สามัคคีเภทคาฉันท์


          จัดทาโดย
    นาย เกียรติภูมิ ชูชื่นจิตร
       ชั้น ม.6/3 เลขที่ 23



             เสนอ
       อ. นิตยา ทองดียิ่ง
 โรงเรียนรัษฏานุประดิษฐ์อนุสรณ์
สัทธรา ฉันท์ 21

        ครั้นล่วงสามปีประมาณมา          สหกรณประดา

ลิจฉวีรา                                ชทั้งหลาย

       สามัคคีธรรมทาลาย                 มิตรภิทนะกระจาย

สรรพเสื่อมหายน์                         ก็เป็นไป

        ต่างองค์ทรงแคลงระแวงใน          พระราชหฤทยวิสัย

ผู้พิโรธใจ                              ระวังกันฯ



ถอดความ
       เวลาผ่านไปประมาณ ๓ ปี ความร่วมมือกันระหว่างกษัตริย์ลิจฉวีทั้งหลายและความสามัคคีถูกทาลายลงสิ้น
ความเป็นมิตรแตกแยก ความเสื่อม ความหายนะก็บังเกิดขึ้น กษัตริย์ต่างองค์ระแวงแคลงใจ มีความขุ่นเคืองใจซึ่งกันและ
กัน



สาลินี ฉันท์ 11
             พราหมณ์ครูรสังเกต
                        ู้             ตระหนักเหตุถนัดครัน

ราชาวัชชีสรร                            พจักสู่พินาศสม
ยินดีบดนีกจ
                 ั ้ ิ                    จะสัมฤทธิ์มนารมณ์

เริ่มมาด้วยปรากรม                        และอุตสาหแห่งตน

           ให้ลองตีกลองนัด               ประชุมขัตติยมณฑล
                                                     ์

เชิญซึ่งส่าสากล                          กษัตริย์สู่สภาคาร

           วัชชีภมผอง
                 ู ี                     สดับกลองกระหึมขาน

ทุกไท้ไป่เอาภาร                          ณ กิจเพื่อเสด็จไป

           ต่างทรงรับสั่งว่า              จะเรียกหาประชุมไย

เราใช่เป็นใหญ่ใจ                          ก็ขลาดกลัว บ กล้าหาญ

           ท่านใดทีเ่ ป็นใหญ่             และกล้าใครมิเปรียบปาน

พอใจใคร่ในการ                             ประชุมชอบก็เชิญเขา

           ปรึกษาหารือกัน                ไฉนนั้นก็ทาเนา

จักเรียกประชุมเรา                         บ แลเห็นประโยชน์เลย

          รับสั่งผลักไสส่ง               และทุกองค์ธเพิกเฉย

ไป่ได้ไปดั่งเคย                          สมัครเข้าสมาคมฯ



ถอดความ

    พราหมณ์ผู้เป็นครูสังเกตเห็นดังนั้น ก็รู้ว่าเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีกาลังจะประสบความพินาศ จึงยินดีมากที่ภารกิจประสบ
ผลสาเร็จสมดังใจ หลังจากเริ่มต้นด้วยความบากบั่นและความอดทนของตน จึงให้ลองตีกลองนัดประชุมกษัตริย์ฉวี เชิญ
ทุกพระองค์เสด็จมายังที่ประชุม ฝ่ายกษัตริย์วัชชีทั้งหลายทรงสดับเสียงกลองดังกึกก้อง ทุกพระองค์ไม่ทรงเป็นธุระในการ
เสด็จไป ต่างองค์รับสั่งว่าจะเรียกประชุมด้วยเหตุใด เราไม่ได้เป็นใหญ่ ใจก็ขลาด ไม่กล้าหาญ ผู้ใดเป็นใหญ่ มีความกล้า
หาญไม่มีผู้ใดเปรียบได้ พอใจจะเสด็จไปร่วมประชุมก็เชิญเขาเถิด จะปรึกษาหารือกันประการใดก็ช่างเถิด จะเรียกเราไป
ประชุมมองไม่เห็นประโยชน์ประการใดเลย รับสั่งให้พ้นตัวไป และทุกพระองค์ก็ทรงเพิกเฉยไม่เสด็จไปเข้าร่วมการประชุม
เหมือนเคย




