มากขึ้นถ้าสถานการณ์เป็นเช่นนี้ “ ยานี้เป็น ชนิด เดีย วเท่า นั้น ที่
จะช่ว ยให้ค ุณ หายไข้ไ ด้ และคุณ เองก็ต ้อ งการที่จ ะหาย
จากอาการไข้น ี้ใ ห้เ ร็ว ที่ส ุด เพราะฉะนั้น คุณ จะต้อ งรับ
ประทานยานี้ ”
Inconsistency
นำาเสนอเหตุผลมามากกว่าหนึ่งอย่าง แต่เป็นไปไม่ได้ที่เหตุผล
เหล่านั้นจะถูกต้องพร้อมๆกันได้ทั้งหมด เพราะเหตุผลมันขัดแย้ง
กัน หรือตรงกันข้ามกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ให้เราทึกทักไปก่อนว่า มี
ข้อความหนึ่งเป็นข้อความที่ถูก และใช้ข้อความนั้นเป็นความจริง
ขั้นพื้นฐาน เพื่อที่จะพิสูจน์ว่า ข้อความอื่นนั้นเป็นเท็จ
เช่น: นาย ก. สูงกว่านาย ข. นาย ข. สูงกว่านาย ค. ในขณะที่
นาย ค. สูงกว่านาย ก.
Denying the Antecedent
เหตุผลหรือหลักฐานที่นำาเสนออาจจะเป็นจริง แต่กระนั้นก็ตามข้อ
สรุปอาจจะไม่เป็นจริงก็ได้ เช่น “ ถ้าคุณรับอิสลาม คุณจะถูกกล่าว
หาว่าเป็นพวกหัวรุนแรง แต่เพราะคุณไม่ได้รับอิสลาม ดังนั้นคุณ
จะไม่ถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกหัวรุนแรง” จะเห็นได้ว่า ไม่จำาเป็น
เลยว่าถ้าไม่ได้รับอิสลามแล้วจะไม่มีสิทธิที่จะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ที่
ก่อการร้าย เขาผู้นั้นที่ไม่รับอิสลาม อาจจะถูกกล่าวหาว่าเป็นพวก
หัวรุนแรงได้อันเนื่องจากสาเหตุอื่นๆ
Examples:
(i)
If you get hit by a car when you are six then you will die
young.
But you were not hit by a car when you were six.
Thus you will not die young.
(Of course, you could be hit by a train at age seven.)
Affirming the Consequent
เหตุผลหรือหลักฐานที่นำาเสนออาจจะเป็นจริง แต่กระนั้นก็ตามข้อ
สรุปอาจจะไม่เป็นจริงก็ได้ เช่น “ ถ้าคุณรับอิสลาม คุณจะถูกกล่าว
หาว่าเป็นพวกหัวรุนแรง เนื่องจากคุณถูกกล่าวหาว่าเป็นพวก
รุนแรง นั่นก็หมายความว่า คุณเข้ารับอิสลาม” จะเห็นได้ว่าการที่
เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกหัวรุนแรง แล้วจะหมายความว่าเขาผู้
8.
นั้นเข้ารับอิสลาม เพราะอาจจะมีสาเหตุอื่นๆที่ทำาให้เข้าผู้นั้นถูก
กล่าวหาว่าเป็นพวกหัวรุนแรง
Division
ทึกทักเอาว่า เนื่องจากถ้ามองโดยรวมแล้วสิ่งนั้นๆมีลักษณะหรือ
คุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด เพราะฉะนั้น รายละเอียดของสิ่งนั้นๆ
จึงจะต้องมีลักษณะหรือคุณสมบัติเช่นนั้นด้วย แต่ในความเป็นจริง
แล้วไม่จำาเป็นเลยว่า ถ้าลักษณะโดยรวมของสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นเช่น
ไร แล้ว รายละเอียดของสิ่งนั้นๆจะต้องมีลักษณะเป็นเช่นนั้นด้วย
เช่น “สมองเป็นสิ่งที่สามารถรับรู้สิ่งต่างๆได้ ดังนั้นเซลล์ประสาทที่
อยู่ในสมองจึงสามารถรับรู้สิ่งต่างๆได้เช่นกัน” แต่ความจริงไม่ใช่
เช่นนั้น เพราะเซลล์ประสาทเป็นสิ่งที่ไร้ความรู้สึก ไม่มีชีวิตไม่
สามารถรับรู้อะไรได้
Examples:
(i) Each brick is three inches high, thus, the brick wall is
three inches high.
Composition
ส่วนหนึ่งจากทั้งหมดมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด จึงทึกทักเอาว่า
ทั้งหมดจึงมีลักษณะเช่นนั้นด้วย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่จำาเป็น
ต้องเป็นเช่นนั้นเลย
Examples:
(i) The brick wall is six feet tall. Thus, the bricks in the wall
are six feet tall.
(ii) Germany is a militant country. Thus, each German is
militant.
