การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา
                                                                                                วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล
                                                                       ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร
                                                                      มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
                                                              wuttisak@pochanukul.com, http://www.pochanukul.com


         การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research) คือ กระบวนการวิจัยเพื่อการปรับปรุง พัฒนา และเพิ่ม
พลังความสามารถของบุคคลในการปฏิบัติงาน โดยมีลักษณะเปนการเรียนรูโดยการทํางาน กําหนดปญหา
ที่ตองการแกไข ทดลองปรับปรุงการทํางานเพื่อศึกษาผลการพัฒนา วิเคราะหแนวทางการปฏิบัติงานที่
ประสบความสํ า เร็ จ สะท อนความคิดและแบงปนประสบการณ และ นําประสบการณที่ไ ด ไปสูก าร
ปรับปรุงพัฒนาการปฏิบัติงานในครั้งตอๆไป (Brien, 1998)
         การวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Action Research) เปนกระบวนการในการแกปญหาหรือพัฒนา
กระบวนการจัดการเรียนรูในชั้นเรียนที่ครูรับผิดชอบอยางเปนระบบ เพื่อสืบคนใหไดสาเหตุของปญหา
แล ว หาวิ ธี แ ก ไ ขหรื อ พั ฒ นาที่ เ ชื่ อ ถื อ ได เช น การสั ง เกต จดบั น ทึ ก และวิ เ คราะห ห รื อ สั ง เคราะห
เพื่อนําไปสูการแกปญหาหรือพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนของครู และพัฒนาการเรียนรูของ
ผูเรียนใหมีคุณภาพตามเปาหมายที่กําหนดไว เพื่อสงเสริมผูเรียนใหไดรับการพัฒนาตามธรรมชาติและ
เต็มตามศักยภาพ(ไพจิตร สะดวกการ และ ศิริกาญจน โกสุมภ, 2545) ดังนั้น ดวยบทบาทของครูใน
ภาระหนาที่ของการออกแบบการเรียนการสอน การจัดบรรยากาศ สภาพแวดลอม สื่อการเรียน และการ
อํานวยความสะดวกใหผูเรียนเกิดการเรียนรู จึงทําใหครูตองเปลี่ยนบทบาทจากผูสอนมาเปนผูวิจัยเพื่อ
พัฒนาการจัดการเรียนการสอน และการจัดกิจกรรมการเรียนรูของผูเรียนเพื่อพัฒนาและแกปญหาตางที่
เกิดขึ้นจากการจัดการเรียนการสอน การวิจัยในชั้นเรียน จึงเปนปจจัยที่มีความจําเปนอยางยิ่งตอการ
พัฒนาการจัดการศึกษาและวิชาชีพครู

         หลักการการวิจยในชั้นเรียน (วิทยา ใจวิถี, มปป.)
                      ั
         - การวิจัยในชั้นเรียน เปนกระบวนการแกปญหา และพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีเปาหมาย
ที่สําคัญคือ การพัฒนาผูเรียนใหเปนบุคคลแหงการเรียนรู มีจิตใจที่ดีงาม และดํารงชีวิตอยูในสังคมได
อยางมีความสุข
         - การวิจัยในชั้นเรียน เปนกระบวนการแกปญหาแบบการมีสวนรวมระหวางผูสอนกับผูเรียน
อยางแทจริงที่ตอบสนองการเรียนรูที่เปนธรรมชาติ รวมทั้งพัฒนาคุณภาพการศึกษาอยางเปนระบบ
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                                      2

       - การวิจัยในชั้นเรียน มุงแกปญหาที่เกิดจากการจัดกิจกรรมการเรียนรูในชั้นเรียนเปนครั้ง ๆ ไป
เปนการวิจัยปญหาของผูเรียนในชั้นเรียนของตนเอง เพื่อแกปญหาการเรียนการสอนเฉพาะชั้นเรียนนั้นๆ
       - เปาหมายที่สําคัญของการวิจัยในชั้นเรียน คือ การวิจัยเพื่อสรางและพัฒนางาน พัฒนาคน
และพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา และองคความรูในศาสตรสาขาตาง ๆ ที่เปนประโยชนตอการ
พัฒนากระบวนการเรียนรูที่สอดคลองและเหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกทั้งในปจจุบัน
และอนาคตตอไป

         ขอบเขตการทําวิจัยในชั้นเรียน (วิทยา ใจวิถี, มปป.)
         - การวิจัยในชั้นเรียน กลุมตัวอยางและเปาหมายของการวิจัยจะใชกลุมตัวอยางขนาดเล็ก ใช
ศึกษาในหองเรียนใดหองเรียนหนึ่งและมีเปาหมายคือการพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน เพราะเชื่อวา
ถาครูใชกิจกรรมการสอนที่ดีและเหมาะสมกับผูเรียนยอมมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและบรรลุเปาหมาย
ทางการพัฒนานักเรียน
         - การวิจัยในชั้นเรียน เปนการวิจัยโดยครูผูสอนในหองเรียนกับนักเรียนเพื่อแกปญหาหรือ
พัฒนาการเรียนการสอนในวิชาที่ครูรับผิดชอบ
         - ขอบเขตการวิจัยในชั้นเรียนนั้นจะใหความสําคัญกับการคิดคนพัฒนานวัตกรรมเพื่อแกปญหา
หรือพัฒนาการเรียนการสอนอยางเหมาะสม

     ความแตกตางระหวางการวิจัยในชั้นเรียน กับ การวิจัยทางการศึกษา (อุทุมพร จามรมาน, 2545)
            รายการ                      การวิจัยในชั้นเรียน                        การวิจัยทางการศึกษา
1. ใครทํา                     ครูประจําการ                             ครูที่วาง นิสิต นักศึกษา ที่ทําวิทยานิพนธ
                                                                       นักการศึกษา
2. ทําอะไร                    แกปญหานักเรียน บางคน บางเรื่อง         แกปญหาทางการศึกษา
3. เริ่มที่ไหน                สังเกตวานักเรียนบางคนเรียน ไมทัน       การทบทวนรายงานวิจัยที่เกี่ยวของ
                              เพื่อน มีพฤติกรรมแตกตางจากกลุม
4. ทําที่ไหน                  ในหอง/โรงเรียน                          ในหอง/โรงเรียน ที่อื่นๆ
5. การออกแบบการวิจัย          ไมตอง (อยางเปนทางการ)                ตอง
6. สรางเครื่องมือวัด         ไมตอง ครูคือเครื่องมือเก็บขอมูลโดย    ตอง เชน แบบสอบถาม แบบสํารวจ แบบ
                              การสังเกต ซักถาม                         สัมภาษณ แบบวัดตาง ๆ แบบทดสอบ
7. ระบุประชากร กลุม          ไมตองใชเลือกเฉพาะนักเรียนที่เปน      ตอง
    ตัวอยางหรือไม           ปญหา
8. เก็บขอมูลนานหรือไม       ไมนาน                                   นาน
9. ใชเวลาทํานานเทาไร        2 วัน – 2 สัปดาห                        1 ปการศึกษาเปนอยางนอย
10. ใน 1 ภาค การศึกษาทํา      หลายเรื่อง                               อาจได 1 เรื่อง
    ไดกี่เรื่อง

                                                วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                                   3

               รายการ                     การวิจัยในชั้นเรียน                       การวิจัยทางการศึกษา
11.   ใชสถิติหรือไม           ไม                                      ตอง
12.   ทําเมื่อไร                ทําไปสอนไป                               หนีสอนไปทํา
13.   ทําเพื่ออะไร              เพื่อแกปญหานักเรียน
                                                                        เพื่อขอเปนผลงาน/องคความรู
14.   ความยาว/เรื่อง            2 – 3 หนา                               5 บท
15.   เสียคาใชจายหรือไม     ไมตองเสีย                              ตอง
16.   อนาคตของผูทํา            ครูมืออาชีพ                              นักวิจัยทางการศึกษา
17.   ทําเพื่อใคร               นักเรียน                                 ตัวเอง
18.   ชื่อเรื่อง                “การแกปญหานักเรียน-กี่คน ชั้นใด        ก. การหาความสัมพันธระหวาง
                                เรื่องอะไร”                                    ...................
                                                                         ข. การสํารวจ......................
                                                                         ค. การทดลอง......................
                                                                         ง. การเปรียบเทียบ.................
                                                                         จ. การพัฒนา.........................
                                                                         ฉ. การวิเคราะห......................
                                                                         ช. การศึกษา...........................
                                                                         ซ. การทํานาย.........................
                                                                         ฌ. การสรุปอางอิง...................
19. ผลงานเอาไปทําอะไร           ความเปนครู                              เพื่อนําไปขอผลงานในที่สุด
20. ขอบเขตที่ทํา                ทําในหองเรียน/โรงเรียนของตน             นอกโรงเรียนของตน


กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู




                                Active Learning to Action Research (ALAR Model)
       (adapted from Simple Action Research Model; Maclsaac, 1995 and Active Learning Design: Oliver, 1999)
                                            (วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล, 2552)

                                                 วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                          4

            ALAR Model เปนเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเพื่อเปนเปนแนวทางในการดําเนินการวิจัยในในชั้นเรียน
อันจะชวยครูผูสอนในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่แกปญหาการเรียนรูของผูเรียน ซึ่งพัฒนาจาก
การบูรณาการแนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการ Action Research ของ Maclsaac (1995) เขากับรูปแบบการ
ออกแบบการเรียนรู (Learning Design) ของ Oliver (1999) โดย ALAR Model ประกอบดวยโครงสราง
หลัก 2 สวนคือ 1) กระบวนการวิจัยแบบ Action Research มี 4 ขั้นตอนคือ การวางแผน (plan) การ
ดํ า เนิ น การ (action) การสั ง เกตและบั น ทึ ก ผล (observe) และการสะท อ นความคิ ด (reflection), และ
2) การออกแบบการเรียนรู โดยในแตละขั้นตอนของ Action Research ตองพิจารณาปจจัยการออกแบบ
การเรียนรู 3 ประการควบคูกับไปดวยคือ
            - กิจกรรมการเรียนรู (Learning Tasks) ไดแก การออกแบบการสอน การกําหนดจุดประสงค
การกําหนดวิธีจัดการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนรู การกําหนดบทบาทครูและบทบาทผูเรียน
และ การวัดและประเมินผล
            - ทรัพยากรการเรียนรู (Learning Resources)ไดแก สื่อ วัสดุ อุปกรณ อาคาร-สถานที่ บุคลากร
และสภาพแวดลอมการศึกษาตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับการจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยตรง
            - การสนับสนุนการเรียนรู (Learning Supports) ไดแก ปจจัยสนับสนุนอื่น ๆ ที่นอกเหนือจาก
ทรัพยากรการเรียนรู เช น การสนั บสนุ นของผูบริหาร ความร วมมือของครูและบุคลากรภายในและ
ภายนอกโรงเรียน หองสมุด แหลงเรียนรู ระบบเครือขายเทคโนโลยีสารสนเทศ เปนตน

         ซึ่งการนํา ALAR Model ไปใชในการปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียนมีรายละเอียดในแตละขั้นตอน
ดังนี้

ขั้นที่ 1 การวางแผน (Plan)
          1. วิเคราะหสภาพปญหาที่เกิดขึ้น และสงผลตอการเรียนรูของผูเรียน โดยวิเคราะหเกี่ยวกับ
ปญหาที่เกิดจาก ครู ผูเรียน กิจกรรมการเรียนรู ทรัพยากรการเรียนรู และ การสนับสนุนการเรียนรู
          2. วิเคราะหสาเหตุที่แทจริงของปญหาที่เกิดขึ้นในการจัดการเรียนการสอน
          3. การกําหนดปญหาเพื่อนําไปสูการวิจัยในชั้นเรียน โดยตองพิจารณาวา เปนปญหาที่แทจริง
ครูสามารถแกปญหานั้นไดดวยตนเอง
                 
          4. หาวิธีการในการแกไขปญหา ดวยการศึกษาจากเอกสาร งานวิจัย จากแหลงขอมูลตาง ๆ และ
หรือ ปรึกษากับผูที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณในการแกปญหานั้น ๆ โดยครูตองสรุปขอมูลที่
เกี่ยวกับ
                   - ปญหาที่เกิดขึ้นจะแกไดอยางไร
                   - แนวทางแกปญหามีอะไรบาง

                                             วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                                 5

              - จะใชวิธีการหรือนวัตกรรมใดในการแกปญหา
              - มีกระบวนการดําเนินการอยางไร
              - จะแกปญหาในชวงระยะเวลาใด
      5. เขียนโครงรางการวิจัยในชั้นเรียน โดยการนําความรูที่ไดจากขอ 4 มาเขียนโครงรางการวิจัย
โดยรายละเอียดประกอบดวย
              - ชื่อเรื่อง (แกปญหาอะไร ของใคร ดวยวิธีใด)
              - ชื่อผูวิจย
                          ั
              - ปญหาและสาเหตุ (ปญหาแทที่ครูสามารถแกได และสาเหตุของปญหา)
              - วัตถุประสงคการวิจัย (เพื่อแกปญหาอะไร ของใคร ที่ไหน กี่คน)
              - วิธดําเนินการวิจัย (วิธีการที่คาดวาจะแกไขปญหาได ขั้นตอนในการดําเนินงาน)
                    ี
              - นวัตกรรมในการแกปญหา (ใชวิธีการ สื่อ หรือทรัพยากรการเรียนรูอื่นๆ มีลักษณะ
                 อยางไร วิธการสราง การหาประสิทธิภาพ การนํานวัตกรรมไปใช)
                             ี
              - วิธีการและเครื่องมือที่ใชเก็บขอมูล (จะรูไดอยางไรวาประสบความสําเร็จ)
              - สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล (ถามี)
              - ระยะเวลาในการดําเนินการวิจัย
              - ผลที่คาดวาจะไดรับ (พฤติกรรมของผูเรียนที่ไดรับการแกไขแลวคืออะไร)

