การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
กรรณิกา ปัญญาอมรวัฒน์
กรรมการพิจารณาข้อกฎหมายสภาการพยาบาล
อนุกรรมการพิจารณากรณีอุธรณ์ สำนักงำนหลักประกันสุขภำพ
อดีต หัวหน้าพยาบาล รพ.ชัยบาดาล
เอกสารประกอบการบรรยาย
การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
โรงพยาบาลไชโย จังหวัดอ่างทอง
วันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๐
© NHS Improving Quality 2014
Attention Loop
Decreasing
Attention
Time
Transmission
Evaluating
Reflecting
Listening
Formulating
Response
Listening
Challenging or Unwelcome News
© NHS Improving Quality 2014
Vagueness & shortage of data.
ควำมคลุมเครือและปัญหำกำรขำดแคลนของข้อมูล
© NHS Improving Quality 2014
Assumptions & Hints(จินตนา)
© NHS Improving Quality 2014
เสียงบ่นจากคุณหมอ
• ตกลงจะรายงานเรื่องอะไรคะ/ครับ : ด้วยเหตุว่าการรายงาน
แพทย์ของเราเป็นแบบ "น้าท่วมทุ่ง-ผักบุ้งโหลงเหลง"
• @ คนไข้หายใจหอบมากค่ะ (แล้วอะไรต่อล่ะจ๊ะ) รายงาน
แค่เนี๊ยะ
• @ ทาไมต้องให้ถามทีละข้อ ทีละข้อ นะ (บ่น) : คนไข้อายุ
เท่าไร .. มีโรคประจาตัวหรือไม่ .. เคยรับยาอะไรบ้าง .. ผล
เลือดเป็นอย่างไร .. ให้อะไรไปบ้างแล้ว ..
• @ รายงานทาไมเนี่ย ก็ดีทุกอย่างนี่.. (รายงานให้รับทราบว่า
ได้รับผู้ป่วยไว้ในรพ.)
© NHS Improving Quality 2014
พยาบาลเราก็บ่น
• รายงานแล้ว ไม่รู้กี่รอบแล้ว ก็ไม่ลงมาดูผู้ป่วย
• จะถามอะไรหนักหนา ถามอยู่ได้ จะสั่งอะไรก็สั่งมา
• ต้องรายงานแล้วก็ต้องซ้าหลายครั้ง กว่าจะมามาดูต้องรายงานมากๆ
เข้า แถมไม่มาดูส่งต่ออีกแล้ว (จะโดนไหมนี่)
• มีคาสั่งการรักษา สั่งอะไรมานี่ (ไม่ตรงใจพยาบาล)
• รายงานกี่ครั้งให้สังเกตอาการต่อ (อยู่นั่นแหละ) เฮ้ออออ...
© NHS Improving Quality 2014
Communication in Healthcare
Handover
Continuity of care
Briefing
Sharing mental
models
Call for
help
Escalation of
concerns
• Roles and
responsibilities
• Chain of
command
• Assertiveness
• Preparing to act
• Sharing a plan
• Co-ordination of
effort
• Data
information and
insight
• Acceptance of
responsibility
• Point of transfer
ปัญหาการสื่อสาร ที่ทาให้ไม่เข้าใจกัน
• ภาระงานมากและงานเร่งด่วนทาให้ต้องปฏิบัติงานอย่างเร่งรีบ
• รายงานตามความเข้าใจของคนรายงานหรือประสบการณ์ของคนรายงาน
• รายงานตามข้อมูลที่มีต่อหน้าไม่ได้เตรียมข้อมูลก่อนการรายงานทาให้
ข้อมูลไม่เพียงพอหรือข้อมูลไม่ครบถ้วน และไม่มีเวลาค้นข้อมูลเพิ่ม
• การพูดแบบสั้นๆบางครั้งจับใจความไม่ได้ ได้ไม่ครบถ้วนไม่สมบูรณ์
• เมื่อมีการสอบถามข้อมูลเพิ่มทาให้เกิดอารมณ์ต่อกัน
• การใช้คาย่อหรือคาที่ไม่ตรงกัน
Ineffective Communication
การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
Situation
Background
Assessment
Recommendation/ Resolution