(iii) Conventional bombs did more damage in W.W. II than
nuclear bombs. Thus, a conventional bomb is more
dangerous than a nuclear bomb. (From Copi, p. 118)
Straw Man
มองข้ามจุดยืน หรือ เหตุผลที่แท้จริงของอีกฝ่าย และแทนที่จุดยืน
หรือเหตุผลที่แท้จริงนั้นด้วยกับ สิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย หรือสิ่งที่
บิดเบือนไปจากความเป็นจริง หรือทำาให้ผู้อื่นเข้าใจผิดไปว่า
จุดยืน หรือ เหตุผลที่แท้จริงของอีกฝ่ายเป็นเช่นนั้น เช่นนี้ แต่ใน
ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลย ที่ทำาเช่นนี้ก็เพื่อที่จะได้โจมตีฝ่ายตรง
กันข้ามได้อย่างงายดาย
9.
"Senator Jones saysthat we should not fund the attack
submarine program. I disagree entirely. I can't understand
why he wants to leave us defenseless like that."
ไม่จำาเป็นเลยว่า การที่ Senator Jones ไม่ต้องการให้งบประมาณ
กับเรือดำานำ้าโจมตี แล้วจะหมายความว่าเขาต้องการจะให้ประเทศ
นั้นๆ พ่ายแพ้ไม่มีทางสู้ นี่เป็นการสรุปสาเหตุของฝ่ายตรงกันข้าม
เอาเอง ถ้าจะให้ถูกเราจะต้องถาม และให้เขาบอกถึงเหตุผลที่เขา
พูดเช่นนั้นออกมาว่าทำาไม
Bill and Jill are arguing about cleaning out their closets:
Jill: "We should clean out the closets. They are getting a
bit messy."
Bill: "Why, we just went through those closets last year.
Do we have to clean them out everyday?"
Jill: "I never said anything about cleaning them out every
day. You just want too keep all your junk forever, which is
just ridiculous."
ไม่จำาเป็นเลยว่า การที่ Jill บอกให้ Bill ทำาความสะอาดห้องส้วม
แล้วจะหมายความว่า Jill ต้องการให้ทำาความสะอาดห้องส้วมทุก
วัน จะเห็นได้ว่า Bill ได้สรุปสาเหตุที่ Jill บอกให้ Bill ทำาความ
สะอาดห้องส้วมเอาเอง
Irrelevant Conclusion (ignoratio elenchi) เหตุผลที่ให้ไปไม่
ตรงประเด็นในการที่จะใช้เป็นหลักฐานที่จะนำามาใช้สนับสนุนข้อ
อ้างของตนได้ / ดูเหมือนว่าเหตุผลที่ยกมาอ้างนั้น จะไป
สนับสนุนข้อสรุปของตนเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่เกี่ยว
กันเลย หรือมันไม่จำาเป็นต้องเกี่ยวกันเลย
For example, a Christian may begin by saying that he will
argue that the teachings of Christianity are undoubtedly
true. If he then argues at length that Christianity is of great
help to many people, no matter how well he argues he will
not have shown that Christian teachings are true.
Begging the Question (petitio principii)
สมมุติเอาเองว่า บี เป็นจริง จึงเป็นเหตุทำาให้ เอ ถูกต้องไปโดย
ปริยาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต้องไปพิสูจน์กันก่อนว่า บีเป็น
ความจริงหรือไม่
Bill: "God must exist." พระเจ้ามีจริงอย่างแน่นอน
Jill: "How do you know." คุณรู้ได้อย่างไร
เอ ไม่ได้เป็นสาเหตุทำาให้เกิด บีแต่กลับกัน บีต่างหากที่ทำาให้เกิด
เอ ขึน
้
Examples:
(i) Cancer causes smoking.
(ii) The increase in AIDS was caused by more sex
education. (In fact, the increase in sex education was
caused by the spread of AIDS.) การใช้ถุงยาง กับ โรคเอดส์
Genuine but Insignificant Cause
เอ เป็นสาเหตุทำาให้ บี เกิดขึ้นจริง แต่ เอมีส่วนน้อยมากที่ทำาให้
เกิด บีขึ้น แต่จะต้องไปหากันว่า แล้วอะไรเป็นตัวการหลักที่ทำาให้
เกิด บีขึ้น
Examples:
(i) Smoking is causing air pollution in Edmonton. (True,
but the effect of smoking is insignificant compared to the
effect of auto exhaust.)
Joint Effect
ทึกทักเอาว่าที่ เกิด เอ ขึ้นก็เพราะ บี เป็นสาเหตุทำาให้ เอ เกิดขึ้น
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้ง เอ และ บี เกิดขึ้นมาโดยมี ซี เป็น
สาเหตุหลัก
Examples:
(i) We are experiencing high unemployment which is being
caused by a low consumer demand. (In fact, both may be
caused by high interest rates.)
Coincidental Correlation (post hoc ergo propter hoc)
ไม่จำาเป็นต้องเป็นสาเหตุทำาให้เกิดสิ่งนั้นๆขึ้น ถึงแม้ว่าดูผิวเผิน
แล้วเหมือนจะใช่สาเหตุ
Examples:
(i) Immigration to Alberta from Ontario increased. Soon
after, the welfare rolls increased. Therefore, the increased
immigration caused the increased welfare rolls.
