นต้องมีการปรับปรุงวิธีการปฏิบัติด้านการจัดการที่ดิน การปลูกฟื้นฟูป่า
ไม้การอนุรักษ์และการป้องกันระบบนิเวศที่ยังคงมีอยู่ และการปรับปรุงระบบนิเวศที่เสื่อมโทรมให้ดีขึ้น
2.3.4 การขับเคลื่อนกระบวนการ (Drivers) การขับเคลื่อนกระบวนการค่าแทนคุณระบบ
นิเวศ นับตั้งแต่การจัดการที่ดินบริเวณต้นน้า การแก้ไขปัญหาความต้องการใช้บริการและการให้บริการ ซึ่ง
จะประกอบด้วยกระบวนการ 3 ส่วนคือ
 ปัญหาความต้องการ(Demand-led) เป็นปัญหาของผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ปลายน้า
การขับเคลื่อนโครงการจะต้องทาให้ผู้ใช้น้าบริเวณพื้นที่ปลายน้ามีความพึงพอใจในการที่จะต้องจ่ายค่าบริการ
ให้แก่ เจ้าของที่ดินบริเวณต้นน้าที่มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงการจัดการที่ดินพร้อมกับการใช้จ่ายค่าชดเชย
 ปัญหาการให้บริการ(Supply-led) เป็นการแก้ไขปัญหาในกรณีที่มีภัยคุกคามเกิดขึ้น
ในพื้นที่ต้นน้าหรือในพื้นที่คุ้มครอง การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณต้นน้าอย่างไม่ถูกต้อง
หรือไม่มั่นคง ค่าบริการด้านค่าใช้จ่ายจากผู้ที่อาศัยในพื้นที่ปลายน้าจะมีการดาเนินการจัดตั้งกองทุนเพื่อแก้ไข
ปัญหาพื้นที่ต้นน้าการใช้กองทุนก็เพื่อที่จะให้ผู้ใช้และผู้ดาเนินการจัดการทัพยากรทั้งในระดับต้นน้าและปลาย
น้าช่วยกันแก้ไขระบบนิเวศบริเวณพื้นที่ต้นน้า
- 10 -
 การแก้ไขปัญหา (Solution - led) การขับเคลื่อนกระบวนการจะต้องมีบุคคลที่มาจาก
ภายนอกหน่วยงานหรือจากหน่วยงานอื่น ที่มีความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหา หลักการและความเป็นไปได้
ของการดาเนินงานด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศ
2.3.5 กระบวนการจ่าย(Payments)วิธีการจ่ายค่าแทนคุณระบบนิเวศ อาจจะมีการจ่ายเป็นเงิน
สด เงินสมทบหรือวิธีการอื่นใด สิทธิความเป็นเจ้าของที่ร่วมกันมีผลประโยชน์ในการอนุรักษ์แหล่งต้นน้าลา
ธาร ที่มีหน่วยงานตั้งอยู่ที่ส่วนกลางหรือสานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ การเปลี่ยนแปลงค่าใช้จ่ายจากผู้ใช้น้าจาก
แหล่งปลายน้าไปยังผู้ดูแลรักษาพื้นที่บริเวณต้นน้าควรจะได้มีการพิจารณาร่วมกัน วิธีการจ่ายเงินจากเจ้าของ
ที่ดินจะต้องมีการเจรจา พูดคุยตลอดจนการทาสัญญาต่อกันโดยมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
ฉะนั้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบภาคส่วนใด ทั้งผู้ซื้อผู้ขาย ผู้ขับเคลื่อน
กระบวนการ จะต้องมีการเจรจาซึ่งกันและกัน เพื่อที่จะให้โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศดาเนินการต่อไปได้
ด้วยดี และมีประสิทธิภาพ
- 11 -
บทที่ 3
กรอบกฎหมาย (Legal Frameworks)
กรอบกฎหมายที่นามาใช้ในกระบวนการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศให้มี
ประสิทธิภาพนั้น ได้มีการพัฒนาและดาเนินการปฏิบัติในหลายๆพื้นที่ของหลายๆประเทศ
ฉะนั้น รัฐบาลของประเทศต่างๆ หรือผู้ดาเนินการพัฒนาค่าแทนคุณระบบนิเวศจะต้องนา
นโยบายของรัฐมาใช้ในการตัดสินใจ การให้ความสาคัญทางด้านกฎหมายและการปรับปรุงกรอบกฎหมาย
เพื่อที่จะนามาใช้ในโครงการดาเนินการค่าแทนคุณระบบนิเวศ จึงมีความจาเป็นที่จะต้องทาความเข้าใจถึง
ขอบเขตและองค์ประกอบของกฎหมายที่เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
3.1 ความสาคัญของกรอบกฎหมายสาหรับค่าแทนคุณระบบนิเวศ
ความสาคัญของการกาหนดกรอบกฎหมายที่ใช้ในการดาเนินการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
เพื่อให้มีความสาเร็จในการพัฒนาและดาเนินการตามรายละเอียดของแผน การใช้บังคับกับกลุ่มคนที่
เกี่ยวข้องกับโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ จะต้องกาหนดวัตถุประสงค์ เป้ าหมายให้ชัดเจน กรอบกฎหมาย
ค่าแทนคุณระบบนิเวศที่กาหนดขึ้นมาจะนาไปใช้บังคับกับ 3 หน่วยงาน คือ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ และ
ภาครัฐ
3.1.1 การดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศโดยภาคเอกชน (Private Payments for
Ecosystem Services)
โครงการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศโดยภาคเอกชน ที่ผู้ซื้อ (Buyers) และผู้ขาย
(Sellers) การบริการของระบบนิเวศที่เป็นส่วนของภาคเอกชน เช่น บริษัทจากัด กลุ่มคน หรือบุคคลที่จะ
ดาเนินงาน ภาครัฐจะมีส่วนเกี่ยวข้องน้อยมาก ถ้าภาครัฐเข้ามาเกี่ยวข้องก็จะเป็นสถาบันหรือหน่วยงานที่
รับผิดชอบ จะเป็นบุคคลหรือหน่วยงานกลางในโครงการดังกล่าวก็ได้ ตัวอย่าง เช่น โครงการค่าแทนคุณ
ระบบนิเวศ ประเทศบราซิล The Brazillian Project Oasis เป็นการเซ็นสัญญากระทาร่วมกันระหว่างเจ้าของ
ที่ดินเอกชนกับมูลนิธิ The O. Boticario
นับตั้งแต่ได้เกิดโครงการการบริการของระบบนิเวศที่ประกอบด้วย ความต้องการ และผู้
ให้บริการ ภาคเอกชนจะไม่มีการใช้กฎหมาย หรือกฎระเบียบเข้ามาเกี่ยวข้องมากนัก เพียงแต่ทาสัญญาภายใต้
กฎหมายที่กาหนดให้มีได้ถ้าหากว่าบุคลากรภาคเอกชนต้องการดาเนินการบริการของระบบนิเวศ จะต้องจัด
จ้างบุคลากรจากภายนอกมาช่วยงานในด้านการบริหารทางวิชาการ การทาสัญญาค่าแทนคุณระบบนิเวศและ
สามารถที่จะปรับปรุงภายใต้การสนับสนุนของภาครัฐก็ได้
กลุ่มบุคคลที่เป็นภาคเอกชนดาเนินการได้โดยตกลงกันว่า จะดาเนินการจัดการที่ดินเฉพาะ
พื้นที่ ที่เป็นแหล่งต้นน้าลาธารเพื่อให้มีการบริการของระบบนิเวศ ช่วงเวลาที่ดาเนินการและจะมีการจ่ายค่า
- 12 -
ทดแทน จาต้องมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ฉะนั้นการดาเนินงานค่าตอบแทนคุณระบบนิเวศโดยภาคเอกชนจึง
ต้องอาศัยกฎหมาย หรือกฎระเบียบเป็นกรอบในการทางาน
การทางานของภาคเอกชน จึงมีขั้นตอนการดาเนินงานดังนี้
1. กรอบกฎหมายจะเป็นกฎหมายขั้นพื้นฐาน มีกฎระเบียบ ข้อบังคับ และหลักเกณฑ์ต่างๆ
ในระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ ในการที่จะมีข้อตกลงร่วมกันทางาน
2.หากว่าไม่มีกรอบกฎหมาย/กฎข้อบังคับ/กฎระเบียบให้ใช้การทาสัญญาค่าแทนคุณระบบนิเวศแทน
3. กฎระเบียบระดับท้องถิ่น หากว่ามีการเจรจาตกลงกันได้ จะกาหนดให้มีการทาสัญญา
ตามสิทธิและสามารถใช้บังคับได้
4. ภาคีสมาชิกทุกคนต้องเคารพกฎข้อบังคับ/กฎระเบียบ ภายใต้กรอบของกฎหมาย
ต้องจดจาไว้ว่า โครงการที่ดาเนินการโดยภาคเอกชน มีวัตถุประสงค์การดาเนินงานเฉพาะ
ในการแก้ไขปัญหา เช่น เรื่องน้าในระดับท้องถิ่น ถึงแม้ว่าจะอยู่ในวงจากัดและง่ายต่อการดาเนินงาน
กระบวนการบริการสามารถจะวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมบริเวณพื้นที่ต้นน้ากับกิจกรรม
บริเวณพื้นที่ปลายน้า ตลอดจนความเสี่ยงที่อยู่ในวงจากัด
อย่างไรก็ตาม แผนโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ คงอยู่ได้โดยผ่านกระบวนการกลไกของ
ตลาด จะให้เป็นโครงการระดับภูมิภาค หรือระดับชาติก็ขึ้นอยู่กับภาคเอกชนเอง ข้อดีของการพัฒนา
กระบวนการโดยภาคเอกชนจะเป็นการลงทุนในระดับชุมชน เป็นบทเรียนในเรื่องการอานวยน้าทั้งในด้าน
ปริมาณและคุณภาพในระดับชุมชนให้ได้ผลก่อนที่ดาเนินการในระดับชาติ ฉะนั้นสิ่งสาคัญที่สุด คือ
นโยบายการมีส่วนร่วมของการบดาเนินการค่าแทนคุณของระบบนิเวศระดับท้องถิ่น
หลักการที่สาคัญ คือ โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศภาคเอกชน ไม่จาเป็นต้องอาศัยกรอบ
กฎหมายมากนัก แต่ควรจะเป็นสัญญาภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีข้อกาหนดสาหรับปัญหาเรื่องน้าในระดับ
ชุมชน จะอยู่ภายใต้ผลผลิตที่ต้องการและให้อยู่ในกรอบนโยบายและกฎหมายเฉพาะ
3.1.2 การดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศโดยภาคธุรกิจ (Payments for Ecosystem
Services: Trading Schemes)
หมายถึง การกาหนดกระบวนการที่เป็นภาคธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย (จานวนที่อนุญาต)
หรือ/และจานวนที่จะนามาบริการได้ตัวอย่าง เช่น แผนของแต่ละหน่วยงานที่ดาเนินการรักษาแหล่งน้า หรือ
ป้องกันพื้นที่ให้เป็นแหล่งต้นน้าลาธาร ถึงแม้ว่าค่าแทนคุณระบบนิเวศจะมีความเข้มแข็งในการอนุรักษ์พื้นที่
ต้นน้า เมื่อมีการวิเคราะห์โครงการ พบว่าไม่มีความก้าวหน้ามากนัก เพื่อสร้างความเข้าใจในกระบวนการนี้
จาเป็นต้อง
1. วิเคราะห์กิจกรรมให้ชัดเจน กระบวนการจะต้องมีการพิจารณาผลกระทบด้านการบริการ
ของระบบนิเวศจะเป็นเหตุผลที่ดี
- 13 -
2. พัฒนาแผนการดาเนินงานให้เป็นมาตรฐานโดยเฉพาะการต่อรอง หรือการแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็น ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ ขนาด และข้อมูลการวางแผน
3. มีหน่วยงานรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับการสงวนและควบคุมการบริการของระบบนิเวศ
4. กาหนดกรอบการทางาน กระบวนการในการดาเนินงาน การจัดการ และเกี่ยวข้องกับ
ธนาคาร สาหรับการป้องกันผลที่ได้จากการบริการของระบบนิเวศในรูปแบบของธุรกิจ
5. เพื่อเป็นหลักประกันและความเป็นไปได้ของระบบควรเป็นกรอบการดาเนินงานในระยะ
ยาว จะทาให้เกิดประสบผลสาเร็จที่สามารถวัดผลได้ชัดเจน
ลักษณะของการดาเนินงานจะต้องพัฒนาให้เป็นระดับภูมิภาค หรือระดับนานาชาติ อนุญาต
ให้ผู้มีส่วนร่วมดาเนินงานการบริการของระบบนิเวศ จานวนของผู้ซื้อและผู้ขาย การบริการของระบบนิเวศมี
ข้อจากัด ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ก็สามารถจะพัฒนาขึ้นมาใหม่ได้ โดยการดึงเอากรอบกฎหมายมาใช้ใน
กระบวนการของค่าแทนคุณระบบนิเวศ
หลักการที่สาคัญ คือ แผนการทางานด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศจะต้องมีกรอบกฎหมาย
ลักษณะการดาเนินงานค่อนข้างสลับซับซ้อนและควรจะให้ดาเนินการอยู่ในระดับภูมิภาค หรือระดับชาติ
3.1.3 การดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศโดยภาครัฐ (Public Payments for Ecosystem
Services)
การดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศที่ดาเนินการโดยภาครัฐนับว่ามีความสาคัญ และ
น่าเชื่อถือสูง เพราะเป็นแนวทางของรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่น ภูมิภาค หรือระดับชาติ ภาคีสมาชิกจะ
ทาสัญญาภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาจจะเป็นองค์การบริหารส่วนตาบล หรือเทศบาล หรือองค์กรท้องถิ่น
หรือองค์กรระดับชาติ ที่มีส่วนร่วมในการซื้อ-ขายการบริการของระบบนิเวศ ส่วนใหญ่แล้วจะเกี่ยวกับการใช้
ประโยชน์และการจัดการที่ดิน
ในปัจจุบันการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศโดยภาครัฐมีแผนงานที่เห็นได้ชัด คือ ไม่ว่า
จะเป็นองค์กรท้องถิ่น เทศบาล หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องการบริการน้าให้แก่
ประชาชน ภาคีที่ร่วมดาเนินการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะต้องดาเนินการอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย หรือ
ระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่ใช้เป็นแนวทางในการดาเนินงาน
จึงกล่าวได้ว่า กรอบกฎหมาย หรือกฎระเบียบข้อบังคับ มีความจาเป็นสาหรับการ
ดาเนินงานพัฒนาค่าแทนคุณระบบนิเวศ โดยมีข้อดีสามารถสรุปได้ ดังนี้
1. ถ้ากลไกการตลาดไม่คงที่ จะมีผลกระทบกับการบริการของระบบนิเวศได้ สามารถที่จะ
นาเอากฎระเบียบ หรือกรอบกฎหมายมาใช้บังคับในโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศได้
การดาเนินงานพัฒนาตามนโยบาย ภายใต้กฎหมายและกลไกของตลาดเหมือนกับภาคธุรกิจ
การดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศที่อยู่ในระดับท้องถิ่นจะมีความสาคัญต่อชุมชน โดยการทาให้ชุมชน
ยอมรับในกระบวนการของค่าแทนคุณระบบนิเวศ กรณีตัวอย่างในประเทศโบลิเวีย ได้มีการกาหนด
- 14 -
โครงการจัดการค่าแทนคุณระบบนิเวศและมีการพัฒนาร่วมกันระหว่างประชาชนในท้องถิ่นและประสบ
ผลสาเร็จตามเป้าหมาย จะมีสถาบันหรือหน่วยงานหลายๆ แห่งเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งสถาบันหรือหน่วยงานใน
พื้นที่มีนโยบายและแผนพัฒนาของตนที่ชัดเจน
กรอบกฎหมายเป็นแนวทางหนึ่งที่จะนามาใช้ในเรื่องของการบริหารงบประมาณ เช่น
กองทุน การเก็บภาษี การเก็บค่าธรรมเนียม ค่าดูแลรักษา หรือค่าบริการการท่องเที่ยวในพื้นที่คุ้มครอง ทั้งนี้
เพื่อให้การปฏิบัติงานด้านการบริหารงบประมาณค่าแทนคุณระบบนิเวศให้มีประสิทธิภาพ ตัวอย่าง เช่น
รัฐบาลของประเทศโคลัมเบีย กาหนดกรอบกฎหมายในเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียม หรือภาษีการใช้น้า โดยมี
หน่วยงานด้านการพัฒนาแหล่งน้า การชลประทาน การประปา และหน่วยงานด้านพลังงานไฟฟ้าเข้าร่วมด้วย
และประสบผลสาเร็จในการดาเนินงานเป็นอย่างดี ความก้าวหน้าของโครงการจึงขึ้นอยู่กับกรอบกฎหมายที่
ใช้เป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์พื้นที่ที่ต้องการอนุรักษ์ระบบนิเวศที่ให้อยู่ในระดับชาติ
2. กรอบกฎหมายจะต้องมีความชัดเจนในการใช้บังคับ เพื่อให้โครงการค่าแทนคุณระบบ
นิเวศสามารถดาเนินการได้จริงจัง
โดยปกติแล้วองค์กรภาครัฐ มีอานาจในการดาเนินงานกิจกรรมค่าแทนคุณระบบนิเวศ เช่น
การลงนามในสัญญา กรอบกฎหมายจะต้องมอบอานาจให้ดาเนินการในเรื่องที่เกี่ยวกับการทาข้อตกลง
องค์กรภาครัฐผู้ดาเนินการตามกระบวนการของผู้ซื้อหรือผู้ขายการบริการของระบบนิเวศ การบริหารกองทุน
หรือการบริการที่ประกอบไปด้วยพื้นที่ดิน หรือทรัพยากรธรรมชาติประเภทต่างๆ
ในกรณีที่กรอบกฎหมายอยู่ในระหว่างดาเนินการหรือดาเนินการร่างเกี่ยวกับค่าแทนคุณ
ระบบนิเวศอยู่ อาจจะต้องให้มีข้อตกลงร่วมกันของภาคีสมาชิก กรอบกฎหมายฉบับใดที่สนับสนุนการ
ดาเนินงานของกระบวนการค่าแทนคุณระบบนิเวศ กรอบกฎหมายเป็นเครื่องมือที่ทาให้เกิดการยอมรับใน
กิจกรรมหรือสนับสนุนในกระบวนการค่าแทนคุณระบบนิเวศที่เป็นเครื่องมือในการจัดการสิ่งแวดล้อมหรือ
ทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากจะมีกรอบกฎหมายแล้ว การประเมินคุณค่าทางเศรษฐศาสตร์ของพื้นที่คุ้มครอง
ก็จะต้องนามาเกี่ยวข้องด้วย เพื่อการพัฒนากระบวนการค่าแทนคุณระบบนิเวศสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
หลักการที่สาคัญ คือ การนาเอากรอบกฎหมายมาใช้กับการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบ
นิเวศก็เพื่อต้องการให้โครงการมีความมั่นคงมีประสิทธิภาพและยั่งยืนตลอดไป
- 15 -
ตารางที่กาหนดเป็นการเปรียบเทียบความต้องการกรอบกฎหมายที่จะนามาใช้ดาเนินงานด้านค่าแทน
คุณระบบนิเวศ
ประเภทของ PES ความต้องการกรอบกฎหมาย ความสาคัญของกรอบกฎหมาย
1. ภาคเอกชน ระดับปานกลาง-ต่า สนับสนุนการทางานที่มีรูปแบบไม่แน่นอน จาก
ท้องถิ่นจนถึงระดับภูมิภาค หรือระดับชาติ
2. ภาคธุรกิจ ระดับสูง กาหนดให้มีค่าใช้จ่ายที่ถูกต้อง มีกฎเกณฑ์ด้าน
ค่าใช้จ่ายเป็นระบบภายใต้การควบคุมของตลาดธุรกิจ
3. ภาครัฐ ระดับสูง -สนับสนุนให้มีการพัฒนา
-มีกฎหมายที่ใช้บังคับอย่างถูกต้อง
-สามารถปฏิบัติได้จริง
3.2 องค์ประกอบของกรอบกฎหมาย
แนวทางปฏิบัติที่เป็นไปได้ในหลายๆ ประเทศที่มีความสนใจในการดาเนินงานค่าแทนคุณ
ระบบนิเวศ ได้มีการกาหนดกรอบกฎหมายในการดาเนินการกิจกรรมที่มีความแตกต่างกัน
3.2.1 ระเบียบข้อบังคับหรือบทบัญญัติ (Constitution)
การที่จะทาให้การดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพจะต้องมี
ผู้รับผิดชอบโดยตรง อย่างไรก็ดีเพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องนี้ จะต้องมีการจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงาน
รับผิดชอบ กาหนดบทบาทหน้าที่และโครงสร้างที่ถูกต้องของรัฐบาล ให้มีอัตรากาลังและวิธีการปฏิบัติที่
ถูกต้อง กาหนดวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งหน่วยงานหรือสถาบันหลักของรัฐ โดยเฉพาะการสร้าง
กระบวนการทางานในระดับชาติจะมีผลดีกว่าการกาหนดเป็นนโยบายของภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว แม้ว่าจะ
มีการกระทาให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ แต่อาจจะมีผลกระทบจากนโยบายการเมือง
การดาเนินงานด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศที่มีประสิทธิภาพ จะต้องมีกรอบกฎหมายให้
ปฏิบัติและมีหน่วยงานรับผิดชอบที่ชัดเจน ตัวอย่าง เช่น ประเทศโคลัมเบีย ได้กาหนดให้มีหน่วยงานหรือ
สถาบันรับผิดชอบ เรื่อง ค่าแทนคุณระบบนิเวศ มีบทบาทหน้าที่ในการรับผิดชอบด้านการป้ องกัน
สิ่งแวดล้อม และรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ การดาเนินงานด้านการมีส่วนร่วม
ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน การอนุรักษ์อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของ
ประเทศ รูปแบบของการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศก็มีการกระทาได้ผลเป็ นอย่างดีและมี
ประสิทธิภาพ
หากว่ารัฐบาลของประเทศใดต้องการที่จะนาวิธีการค่าแทนคุณระบบนิเวศไปใช้ปฏิบัติงาน
ในพื้นที่ให้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ จะต้องปฏิบัติตามกรอบกฎหมายที่กาหนดให้มีการจัดตั้งสถาบันหรือ
หน่วยงานรับผิดชอบ สิทธิในการเป็นเจ้าของที่ดินและการใช้ประโยชน์ ดังตัวอย่างจากประเทศเอกวาดอร์
- 16 -
รัฐบาลได้จัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานรับผิดชอบเกี่ยวกับสิทธิในการเป็นเจ้าของธรรมชาติ เรียกว่า สิทธิใน
ระบบนิเวศ (Ecosystem Rights) ทรัพยากรธรรมชาติจะต้องมีสิทธิในการคงอยู่ มีการบารุงรักษาและใช้
ประโยชน์อย่างยั่งยืนตามวัฏจักรของ โครงสร้าง องค์ประกอบและกระบวนการในทางวิวัฒนาการ
ประชาชนของประเทศมีสิทธิที่จะใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ขณะเดียวกันผลประโยชน์ที่ได้รับมี
การอานวยความสะดวกในการใช้ แต่ก็ยังมีการทาลายการบริการของระบบนิเวศเกิดขึ้น แม้ว่าการดาเนินงาน
จะอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและระเบียบของรัฐ แต่การปฏิบัติตามโครงสร้างด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศ
ภายใต้กฎหมายให้อานาจไว้ แต่การทางานด้านนี้ก็ยังไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร การพัฒนางานค่าแทนคุณระบบ
นิเวศก็ยังสับสนและปฏิบัติไม่ได้
สถาบัน หรือหน่วยงานรับผิดชอบในหลายๆ ประเทศที่มีกฎหมายรองรับการปฏิบัติงาน
ด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศ หากว่ามีความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างกฎหมายกับหน่วยงานหรือสถาบัน ก็
สามารถฟ้ องร้องให้ศาลพิจารณาสั่งการได้ ฉะนั้นสถาบันหรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นอาจจะไม่มีผลกระทบ
โดยตรง หรือมีข้อห้าม โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศที่เกิดขึ้นโดยกฎหมายก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้
รัฐบาลของประเทศโบลิเวีย ได้มีการพัฒนางานค่าแทนคุณระบบนิเวศมาก่อนที่จะ
ดาเนินการจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานรับผิดชอบ ถือว่าทรัพยากรธรรมชาติเป็นสินค้าทางเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ เรียกว่าองค์ประกอบทางเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่ดิน
(Socio-economic Function Requirement of The Land) ที่มีการใช้ประโยชน์จากชุมชนและมีการสนับสนุน
การทางานหรืออนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ เป็นต้น
หลักการที่สาคัญ คือ ขณะที่ยังไม่มีการจัดตั้งสถาบัน หรือหน่วยงานรับผิดชอบงานด้านค่า
แทนคุณระบบนิเวศ รัฐบาลจะต้องมีการกาหนดโครงการและพัฒนารูปแบบการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบ
นิเวศให้มีความชัดเจน เมื่อมีการจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานรับผิดชอบแล้ว ก็จะดาเนินการให้เป็นที่ยอมรับ
ว่าการบริการของระบบนิเวศเป็นเรื่องที่สาคัญ
3.2.2 การกาหนดกฎหมายเกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศเฉพาะ (Specific PES Law)
รัฐบาลของประเทศที่มีการนาเอาหลักการค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้ควรจะได้มีการ
พิจารณาใน เรื่องของกฎหมายเกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ วัตถุประสงค์ของการกาหนดกฎหมายจะต้อง
ยอมรับว่าค่าแทนคุณระบบนิเวศเป็นนโยบายที่สาคัญเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ และการปฏิบัติด้านการ
บริการของระบบนิเวศ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีกฎหมายรองรับแล้วในหลายๆประเทศก็ยังปฏิบัติได้น้อยมาก
ประเทศบราซิล ได้ประกาศใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศ มีการจัดตั้ง
สถาบันหรือหน่วยงานรับผิดชอบบริหารโครงการตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมาย รัฐบาลประเทศเปรูก็
ได้ประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศเช่นกัน รวมทั้งได้จัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงาน
รับผิดชอบ เพื่อการบริหารงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ แต่ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับของคนบางกลุ่มที่เห็นว่า
กฎหมายด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศ โดยเฉพาะการบริการของสิ่งแวดล้อมพบว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย
- 17 -
การที่รัฐบาลประกาศใช้บังคับกฎหมายที่เป็นของภาครัฐหรือดาเนินการจัดตั้งสถาบัน
บริหารค่าแทนคุณระบบนิเวศ ที่เป็นนโยบายของรัฐก็เพื่อให้แน่ใจว่าการบริการของระบบนิเวศเป็นการ
อนุรักษ์ และสร้างจิตสานึกในการยอมรับว่ากรอบกฎหมายดังกล่าวมีส่วนสนับสนุนการทางานของระบบ
นิเวศ อย่างไรก็ตามผลดีจากบทเรียนของกฎหมายค่าแทนคุณระบบนิเวศ ต้องให้เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลง
ของสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการใช้ประโยชน์ จาต้องตรวจสอบความถูกต้องที่เกิดขึ้น
ตารางแสดงการเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของกฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศ
ข้อดี ข้อเสีย
1. เป็นกฎหมายใช้บังคับกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ
ทั่วๆไป
2. มีการสร้างจิตสานึก ในกรณีที่เป็นนโยบายค่าแทน
คุณระบบนิเวศของรัฐ
3. สามารถพัฒนาได้
4. มีการวิเคราะห์ขั้นตอนของการดาเนินงานค่าแทน
คุณระบบนิเวศ
5. เป็นกฎหมายที่ใช้เฉพาะการบริการของระบบ
นิเวศ
6. สามารถปรับปรุงแก้ไขได้
1. กฎหมายสิ่งแวดล้อม เมื่อนามาใช้อาจจะเกิดความ
ขัดแย้งได้
2. มีความซับซ้อนและมีความยุ่งยากเกิดขึ้น
3. มีความขัดแย้งเกิดขึ้นได้
4. มีการปรับปรุงและทาให้เกิดปัญหาขึ้นได้
หลักการที่สาคัญ คือ ถ้าหากกฎหมายหรือกฎระเบียบของค่าแทนคุณระบบนิเวศที่อยู่ภายใต้
PES Law ความสาคัญจะอยู่ที่ยุทธศาสตร์ กรอบกฎหมาย และสถาบันรับผิดชอบ โดยเฉพาะกรอบกฎหมาย
และระเบียบข้อบังคับที่ใช้กับระบบนิเวศที่แตกต่างกัน
3.2.3 กฎหมายสิ่งแวดล้อม (Sectorial Environmental Legislation)
ถ้าหากว่ามีการพัฒนาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ หรือการบริการของระบบนิเวศ โดย
ใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมมีขอบเขตที่กว้างขวางไม่สามารถใช้บังคับได้มากนัก ขาดการสนับสนุนจาก
ผู้เกี่ยวข้อง การใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เป็ นนโยบายด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือการป้ องกัน
ทรัพยากรธรรมชาติทั่วๆ ไป อาจจะมีความขัดแย้งกับโครงการนี้ได้ สื่งที่สาคัญคือ ปริมาณและคุณภาพน้า
จากแหล่งต้นน้าลาธาร โดยทั่วไปยังควบคุมไม่ถึงก็เป็นได้ หรือในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาต้นไม้
หรือพืชเกษตร ในหลายๆประเทศได้มีการปรับปรุงกฎหมายสิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุนการจัดการโครงการ
ค่าแทนคุณระบบนิเวศให้เกิดขึ้น
การบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ เกี่ยวกับเรื่องการบริการของระบบนิเวศด้านน้าก็ระบุไว้ไม่
ชัดเจน เช่น กฎหมายเรื่องน้าของประเทศเปรู โคลัมเบีย บราซิล เป็นกรอบของกฎหมายในการเก็บ
- 18 -
ค่าธรรมเนียมการใช้น้า การบารุงรักษาแหล่งน้า ไม่สามารถนามาใช้บังคับในกรณีโครงการค่าแทนคุณระบบ
นิเวศได้
หลักการที่สาคัญ คือ การนาเอากฎหมายสิ่งแวดล้อมมาใช้บังคับกับการดาเนินงานด้าน
ค่าแทนคุณระบบนิเวศ ไม่สามารถจะใช้ได้เสมอไป จนกว่าจะมีกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับค่าแทนคุณ
ระบบนิเวศโดยตรง เพื่อที่จะให้มีการพัฒนาโครงการและการดาเนินงานที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
3.2.4. กฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (Indirectly Relevant Law)
ถ้าหากว่าไม่มีกฎหมายฉบับใดที่เกี่ยวข้องกับโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ หรือมี
กฎหมายสิ่งแวดล้อมใดๆ ที่ประกาศใช้บังคับแล้ว และมีส่วนเกี่ยวข้องกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ กรอบของ
กฎหมายที่จะทาให้การดาเนินงานของโครงการนี้มีประสิทธิภาพ จะต้องเป็นกรอบกฎหมายเกี่ยวกับค่าแทน
คุณระบบนิเวศโดยตรง กฎหมายที่มีใช้บังคับอยู่ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
หรือเกี่ยวข้องกับการเงิน เช่น กฎหมายที่ดิน กฎหมายเกี่ยวกับการเกษตร กฎหมายเกี่ยวกับเหมืองแร่ หรือ
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่ดิน หรือกฎหมายเกี่ยวกับงบประมาณ
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร เป็นกฎหมายที่มีการระบุถึงวัตถุประสงค์ของโครงการค่า
แทนคุณระบบนิเวศอยู่บางส่วนจะพบว่ามีการระบุเกี่ยวกับการเกษตรที่มีวัตถุประสงค์ในการใช้ประโยชน์และ
การครอบครอง
ที่ดินที่ระบุให้มีการป้ องกันมิให้มีการทาลายทรัพยากรป่าไม้รวมอยู่ด้วยเช่นกฎหมายการเกษตรของประเทศ
โบลิเวียและประเทศเปรู เป็นต้น
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านค่าแทนคุณระบบ
นิเวศครอบคลุมอยู่บ้าง แต่จะเกี่ยวกับการแก้ไขผลกระทบกับการบริการของระบบนิเวศจากการเสียภาษีที่ให้
โอกาสในการชดเชย หรือจัดสรรงบประมาณเพื่อการช่วยเหลือ หรือสงเคราะห์กิจกรรมที่ถูกทาลาย รวมถึง
การสนับสนุนค่าแทนคุณระบบนิเวศ เช่น ประเทศโคลัมเบียได้ประกาศใช้กฎหมาย ฉบับที่ 99 เมื่อปี ค.ศ.
1993 กาหนดให้มีเงินงบประมาณสนับสนุนการลงทุนเพื่อโครงการเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์เรื่องน้า
การพลังงาน การชลประทาน และกิจกรรมการอนุรักษ์พื้นที่ต้นน้า ปัจจุบันได้มีการจัดตั้งกองทุนให้เป็น
แหล่งเงินงบประมาณสนับสนุนด้านการเงินเพื่อโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
แผนการจัดการถิ่นที่อาศัย หรือการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์จะมีการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตร
หรือสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อสาธารณูปโภค เช่น การสร้างถนน เป็นการนาที่ดินมาใช้ประโยชน์ การพัฒนา
ที่ดิน ได้นาเอาหลักการบริการของระบบนิเวศมาใช้ เพื่อให้เห็นถึงคุณค่าของการบริการของระบบนิเวศ การ
ประเมินมูลค่าของระบบนิเวศเพื่อให้เห็นคุณค่าของการดาเนินงานด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อแก้ไข
ปัญหาการลดลงของระบบนิเวศและการบริการ
หลักการที่สาคัญ คือ กรอบกฎหมายเกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ ที่ต้องการให้มี
ประสิทธิภาพและประสิทธิผล จะต้องมีกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องใช้บังคับรวมอยู่ด้วย เพื่อป้ องกันการเกิด
- 19 -
ปัญหาอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นกับโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ โดยเฉพาะบริเวณต้นน้าลาธาร ขณะเดียวกัน
กรอบกฎหมายดังกล่าวจะช่วยเสริมให้โครงการดังกล่าวเกิดขึ้น หรือเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดาเนินงาน
3.3 ขอบเขตและองค์ประกอบของค่าแทนคุณระบบนิเวศ กับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (Scope and
Content of PES-related Legislation)
ถ้าหากจะกาหนดกฎหมายเกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ จะมีคาถามที่เกิดขึ้นสองประการ
คือ (1) จะต้องเป็นกฎหมายที่ดาเนินการโดยรัฐบาลเป็นผู้กาหนด การกาหนดกรอบการดาเนินงานค่าแทน
คุณระบบนิเวศใช่หรือไม่ และ (2) มีกฎเกณฑ์อย่างไรบ้างในการกาหนดกฎหมายดังกล่าว
3.3.1 ขอบเขตการใช้กฎหมาย
ถ้าหากว่าการกาหนดกฎหมายค่าแทนคุณระบบนิเวศดังกล่าวเป็นของรัฐ ควรจะนาไปใช้
บังคับในทุกระดับ นับตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติที่ให้ความสาคัญเกี่ยวกับคุณค่า การส่งเสริมและ
ปฏิบัติการเกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ ขณะเดียวกันมีความจาเป็นที่จะต้องคานึงถึงความสาคัญในการ
กาหนดให้ครอบคลุมกิจกรรมของค่าแทนคุณระบบนิเวศในทุกภาคส่วนของรัฐบาลมีปัจจัยที่สาคัญที่จะต้อง
พิจารณา 2 ประการ คือ
(ก.) ประสบการณ์จากนโยบายการปฏิบัติหรือโดยการเรียนรู้จากการกระทา กรอบของ
กฎหมายที่จะกาหนดต้องใช้เวลาและการเรียนรู้ นับตั้งแต่การพัฒนาและปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับแผน
ยุทธศาสตร์ นโยบาย หรือกฎระเบียบที่ทาให้การปฏิบัติงานประสบผลสาเร็จ ขั้นตอนแรกจะเป็นการใช้
นโยบาย หรือนัยหนึ่งในระยะแรก
ก่อนที่จะมีกรอบกาหนดกฎหมาย จาเป็นต้องเรียนรู้จากโครงการ ความสามารถในการดาเนินงานที่เป็นไปได้
เป็นแนวทางดาเนินงานและการแก้ไขความผิดพลาด
ในระยะที่สองหลังจากที่ได้ประสบการณ์ที่ดีหรือไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้น ก็กาหนด
รูปแบบโครงร่างของกฎหมายให้ดาเนินการในระดับท้องถิ่นหรือระดับจังหวัด เพื่อการเรียนรู้และ
ประสบการณ์ด้านบวกของค่าแทนคุณระบบนิเวศและนาไปใช้ในพื้นที่อื่นๆ ถ้ากรอบกฎหมายสามารถใช้ได้
ดีก็อาจจะนาไปใช้บังคับในระดับที่สูงขึ้น คือ ระดับชาติ เพื่อที่จะกาหนดกรอบของกฎหมายให้เป็นแผน
ยุทธศาสตร์ในระดับชาติ จะเป็นเครื่องมือในการดาเนินการโครงการให้ประสบผลสาเร็จต่อไป
จากการกาหนดนโยบายในระดับพื้นที่หรือระดับจังหวัด มีขอบเขตการบริหารจัดการ
เพื่อที่จะส่งเสริมงานด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศ การพัฒนาให้ดาเนินการได้ที่มีประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผล การกาหนดกฎหมายด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศในระดับชาติ สามารถที่จะดาเนินการได้จะต้อง
เป็นที่เข้าใจของประชาชนทั้งประเทศ จะต้องมีการส่งเสริมให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ผลได้และผลเสีย
ของการกาหนดกฎหมาย ความเหมาะสมของหลักเกณฑ์ ข้อควรปฏิบัติที่จะให้ประชาชนร่วมปฏิบัติได้ ถ้า
หากว่าปราศจากข้อมูลต่างๆ ในระดับท้องถิ่น ก็จะเกิดปัญหาขึ้นมาได้ ฉะนั้นกฎหมายค่าแทนคุณระบบนิเวศ
- 20 -
ในระดับชาติจึงมีความจาเป็นและเป็นที่ยอมรับ กฎข้อบังคับหรือระเบียบจะต้องมีรายละเอียดในทางปฏิบัติ
สามารถปฏิบัติได้ทั้งในระดับท้องถิ่น จังหวัดและระดับชาติ
ความสาเร็จในการปฏิบัติตามนโยบาย กฎหมายที่ใช้บังคับจะทาให้เกิดการดาเนินงานค่า
แทนคุณระบบนิเวศมีการพัฒนาและปฏิบัติได้จริง หรือนัยหนึ่งนโยบายและกฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบ
นิเวศจะมีส่วนสนับสนุนให้มีการรับผิดชอบในการตัดสินใจระดับท้องถิ่น จังหวัด และระดับชาติ เพื่อการ
ขับเคลื่อนกระบวนการปฏิบัติต่อไป
รูปแบบตามขั้นตอนระดับนโยบายการปฏิบัติด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศ
(ข.) การกาหนดกฎหมายโดยรัฐบาล
การที่รัฐบาลเป็นผู้กาหนดกฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศมีความได้เปรียบและมี
ความสาเร็จในหลายๆประเทศ ที่มีสถาบันหรือหน่วยงานรับผิดชอบประกอบด้วย โครงสร้างการบริหารงาน
ตามกรอบกฎหมาย การดาเนินงานเป็นนโยบายในระดับชาติ หรือระดับประเทศ หรือของรัฐบาลกลาง
หน่วยงาน หรือสถาบันส่วนกลางจะนาเอากฎหมายค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้เป็นนโยบายในระดับชาติ
หรือแห่งชาติ ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่างยุทธศาสตร์ มีการพัฒนาและกาหนดเป็นนโยบายในทุกระดับ
คือ ระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และระดับชาติ
หลักการที่สาคัญ คือ กฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศจะถูกนามาใช้ในระดับท้องถิ่น
ระดับภูมิภาค และระดับชาติ บทบาทที่สาคัญในการส่งเสริมและปฏิบัติงานค่าแทนคุณระบบนิเวศได้ การ
นาเอาประสบการณ์ บทเรียนในท้องถิ่นจนกลายมาเป็นกรอบกฎหมายที่ใช้กันในระดับท้องถิ่น หรือระดับ
ภูมิภาค หรือระดับชาติ จะได้ใช้เป็นกรอบการปฏิบัติงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศได้อย่างมี
ประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ระดับท้องถิ่น
โดยการปฏิบัติจากประสบการณ์และ
การสร้างความรู้ความสามารถ
(1)
ระดับจังหวัด
มีการพัฒนานโยบาย การส่งเสริม
และยกระดับการทางาน
(2)
ระดับชาติ
มีการพัฒนานโยบายในการนาเอาวิสัยทัศน์
กรอบกฎหมาย ความสาคัญและความโปร่งใส
(3)
ระดับจังหวัดและท้องถิ่น
ร่างแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายตาม
สภาพความต้องการในพื้นที่
(4)
- 21 -
3.3.2 องค์ประกอบของกฎหมาย (Content of Legislation)
กฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศสามารถใช้ เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงานได้เป็น
อย่างดี และมีความจาเป็นอย่างยิ่ง โดยจะให้เป็นไปตามตรรกวิทยาหรือมีเหตุผล
(ก.) ข้อบังคับทั่วไป กรอบกฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศจะประกอบด้วยข้อบังคับ
ทั่วๆ ไป
 วัตถุประสงค์ขอบเขต และหลักการทั่วๆ ไปจะมีความเชื่อมโยงกับการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติแหล่งน้าและนโยบายการพัฒนา ต้องมีวัตถุประสงค์ ขอบเขต และหลักการที่ชัดเจน
เช่น การใช้กฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศเป็นเครื่องมือในการป้ องกันสิ่งแวดล้อมให้ปราศจาก
มลพิษที่ดาเนินการเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมจากการบริการของระบบนิเวศ การขับเคลื่อน
โครงการจะต้องมีการลงทุน และทรัพยากรมนุษย์เป็นตัวที่ทาให้มีการพัฒนาที่ยั่งยืน ส่งเสริมให้มีการ
จัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะมีแผนงานที่ดาเนินการแล้วจะมีประสิทธิภาพ
 บทนิยาม การปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพภายใต้กฎหมายที่กาหนด ประชาชน
ทั่วไปและผู้ปฏิบัติตามโครงการจะต้องมีความเข้าใจถึงศัพท์ทางกฎหมายหรือบทนิยามที่จะต้องนามาใช้
โดยเฉพาะกฎหมาย ที่กาหนดขึ้นมาใหม่ เช่น กฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศ จาเป็นต้องมีบทนิยาม
ศัพท์ของคาที่ใช้ในกฎหมาย เพื่อการพัฒนาและปฏิบัติและป้ องกันมิให้เกิดปัญหาด้านความหมายของ
คาศัพท์ คาว่า ค่าแทนคุณการบริการของระบบนิเวศ (Payments for Ecosystem Services) ว่าเป็นการบริการ
ของระบบนิเวศธรรมชาติและให้สวัสดิการต่อมนุษย์ การบริการสิ่งแวดล้อม (Environmental Services) เป็น
การบริการจัดการมลพิษและของเสียที่เกิดจากการกระทาโดยมนุษย์ความแตกต่างของการบริการระบบนิเวศ
จาต้องกาหนดกรอบของกฎหมายให้ชัดเจน ป้ องกันการสื่อสารที่ผิดพลาด อะไรคือการบริการของระบบ
นิเวศ บทนิยามศัพท์จะช่วยให้เห็นถึงความแตกต่างของคาต่างๆ เช่น ค่าแทนคุณระบบนิเวศภาครัฐ ค่าแทน
คุณระบบนิเวศภาคเอกชน ผู้ซื้อ และผู้ขาย
ความแตกต่างของบทนิยามศัพท์ในกฎหมายว่าด้วย ค่าแทนคุณระบบนิเวศในแต่ละประเทศ
จะไม่เหมือนกัน เช่น กฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศของประเทศบราซิล ได้กาหนดบทนิยามศัพท์ไว้
หลายคาเกี่ยวกับการบริการของระบบนิเวศ เช่น การดูดซับคาร์บอน การบริการพลังน้า การอนุรักษ์ดิน การ
อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ความเสี่ยงจากการทาลายป่าไม้ แต่ไม่รวมถึงการบริการทางวัฒนธรรม
อย่างไรก็ตามเพื่อให้การปฏิบัติงานตามกรอบของค่าแทนคุณระบบนนิเวศที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
จะต้องคานึงถึงการบริการของระบบนิเวศให้มากที่สุด ความยืดหยุ่นของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
ความคงอยู่ หรือการป้ องกันการบริการที่ผิดพลาด ซึ่งการบริการของระบบนิเวศจะรวมถึงความร่วมมือ การ
จัดหาบริการ กฎเกณฑ์การบริการ และบริการทางวัฒนธรรม บทนิยามศัพท์ควรจะเป็นศัพท์อย่างง่ายและ
เข้าใจได้ดี ไม่ควรสรรหาคายากอื่นๆ ที่ยากต่อการเข้าใจเพื่อให้กฎหมายดังกล่าวใช้ได้อย่างยั่งยืนตลอดไป
- 22 -
(ข.) กฏระเบียบเกี่ยวกับการเงิน
การที่จะให้กฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศมีผลบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ จะต้อง
มีบทว่าด้วยการช่วยเหลือ หรือการบริจาค หรืองบประมาณจากความร่วมมือขององค์กรพัฒนานานาชาติหรือ
ภาคเอกชน องค์กรที่ให้ความร่วมมือช่วยเหลือจะเห็นด้วยกับวิธีการนาเครื่องมือค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้
ปฏิบัติ โดยเฉพาะในช่วงแรกของการดาเนินงานโครงการ แต่องค์กรที่ช่วยเหลือไม่สามารถสนับสนุนเงินทุน
ได้ตลอดไป องค์กรช่วยเหลือนานาชาติจะช่วยเป็นผู้แนะนาในการกาหนดเงินทุนการบริการ หรือแนวทาง
การดาเนินงานด้านการเงิน
ยุทธศาสตร์การจัดการแหล่งทุนจาต้องระบุไว้ในกฎหมายหรือกฎระเบียบที่ใช้บังคับที่
ประกอบด้วย
แหล่งทุนค่าแทนคุณระบบนิเวศอย่างยั่งยืน
แหล่งทุนดังกล่าวส่วนใหญ่จะเป็นเงินงบประมาณจากการเก็บภาษี หรือค่าธรรมเนียมการ
ใช้บริการระบบนิเวศ หรือการเรียกเก็บจากการใช้ทรัพยากร การใช้น้า ภาษี หรือค่าธรรมเนียม หรือการเรียก
เก็บจะถูกนามาใช้เป็นกองทุนค่าแทนคุณระบบนิเวศ ซึ่งสามารถดาเนินการได้ดีกว่าการนารายได้ของรัฐมา
จัดสรรให้ เช่น รายได้ที่รวบรวมจากโครงการกาจัดน้าเสีย หรือมลพิษ ค่าธรรมเนียมจะคานวณจากปริมาตร
ของน้าเสีย มักจะมีการสัมปทานจากภาคเอกชนที่คิดจากผู้ใช้น้า หรือผู้รับสัมปทาน จะมีอัตราส่วนที่
เกี่ยวข้องกับการบริโภคที่แตกต่างกัน เช่น ภาคอุตสาหกรรม หรือภาคการเกษตร
เปอร์เซ็นต์การบริจาคให้โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
เงินงบประมาณที่ใช้ในการดาเนินงานมีการพิจารณากาหนดไว้ในกฎระเบียบ ข้อบังคับ
หรือระเบียบในการกาหนดเป็นเงินทุนว่าจะใช้เป็นค่าแทนคุณระบบนิเวศกี่เปอร์เซ็นต์ (เช่น 5% หรือ10%
เป็นต้น) ซึ่งจะต้องพิจารณาถึงคุณค่าของทรัพยากรที่ให้บริการ เพื่อให้การบริหารงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ
เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดตั้งและการบริการกองทุนค่าแทนคุณระบบนิเวศโดยเฉพาะ
หลักการที่สาคัญ คือ การเรียกเก็บค่าใช้บริการของระบบนิเวศ เพื่อนาเงินงบประมาณไป
ใช้ในการบริการหลายๆ แห่ง แต่จะนาไปใช้เพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติมีน้อยมาก ถ้าหากว่าเป็นไป
ได้จาเป็นต้องเก็บจากผู้ใช้บริการมาจัดตั้งเป็นกองทุน กองทุนนั้นจะมีความแตกต่างกับกองทุนอื่นๆ เช่น
กองทุนปิโตรเลียม
ค่าปรับ การสนับสนุนจากกองทุนอื่นๆ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะทาให้มีการลด หรือเพิ่มภาษีที่เรียก
เก็บเป็น กองทุนค่าแทนคุณระบบนิเวศจะมีความสาคัญทางด้านการบริการของระบบนิเวศ นามาซึ่ง
งบประมาณเพื่อการบริการจัดการระบบนิเวศในพื้นที่
(ค.) กฎระเบียบของสถาบัน
สถาบันหรือหน่วยงานเป็นส่วนที่มีการสนับสนุนโครงการหรือดาเนินการค่าตอบแทนคุณ
ระบบนิเวศ เพื่อให้การดาเนินการมีประสิทธิภาพ การจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานจาเป็นต้องมีการพิจารณา
- 23 -
ถึงบทบาทหน้าที่และความมีเอกภาพในการทางาน การแยกหน่วยงานออกมาเพื่อให้มีหน้าที่ความรับผิดชอบ
โดยตรง เข้าใจถึงค่าแทนคุณระบบนิเวศว่ามีการทางานกันอย่างไร สามารถตรวจสอบได้ องค์ประกอบของ
สถาบันประกอบด้วย (1) การสนับสนุนและการพัฒนาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ เช่น การวิจัยทาง
วิทยาศาสตร์ การวางแผนโครงการ (2) การจัดตั้งกองทุนค่าแทนคุณระบบนิเวศ มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับ
การเก็บและการบริการด้านการเงิน (3) การจัดการข้อมูล การมีส่วนร่วมและการแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้ง เช่น
การสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กร การเจรจากับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กิจกรรมการเจรจาอื่นๆ (4) การติดตาม
และประเมินผลในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การทาสัญญา การจัดตั้งกองทุนสาธารณะ (5) ฝ่ายกฎหมายมีหน้าที่
รับผิดชอบเกี่ยวกับข้อบังคับ ระเบียบและสัญญาต่างๆ
การที่ดาเนินการจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานที่แยกออกจากหน่วยงานอื่น ก็มีวัตถุประสงค์
เพื่อให้มีฝ่ายรับผิดชอบและประสานงานด้วยกันภายในสถาบันหรือหน่วยงานทั้งแนวตั้งและแนวนอน
สามารถดาเนินงานภายใต้ข้อกาหนด การตัดสินใจ ความขัดแย้ง และการรวบอานาจไว้ในสถาบันหรือทางาน
ร่วมกัน ทาให้การพัฒนาและดาเนินงานของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผล
(ง.) กฎข้อบังคับในทางปฏิบัติ
กรอบกฎหมายในการดาเนินงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะปรากฎถึงข้อบังคับที่
เน้นไปในเรื่องของการปฏิบัติและความยั่งยืน
 การทาสัญญา ขึ้นอยู่กับข้อตกลงตามกฎหมาย จาเป็นที่จะต้องกาหนดให้มีการ
ทาสัญญาดาเนินงานโครงการ เพื่อให้การดาเนินงานของแต่ละโครงการถูกต้องตามกฎหมาย การกาหนด
หลักเกณฑ์ในการจัดการอย่างมีส่วนร่วมในแต่ละกลุ่มเป้ าหมาย ที่มีการบริการแตกต่างกันตามผลประโยชน์
ที่ได้รับ ข้อบังคับเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย หรือการเรียกเก็บเงินประเภทต่างๆ ของโครงการภายใต้กฎระเบียบให้
ดาเนินการที่เหมาะสม
 สิทธิและความเป็ นเจ้าของ ความเป็ นเจ้าของหรือการบริหารจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ เพื่อให้มีการบริการด้านการจัดตั้งและดาเนินการโครงการค่าแทนคุณ
ระบบนิเวศมีความจาเป็นต้องพิจารณาถึงสิทธิและความเป็นเจ้าของ หรือผู้มีสิทธิครอบครองที่ดิน
ทรัพยากรธรรมชาติ และการบริการ
กฎข้อบังคับในการดาเนินงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ มีความจาเป็นในการอ้าง
สิทธิความเป็นเจ้าของที่ดินที่จะเข้าร่วมโครงการ ถ้าหากว่าเป็นสิทธิดังกล่าวและยินดีเข้าร่วมโครงการจาต้อง
มีการลงทะเบียน เพื่อให้การดาเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้องทั้งข้อมูลต่างๆ เพื่อที่จะทาให้มีการปรับปรุง
โครงการให้ทันสมัยยิ่งขึ้น หากว่าในอนาคตการใช้ประโยชน์ในที่ดินหลังจากสัญญาสิ้นสุดลง จะทาให้
ระบบนิเวศยังคง
- 24 -
ให้บริการต่อไปหรือไม่ อย่างไรก็ดีเกี่ยวกับสัญญาจะต้องดาเนินการให้ถูกต้องและยืดหยุ่นได้ตามความ
ต้องการของท้องถิ่น
 แผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน การใช้ประโยชน์ที่ดินมีความสาคัญในการอนุรักษ์
ระบบนิเวศและการให้บริการ จะต้องมีการเตรียมแผนที่มีเป้ าหมายอนุรักษ์ระบบนิเวศ การสารวจและการ
กาหนดนโยบายการปฏิบัติโดยเฉพาะการพัฒนา เช่น การขยายของตัวเมืองควรจะได้หลีกเลี่ยงการดาเนินงาน
เพื่อต้องการทาให้มีพื้นที่สีเขียวรอบๆ เมืองหรือหมู่บ้าน จะเป็นการกระทาเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว การอนุรักษ์
ทัศนียภาพ เป็นแหล่งอานวยความสะดวกในเรื่องน้าที่สะอาด และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จะต้องมีกลไกที่มี
ประสิทธิภาพ เพื่อให้มีการบริการของระบบนิเวศในการดาเนินงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ จะต้องมี
การทาแผนที่ การวิเคราะห์ระบบนิเวศการบริการของระบบนิเวศ เพื่อให้เป็นข้อมูลที่จาเป็นต้องใช้ในการ
จัดการการพัฒนาและจะได้ปรับให้ทันสมัยอยู่เสมอ
 การยินยอมและการบังคับใช้กฎหมาย โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศควรจะมี
ความยืดหยุ่นและการบังคับใช้กฎหมายตามรายละเอียด กฎข้อบังคับในการกาหนดกิจกรรมต่างๆ ไม่เฉพาะ
โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศที่เกิดขึ้นมาใหม่ ต้องพิจารณาถึงความคงอยู่ของแผนค่าแทนคุณระบบนิเวศ
ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการจะต้องมีความคุ้นเคยตามขั้นตอนของข้อมูลและกรอบของกฎหมาย ผู้มี
ส่วนได้ส่วนเสียและการสร้างความร่วมมือ การติดตามประเมินผลส่วนใหญ่จะเป็นไปตามข้อบังคับใน
สัญญา ซึ่งจะมีผลประโยชน์ต่อสถาบันหรือหน่วยงานผู้รับผิดชอบกับการบังคับใช้กฎหมาย การลงทุนหรือ
ต้นทุนในการจัดการกองทุนค่าแทนคุณระบบนิเวศที่มีประสิทธิภาพ การตัดสินใจดาเนินการและการมี
อานาจดาเนินการในสถาบันตามกฎระเบียบ ซึ่งให้มีการดาเนินงานผ่านข้อมูลที่มีส่วนร่วมของสาธารณะชน
และการตรวจสอบเป็นสาคัญ การบังคับใช้กฎหมายก็เพื่อป้ องกันการกระทาผิด การตั้งถิ่นฐานที่มีลักษณะ
ขยายพื้นที่ออกไป การร้องเรียน หรือการประท้วงการดาเนินงานที่เป็นกลไกภายใต้สัญญา
 การแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง กรอบกฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศ จะมี
บทบาทที่ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอันจะเกิดจากการบริหาร การพัฒนา และการบริการกองทุน สิ่ง
เหล่านี้อาจจะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นได้ กรอบการแก้ไขจะต้องกาหนดไว้ในสัญญาค่าแทนคุณระบบนิเวศ มี
หนังสือหรือคู่มือที่ให้คาแนะนาในการทางาน กรอบของกฎหมาย ข้อบังคับ และให้มีความยืดหยุ่นได้ มี
ข้อตกลงสาหรับคณะกรรมการค่าแทนคุณระบบนิเวศในระดับท้องถิ่น
กรอบของโครงสร้างกฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ข้อบังคับของกฎหมาย วัตถุประสงค์
1. สถาบันหรือหน่วยงาน 1. ยอมรับความต้องการด้านความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม
2. คุณค่าของการบริการของระบบนิเวศเพื่อการอยู่ดีกินดี
- 25 -
ข้อบังคับกฎหมาย วัตถุประสงค์
2. กฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณ
ระบบนิเวศ
1. กาหนดให้เป็นกฎหมายที่ดาเนินการได้ในระดับชาติ
2. ต้องยอมรับนโยบายค่าแทนคุณระบบนิเวศ เป็นเครื่องมือที่เกี่ยวกับ
การบริการและการจัดการระบบนิเวศ
3. เข้าใจถึงหลักการของการบริการของระบบนิเวศ
4. เป็นหลักการที่ดีมีประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน
5. กาหนดให้มีการพิจารณากฎเกณฑ์แก้ไขความขัดแย้ง
6. ส่งเสริมให้มีส่วนร่วมจากผู้ได้รับการบริการจากสิ่งแวดล้อม
7. กาหนดให้มีการสารวจ การบริการของระบบนิเวศ
3. ฝ่ายกฎหมาย 1. วิเคราะห์และปรับโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศให้เข้ากับระบบ
เศรษฐกิจ
2. กาหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
3. จัดตั้งกรอบของสถาบัน หรือหน่วยงาน
4. การติดตามผล และการบังคับใช้กฎหมาย
5. การกระจายอานาจสู่ท้องถิ่น
6. เพิ่มเติมในสิ่งที่ต้องการในกระบวนการของค่าแทนคุณระบบนิเวศ
4. กฎระเบียบข้อปฏิบัติ 1. กาหนดรายละเอียดของกฎข้อบังคับ ระเบียบ และวิธีการปฏิบัติ
5. กฎระเบียบที่ไม่เกี่ยวข้อง
โดยตรง
1. เพื่อให้แน่ใจว่าค่าแทนคุณระบบนิเวศมีความเข้มแข็ง
2. หลีกเลี่ยงการดาเนินงานที่ออกนอกลู่นอกทาง
3. กาหนดให้มีการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน ในกิจกรรมที่
เกี่ยวข้องกับการบริการของระบบนิเวศ
หลักการที่สาคัญ คือ องค์ประกอบในการจัดตั้งโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ จาต้องใช้
กฎหมายเป็นเครื่องมือในการทางานทุกระดับ บทบาทตามกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายภายใต้ขอบเขต
องค์ประกอบ หลักการการใช้ประโยชน์ หรือคาศัพท์ตามกฎหมาย รวมถึงการบริหารกองทุน การจัดการ
งบประมาณ สถาบันหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบและมีการปฏิบัติที่เคร่งครัด
- 26 -
บทที่ 4
สิทธิในการครอบครองที่ดิน (Property Rights)
ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า การดาเนินงานหรือการปฏิบัติการของโครงการค่าแทนคุณระบบ
นิเวศ จะมีความเกี่ยวข้องกับสิทธิในการครอบครองทรัพย์สินที่ดิน
4.1 ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิในการครอบครองที่ดิน
สิทธิในการครอบครองที่ดินเป็นเรื่องของกฎหมายที่ดิน ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับการ
ครอบครองที่ดินที่เป็นส่วนของบุคคลหรือกลุ่มคน พื้นที่ดังกล่าวมีทรัพยากรธรรมชาติที่อานวยการบริการ
ของระบบนิเวศ ในทางทฤษฎีแล้วสิทธิในการครอบครองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ความเป็นเจ้าของที่ดินก็
มีหลายรูปแบบ เป็นมรดกตกทอดตามประเพณีวัฒนธรรม การเป็นเจ้าของเพื่อใช้เป็นที่ตั้งของบ้านเรือนที่
อาศัยหรือแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท
1. สิทธิในการครอบครองที่ดินและมีการใช้ทรัพยากรในพื้นที่
2. สิทธิในการควบคุมเพื่อการใช้ทรัพยากร
3. การเปลี่ยนแปลงสิทธิการครอบครอง หรือการซื้อขายภายใต้สัญญาซื้อขาย การ
ครอบครองที่เป็นมรดก มีสิทธิในการควบคุมและการใช้ที่ดิน
สิทธิในการครอบครองที่ดินสามารถแบ่งแยกออกได้ว่าเป็นเจ้าของ หรือยินยอมให้ผู้อื่นมี
สิทธิในที่ดินของตนเอง มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินรวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติและการบริการของระบบ
นิเวศ การเปลี่ยนแปลงการครอบครองที่ดินจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง โดยการขายหรือมรดกตก
ทอดก็จะมีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ บางพื้นที่เมื่อมีการเปลี่ยนมือแล้ว อาจจะไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย
หรือให้ผู้อื่นเข้ามาทาประโยชน์โดยมีการทาสัญญา ฉะนั้นในทางกฎหมายสิทธิการครอบครองที่ดิน หมายถึง
1. พื้นที่ดินของรัฐ ครอบครองดูแลโดยรัฐ จะมีกฎหมายของรัฐควบคุมดูแลการใช้
ประโยชน์
2. สิทธิการครอบครองของภาคเอกชน โดยการอนุญาตของกฎหมาย
3. สิทธิการครอบครองของสมาชิกของกลุ่มคน
4. พื้นที่ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิครอบครอง
หลักการที่สาคัญ คือ สิทธิในการครอบครองที่ดิน หรือเจ้าของที่ดินมีสิทธิในการใช้
ประโยชน์ หรือหลายภาคส่วนเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกันและสามารถถ่ายโอนเปลี่ยนแปลงได้
- 27 -
4.2 ความสาคัญของสิทธิในการครอบครองที่ดินเพื่อโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
สิทธิในการครอบครองที่ดินเป็นส่วนประกอบที่สาคัญอย่างหนึ่งของโครงการค่าแทนคุณ
ระบบนิเวศ
1. การทาสัญญาระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้องกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ เรื่องของการบริการ
ของระบบนิเวศ เช่น การบริโภคน้าที่สะอาด ผู้ใช้น้าที่อยู่ในพื้นที่ปลายน้าเข้ามาทาสัญญาเป็นผู้เสียเงินให้แก่
ผู้ดูแลระบบนิเวศ มักจะมีคาถามเกิดขึ้นมาว่าใครจะเป็นผู้ขายบริการระบบนิเวศ คาตอบที่ได้ คือ เป็นผู้มีสิทธิ
ในการครอบครองที่ดิน หรือเจ้าของที่ดิน หรือผู้ใช้ประโยชน์ในที่ดิน
ธรรมชาติของแหล่งน้าจะขึ้นอยู่กับการใช้และการจัดการพื้นที่ดิน บุคคลที่ทาสัญญา
เกี่ยวกับโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะต้องมีการจัดการที่ดินให้เป็นที่พอใจของผู้ซื้อบริการระบบนิเวศ
ซึ่งในกรณีนี้ผู้ซื้อบริการของระบบนิเวศก็มีความเสี่ยงจากการใช้ประโยชน์ในที่ดินของผู้เป็นเจ้าของที่ดิน
เพราะเป็นการซื้อขายโดยตรง
2. สัญญาค่าแทนคุณระบบนิเวศของกลุ่มคณะบุคคล เป็นการทาสัญญาซื้อขายบริการระบบ
นิเวศระหว่างกลุ่มบุคคล หากว่ามีปัญหาสิทธิในการครอบครองที่ดินก็อาจจะเกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นมาได้
3. แผนการใช้ค่าแทนคุณระบบนิเวศอย่างยั่งยืน สามารถที่จะพัฒนาให้มีความยั่งยืนในพื้นที่
เป้าหมายได้พื้นที่ที่มีการอนุรักษ์ การตรวจสอบสิทธิครอบครองที่เป็นปัญหาการบุกรุกที่ดินจากผู้อื่น จะต้อง
มีการป้องกันดูแลรักษามิให้มีการบุกรุกทาลายเกิดขึ้น ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าการนากฎหมายที่เป็นข้อห้ามเข้า
มาดาเนินการ จะทาให้พื้นที่ดินไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือมีการยกเลิกสัญญาโครงการและการบริการของ
ระบบนิเวศจะยั่งยืนได้
หลักการที่สาคัญ คือ การสร้างความยั่งยืนของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ จะต้องมี
ความเข้าใจในสิทธิการครอบครองที่ดิน ควรจะมีการรวมกลุ่มทาสัญญาในโครงการ
4.3 ความท้าทายระหว่างโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศกับสิทธิในการครอบครองที่ดิน
สิทธิในการครอบครองที่ดินมีบทบาทในการพัฒนาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ จาต้อง
วิเคราะห์พิจารณาในเรื่องเกี่ยวกับการวางแผน การพัฒนา และแนวทางการปฏิบัติ
1. ความขัดแย้งระหว่างอานาจหน้าที่ตามกฎหมายกับการจ่ายค่าธรรมเนียมจากสิทธิในการ
ครอบครองที่ดิน อานาจหน้าที่ตามกฎหมายกับกฎระเบียบหรือกฎหมายเกี่ยวกับการเก็บค่าธรรมเนียมมีความ
แตกต่างกันอย่างไร กฎหมายที่กาหนดขึ้นมาสามารถใช้บังคับทั่วประเทศที่ขึ้นอยู่กับรัฐบาล และโครงสร้าง
ของสถาบันหรือหน่วยงานทุกระดับ จากระดับชาติจนถึงระดับท้องถิ่น อานาจหน้าที่อาจจะมากน้อยแตกต่าง
กันตาม
สภาพแวดล้อม กฎหมายว่าด้วยการเก็บค่าธรรมเนียมที่ได้กาหนดมาแล้ว และมีการพัฒนากันตลอดเวลา สืบ
ทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น อานาจหน้าที่ตามกฎหมายเป็นอานาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่บ้านเมือง
ฉะนั้น กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งสองประเภทสามารถที่จะนาไปใช้ในการพิจารณาถึงสิทธิการ
ครองครองที่ดิน ประเทศโบลิเวีย มีกฎหมายชลประทานละกฎหมายท้องถิ่น เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ
- 28 -
เรื่องน้า ประเทศบราซิล มีกฎหมายเกี่ยวข้องกับชนพื้นเมืองดั้งเดิมและชุมชนท้องถิ่นอาศัยอยู่ในพื้นที่
โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ชนพื้นเมืองดั้งเดิมจะไม่มีพื้นที่ดินเป็นของตนเอง แต่มีสิทธิในการ
ครอบครองที่ดินและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในที่ดินของตนเอง แต่แผนโครงการค่าแทน
คุณระบบนิเวศต้องการให้มีเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้อง แต่รัฐบาลก็อนุญาตให้มีสิทธิในการใช้ตามสิทธิโดยไม่มี
ปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้น หรือเกิดปัญหาข้อขัดแย้งในพื้นที่ได้
2. ความไม่ชัดเจนของข้อบังคับในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดาเนินงานโครงการค่าแทน
คุณระบบนิเวศ เพื่อการบริการของระบบนิเวศ จะต้องมีการวิเคราะห์สิทธิในการครอบครองที่ดินให้ละเอียด
การจาแนกรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิระหว่างเจ้าของที่ดิน หรือสิทธิในการใช้ประโยชน์ระบบนิเวศจะต้องมี
กระบวนการทางาน
3. ความไม่ชัดเจนของสิทธิในการครอบครองที่ดิน อานาจหน้าที่ตามกฎหมายในการรักษา
สิทธิตามหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นและทรัพยากรธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ของแต่ละประเทศ เช่น การ
กาหนดให้มีการลงทะเบียนเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ หรือมีสิทธิในความรับผิดชอบ การให้ความปลอดภัย
แก่พื้นที่ดิน การกาหนดให้มีการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ปัญหาสิทธิการครอบครองที่ดินได้มีการ
พิจารณาถึงกรณีที่พื้นที่มีแนวเขตไม่ชัดเจน ขอบเขตรอบพื้นที่ มักจะมีปัญหา เนื่องมาจากการขาดทาแผนที่
สัญญาการซื้อขายที่ดิน การต่อสู้แก่งแย่งเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของที่ดิน หรือการยึดถือครอบครองที่ดินเกิน
ความเป็นจริง
หลักการที่สาคัญ คือ ความขัดแย้งระหว่างอานาจหน้าที่ตามกฎหมายและค่าธรรมเนียม
ความไม่ชัดเจนของกฎหมายหรือข้อบังคับในสิทธิการครอบครองที่ดิน ความไม่ชัดแจ้งในสิทธิครอบครอง
พื้นที่ดินไม่ตรงกับความจริงที่ทาขึ้นเป็นการท้าทายของการดาเนินงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
4.4. การแก้ไขปัญหาสิทธิการครอบครองที่ดินในโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
การพัฒนาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ จาต้องมีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อให้
มีการดาเนินงานที่ปราศจากภัยคุกคามจากกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เช่น
 กรณีที่บุคคลไม่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดิน แต่มีการใช้สิทธิ์ บุคคลที่ไม่มีที่ทากินไม่
สามารถจะเข้าร่วมกระบวนการค่าแทนคุณระบบนิเวศได้ จนกว่าจะกลายเป็นเจ้าของที่ดินตัวจริงๆ การใช้
ทรัพยากรธรรมชาติ หรือการบริการของระบบนิเวศจาเป็นต้องกาหนดไว้ จึงจะสามารถเข้าร่วมใช้สิทธิ์ได้
 การลงทะเบียน การลงทะเบียนเป็นการเก็บข้อมูลรายละเอียดต่างๆ เพื่อกาหนดให้
การมีส่วนร่วมไว้พิจารณาในเรื่องการเปลี่ยนแปลงและเข้มงวดในการใช้สิทธิ์ เป็นเครื่องมือที่จาเป็นในการ
พิจารณาว่ามีสิทธิหรือไม่ โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจึงได้ดาเนินการพัฒนาและปฏิบัติการในระดับชาติ
หรือระดับท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ บางครั้งการลงทะเบียนจะเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กฎหมายกาหนด
จะต้องพิจารณาระยะเวลาและค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกัน
 การยอมรับเรื่องสิทธิในการครอบครองที่ดิน กรณีที่เจ้าของที่ดินมีการครอบครอง
เพียงเล็กน้อย กฎหมายอาจจะไม่ควบคุมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ กรณีที่ชุมชนต้องการการมีส่วนร่วมใน
- 29 -
โครงการ ถ้าการถือครองที่ดินได้มีการยอมรับอย่างถูกต้องจากชุมชนท้องถิ่นและเพื่อนบ้าน จะทาให้ชุมชน
ท้องถิ่นมีความเชื่อถือซึ่งกันและกัน
 การเลือกกิจกรรมที่กาหนดให้อยู่ในโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ กรณีที่ดินไม่มี
ความชัดเจนของสิทธิ การเลือกกิจกรรมจะปรากฎอยู่ในเกณฑ์ของสัญญา กิจกรรมในที่ดินที่มีสิทธิในการ
เป็นเจ้าของต้องมีการปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกัน
 การหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงสิทธิในการครอบครองที่ดินที่ทาให้เกิดปัญหา ถ้า
หากว่าโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศในระยะยาว จะต้องมีหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหา
 การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โครงการค่าแทนคุณของระบบนิเวศส่วนใหญ่จะเป็น
โครงการระยะยาว จะมีการทาสัญญาเพื่อให้มีการอนุรักษ์ที่ถือกันว่ามีความสาคัญในเรื่องระบบนิเวศ
 การห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินหรือมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากได้ทาสัญญาโครงการค่า
แทนคุณระบบนิเวศแล้ว จะต้องใช้กฎระเบียบตามกฎหมายที่นามาใช้บังคับ เจ้าของที่ดินจะต้องดาเนินการ
ปรับปรุง หรือดูแลรักษาโดยใช้เงินงบประมาณตามสัญญา ส่วนใหญ่แล้วจะเกี่ยวข้องกับหน่วยงาน หรือ
รัฐบาลเป็นผู้ดาเนินการ
หลักการที่สาคัญ คือ ความยืดหยุ่นของสิทธิในการครอบครองที่ดินที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
ค่าแทนคุณระบบนิเวศ จะต้องกาหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนในการมีส่วนร่วม เพื่อที่จะทาให้โครงการค่าแทน
คุณระบบนิเวศประสบผลสาเร็จและยั่งยืนตลอดไป
- 30 -
บทที่ 5
สถาบันหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ (Enabling Institutions)
วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานรับผิดชอบ ก็เพื่อให้ดาเนินการด้านค่า
แทนคุณระบบนิเวศประสบผลสาเร็จตามนโยบายและเป้ าหมาย มีกฎหมายที่ใช้เป็นกรอบการปฏิบัติงาน
ดังนั้นเพื่อให้การปฏิบัติโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จึงมีความ
จาเป็นต้องกาหนดให้มีกรอบการทางานของสถาบันหรือหน่วยงาน ในบทนี้จะกล่าวถึงความสาคัญของ
กฎหมายและนโยบายสาหรับการจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงาน ให้มีความรับผิดชอบด้านโครงการค่าแทนคุณ
ระบบนิเวศ เพื่อให้การดาเนินงานมีความเป็นไปได้และมีความมั่นคง
5.1 ความสาคัญของกฎหมายและนโยบาย
กฎหมายและนโยบายเป็นตัวกาหนดให้มีการจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานในระดับต่างๆ จะ
เกี่ยวข้องกับบุคลากรที่ปฏิบัติงาน อานาจหน้าที่และความรับผิดชอบต่อสถาบัน และการสร้างความร่วมมือ
ภายในองค์กร สาธารณชน และสร้างความเข้าใจในการทางานร่วมกัน
สถาบันหรือหน่วยงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ มีความสัมพันธ์กับกฎหมายและ
นโยบายอย่างไร
การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เข้าร่วมโครงการ
การวิเคราะห์องค์ประกอบ อานาจหน้าที่ในการพัฒนาและการจัดการ
การบังคับใช้กฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบในการจัดตั้งโครงการและดาเนินการ
การบังคับใช้กฎหมายข้อบังคับและระเบียบในการจัดตั้งและบริหารสถาบันหรือ
หน่วยงาน
การจัดทาแนวทางการบริหารจัดการโครงการ
กฎหมายที่ไม่สามารถนาไปปฏิบัติได้จะเป็นสาเหตุทาให้กรอบการทางานของสถาบันหรือ
หน่วยงานไม่เป็นไปตามเป้ าหมาย มีความขัดแย้งกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การไม่มีอานาจหน้าที่
หรือไม่มีความชัดเจนในกฎหมาย จะเกิดการขัดแย้งกันเองภายในองค์กร ทาให้การทางานของสถาบันหรือ
หน่วยงานไม่มีประสิทธิภาพในด้านต่างๆ เช่น การวางระบบ กระบวนการบริหาร แนวทางการทางาน สิทธิ
ในการครอบครองที่ดินของผู้ที่เกี่ยวข้อง การจัดการ วิธีการบริหารงบประมาณ ผู้แทนหรือผู้รับรองคุณภาพ
ความผิดพลาด และการแก้ไขที่กระทาไม่ได้การยินยอม การติดตาม การโต้แย้ง การเจรจาแก้ไขปัญหา ความ
ร่วมมือที่เป็นอานาจหน้าที่ของสถาบันหรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้น
หลักการที่สาคัญ คือ กฎหมายและนโยบายเป็นเครื่องมือที่ใช้บังคับให้มีการจัดตั้ง และ
โครงสร้างของสถาบันหรือหน่วยงาน ที่สนับสนุนการดาเนินงานของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่ของสถาบันหรือหน่วยงานของรัฐ
- 31 -
5.2 ประเภทของสถาบันหรือหน่วยงานและบทบาทหน้าที่
กรอบของสถาบันหรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นมีหลายรูปแบบ จะประกอบด้วยโครงสร้างและ
การบริหารในหลายระดับ คือ ระดับนานาชาติ ระดับชาติ ระดับภูมิภาคหรือระดับท้องถิ่น บางโครงสร้างของ
สถาบันหรือหน่วยงานมีการสนับสนุนการทางานขององค์กรภาคเอกชน องค์ประกอบที่สาคัญของสถาบัน
หรือหน่วยงานประกอบด้วย
งานสนับสนุนการพัฒนาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ เช่น การวิจัยทางวิทยาศาสตร์
การวางแผนโครงการ
การจัดหาแหล่งทุน เช่น การรวบรวม และการจัดการทรัพยากรด้านงบประมาณ
การจัดการข้อมูลข่าวสาร การมีส่วนร่วม การแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้ง การสร้าง
ความสามารถ การเจรจาต่อรอง กิจกรรมการเจรจาต่างๆ
การติดตามผล เช่น การทาสัญญา การจัดการกองทุน
การแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้ง
การบังคับใช้กฎหมาย กฎข้อบังคับ และสัญญา
อย่างไรก็ตามโครงสร้างของสถาบันหรือหน่วยงานจะมีไม่แน่นอนและสมบูรณ์แบบเสมอ
ไป ประสิทธิภาพของการทางานที่จะให้เกิดผลจริงๆ สถาบันหรือหน่วยงานจะต้องอยู่ในระดับชาติหรือ
ระดับท้องถิ่น และอยู่ภายใต้โครงสร้างการบริหารของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาคและ
เกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆ เช่น การเมือง ศาสนา สถานที่ตั้งตามภูมิประเทศ และสภาพภูมิอากาศ
หลักการที่สาคัญ คือ การจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ ควรจะได้ปรับให้เป็น
การดาเนินงานในระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะการกาหนดให้เป็นโครงสร้างการบริหารงานของ
ภาครัฐ
5.2.1 สถาบันหรือหน่วยงานภาครัฐ
การดาเนินการจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานภาครัฐ การควบคุมการบริหารอยู่ภายใต้
กฎหมาย การปฏิบัติงานพนักงานเจ้าหน้าที่ และมีบทบาทหน้าที่เกี่ยวข้องกับโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
คือ
ระดับท้องถิ่น คือ การจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานในระดับท้องถิ่นเพื่อให้มีการบริหาร
จัดการ
ในพื้นที่ภายใต้สภาพแวดล้อมธรรมชาติ อันที่จะอานวยการบริการของระบบนิเวศท้องถิ่น จะพิจารณาถึง
-การวิเคราะห์ข้อมูล มีผู้รับผิดชอบระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะผู้ที่มีสิทธิในการครอบครอง
ที่ดิน
-กิจกรรมของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ เป็นการกระจายอานาจสู่ท้องถิ่น จะเกี่ยวข้อง
กับผู้ซื้อ ผู้ขาย หรือคนกลางผู้ดาเนินงานในท้องถิ่น
-การปฏิบัติและพัฒนาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ภายใต้กรอบกฎหมายและนโยบาย
- 32 -
การดาเนินงานในระดับท้องถิ่น ประชาชนสามารถทางานร่วมกับโครงการได้รวดเร็ว มี
การลงทุนในระดับชุมชนที่มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในท้องถิ่น มีระบบการซื้อขาย การลงทะเบียน
การติดตามผลก็อยู่ในระดับท้องถิ่นหรือภายในจังหวัดที่สามารถดาเนินการได้
ระดับภูมิภาค มีการจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาให้มีบทบาทหน้าที่ของโครงการค่าแทน
คุณระบบนิเวศที่มีความสาคัญและจาเป็น จะต้องมีความเข้าใจในงานที่ได้รับมอบหมายให้ดาเนินงาน
โครงการใน ระดับภูมิภาคอาจจะมีความซ้าซ้อนกับระดับท้องถิ่น ทาให้เกิดการแตกแยกและขาดการ
ประสานงานเกิดขึ้นได้ แนวทางการดาเนินงานโดยให้
-นาหลักการจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานของภาครัฐ
-จัดตั้งอนุคณะกรรมการให้มีหน้าที่รับผิดชอบงานเฉพาะเรื่อง
-การพัฒนานโยบายในรูปแบบของเทศบาลหรือจังหวัดในระดับเดียวกัน
อย่างไรก็ดีสถาบันหรือหน่วยงานระดับภูมิภาค ก็มีความสาคัญในการขับเคลื่อนโครงการ
ค่าแทนคุณระบบนิเวศ ในการวางแผนยุทธศาสตร์ที่สามารถกระทาได้ในเรื่องดังต่อไปนี้
-การจัดทาแผนที่และสารวจการบริการของระบบนิเวศ
-การจัดทาแผนการจัดการโครงการ
-การกาหนดค่าธรรมเนียมหรือราคาการบริการ
-การพิจารณาเรื่องการลงทุน
-การนาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศระดับภูมิภาคมาใช้ในระดับชาติ
ระดับชาติ การกระจายอานาจการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมสู่ท้องถิ่น การดาเนิน
โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศเป็นการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น เพื่อให้การดาเนินงาน
ขับเคลื่อนไปสู่ผลสาเร็จ การกาหนดผู้ที่มีบทบาทในกรอบสถาบันหรือหน่วยงาน
-
-แนวทางในการดาเนินงาน การพัฒนา วิธีการ หรือการติดตามประเมินผลการบริการของ
ระบบนิเวศ
-สนับสนุนการดาเนินงานของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
-สนับสนุนงบประมาณและการจัดการงบประมาณเพื่อการบริการของระบบนิเวศ
-ร่วมมือประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในแผนโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
ตามนโยบายของรัฐ
สถาบันหรือหน่วยงานรับผิดชอบโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ควรกาหนดให้อยู่ใน
กระทรวงใดกระทรวงหนึ่งที่เกี่ยวข้อง ความรับผิดชอบด้านการบริการของระบบนิเวศจะมีหน่วยงาน
สามารถที่จะประสานงานระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ การตัดสินใจด้านการบริหารโครงการค่าแทนคุณ
ระบบนิเวศจากส่วนกลางถึงท้องถิ่นเพื่อแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น กรอบการทางานของหน่วยงาน
- 33 -
ทุกระดับจะต้องมีความชัดเจน หรืออาจจะมีการแก้ไขปัญหางานที่ซ้าซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง กระบวนการลดข้อ
ขัดแย้งจะต้องมีการแก้ไข จาเป็นต้องจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานให้มีหน้าที่รับผิดชอบและปฏิบัติได้
หลักการที่สาคัญ คือ สถาบันหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศทุก
ระดับจะต้องมีโครงสร้างที่ชัดเจน สถาบันหรือหน่วยงานท้องถิ่นจะเข้าถึงแก่นแท้ของโครงการในระดับ
ท้องถิ่นหรือระดับภูมิภาคได้ดีและรวดเร็วกว่าสถาบันหรือหน่วยงานระดับชาติที่เป็นผู้กาหนดกฎหมายและ
นโยบาย
5.2.2 สถาบันหรือหน่วยงานภาคเอกชน
ในหลายๆ กรณีการบริหารเงินทุนหรือดาเนินการโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศที่ไม่เป็น
ของรัฐบาลและมีกฎหมายรองรับ ก็มีกลุ่มบุคคลใช้กฎระเบียบของภาคเอกชนเข้าร่วมดาเนินการ ในหลายๆ
ประเทศมีการดาเนินโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศโดยภาคเอกชน ซึ่งเป็นสถาบันหรือหน่วยงาน
ภาคเอกชนที่มีการพัฒนาและปฏิบัติตามแผนโดยภาคเอกชนเอง
องค์กรพัฒนาภาคเอกชน (NGOs) ได้มีการวิเคราะห์และพิจารณากันในหลายๆกรณีถึง
บทบาทหน้าที่ในการจัดตั้งและปฏิบัติการโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศตามศักยภาพที่เกี่ยวข้อง เช่น
-การประชาสัมพันธ์ด้านคุณค่าของการบริการของระบบนิเวศ
-การวิเคราะห์ความต้องการ การอนุรักษ์ การพัฒนา และการบริการของระบบนิเวศ
-การวิเคราะห์เพื่อการจัดทาแผนโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
-การสนับสนุนความรู้ทางวิชาการ กฎหมาย วิทยาศาสตร์และสังคม
-ร่วมกับผู้ซื้อขายการบริการระบบนิเวศ (เช่น การจ่ายเงินให้แก่ผู้ดูแลรักษาต้นน้า ผู้ขาย
หรือผู้ดูแลระบบนิเวศต้นน้า การช่วยเหลือและสนับสนุนการบริหารโครงการ)
นอกจากนี้สถาบันหรือหน่วยงานภาคเอกชนมีการจัดตั้งหน่วยประสานงานกับโครงสร้าง
ของสถาบันหรือหน่วยงานภาครัฐ เป็นการทางานที่มีความยืดหยุ่นได้
5.2.3 ภาคประชาสังคมอื่นๆ เช่น โครงการที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ การมีส่วนร่วมและเป็นที่
ยอมรับของภาคเอกชนหรือภาครัฐ เช่น สหกรณ์การใช้น้าของชนพื้นเมืองดั้งเดิมหรือชุมชนท้องถิ่น ตัวอย่าง
รายงานจากประเทศโบลิเวีย สหกรณ์การใช้น้ามีบทบาทในการจัดตั้งและการจัดการกองทุนร่วมกับภาครัฐ
หรือภาคเอกชนในการอนุรักษ์แหล่งต้นน้า มีการจัดการระบบนิเวศให้มีการบริการที่ถูกต้องและใช้ได้อย่าง
ยั่งยืน
หลักการที่สาคัญ คือ สถาบันหรือหน่วยงานภาคเอกชนสามารถดาเนินการได้ผลดี ควรจะ
ได้มีการประสานงานกับสถาบันหรือหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งสถาบันหรือหน่วยงานดังกล่าวมีความสามารถใน
การบริหารงานได้ดีมีประสิทธิภาพ
- 34 -
5.3 ความท้าทายของการสร้างกรอบสถาบันหรือหน่วยงาน
ขณะที่โครงสร้างสถาบันหรือหน่วยงานได้จัดตั้งขึ้น จะมีแผนและนโยบายที่จะต้อง
ดาเนินการ และมีงานที่ท้าทายหลายประการ เช่น
5.3.1 งบประมาณ
การจัดการงบประมาณในแต่ละพื้นที่ค่อนข้างจะมีน้อย ขณะเดียวกันความสาเร็จของ
โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะขึ้นอยู่กับงบประมาณของกองทุนที่หามาได้ การพัฒนาขีดความสามารถ
จะทาให้กระบวนการค่าใช้จ่ายของการบริการของระบบนิเวศมีความเป็นไปได้สูง การบังคับใช้กฎหมาย การ
ติดตามผล และการแก้ไขสัญญาหลังจากที่โครงการประสบผลสาเร็จหรือยุติแล้ว
-กรอบของสถาบันหรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ ต้องกาหนดและ
ดาเนินการกับวิธีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่
-การเพิ่มจานวนเงินกองทุน โดยกาหนดให้สถาบันหรือหน่วยงานระดับชาติเป็ น
ผู้ดาเนินการ
-หัวหน้าหน่วยงานสามารถพิจารณาตัดสินใจลดค่าใช้จ่ายในพื้นที่คุ้มครองได้
-สนับสนุนเงินทุนสาหรับโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ที่ไม่มีงบประมาณประจาปีที่
เพียงพอ
-ต้องแน่ใจว่าการดาเนินงานของสถาบัน ทางานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการ
พิจารณาเงินเดือนของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจา
หลักการที่สาคัญ คือ กรอบการทางานของสถาบันหรือหน่วยงานเกี่ยวกับโครงการค่าแทน
คุณระบบนิเวศจาต้องมีการบริหารจัดการระบบการเงิน การเพิ่มเงินกองทุน โดยการหารายได้เข้ากองทุนและ
นาเงินจากกองทุนไปใช้ในการบริการของระบบนิเวศอย่างโปร่งใส
5.3.2 การรวมอานาจไว้ที่ส่วนกลางหรือการกระจายอานาจสู่ท้องถิ่น
การรวมอานาจของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศไว้ที่ส่วนกลางกับการกระจายอานาจ
ไปสู่ท้องถิ่น เป็นเรื่องที่มีความอ่อนไหวต่อการบริการของระบบนิเวศ ต้องจดจาไว้ว่าเราต้องการแนวคิดใน
ระดับชาติต้องเป็นหนึ่งเดียว การพัฒนาการทางเศรษฐกิจ การป้ องกันสิ่งแวดล้อม จาต้องมีหน่วยงานรองรับ
การทางานของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศในทุกๆระดับ ทั้งทางด้านการพัฒนาและการบริหาร
ภายในประเทศ ฉะนั้นสถาบันหรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นในส่วนกลาง จะเป็นภาพรวมในการบริหารงานของ
รัฐบาลในทุกระดับ โดยเฉพาะมีการกระจายการทางานจากระดับชาติไปสู่ส่วนท้องถิ่นจนถึงผู้ใช้ประโยชน์
ความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆจะกระทาได้สะดวก เช่น การชลประทาน การกาจัดของเสีย สุขภาพชุมชน
การใช้ประโยชน์ที่ดิน การวางแผน การเหมืองแร่ พลังงานไฟฟ้าหรือพลังน้า การป่าไม้และสิ่งแวดล้อม เป็น
ต้น
ในทางปฏิบัติโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะมีการบริการอยู่ทั้งในแนวตั้ง (หน่วยงาน
เดียวกันจากระดับชาติสู่ระดับท้องถิ่น) และแนวราบ (การประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ) จะมีการสร้าง
- 35 -
ความเข้มแข็งในระบบการทางาน การสร้างกรอบการทางานที่มีการกระจายอานาจไปสู่ระดับจังหวัดหรือ
ระดับท้องถิ่น จะทาให้มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพของระบบนิเวศ ในทางปฏิบัติระดับของการทางาน
ทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น มีปัจจัยแตกต่างกันหลายประการไม่เฉพาะแต่นโยบายทางการเมือง แต่จะ
รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวข้อง
ตารางแสดงการเปรียบเทียบระหว่างการรวมอานาจไว้ที่ส่วนกลางกับการกระจายอานาจไปสู่ภูมิภาคหรือ
ท้องถิ่น
ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค
1. กาหนดและสนับสนุนโครงการค่าแทนคุณระบบ
นิเวศไว้เป็นระดับชาติ
-แต่ละภาคีมีหน้าที่รับผิดชอบในระดับภูมิภาคและ
สามารถแก้ไขปัญหาในระดับท้องถิ่นได้
2. สามารถปรับกระบวนการทางานและกิจกรรมของ
โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศได้ดี
-ต้องปรับเกณฑ์มาตรฐาน ข้อกาหนดให้เข้ากับสภาพ
ท้องถิ่น
3. มีความสามารถในการติดต่อประสานงานกับพื้นที่
ระดับภูมิภาค หรือระดับนานาชาติได้ดี
-มีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
4. มีการวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างส่วนภูมิภาค
และหน่วยงานอื่น
-ประสิทธิภาพของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจในระดับท้องถิ่น
5. มีการจัดสรรงบประมาณและกาลังคนในพื้นที่ที่มี
มาตรฐาน
-มีความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการปรับปรุง
โครงการ
หลักการที่สาคัญ คือ การบริหารจัดการตามกรอบการทางานของโครงการค่าแทนคุณระบบ
นิเวศ จาต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบว่าจะจัดตั้งเป็นสถาบันหรือหน่วยงานให้มีการทางานใน
ระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น
5.3.3 ความร่วมมือ
สถาบันหรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นจะมีการร่วมมือกันระหว่างสถาบันหรือหน่วยงานต่างๆ
จะต้องเป็นหน่วยงานหลัก หากว่ากรอบของสถาบันหรือหน่วยงานที่มีการแยกกัน จะขาดความร่วมมือหรือ
แยกจากกันเป็นส่วนๆ หลายกรมกองหรือหลายกระทรวง ก็จะต้องมีการประสานงานร่วมมือกัน ร่วมกัน
แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น มิฉะนั้นแล้วก็จะก่อให้เกิดความผิดพลาดในการบริการของระบบนิเวศ เช่น พื้นที่ป่าไม้
ลดลง แหล่งต้นน้าลาธารถูกทาลาย ความร่วมมือจึงต้องมีสายงานรับผิดชอบ เช่น ระหว่างสถาบันหรือ
หน่วยงานรัฐ ส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคหรือหลายๆ หน่วยงาน หรือหน่วยงานในระดับที่ต่างกัน หรือการ
ประสานงานภายในสถาบันหรือหน่วยงานเดียวกัน
ถึงแม้ว่าสถาบันหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ในกรมหรือกระทรวงเดียวกัน ก็จาต้องสร้าง
ความร่วมมือกันในทุกๆ ระดับของหน่วยงานต่างๆ เช่น หน่วยงานอนุรักษ์ต้นน้า หรือหน่วยงานอุทยาน
- 36 -
แห่งชาติหรือหน่วยงานอนุรักษ์สัตว์ป่า หรือหน่วยงานควบคุมมลพิษ การศึกษาวิจัยโดยหน่วยงานของ
มหาวิทยาลัย การท่องเที่ยว ตลอดจนพนักงานเจ้าหน้าที่ตารวจที่ปฏิบัติตามกฎหมาย
ตัวอย่างรูปแบบความร่วมมือระหว่างสถาบันหรือหน่วยงานที่มีความแตกต่างกันในความ
รับผิดชอบ บทบาทและหน้าที่เพื่อให้มีการประสานงานกันได้ในทุกระดับและการสร้างความเข้าใจในทาง
เดียวกัน
หลักการที่สาคัญคือแผนการดาเนินตามโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศต้องมีการร่วมมือกัน
ในหลายๆหน่วยงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนภายใต้สานักงานหรือหน่วยงานย่อยทุกระดับจาต้องพัฒนา
วิสัยทัศน์ให้ตรงกันมีการวิเคราะห์ความรับผิดชอบของสถาบันหน่วยงาน มีการแก้ไขปัญหาอุปสรรค และหา
ช่องทางการสื่อสารให้ตรงกัน
ภาครัฐ
ฝ่าย
สิ่งแวดล้อม
ภาคเอกชน
ฝ่ายจัดการ
ต้นน้า
ฝ่าย
การเกษตร
-ระดับชาติ
-ระดับจังหวัด
-ระดับท้องถิ่น
-ระดับชาติ
-ระดับจังหวัด
-ระดับท้องถิ่น
-ระดับชาติ
-ระดับจังหวัด
-ระดับท้องถิ่น
- 37 -
บทที่ 6
การทาสัญญา (Contract Issues)
ภายใต้โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ การ
ดูดซับคาร์บอน น้าสะอาด จะเกี่ยวข้องกับการจัดการพื้นที่ดินโดยเฉพาะการดาเนินงานในระยะเวลาที่มีการ
จ่ายค่าชดเชย แต่ละภาคีจาต้องมีข้อตกลงร่วมกันในบางกรณี ข้อตกลงที่มีประสิทธิภาพแต่ละภาคีจะต้องมี
ความเข้าใจร่วมกันทั้งสองฝ่าย ทั้งบทบาทหน้าที่ของตนเองและของผู้อื่นที่เข้าร่วมภาคี มีการเคารพสิทธิซึ่ง
กันและกัน ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น จาต้องพิจารณาร่วมกันเพื่อการแก้ไขปัญหาการทะเลาะหรือโต้แย้งกัน หาก
ว่ามีความผิดพลาดหรือตกลงกันไม่ได้
รูปแบบของข้อตกลงจะมีตั้งแต่จับมือกันจนถึงการทาสัญญาที่ประกอบด้วยรายละเอียด
ต่างๆ มีการลงนามหรือมีหนังสือรับรองข้อตกลงที่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น
ฉะนั้นในบทนี้จะกล่าวถึงรายละเอียดของการทาสัญญาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ว่า
ควรจะประกอบด้วยอะไรบ้าง เช่น รูปแบบของแผนงานโครงการ ภาคีที่เกี่ยวข้อง รูปแบบและกฎหมาย
วัตถุประสงค์ และขอบเขตข้อตกลง สิทธิในการครอบครองที่ดินของแต่ละภาคี ภาระหน้าที่ ผู้แทนและ
หลักประกัน โครงสร้างค่าใช้จ่าย ระยะเวลาของสัญญา ความเสี่ยงในข้อที่แก้ไขไม่ได้ และมีการโต้แย้ง
เกิดขึ้น
6.1 แผนงานโครงการ
ในการจัดทาข้อตกลง มีความจาเป็นต้องพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ เป้ าหมายของโครงการ
รายละเอียดของพื้นที่ที่จะอานวยในเรื่องการบริการของระบบนิเวศในพื้นที่คุ้มครองหรือใกล้เคียง ซึ่งสัญญา
จะแตกต่างกันไป มีความจาเป็นต้องดาเนินการโดยเจ้าของที่ดินที่ต้องการ สิ่งที่สาคัญคือ สัญญาว่าด้วยค่า
แทนคุณระบบนิเวศจะต้องมีกรอบของแผนเพื่อให้มีข้อตกลงที่ดาเนินการได้ตามเป้ าหมาย กฎระเบียบของ
สัญญาที่กาหนดจะมีความแตกต่างกันไป เช่น ห้ามตัดไม้ห้ามทาลายป่า ห้ามล่าสัตว์ป่า หรือกาหนดให้มีการ
ปลูกป่าให้เต็มทั้งพื้นที่
หลักการที่สาคัญ คือ สัญญาต่างๆ ที่จัดทาขึ้นเพื่อการดาเนินงานตามแผนโครงการค่าแทน
คุณระบบนิเวศที่มีประสิทธิภาพ กรอบของสัญญามีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแผนงานโครงการ
โดยเฉพาะแผนยุทธศาสตร์ สัญญาของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะต้องมีผลบังคับใช้และดาเนินงาน
ให้เป็นตามเป้าหมาย
6.2 การวิเคราะห์ภาคีที่เกี่ยวข้อง( Stakeholder Analysis )
ในการวิเคราะห์แผนยุทธศาสตร์ของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ รายละเอียดของโครง
กาที่กาหนด จาต้องวิเคราะห์ภาคีที่มีการจัดการด้านการซื้อ-การขาย มีขอบเขตทางเลือกที่กว้างขวาง
รายละเอียดของสัญญาจะขึ้นอยู่กับธรรมชาติของแต่ละภาคี โดยมากจะเกี่ยวข้องกับผู้ซื้อไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล
- 38 -
ท้องถิ่นหรือการประปาและผู้ขายอาจจะเป็นชาวนาในท้องถิ่น ลักษณะเช่นนี้จะเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง
การบริการของระบบนิเวศที่เป็นสินค้าสาธารณะ รัฐบาลท้องถิ่นจะเป็นผู้รับการบริการ อีกกรณีหนึ่งคือผู้ซื้อ
กับผู้ขาย ที่เป็นบุคคลต่อบุคคล หรือระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายที่ประกอบด้วยหลายๆคนหรือระหว่างหน่วยงาน
จะต้องมีข้อตกลงร่วมกันระหว่างสถาบันหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ธรรมชาติของภาคีมักจะกาหนดไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กล่าวคือถ้าเป็นสัญญาตาม
กฎหมาย ภาคีบุคคลจะถูกต้องตามกฎหมายด้วย เป็นผู้มีอานาจหน้าที่ในสัญญา อาจจะเป็นกลุ่มของเจ้าของ
ที่ดินท้องถิ่นที่ต้องการทาสัญญาหรือให้มีการร่วมมือตามกฎหมาย หรือกลุ่มของชุมชนท้องถิ่นที่มีการ
รวมกลุ่มกันเพื่อให้มีกิจกรรมการซื้อขายที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ในหลายๆประเทศที่มีการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ดาเนินการโดยรัฐบาลหรือ
รัฐบาลท้องถิ่นหรือภูมิภาคจะต้องทาหน้าที่เป็นภาคีในข้อตกลง โดยเฉพาะสัญญาที่เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์
ที่ดิน รัฐบาล มีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่ป่าไม้หรือพื้นที่คุ้มครองและที่ดินที่ให้การบริการของระบบนิเวศแก่
หน่วยงานอื่นๆจะต้องเป็นภาคีมีข้อตกลงร่วมกัน
ในกรณีที่องค์กรภาคเอกชน จะเป็นภาคีตามสัญญาทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นผู้ซื้อหรือผู้ขาย แต่เป็น
ภาคีกลางที่ต้องเป็นผู้ประสานระหว่างภาคีอื่นที่เกี่ยวข้อง ต้องพิจารณาถึงเหตุผลว่าจะกระทาได้หรือไม่
หลักการที่สาคัญ คือ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ มีขอบเขต
ที่กว้าง ขวางที่ประกอบด้วยผู้ซื้อ ผู้ขาย และคนกลาง ถ้าหากการจัดการโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศอยู่ใน
ความรับผิดชอบภายใต้กฎหมาย ทุกภาคีที่เกี่ยวข้องจาเป็นต้องมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ระบุไว้ในสัญญาด้วย
6.3 รูปแบบและกฎหมายในสัญญา
ประสิทธิภาพและความรับผิดชอบภายใต้กฎหมายที่ปรากฏอยู่ในสัญญาจะไม่เหมือนกัน
หากว่ามีข้อตกลงกันได้ก็ไม่จาเป็นต้องทาสัญญาก็ได้ หรือเขียนเป็นสัญญาก็ได้เพื่อให้มีประสิทธิภาพมาก
ยิ่งขึ้น ความมีประสิทธิภาพจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาตัดสินใจหรืออานาจศาลสั่งการก็ได้ อย่างไรก็ดีศักยภาพ
ความสาคัญ ข้อดีของการมีสัญญา ในระยะเริ่มแรกของการบังคับใช้กฎหมาย ข้อตกลงความไม่เสมอภาค
ภายใต้กฎระเบียบจะเป็นสิทธิและภาระหน้าที่ของภาคี การสร้างความเข้าใจที่จะเกิดขึ้นภายหลัง เป็นข้อมูลที่
กาหนดเพื่อแสดงว่า หากไม่มีข้อตกลงร่วมกันจะต้องมีการศึกษามากกว่าการสร้างความเข้าใจของโครงการ
ค่าแทนคุณระบบนิเวศ แต่เป็นข้อตกลงทางการค้า สุดท้ายก็จะมีการลงนามในเอกสารไว้เป็นสาคัญเพื่อลด
ความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น
ข้อดีของการกาหนดรูปแบบของสัญญา โดยสาระที่สาคัญประกอบด้วยคุณค่าที่ออกมาเป็น
รูปของเวลาและการเงิน ในสัญญาจะมีรายละเอียดมาก เช่น การกาหนดเวลา การเจรจาเพื่อกาหนด
ค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะโปรแกรมโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศด้านการบริหารงบประมาณ การบริหาร
จัดการที่เป็นปัญหาที่จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาร่วมกันภายใต้สัญญา
สัญญาที่ทาขึ้นบางครั้งเป็นสัญญาแบบง่ายๆ เช่น ผู้ซื้อ ผู้ขายบริการของระบบนิเวศ สัญญา
ที่ทาขึ้นจะสนองความต้องการและมีความเข้าใจสาหรับชุมชนในท้องถิ่น ซึ่งมีประสบการณ์น้อยและ
- 39 -
ปราศจากการจัดการตามกฎหมาย ธรรมชาติของข้อตกลงเป็นการบอกสภาพของภาคี จะมีรายละเอียดของ
บุคลากรเป็นอย่างน้อยต้องมีหลักฐานอยู่ 3 ประการ คือ บัตรประจาตัว บัตรประจาผู้เสียภาษี และบัตรแสดง
ว่าเป็นผู้ทางานในท้องถิ่นนั้นๆ อาจจะมีปัญหากับชุมชนในท้องถิ่นดั้งเดิม การให้ความสาคัญของพื้นที่หรือผู้
ครอบครองพื้นที่ขนาดเล็กในชนบท
การลงทะเบียนในสัญญาค่าแทนคุณระบบนิเวศของภาครัฐ ที่มีรูปแบบกิจกรรมที่ปรากฎใน
ข้อตกลงจะระบุถึงการแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้ง ที่มีการลดลงของการบริการของระบบนิเวศจาต้องกระทาให้มี
ความชัดเจน ความกระจ่างและเกี่ยวกับกฎหมาย การลงทะเบียนจึงมีความจาเป็นอย่างยิ่ง
หลักการที่สาคัญ คือ ความรับผิดชอบในสัญญา จะต้องทาเป็นลายลักษณ์อักษรภายใต้
กฎระเบียบของกฎหมาย ที่ขึ้นอยู่กับการดาเนินงานในท้องถิ่นและมีการกาหนดราคาค่าใช้จ่าย เวลา และการ
ปฏิบัติ สัญญาจึงจาเป็นต้องอาศัยกฎหมายเพื่อให้งานค่าแทนคุณระบบนิเวศมีประสิทธิภาพ
6.4 วัตถุประสงค์และขอบเขต
องค์ประกอบของสัญญาที่กาหนดขึ้นจะอธิบายถึงรายละเอียดเป็นส่วนๆ เพื่อแสดงให้เห็น
ถึงวัตถุประสงค์และขอบเขต วัตถุประสงค์อาจจะเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน การปลูกป่า การ
ป้ องกันการลดลงของป่าไม้ การทาวนเกษตร เพื่อที่จะให้มีการปรับปรุงระบบนิเวศของน้าหรือการอนุรักษ์
ดิน ในการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ รวมทั้งยุทธศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงโครงการในอนาคตและ
การช่วยเหลือชุมชนในท้องที่
ในกรณีที่โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศมีหลากหลายรวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในระบบนิเวศ
จะมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน จะมีหลายภาคส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น เจ้าของที่ดิน นักวิชาการด้านการอนุรักษ์
ดิน การกาจัดน้าเสีย การอนุรักษ์ป่าไม้การจัดการปริมาณและคุณภาพของน้า
หลักการที่สาคัญ คือ สัญญาจะต้องทาให้ชัดเจนได้โดยมีการระบุถึงวัตถุประสงค์และ
ขอบเขตของสัญญาในโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศและมีวิธีการจัดการที่ถูกต้อง
6.5 สิทธิและหน้าที่รับผิดชอบ
รายละเอียดของสัญญาจะประกอบด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ขายและผู้ซื้อ แต่ละภาคีจะต้อง
มีข้อตกลงที่เข้าใจกันทั้งสองฝ่ายและมีความชัดเจน ความถูกต้อง ตลอดจนความคาดหวังที่จะเกิดขึ้นระหว่าง
ผู้ขายกับผู้ซื้อ
ผู้ซื้อหรือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ มีหน้าที่รับผิดชอบในการซื้อจะต้องมีรายละเอียดของ
โครงการด้านการซื้อขาย
ผู้ขายหรือผู้ให้บริการ มีหน้าที่รับผิดชอบในการอานวยสินค้าการบริการของระบบนิเวศ
ต้องคานึงถึงปัจจัยนาเข้าและผลที่ได้รับ การซื้อขายจะต้องมีหน่วยค่าที่แสดงออกมาว่าเป็นราคาเท่าไร ทา
อย่างไร เช่น ค่าทารั้วป้ องกันวัชพืชน้าเป็นปัจจัยนาเข้า การคิดค่าใช้จ่ายจะต้องมีข้อมูลจากแผนการ
ดาเนินงาน ผู้ขายหรือผู้ให้บริการจะต้องกาหนดไว้ในกิจกรรมการลงทุน ผลลัพธ์ที่ได้จะคิดเป็นหน่วยวัดได้
- 40 -
เช่น จานวนการผลิตน้า/วัน ปริมาณแร่ธาตุ/ปี หรือการทาให้คุณภาพน้าดีขึ้น ชาวนาจะต้องจ่ายค่าน้าเพื่อการ
ปลูกข้าวเท่าไร ในทางปฏิบัติวิธีการนี้ค่อนข้างจะทาได้ยาก ยากต่อการคิดค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมมี
การเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การคิดค่าบริการในฤดูฝนกับฤดูแล้งจะแตกต่างกัน จาเป็นจะต้องนาหลัก
เศรษฐศาสตร์มาประเมินมูลค่าของทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นส่วนช่วยให้มีการคิดค่าบริการของระบบนิเวศ
ได้
ฉะนั้นโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะมีการคานวณ หรือคิดหาค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับการ
ลงทุน โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ในที่ดิน เช่น การปลูกป่ามากกว่าการคิดหน่วยคาร์บอน เรื่องน้าอาจจะ
พิจารณาถึง
กิจกรรมมากกว่าคุณภาพของน้า จะต้องรวมไปถึงการทารั้วป้ องกันแหล่งน้า การปลูกต้นไม้ การดูแลป่าไม้
และกิจกรรมอื่นๆ ขึ้นอยู่กับการกาหนดรูปแบบของการบริการ
หลักการที่สาคัญ คือ หน้าที่ความรับผิดชอบด้านผู้ขายตามสัญญาจะต้องเน้นไปในเรื่องของ
การปฏิบัติงานในกิจกรรม (การนาเข้าหรือการลงทุน) มากกว่าการรับรองคุณภาพและปริมาณของทรัพยากร
ที่ได้มา
ค่าใช้จ่ายในโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะขึ้นอยู่กับกิจกรรมของการใช้ประโยชน์ที่ดิน
การแสดงความเป็นเจ้าของหรือจัดการที่ดินกรรมสิทธิ์ของตนเอง โดยเฉพาะในชนบทเจ้าของที่ดินอาจจะ
ไม่ได้มีการจดทะเบียนเอกสารสิทธิ์ที่ดิน บางครั้งมีการซื้อขายที่ดินโดยไม่มีเอกสารสิทธิ์ รวมทั้งเอกสารซื้อ
ขายไม่ถูกต้อง ถ้าเป็นโครงการในระยะยาวผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดินของรัฐอาจจะไม่ทราบว่าที่ดินเป็นของรัฐ
หลักการที่สาคัญ คือ ผู้เป็นเจ้าของที่ดินที่มีการจัดการอย่างถูกต้องตามกฎหมายที่ดิน จะต้อง
ทราบว่าการเป็นเจ้าของที่ดินสามารถจะดาเนินการจัดการที่ดินให้อยู่ในโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศตาม
วัตถุประสงค์รายละเอียดของสัญญาได้
6.6 โครงสร้างของค่าใช้จ่าย
การนาเอาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้ในด้านการบริการของระบบนิเวศ โดยมี
ค่าใช้จ่ายจะต้องมีการตกลงร่วมกัน และมีการตกลงร่วมกันอย่างไร เพื่อให้มีการใช้จ่ายเป็นไปอย่างถูกต้อง
หรือมีการเจรจากันอย่างไร เพื่อให้มีการกาหนดราคาที่ถูกต้อง รายละเอียดมักจะมีการวิเคราะห์ให้ชัดเจน
(1) การกาหนดราคากลาง กาหนดกฎเกณฑ์ค่าใช้จ่ายในด้านการบริการของระบบนิเวศ จะมี
ความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการเจรจาตกลงกัน ผลการเจรจาในข้อตกลงจะขึ้นอยู่กับระดับของการบริการของ
ระบบนิเวศจะมีความเสี่ยงเกิดขึ้น เช่น การเกิดไฟป่า น้าท่วม ดินพังทลาย ซึ่งทาให้เกิดความสูญเสียได้
นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการจัดการ การป้ องกัน หรือค่าเสียโอกาสจะถูกนามาพิจารณาในรายละเอียด
ด้วย
(2)วิธีการจ่ายเงินเป็นการจ่ายเงินสดหรือจ่ายผ่านธนาคารได้(ในกรณีที่ไม่สามารถจ่ายเป็นเงินสดได้)
ถ้าเป็นการจ่ายให้แก่กลุ่มของชุมชนจะดีกว่าการจ่ายให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ทาให้มีคุณค่าต่อชุมชน
- 41 -
ผลประโยชน์ที่ได้รับจะเป็นผลทางเศรษฐกิจในระยะยาว แต่ถ้าหากเป็นการจ่ายผ่านธนาคารก็จะเป็นข้อตกลง
ในสัญญาและมีใบสาคัญที่แสดงกระทาไว้ต่อกัน เช่น ใบเสร็จรับเงิน
(3) เวลาการจ่ายเงิน มีคาถามว่าการจ่ายเงินค่าบริการเข้ากองทุนค่าแทนคุณระบบนิเวศจะ
จ่ายกันเมื่อไร หรือตามระยะเวลาที่กาหนดในสัญญา ขึ้นอยู่กับการบริการหรือการส่งมอบงานว่าจ่ายล่วงหน้า
หรือจ่ายหลังจากการทางานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตัวอย่าง เช่น สัญญาด้านพืชเกษตรจะมีการใช้จ่ายระหว่างการ
ดาเนินงานของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ หรือตามความสะดวก หรือทางานแล้วเสร็จ เช่น การสร้าง
เขื่อน หนองน้า หรือรั้วกั้น ต้องมีการจ่ายเงินล่วงหน้า แต่อาจจะเกิดปัญหาได้ หากว่ากิจกรรมไม่เป็นไปตาม
เป้าหมาย การจ่ายเงินจะต้องเป็นไปตามสัญญาหลัก และเป็นไปตามขั้นตอน เช่น การกาจัดพืชต่างถิ่น การทา
รั้วป้องกันปศุสัตว์ เป็นต้น
(4) การเสียภาษี การเสียภาษีเงินได้มีการกาหนดไว้ในแบบฟอร์มของสัญญา แต่ที่สาคัญคือ
ชุมชนท้องถิ่นที่ทางานร่วมกับโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศที่มีรายได้น้อย เงินกองทุนหรือผู้ซื้อการ
บริการของระบบนิเวศไม่ต้องเสียภาษีจากรายได้หรือยกเว้นภาษี
หลักการที่สาคัญ คือ ประเภท วิธีการกาหนด และการจ่ายเงินจาเป็นต้องปรากฎอยู่ใน
ข้อตกลงหรือสัญญา ทั้งนี้เพื่อให้เป็นดอกเบี้ยทางเศรษฐกิจ คุณค่าทางวัฒนธรรมจะต้องมีการลงทุนเพื่อสร้าง
กองทุนให้เข้มแข็ง
6.7 ระยะเวลา
สิ่งสาคัญในการทาสัญญา คือ ระยะเวลาที่กาหนดให้มีการจ่ายเงินในโครงการจะต้องนาเข้า
มาพิจารณา เพราะอาจจะมีกรณีที่เจ้าของที่ดินไม่ดาเนินการต่อในเรื่องของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
ฉะนั้นหากเป็นไปได้ สัญญาที่จะดาเนินการควรเป็นระยะยาวเพื่อให้มีระยะเวลาการปฏิบัติงานที่ได้ผล การ
บริการอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงทางนโยบาย หรือผลที่จะเกิดจากการกาหนดค่าใช้จ่ายที่มีความเสี่ยงในการ
ลงทุน
ฉะนั้นหากว่าเราจะใช้สัญญาในระยะยาวหรือระยะสั้น จะขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของเจ้าของ
ที่ดิน ผู้ดาเนินการโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะต้องดูน้าหนักของผลกาไรที่ได้รับ หรือการสูญสียจาก
พื้นที่ดินที่ไม่ได้ใช้เพื่อการเกษตร การเปลี่ยนแปลงทางการเงิน หรือภาวะเงินเฟ้อจะเป็นปัจจัยที่สาคัญ
คาถามสาคัญที่เกี่ยวกับทางเลือกให้พิจารณาถึงเป้ าหมายของความมั่นคงทางการเงิน และ
การบริการของระบบนิเวศมีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางการเงินหรือนโยบาย การเปลี่ยนแปลง
ทางการใช้ประโยชน์ที่ดินก็จะไม่กระทบกระเทือนต่อประสิทธิภาพของการบริการ สัญญาจึงต้องมีการ
พิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการปฏิบัติตามระเบียบที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
หลักการที่สาคัญ คือ หากว่าได้มีการกาหนดเวลาในสัญญา ภาคีทั้งสองฝ่ายจะต้องรักษา
ผลประโยชน์ของตนเองในระยะยาวของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ และมีความมั่นคง การเปลี่ยนแปลง
ในการปฏิบัติอาจจะเกิดขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม
- 42 -
6.8 ความเสี่ยง
กลไกของสัญญาอาจจะทาให้เกิดความเสี่ยงในการดาเนินงานได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อไม่มีความ
พึงพอใจในการจัดซื้อหรือการจ่ายที่เกิดจากความไม่คาดหวังจากการบริการของระบบนิเวศ
ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากภาวะทางการเงินในตลาดเศรษฐกิจที่มีการขึ้นๆ ลงๆ โดยทั่วไปการ
ดาเนินการตามกิจกรรมจะมีความเสี่ยงของภาคีทั้งสองฝ่ายที่ต้องยอมรับ หลังจากมีข้อตกลงแล้วภาวะการเงิน
จะขึ้นหรือลงก็ได้จะต้องหยิบยกมาเป็นเรื่องของสภาพแวดล้อมที่จะต้องกล่าวถึง ฉะนั้นการพิจารณาในเรื่อง
ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย แต่ถ้าหากการทาสัญญาในโครงการค่าแทน
คุณระบบนิเวศในระยะยาวตามวัตถุประสงค์จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลาได้
ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากภาคีสมาชิกเอง โดยมากจะเกิดจากภาคีใดภาคีหนึ่งไม่ปฏิบัติตาม
สัญญา มีความเป็นไปได้ในการยกเลิกสัญญาที่ได้ทาไว้
ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากสิ่งที่ไม่คาดฝันหรือไม่ตั้งใจจากภัยธรรมชาติ และไม่สามารถ
ควบคุมได้ เช่น ภัยพิบัติที่เกิดจากไฟป่า น้าท่วม ดินพังทลาย ผลผลิตทางการเกษตรไม่ได้ผล จึงไม่มีการ
จ่ายเงินค่าบริการเกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ภาคีทั้งสองฝ่ายต้องมีการเจรจากันและป้ องกันมิให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ผู้
ซื้อจะต้องมีความเสี่ยงจากความไม่เข้าใจ ผู้ขายจะต้องดาเนินกิจกรรมในที่ดินให้ดีขึ้น และการ
ประชาสัมพันธ์โครงการ ถึงแม้ว่าจะไม่เกิดผลทางประสิทธิภาพการบริการก็ตาม
หลักการที่สาคัญ คือ ความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะการตลาด ภาคีสมาชิก และภัยที่เกิดจากความ
ไม่คาดหวัง เป็นปัจจัยความเสี่ยงที่สาคัญที่ต้องกาหนดไว้ในสัญญาค่าแทนคุณระบบนิเวศ มีการกาหนดข้อ
ต่อรอง และการแก้ไขปัญหาที่ต้องการในการดาเนินงานให้เป็นไปด้วยดี
6.9 การติดตามประเมินผลและการายงาน
การติดตามประเมินผล จะเป็นเครื่องมือที่มีการกาหนดตัวชี้วัดว่าข้อตกลงตามโครงการค่า
แทนคุณระบบนิเวศมีความสาเร็จมากน้อยเพียงใด ผู้ซื้อจะได้หลักประกันว่าเขาได้รับการบริการที่เหมาะสม
กับเงินหรืองบประมาณที่ได้จ่ายไป มีความสมเหตุสมผลของสัญญาในการกาหนดโดยการยินยอมหรือไม่
ยินยอม ถ้าหากว่าเป้ าหมายในสัญญาที่ทากันอย่างง่ายๆ ไม่จาเป็นที่จะต้องมีกระบวนการติดตามประเมินผล
ก็ได้หรือจะกาหนดขึ้นระหว่างการปฏิบัติตามแผนก็ได้ ซึ่งก็มีหลายรูปแบบที่ให้เลือก ถ้าหากว่ามีปรากฏใน
สัญญาจะทาให้มีโอกาสที่จะลดความขัดแย้งในอนาคตได้
1. การายงานผลตามระยะเวลาที่กาหนด บางโครงการกาหนดให้มีการรายงานผลทุกๆ
สิ้นเดือน เพื่อชี้แจงหรือรายงานความก้าวหน้าของโครงการตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย หากว่าการทางาน
ไม่เป็นไปตามแผนอาจจะมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นได้และจะเป็นปัญหากับการใช้จ่ายเงินต่อไป
2. มาตรฐานของรายงาน ระหว่างที่ปฏิบัติตามสัญญา การประเมินผลด้านสิ่งแวดล้อมจะถูก
นามาคิดในเรื่องรายละเอียดของการลงทะเบียน มีการกาหนดไว้ในสัญญาเพื่อเป็นหลักฐานสาคัญว่า การทา
สัญญาและกาหนดเวลาการติดตามประเมินผลเป็นระยะๆ เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของการอนุรักษ์พื้นที่
- 43 -
ธรรมชาติ หากว่าสิ่งแวดล้อมลดลงด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะมีการยกเลิกสัญญาได้ เจ้าของที่ดินจะต้องตอบ
คาถามและปฏิบัติให้ทันต่อเหตุการณ์ภายใน 3-15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับรายงาน
3. การตรวจสอบโดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมเปรียบเทียบกับการตรวจสอบทางภาคพื้นดิน เป็น
โปรแกรมที่จัดทาขึ้นเพื่อต้องการทราบผลการปฏิบัติงานที่มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด
4. คณะทางานติดตามประเมินผลร่วมกับผู้แทนจากภาคี ผู้ขาย และผู้ซื้อ ผู้ที่อาศัยอยู่ตาม
แหล่งต้นน้าลาธาร (ผู้ขาย) ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณปลายน้า (ผู้ซื้อ) จะร่วมกันพิจารณาติดตามผลในการภาคสนาม
5. การตรวจสอบ เพื่อต้องการทราบถึงสภาพของกิจกรรมที่ได้ดาเนินการตามข้อตกลงของ
สถาบันหรือหน่วยงาน และกาหนดให้จัดทาเป็นคู่มือการปฏิบัติงาน การตรวจสอบนี้จะมีผลด้านการให้มีการ
หยุดโครงการตามข้อตกลงก็ได้
6. การพิจารณาหลักการกรณีที่ไม่มีการยินยอมเกิดขึ้น ต้องมีการพิจารณาหลักเกณฑ์ที่
เกี่ยวข้องกับการจัดตั้ง การพิจารณาถึงสาเหตุความไม่พึงพอใจของผู้ซื้อ
หลักการที่สาคัญ คือ สัญญาของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ควรจะได้กาหนดวิธีการ
ติดตามประเมินผล มีการระบุกระบวนการไว้ในสัญญาว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เพื่อลดความขัดแย้งที่จะ
เกิดขึ้นในอนาคต
6.10 การแก้ไขปัญหาหรือการโต้แย้ง
มีความจาเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ความสาคัญกับการทาสัญญาอีกประการหนึ่ง คือ การไม่
ยินยอมดาเนินการและมีผลที่จะเกิดขึ้นตามมา ตัวอย่าง เช่น ชาวนาทาสัญญาในโครงการเป็นระยะเวลา 5 ปี
จะดาเนินการทารั้วล้อมรอบพื้นที่ที่เป็นแหล่งน้า แต่ปรากฏว่าไม่ได้ทาและยกเลิกสัญญาเมื่อครบ 4 ปี การ
ติดตามประเมินผลก็จะเป็นการยาก โดยเฉพาะการกาหนดค่าใช้จ่ายจะต้องถูกยกเลิก และจะเกิดปัญหาอื่นๆ
ตามมา เช่น การศึกษา สุขภาพของชุมชน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันจากกิจกรรมดังกล่าว
บทลงโทษจะต้องกาหนดไว้ในสัญญาให้ชัดเจน ส่วนใหญ่จะเป็นบทลงโทษทางด้าน
การเงิน เช่น ค่าปรับ แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นโทษที่เบาเกินไปและเป็นเรื่องเฉพาะกิจเท่านั้น
หลักการที่สาคัญ คือ การทาให้พื้นที่ธรรมชาติไม่ถูกรบกวนและดาเนินการให้ถูกต้อง มี
สัญญาแต่การดาเนินงานเกิดขึ้นจากผู้ไม่ปฏิบัติตามก็จะมีบทกาหนดโทษ เพื่อให้การดาเนินงานเป็นไปอย่าง
ต่อเนื่อง
ภาคีในสัญญาจะมีหลักการและข้อมูลรายละเอียดที่กาหนดไว้ คือ การซื้อ การขายจะมี
หน่วยงานกลางรับผิดชอบ เรื่องกองทุนและรัฐบาลท้องถิ่น ค่าใช้จ่ายต่างๆ หรือความขัดแย้งเกิดขึ้นก็
สามารถที่จะมีการเจรจายกเลิกสัญญาได้
หลักการที่สาคัญ คือ การเกิดความขัดแย้ง หรือกระบวนการทางานของโครงการค่าแทนคุณ
ระบบนิเวศไม่ประสบผลสาเร็จ ก็สามารถยกเลิกสัญญาได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจด้วยกันทุกฝ่าย
- 44 -
ตารางแสดงข้อมูลอย่างย่อในบทที่ 6 เกี่ยวกับการทาสัญญา
รายละเอียด วัตถุประสงค์ ตัวอย่าง/คาอธิบาย ข้อเสนอแนะ
1. แผนงาน สัญญาระหว่างภาคีที่เกี่ยวข้องกับ
โครงการมีเป้ าหมาย หรือกิจกรรม
จะต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจน
2. ภาคีผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย วิเคราะห์ว่ามีใครบ้างร่วมเป็ นผู้ทา
สัญญา
ภาคีที่เกี่ยวข้องจะมีสอง หรือหลายภาคี
ก็ได้ อย่างน้อยก็ต้องมีผู้ซื้อ ผู้ขาย
โดยเฉพาะภาครัฐ ภาคเอกชน หรือ
สถาบัน หรือหน่วยงาน
ภาคีส่วนร่วมจะเป็นวิธีการที่ง่าย ต้อง
ทาการวิเคราะห์ให้ถูกต้อง การลง
นามในสัญญาสามารถทาได้ง่าย และ
สามารถกระทาได้รวดเร็ว
3. วัตถุประสงค์และขอบเขต กาหนดวัตถุประสงค์ของสัญญา ให้มี
รายละเอียด และสถาณการณ์ใน
ภาพรวมของค่าแทนคุณระบบนิเวศ
และประโยชน์ที่จะได้รับ
การจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน การจัดการ
ป่าไม้การปรับปรุงคุณภาพและปริมาณ
ของน้า
ไม่ควรมีรายละเอียดที่ครอบคลุมที่
กว้างขวางมากนัก
4. กฎหมาย จะตัดสินใจว่ามีการทาสัญญาภายใต้
กฎหมายหรือไม่ หรือมีการทาสัญญา
เป็นลายลักษณ์อักษร หรือตกลงกันด้วย
ปากปล่าโดยไม่ใช้กฎหมาย
ถ้าหากสัญญากาหนดเป็นลายลักษณ์
อักษรภาคีทั้งสองจะต้องมีอานาจหน้าที่
ตามกฎหมาย มีข้อตกลงในการ
ลงทะเบียน มีข้อตกลงร่วมกัน และ
เข้าใจร่วมกัน
-การบังคับใช้กฎหมายจะทาให้ลด
ความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นมาได้
-การทาสัญญาอาจจะมีค่าใช้จ่ายสูง
-ผู้ขายอาจไม่ทาสัญญาตามกฎหมาย
ก็ได้
- 45 -
รายละเอียด วัตถุประสงค์ ตัวอย่าง/คาอธิบาย ข้อเสนอแนะ
5. การกระทา/ผลสาเร็จ มีตัวชี้วัด
จากผู้ขาย
ปฏิบัติตามวัตถุประสงค์และสนับสนุน
ให้ภาคีพร้อมลงนามรับผิดชอบ
ตัวชี้วัดความสาเร็จ
-การปฏิบัติงาตามแผน
-ป่าไม้ได้รับการอนุรักษ์
-คุณภาพน้าดีขึ้น
-ป่าปลูกเพิ่มขึ้น
-การทารั้วกั้นขอบเขต
มีการเน้นถึงกิจกรรมนาเข้ามากกว่า
ผลลัพธ์
6. สิทธิหน้าที่ฝ่ายผู้ซื้อ มีความรับผิดชอบสัญญาและสิทธิใน
การซื้อ
สิทธิผู้ซื้อสามารถ
-ไปเยี่ยมชมที่ตั้งโครงการ
-ดาเนินการติดตามประเมินผล
-ได้ผล หรือผลได้ที่มีจากัด
-มีความขัดแย้งลดลง ถ้าหากผู้ซื้อ
ควบคุมและมีการติดตามประเมินผล
อย่างใกล้ชิด และมีความเชื่อมโยงกับ
ค่าใช้จ่าย
-จาต้องวิเคราะห์ให้ชัดเจนว่าภาคีจะ
จ่ายเพื่อการจัดการป่าไม้ การติดตาม
ผล และการลงทะเบียนในสัญญา
7. ระยะเวลา ระยะเวลาของสัญญา และกิจกรรม
จนถึงวันหมดสัญญา
-กาหนดเวลาเป็นระยะสั้น/ระยะยาว
-สิทธิในการปฏิบัติต่อการดาเนินงาน
-การเจรจาปรับปรุงสัญญาใหม่
-มีข้อจากัดในที่ดินเอกชน/ส่วนตัว
-สัญญาระยะยาวจะขึ้นอยู่กับต้นทุน
-การปรับปรุงสัญญาจะขึ้นอยู่กับผู้ซื้อ
เลือกวิธีการที่ดีกว่า
- 46 -
รายละเอียด วัตถุประสงค์ ตัวอย่าง/คาอธิบาย ข้อเสนอแนะ
8. โครงสร้างระบบการจ่ายเงิน วิธีการจ่ายเงินมีระบบที่กาหนดไว้ใน
สัญญา
การจ่ายเงินล่วงหน้า
-กาหนดระยะเวลาการจ่ายเงิน
-การจ่ายเงินสมทบ
-การช่วยเหลือทางวิชาการ
-การใช้สินค้า
-การปรับปรุงคุณภาพของพื้นที่
เป็นการขับเคลื่อนโครงการที่ผู้ซื้อ
ต้องวิเคราะห์ให้ชัดเจน
9. ความเสี่ยง อนุญาตให้มีความเสี่ยงเกิดขึ้นในระยะ
การทางานของโครงการได้
ผู้ขายสามารถที่จะได้รับผลตลอดเวลา
ของการดาเนินงานตามกิจกรรม ถ้ามี
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน เช่น
น้าท่วม ไฟป่ า ซึ่งภาคีไม่สามารถ
ควบคุมได้ ผู้ซื้อย่อมมีความเสี่ยงต่อ
เหตุการณ์ได้
-ในกรณีที่เกิดภัยธรรมชาติ เช่น น้า
ท่วม ไฟป่ า ไม่สามารถปฏิบัติตาม
สัญญาได้
-สัญญาควรจะมีความชัดเจน และ
ค่ า ใ ช้จ่ า ย เ ป็ น ไ ป ต า ม ค ว า ม
เคลื่อนไหวของการตลาด
10. การติดตามประเมินผลและ
การรายงาน
เพื่อให้มีความเข้าใจว่าภาคีสมาชิกมี
การยินยอมในภาระหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ
-รายงานทุกๆ 6 เดือน
-การประเมินสิ่งแวดล้อมจะต้อง
1. มีความสาเร็จในการจัดการเพื่อ
รายงานความก้าวหน้า
2. จัดการเพื่อความก้าวหน้าของ
หน่วยงาน
-ผู้ซื้อมีความหลากหลาย มีความพึง
พอใจว่าจะได้รับจากการซื้อขาย
-การติดตามประเมินผลและการ
รายงานเป็นหลักประกันในเรื่องการ
ดาเนินงาน
- 47 -
รายละเอียด วัตถุประสงค์ ตัวอย่าง/คาอธิบาย ข้อเสนอแนะ
11. การแก้ไขความขัดแย้ง -เกิดจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดการณ์ได้
-ไม่ยินยอมในข้อตกลง
-สถาบันหรือหน่วยงานไม่มี
ภาระหน้าที่
-ระยะเวลาของการดาเนินงาน
-คณะกรรมการทบทวนการดาเนินงาน
ของโครงการ
-การฟ้องร้อง
-การแก้ไขรายละเอียดโครงการ
-การจ่ายคืน
-การยกเลิกสัญญา
-การยกเลิกสัมปทาน
-การว่ากล่าวตักเตือน
-การลดผลกาไร
-การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น การ
ปลูกพืช หรือพันธุ์ไม้
-หน้าที่ของผู้ดาเนินงานโครงการ
-การตัดสินใจในแผนยุทธศาสตร์
-การแก้ไขด้านการจ่ายคืน ผลกระทบ
จะต้องมีกาหนดกฎเกณฑ์ในสัญญา
-เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ไม่ปกติ
-การลดค่าใช้จ่าย
-การฟ้องร้อง
-กระบวนการทางศาล
- 48 -
บทที่ 7
หลักธรรมาภิบาล (Governance)
คาว่า อานาจหน้าที่ในการบริหารหรือหลักธรรมาภิบาล หมายถึง ทิศทางเฉพาะในการ
ดาเนินงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศที่ขึ้นอยู่กับสถาบันหรือหน่วยงานที่กาหนด เพื่อให้บรรลุผลสาเร็จ
ตามวัตถุประสงค์ ถ้าหากไม่พิจารณาถึงทิศทางในการดาเนินงานก็ยากที่จะประสบผลสาเร็จ หลักการทั่วๆ
ไปของรัฐบาลมีหน้าที่ควบคุมและป้ องกันการใช้งบประมาณในทางที่ผิด การควบคุมการดาเนินงานของ
ภาคเอกชน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการตลาด ทิศทางของการดาเนินงานที่ดีจะประกอบด้วยความชัดเจน
ความจริงใจ ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ตรวจสอบได้บทบาทตามกฎหมาย การพยากรณ์ และเวลา อานาจ
ในการดาเนินงานที่ดีไม่ใช่ว่าจะเป็นอานาจในกิจกรรมของรัฐบาลเท่านั้น องค์กรภาคเอกชน หรือชุมชน
จะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องได้
7.1 ความสาคัญและหลักธรรมาภิบาลที่ดี
รายละเอียดการดาเนินงานมีความสาคัญในพื้นที่ที่จะดาเนินการโครงการค่าแทนคุณระบบ
นิเวศ จะเป็นโครงการในระยะยาวประกอบด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรวมทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ตลอดจนรัฐบาล
ท้องถิ่น ชุมชนท้องถิ่น เจ้าของที่ดิน องค์กรภาคเอกชน และบุคคลอื่นๆ ที่มีศักยภาพเข้าร่วมโครงการค่าแทน
คุณระบบนิเวศ โดยเฉพาะผู้เกี่ยวข้องเหล่านี้จะมีประสบการณ์ในการทางานและมีความตั้งใจในการทางาน
ร่วมกัน การมีอานาจในการดาเนินงานของรัฐบาล ต้องมีความโปร่งใส การเข้าถึงข้อมูลและมีการตรวจสอบ
ได้ตามกฎหมาย
มีรายงานจากหลายๆประเทศ พบว่ามีความยากลาบากในการพัฒนาและปฏิบัติการระหว่าง
ผู้มีส่วนร่วม ในการใช้บริการของระบบนิเวศ ผู้ซื้อ ผู้ขาย และคนกลาง บางพื้นที่มีความขัดแย้งกันระหว่าง
ชุมชน ผู้ที่อาศัยอยู่ต้นน้าและปลายน้า การอานวยน้าให้แก่ภาคีที่เกี่ยวข้องไม่เป็นไปตามสัญญาหรือมีภัย
ธรรมชาติเกิดขึ้น การขาดความร่วมมือในโครงการ องค์กรภาคเอกชน สถาบัน หรือหน่วยงานที่ไม่เป็นที่รู้จัก
ของชุมชน
การขาดความซื่อสัตย์ในหน้าที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทาให้งานเกิดความล้มเหลว โดยเฉพาะ
ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปฏิบัติ ผู้ที่มีส่วนร่วมที่อาศัยอยู่อย่างกระจัดกระจายและไม่สามารถที่จะมีการ
ประสานงานกับสมาชิกได้
หลักการที่สาคัญ คือ การรวมกลุ่มกันของกลุ่มคนที่มีอานาจในการบริหารที่ดีและเกี่ยวข้อง
กับการมีส่วนร่วม ต้องมีความโปร่งใส สามารถเข้าถึงข้อมูล ตรวจสอบได้ และมีกฎหมายช่วยในการบริหาร
การรวมกลุ่มกันของคนจะเป็นหลักสาคัญในการขับเคลื่อนค่าแทนคุณระบบนิเวศให้ประสบผลสาเร็จและ
ยั่งยืน
- 49 -
7.2 การมีส่วนร่วม
การมีส่วนร่วมจะมีความเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามาเกี่ยวข้องและมีโอกาสเข้า
ร่วมในการตัดสินใจ การให้คาแนะนาในทางเดียวกัน โดยภาพรวมส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้ตัดสินใจด้านข้อมูล
ต่างๆ ตามความต้องการและการกาหนดรูปแบบของโครงการ
ความสาคัญของการมีส่วนร่วมของโครงการที่พบเห็นบ่อยๆ คือ เรื่องน้า ตามโครงการค่า
แทนคุณระบบนิเวศ จะมีการวิเคราะห์ถึงผู้ซื้อ-ผู้ขาย มีการประชาสัมพันธ์ชักชวนให้กลุ่มคนเข้ามามีส่วนร่วม
ต้องการให้ภาคีส่วนได้ส่วนเสียทราบถึงผลประโยชน์ที่ได้รับจากการดาเนินงานของค่าแทนคุณระบบนิเวศ
การตัดสินใจเข้ามามีส่วนร่วมจะมีคาถามเกิดขึ้นว่า
มีการให้ความสนใจในส่วนการดาเนินงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ภาครัฐมี
โครงการ/มีกฎเกณฑ์ประชาสัมพันธ์ชี้แจงก่อนหรือไม่
มีความสัมพันธ์กับใคร ระหว่างบุคคล กลุ่มคน หรือกลุ่มคนเป็นพิเศษที่เกี่ยวข้องกับค่า
แทนคุณระบบนิเวศโดยตรง
มีระยะเวลาดาเนินการอย่างไร มีการประชุมครั้งเดียวหรือหลายๆ ครั้ง หรือตลอดเวลา
ตัวอย่างจากประเทศโบลิเวีย รัฐบาลมีการประชาสัมพันธ์การดาเนินงานให้ประชาชนทราบ
หลายๆ ครั้ง เพื่อต้องการให้เห็นถึงศักยภาพของผู้ซื้อ-ผู้ขาย จนกว่าภาคีจะเข้าใจโครงการค่าแทนคุณระบบ
นิเวศ ประเทศบราซิล รัฐบาลก็ได้ใช้เวลาหลายปีในการพูดคุย พบปะ อภิปรายในเรื่องที่เกี่ยวข้อง การ
เปลี่ยนแปลงของสังคมข้อดีของนโยบายและประโยชน์ของค่าแทนคุณระบบนิเวศให้ประชาชนได้เข้าใจทั่วกัน
จนมีการปรับแผนหลายๆ ครั้ง และมีการพิสูจน์จนกว่าชุมชนท้องถิ่นยอมรับโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
ตอนสุดท้ายสามารถดาเนินการได้หลังจากได้เจรจากันมาแล้วเป็นเวลา 10 ปี
อย่างไรก็ตามความเป็นไปได้ของการดาเนินงานให้เป็นผลสาเร็จ จะมีหลาย กลุ่มคนร่วม
ดาเนินการ นักเศรษฐศาสตร์จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาในเรื่องผลกาไรหรือคุณค่าที่จะได้รับ มี
การพิจารณาถึงการลงทุนและผลประโยชน์ที่ได้รับกับกฎเกณฑ์ที่รัฐกาหนดภายใต้สถานการณ์ การมีส่วน
ร่วม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีส่วนสาคัญในการกาหนดโครงการดังกล่าว
หลักการที่สาคัญ คือ การมีส่วนร่วมเป็นหลักการพื้นฐานของการดาเนินงานด้านโครงการ
ค่าแทนคุณระบบนิเวศ ในระยะเริ่มแรกจะต้องมีการเจรจาต่อรอง มีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาเข้ามา
มีส่วนร่วมในโครงการ มีการสร้างความเข้าใจในผลที่ได้รับจากโครงการ อนุญาตให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
เรียนรู้จากกลุ่มบุคคลหนึ่งไปยังกลุ่มอีกบุคคลหนึ่งและสามารถเข้ามีส่วนร่วมได้
- 50 -
7.3 ความโปร่งใสและการเข้าถึงข้อมูล
ความโปร่งใสของการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศและการเข้าถึงข้อมูล เป็นพื้นฐาน
ของการมีอานาจในการดาเนินงานที่ทาให้มีความเชื่อถือเกิดขึ้น ความโปร่งใสของโครงการจะทาให้ทุกคน
เข้าใจและร่วมดาเนินงานโครงการ
กฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศในหลายๆประเทศ มีการกาหนดถึงความโปร่งใส
ของโครงการและการเข้าถึงข้อมูล เช่น ประเทศโบลิเวีย มีกฎหมายสิ่งแวดล้อมในมาตรา 93 กล่าวถึงข้อมูล
ด้านสิ่งแวดล้อมที่ดาเนินงานโดยรัฐบาลในระดับชาติ หน่วยงานรับผิดชอบจะต้องให้มีการเปิดเผยให้
สาธารณชนทราบ รัฐบาลต้องรวบรวมข้อมูลรวมถึงการเข้าถึงข้อมูลที่ฝ่ายกฎหมายได้กาหนดแนวทางปฏิบัติ
ไว้
ความท้าทายของโครงการที่ว่าด้วยการปฏิบัติตามกฎหมาย มีหลายรูปแบบที่มีการ
ดาเนินงานอย่างโปร่งใสและการเข้าถึงข้อมูล การประชุมเชิงปฏิบัติการทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ
สถาบันหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการถอดบทเรียนโดยการพิจารณาถึงข้อมูลและประสบการณ์เข้าด้วยกัน
หลักการที่สาคัญ คือ ความโปร่งใสในการดาเนินการและเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เป็นหลักการ
พื้นฐานของขั้นตอนการวางแผนโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ และทาให้กระบวนการปฏิบัติงาน
ขับเคลื่อนต่อไปได้โครงการขนาดเล็กสามารถที่จะดาเนินการได้ง่ายต่อการทาให้เกิดความโปร่งใสของงาน
และการเข้าถึงข้อมูล
7.4 ความสามารถในการชี้แจงและปฏิบัติตามกฎหมาย
ภาคีสมาชิกที่เข้ามาดาเนินงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ จะมีข้อตกลงร่วมกัน สิทธิ
หน้าที่การรับบริจาคเป็นกองทุน ภาครัฐมีโครงการจัดตั้งกองทุนโดยให้ภาคีสมาชิกที่เกี่ยวข้องร่วมดาเนินการ
และข้อตกลงที่สามารถนาไปปฏิบัติได้เป็นอย่างดี การหลีกเลี่ยงจากอิทธิพลในการคอรัปชั่น หรือสิทธิพิเศษ
หรือกลุ่มที่หวังผลประโยชน์เป็นพิเศษ จะเป็นการให้ความคุ้มครองแก่ภาคีตามข้อตกลง
การทาสัญญาตามกฎหมายจะทาให้การดาเนินงานได้ดีกว่าข้อตกลงที่ทาด้วยวาจา หรือการ
ทาบันทึกข้อตกลง (MOU) อย่างไรก็ดีการเขียนหรือข้อตกลงภายใต้กฎหมายจะมีประสิทธิภาพมากกว่าทา
สัญญาด้วยวาจา
หลักการที่สาคัญ คือ การชี้แจงผลงานจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย จะต้องมีความเป็นจริง
และสามารถคาดคะเนของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศได้ ซึ่งจะรวมถึงกิจกรรมที่จะต้องมีการพัฒนา
ทั้งหมด
- 51 -
บทที่ 8
ขั้นตอนการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศอย่างบูรณาการ
(Steps in the Integrated Payments for Ecosystem Service Approach)
ขั้นตอนการดาเนินงานเพื่อการจัดการค่าแทนคุณระบบนิเวศอย่างบูรณาการ เป็นวิธีการที่จะ
ทาให้การทางานด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางหรือวัตถุประสงค์ของการ
วางแผน เพื่อให้มีการปฏิบัติงานได้ตามกรอบของกฎหมายและนโยบายด้านการบริการของระบบนิเวศ โดยมี
เป้ าหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา เพื่อทาให้วิถีการดารงชีวิตของมนุษย์และการบริการของระบบนิเวศมี
ความสมดุลกัน ฉะนั้น ในการทางานเพื่อการบริการของระบบนิเวศโดยเฉพาะการนาโครงการค่าแทนคุณ
ระบบนิเวศมาเป็นแนวทางในการจัดตั้งกองทุนอนุรักษ์พื้นที่คุ้มครอง จะมีขั้นตอนการดาเนินงานสรุปได้
ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การกาหนดขอบเขตและวัตถุประสงค์
การกาหนดขอบเขตและวัตถุประสงค์ รูปแบบของกระบวนการ ขอบเขต และผู้มีส่วนได้
ส่วนเสียหลักที่ต้องดาเนินการพิจารณา จะประกอบด้วย
1.1. ข้อมูลที่เป็นหลักการใหญ่ๆในการจัดการหรือการพัฒนา จะต้องมีการกาหนด
วัตถุประสงค์หลักคืออะไร และผลลัพธ์หรือเป้าหมายตอนสุดท้ายเป็นอย่างไร
1.2. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักเป็นใคร และมีส่วนร่วมในกระบวนการอย่างไร
1.3. กระบวนการที่สาคัญมีอะไรบ้าง และผลที่ได้รับเป็นอย่างไร
1.4. พนักงานเจ้าหน้าที่มีความต้องการในเรื่องอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นกองทุน หรือปัจจัย
นาเข้าอื่นๆ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครอง
1.5. วิธีการสื่อสาร หรือการเข้าถึงข้อมูลกับกลุ่มเป้าหมายทาอย่างไร
ขั้นตอนที่ 2 ความชัดเจนและหลักการที่สาคัญ
ในขั้นตอนที่ 2 จะพิจารณาถึงหลักการที่สาคัญหรือเป้ าหมายหลักที่ต้องการจากการบริการ
ของระบบนิเวศ ที่เกี่ยวข้องกับแผนพัฒนาและผลประโยชน์ที่ได้รับที่เป็นหลักของกลุ่มเป้ าหมาย การกาหนด
เป้ าหมายควรจะให้มีการพิจารณาถึงการบริการของระบบนิเวศได้ 3-6 เป้ าหมาย และให้พิจารณาถึงความ
เสี่ยงหรือโอกาสที่จะจัดทาแผนพัฒนาพร้อมกับกาหนดผลลัพธ์ที่ได้รับหรือมีตัวชี้วัด จะทาให้ทราบว่า
ผู้ใช้บริการของระบบนิเวศจะมีผลกับแผนการพัฒนาอย่างไร
2.1. แผนพัฒนาขึ้นอยู่กับการบริการของระบบนิเวศอย่างไร และมีผลกระทบอย่างไรบ้าง
2.2. ใครจะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักที่จะได้รับผลประโยชน์จากการบริการของระบบ
นิเวศ
- 52 -
2.3. ผลประโยชน์ที่ได้รับและค่าใช้จ่ายในการลงทุนระหว่างกลุ่มเป้ าหมายมีความแตกต่าง
กันอย่างไร
2.4. พื้นที่ที่มีการให้บริการของระบบนิเวศมีปัญหาหรือมีความขัดแย้งกันหรือไม่
2.5. การบริการของระบบนิเวศใดที่เป็นหลักของการพัฒนาและมีเหตุผลว่าทาไม
ขั้นตอนที่ 3 การวิเคราะห์สถานภาพ แนวโน้มและการได้เสียจากการบริการของระบบ
นิเวศ
ในขั้นตอนที่ 3 จะเกี่ยวข้องกับสถานภาพและแนวโน้มของการบริการของระบบนิเวศ ความ
ต้องการใช้การบริการของระบบนิเวศ จะต้องได้รับการพิจารณา การวิเคราะห์สถานภาพการบริการของ
ระบบนิเวศที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและความต้องการในอนาคต การตรวจสอบผลที่ได้รับ ขอบเขต และความ
เป็นไปได้จากการเปลี่ยนแปลงที่กาหนดขึ้น ขั้นตอนนี้จะเกี่ยวข้องกับสาเหตุและผลกระทบภายในของ
ขอบเขตที่เกี่ยวข้อง
3.1. มีข้อมูลข่าวสารและเหตุการณ์อะไรบ้าง สถานภาพและแนวโน้มของการบริการของ
ระบบนิเวศ และมีช่องว่างระหว่างข้อมูลข่าวสารอย่างไร
3.2. สถานภาพปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตในเรื่องการบริการของระบบนิเวศ และการ
วิเคราะห์ความต้องการที่จะให้ระบบนิเวศบริการมีอะไรบ้าง
3.3. ผู้มีหน้าที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงจะเป็นใคร และประกอบด้วยใครอะไรบ้างเข้ามา
เกี่ยวข้อง
3.4. สถานการณ์การได้เสียในการพัฒนาและการบริการที่จะต้องทาระหว่างกลุ่มผู้มีส่วนได้
ส่วนเสียเป็นอย่างไร
ขั้นตอนที่ 4 กรอบของสถาบันหรือหน่วยงานและวัฒนธรรม
กรอบของสถาบันหรือหน่วยงานและวัฒนธรรม จะมีการวิเคราะห์ถึงนโยบาย กฎระเบียบ
ข้อบังคับ ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการบริการของระบบนิเวศ สถาบันหรือ
หน่วยงานหลัก หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอานาจในสถาบันเกี่ยวกับการจัดการระบบนิเวศ ข้อมูลดังกล่าว จะ
เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจ ถึงสาเหตุ และผู้ขับเคลื่อนกระบวนการ
4.1. หน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบด้านการบริการของระบบนิเวศ ใครจะเป็นผู้มีส่วน
รับผิดชอบในการตัดสินใจว่าจะดาเนินการหรือไม่ดาเนินการ
4.2. นโยบาย กฎระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ มีอะไรบ้างที่มีอิทธิต่อการใช้ทรัพยากรของ
ประชาชน และการจัดการระบบนิเวศ ใครเป็นผู้มีความขัดแย้งกับเป้ าหมายหลักและจะมีวิธีการแก้ไขได้
อย่างไร
4.3. กรณีที่มีความขัดแย้งระหว่างสถาบันกับบุคคลหรือกรอบกฎหมาย วัฒนธรรม ที่
สนับสนุนให้มีการบริการจะมีการพิจารณาดาเนินการอย่างไรได้บ้าง
- 53 -
4.4. ความต้องการ ผลประโยชน์ที่ได้รับ และสิทธิในการดาเนินงาน วิธีการจัดการจะขึ้นอยู่
กับการบริการของระบบนิเวศ
ขั้นตอนที่ 5 การตัดสินใจ
ความเสี่ยงและโอกาสในการพัฒนาโดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมไว้ขึ้นอยู่กับโอกาสความชัดเจน
ของนโยบาย การเลือกใช้เครื่องมือ และการรักษาเครื่องมือ การบารุงรักษา หรือการเพิ่มกลไกการบริการของ
ระบบนิเวศ ในส่วนที่เกี่ยวกับแผนควรหลีกเลี่ยง หรือการลดผลกระทบจากการบริการของระบบนิเวศและ
ผู้ใช้แผนพัฒนา ข้อมูลดังกล่าวจะนาเข้าสู่ระบบการตัดสินใจโดยพิจารณาจากฐานคุณค่าของการบริการของ
ระบบนิเวศ และเป็นเครื่องมือในการสร้างการมีส่วนร่วม
5.1. การบริการของระบบนิเวศมีอะไรบ้างที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการพัฒนาและมีความจาเป็นที่
จะต้องมีการประเมินผลต่อไปหรือไม่
5.2. คุณค่าทางเศรษฐกิจที่มีประโยชน์ประกอบด้วยอะไรบ้าง
5.3. มีนโยบายอะไรบ้างที่เป็นไปได้ และสอดคล้องหรือตรงกันข้ามกับการรับบริการของ
ระบบนิเวศ มีวิธีการลด หรือหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทาได้อย่างไรบ้าง
5.4. มีประสบการณ์หรือบทเรียนอะไรบ้าง (ที่เป็นผลบวกหรือผลลบ) ที่เกี่ยวข้องกับการ
ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอุปกรณ์ เครื่องมือ กลไกและการสร้างกิจกรรมให้เกิดขึ้น
ขั้นตอนที่ 6 การปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์จะดาเนินการอย่างไรและประกอบด้วย
อะไรบ้าง
ขั้นตอนนี้จะเป็นยุทธศาสตร์การปฏิบัติงานตามแผนหรือการปฏิบัติงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง
กับแผนนโยบายที่เป็นปัจจัยเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความรับผิดชอบ และกิจกรรมต่างๆตลอดจนเงิน
งบประมาณ
6.1. มีการเลือกกิจกรรมหลักที่ดาเนินการ ความเป็นไปได้ในการดาเนินงานตามกิจกรรม
และมีการยอมรับในการร่วมทางานตามแผนพัฒนาหรือไม่
6.2. ความจาเป็นทางการเงินหรืองบประมาณ เทคนิค วิธีการ ทรัพยากร ความสามารถของ
สถาบันหรือหน่วยงานที่จะดาเนินการให้เป็นไปตามนโยบายได้หรือไม่
6.3. ใครจะมีส่วนช่วยปฏิบัติหรือเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตามนโยบายและมีบทบาท
หน้าที่อย่างไร
6.4. จะมีการวัดหรือการติดตามผลกระทบกับนโยบายอย่างไร และมีวิธีการเรียนรู้หรือมีการ
สื่อสารกันอย่างไร
- 54 -
บทที่ 9
บทเรียนจากการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ
(Lessons Learned on Payments for Ecosystem Services)
ดังที่ได้ทราบมาแล้วว่า ระบบนิเวศบนพื้นโลกนี้มีความสัมพันธ์กับการดารงชีวิตของมนุษย์
แ ล ะ
มีการจัดการระบบนิเวศให้อานวยผลประโยชน์ต่อมนุษย์ในระดับต่างๆ ซึ่งได้ยกตัวอย่างเรื่องน้า ที่มี
กระบวนการการเกดของน้าหรือวัฏจักรของน้า ปริมาณและคุณภาพของน้าที่ได้จากน้าฝนไหลจากที่สูงลงสู่ที่
ต่าตามเทือกเขา ภูเขา หรือบริเวณต้นน้าลาธาร ลาห้วย จนถึงแม่น้าสายเล็กและสายใหญ่ลงสู่ทะเลและ
มหาสมุทร บริเวณพื้นที่ดังกล่าวส่วนใหญ่อาจจะเป็นพื้นที่คุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติหรือเขต
รักษาพันธุ์สัตว์ป่า น้าที่ไหลไปตามลาห้วย ลาธาร แม่น้า ก็จะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ลา
น้าไหลผ่านใช้อุปโภคและบริโภค
ในการดาเนินงานด้านการดูแล ป้ องกันรักษาพื้นที่คุ้มครอง ก็ได้มีกฎหมายใช้บังคับในการ
บริหารจัดการ งบประมาณที่ใช้เป็นการจัดสรรค่าใช้จ่ายจากงบประมาณประจาปีของรัฐบาล แต่ปัจจุบัน
ได้มีแนวคิดใหม่ว่างบประมาณจากภาครัฐไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการ มีการจัดตั้งกองทุนอนุรักษ์ การ
กระจายอานาจสู่ท้องถิ่น การเก็บภาษี การเก็บค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่คุ้มครอง เป็นต้น
กรณีศึกษาปัญหาการจัดการพื้นที่คุ้มครอง : ตรรกวิทยาค่าแทนคุณระบบนิเวศ
การทาลายพื้นที่คุ้มครอง เพื่อ
ประโยชน์ในการเลี้ยงปศุสัตว์
การใช้
ประโยชน์
พื้นที่
คุ้มครอง
ค่าใช้จ่ายเพื่อ
การดูแลพื้นที่
คุ้มครอง
การอนุรักษ์พื้นที่
สูญเสียการบริการเรื่องน้า
สูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
ไม่มีการดูดซับคาร์บอน
- 55 -
หลักการการแก้ไขปัญหา
กลไกการดาเนินงานของค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) จะมีกลไกหลักๆ ของการทางานที่
สาคัญ คือ
1. ลักษณะของผู้ให้บริการ ต้องเข้าใจถึงเรื่องราวของระบบนิเวศ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
หรือทรัพยากรธรรมชาติ
2. ลักษณะของผู้ต้องการใช้บริการ ซึ่งจะหมายถึงว่าใครจะเป็นผู้จ่าย หรือจ่ายค่าแทนคุณ
ระบบนิเวศ
3. การทาสัญญาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย หรือการให้การบริการของระบบนิเวศ ต้องเข้าใจว่า
เราต้องการค่าแทนคุณระบบนิเวศในเรื่องใด เช่น เรื่องน้า การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวชมสัตว์ป่า
เป็นต้น
การทาลายพื้นที่คุ้มครอง เพื่อ
ประโยชน์ในการเลี้ยงปศุสัตว์
ค่าใช้จ่ายใน
การดูแลพื้นที่
คุ้มครอง
การใช้
ประโยชน์
พื้นที่
คุ้มครอง
ค่าใช้จ่าย
การอนุรักษ์พื้นที่ โดยใช้
กระบวนการค่าแทนคุณ
ระบบนิเวศ
หน้าที่ปฏิบัติ
1. รอบปี/รายปี
2. ต้องการให้มีรายได้เข้ามาตลอดเวลา
- 56 -
ยกตัวอย่างเรื่องน้าหรือการบริการน้าในระบบนิเวศ
การบริการเรื่องน้าในระบบนิเวศจากพื้นที่คุ้มครอง พื้นที่ป่าที่ขึ้นปกคลุมอยู่ในบริเวณพื้นที่
คุ้มครองส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งต้นน้าลาธาร มีความสัมพันธ์กับปริมาณ คุณภาพ และการไหลของน้า
ผลประโยชน์ที่ได้รับหรือความต้องการด้านการบริการน้า กล่าวคือ
 การใช้ประโยชน์ของปศุสัตว์
 การใช้น้าเพื่อการเกษตร
 ผลิตกระแสไฟฟ้า หรืเขื่อนพลังน้า
 การประมง หรือการเพาะเลี้ยงสัตว์น้า
 การพักผ่อนหย่อนใจ
 ระบบนิเวศปลายน้า
การใช้
ประโยชน์
ที่ดิน
(การจ่าย)
1. ความรู้ความเข้าใจเรื่องระบบนิเวศ
เศรษฐกิจ
ผลกระ
ทบจาก
น้า
การดูดซับ
คาร์บอน
การอนุรักษ์
ความ
หลากหลาย
ทางชีวภาพ
การบริการ
น้า
หน่วยวัดการ
แพร่ CO2
การบริการ
ของระบบ
นิเวศ
สวัสดิการ
ของผู้ใช้น้า
ผู้ซื้อ
คาร์บอน
ส วัส ดิ ก า ร
ของผู้ได้รับ
ผลประโยชน์
3. ผู้ให้บริการ (ผู้ขาย) 2. ผู้ได้รับผลประโยชน์ (ผู้จ่าย)
- 57 -
- 58 -
สาหรับการบริการเรื่องน้า ตัวอย่างจากประเทศสาธารณรัฐโดมินิกัน ภูมิประเทศเป็นเกาะ
กลางอ่าวคาริบเบียนอาณาเขตติดต่อกับประเทศไฮติ
r
การวิเคราะห์จากภาพดังกล่าว
ผู้ที่มีความต้องการหรืออุปสงค์ (Demand) :
1. เรามีความต้องการอะไร
2. ใครเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากการบริการ
3. ผลประโยชน์ที่ได้รับมากน้อยเพียงใด
ผู้ให้บริการหรืออุปทาน (Supply) :
1. มีการให้บริการของระบบนิเวศมากน้อยแค่ไหน
2.หากว่ามีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินเกิดขึ้นการบริการของระบบนิเวศจะเพิ่มขึ้น
หรือลดลง
3. ใครจะเป็นผู้ให้บริการ
ตัวอย่างเรื่องการประปาที่ได้จากแหล่งต้นน้า เพื่ออานวยน้าประปาให้แก่ประชาชน
1. ประชาชนมีความต้องการอะไร
1.1. จานวนน้าน้อยที่สุดเท่าไร ที่ต้องการขึ้นอยู่กับขนาดของประชากรในพื้นที่ ถ้าหากว่า
ประชากรเพิ่มขึ้น ความต้องการน้าจะเพิ่มขึ้นเท่าไร
- 59 -
1.2. น้าจากแหล่งน้าดังกล่าวมีการไหลอยู่ตลอดปีหรือไม่ (ปริมาณ)
1.3. น้ามีคุณภาพได้มาตรฐานหรือไม่
2. จะมีการปรับตัวอย่างไร ถ้าหากว่าความต้องการใช้น้ามีปัญหา
2.1. ลดการอุปโภคบริโภค หรือเพิ่มประสิทธิภาพ การจ่ายน้า
2.2. จะมีการหาแหล่งน้าจากพื้นที่อื่นหรือไม่
2.3. การทาให้คุณภาพของน้าดีขึ้น
3.การใช้น้าอย่างมีคุณค่า ควรทาอย่างไร
เฉพาะผลประโยชน์และผู้ได้รับผลประโยชน์จากน้า
ตัวอย่างค่าแทนคุณระบบนิเวศจากการใช้น้า คือ Paying for Water Services in Central
America บทเรียนจากประเทศคอสตาริก้า เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในอเมริกากลางระหว่างนิการากัวกับปานามา
โดยเฉพาะการสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อชุมชนโดยมีหลักเกณฑ์พิจารณาเพื่อมิให้เกินกาลังผลิต
บริษัท ผู้ใช้น้า พื้นที่ พื้นที่รับน้า พื้นที่ ค่ า
แทนคุณ
ha ตามสัญญา (ha)
($US/ha/yr)
1. Energia ผลิตกระแส Rio Volcan 3,466 2,493 10
Global ไฟฟ้า Rio San 2,404 1,818 10
Fernando
2. Platanar SA. ผลิตกระแส Rio Platanar 3,129 1,800
10/30
ไฟฟ้า
3. CNFL ผลิตกระแส Rio Aranjuez 9,515 5,000 42
ไฟฟ้า Rio Bolsa 18,926 6,000 42
Lago Cote 1,259 900 42
4. La Manguera ผลิตกระแส La Esperanza 3,000 10
ไฟฟ้า
5. Florida น้าบรรจุขวด Rio Segundo 3,870 1,000 10
Ice+Farm
- 60 -
สาหรับค่าตอบแทนที่ให้แก่ผู้บริการ
ค่าตอบแทนที่ให้แก่ผู้บริการ (5ปี)
สัญญา จานวนเงิน ($US/ha) 1 2 3 4 5
1. ปลูกป่า 538 50% 20% 15% 10%
5%
2. การอนุรักษ์ป่าไม้ 210 20% 20% 20% 20%
20%
มีข้อสังเกตว่า ในการใช้ค่าแทนคุณระบบนิเวศตามตารางดังกล่าว ค่าตอบแทนที่เป็น
ค่าใช้จ่ายจะเปลี่ยนแปลงตามภาวะการตลาด หรือการใช้พื้นที่ที่กาหนดไว้เช่น จานวน 1,000,000 ha แต่ได้
ทาสัญญาประมาณ 200,000 ha ยังไม่ได้มีการทาสัญญาหรือใช้ประโยชน์จากค่าแทนคุณระบบนิเวศ อีก
800,000 ha ในจานวนพื้นที่ดังกล่าวที่ทาสัญญาจานวน 83% ได้ทาสัญญาเพื่อการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้อีก 17%
ทาสัญญาเพื่อปลูกป่าเพิ่มขึ้น ฉะนั้น การจ่ายค่าตอบแทนตามกระบวนการยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ต้นน้า
ทั้งหมด
ตัวอย่าง การใช้ค่าแทนคุณระบบนิเวศในเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ป่า ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องน้า
วิเคราะห์ตามรายละเอียดได้ดังนี้
ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับสัตว์ป่า สามารถนาระบบ PES ไปใช้ได้หรือไม่
1. การสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย ได้ ควรจ่ายให้แก่ผู้จัดการที่ดิน เพื่อการพัฒนาพื้นที่
ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า
2. มีการล่าสัตว์ป่ามากเกินไป เนื่องจากมีความไม่
ปลอดภัยจากสัตว์ป่า
ไม่สามารถกระทาได้ประการแรกต้องทราบถึงสิทธิ
ในการครอบครองที่ดิน ไม่สามารถใช้ได้ ถ้าหาก
ไม่มีความปลอดภัย
3. มีการล่าสัคว์ป่ามากเกินไป เนื่องจากความต้องการ อาจจะกระทาได้ ถ้าหากเจ้าของพื้นที่เข้าใจถึงค่า
แทนคุณระบบนิเวศ
4. การลดราคาการซื้อ-ขาย สามารถจะควบคุมได้แต่มีการลงทุนที่สูง
ความเข้าใจถึงหลักวิชาการด้านการจัดการสัตว์ป่ากับค่าแทนคุณระบบนิเวศ
1. ลักษณะของสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม
- ระดับของการถูกคุกคาม
- ระดับของการถูกรบกวน
- อัตราการขยายพันธุ์และรูปแบบ
- ศักยของการใช้ประโยชน์ที่ดิน
- ค่าตอบแทนในการอนุรักษ์พื้นที่
- 61 -
- อื่นๆ
2. ลักษณะของการเข้าถึงเป้าหมาย
- ความปลอดภัยของถิ่นที่อาศัย
- สิทธิของการใช้ประโยชน์จาก
สัตว์ป่า
3. เศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์จากสัตว์ป่า
- ศักยภาพของการตลาด
- การใช้ประโยชน์ของ
ชุมชนท้องถิ่น
- ความเป็ นไปได้ของการจัดการที่ดิน
ที่เกิดขึ้นจากค่าตอบแทนหรือค่าแทนคุณ
ระบบนิเวศ
- มูลค่าของการใช้ประโยชน์ที่ขึ้นอยู่กับ
ค่าตอบแทน หรือค่าแทนคุณระบบนิเวศ
- 62 -
บทที่ 10
แนวทางการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ
(Project Proposal Designing a PES Programme)
10.1 แนวทางการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ
การบริการของระบบนิเวศ หมายถึง ผลประโยชน์ที่มนุษย์ได้จากระบบนิเวศทั้งจาก
สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ ที่เป็นพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเศรษฐกิจและสังคม
ส่วนค่าแทนคุณระบบนิเวศ หมายถึง การจัดสรรเงินค่าตอบแทนหรือกองทุนให้กับชุมชน หรือผู้ที่ดูแลรักษา
ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ เพื่อเป็นหลักประกันความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและประโยชน์ที่มนุษย์
ได้รับจากการบริการของระบบนิเวศ
แนวทางการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศนี้เป็นส่วนหนึ่งที่มีแนวคิดว่าจะดาเนินการที่
พื้นที่คุ้มครองใด จึงต้องจัดทาเป็นโครงการเสนอผู้บริหารให้ชัดเจน พิจารณาดาเนินการตามขั้นตอนพอที่จะ
สรุปได้ดังนี้
1. ควรสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสาคัญของค่าแทนคุณระบบนิเวศ ร่วมกับ
วิเคราะห์การบริการของระบบนิเวศ การประเมินความต้องการ และการให้บริการระหว่างผู้ให้และผู้รับ
2. การวิเคราะห์ถึงคุณภาพและปริมาณของการบริการของระบบนิเวศ โดยเฉพาะมูลค่าทาง
เศรษฐศาสตร์ของระบบนิเวศ
3. การวิเคราะห์ถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ว่ามีใครบ้าง ใครเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์
ใครเป็นผู้ให้และบุคคลผู้ดาเนินการ
4. ความสาคัญและคุณค่าของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เข้าร่วมโครงการ
5. สถาบันหรือหน่วยงานหลักที่มีความรับผิดชอบด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศ
6. ข้อตกลงหรือสัญญาเกี่ยวกับการดาเนินงานระหว่างผู้ให้กับผู้รับ หรือผู้ซื้อกับผู้ขาย หรือ
การใช้เงินงบประมาณจากกองทุน
- 63 -
ตัวอย่างการเขียนโครงการ
“โครงการการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ....”
กาหนดหลักการและเหตุผล
ให้พิจารณากาหนดหลักการและเหตุผลในการดาเนินงานโครงการ
วัตถุประสงค์และผลที่ได้รับ
เป้าหมายและวัตถุประสงค์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศในพื้นที่คุ้มครอง
เพื่อให้มีการบริการของระบบนิเวศ (ES) กิจกรรมต่างๆ มีส่วนเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอาหาร แร่ธาตุ
การเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร รักษาสภาพภูมิอากาศ การเก็บค่าธรรมเนียมและชดเชยการใช้บริการของ
ระบบนิเวศ
วัตถุประสงค์สามารถกาหนดได้ดังนี้
1. การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES)
- โดยการประเมินคุณค่าของการบริการของระบบนิเวศที่อานวยผลประโยชน์ให้แก่
ชุมชนท้องถิ่น
- ให้มีการวิจัยเพื่อติดตามประเมินผลและรูปแบบการดาเนินงานด้านแหล่งน้า การ
จัดการกองทุนและสิทธิความเป็นเจ้าของ
- การให้ความรู้เฉพาะในการจัดการที่ดินและการทางานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- ให้มีการเชื่อมโยงกันระหว่างความต้องการเพื่อแสดงให้เห็นถึงการแก้ไขปัญหาความ
ยากจนอาหารและค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES)
2. กาหนดรูปแบบของการมีส่วนร่วมและกลไกของค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES)
- วิธีการทางาน กลไกการจัดหาทุนเพื่อป้ องกันพื้นที่คุ้มครองให้เป็นกรอบการทางานใน
ระดับชาติ
- ทดลองดาเนินการในพื้นที่ให้เป็นตัวอย่าง เช่น ในพื้นที่คุ้มครองที่มีการใช้ประโยชน์
จากน้าตก
- สนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นร่วมจัดการพื้นที่คุ้มครอง รับผลประโยชน์โดยตรงและผู้ใช้
ประโยชน์อื่นๆ
3. การพัฒนาขีดความสามารถในการกาหนดการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES)
และการปฏิบัติ
- สนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนท้องถิ่นจัดตั้งกองทุนดาเนินการอนุรักษ์
ทรัพยากรในพื้นที่และโดยยึดหลักความสาคัญทางเศรษฐกิจ
- 64 -
- สร้างความเข้มแข็งให้ผู้จัดการหรือหัวหน้าพื้นที่คุ้มครองในการแก้ไขปัญหา การ
ป้ องกันการลดลงของทรัพยากร การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการน้าและการแก้ไขการ
เปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
- การใช้ค่าแทนคุณระบบนิเวศเป็นกลไกความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อในการ
อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวข้อง
- แนวทางการมีส่วนร่วมจากการนาเอาค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาพัฒนาให้เกิด
ประโยชน์ด้วยกันกับทุกๆ ฝ่าย
- ข้อตกลงในโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะต้องมีหน่วยงานรองรับการทางาน การ
กาหนดแผนการปฏิบัติงานและกลไกของการลงทุน
- มีการดาเนินงานที่ชัดเจนในการใช้กลไกค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) คือ การผลิต
กระแสไฟฟ้า การใช้น้าเพื่อการอุปโภคบริโภค และการท่องเที่ยว
- สามารถนากลไกของค่าแทนคุณระบบนิเวศ ไปใช้ในการทางานในพื้นที่อื่นๆ ได้
องค์ประกอบและกิจกรรมที่คาดว่าจะดาเนินการได้
องค์ประกอบที่ 1 กาหนดการพัฒนารูปแบบและการปฏิบัติของค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) ให้อยู่
ในระดับชาติ
กิจกรรมที่ 1.1 การพัฒนากระบวนการค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES)
- การพัฒนากลไกของค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) เครื่องมืออุปกรณ์หรือ
ทรัพยากรในการปฏิบัติงาน เช่น มีพนักงานเจ้าหน้าที่ด้านการส่งเสริม
ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการ ที่ต้องการสนับสนุนการปฏิบัติงาน การประเมินการ
บริการของระบบนิเวศ แผนกิจกรรม การออกแบบและการปฏิบัติตามแผนการ
- การพัฒนาขีดความสามารถให้ชุมชนท้องถิ่นในการมีส่วนร่วมดาเนินงานค่า
แทนคุณระบบนิเวศ การดาเนินงานกองทุนจากค่าบริการของระบบนิเวศและมี
ความสัมพันธ์กันกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ
- การพัฒนาขีดความสามารถของหน่วยงานหรือสถาบันที่ดาเนินงานค่าแทนคุณ
ระบบนิเวศ (PES) ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ และกลไกการทางานโดย
การมีส่วนร่วม
- 65 -
กิจกรรมที่ 1.2 การดาเนินงานตามหลักการหรือบทเรียน
- การดาเนินงานของภาคราชการในระดับชาติ โดยกาหนดพื้นที่นาร่อง การ
กาหนดรูปแบบและการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านกลไกค่าแทนคุณระบบนิเวศ
- ค้นหาชุมชนท้องถิ่นผู้ขายที่ปฏิบัติงานด้านการปรับปรุงฟื้ นฟู
ทรัพยากรธรรมชาติและอานวยผลประโยชน์ให้แก่ผู้ซื้อ
- การกาหนดอุปกรณ์และนโยบายตลอดจนหน่วยงานสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง
- การจัดทาคู่มือปฏิบัติงาน ที่ประกอบด้วยหลักเกณฑ์การเลือกพื้นที่ การวิเคราะห์
การดาเนินงานโดยการใช้วิธี SWOT Analysis การบริการของระบบนิเวศ
ตลอดจนการกาหนดกฎระเบียบหรือกฎหมายทีเกี่ยวข้อง
องค์ประกอบที่ 2 การพัฒนาองค์ความรู้ในการดาเนินงานด้านการบริการของระบบนิเวศ (ES)
การพิจารณาหลักการทางวิทยาศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ในการนาเอาการบริการ
ของระบบนิเวศมาใช้โดยผ่านกระบวนการเวทีการประชุมและการให้ความรู้
เกี่ยวกับประโยชน์ของระบบนิเวศ นโยบายการอนุรักษ์และประโยชน์อื่นๆ การ
ออกแบบและกิจกรรมพื้นฐานของค่าแทนคุณระบบนิเวศ ประกอบด้วยคุณค่าของ
พื้นที่คุ้มครองทั้งระบบและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
กิจกรรมที่ 2.1 การพัฒนาด้านชีว-กายภาพของพื้นที่คุ้มครอง
- การศึกษาถึงระบบของแหล่งน้า โดยเฉพาะสถานภาพของน้า การใช้ประโยชน์
ที่ดินที่มีผลกระทบกับแหล่งน้า
- ความเข้าใจของระบบพื้นที่คุ้มครองกับแหล่งน้าที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของ
การใช้ประโยชน์ที่ดิน
- การวิเคราะห์รูปแบบที่มีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับป่าไม้พื้นที่การเกษตร การ
เลี้ยงปศุสัตว์กับสถานภาพของการบริการของระบบนิเวศ การเพิ่มขึ้นหรือการ
ลดลงของการบริการของระบบนิเวศ ที่เกิดจากการใช้ประโยชน์ที่ดิน การ
จัดการแหล่งน้าเพื่อให้แหล่งน้าอานวยน้าให้แก่ผู้ซื้อมากที่สุด
กิจกรรมที่ 2.2 การประเมินมูลค่าเงินต้นทุนและกาไรของค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES)
- การประเมินค่าของการลงทุนและผลกาไรที่ได้สาหรับเกษตรกรที่ต้องการ
ร่วมงาน
- มูลค่าของการบริการของระบบนิเวศ (ES) ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงพืชผล
ทางการเกษตรหรือทุ่งหญ้าหรือพื้นที่ชุ่มน้า
- การประเมินการดารงชีวิตของประชาชนทางด้านอาหารและการแก้ปัญหาความ
ยากจนจาต้องสารวจสถานภาพของชุมชน ชาวบ้านและความเป็นอยู่
- 66 -
องค์ประกอบที่ 3 การกาหนดกลไกของการมีส่วนร่วมและการปฏิบัติ จาต้องทาการสารวจสถานภาพ
ความมีประสิทธิภาพของกลไกค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) ของชุมชนท้องถิ่น
และการวิเคราะห์ผู้เกี่ยวข้องในการให้บริการของระบบนิเวศ (ES) และยินดีเข้าร่วม
โครงการ การกาหนดวิธีการและเป้ าหมายในการบริการ ประมาณการใช้
งบประมาณสนับสนุนในการจัดการระบบนิเวศ กลไกในการดาเนินงานควร
ประกอบด้วย
- ข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์ วัฏจักรของน้า การใช้น้าเพื่อเศรษฐกิจ การผลิต
กระแสไฟฟ้า การใช้น้าเพื่อการอุปโภคบริโภค หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ
- ความพึงพอใจในการให้บริการและการรับบริการจากระบบนิเวศ โดยเฉพาะเรื่อง
น้า ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริการและสาเหตุของการขาดแคลนน้า จะเห็น
เป็นตัวอย่างได้ เช่น ป่าชุมชนที่กาหนดขึ้น สามารถให้เป็นแหล่งอานวยน้าให้แก่
ชุมชนในท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพ
กิจกรรมที่ 3.1 การกาหนดผู้เข้าร่วมใช้บริการของระบบนิเวศและการวางแผน
- วิเคราะห์ผู้ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง การเลือกกิจกรรมที่สร้าง
กองทุน ตัวอย่างกิจกรรม เช่น การพัฒนาอาชีพ การท่องเที่ยวในชนบท หรือการใช้
กองทุนเพื่อการจัดการป้ องกันถิ่นที่อาศัย พื้นที่ชุ่มน้า ทัศนียภาพที่สวยงาม หรือ
การอยู่ดีกินดีของชุมชน เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
กิจกรรมที่ 3.2 การจัดตั้งสถาบันรับผิดชอบในการปฏิบัติตามแผน รวมทั้งการจัดตั้งเครือข่าย
- จัดตั้งสถาบันรับผิดชอบในการทางานเพื่อดาเนินงานและการติดตามตรวจสอบ
การรายงานและยอมรับตามระยะเวลา
- จัดตั้งเครือข่ายการทางานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ
กิจกรรมที่ 3.3 สนับสนุนกระบวนการยอมรับแผนการจัดการ
- สนับสนุนให้ผู้ที่ทาการเกษตรโดยไม่ใช้สารเคมี สนับสนุนให้มีการใช้
งบประมาณกองทุนเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และเก็บรายได้จากนักท่องเที่ยว
เข้ากองทุนโดยให้มีการยอมรับหรือมีความพึงพอใจในการจ่าย
กิจกรรมที่ 3.4 การพัฒนาข้อตกลงในเรื่องค่าแทนคุณระบบนิเวศ
- จาต้องดาเนินการจัดทาข้อตกลงหรือสัญญา (Contract) การซื้อ-ขายระหว่างผู้มี
ส่วนได้ส่วนเสียดังกล่าว
- 67 -
องค์ประกอบที่ 4 ความร่วมมือของโครงการและการจัดการข้อมูล
องค์ประกอบนี้จะสนับสนุนการดาเนินงานและการสร้างความร่วมมือเพื่อให้การ
ปฏิบัติงานเป็นไปตามกิจกรรม ผลลัพธ์และผลที่ได้รับ การจัดการข้อมูล เพื่อแสดง
ความมีประสิทธิภาพของโครงการเพื่อนาไปสู่การดาเนินงานระดับชาติ
หน่วยงานรับผิดชอบ
ในกรณีที่พื้นที่คุ้มครอง (อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า) อยู่ในความควบคุม
ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หน่วยงานที่เกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศควรจะอยู่ในความ
รับผิดชอบของหน่วยงานอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กล่าวคือ หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
ไม่ว่าจะเป็นกองหรือสานักหรือสถาบัน
ส่วนความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น กรมป่าไม้ กรมปศุสัตว์กรมวิชาการเกษตร กรม
ส่งเสริมการเกษตร กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน เพื่อให้เป็นเครือข่ายและมีความร่วมมือกัน
นอกจากนี้ก็ยังมีการประสานงานร่วมมือกับรัฐวิสาหกิจ ภาคอุตสาหกรรมและองค์กร
ภาคเอกชน เช่น การประปาภูมิภาค โรงงานผลิตน้าดื่ม เป็นต้น
งบประมาณโครงการ
งบประมาณที่ใช้ในการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) ควรจะประกอบด้วย
(1) เงินงบประมาณปกติ
(2) กองทุนเฉพาะที่ดาเนินการเรื่องค่าแทนคุณระบบนิเวศ เช่น เรื่องน้า เรื่องการท่องเที่ยว
หรือจากการบริจาคของผู้ประกอบการ ฯลฯ
10.2 แนวทางการวิเคราะห์เพื่อการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ โดยวิธีการ SWOT Analysis
เพื่อประเมินความเหมาะสมในการนาเอาค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้ในการจัดการ
พื้นที่คุ้มครองให้เหมาะสมจะต้องมีการวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้โดยใช้ SWOT Analysis
1. จุดแข็ง (Strengths)
- วิธีการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) สามารถนามาใช้ในเรื่องการอนุรักษ์เพื่อ
ประโยชน์ได้
- มีความต้องการการบริการของระบบนิเวศ (ES) ที่มีประสิทธิภาพและมั่นคง
- รายได้จากการท่องเที่ยวสามารถนาเอาไปใช้ในการจัดการและพัฒนาเป็นเงินกองทุน
จัดการพื้นที่คุ้มครองได้
- พื้นที่คุ้มครองสามารถอานวยน้าที่สะอาดเพื่อการบริโภคของชุมชนได้เป็นอย่างดี
- สามารถนาค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้ในเรื่องการจัดการที่ดิน การควบคุมการ
ไหลบ่าของน้า ควบคุมมิให้มีการชะล้าง หรือการเกิดดินพังทลาย
- 68 -
- พื้นที่คุ้มครองเป็นแหล่งเก็บกักคาร์บอนที่ดีที่สุด ควรใช้ค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES)
มาดาเนินการได้
- รัฐมีนโยบายที่ชัดเจนและมีสถาบันหรือหน่วยงานรองรับการดาเนินงาน
- เจ้าของที่ดินหรือผู้ครอบครองที่ดินมีความพึงพอใจ และมีความสามารถในการ
ดาเนินการตามกระบวนการของ PES
2. จุดอ่อน (Weakness)
- ไม่มีความชัดเจนในเรื่องของค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES)
-ผู้ร่วมงานโครงการไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ และกลไกในการดาเนินงานของค่าแทนคุณระบบ
นิเวศ(PES)
- ไม่ต้องการนาค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้
3. โอกาส (Opportunities)
- กาหนดค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) ให้เป็นกฎหมายและนโยบาย
- การจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานรับผิดชอบ
- การปรับปรุงการบริการของระบบนิเวศให้อยู่ในสถานภาพที่มีประสิทธิภาพจากการใช้
ประโยชน์ได้
- ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม
4. ปัจจัยความเสี่ยง (Threatened of Risks)
- ขาดนโยบายในการนาเอาค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้หรือขาดความสนใจใน
การจัดการพื้นที่คุ้มครองเพื่อให้มีการบริการของระบบนิเวศ (PES)
- การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทาให้การบริการของระบบนิเวศ (ES) ไม่
ต่อเนื่องกัน
- ขาดความพึงพอใจในการจ่าย (Willing to pay) โดยเฉพาะการจ่ายค่าแทนคุณระบบนิเวศ
-ปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการจัดการที่ดินที่มีผลกระทบกับการดาเนินงานค่าแทนคุณ
ระบบนิเวศ (PES)
- 69 -
ตัวอย่าง การวิเคราะห์การดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) ด้านวิชาการและการจัดการกองทุน
พื้นที่ สถาบัน
งบประมาณที่
นาไปใช้
กลไก PES ใน
ท้องถิ่น
เป้าหมาย
1. พื้นที่ป่าไม้
บริเวณแหล่งต้นน้า
กรมอุทยานแห่งชาติฯ
กรมป่าไม้
กรมปศุสัตว์
กรมพัฒนาที่ดิน
กรมส่งเสริม
การเกษตร
- จัดทาแผน
- สนับสนุนการ
เลี้ยงปศุสัตว์
- เผยแพร่ความรู้
- การจัดการที่ดิน
- กองทุนนาสู่
ชุมชนท้องถิ่นเพื่อ
การฟื้นฟูป่าไม้
-ป้องกันรักษา
ป่าไม้
ฝึกอบรมพนักงาน
เจ้าหน้าที่ด้าน PES
และแผนการ
ดาเนินงาน
2. พื้นที่การเกษตร
บริเวณแหล่งต้นน้า
ระดับชาติ
- กรมวิชาการเกษตร
- กรมปศุสัตว์
- กรมอุทยาน
แห่งชาติฯ
- ฝึกอบรม
พนักงาน
เจ้าหน้าที่ด้าน
การเกษตร
- ฝึกอบรมราษฎร
ท้องถิ่นเพื่อการ
เพิ่มผลผลิตเกษตร
PES สนับสนุนการ
ดาเนินงาน
เพิ่มผลผลิตภาค
การเกษตร การใช้
ที่ดินอย่างถูกต้อง
3. ทุ่งหญ้าเลี้ยง
ปศุสัตว์
ระดับท้องถิ่น
- กรมปศุสัตว์
- กรมวิชาการเกษตร
- นโยบายรัฐ
ฝึกอบรมด้าน
การเกษตรและ
ด้านการเลี้ยง
ปศุสัตว์
สนับสนุนการ
ทางานตามกลไก
ของ PES
ฝึกอบรมพนักงาน
เจ้าหน้าที่องค์กร
และพนักงาน
เจ้าหน้าที่
สนับสนุนให้มีการ
จัดการพื้นที่
คุ้มครอง
- 70 -
บทที่ 11
พื้นที่ที่ดาเนินการด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศเพื่อการศึกษาและดูงาน
(PES Scheme for Study Tours)
การทบทวนเอกสารเกี่ยวกับการดาเนินงานด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศในพื้นที่ต่างๆ ทั่ว
โลกพบว่าการดาเนินงานด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับเรื่องการบริการเรื่องน้าจากแหล่ง
ต้นน้าที่ตั้งอยู่ในพื้นที่คุ้มครองและนาไปสู่การใช้ประโยชน์ของคนในเมืองหรือชนบท เกษตรกร การผลิต
กระแสไฟฟ้า การป้องกันการพังทลายของดินหรือการกัดเซาะชายฝั่งหรือการตกตะกอนของดิน การป้ องกัน
น้าท่วม การพักผ่อนหย่อนใจ การควบคุมความสมดุลของน้าที่ต้องการให้น้ามีปริมาณและคุณภาพต่อการใช้
ประโยชน์ของประชาชน
1. โครงการ Chapeco - Watershed PES Scheme ประเทศบราซิล
เป็นโครงการที่ได้รับความช่วยเหลือจาก The World Bank ด้านการพัฒนาแห่งน้าที่ Lajeado
Sao Jose ที่มีวัตถุประสงค์เพื่ออานวยน้าที่สะอาดที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคสาหรับประชาชนในเมือง
Chapeco จากการศึกษาวิจัยพบว่า บริเวณแหล่งเก็บกักน้ามีการตกตะกอนของดินสูง ทาให้ขาดน้าในฤดูแล้ง
ลาน้าตื้นเขิน ปริมาณน้าที่จะอานวยประโยชน์ให้แก่คนในเมืองลดน้อยลง จึงได้มีโครงการค่าแทนคุณระบบ
นิเวศ (PES) เกิดขึ้น ผู้ใช้บริการน้ามีความพึงพอใจในการจ่ายค่าน้า (Willing To Pay : WTP) ค่าบริการเรื่อง
น้า นาเงินมาจัดตั้งเป็นกองทุนให้เกษตรกรที่อาศัยอยู่บริเวณแหล่งต้นน้าเพื่อฟื้นฟูป่าไม้การปรับปรุงแหล่ง
ต้นน้า การป้ องกันการตกตะกอนของดิน ลดการใช้สารเคมีกับพืชเกษตร ฉะนั้นโครงการนี้ผู้ที่อาศัยอยู่
บริเวณต้นน้าที่เป็นชาวไร่ ชาวนาได้รับผลประโยชน์จากโครงการดังกล่าวเป็นอย่างมาก
2. โครงการ Extrema PES Scheme ประเทศบราซิล
บริเวณพื้นที่ป่า Extrema มีประชาชนอาศัยอยู่ในพื้นที่ประมาณ 25,000 คน และตั้งอยู่ห่าง
จากเมือง Sao Paulo ประมาณ 100 กิโลเมตร ได้มีดาเนินงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) เพื่อการ
ดูแลป้องกันบริเวณแหล่งต้นน้า และอานวยน้าให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมือง Sao Paulo
เมือง Sao Paulo แหล่งอุตสาหกรรมที่สาคัญมากมาย ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางน้าและ
การตกตะกอนของดิน ถึงแม้ว่าจะมีการสร้างแหล่งเก็บกักน้าจากแม่น้าลาห้วยและลาธารต่างๆ ตามบริเวณ
พื้นที่ต้นน้ามีเกษตรกรดาเนินกิจกรรมต่างๆ ประกอบกับความยากจนของชาวชนบททาให้น้าเกิดมีมลพิษ
จากการใช้การใช้ประโยชน์ที่ดินและสารเคมี จึงได้จัดโครงการปรับปรุงแหล่งต้นให้มีน้าทั้งในด้านปริมาณ
และคุณภาพ การกาหนดและกิจกรรมฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ การปลูกต้นไม้ตามริมฝั่งแม่น้าเพื่อการป้ องกันการ
พังทลายของดิน การพัฒนาที่ดิน การป้องกันสิ่งแวดล้อม การป้องกันพื้นที่ป่าไม้ตามแหล่งต้นน้าลาธาร
การดาเนินงานก็ได้ดาเนินการออกกฎหมายด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศ จัดทาเป็นโครงการ
เรียกว่า Water Conservation Project ดาเนินการจัดตั้งเป็นกองทุนสนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นดาเนินการ
- 71 -
อนุรักษ์ดิน ฟื้นฟูป่าไม้และพัฒนาสิ่งแวดล้อม การกาหนดเป็นข้อบังคับ กฎระเบียบ และให้คาแนะนาในการ
ดาเนินงาน กลไกในการใช้เงินกองทุน ชุมชนในชนบทที่อาศัยอยู่ตามแหล่งต้นน้าและมีสิทธิในการ
ครอบครองที่ดิน มีอาชีพการเกษตรตามริม
แม่น้าและเลี้ยงปศุสัตว์ จะต้องทาสัญญากับผู้ใช้น้าในเมือง ผู้ที่จะได้รับเงินกองทุนจะต้อง
ดาเนินการฟื้นฟูพื้นที่ป่าริมน้า การอนุรักษ์ป่าชุมชน การอนุรักษ์ต้นน้าที่ขึ้นอยู่กับการใช้ประโยชน์ที่ดิน
แหล่งท่องเที่ยว เป็นโครงการที่รัฐบาลของประเทศบราซิล กาหนดให้เป็นนโยบายที่สาคัญด้านการบริการ
ของระบบนิเวศมากกว่าเศรษฐกิจของการเกษตร
3. โครงการ Brasilia - Water Producer Program ประเทศบราซิล
องค์กรพัฒนาเอกชน The Nature Conservancy ได้ดาเนินการนาเอาโครงการค่าแทนคุณ
ระบบนิเวศไปดาเนินการในพื้นที่ Cerrado เพื่อเป็นการอนุรักษ์แหล่งน้า ให้อานวยน้าให้แก่ประชาชนใน
เมือง Brasilia โดยกาหนดเป็นโครงการ Water Producer Program มีกิจกรรมจัดตั้งกองทุนเพื่อชดเชยให้
เจ้าของที่ดินในพื้นที่ เพื่อรักษาแหล่งน้าทั้งปริมาณและคุณภาพ การอนุรักษ์ทุ่งหญ้าตามแนวตลิ่งของลาน้า
การจัดการแหล่งน้าเพื่อพืชเกษตร รวมทั้งการเลี้ยงปศุสัตว์โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบ คือ Brazil’s National
Water Agency บริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นลุ่มน้าขนาดใหญ่ แม่น้าและสาขาของลาห้วยลาธารมากมาย มี
ประชาชนอาศัยอยู่จานวนมากและอาศัยน้าจากพื้นที่ดังกล่าว
เนื่องจากมีการชะล้างของดินและแร่ธาตุจากพื้นที่ทาการเกษตรเป็นจานวนมาก ทาให้ผล
ผลิตทางการเกษตรตกต่า มีการเลี้ยงปศุสัตว์ปลูกข้าวโพด ถั่วเหลืองและเป็นทุ่งหญ้า บริเวณที่เป็นทุ่งหญ้าก็
ไม่มีการฟื้นฟูเพื่อเป็นการป้องกันการชะล้างหน้าดิน จึงได้มีโครงการการปลูกป่าขึ้น เจ้าของที่ดินในพื้นที่จะ
ได้รับเงินค่าชดเชยในการอนุรักษ์แหล่งต้นน้า เป็นผู้“Producing Water” เงินกองทุนอนุรักษ์ที่จ่ายให้แก่ผู้เป็น
เจ้าของที่ดินก็ได้รับสนับสนุนจากค่าธรรมเนียมการใช้น้าและเงินบริจาคสมทบ เงินจากภาคอุตสาหกรรม
ต่างๆ
4. โครงการ Water and Forest Producers Program ประเทศบราซิล
เป็นโครงการนวัตกรรมใหม่ในการป้องกันแหล่งต้นน้า เพื่ออานวยน้าให้แก่คนในเมืองริโอ
เดอ จาเนโร โดยการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้น้าเพื่อเป็นเงินค่าใช้จ่ายให้แก่เจ้าของที่ดินในชนบทบริเวณลุ่ม
น้าเพื่อฟื้นฟูป่าไม้และการจัดการที่ดิน เพื่อป้ องกันทรัพยากรน้าให้มีการใช้น้าเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าสาหรับ
ประชาชนในท้องถิ่น
ประโยชน์ที่ได้รับคือประชาชนได้รับน้าสะอาดมีคุณภาพเพื่อการบริโภค พื้นที่ป่าไม้เป็น
ผู้รักษาแหล่งน้า ป้ องกันการพังทลายของดิน ป้ องกันการตกตะกอนและแร่ธาตุทั้งในและนอกแหล่งน้า
ชาวบ้านในชุมชนบริเวณลุ่มน้าจะถูกขนานนามว่า “Producing Water” กาหนดให้มีการปลูกป่า ให้มีการปลูก
ไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์ของตนเอง โดยการปลูกเป็นแนวรั้วและสามารถใช้เป็นแนวรั้วกันสัตว์ได้
การจัดตั้งกองทุนอนุรักษ์ โดยการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้น้าจากภาคอุตสาหกรรมและ
ผู้ใช้น้าอื่นๆ จานวนมากน้อยขึ้นอยู่กับคณะกรรมการน้าเป็นผู้มีบทบาทในการพิจารณา คณะกรรมการก็จะมี
- 72 -
การพิจารณาค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพที่ตั้งของที่ดิน พิจารณาถึงคุณภาพของป่าไม้ จานวน
รายได้ของเจ้าของที่ดิน ถ้าหากว่าการใช้ที่ดินเพื่อเศรษฐกิจ เช่น ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์เพื่อผลิตน้านมก็จะเก็บเงิน
เข้ากองทุนสูงหรือเก็บแพงกว่าปกติ เป็นต้น
5. โครงการ PCJ Consortium ประเทศบราซิล
Piracicaba, Capivari and Jundiai (PCJ) เป็นอ่างเก็บน้าเพื่อนาน้าไปใช้ในเมืองและ
ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่ง ที่ประสบปัญหาเรื่องคุณภาพของน้าโดยเฉพาะในฤดูแล้งที่มีการใช้
ปริมาณน้ามาก เนื่องจากพื้นที่ในชนบทได้มีการนาน้าไปใช้เพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมี
การลดลงของปริมาณน้า เนื่องมาจากการตกตะกอนของดินในลาน้า
ได้มีโครงการจัดตั้งกองทุนอนุรักษ์โดยเก็บเงินค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้น้า จากโรงงาน
อุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อนาไปเป็นกองทุนไปใช้ในการพัฒนาแหล่งต้นน้า จากเหตุผลนี้จึงได้เรียกว่าโครงการ
การป้ องกันรักษาแหล่งน้า “Generating Areas” จากการออกกฎหมายรองรับในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับ
การกาจัดน้าเสีย การบริการน้าให้มีประสิทธิภาพ มีการใช้น้าจากแหล่งใดบ้างระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ทั้ง
ภายในและภายนอกพื้นที่
เงินทุนหรือเงินจากกองทุนจะนาไปใช้สนับสนุนให้ภาคเอกชนทาการเพาะชากล้าไม้เพื่อ
การฟื้นฟูป่าไม้ตลอดสองฝั่งของแม่น้าและปลูกในพื้นที่ของตนเอง กระบวนการก็คือเจ้าของที่ดินจะถูกเรียน
เชิญไปร่วมประชุมและร่วมโครงการ
จานวนเงินที่เรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ จะต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางวิชาการ เพื่อการ
ฟื้นฟูป่าไม้การเพาะชากล้าไม้ วิธีการปลูกและบารุงรักษา สาหรับการเก็บเงินค่าน้า ผู้ใช้จะต้องจ่ายล่วงหน้า
ในเรื่องค่าน้า โดยการจัดตั้งกองทุน “free riding” โดยมีคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาเป็นผู้พิจารณาถึงการใช้
เงินกองทุนดังกล่าว
6. โครงการ Tarija/Sama Biological Reserve PES Scheme ประเทศโบลิเวีย
ดาเนินงานโครงการโดยองค์กรภาคเอกชนของประเทศโบลิเวีย มีการระดมทุนเพื่อการ
จัดการพื้นที่สงวนที่เป็นพื้นที่ต้นน้า 2 แหล่ง และเป็นแหล่งอานวยน้าให้แก่เมือง Tarija ในปี 2004 ได้มีการ
ศึกษาวิจัยและการปรึกษาร่วมกันระหว่างองค์กรภาคเอกชนกับผู้ใช้น้าและผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณต้นน้า พบว่ามี
ความเชื่อมโยงระหว่างการใช้ประโยชน์ที่ดินกับการอานวยน้า และมีความจาเป็นต้องใช้งบประมาณ
ดาเนินการ ผลการเจรจาผู้ใช้น้าในเมืองและที่ปลายน้ามีความยินดีที่จะจ่าย (Willing To Pay : WTP) แต่ก็ยัง
ไม่สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใช้น้าได้ เพราะได้นาเอาวิธีการ new tax มาใช้ ยังไม่มีความเห็นด้วยจาก
เจ้าของที่ดิน แต่ก็ยังมีแผนที่จะดาเนินการต่อไป เพราะว่าคนในเมือง Tarija ยังคงไม่ได้รับบริการน้าที่
เพียงพอ
องค์กรพัฒนาเอกชน (The Nature Conservancy) ได้เข้าไปช่วยดาเนินการร่วมกับภาครัฐ
และเอกชน โดยมีเป้ าหมายที่ต้องการเพิ่มปริมาณน้าในพื้นที่ ลดการตกตะกอนของดินในแม่น้าและเขื่อน ลด
การเกิดไฟป่า ตามแผนการก็ได้มีการเสนอให้มีการฟื้นฟูป่าไม้ป้ องกันไฟป่าโดยใช้เงินกองทุนอนุรักษ์ ผู้ที่
- 73 -
อาศัยอยู่ในท้องถิ่นดังกล่าว ก็ใช้วิธีสมทบค่าใช้จ่าย (In kind) ในอนาคตก็จะต้องใช้เงินดอกเบี้ยจากกองทุน
(Trust Fund) และที่เก็บจากภาษีค่าน้าจากผู้บริโภค
โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) ที่นาใช้ในกระบวนการนี้ มีการประชาสัมพันธ์
ศึกษากระบวนการเกิดน้าจากการใช้ประโยชน์ที่ดิน การฟื้นฟูป่าไม้การควบคุมไฟป่า การเลี้ยงปศุสัตว์ที่เกิด
จากการขยายพื้นที่การเกษตรและประชาชนในพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น
7. โครงการ Chingaza and Sumapaz National Parks PES Scheme ประเทศโคลัมเบีย
ประชาชนในเขตเมืองโบโกต้า (Bogota) จานวนประมาณ 8 ล้านคน ได้ใช้น้าจากพื้นที่
อุทยานแห่งชาติ เพื่อการอุปโภคและบริโภค องค์กร The Nature Conservancy ได้เข้ามาช่วยเหลือและมีส่วน
ร่วมในการจัดตั้งกองทุน (Trust Fund) เพื่ออนุรักษ์พื้นที่ต้นน้าและแม่น้าจากอุทยานแห่งชาติ และได้รับเงิน
สมทบจากโครงการอนุรักษ์โดยเฉพาะการอนุรักษ์พื้นที่อุทยานแห่งชาติที่มีการสนับสนุนให้มีการทดแทน
การเลี้ยงปศุสัตว์ในพื้นที่ การป้ องกันการตกตะกอนของดินในลาน้า การป้ องกันน้าท่วม การอานวยน้าที่
สะอาดให้แก่ประชาชนในเมือง และลดมลภาวะที่จะเกิดขึ้นได้รับการสนับสนุนจากชุมชนผู้มีส่วนได้ส่วน
เสีย การบริหารกองทุน (Trust Fund) จะมีคณะกรรมการบริหาร ควบคุมดาเนินการให้เป็นไปตามข้อเสนอ
ขององค์กร The Nature Conservancy บริษัทอุตสาหกรรมต่างๆ บริษัทผลิตน้าดื่ม โรงงานผลิตเบียร์และผู้มี
ส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ
8. โครงการ Costa Rica ESPH ประเทศคอสตา ริก้า
เพื่อการคงไว้ซึ่งคุณภาพน้าและอานวยน้าให้แก่ประชาชนในบริเวณลุ่มน้า มีการจัดเก็บเงิน
จากผู้ใช้น้าเพื่อจัดตั้งเป็นกองทุน (Trust Fund) ในการดาเนินงานป้ องกันรักษาป่ าไม้ การฟื้ นฟู
ทรัพยากรธรรมชาติ โดยวิธีการปลูกและปรับปรุงพื้นที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพื่อให้มีการอานวยน้าที่มี
คุณภาพ จะมีการทาสัญญา (Contract) ร่วมกัน เพื่อให้เจ้าของที่ดินรับผิดชอบกิจกรรมการอนุรักษ์ (เช่น การ
ฟื้นฟูป่าไม้การอนุรักษ์ป่าดั้งเดิม)
การระดมทุนจะมีการประสานงานกับบริษัทที่มีการดาเนินงานใช้น้าและประชาชนบางกลุ่ม
ที่สนับสนุนเงินทุนเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บริษัทผลิตน้าดื่มจะบอกราคาขายไว้ส่วนหนึ่งจะเป็นค่าดูแล
อนุรักษ์แหล่งน้าในพื้นที่ต้นน้า เช่น จานวน 0.002 เหรียญสหรัฐต่อขวด นาส่งให้ National Park Foundation
ดาเนินการต่อไป
โรงแรม Melia Hotel ตั้งอยู่ในเมืองมีการใช้บริการเรื่องน้านี้ด้วย ก็ได้รวมค่าห้องพักจานวน
หนึ่งจากนักท่องเที่ยวที่มาพัก และนาไปดูแลป้องกันพื้นที่ต้นน้า
9. โครงการ Cuenca City - Land Acquisition and Watershed Protection Project ประเทศแอกวาดอร์
ชุมชนในเมือง Cuenca ได้นาวิธีการเก็บค่าใช้น้ามาใช้ในการจัดการแหล่งต้นน้าโดยการเก็บ
เงิน จากผู้ใช้น้าเป็นรายปี แต่การจ่ายเงินไม่ได้จ่ายให้เจ้าของที่ดินหรือชุมชนโดยตรง แต่จ่ายให้เป็นกองทุน
จัดการน้าที่เรียกว่า “Water Fund” โดยมีคณะกรรมการบริหารกองทุนจะนาเงินกองทุนไปใช้ดาเนินการ
- 74 -
แก้ไขในพื้นที่วิกฤติ ให้มีการใช้น้าอย่างมีประสิทธิภาพ การเปิดโอกาสให้กู้ยืมเงินกองทุนโดยเฉพาะ
เกษตรกรเพื่อนาไปใช้พัฒนาการเกษตรและอนุรักษ์แหล่งพื้นที่ต้นน้า
ได้มีการกาหนดแผนยุทธศาสตร์ คือ การกาหนดการบริการใช้น้าในอัตราส่วนให้สัมพันธ์
กับการกาจัดน้าเสีย การซื้อที่ดินบริเวณที่ลาดชันคืนเพื่อให้การพัฒนาและจัดการน้าอย่างยั่งยืน และการ
ป้องกันพื้นที่ทุ่งหญ้า
ความสาคัญของโครงการ คือ ให้ความสาคัญของการอนุรักษ์ป่าไม้ การฟื้นฟูป่าในพื้นที่
คุ้มครอง เนื่องจากว่ามีปัญหาการใช้พื้นที่ดินป่าไม้มากเกินไป ทาให้เกิดปัญหาการชะล้างและพังทลายของ
ดิน การเกิดตะกอน มีการกาจัดน้าเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมและโรงงานเนื้อกระป๋ อง
การใช้เงินกองทุนเพื่อกิจกรรมการอนุรักษ์แหล่งต้นน้า จะมีนักวิชาการไปให้คาแนะนาและ
ช่วยเหลือ เช่น การมีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวอนุรักษ์ป่าดั้งเดิม การเพาะชากล้าไม้ให้ชุมชนนาไป
ปลูก การอนุรักษ์ชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น ส่งเสริมการอาชีพผลิตอาหารเพื่อขาย การปรับปรุงทุ่งหญ้า การอนุรักษ์
ที่ดิน การเลี้ยงผึ้ง การใช้ของป่าอย่างยั่งยืน และการฝึกอบรมด้านการประกอบอาชีพของชุมชน
ชุมชนมีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมด้านการปลูกต้นไม้
เพื่อป้ องกันการพังทลายของดิน ติดตั้งเครื่องเตือนภัยจากน้าป่าไหลหลาก ศึกษาคุณภาพของดินในพื้นที่ลุ่ม
น้า และศึกษาวิจัยเปรียบเทียบระหว่างผู้ดูแลพื้นที่ต้นน้ากับผู้ใช้น้า
กิจกรรมต่างๆ ที่ดาเนินการ เกษตรกรมีความพึงพอใจที่มีกองทุนอนุรักษ์ เกษตรกรยืมเงิน
จากกองทุนไปประกอบกิจกรรม เมื่อได้รับผลกาไรจากผลิตผลทางการเกษตร ก็จะนาเงินคืนกองทุนภายใต้
กฎกติกาที่กาหนดขึ้นมาใช้บังคับ
10. โครงการ Quito PES Scheme ประเทศเอกวาดอร์
เมือง Quito เป็นเมืองหลวงของประเทศเอกวาดอร์ มีจานวนประชากรประมาณ 1.5 ล้านคน
น้าที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคของประชาชน ได้จากพื้นที่คุ้มครอง 2 แห่ง คือ Cayambe Coca Ecological
Reserve และ Antisana Ecological Reserve โรงงานอุตสาหกรรม และการชลประทานก็มีการใช้น้าเป็น
ปริมาณมากจากพื้นที่สงวนทั้งสองแห่ง ที่มีพื้นที่รวมกันประมาณ 520,000 เฮกแตร์ ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่
ราบสูง ประกอบด้วย ทุ่งหญ้าและป่าเมฆฝน ถึงแม้ว่าจะเป็นเขตพื้นที่คุ้มครอง แต่ในพื้นที่บางแห่งถูกใช้
ประโยชน์เพื่อเลี้ยงปศุสัตว์และฟาร์มการเกษตร มีประชาชนอาศัยอยู่ทั้งในและนอกพื้นที่คุ้มครองและได้รับ
ผลกระทบจากการทาการเกษตรที่ไม่ยั่งยืน การทาลายป่าไม้เพื่อเปิดเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงปศุสัตว์
จากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดผลกระทบกับปริมาณและคุณภาพของน้า รัฐบาลจึงได้มีการจัดตั้ง
กองทุน Trust Fund ได้จากเงินบริจาคของภาคีผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การบริหารกองทุนโดยมีคณะกรรมการ
เรียกว่า Board of Directors ที่ประกอบด้วยผู้แทนจากชุมชนท้องถิ่นเป็นหลักผลที่ได้รับ
ด้านเศรษฐกิจ ได้ดาเนินการจัดตั้งเป็นกองทุน ที่ดาเนินการภายใต้กฎหมายหรือกฎระเบียบ
มีการเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวและนาเป็นรายได้เข้ากองทุน
- 75 -
ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพทั้งชนิดพันธุ์พืชและพันธุ์
สัตว์โดยเฉพาะชนิดพันธุ์ท้องถิ่นที่หาได้ยาก เช่น นกแร้งคอนดอร์ เสือพูม่า เสือดาว หมีและสมเสร็จ
ด้านสังคม เป็นโครงการที่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนด้วยดี การล่าสัตว์ป่าลดลง มี
การกาจัดขยะ การป้ องกันไฟป่า พัฒนาการเกษตรและกิจกรรมอื่นๆ แต่ไม่สามารถกระทาได้ตลอดทั้งปี มี
การกาหนดกฎระเบียบการปฏิบัติงานให้เหมาะสม
11. โครงการ Pimampiro ประเทศเอกวาดอร์
นโยบายแผนการจัดการป่าไม้แห่งชาติของประเทศเอกวาดอร์ให้มีการจัดการป่าชุมชนที่มี
ขนาดใหญ่ให้เป็นแหล่งอานวยน้า ผู้ใช้น้าจ่ายเงินให้แก่ผู้ที่อาศัยอยู่ตามแหล่งต้นน้าการนาน้ามาใช้โดยการใช้
ท่อฝังดินให้น้าไหลไปตามระดับสูงต่าของพื้นที่ โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากองค์กรภาคเอกชน โดยมี
หลักการคือการคงไว้
ซึ่งคุณภาพและปริมาณน้า การอนุรักษ์ป่าชุมชน การจัดทาแผนการจัดการป่าไม้และพื้นที่การเกษตร มีการ
จัดตั้งกองทุน ซึ่งที่ได้รับการสนับสนุนจาก Inter-American Foundation เพื่อดาเนินการ Soil Conservation,
Organic Farm และเทคนิคการจัดการป่าไม้ที่ยั่งยืน เพื่อนาไปสู่การปรับปรุงแหล่งต้นน้า
สาหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เจ้าของที่ดินภาคเอกชน สมาคมการเกษตร สมาคมผู้เลี้ยงปศุ
สัตว์ผู้ครอบครองที่ดินป่าไม้ทุ่งหญ้า ป่ากันชน ร่วมตกลงทาสัญญาร่วมกันเกี่ยวกับการเก็บเงินค่าใช้จ่ายเข้า
กองทุน จะต้องตกลงว่าจะดูแลรักษาชนิดพันธุ์ไม้หรือป้ องกันการบุกรุกทาลายป่าและการเปลี่ยนแปลงการ
ใช้ประโยชน์ที่ดิน ข้อตกลงได้ทาเป็นสัญญา (Contract) ตามที่กฎหมายกาหนดในเรื่องค่าแทนคุณระบบนิเวศ
เช่น การเก็บเพื่อการป้ องกันรักษาป่าเพื่อผลิตน้า 0.03เหรียญสหรัฐ/ม3
การฟื้นฟูป่าไม้ 0.10เหรียญสหรัฐ/ม3
และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 0.13 เหรียญสหรัฐ/ม.3
12. โครงการ Tacuba Pilot PES Scheme ประเทศเอลซัลวาดอร์
เป็นเรื่องของการบริการน้าให้แก่ชุมชนในชนบทที่มีความขัดแย้งกันกับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่
ได้มีการเจรจาและมีข้อตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับการจัดการน้าในฤดูแล้ง หรือช่วงที่เกิดวิกฤติ
เรื่องน้า ทาให้มีการออกกฎระเบียบในกฎหมายเกี่ยวกับการใช้น้า เกิดวิธีการจัดการแนวใหม่ในเขตเมือง
Tacuba ซึ่งเป็นพื้นที่การเกษตร มีการปลูกข้าวโพด ถั่ว กาแฟ ป่าไม้ฟาร์มปศุสัตว์การบริการทางสินค้าที่เป็น
ผลไม้ไม้ฟืน และเวชภัณฑ์ พืชพันธุ์ที่สาคัญ คือ กาแฟ
ปัญหาที่สาคัญที่เป็นภัยคุกคาม คือ การทาลายป่าไม้เพื่อยึดถือครอบครองที่ดินปลูกกาแฟ
อัตราการทาลายป่าไม้ก็ขึ้นอยู่กับราคาของกาแฟทั้งระดับนานาชาติ และระดับท้องถิ่นหากกาแฟราคาดีก็จะมีการ
บุกรุกพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็นต้นนอกจากนี้ยังมีการกาหนดกิจกรรมลดใช้สารเคมีในการกาจัดศัตรูพืชหรือการส่งเสริม
ให้มีการใช้ปุ๋ ยอินทรีย์
- 76 -
13. โครงการ El Imposible National Park – Watershed Warden Sponsoring ประเทศเอลซัลวาดอร์
ตัวอย่างผู้ใช้น้าในชุมชนสองแห่ง มีการเรียกค่าน้าที่มีแหล่งต้นน้าในเขตอุทยานแห่งชาติ
เพื่อใช้เป็นค่าจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ โดยที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติร่วมกับภาคเอกชนภายใต้
ข้อตกลงเกี่ยวกับ Co-management ของรัฐบาล การทางานร่วมกับชุมชนรอบๆ พื้นที่คุ้มครอง ที่มีการใช้
ประโยชน์ที่ดิน เก็บผลิตผลจากป่า ดาเนินการจัดตั้งเป็นกองทุนอนุรักษ์ เป็นการระดมทุนจากผู้ใช้หรือ
บริจาคของผู้ใช้น้า และบริษัทห้างร้านต่างๆ การเก็บค่าธรรมเนียมการใช้น้า รายได้ตามสัญญาจะนาส่งให้
อุทยานแห่งชาติ
การบริหารเงินกองทุน จะมีคณะกรรมการชุมชนท้องถิ่นรับรอง การบริหารเงินกองทุน
ดังกล่าวเพื่อใช้ในการป้ องกันแหล่งน้า รวมทั้งค่าจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ต้นน้า เรียกว่า “Watershed
Wardens” นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น สนับสนุนการทางานในพื้นที่คุ้มครอง การปลูกไม้ในที่ดินของ
เอกชนหรือที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ตามแนวรั้วหรือหัวไร่ปลายนา
14. โครงการ Guatemala’s Atlantic Coast, PES Scheme ประเทศกัวเตมาลา
เป็นโครงการที่นาเอาค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของ
ประชาชนและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ บริเวณฝั่งทะเลของประเทศทางด้านมหาสมุทรแอตแลนติก มี
โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่งตั้งอยู่มีการใช้น้าเพื่ออุปโภคบริโภคเป็นจานวนมาก มีการจ่ายเงิน
เพื่อบารุงรักษาระบบนิเวศใน
พื้นที่ ตามโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ เป็นนโยบายของรัฐบาลในการอนุรักษ์ป่าไม้
แหล่งน้าจืดและบริเวณชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีความยากจนและรวมถึงชุมชน
ท้องถิ่นดั้งเดิม
พื้นที่ริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกประเทศกัวเตมาลามีความสาคัญและมีความหลากหลายทาง
ชีวภาพสูง บริเวณป่าสูง มีเมฆปกคลุมตลอดเวลาเป็นแหล่งอานวยน้าให้แก่ผู้ที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งตลอดจน
ทรัพยากรชายฝั่งและแหล่งปะการัง การใช้น้าเพื่ออุตสาหกรรม ผลิตพลังไฟฟ้า ทาไร่ปลูกกาแฟ น้าดื่มบรรจุ
ขวดและโรงงานกระดาษเพื่อเป็นสินค้าส่งออก และไร่ของเกษตรกรในท้องถิ่น
ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ป่าไม้และแหล่งน้าจืด การเลี้ยงปศุสัตว์ ไฟป่า การขยายพื้นที่
การเกษตร มลพิษจากยาฆ่าแมลง การใช้ปุ๋ ย หรือโรงงานอุตสาหกรรม ทาให้เกิดผลกระทบกับทรัพยากร
ชายฝั่งทะเลและแหล่งปะการัง
การดาเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหา โดยการสรรหางบประมาณเพื่อนาไปใช้ในการจัดการ มี
การเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้น้า เพื่อนารายได้ดังกล่าวไปใช้ดูแล บารุงรักษาพื้นที่ป่าไม้เพื่อให้มีการบริการ
ของสิ่งแวดล้อม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกาหนดค่าธรรมเนียมการใช้น้าและผู้ใช้น้ามีความพึงพอใจในการ
จ่าย (Willing To Pay :WTP) ผู้ซื้อน้าส่วนใหญ่จะเป็นเทศบาล ฟาร์มเกษตรเพื่อการส่งออก บริษัทน้าอัดลม
โคคาโคลา โรงงานผลิตกระดาษ โรงเหล้าและเบียร์ และบริษัทผู้ผลิตกระแสไฟฟ้า
- 77 -
15. โครงการ Cerro San Gil Protected Area PES ประเทศกัวเตมาลา
เป็นโครงการป้ องกันการไหลบ่าของน้าในบริเวณแม่น้า Escobas ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมือง
ใหญ่ๆ ตามริมฝั่งแม่น้าที่ต้องการใช้น้าเพื่อการประปา เพื่อบริการให้แก่ประชาชนตลอดทั้งปี น้าดังกล่าวไหล
มาจากต้นน้าใน Cerro Sal Gil Protected Area พื้นที่มีปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดิน การเลี้ยงปศุสัตว์และ
การเกษตรบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่คุ้มครองที่เป็นบริเวณพื้นที่ต้นน้า
การประปาในเมืองต่างๆ มีความต้องการน้าทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพจากแม่น้า
Escolas ที่พื้นที่ต้นน้าอยู่ในพื้นที่คุ้มครองนี้ และเป็นที่สนใจขององค์กรภาคเอกชน นักอนุรักษ์ ผู้ใช้น้าใน
เมืองที่มีความเห็นว่าต้องร่วมมือกันจัดการและตกลงร่วมกันในการนาค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้กับพื้นที่
คุ้มครองดังกล่าว
การดาเนินงานการจัดตั้งกองทุนอนุรักษ์นารายได้จากกองทุนส่วนหนึ่งไปดาเนินการจัดการ
อุทยานแห่งชาติและการจัดการที่ดินเพื่อการเกษตร โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากองค์กร The
Nature Conservancy, USAID, PROARCA และ GIZ
นอกจากนี้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่คุ้มครองและผู้ใช้น้าต้องการให้มีป่ากันชนรอบพื้นที่
ป่าคุ้มครองและให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเป็นผู้ดาเนินการ
16. โครงการ San Jeronimo PES Scheme ประเทศกัวเตมาลา
เป็นโครงการที่นาเอาค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้กับผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินบริเวณ
พื้นที่ต้นน้าและผู้ใช้น้าในพื้นที่ San Jeronimo เพื่อป้ องกันรักษาป่าไม้และอนุรักษ์ดิน ให้มีการอานวยน้าทั้ง
ในด้านปริมาณและคุณภาพตลอดทั้งปี
องค์กร GIZ ได้สนับสนุนให้มีโครงการนี้เกิดขึ้น โดยใช้ข้อมูลและคุณค่าของน้าที่ใช้ในการ
บริโภคในพื้นที่มาพิจารณา องค์ประกอบ และการบริการของระบบนิเวศ การนาวิธีการค่าแทนคุณระบบ
นิเวศมาใช้จึงเป็นประโยชน์ในการดาเนินงาน และกาหนดให้มีกฎหมายใช้บังคับ ที่ปรึกษาโครงการมีการทา
ข้อตกลง การเจรจา และการจัดตั้งคณะกรรมการ
เป้ าประสงค์ของโครงการดังกล่าวแล้วมีความต้องการน้าที่มีคุณภาพและปริมาณให้แก่
ประชาชนในเมือง ค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้เพื่อการจัดการพื้นที่ป่าไม้ การฟื้นฟูป่าไม้ หรือการปลูกป่า
เพื่ออนุรักษ์และป่าเศรษฐกิจ โดยการสนับสนุนของสถาบันการป่าไม้
17. โครงการ Campamento PES Scheme ประเทศฮอนดูรัส
คณะกรรมการ Campamento Water Board มีความเห็นว่า เรื่องน้าที่อานวยประโยชน์ให้แก่
ประชาชนทั้งในเมืองและชนบท ประสบปัญหาในเรื่องคุณภาพของน้า ทั้งนี้เนื่องจากว่าบริเวณพื้นที่ป่าภูเขา
ถูกแผ้วถางทาลายเพื่อทาเป็นพื้นที่การเกษตรในการปลูกกาแฟ
องค์กร Swiss Agency for Development and Cooperative (SDC) ได้ศึกษาวิจัยและ
สนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ เพื่อนาเอาวิธีการค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้ มีการประชุมร่วมกัน
ระหว่างผู้ใช้น้า และผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณต้นน้า เพื่อให้มีการบริการของน้าทั้งปริมาณและคุณภาพ ดาเนินการ
- 78 -
จัดตั้งกองทุน Trust Fund นาเงินค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้น้า มาจัดตั้งเป็นกองทุนมีคณะกรรมการบริหาร
กองทุนให้มีการนาเงินกองทุนไปปรับปรุงพื้นที่บริเวณต้นน้า โครงการปลูกป่าในพื้นที่ที่มีการปลูกกาแฟ
หรือพื้นที่ว่างเปล่าที่เกษตรกรทิ้งไว้โดยไม่ได้ดาเนินการอะไร เนื่องจากปัญหาราคากาแฟตกต่าเกษตรกรจึง
ไม่ได้ปลูกเพิ่ม มีการแก้ไขปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นจากปุ๋ ยที่ใช้ในการเกษตร กระบวนการผลิตกาแฟจาก
โรงงาน มลพิษทางน้าและฟาร์มเลี้ยงหมู กาหนดให้มีการฟื้นฟูป่าไม้ห้ามตัดไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต
นอกจากนี้ได้ดาเนินการจัดตั้งกองทุนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นเงินที่ได้รับการสนับสนุนจาก
เทศบาล รวมทั้งค่าปรับจากผู้กระทาผิด ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและเงินค่าสัมปทาน การใช้ประโยชน์จาก
ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมทั้งค่าเช่ากิจกรรมต่างๆ จากผู้ใช้บริการสิ่งแวดล้อม
18. โครงการ Jesus de Otoro PES Scheme ประเทศฮอนดูรัส
เป็นโครงการที่สนับสนุนให้ผู้ถือครองที่ดินบริเวณป่าต้นน้าลาธารอนุรักษ์ป่าไม้และรักษา
สิ่งแวดล้อม โดยความร่วมมือขององค์กรภาคเอกชนและบรรดาเทศบาลในการดาเนินงานและสนับสนุน
งบประมาณ เพื่อฟื้ นฟูป่าไม้บริเวณแหล่งต้นน้าโดยมีเป้ าหมาย เพื่อให้มีการอานวยน้าที่สะอาดให้แก่
ประชาชนในชนบทและประชาชนในเมือง
วิธีการดาเนินงานคือห้ามเผาเศษพืชไร่หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ทารั้วบ้านด้วยการปลูก
ต้นไม้หรือไม้พุ่ม จัดระบบชลประทาน สนับสนุนให้มีการใช้ปุ๋ ยอินทรีย์กาจัดน้าเสีย ปลูกป่าแบบวนเกษตร
ผู้ถือครองที่ดินบริเวณป่าต้นน้า จะต้องมีการทาสัญญา(Contract) มีการระบุจานวนเงินที่จะต้องจ่ายระหว่างผู้
ให้กับผู้ได้รับบริการ เป็นค่าธรรมเนียมที่จะต้องจ่ายเป็นเงินสดตามสัญญา สัญญาจะมีการกระทากันทุกปี
(ประมาณเดือนธันวาคม) เพื่อต้องการให้มีการปรับค่าธรรมเนียมได้ แต่จานวนเงินที่เรียกเก็บตามที่ปรับใหม่
จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการร่วม
19. โครงการ Fidecoagua Trust Fund, Coatepec Veracruz PES ประเทศเม็กซิโก
กองทุน Fidecoagua Trust Fund จัดตั้งขึ้นมีเป้ าหมายเพื่อเป็นการอนุรักษ์พื้นที่ป่าเมฆฝน
ของเมือง Coatepec Veracruz เนื่องจากประสบปัญหาการลดลงของปริมาณน้าและมีการทาลายป่าไม้สูง
เกษตรกรในพื้นที่มีความยากจน มีการศึกษาต่า จึงได้จัดตั้งเป็นกองทุนค่าตอบแทนระบบนิเวศ ที่จ่ายให้
เกษตรกรผู้ทาสัญญาอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้และฟื้นฟูป่าไม้ในเนื้อที่ประมาณ 600 เฮกแตร์ เงินกองทุนเก็บจาก
ค่าธรรมเนียมผู้ใช้น้า และบริษัทอุตสาหกรรมต่างๆ มีคณะกรรมการดาเนินการบริหารกองทุน
จากปัญหาความแห้งแล้งในปี 1998 มีอาสาสมัครจากผู้ใช้น้าเสนอให้มีการอนุรักษ์พื้นที่ป่า
ไม้ ทุกคนเป็นห่วงการทาลายป่าเมฆฝน การพังทลายของดินและการกัดเซาะหน้าดิน ทาให้ขาดน้า มีการ
ขอร้องให้ผู้ใช้น้าบริจาคเงินเข้ากองทุนคนละ Mex $1.00 / เดือน รวมกับค่าน้าที่เรียกเก็บ ซึ่งผู้ใช้น้าทุกคน
เห็นความสาคัญ ยินดีที่จะจ่ายพร้อมกับเสนอให้ลดการตัดไม้ในพื้นที่ดังกล่าว ลดการแผ้วถางป่าเพื่อทา
การเกษตรและทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ โครงการจึงได้เข้าไปช่วยเหลือในการอนุรักษ์ป่าไม้ ทาให้ชาวชนบทมี
รายได้เพิ่มขึ้น
- 79 -
20. โครงการ Watershed and Cities : A Project for the Watershed of Saltillo City ประเทศเม็กซิโก
เป้ าหมายของโครงการเพื่ออนุรักษ์แหล่งน้า ดาเนินการเก็บค่าใช้น้าจากผู้ใช้ประโยชน์
โดยเฉพาะบริษัทอุตสาหกรรมใหญ่ๆ และนารายได้ไปใช้ในการจัดการ การอนุรักษ์และการฟื้ นฟู
ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่คุ้มครอง
วิธีการโดยดาเนินการจัดตั้งเป็นกองทุนอนุรักษ์ การใช้เงินกองทุนจะมีคณะกรรมการ
บริหารโดยเฉพาะเรียกว่า National Forest Commission เป็นผู้พิจารณาการใช้เงินกองทุนจะแบ่งออกเป็น
ส่วนๆ ดังนี้
1. การบริหารกองทุน 15.0%
2. เพื่อการฟื้นฟูป่าไม้ การจัดการที่ดิน การศึกษาสิ่งแวดล้อม ป้ องกันการเกิดตะกอนของ
ดิน การประชาสัมพันธ์ การศึกษาวิจัย การวางแผนและการติดตามผล 70.0%
3. การพัฒนาชุมชน เพื่อการปรับปรุงฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในที่ดินกรรมสิทธิ์ 15.0%
ผลการปฏิบัติประสบผลสาเร็จในเรื่อง
1. การป้ องกันไฟป่า การฟื้นฟูที่ดิน การควบคุมชนิดพันธุ์ต่างถิ่น การเพิ่มผลผลิตทาง
การเกษตรและรักษาคุณภาพของพื้นที่ป่าไม้
2. การจัดการท่องเที่ยวและการเลี้ยงปศุสัตว์
3. การให้การศึกษาสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป
4. การศึกษาวิจัยด้านชนิดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ตลอดจนป่าไม้
5. การบริหารโครงการ มีการฝึกอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไป
ตามแผน
21. โครงการ National PSAH Programme for Hydrological Environmental Services ประเทศเม็กซิโก
เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้น้าเพื่อการอนุรักษ์ป่าไม้ให้
อานวยทรัพยากรน้าให้แก่ผู้ที่ใช้น้า โดยกาหนดกฎเกณฑ์และระเบียบการจ่ายค่าน้าในระยะยาว
ค่าธรรมเนียมการใช้น้าจะนาเข้ากองทุนอนุรักษ์ และนาไปใช้ให้เจ้าของที่ดินบริเวณแหล่ง
ต้นน้าเพื่อป้ องกันดูแลรักษาป่ าไม้ เจ้าของที่ดินบริเวณต้นน้าจะต้องทาสัญญากับ National Forestry
Commission ทาการอนุรักษ์แหล่งต้นน้าทุกๆ 5 ปี เพื่อดาเนินการอนุรักษ์ป่าไม้ดั้งเดิม การป้ องกันไฟป่า การ
ปลูกป่าเพื่อเศรษฐกิจและปลูกพืชเกษตรผสมป่าไม้หรือวนเกษตร การผลิตน้าดื่ม การดาเนินงานต่างๆ ตาม
กลไกได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญจากประเทศคอสตา ริก้า โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกฎหมาย
22. โครงการ National PES Programme : Local Watershed Protection Schemes ประเทศสาธารณรัฐ
ประชาชนจีน
รัฐบาลของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มีการพัฒนาโครงสร้าง Forest Ecological
Compensation ในระดับชาติ มีการพิจารณาดาเนินการในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศและให้รัฐบาลท้องถิ่นเป็น
ผู้ดาเนินการโดยเฉพาะเรื่องน้า การเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าน้าจากผู้ใช้บริการกาหนดกลไกการเก็บ
- 80 -
เงินกองทุน และนารายได้จากกองทุนไปใช้ในการบริหารจัดการที่ดินบริเวณพื้นที่ต้นน้าโดยมีการทาข้อตกลง
หรือกติกาที่กาหนดขึ้น ให้มีการ
- ดาเนินงานเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้า ควบคุมมลพิษ ป้องกันการตกตะกอนและส่งเสริมการ
ท่องเที่ยว
- การใช้น้าเพื่อการบริโภค การผลิตกระแสไฟฟ้ าและใช้ในภาคอุตสาหกรรมจะต้องเสีย
ค่าธรรมเนียม
พื้นที่ตัวอย่าง:
1. Liaoning Province (Northeast China) เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมเหมืองแร่
โรงงานกระดาษและบริษัทอื่นๆ ที่ใช้ประโยชน์จากน้า ภาคอุตสาหกรรมได้สนับสนุนการอนุรักษ์ป่าต้นน้า
โดยการจัดตั้งเป็นกองทุนอนุรักษ์และให้ดาเนินการตามวิธีการ กระบวนการค่าแทนคุณระบบนิเวศ
2. Shanxi Province (East China) กิจกรรมการใช้น้าเพื่อการบริโภค ผลิตกระแสไฟฟ้า การ
ท่องเที่ยว การขนส่งทางน้า เหมืองแร่และการทาไม้จะต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมการใช้น้าให้กรมป่าไม้เพื่อ
นาไปใช้ในการป้องกันดูแลพื้นที่ต้นน้า
3. Zhejiang Province (Southeast China) ดาเนินการอนุรักษ์ป่าไม้บริเวณแหล่งต้นน้า โดย
ดาเนินการตามกระบวนการค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) ผู้ประกอบการการใช้น้าจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียม
และนาเงินรายได้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้า และการฟื้นฟูป่าไม้
4. Jiangxi Province (South China) พื้นที่ในจังหวัดดังกล่าวประสบปัญหากับการพังทะลาย
ของดินสูง มีการเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้น้า จัดตั้งกองทุน และนาเงินกองทุนไปใช้ในการป้ องกันการ
พังทลายของดิน ปลูกป่าตามพื้นที่บริเวณที่ลาดชัน ในท้องที่จังหวัดที่มีแหล่งอุตสาหกรรมมากมาย เช่น
โรงงานถลุงเหล็ก เหมืองถ่านหินและผลิตกระแสไฟฟ้า
5. Guangdong Province (South China) มีการดาเนินการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้น้าเข้าเป็น
เงินกองทุนเพื่อป้ องกันดูแลพื้นที่ป่าไม้ป้ องกันการพังทลายของดิน การผลิตกระแสไฟฟ้า บริเวณแหล่งต้น
น้าและการใช้น้าเพื่อการบริโภค
6. Xinjiang Autonomous Region เขตนี้เป็นแหล่งอุตสาหกรรมนานาชนิด มีการจัดตั้ง
กองทุนเพื่อการป้ องกันดูแลพื้นที่ป่าไม้ เพื่อให้อานวยน้าให้แก่ผู้ประกอบการต่างๆ เช่น โรงงานถลุงเหล็ก
สถานที่ท่องเที่ยวและมีการหักเงินเดือนค่าจ้างคนละ 1 Yuan/เดือน เข้าเป็นกองทุนดังกล่าว และผู้จ่ายมีความ
พึงพอใจในการจ่าย (WTP)
7. Guangxi Zhuang Autonomous Region เงินรายได้ที่เก็บจากบริษัทต่างๆ เป็นกองทุนเพื่อ
การปลูกป่าและการจัดการป่าไม้เพื่อให้อานวยน้าแก่ประชาชนในพื้นที่
8. Inner Mongolia Autonomous Region มีการเก็บเงินเข้าเป็นกองทุน เก็บจากบริษัทผู้ผลิต
กระแสไฟฟ้ า เกษตรกร เพื่อนาไปเป็นกองทุนเพื่อทาการปลูกป่าและการจัดการป่าไม้บริเวณพื้นที่ต้นน้าลา
ธาร
- 81 -
23. โครงการ Lombok PES Scheme ประเทศอินโดนีเซีย
Lombok เป็นเกาะขนาดเล็ก มีประชากรประมาณ 3 ล้านคน และในจานวนประชากร
ประมาณ 300,000 คน อาศัยอยู่บริเวณภูเขา Rinjani ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้าลาธาร และเป็นแหล่งอานวยน้าให้แก่
ประชาชนในอาเภอ Mataram จัดทาเป็นระบบประปาภูเขา ปี 2003 ปรากฏว่าปริมาณน้าในพื้นที่ดังกล่าว
เหือดแห้งหายไปถึง 40% เนื่องมาจากการใช้ประโยชน์ที่ดิน การขยายพื้นที่เพื่อการเกษตร การทาลายพื้นที่ป่า
ไม้ทาให้พื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถเก็บกักน้าไว้ได้
มูลนิธิสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ได้กาหนดแนวทางการจัดการ
โดยใช้กระบวนการค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้โดยการอนุรักษ์ป่าบริเวณภูเขาที่เป็นบริเวณต้นน้า มี
การเก็บเงินค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้น้ามาจัดตั้งเป็นกองทุนโดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ตามบริเวณแม่น้า Segara
ขณะเดียวกันได้มีการศึกษาถึงความพึงพอใจในการจ่าย Willing to Pay: WTP พบว่าชุมชน
มีการใช้น้าเพิ่มมากขึ้นถึง 95% มีความรับผิดชอบกับความเสี่ยงกับวิกฤติของน้าและยินดีที่จะจ่ายเป็นเงิน
US$ 0.1-0.6 ต่อเดือน ทาให้มีเงินรายได้เข้ากองทุนประมาณ US$ 900/ปี รัฐบาลท้องถิ่นกาหนดกฎระเบียบ
ในการนาเงินกองทุนดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในการจัดการที่ดิน เพื่อให้พื้นที่ได้อานวยน้าที่สะอาดมีคุณภาพ
และมีปริมาณเพียงพอต่อการใช้ประโยชน์
24. โครงการ Chandigarh PES Scheme ประเทศอินเดีย
จากปัญหาการตกตะกอนของดินในทะเลสาบที่เป็นแหล่งน้าสาหรับเมือง Chandigarh จึงได้
มีโครงการการจัดการอนุรักษ์พื้นที่ดินเพื่อการลดการตกตะกอนของดิน จัดระบบชลประทานให้แก่ผู้ที่อาศัย
อยู่บริเวณต้นน้า เหนือทะเลสาบมีการจ่ายค่าชดเชยให้แก่ชุมชน เพื่อลดการเลี้ยงปศุสัตว์และลดการตัดต้นไม้
บริเวณในพื้นที่ป่าไม้
แรกเริ่มเดิมทีได้มีการพยายามที่จะนาเอาเรื่องค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้เพื่อ
ป้ องกันดูแลพื้นที่ป่าไม้เหนือทะเลสาบ ชาวบ้านเองก็ยังไม่เข้าใจรัฐบาลได้พยายามที่จะประชาสัมพันธ์ให้
ชุมชนเข้าใจโดยเฉพาะการทาให้มีผลผลิตทางการเกษตรให้เพิ่มขึ้น สนับสนุนการเลี้ยงปลาตามแหล่งน้า
ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้ประโยชน์ที่ดิน ชาวบ้านมักจะใช้พื้นที่บริเวณที่สูงตามเชิงเขาเพื่อ
ทาการเกษตร เลี้ยงปศุสัตว์ตัดไม้จนทาให้ดินเสื่อมสภาพ ความยากจนเกิดขึ้น จากปรากฏการณ์เหล่านี้จึงทา
ให้นักวิชาการเข้ามาดาเนินการเพื่อการอนุรักษ์ดินและพัฒนาแหล่งน้า สามารถแก้ไขปัญหาได้ที่สาคัญที่สุด
คือทาอย่างไรที่จะให้ชาวบ้านลดการเลี้ยงปศุสัตว์และการตัดไม้บนภูเขา
การนาค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้ในโครงการ โดยกรมป่าไม้ได้ดาเนินการปลูก
หญ้าเพื่อเลี้ยงปศุสัตว์โดยเฉพาะการเลี้ยงควายที่ประชาชนต้องการน้านม ควบคุมแหล่งต้นน้าและป้ องกัน
การตกตะกอนของดิน
การเก็บเงินค่าธรรมเนียมการใช้น้าเพื่อนาไปเป็นกองทุนและใช้ในการฟื้นฟูป่าไม้บริเวณ
ต้นน้า นาไปสนับสนุนในการสร้างเขื่อนขนาดเล็ก เพื่อเก็บกักปริมาณน้าฝนเพื่อให้ในชุมชนใช้อุปโภค
บริโภค เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งการพิจารณาเจาะบ่อน้าบาดาล
- 82 -
25. โครงการ Bhoj Wetlands PES Scheme ประเทศอินเดีย
Bhoj Wetlands เป็นพื้นที่ชุ่มน้าและเป็น Ramsar site ที่ประกอบด้วยอ่างเก็บน้า 2 แห่ง โดย
มีเขื่อนกั้นลาน้าเป็นสองตอน คือ เขื่อนบนและเขื่อนล่าง ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 เป็นเขื่อนดิน เขื่อน
ล่างจะได้รับน้าจากเขื่อนบนเพื่อเก็บกักน้าไว้ให้ประชาชนใช้อุปโภคบริโภค
เนื่องจาก Bhoj Wetlands มีความสาคัญทางด้านการบริการน้าเพื่ออุปโภคบริโภค รวมทั้ง
การท่องเที่ยว มีการใช้เรือเพื่อการท่องเที่ยวทางน้า ประชาชนส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับน้าจากพื้นที่
ดังกล่าว เช่น การประมง การเลี้ยงปลา ปลูกพืชน้า ประเภท บัว กระจับ เพื่อนาไปขายในท้องถิ่น การที่
ประชาชนมีการใช้น้าโดยเฉพาะการซักล้างต่างๆ ทาให้เกิดมลพิษทางน้าสูงมาก
เนื่องมาจากการตกตะกอนของดิน น้าเสียและของเสียจากชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้า
สารพิษที่เกิดจากการชะล้างจากพื้นที่การเกษตร การใช้สารเคมี ปุ๋ ยในนาข้าว แปลงปลูกถั่วลิสง จะทาให้ดิน
เลวลง รัฐบาลจึงได้นาเอาแนวทางเรื่องค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้แก้ไขปัญหาน้าเสียและการตกตะกอน
ของดิน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการส่งเสริมให้มีการจัดการที่ดินให้มีประสิทธิภาพ
26. โครงการ Kanla-on Spring Water Plant PES Scheme ประเทศฟิลิปปินส์
บริเวณภูเขา Kanla เป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติ มีการทาการเกษตรบริเวณภูเขา และดาเนินการ
จัดการแหล่งต้นน้าเพื่อเป็นการรักษาคุณภาพของน้า เพื่อใช้ในโรงงานผลิตน้าดื่ม พื้นที่ดังกล่าวประสบ
ปัญหาเรื่องป่าไม้ถูกทาลายจากผู้อพยพและชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าไม้
เจ้าของที่ดินในบริเวณพื้นที่ป่าไม้ที่กล่าวถึงได้ช่วยกันป้องกันรักษาป่าให้เป็นแหล่งต้นน้า มี
การจัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อการป้องกันรักษาแหล่งน้า การจัดการที่ดินโดยส่งเสริมให้มีการปลูกพืชผสมกับการ
ปลูกป่าหรือที่เรียกว่าวนเกษตร ลดการปลูกพืชริมน้าเพื่อลดการพังทลายของดิน แต่เนื่องจากเงินกองทุน
ดังกล่าวไม่เพียงพอ จึงได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลกและธนาคารโลก
ผลงานที่เห็นได้ชัด คือ การเพาะชากล้าไม้ เพื่อการปลูกป่า การฝึกอบรมด้านเทคนิคต่างๆ
ด้านวนเกษตร การฟื้นฟูป่าไม้การพัฒนาที่ดิน จนทาให้เกษตรกรมีการดารงชีวิตที่ดีขึ้น
27. โครงการ Maasin Watershed Rehabilitation Project ประเทศฟิลิปปินส์
เป็นโครงการแก้ปัญหาเรื่องการเสื่อมสภาพของแหล่งต้นน้า การเกิดปัญหาน้าท่วมในฤดูฝน
และความแห้งแล้งในฤดูแล้ง มีฝนตกน้อยทาให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมือง Iloilo ประสบกับปัญหาเรื่องน้า
สาหรับการอุปโภคบริโภคจึงมีความจาเป็นจะต้องอนุรักษ์แหล่งต้นน้า ความร่วมมือของหลายๆ ฝ่ายมี
ความเห็นว่า การจัดการพื้นที่ดินแบบวนเกษตรสามารถพัฒนาแหล่งต้นน้าได้ โดยอนุญาตให้เกษตรกรอาศัย
อยู่ในถิ่นเดิมและมีการฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้
พื้นที่ต้นน้าดังกล่าวเป็นป่าสงวนและต้องการให้เป็นแหล่งอานวยน้าให้แก่ประชาชนใน
เมือง Iloilo แต่พื้นที่ได้รับผลกระทบจากการทาการเกษตร การเผาริบหลังเก็บเกี่ยวพืชผลเกษตรและการเก็บ
หาไม้ฟืน จึงได้มีการทาเอาวิธีการค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้ โดยการจัดตั้งเป็นกองทุนอนุรักษ์ โดยความ
ช่วยเหลือทางวิชาการจาก OECF (Japanese Cooperation) กองทุนดังกล่าวก็ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล
- 83 -
ท้องถิ่นและรัฐบาลกลาง เพื่อดาเนินการปลูกชนิดพันธุ์ไม้ต่างๆ เช่น ไม้มะฮอกกานี ไม้เลี่ยน และดาเนินการ
ปลูกแบบวนเกษตร รักษาป่าธรรมชาติ ปลูกไม้ไผ่ปลูกหวาย สร้างแปลงเพาะชา ทาฝายทดน้า เป็นต้น
28. โครงการ Equitable Payments for Watershed Services Dar es Salaam ประเทศแทนซาเนีย
เมือง Dar es Salaam และเมืองอื่นๆ ตั้งอยู่ริมแม่น้า Ruvu ประชาชนมีการใช้น้าจากแม่น้า
ดังกล่าว ที่มีแหล่งต้นน้ากาเนิดจากเทือกเขา Uluguru ประสบปัญหากับแหล่งต้นน้า จากการถูกทาลายและมี
ผลกระทบกับคนในเมือง จึงได้มีโครงการอนุรักษ์แหล่งต้นน้าตามหุบเขา พื้นที่ลาดชันและบริเวณที่เป็นต้น
น้า มีการจัดทาเป็นโครงการระยะยาวโดยการจัดตั้งกองทุนเพื่อนาเงินไปดาเนินการปรับปรุงการใช้ประโยชน์
ที่ดินและอนุรักษ์แหล่งต้นน้าให้มีการปรับปรุงการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ
ประชาชนที่ยากจนในพื้นที่ดังกล่าว
การดาเนินงานที่ผ่านมา เช่น การจ่ายเงินชดเชยให้แก่เจ้าของที่ดิน แนะนาวิธีการปลูกพืช
ให้แก่เกษตรกรอย่างถูกวิธีการกาหนดกฎหมาย กฎกติกาให้เกษตรกรลงทะเบียน จัดทาแผนที่ขอบเขตการใช้
ประโยชน์ที่ดินของเกษตรกร องค์กร CARE และ WWF เป็นหน่วยงานร่วมดาเนินโครงการ โดยนาเอา
วิธีการค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้ (ผู้ขาย/ผู้ซื้อน้า) มีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบ การ
ฝึกอบรมเกษตรกรด้านการอนุรักษ์ดินและน้า การได้รับการสนับสนุนเมล็ดพืชพันธุ์ ซึ่งทาให้ผลผลิตทาง
การเกษตรเพิ่มขึ้น ดาเนินการให้รางวัลตอบแทนแก่ผู้ที่ดาเนินการที่มีประสิทธิภาพและดีเด่น เกษตรกรมี
ความรับผิดชอบการจัดการดิน น้าและป่าไม้บริษัทโคคาโคลา เป็นผู้จัดหาแหล่งทุนให้แก่เกษตรการเพื่อการ
จัดการที่ดินอย่างยั่งยืน ชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้ปฏิบัติและจัดหาแรงงาน
29. โครงการ South African pro-poor watershed rehabilitation project ประเทศสหภาพอาฟริกาใต้
เป็นโครงการของรัฐที่จะช่วยเหลือผู้ยากจนโดยกระบวนการดาเนินงานอนุรักษ์แหล่งน้า
ห้ามนาชนิดพันธุ์ไม้ต่างถิ่นมาปลูกในพื้นที่ โดยกระบวนการจัดตั้งกองทุนดาเนินการด้านอนุรักษ์แหล่งต้น
น้า ผู้ใช้น้าจะต้องเสียค่าน้าโดยนารายได้เข้ากองทุน
ปัญหาการขาดแคลนน้าในฤดูแล้ง การนาพืชต่างถิ่นมาปลูกโดยเฉพาะพืชที่ต้องการน้ามาก
มาปลูกหรือปลูกไม้ที่ใช้น้ามาก การเกิดน้าท่วมในฤดูฝน การเกิดไฟป่า การพังทลายของดิน การตกตะกอน
ของดินและผลผลิตทางเกษตรตกต่า
การดาเนินงานจึงได้จัดตั้งกองทุนอนุรักษ์ รัฐบาล ชุมชนท้องถิ่นและบริษัทเอกชนต่างๆ ได้
ร่วมกาหนดค่าธรรมเนียม การใช้น้า (Water Resources Management fee) องค์กรภาคเอกชนได้เข้าร่วม
สมทบกองทุน มีการควบคุมปริมาณน้าและการพังทลายของดินโดยการปลูกพันธุ์ไม้พื้นเมือง ส่วนชนิดพันธุ์
ต่างถิ่นเช่นยูคาลิปตัส
ไม้สนและกระถินยักษ์ ซึ่งต้องการน้ามาก ให้กาจัดออก ใช้ยาฆ่าหรือเผาริบ ฯลฯ รัฐจะ
จ่ายเงินให้ดาเนินงานโดยตรง และได้รับงบประมาณจากการเก็บค่าน้า หน่วยงานจัดการน้าและหน่วยงาน
อื่นๆ สนับสนุนให้แก่เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ
- 84 -
30. การใช้ระบบPES – Ecotourism บนพื้นฐานของ Market Based Conservation and Economic
Improvement ประเทศกัมพูชา
การนาเอาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ (Payments for Ecosystem Services) มาใช้กับ
โครงการท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพที่หมู่บ้าน Tmothoey ซึ่งมี
ราษฎรอาศัยอยู่จานวน236ครัวเรือน ประชากรรวมกันประมาณ 20,000 คน ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์
ป่า KulenPromtep Wildlife Sanctuary ประกาศจัดตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994 เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ใหญ่
ที่สุดในแถบอินโดจีน การบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองประสบปัญหา และอุปสรรคหลายประการ กล่าวคือ
พนักงานเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอในการที่จะป้ องกันดูแลรักษาพื้นที่ ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยเฉพาะ
การบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดิน จึงได้มีกลไกในการหาแหล่งทุนเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้โดยการนาเอาหลักการ
ค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้ดาเนินงานกับโครงการการท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศ
การดาเนินงานด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศกับโครงการการท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศในพื้นที่
ดังกล่าว ได้ใช้เวลาสร้างความเข้าใจกับชุมชนถึงผลประโยชน์ที่ได้รับ แนวทางการปฏิบัติและการพัฒนา
โครงการนานถึง 6 ปี จึงประสบผลสาเร็จตามโครงการโดยความร่วมมือของทุกฝ่าย เช่น การกาหนดเขต
จัดการพื้นที่ชุมชน เป็นต้น กระบวนการก็อาศัยกฎหมายข้อตกลงด้านการท่องเที่ยว สิทธิในการครอบครอง
ที่ดิน ข้อตกลงระหว่างพนักงานเจ้าหน้าที่กับชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ชนิดพันธุ์สัตว์ป่าที่สาคัญ และการใช้ประโยชน์ในที่ดิน
ข้อตกลงระหว่างพนักงานเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากับชุมชน คือ ห้ามล่าสัตว์ป่า
ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและห้ามบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดิน ชุมชนได้รับสิทธิในการครอบครองที่ดินที่ทา
กินอยู่เดิมมีการบังคับใช้กฎหมายและการจัดการท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศในชุมชนโดยกาหนดชนิดพันธุ์สัตว์ป่า
ที่สาคัญหาได้ยาก คือ นกช้อนหอยใหญ่ (Giant Ibis) นกกระเรียน (Sauras crane) นกตะกราม (Adjustant
stork) และนกช้อนหอยดา (White-shouldered Ibis) ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าไป
ท่องเที่ยวเพื่อชมสัตว์ป่าดังกล่าว หากว่านักท่องเที่ยวพบเห็นสัตว์ป่าทั้งหมดที่กาหนดไว้จะต้องเสียค่าใช้จ่าย
จานวน 30 เหรียญสหรัฐ แต่ถ้านักท่องเที่ยวพบเห็นสัตว์ป่าไม่ครบทุกชนิดตามที่กาหนดจะเสียเพียง 15
เหรียญสหรัฐ รายได้จากการท่องเที่ยวนี้จะนาไปจัดตั้งเป็นกองทุนชุมชนใช้ในการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์และการ
บริหารจัดการพื้นที่คุ้มครอง
การบริหารเงินกองทุนก็ได้ดาเนินการจัดตั้งคณะกรรมการระดับหมู่บ้านให้มีบทบาทและ
หน้าที่ความรับผิดชอบจัดทาแผนการจัดการการบริการนักท่องเที่ยว คณะกรรมการดังกล่าวจะเป็น
ผู้ดาเนินการบริหารงบประมาณกองทุน การใช้จ่ายเงินกองทุน การจัดทาข้อตกลงเรื่องห้ามล่าสัตว์ป่ า
แผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน การจัดหางบประมาณเข้ากองทุน เงินรายได้จากกองทุนนี้ส่วนหนึ่งได้นาไปใช้ใน
โครงการป้ องกันดูแลรักษาพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จัดจ้างลูกจ้างชั่วคราวทาการลาดตระเวนป้ องกันการ
กระทาผิด การนาทางและพ่อครัว รายได้
- 85 -
ของชุมชนก็จะมีผลพลอยได้จากนักท่องเที่ยวเช่นกัน เช่น ค่าบริการที่พัก อาหาร สิ่งอานวยความสะดวก การ
ซื้อ ขายของที่ระลึกหรือเครื่องใช้อุปกรณ์อื่นๆ ในการเดินป่า ประมาณว่าชุมชนจานวน236 ครัวเรือน มี
รายได้เพิ่มขึ้น
ด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน รัฐบาลรับรองสิทธิในที่ทากินของชุมชน ดาเนินการจัดตั้ง
คณะกรรมการชุมชนที่เรียกว่าCommunity Protected Area Committee เป็นการจัดตั้งสภาคอมมูนท้องถิ่น มี
กฎหมายที่ใช้กาหนดขอบเขตที่ดินของชุมชน ให้ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตร ที่อยู่อาศัย
การแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินให้ชุมชนมีสิทธิในการแก้ไขปัญหาได้เอง ทาให้รัฐบาลดาเนินการใช้ประโยชน์
ที่ดินอย่างยั่งยืน
ผลประโยชน์ที่ได้รับ
เงินรายได้จากโครงการ Tmothoey Ecotourism ได้ดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES)
ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์สัตว์ป่า การพัฒนาชุมชน
การท่องเที่ยวเชิงสัตว์ป่าที่เป็นตลาดการท่องเที่ยวในระยะยาวได้ การรับทัวร์จากต่างประเทศจะมีบริษัทนา
เที่ยวเข้ามาเกี่ยวข้อง จากการประเมินผล การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ได้รับการคุ้มครอง
และสามารถลดภัยคุกคามได้ สิทธิในการใช้ประโยชน์ที่ดินของชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ก็ได้กระทาอย่าง
ถูกต้องตามกฎหมาย มีการควบคุมและพัฒนางบประมาณ เพื่อให้เป็นกองทุนสาหรับการพัฒนาท้องถิ่น การ
ท่องเที่ยว และการดาเนินงานดังกล่าวมีความเข้มแข็งมากขึ้นการใช้ค่าแทนคุณระบบนิเวศ จึงสรุปได้ดังนี้
1. บทเรียนจากกองทุน เงินรายได้จากนักท่องเที่ยวได้นามาใช้ในกิจกรรมการอนุรักษ์มาก
ขึ้น และสามารถสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กร
2. งบประมาณจากกองทุนระดับหมู่บ้าน ได้นาไปใช้ในการป้องกันหมู่บ้านของตนเอง
3.มีการจัดการ เรื่อง ไกด์หรือคนนาทางท้องถิ่น โดยการฝึกอบรมให้มีความรู้ความเข้าใจที่
ถูกต้องและรับผิดชอบมากขึ้น
4. คณะกรรมการระดับหมู่บ้าน มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และ
ป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ป่ามากขึ้น
5. สามารถนากิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับค่าแทนคุณระบบนิเวศทดแทนการประกอบอาชีพ
การเกษตร เพราะทาให้รายได้ดีขึ้น
- 86 -
เอกสารประกอบการเรียบเรียง
1. Branka, B. and J. Gault. 2011. Payments for Environment Services : First Global Inventory
of Schemes Provisioning Water for Cities. FAO.
2. Greiber, Thomas (Ed) 2009. Paysments for Ecosystem Services. Legal and Institutional
Frameworks. IUCN, Gland, Switzerland xvi+296 pp.
3. IUCN. 2009. Payments for Ecosystem Services : Legal and Institutional Framework.
IUCN, Morges, Switzerland.
4. Smith, M., de Groot, D., Bergkamp 2006. Pay-Establishing Payments for watershed
services. IUCN. Gland, Switzerland.
5. Tommie, H., R. Vonade, M, Jenkins and R. Bayon. 2010. Environmental Funds and
Payments for Ecosystem Services. The Katoomba Group, Germany.

แนวทางการดำเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ

  • 2.
    คานา ค่าแทนคุณระบบนิเวศ (Payments forEcosystem Services) เป็นกลไกหนึ่งในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เพื่อการพัฒนาและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เป็ นการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติในรูปแบบการจัดสรรเงินค่าตอบแทนให้กับชุมชน หรือบุคคล หรือผู้ดูแลรักษา ทรัพยากรธรรมชาติ ให้เป็นหลักประกันความยั่งยืนของฐานทรัพยากร หรือประโยชน์ หรือการบริการที่ มนุษย์จะได้รับจากระบบนิเวศ หลักการของกลไกค่าแทนคุณระบบนิเวศ คือ ผู้ที่มีบทบาทในการดูแลรักษา ทรัพยากรธรรมชาติ ควรจะได้รับค่าชดเชย หรือค่าตอบแทนจากผู้ที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ หรือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการบริการของระบบนิเวศ ค่าชดเชยหรือค่าตอบแทนอาจจะอยู่ในรูปของตัว เงินหรือค่าธรรมเนียม เพื่อนารายได้ดังกล่าวไปเป็นกองทุนใช้ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่คุ้มครอง ในปัจจุบันการจัดการพื้นที่คุ้มครองไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การอนุรักษ์น้าในพื้นที่ต้นน้า ตลอดจนการลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เป็นการดาเนินงานโดยภาครัฐโดยมีกฎหมายรองรับคือ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 และ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 พื้นที่ดังกล่าวเป็น แหล่งให้บริการของระบบนิเวศให้แก่ประชาชนมีการอยู่ดีกินดี เช่น เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ประชาชนที่ อาศัยอยู่ในเมืองหรือใช้ในภาคอุตสาหกรรม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยโครงการเร่งเสริมความยั่งยืนของระบบการ จัดการพื้นที่คุ้มครอง ได้เสนอแนวทางการใช้ค่าแทนคุณระบบนิเวศสาหรับการดูแลรักษาระบบนิเวศใน พื้นที่คุ้มครองของประเทศไทย เป็นเครื่องมือทางการเงินเพื่อแก้ไขปัญหาทางการเงินสาหรับการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ โดยการจัดตั้งเป็นกองทุนและนาเงินรายได้จากกองทุนส่วนหนึ่งไปเป็นค่าใช้จ่ายในการ ดาเนินงาน สนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติหรือการฟื้นฟูและดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ การ ดาเนินงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะต้องกาหนดเป็น นโยบาย มีกฎหมายรองรับและจัดตั้ง หน่วยงานรับผิดชอบกลไกทางการเงิน กฎข้อบังคับ หรือระเบียบในการปฏิบัติ สัญญา และการติดตาม ตรวจสอบผลการดาเนินงาน หวังว่า แนวทางการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ (Payments for Ecosystem Services) จะเป็นประโยชน์ต่อหัวหน้าพื้นที่คุ้มครองและพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สามารถนาไปใช้เป็นแนวทางในการดาเนินงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริการของระบบนิเวศ การจัดตั้ง กองทุนอนุรักษ์และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้ ทวี หนูทอง ที่ปรึกษาด้านการจัดการพื้นที่คุ้มครอง โครงการ CATSPA
  • 3.
    สารบัญ หน้า บทที่ 1 บทนา(Introduction) 1 บทที่ 2 ความเข้าใจเรื่องค่าแทนคุณระบบนิเวศ 5 (Payments for Ecosystem Services) บทที่ 3 กรอบกฎหมาย (Legal Framework) 11 บทที่ 4 สิทธิในการครอบครองที่ดิน (Property Rights) 26 บทที่ 5 สถาบันหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ (Enabling Institution) 30 บทที่ 6 การทาสัญญา (Contract Issues) 37 บทที่ 7 หลักธรรมาภิบาล (Governance) 48 บทที่ 8 ขั้นตอนการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศอย่างบูรณาการ 51 (Steps in The Integrated Payments for Ecosystem Services) บทที่ 9 บทเรียนจากการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ 54 (Lessons Learned on Payments for Ecosystem Services) บทที่ 10 แนวทางการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ 62 (Project Proposal Designing a PES Programme) บทที่ 11 พื้นที่ดาเนินการด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศเพื่อการศึกษาดูงาน 70 (PES Scheme for Study Tours) เอกสารประกอบการเรียบเรียง (References) 86
  • 4.
    บทที่ 1 บทนา (Introduction) ค่าแทนคุณระบบนิเวศ(Payments for Ecosystem Services) หมายถึง การจัดสรรเงิน ค่าตอบแทนหรือกองทุนให้กับชุมชน หรือผู้ที่ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในพื้นที่ เพื่อเป็น หลักประกันความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ และประโยชน์หรือบริการที่มนุษย์ได้รับจากระบบนิเวศ เป็นมูลค่าที่เกิดจากการใช้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่แสดงให้เห็นถึงความสาคัญของระบบนิเวศ กับสวัสดิภาพของมนุษย์ การจ่ายค่าแทนคุณระบบนิเวศให้แก่ชุมชนหรือผู้ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อเป็น หลักประกันความยั่งยืนของการบริการของระบบนิเวศ หรือที่เรียกว่า Payments for Ecosystem Services : PES เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนให้มีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่มุ่งไปสู่การพัฒนาที่มีความมั่นคง ทางด้านการอยู่ดีกินดีของมนุษย์ เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศ เช่น การอนุรักษ์ความหลากหลายทาง ชีวภาพ การควบคุมปริมาณและคุณภาพน้าบริเวณพื้นที่ต้นน้าลาธาร หรือลดการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ หลักการของค่าแทนคุณระบบนิเวศ คือ มีระบบการทางานอย่างมีส่วนร่วม ผู้ที่มีบทบาทใน การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ หรือผู้ให้บริการควรได้รับค่าตอบแทนจากผู้ใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรธรรมชาติ หรือผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการบริการของระบบนิเวศ ควรที่จะต้องจ่ายเพื่อแลกกับการ บริการทางด้านระบบนิเวศหรือประโยชน์ที่ได้รับ โดยจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้กับผู้มีบทบาทในการดูแลรักษา ทรัพยากรธรรมชาติ อาจจะอยู่ในรูปตัวเงิน หรือสิ่งตอบแทนอื่นๆ ที่ไม่เป็นตัวเงิน อันได้แก่ การลดหย่อน ภาษีเงินได้หรือค่าธรรมเนียม ทาให้มีความมั่นคงในการจัดการที่ดิน ซึ่งค่าแทนคุณของระบบนิเวศจะมี องค์ประกอบที่สาคัญ คือ 1. ผู้ที่ทาหน้าที่ดูแลรักษาระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติหรือผู้ขาย (Sellers) 2. ผู้ที่ได้รับประโยชน์และบริการจากระบบนิเวศหรือผู้ซื้อ (Buyers) 3. การบริการของระบบนิเวศ (Ecosystem Services) การนาเอาหลักการของค่าแทนคุณระบบนิเวศหรือ Payments for Ecosystem Services มาใช้ ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เป็นแนวทางการหามูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ของทรัพยากรธรรมชาติ ที่ อาจจะมีผลต่อการสร้างรายได้ให้กับชุมชนที่มีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ คุ้มครองที่กาหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อให้เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการ จัดการพื้นที่ อันจะเป็นบทเรียนและพื้นฐานในการกาหนดแนวทางและมาตรการที่จะเร่งเสริมให้มีการจัดการ และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน
  • 5.
    - 2 - การดาเนินงานของโครงการเร่งเสริมความยั่งยืนของระบบการจัดการพื้นที่คุ้มครองได้นาเอาหลักการค่าแทน คุณระบบนิเวศ (Payments for Ecosystem Services) มาใช้เป็นเครื่องมือนาร่อง สร้างการมีส่วนร่วมรับผิดชอบ ในการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนและสร้างเศรษฐกิจของชุมชน จากการ นาเอาแนวทางค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้ มีการประเมินหาแนวทางการดาเนินงานในพื้นที่นาร่อง โดย กาหนดกรอบการปฏิบัติงานและกฎระเบียบของหน่วยงาน (Legal and Institutional Frameworks) ผู้เกี่ยวข้อง มาตรการและกิจกรรมการกาหนดค่าแทนคุณระบบนิเวศ และการติดตามประเมินผล ระบบนิเวศมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิต เชื่อกันว่าระบบนิเวศสามารถอานวยและมี บทบาทในการพัฒนาองค์ประกอบของสังคมมนุษย์ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศจะอานวยความผาสุก ขั้นพื้นฐานของสังคม เช่น การที่มีน้าสะอาดและเพียงพอทั้งในระดับปริมาณและคุณภาพให้แก่มนุษย์ ระบบ นิเวศมีส่วนสาคัญที่ทาให้มนุษย์ดารงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข รวมทั้งความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต การ บริการของระบบนิเวศจะลดลงอาจเกิดจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง กล่าวคือ 1. มนุษย์มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น เช่น ต้องการเนื้อไม้น้า อาหาร เยื่อไม้และ เชื้อเพลิง เป็นต้น จะทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ และเกิดการสูญเสียความหลากหลายทาง ชีวภาพ 2. การเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศจะมีผลกระทบกับการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและการ ดารงชีวิตของมนุษย์ หรือการลดลงของระบบนิเวศจะมีผลกระทบกับการบริการของระบบนิเวศ ประชากร โลกมีความอดยากมากขึ้น จะมีความเสี่ยงต่อการดารงชีวิตของมนุษย์ที่อาศัยการบริการของระบบนิเวศ ถ้าหากมนุษย์เรายังมีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศที่มีอยู่อย่างไม่ฉลาด ผลกระทบก็จะเกิดขึ้นกับมนุษย์เอง หรือจะเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น การลดลง ของน้าในแม่น้า ทะเลสาบ หรือน้าใต้ดิน ซึ่งจะทาให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในสังคมตามมา 1.1 สภาพปัญหา เพื่อที่จะหยุดยั้งการลดลงหรือการสูญเสียไปของระบบนิเวศ ตลอดจนการบริการของระบบ นิเวศ รัฐบาลของประเทศต่างๆก็ได้มีการสนับสนุนนโยบายขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการใช้ ประโยชน์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีการกาหนดแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา โครงการการป้ องกัน การลดลง หรือการสูญหายไปของทรัพยากรสิ่งแวดล้อม มีการปรับปรุงกระบวนการจัดการที่ถูกต้อง เช่น โครงการ ปรับปรุง และดูแลรักษาแหล่งน้าที่สะอาดให้แก่ประชาชน ประกอบไปด้วยหลักการสองประการ คือ มาตรการในการควบคุมดูแลรักษาแหล่งน้าและการใช้แหล่งน้าเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ วิธีการป้ องกันการลดลงของสิ่งแวดล้อม สามารถจะกระทาได้โดยการออกกฎหมาย หรือ กฎข้อบังคับ หรือระเบียบที่เข้มงวด คาสั่ง หรือนโยบายการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ การควบคุมน้าเสียจาก แหล่งกาเนิดต้นน้า หรือเกิดจากผู้ใช้น้า เช่น โรงงาน สถานที่กาจัดน้าเสีย ที่ทาให้น้าเสียลดน้อยลง แต่ก็ยังมี มลพิษทางน้าที่เกิดขึ้นจากผู้ที่อาศัยอยู่ตามแหล่งต้นน้า น้าที่เกิดจากการเลี้ยงปศุสัตว์ และน้าที่เกิดจาก การเกษตร ซึ่งผู้ใช้น้าที่อาศัยอยู่ปลายน้าจะได้รับน้าที่ไม่สะอาดเพื่อการบริโภคด้วย
  • 6.
    - 3 - ฉะนั้นวิธีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติหรือระบบนิเวศเพื่อให้มีการบริการจาเป็นต้องใช้ กลไกทางเศรษฐศาสตร์ และนาไปใช้ในกระบวนการค่าแทนคุณระบบนิเวศ (Payments for Ecosystem Services) เป็นการสนับสนุนการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน หลักการใช้ค่าแทนคุณระบบนิเวศเป็นวิธีการที่ได้นามาใช้กันใน หลายประเทศ ทั้งระดับท้องถิ่น ภูมิภาค หรือระดับชาติ โดยมีการกาหนดมูลค่าของระบบนิเวศ และมีการ จัดสรรค่าตอบแทนให้แก่ชุมชน หรือผู้ใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากที่ดินที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และมีการดูแล ทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนผู้ได้รับผลประโยชน์ที่อาศัยอยู่ภายนอกจะเป็นผู้จ่ายค่าแทนคุณระบบนิเวศที่ชุมชน ช่วยสนับสนุนดูแล และรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งทั้งสองเปรียบเหมือนสะพานเชื่อมต่อกันจากการที่ ได้รับผลประโยชน์ทั้งสองกลุ่ม ซึ่งจะเรียกว่าผู้ขาย (Sellers) และผู้ซื้อ (Buyers) การบริการของระบบนิเวศ การใช้น้าเป็นตัวอย่างโครงการที่เห็นได้ชัดจากการกระทาของชุมชน และประชาชนที่ใช้ ประโยชน์จากน้าในพื้นที่ ที่ให้บริการของระบบนิเวศสามารถที่จะนาไปใช้ในโครงการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติชนิดอื่นๆ ได้ด้วย ในการจัดการ/ความยืดหยุ่นของคุณค่า การประเมินประสิทธิภาพการ ใช้ สามารถใช้ได้มากกว่าใช้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งโดยเฉพาะ 1.2 วัตถุประสงค์ ถึงแม้ว่าหลักการของค่าแทนคุณระบบนิเวศได้ถูกนามาใช้เป็นเวลานานแล้วก็ตาม เช่น มี การนามาใช้ในประเทศโบลิเวีย บราซิล โคลัมเบีย หรือประเทศเวียดนาม และได้มีการนาไปใช้กันในบาง พื้นที่ แต่การดาเนินงานก็ยังไม่ประสบผลสาเร็จเท่าที่ควร ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการดาเนินงานที่อาจยาวนาน เพื่อที่จะให้เห็นผลที่แท้จริง อย่างไรก็ดีหลักการของค่าแทนคุณระบบนิวเศก็ได้มีการนาไปใช้ในหลายๆ ภาค ส่วนของระบบนิเวศ เช่น น้าใต้ดิน น้าผิวดิน หรือป่าไม้ เป็นต้น อย่างไรก็ดีหลักการของค่าแทนคุณระบบ นิเวศสามารถนาไปใช้ได้ดีในกระบวนดาเนินงานในหลายๆ ท้องที่ ที่มีนโยบาย กฎหมายและสถาบัน รับผิดชอบที่แน่นอน ขณะที่แนวโน้มการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมในหลายท้องที่ได้เจริญขึ้น ทรัพยากรธรรมชาติก็ได้ถูกนามาใช้จนทาให้เกิดปัญหาในหลายๆ ด้าน เช่น เรื่องของน้า หลายๆ ประเทศได้ นาหลักการของค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้ มีการจัดตั้งหน่วยงาน หรือสถาบันขึ้นมารับผิดชอบ มีการ วิเคราะห์และการกาหนดกฎหมาย หรือกฎระเบียบที่จะนามาใช้บังคับ หรือควบคุมการดาเนินงาน ได้มี การศึกษาถึงเรื่อง ค่าแทนคุณระบบนิเวศในหลายๆพื้นที่มีการวิเคราะห์ และอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ตามเหตุผลในเรื่องของกฎระเบียบที่ใช้ในการปฏิบัติ และสถาบันหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบแตกต่างกัน ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ค่าแทนคุณระบบนิเวศ เป็นแนวทางใหม่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่ที่เป็นโครงการนาร่องหลายๆแห่งประชาชนมีความเข้าใจกันด้วยดีตกลงกันได้ การดาเนินงานก็เป็นไปด้วยดี แต่ส่วนใหญ่เป็นการยากที่จะเป็นไปได้ ถ้าหากว่าไม่มีกรอบการทางานหรือไม่ มีกฎระเบียบ และหน่วยงานรับผิดชอบ การนาโครงการแทนคุณระบบนิเวศไปใช้ก็ทาให้เกิดเป็ น
  • 7.
