Electrical Engineering Material Chapter 1 Introduction and  Basic Concept Copyright 1996-2001 © Dale Carnegie & Associates, Inc.
1.  ความสัมพันธ์ของวัสดุศาสตร์ และวัสดุวิศวกรรม  Material Science:   การศึกษา ,  ค้นคว้าความรู้ขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับโครงสร้าง ,  สมบัติ Material Engineering:   การประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับวัสดุเพื่อประโยชน์ในงานด้านวิศวกรรม Copyright 1996-2001 © Dale Carnegie & Associates, Inc.
2.  ประเภทของวัสดุวิศวกรรม 2.1  โลหะ  (Metallic) นำความร้อน และไฟฟ้าได้ดี 2.2  พลาสติค หรือ พอลิเมอร์  (Polymeric) เป็นฉนวนที่ดี ทั้งประเภทอ่อน และแข็ง 2.3  เซรามิก  (Ceramic) มีลักษณะ แข็ง และเปราะ Copyright 1996-2001 © Dale Carnegie & Associates, Inc.
2.4  วัสดุผสม  (Composite) ประกอบด้วยของผสมหลายชนิด เช่น กาวอีพ๊อกซี่ ,  ไฟเบอร์กลาส 2.5  อิเลคทรอนิกส์  (Electronic) เช่นซิลิกอน ,  ใช้เป็นทำอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำชนิดต่างๆ Copyright 1996-2001 © Dale Carnegie & Associates, Inc.
3.  โครงสร้างอะตอม ผู้คิดค้น  :  เออร์เนส รัทเทอร์ฟอร์ด และนีลส์โบร์ นิวเคลียส ,  โปรตรอน ,  นิวตรอน ,  อิเลคตรอน
มวลอิเลคตรอน ประมาณ มวลโปรตอน /2,000  3.1  ประจุ และมวลของอนุภาค
3.1  ประจุ และมวลของอนุภาค
3.2  เลขอะตอม  (Atomic number) บอกถึงจำนวนโปรตรอน หรือจำนวนอิเลคตรอน เลขอะตอม  =  จำนวนโปรตรอน  =  จำนวนอิเลคตรอน @  อะตอมมีสภาพเป็นกลาง
3.3  เลขมวล  ( Mass Number ) เลขมวล  =  จำนวนโปรตรอน  +  จำนวนนิวตรอน จำนวนนิวตรอน  =  เลขมวล  -  เลขอะตอม ดังนั้น
ตัวย่อทางเคมี  ( อลูมิเนียม ) จำนวนโปรตรอน  =  จำนวนอิเลคตรอน  =  เลขอะตอม  = 13 จำนวนนิวตรอน  =  เลขมวล -  เลขอะตอม  = 27-13= 14
3.4  มวลอะตอม (Atomic mass, A.M.) มวลของ  6.02*10 23   อะตอมของธาตุนั้น  ( กรัม )  [ หรือเท่ากับ  1  โมล ]
มวลอะตอม  ( ต่อ ) (Atomic mass, A.M.) น้ำหนักของธาตุ  1  อะตอม  = A.M. *1.66*10 -24   ( กรัม ) เช่น  A.M.  ของอลูมิเนียม  =  26.98 อลูมิเนียม  1  อะตอม หนัก  = 26.98 *1.66*10 -24   กรัม อลูมิเนียม  1  อะตอม หนัก  = 26.98 A.M.U. หรือ อลูมิเนียมมีน้ำหนัก    = 26.98  กรัม / โมล
โมเลกุล  ( อนุภาคที่เล็กที่สุดของสารที่สามารถอยู่ได้เป็นอิสระ ) น้ำหนักของสาร  1  โมเลกุล  = M.W. *1.66*10 -24   ( กรัม ) เช่น  A.M.  ของอลูมิเนียม (Al)   =  26.98  = M.W. อลูมิเนียม  1  โมเลกุล หนัก  = 26.98 *1.66*10 -24   กรัม อลูมิเนียม  1  อะตอม หนัก  = 26.98 *1.66*10 -24   กรัม หรือ อลูมิเนียม  1  โมลมีน้ำหนัก    = 26.98  กรัม
เช่น  A.M.  ของสาร  (O 2 )   = 16 M.W.  ของสาร  (O 2 )   = 16*2=32 O 2  1  โมเลกุล หนัก  = 32 *1.66*10 -24   กรัม O 2  1  อะตอม หนัก  = 16 *1.66*10 -24   กรัม หรือ  O 2  1  โมลอะตอมมีน้ำหนัก    = 16  กรัม หรือ  O 2  1  โมลมีน้ำหนัก    = 32  กรัม
มวลอะตอมสัมพัทธ์  (Relative atomic mass, R.A.M.) มวลของอะตอมมีค่าน้อยมาก จึงใช้วิธีเปรียบเทียบกับมวลของอะตอม ที่เบาที่สุด คือ “ไฮโดรเจน” โดยกำหนดให้มีมวล  =  1
มวลอะตอมสัมพัทธ์  ( ต่อ ) (Relative atomic mass, R.A.M.)