สุรางคนางค์ ฉันท์ 28
          บพิตรอชา                   ตสัตตุรา

ชรัฐไกร                             สดับณสาสน์

พระราชหทัย                          ธ ปรีดิใด

บ เปรียบ บ ปาน

          พระเผยประภาษ              กะมุขอมาตย์

บดีประธาน                            ตระเตรียมสกนธ์

พหลทหาร                             สมรรถชาญ

ประดังประดา

          สะพรึบสะพรั่ง             ณหน้าและหลัง

ณ ซ้ายและขวา                        ละหมู่ละหมวด

ก็ตรวจก็ตรา                         ประมวลกะมา

สิมากประมาณ

          นิกายเสบียง               ก็พอก็เพียง
พโลปการ                   และสัตถภัณ

ฑสรรพภาร                  จะยุทธราญ

กะเรียกระดม

            ประชุมพยูห์   กระเกริกกระกรู

กระหยิ่มนิยม              ล้วนสง่า

มนาภิรมย์                 บ ขามระทม

มิท้อริปู

            สมานสมัคร     ระเริงและรัก

จะรบศัตรู                  สนองพระคุณ

พระจุฬภู                   พิชัยลุชู

พระเกียรติไท

            จะดีจะงาม      เพราะเข้าสนาม

ประยุทธไกร                 เหมาะนามทหาร

ละคร้านไฉน                 และสมกะใจ

บุรุษสมัญ

            ก็โห่และฮึก    ประหัฐคะคึก

ประกวดประชัน               ณ ท้องพระลาน

ประมาณอนันต์               อเนกสรร

พเตรียมคระไล



ถอดความ
พระเจ้าอชาตศัตรูกษัตริย์แห่งแคว้นอันยิ่งใหญ่ได้ทรงทราบความในสาสน์ก็ทรงยินดีอย่างไม่มีสิ่งใดเปรียบได้ ทรงมีพระ
ราชโองการให้อมาตย์ผู้ใหญ่จัดเตรียมกองทัพล้วนแล้วแต่มีความสามารถจานวนมากมาย พรั่งพร้อมทั้งกองหน้า กองหลัง
ปีกซ้าย ปีกขวา แต่ละหมวดหมู่ตรวจตรารวบรวมมาอย่างมากมาย กองเสบียงตระเตรียมให้พอเพียง ทั้งการส่งกาลัง
บารุงและอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ก็จัดเตรียมให้พร้อมสรรพ มีการเรียกประชุมพลอย่างเอิกเกริก แต่ละนายจิตใจครึกครื้น
สง่างาม จิตใจเบิกบานไม่เกรงกลัว ไม่ท้อถอยแก่ศัตรู มีความสามัคคีรื่นเริงใจ มีใจรักจะทาสงครามกับศัตรูเพื่อสนองพระ
เดชพระคุณพระมหากษัตริย์ เอาชัยชนะมาเฉลิมพระเกียรติ ทหารจะงดงามเพียงใดก็เมื่ออยู่ในสนามรบ สละความ
ท้อถอยได้ก็สมศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย ดังนั้นจึงโห่ร้องอย่างร่าเริงคึกคักแข่งขันกันอยู่ ณ หน้าพระลานจานวนมากมาย
เตรียมพร้อมจะออกเดินทาง

คุณค่าด้านวรรณศิลป์
1. การสรรคา

1.การเลือกใช้คาได้ถูกต้องตรงตามความหมายที่ถูกต้อง

มีการใช้คาที่ประณีต สวยงามถ้ากล่าวถึงสิ่งใดก็ตามจะใช้คาศัพท์ภาษาบาลีสันสกฤตทาให้ถ้อยคาเกิดความขลัง