    - 4 - กระบวนการที่มีประโยชน์ดังที่หลายประเทศในทวีปอเมริกาใต้เช่น ประเทศบราซิล โบลิเวีย และโคลัมเบีย นาไปใช้แล้วได้ผลดีมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES)ก็ยังเป็นการพูดหรือกล่าวถึงกันอย่างกว้างขวาง น่าจะมีกลไกที่สามารถชักจูงให้ผู้ซื้อ (Buyers)และผู้ขาย (Sellers)หันมาดาเนินกิจกรรมร่วมกัน เพื่อสนับสนุน การป้องกันการดูแลรักษาระบบนิเวศตามธรรมชาติ กลไกของค่าแทนคุณระบบนิเวศจะต้องพึ่งพากฎระเบียบ และการปฏิบัติที่เป็นไปได้ ฉะนั้นกฎระเบียบและสถาบันผู้รับผิดชอบจะเป็นเป้ าหมายที่สาคัญของการ ดาเนินงาน โดยจะต้องดาเนินการเป็นขั้นตอน กล่าวคือ 1.สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) โดยเฉพาะการบริการของระบบนิเวศ 2. มีกรอบนโยบาย กฎหมาย และสถาบันผู้รับผิดชอบ 3. ข้อตกลงในการบริหารจัดการ เพื่อที่จะให้หลักการของค่าแทนคุณระบบนิเวศได้ถูกนามาใช้ให้ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ จาเป็นต้องกาหนดวัตถุประสงค์หรือนาบทเรียนจากต่างประเทศที่ดาเนินการได้แล้วมาศึกษา วิเคราะห์ความ เป็นไปได้ในแต่ละท้องที่ และผลประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการ หรือจากการประเมินตามหัวข้อดังนี้ 1. กรอบกฎหมายและสถาบันที่รับผิดชอบดาเนินการในปัจจุบันและอนาคต 2. สิทธิภายใต้กฎหมายและแนวทางปฏิบัติ 3. รูปแบบของค่าแทนคุณระบบนิเวศ 4. ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น 5. กระบวนการเจรจา 6. การติดตามและการบังคับใช้กฎหมาย 7. การวิเคราะห์ผล 8. การมีส่วนร่วมของประชาชน
  • 8.
    - 5 - บทที่2 ความเข้าใจในเรื่องค่าแทนคุณระบบนิเวศ (Understanding Payments for Ecosystem Services) 2.1 ทรัพยากรธรรมชาติมีความสัมพันธ์กับการบริการของระบบนิเวศอย่างไร ถึงแม้ว่าทุกๆ ระบบนิเวศบนพื้นโลกนี้จะเกี่ยวข้องกับมนุษย์และมีการจัดการพื้นที่ที่อานวย ผลประโยชน์ให้แก่มนุษย์ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ เรื่อง น้า โดยกระบวนการของน้าที่มาจากน้าฝนที่ตก ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่าตามเทือกเขา ภูเขา บริเวณต้นน้าลาธารไปยังลาห้วย ลาธาร จนถึงแม่น้าสายใหญ่ๆแล้ว ไหลลงสู่ทะเล มีการใช้ประโยชน์จากน้าตามระยะทางดังกล่าว ตามหลักการแล้วผู้ที่ดูแลน้าทั้งปริมาณและ คุณภาพจะเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ตามต้นน้าลาธาร เช่น บริเวณพื้นที่คุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติ หรือเขต รักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือพื้นที่คุ้มครองอื่นๆที่มีส่วนรักษาพื้นที่ป่าไม้ มิให้เกิดการชะล้างพังทลายของดิน ตลอดจนการช่วยชะลอการไหลของน้าที่รุนแรง ขณะที่น้าไหลไปตามพื้นที่นั้น โดยเฉพาะปริมาณและคุณภาพของน้าจากแหล่งต้นน้าลาธาร จะอานวยผลประโยชน์ในรูปแบบของสินค้าบริการให้แก้ผู้ใช้น้าที่อาศัยอยู่ปลายน้า รวมถึง เป็นประโยชน์ต่อ ชนิดพันธุ์สัตว์น้า การอานวยน้าที่สะอาด ตลอดจนเป็นแหล่งที่ทาให้เกิดการหมุนเวียนของแร่ธาตุ ทาให้เกิด ประโยชน์ทางด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม การศึกษาวิจัย การพักผ่อนหย่อนใจ ฉะนั้นการบริการของ ระบบนิเวศต้นน้าจะกล่าวได้ว่า เป็นประโยชน์ของธรรมชาติที่เกี่ยวข้องในด้านสวัสดิการของระบบนิเวศที่มี ต่อมนุษย์ชาติ ตารางแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างน้ากับการบริการของระบบนิเวศ ประเภทของการบริการ รายละเอียด ตัวอย่าง การให้บริการ เน้นรายละเอียดเรื่องการได้รับน้า โดยตรง ในเรื่องของอาหารและผลผลิต -การอานวยน้าที่สะอาด -ผลผลิตและผลิตผล ต้นไม้ผลไม้ -การปศุสัตว์ -การเพาะเลี้ยงสัตว์น้า -เขื่อนพลังน้า
  • 9.
    - 6 - ประเภทของการบริการรายละเอียด ตัวอย่าง กฎเกณฑ์การให้บริการ เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์ที่ทาให้เกิดการ ไหลของน้าและการเกิดขึ้นของภัย คุกคาม ชะลอการไหลของน้าดินดูดซับน้า น้าใต้ดินการรักษาระดับการไหล ของน้าการป้ องกันน้าท่วมการลด ความรุนแรงของน้าลดการพังทะลาย ของดินการป้ องกันดินและควบคุม การพังทะลายของดินและการ ตกตะกอนควบคุมคุณภาพของน้าผิว ดินและ น้าใต้ดิน ก า ร ส นับ ส นุ น ก า ร บริการ อานวยน้าให้แก่ถิ่นที่อาศัย และ องค์ประกอบของระบบนิเวศ ความต้องการใช้น้าของผู้ที่อยู่อาศัย ปลายน้า ก า ร บ ริ ก า ร ท า ง วัฒนธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างการพักผ่อน หย่อนใจกับการดารงชีวิตของมนุษย์ -การท่องเที่ยวทางน้า -ภูมิทัศน์ -การบริการทางมรดกและการเกิด วัฒนธรรม การจัดการที่ดินที่เป็นระบบนิเวศแหล่งต้นน้าลาธาร จะมีผลกระทบกับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ปลายน้า การบริการของระบบนิเวศนี้มีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับราคาตลาด หรือกลไกการตลาด ความ สมบูรณ์ของระบบนิเวศ มีความสาคัญที่จะอานวยผลประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้น้าบริเวณต้นน้าและผู้ใช้น้าบริเวณ ปลายน้า แนวทางที่จะทาให้ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณต้นน้ากับผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณปลายน้าเข้าใจถึงค่าแทน คุณระบบนิเวศ ว่าเป็นกระบวนที่สามารถชักจูงให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่สูง โดยวิธีการสร้างความเข้าใจแก่ ผู้เกี่ยวข้องด้านการจัดการและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ให้มีประโยชน์ต่อประชาชนและระบบนิเวศที่อยู่ปลาย น้าโดยวิธีการจ่ายเงินค่าบริการในการป้ องกัน ดูแล ลาน้าให้แก่ผู้ที่อยู่ต้นน้าดาเนินการ ซึ่งมีการกาหนดราคา ขึ้นอยู่กับกลไกของตลาดและประสิทธิภาพของการจัดการหรืออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กลไกการตลาดที่มั่นคง จะเป็นเครื่องมือที่จะทาให้ระบบนิเวศทั้งในพื้นที่ต้นน้าและปลายน้ามีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น และเป็น ประโยชน์ต่อมนุษย์ที่อาศัยอยู่และเกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่นั้นๆ 2.2 ประเภทของค่าแทนคุณระบบนิเวศและหลักเกณฑ์ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ค่าแทนคุณระบบนิเวศเป็นสิ่งที่แสดงถึงความต้องการในการกาหนด รายละเอียดให้ถูกต้องและมีความชัดเจนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเงิน หรือกฎหมาย หรือกฎระเบียบที่เป็น
  • 10.
    - 7 - กลไกในการอนุรักษ์และสุขภาพของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับพื้นที่อนุรักษ์จะขึ้นอยู่กับ หลักเกณฑ์ว่าค่าแทนคุณระบบนิเวศ มีกลไกการทางานตามกรอบกฎหมาย หรือมีกฎระเบียบ หรือข้อบังคับ ต้องเข้าใจให้ได้ว่าค่าแทนคุณระบบนิเวศ เป็นมาตรการเรื่องค่าใช้จ่ายเพื่อดูรักษาการบริการ ของระบบนิเวศ ซึ่งคุณค่าดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อผู้รับบริการหรือไม่ หรือสถาบันรับผิดชอบ และผู้ ให้บริการจะต้องจัดการระบบนิเวศให้มีความปลอดภัย และให้ระบบนิเวศสามารถอานวยผลประโยชน์ใน การบริการต่อไป ประเภทของโครงการ หรือแผนงานค่าแทนคุณระบบนิเวศจะมีหลายองค์กร หรือมี ผู้รับผิดชอบดาเนินการหลายๆภาคส่วน เช่น ภาคเอกชน หรือความร่วมมือจากภาคธุรกิจ หรือภาครัฐ ซึ่งมี วิธีการดาเนินการที่แตกต่างกัน การดาเนินงานโดยภาคเอกชน เป็นการดาเนินงานที่เกี่ยวข้องกับบทบาท หน้าที่ และ หลักเกณฑ์ ในเรื่อง: 1. การจ่ายเงินเพื่อหวังผลให้ผู้ได้รับค่าใช้จ่าย เป็นผู้บริการด้านการป้ องกัน หรือปรับปรุง แหล่งต้นน้า 2. การร่วมกันพิจารณาค่าใช้จ่ายเฉพาะในกลุ่มของภาคเอกชนและผู้เกี่ยวข้องที่มีข้อตกลง ร่วมกัน 3. การซื้อขายที่ดินและส่งคืนให้หน่วยงานภาครัฐ เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์และบริการ น้าในพื้นที่ดาเนินการของโครงการ 4. การจัดซื้อที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครอง และพัฒนาให้เป็นแหล่งบริการของ ระบบนิเวศ การดาเนินงานที่เป็นการร่วมกันที่เป็นการจัดการค่าแทนคุณระบบนิเวศ 1. การจัดการที่ดินที่มีพื้นที่ที่กว้างขวางพอ เพื่อการเก็บกักน้าเสียหรือมลพิษทางน้า 2. การอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ร่วมกันในการกาจัดของเสียและใช้ประโยชน์ร่วมกัน 3. อนุญาตให้ทาการได้ โดยมีใบอนุญาตและข้อตกลงระหว่างผู้ที่ต้องการกับผู้ที่ไม่ต้องการ การดาเนินงานโดยภาครัฐ รัฐจะเป็นผู้ดูแลและดาเนินการตามแผนค่าแทนคุณระบบ นิเวศ โดยมีหน่วยงานหรือสถาบันที่เกี่ยวข้องดาเนินการ มีกรอบกฎหมาย หรือกฎระเบียบข้อบังคับ การเก็บ ค่าธรรมเนียม ค่าซื้อที่ดิน หรือการจัดซื้อที่ดิน การบริหารงบประมาณ หรือการจัดการกองทุนเพื่อดูแลรักษา ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นไปตามกระบวนการ แผนปฏิบัติตามโครงการจะเป็นไปตามกระบวนการทางาน ในพื้นที่ที่ได้กาหนดไว้ ในการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศของภาครัฐ จะต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบที่ขึ้นกับ สภาพแวดล้อมและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่มีความร่วมมือซึ่งกันและกัน เช่น ผู้ต้องการใช้
  • 11.
    - 8 - ประโยชน์จากน้าในท้องถิ่นทั้งผู้ที่อยู่ต้นน้าและปลายน้าที่มีการบริการเรื่องน้า มีระบบการป้ องกันและมี ค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากเกินกว่าผลกระทบที่เกิดขึ้น หลักเกณฑ์การพิจารณาค่าแทนคุณระบบนิเวศ ประกอบด้วย 1. การซื้อขายจะมีข้อตกลงร่วมกันและมีกฎกติกา 2. การบริการของระบบนิเวศหรือการใช้ประโยชน์ที่ดินจะเป็นการให้บริการด้านคุณภาพ 3. จะต้องมีผู้ซื้อหรือผู้ใช้บริการ 4. จะต้องมีผู้ขายหรือผู้จัดหาให้บริการ 5. ค่าแทนคุณระบบนิเวศจะกาหนดให้เป็นลักษณะใด การอานวยผลประโยชน์มีมากน้อย แค่ไหน ขึ้นอยู่กับการบริการของระบบนิเวศที่กาหนดโดยผู้ขายหรือผู้จัดหาให้บริการ 2.3 แนวทางดาเนินงานด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศกับการบริการของแหล่งน้า การดาเนินการเกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศด้านการบริการของแหล่งน้า มีความแตกต่าง กันขึ้นอยู่กับพื้นที่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้ผู้ดาเนินการและวิธีการจ่ายเงิน 2.3.1 การแบ่งระดับ (Scale) การบริการของระบบนิเวศส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะในชุมชน ถ้าเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ก็อาจจะเป็นระดับชาติหรือระดับนานาชาติ หากว่าดาเนินการใน ระดับชาติ ค่าแทนคุณระบบนิเวศก็จะเป็นนโยบายหลักหรือองค์ประกอบของนโยบายรัฐในการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม หากว่าเป็นระดับนานาชาติก็จะเป็นการดาเนินการของแหล่งผู้สนับสนุนโครงการที่จะนาเอา วิธีการแทนคุณระบบนิเวศมาใช้ในพื้นที่และขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ศึกษาได้หรือนาบทเรียนด้านน้ากับการบริการ ระบบนิเวศว่าสัมพันธ์กับพื้นที่ต้นน้าและระบบนิเวศดั้งเดิมในพื้นที่ การใช้โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ในระดับท้องถิ่นจึงมีความสาคัญและประสบความสาเร็จมากกว่าระดับชาติ 2.3.2 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) เพื่อที่จะกาหนดให้มีข้อตกลงในเรื่องการบริการ ของระบบนิเวศต้นน้า สิทธิของกลุ่มชนท้องถิ่นหรือสมาชิกกลุ่มที่จะมีส่วนเกี่ยวกับการวางแผน การเจรจา และมีกระบวนการปฏิบัติ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะประกอบด้วย  ผู้มอบให้ (Donors) ส่วนใหญ่จะเป็นการมอบเงินทุนตามกระบวนการของค่าแทน คุณระบบนิเวศ ปกติการป้ องกันและดูแลพื้นที่คุ้มครอง รัฐบาลจะเป็นผู้ดาเนินการจัดสรรงบประมาณให้ พื้นที่คุ้มครองโดยตรง องค์กรภาคเอกชน อาสาสมัครมีส่วนช่วยสนับสนุนให้มีการระดมทุนในการ ดาเนินการค่าแทนคุณระบบนิเวศ บุคคลทั่วไปที่ครอบครองที่ดิน หรือการอยู่อาศัยหรือทาการเกษตรมีหน้าที่ จ่ายเงินค่าภาษีให้แก่รัฐอยู่แล้ว แต่สามารถให้มีการจัดตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อดาเนินการบริการของระบบนิเวศ ได้  ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ (Beneficiaries) ไม่ว่าจะเป็นการดาเนินงานโดยรัฐบาลหรือ เอกชน ที่เป็นผู้บริหารหรือ ผู้ได้รับผลประโยชน์จะแยกกันได้หรือไม่ทับซ้อนกัน
  • 12.
    - 9 - ผู้ให้บริการ (Supplies) ส่วนใหญ่แล้วผู้เกี่ยวข้องจะเป็นเจ้าของที่ดิน หรือการเป็นที่ รวมกันเป็นเจ้าของ อาจจะเป็นแปลงนาที่ทาเป็นแปลงนารวม หรือพื้นที่สงวนของกลุ่มหรือเป็นกลุ่มที่มีการ จดทะเบียน กาหนดให้มีข้อตกลงเรื่องการอนุรักษ์ระบบนิเวศเพื่อที่จะให้มีการบริการด้านแหล่งน้า ที่ ดาเนินการโดยภาครัฐ หรือองค์กรภาคเอกชนที่เป็ นเจ้าของที่ดินและมีการบริ หารจัดการพื้นที่ สาธารณประโยชน์ และที่อยู่อาศัยของชุมชน หรือพื้นที่ที่กาหนดให้เป็นพื้นที่คุ้มครองและสิทธิในการใช้พื้น ที่ดินดังกล่าว  คนกลาง (Intermediaries) ส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ขององค์กรภาครัฐหรือองค์กร ภาคเอกชนหรือองค์กรนานาชาติ ที่เข้ามาดาเนินการในเรื่องค่าแทนคุณระบบนิเวศจะเป็นผู้ทาการเชื่อมโยง ระหว่างผู้ให้กับผู้ที่ดูแลรักษาพื้นที่ ได้เข้ามาช่วยพัฒนา การบริหารหรือปฏิบัติการด้านกระบวนการค่าแทน คุณระบบนิเวศ บทบาทต่างๆอาจประกอบด้วย การให้คาแนะนาทางด้านวิชาการหรือการพัฒนาโครงการ โดยเฉพาะการให้บริการแก่พื้นที่ปลายน้า กาหนดรูปแบบหรือกลไกค่าใช้จ่าย ศึกษาความเป็นไปได้ใน แผนการจัดการและการติดตามผล การเจรจาระหว่างผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย การจัดการที่ดิน การเก็บข้อมูล ด้านอุทกวิทยา สัญญาระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การจัดตั้งกองทุน การบริหารกองทุน และเป็นคนกลาง ดาเนินการระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายด้านการบริการของระบบนิเวศ 2.3.3 การวัดผลประโยชน์ที่ได้รับ (Measuring Benefits) นับว่าเป็นการยากที่จะวัดถึง ผลประโยชน์จากโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ เกี่ยวกับคุณภาพและปริมาณของน้า การไหลของน้าตาม ระยะเวลาทุกๆเดือน หรือทุกๆปี นับตั้งแต่การจัดการที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในเรื่องการบริการของน้า เป็น การง่ายที่จะวัดจากงบประมาณที่ได้ลงทุนดาเนินการ หากมีแผนการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน กระบวนการของค่าแทนคุณระบบนิเวศก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย โดยเฉพาะจะมีผลกระทบกับคุณภาพ ปริมาณและการไหลของน้า จึงจาเป็นต้องมีการปรับปรุงวิธีการปฏิบัติด้านการจัดการที่ดิน การปลูกฟื้นฟูป่า ไม้การอนุรักษ์และการป้องกันระบบนิเวศที่ยังคงมีอยู่ และการปรับปรุงระบบนิเวศที่เสื่อมโทรมให้ดีขึ้น 2.3.4 การขับเคลื่อนกระบวนการ (Drivers) การขับเคลื่อนกระบวนการค่าแทนคุณระบบ นิเวศ นับตั้งแต่การจัดการที่ดินบริเวณต้นน้า การแก้ไขปัญหาความต้องการใช้บริการและการให้บริการ ซึ่ง จะประกอบด้วยกระบวนการ 3 ส่วนคือ  ปัญหาความต้องการ(Demand-led) เป็นปัญหาของผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ปลายน้า การขับเคลื่อนโครงการจะต้องทาให้ผู้ใช้น้าบริเวณพื้นที่ปลายน้ามีความพึงพอใจในการที่จะต้องจ่ายค่าบริการ ให้แก่ เจ้าของที่ดินบริเวณต้นน้าที่มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงการจัดการที่ดินพร้อมกับการใช้จ่ายค่าชดเชย  ปัญหาการให้บริการ(Supply-led) เป็นการแก้ไขปัญหาในกรณีที่มีภัยคุกคามเกิดขึ้น ในพื้นที่ต้นน้าหรือในพื้นที่คุ้มครอง การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณต้นน้าอย่างไม่ถูกต้อง หรือไม่มั่นคง ค่าบริการด้านค่าใช้จ่ายจากผู้ที่อาศัยในพื้นที่ปลายน้าจะมีการดาเนินการจัดตั้งกองทุนเพื่อแก้ไข ปัญหาพื้นที่ต้นน้าการใช้กองทุนก็เพื่อที่จะให้ผู้ใช้และผู้ดาเนินการจัดการทัพยากรทั้งในระดับต้นน้าและปลาย น้าช่วยกันแก้ไขระบบนิเวศบริเวณพื้นที่ต้นน้า
  • 13.
    - 10 - การแก้ไขปัญหา (Solution - led) การขับเคลื่อนกระบวนการจะต้องมีบุคคลที่มาจาก ภายนอกหน่วยงานหรือจากหน่วยงานอื่น ที่มีความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหา หลักการและความเป็นไปได้ ของการดาเนินงานด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศ 2.3.5 กระบวนการจ่าย(Payments)วิธีการจ่ายค่าแทนคุณระบบนิเวศ อาจจะมีการจ่ายเป็นเงิน สด เงินสมทบหรือวิธีการอื่นใด สิทธิความเป็นเจ้าของที่ร่วมกันมีผลประโยชน์ในการอนุรักษ์แหล่งต้นน้าลา ธาร ที่มีหน่วยงานตั้งอยู่ที่ส่วนกลางหรือสานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ การเปลี่ยนแปลงค่าใช้จ่ายจากผู้ใช้น้าจาก แหล่งปลายน้าไปยังผู้ดูแลรักษาพื้นที่บริเวณต้นน้าควรจะได้มีการพิจารณาร่วมกัน วิธีการจ่ายเงินจากเจ้าของ ที่ดินจะต้องมีการเจรจา พูดคุยตลอดจนการทาสัญญาต่อกันโดยมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ฉะนั้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบภาคส่วนใด ทั้งผู้ซื้อผู้ขาย ผู้ขับเคลื่อน กระบวนการ จะต้องมีการเจรจาซึ่งกันและกัน เพื่อที่จะให้โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศดาเนินการต่อไปได้ ด้วยดี และมีประสิทธิภาพ
  • 14.
    - 11 - บทที่3 กรอบกฎหมาย (Legal Frameworks) กรอบกฎหมายที่นามาใช้ในกระบวนการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศให้มี ประสิทธิภาพนั้น ได้มีการพัฒนาและดาเนินการปฏิบัติในหลายๆพื้นที่ของหลายๆประเทศ ฉะนั้น รัฐบาลของประเทศต่างๆ หรือผู้ดาเนินการพัฒนาค่าแทนคุณระบบนิเวศจะต้องนา นโยบายของรัฐมาใช้ในการตัดสินใจ การให้ความสาคัญทางด้านกฎหมายและการปรับปรุงกรอบกฎหมาย เพื่อที่จะนามาใช้ในโครงการดาเนินการค่าแทนคุณระบบนิเวศ จึงมีความจาเป็นที่จะต้องทาความเข้าใจถึง ขอบเขตและองค์ประกอบของกฎหมายที่เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ 3.1 ความสาคัญของกรอบกฎหมายสาหรับค่าแทนคุณระบบนิเวศ ความสาคัญของการกาหนดกรอบกฎหมายที่ใช้ในการดาเนินการค่าแทนคุณระบบนิเวศ เพื่อให้มีความสาเร็จในการพัฒนาและดาเนินการตามรายละเอียดของแผน การใช้บังคับกับกลุ่มคนที่ เกี่ยวข้องกับโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ จะต้องกาหนดวัตถุประสงค์ เป้ าหมายให้ชัดเจน กรอบกฎหมาย ค่าแทนคุณระบบนิเวศที่กาหนดขึ้นมาจะนาไปใช้บังคับกับ 3 หน่วยงาน คือ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ และ ภาครัฐ 3.1.1 การดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศโดยภาคเอกชน (Private Payments for Ecosystem Services) โครงการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศโดยภาคเอกชน ที่ผู้ซื้อ (Buyers) และผู้ขาย (Sellers) การบริการของระบบนิเวศที่เป็นส่วนของภาคเอกชน เช่น บริษัทจากัด กลุ่มคน หรือบุคคลที่จะ ดาเนินงาน ภาครัฐจะมีส่วนเกี่ยวข้องน้อยมาก ถ้าภาครัฐเข้ามาเกี่ยวข้องก็จะเป็นสถาบันหรือหน่วยงานที่ รับผิดชอบ จะเป็นบุคคลหรือหน่วยงานกลางในโครงการดังกล่าวก็ได้ ตัวอย่าง เช่น โครงการค่าแทนคุณ ระบบนิเวศ ประเทศบราซิล The Brazillian Project Oasis เป็นการเซ็นสัญญากระทาร่วมกันระหว่างเจ้าของ ที่ดินเอกชนกับมูลนิธิ The O. Boticario นับตั้งแต่ได้เกิดโครงการการบริการของระบบนิเวศที่ประกอบด้วย ความต้องการ และผู้ ให้บริการ ภาคเอกชนจะไม่มีการใช้กฎหมาย หรือกฎระเบียบเข้ามาเกี่ยวข้องมากนัก เพียงแต่ทาสัญญาภายใต้ กฎหมายที่กาหนดให้มีได้ถ้าหากว่าบุคลากรภาคเอกชนต้องการดาเนินการบริการของระบบนิเวศ จะต้องจัด จ้างบุคลากรจากภายนอกมาช่วยงานในด้านการบริหารทางวิชาการ การทาสัญญาค่าแทนคุณระบบนิเวศและ สามารถที่จะปรับปรุงภายใต้การสนับสนุนของภาครัฐก็ได้ กลุ่มบุคคลที่เป็นภาคเอกชนดาเนินการได้โดยตกลงกันว่า จะดาเนินการจัดการที่ดินเฉพาะ พื้นที่ ที่เป็นแหล่งต้นน้าลาธารเพื่อให้มีการบริการของระบบนิเวศ ช่วงเวลาที่ดาเนินการและจะมีการจ่ายค่า
  • 15.
    - 12 - ทดแทนจาต้องมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ฉะนั้นการดาเนินงานค่าตอบแทนคุณระบบนิเวศโดยภาคเอกชนจึง ต้องอาศัยกฎหมาย หรือกฎระเบียบเป็นกรอบในการทางาน การทางานของภาคเอกชน จึงมีขั้นตอนการดาเนินงานดังนี้ 1. กรอบกฎหมายจะเป็นกฎหมายขั้นพื้นฐาน มีกฎระเบียบ ข้อบังคับ และหลักเกณฑ์ต่างๆ ในระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ ในการที่จะมีข้อตกลงร่วมกันทางาน 2.หากว่าไม่มีกรอบกฎหมาย/กฎข้อบังคับ/กฎระเบียบให้ใช้การทาสัญญาค่าแทนคุณระบบนิเวศแทน 3. กฎระเบียบระดับท้องถิ่น หากว่ามีการเจรจาตกลงกันได้ จะกาหนดให้มีการทาสัญญา ตามสิทธิและสามารถใช้บังคับได้ 4. ภาคีสมาชิกทุกคนต้องเคารพกฎข้อบังคับ/กฎระเบียบ ภายใต้กรอบของกฎหมาย ต้องจดจาไว้ว่า โครงการที่ดาเนินการโดยภาคเอกชน มีวัตถุประสงค์การดาเนินงานเฉพาะ ในการแก้ไขปัญหา เช่น เรื่องน้าในระดับท้องถิ่น ถึงแม้ว่าจะอยู่ในวงจากัดและง่ายต่อการดาเนินงาน กระบวนการบริการสามารถจะวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมบริเวณพื้นที่ต้นน้ากับกิจกรรม บริเวณพื้นที่ปลายน้า ตลอดจนความเสี่ยงที่อยู่ในวงจากัด อย่างไรก็ตาม แผนโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ คงอยู่ได้โดยผ่านกระบวนการกลไกของ ตลาด จะให้เป็นโครงการระดับภูมิภาค หรือระดับชาติก็ขึ้นอยู่กับภาคเอกชนเอง ข้อดีของการพัฒนา กระบวนการโดยภาคเอกชนจะเป็นการลงทุนในระดับชุมชน เป็นบทเรียนในเรื่องการอานวยน้าทั้งในด้าน ปริมาณและคุณภาพในระดับชุมชนให้ได้ผลก่อนที่ดาเนินการในระดับชาติ ฉะนั้นสิ่งสาคัญที่สุด คือ นโยบายการมีส่วนร่วมของการบดาเนินการค่าแทนคุณของระบบนิเวศระดับท้องถิ่น หลักการที่สาคัญ คือ โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศภาคเอกชน ไม่จาเป็นต้องอาศัยกรอบ กฎหมายมากนัก แต่ควรจะเป็นสัญญาภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีข้อกาหนดสาหรับปัญหาเรื่องน้าในระดับ ชุมชน จะอยู่ภายใต้ผลผลิตที่ต้องการและให้อยู่ในกรอบนโยบายและกฎหมายเฉพาะ 3.1.2 การดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศโดยภาคธุรกิจ (Payments for Ecosystem Services: Trading Schemes) หมายถึง การกาหนดกระบวนการที่เป็นภาคธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย (จานวนที่อนุญาต) หรือ/และจานวนที่จะนามาบริการได้ตัวอย่าง เช่น แผนของแต่ละหน่วยงานที่ดาเนินการรักษาแหล่งน้า หรือ ป้องกันพื้นที่ให้เป็นแหล่งต้นน้าลาธาร ถึงแม้ว่าค่าแทนคุณระบบนิเวศจะมีความเข้มแข็งในการอนุรักษ์พื้นที่ ต้นน้า เมื่อมีการวิเคราะห์โครงการ พบว่าไม่มีความก้าวหน้ามากนัก เพื่อสร้างความเข้าใจในกระบวนการนี้ จาเป็นต้อง 1. วิเคราะห์กิจกรรมให้ชัดเจน กระบวนการจะต้องมีการพิจารณาผลกระทบด้านการบริการ ของระบบนิเวศจะเป็นเหตุผลที่ดี
  • 16.
    - 13 - 2.พัฒนาแผนการดาเนินงานให้เป็นมาตรฐานโดยเฉพาะการต่อรอง หรือการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ ขนาด และข้อมูลการวางแผน 3. มีหน่วยงานรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับการสงวนและควบคุมการบริการของระบบนิเวศ 4. กาหนดกรอบการทางาน กระบวนการในการดาเนินงาน การจัดการ และเกี่ยวข้องกับ ธนาคาร สาหรับการป้องกันผลที่ได้จากการบริการของระบบนิเวศในรูปแบบของธุรกิจ 5. เพื่อเป็นหลักประกันและความเป็นไปได้ของระบบควรเป็นกรอบการดาเนินงานในระยะ ยาว จะทาให้เกิดประสบผลสาเร็จที่สามารถวัดผลได้ชัดเจน ลักษณะของการดาเนินงานจะต้องพัฒนาให้เป็นระดับภูมิภาค หรือระดับนานาชาติ อนุญาต ให้ผู้มีส่วนร่วมดาเนินงานการบริการของระบบนิเวศ จานวนของผู้ซื้อและผู้ขาย การบริการของระบบนิเวศมี ข้อจากัด ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ก็สามารถจะพัฒนาขึ้นมาใหม่ได้ โดยการดึงเอากรอบกฎหมายมาใช้ใน กระบวนการของค่าแทนคุณระบบนิเวศ หลักการที่สาคัญ คือ แผนการทางานด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศจะต้องมีกรอบกฎหมาย ลักษณะการดาเนินงานค่อนข้างสลับซับซ้อนและควรจะให้ดาเนินการอยู่ในระดับภูมิภาค หรือระดับชาติ 3.1.3 การดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศโดยภาครัฐ (Public Payments for Ecosystem Services) การดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศที่ดาเนินการโดยภาครัฐนับว่ามีความสาคัญ และ น่าเชื่อถือสูง เพราะเป็นแนวทางของรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่น ภูมิภาค หรือระดับชาติ ภาคีสมาชิกจะ ทาสัญญาภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาจจะเป็นองค์การบริหารส่วนตาบล หรือเทศบาล หรือองค์กรท้องถิ่น หรือองค์กรระดับชาติ ที่มีส่วนร่วมในการซื้อ-ขายการบริการของระบบนิเวศ ส่วนใหญ่แล้วจะเกี่ยวกับการใช้ ประโยชน์และการจัดการที่ดิน ในปัจจุบันการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศโดยภาครัฐมีแผนงานที่เห็นได้ชัด คือ ไม่ว่า จะเป็นองค์กรท้องถิ่น เทศบาล หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องการบริการน้าให้แก่ ประชาชน ภาคีที่ร่วมดาเนินการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะต้องดาเนินการอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย หรือ ระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่ใช้เป็นแนวทางในการดาเนินงาน จึงกล่าวได้ว่า กรอบกฎหมาย หรือกฎระเบียบข้อบังคับ มีความจาเป็นสาหรับการ ดาเนินงานพัฒนาค่าแทนคุณระบบนิเวศ โดยมีข้อดีสามารถสรุปได้ ดังนี้ 1. ถ้ากลไกการตลาดไม่คงที่ จะมีผลกระทบกับการบริการของระบบนิเวศได้ สามารถที่จะ นาเอากฎระเบียบ หรือกรอบกฎหมายมาใช้บังคับในโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศได้ การดาเนินงานพัฒนาตามนโยบาย ภายใต้กฎหมายและกลไกของตลาดเหมือนกับภาคธุรกิจ การดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศที่อยู่ในระดับท้องถิ่นจะมีความสาคัญต่อชุมชน โดยการทาให้ชุมชน ยอมรับในกระบวนการของค่าแทนคุณระบบนิเวศ กรณีตัวอย่างในประเทศโบลิเวีย ได้มีการกาหนด
  • 17.
    - 14 - โครงการจัดการค่าแทนคุณระบบนิเวศและมีการพัฒนาร่วมกันระหว่างประชาชนในท้องถิ่นและประสบ ผลสาเร็จตามเป้าหมายจะมีสถาบันหรือหน่วยงานหลายๆ แห่งเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งสถาบันหรือหน่วยงานใน พื้นที่มีนโยบายและแผนพัฒนาของตนที่ชัดเจน กรอบกฎหมายเป็นแนวทางหนึ่งที่จะนามาใช้ในเรื่องของการบริหารงบประมาณ เช่น กองทุน การเก็บภาษี การเก็บค่าธรรมเนียม ค่าดูแลรักษา หรือค่าบริการการท่องเที่ยวในพื้นที่คุ้มครอง ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติงานด้านการบริหารงบประมาณค่าแทนคุณระบบนิเวศให้มีประสิทธิภาพ ตัวอย่าง เช่น รัฐบาลของประเทศโคลัมเบีย กาหนดกรอบกฎหมายในเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียม หรือภาษีการใช้น้า โดยมี หน่วยงานด้านการพัฒนาแหล่งน้า การชลประทาน การประปา และหน่วยงานด้านพลังงานไฟฟ้าเข้าร่วมด้วย และประสบผลสาเร็จในการดาเนินงานเป็นอย่างดี ความก้าวหน้าของโครงการจึงขึ้นอยู่กับกรอบกฎหมายที่ ใช้เป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์พื้นที่ที่ต้องการอนุรักษ์ระบบนิเวศที่ให้อยู่ในระดับชาติ 2. กรอบกฎหมายจะต้องมีความชัดเจนในการใช้บังคับ เพื่อให้โครงการค่าแทนคุณระบบ นิเวศสามารถดาเนินการได้จริงจัง โดยปกติแล้วองค์กรภาครัฐ มีอานาจในการดาเนินงานกิจกรรมค่าแทนคุณระบบนิเวศ เช่น การลงนามในสัญญา กรอบกฎหมายจะต้องมอบอานาจให้ดาเนินการในเรื่องที่เกี่ยวกับการทาข้อตกลง องค์กรภาครัฐผู้ดาเนินการตามกระบวนการของผู้ซื้อหรือผู้ขายการบริการของระบบนิเวศ การบริหารกองทุน หรือการบริการที่ประกอบไปด้วยพื้นที่ดิน หรือทรัพยากรธรรมชาติประเภทต่างๆ ในกรณีที่กรอบกฎหมายอยู่ในระหว่างดาเนินการหรือดาเนินการร่างเกี่ยวกับค่าแทนคุณ ระบบนิเวศอยู่ อาจจะต้องให้มีข้อตกลงร่วมกันของภาคีสมาชิก กรอบกฎหมายฉบับใดที่สนับสนุนการ ดาเนินงานของกระบวนการค่าแทนคุณระบบนิเวศ กรอบกฎหมายเป็นเครื่องมือที่ทาให้เกิดการยอมรับใน กิจกรรมหรือสนับสนุนในกระบวนการค่าแทนคุณระบบนิเวศที่เป็นเครื่องมือในการจัดการสิ่งแวดล้อมหรือ ทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากจะมีกรอบกฎหมายแล้ว การประเมินคุณค่าทางเศรษฐศาสตร์ของพื้นที่คุ้มครอง ก็จะต้องนามาเกี่ยวข้องด้วย เพื่อการพัฒนากระบวนการค่าแทนคุณระบบนิเวศสมบูรณ์ยิ่งขึ้น หลักการที่สาคัญ คือ การนาเอากรอบกฎหมายมาใช้กับการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบ นิเวศก็เพื่อต้องการให้โครงการมีความมั่นคงมีประสิทธิภาพและยั่งยืนตลอดไป
  • 18.
    - 15 - ตารางที่กาหนดเป็นการเปรียบเทียบความต้องการกรอบกฎหมายที่จะนามาใช้ดาเนินงานด้านค่าแทน คุณระบบนิเวศ ประเภทของPES ความต้องการกรอบกฎหมาย ความสาคัญของกรอบกฎหมาย 1. ภาคเอกชน ระดับปานกลาง-ต่า สนับสนุนการทางานที่มีรูปแบบไม่แน่นอน จาก ท้องถิ่นจนถึงระดับภูมิภาค หรือระดับชาติ 2. ภาคธุรกิจ ระดับสูง กาหนดให้มีค่าใช้จ่ายที่ถูกต้อง มีกฎเกณฑ์ด้าน ค่าใช้จ่ายเป็นระบบภายใต้การควบคุมของตลาดธุรกิจ 3. ภาครัฐ ระดับสูง -สนับสนุนให้มีการพัฒนา -มีกฎหมายที่ใช้บังคับอย่างถูกต้อง -สามารถปฏิบัติได้จริง 3.2 องค์ประกอบของกรอบกฎหมาย แนวทางปฏิบัติที่เป็นไปได้ในหลายๆ ประเทศที่มีความสนใจในการดาเนินงานค่าแทนคุณ ระบบนิเวศ ได้มีการกาหนดกรอบกฎหมายในการดาเนินการกิจกรรมที่มีความแตกต่างกัน 3.2.1 ระเบียบข้อบังคับหรือบทบัญญัติ (Constitution) การที่จะทาให้การดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพจะต้องมี ผู้รับผิดชอบโดยตรง อย่างไรก็ดีเพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องนี้ จะต้องมีการจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงาน รับผิดชอบ กาหนดบทบาทหน้าที่และโครงสร้างที่ถูกต้องของรัฐบาล ให้มีอัตรากาลังและวิธีการปฏิบัติที่ ถูกต้อง กาหนดวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งหน่วยงานหรือสถาบันหลักของรัฐ โดยเฉพาะการสร้าง กระบวนการทางานในระดับชาติจะมีผลดีกว่าการกาหนดเป็นนโยบายของภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว แม้ว่าจะ มีการกระทาให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ แต่อาจจะมีผลกระทบจากนโยบายการเมือง การดาเนินงานด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศที่มีประสิทธิภาพ จะต้องมีกรอบกฎหมายให้ ปฏิบัติและมีหน่วยงานรับผิดชอบที่ชัดเจน ตัวอย่าง เช่น ประเทศโคลัมเบีย ได้กาหนดให้มีหน่วยงานหรือ สถาบันรับผิดชอบ เรื่อง ค่าแทนคุณระบบนิเวศ มีบทบาทหน้าที่ในการรับผิดชอบด้านการป้ องกัน สิ่งแวดล้อม และรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ การดาเนินงานด้านการมีส่วนร่วม ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน การอนุรักษ์อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของ ประเทศ รูปแบบของการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศก็มีการกระทาได้ผลเป็ นอย่างดีและมี ประสิทธิภาพ หากว่ารัฐบาลของประเทศใดต้องการที่จะนาวิธีการค่าแทนคุณระบบนิเวศไปใช้ปฏิบัติงาน ในพื้นที่ให้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ จะต้องปฏิบัติตามกรอบกฎหมายที่กาหนดให้มีการจัดตั้งสถาบันหรือ หน่วยงานรับผิดชอบ สิทธิในการเป็นเจ้าของที่ดินและการใช้ประโยชน์ ดังตัวอย่างจากประเทศเอกวาดอร์
  • 19.
    - 16 - รัฐบาลได้จัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานรับผิดชอบเกี่ยวกับสิทธิในการเป็นเจ้าของธรรมชาติเรียกว่า สิทธิใน ระบบนิเวศ (Ecosystem Rights) ทรัพยากรธรรมชาติจะต้องมีสิทธิในการคงอยู่ มีการบารุงรักษาและใช้ ประโยชน์อย่างยั่งยืนตามวัฏจักรของ โครงสร้าง องค์ประกอบและกระบวนการในทางวิวัฒนาการ ประชาชนของประเทศมีสิทธิที่จะใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ขณะเดียวกันผลประโยชน์ที่ได้รับมี การอานวยความสะดวกในการใช้ แต่ก็ยังมีการทาลายการบริการของระบบนิเวศเกิดขึ้น แม้ว่าการดาเนินงาน จะอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและระเบียบของรัฐ แต่การปฏิบัติตามโครงสร้างด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศ ภายใต้กฎหมายให้อานาจไว้ แต่การทางานด้านนี้ก็ยังไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร การพัฒนางานค่าแทนคุณระบบ นิเวศก็ยังสับสนและปฏิบัติไม่ได้ สถาบัน หรือหน่วยงานรับผิดชอบในหลายๆ ประเทศที่มีกฎหมายรองรับการปฏิบัติงาน ด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศ หากว่ามีความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างกฎหมายกับหน่วยงานหรือสถาบัน ก็ สามารถฟ้ องร้องให้ศาลพิจารณาสั่งการได้ ฉะนั้นสถาบันหรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นอาจจะไม่มีผลกระทบ โดยตรง หรือมีข้อห้าม โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศที่เกิดขึ้นโดยกฎหมายก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ รัฐบาลของประเทศโบลิเวีย ได้มีการพัฒนางานค่าแทนคุณระบบนิเวศมาก่อนที่จะ ดาเนินการจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานรับผิดชอบ ถือว่าทรัพยากรธรรมชาติเป็นสินค้าทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ เรียกว่าองค์ประกอบทางเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่ดิน (Socio-economic Function Requirement of The Land) ที่มีการใช้ประโยชน์จากชุมชนและมีการสนับสนุน การทางานหรืออนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ เป็นต้น หลักการที่สาคัญ คือ ขณะที่ยังไม่มีการจัดตั้งสถาบัน หรือหน่วยงานรับผิดชอบงานด้านค่า แทนคุณระบบนิเวศ รัฐบาลจะต้องมีการกาหนดโครงการและพัฒนารูปแบบการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบ นิเวศให้มีความชัดเจน เมื่อมีการจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานรับผิดชอบแล้ว ก็จะดาเนินการให้เป็นที่ยอมรับ ว่าการบริการของระบบนิเวศเป็นเรื่องที่สาคัญ 3.2.2 การกาหนดกฎหมายเกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศเฉพาะ (Specific PES Law) รัฐบาลของประเทศที่มีการนาเอาหลักการค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้ควรจะได้มีการ พิจารณาใน เรื่องของกฎหมายเกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ วัตถุประสงค์ของการกาหนดกฎหมายจะต้อง ยอมรับว่าค่าแทนคุณระบบนิเวศเป็นนโยบายที่สาคัญเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ และการปฏิบัติด้านการ บริการของระบบนิเวศ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีกฎหมายรองรับแล้วในหลายๆประเทศก็ยังปฏิบัติได้น้อยมาก ประเทศบราซิล ได้ประกาศใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศ มีการจัดตั้ง สถาบันหรือหน่วยงานรับผิดชอบบริหารโครงการตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมาย รัฐบาลประเทศเปรูก็ ได้ประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศเช่นกัน รวมทั้งได้จัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงาน รับผิดชอบ เพื่อการบริหารงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ แต่ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับของคนบางกลุ่มที่เห็นว่า กฎหมายด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศ โดยเฉพาะการบริการของสิ่งแวดล้อมพบว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย
  • 20.
    - 17 - การที่รัฐบาลประกาศใช้บังคับกฎหมายที่เป็นของภาครัฐหรือดาเนินการจัดตั้งสถาบัน บริหารค่าแทนคุณระบบนิเวศที่เป็นนโยบายของรัฐก็เพื่อให้แน่ใจว่าการบริการของระบบนิเวศเป็นการ อนุรักษ์ และสร้างจิตสานึกในการยอมรับว่ากรอบกฎหมายดังกล่าวมีส่วนสนับสนุนการทางานของระบบ นิเวศ อย่างไรก็ตามผลดีจากบทเรียนของกฎหมายค่าแทนคุณระบบนิเวศ ต้องให้เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลง ของสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการใช้ประโยชน์ จาต้องตรวจสอบความถูกต้องที่เกิดขึ้น ตารางแสดงการเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของกฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศ ข้อดี ข้อเสีย 1. เป็นกฎหมายใช้บังคับกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ ทั่วๆไป 2. มีการสร้างจิตสานึก ในกรณีที่เป็นนโยบายค่าแทน คุณระบบนิเวศของรัฐ 3. สามารถพัฒนาได้ 4. มีการวิเคราะห์ขั้นตอนของการดาเนินงานค่าแทน คุณระบบนิเวศ 5. เป็นกฎหมายที่ใช้เฉพาะการบริการของระบบ นิเวศ 6. สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ 1. กฎหมายสิ่งแวดล้อม เมื่อนามาใช้อาจจะเกิดความ ขัดแย้งได้ 2. มีความซับซ้อนและมีความยุ่งยากเกิดขึ้น 3. มีความขัดแย้งเกิดขึ้นได้ 4. มีการปรับปรุงและทาให้เกิดปัญหาขึ้นได้ หลักการที่สาคัญ คือ ถ้าหากกฎหมายหรือกฎระเบียบของค่าแทนคุณระบบนิเวศที่อยู่ภายใต้ PES Law ความสาคัญจะอยู่ที่ยุทธศาสตร์ กรอบกฎหมาย และสถาบันรับผิดชอบ โดยเฉพาะกรอบกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับที่ใช้กับระบบนิเวศที่แตกต่างกัน 3.2.3 กฎหมายสิ่งแวดล้อม (Sectorial Environmental Legislation) ถ้าหากว่ามีการพัฒนาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ หรือการบริการของระบบนิเวศ โดย ใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมมีขอบเขตที่กว้างขวางไม่สามารถใช้บังคับได้มากนัก ขาดการสนับสนุนจาก ผู้เกี่ยวข้อง การใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เป็ นนโยบายด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือการป้ องกัน ทรัพยากรธรรมชาติทั่วๆ ไป อาจจะมีความขัดแย้งกับโครงการนี้ได้ สื่งที่สาคัญคือ ปริมาณและคุณภาพน้า จากแหล่งต้นน้าลาธาร โดยทั่วไปยังควบคุมไม่ถึงก็เป็นได้ หรือในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาต้นไม้ หรือพืชเกษตร ในหลายๆประเทศได้มีการปรับปรุงกฎหมายสิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุนการจัดการโครงการ ค่าแทนคุณระบบนิเวศให้เกิดขึ้น การบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ เกี่ยวกับเรื่องการบริการของระบบนิเวศด้านน้าก็ระบุไว้ไม่ ชัดเจน เช่น กฎหมายเรื่องน้าของประเทศเปรู โคลัมเบีย บราซิล เป็นกรอบของกฎหมายในการเก็บ
  • 21.
    - 18 - ค่าธรรมเนียมการใช้น้าการบารุงรักษาแหล่งน้า ไม่สามารถนามาใช้บังคับในกรณีโครงการค่าแทนคุณระบบ นิเวศได้ หลักการที่สาคัญ คือ การนาเอากฎหมายสิ่งแวดล้อมมาใช้บังคับกับการดาเนินงานด้าน ค่าแทนคุณระบบนิเวศ ไม่สามารถจะใช้ได้เสมอไป จนกว่าจะมีกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับค่าแทนคุณ ระบบนิเวศโดยตรง เพื่อที่จะให้มีการพัฒนาโครงการและการดาเนินงานที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น 3.2.4. กฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (Indirectly Relevant Law) ถ้าหากว่าไม่มีกฎหมายฉบับใดที่เกี่ยวข้องกับโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ หรือมี กฎหมายสิ่งแวดล้อมใดๆ ที่ประกาศใช้บังคับแล้ว และมีส่วนเกี่ยวข้องกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ กรอบของ กฎหมายที่จะทาให้การดาเนินงานของโครงการนี้มีประสิทธิภาพ จะต้องเป็นกรอบกฎหมายเกี่ยวกับค่าแทน คุณระบบนิเวศโดยตรง กฎหมายที่มีใช้บังคับอยู่ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ หรือเกี่ยวข้องกับการเงิน เช่น กฎหมายที่ดิน กฎหมายเกี่ยวกับการเกษตร กฎหมายเกี่ยวกับเหมืองแร่ หรือ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่ดิน หรือกฎหมายเกี่ยวกับงบประมาณ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร เป็นกฎหมายที่มีการระบุถึงวัตถุประสงค์ของโครงการค่า แทนคุณระบบนิเวศอยู่บางส่วนจะพบว่ามีการระบุเกี่ยวกับการเกษตรที่มีวัตถุประสงค์ในการใช้ประโยชน์และ การครอบครอง ที่ดินที่ระบุให้มีการป้ องกันมิให้มีการทาลายทรัพยากรป่าไม้รวมอยู่ด้วยเช่นกฎหมายการเกษตรของประเทศ โบลิเวียและประเทศเปรู เป็นต้น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านค่าแทนคุณระบบ นิเวศครอบคลุมอยู่บ้าง แต่จะเกี่ยวกับการแก้ไขผลกระทบกับการบริการของระบบนิเวศจากการเสียภาษีที่ให้ โอกาสในการชดเชย หรือจัดสรรงบประมาณเพื่อการช่วยเหลือ หรือสงเคราะห์กิจกรรมที่ถูกทาลาย รวมถึง การสนับสนุนค่าแทนคุณระบบนิเวศ เช่น ประเทศโคลัมเบียได้ประกาศใช้กฎหมาย ฉบับที่ 99 เมื่อปี ค.ศ. 1993 กาหนดให้มีเงินงบประมาณสนับสนุนการลงทุนเพื่อโครงการเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์เรื่องน้า การพลังงาน การชลประทาน และกิจกรรมการอนุรักษ์พื้นที่ต้นน้า ปัจจุบันได้มีการจัดตั้งกองทุนให้เป็น แหล่งเงินงบประมาณสนับสนุนด้านการเงินเพื่อโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ แผนการจัดการถิ่นที่อาศัย หรือการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์จะมีการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตร หรือสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อสาธารณูปโภค เช่น การสร้างถนน เป็นการนาที่ดินมาใช้ประโยชน์ การพัฒนา ที่ดิน ได้นาเอาหลักการบริการของระบบนิเวศมาใช้ เพื่อให้เห็นถึงคุณค่าของการบริการของระบบนิเวศ การ ประเมินมูลค่าของระบบนิเวศเพื่อให้เห็นคุณค่าของการดาเนินงานด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อแก้ไข ปัญหาการลดลงของระบบนิเวศและการบริการ หลักการที่สาคัญ คือ กรอบกฎหมายเกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ ที่ต้องการให้มี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล จะต้องมีกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องใช้บังคับรวมอยู่ด้วย เพื่อป้ องกันการเกิด
  • 22.
    - 19 - ปัญหาอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นกับโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศโดยเฉพาะบริเวณต้นน้าลาธาร ขณะเดียวกัน กรอบกฎหมายดังกล่าวจะช่วยเสริมให้โครงการดังกล่าวเกิดขึ้น หรือเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดาเนินงาน 3.3 ขอบเขตและองค์ประกอบของค่าแทนคุณระบบนิเวศ กับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (Scope and Content of PES-related Legislation) ถ้าหากจะกาหนดกฎหมายเกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ จะมีคาถามที่เกิดขึ้นสองประการ คือ (1) จะต้องเป็นกฎหมายที่ดาเนินการโดยรัฐบาลเป็นผู้กาหนด การกาหนดกรอบการดาเนินงานค่าแทน คุณระบบนิเวศใช่หรือไม่ และ (2) มีกฎเกณฑ์อย่างไรบ้างในการกาหนดกฎหมายดังกล่าว 3.3.1 ขอบเขตการใช้กฎหมาย ถ้าหากว่าการกาหนดกฎหมายค่าแทนคุณระบบนิเวศดังกล่าวเป็นของรัฐ ควรจะนาไปใช้ บังคับในทุกระดับ นับตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติที่ให้ความสาคัญเกี่ยวกับคุณค่า การส่งเสริมและ ปฏิบัติการเกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ ขณะเดียวกันมีความจาเป็นที่จะต้องคานึงถึงความสาคัญในการ กาหนดให้ครอบคลุมกิจกรรมของค่าแทนคุณระบบนิเวศในทุกภาคส่วนของรัฐบาลมีปัจจัยที่สาคัญที่จะต้อง พิจารณา 2 ประการ คือ (ก.) ประสบการณ์จากนโยบายการปฏิบัติหรือโดยการเรียนรู้จากการกระทา กรอบของ กฎหมายที่จะกาหนดต้องใช้เวลาและการเรียนรู้ นับตั้งแต่การพัฒนาและปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับแผน ยุทธศาสตร์ นโยบาย หรือกฎระเบียบที่ทาให้การปฏิบัติงานประสบผลสาเร็จ ขั้นตอนแรกจะเป็นการใช้ นโยบาย หรือนัยหนึ่งในระยะแรก ก่อนที่จะมีกรอบกาหนดกฎหมาย จาเป็นต้องเรียนรู้จากโครงการ ความสามารถในการดาเนินงานที่เป็นไปได้ เป็นแนวทางดาเนินงานและการแก้ไขความผิดพลาด ในระยะที่สองหลังจากที่ได้ประสบการณ์ที่ดีหรือไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้น ก็กาหนด รูปแบบโครงร่างของกฎหมายให้ดาเนินการในระดับท้องถิ่นหรือระดับจังหวัด เพื่อการเรียนรู้และ ประสบการณ์ด้านบวกของค่าแทนคุณระบบนิเวศและนาไปใช้ในพื้นที่อื่นๆ ถ้ากรอบกฎหมายสามารถใช้ได้ ดีก็อาจจะนาไปใช้บังคับในระดับที่สูงขึ้น คือ ระดับชาติ เพื่อที่จะกาหนดกรอบของกฎหมายให้เป็นแผน ยุทธศาสตร์ในระดับชาติ จะเป็นเครื่องมือในการดาเนินการโครงการให้ประสบผลสาเร็จต่อไป จากการกาหนดนโยบายในระดับพื้นที่หรือระดับจังหวัด มีขอบเขตการบริหารจัดการ เพื่อที่จะส่งเสริมงานด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศ การพัฒนาให้ดาเนินการได้ที่มีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล การกาหนดกฎหมายด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศในระดับชาติ สามารถที่จะดาเนินการได้จะต้อง เป็นที่เข้าใจของประชาชนทั้งประเทศ จะต้องมีการส่งเสริมให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ผลได้และผลเสีย ของการกาหนดกฎหมาย ความเหมาะสมของหลักเกณฑ์ ข้อควรปฏิบัติที่จะให้ประชาชนร่วมปฏิบัติได้ ถ้า หากว่าปราศจากข้อมูลต่างๆ ในระดับท้องถิ่น ก็จะเกิดปัญหาขึ้นมาได้ ฉะนั้นกฎหมายค่าแทนคุณระบบนิเวศ
  • 23.
    - 20 - ในระดับชาติจึงมีความจาเป็นและเป็นที่ยอมรับกฎข้อบังคับหรือระเบียบจะต้องมีรายละเอียดในทางปฏิบัติ สามารถปฏิบัติได้ทั้งในระดับท้องถิ่น จังหวัดและระดับชาติ ความสาเร็จในการปฏิบัติตามนโยบาย กฎหมายที่ใช้บังคับจะทาให้เกิดการดาเนินงานค่า แทนคุณระบบนิเวศมีการพัฒนาและปฏิบัติได้จริง หรือนัยหนึ่งนโยบายและกฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบ นิเวศจะมีส่วนสนับสนุนให้มีการรับผิดชอบในการตัดสินใจระดับท้องถิ่น จังหวัด และระดับชาติ เพื่อการ ขับเคลื่อนกระบวนการปฏิบัติต่อไป รูปแบบตามขั้นตอนระดับนโยบายการปฏิบัติด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศ (ข.) การกาหนดกฎหมายโดยรัฐบาล การที่รัฐบาลเป็นผู้กาหนดกฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศมีความได้เปรียบและมี ความสาเร็จในหลายๆประเทศ ที่มีสถาบันหรือหน่วยงานรับผิดชอบประกอบด้วย โครงสร้างการบริหารงาน ตามกรอบกฎหมาย การดาเนินงานเป็นนโยบายในระดับชาติ หรือระดับประเทศ หรือของรัฐบาลกลาง หน่วยงาน หรือสถาบันส่วนกลางจะนาเอากฎหมายค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้เป็นนโยบายในระดับชาติ หรือแห่งชาติ ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่างยุทธศาสตร์ มีการพัฒนาและกาหนดเป็นนโยบายในทุกระดับ คือ ระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และระดับชาติ หลักการที่สาคัญ คือ กฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศจะถูกนามาใช้ในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับชาติ บทบาทที่สาคัญในการส่งเสริมและปฏิบัติงานค่าแทนคุณระบบนิเวศได้ การ นาเอาประสบการณ์ บทเรียนในท้องถิ่นจนกลายมาเป็นกรอบกฎหมายที่ใช้กันในระดับท้องถิ่น หรือระดับ ภูมิภาค หรือระดับชาติ จะได้ใช้เป็นกรอบการปฏิบัติงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศได้อย่างมี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล ระดับท้องถิ่น โดยการปฏิบัติจากประสบการณ์และ การสร้างความรู้ความสามารถ (1) ระดับจังหวัด มีการพัฒนานโยบาย การส่งเสริม และยกระดับการทางาน (2) ระดับชาติ มีการพัฒนานโยบายในการนาเอาวิสัยทัศน์ กรอบกฎหมาย ความสาคัญและความโปร่งใส (3) ระดับจังหวัดและท้องถิ่น ร่างแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายตาม สภาพความต้องการในพื้นที่ (4)
  • 24.
    - 21 - 3.3.2องค์ประกอบของกฎหมาย (Content of Legislation) กฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศสามารถใช้ เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงานได้เป็น อย่างดี และมีความจาเป็นอย่างยิ่ง โดยจะให้เป็นไปตามตรรกวิทยาหรือมีเหตุผล (ก.) ข้อบังคับทั่วไป กรอบกฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศจะประกอบด้วยข้อบังคับ ทั่วๆ ไป  วัตถุประสงค์ขอบเขต และหลักการทั่วๆ ไปจะมีความเชื่อมโยงกับการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติแหล่งน้าและนโยบายการพัฒนา ต้องมีวัตถุประสงค์ ขอบเขต และหลักการที่ชัดเจน เช่น การใช้กฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศเป็นเครื่องมือในการป้ องกันสิ่งแวดล้อมให้ปราศจาก มลพิษที่ดาเนินการเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมจากการบริการของระบบนิเวศ การขับเคลื่อน โครงการจะต้องมีการลงทุน และทรัพยากรมนุษย์เป็นตัวที่ทาให้มีการพัฒนาที่ยั่งยืน ส่งเสริมให้มีการ จัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะมีแผนงานที่ดาเนินการแล้วจะมีประสิทธิภาพ  บทนิยาม การปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพภายใต้กฎหมายที่กาหนด ประชาชน ทั่วไปและผู้ปฏิบัติตามโครงการจะต้องมีความเข้าใจถึงศัพท์ทางกฎหมายหรือบทนิยามที่จะต้องนามาใช้ โดยเฉพาะกฎหมาย ที่กาหนดขึ้นมาใหม่ เช่น กฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศ จาเป็นต้องมีบทนิยาม ศัพท์ของคาที่ใช้ในกฎหมาย เพื่อการพัฒนาและปฏิบัติและป้ องกันมิให้เกิดปัญหาด้านความหมายของ คาศัพท์ คาว่า ค่าแทนคุณการบริการของระบบนิเวศ (Payments for Ecosystem Services) ว่าเป็นการบริการ ของระบบนิเวศธรรมชาติและให้สวัสดิการต่อมนุษย์ การบริการสิ่งแวดล้อม (Environmental Services) เป็น การบริการจัดการมลพิษและของเสียที่เกิดจากการกระทาโดยมนุษย์ความแตกต่างของการบริการระบบนิเวศ จาต้องกาหนดกรอบของกฎหมายให้ชัดเจน ป้ องกันการสื่อสารที่ผิดพลาด อะไรคือการบริการของระบบ นิเวศ บทนิยามศัพท์จะช่วยให้เห็นถึงความแตกต่างของคาต่างๆ เช่น ค่าแทนคุณระบบนิเวศภาครัฐ ค่าแทน คุณระบบนิเวศภาคเอกชน ผู้ซื้อ และผู้ขาย ความแตกต่างของบทนิยามศัพท์ในกฎหมายว่าด้วย ค่าแทนคุณระบบนิเวศในแต่ละประเทศ จะไม่เหมือนกัน เช่น กฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศของประเทศบราซิล ได้กาหนดบทนิยามศัพท์ไว้ หลายคาเกี่ยวกับการบริการของระบบนิเวศ เช่น การดูดซับคาร์บอน การบริการพลังน้า การอนุรักษ์ดิน การ อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ความเสี่ยงจากการทาลายป่าไม้ แต่ไม่รวมถึงการบริการทางวัฒนธรรม อย่างไรก็ตามเพื่อให้การปฏิบัติงานตามกรอบของค่าแทนคุณระบบนนิเวศที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จะต้องคานึงถึงการบริการของระบบนิเวศให้มากที่สุด ความยืดหยุ่นของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ความคงอยู่ หรือการป้ องกันการบริการที่ผิดพลาด ซึ่งการบริการของระบบนิเวศจะรวมถึงความร่วมมือ การ จัดหาบริการ กฎเกณฑ์การบริการ และบริการทางวัฒนธรรม บทนิยามศัพท์ควรจะเป็นศัพท์อย่างง่ายและ เข้าใจได้ดี ไม่ควรสรรหาคายากอื่นๆ ที่ยากต่อการเข้าใจเพื่อให้กฎหมายดังกล่าวใช้ได้อย่างยั่งยืนตลอดไป
  • 25.
    - 22 - (ข.)กฏระเบียบเกี่ยวกับการเงิน การที่จะให้กฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศมีผลบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ จะต้อง มีบทว่าด้วยการช่วยเหลือ หรือการบริจาค หรืองบประมาณจากความร่วมมือขององค์กรพัฒนานานาชาติหรือ ภาคเอกชน องค์กรที่ให้ความร่วมมือช่วยเหลือจะเห็นด้วยกับวิธีการนาเครื่องมือค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้ ปฏิบัติ โดยเฉพาะในช่วงแรกของการดาเนินงานโครงการ แต่องค์กรที่ช่วยเหลือไม่สามารถสนับสนุนเงินทุน ได้ตลอดไป องค์กรช่วยเหลือนานาชาติจะช่วยเป็นผู้แนะนาในการกาหนดเงินทุนการบริการ หรือแนวทาง การดาเนินงานด้านการเงิน ยุทธศาสตร์การจัดการแหล่งทุนจาต้องระบุไว้ในกฎหมายหรือกฎระเบียบที่ใช้บังคับที่ ประกอบด้วย แหล่งทุนค่าแทนคุณระบบนิเวศอย่างยั่งยืน แหล่งทุนดังกล่าวส่วนใหญ่จะเป็นเงินงบประมาณจากการเก็บภาษี หรือค่าธรรมเนียมการ ใช้บริการระบบนิเวศ หรือการเรียกเก็บจากการใช้ทรัพยากร การใช้น้า ภาษี หรือค่าธรรมเนียม หรือการเรียก เก็บจะถูกนามาใช้เป็นกองทุนค่าแทนคุณระบบนิเวศ ซึ่งสามารถดาเนินการได้ดีกว่าการนารายได้ของรัฐมา จัดสรรให้ เช่น รายได้ที่รวบรวมจากโครงการกาจัดน้าเสีย หรือมลพิษ ค่าธรรมเนียมจะคานวณจากปริมาตร ของน้าเสีย มักจะมีการสัมปทานจากภาคเอกชนที่คิดจากผู้ใช้น้า หรือผู้รับสัมปทาน จะมีอัตราส่วนที่ เกี่ยวข้องกับการบริโภคที่แตกต่างกัน เช่น ภาคอุตสาหกรรม หรือภาคการเกษตร เปอร์เซ็นต์การบริจาคให้โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ เงินงบประมาณที่ใช้ในการดาเนินงานมีการพิจารณากาหนดไว้ในกฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือระเบียบในการกาหนดเป็นเงินทุนว่าจะใช้เป็นค่าแทนคุณระบบนิเวศกี่เปอร์เซ็นต์ (เช่น 5% หรือ10% เป็นต้น) ซึ่งจะต้องพิจารณาถึงคุณค่าของทรัพยากรที่ให้บริการ เพื่อให้การบริหารงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดตั้งและการบริการกองทุนค่าแทนคุณระบบนิเวศโดยเฉพาะ หลักการที่สาคัญ คือ การเรียกเก็บค่าใช้บริการของระบบนิเวศ เพื่อนาเงินงบประมาณไป ใช้ในการบริการหลายๆ แห่ง แต่จะนาไปใช้เพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติมีน้อยมาก ถ้าหากว่าเป็นไป ได้จาเป็นต้องเก็บจากผู้ใช้บริการมาจัดตั้งเป็นกองทุน กองทุนนั้นจะมีความแตกต่างกับกองทุนอื่นๆ เช่น กองทุนปิโตรเลียม ค่าปรับ การสนับสนุนจากกองทุนอื่นๆ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะทาให้มีการลด หรือเพิ่มภาษีที่เรียก เก็บเป็น กองทุนค่าแทนคุณระบบนิเวศจะมีความสาคัญทางด้านการบริการของระบบนิเวศ นามาซึ่ง งบประมาณเพื่อการบริการจัดการระบบนิเวศในพื้นที่ (ค.) กฎระเบียบของสถาบัน สถาบันหรือหน่วยงานเป็นส่วนที่มีการสนับสนุนโครงการหรือดาเนินการค่าตอบแทนคุณ ระบบนิเวศ เพื่อให้การดาเนินการมีประสิทธิภาพ การจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานจาเป็นต้องมีการพิจารณา
  • 26.
