บทเรี ย นสำ ำ เร็ จ รู ป
     เรื ่ อ ง กำพย์ ฉ บั ง
  รหั ส วิ ช ำ ท ๓๑๑๐๑
  รำยวิ ช ำ ภำษำไทย
 ชั ้ น มั ธ ยมศึ ก ษำปี ท ี ่ ๑


               โดย
 นำงสำวมั น ทนำ ใบชำ
กลุ ่ ม สำระกำรเรี ย นรู ้ ภ ำษำ
             ไทย
โรงเรี ย นสุ ธ ี ว ิ ท ยำ จั ง หวั ด
            สระบุ ร ี
สำ ำ นั ก งำนเขตพื ้ น ที ่ ก ำร
         ศึ ก ษำสระบุ ร ี เขต ๑


                           คำ ำ นำ ำ

       บทเรียนสำำเร็จรูปเรื่องกำพย์ฉบังนี้ จัดทำำขึนเพื่อใช้
                                                   ้
ประกอบกำรเรียนรู้ รำยวิชำภำษำไทย รหัสวิชำ ท ๓๑๑๐๑
ระดับชันมัธยมศึกษำปีที่ ๑
        ้                       และเป็นชุดกำรเรียนรู้สำำหรับ
นักเรียนศึกษำค้นคว้ำด้วยตนเอง เพื่อกำรแก้ปัญหำ หรือ
พัฒนำกำรเรียนรู้คำำประพันธ์ประเภท
กำพย์ฉบัง ซึ่งบทเรียนสำำเร็จรูปนี้ประกอบด้วยส่วนที่เป็นควำม
รู้ด้ำนเนื้อหำ และส่วนที่เป็นคำำถำมพร้อมเฉลย ให้นักเรียนได้
ทดสอบควำมรู้ และตรวจสอบผลกำรทดสอบได้ทันทีดวยตนเอง        ้

      บทเรียนสำำเร็จรูปนี้ สำมำรถเรียนรู้และเข้ำใจได้ง่ำย ซึ่ง
ภำยในเล่มมีคำำแนะนำำกำรศึกษำบทเรียนสำำเร็จรูปไว้อย่ำงเป็น
ระบบ จึงมีประโยชน์และมีคุณค่ำอย่ำงยิ่งสำำหรับนักเรียน ครู
และผู้สนใจทั่วไป

                                         นำงสำวมันทนำ ใบชำ




                              ๑
๑




                           คำ ำ แนะนำ ำ
                           สำ ำ หรั บ ครู


ใช้บทเรียนสำำเร็จรูปนี้ประกอบแผนกำรสอน....................
      ในวิชำภำษำไทย ท ๓๑๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ ๑
ใช้บทเรียนสำำเร็จรูปนี้เสริมสำำหรับเด็กที่เรียนดีและช่วยนักเรียนที่เรียน
ช้ำให้เรียนได้ทันเพื่อน
ศึกษำบทเรียนสำำเร็จรูปตั้งแต่กรอบแรกจนถึงกรอบสุดท้ำย ทั้งเนื้อหำ
และกิจกรรมให้เข้ำใจก่อน
ศึกษำว่ำกิจกรรมในกรอบใดที่ครูต้องเป็นผูให้คำำแนะนำำช่วยเหลือ หรือ
                                              ้
ให้คำำปรึกษำบ้ำง
ชี้แจงให้นักเรียนอ่ำนคำำแนะนำำในกำรใช้บทเรียนสำำเร็จรูป และปฏิบัติ
ตำมทุกขันตอน ทุกกรอบทั้งเนื้อหำ กิจกรรม คำำถำม คำำตอบหรือแบบ
          ้
ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน




                                 ๑
คำ ำ แนะนำ ำ
                     สำ ำ หรั บ นั ก เรี ย น



     บทเรียนนี้เรียกว่ำบทเรียนสำำเร็จรูป จัดทำำขึ้นเพื่อให้
นักเรียนศึกษำด้วยตนเอง โปรดอ่ำนคำำแนะนำำก่อนศึกษำบท
เรียน ดังต่อไปนี้
บทเรียนนี้ไม่ใช่ข้อทดสอบ นักเรียนไม่ตองกังวลใจ พยำยำมทำำ
                                             ้
ไปช้ำ ๆ ทีละกรอบ นักเรียนจะได้รับควำมรู้ ได้ทำำแบบทดสอบ
และได้ทำำกิจกรรมต่ำง ๆ ด้วยตัวของนักเรียนเอง
ก่อนที่นักเรียนจะศึกษำ ควรทำำแบบทดสอบก่อนเรียน
เริ่มทำำตั้งแต่กรอบแรกเรียงไปตำมลำำดับ โดยไม่ขำมกรอบใด  ้
กรอบหนึ่ง
อ่ำนคำำอธิบำยและคำำถำมให้เข้ำใจ คิดให้ดีแล้วจึงตอบคำำถำมลง
ในกระดำษคำำตอบ อย่ำขีดเขียนใด ๆ ลงในบทเรียนสำำเร็จรูปนี้
เมือตอบคำำถำมเสร็จกรอบหนึ่ง จึงเปิดไปดูคำำตอบในกรอบต่อไป
    ่
เพื่อตรวจสอบคำำตอบว่ำถูกต้องหรือไม่ ถ้ำตอบถูกจึงทำำกรอบต่อ
ๆ ไป                   เมื ่ อ นั ก เรี ย นพร้ อ มแล้ ว
                          เปิ ด หน้ ำ ต่ อ ไปเลย
ถ้ำคำำตอบผิด ให้กลับไปอ่ำนข้อควำมในกรอบที่ผ่ำนมำใหม่
ทำำควำมเข้ำใจให้ดีแล้วตอบคำำถำมใหม่
เมือศึกษำจบทุกกรอบแล้วให้นักเรียนทำำแบบทดสอบหลังเรียน
      ่                             ๘
เสร็จแล้วตรวจคำำตอบในเฉลยหน้ำต่อไป เพื่อดูผลควำมก้ำวหน้ำ
ของตนเอง
นักเรียนที่ดีจะต้องซื่อสัผลกำรเรี ย นรู ้ ทคำำตอบก่อน
                         ตย์ต่อตนเอง ไม่เปิดดู ี ่
                           คำดหวั ง
จุ ด ประสงค์ ก ำร
                              เรี ย นรู ้
         บทเรียนสำำเร็จรูปเรือง “กำพย์ฉบัง ๑๖” นี้ มีจดประสงค์เพือ
                             ่                        ุ          ่
  ให้นกเรียนทรำบรำยละเอีš— °„ๆ ต่¸ไปนี้
       ั                  Â ยดต่°n ¥
                                ­ ำง° อ
                                      œÁ¦ œ
  บอกจำำนวนคำำในแต่ละวรรคของกำพย์ฉบังได้
                                 Á¦ Š
                                   °
                                   É
                                   º
  บอกตำำแหน่งคำำที่สัมผัสกันตำมลักษณะบังคับของกำพย์ฉบัง
                               „¡¥ ° ´
                                µ r Š
                                   Œ
  เรียงลำำดับวรรคกำพย์ฉบังที่กำำหนดให้ได้ถูกต้อง
  อธิบำยแผนผังของกำพย์ฉบังได้
     คำ ำ ชี ้ แ จง จงเลือกคำำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
     1. กำพย์มีลักษณะคล้ำยกับคำำประพันธ์ประเภทใด
        ก. กลอน                   ข. ฉันท์
        ค. ร่ำย                   ง. โคลง
     ๒. กำพย์ฉบัง บทหนึ่งมีกี่คำำ
           ก. ๒๗ คำำ                  ข. ๒๒ คำำ
           ค. ๑๖ คำำ             ๓ ง. ๑๑ คำำ
     ๓. ข้อใดกล่ำวถึงกำพย์ฉบังได้ถูกต้องที่สุด
           ก. กำพย์ฉบัง บทหนึ่งมี ๗ วรรค วรรคละ ๔ คำำ
                  ข. กำพย์ฉบัง บทหนึ่งมี ๔ วรรค วรรคละ ๗ - ๙ คำำ
           ค. กำพย์ฉบัง บทหนึ่งมี ๔ วรรค วรรคแรก ๕ คำำ วรรค
หลัง ๖ คำำ
                  ง. กำพย์ฉบัง บทหนึ่งมี ๓ วรรค วรรคแรก และ
วรรคสุดท้ำยมี ๖ คำำ วรรคที่ ๒ มี ๔ คำำ
๔. สิ่งใดทำำให้กำพย์ฉบังมีควำมไพเรำะ
          ก. สัมผัสสระและสัมผัสอักษร           ข. วรรณยุกต์เอก
และโท
          ค. คำำเป็นและคำำตำย            ง. คำำครุและคำำลหุ
      ๕. ข้อใดเป็นแผนผังของกำพย์ฉบัง
                ก.        OOOOO                OOOOOO
                   OOOOO            OOOOOO
            ข.        OOOOOO ๔           OOOO
                   OOOOOO
            ค.        O O O O O O O OO O O O O O O O
                   O O O O O O OO        OOOOOOOO
        4.                    OOOO
                   OOOO                  OOOO
                   OOOO                  OOOO
                   OOOO                  OOOO
      ๖. ข้อใดคือสัมผัสบังคับของกำพย์ฉบัง
          ก. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำำที่ ๓ ของวรรคที่
๒
          ข. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำำที่ ๑ หรือ ๒ หรือ๓
ของวรรคที่ ๒
          ค. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของวรรค
ที่ ๒ และ ๓
          ง. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของวรรค
ที่ ๒
๗. กำรสัมผัสระหว่ำงบทของกำพย์ฉบังคือข้อใด
             ก. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๓ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของวรรค
ที่ ๒ ในบทต่อไป
                                  ๕
             ข. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๔ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของวรรค
ที่ ๒ ในบทต่อไป
             ค. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๓ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของวรรค
ที่ ๑ ในบทต่อไป
             ง. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๔ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของวรรค
ที่ ๑ ในบทต่อไป
         ๘. กวีนิยมใช้กำพย์ฉบังในกำรแต่งเกี่ยวกับอะไร
             ก. แต่งเป็นบทสวดและบทพำกย์โขน
             ข. ชมสิ่งต่ำง ๆ หรือตอนที่โศกเศร้ำครำ่ำครวญ
             ค. แต่งร่วมกับโคลงสี่สุภำพหรือฉันท์ประเภทต่ำง ๆ
             ง. แต่งบทอำเศียรวำทที่ต้องใช้คำำศัพท์สูงในกำรเขียน
         ๙. ข้อใดเป็นกำพย์ฉบัง
              ก.          ลำนอักษรซ่อนหวำนผ่ำนอักษร         จิ           ต
อำวรณ์หลงใหลในรสหวำน
                    ส่งอักษรซ้อนเรียงเพียงจดจำร       เ กิ ด ก ล อ น
กำนท์กนใจทีไพเรำะ
           ิ      ่
              ข.          มัสมันแกงแก้วตำ
                               ่                      ห อ ม ยี่ ห ร่ ำ ร ส
ร้อนแรง
                    ชำยใดได้กลืนแกง                   แ ร ง อ ย ำ ก ใ ห้
ใฝ่ฝนหำั
              ค.          สำยัณห์ตะวันยำม             ข ณ ะ ข้ ำ ม
ทิฆมพร
     ั
                     เข้ำภำคนภำตอน                    ทิศะตกก็รำำไร
              ง.          วำนรสำำแดงเดชำ              หั ก ถ อ น
พฤกษำ
                     ถือต่ำงอำวุธยุทธยง
๖

