Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
pitsanu duangkartok
267 views
มลพิษทางน้ำ (Water pollution).pdf
มลพิษทางน้ำ (Water pollution)
Education
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 3
2
/ 3
Most read
3
/ 3
Most read
More Related Content
PDF
ตัวอย่างรายงานโครงงาน
by
Thanawadee Prim
PPT
มลพิษทางอากาศ
by
Green Greenz
PPTX
อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับโซเดียมคลอไรด์
by
Tao Captain
PDF
Kru.nok
by
นกกระจอกเทศ มณีรัตน์
PDF
วิชาเคมี ม.ปลาย เรื่องธาตุและสารประกอบในอุตสาหกรรม
by
Tutor Ferry
PDF
โครงงาน แบงค์
by
Aungkana Na Na
PDF
ทดสอบสมรรถนะเคมี
by
poomarin
PDF
11
by
Namphon Srikham
ตัวอย่างรายงานโครงงาน
by
Thanawadee Prim
มลพิษทางอากาศ
by
Green Greenz
อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับโซเดียมคลอไรด์
by
Tao Captain
Kru.nok
by
นกกระจอกเทศ มณีรัตน์
วิชาเคมี ม.ปลาย เรื่องธาตุและสารประกอบในอุตสาหกรรม
by
Tutor Ferry
โครงงาน แบงค์
by
Aungkana Na Na
ทดสอบสมรรถนะเคมี
by
poomarin
11
by
Namphon Srikham
Similar to มลพิษทางน้ำ (Water pollution).pdf
PPT
Chap8
by
juejan boonsom
PPT
Envi chem
by
Pipat Chooto
PPT
Envi chem
by
Pipat Chooto
PPT
กรด เบส 4
by
Saipanya school
PDF
1384945915
by
ssuserf2dcbb
PDF
Acid base1
by
Benny BC
PDF
โครงงานเครื่องกรองน้ำทิ้งในโรงอาหาร
by
krupornpana55
PDF
น้ำ.pdf
by
LomaPakuTaxila
PDF
Equilibrium mahidol
by
สุรัชนี ภัทรเบญจพล
PPT
มลพิษทางน้ำ
by
Green Greenz
PDF
Science.m.3.1
by
dnavaroj
PDF
คำอธิบายรายวิชา ว 40223
by
jirat266
DOC
วัฏจักรน้ำ
by
Monticha
DOC
วัฏจักรน้ำ
by
jirawat191
DOC
วัฏจักรน้ำ
by
jintana533
DOC
วัฏจักรน้ำ
by
Monticha
PDF
Water pollution
by
SuphakornLuekchanthu
PDF
มลภาวะทางอากาศ(Air pollution)
by
pimpagee
PDF
Science.m.3.1
by
ตุ๊กตา ไล่ฝน
PDF
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Kiattipong Sriwichai
Chap8
by
juejan boonsom
Envi chem
by
Pipat Chooto
Envi chem
by
Pipat Chooto
กรด เบส 4
by
Saipanya school
1384945915
by
ssuserf2dcbb
Acid base1
by
Benny BC
โครงงานเครื่องกรองน้ำทิ้งในโรงอาหาร
by
krupornpana55
น้ำ.pdf
by
LomaPakuTaxila
Equilibrium mahidol
by
สุรัชนี ภัทรเบญจพล
มลพิษทางน้ำ
by
Green Greenz
Science.m.3.1
by
dnavaroj
คำอธิบายรายวิชา ว 40223
by
jirat266
วัฏจักรน้ำ
by
Monticha
วัฏจักรน้ำ
by
jirawat191
วัฏจักรน้ำ
by
jintana533
วัฏจักรน้ำ
by
Monticha
Water pollution
by
SuphakornLuekchanthu
มลภาวะทางอากาศ(Air pollution)
by
pimpagee
Science.m.3.1
by
ตุ๊กตา ไล่ฝน
แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์
by
Kiattipong Sriwichai
More from pitsanu duangkartok
PDF
Ecosystem part 2
by
pitsanu duangkartok