    - 23 - ถึงบทบาทหน้าที่และความมีเอกภาพในการทางานการแยกหน่วยงานออกมาเพื่อให้มีหน้าที่ความรับผิดชอบ โดยตรง เข้าใจถึงค่าแทนคุณระบบนิเวศว่ามีการทางานกันอย่างไร สามารถตรวจสอบได้ องค์ประกอบของ สถาบันประกอบด้วย (1) การสนับสนุนและการพัฒนาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ เช่น การวิจัยทาง วิทยาศาสตร์ การวางแผนโครงการ (2) การจัดตั้งกองทุนค่าแทนคุณระบบนิเวศ มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับ การเก็บและการบริการด้านการเงิน (3) การจัดการข้อมูล การมีส่วนร่วมและการแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้ง เช่น การสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กร การเจรจากับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กิจกรรมการเจรจาอื่นๆ (4) การติดตาม และประเมินผลในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การทาสัญญา การจัดตั้งกองทุนสาธารณะ (5) ฝ่ายกฎหมายมีหน้าที่ รับผิดชอบเกี่ยวกับข้อบังคับ ระเบียบและสัญญาต่างๆ การที่ดาเนินการจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานที่แยกออกจากหน่วยงานอื่น ก็มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้มีฝ่ายรับผิดชอบและประสานงานด้วยกันภายในสถาบันหรือหน่วยงานทั้งแนวตั้งและแนวนอน สามารถดาเนินงานภายใต้ข้อกาหนด การตัดสินใจ ความขัดแย้ง และการรวบอานาจไว้ในสถาบันหรือทางาน ร่วมกัน ทาให้การพัฒนาและดาเนินงานของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล (ง.) กฎข้อบังคับในทางปฏิบัติ กรอบกฎหมายในการดาเนินงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะปรากฎถึงข้อบังคับที่ เน้นไปในเรื่องของการปฏิบัติและความยั่งยืน  การทาสัญญา ขึ้นอยู่กับข้อตกลงตามกฎหมาย จาเป็นที่จะต้องกาหนดให้มีการ ทาสัญญาดาเนินงานโครงการ เพื่อให้การดาเนินงานของแต่ละโครงการถูกต้องตามกฎหมาย การกาหนด หลักเกณฑ์ในการจัดการอย่างมีส่วนร่วมในแต่ละกลุ่มเป้ าหมาย ที่มีการบริการแตกต่างกันตามผลประโยชน์ ที่ได้รับ ข้อบังคับเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย หรือการเรียกเก็บเงินประเภทต่างๆ ของโครงการภายใต้กฎระเบียบให้ ดาเนินการที่เหมาะสม  สิทธิและความเป็ นเจ้าของ ความเป็ นเจ้าของหรือการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ เพื่อให้มีการบริการด้านการจัดตั้งและดาเนินการโครงการค่าแทนคุณ ระบบนิเวศมีความจาเป็นต้องพิจารณาถึงสิทธิและความเป็นเจ้าของ หรือผู้มีสิทธิครอบครองที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และการบริการ กฎข้อบังคับในการดาเนินงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ มีความจาเป็นในการอ้าง สิทธิความเป็นเจ้าของที่ดินที่จะเข้าร่วมโครงการ ถ้าหากว่าเป็นสิทธิดังกล่าวและยินดีเข้าร่วมโครงการจาต้อง มีการลงทะเบียน เพื่อให้การดาเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้องทั้งข้อมูลต่างๆ เพื่อที่จะทาให้มีการปรับปรุง โครงการให้ทันสมัยยิ่งขึ้น หากว่าในอนาคตการใช้ประโยชน์ในที่ดินหลังจากสัญญาสิ้นสุดลง จะทาให้ ระบบนิเวศยังคง
  • 27.
    - 24 - ให้บริการต่อไปหรือไม่อย่างไรก็ดีเกี่ยวกับสัญญาจะต้องดาเนินการให้ถูกต้องและยืดหยุ่นได้ตามความ ต้องการของท้องถิ่น  แผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน การใช้ประโยชน์ที่ดินมีความสาคัญในการอนุรักษ์ ระบบนิเวศและการให้บริการ จะต้องมีการเตรียมแผนที่มีเป้ าหมายอนุรักษ์ระบบนิเวศ การสารวจและการ กาหนดนโยบายการปฏิบัติโดยเฉพาะการพัฒนา เช่น การขยายของตัวเมืองควรจะได้หลีกเลี่ยงการดาเนินงาน เพื่อต้องการทาให้มีพื้นที่สีเขียวรอบๆ เมืองหรือหมู่บ้าน จะเป็นการกระทาเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว การอนุรักษ์ ทัศนียภาพ เป็นแหล่งอานวยความสะดวกในเรื่องน้าที่สะอาด และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จะต้องมีกลไกที่มี ประสิทธิภาพ เพื่อให้มีการบริการของระบบนิเวศในการดาเนินงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ จะต้องมี การทาแผนที่ การวิเคราะห์ระบบนิเวศการบริการของระบบนิเวศ เพื่อให้เป็นข้อมูลที่จาเป็นต้องใช้ในการ จัดการการพัฒนาและจะได้ปรับให้ทันสมัยอยู่เสมอ  การยินยอมและการบังคับใช้กฎหมาย โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศควรจะมี ความยืดหยุ่นและการบังคับใช้กฎหมายตามรายละเอียด กฎข้อบังคับในการกาหนดกิจกรรมต่างๆ ไม่เฉพาะ โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศที่เกิดขึ้นมาใหม่ ต้องพิจารณาถึงความคงอยู่ของแผนค่าแทนคุณระบบนิเวศ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการจะต้องมีความคุ้นเคยตามขั้นตอนของข้อมูลและกรอบของกฎหมาย ผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียและการสร้างความร่วมมือ การติดตามประเมินผลส่วนใหญ่จะเป็นไปตามข้อบังคับใน สัญญา ซึ่งจะมีผลประโยชน์ต่อสถาบันหรือหน่วยงานผู้รับผิดชอบกับการบังคับใช้กฎหมาย การลงทุนหรือ ต้นทุนในการจัดการกองทุนค่าแทนคุณระบบนิเวศที่มีประสิทธิภาพ การตัดสินใจดาเนินการและการมี อานาจดาเนินการในสถาบันตามกฎระเบียบ ซึ่งให้มีการดาเนินงานผ่านข้อมูลที่มีส่วนร่วมของสาธารณะชน และการตรวจสอบเป็นสาคัญ การบังคับใช้กฎหมายก็เพื่อป้ องกันการกระทาผิด การตั้งถิ่นฐานที่มีลักษณะ ขยายพื้นที่ออกไป การร้องเรียน หรือการประท้วงการดาเนินงานที่เป็นกลไกภายใต้สัญญา  การแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง กรอบกฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศ จะมี บทบาทที่ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอันจะเกิดจากการบริหาร การพัฒนา และการบริการกองทุน สิ่ง เหล่านี้อาจจะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นได้ กรอบการแก้ไขจะต้องกาหนดไว้ในสัญญาค่าแทนคุณระบบนิเวศ มี หนังสือหรือคู่มือที่ให้คาแนะนาในการทางาน กรอบของกฎหมาย ข้อบังคับ และให้มีความยืดหยุ่นได้ มี ข้อตกลงสาหรับคณะกรรมการค่าแทนคุณระบบนิเวศในระดับท้องถิ่น กรอบของโครงสร้างกฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ข้อบังคับของกฎหมาย วัตถุประสงค์ 1. สถาบันหรือหน่วยงาน 1. ยอมรับความต้องการด้านความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม 2. คุณค่าของการบริการของระบบนิเวศเพื่อการอยู่ดีกินดี
  • 28.
    - 25 - ข้อบังคับกฎหมายวัตถุประสงค์ 2. กฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณ ระบบนิเวศ 1. กาหนดให้เป็นกฎหมายที่ดาเนินการได้ในระดับชาติ 2. ต้องยอมรับนโยบายค่าแทนคุณระบบนิเวศ เป็นเครื่องมือที่เกี่ยวกับ การบริการและการจัดการระบบนิเวศ 3. เข้าใจถึงหลักการของการบริการของระบบนิเวศ 4. เป็นหลักการที่ดีมีประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน 5. กาหนดให้มีการพิจารณากฎเกณฑ์แก้ไขความขัดแย้ง 6. ส่งเสริมให้มีส่วนร่วมจากผู้ได้รับการบริการจากสิ่งแวดล้อม 7. กาหนดให้มีการสารวจ การบริการของระบบนิเวศ 3. ฝ่ายกฎหมาย 1. วิเคราะห์และปรับโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศให้เข้ากับระบบ เศรษฐกิจ 2. กาหนดให้มีการจัดตั้งกองทุนโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ 3. จัดตั้งกรอบของสถาบัน หรือหน่วยงาน 4. การติดตามผล และการบังคับใช้กฎหมาย 5. การกระจายอานาจสู่ท้องถิ่น 6. เพิ่มเติมในสิ่งที่ต้องการในกระบวนการของค่าแทนคุณระบบนิเวศ 4. กฎระเบียบข้อปฏิบัติ 1. กาหนดรายละเอียดของกฎข้อบังคับ ระเบียบ และวิธีการปฏิบัติ 5. กฎระเบียบที่ไม่เกี่ยวข้อง โดยตรง 1. เพื่อให้แน่ใจว่าค่าแทนคุณระบบนิเวศมีความเข้มแข็ง 2. หลีกเลี่ยงการดาเนินงานที่ออกนอกลู่นอกทาง 3. กาหนดให้มีการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน ในกิจกรรมที่ เกี่ยวข้องกับการบริการของระบบนิเวศ หลักการที่สาคัญ คือ องค์ประกอบในการจัดตั้งโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ จาต้องใช้ กฎหมายเป็นเครื่องมือในการทางานทุกระดับ บทบาทตามกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายภายใต้ขอบเขต องค์ประกอบ หลักการการใช้ประโยชน์ หรือคาศัพท์ตามกฎหมาย รวมถึงการบริหารกองทุน การจัดการ งบประมาณ สถาบันหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบและมีการปฏิบัติที่เคร่งครัด
  • 29.
    - 26 - บทที่4 สิทธิในการครอบครองที่ดิน (Property Rights) ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า การดาเนินงานหรือการปฏิบัติการของโครงการค่าแทนคุณระบบ นิเวศ จะมีความเกี่ยวข้องกับสิทธิในการครอบครองทรัพย์สินที่ดิน 4.1 ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิในการครอบครองที่ดิน สิทธิในการครอบครองที่ดินเป็นเรื่องของกฎหมายที่ดิน ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับการ ครอบครองที่ดินที่เป็นส่วนของบุคคลหรือกลุ่มคน พื้นที่ดังกล่าวมีทรัพยากรธรรมชาติที่อานวยการบริการ ของระบบนิเวศ ในทางทฤษฎีแล้วสิทธิในการครอบครองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ความเป็นเจ้าของที่ดินก็ มีหลายรูปแบบ เป็นมรดกตกทอดตามประเพณีวัฒนธรรม การเป็นเจ้าของเพื่อใช้เป็นที่ตั้งของบ้านเรือนที่ อาศัยหรือแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท 1. สิทธิในการครอบครองที่ดินและมีการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ 2. สิทธิในการควบคุมเพื่อการใช้ทรัพยากร 3. การเปลี่ยนแปลงสิทธิการครอบครอง หรือการซื้อขายภายใต้สัญญาซื้อขาย การ ครอบครองที่เป็นมรดก มีสิทธิในการควบคุมและการใช้ที่ดิน สิทธิในการครอบครองที่ดินสามารถแบ่งแยกออกได้ว่าเป็นเจ้าของ หรือยินยอมให้ผู้อื่นมี สิทธิในที่ดินของตนเอง มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินรวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติและการบริการของระบบ นิเวศ การเปลี่ยนแปลงการครอบครองที่ดินจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง โดยการขายหรือมรดกตก ทอดก็จะมีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ บางพื้นที่เมื่อมีการเปลี่ยนมือแล้ว อาจจะไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย หรือให้ผู้อื่นเข้ามาทาประโยชน์โดยมีการทาสัญญา ฉะนั้นในทางกฎหมายสิทธิการครอบครองที่ดิน หมายถึง 1. พื้นที่ดินของรัฐ ครอบครองดูแลโดยรัฐ จะมีกฎหมายของรัฐควบคุมดูแลการใช้ ประโยชน์ 2. สิทธิการครอบครองของภาคเอกชน โดยการอนุญาตของกฎหมาย 3. สิทธิการครอบครองของสมาชิกของกลุ่มคน 4. พื้นที่ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิครอบครอง หลักการที่สาคัญ คือ สิทธิในการครอบครองที่ดิน หรือเจ้าของที่ดินมีสิทธิในการใช้ ประโยชน์ หรือหลายภาคส่วนเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกันและสามารถถ่ายโอนเปลี่ยนแปลงได้
  • 30.
    - 27 - 4.2ความสาคัญของสิทธิในการครอบครองที่ดินเพื่อโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ สิทธิในการครอบครองที่ดินเป็นส่วนประกอบที่สาคัญอย่างหนึ่งของโครงการค่าแทนคุณ ระบบนิเวศ 1. การทาสัญญาระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้องกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ เรื่องของการบริการ ของระบบนิเวศ เช่น การบริโภคน้าที่สะอาด ผู้ใช้น้าที่อยู่ในพื้นที่ปลายน้าเข้ามาทาสัญญาเป็นผู้เสียเงินให้แก่ ผู้ดูแลระบบนิเวศ มักจะมีคาถามเกิดขึ้นมาว่าใครจะเป็นผู้ขายบริการระบบนิเวศ คาตอบที่ได้ คือ เป็นผู้มีสิทธิ ในการครอบครองที่ดิน หรือเจ้าของที่ดิน หรือผู้ใช้ประโยชน์ในที่ดิน ธรรมชาติของแหล่งน้าจะขึ้นอยู่กับการใช้และการจัดการพื้นที่ดิน บุคคลที่ทาสัญญา เกี่ยวกับโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะต้องมีการจัดการที่ดินให้เป็นที่พอใจของผู้ซื้อบริการระบบนิเวศ ซึ่งในกรณีนี้ผู้ซื้อบริการของระบบนิเวศก็มีความเสี่ยงจากการใช้ประโยชน์ในที่ดินของผู้เป็นเจ้าของที่ดิน เพราะเป็นการซื้อขายโดยตรง 2. สัญญาค่าแทนคุณระบบนิเวศของกลุ่มคณะบุคคล เป็นการทาสัญญาซื้อขายบริการระบบ นิเวศระหว่างกลุ่มบุคคล หากว่ามีปัญหาสิทธิในการครอบครองที่ดินก็อาจจะเกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นมาได้ 3. แผนการใช้ค่าแทนคุณระบบนิเวศอย่างยั่งยืน สามารถที่จะพัฒนาให้มีความยั่งยืนในพื้นที่ เป้าหมายได้พื้นที่ที่มีการอนุรักษ์ การตรวจสอบสิทธิครอบครองที่เป็นปัญหาการบุกรุกที่ดินจากผู้อื่น จะต้อง มีการป้องกันดูแลรักษามิให้มีการบุกรุกทาลายเกิดขึ้น ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าการนากฎหมายที่เป็นข้อห้ามเข้า มาดาเนินการ จะทาให้พื้นที่ดินไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือมีการยกเลิกสัญญาโครงการและการบริการของ ระบบนิเวศจะยั่งยืนได้ หลักการที่สาคัญ คือ การสร้างความยั่งยืนของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ จะต้องมี ความเข้าใจในสิทธิการครอบครองที่ดิน ควรจะมีการรวมกลุ่มทาสัญญาในโครงการ 4.3 ความท้าทายระหว่างโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศกับสิทธิในการครอบครองที่ดิน สิทธิในการครอบครองที่ดินมีบทบาทในการพัฒนาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ จาต้อง วิเคราะห์พิจารณาในเรื่องเกี่ยวกับการวางแผน การพัฒนา และแนวทางการปฏิบัติ 1. ความขัดแย้งระหว่างอานาจหน้าที่ตามกฎหมายกับการจ่ายค่าธรรมเนียมจากสิทธิในการ ครอบครองที่ดิน อานาจหน้าที่ตามกฎหมายกับกฎระเบียบหรือกฎหมายเกี่ยวกับการเก็บค่าธรรมเนียมมีความ แตกต่างกันอย่างไร กฎหมายที่กาหนดขึ้นมาสามารถใช้บังคับทั่วประเทศที่ขึ้นอยู่กับรัฐบาล และโครงสร้าง ของสถาบันหรือหน่วยงานทุกระดับ จากระดับชาติจนถึงระดับท้องถิ่น อานาจหน้าที่อาจจะมากน้อยแตกต่าง กันตาม สภาพแวดล้อม กฎหมายว่าด้วยการเก็บค่าธรรมเนียมที่ได้กาหนดมาแล้ว และมีการพัฒนากันตลอดเวลา สืบ ทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น อานาจหน้าที่ตามกฎหมายเป็นอานาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ฉะนั้น กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งสองประเภทสามารถที่จะนาไปใช้ในการพิจารณาถึงสิทธิการ ครองครองที่ดิน ประเทศโบลิเวีย มีกฎหมายชลประทานละกฎหมายท้องถิ่น เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ
  • 31.
    - 28 - เรื่องน้าประเทศบราซิล มีกฎหมายเกี่ยวข้องกับชนพื้นเมืองดั้งเดิมและชุมชนท้องถิ่นอาศัยอยู่ในพื้นที่ โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ชนพื้นเมืองดั้งเดิมจะไม่มีพื้นที่ดินเป็นของตนเอง แต่มีสิทธิในการ ครอบครองที่ดินและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในที่ดินของตนเอง แต่แผนโครงการค่าแทน คุณระบบนิเวศต้องการให้มีเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้อง แต่รัฐบาลก็อนุญาตให้มีสิทธิในการใช้ตามสิทธิโดยไม่มี ปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้น หรือเกิดปัญหาข้อขัดแย้งในพื้นที่ได้ 2. ความไม่ชัดเจนของข้อบังคับในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดาเนินงานโครงการค่าแทน คุณระบบนิเวศ เพื่อการบริการของระบบนิเวศ จะต้องมีการวิเคราะห์สิทธิในการครอบครองที่ดินให้ละเอียด การจาแนกรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิระหว่างเจ้าของที่ดิน หรือสิทธิในการใช้ประโยชน์ระบบนิเวศจะต้องมี กระบวนการทางาน 3. ความไม่ชัดเจนของสิทธิในการครอบครองที่ดิน อานาจหน้าที่ตามกฎหมายในการรักษา สิทธิตามหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นและทรัพยากรธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ของแต่ละประเทศ เช่น การ กาหนดให้มีการลงทะเบียนเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ หรือมีสิทธิในความรับผิดชอบ การให้ความปลอดภัย แก่พื้นที่ดิน การกาหนดให้มีการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ปัญหาสิทธิการครอบครองที่ดินได้มีการ พิจารณาถึงกรณีที่พื้นที่มีแนวเขตไม่ชัดเจน ขอบเขตรอบพื้นที่ มักจะมีปัญหา เนื่องมาจากการขาดทาแผนที่ สัญญาการซื้อขายที่ดิน การต่อสู้แก่งแย่งเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของที่ดิน หรือการยึดถือครอบครองที่ดินเกิน ความเป็นจริง หลักการที่สาคัญ คือ ความขัดแย้งระหว่างอานาจหน้าที่ตามกฎหมายและค่าธรรมเนียม ความไม่ชัดเจนของกฎหมายหรือข้อบังคับในสิทธิการครอบครองที่ดิน ความไม่ชัดแจ้งในสิทธิครอบครอง พื้นที่ดินไม่ตรงกับความจริงที่ทาขึ้นเป็นการท้าทายของการดาเนินงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ 4.4. การแก้ไขปัญหาสิทธิการครอบครองที่ดินในโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ การพัฒนาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ จาต้องมีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ มีการดาเนินงานที่ปราศจากภัยคุกคามจากกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เช่น  กรณีที่บุคคลไม่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดิน แต่มีการใช้สิทธิ์ บุคคลที่ไม่มีที่ทากินไม่ สามารถจะเข้าร่วมกระบวนการค่าแทนคุณระบบนิเวศได้ จนกว่าจะกลายเป็นเจ้าของที่ดินตัวจริงๆ การใช้ ทรัพยากรธรรมชาติ หรือการบริการของระบบนิเวศจาเป็นต้องกาหนดไว้ จึงจะสามารถเข้าร่วมใช้สิทธิ์ได้  การลงทะเบียน การลงทะเบียนเป็นการเก็บข้อมูลรายละเอียดต่างๆ เพื่อกาหนดให้ การมีส่วนร่วมไว้พิจารณาในเรื่องการเปลี่ยนแปลงและเข้มงวดในการใช้สิทธิ์ เป็นเครื่องมือที่จาเป็นในการ พิจารณาว่ามีสิทธิหรือไม่ โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจึงได้ดาเนินการพัฒนาและปฏิบัติการในระดับชาติ หรือระดับท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ บางครั้งการลงทะเบียนจะเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กฎหมายกาหนด จะต้องพิจารณาระยะเวลาและค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกัน  การยอมรับเรื่องสิทธิในการครอบครองที่ดิน กรณีที่เจ้าของที่ดินมีการครอบครอง เพียงเล็กน้อย กฎหมายอาจจะไม่ควบคุมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ กรณีที่ชุมชนต้องการการมีส่วนร่วมใน
  • 32.
    - 29 - โครงการถ้าการถือครองที่ดินได้มีการยอมรับอย่างถูกต้องจากชุมชนท้องถิ่นและเพื่อนบ้าน จะทาให้ชุมชน ท้องถิ่นมีความเชื่อถือซึ่งกันและกัน  การเลือกกิจกรรมที่กาหนดให้อยู่ในโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ กรณีที่ดินไม่มี ความชัดเจนของสิทธิ การเลือกกิจกรรมจะปรากฎอยู่ในเกณฑ์ของสัญญา กิจกรรมในที่ดินที่มีสิทธิในการ เป็นเจ้าของต้องมีการปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกัน  การหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงสิทธิในการครอบครองที่ดินที่ทาให้เกิดปัญหา ถ้า หากว่าโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศในระยะยาว จะต้องมีหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหา  การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โครงการค่าแทนคุณของระบบนิเวศส่วนใหญ่จะเป็น โครงการระยะยาว จะมีการทาสัญญาเพื่อให้มีการอนุรักษ์ที่ถือกันว่ามีความสาคัญในเรื่องระบบนิเวศ  การห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินหรือมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากได้ทาสัญญาโครงการค่า แทนคุณระบบนิเวศแล้ว จะต้องใช้กฎระเบียบตามกฎหมายที่นามาใช้บังคับ เจ้าของที่ดินจะต้องดาเนินการ ปรับปรุง หรือดูแลรักษาโดยใช้เงินงบประมาณตามสัญญา ส่วนใหญ่แล้วจะเกี่ยวข้องกับหน่วยงาน หรือ รัฐบาลเป็นผู้ดาเนินการ หลักการที่สาคัญ คือ ความยืดหยุ่นของสิทธิในการครอบครองที่ดินที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ค่าแทนคุณระบบนิเวศ จะต้องกาหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนในการมีส่วนร่วม เพื่อที่จะทาให้โครงการค่าแทน คุณระบบนิเวศประสบผลสาเร็จและยั่งยืนตลอดไป
  • 33.
    - 30 - บทที่5 สถาบันหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ (Enabling Institutions) วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานรับผิดชอบ ก็เพื่อให้ดาเนินการด้านค่า แทนคุณระบบนิเวศประสบผลสาเร็จตามนโยบายและเป้ าหมาย มีกฎหมายที่ใช้เป็นกรอบการปฏิบัติงาน ดังนั้นเพื่อให้การปฏิบัติโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จึงมีความ จาเป็นต้องกาหนดให้มีกรอบการทางานของสถาบันหรือหน่วยงาน ในบทนี้จะกล่าวถึงความสาคัญของ กฎหมายและนโยบายสาหรับการจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงาน ให้มีความรับผิดชอบด้านโครงการค่าแทนคุณ ระบบนิเวศ เพื่อให้การดาเนินงานมีความเป็นไปได้และมีความมั่นคง 5.1 ความสาคัญของกฎหมายและนโยบาย กฎหมายและนโยบายเป็นตัวกาหนดให้มีการจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานในระดับต่างๆ จะ เกี่ยวข้องกับบุคลากรที่ปฏิบัติงาน อานาจหน้าที่และความรับผิดชอบต่อสถาบัน และการสร้างความร่วมมือ ภายในองค์กร สาธารณชน และสร้างความเข้าใจในการทางานร่วมกัน สถาบันหรือหน่วยงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ มีความสัมพันธ์กับกฎหมายและ นโยบายอย่างไร การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เข้าร่วมโครงการ การวิเคราะห์องค์ประกอบ อานาจหน้าที่ในการพัฒนาและการจัดการ การบังคับใช้กฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบในการจัดตั้งโครงการและดาเนินการ การบังคับใช้กฎหมายข้อบังคับและระเบียบในการจัดตั้งและบริหารสถาบันหรือ หน่วยงาน การจัดทาแนวทางการบริหารจัดการโครงการ กฎหมายที่ไม่สามารถนาไปปฏิบัติได้จะเป็นสาเหตุทาให้กรอบการทางานของสถาบันหรือ หน่วยงานไม่เป็นไปตามเป้ าหมาย มีความขัดแย้งกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การไม่มีอานาจหน้าที่ หรือไม่มีความชัดเจนในกฎหมาย จะเกิดการขัดแย้งกันเองภายในองค์กร ทาให้การทางานของสถาบันหรือ หน่วยงานไม่มีประสิทธิภาพในด้านต่างๆ เช่น การวางระบบ กระบวนการบริหาร แนวทางการทางาน สิทธิ ในการครอบครองที่ดินของผู้ที่เกี่ยวข้อง การจัดการ วิธีการบริหารงบประมาณ ผู้แทนหรือผู้รับรองคุณภาพ ความผิดพลาด และการแก้ไขที่กระทาไม่ได้การยินยอม การติดตาม การโต้แย้ง การเจรจาแก้ไขปัญหา ความ ร่วมมือที่เป็นอานาจหน้าที่ของสถาบันหรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้น หลักการที่สาคัญ คือ กฎหมายและนโยบายเป็นเครื่องมือที่ใช้บังคับให้มีการจัดตั้ง และ โครงสร้างของสถาบันหรือหน่วยงาน ที่สนับสนุนการดาเนินงานของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่ของสถาบันหรือหน่วยงานของรัฐ
  • 34.
    - 31 - 5.2ประเภทของสถาบันหรือหน่วยงานและบทบาทหน้าที่ กรอบของสถาบันหรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นมีหลายรูปแบบ จะประกอบด้วยโครงสร้างและ การบริหารในหลายระดับ คือ ระดับนานาชาติ ระดับชาติ ระดับภูมิภาคหรือระดับท้องถิ่น บางโครงสร้างของ สถาบันหรือหน่วยงานมีการสนับสนุนการทางานขององค์กรภาคเอกชน องค์ประกอบที่สาคัญของสถาบัน หรือหน่วยงานประกอบด้วย งานสนับสนุนการพัฒนาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ เช่น การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การวางแผนโครงการ การจัดหาแหล่งทุน เช่น การรวบรวม และการจัดการทรัพยากรด้านงบประมาณ การจัดการข้อมูลข่าวสาร การมีส่วนร่วม การแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้ง การสร้าง ความสามารถ การเจรจาต่อรอง กิจกรรมการเจรจาต่างๆ การติดตามผล เช่น การทาสัญญา การจัดการกองทุน การแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้ง การบังคับใช้กฎหมาย กฎข้อบังคับ และสัญญา อย่างไรก็ตามโครงสร้างของสถาบันหรือหน่วยงานจะมีไม่แน่นอนและสมบูรณ์แบบเสมอ ไป ประสิทธิภาพของการทางานที่จะให้เกิดผลจริงๆ สถาบันหรือหน่วยงานจะต้องอยู่ในระดับชาติหรือ ระดับท้องถิ่น และอยู่ภายใต้โครงสร้างการบริหารของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาคและ เกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆ เช่น การเมือง ศาสนา สถานที่ตั้งตามภูมิประเทศ และสภาพภูมิอากาศ หลักการที่สาคัญ คือ การจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ ควรจะได้ปรับให้เป็น การดาเนินงานในระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะการกาหนดให้เป็นโครงสร้างการบริหารงานของ ภาครัฐ 5.2.1 สถาบันหรือหน่วยงานภาครัฐ การดาเนินการจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานภาครัฐ การควบคุมการบริหารอยู่ภายใต้ กฎหมาย การปฏิบัติงานพนักงานเจ้าหน้าที่ และมีบทบาทหน้าที่เกี่ยวข้องกับโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ คือ ระดับท้องถิ่น คือ การจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานในระดับท้องถิ่นเพื่อให้มีการบริหาร จัดการ ในพื้นที่ภายใต้สภาพแวดล้อมธรรมชาติ อันที่จะอานวยการบริการของระบบนิเวศท้องถิ่น จะพิจารณาถึง -การวิเคราะห์ข้อมูล มีผู้รับผิดชอบระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะผู้ที่มีสิทธิในการครอบครอง ที่ดิน -กิจกรรมของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ เป็นการกระจายอานาจสู่ท้องถิ่น จะเกี่ยวข้อง กับผู้ซื้อ ผู้ขาย หรือคนกลางผู้ดาเนินงานในท้องถิ่น -การปฏิบัติและพัฒนาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ภายใต้กรอบกฎหมายและนโยบาย
  • 35.
    - 32 - การดาเนินงานในระดับท้องถิ่นประชาชนสามารถทางานร่วมกับโครงการได้รวดเร็ว มี การลงทุนในระดับชุมชนที่มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในท้องถิ่น มีระบบการซื้อขาย การลงทะเบียน การติดตามผลก็อยู่ในระดับท้องถิ่นหรือภายในจังหวัดที่สามารถดาเนินการได้ ระดับภูมิภาค มีการจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาให้มีบทบาทหน้าที่ของโครงการค่าแทน คุณระบบนิเวศที่มีความสาคัญและจาเป็น จะต้องมีความเข้าใจในงานที่ได้รับมอบหมายให้ดาเนินงาน โครงการใน ระดับภูมิภาคอาจจะมีความซ้าซ้อนกับระดับท้องถิ่น ทาให้เกิดการแตกแยกและขาดการ ประสานงานเกิดขึ้นได้ แนวทางการดาเนินงานโดยให้ -นาหลักการจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานของภาครัฐ -จัดตั้งอนุคณะกรรมการให้มีหน้าที่รับผิดชอบงานเฉพาะเรื่อง -การพัฒนานโยบายในรูปแบบของเทศบาลหรือจังหวัดในระดับเดียวกัน อย่างไรก็ดีสถาบันหรือหน่วยงานระดับภูมิภาค ก็มีความสาคัญในการขับเคลื่อนโครงการ ค่าแทนคุณระบบนิเวศ ในการวางแผนยุทธศาสตร์ที่สามารถกระทาได้ในเรื่องดังต่อไปนี้ -การจัดทาแผนที่และสารวจการบริการของระบบนิเวศ -การจัดทาแผนการจัดการโครงการ -การกาหนดค่าธรรมเนียมหรือราคาการบริการ -การพิจารณาเรื่องการลงทุน -การนาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศระดับภูมิภาคมาใช้ในระดับชาติ ระดับชาติ การกระจายอานาจการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมสู่ท้องถิ่น การดาเนิน โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศเป็นการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น เพื่อให้การดาเนินงาน ขับเคลื่อนไปสู่ผลสาเร็จ การกาหนดผู้ที่มีบทบาทในกรอบสถาบันหรือหน่วยงาน - -แนวทางในการดาเนินงาน การพัฒนา วิธีการ หรือการติดตามประเมินผลการบริการของ ระบบนิเวศ -สนับสนุนการดาเนินงานของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ -สนับสนุนงบประมาณและการจัดการงบประมาณเพื่อการบริการของระบบนิเวศ -ร่วมมือประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในแผนโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ตามนโยบายของรัฐ สถาบันหรือหน่วยงานรับผิดชอบโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ควรกาหนดให้อยู่ใน กระทรวงใดกระทรวงหนึ่งที่เกี่ยวข้อง ความรับผิดชอบด้านการบริการของระบบนิเวศจะมีหน่วยงาน สามารถที่จะประสานงานระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ การตัดสินใจด้านการบริหารโครงการค่าแทนคุณ ระบบนิเวศจากส่วนกลางถึงท้องถิ่นเพื่อแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น กรอบการทางานของหน่วยงาน
  • 36.
    - 33 - ทุกระดับจะต้องมีความชัดเจนหรืออาจจะมีการแก้ไขปัญหางานที่ซ้าซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง กระบวนการลดข้อ ขัดแย้งจะต้องมีการแก้ไข จาเป็นต้องจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานให้มีหน้าที่รับผิดชอบและปฏิบัติได้ หลักการที่สาคัญ คือ สถาบันหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศทุก ระดับจะต้องมีโครงสร้างที่ชัดเจน สถาบันหรือหน่วยงานท้องถิ่นจะเข้าถึงแก่นแท้ของโครงการในระดับ ท้องถิ่นหรือระดับภูมิภาคได้ดีและรวดเร็วกว่าสถาบันหรือหน่วยงานระดับชาติที่เป็นผู้กาหนดกฎหมายและ นโยบาย 5.2.2 สถาบันหรือหน่วยงานภาคเอกชน ในหลายๆ กรณีการบริหารเงินทุนหรือดาเนินการโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศที่ไม่เป็น ของรัฐบาลและมีกฎหมายรองรับ ก็มีกลุ่มบุคคลใช้กฎระเบียบของภาคเอกชนเข้าร่วมดาเนินการ ในหลายๆ ประเทศมีการดาเนินโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศโดยภาคเอกชน ซึ่งเป็นสถาบันหรือหน่วยงาน ภาคเอกชนที่มีการพัฒนาและปฏิบัติตามแผนโดยภาคเอกชนเอง องค์กรพัฒนาภาคเอกชน (NGOs) ได้มีการวิเคราะห์และพิจารณากันในหลายๆกรณีถึง บทบาทหน้าที่ในการจัดตั้งและปฏิบัติการโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศตามศักยภาพที่เกี่ยวข้อง เช่น -การประชาสัมพันธ์ด้านคุณค่าของการบริการของระบบนิเวศ -การวิเคราะห์ความต้องการ การอนุรักษ์ การพัฒนา และการบริการของระบบนิเวศ -การวิเคราะห์เพื่อการจัดทาแผนโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ -การสนับสนุนความรู้ทางวิชาการ กฎหมาย วิทยาศาสตร์และสังคม -ร่วมกับผู้ซื้อขายการบริการระบบนิเวศ (เช่น การจ่ายเงินให้แก่ผู้ดูแลรักษาต้นน้า ผู้ขาย หรือผู้ดูแลระบบนิเวศต้นน้า การช่วยเหลือและสนับสนุนการบริหารโครงการ) นอกจากนี้สถาบันหรือหน่วยงานภาคเอกชนมีการจัดตั้งหน่วยประสานงานกับโครงสร้าง ของสถาบันหรือหน่วยงานภาครัฐ เป็นการทางานที่มีความยืดหยุ่นได้ 5.2.3 ภาคประชาสังคมอื่นๆ เช่น โครงการที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ การมีส่วนร่วมและเป็นที่ ยอมรับของภาคเอกชนหรือภาครัฐ เช่น สหกรณ์การใช้น้าของชนพื้นเมืองดั้งเดิมหรือชุมชนท้องถิ่น ตัวอย่าง รายงานจากประเทศโบลิเวีย สหกรณ์การใช้น้ามีบทบาทในการจัดตั้งและการจัดการกองทุนร่วมกับภาครัฐ หรือภาคเอกชนในการอนุรักษ์แหล่งต้นน้า มีการจัดการระบบนิเวศให้มีการบริการที่ถูกต้องและใช้ได้อย่าง ยั่งยืน หลักการที่สาคัญ คือ สถาบันหรือหน่วยงานภาคเอกชนสามารถดาเนินการได้ผลดี ควรจะ ได้มีการประสานงานกับสถาบันหรือหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งสถาบันหรือหน่วยงานดังกล่าวมีความสามารถใน การบริหารงานได้ดีมีประสิทธิภาพ
  • 37.
    - 34 - 5.3ความท้าทายของการสร้างกรอบสถาบันหรือหน่วยงาน ขณะที่โครงสร้างสถาบันหรือหน่วยงานได้จัดตั้งขึ้น จะมีแผนและนโยบายที่จะต้อง ดาเนินการ และมีงานที่ท้าทายหลายประการ เช่น 5.3.1 งบประมาณ การจัดการงบประมาณในแต่ละพื้นที่ค่อนข้างจะมีน้อย ขณะเดียวกันความสาเร็จของ โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะขึ้นอยู่กับงบประมาณของกองทุนที่หามาได้ การพัฒนาขีดความสามารถ จะทาให้กระบวนการค่าใช้จ่ายของการบริการของระบบนิเวศมีความเป็นไปได้สูง การบังคับใช้กฎหมาย การ ติดตามผล และการแก้ไขสัญญาหลังจากที่โครงการประสบผลสาเร็จหรือยุติแล้ว -กรอบของสถาบันหรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ ต้องกาหนดและ ดาเนินการกับวิธีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ -การเพิ่มจานวนเงินกองทุน โดยกาหนดให้สถาบันหรือหน่วยงานระดับชาติเป็ น ผู้ดาเนินการ -หัวหน้าหน่วยงานสามารถพิจารณาตัดสินใจลดค่าใช้จ่ายในพื้นที่คุ้มครองได้ -สนับสนุนเงินทุนสาหรับโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ที่ไม่มีงบประมาณประจาปีที่ เพียงพอ -ต้องแน่ใจว่าการดาเนินงานของสถาบัน ทางานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการ พิจารณาเงินเดือนของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจา หลักการที่สาคัญ คือ กรอบการทางานของสถาบันหรือหน่วยงานเกี่ยวกับโครงการค่าแทน คุณระบบนิเวศจาต้องมีการบริหารจัดการระบบการเงิน การเพิ่มเงินกองทุน โดยการหารายได้เข้ากองทุนและ นาเงินจากกองทุนไปใช้ในการบริการของระบบนิเวศอย่างโปร่งใส 5.3.2 การรวมอานาจไว้ที่ส่วนกลางหรือการกระจายอานาจสู่ท้องถิ่น การรวมอานาจของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศไว้ที่ส่วนกลางกับการกระจายอานาจ ไปสู่ท้องถิ่น เป็นเรื่องที่มีความอ่อนไหวต่อการบริการของระบบนิเวศ ต้องจดจาไว้ว่าเราต้องการแนวคิดใน ระดับชาติต้องเป็นหนึ่งเดียว การพัฒนาการทางเศรษฐกิจ การป้ องกันสิ่งแวดล้อม จาต้องมีหน่วยงานรองรับ การทางานของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศในทุกๆระดับ ทั้งทางด้านการพัฒนาและการบริหาร ภายในประเทศ ฉะนั้นสถาบันหรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นในส่วนกลาง จะเป็นภาพรวมในการบริหารงานของ รัฐบาลในทุกระดับ โดยเฉพาะมีการกระจายการทางานจากระดับชาติไปสู่ส่วนท้องถิ่นจนถึงผู้ใช้ประโยชน์ ความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆจะกระทาได้สะดวก เช่น การชลประทาน การกาจัดของเสีย สุขภาพชุมชน การใช้ประโยชน์ที่ดิน การวางแผน การเหมืองแร่ พลังงานไฟฟ้าหรือพลังน้า การป่าไม้และสิ่งแวดล้อม เป็น ต้น ในทางปฏิบัติโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะมีการบริการอยู่ทั้งในแนวตั้ง (หน่วยงาน เดียวกันจากระดับชาติสู่ระดับท้องถิ่น) และแนวราบ (การประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ) จะมีการสร้าง
  • 38.
    - 35 - ความเข้มแข็งในระบบการทางานการสร้างกรอบการทางานที่มีการกระจายอานาจไปสู่ระดับจังหวัดหรือ ระดับท้องถิ่น จะทาให้มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพของระบบนิเวศ ในทางปฏิบัติระดับของการทางาน ทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น มีปัจจัยแตกต่างกันหลายประการไม่เฉพาะแต่นโยบายทางการเมือง แต่จะ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวข้อง ตารางแสดงการเปรียบเทียบระหว่างการรวมอานาจไว้ที่ส่วนกลางกับการกระจายอานาจไปสู่ภูมิภาคหรือ ท้องถิ่น ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค 1. กาหนดและสนับสนุนโครงการค่าแทนคุณระบบ นิเวศไว้เป็นระดับชาติ -แต่ละภาคีมีหน้าที่รับผิดชอบในระดับภูมิภาคและ สามารถแก้ไขปัญหาในระดับท้องถิ่นได้ 2. สามารถปรับกระบวนการทางานและกิจกรรมของ โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศได้ดี -ต้องปรับเกณฑ์มาตรฐาน ข้อกาหนดให้เข้ากับสภาพ ท้องถิ่น 3. มีความสามารถในการติดต่อประสานงานกับพื้นที่ ระดับภูมิภาค หรือระดับนานาชาติได้ดี -มีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 4. มีการวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างส่วนภูมิภาค และหน่วยงานอื่น -ประสิทธิภาพของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจในระดับท้องถิ่น 5. มีการจัดสรรงบประมาณและกาลังคนในพื้นที่ที่มี มาตรฐาน -มีความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการปรับปรุง โครงการ หลักการที่สาคัญ คือ การบริหารจัดการตามกรอบการทางานของโครงการค่าแทนคุณระบบ นิเวศ จาต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบว่าจะจัดตั้งเป็นสถาบันหรือหน่วยงานให้มีการทางานใน ระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น 5.3.3 ความร่วมมือ สถาบันหรือหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นจะมีการร่วมมือกันระหว่างสถาบันหรือหน่วยงานต่างๆ จะต้องเป็นหน่วยงานหลัก หากว่ากรอบของสถาบันหรือหน่วยงานที่มีการแยกกัน จะขาดความร่วมมือหรือ แยกจากกันเป็นส่วนๆ หลายกรมกองหรือหลายกระทรวง ก็จะต้องมีการประสานงานร่วมมือกัน ร่วมกัน แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น มิฉะนั้นแล้วก็จะก่อให้เกิดความผิดพลาดในการบริการของระบบนิเวศ เช่น พื้นที่ป่าไม้ ลดลง แหล่งต้นน้าลาธารถูกทาลาย ความร่วมมือจึงต้องมีสายงานรับผิดชอบ เช่น ระหว่างสถาบันหรือ หน่วยงานรัฐ ส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคหรือหลายๆ หน่วยงาน หรือหน่วยงานในระดับที่ต่างกัน หรือการ ประสานงานภายในสถาบันหรือหน่วยงานเดียวกัน ถึงแม้ว่าสถาบันหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ในกรมหรือกระทรวงเดียวกัน ก็จาต้องสร้าง ความร่วมมือกันในทุกๆ ระดับของหน่วยงานต่างๆ เช่น หน่วยงานอนุรักษ์ต้นน้า หรือหน่วยงานอุทยาน
  • 39.
    - 36 - แห่งชาติหรือหน่วยงานอนุรักษ์สัตว์ป่าหรือหน่วยงานควบคุมมลพิษ การศึกษาวิจัยโดยหน่วยงานของ มหาวิทยาลัย การท่องเที่ยว ตลอดจนพนักงานเจ้าหน้าที่ตารวจที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ตัวอย่างรูปแบบความร่วมมือระหว่างสถาบันหรือหน่วยงานที่มีความแตกต่างกันในความ รับผิดชอบ บทบาทและหน้าที่เพื่อให้มีการประสานงานกันได้ในทุกระดับและการสร้างความเข้าใจในทาง เดียวกัน หลักการที่สาคัญคือแผนการดาเนินตามโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศต้องมีการร่วมมือกัน ในหลายๆหน่วยงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนภายใต้สานักงานหรือหน่วยงานย่อยทุกระดับจาต้องพัฒนา วิสัยทัศน์ให้ตรงกันมีการวิเคราะห์ความรับผิดชอบของสถาบันหน่วยงาน มีการแก้ไขปัญหาอุปสรรค และหา ช่องทางการสื่อสารให้ตรงกัน ภาครัฐ ฝ่าย สิ่งแวดล้อม ภาคเอกชน ฝ่ายจัดการ ต้นน้า ฝ่าย การเกษตร -ระดับชาติ -ระดับจังหวัด -ระดับท้องถิ่น -ระดับชาติ -ระดับจังหวัด -ระดับท้องถิ่น -ระดับชาติ -ระดับจังหวัด -ระดับท้องถิ่น
  • 40.
    - 37 - บทที่6 การทาสัญญา (Contract Issues) ภายใต้โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ การ ดูดซับคาร์บอน น้าสะอาด จะเกี่ยวข้องกับการจัดการพื้นที่ดินโดยเฉพาะการดาเนินงานในระยะเวลาที่มีการ จ่ายค่าชดเชย แต่ละภาคีจาต้องมีข้อตกลงร่วมกันในบางกรณี ข้อตกลงที่มีประสิทธิภาพแต่ละภาคีจะต้องมี ความเข้าใจร่วมกันทั้งสองฝ่าย ทั้งบทบาทหน้าที่ของตนเองและของผู้อื่นที่เข้าร่วมภาคี มีการเคารพสิทธิซึ่ง กันและกัน ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น จาต้องพิจารณาร่วมกันเพื่อการแก้ไขปัญหาการทะเลาะหรือโต้แย้งกัน หาก ว่ามีความผิดพลาดหรือตกลงกันไม่ได้ รูปแบบของข้อตกลงจะมีตั้งแต่จับมือกันจนถึงการทาสัญญาที่ประกอบด้วยรายละเอียด ต่างๆ มีการลงนามหรือมีหนังสือรับรองข้อตกลงที่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น ฉะนั้นในบทนี้จะกล่าวถึงรายละเอียดของการทาสัญญาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ว่า ควรจะประกอบด้วยอะไรบ้าง เช่น รูปแบบของแผนงานโครงการ ภาคีที่เกี่ยวข้อง รูปแบบและกฎหมาย วัตถุประสงค์ และขอบเขตข้อตกลง สิทธิในการครอบครองที่ดินของแต่ละภาคี ภาระหน้าที่ ผู้แทนและ หลักประกัน โครงสร้างค่าใช้จ่าย ระยะเวลาของสัญญา ความเสี่ยงในข้อที่แก้ไขไม่ได้ และมีการโต้แย้ง เกิดขึ้น 6.1 แผนงานโครงการ ในการจัดทาข้อตกลง มีความจาเป็นต้องพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ เป้ าหมายของโครงการ รายละเอียดของพื้นที่ที่จะอานวยในเรื่องการบริการของระบบนิเวศในพื้นที่คุ้มครองหรือใกล้เคียง ซึ่งสัญญา จะแตกต่างกันไป มีความจาเป็นต้องดาเนินการโดยเจ้าของที่ดินที่ต้องการ สิ่งที่สาคัญคือ สัญญาว่าด้วยค่า แทนคุณระบบนิเวศจะต้องมีกรอบของแผนเพื่อให้มีข้อตกลงที่ดาเนินการได้ตามเป้ าหมาย กฎระเบียบของ สัญญาที่กาหนดจะมีความแตกต่างกันไป เช่น ห้ามตัดไม้ห้ามทาลายป่า ห้ามล่าสัตว์ป่า หรือกาหนดให้มีการ ปลูกป่าให้เต็มทั้งพื้นที่ หลักการที่สาคัญ คือ สัญญาต่างๆ ที่จัดทาขึ้นเพื่อการดาเนินงานตามแผนโครงการค่าแทน คุณระบบนิเวศที่มีประสิทธิภาพ กรอบของสัญญามีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแผนงานโครงการ โดยเฉพาะแผนยุทธศาสตร์ สัญญาของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะต้องมีผลบังคับใช้และดาเนินงาน ให้เป็นตามเป้าหมาย 6.2 การวิเคราะห์ภาคีที่เกี่ยวข้อง( Stakeholder Analysis ) ในการวิเคราะห์แผนยุทธศาสตร์ของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ รายละเอียดของโครง กาที่กาหนด จาต้องวิเคราะห์ภาคีที่มีการจัดการด้านการซื้อ-การขาย มีขอบเขตทางเลือกที่กว้างขวาง รายละเอียดของสัญญาจะขึ้นอยู่กับธรรมชาติของแต่ละภาคี โดยมากจะเกี่ยวข้องกับผู้ซื้อไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล
  • 41.
    - 38 - ท้องถิ่นหรือการประปาและผู้ขายอาจจะเป็นชาวนาในท้องถิ่นลักษณะเช่นนี้จะเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง การบริการของระบบนิเวศที่เป็นสินค้าสาธารณะ รัฐบาลท้องถิ่นจะเป็นผู้รับการบริการ อีกกรณีหนึ่งคือผู้ซื้อ กับผู้ขาย ที่เป็นบุคคลต่อบุคคล หรือระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายที่ประกอบด้วยหลายๆคนหรือระหว่างหน่วยงาน จะต้องมีข้อตกลงร่วมกันระหว่างสถาบันหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ธรรมชาติของภาคีมักจะกาหนดไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กล่าวคือถ้าเป็นสัญญาตาม กฎหมาย ภาคีบุคคลจะถูกต้องตามกฎหมายด้วย เป็นผู้มีอานาจหน้าที่ในสัญญา อาจจะเป็นกลุ่มของเจ้าของ ที่ดินท้องถิ่นที่ต้องการทาสัญญาหรือให้มีการร่วมมือตามกฎหมาย หรือกลุ่มของชุมชนท้องถิ่นที่มีการ รวมกลุ่มกันเพื่อให้มีกิจกรรมการซื้อขายที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ในหลายๆประเทศที่มีการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ดาเนินการโดยรัฐบาลหรือ รัฐบาลท้องถิ่นหรือภูมิภาคจะต้องทาหน้าที่เป็นภาคีในข้อตกลง โดยเฉพาะสัญญาที่เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ ที่ดิน รัฐบาล มีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่ป่าไม้หรือพื้นที่คุ้มครองและที่ดินที่ให้การบริการของระบบนิเวศแก่ หน่วยงานอื่นๆจะต้องเป็นภาคีมีข้อตกลงร่วมกัน ในกรณีที่องค์กรภาคเอกชน จะเป็นภาคีตามสัญญาทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นผู้ซื้อหรือผู้ขาย แต่เป็น ภาคีกลางที่ต้องเป็นผู้ประสานระหว่างภาคีอื่นที่เกี่ยวข้อง ต้องพิจารณาถึงเหตุผลว่าจะกระทาได้หรือไม่ หลักการที่สาคัญ คือ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ มีขอบเขต ที่กว้าง ขวางที่ประกอบด้วยผู้ซื้อ ผู้ขาย และคนกลาง ถ้าหากการจัดการโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศอยู่ใน ความรับผิดชอบภายใต้กฎหมาย ทุกภาคีที่เกี่ยวข้องจาเป็นต้องมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ระบุไว้ในสัญญาด้วย 6.3 รูปแบบและกฎหมายในสัญญา ประสิทธิภาพและความรับผิดชอบภายใต้กฎหมายที่ปรากฏอยู่ในสัญญาจะไม่เหมือนกัน หากว่ามีข้อตกลงกันได้ก็ไม่จาเป็นต้องทาสัญญาก็ได้ หรือเขียนเป็นสัญญาก็ได้เพื่อให้มีประสิทธิภาพมาก ยิ่งขึ้น ความมีประสิทธิภาพจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาตัดสินใจหรืออานาจศาลสั่งการก็ได้ อย่างไรก็ดีศักยภาพ ความสาคัญ ข้อดีของการมีสัญญา ในระยะเริ่มแรกของการบังคับใช้กฎหมาย ข้อตกลงความไม่เสมอภาค ภายใต้กฎระเบียบจะเป็นสิทธิและภาระหน้าที่ของภาคี การสร้างความเข้าใจที่จะเกิดขึ้นภายหลัง เป็นข้อมูลที่ กาหนดเพื่อแสดงว่า หากไม่มีข้อตกลงร่วมกันจะต้องมีการศึกษามากกว่าการสร้างความเข้าใจของโครงการ ค่าแทนคุณระบบนิเวศ แต่เป็นข้อตกลงทางการค้า สุดท้ายก็จะมีการลงนามในเอกสารไว้เป็นสาคัญเพื่อลด ความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น ข้อดีของการกาหนดรูปแบบของสัญญา โดยสาระที่สาคัญประกอบด้วยคุณค่าที่ออกมาเป็น รูปของเวลาและการเงิน ในสัญญาจะมีรายละเอียดมาก เช่น การกาหนดเวลา การเจรจาเพื่อกาหนด ค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะโปรแกรมโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศด้านการบริหารงบประมาณ การบริหาร จัดการที่เป็นปัญหาที่จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาร่วมกันภายใต้สัญญา สัญญาที่ทาขึ้นบางครั้งเป็นสัญญาแบบง่ายๆ เช่น ผู้ซื้อ ผู้ขายบริการของระบบนิเวศ สัญญา ที่ทาขึ้นจะสนองความต้องการและมีความเข้าใจสาหรับชุมชนในท้องถิ่น ซึ่งมีประสบการณ์น้อยและ
  • 42.
    - 39 - ปราศจากการจัดการตามกฎหมายธรรมชาติของข้อตกลงเป็นการบอกสภาพของภาคี จะมีรายละเอียดของ บุคลากรเป็นอย่างน้อยต้องมีหลักฐานอยู่ 3 ประการ คือ บัตรประจาตัว บัตรประจาผู้เสียภาษี และบัตรแสดง ว่าเป็นผู้ทางานในท้องถิ่นนั้นๆ อาจจะมีปัญหากับชุมชนในท้องถิ่นดั้งเดิม การให้ความสาคัญของพื้นที่หรือผู้ ครอบครองพื้นที่ขนาดเล็กในชนบท การลงทะเบียนในสัญญาค่าแทนคุณระบบนิเวศของภาครัฐ ที่มีรูปแบบกิจกรรมที่ปรากฎใน ข้อตกลงจะระบุถึงการแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้ง ที่มีการลดลงของการบริการของระบบนิเวศจาต้องกระทาให้มี ความชัดเจน ความกระจ่างและเกี่ยวกับกฎหมาย การลงทะเบียนจึงมีความจาเป็นอย่างยิ่ง หลักการที่สาคัญ คือ ความรับผิดชอบในสัญญา จะต้องทาเป็นลายลักษณ์อักษรภายใต้ กฎระเบียบของกฎหมาย ที่ขึ้นอยู่กับการดาเนินงานในท้องถิ่นและมีการกาหนดราคาค่าใช้จ่าย เวลา และการ ปฏิบัติ สัญญาจึงจาเป็นต้องอาศัยกฎหมายเพื่อให้งานค่าแทนคุณระบบนิเวศมีประสิทธิภาพ 6.4 วัตถุประสงค์และขอบเขต องค์ประกอบของสัญญาที่กาหนดขึ้นจะอธิบายถึงรายละเอียดเป็นส่วนๆ เพื่อแสดงให้เห็น ถึงวัตถุประสงค์และขอบเขต วัตถุประสงค์อาจจะเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน การปลูกป่า การ ป้ องกันการลดลงของป่าไม้ การทาวนเกษตร เพื่อที่จะให้มีการปรับปรุงระบบนิเวศของน้าหรือการอนุรักษ์ ดิน ในการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ รวมทั้งยุทธศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงโครงการในอนาคตและ การช่วยเหลือชุมชนในท้องที่ ในกรณีที่โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศมีหลากหลายรวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในระบบนิเวศ จะมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน จะมีหลายภาคส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น เจ้าของที่ดิน นักวิชาการด้านการอนุรักษ์ ดิน การกาจัดน้าเสีย การอนุรักษ์ป่าไม้การจัดการปริมาณและคุณภาพของน้า หลักการที่สาคัญ คือ สัญญาจะต้องทาให้ชัดเจนได้โดยมีการระบุถึงวัตถุประสงค์และ ขอบเขตของสัญญาในโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศและมีวิธีการจัดการที่ถูกต้อง 6.5 สิทธิและหน้าที่รับผิดชอบ รายละเอียดของสัญญาจะประกอบด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ขายและผู้ซื้อ แต่ละภาคีจะต้อง มีข้อตกลงที่เข้าใจกันทั้งสองฝ่ายและมีความชัดเจน ความถูกต้อง ตลอดจนความคาดหวังที่จะเกิดขึ้นระหว่าง ผู้ขายกับผู้ซื้อ ผู้ซื้อหรือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ มีหน้าที่รับผิดชอบในการซื้อจะต้องมีรายละเอียดของ โครงการด้านการซื้อขาย ผู้ขายหรือผู้ให้บริการ มีหน้าที่รับผิดชอบในการอานวยสินค้าการบริการของระบบนิเวศ ต้องคานึงถึงปัจจัยนาเข้าและผลที่ได้รับ การซื้อขายจะต้องมีหน่วยค่าที่แสดงออกมาว่าเป็นราคาเท่าไร ทา อย่างไร เช่น ค่าทารั้วป้ องกันวัชพืชน้าเป็นปัจจัยนาเข้า การคิดค่าใช้จ่ายจะต้องมีข้อมูลจากแผนการ ดาเนินงาน ผู้ขายหรือผู้ให้บริการจะต้องกาหนดไว้ในกิจกรรมการลงทุน ผลลัพธ์ที่ได้จะคิดเป็นหน่วยวัดได้
  • 43.
    - 40 - เช่นจานวนการผลิตน้า/วัน ปริมาณแร่ธาตุ/ปี หรือการทาให้คุณภาพน้าดีขึ้น ชาวนาจะต้องจ่ายค่าน้าเพื่อการ ปลูกข้าวเท่าไร ในทางปฏิบัติวิธีการนี้ค่อนข้างจะทาได้ยาก ยากต่อการคิดค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมมี การเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การคิดค่าบริการในฤดูฝนกับฤดูแล้งจะแตกต่างกัน จาเป็นจะต้องนาหลัก เศรษฐศาสตร์มาประเมินมูลค่าของทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นส่วนช่วยให้มีการคิดค่าบริการของระบบนิเวศ ได้ ฉะนั้นโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะมีการคานวณ หรือคิดหาค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับการ ลงทุน โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ในที่ดิน เช่น การปลูกป่ามากกว่าการคิดหน่วยคาร์บอน เรื่องน้าอาจจะ พิจารณาถึง กิจกรรมมากกว่าคุณภาพของน้า จะต้องรวมไปถึงการทารั้วป้ องกันแหล่งน้า การปลูกต้นไม้ การดูแลป่าไม้ และกิจกรรมอื่นๆ ขึ้นอยู่กับการกาหนดรูปแบบของการบริการ หลักการที่สาคัญ คือ หน้าที่ความรับผิดชอบด้านผู้ขายตามสัญญาจะต้องเน้นไปในเรื่องของ การปฏิบัติงานในกิจกรรม (การนาเข้าหรือการลงทุน) มากกว่าการรับรองคุณภาพและปริมาณของทรัพยากร ที่ได้มา ค่าใช้จ่ายในโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะขึ้นอยู่กับกิจกรรมของการใช้ประโยชน์ที่ดิน การแสดงความเป็นเจ้าของหรือจัดการที่ดินกรรมสิทธิ์ของตนเอง โดยเฉพาะในชนบทเจ้าของที่ดินอาจจะ ไม่ได้มีการจดทะเบียนเอกสารสิทธิ์ที่ดิน บางครั้งมีการซื้อขายที่ดินโดยไม่มีเอกสารสิทธิ์ รวมทั้งเอกสารซื้อ ขายไม่ถูกต้อง ถ้าเป็นโครงการในระยะยาวผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดินของรัฐอาจจะไม่ทราบว่าที่ดินเป็นของรัฐ หลักการที่สาคัญ คือ ผู้เป็นเจ้าของที่ดินที่มีการจัดการอย่างถูกต้องตามกฎหมายที่ดิน จะต้อง ทราบว่าการเป็นเจ้าของที่ดินสามารถจะดาเนินการจัดการที่ดินให้อยู่ในโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศตาม วัตถุประสงค์รายละเอียดของสัญญาได้ 6.6 โครงสร้างของค่าใช้จ่าย การนาเอาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้ในด้านการบริการของระบบนิเวศ โดยมี ค่าใช้จ่ายจะต้องมีการตกลงร่วมกัน และมีการตกลงร่วมกันอย่างไร เพื่อให้มีการใช้จ่ายเป็นไปอย่างถูกต้อง หรือมีการเจรจากันอย่างไร เพื่อให้มีการกาหนดราคาที่ถูกต้อง รายละเอียดมักจะมีการวิเคราะห์ให้ชัดเจน (1) การกาหนดราคากลาง กาหนดกฎเกณฑ์ค่าใช้จ่ายในด้านการบริการของระบบนิเวศ จะมี ความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการเจรจาตกลงกัน ผลการเจรจาในข้อตกลงจะขึ้นอยู่กับระดับของการบริการของ ระบบนิเวศจะมีความเสี่ยงเกิดขึ้น เช่น การเกิดไฟป่า น้าท่วม ดินพังทลาย ซึ่งทาให้เกิดความสูญเสียได้ นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการจัดการ การป้ องกัน หรือค่าเสียโอกาสจะถูกนามาพิจารณาในรายละเอียด ด้วย (2)วิธีการจ่ายเงินเป็นการจ่ายเงินสดหรือจ่ายผ่านธนาคารได้(ในกรณีที่ไม่สามารถจ่ายเป็นเงินสดได้) ถ้าเป็นการจ่ายให้แก่กลุ่มของชุมชนจะดีกว่าการจ่ายให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ทาให้มีคุณค่าต่อชุมชน
  • 44.
    - 41 - ผลประโยชน์ที่ได้รับจะเป็นผลทางเศรษฐกิจในระยะยาวแต่ถ้าหากเป็นการจ่ายผ่านธนาคารก็จะเป็นข้อตกลง ในสัญญาและมีใบสาคัญที่แสดงกระทาไว้ต่อกัน เช่น ใบเสร็จรับเงิน (3) เวลาการจ่ายเงิน มีคาถามว่าการจ่ายเงินค่าบริการเข้ากองทุนค่าแทนคุณระบบนิเวศจะ จ่ายกันเมื่อไร หรือตามระยะเวลาที่กาหนดในสัญญา ขึ้นอยู่กับการบริการหรือการส่งมอบงานว่าจ่ายล่วงหน้า หรือจ่ายหลังจากการทางานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตัวอย่าง เช่น สัญญาด้านพืชเกษตรจะมีการใช้จ่ายระหว่างการ ดาเนินงานของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ หรือตามความสะดวก หรือทางานแล้วเสร็จ เช่น การสร้าง เขื่อน หนองน้า หรือรั้วกั้น ต้องมีการจ่ายเงินล่วงหน้า แต่อาจจะเกิดปัญหาได้ หากว่ากิจกรรมไม่เป็นไปตาม เป้าหมาย การจ่ายเงินจะต้องเป็นไปตามสัญญาหลัก และเป็นไปตามขั้นตอน เช่น การกาจัดพืชต่างถิ่น การทา รั้วป้องกันปศุสัตว์ เป็นต้น (4) การเสียภาษี การเสียภาษีเงินได้มีการกาหนดไว้ในแบบฟอร์มของสัญญา แต่ที่สาคัญคือ ชุมชนท้องถิ่นที่ทางานร่วมกับโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศที่มีรายได้น้อย เงินกองทุนหรือผู้ซื้อการ บริการของระบบนิเวศไม่ต้องเสียภาษีจากรายได้หรือยกเว้นภาษี หลักการที่สาคัญ คือ ประเภท วิธีการกาหนด และการจ่ายเงินจาเป็นต้องปรากฎอยู่ใน ข้อตกลงหรือสัญญา ทั้งนี้เพื่อให้เป็นดอกเบี้ยทางเศรษฐกิจ คุณค่าทางวัฒนธรรมจะต้องมีการลงทุนเพื่อสร้าง กองทุนให้เข้มแข็ง 6.7 ระยะเวลา สิ่งสาคัญในการทาสัญญา คือ ระยะเวลาที่กาหนดให้มีการจ่ายเงินในโครงการจะต้องนาเข้า มาพิจารณา เพราะอาจจะมีกรณีที่เจ้าของที่ดินไม่ดาเนินการต่อในเรื่องของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ฉะนั้นหากเป็นไปได้ สัญญาที่จะดาเนินการควรเป็นระยะยาวเพื่อให้มีระยะเวลาการปฏิบัติงานที่ได้ผล การ บริการอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงทางนโยบาย หรือผลที่จะเกิดจากการกาหนดค่าใช้จ่ายที่มีความเสี่ยงในการ ลงทุน ฉะนั้นหากว่าเราจะใช้สัญญาในระยะยาวหรือระยะสั้น จะขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของเจ้าของ ที่ดิน ผู้ดาเนินการโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะต้องดูน้าหนักของผลกาไรที่ได้รับ หรือการสูญสียจาก พื้นที่ดินที่ไม่ได้ใช้เพื่อการเกษตร การเปลี่ยนแปลงทางการเงิน หรือภาวะเงินเฟ้อจะเป็นปัจจัยที่สาคัญ คาถามสาคัญที่เกี่ยวกับทางเลือกให้พิจารณาถึงเป้ าหมายของความมั่นคงทางการเงิน และ การบริการของระบบนิเวศมีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางการเงินหรือนโยบาย การเปลี่ยนแปลง ทางการใช้ประโยชน์ที่ดินก็จะไม่กระทบกระเทือนต่อประสิทธิภาพของการบริการ สัญญาจึงต้องมีการ พิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการปฏิบัติตามระเบียบที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ หลักการที่สาคัญ คือ หากว่าได้มีการกาหนดเวลาในสัญญา ภาคีทั้งสองฝ่ายจะต้องรักษา ผลประโยชน์ของตนเองในระยะยาวของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ และมีความมั่นคง การเปลี่ยนแปลง ในการปฏิบัติอาจจะเกิดขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม
  • 45.
    - 42 - 6.8ความเสี่ยง กลไกของสัญญาอาจจะทาให้เกิดความเสี่ยงในการดาเนินงานได้ โดยเฉพาะผู้ซื้อไม่มีความ พึงพอใจในการจัดซื้อหรือการจ่ายที่เกิดจากความไม่คาดหวังจากการบริการของระบบนิเวศ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากภาวะทางการเงินในตลาดเศรษฐกิจที่มีการขึ้นๆ ลงๆ โดยทั่วไปการ ดาเนินการตามกิจกรรมจะมีความเสี่ยงของภาคีทั้งสองฝ่ายที่ต้องยอมรับ หลังจากมีข้อตกลงแล้วภาวะการเงิน จะขึ้นหรือลงก็ได้จะต้องหยิบยกมาเป็นเรื่องของสภาพแวดล้อมที่จะต้องกล่าวถึง ฉะนั้นการพิจารณาในเรื่อง ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย แต่ถ้าหากการทาสัญญาในโครงการค่าแทน คุณระบบนิเวศในระยะยาวตามวัตถุประสงค์จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลาได้ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากภาคีสมาชิกเอง โดยมากจะเกิดจากภาคีใดภาคีหนึ่งไม่ปฏิบัติตาม สัญญา มีความเป็นไปได้ในการยกเลิกสัญญาที่ได้ทาไว้ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากสิ่งที่ไม่คาดฝันหรือไม่ตั้งใจจากภัยธรรมชาติ และไม่สามารถ ควบคุมได้ เช่น ภัยพิบัติที่เกิดจากไฟป่า น้าท่วม ดินพังทลาย ผลผลิตทางการเกษตรไม่ได้ผล จึงไม่มีการ จ่ายเงินค่าบริการเกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ภาคีทั้งสองฝ่ายต้องมีการเจรจากันและป้ องกันมิให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ผู้ ซื้อจะต้องมีความเสี่ยงจากความไม่เข้าใจ ผู้ขายจะต้องดาเนินกิจกรรมในที่ดินให้ดีขึ้น และการ ประชาสัมพันธ์โครงการ ถึงแม้ว่าจะไม่เกิดผลทางประสิทธิภาพการบริการก็ตาม หลักการที่สาคัญ คือ ความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะการตลาด ภาคีสมาชิก และภัยที่เกิดจากความ ไม่คาดหวัง เป็นปัจจัยความเสี่ยงที่สาคัญที่ต้องกาหนดไว้ในสัญญาค่าแทนคุณระบบนิเวศ มีการกาหนดข้อ ต่อรอง และการแก้ไขปัญหาที่ต้องการในการดาเนินงานให้เป็นไปด้วยดี 6.9 การติดตามประเมินผลและการายงาน การติดตามประเมินผล จะเป็นเครื่องมือที่มีการกาหนดตัวชี้วัดว่าข้อตกลงตามโครงการค่า แทนคุณระบบนิเวศมีความสาเร็จมากน้อยเพียงใด ผู้ซื้อจะได้หลักประกันว่าเขาได้รับการบริการที่เหมาะสม กับเงินหรืองบประมาณที่ได้จ่ายไป มีความสมเหตุสมผลของสัญญาในการกาหนดโดยการยินยอมหรือไม่ ยินยอม ถ้าหากว่าเป้ าหมายในสัญญาที่ทากันอย่างง่ายๆ ไม่จาเป็นที่จะต้องมีกระบวนการติดตามประเมินผล ก็ได้หรือจะกาหนดขึ้นระหว่างการปฏิบัติตามแผนก็ได้ ซึ่งก็มีหลายรูปแบบที่ให้เลือก ถ้าหากว่ามีปรากฏใน สัญญาจะทาให้มีโอกาสที่จะลดความขัดแย้งในอนาคตได้ 1. การายงานผลตามระยะเวลาที่กาหนด บางโครงการกาหนดให้มีการรายงานผลทุกๆ สิ้นเดือน เพื่อชี้แจงหรือรายงานความก้าวหน้าของโครงการตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย หากว่าการทางาน ไม่เป็นไปตามแผนอาจจะมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นได้และจะเป็นปัญหากับการใช้จ่ายเงินต่อไป 2. มาตรฐานของรายงาน ระหว่างที่ปฏิบัติตามสัญญา การประเมินผลด้านสิ่งแวดล้อมจะถูก นามาคิดในเรื่องรายละเอียดของการลงทะเบียน มีการกาหนดไว้ในสัญญาเพื่อเป็นหลักฐานสาคัญว่า การทา สัญญาและกาหนดเวลาการติดตามประเมินผลเป็นระยะๆ เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของการอนุรักษ์พื้นที่
  • 46.
