ข้อตกลงเบื้องต้น
เอกสารที่แจกขอให้กลับไปอ่าน
สไลด์ที่เสนอจะไม่ตรงกับเอกสาร100%
สไลด์ยินดีให้จะส่งทางline และวางใน slide
share
หากมีข้อสงสัยยกมือถามได้ทันทีทั้ง ข้อ
สงสัยจากในเอกสาร และการบรรยาย
การบรรยายจะจบในเวลา 12.00 น. ตรง
เทคนิคและกลยุทธ์ในการทางานเพื่อลดความเสี่ยง
ทางกฎหมายและจริยธรรม
พยาบาลกับกฎหมาย
NURSING culture ??
• Inability to cope = เก็บกด (ทน)
• Unreasonable demands = อย่าเรียกร้อง(อึด)
• High expectation = หน้าชื่น อกตรม (ทึก)
การประกอบวิชาชีพ
สถานการณ์ปัจจุบัน?
ต้นทุนทางสังคมเปลี่ยนไป
เพราะมีการเปลี่ยนแปลง
CHANGE
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550
มาตรา 80 (2)
พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550
มาตรา 47
พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
พ.ศ. 2545 มาตรา 5
พระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุง
ครรภ์ พ.ศ. 2528 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2540
กรอบการกากับให้เป็ น
พยาบาลที่ดี
กฎหมาย
บ้านเมือง
กฎหมาย
วิชาชีพ
กฎกระทรว
ง
สานึกดี
Service mind
พยา
บาล
ผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาล
โทษทางอาญา
โทษทางแพ่ง
(ละเมิด)
โทษในฐานะ
ผู้ประกอบวิชาชีพ
ป.อ. ม.291ประมาท
เป็นเหตุให้ผู้อื่น
เสียชีวิต หรือ ปอ.ม. 297
(ทาร้ายร่างกายเป็นเหตุให้
ได้รับอันตรายสาหัส),
ปอ.ม. 300 (ประมาทเป็นเหตุให้
ได้รับอันตรายสาหัส),ปอ.ม. 390
(ประมาทเป็นเหตุให้ได้รับอันตราย
แก่กายหรือจิตใจ) เป็นต้น
ป.พ.พ. ม.420
1. กระทาโดยจงใจ/ประมาท
2. หน้าที่ต้องกระทาแต่
งดเว้นไม่กระทา
3. กระทาให้บุคคลอื่นเสีย
หายแก่ชีวิต,ร่างกาย,อนามัย,
เสรีภาพ,ทรัพย์สิน
พระราชบัญญัติ
วิชาชีพการพยาบาล
และการผดุงครรภ์
พ.ศ.2528,
ฉบับที่ 2พ.ศ. 2540
(ว่ากล่าว ตักเตือน
พักใช้ เพิกถอน)
49
113
215
239
303
344
361
401
401
533
478
11 29
71 74 73
97
139 141 140
125 116
13
36
85
120
174
219 204
241
293
337
337
0
100
200
300
400
500
600
สถานการณ์ผู้ได้รับผลกระทบทางการแพทย์และสาธารณสุข
 มทั้งหม ( 2547-2557)
ผู้ 3,437 ผู้ 1,016
และผู้ 2,059
4
12
36
52
64
73
81
92
98
191
218
0
50
100
150
200
250
ล้ ท
ล้
ท
 มทั้งหม ( 2547-2557)
ข้ ฑ์ 6,512
927,260,013 ท
2545: พรบ.หลักประกันสุขภาพ
2547 : ศูนย์สันติวิธีสาธารณสุข
2551 : กฎหมายผู้บริโภค
สถิติคดีการฟ้องร้องทางการแพทย์ สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
(18.4)
(2.4)
(3.6)
สรุปจานวนคดีฟ้ องแพทย์ ข้อมูล ณ วันที่ 30 มีนาคม 2559
คดีในศาล: 49 คดี/คดีแพ่ง: ถึงที่สุด 46 คดี
ชนะคดี 27 คดี / แพ้คดี 19 คดี
ถอนฟ้ อง(เจรจาไกล่เกลี่ยได้) = 140 คดี
คดีอาญา: คดีถึงที่สุด 2 คดี
ชนะคดีทั้ง 2 คดี
ทุนทรัพย์ที่ฟ้ องประมาณ 2,886,000,000 บาท
จ่ายในชั้นไกล่เกลี่ย ประมาณ 20,000,000 บาท
15
5
8
3
3 2
ั้ ั ง
ั้ ั ง
ั
้ ง
ล ั้ ้
ล ท ์
งท
5.5
41.6
13.8
8.3
(8.3)
(22.2)
สาเหตุที่ฟ้ องมากที่สุด
-รักษาผิดพลาดไม่ได ้
มาตรฐาน 38 เรื่อง
-ทาคลอด 18 เรื่อง และ
-วินิจฉัยผิดพลาด 12 เรื่อง
16
เรื่องร้องเรียนมากกว่า 300 เรื่อง
-ส่วนใหญ่เป็นปัญหาทางด ้านการสื่อสาร
สติ มารดา
100 ราย
8.99%
สติ (ทารก
309 ราย
27.78%
อายรกรรม
137 ราย
12.32%
ัลยกรรม
184 ราย
16.54%
กมาร
136 ราย
12.23%
ทาหมัน
94 ราย
8.45%
ัลยกรรมกระดก
41 ราย
3.68%
อื่น
111 ราย
9.98%
ผลการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต ้น
ปีงบประมาณ 2560
จาแนกตามแผนกที่เข ้ารับบริการ
สภาการพยาบาล
Thailand Nursing and Midwifery Council
www.tnc.or.th
เป็นองค์กรวิชาชีพ ที่จัดตั้งขึ้นตาม พรบ.วิชาชีพการพยาบาลและ
การผดุงครรภ์ พ.ศ. 2528
เป็นหน่วยงานอิสระมีสถานภาพเป็นนิติบุคคล
ทาหน้าที่โดยใช้อานาจและกลไกของรัฐในการดาเนินการตาม
พรบ.วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2528 และที่แก้ไข
เพิ่มเติมโดย พรบ.ฯ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2540
สภาการพยาบาล
Thailand Nursing and Midwifery Council
www.tnc.or.th
หลักการดาเนินงานตามกฎหมายวิชาชีพการพยาบาลและการ
ผดุงครรภ์
•การควบคุมและรักษาระดับมาตรฐานคุณภาพการศึกษาพยาบาล
• การควบคุมการประกอบวิชาชีพให้เป็นไปตามมาตรฐานและ
จริยธรรม
•การส่งเสริมความก้าวหน้าในวิชาชีพฯ
โดยมีเป้าหมายสาคัญคือ การคุ้มครองผู้บริโภคหรือประชาชน
ผู้ใช้บริการที่กระทาโดยผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการ
ผดุงครรภ์
21
สมาชิกสภาการพยาบาล
ต้องเป็ นสมาชิกหรือเปล่า
ต่อใบอนุญาต ทุก5 ปี
เสียเงินแล้วได้อะไรจากสภา
5 ปี เสียเงิน......บาท
ไม่มี ไม่ต่อ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ?????
