ความหลากหลายของปรสิต
ก่อให้เกิดโรคในคน
Pitsanu Duangkartok
ความหลากหลายของปรสิตที่ก่อให้เกิดโรคในคน
Symbiosis= ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดที่ไม่สามารถแยกจากกันได้อย่างอิสระ
- Mutualism = ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย (+,+)
- Commensalism = ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดที่ฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์และอีกฝ่ายไม่ได้ไม่เสียประโยชน์ (+,0)
- Parasitism = ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดที่ฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์คืออาหารและที่อยู่อาศัยเรียกว่า ปรสิต
ฝ่ายหนึ่งเสียประโยชน์เรียกว่า เจ้าบ้าน (host)
ปรสิตวิทยา (parasitology) เป็นการศึกษาการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดในภาวะปรสิต (parasitism)
- โดยปกติปรสิตที่ก่อโรคในคนจะหมายถึงปรสิตจำพวกที่เป็นสัตว์ ได้แก่ โปรโตซัว (protozoa) หนอนพยาธิ (helminths)
สัตว์ขาปล้อง (arthropods) -> host กึ่งกลาง
ชนิดของปรสิต 1. Ectoparasite (ปรสิตภายนอก) คือปรสิตที่อาศัยอยู่ตามผิวภายนอกร่างกายของเจ้าบ้าน
2. Endoparasite (ปรสิตภายใน) คือปรสิตที่อาศัยอยู่ภายในร่างกายของเจ้าบ้าน
ชนิดของเจ้าบ้าน
1. Definitive host คือเจ้าบ้านเฉพาะที่มีปรสิตระยะตัวเต็มวัยอาศัยและมีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ
2. Intermediate host คือเจ้าบ้านกึ่งกลางที่มีปรสิตระยะตัวอ่อนอาศัยและมีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศเพื่อเพิ่ม
จำนวนโดยไม่เจริญถึงระยะตัวเต็มวัย (Intermediate host เฉพาะสิ่งมีชีวิต Vector-> สิ่งมีชีวิต+สิ่งแวดล้อม)
3. Paratenic host คือเจ้าบ้านที่ได้รับปรสิตระยะตัวอ่อนเข้ามาอาศัยอยู่โดยไม่มีการเจริญเปลี่ยนแปลงไปเป็นระยะ
ถัดไปแต่ยังคงมีชีวิตและสามารถติดต่อสู่เจ้าบ้านเฉพาะและเจริญเป็นตัวเต็มวัยได้
4. Incidental/Accidental host คือเจ้าบ้าน(คน)โดยบังเอิญที่ได้รับปรสิตทั้งระยะตัวเต็มวัยหรือตัวอ่อนที่ปกติพบใน
สัตว์ชนิดอื่น
- การติดต่อของปรสิตจากเจ้าบ้านเฉพาะตัวหนึ่งไปยังเจ้าบ้านเฉพาะอีกตัวหนึ่งต้องอาศัยระยะติดต่อ (infective stage) ที่พบ
ได้ในสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต
- ปรสิตสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง 1. ปาก 2. จมูก 3. ตา 4. ผิวหนัง 5. ช่องคลอดทวารหนัก
การจัดจำแนกปรสิต
Phylum Protozoa (Kudo, 1977) อวัยวะที่ใช้เคลื่อนที่และโครงสร้างพิเศษของเซลล์
- Subphylum Plasmodroma : 4 classes :
Mastigophora, Sarcodina, Sporozoa, Cnidosporidia
- Subphylum Ciliophora : 2 classes : Ciliata, Suctoria
หนอนพยาธิ (helminths)(Faust, 1970)
- Phylum Platyhelminthes (หนอนตัวแบน) : 4 classes
Turbellaria, Monogenea, Trematoda (พยาธิใบไม้), Cestoda (พยาธิตัวตืด)
- Phylum Nematoda (พยาธิตัวกลม)
- Phylum Acanthocephala (พยาธิหัวหนาม)
สัตว์ขาปล้อง(arthropod)
- Phylum Arthropoda : ก่อให้เกิดโรคด้วยตัวมันเองและเป็นพาหะ (vector) ของโปรโทซัวและหนอนพยาธิ
1. Phylum Protozoa
โปรโตซัว (protozoa) โปรโตซัวเป็นสัตว์เซลล์เดียวที่มีขนาดเล็กตั้งแต่ 1-150 μm พบเป็นปรสิตของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
และสัตว์มีกระดูกสันหลังรวมทั้งคน ภายในเซลล์เดียวประกอบด้วยหน่วยที่เรียกว่า organelles ทำหน้าที่ต่างๆเทียบเท่ากับ
สิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่อาศัยกลุ่มเซลล์ (tissues) หรืออวัยวะ (organs)
การดำรงชีวิต : อิสระ (free-living)
: อยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่น (symbiosis) - commensalism - mutualism - parasitism
ต่างจากเซลล์คือมีอวัยวะที่ใช้ในการเคลื่อนที่
เน้นศึกษาส่วนนี้
><MART
- โปรโตซัวที่เป็นปรสิตของคนบางชนิดไม่ก่อโรคหรือบางชนิดก่อโรคสำคัญ เช่น มาลาเรีย, leishmaniasis และ sleeping
sickness
การจำแนกโพรโทซัว(ส่วนใหญ่สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ)ที่สำคัญทางการแพทย์อย่างง่าย ยึดตามอวัยวะที่ใช้ในการ
เคลื่อนที่และโครงสร้างพิเศษของเซลล์ แบ่งเป็น 5 กลุ่มดังนี้ *ออกสอบ
1. แฟลเจลเลต (flagellate) เคลื่อนที่โดยใช้ flagellum
2. อะมีบา (amoeba) เคลื่อนที่โดยใช้ pseudopodium
3. สปอโรซัว (sporozoa) ไม่มีโครงสร้างที่ใช้ในการเคลื่อนที่มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศในวงจรชีวิต
4. ซิลิเอต (ciliate) เคลื่อนที่โดยใช้ cilia
5. ไมโครสปอริเดียม (microsporidium) ไม่มีโครงสร้างที่ใช้ในการเคลื่อนที่แต่มีสปอร์(เป็นระยะติดต่อ)และส่วนยื่นโผล่
ประกอบด้วย polar tube และ polar cap
แฟลเจลเลต (flagellate) : ในลำไส้
Giardia lamblia (A) ระยะ cyst (ระยะติดต่อ) มีรูปรีคล้ายไข่ไก่มี นิวเคลียส 4 อัน
(B) ระยะ trophozoite หัวมีอวัยวะยึดเกาะ 2 ข้างเรียกว่า sucking disc มี
nucleus ข้างละ 1 อันและมี flagellates 4 คู่
วงจรชีวิต
บริเวณที่พบ: ลำไส้เล็ก (small intestine)
โรค: โรคท้องร่วง (Giardiasis/Lambliasis)
สาเหตุ: กินระยะcyst ที่มี 4 นิวเคลียส ซึ่งปนเปื้อนมากับน้ำและอาหารที่ปรุงไม่สุก
อาการ: ระคายเคืองเนื่องจากการเกาะของ sucking disc คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง อุจจาระเป็นฟองปนไขมัน (steatorrhea)
การวินิจฉัย: พบ Trophozoite หรือ cyst ในอุจจาระ ถ้าดูสดโดยใช้น้ำเกลือจะเห็นการเคลื่อนไหวของ trophozoite เป็น
แบบใบไม้ร่วง
อยู่ในร่างกายคน
><MART
แฟลเจลเลต (flagellate): ในระบบสืบพันธุ์
Trichomonas vaginalis ปรสิตมีเพียงระยะ trophozoite มี 1 นิวเคลียส มี flagellum อิสระ 4 เส้นและอยู่ที่ขอบของ
undulating membrane 1 เส้น
ก่อโรค: Trichomoniasis
สาเหตุ: ได้รับระยะ trophozoite จากการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงหรือใช้ของร่วมกัน เช่น
ผ้าเช็ดตัว ผ้าขนหนู
อาการ: ก่อโรคในอวัยวะสืบพันธุ์ช่องคลอดอักเสบและติดเชื้อ มีมูกหนอง มีตกขาว (leukorhea) การ
อักเสบของปากมดลูกที่เกิดขึ้นบ่อยๆ อาจนำไปสู่การเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ ในผู้ชายมักไม่มีอาการ(พาหะ) ถ้าเป็นมากอาจพบ
ต่อมลูกหมากและท่อปัสสาวะอักเสบ
การวินิจฉัย: พบระยะ trophozoite จาก vaginal swab หรือจากปัสสาวะ
แฟลเจลเลต (flagellate): ในเนื้อเยื่อและโลหิต
Trypanosoma brucei
บริเวณที่พบ : เลือด น้ำเหลือง ระบบประสาทส่วนกลาง
ลักษณะสำคัญ : มี anterior flagellum 1 เส้น
การเกิดโรค : African sleeping sickness พบในทวีปแอฟริกา
การติดต่อ : ได้รับเชื้อจากแมลง tsetse flies เมื่อถูกแมลงกัดแมลงจะปล่อยเชื้อระยะ metacyclic trypomastigote เข้าสู่
ผิวหนัง เกิดการแบ่งตัวในเลือดและทำลายม้าม ต่อมน้ำเหลืองและสมอง มีอาการซึม ช้า มือสั่น คล้ายคนนอนหลับ เป็นมากอาจ
ถึงตายได้
><MART
Leishmania spp.
