SlideShare a Scribd company logo
การทำา งานศาสนาด้า นต่า งๆ ในแง่ข องการให้
       ความรู้ค วามเข้า ใจ เกี่ย วกับ อิส ลาม

                                                    โดย ชะ
                       รีฟ วงศ์เสงี่ยม

1. สอนวิชาต่างๆที่จำาเป็นแก่มุสลิมที่จะต้องเรียนรู้ เช่น อะ
กีดะฮฺ ฟิกฮฺ ฮะดีษ ประวัติศาสตร์ และอื่นๆ ตรงนี้เราจะ
เห็นได้ว่า บรรดานักศึกษาศาสนาทั้งหลายที่รำ่าเรียนจบมา
จากต่างประเทศ จำานวนมากมาย ก็ทำาหน้าที่ตรงนี้กันอยู่
อีกทั้ง การจัดบรรยาย การเรียนการสอนกัน ในวิชาต่างๆ
เหล่านี้ก็มีมากมายหลายที่ และหลากหลายสื่อ เพียงแต่
มุสลิมจะให้ความสนใจที่จะศึกษากันหรือไม่

2. อบรม ขัดเกลา ความประพฤติ เพื่อให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงในชีวิต ให้สอดคล้องกับอิสลาม แต่เราจะต้อง
วิเคราะห์กันต่อไปว่า อบรม ขัดเกลากันถึงขั้นไหนจึงจะถือ
ได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และผู้ที่เป็นพี่เลี้ยงค่าย หรือ
เป็นพี่เลี้ยงในการจัดอบรม ก็ยังจะต้องขัดเกลาตัวเองกัน
ด้วยใช่หรือไม่ รวมถึงอาจารย์ ที่ถูกเชิญมาบรรยาในค่าย
อบรมต่างๆ ก็อาจารย์เองก็จะต้องขัดเกลาตัวเองด้วยใช่
หรือไม่ ถ้าตอบว่าใช่ คำาถามต่อไปก็คือ แล้วใครกันที่อยู่
ในบุคคลที่จำาเป็นที่จะต้องถูกอบรม และขัดเกลา และมี
เหตุผลอะไร เราจะต้องตอบตรงนี้ให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อ
ที่เราจะได้เชิญชวนถูกกลุ่มบุคคล ... บุคคลที่จำาเป็นจะ
ต้อง เข้ารับการอบรม ขัดเกลาตัวเอง เพื่อขัดสนิมออก
ก็คือ ผู้ที่ละหมาดยังไม่ครบ 5 เวลา และยังทำาบาปใหญ่
ต่างๆอยู่ ใช่หรือไม่ หรือว่า แม้แต่ผู้ที่ยังทำาบาปเล็ก แต่ทำา
แบบเปิดเผยอยู่ก็จำาเป็นที่จะต้องเข้ารับการอบรมใช่หรือไม่
...




                                                             1
การขัดเกลา อบรม ถึงขั้น หรือระดับไหนที่จะถือว่า
เพียงพอแล้วที่จะให้เขาผู้นั้นไปต่อยอดเองได้ โดยไม่ตอง
                                                    ้
ให้ใครมาช่วยเหลือดูแล คือไม่ต้องมีพี่เลี้ยงที่จะคอยมา
ให้คำาแนะนำา หรือ ตักเตือนอยู่ตลอดเวลา หากแต่เขาผู้นั้น
สามารถยืนด้วยตัวเองได้ ประครองตัวเองไปได้

การอบรม ขัดเกลาอาจจะแบ่งเป็นประเภทต่างๆได้ดังนี้:

1. อบรม ขัดเกลาผู้ที่ ผู้ที่ละหมาดยังไม่ครบ 5 เวลา ให้
ละหมาดครบ และผู้ที่ยังทำาบาปใหญ่ต่างๆอยู่ให้เลิกทำาบาป
ใหญ่ หรือผู้ที่ยังมีชิรกฺต่างๆ อยู่ให้เลิกทำาชิรกฺ
2. อบรมผู้ที่ชีวิตโดยรวมของเขา เลิกทำาบาปใหญ่แล้ว ให้
ชีวิตโดยรวมของเขาเป็นผู้ที่เลิกจากบาปเล็กต่างๆ โดย
เฉพาะการทำาบาปเล็กแบบเปิดเผย
3. ทำาให้ผู้ที่อยู่ในระดับที่สอง ที่ไม่ค่อยทำาในสิ่งที่เป็นสุนัต
ให้กลายเป็นผู้ที่ชีวิตโดยรวมของเขาทำาสิ่งที่เป็นสุนัต หรือ
สิ่งที่ศาสนาส่งเสริมให้กระทำา
4. อบรม ขัดเกลา ผู้ที่อยู่ในระดับที่ สาม เพื่อให้ชีวิตโดย
รวมของเขากลายให้เป็นผู้ที่จะไปขัดเกลา อบรม และ
เปลี่ยนแปลงผู้อื่นต่ออีกที และในขนาดเดียวกัน เขาก็จะ
พยายามขัดเกลาตัวเองอยู่อย่างสมำ่าเสมอเช่นกัน

     เรารู้กันดีว่า การอบรม ขัดเกลาตัวเองนั้น จะต้องทำา
กันตลอดชีวิต แต่หลายๆคน พอใจที่จะประครองชีวิตโดย
รวมของตนเองในช่วงเวลานั้นๆให้อยู่ในระดับที่หนึ่งข้าง
ต้น ในขณะที่หลายๆคนเช่นกัน พอใจที่จะประครองชีวิต
โดยรวมของตนเองในช่วงเวลานั้นๆให้อยู่ในระดับที่สอง
ในขณะที่หลายๆคนเช่นกัน พอใจที่จะประครองชีวิตโดย
รวมของตนเองในช่วงเวลานั้นๆให้อยู่ในระดับที่สาม และ
มีความเป็นไปได้ที่ คนที่อยู่ในระดับที่สาม แต่ในขณะ
เดียวกันก็ยังมีสภาพของระดับที่สองอยู่ด้วย แต่อาจจะเป็น
บางครั้ง แต่โดยรวมยังอยู่ในระดับที่สามอยู่ และก็เป็นไป


                                                               2
ได้เช่นกันที่ผู้ที่อยู่ในระดับที่ สอง แต่ในขณะเดียวกันก็ยัง
มีสภาพของระดับที่หนึ่งอยูด้วย แต่อาจจะเป็นบางครั้ง แต่
                              ่
โดยรวมยังอยู่ในระดับที่สองอยู่ หรือ แม้แต่บุคคนที่อยู่ใน
ระดับที่ สี่ ก็เป็นไปได้ว่า ชีวิตเขาจะมีสภาพที่ สาม หรือ
สองได้เช่นกัน แต่ เพียงบางครั้ง แต่ชีวิตโดยรวมยังอยู่ใน
ระดับที่ สี่

       เราปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้ามองโดยรวมแล้วกลุ่มคนที่จะ
ทำาให้อิสลาม รุ่งเรื่องและแพร่ขยายออกไปได้ คือกลุ่มคนที่
ชีวิตโดยรวมของเขาอยู่ในระดับที่สี่ แต่ก็มได้หมายความ
                                            ิ
ว่าระดับอื่นๆจะทำาไม่ได้ อาจจะมีบ้าง และการที่จะได้มาซึ่ง
ชีวิตโดยรวมในแต่ละระดับนั้น การจัดค่ายอาจจะเป็นเพียง
จุดเริ่มต้นที่ดี แต่ภายหลังจากค่ายแล้ว สิ่งที่สำาคัญก็คือ
กลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ในเรื่องของศาสนาไปในทางใดทาง
หนึ่ง ตรงนี้เราพูดถึงมิติของการอบรม ขัดเกลาผู้ที่เป็น
มุสลิมอยู่แล้ว ให้ยกระดับตัวเองให้พัฒนาขึ้นไปอีก

      และเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มุสลิม โดยเฉพาะเยาวชนที่
ยังอยูในระดับที่หนึ่งนั้น ยังมีอีกมากมาย และเมื่อเป็นเช่นนี้
       ่
การจัดเพื่อให้มีการอบรม ขัดเกลาจึงจะต้องเป็นสิ่งที่มีขึ้น
อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน แต่เราจะต้องเข้าใจด้วยว่า ตรง
นี้ไม่ใช่เงื่อนไขเลยที่จะอ้างเป็นเหตุผลเพื่อที่จะไม่เผยแพร่
อิสลามให้กับต่างศาสนิก เหมือนกับที่พี่น้องกลุ่มญะมาอะฮฺ
ตับลีฆฺบางท่านได้อ้าง งานอบรม ขัดเกลามุสลิม และงาน
เผยแพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิกจะต้องมีไปพร้อมๆกัน

      แต่คำาถามก็คือ คนที่จะเข้ามาทำางานอย่างมี
ประสิทธิภาพ ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะเป็นพี่เลี้ยงค่าย หรือแม้แต่
อาจารย์ ที่ถูกเชิญมาอบรม บรรยายให้ฟังก็ตาม ในการ
อบรม ขัดเกลามุสลิมนั้น เมื่อเทียบกับ คนที่จะมาทำางาน
เผยแพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไม่ว่าจะเป็นระดับนักศึกษา หรือ แม้แต่ผู้รู้ศาสนาก็ตาม


                                                             3
กลุ่มคนไหนน่าจะมีบุคลากรมากกว่ากัน ในการทำางานด้าน
นั้นๆ เราสามารถตอบได้เลยว่า ผู้ที่มาทำางานในด้านการ
เผยแพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิกนั้นมีจำานวนน้อยกว่า
ทั้งๆที่การเผยแพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิกนั้น กล่าวได้ว่า
มีความสำาคัญมากกว่า การอบรม ขัดเกลา มุสลิมด้วย
กันเอง เพราะมุสลิมนั้น รู้แล้วว่า อัลลอฮฺเป็นพระเจ้า มุฮัม
หมัดเป็นรซูล รู้เรื่อง มาลาอิกะฮฺ รู้เรื่องการกำาหนดความดี
ความชั่ว รู้เรื่องการฟื้นคืนชีพ รวมทั้ง รู้แล้วว่าอะไร ดี
อะไรชั่ว อะไรเป็นบาป แต่ผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมยังไม่ได้รู้สิ่ง
ต่างๆเหล่านี้เลย และส่งต่างๆเหล่านี้เป็นเงื่อนไขในการชี้
สวรรค์ ชีนรกเลยก็ว่าได้
           ้

     กลุ่มคนที่ทำางานเพื่ออบรม และ ขัดเกลามุสลิมด้วย
กันเองก็คือ:

1. โรงเรียนสอนศาสนาและปอเนาะทั้งหลายที่มีอยู่ทั่ว
ประเทศ
2. การจัดค่ายอบรมต่างๆที่มีอยู่ทั่วประเทศ
3. มีงานบรรยาย หรือ การเรียนการสอนต่างๆ ไม่ว่าจะ
เป็นงานมัสยิด การบรรยายประจำาสัปดาห์ หรือ ประจำา
เดือนตามสถานที่ต่างๆในทั่ว ประเทศ
4. มีการส่งลูกส่งหลานไปเรียนศาสนาถึงต่างประเทศ
5. กลุ่มพี่น้องญะมาอัตตับลีฆฺ และอาจจะมีอื่นๆอีกนอกจาก
นี้

      จะเห็นได้ว่า ที่กล่าวมาทั้งห้าข้อนั้น ล้วนแล้วเป็น การ
สอน การอบรมในหมูมุสลิมด้วยกันเอง แต่ถ้าเราตั้งคำาถาม
                       ่
บ้างว่า แล้วมีบ้างไหมสถานที่อบรม หรือ สอนวิชา การเผย
แพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิก เราแถบจะไม่เจอเลย ใน
กรุงเทพก็มี ที่เห็นชัดก็คือ มูลนิธิสันติชน แต่ก็ไม่ใช่ การ
ส่งคนไปลงสนาม แต่รอให้คนต่างศาสนิกที่สนใจเรียรรู้
เกี่ยวกับอิสลามเดินเข้ามาหาเองเสียส่วนใหญ่ ไม่ใช่แหล่ง


                                                           4
ผลิตคนที่จะไปลงสนามเผยแพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิก
อีกทั้งขจัดความเข้าใจผิดๆที่มีต่ออิสลาม ถ้าเราจะให้เกิด
ความสมดุลกันระหว่างการขัดเกลามุสลิมด้วยกันเอง กับ
การเผยแพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิกแล้ว เราจะต้อง
ทำาให้ต่างศาสนิกได้รู้เหมือนที่มุสลิมรู้ เช่นรู้ว่า อัลลอฮฺเป็น
พระเจ้า มุฮัมหมัดเป็นรซูล รู้เรื่อง มาลาอิกะฮฺ รู้เรื่องการ
กำาหนดความดีความชั่ว รู้เรื่องการฟื้นคืนชีพ รวมทั้ง รู้แล้ว
ว่าอะไร ดี อะไรชั่ว อะไรเป็นบาป ส่วนรู้แล้วจะทำาตามหรือ
ไม่นั้นเป็นเรื่องของเขาผู้นั้น เหมือนกับที่มุสลิมเรารู้สิ่งต่างๆ
เหล่านี้ แต่ส่วนใครจะทำาตามหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่เขาผู้
นั้นจะต้องพิจารณาตนเอง

        ถ้าเราบอกว่า สาเหตุที่มุสลิมเรา รู้ทั้งรู้ว่า อะไร ดี
อะไรชั่ว อะไรเป็นบาป แต่ก็ยังทำาอยู่ ทั้งนี้ก็เพราะ ยังไม่มี
สิ่งที่จะไปกระตุ้นเขา ถ้าเช่นนั้น เราสมควรที่จะให้ความ
สนใจในเรื่องการเผยแพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิกมากก
ว่า เพราะ ต่างศาสนิกนั้นนอกจากจะไม่มีสิ่งกระตุ้นแล้ว
เขายังไม่มีความรู้เลยเสียด้วยซำ้าไปเกี่ยวกับเรื่องราวของ
อิสลาม เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว มุสลิมที่ได้รับการอบรม ขัดเกลา
จนอยู่ในระดับที่ สาม หรือ สี่ หรือ แม้แต่ระดับที่ สอง ก็น่า
ที่จะพิจารณาใคร่ครวญดู และหันมาเรียนรู้ การเป็นนักเผย
แพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิกอย่างมีประสิทธิภาพ