24
มาตรา ๑๑ สภาการ
พยาบาลประกอบดวยสมาชิก
สองประเภท คือ
๑.สมาชิกสามัญ
๒. สมาชกกิตติมศักดิ์
25
คุณสมบัติ
๑. อายุไม่ต่ากว่า ๑๘ ปี
๒. มีความรู้ในวิชาชีพการพยาบาลหรือการพยาบาล
และการผดุงครรภ์โดยได้รับปริญญา หรือ
ประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญา จากสถาบันที่
สภาการพยาบาลรับรอง
๓. ไม่มีพฤติกรรมเสื่อมเสีย
๔. ไม่ต้องโทษจาคุกตามคาพิพากษาถึงที่สุด
๕. ไม่เป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือน
สิทธิ และหน้าที่ของสมาชิกสามัญ
1. ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต
เป็ นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล การผดุงครรภ์
หรือการพยาบาลและการผดุงครรภ์ และขอหนังสือ
อนุมัติ หรือวุฒิบัตรเกี่ยวกับความรู้หรือความชานาญ
เฉพาะทาง หรือหนังสือแสดงวุฒิอื่นในวิชาชีพการ
พยาบาลและการผดุงครรภ์ โดยปฏิบัติตามข้อบังคับ
สภาการพยาบาลว่าด้วยการนั้น
2. แสดงความเห็นเป็ นหนังสือ
เกี่ยวกับกิจการของสภาการพยาบาลส่งไปยัง
คณะกรรมการเพื่อพิจารณา และในกรณีที่
สมาชิกสามัญร่วมกันตั้งแต่ห้าสิบคนขึ้นไป
เสนอให้คณะกรรมการพิจารณาเรื่องใดที่
เกี่ยวกับกิจการของสภาการพยาบาล
คณะกรรมการต้องพิจารณาและแจ้งผลการ
พิจารณาการพิจารณาให้ผู้เสนอทราบโดยมิ
ชักช้า
3. เลือกตั้ง รับเลือกตั้ง
หรือรับเลือกเป็ นกรรมการ
4. ผดุงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์แห่ง
วิชาชีพ และปฏิบัติตน
ตามพระราชบัญญัตินี้
จริยธรรมแห่งวิชาชีพการพยาบาล
และการผดงครรภ์
หม 1 หลั ทั ไ
หม 2 ฏ ั ผู้ ห ื ผู้ ั
ฏ ั ผู้ ม
ฏ ั ผู้ มง
ท ล ง ม ษ ์
หม 3 โฆษ ะ
ลและ ผ ง ภ์
หม 4 ะ
สถิติความผิดทางจริยธรรม
ะ ม
ฎหม
้ มื ง
ฤ ม ม ฐ ื ม
ภ ลั ษ ์
ผล ม
ทั้งหม
48 1 1
49 3 3 3 9
50 6 3 4 13
51 8 4 5 17
52 7 2 3 12
53 8 3 7 18
54 9 1 2 1 13
55 14 5 4 2 25
56 5 6 5 16
57 7 7 3 17
58 9 3 2 14
ผล มทั้งหม 77 37 38 3 155
สถิติฐานความผิด
0
0.5
1
1.5
2
2.5
3
3.5
4
ปี2555
ปี2556
ปี2557
ปี2558
หลัก จริยธรรมทั่วไป
 ผ ้ประกอบวิชาชีพ ย่อมดารงตนให ้สมควร
ในสังคมโดยธรรมและเคารพต่อกฎหมาย
บ ้านเมือง
 ผ ้ประกอบวิชาชีพ ย่อมประกอบวิชาชีพ
ด ้วยเจตนาดี โดยไม่คานึงถึงฐานะ เชื้อชาติ
สัญชาติ าสนา สังคม หรือลัทธิการเมือง
 ผ ้ประกอบวิชาชีพ ย่อมไม่ประพฤติหรือ
กระทาการใด อันอาจเป็นเหตให ้เสื่อมเสีย
เกียรติ ักดิ์แห่งวิชาชีพ
ฏ ั ผู้ ห ื ผู้ ั
 ้ ง ั ษ ม ฐ ข ง
ะ ฯใ ะ ั ท
ท ...โ ไม ้ ง ้ ง
ง ัล ษ ห ื
ท ไ ้ ั ม
ทาได้มาตรฐานและหลักวิชาการ
• กรณีดูดเสมหะ
• กรณีใส่ท่อช่วยหายใจ
• กรณีคลอดไหล่ติด
• กรณีคอมพาทเม้นซินโดม
• การให้ยาเส้นไหนให้ได้หรือไม่ได้
• ผู้ป่ วยจาหน่ายกลับไม่ได้
 วันที่ ๑๕ ด.ญ. รุ่งอรุณ ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติหตุ ขาซ้ายหัก แบบชนิด
ปิด รพ.รับไว้รักษาในตึกผู้ป่วยใน
 วันที่ ๑๖ เวลา ๙.๐๐น. แพทย์มาดูอาการ เอ็กซเรย์ ดึงกระดูกแบบถ่วง
น้าหนักด้วยถุงทราย
 วันที่ ๑๗ เวลา ๙.๐๐ น แพทย์มาดูอาการ พบนิ้วเท้าและหลังเท้าของ
ผู้ป่วยมีสีเขียวมากขึ้น ส่งต่อ
 รพศ พบว่าเส้นเลือดแดงบริเวณแข็ง มีลิ่มเลือดอุดตัน แสดงว่าขาดเลือด
มากกว่า ๖ ชม.ต้องตัดขาข้างซ้าย
 ฟ้องละเมิด กระทรวงสาธารณสุข ๘,๔๓๑,๘๐๐ บาท
 ผู้ป่วยกระดูกขาหักและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลส.แพทย์ได้