การก่อโรค Leishmaniasis : cutaneous(แผลภายนอก) and visceral(อวัยวะภายใน) leishmaniasis
การติดต่อ : การกัดของแมลงริ้นฝอยทราย (sand fly) ที่มีเชื้อระยะ promastigote
`
อะมีบา (amoeba)
Entamoeba histolytica
• โรคบิดอะมีบา (amoebic dysentery, amoebosis, amoebiasis) หรือโรคบิดมีตัว
• พบได้ทั่วโลก
• สาเหตุ : กินระยะ cyst ที่มี 4 นิวเคลียสที่ปนเปื้อนกับน้ำและอาหาร
• อาการ : ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ
• อาการของโรคบิด คือ ปวดท้อง ปวดเบ่งอุจจาระ ถ่ายบ่อย อุจจาระมีกลิ่นเหม็นเน่ามาก เนื่องจากปรสิตย่อยสลายเนื้อเยื่อเพื่อ
เป็นอาหาร => เกิดเป็นแผลในผนังลำไส้
• ลักษณะแผล : เป็นรูปขวดปากแคบ (flask-shaped ulcer)
(A) โรคเยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบปฐมภูมิ
(Primary amebic meningoencephalitis, PAM)
(B) โรคสมองอักเสบชนิดเรื้อรังหรือเฉียบพลัน
(Glanulomatousamebic encephalitis, GAE)
ดำรงชีพอิสระในสิ่งแวดล้อม คนติดเชื้อจากการได้รับ cyst โดยการว่ายน้ำในสระน้ำตามธรรมชาติที่ค่อนข้างอุ่นที่มีโคลน
(ไม่ใช้คลอรีน) เข้าทางเยื่อหุ้มจมูกไปทำลายเซลล์สมอง ระยะฟักตัว 5-6 วัน
สปอโรซัว (sporozoa)
Plasmodium spp.
การเกิดโรค : มาลาเรีย ไข้จับสั่น มีการระบาดทั่วโลก
พาหะ : ยุงก้นปล่อง (Anophoeles sp.) พบมากในเขตร้อน (tropic-subtropic) ในคนพบ 5 ชนิด
P. falciparum : พบมากในไทย (60-70%) P. vivax : พบ 30-40%
P. malariae : พบน้อยกว่า 1% P. ovale : ส่วนใหญ่พบในเขตหนาว
P. knowlesi : ส่วนใหญ่พบในเขต Southeast Asia มาจากลิง
Leishmania tropica
><MART
อาการ: เมื่อเซลล์เม็ดเลือดแดงแตก จะมีอาการเป็นไข้สูง หนาวสั่น ชักกระตุก ถ้าเป็นมากอาจทำให้ไตวาย ปัสสาวะสีคล้ำ ตับไม่
ทำงานและเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะ P.falciparum สามารถลุกลามถึงสมองหรือมาลาเรียขึ้นสมอง (cerebralmalaria)
ซิลิเอต (ciliate) มี cilia
Balantidium coli
บริเวณที่พบ : ลำไส้ใหญ่
การเกิดโรค : Balantidiasis ในคน หมู ลิง หนู เป็นต้น
อาการของโรค : trophozoite ทำลายเซลล์ชั้น mucosa ทำให้เกิดแผล ปวดท้อง ท้องเสีย คล้ายบิด ถ่ายเป็นมูกเลือด
อาจไชทะลุผนังลำไส้ได้คล้ายๆกับ E. histolytica แต่ลักษณะแผลต่างกัน macronucleus : metabolism
สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศในยุง
ระยะติดต่อ
สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ
><MART
Micronucleus
: การสืบพันธุ์
(ปาก)
ระยะก่อโรค ระยะติดต่อ
ผนังหนา
น้ำไม่สะอาด
ล้างผลไม้ไม่สะอาด
ไมโครสปอริเดียม (microsporidium)
• เป็นปรสิตอาศัยในเซลล์
• มีสปอร์เซลล์เดียวรูปร่างกลมรีหรือยาวรี ภายในสปอร์มี sporoplasm ที่ไม่มีเยื่อหุ้ม
• มีโครงสร้างพิเศษที่เป็นท่อเรียกว่า polar tube หรือ polar filament
• การติดเชื้อในคนอาจมาจากอาหาร น้ำดื่ม หรืออากาศที่หายใจ
• มักเกิดกับผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDS)
• เมื่อสปอร์สัมผัสกับเซลล์เจ้าบ้าน sporoplasm ที่อยู่ภายในจะถูกดันให้ไหลเข้าท่อ polar tube เข้าไปในไซโทพลาสซึมของ
เซลล์เจ้าบ้านและแบ่งตัวเพิ่มจำนวน
• ไมโครสปอริเดียที่พบบ่อยในผู้ป่วย AIDS คือ Enterocytozoon bieneusi ทำให้เกิดอาการท้องร่วงเรื้อรัง
2. พยาธิตัวแบน (Phylum Platyhelminthes) ลักษณะทั่วไป
• Triploblastic organization มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น ectoderm, mesoderm และ endoderm
• Bilateral symmetry แบ่งลำตัวได้สองข้างที่มีลักษณะคล้ายกัน
• Acoelomate ไม่มีช่องว่างในลำตัว อวัยวะฝังตัวในเนื้อเยื่อพื้นฐาน
• Digestive system ไม่สมบูรณ์
• ไม่มีระบบหมุนเวียนเลือด
• ระบบหายใจอาศัยผ่านทางผิวหนังลำตัว
พยาธิตัวแบนที่มีความสำคัญทางการแพทย์ (มีรายงานก่อโรคในคน) จะพบอยู่ใน class Trematoda และ Cestoda
Class Trematoda
พยาธิใบไม้ (trematode, fluke) ลักษณะสำคัญ
• ลำตัวแบนในแนวบน-ล่าง
• ไม่มีช่องว่างในลำตัว
• ระบบทางเดินอาหารไม่สมบูรณ์ มีปากไม่มีทวารหนัก
• *มีอวัยวะยึดเกาะเป็นกล้ามเนื้อรูปถ้วยเรียกว่า sucker มี 2 อัน คือ
anterior/oral sucker และ ventral sucker
• เพศผู้-เพศเมียอยู่ในตัวเดียวกันยกเว้นพยาธิใบไม้เลือด
• ระบบสืบพันธุ์ระบบขับถ่ายและระบบประสาทเจริญดี
Polar tube
><MART
การจัดกลุ่มของพยาธิใบไม้ที่เป็นปรสิตในคน
สามารถจัดกลุ่มของพยาธิใบไม้ ตามที่อยู่อาศัยหรือบริเวณที่พบพยาธิได้ 4 กลุ่มดังนี้
1. พยาธิใบไม้ทางเดินอาหาร (Gastro-intestinal fluke)
2. พยาธิใบไม้ตับ (Liver fluke)
3. พยาธิใบไม้ปอด (Lung fluke)
4. พยาธิใบไม้เลือด (Blood fluke)
1. พยาธิใบไม้ในลำไส้ (Intestinal fluke)
Fasciolopsis buski
ลักษณะ : เป็นพยาธิใบไม้ขนาดใหญ่ที่สุดที่พบในคน ขนาด 2.0-7.5 ซม.
การเกิดโรค : การเกาะของพยาธิในชั้น mucosa ทำให้เกิดแผลและติดเชื้อ อาจมีอาการปวดท้อง อาเจียน ท้องร่วง โลหิตจาง
• ระยะ Metacercaria จะเกาะตามพืชน้ำ จึงควรล้างผักให้สะอาดหรือปรุงสุกก่อนบริโภค เช่น ผักบุ้ง, ผักกระเฉด
Echinostoma spp.
