More Related Content
PDF
PDF
PDF
ระบบสืบพันธุ์ (Reproductive System) PDF
PPT
PDF
13แบบทดสอบโครโมโซมและการถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรม DOCX
แบบทดสอบก่อนเรียนความหลากหลายทางชีวภาพ PDF
What's hot
PDF
บทที่ 5 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม1 PDF
เล่มที่ 4 การเคลื่อนที่ของคน PDF
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด เล่มที่ 4 โจทย์ปัญหาการบวกเศษส่วน PDF
7.ชุดที่ 4 การสังเคราะห์แสง PDF
เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ (Fossil fuels PPTX
ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร PPTX
สมบัติสารบริสุทธิ์และสารผสม ชั้นม.1.pptx PDF
PDF
16แบบทดสอบความหลากหลายทางชีวภาพ PDF
PPT
PDF
PDF
PPTX
PPTX
บทที่ 1 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม PDF
PDF
บทที่ 3 เครื่องสำอางในชีวิตประจำวัน PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต PPT
PDF
Similar to ดุลยภาพของสิ่งมีชีวิต3
PDF
PPT
PPT
PDF
การรักษาดุลยภาพของสิ่งมีชีวิต PDF
ระบบกำจัดของเสีย (Excretory System) PDF
7แบบทดสอบการรักษาดุลยภาพของน้ำและแร่ธาตุ PDF
PDF
ชีววิทยาเรื่องระบบขับถ่าย Excretion PDF
PDF
PPT
PPT
สมดุลเคมีในสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม PDF
ติวสอบเตรียมระบบหายใจและขับถ่าย PPT
PPT
PPT
PDF
บท2รักษาดุลยภาพ_ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์ วิชาชีววิทยาพื้นฐาน.pdf PPT
PPT
PDF
More from Tatthep Deesukon
ดุลยภาพของสิ่งมีชีวิต3
- 1.
การรักษาดุลยภาพของน้ำในพืช “ พืช” เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ต่างๆ เช่น การนำน้ำมาเป็นวัตถุดิบสำคัญในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ดังนั้นพืชจึงต้องมีกลไกในการรักษาดุลยภาพของน้ำ ซึ่งได้แก่ ... 1. การดูดน้ำของรากพืช ( Root Absorption ) 2. การคายน้ำของพืช ( Transpiration ) - 2.
การดูดน้ำของรากพืช (Root Absorption ) - น้ำที่เข้าสู่พืชมาจากน้ำที่แทรกระหว่างเม็ดดิน ซึ่ง พืชจะใช้เซลล์ขนราก ( Root hair cell ) ดูดน้ำจากแหล่งนั้นเข้ามา - หลักการสำคัญ คือ สารละลายในดินจะต้องมีความเข้มข้นน้อยกว่าสารละลายภายในเซลล์ขนราก น้ำจึงจะออสโมซิสจากดินเข้าเซลล์ขนรากมากกว่าน้ำที่ออสโมซิสจากเซลล์ขนรากออกสู่ดิน - 3.
การคายน้ำของพืช (Transpiration ) - น้ำส่วนมากจะออกจากพืชด้วย กระบวนการคายน้ำที่รูปากใบในรูปของไอน้ำ โดยการเปิดรูปากใบจะต้องอาศัย การสะสมของโพแทสเซียมไอออน ( K + ) ในเซลล์คุมที่ปากใบ และ การได้รับแสงสีน้ำเงิน - อัตราการคายน้ำของพืชจะ แปรผกผันกับความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศ แต่จะ แปรผันตรงกับอุณหภูมิที่ระดับหนึ่งเท่านั้น - 4.
- หากพืชอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเช่น ดินมีปริมาณน้ำมากกว่าน้ำในรากเล็กน้อย , ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศต่ำพอสมควร และอุณหภูมิสูงพอเหมาะ ก็จะทำให้ พืชสามารถลำเลียงน้ำได้โดยไม่ขาดสาย - เว้นแต่ ภายในเนื้อเยื่อลำเลียงน้ำ ( Xylem ) ในพืชมีฟองอากาศอยู่ - 5.
การรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆในร่างกายมนุษย์ “ มนุษย์” เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ต่างๆ เช่น การนำน้ำไปใช้ในปฏิกิริยาการย่อยสารอาหารประเภทต่างๆ ฯลฯ ซึ่งในแต่ละวันมนุษย์จะได้รับน้ำเหล่านี้ การรับประทานอาหาร , การดื่มน้ำ รวมทั้งการสลายสารอาหารเพื่อให้พลังงานแบบใช้ก๊าซออกซิเจน แต่น้ำก็ มีการสูญเสียจากร่างกายผ่านการขับถ่ายอุจจาระ , ปัสสาวะ , เหงื่อ และการหายใจออกในปริมาณที่เท่ากับน้ำที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน ดังนั้นมนุษย์จึงต้องมีการรักษาดุลยภาพของน้ำให้เป็นเช่นนี้อยู่ตลอด - 6.
- 7.
ไต (Kidney ) - เป็นอวัยวะลักษณะคล้ายเมล็ดถั่วแดงซึ่งสำคัญการรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่างๆในร่างกายมนุษย์ โดยรักษาดุลยภาพจาก ความเข้มข้นของโลหิตภายในหลอดเลือดอาร์เทอรี่ ( นำโลหิตออกจากหัวใจ ) - 8.