วางแผนผ่าตัดหลังรับผู้ป่วยไว้ ๒ ชม แต่แพทย์ติดธุระจึงเลื่อนออกไปอีก
๕ ชม แต่เมื่อถึงเวลา แพทย์ยังคงติดธุระจึงงดผ่าตัดไปก่อน และใช้การ
รักษาด้วยการ ทา Skin traction ต่อมาอีก ๔๘ ชั่วโมง ซึ่งเมื่อ
แพทย์มาประเมินกลับพบว่าขาข้างดังกล่าวไม่มีเลือดไปเลี้ยงจึงส่งตัว
ไป รพม และผู้ป่วยถูกตัดขา
 คดีนี้ศาลมีความเห็นว่า แม้แพทย์จะสามารถใช้ดุลพินิจโดยการเลื่อน
ผ่าตัดและใช้ skin traction แต่แพทย์ยังคงมีหน้าที่ต้องระมัด
ระวัง การเกิด Compartment syndrome อยู่ดีแสดงว่า
การเฝ้าระวังนั้น ไม่ดีพอ
 แม้จะอ้างเอาเอกสารว่าได้มีการบันทึกการเฝ้าระวังอาการขาดเลือด
ไปเลี้ยงที่มีการลงบันทึกทุก ๒ ช.ม.แต่ศาลเห็นว่าพยานเอกสาร
ดังกล่าวไม่น่าเชื่อถือเพราะอยู่ในครอบครองและการจัดทาของ
จาเลยฝ่ายเดียว โดยบุคคลภายนอกไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อาจมีการ
แก้ไขดัดแปลงหรือลงบันทึกไม่ตรงกับความเป็นจริงก็ได้ และแม้
พยานจาเลยหลายปากจะ
 ให้การสอดคล้องกัน และเป็นคุณแก่จาเลยแต่ศาลพิเคราะห์ทั้ง
พยานเอกสารและพยานบุคคลไมน่าเชื่อถือเพราะหากมีการกระทา
ดังกล่าวจริงควรตรวจพบ พบอาการ Compartment
syndrome ได้แต่เนิ่น ๆ
 ้ งไม ูงใ ห ื ั ผู้ใ ให้
ม ั ื ผล ะโ ์
ข ง
ไมให้ห ื ั ผล ะโ ์
แท ื ง ั
ห ื งผู้
 ต ้องปฏิบัติต่อผ ้ป่ วยหรืผ ้รับบริการโดย
สภาพและปรา จากการบังคับข่เข็ญ
 ไม่หลอกลวงให ้หลงเข ้าใจผิดเพื่อ
ประโยชน์ของตน
 ต ้องคานึงถึงความปลอดภัยและความ
สิ้นเปลืองของผ ้ป่ วยหรือผ ้รับบริการ
 ไม่สั่งใช ้หรือสนับสนนการใช ้ยาตาราลับ
รวมทั้งอปกรณ์ทางการแพทย์อันไม่
เปิดเผยส่วนประกอบ
พยาบาลพึงป้องกันอันตรายต่อ
สุขภาพและชีวิตของผู้ใช้บริการ
พยาบาลต้องดาเนินการในกิจกรรมการ
ให้บริการด้วยความระมัดระวังรอบครอบ โดยใช้
องค์ความรู้ทางการพยาบาลมาวางระบบการป้องกัน
ความเสี่ยงและอันตรายที่อาจเกิดกับผู้ใช้บริการ
การใช้ศาสตร์ และศิลปะ ในการประกอบวิชาชีพ
• พยาบาลเตรียมฉีดยาผู้ป่วยตามแผนการรักษาของ
แพทย์ ซึ่งให้ 50% glucose 20 cc.เข้าทางเส้นโลหิต
ให้ผสม Kcl(โปรแตสเซียมคลอไรด์)20 cc.ในน้าเกลือ
1000 cc.ที่กาลังให้ผู้ป่วยอยู่ พยาบาลได้หยิบเอา
syring ที่เป็นยา kcl20cc. ฉีดเข้าเส้นเลือดผู้ป่วย ทา
ให้ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิต
พยาบาลมีหน้าที่ดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยแต่งดเว้นโดย
แอบไปหลับเวรปล่อยให้ออกซิเจนหรือสารน้าทางหลอด
เลือดดาหมดจนเกิดอันตรายแก่ผู้ป่วย รวมถึงการไม่ไป
ดูแลผู้ป่วยเมื่อถูกตามตัวให้ไปดูแล
พยาบาลมีหน้าที่ในการดูแลรักษาผู้ป่ วยแต่ งดเว้นไม่
ปฏิบัติหน้าที่ของตน หลับเวรปล่อยให้ออกซิเจนหมด เมื่อ
ถูกตามไม่ไปดูแลผู้ป่ วย ผู้ป่ วยถึงแก่กรรม ถือเป็นการ
กระทาโดย งดเว้นการกระทาโดยเจตนา www.themegallery.com
กระทาผิดวินัย ในกรณีเจตนาดีในการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย
ไม่ต้องการให้ผู้ป่วยใช้มือดึงลวดมัดฟันออก เพราะการดึงลวด
ทาให้ปากเกิดบาดแผล จึงให้ผู้ช่วยเหลือคนไข้จับมือผู้ป่วยใน
ท่ากามือและใช้ผ้ายางยืดพันมือโดยรอบ๑ ม้วน หลังพันผู้ป่วย
ยังคงพยายามคลายมืออก จึงได้ใช้ผ้ายางยืดพันทับอีก๑ ม้วน
ไม่ได้รายงานหัวหน้าเวร การพันดังกล่าวผิดมาตรฐานวิชาชีพ
ไม่ได้คลายผ้าทุก ๑-๒ ชั่วโมง รวม ๔๑ ชั่วโมง เป็นเหตุให้
เลือดไปเลี้ยงมือไม่พอ มือทั้ง๒ ข้างบวม จนในที่สุดถูกตัดนิ้ว