องค์ประกอบของ SBAR
• S: Situation คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทาให้ต้อง
รายงาน
• B : Background คือข้อมูลภูมิหลังที่เกี่ยวข้องต้อง
นามาประกอบการพิจารณา
• A : Assessment การสรุปสถานการณ์ ว่าประเด็น
หลักคืออะไร
• R : Recommendation คือ ข้อสังเกต หรือความ
ต้องการของพยาบาล
การเตรียมก่อนใช้SBAR
• ต้องทาข้อตกลงกันระหว่างทีมที่จะสื่อสารกัน ว่าจะให้ความเชื่อ
ใจในข้อมูล ความเห็นของแต่ละฝ่าย
• กาหนดว่าจะใช้ในกรณีใดบ้าง
• มีทีม ในการวางแนวทางของการสื่อสาร
• ประเมินและปรับแบบ บ่อยๆเท่าที่ทาได้โดยเฉพาะเมื่อมีเสียง
สะท้อนความไม่สมบูรณ์
การเตรียมตัวก่อนการรายงานด้วย SBAR
• ศึกษาข้อมูลจากเวชระเบียนและบันทึกการรักษาพยาบาลของ
เวรที่ผ่านมาและในเวรตนเอง
• ต้องประเมินผู้ป่วยด้วยตนเอง ก่อนการรายงาน
• การรายงานแพทย์ต้องรายงานตามข้อตกลงว่ารายงานใครก่อน
เช่นรายงานแพทย์เวรก่อน แพทย์เฉพาะทาง
• กรณีพยาบาลจบใหม่ ควรฝึกรายงานกับพยาบาลหัวหน้าทีม
ก่อน
• เตรียมข้อมูลให้ครบตามข้อตกลง และต้องมีเอกสารอยู่กับมือ
ขณะรายงาน
SBAR กับการรายงานแพทย์
Situation
Background
ตัวอย่างข้อกาหนดในการรายงานแพทย์
S
B
A
R
ผู้ป่วยER
• วันที่ 20 มิถุนำยน 2559 เวลำ17.06 น. นาย ก. มำรับบริกำรที่โรงพยำบำล ให้
ประวัติว่ำ 2 วันก่อนมำโรงพยำบำลมีอำกำรเหนื่อย หำยใจไม่อิ่ม เจ็บคอ ไม่ไอและไม่
มีน้ำมูก ร่วมกับปวดเมื่อยตำมร่ำงกำย ไปรักษำที่คลินิกแพทย์ใกล้บ้ำนเพรำะสงสัย
อำจเป็นโรคไข้ฉี่หนู แต่อำกำรไม่ดีขึ้น รพ. สัญญำณชีพ อุณหภูมิกำย 36.0 องศำ
เซลเซียส ชีพจร 98 ครั้งต่อนำที หำยใจ 24 ครั้งต่อนำที ความดันโลหิต
98/58 มิลลิเมตรปรอท ระดับออกซิเจนในเลือด 98% ตรวจคอ พบว่ำ
คอแดงและมีหนอง
• เวลำ 18.05 น. ผลกำรตรวจcbc พบwbc 10,400 Cell/Cumm Hct.36.0%
platlet 31,000 Cell/Cumm. Neu 87 %Lympho 4 %Melioides titer1:40
(<1:80)
• เวลำ 18.15 น.ผู้ป่วยเหนื่อยจึงให้นอนสังเกตอำกำรที่ห้องฉุกเฉิน ประเมินสัญญำณ
ชีพซ้ำ อุณหภูมิ 36.0 องศำเซลเซียส ชีพจร 98 ครั้งต่อนำที หำยใจ 20 ครั้งต่อนำที
ควำมดันโลหิต 98/58 มิลลิเมตรปรอท ระดับออกซิเจนในเลือด 98%
• ญำติวิตกกังวลมำกอยำกขอนอนโรงพยำบำล
S
B
A
R
S
B
A
R
www.themegallery.com
LOGO
www.themegallery.com
LOGO
แบบการรับส่งเวร
ข้อมูลจากผู้ป่ วย การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
และการตรวจพิเศษ
การรักษา/ยา/การ
ผ่าตัด
S ชื่อ-สกุล เตียง อำยุ ปัญหาที่เข้ารับการ
รักษา
www.themegallery.com
LOGO
แบบการรับส่งเวร
ข้อมูลจากผู้ป่ วย การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
และการตรวจพิเศษ
การรักษา/ยา/การ
ผ่าตัด
B ประวัติการเจ็บป่วย การ
รักษา การผ่าตัด ในอดีต
ประวัติการรับไว้รักษา
ครั้งนี้
ผลตรวจทางห้องLab ใน
อดีต
ผลตรวจครั้งล่าสุด
แผนการรักษาที่
เปลี่ยนใหม่
แผนการรักษาที่
ยกเลิก
แผนการรักษาที่ทา
ต่อเนื่อง