3. นำาเสนอคำาสอนของอิสลามในมิติต่างๆให้กับต่างศาสนิ
ก เพื่อให้ต่างศาสนิกรู้ถึงคุณค่าที่มีในอิสลาม เช่น อิสลาม
กับ ระบบเศรษฐกิจ อิสลามกับ การเมือง อิสลามกับการ
ครองเรือน อิสลามกับ ระบบการเงิน นักวิทยาศาสตร์
อิสลาม สมมุติว่า คนต่างศาสนิก รู้ว่าอิสลามมีระบบการ
บริหารจัดการต่างๆที่ดีแล้ว และสมมุติว่าต่างศาสนิกผู้นั้น
นำาระบบต่างๆของอิสลามมาใช้ คำาถามคือ เขาจะถูกเรียก
ว่าเป็นมุสลิมไหม คำาตอบคือไม่อย่างแน่นอน เพราะสิ่งที่จะ
ทำาให้เขาถูกเรียกว่าเป็นมุสลิมได้คือ เขาจะต้องเปลี่ยน


                                                               5
ความเชื่อ อีกทั้งจะต้องปฏิเสธความเชื่อเก่าๆที่เขาเคยเชื่อ
อยู่ และแทนที่ด้วยความเชื่อของอิสลาม แต่ในความเป็น
จริงแล้ว การที่ต่างศาสนิกรู้ว่าอิสลามมีระบบการบริหาร
จัดการในเรื่องต่างๆที่ดีขนาดไหนก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ได้เป็น
เงื่อนไขที่จะทำาให้ต่าง       ศาสนิกที่มีเหตุมีผล เปลี่ยน
ศาสนาได้ เพราะเขาก็ยังยึดมั่นอยู่ในความเชื่อของเขาอยู่
ทั้งนี้ก็เพราะ การนำาเสนอระบบต่างๆของอิสลามที่กล่าวมา
ข้างต้นนั้น มันไม่ได้ไปหักล้างความเชื่อผิดๆของเขาที่เขา
มีอยู่ และถึงแม้เราจะนำาเสนอว่าอิสลามดีอย่างนั้นอย่านี้แค่
ไหนก็ตาม แต่ถ้าเราไม่ขจัดความเข้าใจผิดที่มีในใจของ
ต่างศาสนิกผู้นั้นแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ที่ต่างศาสนิกที่เป็น
ผู้ที่มีเหตุผลจะยังไม่มารับอิสลามได้

4. การเผยแพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิก นั่นก็คือ การที่เรา
พิสูจน์ในความเป็นสัจธรรมของอิสลามให้ต่างศาสนิกได้รับ
รู้ อีกทั้งพิสูจน์ในความเป็นเท็จของแนวทางอื่นๆ ที่ไม่ใช่
อิสลาม โดยมุ่งเน้น พิสูจน์ความเป็นเท็จและความผิด
พลาดในแก่นของศาสนาหรือความเชื่อนั้นๆ และ ชีให้ต่าง  ้
ศาสนิกเห็นว่าเขาจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปอย่างนี้ไม่ได้แล้ว โดย
ทำาอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น หักล้างความเชื่อเรื่องการ
ปฏิเสธพระเจ้า การเชื่อในเรื่อง การเวียนว่ายตายเกิด
การเชื่อว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า หรือ พิสูจน์ในเรื่องการถูก
เปลี่ยนแปลงแก้ไขของคัมภีร์ต่างๆ อีกทั้งพิสูจน์ในการไม่
ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขของคัมภีร์อัล-กุรอาน รวมทั้งขจัด
ข้อกล่าวหา หรือ ความไม่เข้าใจต่างๆ และสิ่งบิดเบือนทั้ง
หลายที่ต่างศาสนิกมีต่ออิสลาม และ เรื่องอื่นๆที่อยู่ในสาย
งานนี้ ถ้าเราสามารถพิสูจน์ได้ว่าแนวทางที่เขาเชื่ออยู่นั้น
ผิดพลาดแล้ว และอิสลามเป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว ก็จะ
สามารถเป็นเงื่อนไขทำาให้คนต่างศาสนิกที่มีเหตุมีผล และ
เปิดใจกว้างสามารถเปลี่ยนความเชื่อของตัวเองได้




                                                          6
เราจะพบว่าบุคลากรที่จะมาทำางานในด้านนี้โดยตรง
ยังมีน้อยมาก สังคมเรายังไม่มีสถาบัน หรือ องค์กรที่จะ
ผลิตหรือ ปั้นคนให้เป็นนักเผยแพร่อิสลามให้กับชาวต่าง
ศาสนิกดดยตรง อย่างมีประสิทธิภาพ เฉพาะด้าน เมื่อเทียบ
กับด้านอื่นๆ ที่มีการผลิตนักวิชาการมากมาย ที่จบการ
ศึกษาศาสนามาเฉพาะด้าน เพื่อให้ความรู้กับมุสลิมด้วย
กันเอง ทั้งๆที่คนส่วนใหญ่ในประเทศไทยไม่ใช่มุสลิม ซึง  ่
นับได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีในการทำางานด้านนี้ และถ้าจะมอง
เรื่องความสำาคัญแล้ว ก็มีความสำาคัญไม่แพ้ไปกว่าอย่า
งอื่นๆเช่นกัน บางทีอาจจะสำาคัญมากไปกว่าสิ่งอื่นเสียด้วย
ซำ้าไป

      หลายๆคนอาจจะเห็นความสำาคัญในการทำางานใน
ด้านนี้ แต่กระนั้นก็ตาม ก็อาจจะมีอุปสรรค์บางอย่าง เช่น
การมีความเข้าใจที่ผิดๆ บางอย่าง เช่น เข้าใจว่า ‘ อัล-
กุรอานบอกว่า ศาสนาใครศาสนามัน เพราะฉะนั้นไม่มี
ความจำาเป็นอย่างใดที่จะต้องไปสอนต่างศาสนิก ’ หรือ
เข้าใจว่า ‘ จะเป็นการสร้างความแตกแยก’ โดยไม่อาจจะ
ไม่ทันทึกว่า ตัวท่านนบีเอง เริ่มต้นด้วยถ้อยคำาที่ กล่าวได้
เลยว่า เป็นถ้อยคำาที่จะนำามาซึ่งความแตกแยก นั่นก็คือ
ถ้อยคำาที่ว่า “ ลาอิลาฮ่า อิลลัลลอฮฺ ” ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่
เที่ยงแท้ นอกจากอัลลอฮฺเพียงองค์เดียวเท่านั้น ทั้งๆทีชาว่
มักกะฮฺในตอนนั้นกำาลังกราบไหว้เจว็ดถึง 360 กว่าตัว
การมาของท่านนบีทำาให้ สามี แตกแยกกับภรรยา พ่อ
กลายเป็นศัตรูกับลูก สังคมแตกเป็นสองฝ่าย จะเห็นได้ว่า
ท่านนบีมองข้ามความแตกแยกไปเลย เพราะถ้ายังปล่อย
ให้มีความ ‘ กลัวการแตกแยก’ มาเป็นอุปสรรค์ อิสลามคง
ตายไปพร้อมกับท่านนบีเป็นแน่ ไม่ได้ตกทอดมาจนถึง
ประเทศไทยเรา ... เพราะท่านนบีและบรรดาซอฮาบะฮฺ
ไม่หัวอ่อน หรือ พูดภาษาเราคือ ไม่หน่อมแหน้ม ไม่ให้
ความสำาคัญเรื่องความแตกแยก มากไปกว่าเรื่องที่สำาคัญ
มากกว่านั้นมาก ไม่อ่อนไหวต่อความแตกแยก กลัวว่าคน