มือบริเวณปลายนิ้วนาง และนิ้วก้อยไปครึ่งนิ้ว
ส่งมอบยาอะดรีนาลีน
ยาที่มีความเสี่ยงสูงให้
ผู้ใต้บังคับบัญชาและบอก
เพียงอัตราส่วนผสมยาแต่
ไม่ถ่ายทอดคาสั่งการ
รักษา ไม่อธิบายวิธีการให้
ยา ทาให้ผู้ป่วยเด็กแฝด
สองรายเสียชีวิต
วันที่ ๓ ก.ค. นาง เนตรดาว ถูกงูกัด ญาตินาส่งรพ. เวลา ๑๖.๓๐
น ผู้ป่วยและญาติแจ้งว่าถูกงูเขียวหางไหม้กัด เวลา ๑๗.๓๐ น. รับ
ไว้ใน รพ. แพทย์เจ้าของไข้กาลังผ่าตัดไส้ติ่ง เวลา ๑๙.๐๐ น.
พยาบาล ไปตรวจพบผู้ป่วยหลับอยู่เรียกไม่ตื่น ช่วยฟื้นคืนชีพ ต่อ
เครื่องช่วยหายใจ จนวันที่ ๔ ก.ค. เสียชีวิต เวลา ๑๖.๔๐ น
ยื่นฟ้องละเมิด กระทรวง ค่าเสียหาย ๔๐๐,๐๐๐ บาท
ประเภทของความประมาท
ในการประกอบวิชาชีพ
• ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพ
• การใช้เครื่องมือไม่ถูกต้อง
• ความบกพร่องในการสื่อสาร
• ความบกพร่องในการบันทึกรายงาน
• ความบกพร่องในการประเมินและการตอบสนองต่อสัญญาณ
อันตรายและ อาการ ผู้ป่ วย
• ความบกพร่องในการพิทักษ์สิทธิ์
ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพ
• ประเมินผู้ป่ วยแรกรับรับไม่ครบถ้วน
• ไม่มีการซักประวัติการแพ้ ยาและแพ้สารอื่นๆ
• ไม่ได้ซักประวัติยาที่ผู้ป่ วยใช้ประจา
• ไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติของหน่วยงาน
• ไม่มีการประเมินผลการให้การพยาบาล ตามแผนที่วางไว้
• ไม่ปฏิบัติตามแผนการรักษาของแพทย์ ทั้งลายลักษณ์อักษรและวาจา
ยกเว้น คาสั่งนั้นเป็นคาสั่งไม่ชอบ
• การมอบหมายให้ผู้ที่ไม่ผ่านการอบรมหรือไม่มีความสามารถปฏิบัติ
หน้าที่แทน
ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพ
• พยาบาลวิชาชีพ ควรระมัดระวังเรื่องการป้องกันการติดเชื้อจากการทาแผล โดยไม่ใช้
ชุดทาแผลที่หมดอายุ จนเป็นเหตุให้เกิดการติดเชื้อ
• การให้สารน้าทางหลอดเลือดดา การไล่อากาศออกจากสาน การเปลี่ยนสาย การ
ประเมินภาวะติดเชื้อ การเกิดการรั่วออกของยาที่ทาให้เกิดเนื้อตาย เส้นที่สามารถให้
ยาได้
• การบริหารยา ตามหลัก 6R ให้ยาผิดคน ยาผิดชนิด ผิดขนาด ผิดทาง ผิดเวลา
• การผูกมัดและการคลาย
• การดูดเสมหะจากผู้ป่วยที่เจาะคอ
• การเกิดแผลกดทับ
ความบกพร่องในการประเมิล
ผลการให้การพยาบาล
• ไม่ประเมินอาการผู้ป่วยด้วยตนเองเมื่อแรกรับผู้ป่วย
• ประเมินอาการในแต่ละเวรไม่ครบถ้วน
• ไม่ปรับปรุงการพยาบาลที่สอดคล้องกับอาการของผู้ป่วย
• ไม่รายงานแพทย์ทันทีเมื่อเกิดอาการเปลี่ยนแปลง
• มอบหมายให้บุคคลอื่นที่ไม่มีความรู้ความสามารถ ในการ
ประเมินอาการผู้ป่วยแทน ต้องมีแนวทางว่าผู้รับบริการระดับ
ไหน ใครประเมิน
• ไม่ออกใบรับรองอันเป็นเท็จ โดยเจตนา
• ไม่เปิดเผยความลับของผ ้ป่ วยหรือ
ผ ้รับบริการ
• ไม่ปฏิเสธการช่วยเหลือผ ้ที่อย่ในระยะ
อันตราย
• ไม่ใช ้หรือสนับสนน การประกอบวิชาชีพ
โดยผิดกฎหมาย
ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร
การปลอมเอกสาร
• การเติมข้อความลงไปใหม่
• การแก้ไขข้อความใน
สาระสาคัญเช่นแก้ไขปี
• มีเจตนาแก้ไข
• ไม่ได้รับความยินยอม
การรับรองเอกสารเท็จ
• ทาเอกสารคารับรองโดย
ไม่มีอานาจหน้าที่
• ทาเอกสารที่ไม่ตรงกับ
ความจริงเช่นบันทึกการ
พยาบาล
การรักษาความลับของผู้ป่ วย
• ไม่นาเรื่องของผู้ป่วยมาพูดในที่สาธารณะ เช่น ลิฟท์ ทางเดิน
• ไม่ตอบข้อมูลด้านการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยกับผู้ที่สอบถามทางโทร
ศัพย์
• ไม่วางแฟ้มประวัติไว้ปลายเตียงหรือในจุดที่มีผู้อื่นหยิบได้ง่าย
