ความสัมพันธ์ ระหว่ างประเทศในสมัยกรุ งศรีอยุธยา
จัดทาโดย

1.นางสาวปริญญารักษ์   จรเอ้ กา         เลขที่ 22
2.นางสาวพัทธนันท์     ศรี ออนทอง
                           ่           เลขที่ 25
3.นางสาวสุทธิดา       ใส่ยะ            เลขที่ 29
4.นางสาวอนงค์พร       ทิศหล้ า         เลขที่ 30
5.นางสาวณิศาชล        ประธานราษฎร์     เลขที่ 32
6.นางสาวศรี สกุล      โพธิ             เลขที่ 34

                 เสนอ ครูสายพิน วงษารัตน์
ความสัมพันธ์ กับสุโขทัย
ในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (อูทอง) แห่งกรุงศรี อยุธยาได้ ยกกองทัพไป
                                       ่
ยึดเมืองชัยนาทจากอาณาจักรสุโขทัยไว้ ได้ ซึงตรงกับรัชสมัยพระมหาธรรมราชา
                                             ่
ลิไทแห่งสุโขทัยสุโขทัยได้ สงเครื่ องราชบรรณาการมาถวายพระเจ้ าอูทอง เพื่อขอ
                             ่                                  ่
เมืองชัยนาทคืน พระเจ้ าอูทองจึงคืนเมืองชัยนาทกลับคืนให้ กบสุโขทัยตามเดิม
                           ่                              ั
สุโขทัยจึงต้ องยอมรับเป็ นไมตรีกบกรุงศรี อยุธยา
                                   ั

             ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถอาณาจักรสุโขทัยเกิดการจลาจล
            เพราะล้ านนาเข้ ามาตีเมืองพิษณุโลกแต่ตีไม่ได้ จงไปตีเมืองกาแพงเพชร กรุง
                                                           ึ
            ศรี อยุธยาจึงมาช่วยปองกันเมืองไว้ ได้ และพระบรมไตรโลกนาถจึงมาประทับ
                                ้
            อยูที่พิษณุโลก และให้ พระบรมราชาธิราชที่ 2 ราชโอรสปกครองกรุงศรี
                ่
            อยุธยาต่อมาพระบรมไตรโลกนาถเจริญสัมพันธไมตรี กบล้ านนาทาให้
                                                                 ั
            สงครามยุติและสุโขทัยจึงรวมเป็ นอาณาจักรเดียวกับกรุงศรี อยุธยา
เจดีย์ทรงระฆังคว่าของ
วัดพระศรี สรรเพชญเป็ นเจดีย์ศิลปะแบบสุโขทัย
ความสัมพันธ์ กับพม่ า
พม่ายกทัพมาตีไทยถึง 24 ครัง โดยสาเหตุของสงครามส่วนใหญ่มีดงนี ้
                                    ้                                     ั
       1.เกิดปั ญหาเกี่ยวกับหัวเมืองชายแดนที่พม่าต้ องการยึดให้ ได้ เพื่อ
ขยายอานาจมายังอาณาจักรกรุงศรี อยุธยา

         2.ไทยกับพม่าในสมัยกรุงศรี อยุธยามีอานาจเท่าเทียมกันจนกลายเป็ น
คูแข่งทางการเมืองและเศรษฐกิจ โดยมีความสัมพันธ์ด้านสงครามไทยกับพม่า
 ่
ดังนี ้

        -สงครามครังแรกก็คือศึกเชียงกราน พ.ศ.2081 ในสมัยพระไชย
                    ้
    ราชาธิราช กรุงศรี อยุธยาเสียเอกราชครังแรกแก่พม่าในปี พ.ศ.2112 ใน
                                         ้
    สมัยพระเจ้ ามหินทราธิราช
-สงครามสมเด็จพระศรี สริโยทัยถูกพระเจ้ าแปรฟั นคอ
                       ุ
 ขาดบนคอช้ าง เนื่องจากพระองค์ไสช้ างไปขวางพระเจ้ าแปร
ไม่ให้ ตามพระมหาจักรพรรดิทนั