Converse Accident
นำาเอากฎข้อยกเว้นมาใช้ ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้วต้องใช้กฎ
เกณฑ์โดยทั่วไป
12.
Examples:
(i) Because weallow terminally ill patients to use heroin,
we should allow everyone to use heroin. คือโดยทั่วไปแล้ว
เฮโรอินเป็นสิ่งที่ไม่อนุญาต แต่ก็อาจจะอนุญาตในบางกรณีเท่านั้น
ไม่ใช่เพราะการที่มีคนหนึ่งสามารถใช้เฮโรอินได้แล้วจะ
หมายความว่า ทุกคนก็สามารถใช้ได้ด้วย
Accident
ในความเป็นแล้วจะต้องใช้กฎข้อยกเว้น แต่กลับนำากฏเกณฑ์โดย
ทั่วไปมาใช้
Examples:
(i) The law says that you should not travel faster than 50
kph. Thus, even though your father could not breathe, you
should not have travelled faster than 50 kph.
โดยปรกติไม่อนุญาตให้ขับเร็วเกิน 50 ก.ม. ต่อชั่วโมง แต่ก็อาจจะ
มีข้อยกเว้น ไม่ใช่จะไม่อนุญาตให้ขับเร็วเกิน 50 ก.ม. ต่อชั่วโมง
ทุกสถานการณ์
Fallacy of Exclusion
หลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใดขาดหายไป ซึ่งยังผลทำาให้ได้ข้อสรุป
อีกอย่างหนึ่ง แต่ถ้านำาหลักฐานที่ขาดหายไปมาแล้ว ก็จะทำาให้ข้อ
สรุปเปลี่ยนไปจากเดิมในทันที
The requirement that all relevant information be included
is called the "principle of total evidence".
Slothful Induction
ไม่ยอมรับผลหรือข้อสรุปที่มีหลักฐานพอเพียงมาสนับสนุน และ
กล่าวในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับผลสรุปนั้น
Examples:
(i) Hugo has had twelve accidents in the last six months,
yet he insists that it is just a coincidence and not his fault.
(Inductively, the evidence is overwhelming that it is his
fault. This example borrowed from Barker, p. 189)
False Analogy
เปรียบเทียบว่า ก. และ ข. ว่ามีสิ่งที่คล้ายคลึงกัน แต่เมื่อวิเคราะห์ดู
เลือกเข้าข้างฝ่ายไหน?.... ( หรือสองประเทศกำาลังรบกัน หรือเรื่อ
งอื่นๆ)
โลจิคข้อนี้ต่างกับคำาพูดที่ว่า “ อย่าขับรถฝ่าไฟแดงน่ะ เพราะคุณ
จะถูกตำารวจจับ” ซึ่งสามารถใช้เป็นข้ออ้างได้ เพราะเราพิสูจน์รู้
แล้วว่า ข้อความที่ว่า “ เพราะคุณจะถูกตำารวจจับ” เป็นข้อความที่
สามารถพิสูจน์ให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ และการขับรถฝ่าไฟแดง
โดยตัวของมันก็เป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย
Example:
(i) You can't agree that evolution is true, because if it
were, then we would be no better than monkeys and apes.
(ii) You must believe in God, for otherwise life would have
no meaning. (Perhaps, but it is equally possible that since
life has no meaning that God does not exist.) ชี้แจง: เราไม่
ได้เชื่อในพระเจ้า เพราะกลัวว่าชีวิตในโลกนี้จะไร้เป้าหมาย แต่
เราเชื่อในพระเจ้าเพราะเราสามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักฐานอื่นๆที่
เชื่อถือได้ แต่ความรู้สึกว่าชีวิตมีเป้าหมาย มีจุดมุ่งหมายเป็น
ผลพลอยได้จากการเชื่อในพระเจ้า
Appeal to Pity (argumentum ad misercordiam)
ใช้ความน่าสงสาร หรือความน่าเห็นอกเห็นใจ มาเป็นเหตุผลให้
ผู้คนเชื่อในสิ่งที่ตนเองนำาเสนอ เช่น นาย หนึ่ง กับ นาย สอง
โต้วาทีกัน ผลที่ปรากฏออกมาก็คือ นาย สอง โต้นายหนึ่งไม่ได้
เลย แต่นายสองก็กล่าวกับ ผู้ฟังว่า “ วันนี้ทั้งๆที่ผมป่วยมาก แต่ผม
ก็ยังมาโต้วาที แต่สงสัยว่านายหนึ่งคงไม่ทราบว่าผมป่วยกระมั่ง ”
จะเห็นได้ว่า ถึงแม้ว่านายสองจะป่วยก็ตาม แต่นั้นก็มิได้เป็น
เหตุผลทำาให้ผู้ฟังต้องเชื่อในสิ่งที่นายสองได้นำาเสนอ หรือ ไปหัก
ล้างเหตุผล หรือหลักฐานของนายหนึ่งได้
มีในบางกรณีเราจะต้องใช้วิจารณญาณของเราเองในการตัดสิน
เนื่องจากความไม่ชัดเจน เช่น นักเรียนได้รับมอบหมายจาก
อาจารย์ให้ทำางานชิ้นหนึ่ง ให้เวลา 3 เดือน 3 เดือนได้ผ่านไป
โดยที่นักเรียนคนนั้นทำางานยังไม่เสร็จเลย พอเจออาจารย์ก็พูดกับ
อาจารย์ว่า “ อาจารย์ครับ ผมป่วยเข้าโรงพยาบาล เมื่อสัปดาห์ที่
แล้วจึงยังทำางานไม่เสร็จ”
Appeal to Force (argumentum ad baculum)
16.