• ห้ามนาประวัติและบันทึกรายงานผู้ป่วยออกจากหอผู้ป่วย หรือ รพ.
• ระมัดระวังการพูดเกี่ยวกับผลการวินิจฉัย แผนการรักษา ในห้องรวม
• ไม่เปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยกับญาติ โดยผู้ป่วยไม่ยินยอม
• มีระดับชั้นในการเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยในคอมพิวเตอร์
• ไม่ถ่ายเอกสารประวัติทั้งหมดให้กับ บริษัทประกัน
ทาโดยมีอานาจหรือไม่
• ออกใบรับรองการตรวจ
• การใช้ยาของ NP ในสถานพยาบาล
• การควบคุมกากับ EMT
• การจัดซื้อเวชภัณฑ์
54
การปฏิบัติต่อผ ้ร่วมวิชาชีพ /ผ ้ร่วมงาน
5.ไม ้ ล ง ฏ ั ง ใ
ให้ มข ข ข ง
ฎหม ื
โ ไมม ฎหม ง ั
การทาก้าวล่วง??
• การตรวจรักษาแทนแพทย์
• การทาหัตถการเช่นการเย็บแผล เอ็น
ฉีก
• การชันสูตรทางนิติเวช
• การเจาะเลือด
กรณีศึกษา/การขัดกันของกฎหมาย
 มาตรา 4 การพยาบาล /พ.ร.บ เวชกรรม/ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข 2539
- การฉีดยาหรือการให้สายละลายทางเส้นเลือดดาใน ร.พ เอกชน
- การเจาะเก็บเลือดทางเส้นเลือดดา
 มาตรา 4 การประกอบวิชาชีพการพยบาล การรักษาโรคเบื้องต้น/ พ.ร.บ. ยา
มาตรา 13/พ.ร.บ.เทคนิคการแพทย์มาตรา 3
- การใช้ยา 19 รายการในคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์
พรบ.การประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์
พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
“การพยาบาล” หมายความว่า การกระทาต่อมนุษย์เกี่ยวกับ
 การดูแลและการช่วยเหลือ
เมื่อเจ็บป่วย
 การฟื้ นฟูสภาพ
 การป้องกันโรค
 การส่งเสริมสุขภาพ
 การช่วยเหลือแพทย์กระทา
การรักษาโรค
ทั้งนี้ โดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์และศิลปะการพยาบาล
มาตรา 4
มาตรา 4 (ต่อ)
หมายความว่า การปฏิบัติหน้าที่การพยาบาลต่อบุคคล ครอบครัว และ
ชุมชน โดยการกระทาต่อไปนี้
1. การสอน การแนะนา การให้คาปรึกษา และแก้ปัญหาเกี่ยวกับ สุขภาพอนามัย
2. การกระทาต่อร่างกายและจิตใจของบุคคล รวมทั้งการจัดการสภาพแวดล้อม
เพื่อการแก้ปัญหาความเจ็บป่วย การบรรเทาอาการของโรค การลุกลามของ
โรค และการฟื้ นฟูสภาพ
“การประกอบวิชาชีพการพยาบาล”
3. การกระทาตามวิธีที่กาหนดไว้ในการรักษาโรคเบื้องต้นและการ
ให้ภูมิคุ้มกันโรค
4. การช่วยเหลือแพทย์กระทาการรักษาโรค
ทั้งนี้ โดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์และศิลปะการพยาบาล ในการประเมิน
สภาพ การวินิจฉัยปัญหา การวางแผน การปฏิบัติ และการประเมิน
“การประกอบวิชาชีพการพยาบาล”(ต่อ)
พยาบาลปฏิเสธงานที่ถูกมอบหมายได้หรือไม่
62
“การกระทาตามคาสั่งของเจ้าพนักงาน”
• ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 70 ซึ่งบัญญัติว่า
“ผู้ใดกระทาตามคาสั่งของเจ้าพนักงาน แม้คาสั่งนั้นจะมิ
ชอบด้วยกฎหมาย ถ้าผู้กระทามีหน้าที่หรือเชื่อโดยสุจริต
ว่ามีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ เว้นแต่จะ
รู้ว่าคาสั่งนั้นเป็นคาสั่งซึ่งมิชอบด้วยกฎหมาย”
การปฏิเสธการกระทาที่ไม่ชอบด้วย
กฎหมาย หรือการกระทาที่มีกฎหมาย
รองรับ หากกระทานั้นเกินขีด
ความสามารถของตน และอาจจะบังเกิด
ผลเสียหายต่อผู้ใช้บริการได้
64
• ในการประกอบวิชาชีพการพยาบาล ผู้
อาจเกิดปัญหาทางกฎหมายอาญาในเรื่องกระทา
ตามคาสั่งโดยรู้อยู่แล้วว่าคาสั่งไม่ถูกกฎหมาย
• เช่น การรับคาสั่งแพทย์ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพให้