      ๑๐. บทประพันธ์ขอใดเป็นกำพย์ฉบัง
                     ้
           ก.     ไม้เรียวเจียวนะหนู       เมือคุณครูสอนไม่
                                              ่
จำำ
             ไม้เรียวเชียวคอยยำ้ำ          เข็มทิศนำำให้หนูดี
          ข.        เบืองหน้ำคือหญิงสำว
                       ้                        พลิวอำภรณ์สี
                                                   ้
ขำวไร้เดียงสำ
              มีดวงดำววำวใสในแววตำ              โปรยปรำย
ปรำรถนำเป็นดอกไม้
          ค.        ไม้ดอกออกช่อล้อใบ      กลินหอมเร้ำใจ
                                              ่
               ชวนให้อมเอิบวิญญำ
                         ิ่
          ง.        ปำงก่อนเคยร่วมนำ้ำ     ใจจิต
               ไถ่ทำสเปลียนชีวต  ่ ิ       ปลิดให้
               เคยเป็นมิงเมียสนิท
                              ่        หลำยชำติ มำนำ
               ในชำตินจงได้ ี้ ึ       เสพสร้องครองกัน
๗




                   ÁŒ¨Â ä š— °„œÁ¦ œ
                      ¥ó    ­ n ¸
                                °¥                       กรอบที ่
                       Á¦ Š µ r„´
                         °
                         É Œ
                         º „¡¥ Š                           ๑
 สวั ส ดี ค ่ ะ นั ก เรี ย น ก่ อ นที ่ จ ะ
 เรี ย นเรื ่ อ งกำพย์ ฉ บั ง ๑๖ เรำ
 มำรู ้ จ ั ก ควำมหมำยและที ่ ม ำของ
                         ข้ อ       เฉลย
                   ๑          ข
                   ๒          ค
                   ๓          ง
      กำพย์ เป็นคำำประพันธ์ชนิดหนึ่งที่บังคับ
                   ๔          ก
จำำนวนคำำและสัมผัส ต่ำงจำกกลอนที่กำรจัดวรรค
                   ๕          ข
ต่ำงจำกโคลงที่ไม่บังคับ เอก-โท มีลักษณะคล้ำยกับ
                   ๖          ง
ฉันท์              ๗          ค
แต่ไม่นิยมครุ-ลหุ เหมือนกับฉันก แปลตำมรูปศัพท์ว่ำ
                   ๘          ท์
                   ๙          ง
                  ๑๐          ค
            กำพย์ มำจำกคำำว่ำ กำวย หรือ
      กำพย
            กำวย หรือ กำพย มำจำกคำำว่ำ กวี
            กวี มำจำกคำำว่ำ กวิ คำำเดิมในภำษำ
บำลีและสันสกฤต แปลว่ำ
ผู้คงแก่เรียน ผู้เฉลียวฉลำด ผู้มีปัญญำเปรื่องปรำด


                        ๘
                ลองตอบคำ ำ ถำม
                 ต่ อ ไปนี ้ น ะคะ
                   กำพย์ ม ี ล ั ก ษณะคล้ ำ ยกั บ คำ ำ
                   ประพั น ธ์ ป ระเภทใด
                   และแตกต่ ำ งกั น อย่ ำ งไร
กรอบที ่
                                                               ๒
      เฉลยกรอบที ่ ๑ คล้ ำ ยกั บ ฉั น ท์
               ต่ ำ งกั น ตรงที ่ กำพย์ ไ ม่
         นิ ย มครุ -ลหุ เหมื อ นฉั น ท์

         อยำกรู้ไหมคะ กำพย์ ใ นควำม
         หมำยเดิ ม เป็ น อย่ ำ งไร

       กำพย์ ตำมควำมหมำยเดิมมีควำมหมำยกว้ำงกว่ำ
ที่เข้ำใจกันในภำษำไทยหมำยถึง บรรดำบทนิพนธ์ที่กวี
ได้ร้อยกรองขึน ไม่ว่ำจะเป็น โคลง ฉันท์ กำพย์ หรือ
              ้
ร่ำย นับว่ำเป็นกำพย์ทั้งนั้น แต่ไทยเรำหมำยควำมแคบ
หรือหมำยควำมถึงคำำประพันธ์ชนิดหนึ่งของกวีเท่ำนั้น


        กำพย์มลักษณะต่ำงกับกลอนธรรมดำคือ
                ี
        ๑. วำงคณะ พยำงค์ และสัมผัสคล้ำยฉันท์
        ๒. ใช้แต่งปนกับฉันท์ได้และคงเรียกว่ำ
   “คำำฉันท์” เหมือนกั๙
                      น
                      ๙

             ลองตอบคำ ำ ถำมต่ อ
                ไปนี ้ น ะคะ

           - ปั จ จุ บ ั น เรำเรี ย กคำ ำ ประพั น ธ์ ท ี ่
           แต่ ง ด้ ว ย โคลง กลอน ร่ ำ ย
             ว่ ำ กำพย์ ใช่ ห รื อ ไม่
           - คำ ำ ว่ ำ “คำ ำ ฉั น ท์ ” หมำยถึ ง กำร
กรอบที ่
                                                             ๓
                        เฉลยกรอบที ่ ๒ - ไม่ ใ ช่
                                - กำรแต่ ง กำพย์
                              ปนกั บ ฉั น ท์

                     กำพย์ ม ี ห ลำยชนิ ด แล้ ว มี ช นิ ด ใด
                     ที ่ น ิ ย มใช้ อ ยู ่ ใ นภำษำไทยคะ




