SlideShare a Scribd company logo
ผลงานชิ้น นี้ คือ ความพยายามเพีย งกระผีก เดีย ว
                          ของผู้
 ไม่ญ ิฮ าดเยี่ย งข้า พเจ้า ในการที่จ ะช่ว ยแบ่ง เบา
                          ความ
ยากลำา บากที่พ ี่น ้อ งมุญ าฮิด ีน ได้ต รากตรำา ทนทุก ข์
                           เพื่อ
            พวกเราปวงอุม มะฮฺอ ิส ลาม
                    ชัร ฟุด ดีน อามิล ี
“ถ้า หากการต่อ สู้ก ับ บุค คลซึ่ง สัง หารมุส ลิม
    ของเราคือ การก่อ การร้า ย ก็ข อให้
  ประวัต ิศ าสตร์จ งเป็น พยานว่า เราคือ ผู้
               ก่อ การร้า ย”

          ชัย คฺ อุซ ามะฮฺ บิน ลาดิน




             ‫بسم ا الرحمن الرحيم‬
‫الحمد لله الذي رفع درجات المتقين, ونصب رايات التمييز‬
                       ‫,لصاب اليقين‬
      ‫وخفض مقام الملحدين, واصلة والسلم على سيد‬
 ‫المرسلين, سيدنا محمد المعرب عن أحوال الدين, وعلى آله‬
           ‫...........وصحبه وسائر المسلمين أمابعد‬

  ‫من ٱلمؤمنين رجال صدقوا ما عاهدوا ٱلله عليه فمنهم من‬
   ّ ْ ُ ْ ِ َ ‫ّ لٱ َ ْ ُ ْ ِ ِ لٱ َ ِ لٱ َ ٌ لٱ َ لٱ َ ُ ْ لٱ َ لٱ َ لٱ َ ُ ْ ّ لٱ َ لٱ َ لٱ َ ْ ِ لٱ‬
          ً ‫قضى نحبه ومنهم من ينتظر وما بدلوا تبديل‬
                 ِ ْ َ ‫لٱ َ لٱ َ ٰ لٱ َ ْ لٱ َ ُ لٱ َ ِ ْ ُ ْ ّ لٱ َ لٱ َ ِ ُ لٱ َ لٱ َ لٱ َ ّ ُ ْ لٱ‬
ในหมู่ผู้ศรัทธามีบุรุษผู้มีสัจจะต่อสิ่งที่พวกเขาได้สัญญาต่ออัลลอฮฺ
เอาไว้ ดังนั้นในหมู่พวกเขามีผู้ปฏิบัติตามสัญญาของเขา และใน
   หมู่พวกเขามีผู้ที่ยังคอย (การตายชะฮีด) และพวกเขามิได้
                      เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
                          (อัลอะหฺซาบ:23)


‫يا أ لٱ َيها ٱلذين آمنوا ٱتقوا ٱلله وٱبتغوۤا إ ِليه ٱلوسيلة وجاهدوا في‬
 ِ ْ ُ ِ َ ‫لٱ َ ّ لٱ َ ّ ِ لٱ َ لٱ َ ُ ْ ّ ُ ْ ّ لٱ َ لٱ َ ْ لٱ َ ُ ْ لٱ َ ِ ْ لٱ َ ِ لٱ َ لٱ َ لٱ َ لٱ‬
                                     َ ‫لٱ َ ِ ِ ِ لٱ َ لٱ َ ّ ُ ْ ُ ْ ِ ُ لٱ‬
                                         ‫سبيله لعلكم تفلحون‬
ผูศรัทธาทั้งหลาย ! พึงยำาเกรงอัลลอฮ์เถิด และจงแสวงหาสื่่อไปสู่
  ้
    พระองค์ และจงต่อสู้และเสียสละในทางของอัลลอฮ์เถิด เพื่อว่า
                  พวกเจ้าจะได้รับความสำาเร็จ
                        (อัล-มาอิดะฮฺ: 35)

      เมื่อหลายวันก่อนในขณะที่ผู้เขียนกำาลังนั่งรับประทาน
อาหารกลางวันอยู่ในร้านค้าแห่งหนึ่งในตัวเมือง ปัตตานี ทันใด
นั้นเองก็ปรากฏเด็กวัยรุ่น “มลายู” ก๊กหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน
อาหาร
พร้อมทำาการสั่งอาหารรับประทานตามปกติวิสัย ผู้เขียนสังเกตเห็น
พบว่าในหมู่เด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้มีผู้
หนึ่งสวมใส่เสื้อยืดสีดำาสกรีนรูปถ่ายอมตะของ เออเนสโต หรือ “เช
กูวาร่า” นักต่อสู้เพื่อไพร่ชนผู้ถูก
กดขี่ชาวอเจนตินา
      หลังจากเด็กกลุ่มนี้รับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยพวกเขา
ก็เดินจำ้าอ้าวออกจากร้านมุ่งหน้าเข้าสู่ตู้เพลงคาราโอเกะตาม
ธรรมเนียมนิยมของเด็กวัยรุ่นมลายูที่พวกเราสามารถพบเห็นกัน
ได้เกลื่อนทั่วไปตามพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทันใดนั้น
ในห้วงสำานึกก็ก่อเค้าคำาถามขึ้นมา
ว่า ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ภาพของเชกูวาร่าซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่ง
การต่อสู้ของค่ายโลกสังคมนิยมจะสามารถเดินเหินเข้าไปในตู้
เพลงร้านคาราโอเกะซึ่งเป็นสถานบันเทิงเริงรมอันโสมมของผู้
ประสงค์กระทำาชั่ว (75:5) ซึ่งลัทธิทุนนิยมเสรีประชาธิปไตยได้ให้
กำาเนิดขึ้นมาเพื่อล้างผลาญสตางค์อันน้อยนิดที่มีอยู่มือกำามือของ
เยาวชนมุสลิมไปเสียได้ ภาพของเชกุวาร่าที่ใครหลายๆคนยึดมั่น
เป็นแรงบันดาลใจเพื่อการต่อสู้กับลัทธิทุนนิยมสามารถแปลง
สถานะไปเป็นเครื่องหมายทางการค้าแห่งความ “เท่ห์” ในคราบ
นักปฏิวัติที่จำาหน่ายดีเป็นเทนำ้าเทท่าจากกระบวยกลของลัทธิ
ทุนนิยม คล้ายจะตอกยำ้าคำาพูดของท่านผู้ใดสักคนที่ว่า เชกูวาร่า
ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อต้านทุนนิยม และเช่นกัน เชกูวาร่า ผู้
เป็นสัญลักษณ์แห่งสินค้า “ฟุ้งเฟ้อ” ของโลกทุนนิยมที่ทำารายได้
มหาศาลถล่มทลายจากรูปภาพของเขาที่ปรากฏอยู่บนเสื้อยืดสุดโก้
และสติ๊กเกอร์ติดตามยานพาหนะทั้งหลาย ผู้เขียนได้เปรยกับ
เพื่อนร่วมโต๊ะต่อไปว่า นี่ขนาดเชกูวาร่ายังกลายเป็นสินค้าของ
โลกทุนนิยมไปได้ถึงเพียงนี้ แล้วกระไรกันเล่าที่ต่อไปอีกสัก 10 ปี
ข้างหน้า เราจะไม่เห็นผู้คนใส่เสื้อยืดสกรีนรูปของอุซามะฮฺ บินลา
เดน เดินเข้า RCA ได้ล่ะ เผลอๆบุคคลที่เริ่มต้นพฤติกรรม“พิสดาร”
เช่นนี้อาจจะเป็นเด็กมุสลิมด้วยซำ้าไป!! สหายผู้ร่วมโต๊ะอาหารของ
ข้าพเจ้าได้ตอบติด
ตลกร้ายว่า “คงไม่หรอกมั้งเพราะบินลาเดนไม่เท่ห์เท่าเชกุวาร่า”!!
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จผู้เขียนได้เข้าไปแวะอ่านหนังสือ
ในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยในช่วงบ่ายๆ ทันใดนั้นผู้เขียนก็
เหลือบไปเห็นเด็กนักศึกษามุสลิมกลุ่มหนึ่งกำาลังนั่งถกเถียงเสวนา
กันถึงเรื่องบางเรื่องอย่างเอ็ดตะโร ผู้เขียนสังเกตเห็นหนังสือที่วาง
อยู่บนโต๊ะเป็นรูปของเชกูวาร่าจึงเงี่ยหูฟังการสนทนาของ
นักศึกษากลุ่มนี้อย่างตั้งใจ จึงจับใจความการสนทนาได้ว่าพวก
เขากำาลังพูดถึงวีระบุรุษในโลกคอมมิวนิสต์ทั้งหลายอยู่ ซึ่งหนึ่งใน
นั้นก็มี เชกูวาร่าเช่นกันเมื่อเห็นการสนทนาเริ่มคึกคักน่าสนใจผู้
เขียนจึงลุกขึ้นไปนั่งร่วมสนทนากับพวกเขาด้วยพร้อมกับถามไถ่
ความเป็นมาจึงจับได้ความว่า เป็นเด็กคณะรัฐศาสตร์ ซึ่งกำาลัง
ดื่มดำ่าไปกับการเรียนเนื้อหาของรายวิชาทฤษฎีการเมือง อย่าง
มาร์กซิสต์ รวมถึงขบวนการเคลื่อนไหวขององค์กรคอมมิวนิสต์
สากลทั้งในการเมืองโลกหรือในการเมืองไทย ช่วงหลังเหตุการณ์
14 ตุลา อยู่ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะพบกลุ่มเด็กนักศึกษามุสลิม
เหล่านี้ต่างก็หลงใหลคลั่งไคล้ไปกับนักต่อสู้ของโลกคอมมิวนิสต์
ทั้งหลาย เพราะจากข้อมูลเนื้อหาทางการศึกษาที่บ่มเพาะขัดเกลา
เยาวชนเหล่านี้ผ่านงานวรรณกรรมและงานวิชาการของสาย
รัฐศาสตร์ ตลอดการเสวนาของพวกเขา ชื่อของนักต่อสู้เพื่อ
มวลชนจึงไหลกรอกเข้าออกสองหูของข้าพเจ้าอยู่เสมอ ไม่ว่าจะ
เป็น คาร์ลมารกซ์,เลนิน,เหมาเจ๋อตุง,โฮจิมิน, และรวมถึง จิตร ภูมิ
ศักดิ์ ด้วยในความเป็นจริงผมมีมุมมองว่าหากเยาวชนมุสลิมศึกษา
ใคร่รู้ในเรื่องราวของบุคคลที่ผมเอ่ยชื่อไปทั้งหมดก็หาได้ถือว่าผิด
บาปและกระทำาการณ์อันเสื่อมเสียต่อศีลธรรมแต่อย่างใดไม่
เพราะแม้กระทั่งตัวผู้เขียนเองก็ยังศึกษาประวัติและการต่อสู้ของ
บุคคลเหล่านี้ไว้เป็นบทเรียน
สอนใจในฐานะประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นกับคนยุคก่อนด้วยกันทั้งสิ้น
(30:9) แต่หากการศึกษา
เหล่านี้เป็นไปเพื่อมีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อคลั่งไคล้และก่อให้เกิด
การโน้มรับอุดมการณ์ทางการเมือง
ที่เป็นพิษภัยต่ออิสลามตลอดจนไม่ก่อประโยชน์อันใดต่ออุมมะฮฺ
อิสลามจากการศึกษาสิ่งเหล่านี้
เลย ผมถือว่าการศึกษาดังกล่าวเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างเด็ดขาด
ครั้นเมื่อเห็นพวกเขาผ่อนคลายการพูดคุยลง ผมเลยลองแย้มถาม
พวกเขาไปว่า พวกเขา
รู้จักนักต่อสู้ของโลกอิสลามอย่าง ท่านหะซันอัลบันนา ท่านชัยคุล
อิสลามอิบนุตัยมียะฮฺ ท่าน
ซัยยิดอบุลอะอฺลาอัลเมาดูดีย์บ้างหรือไม่ พวกเขาตอบผมมาว่า
“หะซันอัลบันนาและเมาดูดีย์ผม
พอเคยได้ยินมาบ้างจากรายวิชาการเมืองในโลกตะวันออกกลาง”
และอิบนุตัยมียะฮฺนี้คือใคร
หรือ??? ผมจึงถามเขาไปว่า “คุณรู้จัก นักต่อสู้เพื่ออิสลามในระดับ
ดีท่านใดบ้างล่ะ?” พวกเขาจึง
ตอบผมมาว่า “เรารู้จักท่านอิมามโคมัยนี ซึ่งในความคิดของเรา
ท่านเป็นนักต่อสู้เพื่ออิสลามที่ทำา
การปฏิวัติอิสลาม” ผมจึงถามเขาไปว่า “พวกคุณได้ข้อมูลมาจากที่
ใดหรือจึงได้มองว่าโคมัยนีเป็น
เยี่ยงนั้น” พวกเขาจึงตอบมาว่า “ก็จากหนังสือแนวการเมือง
อิสลามเท่าที่มีอยู่ในฉบับภาษาไทย
อย่างเช่นงานเขียนของ....(ขอสงวนนามไม่ออกชื่อ)” คำาตอบของ
พวกเขาผมคิดว่าส่วนหนึ่งคง
เป็นไปตามที่ท่านผู้อ่านคาดกันไว้ก่อนแล้วและอีกส่วนหนึ่งท่านผู้
อ่านก็คงจะคาดไม่ถึงแน่นอน
ในส่วนตัวของผมมองว่าหากจะให้โทษนักศึกษาเหล่านี้ไป ในโทษ
ฐานที่ว่า พวกเขาโฉด
เขลาที่ไปหลงใหลกลุ่มบุคคลตามที่ได้กล่าวไปทั้งหมดนั้นก็เห็นจะ
ไม่ถูกเสียทีเดียว สืบเนื่องจากว่า
ส่วนหนึ่งแล้วข้อมูลเกี่ยวกับนักต่อสู้ของโลกมุสลิมนั้นมีจำากัดน้อย
มากในรูปแบบที่เป็นเอกสาร
ภาษาไทย เท่าที่ผมเห็นๆมา(ซึ่งก็อาจจะมีมากกว่านี้)ก็มีขอมูลตาม
                                                          ้
ที่ปรากฏในเว็ปไซต์ของกลุ่มฟิต
ยะฮฺ(อัลอัค)และหนังสือขบวนการฟื้นฟูอิสลามที่แปลโดย อ.บรรจง
บินกาซัน นอกจากนี้เท่าที่เห็นก็
จะเป็นหนังสือที่ออกโดยองค์กรของพวกรอฟิเฎาะฮฺชีอะฮฺและนัก
วิชาการซุนนีบางท่านที่ “โปร”
ชีอะฮฺอิหร่าน (ตะชัยยุอฺ) ซึ่งโดยทั้งหมดก็เป็นเนื้อหาที่สนับสนุน
อุดมการณ์ของลัทธิโคมัยนีและการ
ปฏิวัติอิหร่านเสียมากกว่า เพราะฉะนั้นการที่เรื่องราวของนักต่อสู้
เพื่ออิสลามทั้งหลายล้วนแล้วแต่
มีลักษณะอาทิ ข้อมูลภาษาไทยมีน้อย, ไม่มีการประชาสัมพันธ์จน
เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ตลอดจน
การที่นักต่อสู้เพื่ออิสลามล้วนแล้วแต่ถูกภาคทัณฑ์จากมหาซาตาน
โลกอย่างอเมริกาและพลพรรค
ของมันทั่วปฐพีว่าคือ “ผู้ก่อการร้าย” จึงทำาให้การเปิดเผยปลุก
ระดมเพื่อตามรอยวีรชนแห่งอิสลาม
เหล่านี้กลายเป็นสิ่ง “ต้องห้าม” ไปแม้กระทั่งในประเทศมุสลิมเอง
ด้วยซำ้าไป อันเนื่องจากความ
หวาดกลัวในโทษทัณฑ์ที่อาจถูกสอยจนชีวิตร่วงด้วยกฎหมาย
ก่อการร้ายสากลก็เป็นได้ หากจำาไม่
ผิด หนังสือ “หลักชัยอิสลาม” ของท่านชะฮีดซัยยิดกุฏฏุบ (รอฮิฯ)
ที่ออกมาเมื่อนานมาแล้วก็เคย
ถูกแบนจากหน่วยงานรัฐปัญญาอ่อนของไทย เพราะความเข้าใจ
คลาดเคลื่อนไปว่าหนังสือเล่มนี้
คือหนังสือของ “ผู้ก่อการร้าย” นั่นเอง
สภาวการณ์ที่อยู่บนการพิพากษาว่าพี่น้องมุญาฮิดีนคือ “ผู้ก่อการ
ร้าย” ได้ทำาให้โลกมุสลิม
เกิดความขยาดกลัวและกระดากอายที่จะนำาวีรกรรมอันทรง
เกียรติคุณของบุคคลเหล่านี้มาบอก
กล่าวขับขานเป็นอุทาหรณ์แก่ชนผู้หลับใหลสืบไป ส่งผลให้โลก
มุสลิมเกิดการ “ขาดจิตสำานึก” ใน
พันธะกิจของการ “ญิฮาด” (4:75) อันเนื่องด้วยการขาดแรงจูงใจ
และบุคคลที่เป็นพลังขับเคลื่อน
ของพวกเขา
หากจะเปรียบเทียบถึงสถานการณ์ของโลกยุคสงครามเย็น เราจะ
พบว่าสถานภาพ
เดียวกันที่ค่ายคอมมิวนิสต์สังคมนิยมประสบอยู่ในขณะนั้นก็คือ
สภาวะเดียวกันกับที่โลกมุสลิม
ประสบอยู่ นั่นก็คือการถูกอิทธิพลทางสื่อของค่ายเสรีนิยมตราหน้า
ว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย” เช่นกัน
จะต่างกันก็ตรงที่ว่าระดับความเข้มข้นของการโหมกระหนำ่า
โฆษณาล้างสมองชาวโลกที่มีต่อโลก
มุสลิมอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงกว่า จากผลของพัฒนาการอัน
ก้าวหน้าในด้านสื่อและอินเทอร์เน็ต
ในเวลานั้น บุคคลอย่าง เช กูว่าร่า ก็ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ก่อการ
ร้ายที่รัฐบาลอเมริกาไล่ล่าหาตัวเขา
กันจ้าละหวั่นเพื่อนำามาเด็ดหัวสั่งสอนแก่รัฐบาลค่ายสังคมนิยมว่า
จุดจบของผู้เป็นขบถต่อระบอบ
เสรีนิยมจะต้องเป็นแบบนี้!! อย่าว่าแต่เชเลยแม้กระทั่งคนอย่างจิตร
ภูมิศักดิ์ กว่าผลงานและ
ประวัติชีวิตของเขาจะเป็นที่ “นำาเสนอ” ได้ในสังคมไทยก็ต่อเมื่อ
หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา เข้าไปแล้ว
แต่ครั้นเมื่อกลุ่มองค์กรจากเครือข่ายซากเดนศักดินาไทยระดล
พลพรรคคนรักชาติด้วยการถล่ม
นักศึกษาที่ธรรมศาสตร์พร้อมกับนำาชาติกระโจนไปสู่วังวนแห่ง
ความดักดานของสมบูรณาญาสิทธิราชผลงานของเขาก็เป็นอัน
ต้องพับเข้ากรุไปตามระเบียบ แต่แม้นกระนั้นก็ตามการถูกไฟแห่ง
ความอาฆาตพยาบาทรุมโจมตีฝ่ายตนมากเท่าใดโลกจากค่าย
สังคมนิยมก็กลายยิ่งเพิ่มความยืน
หยัดในอุดมการณ์ของตนเองมากขึ้นเป็นเท่าตัว การตายของ “ผู้
ก่อการร้าย” อย่างเชกุว่าร่าจึงถูก
มองว่าเป็นการตายเยี่ยงวีรชนที่เสียสละเพื่อมวลชนและอุดมการณ์
ของลัทธิสังคมนิยม สื่อสิ่งพิมพ์
ต่างๆมากมายจากฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้เขียนสดุดีเชิดชูความกล้า
หาญของเขาจนกลายเป็น
สัญลักษณ์ของการต่อต้านระบอบทุนนิยมที่คนหนุ่มสาวทั่วโลกได้
นำามาเป็น Idol ของพวกเขา
บรรยากาศแห่ง “สงครามปลดแอกประชาชน” ของฝ่ายสังคมนิยม
จึงระอุไปทั่วมุมต่างๆของโลก
จากแรงบันดาลใจที่พวกเขาได้รับจากวีรบุรุษของพวกเขา
วกกลับมาดูถึงสภาพที่โลกมุสลิมกำาลังประสบอยู่ในขณะนี้แม้ว่า
โลกมุสลิมจะถูกบดขยี้จน
บอบชำ้ายับเยินขนาดไหนแล้วก็ตาม และแม้ว่าการ “ญิฮาด” จะ
เป็นพันธะกิจที่ต้องเข้าร่วม (2:216)
เพื่อยกระดับศักดิ์ศรีของอิสลามขนาดไหนก็ตาม การตอบรับใน
พันธะกิจข้อนี้จากโลกมุสลิมก็ยัง
ถือว่าน้อยจนน่าใจหายมากหากจะเปรียบเทียบกับการเข้าร่วมของ
คนหนุ่มสาวคอมมิวนิสต์กับ
กองทัพปลดแอกประชาชน ใครที่เกิดทันยุค 6 ตุลาคม 2519 ก็
คงจะทราบดีว่าอย่างน้อยที่สุด
กระแสสังคมนิยมก็ได้ผลักดันนักศึกษาหัวก้าวหน้ามากมาย ทั้ง
สาขาแพทย์,วิศวกร และอื่นๆ ให้ดา
หน้ากันเข้าป่าเพื่อไปแบกอาวุธทำาการปฏิวัติล้มล้างการกดขี่ของ
พวกซากเดนศักดินาไทยและ
สถาปนารัฐสังคมนิยมขึ้นมา มิหนำาซำ้าระบอบสังคมนิยมยังได้ก่อ
กำาเนิดวีรบุรุษของพวกเขาอย่าง
จิตร ภูมิศักดิ์ ผู้เป็นทั้งนักวิชาการและนักปฏิวัติ นักศึกษาคณะ
อักษรศาสตร์จุฬาฯ ทีดั้นด้นเข้าป่า
                          ่
เพื่อทำาการปฏิวัติกับกองทัพแดงคอมมิวนิสต์จนต้องพลีกายตายใน
ภารกิจของเขาอยู่กลางป่า
ข้าพเจ้ามิได้ปฏิเสธเลยว่าในทุกวันนี้ยังคงมีวีรบุรุษเกิดขึ้นมากมาย
ในโลกมุสลิมจากการ
เข้าร่วมการญิฮาดของคนเหล่านั้น (33:23) เพียงแต่หากจะมอง
อย่างเปรียบเทียบแล้วคำาถามที่
เกิดขึ้นก็คือ เหตุไฉนเลยโลกมุสลิมที่ถูกรังแกเข่นฆ่ามากมาย
หลายเท่ากว่าโลกสังคมนิยมจึงขาด
การตอบรับในการเข้าร่วมญิฮาดชนิดน้อยกว่าโลกสังคมนิยมเสีย
อีก ทั้งๆที่เรามีพระเจ้า ทั้งๆที่เรา
เชื่อว่าชีวิตนี้พระเจ้าเป็นผู้สร้างเรามาและพระองค์ก็คือผู้กำาหนด
ความตายแก่เรา ทั้งๆที่เราเชื่อว่า
การตายชะฮีดจากการญิฮาดคือผลบุญอันสุดคณานัป ??? และทั้งๆ
ที่พวกคอมมิวนิสต์ไม่เคยเชื่อ
และศรัทธาในพระเจ้า นรกสวรรค์ใดๆทั้งสิ้น!!!???!
คำาตอบจากข้อสงสัยดังกล่าวนี้สามารถสรุปได้อย่างรวบรัดด้วย
เหตุผล 2 ประการโดย
ละเลยที่จะกล่าวถึงเหตุผลของความหลงรักมักใคร่ในโลกดุนยา
อันเป็นปัญหาพื้นฐาน (9:38) ที่ไม่
จำาเป็นต้องพูดถึงกันให้เสียเวลา
1. การขาดความเข้าใจในหลักการเรื่อง “ญิฮาด”
ทุกวันนี้ผลจากวาทกรรมของโลกตะวันตกและสมุนของมันได้ทำา
ให้การญิฮาดมี
ความหมายที่เบี่ยงเบนจากข้อเท็จจริงของมัน นั่นก็คือ การญิฮาด
ถูกให้คำานิยามได้พิลึกพิลั่นว่า
“การก่อการร้าย” อันหมายถึงการเข่นฆ่าและทำาลายทรัพย์สินและ
ชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์ และ
ที่สุดจะอัปลักษณ์ก็คือความสับสนขององค์กรขยะอย่าง
สหประชาชาติและลูกสมุนขององค์กรนี้ที่
ได้พิจารณาว่าการปกป้องมาตุภูมิของตนจากการรุกรานเช่น ชาว
อัฟกานิสถาน,ปาเลสไตน์
และอิรัคคือการกระทำาอันเรียกว่าการก่อการร้ายแต่ในทางกลับกัน
การรุกรานเข่นฆ่าพลเรือนชาติ
ตะวันออกกลางโดยสหรัฐฯกลับถูกเรียกว่าการสร้างสันติภาพ ภาพ
แห่งความสับสนในลัทธิ “ก่อ
การร้าย” ได้ก่อให้เกิดความหวาดกลัวและอิดเอียนในการเข้าร่วม
พันธะกิจนี้ทั้งที่ในความเป็นจริง
แล้วอิสลามถือว่าจักไม่มีสงครามเว้นแต่การสงครามเพื่อศาสนาขอ
งอัลลอฮฺ (8:39) ที่ได้ถูกวาง
กฎระเบียบอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการล้วงลำ้าไปสู่การสงคราม
จำาพวกการละเมิดรุกราน (2:190)
อย่างที่อเมริกานิยมกระทำาอยู่ตลอดสมรภูมิแห่งประวัติศาสตร์ ดัง
นั้นบุคคลผู้โฉดเขลาจะถือว่า
การญิฮาดคือการก่อการร้ายได้อย่างไรกันเล่า? ในเมื่อเสียพระ
องค์อัลลอฮฺได้ทรงสัญญาไว้แล้วว่า
ชนผู้ญิฮาดเพื่อแนวทางของพระองค์จักได้รับการชี้นำาอยู่บนทางที่
เที่ยงตรง (29:69)
ครั้นเมื่อผนวกพร้อมกับกระแส “อิสลามสันติ” ที่ได้ถูกนำาเสนอจาก
โลกมุสลิมจน “เกิน
พอดี” อย่างไม่ระมัดระวังตัว ก่อให้เกิดสิ่งคลุมเครือในเส้นแบ่งเขต
ระหว่าง “ญิฮาด” กับ
“สันติภาพ” ในหลักการอิสลาม ซึ่งท้ายที่สุดกระแสสันติภาพ
อิสลามก็เข้ากลบการญิฮาดจนทำาให้
โลกมุสลิมลืมข้อเท็จจริงไปว่าการญิฮาดมีความจำาเป็นเพียงใดต่อ
โลกมุสลิมในยุคปัจจุบัน
มิหนำาซำ้ายังทำาให้เกิดภาพความเข้าใจอันบิดเบี้ยวต่อการญิฮาดจน
ประหนึ่งว่าญิฮาดเป็นเรื่อง
นามธรรมที่นำามาใช้กระทำาในโลกปัจจุบันไม่ได้ กลุ่มพี่น้องมุญาฮิ
ดีนในยุคปัจจุบันนี้จึงถูกตราหน้า
ว่าเป็นก๊ก “ญิฮาดไม่จริง” สุดโต่งฝ่าฝืนหลักการเข้าขั้นการก่อการ
ร้ายลุกลามบานปลายกลายเป็น
การตัดสินพวกเขาว่าทำาให้ภาพพจน์ของอิสลามต้องเสื่อมเสียเข้า
ทางของพวกยิวไซออนิสต์!!!
2. การขาดแรงจูงใจ
เมื่อวาทกรรม “อิสลามก่อการร้าย” ได้หุบปากโลกมุสลิมมิให้เข้า
ร่วมพันธะกิจดังกล่าวแล้ว
การนำาเสนอวีรชนของโลกมุสลิมผู้เป็นแบบอย่างในด้านนี้จึงร่อย
หรอหายไปเป็นของควบคู่กัน
เพราะไม่งั้นจะโดนข้อหาเข่าข่าย “กระทำาการณ์อันมีแนวโน้มไป
ในทางสนับสนุนการก่อการร้าย”
ซึ่งผู้ใหญ่ท่านใดที่เกิดทันยุคของเผด็จการ สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็
คงจะทราบดีว่า กฎหมายป้องกัน
ปราบปรามคอมมิวนิสต์มาตราที่ 14 นั้นได้สังหารล้างผลาญผู้
บริสุทธิ์ด้วยข้อหาว่ามีแนวโน้ม
สนับสนุนคอมมิวนิสต์ไปมากเท่าใด
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการขาดแคลนในการนำาเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ
วีรบุรุษของอิสลามที่เป็นมุญา
ฮิดีนได้ทำาให้คนหนุ่มสาวมุสลิมขาดแรงจูงใจในการเข้าร่วมพันธะ
กิจของการญิฮาดเหล่านี้ เยาวชน
จากค่ายสังคมนิยมที่ดาหน้าเข้าร่วมกับกองทัพปลอดแอก
ประชาชนได้ก็เนื่องจากพวกเขาต่าง
ภาคภูมิใจในวีรชนของพวกเขา อย่าง เชกุว่าร่า,โฮจิมินต์,เหมา
เจ๋อตุง ฯลฯ ในทางกลับกันเมื่อเรา
กล่าวถึง อุซามะฮฺ บินลาเด็น,อัยมาน ซอวาฮิรีย์, อบูมุสอับอัลซัร
กอวีย์ ,มุลเลาะฮฺ อุมัร เชคอับ
ดุลลอฮฺ อัซซาม โลกมุสลิมที่ขาดความรู้ความเข้าใจแทบจะร้อง ยี๋!
ด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ต่อ
คนเหล่านั้นว่าเป็นบุคคลตัวอันตรายที่ทำาลายรูปโฉมโนมพรรณอัน
อร่ามเรืองของโลกอิสลาม จึงไม่
แปลกเลยที่ข้าพเจ้าพบว่าทุกครั้งที่มีการเขียนถึงเกียรติประวัติของ
ผู้ที่ทำาคุณประโยชน์เพื่ออิสลาม
แทบทั้งหมดจะพูดถึงนักดาอีย์ นักฟื้นฟูอิสลามและอุลามาอ์เสีย
ส่วนใหญ่ แต่มักจะละเลยที่จะ
กล่าวถึงพี่น้องมุญาฮิดีนไปอย่างน่าเสียดาย
ทั้งๆที่หากวัดกันถึงระดับเกียรติยศของการเป็น “ชะฮีด” (อินชา
อัลลอฮฺ) ที่เหล่ามุญาฮิดีน
ได้สละเลือดของพวกเขาเพื่อพลีกายปกป้องอิสลามในสนามรบ
แล้ว ย่อมถือว่ามีระดับขั้นที่สูงกว่า
ระดับใดๆทั้งสิ้นของบรรดาบุคคลประเภทอื่นๆที่ไม่ออกไปทำาญิ
ฮาด (4:95) ด้วยการตอบแทนสวง
สวรรค์ (3:195) และการญิฮาดอันเป็นพันธะกิจที่ถูกละเลยก็คือ
หนทางเดียวอันยั่งยืนที่จะนำาพา
ประชาชาติอิสลามย้อนกลับไปสู่ความสำาเร็จ (5:35) รุ่งโรจน์เฉก
เช่นยุคสมัยแห่งรุ่งอรุณของ
ประชาชาติอิสลามในอดีตได้
ประเด็นปัญหาสองประการที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไปข้างต้นข้าพเจ้าได้
ละเลยที่จะทำาการ
อภิปรายถกเถียงกันในหัวข้อประการแรก เพราะสิ่งที่ข้าพเจ้า
ประสงค์จะทำาจากบทความชิ้นนี้ก็คือ
การนำาเสนออัตชีวประวัติอย่างสังเขปของมุญาฮิดีนเท่านั้น
ข้าพเจ้าได้เลือกที่จะขอทำาการนำาเสนอถึงนักต่อสู้แห่งอิสลามสอง
ท่าน คือ ท่าน อิบ
นุค็อฏฏ็อบ และ ท่านอบูอัลวะลีด อันเนื่องจากเป็นมุญาฮิดีนร่วม
สมัยที่น่าสนใจมากแต่ยังขาดการ
รู้จักและพูดถึงในสังคมมุสลิมในเชิงวงกว้างอยู่มากเช่นกัน เริ่ม
แรกทีเดียวข้าพเจ้ามิได้รู้จักชายทั้ง
สองนี้เลย จนกระทั่งวันหนึ่งในขณะที่กำาลังดูคลิปวิดีโอในยูทูป
สายตาของข้าพเจ้าก็เหลือบไปเห็น
คลิปตรงมุมข้างๆ เขียนไว้ว่า Ibn Khattab and Abu Al walid
The real Mujahideen They don’t
kill innocent people!! (อิบนุค็อตต็อบ และ อบูอัลวะลีด มุญาฮิ
ดีนที่แท้จริง พวกเขาไม่สังหาร
ประชาชนผู้บริสุทธ์!!) วินาทีที่ข้าพเจ้าได้คลิกเข้าชมวิดีโอของคน
ทั้งสองหัวใจของข้าพเจ้าก็เต้น
ระรัว พร้อมกับอุทานออกมาว่า “หมอนี่เป็นใครกัน ทำาไมหน้ามัน
เหมือนเชกูวาร่าแบบนี้เนี๊ยะ
เหมือนกันไม่มีผิด ทั้งหน้าตา ภาพลักษณ์ บุคลิกลักษณะบทบาท
จะต่างกันหน่อยก็ตรงที่ว่าค็อ
ตต็อบ อีมานและศรัทธาในอัลลอฮฺ ในขณะที่เชไม่ใช่มุสลิม!!”
สมองของข้าพเจ้าโลดเล่นนั่งคิดใน
ใจว่า หรือนี่จะเป็นวีรบุรุษของโลกอิสลามที่จะมาปลุกการญิฮาดที่
หลับใหลหรือปล่าว??? หลังจาก
รับชมวิดีโอดังกล่าวข้าพเจ้าจึงแสวงหาข้อมูลที่มีอยู่อย่างจำากัด
เกี่ยวกับบุคคลทั้งสอง หลังจากได้
ทำาการศึกษาประวัติของคนทั้งสองแล้ว ข้าพเจ้าจึงตั้งปณิธานว่า
ข้าพเจ้าจะเขียนประวัติของคนทั้ง
สองเพื่อให้สาธารณชนได้รู้จักเกียรติคุณของคนทั้งสองที่ยอมสละ
ชีพเพื่อพิทักษ์ชีวิตทรัพย์สินและ
ดินแดนของพี่น้องมุสลิม คนทั้งสองนี้ต่างเป็นเพื่อนร่วมงานร่วมรบ
กันในสงครามเชชเนียร์ที่พี่น้อง
มุสลิมในดินแดนดังกล่าวต้องการที่จะปลดแอกตนเองเป็นรัฐอิสระ
ออกจากพันธนาการของอดีต
สหภาพโซเวียต ความพยายามดังกล่าวได้ทำาให้ ประธานาธิบดี
บอริส เยลซิลต์ แห่งรัสเซีย เปิด
สมรภูมิสงครามกับชาวเชชเนียร์ด้วยกองทัพรัสเซีย จนลุกลาม
บานปลายกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง
จนถึงปัจจุบันนี้
อย่างไรเสีย เนื่องด้วยข้าพเจ้าเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาๆที่ไม่ได้
สำามะหาอะไรกับ
วิชาการมากนัก โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับมุญาฮิดีนทั้งสองนี้
พร้อมทั้งข้อมูลที่มอยู่ในมือก็จำากัด
                    ี
จึงอาจจะทำาให้ข้อมูลที่ถูกเขียนในเอกสารชิ้นนี้ต้องมีความมัว
หมองไปด้วยข้อมูลเท็จปะปนมาบ้าง
ซึ่งข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งในการได้รับคำาติชมจากปิยมิตรผู้
ศรัทธาทุกท่าน