กระทาเวชกรรม และพยาบาลทราบตั้งแต่แรก
แล้วว่าเป็นคาสั่งที่ไม่ถูกต้องขัดต่อระเบียบสธ.ปี
39 การนาคาสั่งดังกล่าวไปปฏิบัติเมื่อเกิดผลร้าย
ขึ้นกับผู้ป่วยถือว่าผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลมี
เจตนาทาร้ายให้ผู้ป่วยได้รับอันตราย
65
แพทย์สั่งให้พยาบาลฉีดเคมีบาบัดฯขัดต่อ
ประกาศของสภาการพยาบาล
เรื่องห้ามมิให้ยาหรือสารละลายทางหลอด
เลือดดา พ.ศ.2550 ผลจะเป็นอย่างไร
66
• สภาการพยาบาลโดยความเห็นชอบ
ของคณะกรรมการสภาการพยาบาลใน
การประชมครั้งที่ 11/ 2550 เมื่อวันที่
16 พฤ จิกายน 2550 จึงออกประกา
สภาการพยาบาลเรื่องห้ มมให้ ห ื
ละล ท งหล ลื
67
การปฏิบัติต่อผ ้ร่วมวิชาชีพ /ผ ้ร่วมงาน
6. ้ งไม ม ห ื ไม มมื
ใ ให้ผู้ทไมม ท ์ ะ
ม ฎหม
ะท ลห ื ผ ง
ภ์
พยาบาลปลอม
การปลอมแปลงใบอนุญาต
- แก้ไขประเภทของใบอนุญาต
- แก้ไขวันออกและวันหมดอายุ
ถูกสวมสิทธิ
ปลอมทั้งฉบับ
การแก้ไขปัญหากรณีถูกปลอม/ถูกสวมสิทธิ
1.แจ้งความทันทีที่ทราบเหตุ ท้องที่เกิดเหตุ
2.แจ้งสภาการพยาบาล
- เข้าร่วมแจ้งความตามม. 27
- จัดนิติกรดูแลคดี/ช่วยเหลือในการดาเนินคดี
- ดาเนินการจริยธรรมผู้ประกอบวิชาชีพฯ(ถ้ามี)
- ให้ความร่วมมือกับสภาฯในการเข้าจับกุมผู้กระทาผิด
3.กรณีปลอมใบอนุญาตของตนเอง แก้ไขประเภท แก้ไขวัน
ออก และวันหมดอายุ
◦ สมัครสอบขึ้นทะเบียนใหม่
◦ ถูกลงโทษจริยธรรม พักใบอนุญาต 3 เดือนหลังจาก
ได้รับใบอนุญาตใหม่แล้ว
◦ แจ้งสถานที่ทางานเพื่อทราบผลการตรวจสอบ
ใบอนุญาต
◦ เพื่อดาเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง (เงินค่าวิชาชีพ)
การแก้ไขปัญหากรณีถูกปลอม/ถูกสวมสิทธิ (ต่อ)
ประเมินไม่ครบถ้วนผิดหรือไม่
�ผู้ป่วยอายุ ๒๗ ปีเกิดอุบัติเหตุขณะใช้เครื่องตัดหญ้าใบมีด
ตัดหญ้ากระแทกของแข็ง ทาให้หักและเศษใบมีดกระเด็น
โดนท่อนแขนข้างขวา มีแผลฉีกขาดและเลือดออกมาก เข้า
รับการรักษา ใน รพช. พยาบาลทาแผล เย็บแผล ให้ ยากัน
บาดทะยักและให้ยารับประทาน พร้อมคาแนะนาเรื่องการ
ทาแผล จาหน่ายกลับบ้าน
�หลังทาแผลอยู่ ๑ สัปดาห์แผลเย็บยังบวมแดง ปวดมาก
แพทย์ส่งเอกซเรย์ พบมีเศษใบมีดยาว ๒ ซม.อยู่ในแผล ให้
การรักษาโดยเปิดแผลเพื่อนาใบมีดออก และให้ทาแผลต่อ
ผ่าตัดแล้วมีของตกค้างพยาบาลต้องร่วมรับผิดหรือไม่
�ผู้ป่วยอายุ ๒๐ ปี เข้ารับบริการด้วยอาการปวด
ท้องน้อยด้านขวา ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไส้ติ่ง
ได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด หลังผ่าตัด ๓ อาทิตย์
แผลบวมแดงอักเสบ มีหนอง จึงมาโรงพยาบาล
แพทย์เปิดแผลผ่าตัดพบมีก็อส อยู่ในช่องท้อง และ
พบว่าไหมที่เย็บแผลด้านในบางส่วนไม่ละลาย
ระบบตรวจสอบในห้องผ่าตัด
การส่งมอบทารกเสียชีวิต
�ผู้ป่วยอายุ ๑๙ ปีเข้ารับบริการใน รพช. ด้วยอาการปวดท้อง
และมีเลือดออกทางช่องคลอด ตรวจพบว่าผู้ป่วยตั้งครรภ์
อายุครรภ์ประมาณ ๓๐ สัปดาห์ (โดยผู้ป่วยไม่ทราบว่า
ตั้งครรภ์) รับไว้รอคลอด ต่อมาปากมดลูกเปิด ถุงน้าคร่ายัง
ไม่แตก คลอดปกติได้ทารกน้าหนัก ๗๒๐ กรัม พร้อมถุง
น้าคร่า แรกคลอดทารกไม่หายใจมือเท้าเขียว ไม่ตอบสนอง
ต่อการกระตุ้น วินิจฉัยว่าแท้งทารกเสียชีวิต แจ้งญาติและนา
ทารกใส่ถุงแดงมอบให้ญาติกลับไปทาพิธี เมื่อไปถึงบ้านข้าง
บ้านขอดูศพกลับพบทารกหายใจ ตัวแดง ร้องเป็นพักๆ ญาติ
จึงพาทารกกลับมาที่ รพ
มาตรฐานระหว่างการส่งต่อ
�ผู้ป่ วยอายุ ๒๗ ปี เข้ารับการรักษาที่ รพช.
