พหุนาม
OUTLINE
เอกนาม
เอกนามคล้าย
การบวกและการลบเอกนาม
พหุนาม
การบวกและการลบพหุนาม
การคูณพหุนาม
เอกนามกับพหุนาม
พหุนามกับพหุนาม
การหารพหุนาม
การหารเอกนามด้วยเอกนาม
การหารพหุนามด้วยเอกนาม
นิพจน์ (expression) คือ ข้อความที่เขียนให้อยู่ในรูปสัญลักษณ์ต่าง ๆ แต่ในทางพีชคณิต
จะมีการใช้ตัวอักษร เช่น a, b, c, A, B, C แทนจานวนต่าง ๆ ที่เราต้องการ โดยมีตัวอย่าง
เช่น 3 3x

2
1
7
x 4x y

, , , เป็นต้น
โดยเรียกตัวอักษรว่า และตัวเลขเรียกว่า
ตัวแปร (Variable) ค่าคงตัว (Constant)
ข้อตกลงในการเขียนผลคูณระหว่างค่าคงตัวและตัวแปร
1) กรณีที่มีค่าคงตัวมากกว่า 1 ตัว ให้หาผลคูณของค่าคง
ตัวก่อน แล้วเขียนผลลัพธ์ไว้หน้าตัวแปร
เช่น เขียนเป็น
2 3 4 x
   24x
2) กรณีที่มีตัวแปรมากกว่า 1 ตัว ให้เขียนเรียงลาดับตัวอักษรและเขียนเรียงชิดติดกันไป
และใช้รูปเลขยกกาลังถ้ามีตัวแปรซากัน
เช่น เขียนเป็น
เขียนเป็น
7
5
m m n
   2
7
5
m n
3 4
a b a b c
      2 2
12a b c
3) กรณีที่ค่าคงตัวเป็น 1 ไม่ต้องเขียนค่าคงตัว ถ้าค่าคงตัวเป็น -1
ให้เขียนเฉพาะเครื่องหมายลบหน้าตัวแปรทังหมด
เช่น เขียนเป็น
เขียนเป็น
1 x y
  xy
 
1 y z x
    xyz

เอกนาม
เอกนาม (monomial) คือ นิพจน์ที่สามารถเขียนให้อยู่ในรูปการคูณของค่าคงตัวกับตัวแปรตังแต่หนึ่งตัวขึน
ไป และเลขชีกาลังของตัวแปรแต่ละตัวเป็นศูนย์หรือจานวนเต็มบวก
ตัวอย่างนิพจน์ที่เป็นเอกนาม ตัวอย่างนิพจน์ที่ไม่เป็นเอกนาม
2x 4
1
2
x
6
3z

3
xy 3
, ,
,
,
1
7x
4x
y
2
2 5x
 2 5
x y z
 
,
,
เอกนาม
ส่วนที่เป็นค่าคงตัว
ส่วนที่เป็นตัวแปร
เรียกว่า “สัมประสิทธิ์ของเอกนาม”
โดยผลบวกของเลขชีกาลังของตัวแปรทังหมดในเอกนาม
เรียกว่า “ดีกรีของเอกนาม”
เช่น เป็นเอกนามที่มีสัมประสิทธิ์เป็น............................. มีดีกรีเป็น.............................
เป็นเอกนามที่มีสัมประสิทธิ์เป็น............................. มีดีกรีเป็น.............................
เป็นเอกนามที่มีสัมประสิทธิ์เป็น............................. มีดีกรีเป็น.............................
เป็นเอกนามที่มีสัมประสิทธิ์เป็น............................. มีดีกรีเป็น.............................
เป็นเอกนามที่มีสัมประสิทธิ์เป็น............................. มีดีกรีเป็น.............................
2xy
2
xy