                                            บ่าวผู้ตำ่าต้อยขอ
                                       งอัลลอฮฺ
                                                   ชัรฟุดดีน อามิ
                                            ลี
ค็อ ฏฏ็อ บ ดาบแห่ง อิส ลาม



                                 “ความตายของข้าพเจ้า
                                 จะไม่ทำาให้มุญาฮิดีนหวาดกลัว
                                  เว้นแต่จะทำาให้พวกเขา
                            กระหาย
                                 ที่จะเป็นชะฮีดมากขึ้น” (อะมีร
                            ค็อฏฏ๊อบ)




       “ชาวเชชเนียร์รักค็อฏฏ็อบมาก แต่เดิมนั้นชื่อ “ค็อฏฏ็อบ”
มิได้สลักสำาคัญต่อพวกเราสัก
เท่าไหร่นัก จนกระทั่งเขาได้มายังดินแดนแห่งนี้ บุตรหลานของ
พวกเรามากมายจึงถูกตั้งชื่อว่า
“ค็อฏฏ็อบ”อันเนื่องจากพวกเขายกย่องค็อฏฏ็อบในฐานะ วีรบรุษ
แห่งมุญาฮฺดีนและมนุษย์ที่ดีคน
หนึ่ง”
       คำาให้การของ เชคซัมซุดดีน อดีตประธานหน่วยฝึกอบรมอิส
ลามแห่งเชชเนียร์
       หากจะให้เอ่ยถึงมุญาฮิดีนผู้ยิ่งใหญ่ในยุคร่วมสมัย เชื่อเหลือ
เกินว่าชื่อของ ค็อฏฏ็อบ จะ
ถูกนำาเสนอในอันดับต้นๆอย่างแน่นอน แต่ในขณะเดียวกันหากจะ
ให้เอ่ยถึงชื่อวีรบุรุษของโลก
อิสลามในยุคร่วมสมัยที่ได้ถูกละเลยอย่างน่าใจหายจากวงกว้าง
ของสังคมมุสลิมแล้วไซร้ เชื่อ
เหลือเกินว่าบุคคลผู้นั้นย่อมไม่ใช่ใครอื่นใดนอกจากค็อฏฏ๊อบอีก
เช่นเคย
อะไรคือสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังการละเลยของปวงชนต่อวีรชนคน
สำาคัญแห่งโลกมุสลิมอย่าง
ค็อฏฏ๊อบผู้นี้ได้ หากแม้นว่าคนอย่างเชกูว่าร่ายังได้รับการยกย่อง
เสียเลิศลอยจากบรรดานักต่อสู้
และมวลชนของลัทธิสังคมนิยม แล้วใยกันเล่าที่บุรุษผู้กล้าแกร่งคน
นี้จึงได้ถูกปล่อยปละละเลยไม่
ค่อยเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างมาได้ถึงเพียงนี้!!
โลกมุสลิมเกือบที่จะกลบฝังวีรบุรุษคนสำาคัญผู้นี้ไปกับผืนดินเสีย
แล้วหากว่าเหล่าปวงชนผู้สำานึกใน
พันธะกิจทั้งหลายไม่ได้ทำาการรื้อฟื้นเกียรติยศอันดุจวีรชนของเขา
ขึ้นมาป่าวประกาศแก่ชาวโลกใน
ความกล้าหาญและเสียสละชนิดหาตัวจับยากของชายผู้นี้
ใช่แล้ว!! ชายรูปโฉมโนมพรรณผู้นี้คือชายผู้ขายโลกดุนยาเพื่อ
แสวงหาสถานที่อันสถาพร
ในปรโลก ด้วยการเป็นมุญาฮิดีน
ใช่แล้ว!! ชายผู้อร่ามเรืองผู้นี้คือบุคคลที่ได้ฉายาว่า “ซัยฟุ้ล
อิสลาม” (ดาบแห่งอิสลาม) ซึ่ง
ได้ถูกยอมรับในเกียรติศัพท์ว่าใกล้เคียงกับขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่อย่าง
ท่านคอลิด บินวะลีด (รอฎิฯ)
ใช่แล้ว!! ชายผู้นี้คือผู้ที่ไม่ได้มีคติพจน์แบบเราว่าเพียงแค่ใช้ชีวิต
ตามหลักการอิสลามอยู่ใน
บ้านเกิดเมืองนอนพร้อมครอบครัวอย่างสุขสบายก็คงเป็นมุสลิมที่ดี
ได้แล้วกระมัง แต่เขากลับขาย
ความสุขสบายเพื่ออัลลอฮฺและกระโจนเข้าสู่ชีวิตอันตรากตรำา
ลำาบากในสมรภูมิต่างๆเพื่อพิทักษ์
อิสลามกว่าครึ่งค่อนของชีวิตทั้งหมด
ณ วันที่ 14 เมษายน 1969 โลกมุสลิมอันอ่อนแอที่กำาลังถูก
คุกคามจากรัฐบาลไซออนิสต์ยิว หาได้รู้ไม่ว่าประวัติศาสตร์หน้า
ใหม่
กำาลังเริ่มต้นออกเดินทางท่ามกลางการละเลยไม่เอาใจใส่ในพันธะ
กิจแห่งการต่อสู้กับเหล่าศัตรู
เด็กน้อยหน้าตาน่ารักและบริสุทธิ์ผู้หนึ่งได้ถือกำาเนิดขึ้นมา
ในครอบครัวที่มีเลือดผสมระหว่างบิดาที่เป็นชนชาติอาหรับและ
มารดาที่เป็นชาวเซอร์เซสเซี่ยน (Circassian) ซึ่งเป็นอีกชนเผ่า
หนึ่งที่
แตกตัวออกมาจากเผ่าเตอร์ก เล่ากันว่าเด็กน้อยคนนี้ได้ถูกตั้งชื่อ
ว่า
สะมีร ซอและฮฺ อับดุลลอฮฺ อัซซุวัยลีม ‫سامر صالح عبد ا السويلم‬
หรือในอีกบางกระแสตามการให้ข้อมูลของหนังสือพิมพ์รัสเซียชื่อ
จริง
ของเด็กน้อยผู้นี้คือ ฮะบีบ อับดุรเราะฮฺมาน แต่ไม่ว่าเด็กน้อยผู้นี้จะ
มีชื่ออะไรก็ตามแต่ ในภายภาค
หลังมวลชนผู้ศรัทธาจะรู้จักเขาในนามว่า “อิบนุค็อฏฏ๊อบ”
ค็อฏฏ๊อบถือกำาเนิดขึ้นในบริเวณตะเข็บชายแดนระหว่างซาอุดิอาร
เบียกับจอร์แดน ความ
ไม่แน่ไม่นอนในเขตแดนของภูมิลำาเนาเช่นนี้บ่อยครั้งได้ก่อให้เกิด
ความสับสนว่าค็อฏฏ๊อบเป็น
พลเมืองของซาอุดิอารเบียหรือจอร์แดนกันแน่ อย่างไรก็ตามผู้คน
ส่วนใหญ่มักจะยอมรับกันว่าเขา
คือชาวซาอุดิอารเบียมากกว่า