ด้วยอาการเจ็บครรภ์คลอด อายุครรภ์๓๙
สัปดาห์ตรวจพบว่ามีสายสะดือย้อยและ
อัตราการเต้นของหัวใจทารกอยู่ที่ ๑๒๐
ครั้ง/นาที แพทย์จึงส่งต่อ รพท. ขณะส่งต่อ
พยาบาลได้ให้ผู้ป่ วยนอนตะแคงและตรวจ
การเต้นของหัวใจทารก พบว่าการหายใจ
ลดลงเรื่องๆ ระหว่างทางมารดาปวดเบ่งมาก
ขึ้น จึงตัดสินใจแวะ รพช. ทางผ่าน และ
พยาบาลให้ยาผิด ผิดมั้ย
�ผู้ป่วยชายอายุ ๖๖ ปีเข้ารับการรักษาที่ รพศ. ด้วยโรคหัวใจ
และมีเลือดออกตามไรฟันจากการรับประทานยาสลายลิ่ม
เลือด แพทย์จึงวางแผนการรักษาด้วยการให้สารน้าทาง
หลอดเลือดดาและให้ยาห้ามเลือด (Transamine) แต่
พยาบาลได้รับยาฉีดทางหลอดเลือดและให้ยา (Rocephine)
ผู้ป่วยมีอาการตัวชา ความดันดลหิตตก ตัวบวม มีผืนขึ้นที่
ลาตัว แพทย์วินิจฉัยแพ้ยาอย่างรุนแรง ย้ายไปรับการรักษา
ที่หอผู้ป่วยหนัก จนอาการดีขึ้นจึงอนุญาตให้กลับบ้าน
ล้มใน รพ.พยาบาลผิดมั้ย
�ผู้ป่วยชายอายุ๖๓ ปี เข้ารับบริการใน รพช. ด้วยโรคความ
ดันโลหิตสูง ผู้ป่วยมีประวัติเป็นโรคสมองเสื่อมรับการรักษา
ที่ รพ. มาตลอด ตอนเช้าผู้ป่วยเข้าห้องน้าด้วยตนเอง ลื่นล้ม
ในห้องน้า รพ. ตรวจร่างกายไม่พบความผิดปกติ สัญญาณ
ชีพดี สังเกตอาการทางสมอง อยู่ ๑ วัน ผู้ป่วยช่วยเหลือ
ตัวเองได้ รับประทานอาหารได้ตามปกติ วันรุ่งขึ้นแพทย์
อนุญาตให้กลับบ้าน หลังกลับบ้านได้ ๕ วัน ผู้ป่วยเสียชีวิตที่
บ้านด้วยอาการหลับไปเรียกไม่รู้สึกตัว
ให้วัคซีน
�ผู้ป่วยอายุ ๔ เดือน เข้ารับบริการฉีดวัคซีนสร้าง
เสริมภูมิคุ้มกันโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ไวรัส
ตับอักเสบบี ครั้งที่ ๒ ที่ รพสต. หลังฉีดวัคซีน
อาการปกติ ไม่มีไข้ ไม่ซึม หลังจากฉีกวัคซีนตอน
เย็นญาติ พาผู้ป่วยไป รพช. ด้วยอาการชักเกร็ง
ปากเขียว แพทย์ส่งต่อ รพท. เมื่อถึง รพท. พบว่า
ผู้ป่วยหยุดหายใจและเสียชีวิต
ไม่ได้วัคซีน
�ผู้ป่วยอายุ ๗๔ ปีเข้ารับบริการที่ รพช. ด้วยถูกไม้ไผ่บาดมือ
ขวา เมื่อ ๒ วันก่อน มีมือบวมปวดมือมาก พยาบาลให้การ
รักษาด้วยการให้ยาปฏิชีวนะฉีดที่ รพ. ๑ เข็มและมอบยาให้
ฉีดต่อที่ รพสต. หลังการรักษา ๒ วันผู้ป่วยกลับมารักษาด้วย
อาการชักเกร็งทั้งตัว มีไข้สูง รับไว้รักษา ๑ วันอาการไม่ดีขึ้น
จึงส่งต่อ รพท. แรกรับพบว่าผู้ป่วยมีอาการเกร็งตามแขนขา
อ้าปากลาบากเจ็บบริเวณคอถึงหลัง จากประวัติมีแผลจาก
การถูกไม้บาดและไม่ได้รับการฉีดวัคซีนบาดทะยัก วินิจฉัย
เป็นโรคบาดทะยัก รักษาโดยการให้วัคซีนและยาปฏิชีวนะ
อาการไม่ดีขึ้นทรุดลงเรื่อย และเสียชีวิต
วิสัญญีพยาบาล ช่วย drip morphine 3 mg dilute เข้าทาง
ไขสันหลัง ตามแผนการรักษาได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
พยาบาลวิชาชีพทาคลอดท่าก้นแก่หญิงตั้งครรภ์เนื่องจาก
เป็นนโยบายของ รพช. ผิดกฎหมายหรือไม่
ความหมายการผดุงครรภ์
 การกระทาเกี่ยวกับการดูแลและช่วยเหลือสตรีมีครรภ์สตรีหลังคลอด
และทารกแรกเกิด
 การตรวจ การทาคลอด การส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันความ
ผิดปกติในระยะตั้งครรภ์ระยะคลอด และระยะหลังคลอด
 การช่วยเหลือแพทย์ในการรักษาโรค
 อาศัยหลักวิทยาศาสตร์และศิลปะการผดุงครรภ์