ใช้ผลร้ายที่จะตามมา มาเป็นเหตุผลทำาให้คนใดคนหนึ่งเชื่อในสิ่ง
ที่ตนเองได้นำาเสนอ
Examples:
(i) Youhad better agree that the new company policy is
the best bet if you expect to keep your job.
Complex Question
คนๆหนึ่งนำาเสนอสิ่งสองสิ่งดูคล้ายกับว่าเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน หรือ
เป็นประเด็นเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสองไม่จำาเป็นต้อง
เกี่ยวข้องหรือเป็นเรื่องเดียวกันเสมอไป โดยที่คนๆนั้นต้องการให้
คุณ ยอมรับทั้งสองพร้อมๆกัน หรือ ไม่ก็ปฏิเสธทั้งสองพร้อมๆกัน
ซึ่งความจริงแล้วไม่จำาเป็นต้องเป็นเช่นนั้นเลย หรือ คนๆหนึ่งพูด
หรือถามคำาถามโดยทึกทักเอาเองว่า ผู้ที่ถูกถามนั้น มีทั้งสองสิ่ง
พร้อมๆกัน
Examples:
(i) You should support home education and the God-given
right of parents to raise their children according to their
own beliefs.
Slippery Slope
คนๆหนึ่งต้องการที่จะปฏิเสธสิ่งหนึ่งสิ่งใด หรือ ห้ามไม่ให้ใครทำา
สิ่งหนึ่งสิ่งใด โดยใช้ผลเสียของสิ่งนั้นๆที่จะตามมาเป็นเหตุผล
สนับสนุนจุดยืนของตนเอง แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่จำาเป็นเลย
ว่าจะต้องมีผลเสียติดตามมา
Examples:
(i) If we pass laws against fully-automatic weapons, then it
won't be long before we pass laws on all weapons, and
then we will begin to restrict other rights, and finally we will
end up living in a communist state. Thus, we should not
ban fully-automatic weapons.
Argument From Ignorance (argumentum ad ignorantiam)
ทึกทักเอาเองว่าเหตุผลหรือข้ออ้างทั้งหลายนั้น ถ้าไม่เป็นจริง ก็
ต้องเป็นเท็จ หรือ ถ้าไม่เท็จ ก็ตองเป็นจริง ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง
้
แต่ในความเป็นจริงไม่จำาเป็นต้องเป็นเช่นนั้น
As Davis writes, "Lack of proof is not proof." (p. 59)
There are 32books on the top-shelf of the bookcase, and
12 on the lower shelf of the bookcase. There are no books
anywhere else in my bookcase. Therefore, there are 44
books in the bookcase.
An inductive argument เป็นการให้เหตุผลที่มีข้อเสนอที่ได้ข้อ
สรุปที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นความจริง โดยประเภทนี้จะมีการ
ให้ข้อนำาเสนอที่มีนำ้าหนักมาก จนกระทั่งว่าถ้าข้อเสนอเป็นสิ่งที่ถูก
ต้องแล้ว ไม่น่าจะเป็นไปได้ว่าข้อสรุปจะผิดพลาด
It has snowed in Massachusetts every December in
recorded history.