มวลสูตรสัมพัทธ์ หรือมวลโมเลกุล ตัวอย่าง  การหามวลของโมเลกุล ของคาร์บอนไดออกไซด์  CO 2 คาร์บอน  =  1  อะตอม , R.A.M. = 12 ออกซิเจน  =  2  อะตอม , R . A . M . =  16 ดังนั้นมวลโมเลกุล  =  (1*12)+(2*16)  =  44 ดังนั้นสรุปว่า  CO 2   หนักเป็น  44  เท่าของไฮโดรเจน  1  อะตอม
มวลสูตรสัมพัทธ์ หรือมวลโมเลกุล  ( ต่อ )
3.5  ชั้นของอิเลคตรอน  ( ออบิทัล ,  Orbital) จำนวนอิเลคตรอนสูงสุดแต่ละชั้น  =  2 n 2
3.6  ระดับพลังงานของอิเลคตรอน To move an electron from the first to the second orbit requires energy to overcome the attraction of the nucleus.
ระดับพลังงานของอิเลคตรอน  ( ต่อ ) อิเลคตรอนแต่ละตัวจะมีพลังงานไม่เท่ากับ ,  ตัวที่อยู่ชั้นนอกนอกจะมีพลังงานสูงกว่า ความถี่ของโฟตอน  (v) = (E1-E2)/h
ระดับพลังงานของอิเลคตรอน  ( ต่อ ) นิลส์ บอร์ ได้สร้างโมเดลสำหรับไฮโดรเจนซึ่งมีอิเลคตรอน  1  ตัว เพื่อหาพลังงานของอิเลคตรอนที่ระดับต่างๆ คือ E:  พลังงานของโฟตอนที่ให้ออกมา E=(-13.6/n 2 ) eV E=(-13.6/n 2 ) eV*(1.9*10 -19 /eV)  จูล
3.7  โครงสร้างอะตอมของตัวนำ อะตอมทองแดง :  2-8-18-1 :   แรงดึงดูดอิเลคตรอนต่ำสุดกรณีตัวที่อยู่วงนอกสุด  (valence orbit, free electron)   ซึ่งเคลื่อนที่ไปอะตอมอื่นได้อย่างง่ายดาย  ( เป็นตัวนำที่ดี )  ดังนั้นจุดสำคัญอยู่ที่อิเลคตรอนวงนอกสุด
3.8  โครงสร้างอะตอมของสารกี่งตัวนำ Germanium:  2-8-18-4 :  4-Valence Electrons Silicon:  2-8-4 :  4-Valence Electrons ในกรณีของวัสดุฉนวน  จะมี  8 -Valence Electrons
3.9  ไอโซโทป  ( อะตอมที่มีจำนวนนิวตรอนแตกต่างกัน ) ไอโซโทปของธาตุชนิดเดียวกันจะเกิดปฏิกิริยาเคมีเหมือนกัน เนื่องจากปฏิกิริยาเคมีเกี่ยวข้องกับอิเลคตรอนเท่านั้น
4.  พันธะอะตอม และพันธะโมเลกุล  4.1  พันธะที่มีความแข็งแรง 4.1.1  พันธะไอออนิก 4.1.2  พันธะโควาเลนต์ 4.1.3  พันธะโลหะ 4.2  พันธะที่ไม่แข็งแรง 4.2.1  Permanent Dipole Bonds 4.2.2  Fluctuating Dipole Bonds
4.1.1  พันธะไอออนิก  ( พันธะที่เกิดขึ้นระหว่างธาตุโลหะ กับ อโลหะ ) อะตอมธาตุหนึ่งถ่ายเทไปให้อีกธาตุหนึ่ง ทำให้เกิดไอออนบวก และ ลบ จึงเกิดแรงดึงดูดกัน   ( แข็งแรง ) อะตอมโซเดียมต้องเสียอิเลคตรอน  1  ตัวให้กับอะตอมของคลอรีน  เพื่อเติมเต็มอิเลคตรอนชั้นนอกสุดให้กับคลอรีน
ดังนั้นอะตอมจะเสียสภาพความเป็นกลาง และเรียกว่า “ไอออน” @  โซเดียมไอออนจะเป็นบวก , Na + @  คลอรีนไอออนจะเป็นลบ , Cl - ดังนั้นจึงมีแรงดึงดูดซึ่งกันและกัน เป็นพันธะไอออนิก  ของโซเดียมคลอไรด์  ( NaCl )