                                                           7
อื่นจะรู้สึกไม่ดี ที่เป็นอย่างนี้ใช่ไหม ที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่
ทำาให้ อิสลามแพร่กระจายไปทั่วโลกได้ รวมทั้งใน
ประเทศไทยเราด้วย หรือ ข้อจำากัดในด้านความรู้
ความไม่กล้าส่วนตัว เช่นไม่กล้าที่จะโต้เถียงเพื่อที่จะหัก
ล้างความเท็จ และนำาเสนอความจริง ประเภทที่แคร์ความ
รู้สึกคนอื่นๆ อย่างไม่รู้เวลา และสถานการณ์ กลัวคนคน
อื่นจะเสียนำ้าใจ ซึงลักษณะผิดๆเหล่านี้ต่างก็เป็นอุปสรรค์
                     ่
ในการ เผยแพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิก หรือ บางคน
อาจจะคิดว่า มีคนอื่นทำาหน้าที่ตรงนี้มากพอแล้ว ทั้งๆทีใน    ่
ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น
www.อิสลาม.net
( อัซซาบิกูน )




                                                                8

More Related Content

Viewers also liked

บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่
บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่
บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่
Muttakeen Che-leah
 
Bidah
BidahBidah
ผู้ก่อการร้ายจะต้องเป็นมุสลิมเท่านั้นหรือ
ผู้ก่อการร้ายจะต้องเป็นมุสลิมเท่านั้นหรือผู้ก่อการร้ายจะต้องเป็นมุสลิมเท่านั้นหรือ
ผู้ก่อการร้ายจะต้องเป็นมุสลิมเท่านั้นหรือ
Muttakeen Che-leah
 
ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...
ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...
ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...
Muttakeen Che-leah
 
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอมเดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม
Muttakeen Che-leah
 
พระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็น
พระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็นพระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็น
พระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็น
Muttakeen Che-leah
 
แนวทางศึกษาอิสลามให้ได้ซึ่งคำสอนที่แท้จริง
แนวทางศึกษาอิสลามให้ได้ซึ่งคำสอนที่แท้จริงแนวทางศึกษาอิสลามให้ได้ซึ่งคำสอนที่แท้จริง
แนวทางศึกษาอิสลามให้ได้ซึ่งคำสอนที่แท้จริง
Muttakeen Che-leah
 
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Completeถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
Muttakeen Che-leah
 
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
 เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc  เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
Muttakeen Che-leah
 
การเวียนว่ายตายเกิด
การเวียนว่ายตายเกิดการเวียนว่ายตายเกิด
การเวียนว่ายตายเกิด
Muttakeen Che-leah
 

Viewers also liked (14)

บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่
บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่
บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่
 
Al kafi
Al kafiAl kafi
Al kafi
 
Bidah
BidahBidah
Bidah
 
ผู้ก่อการร้ายจะต้องเป็นมุสลิมเท่านั้นหรือ
ผู้ก่อการร้ายจะต้องเป็นมุสลิมเท่านั้นหรือผู้ก่อการร้ายจะต้องเป็นมุสลิมเท่านั้นหรือ
ผู้ก่อการร้ายจะต้องเป็นมุสลิมเท่านั้นหรือ
 
ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...
ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...
ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...
 
Pramote maolid
Pramote maolidPramote maolid
Pramote maolid
 
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอมเดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม
 
ทาส1
ทาส1ทาส1
ทาส1
 
พระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็น
พระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็นพระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็น
พระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็น
 
แนวทางศึกษาอิสลามให้ได้ซึ่งคำสอนที่แท้จริง
แนวทางศึกษาอิสลามให้ได้ซึ่งคำสอนที่แท้จริงแนวทางศึกษาอิสลามให้ได้ซึ่งคำสอนที่แท้จริง
แนวทางศึกษาอิสลามให้ได้ซึ่งคำสอนที่แท้จริง
 
ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc  ค็อฏฏ๊อบ.Doc
ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Completeถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
 
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
 เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc  เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
 
การเวียนว่ายตายเกิด
การเวียนว่ายตายเกิดการเวียนว่ายตายเกิด
การเวียนว่ายตายเกิด
 

Similar to การทำงานศาสนาด้านต่างๆ ในแง่ของการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอิสลาม

ศึกษาการพัฒนาภาวะผู้นำตามแนวพระพุทธศาสนา
ศึกษาการพัฒนาภาวะผู้นำตามแนวพระพุทธศาสนาศึกษาการพัฒนาภาวะผู้นำตามแนวพระพุทธศาสนา
ศึกษาการพัฒนาภาวะผู้นำตามแนวพระพุทธศาสนา
pentanino
 
พุทธวิธีในการสอน พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตฺโต)
พุทธวิธีในการสอน พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตฺโต) พุทธวิธีในการสอน พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตฺโต)
พุทธวิธีในการสอน พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตฺโต)
niralai
 
สังคหวัตถุ
สังคหวัตถุสังคหวัตถุ
สังคหวัตถุ
niralai
 
บทที่ 8
บทที่ 8บทที่ 8
บทที่ 8
wanichaya kingchaikerd
 
บทที่ 8
บทที่ 8บทที่ 8
บทที่ 8
Piyapong Chaichana
 
บทที่ 8
บทที่ 8บทที่ 8
บทที่ 8
Theerayut Ponman
 
บทที่ 8
บทที่ 8บทที่ 8
บทที่ 8
wanneemayss
 
บทที่ 8
บทที่ 8บทที่ 8
บทที่ 8
benty2443
 
บทที่ 8
บทที่ 8บทที่ 8
บทที่ 8
nattawad147
 
โพธิยาลัย เดือน กุมภาพันธ์ 2555
โพธิยาลัย เดือน กุมภาพันธ์ 2555โพธิยาลัย เดือน กุมภาพันธ์ 2555
โพธิยาลัย เดือน กุมภาพันธ์ 2555
Panda Jing
 
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๓
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๓บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๓
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๓
วัดดอนทอง กาฬสินธุ์
 
พระพุทธศาสนากับการสื่อสาร
พระพุทธศาสนากับการสื่อสารพระพุทธศาสนากับการสื่อสาร
พระพุทธศาสนากับการสื่อสาร
Jack Like
 
หลวงพ่อทูล วัฏฏะสงสาร
หลวงพ่อทูล วัฏฏะสงสารหลวงพ่อทูล วัฏฏะสงสาร
หลวงพ่อทูล วัฏฏะสงสาร
guestf16531
 
บทที่ 8
บทที่ 8บทที่ 8
บทที่ 8
kanwan0429
 
บทที่ 8
บทที่ 8บทที่ 8
บทที่ 8
kanwan0429
 
คำกล่าวเปิดค่ายจริยธรรม
คำกล่าวเปิดค่ายจริยธรรมคำกล่าวเปิดค่ายจริยธรรม
คำกล่าวเปิดค่ายจริยธรรม
niralai
 
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒
วัดดอนทอง กาฬสินธุ์
 
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒
วัดดอนทอง กาฬสินธุ์
 
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒
วัดดอนทอง กาฬสินธุ์
 

Similar to การทำงานศาสนาด้านต่างๆ ในแง่ของการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอิสลาม (20)

ศึกษาการพัฒนาภาวะผู้นำตามแนวพระพุทธศาสนา
ศึกษาการพัฒนาภาวะผู้นำตามแนวพระพุทธศาสนาศึกษาการพัฒนาภาวะผู้นำตามแนวพระพุทธศาสนา
ศึกษาการพัฒนาภาวะผู้นำตามแนวพระพุทธศาสนา
 
