ใ น เ ว ล า ต่ อ ม า
กองทัพพม่าก็ยกมาประชิดเขตเมืองใก้ลทุ่งลุมพลีพระมหาจักรพรรดิทรงให้กองทัพบก กองทัพเรือ
ระดมยิงใส่พม่าเป็นสามารถ แต่สู่ไม่ได้จึงถอย ทางพม่าจึงยึดได้ป้ อมพระยาจักรี (ทุ่งลุมพลี) ป้ อมจาปา
ป้ อ ม พ ร ะ ย า ม ห า เส น า (ทุ่ ง หั น ต ร า ) แ ล้ ว ล้ อ ม ก รุ ง ศ รี อ ยุ ธ ย า อ ยู่ น า น
พระมหาจักรพรรดิทรงเห็นว่าพม่ามีกาลังมาก การที่จะออกไปรบเพื่อเอาชัยคงจะยากนัก
จึ ง ท ร ง สั่ ง ใ ห้ เรื อ ร บ น า ปื น ใ ห ญ่ ล่ อ ง ไ ป ยิ ง ท ห า ร พ ม่ า เป็ น ก า ร ถ่ ว ง เว ล า ใ ห้
เสบี ยงอาหารหมดหรื อเข้าฤดูน้ าหลากพ ม่าคงจะถอยไปเอง แต่พ ม่าได้เตรี ยมเรื อรบ
และปืนใหญ่มาจานวนมากยิงใส่เรือรบไทยพังเสียหายหมด แล้วตั้งปืนใหญ่ยิงเข้ามา ในพระนครทุกวัน
ถูกชาวบ้านล้มตาย บ้านเรือน วัด เสียหายมาก ทางพระเจ้าบุเรงนองจึงมีพระราชสาสน์มาว่า
จะรบต่อไปหรือยอมเป็นไมตรี เนื่องด้วยทางไทยเสียเปรียบมาก พระมหาจักรพรรดิจึงทรงยอมเป็นไมตรี
ทาให้ฝ่ายไทยต้องเสียช้างเผือกจาก 2 ช้าง เป็น 4 ช้าง และทุกปีต้องส่งช้างให้ 30 เชือก พร้อมเงิน 300 ชั่ง
จับตัวพระยาจักรี ไปเป็นตัวประกัน นอกจากนี้ยังจะขอเก็บภาษีอากรจากเมืองมะริดที่ขึ้นกับไทยอีกด้วย
ข ณ ะ นั้ น ส ม เ ด็ จ พ ร ะ น เ ร ศ ว ร ท ร ง พ ร ะ ช ม ม า ยุ ไ ด้ 9
พรรษาถูกนาเสด็จไปประทับที่กรุงหงสาวดีเพื่อเป็นองค์ประกันด้วย
พระเฑียรราชาขึ้นครองราชย์
ห ลั ง จ า ก พ ร ะ เฑี ย ร ร า ช า ขึ้ น ค ร อ ง ร า ช ย์ ท ร ง พ ร ะ น า ม ว่ า
ส ม เด็ จ พ ร ะ ม ห า จั ก ร พ ร ร ดิ พ ร ะ อ ง ค์ ไ ด้ ท ร ง ส ถ า ป น า ขุ น พิ เร น ท ร เท พ
ซึ่งเป็ นราชนิกูลข้างพระราชมารดาแต่เดิมขึ้นเป็ นเจ้า ทรงนามว่า สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช
ก รุ ง ห ง ส า ว ดี เห็ น ว่ า เป็ น ช่ ว ง ผ ลั ด แ ผ่ น ดิ น จึ ง บุ ก โ จ ม ตี ก รุ ง ศ รี อ ยุ ธ ย า
เรียกว่าสงครามพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้เมื่อพระมหาจักรพรรดิทรงทราบจึงทรงนาทัพออกต้านศึก
แ ล ะ ใ น ข ณ ะ ที่ พ ร ะ ม ห า จัก ร พ ร ร ดิ ท ร ง ก ร ะ ท ายุ ท ธ หั ต ถี กั บ พ ร ะ เจ้า แ ป ร อ ยู่
ช้ า ง พ ร ะ ที่ นั่ ง ข อ ง พ ร ะ ม ห า จั ก ร พ ร ร ดิ ก็ เสี ย ที ท า ใ ห้ พ ร ะ เจ้ า แ ป ร ไ ล่ ช น