 -สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกอบกู้เอกราชของไทยได้
  ในปี พ.ศ.2127 และปี 2135 พระนเรศวรมหาราชทรง
  ทายุทธหัตถีกบพระมหาอุปราชของพม่าจนได้ ชยชนะ
              ั                          ั

 -ในปี พ.ศ.2310 ไทยเสียกรุงให้ พม่าครังที่ 2ในสมัย
                                      ้
  พระเจ้ าเอกทัศ
การทายุทธหัตถีระหว่ างสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
และพระมหาอุปราชแห่ งพม่ า
ความสัมพันธ์ กับอาณาจักรล้ านนา
ใน พ.ศ. 1893 กรุงศรี อยุธยาเริ่มขยายอานาจออกไปยังบริเวณ
ที่อยูรอบนอก เพื่อความมันคงของกรุงศรี อยุธยาและในปี
     ่                   ่
พ.ศ.1929 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1(ขุนหลวงพะงัว)  ่
ทรงเป็ นพระมหากษัตริย์กรุงศรี อยุธยาองค์แรกที่ไปตี
เชียงใหม่แต่ไม่สาเร็จ
หลังสงคราม พ.ศ.1929 แล้ วกรุงศรี อยุธยาได้ ทาสงครามกับ
ล้ านนาอีกหลายครัง สงครามได้ ดาเนินไประหว่าง พ.ศ.2003-
                 ้
2017 จึงยุติลงและทังสองฝ่ ายเป็ นไมตรี ตอกันพ.ศ.2050
                   ้                    ่
ล้ านนายกทัพไปรุกรานหัวเมืองฝ่ ายเหนือของกรุงศรี อยุธยา
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 จึงยกทัพไปตีลาปาง
ครันสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชพม่าทาสงครามกับจีน
    ้
ล้ านนาจึงมาพึงกรุงศรี อยุธยา ครันพม่าทาสงครามกับจีน
               ่                  ้
เสร็จล้ านนาจึงไปเข้ ากับพม่าอีก พระนารายณ์มหาราชจึงยก
ทัพมาตีล้านนาได้ ลาปาง ลาพูน เชียงใหม่


พ.ศ. 2306 พม่ายกทัพมาตีเชียงใหม่ทาให้ เชียงใหม่ต้องขอ
กองทัพจากกรุงศรี อยุธยามาช่วยแต่ไม่ทน เชียงใหม่จงตกเป็ น
                                    ั             ึ
เมืองประเทศราชของพม่าจนกรุงศรี อยุธยาเสียแก่พม่า
ความสัมพันธ์ กับลาว (ล้ านช้ าง)
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับลาวเป็ นไปได้ ด้วยดีกว่าประเทศ
เพื่อนบ้ านอื่นๆ ความสัมพันธ์เป็ นไปลักษณะ “บ้ านพี่เมือง
น้ อง” จุดมุงหมายที่ไทยกับลาวมีความสัมพันธ์ที่ดีตอกันคือ
             ่                                   ่
เพื่อต่อต้ านพม่า

ในปี พ.ศ.2103 พระมหาจักรพรรดิของไทยและพระไชย
เชษฐาธิราชของลาวได้ ทรงร่วมสร้ าง“พระธาตุศรีสองรัก”
(ปั จจุบนอยูที่อาเภอด่านซ้ ายจังหวัดเลย) เพื่อแสดง
        ั ่
ความสัมพันธ์ที่ดีตอกัน
                   ่
พระธาตุศรี สองรั ก อ.ด่ านซ้ าย จ.เลย
ความสัมพันธ์ กับอาณาจักรเขมร (ขอม)
ไทยกับเขมรมีความสัมพันธ์กนทังด้ านวัฒนธรรมและการทา
                         ั ้
สงครามกัน ด้ านการทาสงครามมีความสัมพันธ์กนดังนี ้
                                           ั

-ไทยกับเขมร ได้ เริ่มทาสงครามตังแต่สมัยสมเด็จพระ
                                   ้
รามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้ าอูทอง) ทังนี ้เขมรตกอยูภายใต้ การ
                         ่       ้            ่
ปกครองของไทยหลายครัง       ้