PDF
ecosystem
by
pitsanu duangkartok
PDF
Carbohydrates และ Glycobiology.pdf
by
pitsanu duangkartok
PDF
steroid.pdf
by
pitsanu duangkartok
PDF
Photosynthesis
by
pitsanu duangkartok
PDF
Vit C Sweetlet_Report - Batch Record Vit C Sweetlet
by
pitsanu duangkartok
PDF
Tranexamic Acid HydrogelTranexamic acid hydrogel (5%)
by
pitsanu duangkartok
PPTX
Pharmaceutical Suspensions.pptx
by
pitsanu duangkartok
PDF
Prostaglandins, Leukotrienes and Essential Fatty Acids.pdf
by
pitsanu duangkartok
PDF
MHC Class I Downregulation in Cancer Part 1
by
pitsanu duangkartok
PDF
บทนำเกี่ยวกับโรคมะเร็ง (Cancer introduction).pdf
by
pitsanu duangkartok
PDF
Inhibitors of cyclin-dependentInhibitors of cyclin-dependent
by
pitsanu duangkartok
PDF
Metabolism and Energy.pdf
by
pitsanu duangkartok
PDF
อาหารกับสารเคมีที่ก่อให้เกิดมะเร็ง.pdf
by
pitsanu duangkartok
PDF
Hormone exercise
by
pitsanu duangkartok
PDF
โครงสร้างและคุณสมบัติของคาร์โบไฮเดรตและไขมัน.pdf
by
pitsanu duangkartok
PDF
Cellular Pathology พิษณุ ดวงกระโทก.pdf
by
pitsanu duangkartok
PDF
Melatonin a New Way to Reduce Self-Harm.pdf
by
pitsanu duangkartok
PDF
cancer therapy by pitsanu_duangkartok ...
by
pitsanu duangkartok
PDF
การลดลงของ MHC Class I ในมะเร็ง ตอนที่ 2.pdf
by
pitsanu duangkartok
Ecosystem part 2
by
pitsanu duangkartok
ecosystem
by
pitsanu duangkartok
Carbohydrates และ Glycobiology.pdf
by
pitsanu duangkartok
steroid.pdf
by
pitsanu duangkartok
Photosynthesis
by
pitsanu duangkartok
Vit C Sweetlet_Report - Batch Record Vit C Sweetlet
by
pitsanu duangkartok
Tranexamic Acid HydrogelTranexamic acid hydrogel (5%)
by
pitsanu duangkartok
Pharmaceutical Suspensions.pptx
by
pitsanu duangkartok
Prostaglandins, Leukotrienes and Essential Fatty Acids.pdf
by
pitsanu duangkartok
MHC Class I Downregulation in Cancer Part 1
by
pitsanu duangkartok
บทนำเกี่ยวกับโรคมะเร็ง (Cancer introduction).pdf
by
pitsanu duangkartok
Inhibitors of cyclin-dependentInhibitors of cyclin-dependent
by
pitsanu duangkartok
Metabolism and Energy.pdf
by
pitsanu duangkartok
อาหารกับสารเคมีที่ก่อให้เกิดมะเร็ง.pdf
by
pitsanu duangkartok
Hormone exercise
by
pitsanu duangkartok
โครงสร้างและคุณสมบัติของคาร์โบไฮเดรตและไขมัน.pdf
by
pitsanu duangkartok
Cellular Pathology พิษณุ ดวงกระโทก.pdf
by
pitsanu duangkartok
Melatonin a New Way to Reduce Self-Harm.pdf
by
pitsanu duangkartok
cancer therapy by pitsanu_duangkartok ...
by
pitsanu duangkartok
การลดลงของ MHC Class I ในมะเร็ง ตอนที่ 2.pdf
by
pitsanu duangkartok
มลพิษทางน้ำ (Water pollution).pdf
1.