และศักดิ์สิทธิ์ เช่น

           พราหมณ์ครูรู้สังเกต               ตระหนักเหตุถนัดครัน

ราชาวัชชีสรร                                 พจักสู่พินาศสม

2.การเลือกใช้ศัพท์เหมาะแก่เนื้อเรื่องและของฐานของบุคคลในเรื่อง

เช่น

          รับสั่งผลักไสส่ง                  และทุกองค์ธเพิกเฉย

ไป่ได้ไปดั่งเคย                             สมัครเข้าสมาคมฯ

จากบทประพันธ์กวีเลือกใช้คาได้เหมาะแก่เนื้อเรื่องและของฐานของบุคคล

ซึ่งเป็นเหล่ากษัตริย์ลิจฉวี ไดแก่ คาว่าทุกองค์

3.การเลือกใช้เลือกคาโดยคานึงถึงเสียง
1.การใช้คาที่เล่นเสียงหนักเบา การกาหนดเสียงหนักเบาถ้าอ่านทานองเสนาะก็จะทาสึกไพเราะ เช่น

ทุกไท้ไป่เอาภาร                          ณ กิจเพื่อเสด็จไป

             ต่างทรงรับสั่งว่า            จะเรียกหาประชุมไย

เราใช่เป็นใหญ่ใจ                          ก็ขลาดกลัว บ กล้าหาญ

  2.การเล่นเสียงสัมผัสชุดคาและชุดเสียง เช่น

             สมานสมัคร                 ระเริงและรัก

จะรบศัตรู                              สนองพระคุณ

พระจุฬภู                               พิชัยลุชู

พระเกียรติไท

คาที่สัมผัสในวรรค ได้แก สมาน – สมัคร



2.การใช้โวหาร

1.บรรยายโวหาร ใช้คาให้เห็นภาพชัดเจนตามลาดับเหตุการณ์ เช่น

             ก็โห่และฮึก               ประหัฐคะคึก

ประกวดประชัน                           ณ ท้องพระลาน

ประมาณอนันต์                            อเนกสรร

พเตรียมคระไล

2.พรรณนาโวหาร เป็นการสร้างมโนภาพให้ผู้อ่านเกิดภาพขึ้นในใจ เช่น

       สามัคคีธรรมทาลาย                   มิตรภิทนะกระจาย

สรรพเสื่อมหายน์                           ก็เป็นไป

        ต่างองค์ทรงแคลงระแวงใน            พระราชหฤทยวิสัย

ผู้พิโรธใจ                                 ระวังกันฯ
สามัคคีเภทคำฉันท์แก๊ป

สามัคคีเภทคำฉันท์แก๊ป

  • 1.
    สามัคคีเภทคาฉันท์ จัดทาโดย นาย เกียรติภูมิ ชูชื่นจิตร ชั้น ม.6/3 เลขที่ 23 เสนอ อ. นิตยา ทองดียิ่ง โรงเรียนรัษฏานุประดิษฐ์อนุสรณ์
  • 2.
    สัทธรา ฉันท์ 21 ครั้นล่วงสามปีประมาณมา สหกรณประดา ลิจฉวีรา ชทั้งหลาย สามัคคีธรรมทาลาย มิตรภิทนะกระจาย สรรพเสื่อมหายน์ ก็เป็นไป ต่างองค์ทรงแคลงระแวงใน พระราชหฤทยวิสัย ผู้พิโรธใจ ระวังกันฯ ถอดความ เวลาผ่านไปประมาณ ๓ ปี ความร่วมมือกันระหว่างกษัตริย์ลิจฉวีทั้งหลายและความสามัคคีถูกทาลายลงสิ้น ความเป็นมิตรแตกแยก ความเสื่อม ความหายนะก็บังเกิดขึ้น กษัตริย์ต่างองค์ระแวงแคลงใจ มีความขุ่นเคืองใจซึ่งกันและ กัน สาลินี ฉันท์ 11 พราหมณ์ครูรสังเกต ู้ ตระหนักเหตุถนัดครัน ราชาวัชชีสรร พจักสู่พินาศสม