ลักษณะ : มี collar spines เรียงกันเป็นรูปเกือกม้า (horseshoe-shaped) รอบ oral sucker ทางด้านหน้าและด้านข้าง
พบได้ทั้งในสัตว์ปีกและ mammal
วงชีวิต : เหมือนกับพยาธิใบไม้ลำไส้ทั่วไป พบระยะเมตาเซอร์คาเรียในหอยน้ำจืด เช่น หอยขม, หอยเชอรี่
การเกิดโรค : ถ้ามีน้อยจะไม่แสดงอาการ ถ้ามีมากอาจปวดท้องจากการเกิดแผล ท้องเสีย โลหิตจาง ถ้ามากเกิน 500 ตัวอาจ
เสียชีวิตได้
หอย ปู กุ้ง
ระยะติดต่อ
First intermediate host
วงจรชีวิตพยาธิใบไม้โดยทั่วไป ><MART
Echinostoma revolutum E. ilocanum E. malayanum
- กลุ่มพยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็ก
• ส่วนใหญ่พยาธิกลุ่มนี้จะอยู่ในวงศ์ Heterophyidae ที่รู้จักกันทั่วไปคือ Stellantchasmus falcatus
Haplorchis taichui เชียงใหม่พบมาก
H. pumilio ภาคกลางพบมาก
Centrocestus formosanus
การเกิดโรค : Heterophyiasis ในลำไส้ ปริมาณน้อยไม่มีอาการ ถ้ามีมากมีอาการ ปวดท้อง ท้องเสีย หรือพยาธิเข้าไปปล่อยไข่
ในระบบเลือด เกิดบาดแผลตามร่างกาย
วงชีวิต : เหมือนกับพยาธิใบไม้ทั่วไป
การป้องกันรักษา : ไม่กินปลาดิบควรปรุงให้สุก (ระยะ metacercaria ในปลา)
(A) Stellantchasmus falcatus (B) S. dermogenysi
ออกสอบ*
- Ventro-genital sac (ช่องสืบพันธุ์เปิดร่วมกับ ventral sucker) เยื้องไปทางซ้ายของลำตัวเล็กน้อย
- acetabular spines ขนาดเล็ก 2 กลุ่ม
- testis มี 2 อันวางตรงข้ามกันทางด้านท้าย
- ovary 1 อัน
- โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 1 : หอยเจดีย์
- โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 2 : ปลากระบอก (ปลาน้ำกร่อย) (A) ปลาเข็ม (B)
- Definitive host : ไก่ หนู แมว และคน
Centrocestus formosanus
• 32 circumoral spines
• excretory bladder เป็นรูป X-shaped
• โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 1 : หอยเจดีย์
• โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 2 : บริเวณเหงือกปลาน้ำจืด (ปลาหมอ ปลาตะเพียนทราย ปลาซิวหนวดยาว)
• Definitive host : ไก่ หนู แมว และคน
ระยะ metacercaria
><MART
Haplorchis taichui
• Acetabular spines 13 -16 อันเรียงกันเป็นรูปพัด
• testis ขนาดใหญ่เพียง 1 อัน
• ovary กลม 1 อัน
• โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 1 : หอยเจดีย์
• โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 2 : ปลาเกล็ดขาวหลายชนิด
• Definitive host : ไก่ หนู และคน
2. พยาธิใบไม้ตับ (Liver fluke)
Fasciola spp.ระยะติดต่อ(metacercaria) พบในพืชน้ำ ตัวค่อนข้างใหญ่
การเกิดโรค : ทำให้เกิดโรค Fascioliasis อาจขึ้นกับปริมาณและระยะของพยาธิ มีอาการ มีไข้
ปวดท้อง ท้องเสีย หรือพยาธิเข้าไปในท่อน้ำดี ทำให้อุดตัน เป็นดีซ่าน(ตัวเหลือง)
เลือดมี eosinophils สูง
การป้องกัน : ล้างผักหรือพืชน้ำให้สะอาด ควรปรุงสุก F. gigantica
Opisthorchis viverrini ตัวประมาณ 1 cm. มีมากทางภาคอีสาน
• วงชีวิต : เหมือนกับพยาธิใบไม้ลำไส้
• โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 1 : หอยคัน (Bithynia sp.) พบบริเวณทุ่งนา
• โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 2 : ปลาขาวนา
• ตัวเต็มวัยพบในคน โดยการกินปลาดิบที่มีระยะเมตาเซอร์คาเรีย
• การเกิดโรค : ทำให้เกิดโรค Opisthorchiasis มีอาการมีไข้ต่ำๆ ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย
เจ็บหรือร้อนที่ตับ เบื่ออาหาร ผอมลงท่อน้ำดีอุดตัน มะเร็งท่อน้ำดี อาจเสียชีวิตได้
• การป้องกัน : ไม่กินปลาที่ปรุงไม่สุก เช่น ลาบปลา ก้อยปลา
3. พยาธิใบไม้ปอด (Lung fluke)
Paragonimus westermani
• ลำตัวรูปไข่
• testis แตกแขนง 2 อัน วางตรงข้ามกัน
• ovary แตกแขนงใกล้กับ ventral sucker
• vitellaria กระจายตั้งแต่ด้านหน้าจนถึงท้ายลำตัว
• ผิวลำตัวปกคลุมด้วย spines ขนาดเล็ก
วงชีวิตทั่วไปของ Paragonimus westermani
• โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 1 : หอย
• โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 2 : ปูน้ำจืดภูเขา/ปูน้ำตก/กุ้งน้ำจืด
ก้ามโต
• Definitive host : คน
• อาการโรค : ตัวเต็มวัยที่ปอดสร้าง cyst หุ้ม ปอดอักเสบ
มีเลือดไหลปนกับเสมหะ หลอดลมอักเสบ
• การป้องกัน : ไม่กินปูดิบ กุ้งดิบ เพราะอาจมีระยะ
metacercaria
metacercaria
Acetabular spines
testis
ovary
ovary
testis
vitellaria
><MART
4. พยาธิใบไม้เลือด (Blood fluke)
Schistosoma spp.
• เป็นพยาธิใบไม้ที่แยกเพศ
• ลำตัวเรียวยาวคล้ายเรือ (boat shaped)
• ตัวผู้มีร่องรัดตัวเมียอยู่ด้านท้อง
• ตัวผู้มีปุ่มบนผิวลำตัว
วงชีวิตทั่วไปของ Schistosoma spp.
• การเกิดโรค : มีอาการคันเนื่องจากแผลที่ตัวอ่อนไชเข้าร่างกาย ต่อมน้ำเหลือง เส้นเลือดบวมโต เพราะพยาธิไปขัดขวางระบบ
หมุนเวียนโลหิต ปล่อยไว้นานอาจเป็นอันตรายได้
• การป้องกัน : สวมรองเท้าขณะทำนำหรือจับสัตว์น้ำ เพื่อป้องกันตัวอ่อนระยะเซอคาเรีย (cercaria)ไชผ่านผิวหนัง
พยาธิตัวตืด : Class Cestoda ลำตัวยาวเหมือนริบบิ้น
ส่วนประกอบลำตัวของพยาธิตัวตืด
การจัดจำแนกพยาธิตัวตืด
1. Order Cyclophyllidea อวัยวะยึดเกาะรูปถ้วย = sucker
2. Order Pseudophyllidea ร่องยึดเกาะ = bothrium
ระยะติดต่อ
(หัว)
(ลำตัว)
><MART
Order Cyclophyllidea
Adult -> egg -> onchosphere (ตัวอ่อน) -> ระยะติดต่อ
- Cysticerocus (bladder worm) ระยะติดต่อของ พยาธิตืดหมู พยาธิตืดวัว
- Hydatid cyst ระยะติดต่อของ พยาธิตืดสุนัข พยาธิตืดวัว
Echinococcus granulosus สุนัขเป็นโฮสต์ตัวสุดท้าย คนเป็นโฮสต์โดยบังเอิญ (incidental host)
• การเกิดโรค : เกิดโรค Echinococcosis ขึ้นอยู่กับปริมาณ จะเกิดอันตรายเมื่อ cyst โตขึ้นและแตกและไปเป็น cyst ที่
บริเวณอื่นอีก
• การรักษา : การผ่าตัดและให้ยา
พยาธิตืดหมู (Taenia solium)
• ก่อโรค Taeniasis
พยาธิตืดวัว (Taenia saginata)
• ก่อโรค Taeniasis
Order Pseudophyllidea
Adult -> egg -> coracidium (ตัวอ่อน) -> Procercoid พบใน cyclops, copepods , กุ้ง
-> ระยะ Plerocercoid (sparganum) (ระยะติดต่อ) พบใน กบ เขียด ปลา -> Plerocercoid ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในคน
เพราะคนไม่ใช่ definitive host
Diphyllobothrium latum : พยาธิตืดปลา
• ก่อโรค Diphyllobothriasis มีอาการบริเวณทางเดินอาหาร
Spirometra spp.