พันธะไอออนิก   ของแมกนีเซียมคลอไรด์ ระหว่าง แมกนีเซียม  Mg  กับ คลอรีน  Cl แมกนีเซียมจะต้องให้อิเลคตรอนกับคลอรีน  2  อะตอม
แมกนีเซียม  1  อะตอมให้อิเลคตรอนกับคลอรีน  2  อะตอม MgCl2 :  แมกนีเซียมคลอไรด์
พันธะไอออนิกของโซเดียมคลอไรด์
พันธะไอออนิก แรงดึงดูดระหว่างอะตอม :   (F attractive  ) (F attractive  ) = {(-Z1*e)(Z2*e)}/(4* π *  o*a 2 ) Z1:  จำนวนอิเลคตรอนที่ให้ Z2:  จำนวนอิเลคตรอนที่รับ e:  ประจุ  1.60*10 -19   C a:  รัศมีระหว่างไอออน
พันธะโคเวเลนต์ ตัวอย่างสารประกอบไฮโดรคาร์บอน  ( มีเทน )  CH4 @ อะตอมคาร์บอนต้องการอิเลคตรอนอีก  4  ตัว @ อะตอมของไฮโดรเจนต้องการอิเลคตรอนอีก  1  ตัว พันธะโควาเลนต์  :  การใช้อิเลคตรอนร่วมกันระหว่างอะตอมของธาตุอโลหะ
พันธะโควาเลนต์เดี่ยว  4  พันธะ ของมีเทน
พันธะโควาเลนต์คู่  1  พันธะ ของออกซิเจน  (O 2 ) คุณสมบัติ 1.  มีจุดหลอมเหลวสูง  ( ซิลิคอนไดออกไซด์ ,  ทราย ) 2.  ไม่ละลายน้ำเนื่องจากไม่มีประจุ 3.  ไม่นำไฟฟ้าเนื่องจากไม่มีไอออน ,  อิเลคตรอนอิสระ 4.  แข็ง  ( เพชร )
พันธะโลหะ การยึดกันของอะตอมในโลหะนั้นแตกต่างไปจาก พันธะไอออนิก และโควาเลนต์ อะตอมของโลหะยึดกันด้วย “ทะเลอิเลคตรอน”
พันธะโลหะ อิเลคตรอนสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ (non directional)
อะตอมของโลหะให้อิเลคตรอน  1  หรือมากกว่า  อิเลคตรอนเคลื่อนที่ไปยังขั้วบวก และสามารถถ่ายเทความร้อนด้วย
4.2  พันธะที่ไม่แข็งแรง  (Weak Bonding) พลังงานของพันธะต่ำ  (4-42 kJ/mol )  แรงที่เกิดขึ้นเนื่องจากแรงดึงดูดของขั้วไฟฟ้า  (electric dipoles)   ที่เกิดขึ้นระหว่างอะตอม หรือโมเลกุล
4.2.1  Fluctuation Dipole Bond เป็นพันธะที่อ่อนมากเกิดจากแรงดึงดูดระหว่างอะตอมที่มีการกระจายของประจุอิเลคตรอนที่ไม่ท่ากัน ทำให้เกิดขั้วไฟฟ้าขึ้น เช่นอะตอมของแก๊สเฉื่อย
4.2.2  Permanent Dipole Bond เป็นพันธะที่อ่อนมากมักเกิดขึ้นระหว่างโมเลกุล โควาเลนต์ ที่มี  Permanent Dipoles ,   โดยทั่วไปโมเลกุลที่ประกอบด้วยธาตุที่มีอิเลคโทรเนกาวิตี้สูง และเป็น  asymmetric molecule  จะทำให้โมเลกุลนั้นมีขั้ว
เนื้อหาครั้งต่อไป Electron and Hole Energy Band Polarization & Permittivity Bounary conditions for perfect dielectric material Capacitance
Energy Bands แถบพลังงานของวัสดุทั้ง  3  ชนิด ที่  0  K

พอลิเมอร์

  • 1.