ชีวิตในวัยเด็กของค็อฏฏ๊อบช่างไม่เห็นช่องทางใดๆเลยว่าจะผลัก
ดันให้เขาต้องกลายเป็น
วีรบุรุษคนสำาคัญของโลกมุสลิมในกาลอนาคตได้ กล่าวคือ ค็อฏฏ๊
อบ เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่มี
ฐานะรำ่ารวย เขามีพี่น้องร่วม 8 คนและได้รับการศึกษามาอย่างดี
บุคลิกในวัยเด็กของเขาคือเด็กที่
เต็มไปด้วยความฉลาดร่าเริง และเมื่อเติบโตเข้าสู่วัยหนุ่มกิตติศัพท์
ในความกล้าหาญเข้มแข็งและ
โอบอ้อมอารีของเขาก็เป็นที่รู้กันดีในหมู่ผู้คนที่รู้จักกับเขา ชะตาชี
วิตของค็อฏฏ๊อบในวัยหนุ่มดู
คล้ายจะโรยดูกลีบดอกกุหลาบเสียเหลือเกิน เพราะหลังการเข้า
ฝึกหัดภาษาอังกฤษจนชำ่าชองแล้ว
ในปี 1987 ครอบครัวของเขาก็ได้จัดส่งตัวค็อฏฏ๊อบในวัย 15
เข้ารับการศึกษาในระดับไฮสคูลของ
โรงเรียน อเมริกันไฮสคูล ในสหรัฐอเมริกา ชีวิตในวัยหนุ่มของ
ค็อฏฏ๊อบช่างอบอวลไปด้วยอนาคต
อันสดใสที่รอการประสบความสำาเร็จในสถาบันการศึกษาของชาติ
ชั้นนำาของโลกอย่างอเมริกา อัน
เป็นเป้าหมายของใครหลายๆคนที่ต่างก็ใฝ่ฝันที่จะได้ไปเหยียบ
แผ่นดินอเมริกาในฐานะนักศึกษา
นอกกันทั้งสิ้น ชีวิตของค็อฏฏ๊อบก็คงจะเดินทางไปสู่ความสำาเร็จ
ในด้านการศึกษาที่สุดแสนสบาย
หากว่าเขาตัดสินใจก้มหน้าก้มตาตั้งใจเรียนจนสำาเร็จ
แต่ชีวิตใดกันเล่าบนบรรณพิภพนี้ที่จะฝืนกฎกำาหนดสภาวการณ์
ของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรง
ยิ่งใหญ่ได้หากว่าพระองค์ประสงค์จะทรง
เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของเด็กนักเรียนนอกที่มุสลิ
มีนและมุสลิมะฮฺในยุคปัจจุบันต่างหมายปองให้
กลับกลายมาเป็นวีรบุรุษที่โลกจะต้องตกตะลึกได้
ชายหนุ่มในวัยโคร่งอย่างค็อฏฏ๊อบดูเหมือนจะเต็ม
เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้และเสียสละ
ซึ่งฝังแน่นอยู่ในทุกอณูส่วนของร่างกายและ
วิญญาณ แม้ช่วงชีวิตที่ผ่านมาจะได้รับการเลี้ยงดู
อย่างสุขสบายในตระกูลผู้มั่งคั่งแต่เมื่อสัญชาติ
ญาณดิบในตัวตนของเขาคือการเป็นนักต่อสู้แล้ว
                        ไซร้ สภาพแวดล้อมอันสุขสบายก็คงไม่
                        อาจฉุดรั้งเจตนารมณ์เสรีของเขาไปได้
                        และการตัดสินใจครั้ง
                        ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของค็อฏฏ๊อบก็เริ่มขึ้น
                        ในปี 1987 อันเป็นปีเดียวกันกับที่ค็อฏฏ๊
                        อบจะต้องถูกส่งไปเรียนในสหรัฐอเมริกา
                        สหภาพ
                        โซเวียตได้เปิดฉากต่อสู้กับมุญาฮิดีนใน
                        อัฟกานิสถานอย่างบ้าคลั่ง เด็กหนุ่มวัย
                        16 ปีอย่างค็อฏฏ๊
                        อบผู้ถูกกำาหนดมาแล้วว่าจะกลายเป็น
                        วีรชนผู้องอาจในกาลอนาคตจึงได้ตัดสิน
ใจทำาลายแผนชีวิต
อันสดใสทั้งหมดในการไปเรียนที่อเมริกาด้วยการมุ่งหน้าสู่
อัฟกานิสถานพร้อมกับสหายของเขา
หลายๆคนเพื่อเข้าร่วมกับพี่น้องมุญาฮิดีนทำาสงครามญิฮาดขับไล่
กองกำาลังโซเวียต แม้นว่า
แหล่งข้อมูลจะระบุว่าบิดาและพี่ชายของเขาไม่พอใจอย่างมากที่
ค็อฏฏ๊อบจะแสดงตนดุจดั่งวีรบุรุษ
ในอุดมคติที่ยอมสละอนาคตอันสดใสเพื่อเข้าร่วมการต่อสู้อันยาก
ลำาบากแสนเข็ญเช่นนี้ก็ตาม
พี่ชายของเขาพยายามพูดคุยหว่านล้อมค็อฏฏ๊อบให้ละทิ้งความคิด
เช่นนี้ แม้กระนั้นเขาก็ได้
ตัดสินใจไปแล้วและการตัดสินใจจากลาครอบครัวของเขาในครั้ง
นี้เพื่อเข้าร่วมพันธะกิจอันยิ่งใหญ่
ได้นำาเขาไปสู่ชีวิตแห่งการต่อสู้อันยาวนานที่จะทำาให้เขาไม่ได้
กลับมาหาไออุ่นของครอบครัวเดิมอีก
เลย




(ภาพของค็อ ฏฏ๊อ บในสงครามอัฟ กานิส ถาน )

     อันที่จริงแล้วสมควรที่จะกล่าวเช่นกันว่าหาใช่เพียงแต่ค็อฏฏ๊
อบเท่านั้นที่ได้ตัดสินใจอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ ในช่วงเวลาดังกล่าวยัง
ปรากฏคนหนุ่มสาวมุสลิมจากทั่วทุกมุกของโลกอิสลามที่ได้
แห่แหนกันไปยังอัฟกานิสถานเพื่อเข้าร่วมพันธะกิจการญิฮาดใน
ครั้งนี้ แรงตื่นตัวในการเข้าร่วมนี้เกิดการตอบสนองขึ้นหลังจาก
การเรียกร้องให้เข้าร่วมต่อสู้ของรัฐบุรุษมุญาฮิดีนคนสำาคัญอย่าง
เช่น ท่าน
เชคอับดุลลอฮฺ อัซซาม(ถูกลอบสังหารในปี 1989) และท่านเชค
ตะมีม อัดนานี (เสียชีวิตในปี
1988) พลังใจที่อัดแน่นไปด้วยเพลิงแห่งการญิฮาดของค็อฎฎ๊อบ
ได้สร้างกิตติศัพท์แก่เขาจนเป็นที่
รำ่าลือกันในหมู่มุญาฮิดีนชาวอัฟกัน ดังการบอกเล่าของนักรบมุญา
ฮิดีนรุ่นราวคราวเดียวกับค็อฏฏ๊
อบให้การว่า ในค่ายฝึกอาวุธแก่นักรบหน้าใหม่ใกล้เมืองญาลาลา
บัดนั้นโดยปกติจะมีคนหนุ่มสาว
หน้าใหม่ที่เดินทางเข้ารับการฝึกอาวุธในค่ายนี้อย่างเนืองแน่นใน
ทุกๆวัน ในขณะนั้นกลุ่มนักรบ
มุญาฮิดีนที่ผ่านการฝึกฝนอาวุธแล้ว กำาลังเตรียมพร้อมจะขึ้นรถ
เพื่อออกไปสู่แนวหน้าของสมรภูมิ
จริงในอัฟกานิสถาน พวกเขาในวันนั้นต่างก็เตรียมทบทวนแผน
ปฏิบัติการณ์ทางทหารและ
จัดเตรียมกระเป๋าเป้ย่ามที่จำาเป็นต้องใช้ในการสงคราม ในเวลาดัง
กล่าวนั้นกลุ่มนักรบหน้าใหม่ของ
วันนั้นก็ได้เดินทางมาถึงค่ายฝึกพอดีเพื่อทำาการฝึกอาวุธและออกสู่
สงครามครั้งต่อไปในอนาคต
ทันใดนั้นตัวเขาเองเหลือบไปเห็นนักรบหน้าใหม่ผู้หนึ่งอายุราว
16-17 น่าจะได้ รูปร่างสัณฐานดีผม
และเคราสีดำาดกไม่เต็มที่เหมือนของวัยผู้ใหญ่ เด็กหนุ่มคนนี้เดิน
มุ่งหน้าไปยังอามีร(หัวหน้า)ค่าย
ฝึกพร้อมกับร้องขอต่อหัวหน้าให้ส่งเขาไปยังแนวหน้าของ
สนามรบเสียนับตั้งแต่วันนั้นเลย ท่าน
หัวหน้าค่ายฝึกตอบปฏิเสธอย่างทันทีที่จะส่งเด็กหนุ่มแบบเขา ไป
ยังแนวหน้าของสนามรบโดยมิ
ผ่านการฝึกอบรมการใช้อาวุธใดๆมาก่อนเช่นนี้ เมื่อเห็นเช่นนั้น
ข้าพเจ้ารู้สึกสนใจในตัวเขาจึงเดิน
เข้าไปหาเขาและทักทายเขาพร้อมกับถามชื่อของเขา เขาจึงตอบ
ข้าพเจ้าว่าเขาชื่อ อิบนุค็อฏฏ๊อบ!!
ในค่ายดังกล่าวค็อฏฏ๊อบ ได้รับการฝึกอาวุธจากครูฝึกของเขาผู้มี
นามว่า ฮะซัน อัศศอริฮี
ผู้เป็นหนึ่งในแม่ทัพคนสำาคัญของหน่วยจรยุทธ์ที่โจมตีกองพล
โซเวียตในเมือง ญาญี (Jaji) ของ
อัฟกานิสถานเมื่อปี 1987 กล่าวกันว่าครูฝึกคนสำาคัญของค็อฏฏ๊
อบผู้นี้ได้ถูกจับกุมขังในคุกอัรรุ
วัยสฺ ในเมืองเจ้ดด้า ประเทศซาอุดิอารเบีย และในปี 1996 เขาก็
ถูกใส่ความว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง
อาชญากรรมจนเป็นผลให้เขาถูกตัดสินประหารชีวิตในที่สุด
รายละเอียดชีวิตและการต่อสู้ของค็อฏฏ๊อบในการญิฮาดที่
อัฟกานิสถานไม่ค่อยปรากฏ
ข้อมูลที่บ่งบอกแก่เรามากนักนอกจากภาพถ่ายของเขาที่ได้ถูกเผย
แพร่ในช่วงการเข้าร่วมสมรภูมินี้
เท่านั้น ส่วนหนึ่งก็คงอาจจะสืบเนื่องจากว่าค็อฏฏ๊อบในขณะนั้นก็
คงเป็นเพียงเด็กหนุ่มมุญาฮิดี
นเฉกเช่นเดียวกับคนอื่นๆอีกนับพันที่เดินทางมาเข้าร่วมการต่อสู้
ในครั้งนี้อย่างบริสุทธิ์ใจต่ออัล
อิสลาม สถานภาพของค็อฏฏ๊อบในขณะนั้นก็คงเป็นแต่เพียงผู้เสีย
สละตามหนทางแห่งอิสลามคน
หนึ่งเท่านั้น บันทึกชีวิตและการต่อสู้ของเขาในอัฟกานิสถานจึงไม่
ค่อยปรากฏแก่เรามากนัก
อย่างไรก็ตามมีเรื่องเล่าอันน่าประทับใจระหว่างการญิฮาดที่
อัฟกานิสถานเกี่ยวกับตัวของค็อฏฏ๊
อบ ซึ่งได้ถูกบอกเล่าโดยมุญาฮิดีนท่านหนึ่งที่ได้มีโอกาสร่วมสู้ร่วม
รบด้วยกันกับค็อฏฏ๊อบ ดังนี้