ขั้นที่ 2 การดําเนินการ (Action)
          1. ออกแบบการเรียนรู ดวยการพิจารณาปจจัยหลัก 3 ประการ คือ
                  - กิจกรรมการเรียนรู (Learning Tasks) ไดแก การกําหนดเนื้อหา กิจกรรมที่จะเกิดขึ้น
                      บทบาทของผูเรียน บทบาทของผูสอน ผลที่คาดหวังจากการเรียนรู และวิธีวัดและ
                      ประเมินผลการเรียนรู
                  - ทรัพยากรการเรียนรู (Learning Resources) ไดแก การเลือก ปรับปรุง หรือ สราง
                      นวัตกรรมหรือทรัพยากรที่เหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนรูที่กําหนดไว เชน เอกสาร
                      แบบเรียน สื่อ วัสดุ อุปกรณ แบบวัดและประเมินผล ทรัพยากรบุคคล และ
                      สภาพแวดลอมทางการเรียนรูตาง ๆ รวมทั้งการเตรียมความพรอมในการใชและ
                      การบํารุงรักษาทรัพยากรเหลานั้นดวย
                  - การสนับสนุนการเรียนรู (Learning Supports) ไดแก ปจจัยตางๆ ที่ชวยใหกิจกรรม
                      การเรี ย นรู ที่ กํ า หนดไว ดํ า เนิ น ไปอย า งราบรื่ น ปราศจากอุ ป สรรคและข อ จํ า กั ด
                      ซึ่ง นอกเหนื อจากทรั พ ยากรการเรีย นรู เช น แหลงข อมู ลเพิ่ม เติ ม        ห องสมุ ด
                      เทคโนโลยี บุคคล และ สถานที่ เปนตน

                                                 วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                          6




                           การออกแบบการเรียนรู (วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล, 2552)

         2. การพัฒนานวัตกรรมเพื่อแกปญหาการเรียนรูของผูเรียน
         นวัตกรรม หมายถึง การนําสิ่งใหม ๆ อาจเปนแนวความคิด หรือ สิ่งประดิษฐใหม ๆ หรือเปน
การพัฒนาดัดแปลงจากของเดิมที่มีอยูแลวใหทันสมัยและไดผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูง
กวาเดิม
         นวัตกรรมการศึกษา หมายถึง การนําเอาสิ่งใหม ๆ ซึ่งอาจจะอยูในรูปของความคิด หรือการ
กระทํา รวมทั้งสิ่งประดิษฐใหม ๆ หรือเปนการพัฒนาดัดแปลงจากของเดิมที่มีอยูแลว เขามาใชในระบบ
การศึกษาเพื่อมุงหวังที่จะเปลี่ยนแปลงใหระบบการจัดการศึกษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

        ความสําคัญของนวัตกรรมตอการศึกษา

        1. เพื่อใหทันสมัยตอการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
        2. เพื่อแกไขปญหาทางดานการศึกษาบางอยางที่เกิดขึ้นอยางมีประสิทธิภาพ
        3. เพื่อแกไขปญหาทางดานการศึกษาในบางเรื่อง เชน ปญหาที่เกี่ยวเนื่องกับจํานวนผูเรียน
           การพัฒนาหลักสูตรใหทันสมัย การผลิตและพัฒนาสื่อใหม ๆ ขึ้นมา
        4. เพื่อตอบสนองการเรียนรูของมนุษยใหเพิ่มมากขึ้นดวยระยะเวลาที่สั้นลง
        5. การใชนวัตกรรมมาประยุกตในระบบการบริหารจัดการดานการศึกษา เพื่อชวยใหการใช
           ทรัพยากรการเรียนรูเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ

                                             วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                                   7

         ประเภทของนวัตกรรมทางการศึกษา

       นวัตกรรมทางการศึกษาที่ใชแกปญหาหรือพัฒนาการเรียนการสอนมีหลายประเภท ในที่นี้ขอ
นํา เสนอตัวอยางนวัตกรรมทางการศึกษาที่นิยมใชกันมากเพราะสะดวก ประหยัด สามารถจัดทําได
ดวยตนเอง และงายแกการนําไปใช มี 2 ประเภท คือ สื่อการเรียนการสอนที่ประดิษฐ (Invention) และ
เทคนิคการสอนกิจกรรมการพัฒนา หรือเทคนิควิธีสอน (Instruction) (วิทยา ใจวิถี, มปป.)

                                                     ประเภทของนวัตกรรมการศึกษา


                                   สื่อการสอน                                                  เทคนิควิธีการสอน


         สื่อสิ่งพิมพ             สื่อโสตทัศน                 สื่ออิเลคทรอนิกส
                                                                                        - แบบศูนยการเรียน
                                                                                        - แบบการแสดงบทบาทสมมติ
- เอกสารประกอบการสอน      - ภาพยนตร วีดีทัศน            - e-Book                      - การสอนซอมเสริม
- บทเรียนสําเร็จรูป       - สไลด แผนใส                  - CAI                         - แบบโครงงาน
- ชุดการสอน/ชุดการเรียน   - เทปเพลง แผนเสียง ซีดี        - WBI
                                                                                        - แบบปญหาเปนฐาน
- รายงานการศึกษาคนควา   - หุนจําลอง                    - WebQuest
                                                                                        - แบบสมองเปนฐาน
- รายงานโครงงาน           - บัตรคํา แผนปาย              - Learning Object
                                                                                        - แบบรวมมือ
- - ฯลฯ                   - - ฯลฯ                         - Blog                        - แบบโตวาที
                                                          - Wiki                        - แบบกรณีศึกษา
                                                          - Video on Demand             - แบบเขียนแผนผังความคิด
                                                          - Virtual Classroom           - ฯลฯ
                                                          - ฯลฯ



         กระบวนการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา

        Rogers (1983) ไดเสนอขั้นตอนในการพัฒนานวัตกรรมไวใน The Innovation-development
Process ประกอบดวย 6 ขั้นตอน ประกอบดวย
           1. การวิเคราะหความตองการหรือปญหา (Needs/Problems)
           2. ศึกษาขอมูลหรือวิจัยเอกสาร (Research in basic and applied)
           3. การพัฒนานวัตกรรม (Development) ดวยกระบวนการ R&D
           4. การเตรียมนวัตกรรมเพื่อการนําไปใชงาน (Commercialization)
           5. การแพรกระจายนวัตกรรม (Diffusion and Adoption)
           6. การศึกษาผลการใชนวัตกรรม (Consequences)




                                                     วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                           8

        ในขั้ น ตอนของการพั ฒ นานวั ต กรรมนั้ น นั ก การศึ ก ษานิ ย มใช รู ป แบบการวิ จั ย และพั ฒ นา
(Research and Development : R&D ของ Walter R. Borg and Meredith D. Gall) เปนระเบียบวิธีวิจัยใน
การพัฒนานวัตกรรม โดยมีรายละเอียดของแตละขั้นตอนดังนี้




                   Research and Development ของ Walter R. Borg and Meredith D. Gall, 1989


         1. การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ หมายถึง การศึกษาปญหาในการจัดการเรียน
การสอน การศึกษาเอกสารและงานวิจัยเพื่อคนหาแนวทางที่เหมาะสมในการแกปญหา รวมทั้งความรู
ที่จะใชในการพัฒนาสื่อและนวัตกรรม
         2. การวางแผนพั ฒ นานวั ต กรรม หมายถึ ง การเตรี ย มการในด า นต า ง ๆ เช น หลั ก สู ต ร
ระยะเวลา งบประมาณ วัสดุ-อุปกรณ บุคลากร ผูเชี่ยวชาญ กลุมตัวอยาง ฯลฯ

                                              วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                          9

         3. การสรางนวัตกรรมตนแบบ หมายถึง การลงมือทําเพื่อสรางนวัตกรรมตนแบบ โดยมีการ
ดําเนินงานดังนี้
         - กําหนดเปาหมายและวัตถุประสงคของนวัตกรรม การสรางแผนการสอนและกําหนดเนื้อหา
             และการสร า งแบบทดสอบก อ นเรี ย น-หลั ง เรี ย น (โดยการวิ เ คราะห ค วามสอดคล อ งกั บ
             วัตถุประสงคโดยผูเชี่ยวชาญ และการวิเคราะหหาความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ)
         - วิเคราะหโครงสรางนวัตกรรม ออกแบบขั้นแรก ประเมินและแกไขการออกแบบนวัตกรรม
         - เขียนแผนผังเพื่อใหเห็นโครงสรางทั้งหมดของนวัตกรรมที่จะสราง
         - รางลักษณะของนวัตกรรมแตสวนใหเห็นถึงรายละเอียดของนวัตกรรม
         - สรางนวัตกรรมตามที่ไดออกแบบไว
         - ผลิตเอกสารประกอบ ไดแก คูมือครู คูมือการใช คูมือนักเรียน เปนตน
         - ประเมินคุณภาพนวัตกรรมโดยผูเชี่ยวชาญในสาขาที่พัฒนานวัตกรรม จํานวน 3-5 คน และ
             ปรับปรุงตามคําแนะนําของผูเชี่ยวชาญ
         4. การทดลองแบบหนึ่งตอหนึ่ง หมายถึง การทดลองใชนวัตกรรมกับผูเรียนทีละคน จํานวน
3 คน โดยสุมเลือกนักเรียนที่มีผลการเรียน เกง ปานกลาง และออน อยางละ 1 คน โดยผูพัฒนานวัตกรรม
สังเกตการใชนวัตกรรมของแตละคนอยางใกลชิด
         5. การประเมินคุณภาพนวัตกรรมและปรับปรุงครั้งที่ 1 หมายถึงการนําผลการทดลองแบบหนึ่ง
ตอหนึ่งมาประเมินคุณภาพและปรับปรุงนวัตกรรมใหเหมาะสมยิ่งขึ้น
         6. การทดลองแบบกลุมเล็ก หมายถึงการทดลองใชนวัตกรรมกับผูเรียนกลุมเล็ก จํานวน 9 คน
โดยสุมเลือกนักเรียนที่มีผลการเรียน เกง ปานกลาง และออน อยางละ 3 คน
         7. การประเมินประสิทธิภาพและปรับปรุงครั้งที่ 2 หมายถึงการนําผลการทดลองมาวิเคราะห
ขอมูล หากผานเกณฑที่กําหนดก็สามารถนํานวัตกรรมไปทดลองขั้นตอไปได แตหากไมผานตองมีการ
ปรับปรุงและนําไปทดลองกลุมเล็กกับนักเรียนชุดใหมอีกครั้ง
         8. การทดลองแบบกลุมใหญ หมายถึงการทดลองใชนวัตกรรมกับผูเรียนกลุมใหญ จํานวน
30 คน โดยสุมเลือกนักเรียนที่มีผลการเรียน เกง ปานกลาง และออน อยางละ 10 คน (สําหรับการวิจัย
ในชั้นเรียน สามารถใชขั้นตอนนี้ในการนํานวัตกรรมไปใชเพื่อแกปญหาการเรียนการสอนในสภาพจริง
เนื่องจากเปนการวิจัยที่ดําเนินการกับกลุมประชากรโดยตรง)
         9. การประเมินประสิทธิภาพและปรับปรุงครั้งที่ 3 หมายถึงการนําผลการทดลองมาวิเคราะห
ขอมูล หากผานเกณฑที่กําหนดก็สามารถสรุปผลการพัฒนานวัตกรรมตอไป แตหากไมผานตองมีการ
ปรับปรุงและนําไปทดลองกลุมใหญกับนักเรียนชุดใหมอีกครั้ง
         10. การสรุปผล นําไปใช และเผยแพร หมายถึงการสรุปผลหรือเขียนรายงานผลการพัฒนา
นวัตกรรมโดยจัดทําเปนผลงานทางวิชาการ รวมถึงการนําไปใชในการจัดการเรียนการสอนและเผยแพร

                                             วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                                            10

          การหาประสิทธิภาพนวัตกรรม (วิทยา ใจวิถี, มปป.)