-ในขณะที่ไทยเสียเอกราชหรื อมีศกสงคราม เขมรมักจะตังตัว
                               ึ                 ้
เป็ นอิสระทาให้ เกิดความยุงยากแก่ไทย
                         ่

-การปกครองของเขมรไทยมักให้ เจ้ านายของเขมรปกครอง
กันเอง แต่มกจะเกิดการแย่งชิงราชสมบัติกนอยู่เสมอ
           ั                          ั
พระปรางค์ วัดราชบูรณะเป็ นสถาปั ตยกรรมแบบเขมร
ที่มาเผยแพร่ ในกรุ งศรี อยุธยา
ความสัมพันธ์ ระหว่ างกรุ งศรี อยุธยากับชาติตะวันตก
ชาติตะวันตกที่เข้ ามาติดต่อสัมพันธ์กบกรุงศรี อยุธยามี
                                    ั
จุดมุงหมายที่สาคัญ ได้ แก่
      ่
-ชาวตะวันตกที่มาติดต่อจะเริ่มด้ วยการขอมีไมตรี ทางการค้ า
สร้ างความเข้ าใจและปฏิบติต่อกันโดยสุจริต อยุธยาจึงได้ รับ
                          ั
ผลประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลประโยชน์ทางด้ านการค้ า


ชาติตะวันตกที่เข้ ามาติดต่อสัมพันธ์กบกรุงศรี อยุธยามี
                                    ั
จุดมุงหมายที่สาคัญ ได้ แก่
      ่
-ชาวตะวันตกที่มาติดต่อจะเริ่มด้ วยการขอมีไมตรี ทางการค้ า
สร้ างความเข้ าใจและปฏิบติต่อกันโดยสุจริต อยุธยาจึงได้ รับ
                          ั
ผลประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลประโยชน์ทางด้ านการค้ า
-สร้ างระบบคานอานาจในหมูชาวตะวันตกก่อให้ เกิดการ
                          ่
 ถ่วงดุลอานาจกัน ขณะเดียวกันก็สร้ างความเข้ มแข็งพร้ อมที่
 จะปองกันตนเองถ้ าถูกชาติอื่นโจมตี
      ้
ขบวนแห่ พระราชสาส์ นของสมเด็จพระนารายณ์ มหาราช
ไปถวายพระเจ้ าหลุยส์ ท่ ี14แห่ งฝรั่ งเศส
จบการ
นาเสนอ