    - 43 - ธรรมชาติหากว่าสิ่งแวดล้อมลดลงด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะมีการยกเลิกสัญญาได้ เจ้าของที่ดินจะต้องตอบ คาถามและปฏิบัติให้ทันต่อเหตุการณ์ภายใน 3-15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับรายงาน 3. การตรวจสอบโดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมเปรียบเทียบกับการตรวจสอบทางภาคพื้นดิน เป็น โปรแกรมที่จัดทาขึ้นเพื่อต้องการทราบผลการปฏิบัติงานที่มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด 4. คณะทางานติดตามประเมินผลร่วมกับผู้แทนจากภาคี ผู้ขาย และผู้ซื้อ ผู้ที่อาศัยอยู่ตาม แหล่งต้นน้าลาธาร (ผู้ขาย) ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณปลายน้า (ผู้ซื้อ) จะร่วมกันพิจารณาติดตามผลในการภาคสนาม 5. การตรวจสอบ เพื่อต้องการทราบถึงสภาพของกิจกรรมที่ได้ดาเนินการตามข้อตกลงของ สถาบันหรือหน่วยงาน และกาหนดให้จัดทาเป็นคู่มือการปฏิบัติงาน การตรวจสอบนี้จะมีผลด้านการให้มีการ หยุดโครงการตามข้อตกลงก็ได้ 6. การพิจารณาหลักการกรณีที่ไม่มีการยินยอมเกิดขึ้น ต้องมีการพิจารณาหลักเกณฑ์ที่ เกี่ยวข้องกับการจัดตั้ง การพิจารณาถึงสาเหตุความไม่พึงพอใจของผู้ซื้อ หลักการที่สาคัญ คือ สัญญาของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ควรจะได้กาหนดวิธีการ ติดตามประเมินผล มีการระบุกระบวนการไว้ในสัญญาว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เพื่อลดความขัดแย้งที่จะ เกิดขึ้นในอนาคต 6.10 การแก้ไขปัญหาหรือการโต้แย้ง มีความจาเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ความสาคัญกับการทาสัญญาอีกประการหนึ่ง คือ การไม่ ยินยอมดาเนินการและมีผลที่จะเกิดขึ้นตามมา ตัวอย่าง เช่น ชาวนาทาสัญญาในโครงการเป็นระยะเวลา 5 ปี จะดาเนินการทารั้วล้อมรอบพื้นที่ที่เป็นแหล่งน้า แต่ปรากฏว่าไม่ได้ทาและยกเลิกสัญญาเมื่อครบ 4 ปี การ ติดตามประเมินผลก็จะเป็นการยาก โดยเฉพาะการกาหนดค่าใช้จ่ายจะต้องถูกยกเลิก และจะเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น การศึกษา สุขภาพของชุมชน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันจากกิจกรรมดังกล่าว บทลงโทษจะต้องกาหนดไว้ในสัญญาให้ชัดเจน ส่วนใหญ่จะเป็นบทลงโทษทางด้าน การเงิน เช่น ค่าปรับ แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นโทษที่เบาเกินไปและเป็นเรื่องเฉพาะกิจเท่านั้น หลักการที่สาคัญ คือ การทาให้พื้นที่ธรรมชาติไม่ถูกรบกวนและดาเนินการให้ถูกต้อง มี สัญญาแต่การดาเนินงานเกิดขึ้นจากผู้ไม่ปฏิบัติตามก็จะมีบทกาหนดโทษ เพื่อให้การดาเนินงานเป็นไปอย่าง ต่อเนื่อง ภาคีในสัญญาจะมีหลักการและข้อมูลรายละเอียดที่กาหนดไว้ คือ การซื้อ การขายจะมี หน่วยงานกลางรับผิดชอบ เรื่องกองทุนและรัฐบาลท้องถิ่น ค่าใช้จ่ายต่างๆ หรือความขัดแย้งเกิดขึ้นก็ สามารถที่จะมีการเจรจายกเลิกสัญญาได้ หลักการที่สาคัญ คือ การเกิดความขัดแย้ง หรือกระบวนการทางานของโครงการค่าแทนคุณ ระบบนิเวศไม่ประสบผลสาเร็จ ก็สามารถยกเลิกสัญญาได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจด้วยกันทุกฝ่าย
  • 47.
    - 44 - ตารางแสดงข้อมูลอย่างย่อในบทที่6 เกี่ยวกับการทาสัญญา รายละเอียด วัตถุประสงค์ ตัวอย่าง/คาอธิบาย ข้อเสนอแนะ 1. แผนงาน สัญญาระหว่างภาคีที่เกี่ยวข้องกับ โครงการมีเป้ าหมาย หรือกิจกรรม จะต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจน 2. ภาคีผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย วิเคราะห์ว่ามีใครบ้างร่วมเป็ นผู้ทา สัญญา ภาคีที่เกี่ยวข้องจะมีสอง หรือหลายภาคี ก็ได้ อย่างน้อยก็ต้องมีผู้ซื้อ ผู้ขาย โดยเฉพาะภาครัฐ ภาคเอกชน หรือ สถาบัน หรือหน่วยงาน ภาคีส่วนร่วมจะเป็นวิธีการที่ง่าย ต้อง ทาการวิเคราะห์ให้ถูกต้อง การลง นามในสัญญาสามารถทาได้ง่าย และ สามารถกระทาได้รวดเร็ว 3. วัตถุประสงค์และขอบเขต กาหนดวัตถุประสงค์ของสัญญา ให้มี รายละเอียด และสถาณการณ์ใน ภาพรวมของค่าแทนคุณระบบนิเวศ และประโยชน์ที่จะได้รับ การจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน การจัดการ ป่าไม้การปรับปรุงคุณภาพและปริมาณ ของน้า ไม่ควรมีรายละเอียดที่ครอบคลุมที่ กว้างขวางมากนัก 4. กฎหมาย จะตัดสินใจว่ามีการทาสัญญาภายใต้ กฎหมายหรือไม่ หรือมีการทาสัญญา เป็นลายลักษณ์อักษร หรือตกลงกันด้วย ปากปล่าโดยไม่ใช้กฎหมาย ถ้าหากสัญญากาหนดเป็นลายลักษณ์ อักษรภาคีทั้งสองจะต้องมีอานาจหน้าที่ ตามกฎหมาย มีข้อตกลงในการ ลงทะเบียน มีข้อตกลงร่วมกัน และ เข้าใจร่วมกัน -การบังคับใช้กฎหมายจะทาให้ลด ความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นมาได้ -การทาสัญญาอาจจะมีค่าใช้จ่ายสูง -ผู้ขายอาจไม่ทาสัญญาตามกฎหมาย ก็ได้
  • 48.
    - 45 - รายละเอียดวัตถุประสงค์ ตัวอย่าง/คาอธิบาย ข้อเสนอแนะ 5. การกระทา/ผลสาเร็จ มีตัวชี้วัด จากผู้ขาย ปฏิบัติตามวัตถุประสงค์และสนับสนุน ให้ภาคีพร้อมลงนามรับผิดชอบ ตัวชี้วัดความสาเร็จ -การปฏิบัติงาตามแผน -ป่าไม้ได้รับการอนุรักษ์ -คุณภาพน้าดีขึ้น -ป่าปลูกเพิ่มขึ้น -การทารั้วกั้นขอบเขต มีการเน้นถึงกิจกรรมนาเข้ามากกว่า ผลลัพธ์ 6. สิทธิหน้าที่ฝ่ายผู้ซื้อ มีความรับผิดชอบสัญญาและสิทธิใน การซื้อ สิทธิผู้ซื้อสามารถ -ไปเยี่ยมชมที่ตั้งโครงการ -ดาเนินการติดตามประเมินผล -ได้ผล หรือผลได้ที่มีจากัด -มีความขัดแย้งลดลง ถ้าหากผู้ซื้อ ควบคุมและมีการติดตามประเมินผล อย่างใกล้ชิด และมีความเชื่อมโยงกับ ค่าใช้จ่าย -จาต้องวิเคราะห์ให้ชัดเจนว่าภาคีจะ จ่ายเพื่อการจัดการป่าไม้ การติดตาม ผล และการลงทะเบียนในสัญญา 7. ระยะเวลา ระยะเวลาของสัญญา และกิจกรรม จนถึงวันหมดสัญญา -กาหนดเวลาเป็นระยะสั้น/ระยะยาว -สิทธิในการปฏิบัติต่อการดาเนินงาน -การเจรจาปรับปรุงสัญญาใหม่ -มีข้อจากัดในที่ดินเอกชน/ส่วนตัว -สัญญาระยะยาวจะขึ้นอยู่กับต้นทุน -การปรับปรุงสัญญาจะขึ้นอยู่กับผู้ซื้อ เลือกวิธีการที่ดีกว่า
  • 49.
    - 46 - รายละเอียดวัตถุประสงค์ ตัวอย่าง/คาอธิบาย ข้อเสนอแนะ 8. โครงสร้างระบบการจ่ายเงิน วิธีการจ่ายเงินมีระบบที่กาหนดไว้ใน สัญญา การจ่ายเงินล่วงหน้า -กาหนดระยะเวลาการจ่ายเงิน -การจ่ายเงินสมทบ -การช่วยเหลือทางวิชาการ -การใช้สินค้า -การปรับปรุงคุณภาพของพื้นที่ เป็นการขับเคลื่อนโครงการที่ผู้ซื้อ ต้องวิเคราะห์ให้ชัดเจน 9. ความเสี่ยง อนุญาตให้มีความเสี่ยงเกิดขึ้นในระยะ การทางานของโครงการได้ ผู้ขายสามารถที่จะได้รับผลตลอดเวลา ของการดาเนินงานตามกิจกรรม ถ้ามี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน เช่น น้าท่วม ไฟป่ า ซึ่งภาคีไม่สามารถ ควบคุมได้ ผู้ซื้อย่อมมีความเสี่ยงต่อ เหตุการณ์ได้ -ในกรณีที่เกิดภัยธรรมชาติ เช่น น้า ท่วม ไฟป่ า ไม่สามารถปฏิบัติตาม สัญญาได้ -สัญญาควรจะมีความชัดเจน และ ค่ า ใ ช้จ่ า ย เ ป็ น ไ ป ต า ม ค ว า ม เคลื่อนไหวของการตลาด 10. การติดตามประเมินผลและ การรายงาน เพื่อให้มีความเข้าใจว่าภาคีสมาชิกมี การยินยอมในภาระหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ -รายงานทุกๆ 6 เดือน -การประเมินสิ่งแวดล้อมจะต้อง 1. มีความสาเร็จในการจัดการเพื่อ รายงานความก้าวหน้า 2. จัดการเพื่อความก้าวหน้าของ หน่วยงาน -ผู้ซื้อมีความหลากหลาย มีความพึง พอใจว่าจะได้รับจากการซื้อขาย -การติดตามประเมินผลและการ รายงานเป็นหลักประกันในเรื่องการ ดาเนินงาน
  • 50.
    - 47 - รายละเอียดวัตถุประสงค์ ตัวอย่าง/คาอธิบาย ข้อเสนอแนะ 11. การแก้ไขความขัดแย้ง -เกิดจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดการณ์ได้ -ไม่ยินยอมในข้อตกลง -สถาบันหรือหน่วยงานไม่มี ภาระหน้าที่ -ระยะเวลาของการดาเนินงาน -คณะกรรมการทบทวนการดาเนินงาน ของโครงการ -การฟ้องร้อง -การแก้ไขรายละเอียดโครงการ -การจ่ายคืน -การยกเลิกสัญญา -การยกเลิกสัมปทาน -การว่ากล่าวตักเตือน -การลดผลกาไร -การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น การ ปลูกพืช หรือพันธุ์ไม้ -หน้าที่ของผู้ดาเนินงานโครงการ -การตัดสินใจในแผนยุทธศาสตร์ -การแก้ไขด้านการจ่ายคืน ผลกระทบ จะต้องมีกาหนดกฎเกณฑ์ในสัญญา -เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ไม่ปกติ -การลดค่าใช้จ่าย -การฟ้องร้อง -กระบวนการทางศาล
  • 51.
    - 48 - บทที่7 หลักธรรมาภิบาล (Governance) คาว่า อานาจหน้าที่ในการบริหารหรือหลักธรรมาภิบาล หมายถึง ทิศทางเฉพาะในการ ดาเนินงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศที่ขึ้นอยู่กับสถาบันหรือหน่วยงานที่กาหนด เพื่อให้บรรลุผลสาเร็จ ตามวัตถุประสงค์ ถ้าหากไม่พิจารณาถึงทิศทางในการดาเนินงานก็ยากที่จะประสบผลสาเร็จ หลักการทั่วๆ ไปของรัฐบาลมีหน้าที่ควบคุมและป้ องกันการใช้งบประมาณในทางที่ผิด การควบคุมการดาเนินงานของ ภาคเอกชน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการตลาด ทิศทางของการดาเนินงานที่ดีจะประกอบด้วยความชัดเจน ความจริงใจ ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ตรวจสอบได้บทบาทตามกฎหมาย การพยากรณ์ และเวลา อานาจ ในการดาเนินงานที่ดีไม่ใช่ว่าจะเป็นอานาจในกิจกรรมของรัฐบาลเท่านั้น องค์กรภาคเอกชน หรือชุมชน จะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องได้ 7.1 ความสาคัญและหลักธรรมาภิบาลที่ดี รายละเอียดการดาเนินงานมีความสาคัญในพื้นที่ที่จะดาเนินการโครงการค่าแทนคุณระบบ นิเวศ จะเป็นโครงการในระยะยาวประกอบด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรวมทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ตลอดจนรัฐบาล ท้องถิ่น ชุมชนท้องถิ่น เจ้าของที่ดิน องค์กรภาคเอกชน และบุคคลอื่นๆ ที่มีศักยภาพเข้าร่วมโครงการค่าแทน คุณระบบนิเวศ โดยเฉพาะผู้เกี่ยวข้องเหล่านี้จะมีประสบการณ์ในการทางานและมีความตั้งใจในการทางาน ร่วมกัน การมีอานาจในการดาเนินงานของรัฐบาล ต้องมีความโปร่งใส การเข้าถึงข้อมูลและมีการตรวจสอบ ได้ตามกฎหมาย มีรายงานจากหลายๆประเทศ พบว่ามีความยากลาบากในการพัฒนาและปฏิบัติการระหว่าง ผู้มีส่วนร่วม ในการใช้บริการของระบบนิเวศ ผู้ซื้อ ผู้ขาย และคนกลาง บางพื้นที่มีความขัดแย้งกันระหว่าง ชุมชน ผู้ที่อาศัยอยู่ต้นน้าและปลายน้า การอานวยน้าให้แก่ภาคีที่เกี่ยวข้องไม่เป็นไปตามสัญญาหรือมีภัย ธรรมชาติเกิดขึ้น การขาดความร่วมมือในโครงการ องค์กรภาคเอกชน สถาบัน หรือหน่วยงานที่ไม่เป็นที่รู้จัก ของชุมชน การขาดความซื่อสัตย์ในหน้าที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทาให้งานเกิดความล้มเหลว โดยเฉพาะ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปฏิบัติ ผู้ที่มีส่วนร่วมที่อาศัยอยู่อย่างกระจัดกระจายและไม่สามารถที่จะมีการ ประสานงานกับสมาชิกได้ หลักการที่สาคัญ คือ การรวมกลุ่มกันของกลุ่มคนที่มีอานาจในการบริหารที่ดีและเกี่ยวข้อง กับการมีส่วนร่วม ต้องมีความโปร่งใส สามารถเข้าถึงข้อมูล ตรวจสอบได้ และมีกฎหมายช่วยในการบริหาร การรวมกลุ่มกันของคนจะเป็นหลักสาคัญในการขับเคลื่อนค่าแทนคุณระบบนิเวศให้ประสบผลสาเร็จและ ยั่งยืน
  • 52.
    - 49 - 7.2การมีส่วนร่วม การมีส่วนร่วมจะมีความเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามาเกี่ยวข้องและมีโอกาสเข้า ร่วมในการตัดสินใจ การให้คาแนะนาในทางเดียวกัน โดยภาพรวมส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้ตัดสินใจด้านข้อมูล ต่างๆ ตามความต้องการและการกาหนดรูปแบบของโครงการ ความสาคัญของการมีส่วนร่วมของโครงการที่พบเห็นบ่อยๆ คือ เรื่องน้า ตามโครงการค่า แทนคุณระบบนิเวศ จะมีการวิเคราะห์ถึงผู้ซื้อ-ผู้ขาย มีการประชาสัมพันธ์ชักชวนให้กลุ่มคนเข้ามามีส่วนร่วม ต้องการให้ภาคีส่วนได้ส่วนเสียทราบถึงผลประโยชน์ที่ได้รับจากการดาเนินงานของค่าแทนคุณระบบนิเวศ การตัดสินใจเข้ามามีส่วนร่วมจะมีคาถามเกิดขึ้นว่า มีการให้ความสนใจในส่วนการดาเนินงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ภาครัฐมี โครงการ/มีกฎเกณฑ์ประชาสัมพันธ์ชี้แจงก่อนหรือไม่ มีความสัมพันธ์กับใคร ระหว่างบุคคล กลุ่มคน หรือกลุ่มคนเป็นพิเศษที่เกี่ยวข้องกับค่า แทนคุณระบบนิเวศโดยตรง มีระยะเวลาดาเนินการอย่างไร มีการประชุมครั้งเดียวหรือหลายๆ ครั้ง หรือตลอดเวลา ตัวอย่างจากประเทศโบลิเวีย รัฐบาลมีการประชาสัมพันธ์การดาเนินงานให้ประชาชนทราบ หลายๆ ครั้ง เพื่อต้องการให้เห็นถึงศักยภาพของผู้ซื้อ-ผู้ขาย จนกว่าภาคีจะเข้าใจโครงการค่าแทนคุณระบบ นิเวศ ประเทศบราซิล รัฐบาลก็ได้ใช้เวลาหลายปีในการพูดคุย พบปะ อภิปรายในเรื่องที่เกี่ยวข้อง การ เปลี่ยนแปลงของสังคมข้อดีของนโยบายและประโยชน์ของค่าแทนคุณระบบนิเวศให้ประชาชนได้เข้าใจทั่วกัน จนมีการปรับแผนหลายๆ ครั้ง และมีการพิสูจน์จนกว่าชุมชนท้องถิ่นยอมรับโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ ตอนสุดท้ายสามารถดาเนินการได้หลังจากได้เจรจากันมาแล้วเป็นเวลา 10 ปี อย่างไรก็ตามความเป็นไปได้ของการดาเนินงานให้เป็นผลสาเร็จ จะมีหลาย กลุ่มคนร่วม ดาเนินการ นักเศรษฐศาสตร์จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาในเรื่องผลกาไรหรือคุณค่าที่จะได้รับ มี การพิจารณาถึงการลงทุนและผลประโยชน์ที่ได้รับกับกฎเกณฑ์ที่รัฐกาหนดภายใต้สถานการณ์ การมีส่วน ร่วม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีส่วนสาคัญในการกาหนดโครงการดังกล่าว หลักการที่สาคัญ คือ การมีส่วนร่วมเป็นหลักการพื้นฐานของการดาเนินงานด้านโครงการ ค่าแทนคุณระบบนิเวศ ในระยะเริ่มแรกจะต้องมีการเจรจาต่อรอง มีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาเข้ามา มีส่วนร่วมในโครงการ มีการสร้างความเข้าใจในผลที่ได้รับจากโครงการ อนุญาตให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เรียนรู้จากกลุ่มบุคคลหนึ่งไปยังกลุ่มอีกบุคคลหนึ่งและสามารถเข้ามีส่วนร่วมได้
  • 53.
    - 50 - 7.3ความโปร่งใสและการเข้าถึงข้อมูล ความโปร่งใสของการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศและการเข้าถึงข้อมูล เป็นพื้นฐาน ของการมีอานาจในการดาเนินงานที่ทาให้มีความเชื่อถือเกิดขึ้น ความโปร่งใสของโครงการจะทาให้ทุกคน เข้าใจและร่วมดาเนินงานโครงการ กฎหมายว่าด้วยค่าแทนคุณระบบนิเวศในหลายๆประเทศ มีการกาหนดถึงความโปร่งใส ของโครงการและการเข้าถึงข้อมูล เช่น ประเทศโบลิเวีย มีกฎหมายสิ่งแวดล้อมในมาตรา 93 กล่าวถึงข้อมูล ด้านสิ่งแวดล้อมที่ดาเนินงานโดยรัฐบาลในระดับชาติ หน่วยงานรับผิดชอบจะต้องให้มีการเปิดเผยให้ สาธารณชนทราบ รัฐบาลต้องรวบรวมข้อมูลรวมถึงการเข้าถึงข้อมูลที่ฝ่ายกฎหมายได้กาหนดแนวทางปฏิบัติ ไว้ ความท้าทายของโครงการที่ว่าด้วยการปฏิบัติตามกฎหมาย มีหลายรูปแบบที่มีการ ดาเนินงานอย่างโปร่งใสและการเข้าถึงข้อมูล การประชุมเชิงปฏิบัติการทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ สถาบันหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการถอดบทเรียนโดยการพิจารณาถึงข้อมูลและประสบการณ์เข้าด้วยกัน หลักการที่สาคัญ คือ ความโปร่งใสในการดาเนินการและเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เป็นหลักการ พื้นฐานของขั้นตอนการวางแผนโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ และทาให้กระบวนการปฏิบัติงาน ขับเคลื่อนต่อไปได้โครงการขนาดเล็กสามารถที่จะดาเนินการได้ง่ายต่อการทาให้เกิดความโปร่งใสของงาน และการเข้าถึงข้อมูล 7.4 ความสามารถในการชี้แจงและปฏิบัติตามกฎหมาย ภาคีสมาชิกที่เข้ามาดาเนินงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ จะมีข้อตกลงร่วมกัน สิทธิ หน้าที่การรับบริจาคเป็นกองทุน ภาครัฐมีโครงการจัดตั้งกองทุนโดยให้ภาคีสมาชิกที่เกี่ยวข้องร่วมดาเนินการ และข้อตกลงที่สามารถนาไปปฏิบัติได้เป็นอย่างดี การหลีกเลี่ยงจากอิทธิพลในการคอรัปชั่น หรือสิทธิพิเศษ หรือกลุ่มที่หวังผลประโยชน์เป็นพิเศษ จะเป็นการให้ความคุ้มครองแก่ภาคีตามข้อตกลง การทาสัญญาตามกฎหมายจะทาให้การดาเนินงานได้ดีกว่าข้อตกลงที่ทาด้วยวาจา หรือการ ทาบันทึกข้อตกลง (MOU) อย่างไรก็ดีการเขียนหรือข้อตกลงภายใต้กฎหมายจะมีประสิทธิภาพมากกว่าทา สัญญาด้วยวาจา หลักการที่สาคัญ คือ การชี้แจงผลงานจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย จะต้องมีความเป็นจริง และสามารถคาดคะเนของโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศได้ ซึ่งจะรวมถึงกิจกรรมที่จะต้องมีการพัฒนา ทั้งหมด
  • 54.
    - 51 - บทที่8 ขั้นตอนการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศอย่างบูรณาการ (Steps in the Integrated Payments for Ecosystem Service Approach) ขั้นตอนการดาเนินงานเพื่อการจัดการค่าแทนคุณระบบนิเวศอย่างบูรณาการ เป็นวิธีการที่จะ ทาให้การทางานด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางหรือวัตถุประสงค์ของการ วางแผน เพื่อให้มีการปฏิบัติงานได้ตามกรอบของกฎหมายและนโยบายด้านการบริการของระบบนิเวศ โดยมี เป้ าหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา เพื่อทาให้วิถีการดารงชีวิตของมนุษย์และการบริการของระบบนิเวศมี ความสมดุลกัน ฉะนั้น ในการทางานเพื่อการบริการของระบบนิเวศโดยเฉพาะการนาโครงการค่าแทนคุณ ระบบนิเวศมาเป็นแนวทางในการจัดตั้งกองทุนอนุรักษ์พื้นที่คุ้มครอง จะมีขั้นตอนการดาเนินงานสรุปได้ ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การกาหนดขอบเขตและวัตถุประสงค์ การกาหนดขอบเขตและวัตถุประสงค์ รูปแบบของกระบวนการ ขอบเขต และผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียหลักที่ต้องดาเนินการพิจารณา จะประกอบด้วย 1.1. ข้อมูลที่เป็นหลักการใหญ่ๆในการจัดการหรือการพัฒนา จะต้องมีการกาหนด วัตถุประสงค์หลักคืออะไร และผลลัพธ์หรือเป้าหมายตอนสุดท้ายเป็นอย่างไร 1.2. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักเป็นใคร และมีส่วนร่วมในกระบวนการอย่างไร 1.3. กระบวนการที่สาคัญมีอะไรบ้าง และผลที่ได้รับเป็นอย่างไร 1.4. พนักงานเจ้าหน้าที่มีความต้องการในเรื่องอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นกองทุน หรือปัจจัย นาเข้าอื่นๆ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครอง 1.5. วิธีการสื่อสาร หรือการเข้าถึงข้อมูลกับกลุ่มเป้าหมายทาอย่างไร ขั้นตอนที่ 2 ความชัดเจนและหลักการที่สาคัญ ในขั้นตอนที่ 2 จะพิจารณาถึงหลักการที่สาคัญหรือเป้ าหมายหลักที่ต้องการจากการบริการ ของระบบนิเวศ ที่เกี่ยวข้องกับแผนพัฒนาและผลประโยชน์ที่ได้รับที่เป็นหลักของกลุ่มเป้ าหมาย การกาหนด เป้ าหมายควรจะให้มีการพิจารณาถึงการบริการของระบบนิเวศได้ 3-6 เป้ าหมาย และให้พิจารณาถึงความ เสี่ยงหรือโอกาสที่จะจัดทาแผนพัฒนาพร้อมกับกาหนดผลลัพธ์ที่ได้รับหรือมีตัวชี้วัด จะทาให้ทราบว่า ผู้ใช้บริการของระบบนิเวศจะมีผลกับแผนการพัฒนาอย่างไร 2.1. แผนพัฒนาขึ้นอยู่กับการบริการของระบบนิเวศอย่างไร และมีผลกระทบอย่างไรบ้าง 2.2. ใครจะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักที่จะได้รับผลประโยชน์จากการบริการของระบบ นิเวศ
  • 55.
    - 52 - 2.3.ผลประโยชน์ที่ได้รับและค่าใช้จ่ายในการลงทุนระหว่างกลุ่มเป้ าหมายมีความแตกต่าง กันอย่างไร 2.4. พื้นที่ที่มีการให้บริการของระบบนิเวศมีปัญหาหรือมีความขัดแย้งกันหรือไม่ 2.5. การบริการของระบบนิเวศใดที่เป็นหลักของการพัฒนาและมีเหตุผลว่าทาไม ขั้นตอนที่ 3 การวิเคราะห์สถานภาพ แนวโน้มและการได้เสียจากการบริการของระบบ นิเวศ ในขั้นตอนที่ 3 จะเกี่ยวข้องกับสถานภาพและแนวโน้มของการบริการของระบบนิเวศ ความ ต้องการใช้การบริการของระบบนิเวศ จะต้องได้รับการพิจารณา การวิเคราะห์สถานภาพการบริการของ ระบบนิเวศที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและความต้องการในอนาคต การตรวจสอบผลที่ได้รับ ขอบเขต และความ เป็นไปได้จากการเปลี่ยนแปลงที่กาหนดขึ้น ขั้นตอนนี้จะเกี่ยวข้องกับสาเหตุและผลกระทบภายในของ ขอบเขตที่เกี่ยวข้อง 3.1. มีข้อมูลข่าวสารและเหตุการณ์อะไรบ้าง สถานภาพและแนวโน้มของการบริการของ ระบบนิเวศ และมีช่องว่างระหว่างข้อมูลข่าวสารอย่างไร 3.2. สถานภาพปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตในเรื่องการบริการของระบบนิเวศ และการ วิเคราะห์ความต้องการที่จะให้ระบบนิเวศบริการมีอะไรบ้าง 3.3. ผู้มีหน้าที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงจะเป็นใคร และประกอบด้วยใครอะไรบ้างเข้ามา เกี่ยวข้อง 3.4. สถานการณ์การได้เสียในการพัฒนาและการบริการที่จะต้องทาระหว่างกลุ่มผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียเป็นอย่างไร ขั้นตอนที่ 4 กรอบของสถาบันหรือหน่วยงานและวัฒนธรรม กรอบของสถาบันหรือหน่วยงานและวัฒนธรรม จะมีการวิเคราะห์ถึงนโยบาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการบริการของระบบนิเวศ สถาบันหรือ หน่วยงานหลัก หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอานาจในสถาบันเกี่ยวกับการจัดการระบบนิเวศ ข้อมูลดังกล่าว จะ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจ ถึงสาเหตุ และผู้ขับเคลื่อนกระบวนการ 4.1. หน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบด้านการบริการของระบบนิเวศ ใครจะเป็นผู้มีส่วน รับผิดชอบในการตัดสินใจว่าจะดาเนินการหรือไม่ดาเนินการ 4.2. นโยบาย กฎระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ มีอะไรบ้างที่มีอิทธิต่อการใช้ทรัพยากรของ ประชาชน และการจัดการระบบนิเวศ ใครเป็นผู้มีความขัดแย้งกับเป้ าหมายหลักและจะมีวิธีการแก้ไขได้ อย่างไร 4.3. กรณีที่มีความขัดแย้งระหว่างสถาบันกับบุคคลหรือกรอบกฎหมาย วัฒนธรรม ที่ สนับสนุนให้มีการบริการจะมีการพิจารณาดาเนินการอย่างไรได้บ้าง
  • 56.
    - 53 - 4.4.ความต้องการ ผลประโยชน์ที่ได้รับ และสิทธิในการดาเนินงาน วิธีการจัดการจะขึ้นอยู่ กับการบริการของระบบนิเวศ ขั้นตอนที่ 5 การตัดสินใจ ความเสี่ยงและโอกาสในการพัฒนาโดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมไว้ขึ้นอยู่กับโอกาสความชัดเจน ของนโยบาย การเลือกใช้เครื่องมือ และการรักษาเครื่องมือ การบารุงรักษา หรือการเพิ่มกลไกการบริการของ ระบบนิเวศ ในส่วนที่เกี่ยวกับแผนควรหลีกเลี่ยง หรือการลดผลกระทบจากการบริการของระบบนิเวศและ ผู้ใช้แผนพัฒนา ข้อมูลดังกล่าวจะนาเข้าสู่ระบบการตัดสินใจโดยพิจารณาจากฐานคุณค่าของการบริการของ ระบบนิเวศ และเป็นเครื่องมือในการสร้างการมีส่วนร่วม 5.1. การบริการของระบบนิเวศมีอะไรบ้างที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการพัฒนาและมีความจาเป็นที่ จะต้องมีการประเมินผลต่อไปหรือไม่ 5.2. คุณค่าทางเศรษฐกิจที่มีประโยชน์ประกอบด้วยอะไรบ้าง 5.3. มีนโยบายอะไรบ้างที่เป็นไปได้ และสอดคล้องหรือตรงกันข้ามกับการรับบริการของ ระบบนิเวศ มีวิธีการลด หรือหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทาได้อย่างไรบ้าง 5.4. มีประสบการณ์หรือบทเรียนอะไรบ้าง (ที่เป็นผลบวกหรือผลลบ) ที่เกี่ยวข้องกับการ ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอุปกรณ์ เครื่องมือ กลไกและการสร้างกิจกรรมให้เกิดขึ้น ขั้นตอนที่ 6 การปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์จะดาเนินการอย่างไรและประกอบด้วย อะไรบ้าง ขั้นตอนนี้จะเป็นยุทธศาสตร์การปฏิบัติงานตามแผนหรือการปฏิบัติงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับแผนนโยบายที่เป็นปัจจัยเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความรับผิดชอบ และกิจกรรมต่างๆตลอดจนเงิน งบประมาณ 6.1. มีการเลือกกิจกรรมหลักที่ดาเนินการ ความเป็นไปได้ในการดาเนินงานตามกิจกรรม และมีการยอมรับในการร่วมทางานตามแผนพัฒนาหรือไม่ 6.2. ความจาเป็นทางการเงินหรืองบประมาณ เทคนิค วิธีการ ทรัพยากร ความสามารถของ สถาบันหรือหน่วยงานที่จะดาเนินการให้เป็นไปตามนโยบายได้หรือไม่ 6.3. ใครจะมีส่วนช่วยปฏิบัติหรือเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตามนโยบายและมีบทบาท หน้าที่อย่างไร 6.4. จะมีการวัดหรือการติดตามผลกระทบกับนโยบายอย่างไร และมีวิธีการเรียนรู้หรือมีการ สื่อสารกันอย่างไร
  • 57.
    - 54 - บทที่9 บทเรียนจากการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ (Lessons Learned on Payments for Ecosystem Services) ดังที่ได้ทราบมาแล้วว่า ระบบนิเวศบนพื้นโลกนี้มีความสัมพันธ์กับการดารงชีวิตของมนุษย์ แ ล ะ มีการจัดการระบบนิเวศให้อานวยผลประโยชน์ต่อมนุษย์ในระดับต่างๆ ซึ่งได้ยกตัวอย่างเรื่องน้า ที่มี กระบวนการการเกดของน้าหรือวัฏจักรของน้า ปริมาณและคุณภาพของน้าที่ได้จากน้าฝนไหลจากที่สูงลงสู่ที่ ต่าตามเทือกเขา ภูเขา หรือบริเวณต้นน้าลาธาร ลาห้วย จนถึงแม่น้าสายเล็กและสายใหญ่ลงสู่ทะเลและ มหาสมุทร บริเวณพื้นที่ดังกล่าวส่วนใหญ่อาจจะเป็นพื้นที่คุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติหรือเขต รักษาพันธุ์สัตว์ป่า น้าที่ไหลไปตามลาห้วย ลาธาร แม่น้า ก็จะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ลา น้าไหลผ่านใช้อุปโภคและบริโภค ในการดาเนินงานด้านการดูแล ป้ องกันรักษาพื้นที่คุ้มครอง ก็ได้มีกฎหมายใช้บังคับในการ บริหารจัดการ งบประมาณที่ใช้เป็นการจัดสรรค่าใช้จ่ายจากงบประมาณประจาปีของรัฐบาล แต่ปัจจุบัน ได้มีแนวคิดใหม่ว่างบประมาณจากภาครัฐไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการ มีการจัดตั้งกองทุนอนุรักษ์ การ กระจายอานาจสู่ท้องถิ่น การเก็บภาษี การเก็บค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่คุ้มครอง เป็นต้น กรณีศึกษาปัญหาการจัดการพื้นที่คุ้มครอง : ตรรกวิทยาค่าแทนคุณระบบนิเวศ การทาลายพื้นที่คุ้มครอง เพื่อ ประโยชน์ในการเลี้ยงปศุสัตว์ การใช้ ประโยชน์ พื้นที่ คุ้มครอง ค่าใช้จ่ายเพื่อ การดูแลพื้นที่ คุ้มครอง การอนุรักษ์พื้นที่ สูญเสียการบริการเรื่องน้า สูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่มีการดูดซับคาร์บอน
  • 58.
    - 55 - หลักการการแก้ไขปัญหา กลไกการดาเนินงานของค่าแทนคุณระบบนิเวศ(PES) จะมีกลไกหลักๆ ของการทางานที่ สาคัญ คือ 1. ลักษณะของผู้ให้บริการ ต้องเข้าใจถึงเรื่องราวของระบบนิเวศ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม หรือทรัพยากรธรรมชาติ 2. ลักษณะของผู้ต้องการใช้บริการ ซึ่งจะหมายถึงว่าใครจะเป็นผู้จ่าย หรือจ่ายค่าแทนคุณ ระบบนิเวศ 3. การทาสัญญาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย หรือการให้การบริการของระบบนิเวศ ต้องเข้าใจว่า เราต้องการค่าแทนคุณระบบนิเวศในเรื่องใด เช่น เรื่องน้า การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวชมสัตว์ป่า เป็นต้น การทาลายพื้นที่คุ้มครอง เพื่อ ประโยชน์ในการเลี้ยงปศุสัตว์ ค่าใช้จ่ายใน การดูแลพื้นที่ คุ้มครอง การใช้ ประโยชน์ พื้นที่ คุ้มครอง ค่าใช้จ่าย การอนุรักษ์พื้นที่ โดยใช้ กระบวนการค่าแทนคุณ ระบบนิเวศ หน้าที่ปฏิบัติ 1. รอบปี/รายปี 2. ต้องการให้มีรายได้เข้ามาตลอดเวลา
  • 59.
    - 56 - ยกตัวอย่างเรื่องน้าหรือการบริการน้าในระบบนิเวศ การบริการเรื่องน้าในระบบนิเวศจากพื้นที่คุ้มครองพื้นที่ป่าที่ขึ้นปกคลุมอยู่ในบริเวณพื้นที่ คุ้มครองส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งต้นน้าลาธาร มีความสัมพันธ์กับปริมาณ คุณภาพ และการไหลของน้า ผลประโยชน์ที่ได้รับหรือความต้องการด้านการบริการน้า กล่าวคือ  การใช้ประโยชน์ของปศุสัตว์  การใช้น้าเพื่อการเกษตร  ผลิตกระแสไฟฟ้า หรืเขื่อนพลังน้า  การประมง หรือการเพาะเลี้ยงสัตว์น้า  การพักผ่อนหย่อนใจ  ระบบนิเวศปลายน้า การใช้ ประโยชน์ ที่ดิน (การจ่าย) 1. ความรู้ความเข้าใจเรื่องระบบนิเวศ เศรษฐกิจ ผลกระ ทบจาก น้า การดูดซับ คาร์บอน การอนุรักษ์ ความ หลากหลาย ทางชีวภาพ การบริการ น้า หน่วยวัดการ แพร่ CO2 การบริการ ของระบบ นิเวศ สวัสดิการ ของผู้ใช้น้า ผู้ซื้อ คาร์บอน ส วัส ดิ ก า ร ของผู้ได้รับ ผลประโยชน์ 3. ผู้ให้บริการ (ผู้ขาย) 2. ผู้ได้รับผลประโยชน์ (ผู้จ่าย)
  • 60.
  • 61.
    - 58 - สาหรับการบริการเรื่องน้าตัวอย่างจากประเทศสาธารณรัฐโดมินิกัน ภูมิประเทศเป็นเกาะ กลางอ่าวคาริบเบียนอาณาเขตติดต่อกับประเทศไฮติ r การวิเคราะห์จากภาพดังกล่าว ผู้ที่มีความต้องการหรืออุปสงค์ (Demand) : 1. เรามีความต้องการอะไร 2. ใครเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากการบริการ 3. ผลประโยชน์ที่ได้รับมากน้อยเพียงใด ผู้ให้บริการหรืออุปทาน (Supply) : 1. มีการให้บริการของระบบนิเวศมากน้อยแค่ไหน 2.หากว่ามีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินเกิดขึ้นการบริการของระบบนิเวศจะเพิ่มขึ้น หรือลดลง 3. ใครจะเป็นผู้ให้บริการ ตัวอย่างเรื่องการประปาที่ได้จากแหล่งต้นน้า เพื่ออานวยน้าประปาให้แก่ประชาชน 1. ประชาชนมีความต้องการอะไร 1.1. จานวนน้าน้อยที่สุดเท่าไร ที่ต้องการขึ้นอยู่กับขนาดของประชากรในพื้นที่ ถ้าหากว่า ประชากรเพิ่มขึ้น ความต้องการน้าจะเพิ่มขึ้นเท่าไร
  • 62.
    - 59 - 1.2.น้าจากแหล่งน้าดังกล่าวมีการไหลอยู่ตลอดปีหรือไม่ (ปริมาณ) 1.3. น้ามีคุณภาพได้มาตรฐานหรือไม่ 2. จะมีการปรับตัวอย่างไร ถ้าหากว่าความต้องการใช้น้ามีปัญหา 2.1. ลดการอุปโภคบริโภค หรือเพิ่มประสิทธิภาพ การจ่ายน้า 2.2. จะมีการหาแหล่งน้าจากพื้นที่อื่นหรือไม่ 2.3. การทาให้คุณภาพของน้าดีขึ้น 3.การใช้น้าอย่างมีคุณค่า ควรทาอย่างไร เฉพาะผลประโยชน์และผู้ได้รับผลประโยชน์จากน้า ตัวอย่างค่าแทนคุณระบบนิเวศจากการใช้น้า คือ Paying for Water Services in Central America บทเรียนจากประเทศคอสตาริก้า เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในอเมริกากลางระหว่างนิการากัวกับปานามา โดยเฉพาะการสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อชุมชนโดยมีหลักเกณฑ์พิจารณาเพื่อมิให้เกินกาลังผลิต บริษัท ผู้ใช้น้า พื้นที่ พื้นที่รับน้า พื้นที่ ค่ า แทนคุณ ha ตามสัญญา (ha) ($US/ha/yr) 1. Energia ผลิตกระแส Rio Volcan 3,466 2,493 10 Global ไฟฟ้า Rio San 2,404 1,818 10 Fernando 2. Platanar SA. ผลิตกระแส Rio Platanar 3,129 1,800 10/30 ไฟฟ้า 3. CNFL ผลิตกระแส Rio Aranjuez 9,515 5,000 42 ไฟฟ้า Rio Bolsa 18,926 6,000 42 Lago Cote 1,259 900 42 4. La Manguera ผลิตกระแส La Esperanza 3,000 10 ไฟฟ้า 5. Florida น้าบรรจุขวด Rio Segundo 3,870 1,000 10 Ice+Farm
  • 63.
    - 60 - สาหรับค่าตอบแทนที่ให้แก่ผู้บริการ ค่าตอบแทนที่ให้แก่ผู้บริการ(5ปี) สัญญา จานวนเงิน ($US/ha) 1 2 3 4 5 1. ปลูกป่า 538 50% 20% 15% 10% 5% 2. การอนุรักษ์ป่าไม้ 210 20% 20% 20% 20% 20% มีข้อสังเกตว่า ในการใช้ค่าแทนคุณระบบนิเวศตามตารางดังกล่าว ค่าตอบแทนที่เป็น ค่าใช้จ่ายจะเปลี่ยนแปลงตามภาวะการตลาด หรือการใช้พื้นที่ที่กาหนดไว้เช่น จานวน 1,000,000 ha แต่ได้ ทาสัญญาประมาณ 200,000 ha ยังไม่ได้มีการทาสัญญาหรือใช้ประโยชน์จากค่าแทนคุณระบบนิเวศ อีก 800,000 ha ในจานวนพื้นที่ดังกล่าวที่ทาสัญญาจานวน 83% ได้ทาสัญญาเพื่อการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้อีก 17% ทาสัญญาเพื่อปลูกป่าเพิ่มขึ้น ฉะนั้น การจ่ายค่าตอบแทนตามกระบวนการยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ต้นน้า ทั้งหมด ตัวอย่าง การใช้ค่าแทนคุณระบบนิเวศในเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ป่า ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องน้า วิเคราะห์ตามรายละเอียดได้ดังนี้ ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับสัตว์ป่า สามารถนาระบบ PES ไปใช้ได้หรือไม่ 1. การสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย ได้ ควรจ่ายให้แก่ผู้จัดการที่ดิน เพื่อการพัฒนาพื้นที่ ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า 2. มีการล่าสัตว์ป่ามากเกินไป เนื่องจากมีความไม่ ปลอดภัยจากสัตว์ป่า ไม่สามารถกระทาได้ประการแรกต้องทราบถึงสิทธิ ในการครอบครองที่ดิน ไม่สามารถใช้ได้ ถ้าหาก ไม่มีความปลอดภัย 3. มีการล่าสัคว์ป่ามากเกินไป เนื่องจากความต้องการ อาจจะกระทาได้ ถ้าหากเจ้าของพื้นที่เข้าใจถึงค่า แทนคุณระบบนิเวศ 4. การลดราคาการซื้อ-ขาย สามารถจะควบคุมได้แต่มีการลงทุนที่สูง ความเข้าใจถึงหลักวิชาการด้านการจัดการสัตว์ป่ากับค่าแทนคุณระบบนิเวศ 1. ลักษณะของสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม - ระดับของการถูกคุกคาม - ระดับของการถูกรบกวน - อัตราการขยายพันธุ์และรูปแบบ - ศักยของการใช้ประโยชน์ที่ดิน - ค่าตอบแทนในการอนุรักษ์พื้นที่
  • 64.
    - 61 - -อื่นๆ 2. ลักษณะของการเข้าถึงเป้าหมาย - ความปลอดภัยของถิ่นที่อาศัย - สิทธิของการใช้ประโยชน์จาก สัตว์ป่า 3. เศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์จากสัตว์ป่า - ศักยภาพของการตลาด - การใช้ประโยชน์ของ ชุมชนท้องถิ่น - ความเป็ นไปได้ของการจัดการที่ดิน ที่เกิดขึ้นจากค่าตอบแทนหรือค่าแทนคุณ ระบบนิเวศ - มูลค่าของการใช้ประโยชน์ที่ขึ้นอยู่กับ ค่าตอบแทน หรือค่าแทนคุณระบบนิเวศ
  • 65.
    - 62 - บทที่10 แนวทางการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ (Project Proposal Designing a PES Programme) 10.1 แนวทางการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ การบริการของระบบนิเวศ หมายถึง ผลประโยชน์ที่มนุษย์ได้จากระบบนิเวศทั้งจาก สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ ที่เป็นพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเศรษฐกิจและสังคม ส่วนค่าแทนคุณระบบนิเวศ หมายถึง การจัดสรรเงินค่าตอบแทนหรือกองทุนให้กับชุมชน หรือผู้ที่ดูแลรักษา ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ เพื่อเป็นหลักประกันความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและประโยชน์ที่มนุษย์ ได้รับจากการบริการของระบบนิเวศ แนวทางการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศนี้เป็นส่วนหนึ่งที่มีแนวคิดว่าจะดาเนินการที่ พื้นที่คุ้มครองใด จึงต้องจัดทาเป็นโครงการเสนอผู้บริหารให้ชัดเจน พิจารณาดาเนินการตามขั้นตอนพอที่จะ สรุปได้ดังนี้ 1. ควรสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสาคัญของค่าแทนคุณระบบนิเวศ ร่วมกับ วิเคราะห์การบริการของระบบนิเวศ การประเมินความต้องการ และการให้บริการระหว่างผู้ให้และผู้รับ 2. การวิเคราะห์ถึงคุณภาพและปริมาณของการบริการของระบบนิเวศ โดยเฉพาะมูลค่าทาง เศรษฐศาสตร์ของระบบนิเวศ 3. การวิเคราะห์ถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ว่ามีใครบ้าง ใครเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ ใครเป็นผู้ให้และบุคคลผู้ดาเนินการ 4. ความสาคัญและคุณค่าของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เข้าร่วมโครงการ 5. สถาบันหรือหน่วยงานหลักที่มีความรับผิดชอบด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศ 6. ข้อตกลงหรือสัญญาเกี่ยวกับการดาเนินงานระหว่างผู้ให้กับผู้รับ หรือผู้ซื้อกับผู้ขาย หรือ การใช้เงินงบประมาณจากกองทุน
  • 66.
    - 63 - ตัวอย่างการเขียนโครงการ “โครงการการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ....” กาหนดหลักการและเหตุผล ให้พิจารณากาหนดหลักการและเหตุผลในการดาเนินงานโครงการ วัตถุประสงค์และผลที่ได้รับ เป้าหมายและวัตถุประสงค์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศในพื้นที่คุ้มครอง เพื่อให้มีการบริการของระบบนิเวศ(ES) กิจกรรมต่างๆ มีส่วนเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอาหาร แร่ธาตุ การเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร รักษาสภาพภูมิอากาศ การเก็บค่าธรรมเนียมและชดเชยการใช้บริการของ ระบบนิเวศ วัตถุประสงค์สามารถกาหนดได้ดังนี้ 1. การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) - โดยการประเมินคุณค่าของการบริการของระบบนิเวศที่อานวยผลประโยชน์ให้แก่ ชุมชนท้องถิ่น - ให้มีการวิจัยเพื่อติดตามประเมินผลและรูปแบบการดาเนินงานด้านแหล่งน้า การ จัดการกองทุนและสิทธิความเป็นเจ้าของ - การให้ความรู้เฉพาะในการจัดการที่ดินและการทางานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย - ให้มีการเชื่อมโยงกันระหว่างความต้องการเพื่อแสดงให้เห็นถึงการแก้ไขปัญหาความ ยากจนอาหารและค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) 2. กาหนดรูปแบบของการมีส่วนร่วมและกลไกของค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) - วิธีการทางาน กลไกการจัดหาทุนเพื่อป้ องกันพื้นที่คุ้มครองให้เป็นกรอบการทางานใน ระดับชาติ - ทดลองดาเนินการในพื้นที่ให้เป็นตัวอย่าง เช่น ในพื้นที่คุ้มครองที่มีการใช้ประโยชน์ จากน้าตก - สนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นร่วมจัดการพื้นที่คุ้มครอง รับผลประโยชน์โดยตรงและผู้ใช้ ประโยชน์อื่นๆ 3. การพัฒนาขีดความสามารถในการกาหนดการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) และการปฏิบัติ - สนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนท้องถิ่นจัดตั้งกองทุนดาเนินการอนุรักษ์ ทรัพยากรในพื้นที่และโดยยึดหลักความสาคัญทางเศรษฐกิจ
  • 67.
    - 64 - -สร้างความเข้มแข็งให้ผู้จัดการหรือหัวหน้าพื้นที่คุ้มครองในการแก้ไขปัญหา การ ป้ องกันการลดลงของทรัพยากร การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการน้าและการแก้ไขการ เปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ผลที่คาดว่าจะได้รับ - การใช้ค่าแทนคุณระบบนิเวศเป็นกลไกความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อในการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวข้อง - แนวทางการมีส่วนร่วมจากการนาเอาค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาพัฒนาให้เกิด ประโยชน์ด้วยกันกับทุกๆ ฝ่าย - ข้อตกลงในโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศจะต้องมีหน่วยงานรองรับการทางาน การ กาหนดแผนการปฏิบัติงานและกลไกของการลงทุน - มีการดาเนินงานที่ชัดเจนในการใช้กลไกค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) คือ การผลิต กระแสไฟฟ้า การใช้น้าเพื่อการอุปโภคบริโภค และการท่องเที่ยว - สามารถนากลไกของค่าแทนคุณระบบนิเวศ ไปใช้ในการทางานในพื้นที่อื่นๆ ได้ องค์ประกอบและกิจกรรมที่คาดว่าจะดาเนินการได้ องค์ประกอบที่ 1 กาหนดการพัฒนารูปแบบและการปฏิบัติของค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) ให้อยู่ ในระดับชาติ กิจกรรมที่ 1.1 การพัฒนากระบวนการค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) - การพัฒนากลไกของค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) เครื่องมืออุปกรณ์หรือ ทรัพยากรในการปฏิบัติงาน เช่น มีพนักงานเจ้าหน้าที่ด้านการส่งเสริม ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการ ที่ต้องการสนับสนุนการปฏิบัติงาน การประเมินการ บริการของระบบนิเวศ แผนกิจกรรม การออกแบบและการปฏิบัติตามแผนการ - การพัฒนาขีดความสามารถให้ชุมชนท้องถิ่นในการมีส่วนร่วมดาเนินงานค่า แทนคุณระบบนิเวศ การดาเนินงานกองทุนจากค่าบริการของระบบนิเวศและมี ความสัมพันธ์กันกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ - การพัฒนาขีดความสามารถของหน่วยงานหรือสถาบันที่ดาเนินงานค่าแทนคุณ ระบบนิเวศ (PES) ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ และกลไกการทางานโดย การมีส่วนร่วม
  • 68.
    - 65 - กิจกรรมที่1.2 การดาเนินงานตามหลักการหรือบทเรียน - การดาเนินงานของภาคราชการในระดับชาติ โดยกาหนดพื้นที่นาร่อง การ กาหนดรูปแบบและการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านกลไกค่าแทนคุณระบบนิเวศ - ค้นหาชุมชนท้องถิ่นผู้ขายที่ปฏิบัติงานด้านการปรับปรุงฟื้ นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและอานวยผลประโยชน์ให้แก่ผู้ซื้อ - การกาหนดอุปกรณ์และนโยบายตลอดจนหน่วยงานสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง - การจัดทาคู่มือปฏิบัติงาน ที่ประกอบด้วยหลักเกณฑ์การเลือกพื้นที่ การวิเคราะห์ การดาเนินงานโดยการใช้วิธี SWOT Analysis การบริการของระบบนิเวศ ตลอดจนการกาหนดกฎระเบียบหรือกฎหมายทีเกี่ยวข้อง องค์ประกอบที่ 2 การพัฒนาองค์ความรู้ในการดาเนินงานด้านการบริการของระบบนิเวศ (ES) การพิจารณาหลักการทางวิทยาศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ในการนาเอาการบริการ ของระบบนิเวศมาใช้โดยผ่านกระบวนการเวทีการประชุมและการให้ความรู้ เกี่ยวกับประโยชน์ของระบบนิเวศ นโยบายการอนุรักษ์และประโยชน์อื่นๆ การ ออกแบบและกิจกรรมพื้นฐานของค่าแทนคุณระบบนิเวศ ประกอบด้วยคุณค่าของ พื้นที่คุ้มครองทั้งระบบและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ กิจกรรมที่ 2.1 การพัฒนาด้านชีว-กายภาพของพื้นที่คุ้มครอง - การศึกษาถึงระบบของแหล่งน้า โดยเฉพาะสถานภาพของน้า การใช้ประโยชน์ ที่ดินที่มีผลกระทบกับแหล่งน้า - ความเข้าใจของระบบพื้นที่คุ้มครองกับแหล่งน้าที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของ การใช้ประโยชน์ที่ดิน - การวิเคราะห์รูปแบบที่มีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับป่าไม้พื้นที่การเกษตร การ เลี้ยงปศุสัตว์กับสถานภาพของการบริการของระบบนิเวศ การเพิ่มขึ้นหรือการ ลดลงของการบริการของระบบนิเวศ ที่เกิดจากการใช้ประโยชน์ที่ดิน การ จัดการแหล่งน้าเพื่อให้แหล่งน้าอานวยน้าให้แก่ผู้ซื้อมากที่สุด กิจกรรมที่ 2.2 การประเมินมูลค่าเงินต้นทุนและกาไรของค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) - การประเมินค่าของการลงทุนและผลกาไรที่ได้สาหรับเกษตรกรที่ต้องการ ร่วมงาน - มูลค่าของการบริการของระบบนิเวศ (ES) ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงพืชผล ทางการเกษตรหรือทุ่งหญ้าหรือพื้นที่ชุ่มน้า - การประเมินการดารงชีวิตของประชาชนทางด้านอาหารและการแก้ปัญหาความ ยากจนจาต้องสารวจสถานภาพของชุมชน ชาวบ้านและความเป็นอยู่
  • 69.
    - 66 - องค์ประกอบที่3 การกาหนดกลไกของการมีส่วนร่วมและการปฏิบัติ จาต้องทาการสารวจสถานภาพ ความมีประสิทธิภาพของกลไกค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) ของชุมชนท้องถิ่น และการวิเคราะห์ผู้เกี่ยวข้องในการให้บริการของระบบนิเวศ (ES) และยินดีเข้าร่วม โครงการ การกาหนดวิธีการและเป้ าหมายในการบริการ ประมาณการใช้ งบประมาณสนับสนุนในการจัดการระบบนิเวศ กลไกในการดาเนินงานควร ประกอบด้วย - ข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์ วัฏจักรของน้า การใช้น้าเพื่อเศรษฐกิจ การผลิต กระแสไฟฟ้า การใช้น้าเพื่อการอุปโภคบริโภค หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ - ความพึงพอใจในการให้บริการและการรับบริการจากระบบนิเวศ โดยเฉพาะเรื่อง น้า ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริการและสาเหตุของการขาดแคลนน้า จะเห็น เป็นตัวอย่างได้ เช่น ป่าชุมชนที่กาหนดขึ้น สามารถให้เป็นแหล่งอานวยน้าให้แก่ ชุมชนในท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพ กิจกรรมที่ 3.1 การกาหนดผู้เข้าร่วมใช้บริการของระบบนิเวศและการวางแผน - วิเคราะห์ผู้ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง การเลือกกิจกรรมที่สร้าง กองทุน ตัวอย่างกิจกรรม เช่น การพัฒนาอาชีพ การท่องเที่ยวในชนบท หรือการใช้ กองทุนเพื่อการจัดการป้ องกันถิ่นที่อาศัย พื้นที่ชุ่มน้า ทัศนียภาพที่สวยงาม หรือ การอยู่ดีกินดีของชุมชน เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น กิจกรรมที่ 3.2 การจัดตั้งสถาบันรับผิดชอบในการปฏิบัติตามแผน รวมทั้งการจัดตั้งเครือข่าย - จัดตั้งสถาบันรับผิดชอบในการทางานเพื่อดาเนินงานและการติดตามตรวจสอบ การรายงานและยอมรับตามระยะเวลา - จัดตั้งเครือข่ายการทางานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ กิจกรรมที่ 3.3 สนับสนุนกระบวนการยอมรับแผนการจัดการ - สนับสนุนให้ผู้ที่ทาการเกษตรโดยไม่ใช้สารเคมี สนับสนุนให้มีการใช้ งบประมาณกองทุนเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และเก็บรายได้จากนักท่องเที่ยว เข้ากองทุนโดยให้มีการยอมรับหรือมีความพึงพอใจในการจ่าย กิจกรรมที่ 3.4 การพัฒนาข้อตกลงในเรื่องค่าแทนคุณระบบนิเวศ - จาต้องดาเนินการจัดทาข้อตกลงหรือสัญญา (Contract) การซื้อ-ขายระหว่างผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียดังกล่าว
  • 70.
    - 67 - องค์ประกอบที่4 ความร่วมมือของโครงการและการจัดการข้อมูล องค์ประกอบนี้จะสนับสนุนการดาเนินงานและการสร้างความร่วมมือเพื่อให้การ ปฏิบัติงานเป็นไปตามกิจกรรม ผลลัพธ์และผลที่ได้รับ การจัดการข้อมูล เพื่อแสดง ความมีประสิทธิภาพของโครงการเพื่อนาไปสู่การดาเนินงานระดับชาติ หน่วยงานรับผิดชอบ ในกรณีที่พื้นที่คุ้มครอง (อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า) อยู่ในความควบคุม ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หน่วยงานที่เกี่ยวกับค่าแทนคุณระบบนิเวศควรจะอยู่ในความ รับผิดชอบของหน่วยงานอุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กล่าวคือ หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นกองหรือสานักหรือสถาบัน ส่วนความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น กรมป่าไม้ กรมปศุสัตว์กรมวิชาการเกษตร กรม ส่งเสริมการเกษตร กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน เพื่อให้เป็นเครือข่ายและมีความร่วมมือกัน นอกจากนี้ก็ยังมีการประสานงานร่วมมือกับรัฐวิสาหกิจ ภาคอุตสาหกรรมและองค์กร ภาคเอกชน เช่น การประปาภูมิภาค โรงงานผลิตน้าดื่ม เป็นต้น งบประมาณโครงการ งบประมาณที่ใช้ในการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) ควรจะประกอบด้วย (1) เงินงบประมาณปกติ (2) กองทุนเฉพาะที่ดาเนินการเรื่องค่าแทนคุณระบบนิเวศ เช่น เรื่องน้า เรื่องการท่องเที่ยว หรือจากการบริจาคของผู้ประกอบการ ฯลฯ 10.2 แนวทางการวิเคราะห์เพื่อการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ โดยวิธีการ SWOT Analysis เพื่อประเมินความเหมาะสมในการนาเอาค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้ในการจัดการ พื้นที่คุ้มครองให้เหมาะสมจะต้องมีการวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้โดยใช้ SWOT Analysis 1. จุดแข็ง (Strengths) - วิธีการดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) สามารถนามาใช้ในเรื่องการอนุรักษ์เพื่อ ประโยชน์ได้ - มีความต้องการการบริการของระบบนิเวศ (ES) ที่มีประสิทธิภาพและมั่นคง - รายได้จากการท่องเที่ยวสามารถนาเอาไปใช้ในการจัดการและพัฒนาเป็นเงินกองทุน จัดการพื้นที่คุ้มครองได้ - พื้นที่คุ้มครองสามารถอานวยน้าที่สะอาดเพื่อการบริโภคของชุมชนได้เป็นอย่างดี - สามารถนาค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้ในเรื่องการจัดการที่ดิน การควบคุมการ ไหลบ่าของน้า ควบคุมมิให้มีการชะล้าง หรือการเกิดดินพังทลาย
  • 71.
    - 68 - -พื้นที่คุ้มครองเป็นแหล่งเก็บกักคาร์บอนที่ดีที่สุด ควรใช้ค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาดาเนินการได้ - รัฐมีนโยบายที่ชัดเจนและมีสถาบันหรือหน่วยงานรองรับการดาเนินงาน - เจ้าของที่ดินหรือผู้ครอบครองที่ดินมีความพึงพอใจ และมีความสามารถในการ ดาเนินการตามกระบวนการของ PES 2. จุดอ่อน (Weakness) - ไม่มีความชัดเจนในเรื่องของค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) -ผู้ร่วมงานโครงการไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ และกลไกในการดาเนินงานของค่าแทนคุณระบบ นิเวศ(PES) - ไม่ต้องการนาค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้ 3. โอกาส (Opportunities) - กาหนดค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) ให้เป็นกฎหมายและนโยบาย - การจัดตั้งสถาบันหรือหน่วยงานรับผิดชอบ - การปรับปรุงการบริการของระบบนิเวศให้อยู่ในสถานภาพที่มีประสิทธิภาพจากการใช้ ประโยชน์ได้ - ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม 4. ปัจจัยความเสี่ยง (Threatened of Risks) - ขาดนโยบายในการนาเอาค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้หรือขาดความสนใจใน การจัดการพื้นที่คุ้มครองเพื่อให้มีการบริการของระบบนิเวศ (PES) - การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทาให้การบริการของระบบนิเวศ (ES) ไม่ ต่อเนื่องกัน - ขาดความพึงพอใจในการจ่าย (Willing to pay) โดยเฉพาะการจ่ายค่าแทนคุณระบบนิเวศ -ปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการจัดการที่ดินที่มีผลกระทบกับการดาเนินงานค่าแทนคุณ ระบบนิเวศ (PES)
  • 72.
    - 69 - ตัวอย่างการวิเคราะห์การดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) ด้านวิชาการและการจัดการกองทุน พื้นที่ สถาบัน งบประมาณที่ นาไปใช้ กลไก PES ใน ท้องถิ่น เป้าหมาย 1. พื้นที่ป่าไม้ บริเวณแหล่งต้นน้า กรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมป่าไม้ กรมปศุสัตว์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริม การเกษตร - จัดทาแผน - สนับสนุนการ เลี้ยงปศุสัตว์ - เผยแพร่ความรู้ - การจัดการที่ดิน - กองทุนนาสู่ ชุมชนท้องถิ่นเพื่อ การฟื้นฟูป่าไม้ -ป้องกันรักษา ป่าไม้ ฝึกอบรมพนักงาน เจ้าหน้าที่ด้าน PES และแผนการ ดาเนินงาน 2. พื้นที่การเกษตร บริเวณแหล่งต้นน้า ระดับชาติ - กรมวิชาการเกษตร - กรมปศุสัตว์ - กรมอุทยาน แห่งชาติฯ - ฝึกอบรม พนักงาน เจ้าหน้าที่ด้าน การเกษตร - ฝึกอบรมราษฎร ท้องถิ่นเพื่อการ เพิ่มผลผลิตเกษตร PES สนับสนุนการ ดาเนินงาน เพิ่มผลผลิตภาค การเกษตร การใช้ ที่ดินอย่างถูกต้อง 3. ทุ่งหญ้าเลี้ยง ปศุสัตว์ ระดับท้องถิ่น - กรมปศุสัตว์ - กรมวิชาการเกษตร - นโยบายรัฐ ฝึกอบรมด้าน การเกษตรและ ด้านการเลี้ยง ปศุสัตว์ สนับสนุนการ ทางานตามกลไก ของ PES ฝึกอบรมพนักงาน เจ้าหน้าที่องค์กร และพนักงาน เจ้าหน้าที่ สนับสนุนให้มีการ จัดการพื้นที่ คุ้มครอง
  • 73.