          หลังจากการทดลองใชนวัตกรรมกับกลุมเล็ก และกลุมใหญแลว ผูพัฒนานวัตกรรมควรตอง
ดําเนินการเพื่อหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมโดยมีวิธการดังนี้             ี
          1. วิธีบรรยายเปรียบเทียบสภาพกอนและหลังการใชนวัตกรรม โดยการบันทึกหรือเก็บขอมูลที่
ไดจากการวัดผลผูเรียนดวยเครื่องมือตาง ๆ ทั้งกอนและหลังการใชนวัตกรรม แลวจึงนําขอมูลเหลานั้นมา
ประกอบการบรรยายเชิงคุณภาพเพื่อแสดงใหเห็นวาหลังการใชนวัตกรรมแลวผูเรียนมีการพัฒนาเพิ่มขึ้น
เปนที่นาพอใจมากนอยเพียงใด
          2. วิ ธี นิ ย ามตั ว บ ง ชี้ ที่ แ สดงผลลั พ ธ ที่ ต อ งการ แล ว เปรี ย บเที ย บข อ มู ล ก อ นใช แ ละหลั ง ใช
นวัตกรรม เชน กําหนดผลสัมฤทธิ์ไว รอยละ 65 แสดงวาหลังจากการใชนวัตกรรมแลวผูเรียนทุกคนที่เปน
กลุมทดลองจะตองผานเกณฑที่กําหนดไวคือ รอยละ 65 จึงจะถือวานวัตกรรมนั้นมีประสิทธิภาพ
          3. วิธีคํานวณหาอัตราสวน ระหวางรอยละของจํานวนผูเรียนที่สอบแบบทดสอบอิงเกณฑผาน
เกณฑที่กําหนดไว (P1) ตอรอยละของคะแนนเต็มที่กําหนดเกณฑการผานไว(P2) เชน P1 : P2 = 70 : 60
หมายความวา กําหนดเกณฑการผานไววาตองมีผูเรียนรอยละ 70 ของจํานวนผูเรียนทั้งหมด ผานเกณฑ
รอยละ 60 ของคะแนนเต็ม จึงจะแสดงวานวัตกรรมนั้นมีประสิทธิภาพ

ขั้นที่ 3 การสังเกตและบันทึกผล (Observe)
          1. การนํานวัตกรรมไปใชในการจัดการเรียนรูเพื่อแกปญหาของผูเรียน
          2. สังเกตและบันทึกการดําเนินการวิจัยทุกขั้นตอน โดยกระบวนการ, การปฏิบัติ, และผลลัพธ
          3. ประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนรูทั้งในสวนของกิจกรรมการเรียนรู ทรัพยากรการเรียนรู
และการสนับสนุนการเรียนรู
          4. วัดและประเมินพฤติกรรมการเรียนรูของผูเรียน
          5. เครื่องมือสําหรับการเก็บขอมูล มีไดทั้งในลักษณะของการวิจัยเชิงปริมาณ เชน แบบทดสอบ
และการวิจยเชิงปริมาณ เชน แบบสังเกต แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ เปนตน
            ั

ขั้นที่ 4 การสะทอนความคิด (Reflection)
          1. วิเคราะหขอมูลและสรุปผลการการดําเนินงาน
          2. จั ด ทํ า บั น ทึ ก เพื่ อ สะท อ นความคิ ด จากการดํ า เนิ น การวิ จั ย ทั้ ง ในส ว นของ แนวคิ ด ,
กระบวนการ, ผลการเรียนรูของผูเรียน, ประโยชน, อุปสรรค, และแนวทางในการแกไข
          3. จัดทําเอกสารรายงานผลการวิจัย และเผยแพรผลงานวิจัย
          4. นําผลการวิจัยไปสูการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและวิชาชีพครู
          5. ปรับปรุงการวางแผนอีกครั้งเพื่อการดําเนินการวิจัยในครั้งตอๆ ไป

                                                       วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                        11

        การเขียนรายการการวิจัยในชั้นเรียน (วิทยา ใจวิถี, มปป.)

         เมื่อครูทําวิจัยในชั้นเรียนเพื่อแกปญหาใดๆ ประสบความสําเร็จแลวใหจัดทํารายงานการวิจัยใน
ชั้นเรียนเรื่องนั้น ๆ เปนการเขียนรายงานงานวิจัยตั้งแตเริ่มตนวิเคราะหและสํารวจปญหา การพัฒนา
นวัตกรรม การทดลองใชเพื่อแกปญหาจนกระทั่งถึงการวิเคราะหผล สรุปผล อภิปราย และขอเสนอแนะ
การเขียนรายงานการวิจัยเปนการเสนอสิ่งที่ไดศึกษาคนควาอยางเปนระบบใหผูอื่นทราบโดยมีหัวขอการ
เขียนรายงานวิจัยในชั้นเรียน ดังนี้
         1. ชื่อเรื่อง
         2. ชื่อผูวิจย
                      ั
         3. ปญหาในการจัดการเรียนการสอน
         4. สาเหตุของปญหา
         5. วัตถุประสงคของการวิจัย
         6. วิธีดําเนินงาน
         7. นวัตกรรมที่ใชในการแกปญหา
         8. วิธีการและเครื่องมือที่ใชในการเก็บขอมูล
         9. สถิตที่ใชในการวิเคราะหขอมูล
                   ิ
         10. ระยะเวลาดําเนินการ
         11. ผลการวิเคราะหขอมูล
         12. สรุปและอภิปรายผลการวิจัย

        การนําผลการวิจัยไปใช (วิทยา ใจวิถี, มปป.)

          ครูผูสอนสามารถนําผลการวิจัยในชั้นเรียนไปใชดังนี้
          1. นําไปใชในการพัฒนา ปรับปรุงการเรียนการสอนในหองเรียน
          - ใชแกปญหาการเรียนการสอนโดยตรง เชน การใชเทคนิคการสอนซอมเสริมแบบตางๆ ที่ครู
              คิดคนขึ้นมาแลวนําไปสอนซอมเสริมผูเรียนที่เรียนชา
          - ใชเปนขอมูลในการปรับปรุงการเรียนการสอน
          - ใชในการพัฒนาหลักสูตร
          2. นําไปใชเปนขอมูลพื้นฐานในการพัฒนาการเรียนการสอน
          - เผยแพรเพื่อใหบุคคลอื่น หรือหนวยงานที่เกี่ยวของนําไปใชประโยชนในการอางอิง
          - เผยแพรแกบุคคลอื่น หรือหนวยงานที่เกี่ยวของ เพื่อใหเกิดแนวทางในการศึกษาคนหาความรู
ใหมที่ลกซึ้งและมีประโยชนตอไป
        ึ

                                             วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                        12

       3. นําไปใชในการพัฒนาวิชาชีพ
       - การวิจัยในชั้นเรียน นอกจากจะเปนการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนแลว ยังเปนการ
พัฒนาวิชาชีพของครูอีกดวย คือ เมื่อครูทําการวิจัยในชั้นเรียน ทําใหเปนการเสริมสรางความรูทางวิชาการ
ของตนเอง ทําใหครูมีนวัตกรรม ที่มีคุณภาพ ซึ่งทําใหเกิดมาตรฐานในการเรียนการสอนตามระบบการ
ประกันคุณภาพการศึกษา ตอไป

        สรุปลักษณะการวิจัยในชันเรียน (วิทยา ใจวิถี, มปป.)
                              ้

        1. ผูทําวิจัยยังคงทํางานตามปกติของตน
        2. ไมตองสรางเครื่องมือวิจัย (แตสรางเครื่องวัดผล)
        3. ไมมีขอมูลจํานวนมาก และไมตองใชสถิติที่ซับซอน
        4. ขอมูลสวนใหญมาจากการสังเกต การพูดคุย และใชการวิเคราะหเนื้อหา
        5. ไมตองทบทวนรายงานวิจยที่เกี่ยวของ
                                      ั
        6. ใชเวลาทําวิจัยไมนาน
        7. ความยาว 2 – 3 หนาตอเรื่อง
        8. นักเรียนไดรับการพัฒนา
        9. ไมมีระบุประชากร การสุมตัวอยาง
        10. ไมตองใชสถิติสรุปอางอิง และไมมระดับนัยสําคัญ
                                                ี
        11. ไมมีการทดสอบกอน หลัง
        12. ไมมีกลุมทดลอง และกลุมควบคุม
        13. เนนการแกไขที่สาเหตุของปญหาของนักเรียน บางคน บางเรื่อง




                                             วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                                13

                           แนวทางการเขียนเคาโครงการวิจัยในชั้นเรียน (1)
                                             (วิทยา ใจวิถี, มปป.)

1. ชื่อเรื่อง
           การฝกทักษะกระบวนการในการตรวจซอมและติดตั้งระบบเบรครถยนต สําหรับนักศึกษา ชั้น
ปวช.2 สาขางานยานยนต ปการศึกษา 2545 วิทยาลัยเทคนิคหวยแกว จ.เชียงใหม จํานวน 20 คน
2. ชื่อผูดําเนินการวิจย นายวิทยา ใจวิถี
                        ั
3. ปญหาในการจัดการเรียนการสอน
      “นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์เรื่องการตรวจซอม และติดตั้งระบบเบรครถยนตอยูในเกณฑต่ํา”
4. สาเหตุของปญหา
           นักศึกษามีโอกาสในการรับการฝกปฏิบัติเพื่อใหเกิดทักษะกระบวนการไมเพียงพอ เนื่องมาจาก
เวลาการฝ ก ปฏิ บั ติ มี จํ า นวนจํ า กั ด รวมทั้ ง ยั ง ขาดสื่ อ การเรี ย นการสอนที่ เ ป น ตั ว ช ว ยในการเสริ ม
ประสบการณการเรียนที่เหมาะสม
5. วัตถุประสงคของการวิจัย
           1. เพื่อใหนักศึกษาชั้น ปวช.2 สาขางานยานยนต ปการศึกษา 2545 วิทยาลัยเทคนิคหวยแกว มี
ความสามารถดานการฝกทักษะกระบวนการในการตรวจซอมและติดตั้งระบบเบรครถยนตไดอยางมี
ประสิทธิภาพ จํานวน 20 คน
           2. เพื่อสรางและพัฒนาชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะกระบวนการในการตรวจซอมและติดตั้งระบบ
เบรครถยนตในชั้น ปวช.2 สาขางานยานยนต
6. วิธีดําเนินงาน
           1. รวบรวมรายชื่อนักศึกษาที่ตองไดรับการพัฒนา
           2. วิเคราะหเนื้อหา และจัดหา จัดสรางชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะกระบวนการในการตรวจซอม
                และติดตั้งระบบเบรครถยนตในชั้น ปวช.2 สาขางานยานยนต
           3. แบงกลุมนักศึกษา และแนะนําการใชชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะกระบวนการในการตรวจซอม
                และติดตั้งระบบเบรครถยนตใหกับนักศึกษา จํานวน 20 คน
           4. ใหนักศึกษาดําเนินการศึกษาชุดฝก และนําไปลงมือปฏิบัติการฝกในโรงงาน
           5. ครูผูสอน ควบคุม สังเกตพฤติกรรม และใหขอเสนอแนะระหวางการฝกปฏิบัติอยางตอเนื่อง
           6. นักศึกษาทดสอบ ทดลองปฏิบัติงานจนเกิดทักษะ
           7. ใชกระบวนการกลุมในการสรุป และประเมินผลจากการฝกปฏิบัติ
           8. ครูผูสอนรวมกับนัก ศึกษาสรุปผลของทุกกลุม ใหขอเสนอแนะจากการสังเกตการลงมือ
                ปฏิบัติกิจกรรม ใหขอเสนอแนะ รวมทั้งการปรับปรุงชุดฝกปฏิบัติ และประเมินผลรวมกัน
                                     

                                                 วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                        14

7. นวัตกรรมที่ใชในการแกปญหา
          ชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะกระบวนการในการตรวจซอมและติดตั้งระบบเบรครถยนต สําหรับ
นักศึกษาชั้น ปวช.2 สาขางานยานยนต ปการศึกษา 2545
8. วิธีการวัดผลและเครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล
    วิธีการวัดผล 1. ใชวิธีการสังเกตพฤติกรรมในระหวางการฝกปฏิบติ
                                                                ั
                   2. การตรวจสอบผลงาน
                   3. ทดสอบผลงานจากการปฏิบัติ และใชแบบทดสอบเพื่อวัดความรูความเขาใจ
                                                                            
เครื่องมือ แบบสังเกตพฤติกรรม แบบประเมินตรวจสอบผลงาน และแบบทดสอบ
เกณฑการผาน ผูเรียนแตละคนไดคะแนนรวมตั้งแตรอยละ 60 ขึ้นไป
9. สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล       คารอยละ และคาเฉลี่ย
10. ระยะเวลาดําเนินการแกไขเสร็จ 10 สัปดาห
11. ความคาดหวัง
          1. นักศึกษาชั้น ปวช.2 จํานวน 20 คน สาขางานยานยนต ปการศึกษา 2545 วิทยาลัยเทคนิคหวย
แกว มีความสามารถดานการฝกทักษะกระบวนการในการตรวจซอมและติดตั้งระบบเบรครถยนตไดอยาง
มีประสิทธิภาพ อยางนาพอใจ
          2. ไดชุดฝกปฏิบติเสริมทักษะกระบวนการในการตรวจซอมและติดตั้งระบบเบรครถยนตในชั้น
                            ั
ปวช.2 สาขางานยานยนตที่มีประสิทธิภาพ




                                             วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                                 15

                           แนวทางการเขียนเคาโครง การวิจัยในชั้นเรียน (2)
                                              (วิทยา ใจวิถี, มปป.)

1. ชื่อเรื่อง การออกเสียง ร และคําควบกล้ําในวิชาภาษาไทยไม ชัดเจน ของนักเรียนชั้น ......โรงเรียน /
      วิทยาลัย ........................จํานวน ........ คน
2. ชื่อผูดําเนินการวิจัย ครูลําพา รักการสอน
3. ปญหาในการจัดการเรียนการสอน
          นักเรียนจํานวน ..........คน มีปญหาการออกเสียง ร และคําควบกล้ําไมชัดเจน
4. สาเหตุของปญหา
            นั ก เรี ย นได รั บ การฝ ก การออกเสี ย ง ร และคํ า ควบกล้ํ า ไม เ พี ย งพอ ซึ่ ง ส ง ผลกระทบต อ การ
ตีความหมายของประโยคหรือขอความและการติดตอสื่อสารกับผูอื่น
5. วัตถุประสงคของการวิจัย
            1. เพื่อใหนักเรียนจํานวน ........คน มีความสามารถในดานการออกเสียง ร และคําควบกล้ําได
                  อยางมีถูกตอง
            2. เพื่อสร างนิท านภาพและจั ด ทําคูมือการฝก อา นออกเสี ย งคํ าที่มีเ สีย ง ร และคํา ควบกล้ํ า
                  นําไปใชกับนักเรียนที่อานออกเสียง ร และคําควบกล้ํา
6. วิธดาเนินงาน
        ี ํ
            1. รวบรวมรายชื่อจํานวนนักเรียนที่มีปญหาในเรื่องอานออกเสียง ร และคําควบกล้ํา
            2. สรางนิทานภาพและจัดทําคูมือการฝกอานออกเสียงคําที่มีเสียง ร และคําควบกล้ํานําไปใชกับ
                  นักเรียนที่อานออกเสียง ร และคําควบกล้ําไดไมเกิน 8 คํา
            3. ใหนกเรียนอานทีละคน แลวบันทึกไว
                        ั
            4. นํานิทานภาพและคูมือการฝกมาฝกนักเรียน สัปดาหละ 2 ครั้ง ชวงเลิกเรียน จํานวน 16
                  ครั้ง และประเมินผลการฝกทุกครั้งใหไ ด ตามเกณฑที่ กําหนด เมื่ อผานเกณฑ แลว จึง จะ
                  สามารถฝกในครั้งตอไปได
            5. เมื่อฝกครบ 16 ครั้งแลว นําแบบทดสอบมาสอบนักเรียนทีละคนอีกครั้ง
            6. ประเมินผลรายบุคคลและภาพรวม
7. นวัตกรรมที่ใชในการแกปญหา
            นิทานภาพและคูมือการฝกอานออกเสียงคําที่มีเสียง ร และคําควบกล้ํา สําหรับนักเรียนชั้น.....
            โรงเรียน / วิทยาลัย .............