   กำพย์ ที่นิยมใช้อยูในภำษำไทยมี ๕ ชนิด คือ
                      ่
กำพย์ยำนี               ๑๐
กำพย์ฉบัง
กำพย์สุรำงคนำงค์
กำพย์หอโคลง
         ่
กำพย์ขบไม้
       ั
     กำพย์ ๓ ชนิดแรกใช้เทียบเคียงแต่งปนไปกับฉันท์ได้
                     ลองตอบคำ ำ ถำมต่ อ
เพรำะเหตุที่มลักษณะ
             ี          ไปนี ้ น ะคะ
คล้ำยกับฉันท์ และแต่งปนไปกับฉันท์ได้ จึงเรียกว่ำคำำฉันท์ดวย
                                                         ้

         กำพย์ ช นิ ด ใดบ้ ำ งที ่ น ิ ย มแต่ ง
                ปนไปกั บ ฉั น ท์
กรอบที ่
                                                                         ๔
     เฉลยกรอบที ่ ๓
           กำพย์ ย ำนี กำพย์ ฉ บั ง
      กำพย์ ส ุ ร ำงคนำงค์


                                นั ก เรี ย นมี ค วำมรู ้ พ ื ้ น ฐำน
                                เรื ่ อ งกำพย์ ม ำแล้ ว
                                ต่ อ ไปนี ้ เรำมำเรี ย นรู ้
                                เรื ่ อ งกำพย์ ฉ บั ง



                                    ๑๑




             ตั ว อย่ ำ ง
                         ฉบังสิบหกคำำควร         ถ้อยคำำสำำนวน
                   พึงเลือกให้เพรำะเหมำะกั น
                         วรรคหน้ำวรรคหลังรำำพั น วรรคหนึ่งพึงสรร
                   ใส่วรรคละหกคำำเทอญ
                         วรรคสองต้องสี่คำำเชิ ญ       แต่งเสนำะ
เพรำะเพลิน
                   ใครได้สดับจับใจ
                            ก่ อ นจะเรี ย นต่ อ ไป
                            ทดสอบควำมรู ้ ก ั น หน่ อ ย

                      จำกตั ว อย่ ำ งกำพย์ ฉ บั ง มี
                      คำ ำ ใดบ้ ำ งที ่ ส ั ม ผั ส กั น
กรอบที ่
                                                                       ๕
  เฉลยกรอบที ่ ๔ คำ ำ ที ่
  สั ม ผั ส กั น มี ด ั ง ต่ อ ไปนี ้
                   - ควร
                สำ ำ นวน
                   - กั น        พั น
                                  ๑๒  ๑๒
                                           เรำมำทำ ำ ควำมรู ้ จ ั ก กฎ
                                            ของกำพย์ ฉ บั ง กั น ค่ ะ




  กฎของกำพย์ ฉ บั ง
กำพย์ฉบัง ๑ บท มี ๓ วรรค วรรคที่ ๑ กับ วรรคที่ ๓ มีวรรคละ ๖ คำำ
วรรคที่ ๒ มี ๔ คำำ ดังนี้
                       วรรคที่ ๑
  วรรคที่ ๒            ลองตอบคำ ำ ถำม
                       ต่ อ ไปนี ้ น ะคะ

                         วรรคที่ ๓
                                      กำพย์ ฉ บั ง บท
                                       หนึ ่ ง มี ก ี ่ ค ำ ำ
กรอบที ่
                                                                   ๖
              เฉลยกรอบที ่ ๕
                                ๑๓
                    กำพย์ ฉ บั ง บท
             หนึ ่ ง มี ๑๖ คำ ำ

        ตอบถู ก ใช่ ไ หมคะ.....เก่ ง มำก
                   เฉลยกรอบที ่ ๕
            ค่ ะ ....ดู ก ฎข้ อ ต่ อ ไปเลย
      ๒. คำำสุดท้กำพย์ ฉ บั ง บท มผัสกับคำำสุดท้ำยของ
                       ำยของวรรคแรกสั
               หนึ ่ ง มี ๑๖ คำ ำ
วรรคที่ ๒ ถ้ำจะแต่งบทต่อไป
 ต้องให้คำำสุดท้ำยของบทต้นสัมผัสกับคำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๑
          ตอบถู ก ใช่ ไ หมคะ.....เก่ ง มำก
ของบทต่อไป ก ใช่ ไ หมคะ.....เก่ ง มำก
          ตอบถู
               ค่ ะ ....ดู ก ฎข้ อ ต่ อ ไปเลย
               ค่ ะ ....ดู ก ฎข้ อ ต่ อ ไปเลย
     ตั ว อย่ ำ ง
                  ทำำดี ดีแล้ว เป็นพร         ไม่ต้อง อ้อนวอน
           ขอพร กะใคร ให้ก วน
                  พรที่ ให้กัน ผันผวน               เป็นเหมือน ลม
หวน
           อวลไป อวลมำ อย่ำหลง
                  พรทำำ ดีเอง มันคง่          วันคืน ยืนยง
           ซื่อตรง ต่อผู้ รูธ รรม
                              ้
                  อยำกรวย ด้วยพร เพียรบำ ำ - เพ็ญบุญ กุศลนำ ำ
           ให้ถูก ให้พอ ต่อตน
                  ทุกคน เกิดมำ เป็นคน               ชั่วดี มีจ น
           เป็นผล แห่งกรรม ทำำเอง
                  ถือธรรม เชือกรรม ยำำเยง
                                ่                          บำปชั่ว กลัว
เกรง
           ทำำแต่ กรรมดี วีพ ร

                                            (ทำำดี ดีแล้วเป็นพร :
พุทธทำสภิกขุ)
๑๔

                                                                     กรอบที ่
                                                                       ๗
                                                                       ๘
        จำกตัวอย่ำงบทประพันธ์จะเห็นว่ำ
ขอด กับ แคะ ในวรรคที่ ๓ ของบทที่ ๑ เป็นคำำตำย ่ และ
                           ควำมไพเรำะของกำพย์ ฉ บั ง อยู
เพรำะ กับ ยอด ที ่ ไ หน อ่ ำ นกฎข้ อ ๓ และ ๔ สิ ค ะ
ในวรรคที่ ๓ ของบทที่ ๒ ก็เป็นคำำตำยด้วย
รืนรมย์ ในวรรคแรกของบทที่ ๑ สัมผัสอักษรกับ รืนรส ในวรรค
  ่                                                               ่
ที่ ๒ ของ
บทที่ ๑๓. ควำมไพเรำะของกำพย์ฉบังอยู่ที่กำรใช้คำำและเสียง
              และ สร่ำงซำ ในวรรคแรกของบทที ๒ สัมผัสอักษรกับ
สร่ของคำำในวรรคที่ สระและ
     ำงสิน ให้มสัมผัส ๒ ของ
          ้            ี
บทที่ ๒ อักษร คำำทุกคำำควรเลือกให้ได้ลักษณะ “เสียงดี ควำม
    สัมผัส ด้วย
เด่น”          ๓. แคะ ในวรรคที่ ๓ ของบทที่ ๑ สัมผัสอักษรกับ คม
ในวรรคที่ ๒ลักและ เศษของกำพย์ฉบัง มีดังนี้
            ๔.           ษณะพิ
ยอด ในวรรคที่ ใช้คำำที่ ๑ และคำำที่ สอัของวรรคที่ ๓ เป็นคำำตำย
                 ๔.๑ ๓ ของบทที่ ๑ สัมผั ๒ กษรกับ ญำณ์ ในวรรคที่
๒ ของบทที่ ๒ ด้วยเช่น
( คือคำำที่ประกอบด้วย กัน
                    สระเสียงสั้นในแม่ ก กำ และ คำำที่มตัวสะกด ใน แม่
                                                          ี
จะใช้คำำยัตภงค์ ( - ) ในระหว่ำงวรรคก็ได้ แต่หำมใช้ยตภงค์
             กก ิ กด กบ)
                     ั                                      ้          ั ิ ั
ระหว่ำงบท๔.๒ ให้สองคำำหลังของวรรคต้นกับ ๒ คำำ ต้นของ
วรรคทีว อย่ ำ ง กษรกัน
        ตั ่ ๒ เล่นอั
                 ๔.๓ เรำดีดทีว่ำดวงดี
                          ให้คำำ ก่ ๒ ของวรรคที่ ๓ เล่นอักษรหรือสัมผัส
                                   ี               เพรำะดีนนมี -
                                                               ั้
อักษร กับคำำสุดท้กว่ำทีดวง
               ทีเรำดี ำยของ
                  ่                  ่
                    วรรคที่ นนแหละเรำหน่วง
                         ทำำดี ๒ั่                      เอำดีทงปวง  ั้
               มำทำำให้ดวงมันดี
              ตั ว อย่ ำ ง                   (เรำดีดกว่ำดวงดี : พุทธทำส
                                                      ี
        ภิกขุ)
                         ลมโชยชวนชืนรื ่ น รมย์
                                          ่
                                         ๑๕             รื ่ น รสคำำคม
               ขอดแคะเขียกรรณหรรษำ     ่
                         ห่มสุขทุกข์โศกสร่ ำ งซำ        สร่ ำ งสิ ้ น
วิญญำณ์
               เพรำะยอดเยำวลักษณ์ร่วมสม
กรอบที ่
                                                       ๙
คำำในวรรคหนึงๆ อำจเกินกว่ำทีกำำหนดไว้บำงก็ได้ แต่ตองเป็นคำำ
                 ่              ่          ้          ้
ลหุ และต้องไม่ยำว
จนเกินไปจนขัดกับจังหวะและทำำนองอ่ำน
     ตั ว อย่ ำ ง
                   ธรรมะคือคุณำกร        ส่วนชอบสำธร
           ดุจดวงประทีปชัชวำล
                   แห่งองค์พระศำสดำจำรย์ ส่องสัตว์สนดำน
                                                   ั
           สว่ำงกระจ่ำงใจมล