แ ต่ ส ม เด็ จพ ระ สุ ริ โย ทั ยไ ด้น าช้ างม าข วาง ท าให้ พ ระ ศ รี สุ ริ โยทั ยเส ด็ จส วรรค ต
หลังจากนั้ นกรุงศรีอยุธยาก็ส่ งเรือรบไปยิงค่ายพม่า ทาให้พม่าต้องถอยทัพกลับหงสาวดี
เมื่อกลับถึงเมืองพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้กลับยึดติดกับการตีกรุงศรีอยุธยาไม่ได้จึงทรงติดสุราอย่างหนักจนออก
ว่าราชการไม่ได้ต้องให้บุเรงนองผู้เป็นพระญาติเป็นผู้สาเร็จราชการแทน
จากนั้นพวกมอญก็ได้ลวงพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ไปลอบปลงพระชนม์แล้วยึดหงสาวดีไปได้ต่อมาพระเจ้าบุเรง
นองได้นากาลังเข้ายึดหงสาวดีกลับคืนมา และก็นากองทัพเข้ากรุงศรีอยุธยาหมายจะตีอยุธยา
เรี ย ก ว่ า ส ง ค ร า ม ช้ า ง เผื อ ก ต อ น แ ร ก ท ร ง ส่ ง ส า ส์ น ม า ข อ ช้ า ง เผื อ ก
ส ม เด็ จ พ ร ะ ม ห า จั ก ร พ ร ร ดิ ไ ด้ ส่ ง พ ร ะ ร า ช ส า ส์ น ต อ บ ก ลั บ ไ ป ว่ า
" ถ้ า ป ร ะ ส ง ค์ จ ะ ไ ด้ ช้ า ง เผื อ ก ก็ ใ ห้ เส ด็ จ ม า เอ า โ ด ย พ ร ะ อ ง ค์ เอ ง เถิ ด "
ทาให้พระเจ้าบุเรงนองถือเอาสาส์นนี้เป็นเหตุยกทัพเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา

งาน

  • 1.
    ใ น เว ล า ต่ อ ม า กองทัพพม่าก็ยกมาประชิดเขตเมืองใก้ลทุ่งลุมพลีพระมหาจักรพรรดิทรงให้กองทัพบก กองทัพเรือ ระดมยิงใส่พม่าเป็นสามารถ แต่สู่ไม่ได้จึงถอย ทางพม่าจึงยึดได้ป้ อมพระยาจักรี (ทุ่งลุมพลี) ป้ อมจาปา ป้ อ ม พ ร ะ ย า ม ห า เส น า (ทุ่ ง หั น ต ร า ) แ ล้ ว ล้ อ ม ก รุ ง ศ รี อ ยุ ธ ย า อ ยู่ น า น พระมหาจักรพรรดิทรงเห็นว่าพม่ามีกาลังมาก การที่จะออกไปรบเพื่อเอาชัยคงจะยากนัก จึ ง ท ร ง สั่ ง ใ ห้ เรื อ ร บ น า ปื น ใ ห ญ่ ล่ อ ง ไ ป ยิ ง ท ห า ร พ ม่ า เป็ น ก า ร ถ่ ว ง เว ล า ใ ห้ เสบี ยงอาหารหมดหรื อเข้าฤดูน้ าหลากพ ม่าคงจะถอยไปเอง แต่พ ม่าได้เตรี ยมเรื อรบ และปืนใหญ่มาจานวนมากยิงใส่เรือรบไทยพังเสียหายหมด แล้วตั้งปืนใหญ่ยิงเข้ามา ในพระนครทุกวัน ถูกชาวบ้านล้มตาย บ้านเรือน วัด เสียหายมาก ทางพระเจ้าบุเรงนองจึงมีพระราชสาสน์มาว่า จะรบต่อไปหรือยอมเป็นไมตรี เนื่องด้วยทางไทยเสียเปรียบมาก พระมหาจักรพรรดิจึงทรงยอมเป็นไมตรี ทาให้ฝ่ายไทยต้องเสียช้างเผือกจาก 2 ช้าง เป็น 4 ช้าง และทุกปีต้องส่งช้างให้ 30 เชือก พร้อมเงิน 300 ชั่ง จับตัวพระยาจักรี ไปเป็นตัวประกัน