“ เย็นวันหนึ่ง พวกเรากำาลังนั่งพักอยู่ในบ้านพักหลังเล็ก ๆใน
แนวรบส่วนหลัง แล้วค๊อฏฏ
อบก็เข้ามานั่งเงียบ ๆ อยู่เบื้องหน้าพวกเรา...เงียบจนพวกเราคิด
                                                       ว่าน่าจะมี
                                                       สิ่งผิดปกติ
                                                       เกิดขึ้น
                                                       แม้ว่า
                                                       หน้าตา
                                                       ของเขาจะ
                                                       นิ่งสนิท
เราถามเขาว่าเขาได้รับบาดเจ็บมาใช่มั้ย เขาตอบว่า”ผมเพิ่งกลับ
มาจาก
แนวรบหน้า” มุญาฮิดีนคนหนึ่งพยายามจะขอดูบาดแผลของเขา
แต่เขาปฏิเสธแล้วกล่าวว่า “แผล
นิดเดียว ไม่มีอะไร” แต่มุญาฮีดีนคนนั้นก็ยังยืนกรานจะดูบาดแผล
ของเขาให้ได้ เมื่อจับไปที่ท้องของค๊อฎฎ๊อบ มุญาฮิดีนคนนั้นก็
รู้สึกได้ว่าเสื้อของค๊อฎฎ็อบชุ่มไปด้วยเลือด และมันก็ทะลักออกมา
มากขึ้นทุกที เราจึงรีบเรียกรถพยาบาลและส่งเขาไปยังโรง
พยาบาลที่ใกล้ที่สุด โดยที่เขาพึมพำาไปตลอดทางว่า “แผลนิด
เดียว ไม่มีอะไร”แหล่งข้อมูลระบุว่า บาดแผลครั้งนี้ของค็อฏฏ๊อบ
เกิดขึ้นจากการโดนยิงด้วยอาวุธปืน
ร้ายแรงอย่าง Heavy Machine Gun bullet ซึ่งใช้กระสุน
ขนาด 12.7 mm ที่สามารถยิงเจาะทะลุ
เสื้อเกราะได้อย่างสบายๆ ถือเป็นอาวุธหนักที่เหล่าทหารโซเวียต
นิยมใช้ในการบุกโจมตีป้อม
ปราการหรือจุดยุทธศาสตร์ที่มีเกราะป้องกัน
เหล่านักรบฝ่ายตรงข้าม
หลังสงครามอัฟกานิสถาน-โซเวียต
สิ้นสุดลงแล้วค็อฏฏ๊อบก็ได้เดินทางกลับบ้านเกิด
ที่ประเทศซาอุดิอารเบียอีกครั้งในฐานะ
ผู้รอดชีวิตจากสงคราม ขึนชื่อว่าสงครามแล้วไซร้
                           ้
เหล่านักรบผู้รอดชีวิตล้วนแล้วก็มิได้ผาสุกร่มเย็น
เฉกเช่นหนทางชีวิตของชนทั่วไปไม่ ความ
สูญเสียและรอยแผลทั้งในใจและร่างกายคือของ
ฝากที่เหล่านักรบทุกหย่อมหญ้าล้วนแล้วต่างก็
ต้องได้รับด้วยกันทั้งสิ้น ค็อฏฏ๊อบเองนอกจาก
รอยแผลอันฉกรรจ์ตามลำาตัวของเขาแล้ว มือขวา
เองก็ต้องสูญเสียนิ้วมือไปถึงสองนิ้วจากสมรภูมิ
ครั้งนี้เช่นกัน กล่าวกันว่าในระหว่างการต่อสู้ดูเหมือนค็อฏฏ๊อบ
พยายามแกะสลักระเบิดเพื่อขว้าง
ไปยังเป้าหมาย อย่างไรก็ตามระเบิดกลับทำางานในขณะที่กำาลังอยู่
ในมือของเขา ความผิดพลาด
ดังกล่าวนี้จึงเป็นผลให้เขาต้องสูญเสียนิ้วมือทั้งสองไป มุญาฮิดีนที่
ได้ร่วมต่อสู้กับค็อฏฏ๊อบผู้หนึ่ง
พยายามเกลี้ยกล่อมตัวเขาให้รีบไปโรงพยาบาลที่กรุงเปชาวาร์
                                 เพื่อรักษา แต่ค็อฏฏ๊อบกลับปฏิเสธ
                                 เขาเพียงแค่นำานำ้าผึ้งมาประกบ
                                 บาดแผลของเขาเพื่อรักษาตามซุน
                                 นะฮฺของท่านนบี ศ็อลฯ จากนั้
                                 นเขาก็นำาผ้าพันแผลมาพันรอบ
                                 บาดแผลอันฉกรรจ์ของเขาโดย
                                 การต่อสู้ก็ยังคงดำาเนินต่อไป ผล
                                 จาก
                                 ความอดทนดังกล่าวทำาให้ค็อฏฏ๊
                                 อบต้องสูญเสียนิ้วมือของเขาไป
                                 จุดจบของสงครามอัฟกานิสถาน
                                 มาพร้อมกับความอับปางของ
                                 โซเวียตและความหายนะ
                                 ของประเทศอัฟกานิสถาน หลัง
                                 การกลับไปมาตุภูมิเดิมของตนได้
                                 ไม่นาน ค็อฏฏ๊อบก็ตัดสินใจหวน
                                 กลับมายังอัฟกานิสถานอีกครั้ง
                                 เพื่อทำาการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวทา
                                 จิกิสถานและอุซเบกิสถาน
จำานวนมาก ในระหว่างนี้นั้นเองที่ชะตากรรมของค็อฏฏ๊อบได้ก้าว
ไปสู่การเป็นนักต่อสู้ที่เติบโตขึ้น
อีกระดับหนึ่ง ลมหายใจที่อุทิศตนให้แก่การญิฮาดของเขาได้
นำาพาเขาทะยานไปสู่สมรภูมิต่างๆอีก
คำารบหนึ่งจนได้ โดยในปี ค.ศ. 1993 ค๊อฏฏ๊อบได้ยินว่ามีการสู้
รบต่อต้านกองกำาลังโซเวียตอีกครั้ง
หากคราวนี้เป็นในประเทศทาจิกิสถาน ค๊อฎฎ๊อบและเพื่อนมุญาฮิดี
นกลุ่มเล็ก ๆ จึงเดินทางไปยัง
ประเทศทาจิกิสถาน ร่วมรบ และช่วยฝึกฝนทักษะทางการต่อสู้ให้
มุญาฮิดีนที่นั่นอยู่ราว ๆ 2 ปี ใน
ภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยความเย็นยะเยือก
ของหิมะ แม้ว่าอาวุธยุทโธปกรณ์
ของมุญาฮิดีนที่นั่นอาจจะอยู่ในสภาพที่ขาดแคลนและด้อย
ประสิทธิภาพ แต่ด้วยกับหัวใจที่ยึดมั่น
อยู่กับการเสียสละเพื่อหนทางของอิสลามก็ทำาให้หัวใจอันเข้มแข็ง
มิเคยต้องประสบกับความขยาด
กลัวต่อสิ่งเหล่านั้น
        หลังการสู้รบที่ทาจิกิสถานแล้วค็อฏฏ๊อบและกลุ่มสหายมุญาฮิ
ดีนกลุ่มเล็กๆก็ตัดสินใจ
เดินทางกลับไปยังอัฟกานิสถานอีกครั้ง ซึ่งเป็นช่วงราวๆปี 1995
อันเป็นปีเดียวกันกับที่สงคราม
ในเชชเนียร์ได้อุบัติขึ้นอย่างดุเดือด และแล้วช่วงเวลาที่
สถานการณ์ได้รังสรรค์วีรบุรุษก็เดินทาง
มาถึงเมื่อค็อฏฏ๊อบต้องตัดสินใจครั้งสำาคัญในชีวิตของเขาเพื่อเข้า
ร่วมกับพี่น้องมุญาฮิดีนในเชช
เนียร์กระทำาภารกิจญิฮาดอันสะท้านโลกอีกครั้ง ในวันหนึ่งขณะที่
ค็อฏฏ๊อบกำาลังรับชมข่าวการ
ต่อสูของพี่น้องมุญาฮิดีนในเชชเนียจากรายงานข่าวของ CNN
     ้
อยู่นั้น อณูขุมขนที่อัดแน่นไปด้วย
สัญชาติญาณของชาตินักรบในตัวเขาก็ตื่นตัวขึ้นแม้ว่าในเวลานั้น
เขาแทบจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับ
การญิฮาดในเชชเนียมาก่อนเลยนอกจากเรื่องราวของอิมามชะมีล
ที่ได้ถูกฝังเก็บไว้ในกุโบร์ของนคร
มาดีนะฮฺ ดังที่ค็อฏฏ๊อบเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า
“ในตอนนั้นเมื่อสายตาของ
ผมได้จับจ้องไปยังกลุ่มมุญาฮิ
ดีนเชเชนที่ศีรษะของพวกเขา
ต่าง
ก็ได้รับการคาดผ้าที่มี
ข้อความว่า “ลาอิลาฮะ
อิลลัลลอฮฺ” ควบคู่ไปกับการ
ตักบีรของเหล่ามุญาฮิดีน
ผู้ห้าวหาญ ในวินาทีนั้นผม
ได้ทราบความจริงแล้วว่าการ
ญิฮาดกำาลังดำาเนินอยู่ที่เชช
เนียร์ และผม
ต้องไปที่นั่น”
จากอัฟกานิสถานค็อฏฏ๊อบ
ได้ตัดสินใจ
เดินทางไปร่วมการญิฮาดที่
เชชเนียพร้อมกับ
สหายมุญาฮิดีนของเขาร่วม
8 คน รายงาน
บางกระแสระบุว่าตลอดชีวิตของค็อฏฏ๊อบ
เขาไม่เคยรู้จักด้วยซำ้าว่าเชชเนียร์อยู่ตรงไหน
แผนที่ที่เขามีอยู่ขณะนั้นก็มิได้ระบุถึงแหล่ง
ที่ตั้งของเชชเนียร์เลย การเดินทางของค็อฏฏ็
อบกับผองเพื่อนไปยังเชชเนียร์จึงทุลักทุเล
ด้วยการเดินทางไปยังดินแดนใกล้เคียงกับเชช
เนีย อาทิอาเซอร์ไบจาน และเขตแคว้นต่าง ๆ
ของรัสเซียก่อน จนในที่สุดก็ตุปัดตุเป๋ไปถึงเชช
เนียร์ในฤดูใบไม้ผลิจนได้ การมาถึงของค็อฏฏ๊
อบในครั้งนี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำาคัญสำาหรั
บตัวเขาและพี่น้องมุญาฮิดีนเชชเนียร์อย่างมา
ก แต่เดิมทีค๊อฎฎ๊อบตั้งเป้าหมายการมายังเชช
เนียของเขาไว้แต่เพียงการฝึกฝนทักษะการ
ต่อสู้ให้กับมุญาฮิดีนท้องถิ่นชาวเชชเนีย
เหมือนที่เขาเคยกระทำาในทาจิกิสถาน แต่การ
ยึดมั่นในอิสลามของวัยรุ่นชาวเชชเนียที่เขาได้
พบก็ทำาให้เขาประทับใจและตัดสินใจปักหลักญิฮาดในระยะยาว
ในดินแดนแห่งนี้ ชายหนุ่มผู้ไม่เคย
ครั่นคร้ามต่อศัตรูของพระผู้เป็นเจ้ากำาลังจะก้าวไปสู่การเป็นมุญาฮิ
ดีนในตำานานของดินแดนแห่งนี้
ประสบการณ์อันโชกโชนในสมรภูมิอัฟกานิสถานและทาจิกิสถาน
ได้กล่อมเกลาตัวของค็อฏฏ๊อบให้
มีความกล้าหาญและกลายเป็นนักรบผู้เก่งกาจที่หาตัวจับยากมาก
ที่สุดคนหนึ่ง มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ
ความประทับใจที่จุดเพลิงในใจของค็อฏฏ๊อบต่อความกล้าหาญ
ของชาวเชเชนในการญิฮาดว่า ครั้ง
หนึ่ง ในขณะที่ค็อฏฏ๊อบกำาลังสาละวนอยู่กับการฝึกฝนการญิฮาด
แก่มุญาฮิดีนเชชเนียอยุ่นั้น
ค็อฏฏ๊อบได้เหลือบไปเห็นหญิงชรา
ผู้หนึ่งที่มุ่งมั่นอยากมีส่วนร่วมใน
การญิฮาดด้วยเช่นกัน ค๊อฎฎ๊อบ
ถามหญิงชราคนนั้นว่าเธอคิดว่า
ตัวเองจะมีส่วนช่วยการญิฮาด
ในเชชเนียได้ยังไง หญิงชราตอบว่า
“ฉันไม่มีอะไรเลยนอกจากเสื้อกันหนาว เพียงตัว
เดียว และฉันจะบริจาคมันไปในหนทางของอัลลอฮฺ”
ค๊อฎฎ๊อบร้องไห้กับคำาตอบของหญิงชราจนกระทั่ง
เคราของเขาเปียกชุ่ม
(ค็อ ฏฏ๊อ บในสงครามทาจิก ิ
                     สถาน)




ตามแหล่งข้อมูลของกรมสถิติรัสเซียระบุว่าทหารรัสเซียที่ได้ต่อสู้
ในสงครามเชชเนียนั้นถูก
สังหารเพียงแค่ภายในเวลา 3 ปี มากกว่าที่ได้ถูกสังหารตลอด
ระยะเวลา 10 ปีที่รัสเซียรุกรานอัฟกานิสถานเสียอีก ค็อฏฏ๊อบกับ
พรรคพวกอีก 8 คนแม้จะมีสมาชิกแค่น้อยนิด แต่ก็ยังได้เข้าร่วม
เป็นส่วนสำาคัญของกองกำาลังมุญาฮิดีนเชชเนียร์ โดยทั้งนี้ค็อฏฏ๊
อบกับพวกได้จัดการฝึกฝนแก่ชน
พื้นเมืองเชเชนทั้งในด้านการทหารและวิชาการอิสลามควบคู่กัน
ไปด้วย ผลจากการฝึกฝน
โดยค็อฏฏ๊อบได้ทำาให้เหล่านักรบมุญาฮิดีนได้แสดงบทบาทการญิ
ฮาดด้วยกับความกล้าหาญและเฉียบขาดในการต่อต้านกองกำาลัง
รัสเซียหลายต่อหลายครั้งทั้งที่เป็นสมรภูมิภายในเชชเนียเอง อาทิ
สมรภูมิ Khartashoi ในปี 1995, สมรภูมิ Shatoi
และ Yashmardy ในปี 1996, รวมถึงสมรภูมิภายในรัสเซียเช่น
การต่อสู้ที่ดาเกสสถาน ปี 1997
เป็นต้น แต่ทว่าสมรภูมิอันเป็นที่โจษจันกันในความกล้าหาญและเก่
งกาจของค็อฏฏ๊อบก็คือสมรภูมิ
The Ambush of Shatoi ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 16 เมษายน ปี
1996 ทั้งนี้ขุนศึกผู้กล้าหาญนาม
ว่าค็อฏฏ๊อบได้นำาทัพมุญาฮิดีนร่วม 50 คนเข้าโจมตียานพาหนะ
ทางทหารของกองทัพรัสเซีย(ซึ่ง
คาดว่าน่าจะมีราวๆ
50 คัน)ที่เข้ามายึด
ครองเชชเนีย ผลจาก
การโจมตีดังกล่าว
แ ห ล่ง ข้อ มูล จ า ก
หน่วยความมั่นคง
รัสเซียระบุว่า ทหาร
รัสเซียมากถึง 223
นายต้องเสียชีวิตลง
จากการต่อสู้ในครั้งนี้
ซึ่งในจำานวนนี้มีนายทหารรุ่นลายครามยศระดับสูงรวมอยู่ด้วย 26
คน ความอับปางและพินาศของ
กองทัพรัสเซียจากการถูกโจมตีครั้งนี้ทำาให้รัฐบาลรัสเซียโกรธหัว
ฟัดหัวเหวี่ยงเอามากถึงขนาดทำา
การปลดตำาแหน่งนาย
พลราว 2-3 คนออก
จ า ก ตำ า แ ห น่ ง
เ นื่อ ง จ า ก ค ว า ม
ล้มเหลวในการต่อสู้
ครั้งนี้ ประธานาธิบดี
อันธพาลอย่างนาย
บอริส เยลซินต์ เองก็
ถึง ข น า ด ต้อ ง เ ปิด
อภิปรายในรัฐสภา
รัสเซียกันจ้าละหวั่น
ในขณะที่มุญาฮิดีน
ฝ่ายค็อฏฏ๊อบสูญเสียชีวิตไปเพียงแค่ 5 คนเท่านั้น ซึ่งแม้คนทั้งห้า
จะเสียชีวิตไปแต่ผลตอบแทนใน
ปรโลกที่รอพวกเขาอยู่มันช่างคุ้มค่ามากกว่าหากพระองค์ประสงค์
จะให้พวกเขาเป็น ชะฮีด และ
หลังจากนั้นอีกไม่กี่เดือนค็อฏฏ๊อบกับกลุ่มมุญาฮิดีนของเขาก็ได้
ทำาการจู่โจมค่ายกองกำาลังติด
อาวุธรัสเซียได้สำาเร็จอีกครั้ง ส่งผลให้เฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธมหา
ประลัยของรัสเซียต้องถูกทำาลาย
เสียหายอย่างยับเยิน
(ก้า วใหม่ข องค็อ ฏฏ๊อ บในฐานะแม่ท ัพ ของสงครามเชช
เนีย )


                                นายพลชะมีล บะ
                              ซาเยฟ(ซ้าย)ถ่ายรูปร่วม
                              กับค๊อฏฏ๊อบ




                                 ความร้อนแรงในจิตวิญญาณ
แห่งการต่อสู้ของค็อฏฏ๊อบมิอาจใช้ช้างทั้งโขลงมาฉุดรั้งได้อีก
ต่อไปแล้ว ในปี 1996 ค็อฏฏ๊อบตัดสินนำาพากลุ่มมุญาฮิดีนของ
เขาเข้าสมทบกับกลุ่มมุญาฮิดีนของ
แม่ทัพผู้องอาจอย่าง ท่านชะมีล บะซาเยฟ เพื่อทำาการสับประยุทธ์
อันมีชื่อเสียงที่เรียกว่า The famous Grozny offensive ใน
เดือนสิงหาคม และใน วันที่22 ธันวาคม ปี 1997 นายพลค็อฏฏ๊
อบผู้กล้าหาญได้ออกกรำาศึกนำาทัพผู้ศรัทธากว่า 100 คนเข้า
ทำาการโจมตีกองกำาลังรัสเซียที่ประจำาการอยู่ในอาณาบริเวณของ
รัสเซียเอง เรียกว่า สำานักงานใหญ่แห่งกองพลน้อยของกองกำาลัง
รัสเซีย (The 136 Motorised Rifle Brigade of the
Russian Army) การลอบโจมตีครั้งนี้มีความสำาคัญและเป็นที่
โจษจันกันมาก แต้มของการพิฆาตรถหุ้มเกราะรัสเซียสูงถึง 300
คันซึ่งไม่อาจที่จะประเมินจำานวนอันมหาศาลที่ทหารรัสเซียได้สูญ
เสียไป ในขณะเดียวกัน
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc

More Related Content

What's hot

7 Habits of 'The Rabbit and The Tortoise'
7 Habits of 'The Rabbit and The Tortoise'7 Habits of 'The Rabbit and The Tortoise'
7 Habits of 'The Rabbit and The Tortoise'
Ungkool Wongkolthoot
 
(ล่าสุดฉบับแก้ไขครั้งที่ 2) ละหมาดตะรอวีห์ โดย อาริฟีน แสงวิมาน
(ล่าสุดฉบับแก้ไขครั้งที่ 2) ละหมาดตะรอวีห์ โดย อาริฟีน แสงวิมาน(ล่าสุดฉบับแก้ไขครั้งที่ 2) ละหมาดตะรอวีห์ โดย อาริฟีน แสงวิมาน
(ล่าสุดฉบับแก้ไขครั้งที่ 2) ละหมาดตะรอวีห์ โดย อาริฟีน แสงวิมาน
sunnahstudent
 
Th muhammad is not terrorist
Th muhammad is not terroristTh muhammad is not terrorist
Th muhammad is not terrorist
Loveofpeople
 
อิสลามกับหัวใจของศาสนาและความเข้าใจระหว่างศาสนา
อิสลามกับหัวใจของศาสนาและความเข้าใจระหว่างศาสนาอิสลามกับหัวใจของศาสนาและความเข้าใจระหว่างศาสนา
อิสลามกับหัวใจของศาสนาและความเข้าใจระหว่างศาสนา
islam house
 
ละหมาดตะรอวีหฺ เขียนโดย อารีฟีน แสงวิมาน
ละหมาดตะรอวีหฺ เขียนโดย อารีฟีน แสงวิมานละหมาดตะรอวีหฺ เขียนโดย อารีฟีน แสงวิมาน
ละหมาดตะรอวีหฺ เขียนโดย อารีฟีน แสงวิมาน
sunnahstudent
 
ศาสนาอิสลาม
ศาสนาอิสลามศาสนาอิสลาม
ศาสนาอิสลาม
thnaporn999
 
252441 bm3 discipleship-key to team building-16 (th)
252441 bm3 discipleship-key to team building-16 (th)252441 bm3 discipleship-key to team building-16 (th)
252441 bm3 discipleship-key to team building-16 (th)
Somyos Vi
 
กุนูตศุบหฺ
กุนูตศุบหฺกุนูตศุบหฺ
กุนูตศุบหฺ
sunnahstudent
 

What's hot (11)

7 Habits of 'The Rabbit and The Tortoise'
7 Habits of 'The Rabbit and The Tortoise'7 Habits of 'The Rabbit and The Tortoise'
7 Habits of 'The Rabbit and The Tortoise'
 
งานสังคม
งานสังคมงานสังคม
งานสังคม
 
(ล่าสุดฉบับแก้ไขครั้งที่ 2) ละหมาดตะรอวีห์ โดย อาริฟีน แสงวิมาน
(ล่าสุดฉบับแก้ไขครั้งที่ 2) ละหมาดตะรอวีห์ โดย อาริฟีน แสงวิมาน(ล่าสุดฉบับแก้ไขครั้งที่ 2) ละหมาดตะรอวีห์ โดย อาริฟีน แสงวิมาน
(ล่าสุดฉบับแก้ไขครั้งที่ 2) ละหมาดตะรอวีห์ โดย อาริฟีน แสงวิมาน
 
Th muhammad is not terrorist
Th muhammad is not terroristTh muhammad is not terrorist
Th muhammad is not terrorist
 
อิสลามกับหัวใจของศาสนาและความเข้าใจระหว่างศาสนา
อิสลามกับหัวใจของศาสนาและความเข้าใจระหว่างศาสนาอิสลามกับหัวใจของศาสนาและความเข้าใจระหว่างศาสนา
อิสลามกับหัวใจของศาสนาและความเข้าใจระหว่างศาสนา
 
ศาสนาอิสลาม 402
ศาสนาอิสลาม 402ศาสนาอิสลาม 402
ศาสนาอิสลาม 402
 
360
360360
360
 
ละหมาดตะรอวีหฺ เขียนโดย อารีฟีน แสงวิมาน
ละหมาดตะรอวีหฺ เขียนโดย อารีฟีน แสงวิมานละหมาดตะรอวีหฺ เขียนโดย อารีฟีน แสงวิมาน
ละหมาดตะรอวีหฺ เขียนโดย อารีฟีน แสงวิมาน
 
ศาสนาอิสลาม
ศาสนาอิสลามศาสนาอิสลาม
ศาสนาอิสลาม
 
252441 bm3 discipleship-key to team building-16 (th)
252441 bm3 discipleship-key to team building-16 (th)252441 bm3 discipleship-key to team building-16 (th)
252441 bm3 discipleship-key to team building-16 (th)
 
กุนูตศุบหฺ
กุนูตศุบหฺกุนูตศุบหฺ
กุนูตศุบหฺ
 

Viewers also liked

เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอมเดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม
Muttakeen Che-leah
 
คิดถึงอิสลามยามมาร์กไม่อยู่
คิดถึงอิสลามยามมาร์กไม่อยู่คิดถึงอิสลามยามมาร์กไม่อยู่
คิดถึงอิสลามยามมาร์กไม่อยู่
Muttakeen Che-leah
 
พระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็น
พระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็นพระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็น
พระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็น
Muttakeen Che-leah
 
การทำงานศาสนาด้านต่างๆ ในแง่ของการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอิสลาม
การทำงานศาสนาด้านต่างๆ ในแง่ของการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอิสลามการทำงานศาสนาด้านต่างๆ ในแง่ของการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอิสลาม
การทำงานศาสนาด้านต่างๆ ในแง่ของการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอิสลาม
Muttakeen Che-leah
 
การลงของอัลลอฮฺ
การลงของอัลลอฮฺการลงของอัลลอฮฺ
การลงของอัลลอฮฺ
Muttakeen Che-leah
 
วิเคราะห์ความโอ้อวด
วิเคราะห์ความโอ้อวดวิเคราะห์ความโอ้อวด
วิเคราะห์ความโอ้อวด
Muttakeen Che-leah
 
เหตุผลหรือข้ออ้างลับที่ไม่ถูกเปิดเผย
เหตุผลหรือข้ออ้างลับที่ไม่ถูกเปิดเผยเหตุผลหรือข้ออ้างลับที่ไม่ถูกเปิดเผย
เหตุผลหรือข้ออ้างลับที่ไม่ถูกเปิดเผย
Muttakeen Che-leah
 
ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...
ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...
ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...
Muttakeen Che-leah
 
Bidah
BidahBidah
ผู้ก่อการร้ายจะต้องเป็นมุสลิมเท่านั้นหรือ
ผู้ก่อการร้ายจะต้องเป็นมุสลิมเท่านั้นหรือผู้ก่อการร้ายจะต้องเป็นมุสลิมเท่านั้นหรือ
ผู้ก่อการร้ายจะต้องเป็นมุสลิมเท่านั้นหรือ
Muttakeen Che-leah
 
บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่
บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่
บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่
Muttakeen Che-leah
 
การเวียนว่ายตายเกิด
การเวียนว่ายตายเกิดการเวียนว่ายตายเกิด
การเวียนว่ายตายเกิด
Muttakeen Che-leah
 
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Completeถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
Muttakeen Che-leah
 
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
 เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc  เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
Muttakeen Che-leah
 

Viewers also liked (17)

ทาส1
ทาส1ทาส1
ทาส1
 
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอมเดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม
 
คิดถึงอิสลามยามมาร์กไม่อยู่
คิดถึงอิสลามยามมาร์กไม่อยู่คิดถึงอิสลามยามมาร์กไม่อยู่
คิดถึงอิสลามยามมาร์กไม่อยู่
 
พระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็น
พระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็นพระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็น
พระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็น
 
Pramote maolid
Pramote maolidPramote maolid
Pramote maolid
 
การทำงานศาสนาด้านต่างๆ ในแง่ของการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอิสลาม
การทำงานศาสนาด้านต่างๆ ในแง่ของการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอิสลามการทำงานศาสนาด้านต่างๆ ในแง่ของการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอิสลาม
การทำงานศาสนาด้านต่างๆ ในแง่ของการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอิสลาม
 
Radd qardjed
Radd qardjedRadd qardjed
Radd qardjed
 
การลงของอัลลอฮฺ
การลงของอัลลอฮฺการลงของอัลลอฮฺ
การลงของอัลลอฮฺ
 
วิเคราะห์ความโอ้อวด
วิเคราะห์ความโอ้อวดวิเคราะห์ความโอ้อวด
วิเคราะห์ความโอ้อวด
 
เหตุผลหรือข้ออ้างลับที่ไม่ถูกเปิดเผย
เหตุผลหรือข้ออ้างลับที่ไม่ถูกเปิดเผยเหตุผลหรือข้ออ้างลับที่ไม่ถูกเปิดเผย
เหตุผลหรือข้ออ้างลับที่ไม่ถูกเปิดเผย
 
ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...
ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...
ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...
 