Therefore, it will snow in Massachusetts this coming
December. ( ไม่มีอะไรมายืนยันได้ 100 % ว่าหิมะจะตกใน
เดือนธันวาคมที่จะมาถึง พูดได้แต่ว่า มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็น
เช่นนั้น)
- ข้อสรุปไม่จำาเป็นจะต้องอยู่ท้ายประโยคเสมอไป อาจจะอยู่หน้า
สุด หรือกลางประโยคก็ได้
- ( arguments คือ คำาพูดที่เราใช้เพื่อพยายามทำาให้ใครคนใดคน
หนึ่งมั่นใจ ต่อบางสิ่งที่เรากำาลังนำาเสนอต่อเขา หรืออาจจะกล่าว
อีกนัยหนึ่งก็คือ arguments คือ เหตุผลต่างๆที่ถูกนำาเสนอเพื่อให้
เกิดการยอมรับในข้อสรุปบางอย่าง)
- ( แต่ เราจะต้องแยกแยะให้ออกระหว่าง คำาที่กล่าวขึ้นมาลอยๆ
เพื่อยืนยัน หรือ บอกกล่าวสิ่งหนึ่งสิ่งใด กับ คำาที่กล่าวออกมาเพื่อ
พยายามทำาให้ใครคนใดคนหนึ่งมั่นใจ ต่อบางสิ่งที่เรากำาลังนำา
เสนอต่อเขา )
- ( ไม่เสมอไปที่เหตุผลที่คนๆหนึ่งให้ออกมาเพื่อให้ผู้อื่นเชื่อในข้อ
สรุปของตนเอง จะไปสนับสนุนข้อสรุปของคนๆนั้น )
- ( สิ่งที่นำาเสนออาจจะเป็นความจริง แต่กระนั้นก็ตาม ไม่เป็น
เหตุผลเสมอไปที่จะได้ข้อสรุปเช่นนั้นเช่นนี้ออกมา) ( แต่หลายๆ
กรณีที่ ถ้าสิ่งที่นำาเสนอเป็นเช่นนั้นเช่นนี้แล้ว ข้อสรุปที่ได้ออกมาก็
จะต้องเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ด้วย )
- ( อีกอย่างก็คือ เราจะต้อง แยกแยะให้ออกระหว่าง สิ่งที่เรียกว่า
argument และ explanation เพราะถ้าทุกคนที่อยู่ในที่นั้นเห็น
ด้วยกับข้อสรุปนั้นแล้ว เหตุผลที่ให้ออกไปจะถูกเรียกว่า เป็นคำา
อธิบายต่อสิ่งนั้นๆ )
19.
- All popesreside at the Vatican.
John Paul II resides at the Vatican.
Therefore, John Paul II is a pope. ( ตรงนี้ถ้าจะจี้ให้เกิด
ความชัดเจนแล้ว เราจะต้องถามว่า เฉพาะโป๊ปอย่างเดียวเท่านั้น
ใช่ไหมที่อยู่ในวาทิกัน คนอื่นที่ไม่ใช่โป๊ปไม่มีเลยใช่ไหม )
Arguments with this form are invalid. This is easy to see
with the first example. The second example may seem like
a good argument because the premises and the
conclusion are all true, but note that the conclusion's truth
isn't guaranteed by the premises' truth.
( ไม่จำาเป็นเลยว่า ถ้าข้อเสนอเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือเป็นความจริง
แล้ว จะบังคับให้ข้อสรุปเป็นจริงไปด้วยโดยไม่มีทางเป็นอย่างอื่น
ไปได้ บางทีข้อสรุปที่ได้ออกมาอาจจะไม่เป็นจริงก็ได้อย่างเช่นใน
กรณีนี้ )
- เลือกที่จะโจมตีที่ตัวบุคคล โดยละเลยที่จะหักล้างหลักฐาน หรือ
เหตุผลที่เขาผู้นั้นได้นำาเสนอ
- พยายามทำาให้ฝ่ายตรงกันข้ามโกรธ ด้วยวิธหนึ่งวิธีใด หรือ
ี
แสดงอาการที่เสียมารยาทใส่ วิธีที่ดีที่จะจัดการกับสภาพเช่นนี้ก็
คือ ให้แสดงอาการขบขันต่อสิ่งๆนั้นแบบพอควร และ อยู่ในอาการ
สงบมากกว่าที่จะแสดงอาการโกรธออกมา
- มุ่งโจมตีในจุดๆหนึ่งของฝ่ายตรงกันข้าม ที่สามารถบิดเบือนให้ดู
เกินความจริงไปได้
- การที่มีผู้รู้สองกลุ่มขัดแย้งกันในประเด็นหนึ่งประเด็นใด แล้วไป
เหมาว่า พวกเขาไม่มีความรู้ในเรื่องนั้นๆโดยรวม...ซึ่งในความ
เป็นจริงแล้วไม่จำาเป็นต้องเป็นเช่นนั้น เช่น นักประวัติศาสตร์ 2
กลุ่ม ขัดแย้งกันว่า ฮิตเลอร์ ฆ่ายิวไปกี่คน กลุ่มที่ 1 บอกว่า 6 ล้าน
คน ส่วนกลุ่มที่ 2 บอก 5 ล้านคน... เพราะฉะนั้นจึงสรุปเหมารวม
เอาว่า ทั้งสองกลุ่มไม่รู้จริงในเรื่อง เหตุการณ์นี้...ซึ่งจริงๆแล้วทั้ง
สองกลุ่มรู้ดีในเหตุการณ์นี้ เพียงแต่ขัดแย้งกันในรายละเอียดบาง
อย่างเท่านั้น...