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมัยสุโขทัย อยุธยาและธนบุรี

  • 1.
  • 2.
    จัดทาโดย 1.นางสาวปริญญารักษ์ จรเอ้ กา เลขที่ 22 2.นางสาวพัทธนันท์ ศรี ออนทอง ่ เลขที่ 25 3.นางสาวสุทธิดา ใส่ยะ เลขที่ 29 4.นางสาวอนงค์พร ทิศหล้ า เลขที่ 30 5.นางสาวณิศาชล ประธานราษฎร์ เลขที่ 32 6.นางสาวศรี สกุล โพธิ เลขที่ 34 เสนอ ครูสายพิน วงษารัตน์
  • 3.
  • 4.
    ในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (อูทอง)แห่งกรุงศรี อยุธยาได้ ยกกองทัพไป ่ ยึดเมืองชัยนาทจากอาณาจักรสุโขทัยไว้ ได้ ซึงตรงกับรัชสมัยพระมหาธรรมราชา ่ ลิไทแห่งสุโขทัยสุโขทัยได้ สงเครื่ องราชบรรณาการมาถวายพระเจ้ าอูทอง เพื่อขอ ่ ่ เมืองชัยนาทคืน พระเจ้ าอูทองจึงคืนเมืองชัยนาทกลับคืนให้ กบสุโขทัยตามเดิม ่ ั สุโขทัยจึงต้ องยอมรับเป็ นไมตรีกบกรุงศรี อยุธยา ั ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถอาณาจักรสุโขทัยเกิดการจลาจล เพราะล้ านนาเข้ ามาตีเมืองพิษณุโลกแต่ตีไม่ได้ จงไปตีเมืองกาแพงเพชร กรุง ึ ศรี อยุธยาจึงมาช่วยปองกันเมืองไว้ ได้ และพระบรมไตรโลกนาถจึงมาประทับ ้ อยูที่พิษณุโลก และให้ พระบรมราชาธิราชที่ 2 ราชโอรสปกครองกรุงศรี ่ อยุธยาต่อมาพระบรมไตรโลกนาถเจริญสัมพันธไมตรี กบล้ านนาทาให้ ั สงครามยุติและสุโขทัยจึงรวมเป็ นอาณาจักรเดียวกับกรุงศรี อยุธยา
  • 5.
  • 6.
  • 7.
    พม่ายกทัพมาตีไทยถึง 24 ครังโดยสาเหตุของสงครามส่วนใหญ่มีดงนี ้ ้ ั 1.เกิดปั ญหาเกี่ยวกับหัวเมืองชายแดนที่พม่าต้ องการยึดให้ ได้ เพื่อ ขยายอานาจมายังอาณาจักรกรุงศรี อยุธยา 2.ไทยกับพม่าในสมัยกรุงศรี อยุธยามีอานาจเท่าเทียมกันจนกลายเป็ น คูแข่งทางการเมืองและเศรษฐกิจ โดยมีความสัมพันธ์ด้านสงครามไทยกับพม่า ่ ดังนี ้ -สงครามครังแรกก็คือศึกเชียงกราน พ.ศ.2081 ในสมัยพระไชย ้ ราชาธิราช กรุงศรี อยุธยาเสียเอกราชครังแรกแก่พม่าในปี พ.ศ.2112 ใน ้ สมัยพระเจ้ ามหินทราธิราช
  • 8.
    -สงครามสมเด็จพระศรี สริโยทัยถูกพระเจ้ าแปรฟันคอ ุ ขาดบนคอช้ าง เนื่องจากพระองค์ไสช้ างไปขวางพระเจ้ าแปร ไม่ให้ ตามพระมหาจักรพรรดิทนั -สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกอบกู้เอกราชของไทยได้ ในปี พ.ศ.2127 และปี 2135 พระนเรศวรมหาราชทรง ทายุทธหัตถีกบพระมหาอุปราชของพม่าจนได้ ชยชนะ ั ั -ในปี พ.ศ.2310 ไทยเสียกรุงให้ พม่าครังที่ 2ในสมัย ้ พระเจ้ าเอกทัศ
  • 9.
  • 10.
  • 11.
    ใน พ.ศ. 1893กรุงศรี อยุธยาเริ่มขยายอานาจออกไปยังบริเวณ ที่อยูรอบนอก เพื่อความมันคงของกรุงศรี อยุธยาและในปี ่ ่ พ.ศ.1929 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1(ขุนหลวงพะงัว) ่ ทรงเป็ นพระมหากษัตริย์กรุงศรี อยุธยาองค์แรกที่ไปตี เชียงใหม่แต่ไม่สาเร็จ หลังสงคราม พ.ศ.1929 แล้ วกรุงศรี อยุธยาได้ ทาสงครามกับ ล้ านนาอีกหลายครัง สงครามได้ ดาเนินไประหว่าง พ.ศ.2003- ้ 2017 จึงยุติลงและทังสองฝ่ ายเป็ นไมตรี ตอกันพ.ศ.2050 ้ ่ ล้ านนายกทัพไปรุกรานหัวเมืองฝ่ ายเหนือของกรุงศรี อยุธยา สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 จึงยกทัพไปตีลาปาง