    Electrical Engineering MaterialChapter 1 Introduction and Basic Concept Copyright 1996-2001 © Dale Carnegie & Associates, Inc.
  • 2.
    1. ความสัมพันธ์ของวัสดุศาสตร์และวัสดุวิศวกรรม Material Science: การศึกษา , ค้นคว้าความรู้ขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับโครงสร้าง , สมบัติ Material Engineering: การประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับวัสดุเพื่อประโยชน์ในงานด้านวิศวกรรม Copyright 1996-2001 © Dale Carnegie & Associates, Inc.
  • 3.
    2. ประเภทของวัสดุวิศวกรรม2.1 โลหะ (Metallic) นำความร้อน และไฟฟ้าได้ดี 2.2 พลาสติค หรือ พอลิเมอร์ (Polymeric) เป็นฉนวนที่ดี ทั้งประเภทอ่อน และแข็ง 2.3 เซรามิก (Ceramic) มีลักษณะ แข็ง และเปราะ Copyright 1996-2001 © Dale Carnegie & Associates, Inc.
  • 4.
    2.4 วัสดุผสม (Composite) ประกอบด้วยของผสมหลายชนิด เช่น กาวอีพ๊อกซี่ , ไฟเบอร์กลาส 2.5 อิเลคทรอนิกส์ (Electronic) เช่นซิลิกอน , ใช้เป็นทำอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำชนิดต่างๆ Copyright 1996-2001 © Dale Carnegie & Associates, Inc.
  • 5.
    3. โครงสร้างอะตอมผู้คิดค้น : เออร์เนส รัทเทอร์ฟอร์ด และนีลส์โบร์ นิวเคลียส , โปรตรอน , นิวตรอน , อิเลคตรอน
  • 6.
    มวลอิเลคตรอน ประมาณ มวลโปรตอน/2,000 3.1 ประจุ และมวลของอนุภาค
  • 7.
    3.1 ประจุและมวลของอนุภาค
  • 8.
    3.2 เลขอะตอม (Atomic number) บอกถึงจำนวนโปรตรอน หรือจำนวนอิเลคตรอน เลขอะตอม = จำนวนโปรตรอน = จำนวนอิเลคตรอน @ อะตอมมีสภาพเป็นกลาง
  • 9.
    3.3 เลขมวล ( Mass Number ) เลขมวล = จำนวนโปรตรอน + จำนวนนิวตรอน จำนวนนิวตรอน = เลขมวล - เลขอะตอม ดังนั้น
  • 10.
    ตัวย่อทางเคมี (อลูมิเนียม ) จำนวนโปรตรอน = จำนวนอิเลคตรอน = เลขอะตอม = 13 จำนวนนิวตรอน = เลขมวล - เลขอะตอม = 27-13= 14
  • 11.
    3.4 มวลอะตอม(Atomic mass, A.M.) มวลของ 6.02*10 23 อะตอมของธาตุนั้น ( กรัม ) [ หรือเท่ากับ 1 โมล ]
  • 12.
    มวลอะตอม (ต่อ ) (Atomic mass, A.M.) น้ำหนักของธาตุ 1 อะตอม = A.M. *1.66*10 -24 ( กรัม ) เช่น A.M. ของอลูมิเนียม = 26.98 อลูมิเนียม 1 อะตอม หนัก = 26.98 *1.66*10 -24 กรัม อลูมิเนียม 1 อะตอม หนัก = 26.98 A.M.U. หรือ อลูมิเนียมมีน้ำหนัก = 26.98 กรัม / โมล
  • 13.
    โมเลกุล (อนุภาคที่เล็กที่สุดของสารที่สามารถอยู่ได้เป็นอิสระ ) น้ำหนักของสาร 1 โมเลกุล = M.W. *1.66*10 -24 ( กรัม ) เช่น A.M. ของอลูมิเนียม (Al) = 26.98 = M.W. อลูมิเนียม 1 โมเลกุล หนัก = 26.98 *1.66*10 -24 กรัม อลูมิเนียม 1 อะตอม หนัก = 26.98 *1.66*10 -24 กรัม หรือ อลูมิเนียม 1 โมลมีน้ำหนัก = 26.98 กรัม
  • 14.
    เช่น A.M. ของสาร (O 2 ) = 16 M.W. ของสาร (O 2 ) = 16*2=32 O 2 1 โมเลกุล หนัก = 32 *1.66*10 -24 กรัม O 2 1 อะตอม หนัก = 16 *1.66*10 -24 กรัม หรือ O 2 1 โมลอะตอมมีน้ำหนัก = 16 กรัม หรือ O 2 1 โมลมีน้ำหนัก = 32 กรัม
  • 15.
