พัฒนาการทางการปกครอง
สมัยรัตนโกสินทร์
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
ใครคือผู้สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอด
ฟ้ าจุฬาโลก (แผนดินต้น)
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ าจุฬาโลก มหาราช รัชกาลที่ ๑
พระปฐมบรมราชวงศ์จักรี เสด็จ ฯ เถลิงถวัลย์ราชสมบัติเมื่อ
วันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ เสด็จสววรคตเมื่อวันที่ ๗
กันยายน พ.ศ. ๒๓๕๒ อยู่ในราชสมบัติ ๕ ปีเศษ ทรงเป็นผู้
สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เมื่อ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
กรุงธนบุรีเดิม
คับแคบ
(เมืองอกแตก)
อะไรเป็นสามเหตุหลักของการย้าย
ราชธานีจากกรุงธนบุรีมาฝั่ง
รัตนโกสินทร์
หนีข้าศึก
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
1. พระราชวังเดิมของกรุงธนบุรีคับแคบ มีวัดขนาบอยู่ทั้ง 2 ด้าน คือ วัดแจ้ง(วัดอรุณราชวราราม)และ
วัดท้ายตลาด (วัดโมลีโลกยาราม) ทาให้ไม่สามารถขยายอาณาเขตของพระราชวังให้กว้างขวางขึ้นได้
2. พระองค์ไม่ทรงเห็นด้วยที่จะให้พระนครแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยมีแม่น้าเจ้าพระยาผ่ากลาง เป็น
เสมือนเมืองอกแตก เพราะหากข้าศึกยกทัพเข้ามาตามลาแม่น้า ก็สามารถบุกตีใจกลางเมืองหลวงได้ทา
ให้ยากแก่การเคลื่อนพลจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งเป็นการยากลาบากมาก ดังนั้นพระองค์จึงย้าย
พระนครมาอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้าเจ้าพระยาเพียงแห่งเดียว โดยมีแม่น้าเป็นคูเมืองทางด้าน
ตะวันตกและใต้ส่วนทางด้านตะวันออกและทางด้านเหนือโปรดเกล้าฯให้ขุดคลองขึ้นเพื่อเป็นคูเมือง
ป้องกันพระนคร
สาเหตุการย้ายราชธานี ?
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
3. พื้นที่ทางฝั่งตะวันออกเป็นที่ราบลุ่ม สามารถขยายเมืองให้กว้างออกไปได้เรื่อยๆ เพราะส่วนทางฝั่ง
ตะวันออกของพื้นที่เป็นแหลม โดยมีแม่น้าเป็นกาแพงกั้นอยู่เกือบครึ่งเมือง
4. ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้าเจ้าพระยา พื้นที่เป็นท้องคุ้ง น้ากัดเซาะตลิ่งพังทลายอยู่เสมอ จึงไม่
เหมาะแก่การสร้างอาคารหรือถาวรวัตถุใดๆ ไว้ริมฝั่งแม่น้า
สาเหตุการย้ายราชธานี
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
แนวคิดและรูปแบบการเมืองการ
ปกครอง
1. ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ – พระมหากษัตริย์ มีอานาจสูงสุด
ทางการปกครอง ภายใต้ แนวคิด “ธรรมราชา” ในพุทธศาสนา และ
“เทวราชา” ในศาสนาพราหมณ์
2. ลดบทบาทความเชื่อตามแนวคิด “เทวราชา” – พระมหากษัตริย์ มี
ความเป็น “มนุษย์” และเชื่อมั่นในความมีเหตุมีผล
3. แนวคิด “เทวราชา” คงอยู่ในเชิงสัญลักษณ์ในรูปแบบ “พระราชพิธี”
4. แนวคิด “ธรรมราชา” ใช้เป็นหลักในการปกครอง – กษัตริย์ เป็นผู้มี
เมตตาต่อมนุษย์ นาความสุขทั้งทางโลกและทางธรรมมาสู่สรรพสัตว์
5. “ธรรมราชา” เป็นแนวคิดหลักที่พระมหากษัตริย์ ยึดมั่นตลอดมา
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
แนวคิด “กษัตริย์” เป็นผู้ทรงอานาจสูงสุดในการปกครองอาณาจักร ทรงเป็น
ประมุข และผู้พิทักษ์รักษาบ้านเมืองให้ปลอดภัย เพื่อประชาชนอยู่อย่างสงบ
สุข - “กษัตริย์” ต้องจรรโลงและอุปถัมภ์ “พระพุทธศาสนา”
เป็นแนวทางที่ “พระเจ้าธนบุรี” และ “สมเด็จพระพุทธยอดฟ้ าจุฬาโลก”
ทรงใช้ เพื่อสร้างอุดมการณ์แก่ประชาชน
“พระเจ้ากรุงธนบุรี” อ้างพระอภินิหารบารมีทางธรรมและความคิด
เรื่องจักรพรรดิราช
“พระพุทธยอดฟ้ าฯ” อ้างสิทธิ อันชอบธรรมจากกษัตริย์ต้องเป็นผู้มี
“บุญญาบารมี” และ “ปัญญาบารมี” และเป็นผู้นาทางธรรม ดุจ พระ
โพธิสัตว์
แนวคิดและรูปแบบการเมืองการ
ปกครอง (ต่อ)
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
การเมืองการปกครองสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
แบ่งเป็น ๓ ส่วน
๒.การปกครองส่วนภูมิภาค
๒.การปกครองหัวเมือง
ประเทศราช
๑.การปกครองส่วนกลาง
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
รูปแบบการปกครอง
ยึดแบบแผนจากอยุธยา คือ สมุหนายก สมุหพระกลาโหม และ
จตุสดมภ์ เป็นหลักในการปกครอง
การควบคุมไพร่ –
ไพร่ ได้แตกสลายพร้อมกับการเสียกรุงฯ
รื้อฟื้น การเกณฑ์แรงงานไพร่ เพื่อปรับปรุงสร้าง ราช
ธานีใหม่ และสร้าง สังคมใหม่
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
แนวคิดการปฏิรูปกฎหมายและศาล ??
“ชายหาผิดมิได้ หญิงขอหย่า ท่านว่า
เป็นหญิงหย่าชาย หย่าได้”
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
ระบบกฎหมายและการศาล
„ ชาระกฎหมายเก่าสมัยอยุธยา
„ รวบรวมและเรียบเรียง พระราชกาหนด บทพระอัยการ รวมทั้งพระ
ธรรมศาสตร์และพระราชศาสตร์ ในสมัยอยุธยา และที่ ตราขึ้นใหม่
„ การชาระกฎหมาย โปรดเกล้าฯ ให้ประทับตราในฉบับหลวงของ
ทางราชการ 3 ชุด โดยประทับตรา 3 ดวง ได้แก่ “ตราราชสีห์”
ประจาตาแหน่งสมุหนายก “ตราคชสีห์” ประจาตาแหน่งสมุหพระ
กลาโหม และ “ตราบัวแก้ว” ประจาตาแหน่งเสนาบดีกรมพระคลัง
„ ทาให้ต่อมาเรียกกันว่า “กฎหมายตราสามดวง”
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
กฎหมายตราสามดวง
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
“กฎหมายตราสามดวงมิได้เป็นประโยชน์
เพียงแต่ในแวดวงกระบวนการยุติธรรม หากแต่
ยังมีคุณูปการต่อวงการประวัติศาสตร์ ไทยศึกษา
และอีกหลากสาขาเหลือคณานับ”
โดย นางสาวอัญชิษฐา ประสันใจ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย

พัฒนาการปกครองสมัยรัตนโกสินทร์ (ใช้)