                         ๑๖
ทบทวนควำมจำ ำ
            ครุ คือพยำงค์ที่มีเสียงหนัก ได้แก่ พยำงค์ที่ กรอบที ่
       ประกอบด้วยสระเสียงยำวรวมทั้ง สระอำำ ใอ ไอ           ๑๐
       เอำ และพยำงค์ที่มีตัวสะกดทั้งสิ้น
            ลหุ คือพยำงค์ที่มีเสียงเบำ ได้แก่พยำงค์ที่
       ประกอบด้วยสระเสียงสั้นที่ไม่มีตัวสะกด รวมทั้ง
       พยำงค์ที่ประสมด้วยสระอำำ
   ๗. กำพย์ฉบัง นิยมแต่งเกียวกับตอนทีเป็นพรรณนำโวหำร
                               ่          ่
และนิยมแต่งเป็นบทสวดและ
บทพำกย์โขน
    ตั ว อย่ ำ ง
                 อินทรชิตบิดเบือนกำยิน เหมือนองค์อมรินท์
          ทรงคชเอรำวัณ
                 ช้ำงนิรมิตฤทธิแรงแข็งขัน     เผือกผ่องผิว
พรรณ
          สีสงข์สะอำดโอฬำร์
              ั
                 สำมสิบสำมเศี๑๗
                              ยรโสภำ          เศียรหนึงเจ็ดงำ
                                                      ่
          ดังเพ็ชรรัตน์รจี  ู
                 งำหนึงเจ็ดโบกขรณี
                      ่                  สระหนึงย่อมมี
                                                ่
          เจ็ดกออุบลบันดำล
                 กอหนึงเจ็ดดอกดวงมำลย์ ดอกหนึงเบ่งบำน
                        ่                         ่
          มีกลีบได้เจ็ดกลีบผกำ
                 กลีบหนึงมีเทพธิดำ
                          ่              เจ็ดองค์โสภำ
          แน่งน้อยลำำเพำนงพำล

      (บทพำกย์โขนเรืองรำมเกียรติ์ ตอนช้ำงเอรำวัณ : พระบำทสมเด็จ
                    ่
                                          พระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย)
Â š— °¨´ ¸
                            ­ ¨¥Š œ
                                 Á¦
                        Á¦ Š µ rÁ ´
                          °
                          É Œ
                          º „¡¥ Š


      คำ ำ ชี ้ แ จง จงเลือกคำำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
      ๑. กำพย์ฉบัง บทหนึ่งมีกี่คำำ
            ก. ๒๗ คำำ           ๑๘     ข. ๒๒ คำำ
            ค. ๑๖ คำำ                  ง. ๑๑ คำำ
      ๒. ข้อใดกล่ำวถึงกำพย์ฉบังได้ถูกต้องที่สุด
            ก. กำพย์ฉบังบทหนึ่งมี ๓ วรรค วรรคแรก และวรรค
      สุดท้ำยมี ๖ คำำ วรรคที่ ๒ มี ๔ คำำ
            ข. กำพย์ฉบัง บทหนึ่งมี ๔ วรรค วรรคแรก ๕ คำำ วรรค
หลัง ๖ คำำ
                   ค. กำพย์ฉบัง บทหนึ่งมี ๔ วรรค วรรคละ ๗ - ๙
คำำ
                   ง. กำพย์ฉบัง บทหนึ่งมี ๗ วรรค วรรคละ ๔ คำำ
            ๓. ข้อใดคือสัมผัสบังคับของกำพย์ฉบัง
           ก. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำำที่ ๓ ของวรรคที่
๒
           ข. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำำที่ ๑ หรือ ๒
หรือ๓ ของวรรคที่ ๒
           ค. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของ
วรรคที่ ๒ และ ๓
           ง. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของวรรค
ที่ ๒
๔. กำรสัมผัสระหว่ำงบทของกำพย์ฉบังคือข้อใด
          ก. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๓ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของ
วรรคที่ ๒ ในบทต่อไป
                           ๑๙
          ข. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๓ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของ
วรรคที่ ๑ ในบทต่อไป
          ค. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๔ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของ
วรรคที่ ๑ ในบทต่อไป
              ง. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๔ สัมผัสกับคำำสุดท้ำย
ของวรรคที่ ๒ ในบทต่อไป
    ๕. ข้อใดเป็นแผนผังของกำพย์ฉบัง
               ก.         OOOOOO              OOOO
                   OOOOOO
               ข.         OOOOO               OOOOOO
                   OOOOO           OOOOOO
               ค.         O O O O O O O OO O O O O O O
O
                   OOOOOOOO OOOOOOOO
       4.                                         OOOO
                   OOOO                 OOOO
                   OOOO                 OOOO
                   OOOO                 OOOO
    ๖. สิ่งใดทำำให้กำพย์ฉบังมีควำมไพเรำะ
          ก. คำำครุและคำำลหุ                  ข. วรรณยุกต์เอก
และโท
          ค. คำำเป็นและคำำตำย           ง. สัมผัสสระและสัมผัส
อักษร
๒๐

      ๗. กวีนิยมใช้กำพย์ฉบังในกำรแต่งเกี่ยวกับอะไร
         ก. แต่งเป็นบทสวดและบทพำกย์โขน
         ข. ชมสิ่งต่ำง ๆ หรือตอนที่โศกเศร้ำครำ่ำครวญ
         ค. แต่งร่วมกับโคลงสี่สุภำพหรือฉันท์ประเภทต่ำง ๆ
         ง. แต่งบทอำเศียรวำทที่ต้องใช้คำำศัพท์สูงในกำรเขียน
      ๘. กำพย์มีลักษณะคล้ำยกับคำำประพันธ์ประเภทใด
        ก. กลอน                   ข. ฉันท์
        ค. ร่ำย                   ง. โคลง
      ๙. บทประพันธ์ขอใดเป็นกำพย์ฉบัง
                      ้
          ก.         ไม้เรียวเจียวนะหนู     เมือคุณครูสอนไม่
                                                ่
จำำ
              ไม้เรียวเชียวคอยยำ้ำ                  เข็มทิศนำำให้หนูดี
          ข.         เบืองหน้ำคือหญิงสำว
                        ้                                พลิวอำภรณ์
                                                            ้
สีขำวไร้เดียงสำ
               มีดวงดำววำวใสในแววตำ                      โปรยปรำย
ปรำรถนำเป็นดอกไม้
       ค.            ไม้ดอกออกช่อล้อใบ              กลินหอมเร้ำใจ
                                                       ่
                ชวนให้อมเอิบวิญญำ
                          ิ่
               ง.                ปำงก่อนเคยร่วมนำ้ำ      ใจจิต
                ไถ่ทำสเปลียนชีวต  ่    ิ            ปลิดให้
                เคยเป็นมิงเมียสนิท
                               ่              หลำยชำติ มำนำ
                ในชำตินจงได้ ี้ ึ             เสพสร้องครองกัน
๒๑