  • 3.
    ยินดีบดนีกจ ั ้ ิ จะสัมฤทธิ์มนารมณ์ เริ่มมาด้วยปรากรม และอุตสาหแห่งตน ให้ลองตีกลองนัด ประชุมขัตติยมณฑล ์ เชิญซึ่งส่าสากล กษัตริย์สู่สภาคาร วัชชีภมผอง ู ี สดับกลองกระหึมขาน ทุกไท้ไป่เอาภาร ณ กิจเพื่อเสด็จไป ต่างทรงรับสั่งว่า จะเรียกหาประชุมไย เราใช่เป็นใหญ่ใจ ก็ขลาดกลัว บ กล้าหาญ ท่านใดทีเ่ ป็นใหญ่ และกล้าใครมิเปรียบปาน พอใจใคร่ในการ ประชุมชอบก็เชิญเขา ปรึกษาหารือกัน ไฉนนั้นก็ทาเนา จักเรียกประชุมเรา บ แลเห็นประโยชน์เลย รับสั่งผลักไสส่ง และทุกองค์ธเพิกเฉย ไป่ได้ไปดั่งเคย สมัครเข้าสมาคมฯ ถอดความ พราหมณ์ผู้เป็นครูสังเกตเห็นดังนั้น ก็รู้ว่าเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีกาลังจะประสบความพินาศ จึงยินดีมากที่ภารกิจประสบ ผลสาเร็จสมดังใจ หลังจากเริ่มต้นด้วยความบากบั่นและความอดทนของตน จึงให้ลองตีกลองนัดประชุมกษัตริย์ฉวี เชิญ ทุกพระองค์เสด็จมายังที่ประชุม ฝ่ายกษัตริย์วัชชีทั้งหลายทรงสดับเสียงกลองดังกึกก้อง ทุกพระองค์ไม่ทรงเป็นธุระในการ เสด็จไป ต่างองค์รับสั่งว่าจะเรียกประชุมด้วยเหตุใด เราไม่ได้เป็นใหญ่ ใจก็ขลาด ไม่กล้าหาญ ผู้ใดเป็นใหญ่ มีความกล้า หาญไม่มีผู้ใดเปรียบได้ พอใจจะเสด็จไปร่วมประชุมก็เชิญเขาเถิด จะปรึกษาหารือกันประการใดก็ช่างเถิด จะเรียกเราไป
  • 4.
    ประชุมมองไม่เห็นประโยชน์ประการใดเลย รับสั่งให้พ้นตัวไป และทุกพระองค์ก็ทรงเพิกเฉยไม่เสด็จไปเข้าร่วมการประชุม เหมือนเคย สุรางคนางค์ฉันท์ 28 บพิตรอชา ตสัตตุรา ชรัฐไกร สดับณสาสน์ พระราชหทัย ธ ปรีดิใด บ เปรียบ บ ปาน พระเผยประภาษ กะมุขอมาตย์ บดีประธาน ตระเตรียมสกนธ์ พหลทหาร สมรรถชาญ ประดังประดา สะพรึบสะพรั่ง ณหน้าและหลัง ณ ซ้ายและขวา ละหมู่ละหมวด ก็ตรวจก็ตรา ประมวลกะมา สิมากประมาณ นิกายเสบียง ก็พอก็เพียง
  • 5.
    พโลปการ และสัตถภัณ ฑสรรพภาร จะยุทธราญ กะเรียกระดม ประชุมพยูห์ กระเกริกกระกรู กระหยิ่มนิยม ล้วนสง่า มนาภิรมย์ บ ขามระทม มิท้อริปู สมานสมัคร ระเริงและรัก จะรบศัตรู สนองพระคุณ พระจุฬภู พิชัยลุชู พระเกียรติไท จะดีจะงาม เพราะเข้าสนาม ประยุทธไกร เหมาะนามทหาร ละคร้านไฉน และสมกะใจ บุรุษสมัญ ก็โห่และฮึก ประหัฐคะคึก ประกวดประชัน ณ ท้องพระลาน ประมาณอนันต์ อเนกสรร พเตรียมคระไล ถอดความ
  • 6.