2 3 4
2 a b
8

2
3
xyz
2 2
1
 3
2
2 4
 7
8
 0
1
3
4
เอกนามคล้าย
เอกนาม 2 เอกนามใด ๆ จะเป็นเอกนามคล้ายกันก็ต่อเมื่อ
1. เอกนามทังสองมีตัวแปรชุดเดียวกัน
2. เลขชีกาลังของตัวแปรแต่ละตัวในเอกนามทังสองเท่ากัน
ตัวอย่างเอกนามที่คล้ายกัน
………………………….คล้ายกันกับ………………………….
………………………….คล้ายกันกับ………………………….
………………………….คล้ายกันกับ………………………….
ตัวอย่างเอกนามที่ไม่คล้ายกัน
………………………….ไม่คล้ายกันกับ………………………….
………………………….ไม่คล้ายกันกับ………………………….
………………………….ไม่คล้ายกันกับ………………………….
4x 9x

2
3x y 2
2yx
2
a
b

2
a
b
5x 5y
2
2x y 2
2xy
2 4
24x y 2
12xy
การบวกและการลบเอกนาม
การบวกและการลบเอกนามใด ๆ มีหลักการดังนี
1. เอกนามที่จะนามาบวกหรือลบกันจะต้องเป็นเอกนามที่คล้ายกัน
2. ผลลัพธ์ที่ได้มาจากการนาสัมประสิทธิ์ของเอกนามมาบวกหรือลบกัน ส่วนตัวแปรยังเป็นชุดเดิม
การบวกเอกนาม
ผลบวกของเอกนามที่คล้ายกัน = (ผลบวกของสัมประสิทธิ์) × (ชุดของตัวแปรที่คล้ายกัน)
ตัวอย่างที่ 1 จงหาผลบวกของเอกนามต่อไปนี
3 4
x x
  
2 2
7 2
xy xy
   
3 3 3 3
5
s t s t
 
   
4ab ab
      
3 3 3
2 3 3
y y y
   
1) 2) 3)
4) 5)
วิธีทา 3 4
x x

1) = 𝑥
 
3 4

= 7x
 
2 2
7 2
xy xy
 
2) =  
  2
7 2 xy
 
= 2
5xy

 
3 3 3 3
5
s t s t
 
3) =  
  3 3
1 5 s t
 
=
3 3
4s t

   
4ab ab
  
4) =
=
   
 
4 1 ab
  
5ab

   
3 3 3
2 3 3
y y y
   
5) =
=
   
  3
2 3 3 y
   
3
2y

*** สาหรับเอกนามไม่คล้ายกัน เช่น กับ นัน ไม่สามารถเขียนผลบวกในรูปเอกนามได้ แต่เขียน
ผลบวกในรูปการบวกได้เป็น
xy 3
2y
3
2
xy y

การลบเอกนาม
การลบเอกนาม อาศัยหลักการเช่นเดียวกับการลบจานวนสองจานวนที่กล่าวว่า
“การลบ คือ การบวกด้วยจานวนตรงข้ามของตัวลบ” ตามข้อตกลงดังนี
การลบเอกนามสองเอกนามที่คล้ายกัน  เขียนการลบให้อยู่รูปการบวก
เช่น แล้วจึงใช้หลักการบวกเอกนามที่คล้ายกัน
 
2 2 2 2
4 3 4 3
a a a a
   
ตัวตัง – ตัวลบ = ตัวตัง + จานวนตรงข้ามของตัวลบ
ผลลบของเอกนามที่คล้ายกัน = (ผลลบของสัมประสิทธิ์) × (ชุดของตัวแปรที่คล้ายกัน)
ตัวอย่างที่ 2 จงหาผลลบของเอกนามต่อไปนี
1) 2) 3)
4) 5)
5 2
xy xy
  
2 2
6 3
a b a b
   
2 4
2 4
x x
 
 
3 ( 3 )
mn mn
    
9 4 8
x x x
   
วิธีทา 1) 5 2
xy xy
 =
=
 
5 2
xy xy
 
 
 
5 2 xy
 
= 3xy
2)  
2 2
6 3
a b a b
  =
=
2
6a b 2
3a b
2
9a b
3)  
2 2
2 4
x x
  =
=
   
2 2
2 4
x x
  
2
6x

4)  
3 ( 3 )
mn mn
   =
=
 
3 3
mn mn
 
0
5)  
9 4 8
x x x
    =
=
   
9 4 8
x x x
   
5x

*** สาหรับเอกนามไม่คล้ายกัน เช่น ลบด้วย
นัน ไม่สามารถเขียนผลลบในรูปเอกนามได้ แต่เขียนผล
ลบในรูปการลบได้เป็น
4x
 5xy
4 5
x xy
 