Bidah
BidahBidah
Bidah
 
ผู้ก่อการร้ายจะต้องเป็นมุสลิมเท่านั้นหรือ
ผู้ก่อการร้ายจะต้องเป็นมุสลิมเท่านั้นหรือผู้ก่อการร้ายจะต้องเป็นมุสลิมเท่านั้นหรือ
ผู้ก่อการร้ายจะต้องเป็นมุสลิมเท่านั้นหรือ
 
บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่
บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่
บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่
 
การเวียนว่ายตายเกิด
การเวียนว่ายตายเกิดการเวียนว่ายตายเกิด
การเวียนว่ายตายเกิด
 
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Completeถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
 
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
 เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc  เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
 

More from Muttakeen Che-leah

เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
 เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc  เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
Muttakeen Che-leah
 
วิจารณ์เวียนว่ายตายเิกด
วิจารณ์เวียนว่ายตายเิกดวิจารณ์เวียนว่ายตายเิกด
วิจารณ์เวียนว่ายตายเิกด
Muttakeen Che-leah
 
วิเคราะห์ฮะดีษ
วิเคราะห์ฮะดีษวิเคราะห์ฮะดีษ
วิเคราะห์ฮะดีษ
Muttakeen Che-leah
 
ลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัย
ลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัยลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัย
ลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัย
Muttakeen Che-leah
 
มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์
มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์
มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์
Muttakeen Che-leah
 
แผนที่ตรรกะ
แผนที่ตรรกะแผนที่ตรรกะ
แผนที่ตรรกะ
Muttakeen Che-leah
 
ตรรกเอาความเป็นรูปธรรม
ตรรกเอาความเป็นรูปธรรมตรรกเอาความเป็นรูปธรรม
ตรรกเอาความเป็นรูปธรรม
Muttakeen Che-leah
 
ตรรก และ เหตุผลวิบัติ
ตรรก และ เหตุผลวิบัติตรรก และ เหตุผลวิบัติ
ตรรก และ เหตุผลวิบัติ
Muttakeen Che-leah
 
เล่ห์ชัยฏอน
เล่ห์ชัยฏอนเล่ห์ชัยฏอน
เล่ห์ชัยฏอน
Muttakeen Che-leah
 
ถลกหนังไซออนนีส
ถลกหนังไซออนนีสถลกหนังไซออนนีส
ถลกหนังไซออนนีส
Muttakeen Che-leah
 
แนวทางของนักปราชญ์ในการพิจารณาตัวบทฮะดีษ
แนวทางของนักปราชญ์ในการพิจารณาตัวบทฮะดีษแนวทางของนักปราชญ์ในการพิจารณาตัวบทฮะดีษ
แนวทางของนักปราชญ์ในการพิจารณาตัวบทฮะดีษ
Muttakeen Che-leah
 

More from Muttakeen Che-leah (17)

ทุกศาสนา
ทุกศาสนาทุกศาสนา
ทุกศาสนา
 
Al kafi
Al kafiAl kafi
Al kafi
 
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
 เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc  เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
 
วิจารณ์เวียนว่ายตายเิกด
วิจารณ์เวียนว่ายตายเิกดวิจารณ์เวียนว่ายตายเิกด
วิจารณ์เวียนว่ายตายเิกด
 
วิเคราะห์ฮะดีษ
วิเคราะห์ฮะดีษวิเคราะห์ฮะดีษ
วิเคราะห์ฮะดีษ
 
ลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัย
ลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัยลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัย
ลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัย
 
มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์
มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์
มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์
 
แผนที่ตรรกะ
แผนที่ตรรกะแผนที่ตรรกะ
แผนที่ตรรกะ
 
ตรรกเอาความเป็นรูปธรรม
ตรรกเอาความเป็นรูปธรรมตรรกเอาความเป็นรูปธรรม
ตรรกเอาความเป็นรูปธรรม
 
ตรรก และ เหตุผลวิบัติ
ตรรก และ เหตุผลวิบัติตรรก และ เหตุผลวิบัติ
ตรรก และ เหตุผลวิบัติ
 
Names list of_logical_fallacy
Names list of_logical_fallacyNames list of_logical_fallacy
Names list of_logical_fallacy
 
Guide of association
Guide of associationGuide of association
Guide of association
 
เล่ห์ชัยฏอน
เล่ห์ชัยฏอนเล่ห์ชัยฏอน
เล่ห์ชัยฏอน
 
ถลกหนังไซออนนีส
ถลกหนังไซออนนีสถลกหนังไซออนนีส
ถลกหนังไซออนนีส
 
Pramote tarorveah
Pramote tarorveahPramote tarorveah
Pramote tarorveah
 
แนวทางของนักปราชญ์ในการพิจารณาตัวบทฮะดีษ
แนวทางของนักปราชญ์ในการพิจารณาตัวบทฮะดีษแนวทางของนักปราชญ์ในการพิจารณาตัวบทฮะดีษ
แนวทางของนักปราชญ์ในการพิจารณาตัวบทฮะดีษ
 