    - 70 - บทที่11 พื้นที่ที่ดาเนินการด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศเพื่อการศึกษาและดูงาน (PES Scheme for Study Tours) การทบทวนเอกสารเกี่ยวกับการดาเนินงานด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศในพื้นที่ต่างๆ ทั่ว โลกพบว่าการดาเนินงานด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับเรื่องการบริการเรื่องน้าจากแหล่ง ต้นน้าที่ตั้งอยู่ในพื้นที่คุ้มครองและนาไปสู่การใช้ประโยชน์ของคนในเมืองหรือชนบท เกษตรกร การผลิต กระแสไฟฟ้า การป้องกันการพังทลายของดินหรือการกัดเซาะชายฝั่งหรือการตกตะกอนของดิน การป้ องกัน น้าท่วม การพักผ่อนหย่อนใจ การควบคุมความสมดุลของน้าที่ต้องการให้น้ามีปริมาณและคุณภาพต่อการใช้ ประโยชน์ของประชาชน 1. โครงการ Chapeco - Watershed PES Scheme ประเทศบราซิล เป็นโครงการที่ได้รับความช่วยเหลือจาก The World Bank ด้านการพัฒนาแห่งน้าที่ Lajeado Sao Jose ที่มีวัตถุประสงค์เพื่ออานวยน้าที่สะอาดที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคสาหรับประชาชนในเมือง Chapeco จากการศึกษาวิจัยพบว่า บริเวณแหล่งเก็บกักน้ามีการตกตะกอนของดินสูง ทาให้ขาดน้าในฤดูแล้ง ลาน้าตื้นเขิน ปริมาณน้าที่จะอานวยประโยชน์ให้แก่คนในเมืองลดน้อยลง จึงได้มีโครงการค่าแทนคุณระบบ นิเวศ (PES) เกิดขึ้น ผู้ใช้บริการน้ามีความพึงพอใจในการจ่ายค่าน้า (Willing To Pay : WTP) ค่าบริการเรื่อง น้า นาเงินมาจัดตั้งเป็นกองทุนให้เกษตรกรที่อาศัยอยู่บริเวณแหล่งต้นน้าเพื่อฟื้นฟูป่าไม้การปรับปรุงแหล่ง ต้นน้า การป้ องกันการตกตะกอนของดิน ลดการใช้สารเคมีกับพืชเกษตร ฉะนั้นโครงการนี้ผู้ที่อาศัยอยู่ บริเวณต้นน้าที่เป็นชาวไร่ ชาวนาได้รับผลประโยชน์จากโครงการดังกล่าวเป็นอย่างมาก 2. โครงการ Extrema PES Scheme ประเทศบราซิล บริเวณพื้นที่ป่า Extrema มีประชาชนอาศัยอยู่ในพื้นที่ประมาณ 25,000 คน และตั้งอยู่ห่าง จากเมือง Sao Paulo ประมาณ 100 กิโลเมตร ได้มีดาเนินงานโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) เพื่อการ ดูแลป้องกันบริเวณแหล่งต้นน้า และอานวยน้าให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมือง Sao Paulo เมือง Sao Paulo แหล่งอุตสาหกรรมที่สาคัญมากมาย ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางน้าและ การตกตะกอนของดิน ถึงแม้ว่าจะมีการสร้างแหล่งเก็บกักน้าจากแม่น้าลาห้วยและลาธารต่างๆ ตามบริเวณ พื้นที่ต้นน้ามีเกษตรกรดาเนินกิจกรรมต่างๆ ประกอบกับความยากจนของชาวชนบททาให้น้าเกิดมีมลพิษ จากการใช้การใช้ประโยชน์ที่ดินและสารเคมี จึงได้จัดโครงการปรับปรุงแหล่งต้นให้มีน้าทั้งในด้านปริมาณ และคุณภาพ การกาหนดและกิจกรรมฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ การปลูกต้นไม้ตามริมฝั่งแม่น้าเพื่อการป้ องกันการ พังทลายของดิน การพัฒนาที่ดิน การป้องกันสิ่งแวดล้อม การป้องกันพื้นที่ป่าไม้ตามแหล่งต้นน้าลาธาร การดาเนินงานก็ได้ดาเนินการออกกฎหมายด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศ จัดทาเป็นโครงการ เรียกว่า Water Conservation Project ดาเนินการจัดตั้งเป็นกองทุนสนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นดาเนินการ
  • 74.
    - 71 - อนุรักษ์ดินฟื้นฟูป่าไม้และพัฒนาสิ่งแวดล้อม การกาหนดเป็นข้อบังคับ กฎระเบียบ และให้คาแนะนาในการ ดาเนินงาน กลไกในการใช้เงินกองทุน ชุมชนในชนบทที่อาศัยอยู่ตามแหล่งต้นน้าและมีสิทธิในการ ครอบครองที่ดิน มีอาชีพการเกษตรตามริม แม่น้าและเลี้ยงปศุสัตว์ จะต้องทาสัญญากับผู้ใช้น้าในเมือง ผู้ที่จะได้รับเงินกองทุนจะต้อง ดาเนินการฟื้นฟูพื้นที่ป่าริมน้า การอนุรักษ์ป่าชุมชน การอนุรักษ์ต้นน้าที่ขึ้นอยู่กับการใช้ประโยชน์ที่ดิน แหล่งท่องเที่ยว เป็นโครงการที่รัฐบาลของประเทศบราซิล กาหนดให้เป็นนโยบายที่สาคัญด้านการบริการ ของระบบนิเวศมากกว่าเศรษฐกิจของการเกษตร 3. โครงการ Brasilia - Water Producer Program ประเทศบราซิล องค์กรพัฒนาเอกชน The Nature Conservancy ได้ดาเนินการนาเอาโครงการค่าแทนคุณ ระบบนิเวศไปดาเนินการในพื้นที่ Cerrado เพื่อเป็นการอนุรักษ์แหล่งน้า ให้อานวยน้าให้แก่ประชาชนใน เมือง Brasilia โดยกาหนดเป็นโครงการ Water Producer Program มีกิจกรรมจัดตั้งกองทุนเพื่อชดเชยให้ เจ้าของที่ดินในพื้นที่ เพื่อรักษาแหล่งน้าทั้งปริมาณและคุณภาพ การอนุรักษ์ทุ่งหญ้าตามแนวตลิ่งของลาน้า การจัดการแหล่งน้าเพื่อพืชเกษตร รวมทั้งการเลี้ยงปศุสัตว์โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบ คือ Brazil’s National Water Agency บริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นลุ่มน้าขนาดใหญ่ แม่น้าและสาขาของลาห้วยลาธารมากมาย มี ประชาชนอาศัยอยู่จานวนมากและอาศัยน้าจากพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากมีการชะล้างของดินและแร่ธาตุจากพื้นที่ทาการเกษตรเป็นจานวนมาก ทาให้ผล ผลิตทางการเกษตรตกต่า มีการเลี้ยงปศุสัตว์ปลูกข้าวโพด ถั่วเหลืองและเป็นทุ่งหญ้า บริเวณที่เป็นทุ่งหญ้าก็ ไม่มีการฟื้นฟูเพื่อเป็นการป้องกันการชะล้างหน้าดิน จึงได้มีโครงการการปลูกป่าขึ้น เจ้าของที่ดินในพื้นที่จะ ได้รับเงินค่าชดเชยในการอนุรักษ์แหล่งต้นน้า เป็นผู้“Producing Water” เงินกองทุนอนุรักษ์ที่จ่ายให้แก่ผู้เป็น เจ้าของที่ดินก็ได้รับสนับสนุนจากค่าธรรมเนียมการใช้น้าและเงินบริจาคสมทบ เงินจากภาคอุตสาหกรรม ต่างๆ 4. โครงการ Water and Forest Producers Program ประเทศบราซิล เป็นโครงการนวัตกรรมใหม่ในการป้องกันแหล่งต้นน้า เพื่ออานวยน้าให้แก่คนในเมืองริโอ เดอ จาเนโร โดยการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้น้าเพื่อเป็นเงินค่าใช้จ่ายให้แก่เจ้าของที่ดินในชนบทบริเวณลุ่ม น้าเพื่อฟื้นฟูป่าไม้และการจัดการที่ดิน เพื่อป้ องกันทรัพยากรน้าให้มีการใช้น้าเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าสาหรับ ประชาชนในท้องถิ่น ประโยชน์ที่ได้รับคือประชาชนได้รับน้าสะอาดมีคุณภาพเพื่อการบริโภค พื้นที่ป่าไม้เป็น ผู้รักษาแหล่งน้า ป้ องกันการพังทลายของดิน ป้ องกันการตกตะกอนและแร่ธาตุทั้งในและนอกแหล่งน้า ชาวบ้านในชุมชนบริเวณลุ่มน้าจะถูกขนานนามว่า “Producing Water” กาหนดให้มีการปลูกป่า ให้มีการปลูก ไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์ของตนเอง โดยการปลูกเป็นแนวรั้วและสามารถใช้เป็นแนวรั้วกันสัตว์ได้ การจัดตั้งกองทุนอนุรักษ์ โดยการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้น้าจากภาคอุตสาหกรรมและ ผู้ใช้น้าอื่นๆ จานวนมากน้อยขึ้นอยู่กับคณะกรรมการน้าเป็นผู้มีบทบาทในการพิจารณา คณะกรรมการก็จะมี
  • 75.
    - 72 - การพิจารณาค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพที่ตั้งของที่ดินพิจารณาถึงคุณภาพของป่าไม้ จานวน รายได้ของเจ้าของที่ดิน ถ้าหากว่าการใช้ที่ดินเพื่อเศรษฐกิจ เช่น ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์เพื่อผลิตน้านมก็จะเก็บเงิน เข้ากองทุนสูงหรือเก็บแพงกว่าปกติ เป็นต้น 5. โครงการ PCJ Consortium ประเทศบราซิล Piracicaba, Capivari and Jundiai (PCJ) เป็นอ่างเก็บน้าเพื่อนาน้าไปใช้ในเมืองและ ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่ง ที่ประสบปัญหาเรื่องคุณภาพของน้าโดยเฉพาะในฤดูแล้งที่มีการใช้ ปริมาณน้ามาก เนื่องจากพื้นที่ในชนบทได้มีการนาน้าไปใช้เพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมี การลดลงของปริมาณน้า เนื่องมาจากการตกตะกอนของดินในลาน้า ได้มีโครงการจัดตั้งกองทุนอนุรักษ์โดยเก็บเงินค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้น้า จากโรงงาน อุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อนาไปเป็นกองทุนไปใช้ในการพัฒนาแหล่งต้นน้า จากเหตุผลนี้จึงได้เรียกว่าโครงการ การป้ องกันรักษาแหล่งน้า “Generating Areas” จากการออกกฎหมายรองรับในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การกาจัดน้าเสีย การบริการน้าให้มีประสิทธิภาพ มีการใช้น้าจากแหล่งใดบ้างระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ทั้ง ภายในและภายนอกพื้นที่ เงินทุนหรือเงินจากกองทุนจะนาไปใช้สนับสนุนให้ภาคเอกชนทาการเพาะชากล้าไม้เพื่อ การฟื้นฟูป่าไม้ตลอดสองฝั่งของแม่น้าและปลูกในพื้นที่ของตนเอง กระบวนการก็คือเจ้าของที่ดินจะถูกเรียน เชิญไปร่วมประชุมและร่วมโครงการ จานวนเงินที่เรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ จะต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางวิชาการ เพื่อการ ฟื้นฟูป่าไม้การเพาะชากล้าไม้ วิธีการปลูกและบารุงรักษา สาหรับการเก็บเงินค่าน้า ผู้ใช้จะต้องจ่ายล่วงหน้า ในเรื่องค่าน้า โดยการจัดตั้งกองทุน “free riding” โดยมีคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาเป็นผู้พิจารณาถึงการใช้ เงินกองทุนดังกล่าว 6. โครงการ Tarija/Sama Biological Reserve PES Scheme ประเทศโบลิเวีย ดาเนินงานโครงการโดยองค์กรภาคเอกชนของประเทศโบลิเวีย มีการระดมทุนเพื่อการ จัดการพื้นที่สงวนที่เป็นพื้นที่ต้นน้า 2 แหล่ง และเป็นแหล่งอานวยน้าให้แก่เมือง Tarija ในปี 2004 ได้มีการ ศึกษาวิจัยและการปรึกษาร่วมกันระหว่างองค์กรภาคเอกชนกับผู้ใช้น้าและผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณต้นน้า พบว่ามี ความเชื่อมโยงระหว่างการใช้ประโยชน์ที่ดินกับการอานวยน้า และมีความจาเป็นต้องใช้งบประมาณ ดาเนินการ ผลการเจรจาผู้ใช้น้าในเมืองและที่ปลายน้ามีความยินดีที่จะจ่าย (Willing To Pay : WTP) แต่ก็ยัง ไม่สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใช้น้าได้ เพราะได้นาเอาวิธีการ new tax มาใช้ ยังไม่มีความเห็นด้วยจาก เจ้าของที่ดิน แต่ก็ยังมีแผนที่จะดาเนินการต่อไป เพราะว่าคนในเมือง Tarija ยังคงไม่ได้รับบริการน้าที่ เพียงพอ องค์กรพัฒนาเอกชน (The Nature Conservancy) ได้เข้าไปช่วยดาเนินการร่วมกับภาครัฐ และเอกชน โดยมีเป้ าหมายที่ต้องการเพิ่มปริมาณน้าในพื้นที่ ลดการตกตะกอนของดินในแม่น้าและเขื่อน ลด การเกิดไฟป่า ตามแผนการก็ได้มีการเสนอให้มีการฟื้นฟูป่าไม้ป้ องกันไฟป่าโดยใช้เงินกองทุนอนุรักษ์ ผู้ที่
  • 76.
    - 73 - อาศัยอยู่ในท้องถิ่นดังกล่าวก็ใช้วิธีสมทบค่าใช้จ่าย (In kind) ในอนาคตก็จะต้องใช้เงินดอกเบี้ยจากกองทุน (Trust Fund) และที่เก็บจากภาษีค่าน้าจากผู้บริโภค โครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) ที่นาใช้ในกระบวนการนี้ มีการประชาสัมพันธ์ ศึกษากระบวนการเกิดน้าจากการใช้ประโยชน์ที่ดิน การฟื้นฟูป่าไม้การควบคุมไฟป่า การเลี้ยงปศุสัตว์ที่เกิด จากการขยายพื้นที่การเกษตรและประชาชนในพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น 7. โครงการ Chingaza and Sumapaz National Parks PES Scheme ประเทศโคลัมเบีย ประชาชนในเขตเมืองโบโกต้า (Bogota) จานวนประมาณ 8 ล้านคน ได้ใช้น้าจากพื้นที่ อุทยานแห่งชาติ เพื่อการอุปโภคและบริโภค องค์กร The Nature Conservancy ได้เข้ามาช่วยเหลือและมีส่วน ร่วมในการจัดตั้งกองทุน (Trust Fund) เพื่ออนุรักษ์พื้นที่ต้นน้าและแม่น้าจากอุทยานแห่งชาติ และได้รับเงิน สมทบจากโครงการอนุรักษ์โดยเฉพาะการอนุรักษ์พื้นที่อุทยานแห่งชาติที่มีการสนับสนุนให้มีการทดแทน การเลี้ยงปศุสัตว์ในพื้นที่ การป้ องกันการตกตะกอนของดินในลาน้า การป้ องกันน้าท่วม การอานวยน้าที่ สะอาดให้แก่ประชาชนในเมือง และลดมลภาวะที่จะเกิดขึ้นได้รับการสนับสนุนจากชุมชนผู้มีส่วนได้ส่วน เสีย การบริหารกองทุน (Trust Fund) จะมีคณะกรรมการบริหาร ควบคุมดาเนินการให้เป็นไปตามข้อเสนอ ขององค์กร The Nature Conservancy บริษัทอุตสาหกรรมต่างๆ บริษัทผลิตน้าดื่ม โรงงานผลิตเบียร์และผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ 8. โครงการ Costa Rica ESPH ประเทศคอสตา ริก้า เพื่อการคงไว้ซึ่งคุณภาพน้าและอานวยน้าให้แก่ประชาชนในบริเวณลุ่มน้า มีการจัดเก็บเงิน จากผู้ใช้น้าเพื่อจัดตั้งเป็นกองทุน (Trust Fund) ในการดาเนินงานป้ องกันรักษาป่ าไม้ การฟื้ นฟู ทรัพยากรธรรมชาติ โดยวิธีการปลูกและปรับปรุงพื้นที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพื่อให้มีการอานวยน้าที่มี คุณภาพ จะมีการทาสัญญา (Contract) ร่วมกัน เพื่อให้เจ้าของที่ดินรับผิดชอบกิจกรรมการอนุรักษ์ (เช่น การ ฟื้นฟูป่าไม้การอนุรักษ์ป่าดั้งเดิม) การระดมทุนจะมีการประสานงานกับบริษัทที่มีการดาเนินงานใช้น้าและประชาชนบางกลุ่ม ที่สนับสนุนเงินทุนเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บริษัทผลิตน้าดื่มจะบอกราคาขายไว้ส่วนหนึ่งจะเป็นค่าดูแล อนุรักษ์แหล่งน้าในพื้นที่ต้นน้า เช่น จานวน 0.002 เหรียญสหรัฐต่อขวด นาส่งให้ National Park Foundation ดาเนินการต่อไป โรงแรม Melia Hotel ตั้งอยู่ในเมืองมีการใช้บริการเรื่องน้านี้ด้วย ก็ได้รวมค่าห้องพักจานวน หนึ่งจากนักท่องเที่ยวที่มาพัก และนาไปดูแลป้องกันพื้นที่ต้นน้า 9. โครงการ Cuenca City - Land Acquisition and Watershed Protection Project ประเทศแอกวาดอร์ ชุมชนในเมือง Cuenca ได้นาวิธีการเก็บค่าใช้น้ามาใช้ในการจัดการแหล่งต้นน้าโดยการเก็บ เงิน จากผู้ใช้น้าเป็นรายปี แต่การจ่ายเงินไม่ได้จ่ายให้เจ้าของที่ดินหรือชุมชนโดยตรง แต่จ่ายให้เป็นกองทุน จัดการน้าที่เรียกว่า “Water Fund” โดยมีคณะกรรมการบริหารกองทุนจะนาเงินกองทุนไปใช้ดาเนินการ
  • 77.
    - 74 - แก้ไขในพื้นที่วิกฤติให้มีการใช้น้าอย่างมีประสิทธิภาพ การเปิดโอกาสให้กู้ยืมเงินกองทุนโดยเฉพาะ เกษตรกรเพื่อนาไปใช้พัฒนาการเกษตรและอนุรักษ์แหล่งพื้นที่ต้นน้า ได้มีการกาหนดแผนยุทธศาสตร์ คือ การกาหนดการบริการใช้น้าในอัตราส่วนให้สัมพันธ์ กับการกาจัดน้าเสีย การซื้อที่ดินบริเวณที่ลาดชันคืนเพื่อให้การพัฒนาและจัดการน้าอย่างยั่งยืน และการ ป้องกันพื้นที่ทุ่งหญ้า ความสาคัญของโครงการ คือ ให้ความสาคัญของการอนุรักษ์ป่าไม้ การฟื้นฟูป่าในพื้นที่ คุ้มครอง เนื่องจากว่ามีปัญหาการใช้พื้นที่ดินป่าไม้มากเกินไป ทาให้เกิดปัญหาการชะล้างและพังทลายของ ดิน การเกิดตะกอน มีการกาจัดน้าเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมและโรงงานเนื้อกระป๋ อง การใช้เงินกองทุนเพื่อกิจกรรมการอนุรักษ์แหล่งต้นน้า จะมีนักวิชาการไปให้คาแนะนาและ ช่วยเหลือ เช่น การมีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวอนุรักษ์ป่าดั้งเดิม การเพาะชากล้าไม้ให้ชุมชนนาไป ปลูก การอนุรักษ์ชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น ส่งเสริมการอาชีพผลิตอาหารเพื่อขาย การปรับปรุงทุ่งหญ้า การอนุรักษ์ ที่ดิน การเลี้ยงผึ้ง การใช้ของป่าอย่างยั่งยืน และการฝึกอบรมด้านการประกอบอาชีพของชุมชน ชุมชนมีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมด้านการปลูกต้นไม้ เพื่อป้ องกันการพังทลายของดิน ติดตั้งเครื่องเตือนภัยจากน้าป่าไหลหลาก ศึกษาคุณภาพของดินในพื้นที่ลุ่ม น้า และศึกษาวิจัยเปรียบเทียบระหว่างผู้ดูแลพื้นที่ต้นน้ากับผู้ใช้น้า กิจกรรมต่างๆ ที่ดาเนินการ เกษตรกรมีความพึงพอใจที่มีกองทุนอนุรักษ์ เกษตรกรยืมเงิน จากกองทุนไปประกอบกิจกรรม เมื่อได้รับผลกาไรจากผลิตผลทางการเกษตร ก็จะนาเงินคืนกองทุนภายใต้ กฎกติกาที่กาหนดขึ้นมาใช้บังคับ 10. โครงการ Quito PES Scheme ประเทศเอกวาดอร์ เมือง Quito เป็นเมืองหลวงของประเทศเอกวาดอร์ มีจานวนประชากรประมาณ 1.5 ล้านคน น้าที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคของประชาชน ได้จากพื้นที่คุ้มครอง 2 แห่ง คือ Cayambe Coca Ecological Reserve และ Antisana Ecological Reserve โรงงานอุตสาหกรรม และการชลประทานก็มีการใช้น้าเป็น ปริมาณมากจากพื้นที่สงวนทั้งสองแห่ง ที่มีพื้นที่รวมกันประมาณ 520,000 เฮกแตร์ ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ ราบสูง ประกอบด้วย ทุ่งหญ้าและป่าเมฆฝน ถึงแม้ว่าจะเป็นเขตพื้นที่คุ้มครอง แต่ในพื้นที่บางแห่งถูกใช้ ประโยชน์เพื่อเลี้ยงปศุสัตว์และฟาร์มการเกษตร มีประชาชนอาศัยอยู่ทั้งในและนอกพื้นที่คุ้มครองและได้รับ ผลกระทบจากการทาการเกษตรที่ไม่ยั่งยืน การทาลายป่าไม้เพื่อเปิดเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงปศุสัตว์ จากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดผลกระทบกับปริมาณและคุณภาพของน้า รัฐบาลจึงได้มีการจัดตั้ง กองทุน Trust Fund ได้จากเงินบริจาคของภาคีผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การบริหารกองทุนโดยมีคณะกรรมการ เรียกว่า Board of Directors ที่ประกอบด้วยผู้แทนจากชุมชนท้องถิ่นเป็นหลักผลที่ได้รับ ด้านเศรษฐกิจ ได้ดาเนินการจัดตั้งเป็นกองทุน ที่ดาเนินการภายใต้กฎหมายหรือกฎระเบียบ มีการเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวและนาเป็นรายได้เข้ากองทุน
  • 78.
    - 75 - ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพทั้งชนิดพันธุ์พืชและพันธุ์ สัตว์โดยเฉพาะชนิดพันธุ์ท้องถิ่นที่หาได้ยาก เช่น นกแร้งคอนดอร์ เสือพูม่า เสือดาว หมีและสมเสร็จ ด้านสังคม เป็นโครงการที่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนด้วยดี การล่าสัตว์ป่าลดลง มี การกาจัดขยะ การป้ องกันไฟป่า พัฒนาการเกษตรและกิจกรรมอื่นๆ แต่ไม่สามารถกระทาได้ตลอดทั้งปี มี การกาหนดกฎระเบียบการปฏิบัติงานให้เหมาะสม 11. โครงการ Pimampiro ประเทศเอกวาดอร์ นโยบายแผนการจัดการป่าไม้แห่งชาติของประเทศเอกวาดอร์ให้มีการจัดการป่าชุมชนที่มี ขนาดใหญ่ให้เป็นแหล่งอานวยน้า ผู้ใช้น้าจ่ายเงินให้แก่ผู้ที่อาศัยอยู่ตามแหล่งต้นน้าการนาน้ามาใช้โดยการใช้ ท่อฝังดินให้น้าไหลไปตามระดับสูงต่าของพื้นที่ โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากองค์กรภาคเอกชน โดยมี หลักการคือการคงไว้ ซึ่งคุณภาพและปริมาณน้า การอนุรักษ์ป่าชุมชน การจัดทาแผนการจัดการป่าไม้และพื้นที่การเกษตร มีการ จัดตั้งกองทุน ซึ่งที่ได้รับการสนับสนุนจาก Inter-American Foundation เพื่อดาเนินการ Soil Conservation, Organic Farm และเทคนิคการจัดการป่าไม้ที่ยั่งยืน เพื่อนาไปสู่การปรับปรุงแหล่งต้นน้า สาหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เจ้าของที่ดินภาคเอกชน สมาคมการเกษตร สมาคมผู้เลี้ยงปศุ สัตว์ผู้ครอบครองที่ดินป่าไม้ทุ่งหญ้า ป่ากันชน ร่วมตกลงทาสัญญาร่วมกันเกี่ยวกับการเก็บเงินค่าใช้จ่ายเข้า กองทุน จะต้องตกลงว่าจะดูแลรักษาชนิดพันธุ์ไม้หรือป้ องกันการบุกรุกทาลายป่าและการเปลี่ยนแปลงการ ใช้ประโยชน์ที่ดิน ข้อตกลงได้ทาเป็นสัญญา (Contract) ตามที่กฎหมายกาหนดในเรื่องค่าแทนคุณระบบนิเวศ เช่น การเก็บเพื่อการป้ องกันรักษาป่าเพื่อผลิตน้า 0.03เหรียญสหรัฐ/ม3 การฟื้นฟูป่าไม้ 0.10เหรียญสหรัฐ/ม3 และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 0.13 เหรียญสหรัฐ/ม.3 12. โครงการ Tacuba Pilot PES Scheme ประเทศเอลซัลวาดอร์ เป็นเรื่องของการบริการน้าให้แก่ชุมชนในชนบทที่มีความขัดแย้งกันกับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ได้มีการเจรจาและมีข้อตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับการจัดการน้าในฤดูแล้ง หรือช่วงที่เกิดวิกฤติ เรื่องน้า ทาให้มีการออกกฎระเบียบในกฎหมายเกี่ยวกับการใช้น้า เกิดวิธีการจัดการแนวใหม่ในเขตเมือง Tacuba ซึ่งเป็นพื้นที่การเกษตร มีการปลูกข้าวโพด ถั่ว กาแฟ ป่าไม้ฟาร์มปศุสัตว์การบริการทางสินค้าที่เป็น ผลไม้ไม้ฟืน และเวชภัณฑ์ พืชพันธุ์ที่สาคัญ คือ กาแฟ ปัญหาที่สาคัญที่เป็นภัยคุกคาม คือ การทาลายป่าไม้เพื่อยึดถือครอบครองที่ดินปลูกกาแฟ อัตราการทาลายป่าไม้ก็ขึ้นอยู่กับราคาของกาแฟทั้งระดับนานาชาติ และระดับท้องถิ่นหากกาแฟราคาดีก็จะมีการ บุกรุกพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็นต้นนอกจากนี้ยังมีการกาหนดกิจกรรมลดใช้สารเคมีในการกาจัดศัตรูพืชหรือการส่งเสริม ให้มีการใช้ปุ๋ ยอินทรีย์
  • 79.
    - 76 - 13.โครงการ El Imposible National Park – Watershed Warden Sponsoring ประเทศเอลซัลวาดอร์ ตัวอย่างผู้ใช้น้าในชุมชนสองแห่ง มีการเรียกค่าน้าที่มีแหล่งต้นน้าในเขตอุทยานแห่งชาติ เพื่อใช้เป็นค่าจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ โดยที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติร่วมกับภาคเอกชนภายใต้ ข้อตกลงเกี่ยวกับ Co-management ของรัฐบาล การทางานร่วมกับชุมชนรอบๆ พื้นที่คุ้มครอง ที่มีการใช้ ประโยชน์ที่ดิน เก็บผลิตผลจากป่า ดาเนินการจัดตั้งเป็นกองทุนอนุรักษ์ เป็นการระดมทุนจากผู้ใช้หรือ บริจาคของผู้ใช้น้า และบริษัทห้างร้านต่างๆ การเก็บค่าธรรมเนียมการใช้น้า รายได้ตามสัญญาจะนาส่งให้ อุทยานแห่งชาติ การบริหารเงินกองทุน จะมีคณะกรรมการชุมชนท้องถิ่นรับรอง การบริหารเงินกองทุน ดังกล่าวเพื่อใช้ในการป้ องกันแหล่งน้า รวมทั้งค่าจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ต้นน้า เรียกว่า “Watershed Wardens” นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น สนับสนุนการทางานในพื้นที่คุ้มครอง การปลูกไม้ในที่ดินของ เอกชนหรือที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ตามแนวรั้วหรือหัวไร่ปลายนา 14. โครงการ Guatemala’s Atlantic Coast, PES Scheme ประเทศกัวเตมาลา เป็นโครงการที่นาเอาค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของ ประชาชนและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ บริเวณฝั่งทะเลของประเทศทางด้านมหาสมุทรแอตแลนติก มี โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่งตั้งอยู่มีการใช้น้าเพื่ออุปโภคบริโภคเป็นจานวนมาก มีการจ่ายเงิน เพื่อบารุงรักษาระบบนิเวศใน พื้นที่ ตามโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ เป็นนโยบายของรัฐบาลในการอนุรักษ์ป่าไม้ แหล่งน้าจืดและบริเวณชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีความยากจนและรวมถึงชุมชน ท้องถิ่นดั้งเดิม พื้นที่ริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกประเทศกัวเตมาลามีความสาคัญและมีความหลากหลายทาง ชีวภาพสูง บริเวณป่าสูง มีเมฆปกคลุมตลอดเวลาเป็นแหล่งอานวยน้าให้แก่ผู้ที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งตลอดจน ทรัพยากรชายฝั่งและแหล่งปะการัง การใช้น้าเพื่ออุตสาหกรรม ผลิตพลังไฟฟ้า ทาไร่ปลูกกาแฟ น้าดื่มบรรจุ ขวดและโรงงานกระดาษเพื่อเป็นสินค้าส่งออก และไร่ของเกษตรกรในท้องถิ่น ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ป่าไม้และแหล่งน้าจืด การเลี้ยงปศุสัตว์ ไฟป่า การขยายพื้นที่ การเกษตร มลพิษจากยาฆ่าแมลง การใช้ปุ๋ ย หรือโรงงานอุตสาหกรรม ทาให้เกิดผลกระทบกับทรัพยากร ชายฝั่งทะเลและแหล่งปะการัง การดาเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหา โดยการสรรหางบประมาณเพื่อนาไปใช้ในการจัดการ มี การเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้น้า เพื่อนารายได้ดังกล่าวไปใช้ดูแล บารุงรักษาพื้นที่ป่าไม้เพื่อให้มีการบริการ ของสิ่งแวดล้อม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกาหนดค่าธรรมเนียมการใช้น้าและผู้ใช้น้ามีความพึงพอใจในการ จ่าย (Willing To Pay :WTP) ผู้ซื้อน้าส่วนใหญ่จะเป็นเทศบาล ฟาร์มเกษตรเพื่อการส่งออก บริษัทน้าอัดลม โคคาโคลา โรงงานผลิตกระดาษ โรงเหล้าและเบียร์ และบริษัทผู้ผลิตกระแสไฟฟ้า
  • 80.
    - 77 - 15.โครงการ Cerro San Gil Protected Area PES ประเทศกัวเตมาลา เป็นโครงการป้ องกันการไหลบ่าของน้าในบริเวณแม่น้า Escobas ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมือง ใหญ่ๆ ตามริมฝั่งแม่น้าที่ต้องการใช้น้าเพื่อการประปา เพื่อบริการให้แก่ประชาชนตลอดทั้งปี น้าดังกล่าวไหล มาจากต้นน้าใน Cerro Sal Gil Protected Area พื้นที่มีปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดิน การเลี้ยงปศุสัตว์และ การเกษตรบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่คุ้มครองที่เป็นบริเวณพื้นที่ต้นน้า การประปาในเมืองต่างๆ มีความต้องการน้าทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพจากแม่น้า Escolas ที่พื้นที่ต้นน้าอยู่ในพื้นที่คุ้มครองนี้ และเป็นที่สนใจขององค์กรภาคเอกชน นักอนุรักษ์ ผู้ใช้น้าใน เมืองที่มีความเห็นว่าต้องร่วมมือกันจัดการและตกลงร่วมกันในการนาค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้กับพื้นที่ คุ้มครองดังกล่าว การดาเนินงานการจัดตั้งกองทุนอนุรักษ์นารายได้จากกองทุนส่วนหนึ่งไปดาเนินการจัดการ อุทยานแห่งชาติและการจัดการที่ดินเพื่อการเกษตร โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากองค์กร The Nature Conservancy, USAID, PROARCA และ GIZ นอกจากนี้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่คุ้มครองและผู้ใช้น้าต้องการให้มีป่ากันชนรอบพื้นที่ ป่าคุ้มครองและให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเป็นผู้ดาเนินการ 16. โครงการ San Jeronimo PES Scheme ประเทศกัวเตมาลา เป็นโครงการที่นาเอาค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้กับผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินบริเวณ พื้นที่ต้นน้าและผู้ใช้น้าในพื้นที่ San Jeronimo เพื่อป้ องกันรักษาป่าไม้และอนุรักษ์ดิน ให้มีการอานวยน้าทั้ง ในด้านปริมาณและคุณภาพตลอดทั้งปี องค์กร GIZ ได้สนับสนุนให้มีโครงการนี้เกิดขึ้น โดยใช้ข้อมูลและคุณค่าของน้าที่ใช้ในการ บริโภคในพื้นที่มาพิจารณา องค์ประกอบ และการบริการของระบบนิเวศ การนาวิธีการค่าแทนคุณระบบ นิเวศมาใช้จึงเป็นประโยชน์ในการดาเนินงาน และกาหนดให้มีกฎหมายใช้บังคับ ที่ปรึกษาโครงการมีการทา ข้อตกลง การเจรจา และการจัดตั้งคณะกรรมการ เป้ าประสงค์ของโครงการดังกล่าวแล้วมีความต้องการน้าที่มีคุณภาพและปริมาณให้แก่ ประชาชนในเมือง ค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้เพื่อการจัดการพื้นที่ป่าไม้ การฟื้นฟูป่าไม้ หรือการปลูกป่า เพื่ออนุรักษ์และป่าเศรษฐกิจ โดยการสนับสนุนของสถาบันการป่าไม้ 17. โครงการ Campamento PES Scheme ประเทศฮอนดูรัส คณะกรรมการ Campamento Water Board มีความเห็นว่า เรื่องน้าที่อานวยประโยชน์ให้แก่ ประชาชนทั้งในเมืองและชนบท ประสบปัญหาในเรื่องคุณภาพของน้า ทั้งนี้เนื่องจากว่าบริเวณพื้นที่ป่าภูเขา ถูกแผ้วถางทาลายเพื่อทาเป็นพื้นที่การเกษตรในการปลูกกาแฟ องค์กร Swiss Agency for Development and Cooperative (SDC) ได้ศึกษาวิจัยและ สนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ เพื่อนาเอาวิธีการค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้ มีการประชุมร่วมกัน ระหว่างผู้ใช้น้า และผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณต้นน้า เพื่อให้มีการบริการของน้าทั้งปริมาณและคุณภาพ ดาเนินการ
  • 81.
    - 78 - จัดตั้งกองทุนTrust Fund นาเงินค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้น้า มาจัดตั้งเป็นกองทุนมีคณะกรรมการบริหาร กองทุนให้มีการนาเงินกองทุนไปปรับปรุงพื้นที่บริเวณต้นน้า โครงการปลูกป่าในพื้นที่ที่มีการปลูกกาแฟ หรือพื้นที่ว่างเปล่าที่เกษตรกรทิ้งไว้โดยไม่ได้ดาเนินการอะไร เนื่องจากปัญหาราคากาแฟตกต่าเกษตรกรจึง ไม่ได้ปลูกเพิ่ม มีการแก้ไขปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นจากปุ๋ ยที่ใช้ในการเกษตร กระบวนการผลิตกาแฟจาก โรงงาน มลพิษทางน้าและฟาร์มเลี้ยงหมู กาหนดให้มีการฟื้นฟูป่าไม้ห้ามตัดไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ได้ดาเนินการจัดตั้งกองทุนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นเงินที่ได้รับการสนับสนุนจาก เทศบาล รวมทั้งค่าปรับจากผู้กระทาผิด ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและเงินค่าสัมปทาน การใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมทั้งค่าเช่ากิจกรรมต่างๆ จากผู้ใช้บริการสิ่งแวดล้อม 18. โครงการ Jesus de Otoro PES Scheme ประเทศฮอนดูรัส เป็นโครงการที่สนับสนุนให้ผู้ถือครองที่ดินบริเวณป่าต้นน้าลาธารอนุรักษ์ป่าไม้และรักษา สิ่งแวดล้อม โดยความร่วมมือขององค์กรภาคเอกชนและบรรดาเทศบาลในการดาเนินงานและสนับสนุน งบประมาณ เพื่อฟื้ นฟูป่าไม้บริเวณแหล่งต้นน้าโดยมีเป้ าหมาย เพื่อให้มีการอานวยน้าที่สะอาดให้แก่ ประชาชนในชนบทและประชาชนในเมือง วิธีการดาเนินงานคือห้ามเผาเศษพืชไร่หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ทารั้วบ้านด้วยการปลูก ต้นไม้หรือไม้พุ่ม จัดระบบชลประทาน สนับสนุนให้มีการใช้ปุ๋ ยอินทรีย์กาจัดน้าเสีย ปลูกป่าแบบวนเกษตร ผู้ถือครองที่ดินบริเวณป่าต้นน้า จะต้องมีการทาสัญญา(Contract) มีการระบุจานวนเงินที่จะต้องจ่ายระหว่างผู้ ให้กับผู้ได้รับบริการ เป็นค่าธรรมเนียมที่จะต้องจ่ายเป็นเงินสดตามสัญญา สัญญาจะมีการกระทากันทุกปี (ประมาณเดือนธันวาคม) เพื่อต้องการให้มีการปรับค่าธรรมเนียมได้ แต่จานวนเงินที่เรียกเก็บตามที่ปรับใหม่ จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการร่วม 19. โครงการ Fidecoagua Trust Fund, Coatepec Veracruz PES ประเทศเม็กซิโก กองทุน Fidecoagua Trust Fund จัดตั้งขึ้นมีเป้ าหมายเพื่อเป็นการอนุรักษ์พื้นที่ป่าเมฆฝน ของเมือง Coatepec Veracruz เนื่องจากประสบปัญหาการลดลงของปริมาณน้าและมีการทาลายป่าไม้สูง เกษตรกรในพื้นที่มีความยากจน มีการศึกษาต่า จึงได้จัดตั้งเป็นกองทุนค่าตอบแทนระบบนิเวศ ที่จ่ายให้ เกษตรกรผู้ทาสัญญาอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้และฟื้นฟูป่าไม้ในเนื้อที่ประมาณ 600 เฮกแตร์ เงินกองทุนเก็บจาก ค่าธรรมเนียมผู้ใช้น้า และบริษัทอุตสาหกรรมต่างๆ มีคณะกรรมการดาเนินการบริหารกองทุน จากปัญหาความแห้งแล้งในปี 1998 มีอาสาสมัครจากผู้ใช้น้าเสนอให้มีการอนุรักษ์พื้นที่ป่า ไม้ ทุกคนเป็นห่วงการทาลายป่าเมฆฝน การพังทลายของดินและการกัดเซาะหน้าดิน ทาให้ขาดน้า มีการ ขอร้องให้ผู้ใช้น้าบริจาคเงินเข้ากองทุนคนละ Mex $1.00 / เดือน รวมกับค่าน้าที่เรียกเก็บ ซึ่งผู้ใช้น้าทุกคน เห็นความสาคัญ ยินดีที่จะจ่ายพร้อมกับเสนอให้ลดการตัดไม้ในพื้นที่ดังกล่าว ลดการแผ้วถางป่าเพื่อทา การเกษตรและทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ โครงการจึงได้เข้าไปช่วยเหลือในการอนุรักษ์ป่าไม้ ทาให้ชาวชนบทมี รายได้เพิ่มขึ้น
  • 82.
    - 79 - 20.โครงการ Watershed and Cities : A Project for the Watershed of Saltillo City ประเทศเม็กซิโก เป้ าหมายของโครงการเพื่ออนุรักษ์แหล่งน้า ดาเนินการเก็บค่าใช้น้าจากผู้ใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะบริษัทอุตสาหกรรมใหญ่ๆ และนารายได้ไปใช้ในการจัดการ การอนุรักษ์และการฟื้ นฟู ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่คุ้มครอง วิธีการโดยดาเนินการจัดตั้งเป็นกองทุนอนุรักษ์ การใช้เงินกองทุนจะมีคณะกรรมการ บริหารโดยเฉพาะเรียกว่า National Forest Commission เป็นผู้พิจารณาการใช้เงินกองทุนจะแบ่งออกเป็น ส่วนๆ ดังนี้ 1. การบริหารกองทุน 15.0% 2. เพื่อการฟื้นฟูป่าไม้ การจัดการที่ดิน การศึกษาสิ่งแวดล้อม ป้ องกันการเกิดตะกอนของ ดิน การประชาสัมพันธ์ การศึกษาวิจัย การวางแผนและการติดตามผล 70.0% 3. การพัฒนาชุมชน เพื่อการปรับปรุงฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในที่ดินกรรมสิทธิ์ 15.0% ผลการปฏิบัติประสบผลสาเร็จในเรื่อง 1. การป้ องกันไฟป่า การฟื้นฟูที่ดิน การควบคุมชนิดพันธุ์ต่างถิ่น การเพิ่มผลผลิตทาง การเกษตรและรักษาคุณภาพของพื้นที่ป่าไม้ 2. การจัดการท่องเที่ยวและการเลี้ยงปศุสัตว์ 3. การให้การศึกษาสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป 4. การศึกษาวิจัยด้านชนิดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ตลอดจนป่าไม้ 5. การบริหารโครงการ มีการฝึกอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไป ตามแผน 21. โครงการ National PSAH Programme for Hydrological Environmental Services ประเทศเม็กซิโก เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้น้าเพื่อการอนุรักษ์ป่าไม้ให้ อานวยทรัพยากรน้าให้แก่ผู้ที่ใช้น้า โดยกาหนดกฎเกณฑ์และระเบียบการจ่ายค่าน้าในระยะยาว ค่าธรรมเนียมการใช้น้าจะนาเข้ากองทุนอนุรักษ์ และนาไปใช้ให้เจ้าของที่ดินบริเวณแหล่ง ต้นน้าเพื่อป้ องกันดูแลรักษาป่ าไม้ เจ้าของที่ดินบริเวณต้นน้าจะต้องทาสัญญากับ National Forestry Commission ทาการอนุรักษ์แหล่งต้นน้าทุกๆ 5 ปี เพื่อดาเนินการอนุรักษ์ป่าไม้ดั้งเดิม การป้ องกันไฟป่า การ ปลูกป่าเพื่อเศรษฐกิจและปลูกพืชเกษตรผสมป่าไม้หรือวนเกษตร การผลิตน้าดื่ม การดาเนินงานต่างๆ ตาม กลไกได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญจากประเทศคอสตา ริก้า โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกฎหมาย 22. โครงการ National PES Programme : Local Watershed Protection Schemes ประเทศสาธารณรัฐ ประชาชนจีน รัฐบาลของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มีการพัฒนาโครงสร้าง Forest Ecological Compensation ในระดับชาติ มีการพิจารณาดาเนินการในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศและให้รัฐบาลท้องถิ่นเป็น ผู้ดาเนินการโดยเฉพาะเรื่องน้า การเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าน้าจากผู้ใช้บริการกาหนดกลไกการเก็บ
  • 83.
    - 80 - เงินกองทุนและนารายได้จากกองทุนไปใช้ในการบริหารจัดการที่ดินบริเวณพื้นที่ต้นน้าโดยมีการทาข้อตกลง หรือกติกาที่กาหนดขึ้น ให้มีการ - ดาเนินงานเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้า ควบคุมมลพิษ ป้องกันการตกตะกอนและส่งเสริมการ ท่องเที่ยว - การใช้น้าเพื่อการบริโภค การผลิตกระแสไฟฟ้ าและใช้ในภาคอุตสาหกรรมจะต้องเสีย ค่าธรรมเนียม พื้นที่ตัวอย่าง: 1. Liaoning Province (Northeast China) เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมเหมืองแร่ โรงงานกระดาษและบริษัทอื่นๆ ที่ใช้ประโยชน์จากน้า ภาคอุตสาหกรรมได้สนับสนุนการอนุรักษ์ป่าต้นน้า โดยการจัดตั้งเป็นกองทุนอนุรักษ์และให้ดาเนินการตามวิธีการ กระบวนการค่าแทนคุณระบบนิเวศ 2. Shanxi Province (East China) กิจกรรมการใช้น้าเพื่อการบริโภค ผลิตกระแสไฟฟ้า การ ท่องเที่ยว การขนส่งทางน้า เหมืองแร่และการทาไม้จะต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมการใช้น้าให้กรมป่าไม้เพื่อ นาไปใช้ในการป้องกันดูแลพื้นที่ต้นน้า 3. Zhejiang Province (Southeast China) ดาเนินการอนุรักษ์ป่าไม้บริเวณแหล่งต้นน้า โดย ดาเนินการตามกระบวนการค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) ผู้ประกอบการการใช้น้าจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียม และนาเงินรายได้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้า และการฟื้นฟูป่าไม้ 4. Jiangxi Province (South China) พื้นที่ในจังหวัดดังกล่าวประสบปัญหากับการพังทะลาย ของดินสูง มีการเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้น้า จัดตั้งกองทุน และนาเงินกองทุนไปใช้ในการป้ องกันการ พังทลายของดิน ปลูกป่าตามพื้นที่บริเวณที่ลาดชัน ในท้องที่จังหวัดที่มีแหล่งอุตสาหกรรมมากมาย เช่น โรงงานถลุงเหล็ก เหมืองถ่านหินและผลิตกระแสไฟฟ้า 5. Guangdong Province (South China) มีการดาเนินการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้น้าเข้าเป็น เงินกองทุนเพื่อป้ องกันดูแลพื้นที่ป่าไม้ป้ องกันการพังทลายของดิน การผลิตกระแสไฟฟ้า บริเวณแหล่งต้น น้าและการใช้น้าเพื่อการบริโภค 6. Xinjiang Autonomous Region เขตนี้เป็นแหล่งอุตสาหกรรมนานาชนิด มีการจัดตั้ง กองทุนเพื่อการป้ องกันดูแลพื้นที่ป่าไม้ เพื่อให้อานวยน้าให้แก่ผู้ประกอบการต่างๆ เช่น โรงงานถลุงเหล็ก สถานที่ท่องเที่ยวและมีการหักเงินเดือนค่าจ้างคนละ 1 Yuan/เดือน เข้าเป็นกองทุนดังกล่าว และผู้จ่ายมีความ พึงพอใจในการจ่าย (WTP) 7. Guangxi Zhuang Autonomous Region เงินรายได้ที่เก็บจากบริษัทต่างๆ เป็นกองทุนเพื่อ การปลูกป่าและการจัดการป่าไม้เพื่อให้อานวยน้าแก่ประชาชนในพื้นที่ 8. Inner Mongolia Autonomous Region มีการเก็บเงินเข้าเป็นกองทุน เก็บจากบริษัทผู้ผลิต กระแสไฟฟ้ า เกษตรกร เพื่อนาไปเป็นกองทุนเพื่อทาการปลูกป่าและการจัดการป่าไม้บริเวณพื้นที่ต้นน้าลา ธาร
  • 84.
    - 81 - 23.โครงการ Lombok PES Scheme ประเทศอินโดนีเซีย Lombok เป็นเกาะขนาดเล็ก มีประชากรประมาณ 3 ล้านคน และในจานวนประชากร ประมาณ 300,000 คน อาศัยอยู่บริเวณภูเขา Rinjani ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้าลาธาร และเป็นแหล่งอานวยน้าให้แก่ ประชาชนในอาเภอ Mataram จัดทาเป็นระบบประปาภูเขา ปี 2003 ปรากฏว่าปริมาณน้าในพื้นที่ดังกล่าว เหือดแห้งหายไปถึง 40% เนื่องมาจากการใช้ประโยชน์ที่ดิน การขยายพื้นที่เพื่อการเกษตร การทาลายพื้นที่ป่า ไม้ทาให้พื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถเก็บกักน้าไว้ได้ มูลนิธิสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ได้กาหนดแนวทางการจัดการ โดยใช้กระบวนการค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้โดยการอนุรักษ์ป่าบริเวณภูเขาที่เป็นบริเวณต้นน้า มี การเก็บเงินค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้น้ามาจัดตั้งเป็นกองทุนโดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ตามบริเวณแม่น้า Segara ขณะเดียวกันได้มีการศึกษาถึงความพึงพอใจในการจ่าย Willing to Pay: WTP พบว่าชุมชน มีการใช้น้าเพิ่มมากขึ้นถึง 95% มีความรับผิดชอบกับความเสี่ยงกับวิกฤติของน้าและยินดีที่จะจ่ายเป็นเงิน US$ 0.1-0.6 ต่อเดือน ทาให้มีเงินรายได้เข้ากองทุนประมาณ US$ 900/ปี รัฐบาลท้องถิ่นกาหนดกฎระเบียบ ในการนาเงินกองทุนดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในการจัดการที่ดิน เพื่อให้พื้นที่ได้อานวยน้าที่สะอาดมีคุณภาพ และมีปริมาณเพียงพอต่อการใช้ประโยชน์ 24. โครงการ Chandigarh PES Scheme ประเทศอินเดีย จากปัญหาการตกตะกอนของดินในทะเลสาบที่เป็นแหล่งน้าสาหรับเมือง Chandigarh จึงได้ มีโครงการการจัดการอนุรักษ์พื้นที่ดินเพื่อการลดการตกตะกอนของดิน จัดระบบชลประทานให้แก่ผู้ที่อาศัย อยู่บริเวณต้นน้า เหนือทะเลสาบมีการจ่ายค่าชดเชยให้แก่ชุมชน เพื่อลดการเลี้ยงปศุสัตว์และลดการตัดต้นไม้ บริเวณในพื้นที่ป่าไม้ แรกเริ่มเดิมทีได้มีการพยายามที่จะนาเอาเรื่องค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้เพื่อ ป้ องกันดูแลพื้นที่ป่าไม้เหนือทะเลสาบ ชาวบ้านเองก็ยังไม่เข้าใจรัฐบาลได้พยายามที่จะประชาสัมพันธ์ให้ ชุมชนเข้าใจโดยเฉพาะการทาให้มีผลผลิตทางการเกษตรให้เพิ่มขึ้น สนับสนุนการเลี้ยงปลาตามแหล่งน้า ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้ประโยชน์ที่ดิน ชาวบ้านมักจะใช้พื้นที่บริเวณที่สูงตามเชิงเขาเพื่อ ทาการเกษตร เลี้ยงปศุสัตว์ตัดไม้จนทาให้ดินเสื่อมสภาพ ความยากจนเกิดขึ้น จากปรากฏการณ์เหล่านี้จึงทา ให้นักวิชาการเข้ามาดาเนินการเพื่อการอนุรักษ์ดินและพัฒนาแหล่งน้า สามารถแก้ไขปัญหาได้ที่สาคัญที่สุด คือทาอย่างไรที่จะให้ชาวบ้านลดการเลี้ยงปศุสัตว์และการตัดไม้บนภูเขา การนาค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้ในโครงการ โดยกรมป่าไม้ได้ดาเนินการปลูก หญ้าเพื่อเลี้ยงปศุสัตว์โดยเฉพาะการเลี้ยงควายที่ประชาชนต้องการน้านม ควบคุมแหล่งต้นน้าและป้ องกัน การตกตะกอนของดิน การเก็บเงินค่าธรรมเนียมการใช้น้าเพื่อนาไปเป็นกองทุนและใช้ในการฟื้นฟูป่าไม้บริเวณ ต้นน้า นาไปสนับสนุนในการสร้างเขื่อนขนาดเล็ก เพื่อเก็บกักปริมาณน้าฝนเพื่อให้ในชุมชนใช้อุปโภค บริโภค เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งการพิจารณาเจาะบ่อน้าบาดาล
  • 85.
    - 82 - 25.โครงการ Bhoj Wetlands PES Scheme ประเทศอินเดีย Bhoj Wetlands เป็นพื้นที่ชุ่มน้าและเป็น Ramsar site ที่ประกอบด้วยอ่างเก็บน้า 2 แห่ง โดย มีเขื่อนกั้นลาน้าเป็นสองตอน คือ เขื่อนบนและเขื่อนล่าง ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 เป็นเขื่อนดิน เขื่อน ล่างจะได้รับน้าจากเขื่อนบนเพื่อเก็บกักน้าไว้ให้ประชาชนใช้อุปโภคบริโภค เนื่องจาก Bhoj Wetlands มีความสาคัญทางด้านการบริการน้าเพื่ออุปโภคบริโภค รวมทั้ง การท่องเที่ยว มีการใช้เรือเพื่อการท่องเที่ยวทางน้า ประชาชนส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับน้าจากพื้นที่ ดังกล่าว เช่น การประมง การเลี้ยงปลา ปลูกพืชน้า ประเภท บัว กระจับ เพื่อนาไปขายในท้องถิ่น การที่ ประชาชนมีการใช้น้าโดยเฉพาะการซักล้างต่างๆ ทาให้เกิดมลพิษทางน้าสูงมาก เนื่องมาจากการตกตะกอนของดิน น้าเสียและของเสียจากชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้า สารพิษที่เกิดจากการชะล้างจากพื้นที่การเกษตร การใช้สารเคมี ปุ๋ ยในนาข้าว แปลงปลูกถั่วลิสง จะทาให้ดิน เลวลง รัฐบาลจึงได้นาเอาแนวทางเรื่องค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้แก้ไขปัญหาน้าเสียและการตกตะกอน ของดิน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการส่งเสริมให้มีการจัดการที่ดินให้มีประสิทธิภาพ 26. โครงการ Kanla-on Spring Water Plant PES Scheme ประเทศฟิลิปปินส์ บริเวณภูเขา Kanla เป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติ มีการทาการเกษตรบริเวณภูเขา และดาเนินการ จัดการแหล่งต้นน้าเพื่อเป็นการรักษาคุณภาพของน้า เพื่อใช้ในโรงงานผลิตน้าดื่ม พื้นที่ดังกล่าวประสบ ปัญหาเรื่องป่าไม้ถูกทาลายจากผู้อพยพและชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าไม้ เจ้าของที่ดินในบริเวณพื้นที่ป่าไม้ที่กล่าวถึงได้ช่วยกันป้องกันรักษาป่าให้เป็นแหล่งต้นน้า มี การจัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อการป้องกันรักษาแหล่งน้า การจัดการที่ดินโดยส่งเสริมให้มีการปลูกพืชผสมกับการ ปลูกป่าหรือที่เรียกว่าวนเกษตร ลดการปลูกพืชริมน้าเพื่อลดการพังทลายของดิน แต่เนื่องจากเงินกองทุน ดังกล่าวไม่เพียงพอ จึงได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลกและธนาคารโลก ผลงานที่เห็นได้ชัด คือ การเพาะชากล้าไม้ เพื่อการปลูกป่า การฝึกอบรมด้านเทคนิคต่างๆ ด้านวนเกษตร การฟื้นฟูป่าไม้การพัฒนาที่ดิน จนทาให้เกษตรกรมีการดารงชีวิตที่ดีขึ้น 27. โครงการ Maasin Watershed Rehabilitation Project ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นโครงการแก้ปัญหาเรื่องการเสื่อมสภาพของแหล่งต้นน้า การเกิดปัญหาน้าท่วมในฤดูฝน และความแห้งแล้งในฤดูแล้ง มีฝนตกน้อยทาให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมือง Iloilo ประสบกับปัญหาเรื่องน้า สาหรับการอุปโภคบริโภคจึงมีความจาเป็นจะต้องอนุรักษ์แหล่งต้นน้า ความร่วมมือของหลายๆ ฝ่ายมี ความเห็นว่า การจัดการพื้นที่ดินแบบวนเกษตรสามารถพัฒนาแหล่งต้นน้าได้ โดยอนุญาตให้เกษตรกรอาศัย อยู่ในถิ่นเดิมและมีการฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่ต้นน้าดังกล่าวเป็นป่าสงวนและต้องการให้เป็นแหล่งอานวยน้าให้แก่ประชาชนใน เมือง Iloilo แต่พื้นที่ได้รับผลกระทบจากการทาการเกษตร การเผาริบหลังเก็บเกี่ยวพืชผลเกษตรและการเก็บ หาไม้ฟืน จึงได้มีการทาเอาวิธีการค่าแทนคุณระบบนิเวศมาใช้ โดยการจัดตั้งเป็นกองทุนอนุรักษ์ โดยความ ช่วยเหลือทางวิชาการจาก OECF (Japanese Cooperation) กองทุนดังกล่าวก็ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล
  • 86.
    - 83 - ท้องถิ่นและรัฐบาลกลางเพื่อดาเนินการปลูกชนิดพันธุ์ไม้ต่างๆ เช่น ไม้มะฮอกกานี ไม้เลี่ยน และดาเนินการ ปลูกแบบวนเกษตร รักษาป่าธรรมชาติ ปลูกไม้ไผ่ปลูกหวาย สร้างแปลงเพาะชา ทาฝายทดน้า เป็นต้น 28. โครงการ Equitable Payments for Watershed Services Dar es Salaam ประเทศแทนซาเนีย เมือง Dar es Salaam และเมืองอื่นๆ ตั้งอยู่ริมแม่น้า Ruvu ประชาชนมีการใช้น้าจากแม่น้า ดังกล่าว ที่มีแหล่งต้นน้ากาเนิดจากเทือกเขา Uluguru ประสบปัญหากับแหล่งต้นน้า จากการถูกทาลายและมี ผลกระทบกับคนในเมือง จึงได้มีโครงการอนุรักษ์แหล่งต้นน้าตามหุบเขา พื้นที่ลาดชันและบริเวณที่เป็นต้น น้า มีการจัดทาเป็นโครงการระยะยาวโดยการจัดตั้งกองทุนเพื่อนาเงินไปดาเนินการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ ที่ดินและอนุรักษ์แหล่งต้นน้าให้มีการปรับปรุงการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ประชาชนที่ยากจนในพื้นที่ดังกล่าว การดาเนินงานที่ผ่านมา เช่น การจ่ายเงินชดเชยให้แก่เจ้าของที่ดิน แนะนาวิธีการปลูกพืช ให้แก่เกษตรกรอย่างถูกวิธีการกาหนดกฎหมาย กฎกติกาให้เกษตรกรลงทะเบียน จัดทาแผนที่ขอบเขตการใช้ ประโยชน์ที่ดินของเกษตรกร องค์กร CARE และ WWF เป็นหน่วยงานร่วมดาเนินโครงการ โดยนาเอา วิธีการค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้ (ผู้ขาย/ผู้ซื้อน้า) มีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบ การ ฝึกอบรมเกษตรกรด้านการอนุรักษ์ดินและน้า การได้รับการสนับสนุนเมล็ดพืชพันธุ์ ซึ่งทาให้ผลผลิตทาง การเกษตรเพิ่มขึ้น ดาเนินการให้รางวัลตอบแทนแก่ผู้ที่ดาเนินการที่มีประสิทธิภาพและดีเด่น เกษตรกรมี ความรับผิดชอบการจัดการดิน น้าและป่าไม้บริษัทโคคาโคลา เป็นผู้จัดหาแหล่งทุนให้แก่เกษตรการเพื่อการ จัดการที่ดินอย่างยั่งยืน ชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้ปฏิบัติและจัดหาแรงงาน 29. โครงการ South African pro-poor watershed rehabilitation project ประเทศสหภาพอาฟริกาใต้ เป็นโครงการของรัฐที่จะช่วยเหลือผู้ยากจนโดยกระบวนการดาเนินงานอนุรักษ์แหล่งน้า ห้ามนาชนิดพันธุ์ไม้ต่างถิ่นมาปลูกในพื้นที่ โดยกระบวนการจัดตั้งกองทุนดาเนินการด้านอนุรักษ์แหล่งต้น น้า ผู้ใช้น้าจะต้องเสียค่าน้าโดยนารายได้เข้ากองทุน ปัญหาการขาดแคลนน้าในฤดูแล้ง การนาพืชต่างถิ่นมาปลูกโดยเฉพาะพืชที่ต้องการน้ามาก มาปลูกหรือปลูกไม้ที่ใช้น้ามาก การเกิดน้าท่วมในฤดูฝน การเกิดไฟป่า การพังทลายของดิน การตกตะกอน ของดินและผลผลิตทางเกษตรตกต่า การดาเนินงานจึงได้จัดตั้งกองทุนอนุรักษ์ รัฐบาล ชุมชนท้องถิ่นและบริษัทเอกชนต่างๆ ได้ ร่วมกาหนดค่าธรรมเนียม การใช้น้า (Water Resources Management fee) องค์กรภาคเอกชนได้เข้าร่วม สมทบกองทุน มีการควบคุมปริมาณน้าและการพังทลายของดินโดยการปลูกพันธุ์ไม้พื้นเมือง ส่วนชนิดพันธุ์ ต่างถิ่นเช่นยูคาลิปตัส ไม้สนและกระถินยักษ์ ซึ่งต้องการน้ามาก ให้กาจัดออก ใช้ยาฆ่าหรือเผาริบ ฯลฯ รัฐจะ จ่ายเงินให้ดาเนินงานโดยตรง และได้รับงบประมาณจากการเก็บค่าน้า หน่วยงานจัดการน้าและหน่วยงาน อื่นๆ สนับสนุนให้แก่เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ
  • 87.
    - 84 - 30.การใช้ระบบPES – Ecotourism บนพื้นฐานของ Market Based Conservation and Economic Improvement ประเทศกัมพูชา การนาเอาโครงการค่าแทนคุณระบบนิเวศ (Payments for Ecosystem Services) มาใช้กับ โครงการท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพที่หมู่บ้าน Tmothoey ซึ่งมี ราษฎรอาศัยอยู่จานวน236ครัวเรือน ประชากรรวมกันประมาณ 20,000 คน ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ ป่า KulenPromtep Wildlife Sanctuary ประกาศจัดตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994 เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ใหญ่ ที่สุดในแถบอินโดจีน การบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองประสบปัญหา และอุปสรรคหลายประการ กล่าวคือ พนักงานเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอในการที่จะป้ องกันดูแลรักษาพื้นที่ ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยเฉพาะ การบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดิน จึงได้มีกลไกในการหาแหล่งทุนเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้โดยการนาเอาหลักการ ค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) มาใช้ดาเนินงานกับโครงการการท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศ การดาเนินงานด้านค่าแทนคุณระบบนิเวศกับโครงการการท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศในพื้นที่ ดังกล่าว ได้ใช้เวลาสร้างความเข้าใจกับชุมชนถึงผลประโยชน์ที่ได้รับ แนวทางการปฏิบัติและการพัฒนา โครงการนานถึง 6 ปี จึงประสบผลสาเร็จตามโครงการโดยความร่วมมือของทุกฝ่าย เช่น การกาหนดเขต จัดการพื้นที่ชุมชน เป็นต้น กระบวนการก็อาศัยกฎหมายข้อตกลงด้านการท่องเที่ยว สิทธิในการครอบครอง ที่ดิน ข้อตกลงระหว่างพนักงานเจ้าหน้าที่กับชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ชนิดพันธุ์สัตว์ป่าที่สาคัญ และการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ข้อตกลงระหว่างพนักงานเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากับชุมชน คือ ห้ามล่าสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและห้ามบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดิน ชุมชนได้รับสิทธิในการครอบครองที่ดินที่ทา กินอยู่เดิมมีการบังคับใช้กฎหมายและการจัดการท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศในชุมชนโดยกาหนดชนิดพันธุ์สัตว์ป่า ที่สาคัญหาได้ยาก คือ นกช้อนหอยใหญ่ (Giant Ibis) นกกระเรียน (Sauras crane) นกตะกราม (Adjustant stork) และนกช้อนหอยดา (White-shouldered Ibis) ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าไป ท่องเที่ยวเพื่อชมสัตว์ป่าดังกล่าว หากว่านักท่องเที่ยวพบเห็นสัตว์ป่าทั้งหมดที่กาหนดไว้จะต้องเสียค่าใช้จ่าย จานวน 30 เหรียญสหรัฐ แต่ถ้านักท่องเที่ยวพบเห็นสัตว์ป่าไม่ครบทุกชนิดตามที่กาหนดจะเสียเพียง 15 เหรียญสหรัฐ รายได้จากการท่องเที่ยวนี้จะนาไปจัดตั้งเป็นกองทุนชุมชนใช้ในการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์และการ บริหารจัดการพื้นที่คุ้มครอง การบริหารเงินกองทุนก็ได้ดาเนินการจัดตั้งคณะกรรมการระดับหมู่บ้านให้มีบทบาทและ หน้าที่ความรับผิดชอบจัดทาแผนการจัดการการบริการนักท่องเที่ยว คณะกรรมการดังกล่าวจะเป็น ผู้ดาเนินการบริหารงบประมาณกองทุน การใช้จ่ายเงินกองทุน การจัดทาข้อตกลงเรื่องห้ามล่าสัตว์ป่ า แผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน การจัดหางบประมาณเข้ากองทุน เงินรายได้จากกองทุนนี้ส่วนหนึ่งได้นาไปใช้ใน โครงการป้ องกันดูแลรักษาพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จัดจ้างลูกจ้างชั่วคราวทาการลาดตระเวนป้ องกันการ กระทาผิด การนาทางและพ่อครัว รายได้
  • 88.
    - 85 - ของชุมชนก็จะมีผลพลอยได้จากนักท่องเที่ยวเช่นกันเช่น ค่าบริการที่พัก อาหาร สิ่งอานวยความสะดวก การ ซื้อ ขายของที่ระลึกหรือเครื่องใช้อุปกรณ์อื่นๆ ในการเดินป่า ประมาณว่าชุมชนจานวน236 ครัวเรือน มี รายได้เพิ่มขึ้น ด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน รัฐบาลรับรองสิทธิในที่ทากินของชุมชน ดาเนินการจัดตั้ง คณะกรรมการชุมชนที่เรียกว่าCommunity Protected Area Committee เป็นการจัดตั้งสภาคอมมูนท้องถิ่น มี กฎหมายที่ใช้กาหนดขอบเขตที่ดินของชุมชน ให้ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตร ที่อยู่อาศัย การแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินให้ชุมชนมีสิทธิในการแก้ไขปัญหาได้เอง ทาให้รัฐบาลดาเนินการใช้ประโยชน์ ที่ดินอย่างยั่งยืน ผลประโยชน์ที่ได้รับ เงินรายได้จากโครงการ Tmothoey Ecotourism ได้ดาเนินงานค่าแทนคุณระบบนิเวศ (PES) ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์สัตว์ป่า การพัฒนาชุมชน การท่องเที่ยวเชิงสัตว์ป่าที่เป็นตลาดการท่องเที่ยวในระยะยาวได้ การรับทัวร์จากต่างประเทศจะมีบริษัทนา เที่ยวเข้ามาเกี่ยวข้อง จากการประเมินผล การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ได้รับการคุ้มครอง และสามารถลดภัยคุกคามได้ สิทธิในการใช้ประโยชน์ที่ดินของชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ก็ได้กระทาอย่าง ถูกต้องตามกฎหมาย มีการควบคุมและพัฒนางบประมาณ เพื่อให้เป็นกองทุนสาหรับการพัฒนาท้องถิ่น การ ท่องเที่ยว และการดาเนินงานดังกล่าวมีความเข้มแข็งมากขึ้นการใช้ค่าแทนคุณระบบนิเวศ จึงสรุปได้ดังนี้ 1. บทเรียนจากกองทุน เงินรายได้จากนักท่องเที่ยวได้นามาใช้ในกิจกรรมการอนุรักษ์มาก ขึ้น และสามารถสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กร 2. งบประมาณจากกองทุนระดับหมู่บ้าน ได้นาไปใช้ในการป้องกันหมู่บ้านของตนเอง 3.มีการจัดการ เรื่อง ไกด์หรือคนนาทางท้องถิ่น โดยการฝึกอบรมให้มีความรู้ความเข้าใจที่ ถูกต้องและรับผิดชอบมากขึ้น 4. คณะกรรมการระดับหมู่บ้าน มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และ ป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ป่ามากขึ้น 5. สามารถนากิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับค่าแทนคุณระบบนิเวศทดแทนการประกอบอาชีพ การเกษตร เพราะทาให้รายได้ดีขึ้น
  • 89.
    - 86 - เอกสารประกอบการเรียบเรียง 1.Branka, B. and J. Gault. 2011. Payments for Environment Services : First Global Inventory of Schemes Provisioning Water for Cities. FAO. 2. Greiber, Thomas (Ed) 2009. Paysments for Ecosystem Services. Legal and Institutional Frameworks. IUCN, Gland, Switzerland xvi+296 pp. 3. IUCN. 2009. Payments for Ecosystem Services : Legal and Institutional Framework. IUCN, Morges, Switzerland. 4. Smith, M., de Groot, D., Bergkamp 2006. Pay-Establishing Payments for watershed services. IUCN. Gland, Switzerland. 5. Tommie, H., R. Vonade, M, Jenkins and R. Bayon. 2010. Environmental Funds and Payments for Ecosystem Services. The Katoomba Group, Germany.