ทุกศาสนา
ทุกศาสนาทุกศาสนา
ทุกศาสนา
 
พุทธวิธีในการสอน พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตฺโต)
พุทธวิธีในการสอน พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตฺโต) พุทธวิธีในการสอน พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตฺโต)
พุทธวิธีในการสอน พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตฺโต)
 
สังคหวัตถุ
สังคหวัตถุสังคหวัตถุ
สังคหวัตถุ
 
บทที่ 8
บทที่ 8บทที่ 8
บทที่ 8
 
บทที่ 8
บทที่ 8บทที่ 8
บทที่ 8
 
บทที่ 8
บทที่ 8บทที่ 8
บทที่ 8
 
บทที่ 8
บทที่ 8บทที่ 8
บทที่ 8
 
บทที่ 8
บทที่ 8บทที่ 8
บทที่ 8
 
บทที่ 8
บทที่ 8บทที่ 8
บทที่ 8
 
โพธิยาลัย เดือน กุมภาพันธ์ 2555
โพธิยาลัย เดือน กุมภาพันธ์ 2555โพธิยาลัย เดือน กุมภาพันธ์ 2555
โพธิยาลัย เดือน กุมภาพันธ์ 2555
 
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๓
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๓บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๓
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๓
 
พระพุทธศาสนากับการสื่อสาร
พระพุทธศาสนากับการสื่อสารพระพุทธศาสนากับการสื่อสาร
พระพุทธศาสนากับการสื่อสาร
 
หลวงพ่อทูล วัฏฏะสงสาร
หลวงพ่อทูล วัฏฏะสงสารหลวงพ่อทูล วัฏฏะสงสาร
หลวงพ่อทูล วัฏฏะสงสาร
 
บทที่ 8
บทที่ 8บทที่ 8
บทที่ 8
 
บทที่ 8
บทที่ 8บทที่ 8
บทที่ 8
 
คำกล่าวเปิดค่ายจริยธรรม
คำกล่าวเปิดค่ายจริยธรรมคำกล่าวเปิดค่ายจริยธรรม
คำกล่าวเปิดค่ายจริยธรรม
 
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒
 
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒
 
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒
บทความเรื่องการบริหารงานตามหลักฆราวาสธรรม ๒
 

More from Muttakeen Che-leah

เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
 เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc  เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
Muttakeen Che-leah
 
วิจารณ์เวียนว่ายตายเิกด
วิจารณ์เวียนว่ายตายเิกดวิจารณ์เวียนว่ายตายเิกด
วิจารณ์เวียนว่ายตายเิกด
Muttakeen Che-leah
 
วิเคราะห์ฮะดีษ
วิเคราะห์ฮะดีษวิเคราะห์ฮะดีษ
วิเคราะห์ฮะดีษ
Muttakeen Che-leah
 
ลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัย
ลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัยลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัย
ลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัย
Muttakeen Che-leah
 
มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์
มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์
มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์
Muttakeen Che-leah
 
แผนที่ตรรกะ
แผนที่ตรรกะแผนที่ตรรกะ
แผนที่ตรรกะ
Muttakeen Che-leah
 
ตรรกเอาความเป็นรูปธรรม
ตรรกเอาความเป็นรูปธรรมตรรกเอาความเป็นรูปธรรม
ตรรกเอาความเป็นรูปธรรม
Muttakeen Che-leah
 
ตรรก และ เหตุผลวิบัติ
ตรรก และ เหตุผลวิบัติตรรก และ เหตุผลวิบัติ
ตรรก และ เหตุผลวิบัติ
Muttakeen Che-leah
 
เล่ห์ชัยฏอน
เล่ห์ชัยฏอนเล่ห์ชัยฏอน
เล่ห์ชัยฏอน
Muttakeen Che-leah
 
ถลกหนังไซออนนีส
ถลกหนังไซออนนีสถลกหนังไซออนนีส
ถลกหนังไซออนนีส
Muttakeen Che-leah
 
แนวทางของนักปราชญ์ในการพิจารณาตัวบทฮะดีษ
แนวทางของนักปราชญ์ในการพิจารณาตัวบทฮะดีษแนวทางของนักปราชญ์ในการพิจารณาตัวบทฮะดีษ
แนวทางของนักปราชญ์ในการพิจารณาตัวบทฮะดีษ
Muttakeen Che-leah
 

More from Muttakeen Che-leah (16)

Al kafi
Al kafiAl kafi
Al kafi
 
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
 เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc  เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
 
วิจารณ์เวียนว่ายตายเิกด
วิจารณ์เวียนว่ายตายเิกดวิจารณ์เวียนว่ายตายเิกด
วิจารณ์เวียนว่ายตายเิกด
 
วิเคราะห์ฮะดีษ
วิเคราะห์ฮะดีษวิเคราะห์ฮะดีษ
วิเคราะห์ฮะดีษ
 
ลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัย
ลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัยลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัย
ลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัย
 
มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์
มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์
มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์
 
แผนที่ตรรกะ
แผนที่ตรรกะแผนที่ตรรกะ
แผนที่ตรรกะ
 
ตรรกเอาความเป็นรูปธรรม
ตรรกเอาความเป็นรูปธรรมตรรกเอาความเป็นรูปธรรม
ตรรกเอาความเป็นรูปธรรม
 
ตรรก และ เหตุผลวิบัติ
ตรรก และ เหตุผลวิบัติตรรก และ เหตุผลวิบัติ
ตรรก และ เหตุผลวิบัติ
 
Names list of_logical_fallacy
Names list of_logical_fallacyNames list of_logical_fallacy
Names list of_logical_fallacy
 
Guide of association
Guide of associationGuide of association
Guide of association
 
เล่ห์ชัยฏอน
เล่ห์ชัยฏอนเล่ห์ชัยฏอน
เล่ห์ชัยฏอน
 
ถลกหนังไซออนนีส
ถลกหนังไซออนนีสถลกหนังไซออนนีส
ถลกหนังไซออนนีส
 
Pramote tarorveah
Pramote tarorveahPramote tarorveah
Pramote tarorveah
 
แนวทางของนักปราชญ์ในการพิจารณาตัวบทฮะดีษ
แนวทางของนักปราชญ์ในการพิจารณาตัวบทฮะดีษแนวทางของนักปราชญ์ในการพิจารณาตัวบทฮะดีษ
แนวทางของนักปราชญ์ในการพิจารณาตัวบทฮะดีษ
 
รับน้อง
รับน้องรับน้อง
รับน้อง
 

การทำงานศาสนาด้านต่างๆ ในแง่ของการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอิสลาม

  • 1. การทำา งานศาสนาด้า นต่า งๆ ในแง่ข องการให้ ความรู้ค วามเข้า ใจ เกี่ย วกับ อิส ลาม โดย ชะ รีฟ วงศ์เสงี่ยม 1. สอนวิชาต่างๆที่จำาเป็นแก่มุสลิมที่จะต้องเรียนรู้ เช่น อะ กีดะฮฺ ฟิกฮฺ ฮะดีษ ประวัติศาสตร์ และอื่นๆ ตรงนี้เราจะ เห็นได้ว่า บรรดานักศึกษาศาสนาทั้งหลายที่รำ่าเรียนจบมา จากต่างประเทศ จำานวนมากมาย ก็ทำาหน้าที่ตรงนี้กันอยู่ อีกทั้ง การจัดบรรยาย การเรียนการสอนกัน ในวิชาต่างๆ เหล่านี้ก็มีมากมายหลายที่ และหลากหลายสื่อ เพียงแต่ มุสลิมจะให้ความสนใจที่จะศึกษากันหรือไม่ 2. อบรม ขัดเกลา ความประพฤติ เพื่อให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงในชีวิต ให้สอดคล้องกับอิสลาม แต่เราจะต้อง วิเคราะห์กันต่อไปว่า อบรม ขัดเกลากันถึงขั้นไหนจึงจะถือ ได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และผู้ที่เป็นพี่เลี้ยงค่าย หรือ เป็นพี่เลี้ยงในการจัดอบรม ก็ยังจะต้องขัดเกลาตัวเองกัน ด้วยใช่หรือไม่ รวมถึงอาจารย์ ที่ถูกเชิญมาบรรยาในค่าย อบรมต่างๆ ก็อาจารย์เองก็จะต้องขัดเกลาตัวเองด้วยใช่ หรือไม่ ถ้าตอบว่าใช่ คำาถามต่อไปก็คือ แล้วใครกันที่อยู่ ในบุคคลที่จำาเป็นที่จะต้องถูกอบรม และขัดเกลา และมี เหตุผลอะไร เราจะต้องตอบตรงนี้ให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อ ที่เราจะได้เชิญชวนถูกกลุ่มบุคคล ... บุคคลที่จำาเป็นจะ ต้อง เข้ารับการอบรม ขัดเกลาตัวเอง เพื่อขัดสนิมออก ก็คือ ผู้ที่ละหมาดยังไม่ครบ 5 เวลา และยังทำาบาปใหญ่ ต่างๆอยู่ ใช่หรือไม่ หรือว่า แม้แต่ผู้ที่ยังทำาบาปเล็ก แต่ทำา แบบเปิดเผยอยู่ก็จำาเป็นที่จะต้องเข้ารับการอบรมใช่หรือไม่ ... 1
  • 2. การขัดเกลา อบรม ถึงขั้น หรือระดับไหนที่จะถือว่า เพียงพอแล้วที่จะให้เขาผู้นั้นไปต่อยอดเองได้ โดยไม่ตอง ้ ให้ใครมาช่วยเหลือดูแล คือไม่ต้องมีพี่เลี้ยงที่จะคอยมา ให้คำาแนะนำา หรือ ตักเตือนอยู่ตลอดเวลา หากแต่เขาผู้นั้น สามารถยืนด้วยตัวเองได้ ประครองตัวเองไปได้ การอบรม ขัดเกลาอาจจะแบ่งเป็นประเภทต่างๆได้ดังนี้: 1. อบรม ขัดเกลาผู้ที่ ผู้ที่ละหมาดยังไม่ครบ 5 เวลา ให้ ละหมาดครบ และผู้ที่ยังทำาบาปใหญ่ต่างๆอยู่ให้เลิกทำาบาป ใหญ่ หรือผู้ที่ยังมีชิรกฺต่างๆ อยู่ให้เลิกทำาชิรกฺ 2. อบรมผู้ที่ชีวิตโดยรวมของเขา เลิกทำาบาปใหญ่แล้ว ให้ ชีวิตโดยรวมของเขาเป็นผู้ที่เลิกจากบาปเล็กต่างๆ โดย เฉพาะการทำาบาปเล็กแบบเปิดเผย 3. ทำาให้ผู้ที่อยู่ในระดับที่สอง ที่ไม่ค่อยทำาในสิ่งที่เป็นสุนัต ให้กลายเป็นผู้ที่ชีวิตโดยรวมของเขาทำาสิ่งที่เป็นสุนัต หรือ สิ่งที่ศาสนาส่งเสริมให้กระทำา 4. อบรม ขัดเกลา ผู้ที่อยู่ในระดับที่ สาม เพื่อให้ชีวิตโดย รวมของเขากลายให้เป็นผู้ที่จะไปขัดเกลา อบรม และ เปลี่ยนแปลงผู้อื่นต่ออีกที และในขนาดเดียวกัน เขาก็จะ พยายามขัดเกลาตัวเองอยู่อย่างสมำ่าเสมอเช่นกัน เรารู้กันดีว่า การอบรม ขัดเกลาตัวเองนั้น จะต้องทำา กันตลอดชีวิต แต่หลายๆคน พอใจที่จะประครองชีวิตโดย รวมของตนเองในช่วงเวลานั้นๆให้อยู่ในระดับที่หนึ่งข้าง ต้น ในขณะที่หลายๆคนเช่นกัน พอใจที่จะประครองชีวิต โดยรวมของตนเองในช่วงเวลานั้นๆให้อยู่ในระดับที่สอง ในขณะที่หลายๆคนเช่นกัน พอใจที่จะประครองชีวิตโดย รวมของตนเองในช่วงเวลานั้นๆให้อยู่ในระดับที่สาม และ มีความเป็นไปได้ที่ คนที่อยู่ในระดับที่สาม แต่ในขณะ เดียวกันก็ยังมีสภาพของระดับที่สองอยู่ด้วย แต่อาจจะเป็น บางครั้ง แต่โดยรวมยังอยู่ในระดับที่สามอยู่ และก็เป็นไป 2
  • 3. ได้เช่นกันที่ผู้ที่อยู่ในระดับที่ สอง แต่ในขณะเดียวกันก็ยัง มีสภาพของระดับที่หนึ่งอยูด้วย แต่อาจจะเป็นบางครั้ง แต่ ่ โดยรวมยังอยู่ในระดับที่สองอยู่ หรือ แม้แต่บุคคนที่อยู่ใน ระดับที่ สี่ ก็เป็นไปได้ว่า ชีวิตเขาจะมีสภาพที่ สาม หรือ สองได้เช่นกัน แต่ เพียงบางครั้ง แต่ชีวิตโดยรวมยังอยู่ใน ระดับที่ สี่ เราปฏิเสธไม่ได้ว่า ถ้ามองโดยรวมแล้วกลุ่มคนที่จะ ทำาให้อิสลาม รุ่งเรื่องและแพร่ขยายออกไปได้ คือกลุ่มคนที่ ชีวิตโดยรวมของเขาอยู่ในระดับที่สี่ แต่ก็มได้หมายความ ิ ว่าระดับอื่นๆจะทำาไม่ได้ อาจจะมีบ้าง และการที่จะได้มาซึ่ง ชีวิตโดยรวมในแต่ละระดับนั้น การจัดค่ายอาจจะเป็นเพียง จุดเริ่มต้นที่ดี แต่ภายหลังจากค่ายแล้ว สิ่งที่สำาคัญก็คือ กลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ในเรื่องของศาสนาไปในทางใดทาง หนึ่ง ตรงนี้เราพูดถึงมิติของการอบรม ขัดเกลาผู้ที่เป็น มุสลิมอยู่แล้ว ให้ยกระดับตัวเองให้พัฒนาขึ้นไปอีก และเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มุสลิม โดยเฉพาะเยาวชนที่ ยังอยูในระดับที่หนึ่งนั้น ยังมีอีกมากมาย และเมื่อเป็นเช่นนี้ ่ การจัดเพื่อให้มีการอบรม ขัดเกลาจึงจะต้องเป็นสิ่งที่มีขึ้น อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน แต่เราจะต้องเข้าใจด้วยว่า ตรง นี้ไม่ใช่เงื่อนไขเลยที่จะอ้างเป็นเหตุผลเพื่อที่จะไม่เผยแพร่ อิสลามให้กับต่างศาสนิก เหมือนกับที่พี่น้องกลุ่มญะมาอะฮฺ ตับลีฆฺบางท่านได้อ้าง งานอบรม ขัดเกลามุสลิม และงาน เผยแพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิกจะต้องมีไปพร้อมๆกัน แต่คำาถามก็คือ คนที่จะเข้ามาทำางานอย่างมี ประสิทธิภาพ ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะเป็นพี่เลี้ยงค่าย หรือแม้แต่ อาจารย์ ที่ถูกเชิญมาอบรม บรรยายให้ฟังก็ตาม ในการ อบรม ขัดเกลามุสลิมนั้น เมื่อเทียบกับ คนที่จะมาทำางาน เผยแพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นระดับนักศึกษา หรือ แม้แต่ผู้รู้ศาสนาก็ตาม 3