• ก่อโรค sparganosis
• ตัวเต็มวัยอาศัยอยู่ใน สุนัข แมว
คนรับมาในระยะไข่
><MART
3. Phylum Nematoda ลักษณะทั่วไปของพยาธิตัวกลม
• ลำตัวเรียวยาวทรงกระบอก หัวท้ายเรียว ไม่มีปล้อง
• มีสมมาตรสองข้างลำตัว (bilateral symmetry)
• มีช่องว่างลำตัวเทียม (pseudocoelom)
• มีระบบทางเดินอาหารสมบูรณ์ คือ มีปากและทวารหนัก
• ระบบสืบพันธุ์แยกเพศ (dioecious) ส่วนใหญ่ตัวผู้เล็กกว่าตัวเมียและปลายหางจะงอ หางตัวผู้บางชนิดแผ่ออกเป็น
copulatory bursa บางชนิดเหมือนกันทั้งตัวผู้และตัวเมีย บางชนิดตัวผู้และตัวเมียมีรูปร่างแตกต่างกัน
วงชีวิตทั่วไปของพยาธิตัวกลม : ระยะติดต่อ Filariform
ลำตัวโดยทั่วไปของพยาธิตัวกลม
พยาธิตัวจี๊ด (Gnathostoma spinigerum) ส่วนหัวจะโป่งเป็นกระเปาะขนาดใหญ่เรียกว่า head bulb
ถิ่นที่พบ : เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น จีน นิวกินี และอินเดีย ในประเทศไทยมีรายงาน 4 ชนิด คือ
1. G. spinigerum ก่อโรคในคนชนิดเดียว
2. G. hispidum
3. G. doloresi
4. G. vietnamicum
ก่อโรค : Gnathostomiasis
• คนเป็นโฮสต์โดยบังเอิญ โดยระยะ Filariform ไม่เจริญจัดเป็น Paratenic host
• เมื่อตัวอ่อนไชผ่านผนังลำไส้ จะมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ เมื่อไชใต้ผิวหนังมีอาการคัน บวม เลือดออกเล็กน้อย
• รักษาโดยการผ่าตัด
Rhabditiform
Filariform
copulatory spicule
><MART
Trichinella spiralis
• คนเป็นโฮสต์เฉพาะ
• ได้รับพยาธิโดยการกินเนื้อหมูที่ไม่สุก
• พยาธิตัวเมียที่อยู่ในเนื้อเยื่อของลำไส้จะไข่ออกมาปนกับกระแสเลือดกระจายไปกล้ามเนื้อลาย
ทั่วร่างกาย
• ลอกคราบ 3 ครั้งแล้วม้วนตัวเป็น spiral อยู่ใน cyst ในกล้ามเนื้อ
• การเกิดโรค : Trichinosis
• ตัวอ่อนของพยาธิฝังตัวที่ใดก็จะเกิดการแพ้หรือระคายเคืองที่นั่น
Anisakis spp.
ถิ่นที่พบ: พบระบาดมากในประเทศที่นิยมกินปลาดิบ เช่น ญี่ปุ่น ฮอลแลนด์ กลุ่มประเทศในสแกนดิเนเวียและชายฝั่งทวีป
อเมริกาใต้
วงชีวิต: โฮสต์เฉพาะ คือ วาฬ และโลมา
โฮสต์กึ่งกลาง คือพวก crustaceans และปลาทะเล -> ระยะ Filariform
คนเป็นโฮสต์โดยบังเอิญ ติดพยาธิโดยรับประทานปลาดิบที่มีตัวอ่อนของพยาธิ
การเกิดโรคและการรักษา: เกิดโรค Anisakiasis อาการแล้วแต่ชนิด เช่น ปวดท้อง อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด การรักษาโดย
ตรวจหาตัวอ่อนในกระเพาะอาหารแล้วคีบออกโดยวิธี endoscopy
Anisakis simplex
พยาธิเม็ดสาคูในหมู
Or paratenic host
Filariform
><MART
การป้องกันพยาธิ Anisakis จากการรับประทานปลาดิบลวกควรทำที่อุณหภูมิอย่างน้อย 60 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 5 นาที
และหากต้องการรับประทานปลาดิบควรเก็บเนื้อปลาดิบไว้ที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งคือ -35 องศาเซลเซียสอย่างน้อย 15
ชั่วโมงหรือต่ำกว่า -20 องศาเซลเซียสอย่างน้อย 7 วัน
พยาธิไส้เดือน (Ascaris lumbricoides) : คนเป็น definitive host
ถิ่นที่พบ: กระจายทั่วไปในเขตร้อนชื้น
ลักษณะสำคัญ: มีขนาดใหญ่ อยู่ในลำไส้เล็ก รูปร่างทรงกระบอกปลายเรียวเล็ก มีริมฝีปาก 3 อันมีฟัน (teeth) ขนาดเล็กเรียง
อยู่รอบปาก ตัวผู้มี spicules (ช่วยในการสืบพันธุ์) 2 อัน ตัวเมียมี vulva เปิดที่ 1/3 จากด้านหน้า
การเกิดโรค: Ascariasis ทำให้เกิดอาการขาดสารอาหาร อาการอื่นเช่น เป็นไข้ บิด ลำไส้อุดตัน
วงชีวิตทั่วไปของพยาธิไส้เดือน (Ascaris lumbricoides)
พยาธิปากขอ Ancylostoma duodenale Necator americanus
➢พยาธิตัวกลมในลำไส้เล็ก
➢พบในสุนัข แมว รวมทั้งคน
➢ตัวอ่อน (filariform) ไชผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดและเจริญเป็นตัวเต็มวัยในลำไส้
➢การไชผ่านผิวหนังทำให้เกิดอาการคัน มีเลือดออกในลำไส้ ทำให้เกิดโลหิตจาง
พยาธิเข็มหมุด (Enterobius vermicularis)
ถิ่นที่พบ: กระจายทั่วไปในเขตอบอุ่น พบมากในเด็ก โดยเฉพาะในกลุ่มหรือครอบครัวเดียวกัน
ลักษณะสำคัญ: มีริมฝีปากขนาดเล็ก 3 อัน ผนังลำตัวใต้ปากโป่งออกเรียกว่า cervical alae คล้ายหัวเข็มหมุด
การก่อโรค: เกิดโรค enterobiasis มีอาการคันเนื่องจากตัวเมียเคลื่อนตัวมาวางไข่รอบทวารหนัก อาจปวดท้อง คลื่นไส้
อาเจียนด้วย
ยึดเกาะ ยึดเกาะ
ไข่รูปตัว D
><MART
วงชีวิตพยาธิเข็มหมุด (Enterobius vermicularis)
4. พยาธิหัวหนาม : Phylum Acanthocephala
พยาธิหัวหนาม หรือ thorny-headed / spiny-headed worm ลำตัวแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ presoma และ metasoma
• ไม่มีระบบทางเดินอาหาร
Moniliformis dubius, M. moniliformis
• เป็นพยาธิที่พบได้ทั่วไปในลำไส้หนู สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และคน
• ก่อให้เกิดแผลในลำไส้ของโฮสต์บริเวณที่เกาะ เกิดการอักเสบและติดเชื้อตามมา
• โฮสต์กึ่งกลางคือ แมลงสาบอเมริกัน(Periplaneta americana) ด้วง
• พบตัวอ่อนระยะติดต่อ (cystacanth)
วงชีวิต Moniliformis dubius
(ส่วนหัว)
(ลำตัว)
(งวงมีหนาม)
Moniliformis dubius
Moniliformis moniliformis
><MART
5. สัตว์ขาปล้อง (Phulum Arthropoda)
• เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
• ลำตัวแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนหัว ส่วนอกและส่วนท้อง บางจำพวกมีส่วนหัวและอกติดกัน
• ลำตัวมีโครงร่างแข็งภายนอก (exoskeleton)
• ลำตัวและขาเป็นปล้อง
• ลำตัวมีรยางค์สมมาตรซ้ายขวา
• สัตว์ขาปล้องมีความสำคัญต่อสุขภาพของคนซึ่งมีบทบาทในแง่ของการก่อโรคด้วยตัวมันเองและเป็นพาหะ (vector) ของ
โพรโทซัว ไวรัส และหนอนพยาธิที่ ก่อโรคสำคัญในคน เช่น ยุงชนิดต่างๆ ได้แก่ ยุงก้นปล่องเป็นพาหะของ Plasmodium
นำโรคมาลาเรีย ยุงเสือเป็นพาหะของพยาธิ Filaria ชนิด Wuchereria bancrofti หรือ Brugia malayi นำโรคเท้าช้าง
ยุงลายเป็นพาหะของไวรัส dengue นำโรคไข้เลือดออกแมลงชนิดอื่น เช่น ริ้นดำเป็นพาหะของพยาธิตัวกลม Onchocerca
volvulus นำโรค onchocerciasis ที่เป็นสาเหตุของการตาบอดและเมื่อถูกกัดจะเกิดอาการคัน บวมแดงและปวดบริเวณที่ถูก
กัด รวมทั้งสัตว์ขาปล้องพวกครัสเตเชียน ได้แก่ กุ้งไรเป็นเจ้าบ้านกึ่งกลางตัวที่ 1 ของพยาธิตัวจี๊ดและปูน้ำจืดภูเขา/ปูน้ำตก
เป็นเจ้าบ้านกึ่งกลางตัวที่ 2 ของพยาธิใบไม้ปอด
ยุงก้นปล่องเป็นพาหะของ Plasmodium ยุงเสือเป็นพาหะของพยาธิ Filaria ยุงลายเป็นพาหะของไวรัส dengue
ริ้นดำเป็นพาหะของพยาธิตัวกลม
Onchocerca volvulus
กุ้งไรเป็นเจ้าบ้านกึ่งกลางตัวที่ 1
ของพยาธิตัวจี๊ด
ปูน้ำจืดภูเขา/ปูน้ำตกเป็นเจ้าบ้าน
กึ่งกลางตัวที่ 2 ของพยาธิใบไม้ปอด
><MART

ความหลากหลายของปรสิต ก่อให้เกิดโรคในคน by Pitsanu Duangkartok

  • 1.