เอกสารประกอบการเรียนกระบวนวิชา เรือง มลพิษทางนํา เคมีในชีวิตประจําวัน
(203100) พิษณุ ดวงกระโทก มลพิษทางน้ำ น้ำเปนองคประกอบที่สำคัญของระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิต ถึงแมวาน้ำจะเปนทรัพยากรหมุนเวียน แต 97 เปอรเซ็นตของปริมาณน้ำทั้งหมดบนโลกเปนน้ำทะเลในมหาสมุทร มีสวนที่เหลือเพียง 3 เปอรเซ็นตเทานั้นที่ เปนน้ำจืด ซึ่งหากแบงน้ำจืดออกเปน 100 สวน ประมาณ 68.7 สวน ถูกกักเก็บในรูปแบบของน้ำแข็ง หิมะ อีก 30.1 สวนเปนน้ำใตดิน ประมาณ 0.9 สวน เปนความชื้นในดินและชั้นบรรยากาศ ดังนั้นจึงเหลือน้ำจืดเพียง 0.3 สวนเทานั้นที่เปนน้ำผิวดินที่มนุษยสามารถนำมาใชประโยชนได (USGS, 2016) ออกซิเจนละลายน้ำ (Dissolved Oxygen; DO) O2 เปนตัวออกซิไดซ ที่สำคัญที่สุดในน้ำธรรมชาติ O2 (g) ⇆ O2 (aq) คาการละลายของกาซแปรผกผันกับ อุณหภูมิ คา DO เปนคาที่ O2 ละลายในน้ำ คา DO ในน้ำที่ 0°c = 14.7 ppm ที่ 35°c = 7 ppm น้ำในแมน้ำ มีอุณหภูมิสูงขึ้นจากโรงงานอุตสาหกรรม ทำใหเกิดมลภาวะเนื่องจากอุณหภูมิ (thermal pollution) น้ำที่มี อุณหภูมิสูงปริมาณ O2 จะละลายต่ำกวาในน้ำเย็น เกิดผลกระทบตอสิ่งมีชีวิตในน้ำ ซึ่งตองการออกซิเจน ละลายน้ำอยางนอย 5 ppm การยอยสารอินทรียในน้ำธรรมชาติแบบใชออกซิเจน ใช aerobic bacteria ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (C,H,O,N) + O2 ➝ CO2 + H2O + NO3 -+ SO4 2- ผลิตภัณฑที่ไดจะไมมีกลิ่น แตปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ ไดนอยลง คา BOD (biological oxygen demand) เปนปริมาณออกซิเจนที่ aerobic bacteria ใชในการยอยสลายสารอินทรียในน้ำ คํานวณจากความเขมขน DO เริ่มตนและ DO สุดทายของน้ำตัวอยาง คา COD (Chemical oxygen demand) เปนการวัดปริมาณสารอินทรีย โดยนิยมใช dichromate ion (Cr2O7 2-) เปนตัวทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย ในน้ำ เพราะเปนตัวทำปฏิกิริยาที่เร็วกวาแบคทีเรีย น้ำธรรมชาติที่สะอาด ไมมีการปนเปอน จะมีคา DO สูง BOD ต่ำและ COD ต่ำ น้ำที่มีการเคลื่อนไหวหรือ การเติม O2 อยางสม่ำเสมอจะไมมีปญหามลภาวะ แตน้ำในแหลงน้ำนิ่งที่มีสารอินทรียสะสมอยูมากมักมี แนวโนมที่จะขาดออกซิเจน และเกิดการเนาเสียได
2.