  • 4. กลุ่มคนไหนน่าจะมีบุคลากรมากกว่ากัน ในการทำางานด้าน นั้นๆ เราสามารถตอบได้เลยว่า ผู้ที่มาทำางานในด้านการ เผยแพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิกนั้นมีจำานวนน้อยกว่า ทั้งๆที่การเผยแพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิกนั้น กล่าวได้ว่า มีความสำาคัญมากกว่า การอบรม ขัดเกลา มุสลิมด้วย กันเอง เพราะมุสลิมนั้น รู้แล้วว่า อัลลอฮฺเป็นพระเจ้า มุฮัม หมัดเป็นรซูล รู้เรื่อง มาลาอิกะฮฺ รู้เรื่องการกำาหนดความดี ความชั่ว รู้เรื่องการฟื้นคืนชีพ รวมทั้ง รู้แล้วว่าอะไร ดี อะไรชั่ว อะไรเป็นบาป แต่ผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมยังไม่ได้รู้สิ่ง ต่างๆเหล่านี้เลย และส่งต่างๆเหล่านี้เป็นเงื่อนไขในการชี้ สวรรค์ ชีนรกเลยก็ว่าได้ ้ กลุ่มคนที่ทำางานเพื่ออบรม และ ขัดเกลามุสลิมด้วย กันเองก็คือ: 1. โรงเรียนสอนศาสนาและปอเนาะทั้งหลายที่มีอยู่ทั่ว ประเทศ 2. การจัดค่ายอบรมต่างๆที่มีอยู่ทั่วประเทศ 3. มีงานบรรยาย หรือ การเรียนการสอนต่างๆ ไม่ว่าจะ เป็นงานมัสยิด การบรรยายประจำาสัปดาห์ หรือ ประจำา เดือนตามสถานที่ต่างๆในทั่ว ประเทศ 4. มีการส่งลูกส่งหลานไปเรียนศาสนาถึงต่างประเทศ 5. กลุ่มพี่น้องญะมาอัตตับลีฆฺ และอาจจะมีอื่นๆอีกนอกจาก นี้ จะเห็นได้ว่า ที่กล่าวมาทั้งห้าข้อนั้น ล้วนแล้วเป็น การ สอน การอบรมในหมูมุสลิมด้วยกันเอง แต่ถ้าเราตั้งคำาถาม ่ บ้างว่า แล้วมีบ้างไหมสถานที่อบรม หรือ สอนวิชา การเผย แพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิก เราแถบจะไม่เจอเลย ใน กรุงเทพก็มี ที่เห็นชัดก็คือ มูลนิธิสันติชน แต่ก็ไม่ใช่ การ ส่งคนไปลงสนาม แต่รอให้คนต่างศาสนิกที่สนใจเรียรรู้ เกี่ยวกับอิสลามเดินเข้ามาหาเองเสียส่วนใหญ่ ไม่ใช่แหล่ง 4
  • 5. ผลิตคนที่จะไปลงสนามเผยแพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิก อีกทั้งขจัดความเข้าใจผิดๆที่มีต่ออิสลาม ถ้าเราจะให้เกิด ความสมดุลกันระหว่างการขัดเกลามุสลิมด้วยกันเอง กับ การเผยแพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิกแล้ว เราจะต้อง ทำาให้ต่างศาสนิกได้รู้เหมือนที่มุสลิมรู้ เช่นรู้ว่า อัลลอฮฺเป็น พระเจ้า มุฮัมหมัดเป็นรซูล รู้เรื่อง มาลาอิกะฮฺ รู้เรื่องการ กำาหนดความดีความชั่ว รู้เรื่องการฟื้นคืนชีพ รวมทั้ง รู้แล้ว ว่าอะไร ดี อะไรชั่ว อะไรเป็นบาป ส่วนรู้แล้วจะทำาตามหรือ ไม่นั้นเป็นเรื่องของเขาผู้นั้น เหมือนกับที่มุสลิมเรารู้สิ่งต่างๆ เหล่านี้ แต่ส่วนใครจะทำาตามหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่เขาผู้ นั้นจะต้องพิจารณาตนเอง ถ้าเราบอกว่า สาเหตุที่มุสลิมเรา รู้ทั้งรู้ว่า อะไร ดี อะไรชั่ว อะไรเป็นบาป แต่ก็ยังทำาอยู่ ทั้งนี้ก็เพราะ ยังไม่มี สิ่งที่จะไปกระตุ้นเขา ถ้าเช่นนั้น เราสมควรที่จะให้ความ สนใจในเรื่องการเผยแพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิกมากก ว่า เพราะ ต่างศาสนิกนั้นนอกจากจะไม่มีสิ่งกระตุ้นแล้ว เขายังไม่มีความรู้เลยเสียด้วยซำ้าไปเกี่ยวกับเรื่องราวของ อิสลาม เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว มุสลิมที่ได้รับการอบรม ขัดเกลา จนอยู่ในระดับที่ สาม หรือ สี่ หรือ แม้แต่ระดับที่ สอง ก็น่า ที่จะพิจารณาใคร่ครวญดู และหันมาเรียนรู้ การเป็นนักเผย แพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิกอย่างมีประสิทธิภาพ 3. นำาเสนอคำาสอนของอิสลามในมิติต่างๆให้กับต่างศาสนิ ก เพื่อให้ต่างศาสนิกรู้ถึงคุณค่าที่มีในอิสลาม เช่น อิสลาม กับ ระบบเศรษฐกิจ อิสลามกับ การเมือง อิสลามกับการ ครองเรือน อิสลามกับ ระบบการเงิน นักวิทยาศาสตร์ อิสลาม สมมุติว่า คนต่างศาสนิก รู้ว่าอิสลามมีระบบการ บริหารจัดการต่างๆที่ดีแล้ว และสมมุติว่าต่างศาสนิกผู้นั้น นำาระบบต่างๆของอิสลามมาใช้ คำาถามคือ เขาจะถูกเรียก ว่าเป็นมุสลิมไหม คำาตอบคือไม่อย่างแน่นอน เพราะสิ่งที่จะ ทำาให้เขาถูกเรียกว่าเป็นมุสลิมได้คือ เขาจะต้องเปลี่ยน 5