- เอาผลเสียที่จะเกิดขึ้นในประด็น หรือกรณีหนึ่งกรณีใด มาเป็น
ตัววางเงื่อนไขบังคับให้เกิดสิ่งหนึ่งๆขึ้น ทั้งๆที่ในความเป็นจริง
เราเห็น ว่า เหตุผลที่เ ขาให้ม านั้น สามารถหัก ล้า งได้ ถ้า เรา
รู้ว ่า เหตุผ ลที่เ ขาให้ม านั้น เป็น การให้เ หตุผ ลที่ผ ิด ก็ใ ห้เ รา
ชี้ว ่า ผิด เพราะอะไร ยกตัว อย่า งให้เ ห็น ภาพที่
- ในการเปรียบเทียบเราจะต้องดูว่า สิ่งสองสิ่งที่นำามาเปรียบเทียบ
กันนั้นมีจุดที่แตกต่างกันที่มีผลทำาให้การเปรียบเทียบนั้นใช้ไม่ได้
หรือไม่ ( having critical points of difference )
- การที่จะสรุปเอาว่า เหตุการณ์ A เป็นเหตุทำาให้เกิด เหตุการณ์ B
ตามมานั้น เราจะต้องมีหลักฐานที่จะใช้ยืนยันได้ว่า เหตุการณ์ B
จะไม่เกิดขึ้นถ้า เหตุการณ์ A ไม่เกิดขึ้นก่อน และ เหตุการณ์ B จะ
เกิดขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อเกิดเหตุการณ์ A ขึ้นก่อน
- เมื่อเกิดความไม่ชัดเจนจากฝ่ายตรงข้าม ให้เราถามไปว่า ที่พูด
เช่นนั้นออกมานั้นต้องการจะพิสูจน์อะไร
- สิ่งใดก็แล้วแต่ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นด้วย สิ่งนั้นสามารถใช้เป็นหลัก
ฐานในการพูดคุยในเรื่องนั้นๆได้ ซึ่งอาจจะใช้เป็นหลักฐานกับ
ประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นไม่ตรงกัน
- ในการสนทนาที่ดี เราจะต้องจับข้อความของอีกฝ่ายที่เป็นข้อ
อ้างให้ได้ ทั้งนี้ ถ้าเราปล่อยไปก็จะเท่ากับว่าเรายอมรับข้ออ้างนั้น
โดยที่อีกฝ่ายสามารถใช้ข้ออ้างนั้นๆเป็นหลักฐานเสียเองในการ
พิสูจน์ประเด็นปลีกย่อยในเรื่องที่กำาลังพูดกันอยู่ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้จะ
ทำาให้เกิดความสับสน และไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการสนทนา
อีกทั้งสิ่งที่เขาพูดอ้างออกมานั้น มีกี่ข้ออ้าง เพราะบางคนพูดอะไร
บางอย่างออกมาโดยคิดว่า สิ่งนั้นๆเป็นหลักฐานที่จะสนับสนุน
ข้อความแรก แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่เขาพูดออกมาแล้วคิด
ว่า สิ่งนั้นๆเป็นหลักฐานที่จะสนันสนุน ข้อความแรกนั้น ก็เป็นข้อ
อ้างอีกอันหนึ่งที่ต้องการหลักฐานมาสนับสนุนตัวมันเองด้วย (
เช่น The US federal government should cut the income tax
rate to stimulate the economy. จะเห็นว่าในความเป็นจริงแล้ว
ประโยคนี้ มีข้ออ้าง 2 ข้อด้วยกัน ซึ่งก็ต้องการเหตุผลหรือหลัก
ฐานมาสนับสนุนตัวเองทั้งคู่ ซึ่งข้ออ้างแรกก็คือ “ The US federal
government should cut the income tax rate. ข้ออ้างที่สองก็
คือ “ Cutting the income tax rate will stimulate the
economy. ซึ่งจะต้องถกกันที่ละประเด็นข้ออ้างแยกกัน)
- ถ้าเราต้องการที่จะอ้างอะไรสักอย่าง ประการแรกเลยเราจะต้อง
กล่าวข้ออ้างนั้นๆออกมาให้ชัดเจน และจะต้องเป็นข้ออ้างหลักด้วย
- เราจะต้องตั้งหัวข้อการสนทนาที่ ผู้คนไม่เห็นด้วยในสิ่งที่เรา
กำาลังจะนำาเสนอ ถ้าทุกคนเห็นด้วยกับสิ่งที่เรากำาลังจะนำาเสนอแล้ว
28.