                                                  วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                        16

8. วิธีการวัดผลและเครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล
      วิธีการ การสังเกตพฤติกรรม และการทดสอบ
    เครื่องมือ แบบสังเกตพฤติกรรม และแบบทดสอบ
     เกณฑการผาน นักเรียนสามารถออกเสียงคําที่มีเสียง ร และคําควบกล้ํา เพิ่มมากขึ้นรอยละ 60
9. สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล การบรรยายคุณภาพ และคารอยละ
10. ระยะเวลาดําเนินการแกไขเสร็จ 8 สัปดาห
11. ความคาดหวัง
           1. นักเรียนจํานวน ........คน มีความสามารถในดานการออกเสียง ร และคําควบกล้ําไดอยางมี
ถูกตอง
           2. ไดนิทานภาพและคูมือการฝกอานออกเสียงคําที่มีเสียง ร และคําควบกล้ํา นําไปใชกับนักเรียน
ที่อานออกเสียง ร และคําควบกล้ํา ไดอยางมีประสิทธิภาพ




                                             วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                        17

                             แนวการเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน (1)
                                          (วิทยา ใจวิถี, มปป.)

1. ชื่อเรื่อง
           การฝกทักษะกระบวนการในการติดตั้งระบบเบรครถยนต สําหรับนักศึกษาชั้น ปวช.2 สาขางาน
ยานยนต ปการศึกษา 2545 วิทยาลัยเทคนิคหวยแกว จ.เชียงใหม จํานวน 12 คน
2. ชื่อผูดําเนินการวิจัย นายวิทยา ใจวิถี
3. ปญหาในการจัดการเรียนการสอน
      “นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์เรื่องการติดตั้งระบบเบรครถยนตอยูในเกณฑต่ํา”
4. สาเหตุของปญหา
           นักศึกษาไดรับการฝกปฏิบัติในเรื่องการติดตั้งระบบเบรครถยนตเพื่อใหเกิดทักษะกระบวนการ
ไมเพียงพอ
5. วัตถุประสงคของการวิจัย
           1. เพื่อใหนักศึกษาชั้น ปวช.2 สาขางานยานยนต ปการศึกษา 2545 วิทยาลัยเทคนิคหวยแกว มี
                ความสามารถด า นการฝ ก ทั ก ษะกระบวนการในการติ ด ตั้ง ระบบเบรครถยนตไ ด อย า งมี
                ประสิทธิภาพ จํานวน 12 คน
           2. เพื่อสรางและพัฒนาชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะกระบวนการในการติดตั้งระบบเบรครถยนตใน
                ชั้น ปวช.2 สาขางานยานยนต
6. วิธีดําเนินงาน
           1. รวบรวมรายชื่อนักศึกษาที่ตองไดรับการพัฒนา
           2. วิเคราะหเนื้อหา และจัดสรางชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะกระบวนการในการติดตั้งระบบเบรค
                รถยนตในชั้น ปวช.2 สาขางานยานยนต
           3. แบงกลุมนักศึกษา และแนะนําการใชชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะกระบวนการในการติดตั้ง
                ระบบเบรครถยนตใหกับนักศึกษา จํานวน 12 คน
           4. ใหนักศึกษาดําเนินการศึกษาชุดฝก และนําไปลงมือปฏิบัติการฝกในโรงงาน
           5. ครูผูสอน ควบคุม สังเกตพฤติกรรม และใหขอเสนอแนะระหวางการฝกปฏิบัติอยางตอเนื่อง
           6. นักศึกษาทดสอบ ทดลองปฏิบัติงานจนเกิดทักษะ
           7. ใชกระบวนการกลุมในการสรุปผล และประเมินผลจากการฝกปฏิบัติ
           8. ครูผูสอนรวมกับนัก ศึกษาสรุปผลของทุ กกลุม ใหขอเสนอแนะจากการสังเกตการลงมือ
                ปฏิบัติกิจกรรม ใหขอเสนอแนะ รวมทั้งการปรับปรุงชุดฝกปฏิบัติ และประเมินผลรวมกัน



                                             วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                        18

7. นวัตกรรมที่ใชในการแกปญหา
        ชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะกระบวนการในการติดตั้งระบบเบรครถยนต สําหรับนักศึกษาชั้น ปวช. 2
สาขางานยานยนต ปการศึกษา 2545
8. วิธีการวัดผลและเครื่องมือเก็บรวบรวมขอมูล
          วิธีการวัดผล
              1. ใชวิธีการสังเกตพฤติกรรมในระหวางการฝกปฏิบัติ
              2. การตรวจสอบผลงาน
              3. ทดสอบผลงานจากการปฏิบัติ และใชแบบทดสอบเพื่อวัดความรูความเขาใจ
          เครื่องมือ       แบบสังเกตพฤติกรรม แบบประเมินตรวจสอบผลงาน และแบบทดสอบ
          เกณฑการผาน ผูเ รียนทัง 12 คนไดคะแนนตั้งแตรอยละ 60 ขึ้นไป
                                  ้
9. สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล           คารอยละ และคาเฉลี่ย
10. ระยะเวลาดําเนินการแกไขเสร็จ 5 สัปดาห
11. ผลการวิเคราะหขอมูล
                                    ประเมิน            ทดสอบ          การสังเกตรวมกิจกรรม          รวม
 ลําดับที่       ชื่อผูเรียน
                                ผลงาน 50 คะแนน        30 คะแนน             20 คะแนน              100 คะแนน
    1        นาย ขาว                  34                  22                   14                    70
    2        นายแดง                   32                  24                   14                     70
    3        นายดํา                   31                  26                   15                     72
    4        นายเขียว                 34                  24                   16                     74
    5        นาย......                34                  21                   14                     69
     6      นาย......                31                  23                    17                    71
     7      นาย......                32                  23                    14                    69
     8      นาย......                31                  24                    15                    70
     9      นาย......                30                  22                    14                    66
    10      นาย......                35                  22                    13                    70
    11      นาย......                36                  23                    16                    75
    12      นาย......                33                  21                    16                    70
         คะแนนสูงสุด                 36                  21                    17                    75
         คะแนนต่ําสุด                30                  21                    13                    66
           คาเฉลี่ย                32.75               22.92                 14.83                 70.50
          คารอยละ                 65.50               76.39                 74.17                 70.50



                                             วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                        19

          จากตาราง พบวา นักศึกษามีคาคะแนนรวมจากการประเมินทั้ง 3 เรื่อง อยูในระดับที่นาพอใจ ซึ่งมี
คาคะแนนรวมรอยละ 70.50 ในจํานวนดังกลาว มีนักศึกษามีคาคะแนนสูงสุด 75 คะแนน และคาคะแนน
ต่ําสุด 66 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน
12. การสรุปผลการวิจัย
          ผลจากการใชชุดฝกปฏิบัติเพื่อเสริมทักษะสําหรับนักศึกษาชั้น ปวช.2 สาขางานยานยนต ป
การศึกษา 2545 จํานวน 12 คน ปรากฏวา ผลสัมฤทธิ์จากการเรียนรูและการรวมกิจกรรมการฝกทักษะโดย
ใชชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะโดยรวม มีผลสัมฤทธิ์เปนที่นาพอใจ บรรลุตามวัตถุประสงคของการวิจัย นั่น
คือการนําเอาชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะกระบวนการมาใชในกระบวนการเรียนการสอนสามารถที่จะชวย
ครูผูสอนไดพัฒนาผูเรียนใหเกิดกระบวนการเรียนรู และสามารถเพิ่มทักษะสําหรับผูเรียนไดเปนอยางดี




                                             วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                                  20

                            แนวทางการเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน (2)

1. ชื่อเรื่อง การออกเสียง ร และคําควบกล้ําในวิชาภาษาไทยไมชดเจน ของนักเรียนชั้น ...... วิทยาลัย
                                                                            ั
      .................จํานวน ........ คน
2. ชื่อผูดําเนินการวิจัย ครูบังอร รักการสอน
3. ปญหาในการจัดการเรียนการสอน
           นักเรียนจํานวน .......คน มีปญหาการออกเสียง ร และคําควบกล้ําไมชัดเจน
4. สาเหตุของปญหา
             นั ก เรี ย นได รั บ การฝ ก การออกเสี ย ง ร และคํ า ควบกล้ํ า ไม เ พี ย งพอ ซึ่ ง ส ง ผลกระทบต อ การ
ตีความหมายของประโยคหรือขอความและการติดตอสื่อสารกับผูอื่น
5. วัตถุประสงคของการวิจัย
             2. เพื่อใหนักเรียนจํานวน ........คน มีความสามารถในดานการออกเสียง ร และคําควบกล้ําได
                    อยางมีถูกตอง
             3. เพื่อสร างนิ ท านภาพและจัด ทําคูมือการฝก อา นออกเสีย งคํ าที่มีเ สีย ง ร และคํา ควบกล้ํ า
                    นําไปใชกับนักเรียนที่อานออกเสียง ร และคําควบกล้ํา
6. วิธีดําเนินงาน
             1. รวบรวมรายชื่อจํานวนนักเรียนที่มปญหาในเรื่องอานออกเสียง ร และคําควบกล้ํา
                                                        ี
             2. ศึกษาวิธีการสรางนิทานภาพและคูมือการฝกออกเสียงคําที่มีเสียง ร และคําควบกล้ํา จาก
                    เอกสารตาง ๆ
             3. สรางนิทานภาพและจัดทําคูมือการฝกอานออกเสียงคําที่มีเสียง ร และคําควบกล้ํานําไปใชกับ
                    นักเรียนที่อานออกเสียง ร และคําควบกล้ําไดไมเกิน 8 คํา
             4. ใหนักเรียนที่มีปญหาอานทีละคนแลวบันทึกไว
             5. นํานิทานภาพและคูมือการฝกมาฝกนักเรียน สัปดาหละ 2 ครั้ง ชวงเลิกเรียน จํานวน 16
                    ครั้ง และประเมินผลการฝกทุกครั้งโดยใหไดตามเกณฑรอยละ 70 ของคําที่กําหนดให
                    ทั้งหมด เมื่อผานเกณฑแลวจึงจะสามารถฝกในครั้งตอไปได
             6. เมื่อฝกครบ 16 ครั้งแลว นําแบบทดสอบมาสอบนักเรียนทีละคนทั้ง 12 คนอีกครั้ง
             7. ประเมินผลรายบุคคลและภาพรวม
7. นวัตกรรมที่ใชในการแกปญหา         
             นิทานภาพและคูมือการฝกอานออกเสียงคําที่มีเสียง ร และคําควบกล้ํา สําหรับนักเรียนชั้น
             ............ วิทยาลัย ..................


                                                  วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                        21

8. วิธีการวัดผลและเครื่องมือการเก็บรวบรวมขอมูล
           วิธีการ การสังเกตพฤติกรรมการอานออกเสียง และการทดสอบ
           เครื่องมือ แบบสังเกตพฤติกรรมการอานออกเสียง และแบบทดสอบ
           เกณฑการผาน นักเรียนสามารถออกเสียงคําที่มเี สียง ร และคําควบกล้ํา ผานเกณฑการฝกใน
         แตละครั้ง
9. สถิติท่ใชในการวิเคราะหขอมูล
            ี                            การบรรยายคุณภาพ และคารอยละ
10. ระยะเวลาดําเนินการแกไขเสร็จ 8 สัปดาห
11. ผลการวิเคราะหขอมูล
           จากการสังเกตพฤติกรรมและการทดสอบหลังใชแบบฝก ปรากฏวา นักเรียนสามารถออกเสียง
คําที่มีเสียง ร และคําควบกล้ํา ไดจํานวนคํามากกวากอนการฝกทุกคน และผลการทดสอบสุดทายของ
ทุกคนผานเกณฑรอยละ 70 ซึ่งจากการทดลองใชนทานภาพและคูมอการฝกออกเสียง ชวยใหนกเรียน
                                                 ิ               ื                           ั
สามารถออกเสียงคําที่มีเสียง ร และคําควบกล้ําไดถูกตอง
12. การสรุปผล และขอเสนอแนะ
           จากการทดลองใชนทานภาพและคูมือการฝกออกเสียง ซึ่งชวยใหนกเรียนสามารถออกเสียงคํา
                              ิ                                         ั
ที่มีเสียง ร และคําควบกล้าไดถูกตอง และครูลําพาไดนาไปเผยแพรแกครูผูสอนชั้น ...........และชันอื่น ๆ
                            ํ                         ํ                                        ้
ที่มีปญหาในลักษณะเดียวกันนี้ แตจะตองปรับเนื้อเรื่องและสรางนิทานภาพใหเหมาะสมกับนักเรียนเพื่อ
นําไปใชแกปญหาไดอยางมีประสิทธิภาพตอไป
                 




                                             วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา                                                        22

แหลงขอมูล

ไพจิตร สดวกการ และ ศิรกาญจน โกสุมภ. ชุดฝกอบรมครู: ประมวลสาระ บทที่ 7 การวิจัยในชั้นเรียน.
                           ิ
         โครงการพัฒนาผูบริหารการศึกษา ผูบริหารสถานศึกษา ครู ผูนาชุมชนและผูนําองคกรปกครอง
                                                                        ํ
         สวนทองถิ่น, 2545
วิทยา ใจวิถี. เอกสารประกอบการวิจยในชันเรียน (ฉบับยอ). สืบคนจาก
                                      ั ้
         www.act.ac.th/download/inc_downloading.asp?iFile=2504 เมื่อ 18 สิงหาคม 2552
วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล. การพัฒนานวัตกรรมเพื่อสรางผลงานทางวิชาการ. ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา
         คณะศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร วิทยาเขตปตตานี, 2551
อุทุมพร จามรมาน. ชุดฝกอบรม เรื่อง การทําวิจัยในชั้นเรียน. 2545 สืบคนจาก
         http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~jutumpor เมื่อ 18 สิงหาคม 2552
Borg, R. and Gall, D. Educational Research: An Introduction (5th ed.). New York: Longman, 1989
Brien, R. Methodological Approach of Action Research. Faculty of Information Studies,
         University of Toronto, 1998.
Oliver, R. Exploring strategies for on-line teaching and learning. Distance Education, 1999.