       ๑๐. ข้อใดเป็นกำพย์ฉบัง
                 ก.      วำนรสำำแดงเดชำ           หั ก ถ อ น
พฤกษำ
                   ถือต่ำงอำวุธยุทธยง
              ข.         สำยัณÂ ตš—นยำม´ ¸
                           ÁŒ¨ห์ ะวั­Ÿ ¨Š ¥
                             ¥c       °¨ œ  Á¦    ข ณ ะ ข้ ำ ม
ทิฆมพร
   ั
                   เข้ำภำคนภำตอน
                                Á¦ Š µ r¨
                                  °
                                  É Œ Š
                                  º „¡¥ ´         ทิศะตกก็รำำไร
              ค.มัสมันแกงแก้วตำ
                       ่                       หอมยี่ ห ร่ ำ รสร้ อ น
แรง
                  ชำยใดได้กลืนแกง                 แรงอยำกให้
ใฝ่ฝนหำ
     ั                       ข้ อ       เฉลย
              ง.              ๑           ค
                         ลำนอักษรซ่อนหวำนผ่ำนอักษร         จิ       ต
                              ๒           ก
อำวรณ์หลงใหลในรสหวำน
                              ๓           ง
                  ส่งอักษรซ้อนเรียงเพียงจดจำร
                              ๔           ข
                                                  เกิดกลอน
กำนท์กนใจทีไพเรำะ
         ิ     ่              ๕           ก
                          ๖             ง
                          ๗             ก
                          ๘             ค
                          ๙             ง
                          ๑๐            ก