  • 2.
    ความหลากหลายของปรสิตที่ก่อให้เกิดโรคในคน Symbiosis= ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2ชนิดที่ไม่สามารถแยกจากกันได้อย่างอิสระ - Mutualism = ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย (+,+) - Commensalism = ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดที่ฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์และอีกฝ่ายไม่ได้ไม่เสียประโยชน์ (+,0) - Parasitism = ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดที่ฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์คืออาหารและที่อยู่อาศัยเรียกว่า ปรสิต ฝ่ายหนึ่งเสียประโยชน์เรียกว่า เจ้าบ้าน (host) ปรสิตวิทยา (parasitology) เป็นการศึกษาการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดในภาวะปรสิต (parasitism) - โดยปกติปรสิตที่ก่อโรคในคนจะหมายถึงปรสิตจำพวกที่เป็นสัตว์ ได้แก่ โปรโตซัว (protozoa) หนอนพยาธิ (helminths) สัตว์ขาปล้อง (arthropods) -> host กึ่งกลาง ชนิดของปรสิต 1. Ectoparasite (ปรสิตภายนอก) คือปรสิตที่อาศัยอยู่ตามผิวภายนอกร่างกายของเจ้าบ้าน 2. Endoparasite (ปรสิตภายใน) คือปรสิตที่อาศัยอยู่ภายในร่างกายของเจ้าบ้าน ชนิดของเจ้าบ้าน 1. Definitive host คือเจ้าบ้านเฉพาะที่มีปรสิตระยะตัวเต็มวัยอาศัยและมีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ 2. Intermediate host คือเจ้าบ้านกึ่งกลางที่มีปรสิตระยะตัวอ่อนอาศัยและมีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศเพื่อเพิ่ม จำนวนโดยไม่เจริญถึงระยะตัวเต็มวัย (Intermediate host เฉพาะสิ่งมีชีวิต Vector-> สิ่งมีชีวิต+สิ่งแวดล้อม) 3. Paratenic host คือเจ้าบ้านที่ได้รับปรสิตระยะตัวอ่อนเข้ามาอาศัยอยู่โดยไม่มีการเจริญเปลี่ยนแปลงไปเป็นระยะ ถัดไปแต่ยังคงมีชีวิตและสามารถติดต่อสู่เจ้าบ้านเฉพาะและเจริญเป็นตัวเต็มวัยได้ 4. Incidental/Accidental host คือเจ้าบ้าน(คน)โดยบังเอิญที่ได้รับปรสิตทั้งระยะตัวเต็มวัยหรือตัวอ่อนที่ปกติพบใน สัตว์ชนิดอื่น - การติดต่อของปรสิตจากเจ้าบ้านเฉพาะตัวหนึ่งไปยังเจ้าบ้านเฉพาะอีกตัวหนึ่งต้องอาศัยระยะติดต่อ (infective stage) ที่พบ ได้ในสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต - ปรสิตสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง 1. ปาก 2. จมูก 3. ตา 4. ผิวหนัง 5. ช่องคลอดทวารหนัก การจัดจำแนกปรสิต Phylum Protozoa (Kudo, 1977) อวัยวะที่ใช้เคลื่อนที่และโครงสร้างพิเศษของเซลล์ - Subphylum Plasmodroma : 4 classes : Mastigophora, Sarcodina, Sporozoa, Cnidosporidia - Subphylum Ciliophora : 2 classes : Ciliata, Suctoria หนอนพยาธิ (helminths)(Faust, 1970) - Phylum Platyhelminthes (หนอนตัวแบน) : 4 classes Turbellaria, Monogenea, Trematoda (พยาธิใบไม้), Cestoda (พยาธิตัวตืด) - Phylum Nematoda (พยาธิตัวกลม) - Phylum Acanthocephala (พยาธิหัวหนาม) สัตว์ขาปล้อง(arthropod) - Phylum Arthropoda : ก่อให้เกิดโรคด้วยตัวมันเองและเป็นพาหะ (vector) ของโปรโทซัวและหนอนพยาธิ 1. Phylum Protozoa โปรโตซัว (protozoa) โปรโตซัวเป็นสัตว์เซลล์เดียวที่มีขนาดเล็กตั้งแต่ 1-150 μm พบเป็นปรสิตของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และสัตว์มีกระดูกสันหลังรวมทั้งคน ภายในเซลล์เดียวประกอบด้วยหน่วยที่เรียกว่า organelles ทำหน้าที่ต่างๆเทียบเท่ากับ สิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่อาศัยกลุ่มเซลล์ (tissues) หรืออวัยวะ (organs) การดำรงชีวิต : อิสระ (free-living) : อยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่น (symbiosis) - commensalism - mutualism - parasitism ต่างจากเซลล์คือมีอวัยวะที่ใช้ในการเคลื่อนที่ เน้นศึกษาส่วนนี้ ><MART
  • 3.
    - โปรโตซัวที่เป็นปรสิตของคนบางชนิดไม่ก่อโรคหรือบางชนิดก่อโรคสำคัญ เช่นมาลาเรีย, leishmaniasis และ sleeping sickness การจำแนกโพรโทซัว(ส่วนใหญ่สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ)ที่สำคัญทางการแพทย์อย่างง่าย ยึดตามอวัยวะที่ใช้ในการ เคลื่อนที่และโครงสร้างพิเศษของเซลล์ แบ่งเป็น 5 กลุ่มดังนี้ *ออกสอบ 1. แฟลเจลเลต (flagellate) เคลื่อนที่โดยใช้ flagellum 2. อะมีบา (amoeba) เคลื่อนที่โดยใช้ pseudopodium 3. สปอโรซัว (sporozoa) ไม่มีโครงสร้างที่ใช้ในการเคลื่อนที่มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศในวงจรชีวิต 4. ซิลิเอต (ciliate) เคลื่อนที่โดยใช้ cilia 5. ไมโครสปอริเดียม (microsporidium) ไม่มีโครงสร้างที่ใช้ในการเคลื่อนที่แต่มีสปอร์(เป็นระยะติดต่อ)และส่วนยื่นโผล่ ประกอบด้วย polar tube และ polar cap แฟลเจลเลต (flagellate) : ในลำไส้ Giardia lamblia (A) ระยะ cyst (ระยะติดต่อ) มีรูปรีคล้ายไข่ไก่มี นิวเคลียส 4 อัน (B) ระยะ trophozoite หัวมีอวัยวะยึดเกาะ 2 ข้างเรียกว่า sucking disc มี nucleus ข้างละ 1 อันและมี flagellates 4 คู่ วงจรชีวิต บริเวณที่พบ: ลำไส้เล็ก (small intestine) โรค: โรคท้องร่วง (Giardiasis/Lambliasis) สาเหตุ: กินระยะcyst ที่มี 4 นิวเคลียส ซึ่งปนเปื้อนมากับน้ำและอาหารที่ปรุงไม่สุก อาการ: ระคายเคืองเนื่องจากการเกาะของ sucking disc คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง อุจจาระเป็นฟองปนไขมัน (steatorrhea) การวินิจฉัย: พบ Trophozoite หรือ cyst ในอุจจาระ ถ้าดูสดโดยใช้น้ำเกลือจะเห็นการเคลื่อนไหวของ trophozoite เป็น แบบใบไม้ร่วง อยู่ในร่างกายคน ><MART
  • 4.
    แฟลเจลเลต (flagellate): ในระบบสืบพันธุ์ Trichomonasvaginalis ปรสิตมีเพียงระยะ trophozoite มี 1 นิวเคลียส มี flagellum อิสระ 4 เส้นและอยู่ที่ขอบของ undulating membrane 1 เส้น ก่อโรค: Trichomoniasis สาเหตุ: ได้รับระยะ trophozoite จากการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงหรือใช้ของร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าขนหนู อาการ: ก่อโรคในอวัยวะสืบพันธุ์ช่องคลอดอักเสบและติดเชื้อ มีมูกหนอง มีตกขาว (leukorhea) การ อักเสบของปากมดลูกที่เกิดขึ้นบ่อยๆ อาจนำไปสู่การเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ ในผู้ชายมักไม่มีอาการ(พาหะ) ถ้าเป็นมากอาจพบ ต่อมลูกหมากและท่อปัสสาวะอักเสบ การวินิจฉัย: พบระยะ trophozoite จาก vaginal swab หรือจากปัสสาวะ แฟลเจลเลต (flagellate): ในเนื้อเยื่อและโลหิต Trypanosoma brucei บริเวณที่พบ : เลือด น้ำเหลือง ระบบประสาทส่วนกลาง ลักษณะสำคัญ : มี anterior flagellum 1 เส้น การเกิดโรค : African sleeping sickness พบในทวีปแอฟริกา การติดต่อ : ได้รับเชื้อจากแมลง tsetse flies เมื่อถูกแมลงกัดแมลงจะปล่อยเชื้อระยะ metacyclic trypomastigote เข้าสู่ ผิวหนัง เกิดการแบ่งตัวในเลือดและทำลายม้าม ต่อมน้ำเหลืองและสมอง มีอาการซึม ช้า มือสั่น คล้ายคนนอนหลับ เป็นมากอาจ ถึงตายได้ ><MART
  • 5.