    มวลอะตอมสัมพัทธ์ (Relativeatomic mass, R.A.M.) มวลของอะตอมมีค่าน้อยมาก จึงใช้วิธีเปรียบเทียบกับมวลของอะตอม ที่เบาที่สุด คือ “ไฮโดรเจน” โดยกำหนดให้มีมวล = 1
  • 16.
    มวลอะตอมสัมพัทธ์ (ต่อ ) (Relative atomic mass, R.A.M.)
  • 17.
    มวลสูตรสัมพัทธ์ หรือมวลโมเลกุล ตัวอย่าง การหามวลของโมเลกุล ของคาร์บอนไดออกไซด์ CO 2 คาร์บอน = 1 อะตอม , R.A.M. = 12 ออกซิเจน = 2 อะตอม , R . A . M . = 16 ดังนั้นมวลโมเลกุล = (1*12)+(2*16) = 44 ดังนั้นสรุปว่า CO 2 หนักเป็น 44 เท่าของไฮโดรเจน 1 อะตอม
  • 18.
  • 19.
    3.5 ชั้นของอิเลคตรอน ( ออบิทัล , Orbital) จำนวนอิเลคตรอนสูงสุดแต่ละชั้น = 2 n 2
  • 20.
    3.6 ระดับพลังงานของอิเลคตรอนTo move an electron from the first to the second orbit requires energy to overcome the attraction of the nucleus.
  • 21.
    ระดับพลังงานของอิเลคตรอน (ต่อ ) อิเลคตรอนแต่ละตัวจะมีพลังงานไม่เท่ากับ , ตัวที่อยู่ชั้นนอกนอกจะมีพลังงานสูงกว่า ความถี่ของโฟตอน (v) = (E1-E2)/h
  • 22.
    ระดับพลังงานของอิเลคตรอน (ต่อ ) นิลส์ บอร์ ได้สร้างโมเดลสำหรับไฮโดรเจนซึ่งมีอิเลคตรอน 1 ตัว เพื่อหาพลังงานของอิเลคตรอนที่ระดับต่างๆ คือ E: พลังงานของโฟตอนที่ให้ออกมา E=(-13.6/n 2 ) eV E=(-13.6/n 2 ) eV*(1.9*10 -19 /eV) จูล
  • 23.
    3.7 โครงสร้างอะตอมของตัวนำอะตอมทองแดง : 2-8-18-1 : แรงดึงดูดอิเลคตรอนต่ำสุดกรณีตัวที่อยู่วงนอกสุด (valence orbit, free electron) ซึ่งเคลื่อนที่ไปอะตอมอื่นได้อย่างง่ายดาย ( เป็นตัวนำที่ดี ) ดังนั้นจุดสำคัญอยู่ที่อิเลคตรอนวงนอกสุด
  • 24.
    3.8 โครงสร้างอะตอมของสารกี่งตัวนำGermanium: 2-8-18-4 : 4-Valence Electrons Silicon: 2-8-4 : 4-Valence Electrons ในกรณีของวัสดุฉนวน จะมี 8 -Valence Electrons
  • 25.
    3.9 ไอโซโทป ( อะตอมที่มีจำนวนนิวตรอนแตกต่างกัน ) ไอโซโทปของธาตุชนิดเดียวกันจะเกิดปฏิกิริยาเคมีเหมือนกัน เนื่องจากปฏิกิริยาเคมีเกี่ยวข้องกับอิเลคตรอนเท่านั้น
  • 26.
    4. พันธะอะตอมและพันธะโมเลกุล 4.1 พันธะที่มีความแข็งแรง 4.1.1 พันธะไอออนิก 4.1.2 พันธะโควาเลนต์ 4.1.3 พันธะโลหะ 4.2 พันธะที่ไม่แข็งแรง 4.2.1 Permanent Dipole Bonds 4.2.2 Fluctuating Dipole Bonds
  • 27.
    4.1.1 พันธะไอออนิก ( พันธะที่เกิดขึ้นระหว่างธาตุโลหะ กับ อโลหะ ) อะตอมธาตุหนึ่งถ่ายเทไปให้อีกธาตุหนึ่ง ทำให้เกิดไอออนบวก และ ลบ จึงเกิดแรงดึงดูดกัน ( แข็งแรง ) อะตอมโซเดียมต้องเสียอิเลคตรอน 1 ตัวให้กับอะตอมของคลอรีน เพื่อเติมเต็มอิเลคตรอนชั้นนอกสุดให้กับคลอรีน
  • 28.