                               ๒๒
บทเรียนสำเร็จรูปกาพย์ฉบัง๑๖

บทเรียนสำเร็จรูปกาพย์ฉบัง๑๖

  • 1.
    บทเรี ย นสำำ เร็ จ รู ป เรื ่ อ ง กำพย์ ฉ บั ง รหั ส วิ ช ำ ท ๓๑๑๐๑ รำยวิ ช ำ ภำษำไทย ชั ้ น มั ธ ยมศึ ก ษำปี ท ี ่ ๑ โดย นำงสำวมั น ทนำ ใบชำ กลุ ่ ม สำระกำรเรี ย นรู ้ ภ ำษำ ไทย โรงเรี ย นสุ ธ ี ว ิ ท ยำ จั ง หวั ด สระบุ ร ี
  • 2.
    สำ ำ นัก งำนเขตพื ้ น ที ่ ก ำร ศึ ก ษำสระบุ ร ี เขต ๑ คำ ำ นำ ำ บทเรียนสำำเร็จรูปเรื่องกำพย์ฉบังนี้ จัดทำำขึนเพื่อใช้ ้ ประกอบกำรเรียนรู้ รำยวิชำภำษำไทย รหัสวิชำ ท ๓๑๑๐๑ ระดับชันมัธยมศึกษำปีที่ ๑ ้ และเป็นชุดกำรเรียนรู้สำำหรับ นักเรียนศึกษำค้นคว้ำด้วยตนเอง เพื่อกำรแก้ปัญหำ หรือ พัฒนำกำรเรียนรู้คำำประพันธ์ประเภท กำพย์ฉบัง ซึ่งบทเรียนสำำเร็จรูปนี้ประกอบด้วยส่วนที่เป็นควำม รู้ด้ำนเนื้อหำ และส่วนที่เป็นคำำถำมพร้อมเฉลย ให้นักเรียนได้ ทดสอบควำมรู้ และตรวจสอบผลกำรทดสอบได้ทันทีดวยตนเอง ้ บทเรียนสำำเร็จรูปนี้ สำมำรถเรียนรู้และเข้ำใจได้ง่ำย ซึ่ง ภำยในเล่มมีคำำแนะนำำกำรศึกษำบทเรียนสำำเร็จรูปไว้อย่ำงเป็น ระบบ จึงมีประโยชน์และมีคุณค่ำอย่ำงยิ่งสำำหรับนักเรียน ครู และผู้สนใจทั่วไป นำงสำวมันทนำ ใบชำ ๑
  • 3.
    คำ ำ แนะนำ ำ สำ ำ หรั บ ครู ใช้บทเรียนสำำเร็จรูปนี้ประกอบแผนกำรสอน.................... ในวิชำภำษำไทย ท ๓๑๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ ๑ ใช้บทเรียนสำำเร็จรูปนี้เสริมสำำหรับเด็กที่เรียนดีและช่วยนักเรียนที่เรียน ช้ำให้เรียนได้ทันเพื่อน ศึกษำบทเรียนสำำเร็จรูปตั้งแต่กรอบแรกจนถึงกรอบสุดท้ำย ทั้งเนื้อหำ และกิจกรรมให้เข้ำใจก่อน ศึกษำว่ำกิจกรรมในกรอบใดที่ครูต้องเป็นผูให้คำำแนะนำำช่วยเหลือ หรือ ้ ให้คำำปรึกษำบ้ำง ชี้แจงให้นักเรียนอ่ำนคำำแนะนำำในกำรใช้บทเรียนสำำเร็จรูป และปฏิบัติ ตำมทุกขันตอน ทุกกรอบทั้งเนื้อหำ กิจกรรม คำำถำม คำำตอบหรือแบบ ้ ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ๑
  • 4.
    คำ ำ แนะนำำ สำ ำ หรั บ นั ก เรี ย น บทเรียนนี้เรียกว่ำบทเรียนสำำเร็จรูป จัดทำำขึ้นเพื่อให้ นักเรียนศึกษำด้วยตนเอง โปรดอ่ำนคำำแนะนำำก่อนศึกษำบท เรียน ดังต่อไปนี้ บทเรียนนี้ไม่ใช่ข้อทดสอบ นักเรียนไม่ตองกังวลใจ พยำยำมทำำ ้ ไปช้ำ ๆ ทีละกรอบ นักเรียนจะได้รับควำมรู้ ได้ทำำแบบทดสอบ และได้ทำำกิจกรรมต่ำง ๆ ด้วยตัวของนักเรียนเอง ก่อนที่นักเรียนจะศึกษำ ควรทำำแบบทดสอบก่อนเรียน เริ่มทำำตั้งแต่กรอบแรกเรียงไปตำมลำำดับ โดยไม่ขำมกรอบใด ้ กรอบหนึ่ง อ่ำนคำำอธิบำยและคำำถำมให้เข้ำใจ คิดให้ดีแล้วจึงตอบคำำถำมลง ในกระดำษคำำตอบ อย่ำขีดเขียนใด ๆ ลงในบทเรียนสำำเร็จรูปนี้ เมือตอบคำำถำมเสร็จกรอบหนึ่ง จึงเปิดไปดูคำำตอบในกรอบต่อไป ่ เพื่อตรวจสอบคำำตอบว่ำถูกต้องหรือไม่ ถ้ำตอบถูกจึงทำำกรอบต่อ ๆ ไป เมื ่ อ นั ก เรี ย นพร้ อ มแล้ ว เปิ ด หน้ ำ ต่ อ ไปเลย ถ้ำคำำตอบผิด ให้กลับไปอ่ำนข้อควำมในกรอบที่ผ่ำนมำใหม่ ทำำควำมเข้ำใจให้ดีแล้วตอบคำำถำมใหม่ เมือศึกษำจบทุกกรอบแล้วให้นักเรียนทำำแบบทดสอบหลังเรียน ่ ๘ เสร็จแล้วตรวจคำำตอบในเฉลยหน้ำต่อไป เพื่อดูผลควำมก้ำวหน้ำ ของตนเอง นักเรียนที่ดีจะต้องซื่อสัผลกำรเรี ย นรู ้ ทคำำตอบก่อน ตย์ต่อตนเอง ไม่เปิดดู ี ่ คำดหวั ง
  • 5.
    จุ ด ประสงค์ก ำร เรี ย นรู ้ บทเรียนสำำเร็จรูปเรือง “กำพย์ฉบัง ๑๖” นี้ มีจดประสงค์เพือ ่ ุ ่ ให้นกเรียนทรำบรำยละเอีš— °„ๆ ต่¸ไปนี้ ั  ยดต่°n ¥ ­ ำง° อ œÁ¦ œ บอกจำำนวนคำำในแต่ละวรรคของกำพย์ฉบังได้ Á¦ Š ° É º บอกตำำแหน่งคำำที่สัมผัสกันตำมลักษณะบังคับของกำพย์ฉบัง „¡¥ ° ´ µ r Š Œ เรียงลำำดับวรรคกำพย์ฉบังที่กำำหนดให้ได้ถูกต้อง อธิบำยแผนผังของกำพย์ฉบังได้ คำ ำ ชี ้ แ จง จงเลือกคำำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. กำพย์มีลักษณะคล้ำยกับคำำประพันธ์ประเภทใด ก. กลอน ข. ฉันท์ ค. ร่ำย ง. โคลง ๒. กำพย์ฉบัง บทหนึ่งมีกี่คำำ ก. ๒๗ คำำ ข. ๒๒ คำำ ค. ๑๖ คำำ ๓ ง. ๑๑ คำำ ๓. ข้อใดกล่ำวถึงกำพย์ฉบังได้ถูกต้องที่สุด ก. กำพย์ฉบัง บทหนึ่งมี ๗ วรรค วรรคละ ๔ คำำ ข. กำพย์ฉบัง บทหนึ่งมี ๔ วรรค วรรคละ ๗ - ๙ คำำ ค. กำพย์ฉบัง บทหนึ่งมี ๔ วรรค วรรคแรก ๕ คำำ วรรค หลัง ๖ คำำ ง. กำพย์ฉบัง บทหนึ่งมี ๓ วรรค วรรคแรก และ วรรคสุดท้ำยมี ๖ คำำ วรรคที่ ๒ มี ๔ คำำ
  • 6.
    ๔. สิ่งใดทำำให้กำพย์ฉบังมีควำมไพเรำะ ก. สัมผัสสระและสัมผัสอักษร ข. วรรณยุกต์เอก และโท ค. คำำเป็นและคำำตำย ง. คำำครุและคำำลหุ ๕. ข้อใดเป็นแผนผังของกำพย์ฉบัง ก. OOOOO OOOOOO OOOOO OOOOOO ข. OOOOOO ๔ OOOO OOOOOO ค. O O O O O O O OO O O O O O O O O O O O O O OO OOOOOOOO 4. OOOO OOOO OOOO OOOO OOOO OOOO OOOO ๖. ข้อใดคือสัมผัสบังคับของกำพย์ฉบัง ก. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำำที่ ๓ ของวรรคที่ ๒ ข. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำำที่ ๑ หรือ ๒ หรือ๓ ของวรรคที่ ๒ ค. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของวรรค ที่ ๒ และ ๓ ง. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของวรรค ที่ ๒
  • 7.
    ๗. กำรสัมผัสระหว่ำงบทของกำพย์ฉบังคือข้อใด ก. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๓ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของวรรค ที่ ๒ ในบทต่อไป ๕ ข. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๔ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของวรรค ที่ ๒ ในบทต่อไป ค. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๓ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของวรรค ที่ ๑ ในบทต่อไป ง. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๔ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของวรรค ที่ ๑ ในบทต่อไป ๘. กวีนิยมใช้กำพย์ฉบังในกำรแต่งเกี่ยวกับอะไร ก. แต่งเป็นบทสวดและบทพำกย์โขน ข. ชมสิ่งต่ำง ๆ หรือตอนที่โศกเศร้ำครำ่ำครวญ ค. แต่งร่วมกับโคลงสี่สุภำพหรือฉันท์ประเภทต่ำง ๆ ง. แต่งบทอำเศียรวำทที่ต้องใช้คำำศัพท์สูงในกำรเขียน ๙. ข้อใดเป็นกำพย์ฉบัง ก. ลำนอักษรซ่อนหวำนผ่ำนอักษร จิ ต อำวรณ์หลงใหลในรสหวำน ส่งอักษรซ้อนเรียงเพียงจดจำร เ กิ ด ก ล อ น กำนท์กนใจทีไพเรำะ ิ ่ ข. มัสมันแกงแก้วตำ ่ ห อ ม ยี่ ห ร่ ำ ร ส ร้อนแรง ชำยใดได้กลืนแกง แ ร ง อ ย ำ ก ใ ห้ ใฝ่ฝนหำั ค. สำยัณห์ตะวันยำม ข ณ ะ ข้ ำ ม ทิฆมพร ั เข้ำภำคนภำตอน ทิศะตกก็รำำไร ง. วำนรสำำแดงเดชำ หั ก ถ อ น พฤกษำ ถือต่ำงอำวุธยุทธยง