    Leishmania spp. การก่อโรค Leishmaniasis: cutaneous(แผลภายนอก) and visceral(อวัยวะภายใน) leishmaniasis การติดต่อ : การกัดของแมลงริ้นฝอยทราย (sand fly) ที่มีเชื้อระยะ promastigote ` อะมีบา (amoeba) Entamoeba histolytica • โรคบิดอะมีบา (amoebic dysentery, amoebosis, amoebiasis) หรือโรคบิดมีตัว • พบได้ทั่วโลก • สาเหตุ : กินระยะ cyst ที่มี 4 นิวเคลียสที่ปนเปื้อนกับน้ำและอาหาร • อาการ : ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ • อาการของโรคบิด คือ ปวดท้อง ปวดเบ่งอุจจาระ ถ่ายบ่อย อุจจาระมีกลิ่นเหม็นเน่ามาก เนื่องจากปรสิตย่อยสลายเนื้อเยื่อเพื่อ เป็นอาหาร => เกิดเป็นแผลในผนังลำไส้ • ลักษณะแผล : เป็นรูปขวดปากแคบ (flask-shaped ulcer) (A) โรคเยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบปฐมภูมิ (Primary amebic meningoencephalitis, PAM) (B) โรคสมองอักเสบชนิดเรื้อรังหรือเฉียบพลัน (Glanulomatousamebic encephalitis, GAE) ดำรงชีพอิสระในสิ่งแวดล้อม คนติดเชื้อจากการได้รับ cyst โดยการว่ายน้ำในสระน้ำตามธรรมชาติที่ค่อนข้างอุ่นที่มีโคลน (ไม่ใช้คลอรีน) เข้าทางเยื่อหุ้มจมูกไปทำลายเซลล์สมอง ระยะฟักตัว 5-6 วัน สปอโรซัว (sporozoa) Plasmodium spp. การเกิดโรค : มาลาเรีย ไข้จับสั่น มีการระบาดทั่วโลก พาหะ : ยุงก้นปล่อง (Anophoeles sp.) พบมากในเขตร้อน (tropic-subtropic) ในคนพบ 5 ชนิด P. falciparum : พบมากในไทย (60-70%) P. vivax : พบ 30-40% P. malariae : พบน้อยกว่า 1% P. ovale : ส่วนใหญ่พบในเขตหนาว P. knowlesi : ส่วนใหญ่พบในเขต Southeast Asia มาจากลิง Leishmania tropica ><MART
  • 6.
    อาการ: เมื่อเซลล์เม็ดเลือดแดงแตก จะมีอาการเป็นไข้สูงหนาวสั่น ชักกระตุก ถ้าเป็นมากอาจทำให้ไตวาย ปัสสาวะสีคล้ำ ตับไม่ ทำงานและเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะ P.falciparum สามารถลุกลามถึงสมองหรือมาลาเรียขึ้นสมอง (cerebralmalaria) ซิลิเอต (ciliate) มี cilia Balantidium coli บริเวณที่พบ : ลำไส้ใหญ่ การเกิดโรค : Balantidiasis ในคน หมู ลิง หนู เป็นต้น อาการของโรค : trophozoite ทำลายเซลล์ชั้น mucosa ทำให้เกิดแผล ปวดท้อง ท้องเสีย คล้ายบิด ถ่ายเป็นมูกเลือด อาจไชทะลุผนังลำไส้ได้คล้ายๆกับ E. histolytica แต่ลักษณะแผลต่างกัน macronucleus : metabolism สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศในยุง ระยะติดต่อ สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ><MART Micronucleus : การสืบพันธุ์ (ปาก) ระยะก่อโรค ระยะติดต่อ ผนังหนา น้ำไม่สะอาด ล้างผลไม้ไม่สะอาด
  • 7.
    ไมโครสปอริเดียม (microsporidium) • เป็นปรสิตอาศัยในเซลล์ •มีสปอร์เซลล์เดียวรูปร่างกลมรีหรือยาวรี ภายในสปอร์มี sporoplasm ที่ไม่มีเยื่อหุ้ม • มีโครงสร้างพิเศษที่เป็นท่อเรียกว่า polar tube หรือ polar filament • การติดเชื้อในคนอาจมาจากอาหาร น้ำดื่ม หรืออากาศที่หายใจ • มักเกิดกับผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDS) • เมื่อสปอร์สัมผัสกับเซลล์เจ้าบ้าน sporoplasm ที่อยู่ภายในจะถูกดันให้ไหลเข้าท่อ polar tube เข้าไปในไซโทพลาสซึมของ เซลล์เจ้าบ้านและแบ่งตัวเพิ่มจำนวน • ไมโครสปอริเดียที่พบบ่อยในผู้ป่วย AIDS คือ Enterocytozoon bieneusi ทำให้เกิดอาการท้องร่วงเรื้อรัง 2. พยาธิตัวแบน (Phylum Platyhelminthes) ลักษณะทั่วไป • Triploblastic organization มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น ectoderm, mesoderm และ endoderm • Bilateral symmetry แบ่งลำตัวได้สองข้างที่มีลักษณะคล้ายกัน • Acoelomate ไม่มีช่องว่างในลำตัว อวัยวะฝังตัวในเนื้อเยื่อพื้นฐาน • Digestive system ไม่สมบูรณ์ • ไม่มีระบบหมุนเวียนเลือด • ระบบหายใจอาศัยผ่านทางผิวหนังลำตัว พยาธิตัวแบนที่มีความสำคัญทางการแพทย์ (มีรายงานก่อโรคในคน) จะพบอยู่ใน class Trematoda และ Cestoda Class Trematoda พยาธิใบไม้ (trematode, fluke) ลักษณะสำคัญ • ลำตัวแบนในแนวบน-ล่าง • ไม่มีช่องว่างในลำตัว • ระบบทางเดินอาหารไม่สมบูรณ์ มีปากไม่มีทวารหนัก • *มีอวัยวะยึดเกาะเป็นกล้ามเนื้อรูปถ้วยเรียกว่า sucker มี 2 อัน คือ anterior/oral sucker และ ventral sucker • เพศผู้-เพศเมียอยู่ในตัวเดียวกันยกเว้นพยาธิใบไม้เลือด • ระบบสืบพันธุ์ระบบขับถ่ายและระบบประสาทเจริญดี Polar tube ><MART
  • 8.
    การจัดกลุ่มของพยาธิใบไม้ที่เป็นปรสิตในคน สามารถจัดกลุ่มของพยาธิใบไม้ ตามที่อยู่อาศัยหรือบริเวณที่พบพยาธิได้ 4กลุ่มดังนี้ 1. พยาธิใบไม้ทางเดินอาหาร (Gastro-intestinal fluke) 2. พยาธิใบไม้ตับ (Liver fluke) 3. พยาธิใบไม้ปอด (Lung fluke) 4. พยาธิใบไม้เลือด (Blood fluke) 1. พยาธิใบไม้ในลำไส้ (Intestinal fluke) Fasciolopsis buski ลักษณะ : เป็นพยาธิใบไม้ขนาดใหญ่ที่สุดที่พบในคน ขนาด 2.0-7.5 ซม. การเกิดโรค : การเกาะของพยาธิในชั้น mucosa ทำให้เกิดแผลและติดเชื้อ อาจมีอาการปวดท้อง อาเจียน ท้องร่วง โลหิตจาง • ระยะ Metacercaria จะเกาะตามพืชน้ำ จึงควรล้างผักให้สะอาดหรือปรุงสุกก่อนบริโภค เช่น ผักบุ้ง, ผักกระเฉด Echinostoma spp. ลักษณะ : มี collar spines เรียงกันเป็นรูปเกือกม้า (horseshoe-shaped) รอบ oral sucker ทางด้านหน้าและด้านข้าง พบได้ทั้งในสัตว์ปีกและ mammal วงชีวิต : เหมือนกับพยาธิใบไม้ลำไส้ทั่วไป พบระยะเมตาเซอร์คาเรียในหอยน้ำจืด เช่น หอยขม, หอยเชอรี่ การเกิดโรค : ถ้ามีน้อยจะไม่แสดงอาการ ถ้ามีมากอาจปวดท้องจากการเกิดแผล ท้องเสีย โลหิตจาง ถ้ามากเกิน 500 ตัวอาจ เสียชีวิตได้ หอย ปู กุ้ง ระยะติดต่อ First intermediate host วงจรชีวิตพยาธิใบไม้โดยทั่วไป ><MART
  • 9.