    ดังนั้นอะตอมจะเสียสภาพความเป็นกลาง และเรียกว่า “ไอออน”@ โซเดียมไอออนจะเป็นบวก , Na + @ คลอรีนไอออนจะเป็นลบ , Cl - ดังนั้นจึงมีแรงดึงดูดซึ่งกันและกัน เป็นพันธะไอออนิก ของโซเดียมคลอไรด์ ( NaCl )
  • 29.
    พันธะไอออนิก ของแมกนีเซียมคลอไรด์ ระหว่าง แมกนีเซียม Mg กับ คลอรีน Cl แมกนีเซียมจะต้องให้อิเลคตรอนกับคลอรีน 2 อะตอม
  • 30.
    แมกนีเซียม 1 อะตอมให้อิเลคตรอนกับคลอรีน 2 อะตอม MgCl2 : แมกนีเซียมคลอไรด์
  • 31.
  • 32.
    พันธะไอออนิก แรงดึงดูดระหว่างอะตอม : (F attractive ) (F attractive ) = {(-Z1*e)(Z2*e)}/(4* π *  o*a 2 ) Z1: จำนวนอิเลคตรอนที่ให้ Z2: จำนวนอิเลคตรอนที่รับ e: ประจุ 1.60*10 -19 C a: รัศมีระหว่างไอออน
  • 33.
    พันธะโคเวเลนต์ ตัวอย่างสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ( มีเทน ) CH4 @ อะตอมคาร์บอนต้องการอิเลคตรอนอีก 4 ตัว @ อะตอมของไฮโดรเจนต้องการอิเลคตรอนอีก 1 ตัว พันธะโควาเลนต์ : การใช้อิเลคตรอนร่วมกันระหว่างอะตอมของธาตุอโลหะ
  • 34.
    พันธะโควาเลนต์เดี่ยว 4 พันธะ ของมีเทน
  • 35.
    พันธะโควาเลนต์คู่ 1 พันธะ ของออกซิเจน (O 2 ) คุณสมบัติ 1. มีจุดหลอมเหลวสูง ( ซิลิคอนไดออกไซด์ , ทราย ) 2. ไม่ละลายน้ำเนื่องจากไม่มีประจุ 3. ไม่นำไฟฟ้าเนื่องจากไม่มีไอออน , อิเลคตรอนอิสระ 4. แข็ง ( เพชร )
  • 36.
    พันธะโลหะ การยึดกันของอะตอมในโลหะนั้นแตกต่างไปจาก พันธะไอออนิกและโควาเลนต์ อะตอมของโลหะยึดกันด้วย “ทะเลอิเลคตรอน”
  • 37.
  • 38.
    อะตอมของโลหะให้อิเลคตรอน 1 หรือมากกว่า อิเลคตรอนเคลื่อนที่ไปยังขั้วบวก และสามารถถ่ายเทความร้อนด้วย
  • 39.
    4.2 พันธะที่ไม่แข็งแรง (Weak Bonding) พลังงานของพันธะต่ำ (4-42 kJ/mol ) แรงที่เกิดขึ้นเนื่องจากแรงดึงดูดของขั้วไฟฟ้า (electric dipoles) ที่เกิดขึ้นระหว่างอะตอม หรือโมเลกุล
  • 40.
    4.2.1 FluctuationDipole Bond เป็นพันธะที่อ่อนมากเกิดจากแรงดึงดูดระหว่างอะตอมที่มีการกระจายของประจุอิเลคตรอนที่ไม่ท่ากัน ทำให้เกิดขั้วไฟฟ้าขึ้น เช่นอะตอมของแก๊สเฉื่อย
  • 41.
    4.2.2 PermanentDipole Bond เป็นพันธะที่อ่อนมากมักเกิดขึ้นระหว่างโมเลกุล โควาเลนต์ ที่มี Permanent Dipoles , โดยทั่วไปโมเลกุลที่ประกอบด้วยธาตุที่มีอิเลคโทรเนกาวิตี้สูง และเป็น asymmetric molecule จะทำให้โมเลกุลนั้นมีขั้ว
  • 42.
    เนื้อหาครั้งต่อไป Electron andHole Energy Band Polarization & Permittivity Bounary conditions for perfect dielectric material Capacitance
  • 43.