  • 8.
    ๑๐. บทประพันธ์ขอใดเป็นกำพย์ฉบัง ้ ก. ไม้เรียวเจียวนะหนู เมือคุณครูสอนไม่ ่ จำำ ไม้เรียวเชียวคอยยำ้ำ เข็มทิศนำำให้หนูดี ข. เบืองหน้ำคือหญิงสำว ้ พลิวอำภรณ์สี ้ ขำวไร้เดียงสำ มีดวงดำววำวใสในแววตำ โปรยปรำย ปรำรถนำเป็นดอกไม้ ค. ไม้ดอกออกช่อล้อใบ กลินหอมเร้ำใจ ่ ชวนให้อมเอิบวิญญำ ิ่ ง. ปำงก่อนเคยร่วมนำ้ำ ใจจิต ไถ่ทำสเปลียนชีวต ่ ิ ปลิดให้ เคยเป็นมิงเมียสนิท ่ หลำยชำติ มำนำ ในชำตินจงได้ ี้ ึ เสพสร้องครองกัน
  • 9.
    ÁŒ¨Â ä š— °„œÁ¦ œ ¥ó ­ n ¸ °¥ กรอบที ่ Á¦ Š µ r„´ ° É Œ º „¡¥ Š ๑ สวั ส ดี ค ่ ะ นั ก เรี ย น ก่ อ นที ่ จ ะ เรี ย นเรื ่ อ งกำพย์ ฉ บั ง ๑๖ เรำ มำรู ้ จ ั ก ควำมหมำยและที ่ ม ำของ ข้ อ เฉลย ๑ ข ๒ ค ๓ ง กำพย์ เป็นคำำประพันธ์ชนิดหนึ่งที่บังคับ ๔ ก จำำนวนคำำและสัมผัส ต่ำงจำกกลอนที่กำรจัดวรรค ๕ ข ต่ำงจำกโคลงที่ไม่บังคับ เอก-โท มีลักษณะคล้ำยกับ ๖ ง ฉันท์ ๗ ค แต่ไม่นิยมครุ-ลหุ เหมือนกับฉันก แปลตำมรูปศัพท์ว่ำ ๘ ท์ ๙ ง ๑๐ ค กำพย์ มำจำกคำำว่ำ กำวย หรือ กำพย กำวย หรือ กำพย มำจำกคำำว่ำ กวี กวี มำจำกคำำว่ำ กวิ คำำเดิมในภำษำ บำลีและสันสกฤต แปลว่ำ ผู้คงแก่เรียน ผู้เฉลียวฉลำด ผู้มีปัญญำเปรื่องปรำด ๘ ลองตอบคำ ำ ถำม ต่ อ ไปนี ้ น ะคะ กำพย์ ม ี ล ั ก ษณะคล้ ำ ยกั บ คำ ำ ประพั น ธ์ ป ระเภทใด และแตกต่ ำ งกั น อย่ ำ งไร
  • 10.
    กรอบที ่ ๒ เฉลยกรอบที ่ ๑ คล้ ำ ยกั บ ฉั น ท์ ต่ ำ งกั น ตรงที ่ กำพย์ ไ ม่ นิ ย มครุ -ลหุ เหมื อ นฉั น ท์ อยำกรู้ไหมคะ กำพย์ ใ นควำม หมำยเดิ ม เป็ น อย่ ำ งไร กำพย์ ตำมควำมหมำยเดิมมีควำมหมำยกว้ำงกว่ำ ที่เข้ำใจกันในภำษำไทยหมำยถึง บรรดำบทนิพนธ์ที่กวี ได้ร้อยกรองขึน ไม่ว่ำจะเป็น โคลง ฉันท์ กำพย์ หรือ ้ ร่ำย นับว่ำเป็นกำพย์ทั้งนั้น แต่ไทยเรำหมำยควำมแคบ หรือหมำยควำมถึงคำำประพันธ์ชนิดหนึ่งของกวีเท่ำนั้น กำพย์มลักษณะต่ำงกับกลอนธรรมดำคือ ี ๑. วำงคณะ พยำงค์ และสัมผัสคล้ำยฉันท์ ๒. ใช้แต่งปนกับฉันท์ได้และคงเรียกว่ำ “คำำฉันท์” เหมือนกั๙ น ๙ ลองตอบคำ ำ ถำมต่ อ ไปนี ้ น ะคะ - ปั จ จุ บ ั น เรำเรี ย กคำ ำ ประพั น ธ์ ท ี ่ แต่ ง ด้ ว ย โคลง กลอน ร่ ำ ย ว่ ำ กำพย์ ใช่ ห รื อ ไม่ - คำ ำ ว่ ำ “คำ ำ ฉั น ท์ ” หมำยถึ ง กำร
  • 11.
    กรอบที ่ ๓ เฉลยกรอบที ่ ๒ - ไม่ ใ ช่ - กำรแต่ ง กำพย์ ปนกั บ ฉั น ท์ กำพย์ ม ี ห ลำยชนิ ด แล้ ว มี ช นิ ด ใด ที ่ น ิ ย มใช้ อ ยู ่ ใ นภำษำไทยคะ กำพย์ ที่นิยมใช้อยูในภำษำไทยมี ๕ ชนิด คือ ่ กำพย์ยำนี ๑๐ กำพย์ฉบัง กำพย์สุรำงคนำงค์ กำพย์หอโคลง ่ กำพย์ขบไม้ ั กำพย์ ๓ ชนิดแรกใช้เทียบเคียงแต่งปนไปกับฉันท์ได้ ลองตอบคำ ำ ถำมต่ อ เพรำะเหตุที่มลักษณะ ี ไปนี ้ น ะคะ คล้ำยกับฉันท์ และแต่งปนไปกับฉันท์ได้ จึงเรียกว่ำคำำฉันท์ดวย ้ กำพย์ ช นิ ด ใดบ้ ำ งที ่ น ิ ย มแต่ ง ปนไปกั บ ฉั น ท์
  • 12.
    กรอบที ่ ๔ เฉลยกรอบที ่ ๓ กำพย์ ย ำนี กำพย์ ฉ บั ง กำพย์ ส ุ ร ำงคนำงค์ นั ก เรี ย นมี ค วำมรู ้ พ ื ้ น ฐำน เรื ่ อ งกำพย์ ม ำแล้ ว ต่ อ ไปนี ้ เรำมำเรี ย นรู ้ เรื ่ อ งกำพย์ ฉ บั ง ๑๑ ตั ว อย่ ำ ง ฉบังสิบหกคำำควร ถ้อยคำำสำำนวน พึงเลือกให้เพรำะเหมำะกั น วรรคหน้ำวรรคหลังรำำพั น วรรคหนึ่งพึงสรร ใส่วรรคละหกคำำเทอญ วรรคสองต้องสี่คำำเชิ ญ แต่งเสนำะ เพรำะเพลิน ใครได้สดับจับใจ ก่ อ นจะเรี ย นต่ อ ไป ทดสอบควำมรู ้ ก ั น หน่ อ ย จำกตั ว อย่ ำ งกำพย์ ฉ บั ง มี คำ ำ ใดบ้ ำ งที ่ ส ั ม ผั ส กั น
  • 13.
    กรอบที ่ ๕ เฉลยกรอบที ่ ๔ คำ ำ ที ่ สั ม ผั ส กั น มี ด ั ง ต่ อ ไปนี ้ - ควร สำ ำ นวน - กั น พั น ๑๒ ๑๒ เรำมำทำ ำ ควำมรู ้ จ ั ก กฎ ของกำพย์ ฉ บั ง กั น ค่ ะ กฎของกำพย์ ฉ บั ง กำพย์ฉบัง ๑ บท มี ๓ วรรค วรรคที่ ๑ กับ วรรคที่ ๓ มีวรรคละ ๖ คำำ วรรคที่ ๒ มี ๔ คำำ ดังนี้ วรรคที่ ๑ วรรคที่ ๒ ลองตอบคำ ำ ถำม ต่ อ ไปนี ้ น ะคะ วรรคที่ ๓ กำพย์ ฉ บั ง บท หนึ ่ ง มี ก ี ่ ค ำ ำ
  • 14.
    กรอบที ่ ๖ เฉลยกรอบที ่ ๕ ๑๓ กำพย์ ฉ บั ง บท หนึ ่ ง มี ๑๖ คำ ำ ตอบถู ก ใช่ ไ หมคะ.....เก่ ง มำก เฉลยกรอบที ่ ๕ ค่ ะ ....ดู ก ฎข้ อ ต่ อ ไปเลย ๒. คำำสุดท้กำพย์ ฉ บั ง บท มผัสกับคำำสุดท้ำยของ ำยของวรรคแรกสั หนึ ่ ง มี ๑๖ คำ ำ วรรคที่ ๒ ถ้ำจะแต่งบทต่อไป ต้องให้คำำสุดท้ำยของบทต้นสัมผัสกับคำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๑ ตอบถู ก ใช่ ไ หมคะ.....เก่ ง มำก ของบทต่อไป ก ใช่ ไ หมคะ.....เก่ ง มำก ตอบถู ค่ ะ ....ดู ก ฎข้ อ ต่ อ ไปเลย ค่ ะ ....ดู ก ฎข้ อ ต่ อ ไปเลย ตั ว อย่ ำ ง ทำำดี ดีแล้ว เป็นพร ไม่ต้อง อ้อนวอน ขอพร กะใคร ให้ก วน พรที่ ให้กัน ผันผวน เป็นเหมือน ลม หวน อวลไป อวลมำ อย่ำหลง พรทำำ ดีเอง มันคง่ วันคืน ยืนยง ซื่อตรง ต่อผู้ รูธ รรม ้ อยำกรวย ด้วยพร เพียรบำ ำ - เพ็ญบุญ กุศลนำ ำ ให้ถูก ให้พอ ต่อตน ทุกคน เกิดมำ เป็นคน ชั่วดี มีจ น เป็นผล แห่งกรรม ทำำเอง ถือธรรม เชือกรรม ยำำเยง ่ บำปชั่ว กลัว เกรง ทำำแต่ กรรมดี วีพ ร (ทำำดี ดีแล้วเป็นพร : พุทธทำสภิกขุ)
  • 15.