- ไตแต่ละข้างของมนุษย์จะประกอบด้วย “หน่วยไต” ( Nephron ) มากมายเกือบราว 1 ล้านหน่วย หน่วยไตแต่ละหน่วยจะประกอบด้วย “หลอดเลือดของหน่วยไต” ( สีแดงและสีน้ำเงินในภาพ ) และ “ท่อของหน่วยไต” ( สีเหลืองในภาพ ) - 9.
- โลหิตในหลอดเลือดอาร์เทอรี่ก็จะถูกลำเลียงเข้าสู่หลอดเลือดในหน่วยไต ที่บางบริเวณเป็นหลอดเลือดฝอยที่ผนังมีรูพรุนมาก เรียกว่า “หลอดเลือดโกลเมอรูลัส” ( Glomerulus ) ซึ่งจะเกิดการกรองสารจากโลหิตเข้าสู่ท่อของหน่วยไตขึ้น - แต่สารบางอย่าง เช่น เซลล์เม็ดเลือด , โปรตีนขนาดโมเลกุลใหญ่ เช่น อัลบูมิน จะไม่สามารถผ่านรูของผนังหลอดเลือดโกลเมอรูลัสได้ - 10.
- 11.
- 12.
กระเพาะปัสสาวะ (Urinary bladder ) - เป็นอวัยวะลักษณะคล้ายกระเปาะที่รับเอาน้ำปัสสาวะจากไตมาเก็บไว้ จนกระทั่งมีปริมาตรของน้ำปัสสาวะอย่างน้อย 250 ลูกบาศก์เซนติเมตร จึง ขับปัสสาวะออกสู่ภายนอกร่างกาย - 13.
- 14.
- สาร ADH จะกระตุ้นให้ท่อของหน่วยไตเพิ่มอัตราการดูดน้ำกลับคืนสู่ร่างกาย ( โลหิต ) - สมองส่วนไฮโปทาลามัสยัง กระตุ้นให้เกิดอาการกระหายน้ำ ทำให้ต้องดื่มน้ำเข้าไป ทั้งหมดนี้จะ ทำให้ความเข้มข้นของสารละลายในโลหิตลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ - 15.
การรักษาดุลยภาพของกรด - เบสในร่างกายมนุษย์“ ภาวะความเป็นกรด - เบสของสารละลาย” หมายถึง ความเข้มข้นของ “โปรตอน” หรือไฮโดรเจนไอออน ( H + ) ที่ละลายอยู่ในสารละลาย โดยมี “ค่า pH ” เป็นค่าแสดงถึงความเป็นกรด - เบสของสารละลายใดๆ - ค่า pH จะมีค่า ตั้งแต่ 0 จนถึง 14 โดยใช้ค่า pH ที่ระดับ 7 เป็นเกณฑ์ในการแบ่ง หากสารละลายใด มีค่า pH ต่ำกว่า 7 ถือเป็นสารละลายที่มีภาวะเป็นกรด ส่วนสารละลายใด มีค่า pH สูงกว่า 7 ถือเป็นสารละลายที่มีภาวะเป็นเบส - 16.
- ในร่างกายมนุษย์ถือว่า ภาวะความเป็นกรด - เบสของร่างกายจะสามารถเทียบเคียงได้จาก “ภาวะความเป็นกรด - เบสในโลหิต” - ภาวะความเป็นกรด - เบสของร่างกาย จะมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเอนไซม์ต่างๆ เช่น เอนไซม์อะไมเลส - 17.
- ความเป็นกรดในโลหิตเกิดจาก การละลายของผลิตภัณฑ์ของการสลายสารอาหารเพื่อให้ได้พลังงานของเซลล์ต่างๆในร่างกาย คือ “ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์” ในโลหิต ดังสมการ ... คาร์บอนไดออกไซด์ ( CO 2 ) + น้ำในโลหิต ( H 2 O ) กรดคาร์บอนิก ( H 2 CO 3 ) ไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน ( HCO 3 - ) + โปรตอน ( H + ) - 18.
- 19.
- ดังนั้นร่างกายมนุษย์จึงต้องลดความเป็นกรดของโลหิตลงโดยนำโลหิตที่มี “ไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออนและโปรตอน” ละลายอยู่มากไปที่หลอดเลือดฝอยในปอด จากนั้นก็ทำปฏิกิริยาต่อกันจนกลายเป็น “ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ” ดังสมการ ... คาร์บอนไดออกไซด์ ( CO 2 ) + น้ำในโลหิต ( H 2 O ) กรดคาร์บอนิก ( H 2 CO 3 ) ไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน ( HCO 3 - ) + โปรตอน ( H + ) - 20.
- ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ได้จะ แพร่เข้าสู่ถุงลมในปอดและออกมาสู่ภายนอกร่างกายพร้อมกับลมหายใจออก - 21.
- นอกจากนี้ไตก็สามารถที่ขับเอาโปรตอนที่มากเกินไปออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะได้ แล้วดูดกลับโซเดียมไอออนหรือไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน เพื่อให้ความเข้มข้นของสารละลายในร่างกายอยู่ในสภาพสมดุลมากที่สุด