พหุนาม
พหุนาม (Polynomial) คือ จานวนที่เขียนในรูปเอกนาม หรือผลบวกของเอกตังแต่ 2 เอกนามขึนไป
เช่น , , , , , เป็นต้น
3
4
 8s 5 7
y  10 3
x  2
3
x  2
8 9 4
x x
 
ดีกรีของพหุนาม
ดีกรีของพหุนาม คือ ดีกรีที่สูงที่สุดของเอกนามซึ่งอยู่ในพหุนามชุดนัน
เช่น 2 2 2 3
5 3 7
x y xy x y
  เป็นพหุนามดีกรี
2 2
4 2
1
2 4
3
3
a b
a b abc
c
   เป็นพหุนามดีกรี
5
6
พหุนามในรูปผลสาเร็จ
พหุนามในรูปผลสาเร็จ คือ พหุนามที่ไม่มีเอกนามคล้ายกันประกอบอยู่
เช่น
2 2
3 14 7 2
x x
    =    
2 2
3 7 14 2
x x
   
2
4 16
x
 
=
เอกนามแต่ละเอกนามที่อยู่ในพหุนาม เรียกว่า ……………………………………………..
พหุนามที่มีเอกนามที่คล้ายกัน เรียกว่า ……………………………………………..
พจน์ (term)
พจน์ที่คล้ายกัน
ตัวอย่างที่ 4 จงทาให้เป็นผลสาเร็จและบอกดีกรีของพหุนาม
1) 2 2
7 9 5 2 6
x x x x
    2) 4 8 10
xy y x y
  
วิธีทา 2 2
7 9 5 2 6
x x x x
    =    
2 2
7 5 9 2 6
x x x x
   
= 2
2 7 6
x x
 
ดีกรีของพหุนาม คือ 2
1)
2) =
=
4 8 10
xy y x y
    
4 8 10
xy y y x
   
 
 