                                             วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552

นวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา

  • 1.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552 wuttisak@pochanukul.com, http://www.pochanukul.com การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research) คือ กระบวนการวิจัยเพื่อการปรับปรุง พัฒนา และเพิ่ม พลังความสามารถของบุคคลในการปฏิบัติงาน โดยมีลักษณะเปนการเรียนรูโดยการทํางาน กําหนดปญหา ที่ตองการแกไข ทดลองปรับปรุงการทํางานเพื่อศึกษาผลการพัฒนา วิเคราะหแนวทางการปฏิบัติงานที่ ประสบความสํ า เร็ จ สะท อนความคิดและแบงปนประสบการณ และ นําประสบการณที่ไ ด ไปสูก าร ปรับปรุงพัฒนาการปฏิบัติงานในครั้งตอๆไป (Brien, 1998) การวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Action Research) เปนกระบวนการในการแกปญหาหรือพัฒนา กระบวนการจัดการเรียนรูในชั้นเรียนที่ครูรับผิดชอบอยางเปนระบบ เพื่อสืบคนใหไดสาเหตุของปญหา แล ว หาวิ ธี แ ก ไ ขหรื อ พั ฒ นาที่ เ ชื่ อ ถื อ ได เช น การสั ง เกต จดบั น ทึ ก และวิ เ คราะห ห รื อ สั ง เคราะห เพื่อนําไปสูการแกปญหาหรือพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนของครู และพัฒนาการเรียนรูของ ผูเรียนใหมีคุณภาพตามเปาหมายที่กําหนดไว เพื่อสงเสริมผูเรียนใหไดรับการพัฒนาตามธรรมชาติและ เต็มตามศักยภาพ(ไพจิตร สะดวกการ และ ศิริกาญจน โกสุมภ, 2545) ดังนั้น ดวยบทบาทของครูใน ภาระหนาที่ของการออกแบบการเรียนการสอน การจัดบรรยากาศ สภาพแวดลอม สื่อการเรียน และการ อํานวยความสะดวกใหผูเรียนเกิดการเรียนรู จึงทําใหครูตองเปลี่ยนบทบาทจากผูสอนมาเปนผูวิจัยเพื่อ พัฒนาการจัดการเรียนการสอน และการจัดกิจกรรมการเรียนรูของผูเรียนเพื่อพัฒนาและแกปญหาตางที่ เกิดขึ้นจากการจัดการเรียนการสอน การวิจัยในชั้นเรียน จึงเปนปจจัยที่มีความจําเปนอยางยิ่งตอการ พัฒนาการจัดการศึกษาและวิชาชีพครู หลักการการวิจยในชั้นเรียน (วิทยา ใจวิถี, มปป.) ั - การวิจัยในชั้นเรียน เปนกระบวนการแกปญหา และพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีเปาหมาย ที่สําคัญคือ การพัฒนาผูเรียนใหเปนบุคคลแหงการเรียนรู มีจิตใจที่ดีงาม และดํารงชีวิตอยูในสังคมได อยางมีความสุข - การวิจัยในชั้นเรียน เปนกระบวนการแกปญหาแบบการมีสวนรวมระหวางผูสอนกับผูเรียน อยางแทจริงที่ตอบสนองการเรียนรูที่เปนธรรมชาติ รวมทั้งพัฒนาคุณภาพการศึกษาอยางเปนระบบ
  • 2.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 2 - การวิจัยในชั้นเรียน มุงแกปญหาที่เกิดจากการจัดกิจกรรมการเรียนรูในชั้นเรียนเปนครั้ง ๆ ไป เปนการวิจัยปญหาของผูเรียนในชั้นเรียนของตนเอง เพื่อแกปญหาการเรียนการสอนเฉพาะชั้นเรียนนั้นๆ - เปาหมายที่สําคัญของการวิจัยในชั้นเรียน คือ การวิจัยเพื่อสรางและพัฒนางาน พัฒนาคน และพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา และองคความรูในศาสตรสาขาตาง ๆ ที่เปนประโยชนตอการ พัฒนากระบวนการเรียนรูที่สอดคลองและเหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกทั้งในปจจุบัน และอนาคตตอไป ขอบเขตการทําวิจัยในชั้นเรียน (วิทยา ใจวิถี, มปป.) - การวิจัยในชั้นเรียน กลุมตัวอยางและเปาหมายของการวิจัยจะใชกลุมตัวอยางขนาดเล็ก ใช ศึกษาในหองเรียนใดหองเรียนหนึ่งและมีเปาหมายคือการพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน เพราะเชื่อวา ถาครูใชกิจกรรมการสอนที่ดีและเหมาะสมกับผูเรียนยอมมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและบรรลุเปาหมาย ทางการพัฒนานักเรียน - การวิจัยในชั้นเรียน เปนการวิจัยโดยครูผูสอนในหองเรียนกับนักเรียนเพื่อแกปญหาหรือ พัฒนาการเรียนการสอนในวิชาที่ครูรับผิดชอบ - ขอบเขตการวิจัยในชั้นเรียนนั้นจะใหความสําคัญกับการคิดคนพัฒนานวัตกรรมเพื่อแกปญหา หรือพัฒนาการเรียนการสอนอยางเหมาะสม ความแตกตางระหวางการวิจัยในชั้นเรียน กับ การวิจัยทางการศึกษา (อุทุมพร จามรมาน, 2545) รายการ การวิจัยในชั้นเรียน การวิจัยทางการศึกษา 1. ใครทํา ครูประจําการ ครูที่วาง นิสิต นักศึกษา ที่ทําวิทยานิพนธ นักการศึกษา 2. ทําอะไร แกปญหานักเรียน บางคน บางเรื่อง แกปญหาทางการศึกษา 3. เริ่มที่ไหน สังเกตวานักเรียนบางคนเรียน ไมทัน การทบทวนรายงานวิจัยที่เกี่ยวของ เพื่อน มีพฤติกรรมแตกตางจากกลุม 4. ทําที่ไหน ในหอง/โรงเรียน ในหอง/โรงเรียน ที่อื่นๆ 5. การออกแบบการวิจัย ไมตอง (อยางเปนทางการ) ตอง 6. สรางเครื่องมือวัด ไมตอง ครูคือเครื่องมือเก็บขอมูลโดย ตอง เชน แบบสอบถาม แบบสํารวจ แบบ การสังเกต ซักถาม สัมภาษณ แบบวัดตาง ๆ แบบทดสอบ 7. ระบุประชากร กลุม ไมตองใชเลือกเฉพาะนักเรียนที่เปน ตอง ตัวอยางหรือไม ปญหา 8. เก็บขอมูลนานหรือไม ไมนาน นาน 9. ใชเวลาทํานานเทาไร 2 วัน – 2 สัปดาห 1 ปการศึกษาเปนอยางนอย 10. ใน 1 ภาค การศึกษาทํา หลายเรื่อง อาจได 1 เรื่อง ไดกี่เรื่อง วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 3.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 3 รายการ การวิจัยในชั้นเรียน การวิจัยทางการศึกษา 11. ใชสถิติหรือไม ไม ตอง 12. ทําเมื่อไร ทําไปสอนไป หนีสอนไปทํา 13. ทําเพื่ออะไร เพื่อแกปญหานักเรียน  เพื่อขอเปนผลงาน/องคความรู 14. ความยาว/เรื่อง 2 – 3 หนา 5 บท 15. เสียคาใชจายหรือไม ไมตองเสีย ตอง 16. อนาคตของผูทํา ครูมืออาชีพ นักวิจัยทางการศึกษา 17. ทําเพื่อใคร นักเรียน ตัวเอง 18. ชื่อเรื่อง “การแกปญหานักเรียน-กี่คน ชั้นใด ก. การหาความสัมพันธระหวาง เรื่องอะไร” ................... ข. การสํารวจ...................... ค. การทดลอง...................... ง. การเปรียบเทียบ................. จ. การพัฒนา......................... ฉ. การวิเคราะห...................... ช. การศึกษา........................... ซ. การทํานาย......................... ฌ. การสรุปอางอิง................... 19. ผลงานเอาไปทําอะไร ความเปนครู เพื่อนําไปขอผลงานในที่สุด 20. ขอบเขตที่ทํา ทําในหองเรียน/โรงเรียนของตน นอกโรงเรียนของตน กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู Active Learning to Action Research (ALAR Model) (adapted from Simple Action Research Model; Maclsaac, 1995 and Active Learning Design: Oliver, 1999) (วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล, 2552) วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 4.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 4 ALAR Model เปนเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเพื่อเปนเปนแนวทางในการดําเนินการวิจัยในในชั้นเรียน อันจะชวยครูผูสอนในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่แกปญหาการเรียนรูของผูเรียน ซึ่งพัฒนาจาก การบูรณาการแนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการ Action Research ของ Maclsaac (1995) เขากับรูปแบบการ ออกแบบการเรียนรู (Learning Design) ของ Oliver (1999) โดย ALAR Model ประกอบดวยโครงสราง หลัก 2 สวนคือ 1) กระบวนการวิจัยแบบ Action Research มี 4 ขั้นตอนคือ การวางแผน (plan) การ ดํ า เนิ น การ (action) การสั ง เกตและบั น ทึ ก ผล (observe) และการสะท อ นความคิ ด (reflection), และ 2) การออกแบบการเรียนรู โดยในแตละขั้นตอนของ Action Research ตองพิจารณาปจจัยการออกแบบ การเรียนรู 3 ประการควบคูกับไปดวยคือ - กิจกรรมการเรียนรู (Learning Tasks) ไดแก การออกแบบการสอน การกําหนดจุดประสงค การกําหนดวิธีจัดการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนรู การกําหนดบทบาทครูและบทบาทผูเรียน และ การวัดและประเมินผล - ทรัพยากรการเรียนรู (Learning Resources)ไดแก สื่อ วัสดุ อุปกรณ อาคาร-สถานที่ บุคลากร และสภาพแวดลอมการศึกษาตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับการจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยตรง - การสนับสนุนการเรียนรู (Learning Supports) ไดแก ปจจัยสนับสนุนอื่น ๆ ที่นอกเหนือจาก ทรัพยากรการเรียนรู เช น การสนั บสนุ นของผูบริหาร ความร วมมือของครูและบุคลากรภายในและ ภายนอกโรงเรียน หองสมุด แหลงเรียนรู ระบบเครือขายเทคโนโลยีสารสนเทศ เปนตน ซึ่งการนํา ALAR Model ไปใชในการปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียนมีรายละเอียดในแตละขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 การวางแผน (Plan) 1. วิเคราะหสภาพปญหาที่เกิดขึ้น และสงผลตอการเรียนรูของผูเรียน โดยวิเคราะหเกี่ยวกับ ปญหาที่เกิดจาก ครู ผูเรียน กิจกรรมการเรียนรู ทรัพยากรการเรียนรู และ การสนับสนุนการเรียนรู 2. วิเคราะหสาเหตุที่แทจริงของปญหาที่เกิดขึ้นในการจัดการเรียนการสอน 3. การกําหนดปญหาเพื่อนําไปสูการวิจัยในชั้นเรียน โดยตองพิจารณาวา เปนปญหาที่แทจริง ครูสามารถแกปญหานั้นไดดวยตนเอง  4. หาวิธีการในการแกไขปญหา ดวยการศึกษาจากเอกสาร งานวิจัย จากแหลงขอมูลตาง ๆ และ หรือ ปรึกษากับผูที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณในการแกปญหานั้น ๆ โดยครูตองสรุปขอมูลที่ เกี่ยวกับ - ปญหาที่เกิดขึ้นจะแกไดอยางไร - แนวทางแกปญหามีอะไรบาง วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 5.