เอกสารประกอบการเรียนกระบวนวิชา เรือง มลพิษทางนํา เคมีในชีวิตประจําวัน
(203100) พิษณุ ดวงกระโทก การยอยสารอินทรียในน้ำธรรมชาติแบบไมใชออกซิเจน ใช anaerobic bacteria มักเกิดในแหลงน้ำนิ่ง เชน หนองน้ำและบริเวณกนทะเลสาบลึก (C,H,O,N) + O2 ➝ CH4 + H2S + CO2 + N2 Methane ที่เกิดในปฏิกิริยาการหมักจะไมละลายน้ำ แตจะ เปนฟองกาซขึ้น พบตามบริเวณผิวน้ำของพื้นที่ชุมน้ำหรือหนองน้ำ ภายใตสภาวะที่ไมใชออกซิเจน สารประกอบของ Fe3+ ที่ไมละลายน้ำบริเวณใตทองน้ำจะเปลี่ยนเปน Fe2+ ที่ละลายน้ำได Fe3+ + e- ➝ Fe2+ ➝ FeS (มีสีดำ) โดย H2S จะทำใหน้ำมีกลิ่นเหม็น Fe2+ เปลี่ยนเปน FeS ทำใหน้ำมีสีดำ แหลงน้ำมีสารอินทรีย สารฟอสเฟต (ผงซักฟอก) มาก เปนปุยของพืชทำใหพืชน้ำโตเร็วเมื่อตายและเนา เปอยเนื่องจากการยอยสลายของแบคทีเรีย ซึ่งใช O2 จำนวนมากในการหายใจทำใหแหลงน้ำเนาเหม็น หลังจากยอยสลาย ฟอสเฟตจะกลับสูน้ำตามเดิมทำใหพืชโตตอไปเรื่อย ๆ โดยมีอัตราการเนาเปอยสูงทำใหน้ำ ขาด O2 สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ไมสามารถอยูได เกิดปรากฏการณ eutrophication คือการที่แบคทีเรียใช O2 จำนวน มากในการหายใจอยางรวดเร็ว กระบวนการเพิ่มอาหารใหกับแหลงน้ำ ลดปริมาณ O2 ในน้ำทำใหอุณหภูมิสูงขึ้น ทำใหระบบนิเวศวิทยา เปลี่ยนไป ซากพืชและซากสัตวที่เนาเปอยจะทับถมกันกลายเปนดินสงผลใหแหลงน้ำตื้นเขิน และกลายเปนดิน ที่แหงในที่สุด สารประกอบซัลเฟอรในน้ำธรรมชาติ สารอินทรีย เชน amino acid ซัลเฟอรจะถูกยอยสลายแบบไมใชออกซิเจนทำใหปลอย H2S และกาซอื่น เชน methyl mercaptan (CH3SH) และ Dimethyl sulfide (CH3SCH3) ซึ่งมีกลิ่นเหม็น ในอากาศ H2S จะถูกออกซิไดซเปน SO2 กอนเปลี่ยนเปน H2SO4 หรือเกลือของซัลเฟต ในน้ำ H2S จะถูกแบคทีเรียเปลี่ยนไปเปน S หรือ SO4 2- ที่ความเขมขนของออกซิเจนในน้ำต่ำ SO4 2- จะ เปลี่ยนไปเปน S หรือ H2S ซึ่งมีความสำคัญในระบบนิเวศน้ำทะเล เนื่องจาก SO4 2- ในน้ำเค็มสูงกวาน้ำจืดมาก สงผลใหเกิดการทำลายปูนซีเมนต กรด-เบส ในน้ำธรรมชาติ ในน้ำธรรมชาติ มีการละลายของ CO2 และ CO3 2- ในแมน้ำ ทะเลสาบ มีไอออนของคารบอเนต (CO3 2-) ซึ่งเปนเบสแกปาน กลางและ carbonic acid (H2CO3) ซึ่งเปนกรดออน มีการ ละลายของไอออนตางๆ เชน Ca2+ และ Mg2+ ซึ่งเปนเบสออน คา pH >7 ดังนั้น pH ของน้ำธรรมชาติจึงไมเทากับ 7 โดยคา pH 6-8 จัดเปนน้ำดี ความกระดางของน้ำธรรมชาติ น้ำที่มีความเขมขนของไอออน Ca2+ และ Mg2+ มาก ความกระดางรวม = [Ca2+] + [Mg2+] Ca2+ พบใน รูปของ CaCO3 ในหินปูน หรือ CaSO4 แหลงกำเนิดของ Mg คือ หินปูนชนิด dolomitic (CaMg(CO3)2) ความกระดางเปนสมบัติที่สำคัญของน้ำธรรมชาติ เนื่องจาก Ca2+ และ Mg2+ สามารถเกิดเปนเกลือที่ไมละลายน้ำ และทำใหสบูไมเปนฟอง เกิดเปนฝา น้ำออนจะมี pH ใกลเคียง 7 น้ำกระดางจะมี pH >7 เนื่องจากมีสวนประกอบ ของไอออน Ca2+ และ Mg2+
3.