4 9 10
xy y x
 
ดีกรีของพหุนาม คือ 2

พหุนามำนกยำาดนำาดนำายดำาเนพ่เนพาเนพาะยพาะจรฟ_ะ_ภๆาจ

  • 1.
  • 2.
  • 3.
    นิพจน์ (expression) คือข้อความที่เขียนให้อยู่ในรูปสัญลักษณ์ต่าง ๆ แต่ในทางพีชคณิต จะมีการใช้ตัวอักษร เช่น a, b, c, A, B, C แทนจานวนต่าง ๆ ที่เราต้องการ โดยมีตัวอย่าง เช่น 3 3x  2 1 7 x 4x y  , , , เป็นต้น โดยเรียกตัวอักษรว่า และตัวเลขเรียกว่า ตัวแปร (Variable) ค่าคงตัว (Constant) ข้อตกลงในการเขียนผลคูณระหว่างค่าคงตัวและตัวแปร 1) กรณีที่มีค่าคงตัวมากกว่า 1 ตัว ให้หาผลคูณของค่าคง ตัวก่อน แล้วเขียนผลลัพธ์ไว้หน้าตัวแปร เช่น เขียนเป็น 2 3 4 x    24x
  • 4.
    2) กรณีที่มีตัวแปรมากกว่า 1ตัว ให้เขียนเรียงลาดับตัวอักษรและเขียนเรียงชิดติดกันไป และใช้รูปเลขยกกาลังถ้ามีตัวแปรซากัน เช่น เขียนเป็น เขียนเป็น 7 5 m m n    2 7 5 m n 3 4 a b a b c       2 2 12a b c 3) กรณีที่ค่าคงตัวเป็น 1 ไม่ต้องเขียนค่าคงตัว ถ้าค่าคงตัวเป็น -1 ให้เขียนเฉพาะเครื่องหมายลบหน้าตัวแปรทังหมด เช่น เขียนเป็น เขียนเป็น 1 x y   xy   1 y z x     xyz 
  • 5.
    เอกนาม เอกนาม (monomial) คือนิพจน์ที่สามารถเขียนให้อยู่ในรูปการคูณของค่าคงตัวกับตัวแปรตังแต่หนึ่งตัวขึน ไป และเลขชีกาลังของตัวแปรแต่ละตัวเป็นศูนย์หรือจานวนเต็มบวก ตัวอย่างนิพจน์ที่เป็นเอกนาม ตัวอย่างนิพจน์ที่ไม่เป็นเอกนาม 2x 4 1 2 x 6 3z  3 xy 3 , , , , 1 7x 4x y 2 2 5x  2 5 x y z   , ,
  • 6.
    เอกนาม ส่วนที่เป็นค่าคงตัว ส่วนที่เป็นตัวแปร เรียกว่า “สัมประสิทธิ์ของเอกนาม” โดยผลบวกของเลขชีกาลังของตัวแปรทังหมดในเอกนาม เรียกว่า “ดีกรีของเอกนาม” เช่นเป็นเอกนามที่มีสัมประสิทธิ์เป็น............................. มีดีกรีเป็น............................. เป็นเอกนามที่มีสัมประสิทธิ์เป็น............................. มีดีกรีเป็น............................. เป็นเอกนามที่มีสัมประสิทธิ์เป็น............................. มีดีกรีเป็น............................. เป็นเอกนามที่มีสัมประสิทธิ์เป็น............................. มีดีกรีเป็น............................. เป็นเอกนามที่มีสัมประสิทธิ์เป็น............................. มีดีกรีเป็น............................. 2xy 2 xy  2 3 4 2 a b 8  2 3 xyz 2 2 1  3 2 2 4  7 8  0 1 3 4
  • 7.
    เอกนามคล้าย เอกนาม 2 เอกนามใดๆ จะเป็นเอกนามคล้ายกันก็ต่อเมื่อ 1. เอกนามทังสองมีตัวแปรชุดเดียวกัน 2. เลขชีกาลังของตัวแปรแต่ละตัวในเอกนามทังสองเท่ากัน ตัวอย่างเอกนามที่คล้ายกัน ………………………….คล้ายกันกับ…………………………. ………………………….คล้ายกันกับ…………………………. ………………………….คล้ายกันกับ…………………………. ตัวอย่างเอกนามที่ไม่คล้ายกัน ………………………….ไม่คล้ายกันกับ…………………………. ………………………….ไม่คล้ายกันกับ…………………………. ………………………….ไม่คล้ายกันกับ…………………………. 4x 9x  2 3x y 2 2yx 2 a b  2 a b 5x 5y 2 2x y 2 2xy 2 4 24x y 2 12xy
  • 8.