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 5 - จะใชวิธีการหรือนวัตกรรมใดในการแกปญหา - มีกระบวนการดําเนินการอยางไร - จะแกปญหาในชวงระยะเวลาใด 5. เขียนโครงรางการวิจัยในชั้นเรียน โดยการนําความรูที่ไดจากขอ 4 มาเขียนโครงรางการวิจัย โดยรายละเอียดประกอบดวย - ชื่อเรื่อง (แกปญหาอะไร ของใคร ดวยวิธีใด) - ชื่อผูวิจย ั - ปญหาและสาเหตุ (ปญหาแทที่ครูสามารถแกได และสาเหตุของปญหา) - วัตถุประสงคการวิจัย (เพื่อแกปญหาอะไร ของใคร ที่ไหน กี่คน) - วิธดําเนินการวิจัย (วิธีการที่คาดวาจะแกไขปญหาได ขั้นตอนในการดําเนินงาน) ี - นวัตกรรมในการแกปญหา (ใชวิธีการ สื่อ หรือทรัพยากรการเรียนรูอื่นๆ มีลักษณะ อยางไร วิธการสราง การหาประสิทธิภาพ การนํานวัตกรรมไปใช) ี - วิธีการและเครื่องมือที่ใชเก็บขอมูล (จะรูไดอยางไรวาประสบความสําเร็จ) - สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล (ถามี) - ระยะเวลาในการดําเนินการวิจัย - ผลที่คาดวาจะไดรับ (พฤติกรรมของผูเรียนที่ไดรับการแกไขแลวคืออะไร) ขั้นที่ 2 การดําเนินการ (Action) 1. ออกแบบการเรียนรู ดวยการพิจารณาปจจัยหลัก 3 ประการ คือ - กิจกรรมการเรียนรู (Learning Tasks) ไดแก การกําหนดเนื้อหา กิจกรรมที่จะเกิดขึ้น บทบาทของผูเรียน บทบาทของผูสอน ผลที่คาดหวังจากการเรียนรู และวิธีวัดและ ประเมินผลการเรียนรู - ทรัพยากรการเรียนรู (Learning Resources) ไดแก การเลือก ปรับปรุง หรือ สราง นวัตกรรมหรือทรัพยากรที่เหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนรูที่กําหนดไว เชน เอกสาร แบบเรียน สื่อ วัสดุ อุปกรณ แบบวัดและประเมินผล ทรัพยากรบุคคล และ สภาพแวดลอมทางการเรียนรูตาง ๆ รวมทั้งการเตรียมความพรอมในการใชและ การบํารุงรักษาทรัพยากรเหลานั้นดวย - การสนับสนุนการเรียนรู (Learning Supports) ไดแก ปจจัยตางๆ ที่ชวยใหกิจกรรม การเรี ย นรู ที่ กํ า หนดไว ดํ า เนิ น ไปอย า งราบรื่ น ปราศจากอุ ป สรรคและข อ จํ า กั ด ซึ่ง นอกเหนื อจากทรั พ ยากรการเรีย นรู เช น แหลงข อมู ลเพิ่ม เติ ม ห องสมุ ด เทคโนโลยี บุคคล และ สถานที่ เปนตน วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 6.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 6 การออกแบบการเรียนรู (วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล, 2552) 2. การพัฒนานวัตกรรมเพื่อแกปญหาการเรียนรูของผูเรียน นวัตกรรม หมายถึง การนําสิ่งใหม ๆ อาจเปนแนวความคิด หรือ สิ่งประดิษฐใหม ๆ หรือเปน การพัฒนาดัดแปลงจากของเดิมที่มีอยูแลวใหทันสมัยและไดผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูง กวาเดิม นวัตกรรมการศึกษา หมายถึง การนําเอาสิ่งใหม ๆ ซึ่งอาจจะอยูในรูปของความคิด หรือการ กระทํา รวมทั้งสิ่งประดิษฐใหม ๆ หรือเปนการพัฒนาดัดแปลงจากของเดิมที่มีอยูแลว เขามาใชในระบบ การศึกษาเพื่อมุงหวังที่จะเปลี่ยนแปลงใหระบบการจัดการศึกษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ความสําคัญของนวัตกรรมตอการศึกษา 1. เพื่อใหทันสมัยตอการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป 2. เพื่อแกไขปญหาทางดานการศึกษาบางอยางที่เกิดขึ้นอยางมีประสิทธิภาพ 3. เพื่อแกไขปญหาทางดานการศึกษาในบางเรื่อง เชน ปญหาที่เกี่ยวเนื่องกับจํานวนผูเรียน การพัฒนาหลักสูตรใหทันสมัย การผลิตและพัฒนาสื่อใหม ๆ ขึ้นมา 4. เพื่อตอบสนองการเรียนรูของมนุษยใหเพิ่มมากขึ้นดวยระยะเวลาที่สั้นลง 5. การใชนวัตกรรมมาประยุกตในระบบการบริหารจัดการดานการศึกษา เพื่อชวยใหการใช ทรัพยากรการเรียนรูเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 7.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 7 ประเภทของนวัตกรรมทางการศึกษา นวัตกรรมทางการศึกษาที่ใชแกปญหาหรือพัฒนาการเรียนการสอนมีหลายประเภท ในที่นี้ขอ นํา เสนอตัวอยางนวัตกรรมทางการศึกษาที่นิยมใชกันมากเพราะสะดวก ประหยัด สามารถจัดทําได ดวยตนเอง และงายแกการนําไปใช มี 2 ประเภท คือ สื่อการเรียนการสอนที่ประดิษฐ (Invention) และ เทคนิคการสอนกิจกรรมการพัฒนา หรือเทคนิควิธีสอน (Instruction) (วิทยา ใจวิถี, มปป.) ประเภทของนวัตกรรมการศึกษา สื่อการสอน เทคนิควิธีการสอน สื่อสิ่งพิมพ สื่อโสตทัศน สื่ออิเลคทรอนิกส - แบบศูนยการเรียน - แบบการแสดงบทบาทสมมติ - เอกสารประกอบการสอน - ภาพยนตร วีดีทัศน - e-Book - การสอนซอมเสริม - บทเรียนสําเร็จรูป - สไลด แผนใส - CAI - แบบโครงงาน - ชุดการสอน/ชุดการเรียน - เทปเพลง แผนเสียง ซีดี - WBI - แบบปญหาเปนฐาน - รายงานการศึกษาคนควา - หุนจําลอง - WebQuest - แบบสมองเปนฐาน - รายงานโครงงาน - บัตรคํา แผนปาย - Learning Object - แบบรวมมือ - - ฯลฯ - - ฯลฯ - Blog - แบบโตวาที - Wiki - แบบกรณีศึกษา - Video on Demand - แบบเขียนแผนผังความคิด - Virtual Classroom - ฯลฯ - ฯลฯ กระบวนการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา Rogers (1983) ไดเสนอขั้นตอนในการพัฒนานวัตกรรมไวใน The Innovation-development Process ประกอบดวย 6 ขั้นตอน ประกอบดวย 1. การวิเคราะหความตองการหรือปญหา (Needs/Problems) 2. ศึกษาขอมูลหรือวิจัยเอกสาร (Research in basic and applied) 3. การพัฒนานวัตกรรม (Development) ดวยกระบวนการ R&D 4. การเตรียมนวัตกรรมเพื่อการนําไปใชงาน (Commercialization) 5. การแพรกระจายนวัตกรรม (Diffusion and Adoption) 6. การศึกษาผลการใชนวัตกรรม (Consequences) วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 8.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 8 ในขั้ น ตอนของการพั ฒ นานวั ต กรรมนั้ น นั ก การศึ ก ษานิ ย มใช รู ป แบบการวิ จั ย และพั ฒ นา (Research and Development : R&D ของ Walter R. Borg and Meredith D. Gall) เปนระเบียบวิธีวิจัยใน การพัฒนานวัตกรรม โดยมีรายละเอียดของแตละขั้นตอนดังนี้ Research and Development ของ Walter R. Borg and Meredith D. Gall, 1989 1. การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ หมายถึง การศึกษาปญหาในการจัดการเรียน การสอน การศึกษาเอกสารและงานวิจัยเพื่อคนหาแนวทางที่เหมาะสมในการแกปญหา รวมทั้งความรู ที่จะใชในการพัฒนาสื่อและนวัตกรรม 2. การวางแผนพั ฒ นานวั ต กรรม หมายถึ ง การเตรี ย มการในด า นต า ง ๆ เช น หลั ก สู ต ร ระยะเวลา งบประมาณ วัสดุ-อุปกรณ บุคลากร ผูเชี่ยวชาญ กลุมตัวอยาง ฯลฯ วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 9.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 9 3. การสรางนวัตกรรมตนแบบ หมายถึง การลงมือทําเพื่อสรางนวัตกรรมตนแบบ โดยมีการ ดําเนินงานดังนี้ - กําหนดเปาหมายและวัตถุประสงคของนวัตกรรม การสรางแผนการสอนและกําหนดเนื้อหา และการสร า งแบบทดสอบก อ นเรี ย น-หลั ง เรี ย น (โดยการวิ เ คราะห ค วามสอดคล อ งกั บ วัตถุประสงคโดยผูเชี่ยวชาญ และการวิเคราะหหาความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ) - วิเคราะหโครงสรางนวัตกรรม ออกแบบขั้นแรก ประเมินและแกไขการออกแบบนวัตกรรม - เขียนแผนผังเพื่อใหเห็นโครงสรางทั้งหมดของนวัตกรรมที่จะสราง - รางลักษณะของนวัตกรรมแตสวนใหเห็นถึงรายละเอียดของนวัตกรรม - สรางนวัตกรรมตามที่ไดออกแบบไว - ผลิตเอกสารประกอบ ไดแก คูมือครู คูมือการใช คูมือนักเรียน เปนตน - ประเมินคุณภาพนวัตกรรมโดยผูเชี่ยวชาญในสาขาที่พัฒนานวัตกรรม จํานวน 3-5 คน และ ปรับปรุงตามคําแนะนําของผูเชี่ยวชาญ 4. การทดลองแบบหนึ่งตอหนึ่ง หมายถึง การทดลองใชนวัตกรรมกับผูเรียนทีละคน จํานวน 3 คน โดยสุมเลือกนักเรียนที่มีผลการเรียน เกง ปานกลาง และออน อยางละ 1 คน โดยผูพัฒนานวัตกรรม สังเกตการใชนวัตกรรมของแตละคนอยางใกลชิด 5. การประเมินคุณภาพนวัตกรรมและปรับปรุงครั้งที่ 1 หมายถึงการนําผลการทดลองแบบหนึ่ง ตอหนึ่งมาประเมินคุณภาพและปรับปรุงนวัตกรรมใหเหมาะสมยิ่งขึ้น 6. การทดลองแบบกลุมเล็ก หมายถึงการทดลองใชนวัตกรรมกับผูเรียนกลุมเล็ก จํานวน 9 คน โดยสุมเลือกนักเรียนที่มีผลการเรียน เกง ปานกลาง และออน อยางละ 3 คน 7. การประเมินประสิทธิภาพและปรับปรุงครั้งที่ 2 หมายถึงการนําผลการทดลองมาวิเคราะห ขอมูล หากผานเกณฑที่กําหนดก็สามารถนํานวัตกรรมไปทดลองขั้นตอไปได แตหากไมผานตองมีการ ปรับปรุงและนําไปทดลองกลุมเล็กกับนักเรียนชุดใหมอีกครั้ง 8. การทดลองแบบกลุมใหญ หมายถึงการทดลองใชนวัตกรรมกับผูเรียนกลุมใหญ จํานวน 30 คน โดยสุมเลือกนักเรียนที่มีผลการเรียน เกง ปานกลาง และออน อยางละ 10 คน (สําหรับการวิจัย ในชั้นเรียน สามารถใชขั้นตอนนี้ในการนํานวัตกรรมไปใชเพื่อแกปญหาการเรียนการสอนในสภาพจริง เนื่องจากเปนการวิจัยที่ดําเนินการกับกลุมประชากรโดยตรง) 9. การประเมินประสิทธิภาพและปรับปรุงครั้งที่ 3 หมายถึงการนําผลการทดลองมาวิเคราะห ขอมูล หากผานเกณฑที่กําหนดก็สามารถสรุปผลการพัฒนานวัตกรรมตอไป แตหากไมผานตองมีการ ปรับปรุงและนําไปทดลองกลุมใหญกับนักเรียนชุดใหมอีกครั้ง 10. การสรุปผล นําไปใช และเผยแพร หมายถึงการสรุปผลหรือเขียนรายงานผลการพัฒนา นวัตกรรมโดยจัดทําเปนผลงานทางวิชาการ รวมถึงการนําไปใชในการจัดการเรียนการสอนและเผยแพร วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 10.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 10 การหาประสิทธิภาพนวัตกรรม (วิทยา ใจวิถี, มปป.) หลังจากการทดลองใชนวัตกรรมกับกลุมเล็ก และกลุมใหญแลว ผูพัฒนานวัตกรรมควรตอง ดําเนินการเพื่อหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมโดยมีวิธการดังนี้ ี 1. วิธีบรรยายเปรียบเทียบสภาพกอนและหลังการใชนวัตกรรม โดยการบันทึกหรือเก็บขอมูลที่ ไดจากการวัดผลผูเรียนดวยเครื่องมือตาง ๆ ทั้งกอนและหลังการใชนวัตกรรม แลวจึงนําขอมูลเหลานั้นมา ประกอบการบรรยายเชิงคุณภาพเพื่อแสดงใหเห็นวาหลังการใชนวัตกรรมแลวผูเรียนมีการพัฒนาเพิ่มขึ้น เปนที่นาพอใจมากนอยเพียงใด 2. วิ ธี นิ ย ามตั ว บ ง ชี้ ที่ แ สดงผลลั พ ธ ที่ ต อ งการ แล ว เปรี ย บเที ย บข อ มู ล ก อ นใช แ ละหลั ง ใช นวัตกรรม เชน กําหนดผลสัมฤทธิ์ไว รอยละ 65 แสดงวาหลังจากการใชนวัตกรรมแลวผูเรียนทุกคนที่เปน กลุมทดลองจะตองผานเกณฑที่กําหนดไวคือ รอยละ 65 จึงจะถือวานวัตกรรมนั้นมีประสิทธิภาพ 3. วิธีคํานวณหาอัตราสวน ระหวางรอยละของจํานวนผูเรียนที่สอบแบบทดสอบอิงเกณฑผาน เกณฑที่กําหนดไว (P1) ตอรอยละของคะแนนเต็มที่กําหนดเกณฑการผานไว(P2) เชน P1 : P2 = 70 : 60 หมายความวา กําหนดเกณฑการผานไววาตองมีผูเรียนรอยละ 70 ของจํานวนผูเรียนทั้งหมด ผานเกณฑ รอยละ 60 ของคะแนนเต็ม จึงจะแสดงวานวัตกรรมนั้นมีประสิทธิภาพ ขั้นที่ 3 การสังเกตและบันทึกผล (Observe) 1. การนํานวัตกรรมไปใชในการจัดการเรียนรูเพื่อแกปญหาของผูเรียน 2. สังเกตและบันทึกการดําเนินการวิจัยทุกขั้นตอน โดยกระบวนการ, การปฏิบัติ, และผลลัพธ 3. ประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนรูทั้งในสวนของกิจกรรมการเรียนรู ทรัพยากรการเรียนรู และการสนับสนุนการเรียนรู 4. วัดและประเมินพฤติกรรมการเรียนรูของผูเรียน 5. เครื่องมือสําหรับการเก็บขอมูล มีไดทั้งในลักษณะของการวิจัยเชิงปริมาณ เชน แบบทดสอบ และการวิจยเชิงปริมาณ เชน แบบสังเกต แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ เปนตน ั ขั้นที่ 4 การสะทอนความคิด (Reflection) 1. วิเคราะหขอมูลและสรุปผลการการดําเนินงาน 2. จั ด ทํ า บั น ทึ ก เพื่ อ สะท อ นความคิ ด จากการดํ า เนิ น การวิ จั ย ทั้ ง ในส ว นของ แนวคิ ด , กระบวนการ, ผลการเรียนรูของผูเรียน, ประโยชน, อุปสรรค, และแนวทางในการแกไข 3. จัดทําเอกสารรายงานผลการวิจัย และเผยแพรผลงานวิจัย 4. นําผลการวิจัยไปสูการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและวิชาชีพครู 5. ปรับปรุงการวางแผนอีกครั้งเพื่อการดําเนินการวิจัยในครั้งตอๆ ไป วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 11.