    Echinostoma revolutum E.ilocanum E. malayanum - กลุ่มพยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็ก • ส่วนใหญ่พยาธิกลุ่มนี้จะอยู่ในวงศ์ Heterophyidae ที่รู้จักกันทั่วไปคือ Stellantchasmus falcatus Haplorchis taichui เชียงใหม่พบมาก H. pumilio ภาคกลางพบมาก Centrocestus formosanus การเกิดโรค : Heterophyiasis ในลำไส้ ปริมาณน้อยไม่มีอาการ ถ้ามีมากมีอาการ ปวดท้อง ท้องเสีย หรือพยาธิเข้าไปปล่อยไข่ ในระบบเลือด เกิดบาดแผลตามร่างกาย วงชีวิต : เหมือนกับพยาธิใบไม้ทั่วไป การป้องกันรักษา : ไม่กินปลาดิบควรปรุงให้สุก (ระยะ metacercaria ในปลา) (A) Stellantchasmus falcatus (B) S. dermogenysi ออกสอบ* - Ventro-genital sac (ช่องสืบพันธุ์เปิดร่วมกับ ventral sucker) เยื้องไปทางซ้ายของลำตัวเล็กน้อย - acetabular spines ขนาดเล็ก 2 กลุ่ม - testis มี 2 อันวางตรงข้ามกันทางด้านท้าย - ovary 1 อัน - โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 1 : หอยเจดีย์ - โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 2 : ปลากระบอก (ปลาน้ำกร่อย) (A) ปลาเข็ม (B) - Definitive host : ไก่ หนู แมว และคน Centrocestus formosanus • 32 circumoral spines • excretory bladder เป็นรูป X-shaped • โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 1 : หอยเจดีย์ • โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 2 : บริเวณเหงือกปลาน้ำจืด (ปลาหมอ ปลาตะเพียนทราย ปลาซิวหนวดยาว) • Definitive host : ไก่ หนู แมว และคน ระยะ metacercaria ><MART
  • 10.
    Haplorchis taichui • Acetabularspines 13 -16 อันเรียงกันเป็นรูปพัด • testis ขนาดใหญ่เพียง 1 อัน • ovary กลม 1 อัน • โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 1 : หอยเจดีย์ • โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 2 : ปลาเกล็ดขาวหลายชนิด • Definitive host : ไก่ หนู และคน 2. พยาธิใบไม้ตับ (Liver fluke) Fasciola spp.ระยะติดต่อ(metacercaria) พบในพืชน้ำ ตัวค่อนข้างใหญ่ การเกิดโรค : ทำให้เกิดโรค Fascioliasis อาจขึ้นกับปริมาณและระยะของพยาธิ มีอาการ มีไข้ ปวดท้อง ท้องเสีย หรือพยาธิเข้าไปในท่อน้ำดี ทำให้อุดตัน เป็นดีซ่าน(ตัวเหลือง) เลือดมี eosinophils สูง การป้องกัน : ล้างผักหรือพืชน้ำให้สะอาด ควรปรุงสุก F. gigantica Opisthorchis viverrini ตัวประมาณ 1 cm. มีมากทางภาคอีสาน • วงชีวิต : เหมือนกับพยาธิใบไม้ลำไส้ • โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 1 : หอยคัน (Bithynia sp.) พบบริเวณทุ่งนา • โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 2 : ปลาขาวนา • ตัวเต็มวัยพบในคน โดยการกินปลาดิบที่มีระยะเมตาเซอร์คาเรีย • การเกิดโรค : ทำให้เกิดโรค Opisthorchiasis มีอาการมีไข้ต่ำๆ ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย เจ็บหรือร้อนที่ตับ เบื่ออาหาร ผอมลงท่อน้ำดีอุดตัน มะเร็งท่อน้ำดี อาจเสียชีวิตได้ • การป้องกัน : ไม่กินปลาที่ปรุงไม่สุก เช่น ลาบปลา ก้อยปลา 3. พยาธิใบไม้ปอด (Lung fluke) Paragonimus westermani • ลำตัวรูปไข่ • testis แตกแขนง 2 อัน วางตรงข้ามกัน • ovary แตกแขนงใกล้กับ ventral sucker • vitellaria กระจายตั้งแต่ด้านหน้าจนถึงท้ายลำตัว • ผิวลำตัวปกคลุมด้วย spines ขนาดเล็ก วงชีวิตทั่วไปของ Paragonimus westermani • โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 1 : หอย • โฮสต์กึ่งกลางตัวที่ 2 : ปูน้ำจืดภูเขา/ปูน้ำตก/กุ้งน้ำจืด ก้ามโต • Definitive host : คน • อาการโรค : ตัวเต็มวัยที่ปอดสร้าง cyst หุ้ม ปอดอักเสบ มีเลือดไหลปนกับเสมหะ หลอดลมอักเสบ • การป้องกัน : ไม่กินปูดิบ กุ้งดิบ เพราะอาจมีระยะ metacercaria metacercaria Acetabular spines testis ovary ovary testis vitellaria ><MART
  • 11.
    4. พยาธิใบไม้เลือด (Bloodfluke) Schistosoma spp. • เป็นพยาธิใบไม้ที่แยกเพศ • ลำตัวเรียวยาวคล้ายเรือ (boat shaped) • ตัวผู้มีร่องรัดตัวเมียอยู่ด้านท้อง • ตัวผู้มีปุ่มบนผิวลำตัว วงชีวิตทั่วไปของ Schistosoma spp. • การเกิดโรค : มีอาการคันเนื่องจากแผลที่ตัวอ่อนไชเข้าร่างกาย ต่อมน้ำเหลือง เส้นเลือดบวมโต เพราะพยาธิไปขัดขวางระบบ หมุนเวียนโลหิต ปล่อยไว้นานอาจเป็นอันตรายได้ • การป้องกัน : สวมรองเท้าขณะทำนำหรือจับสัตว์น้ำ เพื่อป้องกันตัวอ่อนระยะเซอคาเรีย (cercaria)ไชผ่านผิวหนัง พยาธิตัวตืด : Class Cestoda ลำตัวยาวเหมือนริบบิ้น ส่วนประกอบลำตัวของพยาธิตัวตืด การจัดจำแนกพยาธิตัวตืด 1. Order Cyclophyllidea อวัยวะยึดเกาะรูปถ้วย = sucker 2. Order Pseudophyllidea ร่องยึดเกาะ = bothrium ระยะติดต่อ (หัว) (ลำตัว) ><MART
  • 12.
    Order Cyclophyllidea Adult ->egg -> onchosphere (ตัวอ่อน) -> ระยะติดต่อ - Cysticerocus (bladder worm) ระยะติดต่อของ พยาธิตืดหมู พยาธิตืดวัว - Hydatid cyst ระยะติดต่อของ พยาธิตืดสุนัข พยาธิตืดวัว Echinococcus granulosus สุนัขเป็นโฮสต์ตัวสุดท้าย คนเป็นโฮสต์โดยบังเอิญ (incidental host) • การเกิดโรค : เกิดโรค Echinococcosis ขึ้นอยู่กับปริมาณ จะเกิดอันตรายเมื่อ cyst โตขึ้นและแตกและไปเป็น cyst ที่ บริเวณอื่นอีก • การรักษา : การผ่าตัดและให้ยา พยาธิตืดหมู (Taenia solium) • ก่อโรค Taeniasis พยาธิตืดวัว (Taenia saginata) • ก่อโรค Taeniasis Order Pseudophyllidea Adult -> egg -> coracidium (ตัวอ่อน) -> Procercoid พบใน cyclops, copepods , กุ้ง -> ระยะ Plerocercoid (sparganum) (ระยะติดต่อ) พบใน กบ เขียด ปลา -> Plerocercoid ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในคน เพราะคนไม่ใช่ definitive host Diphyllobothrium latum : พยาธิตืดปลา • ก่อโรค Diphyllobothriasis มีอาการบริเวณทางเดินอาหาร Spirometra spp. • ก่อโรค sparganosis • ตัวเต็มวัยอาศัยอยู่ใน สุนัข แมว คนรับมาในระยะไข่ ><MART
  • 13.