  • 6. ความเชื่อ อีกทั้งจะต้องปฏิเสธความเชื่อเก่าๆที่เขาเคยเชื่อ อยู่ และแทนที่ด้วยความเชื่อของอิสลาม แต่ในความเป็น จริงแล้ว การที่ต่างศาสนิกรู้ว่าอิสลามมีระบบการบริหาร จัดการในเรื่องต่างๆที่ดีขนาดไหนก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ได้เป็น เงื่อนไขที่จะทำาให้ต่าง ศาสนิกที่มีเหตุมีผล เปลี่ยน ศาสนาได้ เพราะเขาก็ยังยึดมั่นอยู่ในความเชื่อของเขาอยู่ ทั้งนี้ก็เพราะ การนำาเสนอระบบต่างๆของอิสลามที่กล่าวมา ข้างต้นนั้น มันไม่ได้ไปหักล้างความเชื่อผิดๆของเขาที่เขา มีอยู่ และถึงแม้เราจะนำาเสนอว่าอิสลามดีอย่างนั้นอย่านี้แค่ ไหนก็ตาม แต่ถ้าเราไม่ขจัดความเข้าใจผิดที่มีในใจของ ต่างศาสนิกผู้นั้นแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ที่ต่างศาสนิกที่เป็น ผู้ที่มีเหตุผลจะยังไม่มารับอิสลามได้ 4. การเผยแพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิก นั่นก็คือ การที่เรา พิสูจน์ในความเป็นสัจธรรมของอิสลามให้ต่างศาสนิกได้รับ รู้ อีกทั้งพิสูจน์ในความเป็นเท็จของแนวทางอื่นๆ ที่ไม่ใช่ อิสลาม โดยมุ่งเน้น พิสูจน์ความเป็นเท็จและความผิด พลาดในแก่นของศาสนาหรือความเชื่อนั้นๆ และ ชีให้ต่าง ้ ศาสนิกเห็นว่าเขาจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปอย่างนี้ไม่ได้แล้ว โดย ทำาอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น หักล้างความเชื่อเรื่องการ ปฏิเสธพระเจ้า การเชื่อในเรื่อง การเวียนว่ายตายเกิด การเชื่อว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า หรือ พิสูจน์ในเรื่องการถูก เปลี่ยนแปลงแก้ไขของคัมภีร์ต่างๆ อีกทั้งพิสูจน์ในการไม่ ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขของคัมภีร์อัล-กุรอาน รวมทั้งขจัด ข้อกล่าวหา หรือ ความไม่เข้าใจต่างๆ และสิ่งบิดเบือนทั้ง หลายที่ต่างศาสนิกมีต่ออิสลาม และ เรื่องอื่นๆที่อยู่ในสาย งานนี้ ถ้าเราสามารถพิสูจน์ได้ว่าแนวทางที่เขาเชื่ออยู่นั้น ผิดพลาดแล้ว และอิสลามเป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว ก็จะ สามารถเป็นเงื่อนไขทำาให้คนต่างศาสนิกที่มีเหตุมีผล และ เปิดใจกว้างสามารถเปลี่ยนความเชื่อของตัวเองได้ 6
  • 7. เราจะพบว่าบุคลากรที่จะมาทำางานในด้านนี้โดยตรง ยังมีน้อยมาก สังคมเรายังไม่มีสถาบัน หรือ องค์กรที่จะ ผลิตหรือ ปั้นคนให้เป็นนักเผยแพร่อิสลามให้กับชาวต่าง ศาสนิกดดยตรง อย่างมีประสิทธิภาพ เฉพาะด้าน เมื่อเทียบ กับด้านอื่นๆ ที่มีการผลิตนักวิชาการมากมาย ที่จบการ ศึกษาศาสนามาเฉพาะด้าน เพื่อให้ความรู้กับมุสลิมด้วย กันเอง ทั้งๆที่คนส่วนใหญ่ในประเทศไทยไม่ใช่มุสลิม ซึง ่ นับได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีในการทำางานด้านนี้ และถ้าจะมอง เรื่องความสำาคัญแล้ว ก็มีความสำาคัญไม่แพ้ไปกว่าอย่า งอื่นๆเช่นกัน บางทีอาจจะสำาคัญมากไปกว่าสิ่งอื่นเสียด้วย ซำ้าไป หลายๆคนอาจจะเห็นความสำาคัญในการทำางานใน ด้านนี้ แต่กระนั้นก็ตาม ก็อาจจะมีอุปสรรค์บางอย่าง เช่น การมีความเข้าใจที่ผิดๆ บางอย่าง เช่น เข้าใจว่า ‘ อัล- กุรอานบอกว่า ศาสนาใครศาสนามัน เพราะฉะนั้นไม่มี ความจำาเป็นอย่างใดที่จะต้องไปสอนต่างศาสนิก ’ หรือ เข้าใจว่า ‘ จะเป็นการสร้างความแตกแยก’ โดยไม่อาจจะ ไม่ทันทึกว่า ตัวท่านนบีเอง เริ่มต้นด้วยถ้อยคำาที่ กล่าวได้ เลยว่า เป็นถ้อยคำาที่จะนำามาซึ่งความแตกแยก นั่นก็คือ ถ้อยคำาที่ว่า “ ลาอิลาฮ่า อิลลัลลอฮฺ ” ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ เที่ยงแท้ นอกจากอัลลอฮฺเพียงองค์เดียวเท่านั้น ทั้งๆทีชาว่ มักกะฮฺในตอนนั้นกำาลังกราบไหว้เจว็ดถึง 360 กว่าตัว การมาของท่านนบีทำาให้ สามี แตกแยกกับภรรยา พ่อ กลายเป็นศัตรูกับลูก สังคมแตกเป็นสองฝ่าย จะเห็นได้ว่า ท่านนบีมองข้ามความแตกแยกไปเลย เพราะถ้ายังปล่อย ให้มีความ ‘ กลัวการแตกแยก’ มาเป็นอุปสรรค์ อิสลามคง ตายไปพร้อมกับท่านนบีเป็นแน่ ไม่ได้ตกทอดมาจนถึง ประเทศไทยเรา ... เพราะท่านนบีและบรรดาซอฮาบะฮฺ ไม่หัวอ่อน หรือ พูดภาษาเราคือ ไม่หน่อมแหน้ม ไม่ให้ ความสำาคัญเรื่องความแตกแยก มากไปกว่าเรื่องที่สำาคัญ มากกว่านั้นมาก ไม่อ่อนไหวต่อความแตกแยก กลัวว่าคน 7
  • 8. อื่นจะรู้สึกไม่ดี ที่เป็นอย่างนี้ใช่ไหม ที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ ทำาให้ อิสลามแพร่กระจายไปทั่วโลกได้ รวมทั้งใน ประเทศไทยเราด้วย หรือ ข้อจำากัดในด้านความรู้ ความไม่กล้าส่วนตัว เช่นไม่กล้าที่จะโต้เถียงเพื่อที่จะหัก ล้างความเท็จ และนำาเสนอความจริง ประเภทที่แคร์ความ รู้สึกคนอื่นๆ อย่างไม่รู้เวลา และสถานการณ์ กลัวคนคน อื่นจะเสียนำ้าใจ ซึงลักษณะผิดๆเหล่านี้ต่างก็เป็นอุปสรรค์ ่ ในการ เผยแพร่อิสลามให้กับต่างศาสนิก หรือ บางคน อาจจะคิดว่า มีคนอื่นทำาหน้าที่ตรงนี้มากพอแล้ว ทั้งๆทีใน ่ ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น www.อิสลาม.net ( อัซซาบิกูน ) 8