รับน้อง
รับน้องรับน้อง
รับน้อง
 

ค็อฏฏ๊อบ.Doc

  • 1. ผลงานชิ้น นี้ คือ ความพยายามเพีย งกระผีก เดีย ว ของผู้ ไม่ญ ิฮ าดเยี่ย งข้า พเจ้า ในการที่จ ะช่ว ยแบ่ง เบา ความ ยากลำา บากที่พ ี่น ้อ งมุญ าฮิด ีน ได้ต รากตรำา ทนทุก ข์ เพื่อ พวกเราปวงอุม มะฮฺอ ิส ลาม ชัร ฟุด ดีน อามิล ี
  • 2. “ถ้า หากการต่อ สู้ก ับ บุค คลซึ่ง สัง หารมุส ลิม ของเราคือ การก่อ การร้า ย ก็ข อให้ ประวัต ิศ าสตร์จ งเป็น พยานว่า เราคือ ผู้ ก่อ การร้า ย” ชัย คฺ อุซ ามะฮฺ บิน ลาดิน ‫بسم ا الرحمن الرحيم‬
  • 3. ‫الحمد لله الذي رفع درجات المتقين, ونصب رايات التمييز‬ ‫,لصاب اليقين‬ ‫وخفض مقام الملحدين, واصلة والسلم على سيد‬ ‫المرسلين, سيدنا محمد المعرب عن أحوال الدين, وعلى آله‬ ‫...........وصحبه وسائر المسلمين أمابعد‬ ‫من ٱلمؤمنين رجال صدقوا ما عاهدوا ٱلله عليه فمنهم من‬ ّ ْ ُ ْ ِ َ ‫ّ لٱ َ ْ ُ ْ ِ ِ لٱ َ ِ لٱ َ ٌ لٱ َ لٱ َ ُ ْ لٱ َ لٱ َ لٱ َ ُ ْ ّ لٱ َ لٱ َ لٱ َ ْ ِ لٱ‬ ً ‫قضى نحبه ومنهم من ينتظر وما بدلوا تبديل‬ ِ ْ َ ‫لٱ َ لٱ َ ٰ لٱ َ ْ لٱ َ ُ لٱ َ ِ ْ ُ ْ ّ لٱ َ لٱ َ ِ ُ لٱ َ لٱ َ لٱ َ ّ ُ ْ لٱ‬ ในหมู่ผู้ศรัทธามีบุรุษผู้มีสัจจะต่อสิ่งที่พวกเขาได้สัญญาต่ออัลลอฮฺ เอาไว้ ดังนั้นในหมู่พวกเขามีผู้ปฏิบัติตามสัญญาของเขา และใน หมู่พวกเขามีผู้ที่ยังคอย (การตายชะฮีด) และพวกเขามิได้ เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด (อัลอะหฺซาบ:23) ‫يا أ لٱ َيها ٱلذين آمنوا ٱتقوا ٱلله وٱبتغوۤا إ ِليه ٱلوسيلة وجاهدوا في‬ ِ ْ ُ ِ َ ‫لٱ َ ّ لٱ َ ّ ِ لٱ َ لٱ َ ُ ْ ّ ُ ْ ّ لٱ َ لٱ َ ْ لٱ َ ُ ْ لٱ َ ِ ْ لٱ َ ِ لٱ َ لٱ َ لٱ َ لٱ‬ َ ‫لٱ َ ِ ِ ِ لٱ َ لٱ َ ّ ُ ْ ُ ْ ِ ُ لٱ‬ ‫سبيله لعلكم تفلحون‬ ผูศรัทธาทั้งหลาย ! พึงยำาเกรงอัลลอฮ์เถิด และจงแสวงหาสื่่อไปสู่ ้ พระองค์ และจงต่อสู้และเสียสละในทางของอัลลอฮ์เถิด เพื่อว่า พวกเจ้าจะได้รับความสำาเร็จ (อัล-มาอิดะฮฺ: 35) เมื่อหลายวันก่อนในขณะที่ผู้เขียนกำาลังนั่งรับประทาน อาหารกลางวันอยู่ในร้านค้าแห่งหนึ่งในตัวเมือง ปัตตานี ทันใด นั้นเองก็ปรากฏเด็กวัยรุ่น “มลายู” ก๊กหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน อาหาร พร้อมทำาการสั่งอาหารรับประทานตามปกติวิสัย ผู้เขียนสังเกตเห็น พบว่าในหมู่เด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้มีผู้ หนึ่งสวมใส่เสื้อยืดสีดำาสกรีนรูปถ่ายอมตะของ เออเนสโต หรือ “เช กูวาร่า” นักต่อสู้เพื่อไพร่ชนผู้ถูก กดขี่ชาวอเจนตินา หลังจากเด็กกลุ่มนี้รับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยพวกเขา ก็เดินจำ้าอ้าวออกจากร้านมุ่งหน้าเข้าสู่ตู้เพลงคาราโอเกะตาม ธรรมเนียมนิยมของเด็กวัยรุ่นมลายูที่พวกเราสามารถพบเห็นกัน
  • 4. ได้เกลื่อนทั่วไปตามพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทันใดนั้น ในห้วงสำานึกก็ก่อเค้าคำาถามขึ้นมา ว่า ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ภาพของเชกูวาร่าซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่ง การต่อสู้ของค่ายโลกสังคมนิยมจะสามารถเดินเหินเข้าไปในตู้ เพลงร้านคาราโอเกะซึ่งเป็นสถานบันเทิงเริงรมอันโสมมของผู้ ประสงค์กระทำาชั่ว (75:5) ซึ่งลัทธิทุนนิยมเสรีประชาธิปไตยได้ให้ กำาเนิดขึ้นมาเพื่อล้างผลาญสตางค์อันน้อยนิดที่มีอยู่มือกำามือของ เยาวชนมุสลิมไปเสียได้ ภาพของเชกุวาร่าที่ใครหลายๆคนยึดมั่น เป็นแรงบันดาลใจเพื่อการต่อสู้กับลัทธิทุนนิยมสามารถแปลง สถานะไปเป็นเครื่องหมายทางการค้าแห่งความ “เท่ห์” ในคราบ นักปฏิวัติที่จำาหน่ายดีเป็นเทนำ้าเทท่าจากกระบวยกลของลัทธิ ทุนนิยม คล้ายจะตอกยำ้าคำาพูดของท่านผู้ใดสักคนที่ว่า เชกูวาร่า ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อต้านทุนนิยม และเช่นกัน เชกูวาร่า ผู้ เป็นสัญลักษณ์แห่งสินค้า “ฟุ้งเฟ้อ” ของโลกทุนนิยมที่ทำารายได้ มหาศาลถล่มทลายจากรูปภาพของเขาที่ปรากฏอยู่บนเสื้อยืดสุดโก้ และสติ๊กเกอร์ติดตามยานพาหนะทั้งหลาย ผู้เขียนได้เปรยกับ เพื่อนร่วมโต๊ะต่อไปว่า นี่ขนาดเชกูวาร่ายังกลายเป็นสินค้าของ โลกทุนนิยมไปได้ถึงเพียงนี้ แล้วกระไรกันเล่าที่ต่อไปอีกสัก 10 ปี ข้างหน้า เราจะไม่เห็นผู้คนใส่เสื้อยืดสกรีนรูปของอุซามะฮฺ บินลา เดน เดินเข้า RCA ได้ล่ะ เผลอๆบุคคลที่เริ่มต้นพฤติกรรม“พิสดาร” เช่นนี้อาจจะเป็นเด็กมุสลิมด้วยซำ้าไป!! สหายผู้ร่วมโต๊ะอาหารของ ข้าพเจ้าได้ตอบติด ตลกร้ายว่า “คงไม่หรอกมั้งเพราะบินลาเดนไม่เท่ห์เท่าเชกุวาร่า”!! หลังจากรับประทานอาหารเสร็จผู้เขียนได้เข้าไปแวะอ่านหนังสือ ในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยในช่วงบ่ายๆ ทันใดนั้นผู้เขียนก็ เหลือบไปเห็นเด็กนักศึกษามุสลิมกลุ่มหนึ่งกำาลังนั่งถกเถียงเสวนา กันถึงเรื่องบางเรื่องอย่างเอ็ดตะโร ผู้เขียนสังเกตเห็นหนังสือที่วาง อยู่บนโต๊ะเป็นรูปของเชกูวาร่าจึงเงี่ยหูฟังการสนทนาของ นักศึกษากลุ่มนี้อย่างตั้งใจ จึงจับใจความการสนทนาได้ว่าพวก เขากำาลังพูดถึงวีระบุรุษในโลกคอมมิวนิสต์ทั้งหลายอยู่ ซึ่งหนึ่งใน นั้นก็มี เชกูวาร่าเช่นกันเมื่อเห็นการสนทนาเริ่มคึกคักน่าสนใจผู้ เขียนจึงลุกขึ้นไปนั่งร่วมสนทนากับพวกเขาด้วยพร้อมกับถามไถ่ ความเป็นมาจึงจับได้ความว่า เป็นเด็กคณะรัฐศาสตร์ ซึ่งกำาลัง ดื่มดำ่าไปกับการเรียนเนื้อหาของรายวิชาทฤษฎีการเมือง อย่าง มาร์กซิสต์ รวมถึงขบวนการเคลื่อนไหวขององค์กรคอมมิวนิสต์ สากลทั้งในการเมืองโลกหรือในการเมืองไทย ช่วงหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา อยู่ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะพบกลุ่มเด็กนักศึกษามุสลิม
  • 5. เหล่านี้ต่างก็หลงใหลคลั่งไคล้ไปกับนักต่อสู้ของโลกคอมมิวนิสต์ ทั้งหลาย เพราะจากข้อมูลเนื้อหาทางการศึกษาที่บ่มเพาะขัดเกลา เยาวชนเหล่านี้ผ่านงานวรรณกรรมและงานวิชาการของสาย รัฐศาสตร์ ตลอดการเสวนาของพวกเขา ชื่อของนักต่อสู้เพื่อ มวลชนจึงไหลกรอกเข้าออกสองหูของข้าพเจ้าอยู่เสมอ ไม่ว่าจะ เป็น คาร์ลมารกซ์,เลนิน,เหมาเจ๋อตุง,โฮจิมิน, และรวมถึง จิตร ภูมิ ศักดิ์ ด้วยในความเป็นจริงผมมีมุมมองว่าหากเยาวชนมุสลิมศึกษา ใคร่รู้ในเรื่องราวของบุคคลที่ผมเอ่ยชื่อไปทั้งหมดก็หาได้ถือว่าผิด บาปและกระทำาการณ์อันเสื่อมเสียต่อศีลธรรมแต่อย่างใดไม่ เพราะแม้กระทั่งตัวผู้เขียนเองก็ยังศึกษาประวัติและการต่อสู้ของ บุคคลเหล่านี้ไว้เป็นบทเรียน สอนใจในฐานะประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นกับคนยุคก่อนด้วยกันทั้งสิ้น (30:9) แต่หากการศึกษา เหล่านี้เป็นไปเพื่อมีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อคลั่งไคล้และก่อให้เกิด การโน้มรับอุดมการณ์ทางการเมือง ที่เป็นพิษภัยต่ออิสลามตลอดจนไม่ก่อประโยชน์อันใดต่ออุมมะฮฺ อิสลามจากการศึกษาสิ่งเหล่านี้ เลย ผมถือว่าการศึกษาดังกล่าวเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างเด็ดขาด ครั้นเมื่อเห็นพวกเขาผ่อนคลายการพูดคุยลง ผมเลยลองแย้มถาม พวกเขาไปว่า พวกเขา รู้จักนักต่อสู้ของโลกอิสลามอย่าง ท่านหะซันอัลบันนา ท่านชัยคุล อิสลามอิบนุตัยมียะฮฺ ท่าน ซัยยิดอบุลอะอฺลาอัลเมาดูดีย์บ้างหรือไม่ พวกเขาตอบผมมาว่า “หะซันอัลบันนาและเมาดูดีย์ผม พอเคยได้ยินมาบ้างจากรายวิชาการเมืองในโลกตะวันออกกลาง” และอิบนุตัยมียะฮฺนี้คือใคร หรือ??? ผมจึงถามเขาไปว่า “คุณรู้จัก นักต่อสู้เพื่ออิสลามในระดับ ดีท่านใดบ้างล่ะ?” พวกเขาจึง ตอบผมมาว่า “เรารู้จักท่านอิมามโคมัยนี ซึ่งในความคิดของเรา ท่านเป็นนักต่อสู้เพื่ออิสลามที่ทำา การปฏิวัติอิสลาม” ผมจึงถามเขาไปว่า “พวกคุณได้ข้อมูลมาจากที่ ใดหรือจึงได้มองว่าโคมัยนีเป็น เยี่ยงนั้น” พวกเขาจึงตอบมาว่า “ก็จากหนังสือแนวการเมือง อิสลามเท่าที่มีอยู่ในฉบับภาษาไทย อย่างเช่นงานเขียนของ....(ขอสงวนนามไม่ออกชื่อ)” คำาตอบของ พวกเขาผมคิดว่าส่วนหนึ่งคง
  • 6. เป็นไปตามที่ท่านผู้อ่านคาดกันไว้ก่อนแล้วและอีกส่วนหนึ่งท่านผู้ อ่านก็คงจะคาดไม่ถึงแน่นอน ในส่วนตัวของผมมองว่าหากจะให้โทษนักศึกษาเหล่านี้ไป ในโทษ ฐานที่ว่า พวกเขาโฉด เขลาที่ไปหลงใหลกลุ่มบุคคลตามที่ได้กล่าวไปทั้งหมดนั้นก็เห็นจะ ไม่ถูกเสียทีเดียว สืบเนื่องจากว่า ส่วนหนึ่งแล้วข้อมูลเกี่ยวกับนักต่อสู้ของโลกมุสลิมนั้นมีจำากัดน้อย มากในรูปแบบที่เป็นเอกสาร ภาษาไทย เท่าที่ผมเห็นๆมา(ซึ่งก็อาจจะมีมากกว่านี้)ก็มีขอมูลตาม ้ ที่ปรากฏในเว็ปไซต์ของกลุ่มฟิต ยะฮฺ(อัลอัค)และหนังสือขบวนการฟื้นฟูอิสลามที่แปลโดย อ.บรรจง บินกาซัน นอกจากนี้เท่าที่เห็นก็ จะเป็นหนังสือที่ออกโดยองค์กรของพวกรอฟิเฎาะฮฺชีอะฮฺและนัก วิชาการซุนนีบางท่านที่ “โปร” ชีอะฮฺอิหร่าน (ตะชัยยุอฺ) ซึ่งโดยทั้งหมดก็เป็นเนื้อหาที่สนับสนุน อุดมการณ์ของลัทธิโคมัยนีและการ ปฏิวัติอิหร่านเสียมากกว่า เพราะฉะนั้นการที่เรื่องราวของนักต่อสู้ เพื่ออิสลามทั้งหลายล้วนแล้วแต่ มีลักษณะอาทิ ข้อมูลภาษาไทยมีน้อย, ไม่มีการประชาสัมพันธ์จน เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ตลอดจน การที่นักต่อสู้เพื่ออิสลามล้วนแล้วแต่ถูกภาคทัณฑ์จากมหาซาตาน โลกอย่างอเมริกาและพลพรรค ของมันทั่วปฐพีว่าคือ “ผู้ก่อการร้าย” จึงทำาให้การเปิดเผยปลุก ระดมเพื่อตามรอยวีรชนแห่งอิสลาม เหล่านี้กลายเป็นสิ่ง “ต้องห้าม” ไปแม้กระทั่งในประเทศมุสลิมเอง ด้วยซำ้าไป อันเนื่องจากความ หวาดกลัวในโทษทัณฑ์ที่อาจถูกสอยจนชีวิตร่วงด้วยกฎหมาย ก่อการร้ายสากลก็เป็นได้ หากจำาไม่ ผิด หนังสือ “หลักชัยอิสลาม” ของท่านชะฮีดซัยยิดกุฏฏุบ (รอฮิฯ) ที่ออกมาเมื่อนานมาแล้วก็เคย ถูกแบนจากหน่วยงานรัฐปัญญาอ่อนของไทย เพราะความเข้าใจ คลาดเคลื่อนไปว่าหนังสือเล่มนี้ คือหนังสือของ “ผู้ก่อการร้าย” นั่นเอง สภาวการณ์ที่อยู่บนการพิพากษาว่าพี่น้องมุญาฮิดีนคือ “ผู้ก่อการ ร้าย” ได้ทำาให้โลกมุสลิม เกิดความขยาดกลัวและกระดากอายที่จะนำาวีรกรรมอันทรง เกียรติคุณของบุคคลเหล่านี้มาบอก
  • 7. กล่าวขับขานเป็นอุทาหรณ์แก่ชนผู้หลับใหลสืบไป ส่งผลให้โลก มุสลิมเกิดการ “ขาดจิตสำานึก” ใน พันธะกิจของการ “ญิฮาด” (4:75) อันเนื่องด้วยการขาดแรงจูงใจ และบุคคลที่เป็นพลังขับเคลื่อน ของพวกเขา หากจะเปรียบเทียบถึงสถานการณ์ของโลกยุคสงครามเย็น เราจะ พบว่าสถานภาพ เดียวกันที่ค่ายคอมมิวนิสต์สังคมนิยมประสบอยู่ในขณะนั้นก็คือ สภาวะเดียวกันกับที่โลกมุสลิม ประสบอยู่ นั่นก็คือการถูกอิทธิพลทางสื่อของค่ายเสรีนิยมตราหน้า ว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย” เช่นกัน จะต่างกันก็ตรงที่ว่าระดับความเข้มข้นของการโหมกระหนำ่า โฆษณาล้างสมองชาวโลกที่มีต่อโลก มุสลิมอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงกว่า จากผลของพัฒนาการอัน ก้าวหน้าในด้านสื่อและอินเทอร์เน็ต ในเวลานั้น บุคคลอย่าง เช กูว่าร่า ก็ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ก่อการ ร้ายที่รัฐบาลอเมริกาไล่ล่าหาตัวเขา กันจ้าละหวั่นเพื่อนำามาเด็ดหัวสั่งสอนแก่รัฐบาลค่ายสังคมนิยมว่า จุดจบของผู้เป็นขบถต่อระบอบ เสรีนิยมจะต้องเป็นแบบนี้!! อย่าว่าแต่เชเลยแม้กระทั่งคนอย่างจิตร ภูมิศักดิ์ กว่าผลงานและ ประวัติชีวิตของเขาจะเป็นที่ “นำาเสนอ” ได้ในสังคมไทยก็ต่อเมื่อ หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา เข้าไปแล้ว แต่ครั้นเมื่อกลุ่มองค์กรจากเครือข่ายซากเดนศักดินาไทยระดล พลพรรคคนรักชาติด้วยการถล่ม นักศึกษาที่ธรรมศาสตร์พร้อมกับนำาชาติกระโจนไปสู่วังวนแห่ง ความดักดานของสมบูรณาญาสิทธิราชผลงานของเขาก็เป็นอัน ต้องพับเข้ากรุไปตามระเบียบ แต่แม้นกระนั้นก็ตามการถูกไฟแห่ง ความอาฆาตพยาบาทรุมโจมตีฝ่ายตนมากเท่าใดโลกจากค่าย สังคมนิยมก็กลายยิ่งเพิ่มความยืน หยัดในอุดมการณ์ของตนเองมากขึ้นเป็นเท่าตัว การตายของ “ผู้ ก่อการร้าย” อย่างเชกุว่าร่าจึงถูก มองว่าเป็นการตายเยี่ยงวีรชนที่เสียสละเพื่อมวลชนและอุดมการณ์ ของลัทธิสังคมนิยม สื่อสิ่งพิมพ์ ต่างๆมากมายจากฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้เขียนสดุดีเชิดชูความกล้า หาญของเขาจนกลายเป็น
  • 8. สัญลักษณ์ของการต่อต้านระบอบทุนนิยมที่คนหนุ่มสาวทั่วโลกได้ นำามาเป็น Idol ของพวกเขา บรรยากาศแห่ง “สงครามปลดแอกประชาชน” ของฝ่ายสังคมนิยม จึงระอุไปทั่วมุมต่างๆของโลก จากแรงบันดาลใจที่พวกเขาได้รับจากวีรบุรุษของพวกเขา วกกลับมาดูถึงสภาพที่โลกมุสลิมกำาลังประสบอยู่ในขณะนี้แม้ว่า โลกมุสลิมจะถูกบดขยี้จน บอบชำ้ายับเยินขนาดไหนแล้วก็ตาม และแม้ว่าการ “ญิฮาด” จะ เป็นพันธะกิจที่ต้องเข้าร่วม (2:216) เพื่อยกระดับศักดิ์ศรีของอิสลามขนาดไหนก็ตาม การตอบรับใน พันธะกิจข้อนี้จากโลกมุสลิมก็ยัง ถือว่าน้อยจนน่าใจหายมากหากจะเปรียบเทียบกับการเข้าร่วมของ คนหนุ่มสาวคอมมิวนิสต์กับ กองทัพปลดแอกประชาชน ใครที่เกิดทันยุค 6 ตุลาคม 2519 ก็ คงจะทราบดีว่าอย่างน้อยที่สุด กระแสสังคมนิยมก็ได้ผลักดันนักศึกษาหัวก้าวหน้ามากมาย ทั้ง สาขาแพทย์,วิศวกร และอื่นๆ ให้ดา หน้ากันเข้าป่าเพื่อไปแบกอาวุธทำาการปฏิวัติล้มล้างการกดขี่ของ พวกซากเดนศักดินาไทยและ สถาปนารัฐสังคมนิยมขึ้นมา มิหนำาซำ้าระบอบสังคมนิยมยังได้ก่อ กำาเนิดวีรบุรุษของพวกเขาอย่าง จิตร ภูมิศักดิ์ ผู้เป็นทั้งนักวิชาการและนักปฏิวัติ นักศึกษาคณะ อักษรศาสตร์จุฬาฯ ทีดั้นด้นเข้าป่า ่ เพื่อทำาการปฏิวัติกับกองทัพแดงคอมมิวนิสต์จนต้องพลีกายตายใน ภารกิจของเขาอยู่กลางป่า ข้าพเจ้ามิได้ปฏิเสธเลยว่าในทุกวันนี้ยังคงมีวีรบุรุษเกิดขึ้นมากมาย ในโลกมุสลิมจากการ เข้าร่วมการญิฮาดของคนเหล่านั้น (33:23) เพียงแต่หากจะมอง อย่างเปรียบเทียบแล้วคำาถามที่ เกิดขึ้นก็คือ เหตุไฉนเลยโลกมุสลิมที่ถูกรังแกเข่นฆ่ามากมาย หลายเท่ากว่าโลกสังคมนิยมจึงขาด การตอบรับในการเข้าร่วมญิฮาดชนิดน้อยกว่าโลกสังคมนิยมเสีย อีก ทั้งๆที่เรามีพระเจ้า ทั้งๆที่เรา เชื่อว่าชีวิตนี้พระเจ้าเป็นผู้สร้างเรามาและพระองค์ก็คือผู้กำาหนด ความตายแก่เรา ทั้งๆที่เราเชื่อว่า การตายชะฮีดจากการญิฮาดคือผลบุญอันสุดคณานัป ??? และทั้งๆ ที่พวกคอมมิวนิสต์ไม่เคยเชื่อ