www.themegallery.com
LOGO
แบบการรับส่งเวร
ข้อมูลจากผู้ป่ วย การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
และการตรวจพิเศษ
การรักษา/ยา/การ
ผ่าตัด
A อาการในเวรเมื่อเทียบ
กับอาการแรกรับ
สัญญาณชีพ ที่สาคัญใน
เวร
ผลการตรวจที่ได้รับในเวร
แจ้งผลต่อผู้ป่วยและ รายงาน
แพทย์หรือยัง
ยาที่ต้องเริ่มในเวร
www.themegallery.com
LOGO
แบบการรับส่งเวร
ข้อมูลจากผู้ป่ วย การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
และการตรวจพิเศษ
การรักษา/ยา/การ
ผ่าตัด
R -อาการที่ต้องเฝ้าระวัง
-สิ่งที่ผู้ป่วยวิตกกังวล
หรือร้องขอ
-การส่งขอคาปรึกษาจาก
แพทย์เฉพาะทาง
-การประสานการส่งต่อ
-การเตรียมผู้ป่วยก่อน
กลับบ้าน
การสั่งตรวจที่ยังไม่ได้ทา
การส่งตรวจที่รอส่ง
ผลที่ยังไม่ได้รับ
การส่งตรวจพิเศษ
-ผู้ป่วยต้องผ่าตัด
อะไร /การเตรียม
ผู้ป่วยผ่าตัด
- อาการแพ้ยา
- อาการดื้อยา
- ความต้องการ
ห้องแยก
www.themegallery.com
LOGO
S
B
A
R
๕ ประเด็นหลักที่ให้บันทึก
วันนี้ผู้ป่ วยเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับวันที่มา และวันที่ผ่านมา
วันนี้มีแผนการรักษาอะไรที่เริ่มใหม่ อะไรที่เลิก อะไรที่ต้องทาต่อ
วันนี้มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการอะไรบ้าง เก็บได้หรือไม่ ผลมาหรือยัง
แพทย์ทราบผลหรือยัง ผู้ป่ วยและญาติ ทราบหรือยัง
วันนี้ผู้ป่ วยต้องทาหัตถการอะไรหรือไม่ เตรียมแล้วหรือยัง จะทาเมื่อไหร่
ถ้าทาแล้วทาอะไรไปบ้าง แจ้งผลกับผู้ป่ วยหรือยัง
วันนี้ต้องเตรียมผู้ป่ วยและญาติเรื่องอะไร หากผู้ป่ วยจะได้กลับบ้าน
กระทรวงสาธารณสุขกาหนด
แนวทางในการแก้ไขเวชระเบียน
ไม่ขีดฆ่าหรือเพิ่มเติมข้อความใดๆในเวชระเบียนเดิม
การแก้ไขใดๆให้เขียนในเอกสารเวชระเบียนแผ่นใหม่เฉพาะที่ใช้
สาหรับการแก้ไขเพิ่มเติมต้องมีพยานซึ่งเป็นผู้ร่วมปฏิบัติงาน
การแก้ไขเพิ่มเติมเวชระเบียนต้องแก้ไขทันทีที่ทราบ
การแก้ไขทุกครั้งต้องมีเหตุผลประกอบการแก้ไข
บันทึกดีหรือไม่ดี หรือ ไม่บันทึก ก็อาจถูกฟ้ องได้
แต่
บันทึกดี –> รอดคุก
บันทึกไม่ดี –> รอ (นอน) คุก
ไม่บันทึก (แม้ทา) –> รอ (นอน) คุก
ไม่ทาแต่บันทึก = นอนคุก (ถ้าจับได้)
www.themeLOGO
ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ หำกเรำ รวมแรง ร่วมใจ
ทำอย่ำงพร้อมเพรียงและสำมัคคี
• การพัฒนาระบบ Early warning signs คือ การเฝ้า
ระวังอาการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยที่มารับการตรวจรักษาและ/
หรือต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกคน เพื่อให้ผู้ป่วย
ได้รับการดูแลและเฝ้าระวังอาการเปลี่ยนแปลง หรืออาการทรุด
ลง ที่อาจมีผลกระทบรุนแรง ถ้าการเฝ้าระวังมีประสิทธิภาพ จะ
ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการตอบสนองต่ออาการเปลี่ยนแปลงนั้นอย่าง
รวดเร็ว สามารถช่วยให้ผู้ป่วยพ้นจากภาวะวิกฤติได้และปลอดภัย
ลดอัตราการเสียชีวิตได้.....