จะมีประโยชน์อะไร ที่จะชักชวนคนอื่นให้เชื่อเหมือนเรา เพราะ
เขาก็เชื่อเช่นนั้นอยู่แล้วหรือเราอาจจะนำาเสนอหัวข้อที่คนทั้ง
หลายยังอยู่กลางๆ คือ ยังไม่เชื่อ แต่ก็ยังไม่ปฏิเสธ เช่น “ อิสลาม
เป็นศาสนาแห่งการก่อการร้ายจริงหรือไม่” “ อิสลาม กดขี่สิทธิ
สตรีจริงหรือไม่”
- อีกอย่างคือ เราจะต้อง รู้ด้วยว่า ผู้ที่จะฟังเรานำาเสนอสิ่งหนึ่งสิ่ง
ใดนั้น เข้าใจประเด็นนั้นๆดีมากน้อยแค่ไหน มีความรู้พื้นฐานเกี่ยว
กับเรื่องนั้นๆมากน้อยแค่ไหน ความรู้ของเขาพอเพียงหรือไม่ ที่จะ
ใช้เป็นเครื่องตัดสินใจหลังจากที่ได้รับฟังสิ่งที่เราได้นำาเสนอ รวม
ถึงผู้ฟังรู้ถึงที่มาที่ไปของความขัดแย้งในเรื่องนั้นๆหรือไม่
- เหตุผลที่จะนำามาใช้สนับสนุนข้ออ้างนั้นจะต้องอยู่ในประเด็น
เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ ไม่ใช่นำาสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องมาปนกันทำาให้
ประเด็นขุ่นมัว สับสน
- ข้อระวังเมื่อมีใครยกหลักฐานอ้างอิง 1. ตัดคำาบางคำาออกไปจาก
หลักฐานที่ยกมาเพื่อทำาให้หลักฐานนั้นมองดูแล้วไปสนับสนุนข้อ
อ้างของตนเอง แต่ในความเป็นจริงอาจจะไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ;
2. แยกแยะไม่ออกว่าหลักฐานอย่างไหนเป็น primary sources
และหลักฐานอย่างไหนเป็น secondary sources. sources. The
primary source is the source in which the evidence first
appeared. Eyewitness accounts; original documents; and
transcripts of speeches as originally delivered are
examples of primary sources. Secondary sources are
sources that compile, analyze, or summarize primary
sources. Secondary sources often provide an
interpretation or a restatement of what was originally said.
3. ไม่นำาเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจากแหล่งอ้างอิงของหลัก
ฐานที่ได้ยกไป
- - วิธีที่จะทำาให้เราไม่ตกอยู่ใน non sequitor fallacy ( “ it does
not follow” เหตุผลหรือหลักฐานที่ยกมานั้น ถ้าสังเกตและ
วิเคราะห์ดูให้ดี ไม่ได้ไปสนับสุนนข้ออ้างเลย) is to ask “ what
kind of evidence would be needed to support this claim?
and “ Does this evidence qualify?” ตัวอย่างของ non
sequitor fallacy : “ The United States is the only
industrialized country in the world where teenage
pregnancy is increasing. The Guttamachur study found
that the U.S. pregnancy rate is twice that of Canada,
29.
England, or France,and seven times that of the
Natherlands.”
- ในการเปรียบเทียบ จะต้องดูว่า 1. สิ่งสองสิ่งที่นำามาเปรียบเทียบ
กันนั้นอยู่ในประเภทเดียวกัน รวมทั้งมี สิ่งเหมือนกันที่เป็นส่วน
สำาคัญ ( sharing significant similarities relevant to the
conclusion drawn by the arguer ) ; 2 . Quantity: จำานวนสิ่งที่
เหมือนกันของทั้งสองสิ่งพอเพียงหรือไม่ที่จะนำามาสนับสนุนขอ
เปรียบเทียบนั้น 3. จะต้องไม่มีส่วนแตกต่างที่เป็นผลทำาให้การ
เปรียบเทียบนั้นใช้ไม่ได้
- ( เช่นถ้าจะเปรียบเทียบการ์ตูน ก็จะต้องเป็นการ์ตูนชนิดเดียวกัน
เช่น สำาหรับเด็กอายุตั้งแต่ เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่) . Second, a
sufficient number of examples has to be cited ( สมมุติมี
การ์ตูนอยู่ 30 เรื่อง ก็จะต้องยกตัวอย่างให้มากพอที่จะสรุปได้ว่า
เรื่องอื่นๆก็คงจะมีลักษณะอย่างนั้นอย่างนี้ด้วย ไม่ใช่ มีการ์ตูนอยู่
30 เรื่อง แต่ยกมาแค่ 7 เรื่อง). Third, the existence of
counterexamples provides the test of opposition to both
generalization and argument from example ( ดูว่ามีตัวอย่า
งอื่นๆในเรื่องเดียวกันที่ค้านกับตัวอย่างที่เรายกมาเปรียบเทียบ
หรือไม่ เพราะถ้ามีสิ่งที่ค้านกันแล้วจะยังผลทำาให้การเปรียบเทียบ
นั้นไร้ผล ) .
-อีกตัวอย่างก็คือ The merchants downtown are beginning to
close early and have installed iron grillwork on their
windows. Crime must be becoming a serious problem in
the community. แต่เราจะต้องดูด้วยว่า One might see
occasional grillwork on a building in an area because it is
used for decoration, not for protection. นั้นคือ ทึกทักเอาเอง
ก่อนว่า ที่เขาใส่เหล็กดัดที่หน้าต่างก็เพราะมีขโมยมาก แต่ถ้าเป็น
ที่รู้กันว่า การติดเหล็กดัดที่หน้าต่างจะมีขึ้นในกรณีที่มีขโมยมาก
เท่านั้น หรือเป็นเครื่องหมายบ่งบอกเลยว่ามีขโมยมาก ถ้าเป็นเช่น
นี้จริง ตัวอย่างที่ยกมาก็ถือว่าถูกต้องและใช้ได้
Countersigns ก็คือ สิ่งที่จะไปหักล้างข้อสรุปนั้นๆ เช่น จาก
ตัวอย่างข้างต้น ถ้าพิสูจน์ได้ว่า แม้แต่เมืองที่เขาแทบไม่มีขโมย
เขาก็ติดเหล็กดัดกัน เพราะฉะนั้นการติดเหล็กดัดจึงไม่สามารถใช้
เป็นเครื่องหมายยืนยันถึงการมีขโมยมากได้ ( หลักฐานจำาเป็นที่
บ่งชี้ถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง กับ หลักฐานที่ไม่จำาเป็นที่จะบ่งชี้ถึงสิ่งหนึ่งสิ่ง
ใด )
30.