    ๑๔ กรอบที ่ ๗ ๘ จำกตัวอย่ำงบทประพันธ์จะเห็นว่ำ ขอด กับ แคะ ในวรรคที่ ๓ ของบทที่ ๑ เป็นคำำตำย ่ และ ควำมไพเรำะของกำพย์ ฉ บั ง อยู เพรำะ กับ ยอด ที ่ ไ หน อ่ ำ นกฎข้ อ ๓ และ ๔ สิ ค ะ ในวรรคที่ ๓ ของบทที่ ๒ ก็เป็นคำำตำยด้วย รืนรมย์ ในวรรคแรกของบทที่ ๑ สัมผัสอักษรกับ รืนรส ในวรรค ่ ่ ที่ ๒ ของ บทที่ ๑๓. ควำมไพเรำะของกำพย์ฉบังอยู่ที่กำรใช้คำำและเสียง และ สร่ำงซำ ในวรรคแรกของบทที ๒ สัมผัสอักษรกับ สร่ของคำำในวรรคที่ สระและ ำงสิน ให้มสัมผัส ๒ ของ ้ ี บทที่ ๒ อักษร คำำทุกคำำควรเลือกให้ได้ลักษณะ “เสียงดี ควำม สัมผัส ด้วย เด่น” ๓. แคะ ในวรรคที่ ๓ ของบทที่ ๑ สัมผัสอักษรกับ คม ในวรรคที่ ๒ลักและ เศษของกำพย์ฉบัง มีดังนี้ ๔. ษณะพิ ยอด ในวรรคที่ ใช้คำำที่ ๑ และคำำที่ สอัของวรรคที่ ๓ เป็นคำำตำย ๔.๑ ๓ ของบทที่ ๑ สัมผั ๒ กษรกับ ญำณ์ ในวรรคที่ ๒ ของบทที่ ๒ ด้วยเช่น ( คือคำำที่ประกอบด้วย กัน สระเสียงสั้นในแม่ ก กำ และ คำำที่มตัวสะกด ใน แม่ ี จะใช้คำำยัตภงค์ ( - ) ในระหว่ำงวรรคก็ได้ แต่หำมใช้ยตภงค์ กก ิ กด กบ) ั ้ ั ิ ั ระหว่ำงบท๔.๒ ให้สองคำำหลังของวรรคต้นกับ ๒ คำำ ต้นของ วรรคทีว อย่ ำ ง กษรกัน ตั ่ ๒ เล่นอั ๔.๓ เรำดีดทีว่ำดวงดี ให้คำำ ก่ ๒ ของวรรคที่ ๓ เล่นอักษรหรือสัมผัส ี เพรำะดีนนมี - ั้ อักษร กับคำำสุดท้กว่ำทีดวง ทีเรำดี ำยของ ่ ่ วรรคที่ นนแหละเรำหน่วง ทำำดี ๒ั่ เอำดีทงปวง ั้ มำทำำให้ดวงมันดี ตั ว อย่ ำ ง (เรำดีดกว่ำดวงดี : พุทธทำส ี ภิกขุ) ลมโชยชวนชืนรื ่ น รมย์ ่ ๑๕ รื ่ น รสคำำคม ขอดแคะเขียกรรณหรรษำ ่ ห่มสุขทุกข์โศกสร่ ำ งซำ สร่ ำ งสิ ้ น วิญญำณ์ เพรำะยอดเยำวลักษณ์ร่วมสม
  • 16.
    กรอบที ่ ๙ คำำในวรรคหนึงๆ อำจเกินกว่ำทีกำำหนดไว้บำงก็ได้ แต่ตองเป็นคำำ ่ ่ ้ ้ ลหุ และต้องไม่ยำว จนเกินไปจนขัดกับจังหวะและทำำนองอ่ำน ตั ว อย่ ำ ง ธรรมะคือคุณำกร ส่วนชอบสำธร ดุจดวงประทีปชัชวำล แห่งองค์พระศำสดำจำรย์ ส่องสัตว์สนดำน ั สว่ำงกระจ่ำงใจมล ๑๖
  • 17.
    ทบทวนควำมจำ ำ ครุ คือพยำงค์ที่มีเสียงหนัก ได้แก่ พยำงค์ที่ กรอบที ่ ประกอบด้วยสระเสียงยำวรวมทั้ง สระอำำ ใอ ไอ ๑๐ เอำ และพยำงค์ที่มีตัวสะกดทั้งสิ้น ลหุ คือพยำงค์ที่มีเสียงเบำ ได้แก่พยำงค์ที่ ประกอบด้วยสระเสียงสั้นที่ไม่มีตัวสะกด รวมทั้ง พยำงค์ที่ประสมด้วยสระอำำ ๗. กำพย์ฉบัง นิยมแต่งเกียวกับตอนทีเป็นพรรณนำโวหำร ่ ่ และนิยมแต่งเป็นบทสวดและ บทพำกย์โขน ตั ว อย่ ำ ง อินทรชิตบิดเบือนกำยิน เหมือนองค์อมรินท์ ทรงคชเอรำวัณ ช้ำงนิรมิตฤทธิแรงแข็งขัน เผือกผ่องผิว พรรณ สีสงข์สะอำดโอฬำร์ ั สำมสิบสำมเศี๑๗ ยรโสภำ เศียรหนึงเจ็ดงำ ่ ดังเพ็ชรรัตน์รจี ู งำหนึงเจ็ดโบกขรณี ่ สระหนึงย่อมมี ่ เจ็ดกออุบลบันดำล กอหนึงเจ็ดดอกดวงมำลย์ ดอกหนึงเบ่งบำน ่ ่ มีกลีบได้เจ็ดกลีบผกำ กลีบหนึงมีเทพธิดำ ่ เจ็ดองค์โสภำ แน่งน้อยลำำเพำนงพำล (บทพำกย์โขนเรืองรำมเกียรติ์ ตอนช้ำงเอรำวัณ : พระบำทสมเด็จ ่ พระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย)
  • 18.
    Â š— °¨´¸ ­ ¨¥Š œ Á¦ Á¦ Š µ rÁ ´ ° É Œ º „¡¥ Š คำ ำ ชี ้ แ จง จงเลือกคำำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว ๑. กำพย์ฉบัง บทหนึ่งมีกี่คำำ ก. ๒๗ คำำ ๑๘ ข. ๒๒ คำำ ค. ๑๖ คำำ ง. ๑๑ คำำ ๒. ข้อใดกล่ำวถึงกำพย์ฉบังได้ถูกต้องที่สุด ก. กำพย์ฉบังบทหนึ่งมี ๓ วรรค วรรคแรก และวรรค สุดท้ำยมี ๖ คำำ วรรคที่ ๒ มี ๔ คำำ ข. กำพย์ฉบัง บทหนึ่งมี ๔ วรรค วรรคแรก ๕ คำำ วรรค หลัง ๖ คำำ ค. กำพย์ฉบัง บทหนึ่งมี ๔ วรรค วรรคละ ๗ - ๙ คำำ ง. กำพย์ฉบัง บทหนึ่งมี ๗ วรรค วรรคละ ๔ คำำ ๓. ข้อใดคือสัมผัสบังคับของกำพย์ฉบัง ก. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำำที่ ๓ ของวรรคที่ ๒ ข. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำำที่ ๑ หรือ ๒ หรือ๓ ของวรรคที่ ๒ ค. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของ วรรคที่ ๒ และ ๓ ง. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของวรรค ที่ ๒
  • 19.
    ๔. กำรสัมผัสระหว่ำงบทของกำพย์ฉบังคือข้อใด ก. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๓ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของ วรรคที่ ๒ ในบทต่อไป ๑๙ ข. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๓ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของ วรรคที่ ๑ ในบทต่อไป ค. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๔ สัมผัสกับคำำสุดท้ำยของ วรรคที่ ๑ ในบทต่อไป ง. คำำสุดท้ำยของวรรคที่ ๔ สัมผัสกับคำำสุดท้ำย ของวรรคที่ ๒ ในบทต่อไป ๕. ข้อใดเป็นแผนผังของกำพย์ฉบัง ก. OOOOOO OOOO OOOOOO ข. OOOOO OOOOOO OOOOO OOOOOO ค. O O O O O O O OO O O O O O O O OOOOOOOO OOOOOOOO 4. OOOO OOOO OOOO OOOO OOOO OOOO OOOO ๖. สิ่งใดทำำให้กำพย์ฉบังมีควำมไพเรำะ ก. คำำครุและคำำลหุ ข. วรรณยุกต์เอก และโท ค. คำำเป็นและคำำตำย ง. สัมผัสสระและสัมผัส อักษร
  • 20.
    ๒๐ ๗. กวีนิยมใช้กำพย์ฉบังในกำรแต่งเกี่ยวกับอะไร ก. แต่งเป็นบทสวดและบทพำกย์โขน ข. ชมสิ่งต่ำง ๆ หรือตอนที่โศกเศร้ำครำ่ำครวญ ค. แต่งร่วมกับโคลงสี่สุภำพหรือฉันท์ประเภทต่ำง ๆ ง. แต่งบทอำเศียรวำทที่ต้องใช้คำำศัพท์สูงในกำรเขียน ๘. กำพย์มีลักษณะคล้ำยกับคำำประพันธ์ประเภทใด ก. กลอน ข. ฉันท์ ค. ร่ำย ง. โคลง ๙. บทประพันธ์ขอใดเป็นกำพย์ฉบัง ้ ก. ไม้เรียวเจียวนะหนู เมือคุณครูสอนไม่ ่ จำำ ไม้เรียวเชียวคอยยำ้ำ เข็มทิศนำำให้หนูดี ข. เบืองหน้ำคือหญิงสำว ้ พลิวอำภรณ์ ้ สีขำวไร้เดียงสำ มีดวงดำววำวใสในแววตำ โปรยปรำย ปรำรถนำเป็นดอกไม้ ค. ไม้ดอกออกช่อล้อใบ กลินหอมเร้ำใจ ่ ชวนให้อมเอิบวิญญำ ิ่ ง. ปำงก่อนเคยร่วมนำ้ำ ใจจิต ไถ่ทำสเปลียนชีวต ่ ิ ปลิดให้ เคยเป็นมิงเมียสนิท ่ หลำยชำติ มำนำ ในชำตินจงได้ ี้ ึ เสพสร้องครองกัน
  • 21.
    ๒๑ ๑๐. ข้อใดเป็นกำพย์ฉบัง ก. วำนรสำำแดงเดชำ หั ก ถ อ น พฤกษำ ถือต่ำงอำวุธยุทธยง ข. สำยัณ ตš—นยำม´ ¸ ÁŒ¨ห์ ะวั­Ÿ ¨Š ¥ ¥c °¨ œ Á¦ ข ณ ะ ข้ ำ ม ทิฆมพร ั เข้ำภำคนภำตอน Á¦ Š µ r¨ ° É Œ Š º „¡¥ ´ ทิศะตกก็รำำไร ค.มัสมันแกงแก้วตำ ่ หอมยี่ ห ร่ ำ รสร้ อ น แรง ชำยใดได้กลืนแกง แรงอยำกให้ ใฝ่ฝนหำ ั ข้ อ เฉลย ง. ๑ ค ลำนอักษรซ่อนหวำนผ่ำนอักษร จิ ต ๒ ก อำวรณ์หลงใหลในรสหวำน ๓ ง ส่งอักษรซ้อนเรียงเพียงจดจำร ๔ ข เกิดกลอน กำนท์กนใจทีไพเรำะ ิ ่ ๕ ก ๖ ง ๗ ก ๘ ค ๙ ง ๑๐ ก ๒๒