    พระเจ้าอชาตศัตรูกษัตริย์แห่งแคว้นอันยิ่งใหญ่ได้ทรงทราบความในสาสน์ก็ทรงยินดีอย่างไม่มีสิ่งใดเปรียบได้ ทรงมีพระ ราชโองการให้อมาตย์ผู้ใหญ่จัดเตรียมกองทัพล้วนแล้วแต่มีความสามารถจานวนมากมาย พรั่งพร้อมทั้งกองหน้ากองหลัง ปีกซ้าย ปีกขวา แต่ละหมวดหมู่ตรวจตรารวบรวมมาอย่างมากมาย กองเสบียงตระเตรียมให้พอเพียง ทั้งการส่งกาลัง บารุงและอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ก็จัดเตรียมให้พร้อมสรรพ มีการเรียกประชุมพลอย่างเอิกเกริก แต่ละนายจิตใจครึกครื้น สง่างาม จิตใจเบิกบานไม่เกรงกลัว ไม่ท้อถอยแก่ศัตรู มีความสามัคคีรื่นเริงใจ มีใจรักจะทาสงครามกับศัตรูเพื่อสนองพระ เดชพระคุณพระมหากษัตริย์ เอาชัยชนะมาเฉลิมพระเกียรติ ทหารจะงดงามเพียงใดก็เมื่ออยู่ในสนามรบ สละความ ท้อถอยได้ก็สมศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย ดังนั้นจึงโห่ร้องอย่างร่าเริงคึกคักแข่งขันกันอยู่ ณ หน้าพระลานจานวนมากมาย เตรียมพร้อมจะออกเดินทาง คุณค่าด้านวรรณศิลป์ 1. การสรรคา 1.การเลือกใช้คาได้ถูกต้องตรงตามความหมายที่ถูกต้อง มีการใช้คาที่ประณีต สวยงามถ้ากล่าวถึงสิ่งใดก็ตามจะใช้คาศัพท์ภาษาบาลีสันสกฤตทาให้ถ้อยคาเกิดความขลัง และศักดิ์สิทธิ์ เช่น พราหมณ์ครูรู้สังเกต ตระหนักเหตุถนัดครัน ราชาวัชชีสรร พจักสู่พินาศสม 2.การเลือกใช้ศัพท์เหมาะแก่เนื้อเรื่องและของฐานของบุคคลในเรื่อง เช่น รับสั่งผลักไสส่ง และทุกองค์ธเพิกเฉย ไป่ได้ไปดั่งเคย สมัครเข้าสมาคมฯ จากบทประพันธ์กวีเลือกใช้คาได้เหมาะแก่เนื้อเรื่องและของฐานของบุคคล ซึ่งเป็นเหล่ากษัตริย์ลิจฉวี ไดแก่ คาว่าทุกองค์ 3.การเลือกใช้เลือกคาโดยคานึงถึงเสียง
  • 7.
    1.การใช้คาที่เล่นเสียงหนักเบา การกาหนดเสียงหนักเบาถ้าอ่านทานองเสนาะก็จะทาสึกไพเราะ เช่น ทุกไท้ไป่เอาภาร ณ กิจเพื่อเสด็จไป ต่างทรงรับสั่งว่า จะเรียกหาประชุมไย เราใช่เป็นใหญ่ใจ ก็ขลาดกลัว บ กล้าหาญ 2.การเล่นเสียงสัมผัสชุดคาและชุดเสียง เช่น สมานสมัคร ระเริงและรัก จะรบศัตรู สนองพระคุณ พระจุฬภู พิชัยลุชู พระเกียรติไท คาที่สัมผัสในวรรค ได้แก สมาน – สมัคร 2.การใช้โวหาร 1.บรรยายโวหาร ใช้คาให้เห็นภาพชัดเจนตามลาดับเหตุการณ์ เช่น ก็โห่และฮึก ประหัฐคะคึก ประกวดประชัน ณ ท้องพระลาน ประมาณอนันต์ อเนกสรร พเตรียมคระไล 2.พรรณนาโวหาร เป็นการสร้างมโนภาพให้ผู้อ่านเกิดภาพขึ้นในใจ เช่น สามัคคีธรรมทาลาย มิตรภิทนะกระจาย สรรพเสื่อมหายน์ ก็เป็นไป ต่างองค์ทรงแคลงระแวงใน พระราชหฤทยวิสัย ผู้พิโรธใจ ระวังกันฯ