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 11 การเขียนรายการการวิจัยในชั้นเรียน (วิทยา ใจวิถี, มปป.) เมื่อครูทําวิจัยในชั้นเรียนเพื่อแกปญหาใดๆ ประสบความสําเร็จแลวใหจัดทํารายงานการวิจัยใน ชั้นเรียนเรื่องนั้น ๆ เปนการเขียนรายงานงานวิจัยตั้งแตเริ่มตนวิเคราะหและสํารวจปญหา การพัฒนา นวัตกรรม การทดลองใชเพื่อแกปญหาจนกระทั่งถึงการวิเคราะหผล สรุปผล อภิปราย และขอเสนอแนะ การเขียนรายงานการวิจัยเปนการเสนอสิ่งที่ไดศึกษาคนควาอยางเปนระบบใหผูอื่นทราบโดยมีหัวขอการ เขียนรายงานวิจัยในชั้นเรียน ดังนี้ 1. ชื่อเรื่อง 2. ชื่อผูวิจย ั 3. ปญหาในการจัดการเรียนการสอน 4. สาเหตุของปญหา 5. วัตถุประสงคของการวิจัย 6. วิธีดําเนินงาน 7. นวัตกรรมที่ใชในการแกปญหา 8. วิธีการและเครื่องมือที่ใชในการเก็บขอมูล 9. สถิตที่ใชในการวิเคราะหขอมูล ิ 10. ระยะเวลาดําเนินการ 11. ผลการวิเคราะหขอมูล 12. สรุปและอภิปรายผลการวิจัย การนําผลการวิจัยไปใช (วิทยา ใจวิถี, มปป.) ครูผูสอนสามารถนําผลการวิจัยในชั้นเรียนไปใชดังนี้ 1. นําไปใชในการพัฒนา ปรับปรุงการเรียนการสอนในหองเรียน - ใชแกปญหาการเรียนการสอนโดยตรง เชน การใชเทคนิคการสอนซอมเสริมแบบตางๆ ที่ครู คิดคนขึ้นมาแลวนําไปสอนซอมเสริมผูเรียนที่เรียนชา - ใชเปนขอมูลในการปรับปรุงการเรียนการสอน - ใชในการพัฒนาหลักสูตร 2. นําไปใชเปนขอมูลพื้นฐานในการพัฒนาการเรียนการสอน - เผยแพรเพื่อใหบุคคลอื่น หรือหนวยงานที่เกี่ยวของนําไปใชประโยชนในการอางอิง - เผยแพรแกบุคคลอื่น หรือหนวยงานที่เกี่ยวของ เพื่อใหเกิดแนวทางในการศึกษาคนหาความรู ใหมที่ลกซึ้งและมีประโยชนตอไป ึ วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 12.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 12 3. นําไปใชในการพัฒนาวิชาชีพ - การวิจัยในชั้นเรียน นอกจากจะเปนการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนแลว ยังเปนการ พัฒนาวิชาชีพของครูอีกดวย คือ เมื่อครูทําการวิจัยในชั้นเรียน ทําใหเปนการเสริมสรางความรูทางวิชาการ ของตนเอง ทําใหครูมีนวัตกรรม ที่มีคุณภาพ ซึ่งทําใหเกิดมาตรฐานในการเรียนการสอนตามระบบการ ประกันคุณภาพการศึกษา ตอไป สรุปลักษณะการวิจัยในชันเรียน (วิทยา ใจวิถี, มปป.) ้ 1. ผูทําวิจัยยังคงทํางานตามปกติของตน 2. ไมตองสรางเครื่องมือวิจัย (แตสรางเครื่องวัดผล) 3. ไมมีขอมูลจํานวนมาก และไมตองใชสถิติที่ซับซอน 4. ขอมูลสวนใหญมาจากการสังเกต การพูดคุย และใชการวิเคราะหเนื้อหา 5. ไมตองทบทวนรายงานวิจยที่เกี่ยวของ ั 6. ใชเวลาทําวิจัยไมนาน 7. ความยาว 2 – 3 หนาตอเรื่อง 8. นักเรียนไดรับการพัฒนา 9. ไมมีระบุประชากร การสุมตัวอยาง 10. ไมตองใชสถิติสรุปอางอิง และไมมระดับนัยสําคัญ ี 11. ไมมีการทดสอบกอน หลัง 12. ไมมีกลุมทดลอง และกลุมควบคุม 13. เนนการแกไขที่สาเหตุของปญหาของนักเรียน บางคน บางเรื่อง วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 13.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 13 แนวทางการเขียนเคาโครงการวิจัยในชั้นเรียน (1) (วิทยา ใจวิถี, มปป.) 1. ชื่อเรื่อง การฝกทักษะกระบวนการในการตรวจซอมและติดตั้งระบบเบรครถยนต สําหรับนักศึกษา ชั้น ปวช.2 สาขางานยานยนต ปการศึกษา 2545 วิทยาลัยเทคนิคหวยแกว จ.เชียงใหม จํานวน 20 คน 2. ชื่อผูดําเนินการวิจย นายวิทยา ใจวิถี ั 3. ปญหาในการจัดการเรียนการสอน “นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์เรื่องการตรวจซอม และติดตั้งระบบเบรครถยนตอยูในเกณฑต่ํา” 4. สาเหตุของปญหา นักศึกษามีโอกาสในการรับการฝกปฏิบัติเพื่อใหเกิดทักษะกระบวนการไมเพียงพอ เนื่องมาจาก เวลาการฝ ก ปฏิ บั ติ มี จํ า นวนจํ า กั ด รวมทั้ ง ยั ง ขาดสื่ อ การเรี ย นการสอนที่ เ ป น ตั ว ช ว ยในการเสริ ม ประสบการณการเรียนที่เหมาะสม 5. วัตถุประสงคของการวิจัย 1. เพื่อใหนักศึกษาชั้น ปวช.2 สาขางานยานยนต ปการศึกษา 2545 วิทยาลัยเทคนิคหวยแกว มี ความสามารถดานการฝกทักษะกระบวนการในการตรวจซอมและติดตั้งระบบเบรครถยนตไดอยางมี ประสิทธิภาพ จํานวน 20 คน 2. เพื่อสรางและพัฒนาชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะกระบวนการในการตรวจซอมและติดตั้งระบบ เบรครถยนตในชั้น ปวช.2 สาขางานยานยนต 6. วิธีดําเนินงาน 1. รวบรวมรายชื่อนักศึกษาที่ตองไดรับการพัฒนา 2. วิเคราะหเนื้อหา และจัดหา จัดสรางชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะกระบวนการในการตรวจซอม และติดตั้งระบบเบรครถยนตในชั้น ปวช.2 สาขางานยานยนต 3. แบงกลุมนักศึกษา และแนะนําการใชชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะกระบวนการในการตรวจซอม และติดตั้งระบบเบรครถยนตใหกับนักศึกษา จํานวน 20 คน 4. ใหนักศึกษาดําเนินการศึกษาชุดฝก และนําไปลงมือปฏิบัติการฝกในโรงงาน 5. ครูผูสอน ควบคุม สังเกตพฤติกรรม และใหขอเสนอแนะระหวางการฝกปฏิบัติอยางตอเนื่อง 6. นักศึกษาทดสอบ ทดลองปฏิบัติงานจนเกิดทักษะ 7. ใชกระบวนการกลุมในการสรุป และประเมินผลจากการฝกปฏิบัติ 8. ครูผูสอนรวมกับนัก ศึกษาสรุปผลของทุกกลุม ใหขอเสนอแนะจากการสังเกตการลงมือ ปฏิบัติกิจกรรม ใหขอเสนอแนะ รวมทั้งการปรับปรุงชุดฝกปฏิบัติ และประเมินผลรวมกัน  วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 14.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 14 7. นวัตกรรมที่ใชในการแกปญหา ชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะกระบวนการในการตรวจซอมและติดตั้งระบบเบรครถยนต สําหรับ นักศึกษาชั้น ปวช.2 สาขางานยานยนต ปการศึกษา 2545 8. วิธีการวัดผลและเครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล วิธีการวัดผล 1. ใชวิธีการสังเกตพฤติกรรมในระหวางการฝกปฏิบติ ั 2. การตรวจสอบผลงาน 3. ทดสอบผลงานจากการปฏิบัติ และใชแบบทดสอบเพื่อวัดความรูความเขาใจ  เครื่องมือ แบบสังเกตพฤติกรรม แบบประเมินตรวจสอบผลงาน และแบบทดสอบ เกณฑการผาน ผูเรียนแตละคนไดคะแนนรวมตั้งแตรอยละ 60 ขึ้นไป 9. สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล คารอยละ และคาเฉลี่ย 10. ระยะเวลาดําเนินการแกไขเสร็จ 10 สัปดาห 11. ความคาดหวัง 1. นักศึกษาชั้น ปวช.2 จํานวน 20 คน สาขางานยานยนต ปการศึกษา 2545 วิทยาลัยเทคนิคหวย แกว มีความสามารถดานการฝกทักษะกระบวนการในการตรวจซอมและติดตั้งระบบเบรครถยนตไดอยาง มีประสิทธิภาพ อยางนาพอใจ 2. ไดชุดฝกปฏิบติเสริมทักษะกระบวนการในการตรวจซอมและติดตั้งระบบเบรครถยนตในชั้น ั ปวช.2 สาขางานยานยนตที่มีประสิทธิภาพ วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 15.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 15 แนวทางการเขียนเคาโครง การวิจัยในชั้นเรียน (2) (วิทยา ใจวิถี, มปป.) 1. ชื่อเรื่อง การออกเสียง ร และคําควบกล้ําในวิชาภาษาไทยไม ชัดเจน ของนักเรียนชั้น ......โรงเรียน / วิทยาลัย ........................จํานวน ........ คน 2. ชื่อผูดําเนินการวิจัย ครูลําพา รักการสอน 3. ปญหาในการจัดการเรียนการสอน นักเรียนจํานวน ..........คน มีปญหาการออกเสียง ร และคําควบกล้ําไมชัดเจน 4. สาเหตุของปญหา นั ก เรี ย นได รั บ การฝ ก การออกเสี ย ง ร และคํ า ควบกล้ํ า ไม เ พี ย งพอ ซึ่ ง ส ง ผลกระทบต อ การ ตีความหมายของประโยคหรือขอความและการติดตอสื่อสารกับผูอื่น 5. วัตถุประสงคของการวิจัย 1. เพื่อใหนักเรียนจํานวน ........คน มีความสามารถในดานการออกเสียง ร และคําควบกล้ําได อยางมีถูกตอง 2. เพื่อสร างนิท านภาพและจั ด ทําคูมือการฝก อา นออกเสี ย งคํ าที่มีเ สีย ง ร และคํา ควบกล้ํ า นําไปใชกับนักเรียนที่อานออกเสียง ร และคําควบกล้ํา 6. วิธดาเนินงาน ี ํ 1. รวบรวมรายชื่อจํานวนนักเรียนที่มีปญหาในเรื่องอานออกเสียง ร และคําควบกล้ํา 2. สรางนิทานภาพและจัดทําคูมือการฝกอานออกเสียงคําที่มีเสียง ร และคําควบกล้ํานําไปใชกับ นักเรียนที่อานออกเสียง ร และคําควบกล้ําไดไมเกิน 8 คํา 3. ใหนกเรียนอานทีละคน แลวบันทึกไว ั 4. นํานิทานภาพและคูมือการฝกมาฝกนักเรียน สัปดาหละ 2 ครั้ง ชวงเลิกเรียน จํานวน 16 ครั้ง และประเมินผลการฝกทุกครั้งใหไ ด ตามเกณฑที่ กําหนด เมื่ อผานเกณฑ แลว จึง จะ สามารถฝกในครั้งตอไปได 5. เมื่อฝกครบ 16 ครั้งแลว นําแบบทดสอบมาสอบนักเรียนทีละคนอีกครั้ง 6. ประเมินผลรายบุคคลและภาพรวม 7. นวัตกรรมที่ใชในการแกปญหา นิทานภาพและคูมือการฝกอานออกเสียงคําที่มีเสียง ร และคําควบกล้ํา สําหรับนักเรียนชั้น..... โรงเรียน / วิทยาลัย ............. วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 16.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 16 8. วิธีการวัดผลและเครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล วิธีการ การสังเกตพฤติกรรม และการทดสอบ เครื่องมือ แบบสังเกตพฤติกรรม และแบบทดสอบ เกณฑการผาน นักเรียนสามารถออกเสียงคําที่มีเสียง ร และคําควบกล้ํา เพิ่มมากขึ้นรอยละ 60 9. สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล การบรรยายคุณภาพ และคารอยละ 10. ระยะเวลาดําเนินการแกไขเสร็จ 8 สัปดาห 11. ความคาดหวัง 1. นักเรียนจํานวน ........