เอกสารประกอบการเรียนกระบวนวิชา เรือง มลพิษทางนํา เคมีในชีวิตประจําวัน
(203100) พิษณุ ดวงกระโทก มลพิษทางน้ำ (Water pollution) 1. น้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม มีสารจำพวก Heavy metals, Thermal effluents ,Radioactive waste 2. การทิ้งขยะจากครัวเรือน และสิ่งปฏิกูลตางๆ ลงสูแมน้ำโดยตรง 3. ในกระบวนการเพาะปลูกมักมีการใชปุยและสารเคมีปองกัน กําจัดศัตรูพืชและสัตว pesticides 4. คราบน้ำมันปโตรเลียมจากโรงกลั่นน้ำมันทำใหออกซิเจนละลายในน้ำไมได Containing oil spills: • Floating booms- contain oil and then pump into other ship • Burning oil off • Chemical dispersants • Bioremediation-bacteria Pesticides, Herbicides & other organochlorines เชน PCBs DDT bioaccumulation ➝ biomagnification วันที่ 22 มีนาคม ของทุกปเปน "วันน้ำโลก" มลพิษทางดิน ดินที่เสื่อมคาไปจากเดิมและหรือมีสารมลพิษเกินขีดจํากัดจนเปนอันตรายตอพืชและสัตว ทั้งทางตรงและ ทางออม สาเหตุการเกิดมลพิษทางดิน ไดแก การใชปุยทางวิทยาศาสตร ทางการเกษตร เชน ปุยเคมีที่ ประกอบดวย ธาตุหลักสำคัญของพืช ไดแก N, P, K เมื่อใชนานจะทำใหดินเปนกรด ดินเกิดการเสื่อมโทรม การใช pesticides มีผลกระทบตอมนุษยดวย สารเคมีจะตกคางในดิน Chlorinated hydrocarbon เปน สารประกอบของคลอรีน (CI) ไดแก DDT ใชควบคุมการแพรระบาดของมาลาเรียและแมลงอื่นๆ dieldrin และ aldrin ใชกําจัดแมลงในทางการเกษตรและกําจัดปลวก การสะสมของสารเคมีที่ดังกลาวทำใหเกิดมลพิษ ทางดินขึ้น การปลอยใหน้ำเสียจากอุตสาหกรรม โดยน้ำเสียสวนใหญมาจากการชะลางผานสารเคมีตาง ๆ เชน สาร PCB ที่ใชในการผลิตสีและพลาสติก สาร HCB ที่ใชในการผลิตยางสังเคราะห การทิ้งขยะสารเคมี ซึ่งยอย สลายยาก เชน กระปอง เศษโลหะ และพลาสติก ขยะจะสะสมในดินทำใหเกิดภาวะมลพิษทางดินขึ้น ซึ่ง ปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น หากกําจัดไมถูกวิธีจะสงผลกระทบใหเกิดมลพิษทางดินมากยิ่งขึ้น อันตรายจากมลพิษทางดิน มนุษยจะไดรับพิษของสารประกอบ nitrate nitrite ในยาปราบศัตรูพืช จากตกคางในผัก ผลไม สวนสัตว ที่หากินในดินจะไดรับพิษจากการสัมผัสสารพิษในดินโดยตรงและจากการบริโภคอาหารที่มีสารพิษปะปนอยู พืชจะดูดซึมสารพิษเขาไป ทำใหเจริญเติบโตผิดปกติ ผลผลิตต่ำและอาจเกิดการสูญพันธุ แบคทีเรียที่สราง nitrate ในดิน หากไดรับยาฆาแมลงเชน dieldrin และ aldrin ที่มีความเขมขน 100 ppm จะชะงัก กระบวนการสราง nitrate ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉ ❉
Download