IHI (The Institute
of Health Improvement: USA )
ได้ให้ตัวอย่าง Criteria สาหรับการขอความช่วยเหลือจากผู้ที่มี
ความเชี่ยวชาญ ไว้ดังนี้
• เจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบดูแลผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับ
อาการของผู้ป่วย
• อัตราการเต้นของหัวใจ <40 or >130 ครั้งต่อนาที
• ความดัน systolic <90 mmHg
• อัตราการหายใจ <8 or >28 ครั้งต่อนาที
• O2 saturation <90% ทั้งที่ให้ออกซิเจน
• การเปลี่ยนแปลงระดับความรู้สึกตัว
• ปริมาณปัสสาวะ <50 มล.ใน 4 ชั่วโมง
Modified Early Warning System Score.
การ
บันทึก
3 2 1 0 1 2 3
BP น้อย
กว่า/
เท่ากับ
70 mmHg
71-80
mmHg
81-100
mmHg
101-159
mmHg
160-199
mmHg
มากกว่า
/
เท่ากับ
200mmHg
T น้อย
กว่า/
เท่ากับ
35 C
35.1 -36 C 36.1-38 C 38.1-38.5
C
มากกว่า
/
เท่ากับ
38.6 C
P น้อย
กว่า/
เท่ากับ
40 ครั้ง
ต่อนาที
40-50
ครั้งต่อ
นาที
51-100
ครั้งต่อ
นาที
101-110
ครั้งต่อ
นาที
111-129
ครั้งต่อ
นาที
มากกว่า
/
เท่ากับ
130ครั้ง
ต่อนาที
R น้อย 9-14 15-20 21-29 มากกว่า
สาหรับผู้ใหญ่
• อัตราการเต้นของหัวใจ <40 or >130 ครั้งต่อนาที
• ความดัน systolic <90 mmHg
• อัตราการหายใจ <8 or >28 ครั้งต่อนาที
• O2 saturation <90% ทั้งที่ให้ออกซิเจน
• การเปลี่ยนแปลงของระดับความรู้สึกตัว
• ปริมาณปัสสาวะ <50 มล.ใน 4 ชั่วโมง
สาหรับเด็ก
• อายุ >1 หายใจ > 40 อายุ <1 หายใจ > 60 ครั้ง/นาที
• เด็ก < 8 ปี ชีพจร < 80 หรือ > 160 ครั้ง/นาที
• เด็ก > 8 ปี ชีพจร < 60 หรือ > 140 ครั้ง/นาที
• ความดัน systolic เด็ก 1-10 ปี < 70 mmHg + (อายุเป็นปี + 2)
• หายใจเร็วผิดปกติ, ปลายจมูกบาน, Chest wall Retraction,
Grunting
• การเปลี่ยนแปลงของระดับความรู้สึกตัว, ซึม, ชัก, กระสับกระส่าย
• คลาชีพจรที่ปลายมือ-ปลายเท้าไม่ชัดเจน, เขียว, SpO2<95%
• ถ้ามีตัวใดตัวหนึ่งผิดปกติ ให้รายงานแพทย์โดยใช้ SBAR ภายใน ๕ นาที
สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่
สนใจฟัง
Kanniga 31 jan

Kanniga 31 jan

Editor's Notes

  • #7 May 2009
  • #12 Not only in clinical setting – use in meeting situation e.g. GE use on bed management