    3. Phylum Nematodaลักษณะทั่วไปของพยาธิตัวกลม • ลำตัวเรียวยาวทรงกระบอก หัวท้ายเรียว ไม่มีปล้อง • มีสมมาตรสองข้างลำตัว (bilateral symmetry) • มีช่องว่างลำตัวเทียม (pseudocoelom) • มีระบบทางเดินอาหารสมบูรณ์ คือ มีปากและทวารหนัก • ระบบสืบพันธุ์แยกเพศ (dioecious) ส่วนใหญ่ตัวผู้เล็กกว่าตัวเมียและปลายหางจะงอ หางตัวผู้บางชนิดแผ่ออกเป็น copulatory bursa บางชนิดเหมือนกันทั้งตัวผู้และตัวเมีย บางชนิดตัวผู้และตัวเมียมีรูปร่างแตกต่างกัน วงชีวิตทั่วไปของพยาธิตัวกลม : ระยะติดต่อ Filariform ลำตัวโดยทั่วไปของพยาธิตัวกลม พยาธิตัวจี๊ด (Gnathostoma spinigerum) ส่วนหัวจะโป่งเป็นกระเปาะขนาดใหญ่เรียกว่า head bulb ถิ่นที่พบ : เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น จีน นิวกินี และอินเดีย ในประเทศไทยมีรายงาน 4 ชนิด คือ 1. G. spinigerum ก่อโรคในคนชนิดเดียว 2. G. hispidum 3. G. doloresi 4. G. vietnamicum ก่อโรค : Gnathostomiasis • คนเป็นโฮสต์โดยบังเอิญ โดยระยะ Filariform ไม่เจริญจัดเป็น Paratenic host • เมื่อตัวอ่อนไชผ่านผนังลำไส้ จะมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ เมื่อไชใต้ผิวหนังมีอาการคัน บวม เลือดออกเล็กน้อย • รักษาโดยการผ่าตัด Rhabditiform Filariform copulatory spicule ><MART
  • 14.
    Trichinella spiralis • คนเป็นโฮสต์เฉพาะ •ได้รับพยาธิโดยการกินเนื้อหมูที่ไม่สุก • พยาธิตัวเมียที่อยู่ในเนื้อเยื่อของลำไส้จะไข่ออกมาปนกับกระแสเลือดกระจายไปกล้ามเนื้อลาย ทั่วร่างกาย • ลอกคราบ 3 ครั้งแล้วม้วนตัวเป็น spiral อยู่ใน cyst ในกล้ามเนื้อ • การเกิดโรค : Trichinosis • ตัวอ่อนของพยาธิฝังตัวที่ใดก็จะเกิดการแพ้หรือระคายเคืองที่นั่น Anisakis spp. ถิ่นที่พบ: พบระบาดมากในประเทศที่นิยมกินปลาดิบ เช่น ญี่ปุ่น ฮอลแลนด์ กลุ่มประเทศในสแกนดิเนเวียและชายฝั่งทวีป อเมริกาใต้ วงชีวิต: โฮสต์เฉพาะ คือ วาฬ และโลมา โฮสต์กึ่งกลาง คือพวก crustaceans และปลาทะเล -> ระยะ Filariform คนเป็นโฮสต์โดยบังเอิญ ติดพยาธิโดยรับประทานปลาดิบที่มีตัวอ่อนของพยาธิ การเกิดโรคและการรักษา: เกิดโรค Anisakiasis อาการแล้วแต่ชนิด เช่น ปวดท้อง อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด การรักษาโดย ตรวจหาตัวอ่อนในกระเพาะอาหารแล้วคีบออกโดยวิธี endoscopy Anisakis simplex พยาธิเม็ดสาคูในหมู Or paratenic host Filariform ><MART
  • 15.
    การป้องกันพยาธิ Anisakis จากการรับประทานปลาดิบลวกควรทำที่อุณหภูมิอย่างน้อย60 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 5 นาที และหากต้องการรับประทานปลาดิบควรเก็บเนื้อปลาดิบไว้ที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งคือ -35 องศาเซลเซียสอย่างน้อย 15 ชั่วโมงหรือต่ำกว่า -20 องศาเซลเซียสอย่างน้อย 7 วัน พยาธิไส้เดือน (Ascaris lumbricoides) : คนเป็น definitive host ถิ่นที่พบ: กระจายทั่วไปในเขตร้อนชื้น ลักษณะสำคัญ: มีขนาดใหญ่ อยู่ในลำไส้เล็ก รูปร่างทรงกระบอกปลายเรียวเล็ก มีริมฝีปาก 3 อันมีฟัน (teeth) ขนาดเล็กเรียง อยู่รอบปาก ตัวผู้มี spicules (ช่วยในการสืบพันธุ์) 2 อัน ตัวเมียมี vulva เปิดที่ 1/3 จากด้านหน้า การเกิดโรค: Ascariasis ทำให้เกิดอาการขาดสารอาหาร อาการอื่นเช่น เป็นไข้ บิด ลำไส้อุดตัน วงชีวิตทั่วไปของพยาธิไส้เดือน (Ascaris lumbricoides) พยาธิปากขอ Ancylostoma duodenale Necator americanus ➢พยาธิตัวกลมในลำไส้เล็ก ➢พบในสุนัข แมว รวมทั้งคน ➢ตัวอ่อน (filariform) ไชผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดและเจริญเป็นตัวเต็มวัยในลำไส้ ➢การไชผ่านผิวหนังทำให้เกิดอาการคัน มีเลือดออกในลำไส้ ทำให้เกิดโลหิตจาง พยาธิเข็มหมุด (Enterobius vermicularis) ถิ่นที่พบ: กระจายทั่วไปในเขตอบอุ่น พบมากในเด็ก โดยเฉพาะในกลุ่มหรือครอบครัวเดียวกัน ลักษณะสำคัญ: มีริมฝีปากขนาดเล็ก 3 อัน ผนังลำตัวใต้ปากโป่งออกเรียกว่า cervical alae คล้ายหัวเข็มหมุด การก่อโรค: เกิดโรค enterobiasis มีอาการคันเนื่องจากตัวเมียเคลื่อนตัวมาวางไข่รอบทวารหนัก อาจปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียนด้วย ยึดเกาะ ยึดเกาะ ไข่รูปตัว D ><MART
  • 16.
    วงชีวิตพยาธิเข็มหมุด (Enterobius vermicularis) 4.พยาธิหัวหนาม : Phylum Acanthocephala พยาธิหัวหนาม หรือ thorny-headed / spiny-headed worm ลำตัวแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ presoma และ metasoma • ไม่มีระบบทางเดินอาหาร Moniliformis dubius, M. moniliformis • เป็นพยาธิที่พบได้ทั่วไปในลำไส้หนู สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และคน • ก่อให้เกิดแผลในลำไส้ของโฮสต์บริเวณที่เกาะ เกิดการอักเสบและติดเชื้อตามมา • โฮสต์กึ่งกลางคือ แมลงสาบอเมริกัน(Periplaneta americana) ด้วง • พบตัวอ่อนระยะติดต่อ (cystacanth) วงชีวิต Moniliformis dubius (ส่วนหัว) (ลำตัว) (งวงมีหนาม) Moniliformis dubius Moniliformis moniliformis ><MART
  • 17.
    5. สัตว์ขาปล้อง (PhulumArthropoda) • เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง • ลำตัวแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนหัว ส่วนอกและส่วนท้อง บางจำพวกมีส่วนหัวและอกติดกัน • ลำตัวมีโครงร่างแข็งภายนอก (exoskeleton) • ลำตัวและขาเป็นปล้อง • ลำตัวมีรยางค์สมมาตรซ้ายขวา • สัตว์ขาปล้องมีความสำคัญต่อสุขภาพของคนซึ่งมีบทบาทในแง่ของการก่อโรคด้วยตัวมันเองและเป็นพาหะ (vector) ของ โพรโทซัว ไวรัส และหนอนพยาธิที่ ก่อโรคสำคัญในคน เช่น ยุงชนิดต่างๆ ได้แก่ ยุงก้นปล่องเป็นพาหะของ Plasmodium นำโรคมาลาเรีย ยุงเสือเป็นพาหะของพยาธิ Filaria ชนิด Wuchereria bancrofti หรือ Brugia malayi นำโรคเท้าช้าง ยุงลายเป็นพาหะของไวรัส dengue นำโรคไข้เลือดออกแมลงชนิดอื่น เช่น ริ้นดำเป็นพาหะของพยาธิตัวกลม Onchocerca volvulus นำโรค onchocerciasis ที่เป็นสาเหตุของการตาบอดและเมื่อถูกกัดจะเกิดอาการคัน บวมแดงและปวดบริเวณที่ถูก กัด รวมทั้งสัตว์ขาปล้องพวกครัสเตเชียน ได้แก่ กุ้งไรเป็นเจ้าบ้านกึ่งกลางตัวที่ 1 ของพยาธิตัวจี๊ดและปูน้ำจืดภูเขา/ปูน้ำตก เป็นเจ้าบ้านกึ่งกลางตัวที่ 2 ของพยาธิใบไม้ปอด ยุงก้นปล่องเป็นพาหะของ Plasmodium ยุงเสือเป็นพาหะของพยาธิ Filaria ยุงลายเป็นพาหะของไวรัส dengue ริ้นดำเป็นพาหะของพยาธิตัวกลม Onchocerca volvulus กุ้งไรเป็นเจ้าบ้านกึ่งกลางตัวที่ 1 ของพยาธิตัวจี๊ด ปูน้ำจืดภูเขา/ปูน้ำตกเป็นเจ้าบ้าน กึ่งกลางตัวที่ 2 ของพยาธิใบไม้ปอด ><MART