- แต่ในบางกรณี ไม่เป็นที่ชัดเจนว่าฝ่ายใดต้องนำาเสนอหลักฐาน
กันแน่ ในสถานการณ์เช่นนี้ ฝ่ายที่ไม่ยืนยันในความเห็นหนึ่ง
ความเห็นใดเป็นการเฉพาะไม่ต้องนำาเสนอหลักฐาน แต่ฝ่ายที่จะ
ต้องนำาเสนอหลักฐานก็คือ ฝ่ายที่ ยืนยันในจุดยืนหนึ่งจุดยืนใดที่
แน่นอน
- ในขณะที่เกิดการถกเถียงกัน และฝ่ายหนึ่งต้องการ พิสูจน์ว่า สิ่ง
ที่ตัวเองกำาลังนำาเสนออยู่นั้นเป็นฝ่ายที่ถูกต้อง เมื่อเป็นเช่นนี้ ให้
เราวิเคราะห์ดูก่อนว่า เรื่องหรือประเด็นที่กำาลังถกเถียงกันอยู่นั้น
อยู่ในประเภทไหนระหว่าง 1. Value claim หรือ 2. Policy claim
หรือ 3. Fact claims ถ้าอยู่ในประเภท Value claim อันนี้หาข้อ
ยุติยากหน่อย หรืออาจจะไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นทางที่ดี ให้บอก
ไปว่า สิ่งที่เรากำาลังเถียงกันอยู่นี้ อยู่ในประเภท Value claim
เพราะฉะนั้น เราให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพราะจะหาอะไรมาเป็น
หลักฐานตายตัวอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้
Claim บางอย่างเป็นการอ้างอิงหลักฐานที่ตายตัวซึ่งสามารถ
ตรวจสอบความถูกต้องได้ เพราะมีความเป็นรูปธรรม ในขณะที่ข้อ
อ้างบางอย่างเกี่ยวกับความคิดเห็น หรือทัศนะคติส่วนตัว ซึ่งอาจจะ
ไม่มีหลักฐานอะไรเป็นรูปธรรมที่มีให้เราพิสูจน์หรือตรวจสอบกัน
ได้
Five Categories of Claims
Argumentative essays are based on a claim, which almost
always falls into one of the five following categories.
1. Claims of fact. Is it real? Is it a fact? Did it really
happen? Is it true? Does it exist?
Examples: Global warming is occurring. Women are just
as effective as men in combat. Affirmative action
undermines individual achievement. Immigrants are taking
away jobs from Americans who need work.
2. Claims of definition. What is it? What is it like? How
should it be classified? How can it be defined? How do we
interpret it? Does its meaning shift in particular contexts?
Examples: Alcoholism is a disease, not a vice. We need to
31.
define the termfamily before we can talk about family
values. Date rape is a violent crime. The death penalty
constitutes "cruel and unusual punishment."
3. Claims of cause. How did this happen? What caused it?
What led up to this? What are its effects? What will this
produce?
Examples: The introduction of the computer into university
writing classes has enhanced student writing ability. The
popularity of the Internet has led to a rise in plagiarism
amongst students. The economic boom of the 1990s was
due in large part to the skillful leadership of the executive
branch.
4. Claims of value. Is it good or bad? Beneficial or
harmful? Moral or immoral? Who says so? What do these
people value? What value system will be used to judge?
Examples: Doctor-assisted suicide is immoral. Violent
computer games are detrimental to children’s social
development. The Simpsons is not a bad show for young
people to watch. Dancing is good, clean fun.
5. Claims of policy. What should we do? How are we to
act? What policy should we take? What course of action
should we take to solve this problem?
Examples: We should spend less on the prison systems
and more on early intervention programs. Welfare
programs should not be dismantled. The state of
Oklahoma ought to begin to issue vouchers for parents to
use to fund their children’s education. Every person in the
United States should have access to federally-funded
health insurance.
Adapted from Nancy Wood’s Perspectives on Argument,
2nd ed. (pp.161-72)
- หลายครั้งด้วยกัน ที่เราต้องชัดเจนในคำานิยามเสียก่อน ถึงจะถก
ลงลึกรายละเอียดกันต่อไปได้ รวมถึงมาตรฐานที่จะมาตัดสินใน
สิ่งนั้นๆที่ไม่มีกฏเกณฑ์อะไรตายตัว
- วิธีโต้ :