นอกจากนี้ยังจะขอเก็บภาษีอากรจากเมืองมะริดที่ขึ้นกับไทยอีกด้วย ข ณ ะ นั้ น ส ม เ ด็ จ พ ร ะ น เ ร ศ ว ร ท ร ง พ ร ะ ช ม ม า ยุ ไ ด้ 9 พรรษาถูกนาเสด็จไปประทับที่กรุงหงสาวดีเพื่อเป็นองค์ประกันด้วย พระเฑียรราชาขึ้นครองราชย์ ห ลั ง จ า ก พ ร ะ เฑี ย ร ร า ช า ขึ้ น ค ร อ ง ร า ช ย์ ท ร ง พ ร ะ น า ม ว่ า ส ม เด็ จ พ ร ะ ม ห า จั ก ร พ ร ร ดิ พ ร ะ อ ง ค์ ไ ด้ ท ร ง ส ถ า ป น า ขุ น พิ เร น ท ร เท พ ซึ่งเป็ นราชนิกูลข้างพระราชมารดาแต่เดิมขึ้นเป็ นเจ้า ทรงนามว่า สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช ก รุ ง ห ง ส า ว ดี เห็ น ว่ า เป็ น ช่ ว ง ผ ลั ด แ ผ่ น ดิ น จึ ง บุ ก โ จ ม ตี ก รุ ง ศ รี อ ยุ ธ ย า เรียกว่าสงครามพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้เมื่อพระมหาจักรพรรดิทรงทราบจึงทรงนาทัพออกต้านศึก แ ล ะ ใ น ข ณ ะ ที่ พ ร ะ ม ห า จัก ร พ ร ร ดิ ท ร ง ก ร ะ ท ายุ ท ธ หั ต ถี กั บ พ ร ะ เจ้า แ ป ร อ ยู่ ช้ า ง พ ร ะ ที่ นั่ ง ข อ ง พ ร ะ ม ห า จั ก ร พ ร ร ดิ ก็ เสี ย ที ท า ใ ห้ พ ร ะ เจ้ า แ ป ร ไ ล่ ช น แ ต่ ส ม เด็ จพ ระ สุ ริ โย ทั ยไ ด้น าช้ างม าข วาง ท าให้ พ ระ ศ รี สุ ริ โยทั ยเส ด็ จส วรรค ต หลังจากนั้ นกรุงศรีอยุธยาก็ส่ งเรือรบไปยิงค่ายพม่า ทาให้พม่าต้องถอยทัพกลับหงสาวดี เมื่อกลับถึงเมืองพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้กลับยึดติดกับการตีกรุงศรีอยุธยาไม่ได้จึงทรงติดสุราอย่างหนักจนออก ว่าราชการไม่ได้ต้องให้บุเรงนองผู้เป็นพระญาติเป็นผู้สาเร็จราชการแทน จากนั้นพวกมอญก็ได้ลวงพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ไปลอบปลงพระชนม์แล้วยึดหงสาวดีไปได้ต่อมาพระเจ้าบุเรง นองได้นากาลังเข้ายึดหงสาวดีกลับคืนมา และก็นากองทัพเข้ากรุงศรีอยุธยาหมายจะตีอยุธยา เรี ย ก ว่ า ส ง ค ร า ม ช้ า ง เผื อ ก ต อ น แ ร ก ท ร ง ส่ ง ส า ส์ น ม า ข อ ช้ า ง เผื อ ก ส ม เด็ จ พ ร ะ ม ห า จั ก ร พ ร ร ดิ ไ ด้ ส่ ง พ ร ะ ร า ช ส า ส์ น ต อ บ ก ลั บ ไ ป ว่ า
  • 2.
    " ถ้ าป ร ะ ส ง ค์ จ ะ ไ ด้ ช้ า ง เผื อ ก ก็ ใ ห้ เส ด็ จ ม า เอ า โ ด ย พ ร ะ อ ง ค์ เอ ง เถิ ด " ทาให้พระเจ้าบุเรงนองถือเอาสาส์นนี้เป็นเหตุยกทัพเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา