More Related Content
PDF
PDF
ข้อสอบโอลิมปิก ม.ต้น(Ijso) เรื่องพหุนามและเศษส่วนของพหุนาม PDF
แบบทดสอบหน่วยที่ 1 กรณฑ์ที่สอง PDF
PDF
PDF
แบบทดสอบ เรื่อง จำนวนจริง PDF
PDF
What's hot
PDF
แบบทดสอบก่อนเรียนเลขยกกำลัง PDF
ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.2 เทอม 1 ชุดที่ 2 PDF
PDF
2.แนวข้อสอบ o net คณิตศาสตร์(ม.3) PDF
PDF
PDF
การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร PDF
การประยุกต์จำนวนเต็มและเลขยกกำลัง PDF
บทที่ 1 การแยกตัวประกอบและการแก้สมการพหุนามดีกรีสอง PDF
PDF
PDF
PDF
ชุดที่ 1 แบบรูปและความสัมพันธ์ DOC
PDF
09 การให้เหตุผลและตรรกศาสตร์ ตอนที่3_สัจนิรันดร์และการอ้างเหตุผล PDF
บทที่ 3 กราฟและความสัมพันธ์เชิงเส้น.pdf PDF
แบบฝีกเรื่อง สมการกำลังสอง PDF
PDF
พื้นที่ใต้เส้นโค้งปกติม.6 PDF
แผน 2คณิตศาสตร์เพิ่มเติม3 Similar to monomial and polynomail
PDF
PDF
แบบฝึกทักษะ เรื่อง เอกนาม โดยครูวาสนา พูลศรี PDF
แบบฝึกทักษะชุด เรื่อง การบวกและการลบเอกนาม PDF
เอกสารประกอบการเรียน พหุนาม ม.2 PDF
PDF
พหุนามำนกยำาดนำาดนำายดำาเนพ่เนพาเนพาะยพาะจรฟ_ะ_ภๆาจ PDF
PDF
แบบฝึกทักษะเรื่องการบวกและการลบเอกนาม PDF
แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เรื่องการบวกและการลบพหุนาม PDF
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
PPT
DOC
แบบฝึกหัดจำนวนจริงพื้นฐาน PDF
PDF
PDF
monomial and polynomail
- 1.
1
พหุนาม
2.1 เอกนาม (monomial)
โดยทั่วไปในการเขียนสัญลักษณ์แทนจานวนนั้นจะใช้ตัวเลข
แต่บางครั้งไม่สามารถเขียนแทนจานวนด้วยตัวเลขได้
และไม่ได้ระบุชัดว่าจานวนนั้นเป็นจานวนใดจึงนิยมใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวเล็ก เช่น a, b,
c, x, y เป็นต้น แทนคาว่าจานวนจานวนหนึ่ง เรียกตัวอักษรเหล่านี้ว่า ตัวแปร (variable)
ส่วนตัวเลขที่แทนจานวน เช่น 2, 4,
2
3
, –8 เป็นต้น เรียกว่า ค่าคงที่ (constant)
ข้อความในรูปสัญลักษณ์ เช่น 5, 7x, 8 + y,
2
a
, c – 5,
2
3
x
, a + b + 4, … เรียกว่า
นิพจน์ (expression)
สาหรับการเขียนการคูณระหว่างค่าคงที่และตัวแปรหลาย ๆ ตัวแปร
สามารถเขียนได้หลายแบบ
โดยทั่วไปนิยมเขียนผลคูณระหว่างค่าคงที่และตัวแปรในรูปที่สั้นและกะทัดรัด เช่น
1. x y เขียนในรูป xy
2. a a a เขียนในรูป a3
3. m n n เขียนในรูป mn2
4. 5 c เขียนในรูป 5c
5. 1 b เขียนในรูป b
6. (–1) x เขียนในรูป –x เป็นต้น
ข้อตกลงในการเขียนผลคูณระหว่างค่าคงที่และตัวแปร
1. ในกรณีที่มีค่าคงที่มากกว่าหนึ่งค่า ให้หาผลคูณของค่าคงที่ก่อน แล้วจึงเขียนในรูป
ผลคูณระหว่างค่างคงที่กับตัวแปร เช่น 4 3 x y เขียนเป็น 12xy เป็นต้น
2. ให้เขียนค่าคงที่ไว้หน้าตัวแปร ในกรณีที่ค่าคงที่เป็น 1 ไม่ต้องเขียน ถ้าค่าคงที่เป็น –1
เขียนเฉพาะเครื่องหมายลบหน้าตัวแปรทั้งหมด
ส่วนตัวแปรนั้นเขียนเรียงตามลาดับตัวอักษรและเขียนเรียงชิดกัน เช่น (–1) 3 a b
เขียนเป็น –3ab เป็นต้น
3. ใช้สัญลักษณ์เลขยกกาลังในกรณีที่เป็นไปได้ เช่น 2 5 a b b เขียนเป็น
10ab2 เป็นต้น
- 2.
2
เอกนาม (monomial) คือ
นิพจน์ที่สามารถเขียนให้อยู่ในรูปการคูณของค่าคงที่กับตัวแปรตั้งแต่หนึ่งตัวขึ้นไป
โดยที่เลขชี้กาลังของตัวแปรแต่ละตัวเป็นศูนย์หรือจานวนเต็มบวก
ตัวอย่างเช่น5x, –2x2y, 31
8
xy , 3xyz,
1
3
, a2bc, 2 3 เป็นต้น
เอกนามประกอบด้วยสองส่วน คือ
1. ส่วนที่เป็นค่าคงที่ เรียกว่า สัมประสิทธิ์ (coefficient) ของเอกนาม
2. ส่วนที่อยู่ในรูปการคูณของตัวแปร โดยเลขชี้กาลังของตัวแปรแต่ละตัวเป็นศูนย์หรือ
จานวนเต็มบวกและเรียกผลบวกของเลขชี้กาลังของตัวแปรทั้งหมดในเอกนามว่า ดีกรี (degree)
ของเอกนาม
ตัวอย่าง จงบอกสัมประสิทธิ์ ตัวแปร และดีกรีของเอกนามต่อไปนี้
เอกนาม สัมประสิทธิ์ ตัวแปร ดีกรี
1. –5x
2. 0.12
3. 2xy
4. 21
3
x yz
5. 15xy2z2
0.12
2
อะไรก็ได้
x, y
0
2
ตัวอย่าง จงบอกว่าจานวนต่อไปนี้ จานวนใดไม่ใช่เอกนาม เพราะเหตุใด
1. 4x
2. 5x–1
3. 3xy2z3
4.
2
2
a
b
5. 3x – 5y
6. 3–2
7.
2
1
x
8.
2
7
y
9.
a b
a b
ข้อสังเกต 1. นิพจน์ที่อยู่ในรูปตัวแปรเพียงอย่างเดียว
สามารถหาสัมประสิทธิ์และดีกรีของเอกนามได้ ดังนี้
a = 1a1 ดังนั้น สัมประสิทธิ์ของ a คือ 1 และดีกรีคือ 1
- 3.
3
ab = 1abดังนั้น สัมประสิทธิ์ของ ab คือ 1 และดีกรีคือ 1+1 = 2
abc = 1abcดังนั้น สัมประสิทธิ์ของ abc คือ 1 และดีกรีคือ 1+1+1 = 3
2. ค่าคงที่ทุกตัวถือว่าเป็นเอกนาม
เพราะสามารถเขียนให้อยู่ในรูปผลคูณค่าคงที่กับตัวแปรได้ โดยที่เลขชี้กาลังของตัวแปรเป็นศูนย์
เช่น
-3 เขียนเป็น 3x0 , 7 เขียนเป็น 7 y0
1.5 เขียนเป็น 1.5a0 ,
5
8
เขียนเป็น
5
8
a0b0 เป็นต้น
ข้อตกลง สาหรับเอกนาม 0 เราไม่สามารถบอกดีกรีได้แน่นอน เพราะ 0 = 0xn ไม่ว่า n
เป็นศูนย์ หรือจานวนเต็มบวกใด ๆ ดังนั้นจะไม่กล่าวถึงดีกรีของเอกนาม 0
2.2 การบวกและการลบเอกนาม
เอกนามบางเอกนามสามารถนามาบวกหรือลบกันแล้วทาให้ผลบวกหรือผลต่างเป็นเอกน
ามได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเอกนามทั้งสองเป็นเอกนามคล้ายกันหรือไม่
บทนิยาม เอกนามสองเอกนามคล้ายกันก็ต่อเมื่อ
1. เอกนามทั้งสองมีตัวแปรชุดเดียวกัน (ตัวแปรเหมือนกัน) และ
2. เลขชี้กาลังของตัวแปรเดียวกันในแต่ละเอกนามเท่ากัน
เราจะพบว่าเอกนามเดียวกันไม่จาเป็นต้องมีสัมประสิทธิ์เท่ากัน
ขอให้ดูที่ตัวแปรแต่ละเอกนามเท่านั้นว่าสอดคล้องกับข้อ 1 และ 2 ตามบทนิยามหรือไม่
ตัวอย่าง จงพิจารณาว่าเอกนาม A และ B ต่อไปนี้คล้ายกันหรือไม่
A B คล้ายกัน/ไม่คล้ายกัน
5
–4x
10a2
3xy
–4xy2
5x3y4
3 01
2
a b
–6
10x
–10b2
xy
7x2y
05x3y4
32
3
a
คล้ายกัน
2.2.1 การบวกเอกนาม
การบวกของเอกนามต้องอาศัยสมบัติการแจกแจงของจานวน กล่าวคือ ถ้า a, b และ c
เป็นจานวนใด ๆ แล้ว
A1 : a(b + c) = ab + ac
A2 : (a + b)c = ac + bc
- 4.
4
เนื่องจากสัมประสิทธิ์และตัวแปรของเอกนามแทนจานวน ดังนั้น เราสามารถใช้สมบัติA1
และ A2 แสดงการบวกของเอกนามคล้ายกันได้ดังต่อไปนี้
ตัวอย่าง จงหาผลบวกของเอกนามที่กาหนดให้ต่อไปนี้
1. 5x + 13x = (5 + 13)x = 18x
2. –5x2y + 3yx2 =
3. 10a2bc + 6a2bc =
4. 7xy2z + (–6xy2z) =
5. –rst + (–4str) =
สาหรับเอกนามที่ไม่คล้ายกัน เช่น 3x2y4 กับ x3y3
ไม่สามารถใช้สมบัติการแจกแจงหาผลบวกได้ จึงเขียนผลบวกดังนี้ 3x2y4 + x3y3 เป็นต้น
2.2.2 การลบเอกนาม
เนื่องจากเราทราบแล้วว่า ถ้า a และ b เป็นจานวนใด ๆ แล้ว
a – b = a + (–b)
เราสามารถใช้หลักการนี้พร้อมทั้งสมบัติการแจกแจงหาผลลบของเอกนามคล้ายกันได้ดังต่อไปนี้
ตัวอย่าง จงหาผลลบของเอกนามที่กาหนดให้ต่อไปนี้
1. 4xy3 – 3xy3 = (4 – 3)xy3
2. (–2t2) – 4t2 =
3. 4ac – (–3ac) =
4. 4x2y – 8yx2 =
5. (–7st2) – (–2st2) =
2.3 การคูณและการหารเอกนาม
การคูณและการหารเอกนามใช้สมบัติของการคูณและการหารเลขยกกาลังที่กล่าวไปแล้วใน
บทที่ 1 พร้อมทั้งสมบัติการเปลี่ยนกลุ่ม
2.3.1 การคูณเอกนาม
การคูณเอกนามสองเอกนามซึ่งไม่จาเป็นต้องเป็นเอกนามคล้ายกันจะให้ผลลัพธ์เป็นเอกนาม
โดยที่หลักการคูณเช่นเดียวกับการคูณเลขยกกาลัง ดังนี้
ผลคูณของเอกนาม = (ผลคูณของสัมประสิทธิ์) (ผลคูณของตัวแปร)
ตัวอย่าง จงหาผลคูณของข้อต่อไปนี้
1. 5 12x = (5 12)x = 60x
2. 5x3 12x =
- 5.
5
3. –10a2b3 7abc =
4. –9r2s3t4 (–8r3s4t) =
5. 13p6q3 (–7pqrs) =
2.3.2 การหารเอกนาม
ในหัวข้อนี้เราจะศึกษาการหารเอกนามด้วยเอกนาม
ซึ่งไม่เป็นศูนย์และให้ผลลัพธ์เป็นเอกนาม การหาผลหารดังกล่าวให้ใช้หลักการหารเลขยกกาลัง
โดยมีวิธีการหารดังนี้
ผลหารของเอกนาม = (ผลหารของสัมประสิทธิ์) (ผลหารของตัวแปร)
ตัวอย่าง จงหาผลหารต่อไปนี้
1.
2
4
2
x
x
=
2
4
2
x
x
= 2x
2.
2
10
3
x y
xy
3.
3 4
4
8
x yz
xyz
4.
6 4 7
2 3
15
3
a b c
a bc
แบบฝึกหัดชุดที่ 1
1. จงใส่เครื่องหมาย “” หน้านิพจน์ที่เป็นเอกนาม และ “” หน้านิพจน์ที่ไม่เป็นเอกนาม
1. ……. 2.7 2. ……. 3-2a 3. …….5xy–2
4. …….
1
4
pq 5. …….7(c + d) 6. …….11x2yz
7. ……. 3
2 3
( )
a
bc
8. …….–8.5x3y0 9. …….
2
x
y
;y 0
10. …….9(abc)–2 11. …….4-2xy2z3 12. …….
2
3
a
13. …….bc
3
5
14. …….3x + 2y 15. …….15x0y–1z2
16. ……. 7 xy 17. …….13m–3n 18. …….x–2yz5
19. ……. 4
0.5
( )xyz
20. ……. 3 3
5 ab a bg
2. จงบอกสัมประสิทธิ์และดีกรีของเอกนามต่อไปนี้
เอกนาม สัมประสิทธิ์ ดีกรี
1. x2y
- 6.
6
2. 2 52
3
ab
3. –7xy2z3
4. –6a0bc4
5. 5 5
2
1
3
x y
6.
3
7
x y
7. 2 0 3
2p q r
8. 2.5m5n7
9.
3 2
4
2
a b
ab
10.
2
1
x y
x
11. –2a2bc3
12.
5 6 4
5
3
x y z
xyz
3. จงพิจารณาเอกนาม ที่กาหนดให้ต่อไปนี้ว่าคล้ายกันหรือไม่
1. 2s3t2 กับ –3t2s3 2. 4ab0 กับ 2
3
a
3. –4x2y กับ 0.5xy2 4. 7m กับ 9n
5. –5x4 กับ 8x4 6. 12a0 กับ –7b0
7. 21
3
c d กับ 2
4d
c
8. 8x2y5 กับ 6x5y2
9. 7 s3t0 กับ
3
7
s
10. –2p2q กับ 21
5
qp
11. 2x4 กับ 10x4 12. 2 23
7
x yz กับ –5x2y0z2
13. –4a2b3 กับ 10a2b3 14. 2st กับ
5
st
15. –abc กับ
1
2
abc
16. x2y กับ –9x2y
17. x2y3z4 กับ6x2y3z 18. –2ab กับ 4ac2
19. 12abc กับ 5cba 20. –9bx กับ 10ax
4. จงหาผลบวกของเอกนามที่กาหนดให้ในแต่ละข้อต่อไปนี้
1. 3xy + 5xy
2. –12x + 13x
3. 7x2 + (–3x2)
4. (–3ab2) + (–7ab2)
5. 5m2n4 + 6m2n4
- 7.
7
6. (–5x2y) +3yx2
7. 4a2b2c2 + 16 a2b2c2
8. 2 21 1
4 4
x yz x yz
9. (–12m3n) + (–8m3n)
10. 13xyz + 15yzx
11. –12x2 + 5x2 + 13x2 + (–6x2)
12. –5x2y + 3yx2 + 4x2y + (–8yx2)
5. จงหาผลลบของเอกนามที่กาหนดให้ในแต่ละข้อต่อไปนี้
1. 5xy – 3xy
2. 7x2 – (–3x2)
3. (–8x2y) – 6x2y
4. 9x4yz – (–6 x4yz)
5. (–6a2b3) – (–1a2b3)
6. –12t2 – 5t2
7. 18b2c5 – 15b2c5
8. 6st – (–10ts)
9. (–10x2y2z2) – (–9 x2y2z2)
10. 7xy2 – (–3y2x)
11. –4xyz – 6xyz
12. –15xy3 – 8y3x
6. จงทาให้เป็นผลสาเร็จ
1. 7x + (–3x) + (–4x)
2. (3m2 – 4m2) + 5m2
3. 7ab3c – 4 ab3c – ab3c
4. 5m3n2 +
4
3
m3n2 +
5
3
m3n2
5. 11x2y + (–7 x2y) – 4 x2y
6. 8xyz – 13xyz + 3xyz
7. (–10s2t3) + 2s2t3 – 3s2t3
8. 1.5ab3c5 + 3.3ab3c5 – 2.2ab3c5
9. 17x4yz3 – (–5x4yz3) – 10x4yz3
- 8.
8
10.
1
15
xy2z +
4
3
xy2z –
7
5
xy2z
11.–11ab3c – (–5ab3c) + (–6ab3c)
12. 15x3y4z5 + (–10x3y4z5) – (–9 x3y4z5)
13. 3x2yz + 4xy2z2 – 5x2y2z2 – 6x2yz – 6xy2z2
14. 2 2 21 3 2 3 1
2 2 3 4 6
x x x x x
15. 12 – 3x2y2 + 6xy2 + 7x2y2 – 9 – 5xy2
16. 3x3 – 3x2y + 4xy2 + 5 + 4x3 – 7xy2 – 9 + 5x2y – 4xy2
7. จงหาผลคูณของเอกนามต่อไปนี้
1. (3ab) (–2ab) 2. (2x) (–3y)
3. 21
2
xy
(2x) 4. (7ab) (–3bc)
5. (–10m) (–3mn) 6. (13x) (13y)
7. (–5bc) 2ac 8. (7st) (–2t2)
9. 2yz (–3x2y) 10. (–3x2y2z2) (–3xz)
11. –9r2s3t4 (–8r3s4t) 12. 13p6q3 (–7pqrs)
8. จงหาผลหารของเอกนามต่อไปนี้
1. 27a2b3 3ab 2. (–10pq3) 5p0q2
3. (–81x3y) 9x2 4. 56x3y4 (–7x2y3)
5. (–11a7b2) (–11a2b2) 6. 32x6y6z5 4x5y5z5
7. 169m3n (–13mn) 8. 45a3b4c2 3a2b3c
9.
4 4
5 5
abc abc
10. (–60x3y4) 5x2y
11. –15a6b4c7 3a2bc3 12. –24r5s6t7 –4r4s5t7