“พัฒนาการทางด้าน
เศรษฐกิจในสมัย
รัตนโกสินทร์”
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
เศรษฐกิจคนไทยโดยส่วนรวมอยู่ใน
สภาพที่พออยู่กันได้
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
สภาพการณ์ทางเศรษฐกิจในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
มีลักษณะดังต่อไปนี้…
1. ผลผลิตทางการเกษตร
ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นผลผลิตทางการเกษตรที่สาคัญของไทยได้แก่ ข้าว
อ้อย และพริกไทย
 ข้าวเป็นสินค้าที่จัดอยู่ในลาดับที่ 5 ของสินค้าที่ส่งออก
 น้าตาล เรื่องการผลิตน้าตาลจากอ้อยนั้น ไทยสามารถผลิตน้าตาลจากอ้อยได้ตั้งแต่ต้นสมัยรัชกาลที่ 2 แล้ว
 พริกไทย มีการส่งออกพริกไทยไปยังประเทศจีนประมาณปีละ 60,000 หาบ
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
2. ทรัพยากรธรรมชาติ
 ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ทารายได้ให้กับแผ่นดินในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีอยู่3
ประเภท ได้แก่ ไม้แร่ธาตุและสินค้าประเภทเหล็ก ซึ่งสรุปได้ดังนี้
 ไม้สัก มีมากบริเวณเชียงใหม่ ลาปาง ลาพูน แพร่ น่าน ในสมัยรัชกาลที่ 3 พ่อค้าชาวจีน
ซึ่งเป็นผู้ประมูลผูกขาดจากป่าไม้จากเจ้าเมืองฝ่ายเหนือ นอกจากคนจีนแล้ว ทาง
ราชการก็เป็นผู้ดาเนินการโค่นไม้สักเอง เพื่อนาไปใช้ในราชการต่อเรือและส่งไปขาย
ที่เมืองจีนและอินเดีย
 ไม้ฝาง ใช้ทาสีย้อมผ้า และไม้กฤษณาซึ่งเป็นไม้หอม เป็นที่ต้องการของชาวตะวันตก
กลายเป็นสินค้าออกที่สาคัญอย่างหนึ่ง
 ดีบุก เป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์และกระจายอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะที่ภูเก็ต
ได้กลายเป็นแหล่งผลิตดีบุกมากที่สุด แร่ดีบุกเป็นสินค้าผูกขาดที่ต้องนามาขายให้กับ
พระคลังสินค้าเท่านั้น โดยเจ้าเมืองจะเป็นผู้ซื้อดีบุกจากราษฏร แล้วนาไปขายต่อให้
พ่อค้าต่างชาติอีกต่อหนึ่ง
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
3. การจัดเก็บภาษีอากร
• ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1-2 การจัดเก็บภาษีอากรยังคงมีลักษณะเหมือนกับ
สมัยอยุธยา ภาษีอากรที่เรียกเก็บในสมัยรัชกาลที่ 1 ได้แก่ อากรสุรา
อากรบ่อนเบี้ย อากรขนอนตลาด อากรค่าน้าเก็บตามเครื่องมือ อากร
สมพัตสร (อากรพืชล้มลุก) อากรค่านา อากรสวน และส่วย ส่วนในสมัย
รัชกาลที่ 2 ประเภทของภาษีอากรประกอบด้วย จังกอบ อากร ส่วย ฤชา
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
4. สภาพการค้าขาย
• การค้าภายในประเทศ การค้าขายยังจัดอยู่ในขอบเขตจากัด เพราะ
เศรษฐกิจส่วนใหญ่เป็นแบบเลี้ยงตนเอง บรรดาพืชผลต่างๆ ซึ่งผลิตได้
ส่วนมากจะใช้บริโภคในครัวเรือน ส่วนที่เหลือจากการบริโภคและ
อุปโภคแล้ว จึงจะนามาแลกเปลี่ยนกันภายในตลาดท้องถิ่นนั้นๆ
• การค้าขายภายในประเทศส่วนใหญ่มักจะดาเนินไปตามริมแม่น้าลา
คลอง ระบบเงินตรายังใช้เบี้ยเป็นสื่อในการซื้อขาย แต่ระบบเงินตรายัง
ไม่ได้มาตรฐานทั่วไป คนส่วนมากนิยมการแลกเปลี่ยนกันในรูปสินค้า
มากกว่า
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
การค้ากับต่างประเทศ
ในสมัยรัชกาลที่ 3 ภายหลังที่รัฐบาลได้ทาการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมากขึ้น รัฐบาลจะผูกขาด
การค้าทั้งภายในและต่างประเทศแต่เพียงผู้เดียว ราษฎรต้องขายผลผลิตให้กับพระคลังสินค้า
โดยรัฐจะเป็นผู้ควบคุมปริมาณและราคาสินค้าได้ โดยเฉพาะสินค้าที่มีราคาและเป็นที่ต้องการ
ของพ่อค้าต่างชาติ ราษฎรต้องนาไปขายให้กับพระคลังสินค้าเท่านั้น จะขายให้ผู้ใดโดยตรงมิได้
การค้ากับต่างประเทศ ระบบการผูกขาดการค้าโดยพระคลังสินค้า ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
การค้าขายกับต่างประเทศดาเนินไปตามวิธีการผูกขาดการค้าโดยพระคลังสินค้า เสนาบดีกรมท่า
จะมีบทบาทสาคัญในการควบคุมการค้ากับต่างประเทศเหมือนสมัยอยุธยา
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
ที่มา http://sudchaleom.wordpress.com
ที่มา http://sudchaleom.wordpress.com
ที่มา http://sudchaleom.wordpress.com
ที่มา http://sudchaleom.wordpress.com
ที่มา http://sudchaleom.wordpress.com
ที่มา http://sudchaleom.wordpress.com
ที่มา http://sudchaleom.wordpress.com
ที่มา http://sudchaleom.wordpress.com
ที่มา http://sudchaleom.wordpress.com
สภาพการค้ากับต่างประเทศ ในตอนปลายสมัยรัชกาลที่ 2 การค้าขายกับ
ต่างประเทศเริ่มขยายตัวมากขึ้น เพราะพ่อค้าชาวตะวันตกเริ่มเข้ามา
ค้าขายกับไทย ในระยะนี้มีเรือสินค้าของไทยและต่างชาติผ่านไปมา
ค้าขายมากถึง 241 ลา
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย

เศรษฐกิจ