  • 12.
    ครันสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชพม่าทาสงครามกับจีน ้ ล้ านนาจึงมาพึงกรุงศรี อยุธยา ครันพม่าทาสงครามกับจีน ่ ้ เสร็จล้ านนาจึงไปเข้ ากับพม่าอีก พระนารายณ์มหาราชจึงยก ทัพมาตีล้านนาได้ ลาปาง ลาพูน เชียงใหม่ พ.ศ. 2306 พม่ายกทัพมาตีเชียงใหม่ทาให้ เชียงใหม่ต้องขอ กองทัพจากกรุงศรี อยุธยามาช่วยแต่ไม่ทน เชียงใหม่จงตกเป็ น ั ึ เมืองประเทศราชของพม่าจนกรุงศรี อยุธยาเสียแก่พม่า
  • 13.
  • 14.
    ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับลาวเป็ นไปได้ ด้วยดีกว่าประเทศ เพื่อนบ้านอื่นๆ ความสัมพันธ์เป็ นไปลักษณะ “บ้ านพี่เมือง น้ อง” จุดมุงหมายที่ไทยกับลาวมีความสัมพันธ์ที่ดีตอกันคือ ่ ่ เพื่อต่อต้ านพม่า ในปี พ.ศ.2103 พระมหาจักรพรรดิของไทยและพระไชย เชษฐาธิราชของลาวได้ ทรงร่วมสร้ าง“พระธาตุศรีสองรัก” (ปั จจุบนอยูที่อาเภอด่านซ้ ายจังหวัดเลย) เพื่อแสดง ั ่ ความสัมพันธ์ที่ดีตอกัน ่
  • 15.
    พระธาตุศรี สองรั กอ.ด่ านซ้ าย จ.เลย
  • 16.
  • 17.
    ไทยกับเขมรมีความสัมพันธ์กนทังด้ านวัฒนธรรมและการทา ั ้ สงครามกัน ด้ านการทาสงครามมีความสัมพันธ์กนดังนี ้ ั -ไทยกับเขมร ได้ เริ่มทาสงครามตังแต่สมัยสมเด็จพระ ้ รามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้ าอูทอง) ทังนี ้เขมรตกอยูภายใต้ การ ่ ้ ่ ปกครองของไทยหลายครัง ้ -ในขณะที่ไทยเสียเอกราชหรื อมีศกสงคราม เขมรมักจะตังตัว ึ ้ เป็ นอิสระทาให้ เกิดความยุงยากแก่ไทย ่ -การปกครองของเขมรไทยมักให้ เจ้ านายของเขมรปกครอง กันเอง แต่มกจะเกิดการแย่งชิงราชสมบัติกนอยู่เสมอ ั ั
  • 18.
    พระปรางค์ วัดราชบูรณะเป็ นสถาปัตยกรรมแบบเขมร ที่มาเผยแพร่ ในกรุ งศรี อยุธยา
  • 19.
    ความสัมพันธ์ ระหว่ างกรุงศรี อยุธยากับชาติตะวันตก
  • 20.
    ชาติตะวันตกที่เข้ ามาติดต่อสัมพันธ์กบกรุงศรี อยุธยามี ั จุดมุงหมายที่สาคัญ ได้ แก่ ่ -ชาวตะวันตกที่มาติดต่อจะเริ่มด้ วยการขอมีไมตรี ทางการค้ า สร้ างความเข้ าใจและปฏิบติต่อกันโดยสุจริต อยุธยาจึงได้ รับ ั ผลประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลประโยชน์ทางด้ านการค้ า ชาติตะวันตกที่เข้ ามาติดต่อสัมพันธ์กบกรุงศรี อยุธยามี ั จุดมุงหมายที่สาคัญ ได้ แก่ ่ -ชาวตะวันตกที่มาติดต่อจะเริ่มด้ วยการขอมีไมตรี ทางการค้ า สร้ างความเข้ าใจและปฏิบติต่อกันโดยสุจริต อยุธยาจึงได้ รับ ั ผลประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลประโยชน์ทางด้ านการค้ า
  • 21.
    -สร้ างระบบคานอานาจในหมูชาวตะวันตกก่อให้ เกิดการ ่ ถ่วงดุลอานาจกัน ขณะเดียวกันก็สร้ างความเข้ มแข็งพร้ อมที่ จะปองกันตนเองถ้ าถูกชาติอื่นโจมตี ้
  • 22.
    ขบวนแห่ พระราชสาส์ นของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ไปถวายพระเจ้ าหลุยส์ ท่ ี14แห่ งฝรั่ งเศส
  • 23.