คน มีความสามารถในดานการออกเสียง ร และคําควบกล้ําไดอยางมี ถูกตอง 2. ไดนิทานภาพและคูมือการฝกอานออกเสียงคําที่มีเสียง ร และคําควบกล้ํา นําไปใชกับนักเรียน ที่อานออกเสียง ร และคําควบกล้ํา ไดอยางมีประสิทธิภาพ วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 17.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 17 แนวการเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน (1) (วิทยา ใจวิถี, มปป.) 1. ชื่อเรื่อง การฝกทักษะกระบวนการในการติดตั้งระบบเบรครถยนต สําหรับนักศึกษาชั้น ปวช.2 สาขางาน ยานยนต ปการศึกษา 2545 วิทยาลัยเทคนิคหวยแกว จ.เชียงใหม จํานวน 12 คน 2. ชื่อผูดําเนินการวิจัย นายวิทยา ใจวิถี 3. ปญหาในการจัดการเรียนการสอน “นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์เรื่องการติดตั้งระบบเบรครถยนตอยูในเกณฑต่ํา” 4. สาเหตุของปญหา นักศึกษาไดรับการฝกปฏิบัติในเรื่องการติดตั้งระบบเบรครถยนตเพื่อใหเกิดทักษะกระบวนการ ไมเพียงพอ 5. วัตถุประสงคของการวิจัย 1. เพื่อใหนักศึกษาชั้น ปวช.2 สาขางานยานยนต ปการศึกษา 2545 วิทยาลัยเทคนิคหวยแกว มี ความสามารถด า นการฝ ก ทั ก ษะกระบวนการในการติ ด ตั้ง ระบบเบรครถยนตไ ด อย า งมี ประสิทธิภาพ จํานวน 12 คน 2. เพื่อสรางและพัฒนาชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะกระบวนการในการติดตั้งระบบเบรครถยนตใน ชั้น ปวช.2 สาขางานยานยนต 6. วิธีดําเนินงาน 1. รวบรวมรายชื่อนักศึกษาที่ตองไดรับการพัฒนา 2. วิเคราะหเนื้อหา และจัดสรางชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะกระบวนการในการติดตั้งระบบเบรค รถยนตในชั้น ปวช.2 สาขางานยานยนต 3. แบงกลุมนักศึกษา และแนะนําการใชชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะกระบวนการในการติดตั้ง ระบบเบรครถยนตใหกับนักศึกษา จํานวน 12 คน 4. ใหนักศึกษาดําเนินการศึกษาชุดฝก และนําไปลงมือปฏิบัติการฝกในโรงงาน 5. ครูผูสอน ควบคุม สังเกตพฤติกรรม และใหขอเสนอแนะระหวางการฝกปฏิบัติอยางตอเนื่อง 6. นักศึกษาทดสอบ ทดลองปฏิบัติงานจนเกิดทักษะ 7. ใชกระบวนการกลุมในการสรุปผล และประเมินผลจากการฝกปฏิบัติ 8. ครูผูสอนรวมกับนัก ศึกษาสรุปผลของทุ กกลุม ใหขอเสนอแนะจากการสังเกตการลงมือ ปฏิบัติกิจกรรม ใหขอเสนอแนะ รวมทั้งการปรับปรุงชุดฝกปฏิบัติ และประเมินผลรวมกัน วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 18.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 18 7. นวัตกรรมที่ใชในการแกปญหา ชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะกระบวนการในการติดตั้งระบบเบรครถยนต สําหรับนักศึกษาชั้น ปวช. 2 สาขางานยานยนต ปการศึกษา 2545 8. วิธีการวัดผลและเครื่องมือเก็บรวบรวมขอมูล วิธีการวัดผล 1. ใชวิธีการสังเกตพฤติกรรมในระหวางการฝกปฏิบัติ 2. การตรวจสอบผลงาน 3. ทดสอบผลงานจากการปฏิบัติ และใชแบบทดสอบเพื่อวัดความรูความเขาใจ เครื่องมือ แบบสังเกตพฤติกรรม แบบประเมินตรวจสอบผลงาน และแบบทดสอบ เกณฑการผาน ผูเ รียนทัง 12 คนไดคะแนนตั้งแตรอยละ 60 ขึ้นไป ้ 9. สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล คารอยละ และคาเฉลี่ย 10. ระยะเวลาดําเนินการแกไขเสร็จ 5 สัปดาห 11. ผลการวิเคราะหขอมูล ประเมิน ทดสอบ การสังเกตรวมกิจกรรม รวม ลําดับที่ ชื่อผูเรียน ผลงาน 50 คะแนน 30 คะแนน 20 คะแนน 100 คะแนน 1 นาย ขาว 34 22 14 70 2 นายแดง 32 24 14 70 3 นายดํา 31 26 15 72 4 นายเขียว 34 24 16 74 5 นาย...... 34 21 14 69 6 นาย...... 31 23 17 71 7 นาย...... 32 23 14 69 8 นาย...... 31 24 15 70 9 นาย...... 30 22 14 66 10 นาย...... 35 22 13 70 11 นาย...... 36 23 16 75 12 นาย...... 33 21 16 70 คะแนนสูงสุด 36 21 17 75 คะแนนต่ําสุด 30 21 13 66 คาเฉลี่ย 32.75 22.92 14.83 70.50 คารอยละ 65.50 76.39 74.17 70.50 วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 19.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 19 จากตาราง พบวา นักศึกษามีคาคะแนนรวมจากการประเมินทั้ง 3 เรื่อง อยูในระดับที่นาพอใจ ซึ่งมี คาคะแนนรวมรอยละ 70.50 ในจํานวนดังกลาว มีนักศึกษามีคาคะแนนสูงสุด 75 คะแนน และคาคะแนน ต่ําสุด 66 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน 12. การสรุปผลการวิจัย ผลจากการใชชุดฝกปฏิบัติเพื่อเสริมทักษะสําหรับนักศึกษาชั้น ปวช.2 สาขางานยานยนต ป การศึกษา 2545 จํานวน 12 คน ปรากฏวา ผลสัมฤทธิ์จากการเรียนรูและการรวมกิจกรรมการฝกทักษะโดย ใชชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะโดยรวม มีผลสัมฤทธิ์เปนที่นาพอใจ บรรลุตามวัตถุประสงคของการวิจัย นั่น คือการนําเอาชุดฝกปฏิบัติเสริมทักษะกระบวนการมาใชในกระบวนการเรียนการสอนสามารถที่จะชวย ครูผูสอนไดพัฒนาผูเรียนใหเกิดกระบวนการเรียนรู และสามารถเพิ่มทักษะสําหรับผูเรียนไดเปนอยางดี วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 20.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 20 แนวทางการเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน (2) 1. ชื่อเรื่อง การออกเสียง ร และคําควบกล้ําในวิชาภาษาไทยไมชดเจน ของนักเรียนชั้น ...... วิทยาลัย ั .................จํานวน ........ คน 2. ชื่อผูดําเนินการวิจัย ครูบังอร รักการสอน 3. ปญหาในการจัดการเรียนการสอน นักเรียนจํานวน .......คน มีปญหาการออกเสียง ร และคําควบกล้ําไมชัดเจน 4. สาเหตุของปญหา นั ก เรี ย นได รั บ การฝ ก การออกเสี ย ง ร และคํ า ควบกล้ํ า ไม เ พี ย งพอ ซึ่ ง ส ง ผลกระทบต อ การ ตีความหมายของประโยคหรือขอความและการติดตอสื่อสารกับผูอื่น 5. วัตถุประสงคของการวิจัย 2. เพื่อใหนักเรียนจํานวน ........คน มีความสามารถในดานการออกเสียง ร และคําควบกล้ําได อยางมีถูกตอง 3. เพื่อสร างนิ ท านภาพและจัด ทําคูมือการฝก อา นออกเสีย งคํ าที่มีเ สีย ง ร และคํา ควบกล้ํ า นําไปใชกับนักเรียนที่อานออกเสียง ร และคําควบกล้ํา 6. วิธีดําเนินงาน 1. รวบรวมรายชื่อจํานวนนักเรียนที่มปญหาในเรื่องอานออกเสียง ร และคําควบกล้ํา ี 2. ศึกษาวิธีการสรางนิทานภาพและคูมือการฝกออกเสียงคําที่มีเสียง ร และคําควบกล้ํา จาก เอกสารตาง ๆ 3. สรางนิทานภาพและจัดทําคูมือการฝกอานออกเสียงคําที่มีเสียง ร และคําควบกล้ํานําไปใชกับ นักเรียนที่อานออกเสียง ร และคําควบกล้ําไดไมเกิน 8 คํา 4. ใหนักเรียนที่มีปญหาอานทีละคนแลวบันทึกไว 5. นํานิทานภาพและคูมือการฝกมาฝกนักเรียน สัปดาหละ 2 ครั้ง ชวงเลิกเรียน จํานวน 16 ครั้ง และประเมินผลการฝกทุกครั้งโดยใหไดตามเกณฑรอยละ 70 ของคําที่กําหนดให ทั้งหมด เมื่อผานเกณฑแลวจึงจะสามารถฝกในครั้งตอไปได 6. เมื่อฝกครบ 16 ครั้งแลว นําแบบทดสอบมาสอบนักเรียนทีละคนทั้ง 12 คนอีกครั้ง 7. ประเมินผลรายบุคคลและภาพรวม 7. นวัตกรรมที่ใชในการแกปญหา  นิทานภาพและคูมือการฝกอานออกเสียงคําที่มีเสียง ร และคําควบกล้ํา สําหรับนักเรียนชั้น ............ วิทยาลัย .................. วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 21.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 21 8. วิธีการวัดผลและเครื่องมือการเก็บรวบรวมขอมูล วิธีการ การสังเกตพฤติกรรมการอานออกเสียง และการทดสอบ เครื่องมือ แบบสังเกตพฤติกรรมการอานออกเสียง และแบบทดสอบ เกณฑการผาน นักเรียนสามารถออกเสียงคําที่มเี สียง ร และคําควบกล้ํา ผานเกณฑการฝกใน แตละครั้ง 9. สถิติท่ใชในการวิเคราะหขอมูล ี การบรรยายคุณภาพ และคารอยละ 10. ระยะเวลาดําเนินการแกไขเสร็จ 8 สัปดาห 11. ผลการวิเคราะหขอมูล จากการสังเกตพฤติกรรมและการทดสอบหลังใชแบบฝก ปรากฏวา นักเรียนสามารถออกเสียง คําที่มีเสียง ร และคําควบกล้ํา ไดจํานวนคํามากกวากอนการฝกทุกคน และผลการทดสอบสุดทายของ ทุกคนผานเกณฑรอยละ 70 ซึ่งจากการทดลองใชนทานภาพและคูมอการฝกออกเสียง ชวยใหนกเรียน ิ ื ั สามารถออกเสียงคําที่มีเสียง ร และคําควบกล้ําไดถูกตอง 12. การสรุปผล และขอเสนอแนะ จากการทดลองใชนทานภาพและคูมือการฝกออกเสียง ซึ่งชวยใหนกเรียนสามารถออกเสียงคํา ิ ั ที่มีเสียง ร และคําควบกล้าไดถูกตอง และครูลําพาไดนาไปเผยแพรแกครูผูสอนชั้น ...........และชันอื่น ๆ ํ ํ ้ ที่มีปญหาในลักษณะเดียวกันนี้ แตจะตองปรับเนื้อเรื่องและสรางนิทานภาพใหเหมาะสมกับนักเรียนเพื่อ นําไปใชแกปญหาไดอยางมีประสิทธิภาพตอไป  วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552
  • 22.
    การวิจัยในชั้นเรียนกับนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษา 22 แหลงขอมูล ไพจิตร สดวกการ และ ศิรกาญจน โกสุมภ. ชุดฝกอบรมครู: ประมวลสาระ บทที่ 7 การวิจัยในชั้นเรียน. ิ โครงการพัฒนาผูบริหารการศึกษา ผูบริหารสถานศึกษา ครู ผูนาชุมชนและผูนําองคกรปกครอง ํ สวนทองถิ่น, 2545 วิทยา ใจวิถี. เอกสารประกอบการวิจยในชันเรียน (ฉบับยอ). สืบคนจาก ั ้ www.act.ac.th/download/inc_downloading.asp?iFile=2504 เมื่อ 18 สิงหาคม 2552 วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล. การพัฒนานวัตกรรมเพื่อสรางผลงานทางวิชาการ. ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร วิทยาเขตปตตานี, 2551 อุทุมพร จามรมาน. ชุดฝกอบรม เรื่อง การทําวิจัยในชั้นเรียน. 2545 สืบคนจาก http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~jutumpor เมื่อ 18 สิงหาคม 2552 Borg, R. and Gall, D. Educational Research: An Introduction (5th ed.). New York: Longman, 1989 Brien, R. Methodological Approach of Action Research. Faculty of Information Studies, University of Toronto, 1998. Oliver, R. Exploring strategies for on-line teaching and learning. Distance Education, 1999. วุทธิศักดิ์ โภชนุกูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร: 22 สิงหาคม 2552