  • 9. และศรัทธาในพระเจ้า นรกสวรรค์ใดๆทั้งสิ้น!!!???! คำาตอบจากข้อสงสัยดังกล่าวนี้สามารถสรุปได้อย่างรวบรัดด้วย เหตุผล 2 ประการโดย ละเลยที่จะกล่าวถึงเหตุผลของความหลงรักมักใคร่ในโลกดุนยา อันเป็นปัญหาพื้นฐาน (9:38) ที่ไม่ จำาเป็นต้องพูดถึงกันให้เสียเวลา 1. การขาดความเข้าใจในหลักการเรื่อง “ญิฮาด” ทุกวันนี้ผลจากวาทกรรมของโลกตะวันตกและสมุนของมันได้ทำา ให้การญิฮาดมี ความหมายที่เบี่ยงเบนจากข้อเท็จจริงของมัน นั่นก็คือ การญิฮาด ถูกให้คำานิยามได้พิลึกพิลั่นว่า “การก่อการร้าย” อันหมายถึงการเข่นฆ่าและทำาลายทรัพย์สินและ ชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์ และ ที่สุดจะอัปลักษณ์ก็คือความสับสนขององค์กรขยะอย่าง สหประชาชาติและลูกสมุนขององค์กรนี้ที่ ได้พิจารณาว่าการปกป้องมาตุภูมิของตนจากการรุกรานเช่น ชาว อัฟกานิสถาน,ปาเลสไตน์ และอิรัคคือการกระทำาอันเรียกว่าการก่อการร้ายแต่ในทางกลับกัน การรุกรานเข่นฆ่าพลเรือนชาติ ตะวันออกกลางโดยสหรัฐฯกลับถูกเรียกว่าการสร้างสันติภาพ ภาพ แห่งความสับสนในลัทธิ “ก่อ การร้าย” ได้ก่อให้เกิดความหวาดกลัวและอิดเอียนในการเข้าร่วม พันธะกิจนี้ทั้งที่ในความเป็นจริง แล้วอิสลามถือว่าจักไม่มีสงครามเว้นแต่การสงครามเพื่อศาสนาขอ งอัลลอฮฺ (8:39) ที่ได้ถูกวาง กฎระเบียบอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการล้วงลำ้าไปสู่การสงคราม จำาพวกการละเมิดรุกราน (2:190) อย่างที่อเมริกานิยมกระทำาอยู่ตลอดสมรภูมิแห่งประวัติศาสตร์ ดัง นั้นบุคคลผู้โฉดเขลาจะถือว่า การญิฮาดคือการก่อการร้ายได้อย่างไรกันเล่า? ในเมื่อเสียพระ องค์อัลลอฮฺได้ทรงสัญญาไว้แล้วว่า ชนผู้ญิฮาดเพื่อแนวทางของพระองค์จักได้รับการชี้นำาอยู่บนทางที่ เที่ยงตรง (29:69) ครั้นเมื่อผนวกพร้อมกับกระแส “อิสลามสันติ” ที่ได้ถูกนำาเสนอจาก โลกมุสลิมจน “เกิน พอดี” อย่างไม่ระมัดระวังตัว ก่อให้เกิดสิ่งคลุมเครือในเส้นแบ่งเขต ระหว่าง “ญิฮาด” กับ
  • 10. “สันติภาพ” ในหลักการอิสลาม ซึ่งท้ายที่สุดกระแสสันติภาพ อิสลามก็เข้ากลบการญิฮาดจนทำาให้ โลกมุสลิมลืมข้อเท็จจริงไปว่าการญิฮาดมีความจำาเป็นเพียงใดต่อ โลกมุสลิมในยุคปัจจุบัน มิหนำาซำ้ายังทำาให้เกิดภาพความเข้าใจอันบิดเบี้ยวต่อการญิฮาดจน ประหนึ่งว่าญิฮาดเป็นเรื่อง นามธรรมที่นำามาใช้กระทำาในโลกปัจจุบันไม่ได้ กลุ่มพี่น้องมุญาฮิ ดีนในยุคปัจจุบันนี้จึงถูกตราหน้า ว่าเป็นก๊ก “ญิฮาดไม่จริง” สุดโต่งฝ่าฝืนหลักการเข้าขั้นการก่อการ ร้ายลุกลามบานปลายกลายเป็น การตัดสินพวกเขาว่าทำาให้ภาพพจน์ของอิสลามต้องเสื่อมเสียเข้า ทางของพวกยิวไซออนิสต์!!! 2. การขาดแรงจูงใจ เมื่อวาทกรรม “อิสลามก่อการร้าย” ได้หุบปากโลกมุสลิมมิให้เข้า ร่วมพันธะกิจดังกล่าวแล้ว การนำาเสนอวีรชนของโลกมุสลิมผู้เป็นแบบอย่างในด้านนี้จึงร่อย หรอหายไปเป็นของควบคู่กัน เพราะไม่งั้นจะโดนข้อหาเข่าข่าย “กระทำาการณ์อันมีแนวโน้มไป ในทางสนับสนุนการก่อการร้าย” ซึ่งผู้ใหญ่ท่านใดที่เกิดทันยุคของเผด็จการ สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ คงจะทราบดีว่า กฎหมายป้องกัน ปราบปรามคอมมิวนิสต์มาตราที่ 14 นั้นได้สังหารล้างผลาญผู้ บริสุทธิ์ด้วยข้อหาว่ามีแนวโน้ม สนับสนุนคอมมิวนิสต์ไปมากเท่าใด ปฏิเสธไม่ได้ว่าการขาดแคลนในการนำาเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ วีรบุรุษของอิสลามที่เป็นมุญา ฮิดีนได้ทำาให้คนหนุ่มสาวมุสลิมขาดแรงจูงใจในการเข้าร่วมพันธะ กิจของการญิฮาดเหล่านี้ เยาวชน จากค่ายสังคมนิยมที่ดาหน้าเข้าร่วมกับกองทัพปลอดแอก ประชาชนได้ก็เนื่องจากพวกเขาต่าง ภาคภูมิใจในวีรชนของพวกเขา อย่าง เชกุว่าร่า,โฮจิมินต์,เหมา เจ๋อตุง ฯลฯ ในทางกลับกันเมื่อเรา กล่าวถึง อุซามะฮฺ บินลาเด็น,อัยมาน ซอวาฮิรีย์, อบูมุสอับอัลซัร กอวีย์ ,มุลเลาะฮฺ อุมัร เชคอับ ดุลลอฮฺ อัซซาม โลกมุสลิมที่ขาดความรู้ความเข้าใจแทบจะร้อง ยี๋! ด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ต่อ
  • 11. คนเหล่านั้นว่าเป็นบุคคลตัวอันตรายที่ทำาลายรูปโฉมโนมพรรณอัน อร่ามเรืองของโลกอิสลาม จึงไม่ แปลกเลยที่ข้าพเจ้าพบว่าทุกครั้งที่มีการเขียนถึงเกียรติประวัติของ ผู้ที่ทำาคุณประโยชน์เพื่ออิสลาม แทบทั้งหมดจะพูดถึงนักดาอีย์ นักฟื้นฟูอิสลามและอุลามาอ์เสีย ส่วนใหญ่ แต่มักจะละเลยที่จะ กล่าวถึงพี่น้องมุญาฮิดีนไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งๆที่หากวัดกันถึงระดับเกียรติยศของการเป็น “ชะฮีด” (อินชา อัลลอฮฺ) ที่เหล่ามุญาฮิดีน ได้สละเลือดของพวกเขาเพื่อพลีกายปกป้องอิสลามในสนามรบ แล้ว ย่อมถือว่ามีระดับขั้นที่สูงกว่า ระดับใดๆทั้งสิ้นของบรรดาบุคคลประเภทอื่นๆที่ไม่ออกไปทำาญิ ฮาด (4:95) ด้วยการตอบแทนสวง สวรรค์ (3:195) และการญิฮาดอันเป็นพันธะกิจที่ถูกละเลยก็คือ หนทางเดียวอันยั่งยืนที่จะนำาพา ประชาชาติอิสลามย้อนกลับไปสู่ความสำาเร็จ (5:35) รุ่งโรจน์เฉก เช่นยุคสมัยแห่งรุ่งอรุณของ ประชาชาติอิสลามในอดีตได้ ประเด็นปัญหาสองประการที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไปข้างต้นข้าพเจ้าได้ ละเลยที่จะทำาการ อภิปรายถกเถียงกันในหัวข้อประการแรก เพราะสิ่งที่ข้าพเจ้า ประสงค์จะทำาจากบทความชิ้นนี้ก็คือ การนำาเสนออัตชีวประวัติอย่างสังเขปของมุญาฮิดีนเท่านั้น ข้าพเจ้าได้เลือกที่จะขอทำาการนำาเสนอถึงนักต่อสู้แห่งอิสลามสอง ท่าน คือ ท่าน อิบ นุค็อฏฏ็อบ และ ท่านอบูอัลวะลีด อันเนื่องจากเป็นมุญาฮิดีนร่วม สมัยที่น่าสนใจมากแต่ยังขาดการ รู้จักและพูดถึงในสังคมมุสลิมในเชิงวงกว้างอยู่มากเช่นกัน เริ่ม แรกทีเดียวข้าพเจ้ามิได้รู้จักชายทั้ง สองนี้เลย จนกระทั่งวันหนึ่งในขณะที่กำาลังดูคลิปวิดีโอในยูทูป สายตาของข้าพเจ้าก็เหลือบไปเห็น คลิปตรงมุมข้างๆ เขียนไว้ว่า Ibn Khattab and Abu Al walid The real Mujahideen They don’t kill innocent people!! (อิบนุค็อตต็อบ และ อบูอัลวะลีด มุญาฮิ ดีนที่แท้จริง พวกเขาไม่สังหาร ประชาชนผู้บริสุทธ์!!) วินาทีที่ข้าพเจ้าได้คลิกเข้าชมวิดีโอของคน ทั้งสองหัวใจของข้าพเจ้าก็เต้น
  • 12. ระรัว พร้อมกับอุทานออกมาว่า “หมอนี่เป็นใครกัน ทำาไมหน้ามัน เหมือนเชกูวาร่าแบบนี้เนี๊ยะ เหมือนกันไม่มีผิด ทั้งหน้าตา ภาพลักษณ์ บุคลิกลักษณะบทบาท จะต่างกันหน่อยก็ตรงที่ว่าค็อ ตต็อบ อีมานและศรัทธาในอัลลอฮฺ ในขณะที่เชไม่ใช่มุสลิม!!” สมองของข้าพเจ้าโลดเล่นนั่งคิดใน ใจว่า หรือนี่จะเป็นวีรบุรุษของโลกอิสลามที่จะมาปลุกการญิฮาดที่ หลับใหลหรือปล่าว??? หลังจาก รับชมวิดีโอดังกล่าวข้าพเจ้าจึงแสวงหาข้อมูลที่มีอยู่อย่างจำากัด เกี่ยวกับบุคคลทั้งสอง หลังจากได้ ทำาการศึกษาประวัติของคนทั้งสองแล้ว ข้าพเจ้าจึงตั้งปณิธานว่า ข้าพเจ้าจะเขียนประวัติของคนทั้ง สองเพื่อให้สาธารณชนได้รู้จักเกียรติคุณของคนทั้งสองที่ยอมสละ ชีพเพื่อพิทักษ์ชีวิตทรัพย์สินและ ดินแดนของพี่น้องมุสลิม คนทั้งสองนี้ต่างเป็นเพื่อนร่วมงานร่วมรบ กันในสงครามเชชเนียร์ที่พี่น้อง มุสลิมในดินแดนดังกล่าวต้องการที่จะปลดแอกตนเองเป็นรัฐอิสระ ออกจากพันธนาการของอดีต สหภาพโซเวียต ความพยายามดังกล่าวได้ทำาให้ ประธานาธิบดี บอริส เยลซิลต์ แห่งรัสเซีย เปิด สมรภูมิสงครามกับชาวเชชเนียร์ด้วยกองทัพรัสเซีย จนลุกลาม บานปลายกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง จนถึงปัจจุบันนี้ อย่างไรเสีย เนื่องด้วยข้าพเจ้าเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาๆที่ไม่ได้ สำามะหาอะไรกับ วิชาการมากนัก โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับมุญาฮิดีนทั้งสองนี้ พร้อมทั้งข้อมูลที่มอยู่ในมือก็จำากัด ี จึงอาจจะทำาให้ข้อมูลที่ถูกเขียนในเอกสารชิ้นนี้ต้องมีความมัว หมองไปด้วยข้อมูลเท็จปะปนมาบ้าง ซึ่งข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งในการได้รับคำาติชมจากปิยมิตรผู้ ศรัทธาทุกท่าน บ่าวผู้ตำ่าต้อยขอ งอัลลอฮฺ ชัรฟุดดีน อามิ ลี
  • 13. ค็อ ฏฏ็อ บ ดาบแห่ง อิส ลาม “ความตายของข้าพเจ้า จะไม่ทำาให้มุญาฮิดีนหวาดกลัว เว้นแต่จะทำาให้พวกเขา กระหาย ที่จะเป็นชะฮีดมากขึ้น” (อะมีร ค็อฏฏ๊อบ) “ชาวเชชเนียร์รักค็อฏฏ็อบมาก แต่เดิมนั้นชื่อ “ค็อฏฏ็อบ” มิได้สลักสำาคัญต่อพวกเราสัก เท่าไหร่นัก จนกระทั่งเขาได้มายังดินแดนแห่งนี้ บุตรหลานของ พวกเรามากมายจึงถูกตั้งชื่อว่า “ค็อฏฏ็อบ”อันเนื่องจากพวกเขายกย่องค็อฏฏ็อบในฐานะ วีรบรุษ แห่งมุญาฮฺดีนและมนุษย์ที่ดีคน หนึ่ง” คำาให้การของ เชคซัมซุดดีน อดีตประธานหน่วยฝึกอบรมอิส ลามแห่งเชชเนียร์ หากจะให้เอ่ยถึงมุญาฮิดีนผู้ยิ่งใหญ่ในยุคร่วมสมัย เชื่อเหลือ เกินว่าชื่อของ ค็อฏฏ็อบ จะ
  • 14. ถูกนำาเสนอในอันดับต้นๆอย่างแน่นอน แต่ในขณะเดียวกันหากจะ ให้เอ่ยถึงชื่อวีรบุรุษของโลก อิสลามในยุคร่วมสมัยที่ได้ถูกละเลยอย่างน่าใจหายจากวงกว้าง ของสังคมมุสลิมแล้วไซร้ เชื่อ เหลือเกินว่าบุคคลผู้นั้นย่อมไม่ใช่ใครอื่นใดนอกจากค็อฏฏ๊อบอีก เช่นเคย อะไรคือสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังการละเลยของปวงชนต่อวีรชนคน สำาคัญแห่งโลกมุสลิมอย่าง ค็อฏฏ๊อบผู้นี้ได้ หากแม้นว่าคนอย่างเชกูว่าร่ายังได้รับการยกย่อง เสียเลิศลอยจากบรรดานักต่อสู้ และมวลชนของลัทธิสังคมนิยม แล้วใยกันเล่าที่บุรุษผู้กล้าแกร่งคน นี้จึงได้ถูกปล่อยปละละเลยไม่ ค่อยเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างมาได้ถึงเพียงนี้!! โลกมุสลิมเกือบที่จะกลบฝังวีรบุรุษคนสำาคัญผู้นี้ไปกับผืนดินเสีย แล้วหากว่าเหล่าปวงชนผู้สำานึกใน พันธะกิจทั้งหลายไม่ได้ทำาการรื้อฟื้นเกียรติยศอันดุจวีรชนของเขา ขึ้นมาป่าวประกาศแก่ชาวโลกใน ความกล้าหาญและเสียสละชนิดหาตัวจับยากของชายผู้นี้ ใช่แล้ว!! ชายรูปโฉมโนมพรรณผู้นี้คือชายผู้ขายโลกดุนยาเพื่อ แสวงหาสถานที่อันสถาพร ในปรโลก ด้วยการเป็นมุญาฮิดีน ใช่แล้ว!! ชายผู้อร่ามเรืองผู้นี้คือบุคคลที่ได้ฉายาว่า “ซัยฟุ้ล อิสลาม” (ดาบแห่งอิสลาม) ซึ่ง ได้ถูกยอมรับในเกียรติศัพท์ว่าใกล้เคียงกับขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่อย่าง ท่านคอลิด บินวะลีด (รอฎิฯ) ใช่แล้ว!! ชายผู้นี้คือผู้ที่ไม่ได้มีคติพจน์แบบเราว่าเพียงแค่ใช้ชีวิต ตามหลักการอิสลามอยู่ใน บ้านเกิดเมืองนอนพร้อมครอบครัวอย่างสุขสบายก็คงเป็นมุสลิมที่ดี ได้แล้วกระมัง แต่เขากลับขาย ความสุขสบายเพื่ออัลลอฮฺและกระโจนเข้าสู่ชีวิตอันตรากตรำา ลำาบากในสมรภูมิต่างๆเพื่อพิทักษ์ อิสลามกว่าครึ่งค่อนของชีวิตทั้งหมด ณ วันที่ 14 เมษายน 1969 โลกมุสลิมอันอ่อนแอที่กำาลังถูก คุกคามจากรัฐบาลไซออนิสต์ยิว หาได้รู้ไม่ว่าประวัติศาสตร์หน้า ใหม่ กำาลังเริ่มต้นออกเดินทางท่ามกลางการละเลยไม่เอาใจใส่ในพันธะ กิจแห่งการต่อสู้กับเหล่าศัตรู
  • 15. เด็กน้อยหน้าตาน่ารักและบริสุทธิ์ผู้หนึ่งได้ถือกำาเนิดขึ้นมา ในครอบครัวที่มีเลือดผสมระหว่างบิดาที่เป็นชนชาติอาหรับและ มารดาที่เป็นชาวเซอร์เซสเซี่ยน (Circassian) ซึ่งเป็นอีกชนเผ่า หนึ่งที่ แตกตัวออกมาจากเผ่าเตอร์ก เล่ากันว่าเด็กน้อยคนนี้ได้ถูกตั้งชื่อ ว่า สะมีร ซอและฮฺ อับดุลลอฮฺ อัซซุวัยลีม ‫سامر صالح عبد ا السويلم‬ หรือในอีกบางกระแสตามการให้ข้อมูลของหนังสือพิมพ์รัสเซียชื่อ จริง ของเด็กน้อยผู้นี้คือ ฮะบีบ อับดุรเราะฮฺมาน แต่ไม่ว่าเด็กน้อยผู้นี้จะ มีชื่ออะไรก็ตามแต่ ในภายภาค หลังมวลชนผู้ศรัทธาจะรู้จักเขาในนามว่า “อิบนุค็อฏฏ๊อบ” ค็อฏฏ๊อบถือกำาเนิดขึ้นในบริเวณตะเข็บชายแดนระหว่างซาอุดิอาร เบียกับจอร์แดน ความ ไม่แน่ไม่นอนในเขตแดนของภูมิลำาเนาเช่นนี้บ่อยครั้งได้ก่อให้เกิด ความสับสนว่าค็อฏฏ๊อบเป็น พลเมืองของซาอุดิอารเบียหรือจอร์แดนกันแน่ อย่างไรก็ตามผู้คน ส่วนใหญ่มักจะยอมรับกันว่าเขา คือชาวซาอุดิอารเบียมากกว่า ชีวิตในวัยเด็กของค็อฏฏ๊อบช่างไม่เห็นช่องทางใดๆเลยว่าจะผลัก ดันให้เขาต้องกลายเป็น วีรบุรุษคนสำาคัญของโลกมุสลิมในกาลอนาคตได้ กล่าวคือ ค็อฏฏ๊ อบ เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่มี ฐานะรำ่ารวย เขามีพี่น้องร่วม 8 คนและได้รับการศึกษามาอย่างดี บุคลิกในวัยเด็กของเขาคือเด็กที่ เต็มไปด้วยความฉลาดร่าเริง และเมื่อเติบโตเข้าสู่วัยหนุ่มกิตติศัพท์ ในความกล้าหาญเข้มแข็งและ โอบอ้อมอารีของเขาก็เป็นที่รู้กันดีในหมู่ผู้คนที่รู้จักกับเขา ชะตาชี วิตของค็อฏฏ๊อบในวัยหนุ่มดู คล้ายจะโรยดูกลีบดอกกุหลาบเสียเหลือเกิน เพราะหลังการเข้า ฝึกหัดภาษาอังกฤษจนชำ่าชองแล้ว ในปี 1987 ครอบครัวของเขาก็ได้จัดส่งตัวค็อฏฏ๊อบในวัย 15 เข้ารับการศึกษาในระดับไฮสคูลของ โรงเรียน อเมริกันไฮสคูล ในสหรัฐอเมริกา ชีวิตในวัยหนุ่มของ ค็อฏฏ๊อบช่างอบอวลไปด้วยอนาคต
  • 16. อันสดใสที่รอการประสบความสำาเร็จในสถาบันการศึกษาของชาติ ชั้นนำาของโลกอย่างอเมริกา อัน เป็นเป้าหมายของใครหลายๆคนที่ต่างก็ใฝ่ฝันที่จะได้ไปเหยียบ แผ่นดินอเมริกาในฐานะนักศึกษา นอกกันทั้งสิ้น ชีวิตของค็อฏฏ๊อบก็คงจะเดินทางไปสู่ความสำาเร็จ ในด้านการศึกษาที่สุดแสนสบาย หากว่าเขาตัดสินใจก้มหน้าก้มตาตั้งใจเรียนจนสำาเร็จ แต่ชีวิตใดกันเล่าบนบรรณพิภพนี้ที่จะฝืนกฎกำาหนดสภาวการณ์ ของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรง ยิ่งใหญ่ได้หากว่าพระองค์ประสงค์จะทรง เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของเด็กนักเรียนนอกที่มุสลิ มีนและมุสลิมะฮฺในยุคปัจจุบันต่างหมายปองให้ กลับกลายมาเป็นวีรบุรุษที่โลกจะต้องตกตะลึกได้ ชายหนุ่มในวัยโคร่งอย่างค็อฏฏ๊อบดูเหมือนจะเต็ม เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้และเสียสละ ซึ่งฝังแน่นอยู่ในทุกอณูส่วนของร่างกายและ วิญญาณ แม้ช่วงชีวิตที่ผ่านมาจะได้รับการเลี้ยงดู อย่างสุขสบายในตระกูลผู้มั่งคั่งแต่เมื่อสัญชาติ ญาณดิบในตัวตนของเขาคือการเป็นนักต่อสู้แล้ว ไซร้ สภาพแวดล้อมอันสุขสบายก็คงไม่ อาจฉุดรั้งเจตนารมณ์เสรีของเขาไปได้ และการตัดสินใจครั้ง ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของค็อฏฏ๊อบก็เริ่มขึ้น ในปี 1987 อันเป็นปีเดียวกันกับที่ค็อฏฏ๊ อบจะต้องถูกส่งไปเรียนในสหรัฐอเมริกา สหภาพ โซเวียตได้เปิดฉากต่อสู้กับมุญาฮิดีนใน อัฟกานิสถานอย่างบ้าคลั่ง เด็กหนุ่มวัย 16 ปีอย่างค็อฏฏ๊ อบผู้ถูกกำาหนดมาแล้วว่าจะกลายเป็น วีรชนผู้องอาจในกาลอนาคตจึงได้ตัดสิน ใจทำาลายแผนชีวิต อันสดใสทั้งหมดในการไปเรียนที่อเมริกาด้วยการมุ่งหน้าสู่ อัฟกานิสถานพร้อมกับสหายของเขา หลายๆคนเพื่อเข้าร่วมกับพี่น้องมุญาฮิดีนทำาสงครามญิฮาดขับไล่ กองกำาลังโซเวียต แม้นว่า
  • 17. แหล่งข้อมูลจะระบุว่าบิดาและพี่ชายของเขาไม่พอใจอย่างมากที่ ค็อฏฏ๊อบจะแสดงตนดุจดั่งวีรบุรุษ ในอุดมคติที่ยอมสละอนาคตอันสดใสเพื่อเข้าร่วมการต่อสู้อันยาก ลำาบากแสนเข็ญเช่นนี้ก็ตาม พี่ชายของเขาพยายามพูดคุยหว่านล้อมค็อฏฏ๊อบให้ละทิ้งความคิด เช่นนี้ แม้กระนั้นเขาก็ได้ ตัดสินใจไปแล้วและการตัดสินใจจากลาครอบครัวของเขาในครั้ง นี้เพื่อเข้าร่วมพันธะกิจอันยิ่งใหญ่ ได้นำาเขาไปสู่ชีวิตแห่งการต่อสู้อันยาวนานที่จะทำาให้เขาไม่ได้ กลับมาหาไออุ่นของครอบครัวเดิมอีก เลย (ภาพของค็อ ฏฏ๊อ บในสงครามอัฟ กานิส ถาน ) อันที่จริงแล้วสมควรที่จะกล่าวเช่นกันว่าหาใช่เพียงแต่ค็อฏฏ๊ อบเท่านั้นที่ได้ตัดสินใจอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ ในช่วงเวลาดังกล่าวยัง
  • 18. ปรากฏคนหนุ่มสาวมุสลิมจากทั่วทุกมุกของโลกอิสลามที่ได้ แห่แหนกันไปยังอัฟกานิสถานเพื่อเข้าร่วมพันธะกิจการญิฮาดใน ครั้งนี้ แรงตื่นตัวในการเข้าร่วมนี้เกิดการตอบสนองขึ้นหลังจาก การเรียกร้องให้เข้าร่วมต่อสู้ของรัฐบุรุษมุญาฮิดีนคนสำาคัญอย่าง เช่น ท่าน เชคอับดุลลอฮฺ อัซซาม(ถูกลอบสังหารในปี 1989) และท่านเชค ตะมีม อัดนานี (เสียชีวิตในปี 1988) พลังใจที่อัดแน่นไปด้วยเพลิงแห่งการญิฮาดของค็อฎฎ๊อบ ได้สร้างกิตติศัพท์แก่เขาจนเป็นที่ รำ่าลือกันในหมู่มุญาฮิดีนชาวอัฟกัน ดังการบอกเล่าของนักรบมุญา ฮิดีนรุ่นราวคราวเดียวกับค็อฏฏ๊ อบให้การว่า ในค่ายฝึกอาวุธแก่นักรบหน้าใหม่ใกล้เมืองญาลาลา บัดนั้นโดยปกติจะมีคนหนุ่มสาว หน้าใหม่ที่เดินทางเข้ารับการฝึกอาวุธในค่ายนี้อย่างเนืองแน่นใน ทุกๆวัน ในขณะนั้นกลุ่มนักรบ มุญาฮิดีนที่ผ่านการฝึกฝนอาวุธแล้ว กำาลังเตรียมพร้อมจะขึ้นรถ เพื่อออกไปสู่แนวหน้าของสมรภูมิ จริงในอัฟกานิสถาน พวกเขาในวันนั้นต่างก็เตรียมทบทวนแผน ปฏิบัติการณ์ทางทหารและ จัดเตรียมกระเป๋าเป้ย่ามที่จำาเป็นต้องใช้ในการสงคราม ในเวลาดัง กล่าวนั้นกลุ่มนักรบหน้าใหม่ของ วันนั้นก็ได้เดินทางมาถึงค่ายฝึกพอดีเพื่อทำาการฝึกอาวุธและออกสู่ สงครามครั้งต่อไปในอนาคต ทันใดนั้นตัวเขาเองเหลือบไปเห็นนักรบหน้าใหม่ผู้หนึ่งอายุราว 16-17 น่าจะได้ รูปร่างสัณฐานดีผม และเคราสีดำาดกไม่เต็มที่เหมือนของวัยผู้ใหญ่ เด็กหนุ่มคนนี้เดิน มุ่งหน้าไปยังอามีร(หัวหน้า)ค่าย ฝึกพร้อมกับร้องขอต่อหัวหน้าให้ส่งเขาไปยังแนวหน้าของ สนามรบเสียนับตั้งแต่วันนั้นเลย ท่าน หัวหน้าค่ายฝึกตอบปฏิเสธอย่างทันทีที่จะส่งเด็กหนุ่มแบบเขา ไป ยังแนวหน้าของสนามรบโดยมิ ผ่านการฝึกอบรมการใช้อาวุธใดๆมาก่อนเช่นนี้ เมื่อเห็นเช่นนั้น ข้าพเจ้ารู้สึกสนใจในตัวเขาจึงเดิน เข้าไปหาเขาและทักทายเขาพร้อมกับถามชื่อของเขา เขาจึงตอบ ข้าพเจ้าว่าเขาชื่อ อิบนุค็อฏฏ๊อบ!! ในค่ายดังกล่าวค็อฏฏ๊อบ ได้รับการฝึกอาวุธจากครูฝึกของเขาผู้มี นามว่า ฮะซัน อัศศอริฮี
  • 19. ผู้เป็นหนึ่งในแม่ทัพคนสำาคัญของหน่วยจรยุทธ์ที่โจมตีกองพล โซเวียตในเมือง ญาญี (Jaji) ของ อัฟกานิสถานเมื่อปี 1987 กล่าวกันว่าครูฝึกคนสำาคัญของค็อฏฏ๊ อบผู้นี้ได้ถูกจับกุมขังในคุกอัรรุ วัยสฺ ในเมืองเจ้ดด้า ประเทศซาอุดิอารเบีย และในปี 1996 เขาก็ ถูกใส่ความว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง อาชญากรรมจนเป็นผลให้เขาถูกตัดสินประหารชีวิตในที่สุด รายละเอียดชีวิตและการต่อสู้ของค็อฏฏ๊อบในการญิฮาดที่ อัฟกานิสถานไม่ค่อยปรากฏ ข้อมูลที่บ่งบอกแก่เรามากนักนอกจากภาพถ่ายของเขาที่ได้ถูกเผย แพร่ในช่วงการเข้าร่วมสมรภูมินี้ เท่านั้น ส่วนหนึ่งก็คงอาจจะสืบเนื่องจากว่าค็อฏฏ๊อบในขณะนั้นก็ คงเป็นเพียงเด็กหนุ่มมุญาฮิดี นเฉกเช่นเดียวกับคนอื่นๆอีกนับพันที่เดินทางมาเข้าร่วมการต่อสู้ ในครั้งนี้อย่างบริสุทธิ์ใจต่ออัล อิสลาม สถานภาพของค็อฏฏ๊อบในขณะนั้นก็คงเป็นแต่เพียงผู้เสีย สละตามหนทางแห่งอิสลามคน หนึ่งเท่านั้น บันทึกชีวิตและการต่อสู้ของเขาในอัฟกานิสถานจึงไม่ ค่อยปรากฏแก่เรามากนัก อย่างไรก็ตามมีเรื่องเล่าอันน่าประทับใจระหว่างการญิฮาดที่ อัฟกานิสถานเกี่ยวกับตัวของค็อฏฏ๊ อบ ซึ่งได้ถูกบอกเล่าโดยมุญาฮิดีนท่านหนึ่งที่ได้มีโอกาสร่วมสู้ร่วม รบด้วยกันกับค็อฏฏ๊อบ ดังนี้ “ เย็นวันหนึ่ง พวกเรากำาลังนั่งพักอยู่ในบ้านพักหลังเล็ก ๆใน แนวรบส่วนหลัง แล้วค๊อฏฏ อบก็เข้ามานั่งเงียบ ๆ อยู่เบื้องหน้าพวกเรา...เงียบจนพวกเราคิด ว่าน่าจะมี สิ่งผิดปกติ เกิดขึ้น แม้ว่า หน้าตา ของเขาจะ นิ่งสนิท
  • 20. เราถามเขาว่าเขาได้รับบาดเจ็บมาใช่มั้ย เขาตอบว่า”ผมเพิ่งกลับ มาจาก แนวรบหน้า” มุญาฮิดีนคนหนึ่งพยายามจะขอดูบาดแผลของเขา แต่เขาปฏิเสธแล้วกล่าวว่า “แผล นิดเดียว ไม่มีอะไร” แต่มุญาฮีดีนคนนั้นก็ยังยืนกรานจะดูบาดแผล ของเขาให้ได้ เมื่อจับไปที่ท้องของค๊อฎฎ๊อบ มุญาฮิดีนคนนั้นก็ รู้สึกได้ว่าเสื้อของค๊อฎฎ็อบชุ่มไปด้วยเลือด และมันก็ทะลักออกมา มากขึ้นทุกที เราจึงรีบเรียกรถพยาบาลและส่งเขาไปยังโรง พยาบาลที่ใกล้ที่สุด โดยที่เขาพึมพำาไปตลอดทางว่า “แผลนิด เดียว ไม่มีอะไร”แหล่งข้อมูลระบุว่า บาดแผลครั้งนี้ของค็อฏฏ๊อบ เกิดขึ้นจากการโดนยิงด้วยอาวุธปืน ร้ายแรงอย่าง Heavy Machine Gun bullet ซึ่งใช้กระสุน ขนาด 12.7 mm ที่สามารถยิงเจาะทะลุ เสื้อเกราะได้อย่างสบายๆ ถือเป็นอาวุธหนักที่เหล่าทหารโซเวียต นิยมใช้ในการบุกโจมตีป้อม ปราการหรือจุดยุทธศาสตร์ที่มีเกราะป้องกัน เหล่านักรบฝ่ายตรงข้าม หลังสงครามอัฟกานิสถาน-โซเวียต สิ้นสุดลงแล้วค็อฏฏ๊อบก็ได้เดินทางกลับบ้านเกิด ที่ประเทศซาอุดิอารเบียอีกครั้งในฐานะ ผู้รอดชีวิตจากสงคราม ขึนชื่อว่าสงครามแล้วไซร้ ้ เหล่านักรบผู้รอดชีวิตล้วนแล้วก็มิได้ผาสุกร่มเย็น เฉกเช่นหนทางชีวิตของชนทั่วไปไม่ ความ สูญเสียและรอยแผลทั้งในใจและร่างกายคือของ ฝากที่เหล่านักรบทุกหย่อมหญ้าล้วนแล้วต่างก็ ต้องได้รับด้วยกันทั้งสิ้น ค็อฏฏ๊อบเองนอกจาก รอยแผลอันฉกรรจ์ตามลำาตัวของเขาแล้ว มือขวา เองก็ต้องสูญเสียนิ้วมือไปถึงสองนิ้วจากสมรภูมิ
  • 21. ครั้งนี้เช่นกัน กล่าวกันว่าในระหว่างการต่อสู้ดูเหมือนค็อฏฏ๊อบ พยายามแกะสลักระเบิดเพื่อขว้าง ไปยังเป้าหมาย อย่างไรก็ตามระเบิดกลับทำางานในขณะที่กำาลังอยู่ ในมือของเขา ความผิดพลาด ดังกล่าวนี้จึงเป็นผลให้เขาต้องสูญเสียนิ้วมือทั้งสองไป มุญาฮิดีนที่ ได้ร่วมต่อสู้กับค็อฏฏ๊อบผู้หนึ่ง พยายามเกลี้ยกล่อมตัวเขาให้รีบไปโรงพยาบาลที่กรุงเปชาวาร์ เพื่อรักษา แต่ค็อฏฏ๊อบกลับปฏิเสธ เขาเพียงแค่นำานำ้าผึ้งมาประกบ บาดแผลของเขาเพื่อรักษาตามซุน นะฮฺของท่านนบี ศ็อลฯ จากนั้ นเขาก็นำาผ้าพันแผลมาพันรอบ บาดแผลอันฉกรรจ์ของเขาโดย การต่อสู้ก็ยังคงดำาเนินต่อไป ผล จาก ความอดทนดังกล่าวทำาให้ค็อฏฏ๊ อบต้องสูญเสียนิ้วมือของเขาไป จุดจบของสงครามอัฟกานิสถาน มาพร้อมกับความอับปางของ โซเวียตและความหายนะ ของประเทศอัฟกานิสถาน หลัง การกลับไปมาตุภูมิเดิมของตนได้ ไม่นาน ค็อฏฏ๊อบก็ตัดสินใจหวน กลับมายังอัฟกานิสถานอีกครั้ง เพื่อทำาการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวทา จิกิสถานและอุซเบกิสถาน
  • 22. จำานวนมาก ในระหว่างนี้นั้นเองที่ชะตากรรมของค็อฏฏ๊อบได้ก้าว ไปสู่การเป็นนักต่อสู้ที่เติบโตขึ้น อีกระดับหนึ่ง ลมหายใจที่อุทิศตนให้แก่การญิฮาดของเขาได้ นำาพาเขาทะยานไปสู่สมรภูมิต่างๆอีก คำารบหนึ่งจนได้ โดยในปี ค.ศ. 1993 ค๊อฏฏ๊อบได้ยินว่ามีการสู้ รบต่อต้านกองกำาลังโซเวียตอีกครั้ง หากคราวนี้เป็นในประเทศทาจิกิสถาน ค๊อฎฎ๊อบและเพื่อนมุญาฮิดี นกลุ่มเล็ก ๆ จึงเดินทางไปยัง ประเทศทาจิกิสถาน ร่วมรบ และช่วยฝึกฝนทักษะทางการต่อสู้ให้ มุญาฮิดีนที่นั่นอยู่ราว ๆ 2 ปี ใน ภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยความเย็นยะเยือก ของหิมะ แม้ว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ ของมุญาฮิดีนที่นั่นอาจจะอยู่ในสภาพที่ขาดแคลนและด้อย ประสิทธิภาพ แต่ด้วยกับหัวใจที่ยึดมั่น อยู่กับการเสียสละเพื่อหนทางของอิสลามก็ทำาให้หัวใจอันเข้มแข็ง มิเคยต้องประสบกับความขยาด กลัวต่อสิ่งเหล่านั้น หลังการสู้รบที่ทาจิกิสถานแล้วค็อฏฏ๊อบและกลุ่มสหายมุญาฮิ ดีนกลุ่มเล็กๆก็ตัดสินใจ เดินทางกลับไปยังอัฟกานิสถานอีกครั้ง ซึ่งเป็นช่วงราวๆปี 1995 อันเป็นปีเดียวกันกับที่สงคราม ในเชชเนียร์ได้อุบัติขึ้นอย่างดุเดือด และแล้วช่วงเวลาที่ สถานการณ์ได้รังสรรค์วีรบุรุษก็เดินทาง มาถึงเมื่อค็อฏฏ๊อบต้องตัดสินใจครั้งสำาคัญในชีวิตของเขาเพื่อเข้า ร่วมกับพี่น้องมุญาฮิดีนในเชช เนียร์กระทำาภารกิจญิฮาดอันสะท้านโลกอีกครั้ง ในวันหนึ่งขณะที่ ค็อฏฏ๊อบกำาลังรับชมข่าวการ ต่อสูของพี่น้องมุญาฮิดีนในเชชเนียจากรายงานข่าวของ CNN ้ อยู่นั้น อณูขุมขนที่อัดแน่นไปด้วย สัญชาติญาณของชาตินักรบในตัวเขาก็ตื่นตัวขึ้นแม้ว่าในเวลานั้น เขาแทบจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับ การญิฮาดในเชชเนียมาก่อนเลยนอกจากเรื่องราวของอิมามชะมีล ที่ได้ถูกฝังเก็บไว้ในกุโบร์ของนคร
  • 23. มาดีนะฮฺ ดังที่ค็อฏฏ๊อบเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ในตอนนั้นเมื่อสายตาของ ผมได้จับจ้องไปยังกลุ่มมุญาฮิ ดีนเชเชนที่ศีรษะของพวกเขา ต่าง ก็ได้รับการคาดผ้าที่มี ข้อความว่า “ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ” ควบคู่ไปกับการ ตักบีรของเหล่ามุญาฮิดีน ผู้ห้าวหาญ ในวินาทีนั้นผม ได้ทราบความจริงแล้วว่าการ ญิฮาดกำาลังดำาเนินอยู่ที่เชช เนียร์ และผม ต้องไปที่นั่น” จากอัฟกานิสถานค็อฏฏ๊อบ ได้ตัดสินใจ เดินทางไปร่วมการญิฮาดที่ เชชเนียพร้อมกับ สหายมุญาฮิดีนของเขาร่วม 8 คน รายงาน บางกระแสระบุว่าตลอดชีวิตของค็อฏฏ๊อบ เขาไม่เคยรู้จักด้วยซำ้าว่าเชชเนียร์อยู่ตรงไหน แผนที่ที่เขามีอยู่ขณะนั้นก็มิได้ระบุถึงแหล่ง ที่ตั้งของเชชเนียร์เลย การเดินทางของค็อฏฏ็ อบกับผองเพื่อนไปยังเชชเนียร์จึงทุลักทุเล ด้วยการเดินทางไปยังดินแดนใกล้เคียงกับเชช เนีย อาทิอาเซอร์ไบจาน และเขตแคว้นต่าง ๆ ของรัสเซียก่อน จนในที่สุดก็ตุปัดตุเป๋ไปถึงเชช เนียร์ในฤดูใบไม้ผลิจนได้ การมาถึงของค็อฏฏ๊ อบในครั้งนี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำาคัญสำาหรั บตัวเขาและพี่น้องมุญาฮิดีนเชชเนียร์อย่างมา ก แต่เดิมทีค๊อฎฎ๊อบตั้งเป้าหมายการมายังเชช เนียของเขาไว้แต่เพียงการฝึกฝนทักษะการ ต่อสู้ให้กับมุญาฮิดีนท้องถิ่นชาวเชชเนีย เหมือนที่เขาเคยกระทำาในทาจิกิสถาน แต่การ ยึดมั่นในอิสลามของวัยรุ่นชาวเชชเนียที่เขาได้
  • 24. พบก็ทำาให้เขาประทับใจและตัดสินใจปักหลักญิฮาดในระยะยาว ในดินแดนแห่งนี้ ชายหนุ่มผู้ไม่เคย ครั่นคร้ามต่อศัตรูของพระผู้เป็นเจ้ากำาลังจะก้าวไปสู่การเป็นมุญาฮิ ดีนในตำานานของดินแดนแห่งนี้ ประสบการณ์อันโชกโชนในสมรภูมิอัฟกานิสถานและทาจิกิสถาน ได้กล่อมเกลาตัวของค็อฏฏ๊อบให้ มีความกล้าหาญและกลายเป็นนักรบผู้เก่งกาจที่หาตัวจับยากมาก ที่สุดคนหนึ่ง มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ ความประทับใจที่จุดเพลิงในใจของค็อฏฏ๊อบต่อความกล้าหาญ ของชาวเชเชนในการญิฮาดว่า ครั้ง หนึ่ง ในขณะที่ค็อฏฏ๊อบกำาลังสาละวนอยู่กับการฝึกฝนการญิฮาด แก่มุญาฮิดีนเชชเนียอยุ่นั้น ค็อฏฏ๊อบได้เหลือบไปเห็นหญิงชรา ผู้หนึ่งที่มุ่งมั่นอยากมีส่วนร่วมใน การญิฮาดด้วยเช่นกัน ค๊อฎฎ๊อบ ถามหญิงชราคนนั้นว่าเธอคิดว่า ตัวเองจะมีส่วนช่วยการญิฮาด ในเชชเนียได้ยังไง หญิงชราตอบว่า “ฉันไม่มีอะไรเลยนอกจากเสื้อกันหนาว เพียงตัว เดียว และฉันจะบริจาคมันไปในหนทางของอัลลอฮฺ” ค๊อฎฎ๊อบร้องไห้กับคำาตอบของหญิงชราจนกระทั่ง เคราของเขาเปียกชุ่ม
  • 25. (ค็อ ฏฏ๊อ บในสงครามทาจิก ิ สถาน) ตามแหล่งข้อมูลของกรมสถิติรัสเซียระบุว่าทหารรัสเซียที่ได้ต่อสู้ ในสงครามเชชเนียนั้นถูก สังหารเพียงแค่ภายในเวลา 3 ปี มากกว่าที่ได้ถูกสังหารตลอด ระยะเวลา 10 ปีที่รัสเซียรุกรานอัฟกานิสถานเสียอีก ค็อฏฏ๊อบกับ พรรคพวกอีก 8 คนแม้จะมีสมาชิกแค่น้อยนิด แต่ก็ยังได้เข้าร่วม เป็นส่วนสำาคัญของกองกำาลังมุญาฮิดีนเชชเนียร์ โดยทั้งนี้ค็อฏฏ๊ อบกับพวกได้จัดการฝึกฝนแก่ชน พื้นเมืองเชเชนทั้งในด้านการทหารและวิชาการอิสลามควบคู่กัน ไปด้วย ผลจากการฝึกฝน โดยค็อฏฏ๊อบได้ทำาให้เหล่านักรบมุญาฮิดีนได้แสดงบทบาทการญิ ฮาดด้วยกับความกล้าหาญและเฉียบขาดในการต่อต้านกองกำาลัง รัสเซียหลายต่อหลายครั้งทั้งที่เป็นสมรภูมิภายในเชชเนียเอง อาทิ สมรภูมิ Khartashoi ในปี 1995, สมรภูมิ Shatoi และ Yashmardy ในปี 1996, รวมถึงสมรภูมิภายในรัสเซียเช่น การต่อสู้ที่ดาเกสสถาน ปี 1997 เป็นต้น แต่ทว่าสมรภูมิอันเป็นที่โจษจันกันในความกล้าหาญและเก่ งกาจของค็อฏฏ๊อบก็คือสมรภูมิ The Ambush of Shatoi ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 16 เมษายน ปี 1996 ทั้งนี้ขุนศึกผู้กล้าหาญนาม ว่าค็อฏฏ๊อบได้นำาทัพมุญาฮิดีนร่วม 50 คนเข้าโจมตียานพาหนะ ทางทหารของกองทัพรัสเซีย(ซึ่ง คาดว่าน่าจะมีราวๆ 50 คัน)ที่เข้ามายึด ครองเชชเนีย ผลจาก การโจมตีดังกล่าว แ ห ล่ง ข้อ มูล จ า ก หน่วยความมั่นคง
  • 26. รัสเซียระบุว่า ทหาร รัสเซียมากถึง 223 นายต้องเสียชีวิตลง จากการต่อสู้ในครั้งนี้ ซึ่งในจำานวนนี้มีนายทหารรุ่นลายครามยศระดับสูงรวมอยู่ด้วย 26 คน ความอับปางและพินาศของ กองทัพรัสเซียจากการถูกโจมตีครั้งนี้ทำาให้รัฐบาลรัสเซียโกรธหัว ฟัดหัวเหวี่ยงเอามากถึงขนาดทำา การปลดตำาแหน่งนาย พลราว 2-3 คนออก จ า ก ตำ า แ ห น่ ง เ นื่อ ง จ า ก ค ว า ม ล้มเหลวในการต่อสู้ ครั้งนี้ ประธานาธิบดี อันธพาลอย่างนาย บอริส เยลซินต์ เองก็ ถึง ข น า ด ต้อ ง เ ปิด อภิปรายในรัฐสภา รัสเซียกันจ้าละหวั่น ในขณะที่มุญาฮิดีน ฝ่ายค็อฏฏ๊อบสูญเสียชีวิตไปเพียงแค่ 5 คนเท่านั้น ซึ่งแม้คนทั้งห้า จะเสียชีวิตไปแต่ผลตอบแทนใน ปรโลกที่รอพวกเขาอยู่มันช่างคุ้มค่ามากกว่าหากพระองค์ประสงค์ จะให้พวกเขาเป็น ชะฮีด และ หลังจากนั้นอีกไม่กี่เดือนค็อฏฏ๊อบกับกลุ่มมุญาฮิดีนของเขาก็ได้ ทำาการจู่โจมค่ายกองกำาลังติด อาวุธรัสเซียได้สำาเร็จอีกครั้ง ส่งผลให้เฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธมหา ประลัยของรัสเซียต้องถูกทำาลาย เสียหายอย่างยับเยิน
  • 27. (ก้า วใหม่ข องค็อ ฏฏ๊อ บในฐานะแม่ท ัพ ของสงครามเชช เนีย ) นายพลชะมีล บะ ซาเยฟ(ซ้าย)ถ่ายรูปร่วม กับค๊อฏฏ๊อบ ความร้อนแรงในจิตวิญญาณ แห่งการต่อสู้ของค็อฏฏ๊อบมิอาจใช้ช้างทั้งโขลงมาฉุดรั้งได้อีก ต่อไปแล้ว ในปี 1996 ค็อฏฏ๊อบตัดสินนำาพากลุ่มมุญาฮิดีนของ เขาเข้าสมทบกับกลุ่มมุญาฮิดีนของ แม่ทัพผู้องอาจอย่าง ท่านชะมีล บะซาเยฟ เพื่อทำาการสับประยุทธ์ อันมีชื่อเสียงที่เรียกว่า The famous Grozny offensive ใน เดือนสิงหาคม และใน วันที่22 ธันวาคม ปี 1997 นายพลค็อฏฏ๊ อบผู้กล้าหาญได้ออกกรำาศึกนำาทัพผู้ศรัทธากว่า 100 คนเข้า ทำาการโจมตีกองกำาลังรัสเซียที่ประจำาการอยู่ในอาณาบริเวณของ รัสเซียเอง เรียกว่า สำานักงานใหญ่แห่งกองพลน้อยของกองกำาลัง รัสเซีย (The 136 Motorised Rifle Brigade of the Russian Army) การลอบโจมตีครั้งนี้มีความสำาคัญและเป็นที่ โจษจันกันมาก แต้มของการพิฆาตรถหุ้มเกราะรัสเซียสูงถึง 300 คันซึ่งไม่อาจที่จะประเมินจำานวนอันมหาศาลที่ทหารรัสเซียได้สูญ เสียไป ในขณะเดียวกัน