    การบวกและการลบเอกนาม การบวกและการลบเอกนามใด ๆ มีหลักการดังนี 1.เอกนามที่จะนามาบวกหรือลบกันจะต้องเป็นเอกนามที่คล้ายกัน 2. ผลลัพธ์ที่ได้มาจากการนาสัมประสิทธิ์ของเอกนามมาบวกหรือลบกัน ส่วนตัวแปรยังเป็นชุดเดิม การบวกเอกนาม ผลบวกของเอกนามที่คล้ายกัน = (ผลบวกของสัมประสิทธิ์) × (ชุดของตัวแปรที่คล้ายกัน)
  • 9.
    ตัวอย่างที่ 1 จงหาผลบวกของเอกนามต่อไปนี 34 x x    2 2 7 2 xy xy     3 3 3 3 5 s t s t       4ab ab        3 3 3 2 3 3 y y y     1) 2) 3) 4) 5) วิธีทา 3 4 x x  1) = 𝑥   3 4  = 7x   2 2 7 2 xy xy   2) =     2 7 2 xy   = 2 5xy 
  • 10.
      3 33 3 5 s t s t   3) =     3 3 1 5 s t   = 3 3 4s t      4ab ab    4) = =       4 1 ab    5ab      3 3 3 2 3 3 y y y     5) = =       3 2 3 3 y     3 2y  *** สาหรับเอกนามไม่คล้ายกัน เช่น กับ นัน ไม่สามารถเขียนผลบวกในรูปเอกนามได้ แต่เขียน ผลบวกในรูปการบวกได้เป็น xy 3 2y 3 2 xy y 
  • 11.
    การลบเอกนาม การลบเอกนาม อาศัยหลักการเช่นเดียวกับการลบจานวนสองจานวนที่กล่าวว่า “การลบ คือการบวกด้วยจานวนตรงข้ามของตัวลบ” ตามข้อตกลงดังนี การลบเอกนามสองเอกนามที่คล้ายกัน  เขียนการลบให้อยู่รูปการบวก เช่น แล้วจึงใช้หลักการบวกเอกนามที่คล้ายกัน   2 2 2 2 4 3 4 3 a a a a     ตัวตัง – ตัวลบ = ตัวตัง + จานวนตรงข้ามของตัวลบ
  • 12.
    ผลลบของเอกนามที่คล้ายกัน = (ผลลบของสัมประสิทธิ์)× (ชุดของตัวแปรที่คล้ายกัน) ตัวอย่างที่ 2 จงหาผลลบของเอกนามต่อไปนี 1) 2) 3) 4) 5) 5 2 xy xy    2 2 6 3 a b a b     2 4 2 4 x x     3 ( 3 ) mn mn      9 4 8 x x x     วิธีทา 1) 5 2 xy xy  = =   5 2 xy xy       5 2 xy   = 3xy
  • 13.
    2)   22 6 3 a b a b   = = 2 6a b 2 3a b 2 9a b 3)   2 2 2 4 x x   = =     2 2 2 4 x x    2 6x  4)   3 ( 3 ) mn mn    = =   3 3 mn mn   0 5)   9 4 8 x x x     = =     9 4 8 x x x     5x  *** สาหรับเอกนามไม่คล้ายกัน เช่น ลบด้วย นัน ไม่สามารถเขียนผลลบในรูปเอกนามได้ แต่เขียนผล ลบในรูปการลบได้เป็น 4x  5xy 4 5 x xy  
  • 14.
    พหุนาม พหุนาม (Polynomial) คือจานวนที่เขียนในรูปเอกนาม หรือผลบวกของเอกตังแต่ 2 เอกนามขึนไป เช่น , , , , , เป็นต้น 3 4  8s 5 7 y  10 3 x  2 3 x  2 8 9 4 x x   ดีกรีของพหุนาม ดีกรีของพหุนาม คือ ดีกรีที่สูงที่สุดของเอกนามซึ่งอยู่ในพหุนามชุดนัน เช่น 2 2 2 3 5 3 7 x y xy x y   เป็นพหุนามดีกรี 2 2 4 2 1 2 4 3 3 a b a b abc c    เป็นพหุนามดีกรี 5 6
  • 15.
    พหุนามในรูปผลสาเร็จ พหุนามในรูปผลสาเร็จ คือ พหุนามที่ไม่มีเอกนามคล้ายกันประกอบอยู่ เช่น 22 3 14 7 2 x x     =     2 2 3 7 14 2 x x     2 4 16 x   = เอกนามแต่ละเอกนามที่อยู่ในพหุนาม เรียกว่า …………………………………………….. พหุนามที่มีเอกนามที่คล้ายกัน เรียกว่า …………………………………………….. พจน์ (term) พจน์ที่คล้ายกัน
  • 16.
    ตัวอย่างที่ 4 จงทาให้เป็นผลสาเร็จและบอกดีกรีของพหุนาม 1)2 2 7 9 5 2 6 x x x x     2) 4 8 10 xy y x y    วิธีทา 2 2 7 9 5 2 6 x x x x     =     2 2 7 5 9 2 6 x x x x     = 2 2 7 6 x x   ดีกรีของพหุนาม คือ 2 1) 2) = = 4 8 10 xy y x y      4 8 10 xy y y x         4 9 10 xy y x   ดีกรีของพหุนาม คือ 2