ข้อจากัดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพการพยาบาล
ตามข้อบังคับสภาการพยาบาล พ. ศ. 2550
 หมวด 1 บททั่วไป
 การเจ็บป่วยฉุกเฉิน -> การเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกระทันหัน ต้องปฐม
พยาบาล เคลื่อนย้ายผู้ป่วย และดูแลรักษาทันที
 การเจ็บป่วยวิกฤต -> การเจ็บป่วยที่รุนแรง จนอาจทาให้ถึงแก่ชีวิต
หรือพิการ
หัวใจหยุดเต้น หายใจลาบาก หอบรุนแรง หยุดหายใจ ภาวะช็อก ชัก
ตลอดเวลาหรือชักจนตัวเขียว ตกเลือดซีดมากจนเขียว ไม่รู้สึกตัว ชัก
อัมพาต ตาบอดหูหนวกทันที เจ็บปวดมาก ถูกพิษหรือรับยาเกินขนาด
ได้รับอุบัติเหตุ โดยเฉพาะมีบาดแผลที่ใหญ่มากหลายแห่ง
ข้อจากัดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพการพยาบาล
ตามข้อบังคับสภาการพยาบาล พ. ศ. 2550
 หมวด 2 การประกอบวิชาชีพการพยาบาล
 ให้ยาตามแผนการรักษา หรือ ปฐมพยาบาล
 ห้ามมิให้ยาหรือสารละลายทางไขสันหลัง
 ห้ามมิให้ยาสารละลายทางหลอดเลือดดา
 สารละลายทึบแสงทุกชนิด (contrast media)
 ยาเคมีบาบัด ยกเว้น
 ต้องผ่านการอบรม เตรียมโดยผู้ประกอบวิชาชีพอื่น
 หลอดเลือดดาส่วนปลาย หรือหลอดเลือดดาที่เปิ ดไว้แล้วโดยแพทย์
 ยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือดดา (intravenous anesthetic agents) ได้แก่
thiopental sodium, ketamine hydrochloride, propofol, etomidate ยกเว้น
 ผ่านการอบรมวิสัญญีพยาบาล และปฏิบัติงานในสถานพยาบาลรัฐ
ข้อจากัดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพการพยาบาล
ตามข้อบังคับสภาการพยาบาล พ. ศ. 2550
 หมวด 2 การประกอบวิชาชีพการพยาบาล: หัตถการตามขอบเขต
กาหนด
การทาแผล การตกแต่งบาดแผล การเย็บแผล การตัดไหม
การผ่าฝี -> ตาแหน่งที่ไม่เป็นอันตรายต่ออวัยวะสาคัญ
การถอดเล็บ การจี้หูด/ จี้ตาปลา
การผ่าตัดเอาสิ่งแปลกปลอม ที่อยู่ในตาแหน่งซึ่งไม่ใช่อวัยวะสาคัญ
โดยฉีดยาระงับความรู้สึกทางผิวหนัง
การล้างตา
ข้อจากัดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพการพยาบาล
ตามข้อบังคับสภาการพยาบาล พ. ศ. 2550
 หมวด 2 การประกอบวิชาชีพการพยาบาล: หัตถการที่ผ่านการอบรม
การใส่และถอดห่วง
การฝังและถอดยาคุมกาเนิด
การผ่าตัดตาปลา การเลาะก้อนใต้ผิวหนังบริเวณที่ไม่เป็นอันตราย
การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี VIA (Visual Inspection
Using 3-5% Acetic Acid)
การจี้ปากมดลูกด้วยความเย็น (Cryotherapy)
รอนานพาน
เกิดเรื่อง
-
1,000
2,000
3,000
4,000
5,000
25 35 45 55
ไม่ใช่ขรก. ข้าราชการ
วิกฤติพยาบาลวิชาชีพ : ขาดกาลังคนรุ่นเยาว์โครงสร้างกาลังคนสูงอายุ
อายุเฉลี่ย 42.34 ปี
ข้อมูลจาก กลุ่มบริหารงานบุคคล กระทรวงสาธารณสุข 1 พย 2558
อายุ (ปี)
ลาออกจาก
เงินเดือนเต็มขั้น/
เปลี่ยนตาแหน่ง
(loss 30%)
จบปี 56-58
ควรมีประมาณ
7500 คน
(Loss 75%)
98
ปัญหา
• การขาดแคลนพยาบาลสง ส่งผลต่อคณภาพการ
ดแลและไม่ต่อเนื่อง
• ทาอย่างไรโรงพยาบาลจะสามารถจัดบริการที่เป็น
high-quality care รวมทั้งมีความสามารถดึงดด
และรักษาพยาบาลไว ้ ให ้ทางานอย่ในองค์การ
นาน และมีอัตราลาออก/โอนย ้ายต่า
• ทาอย่างไรโรงพยาบาลจะเป็น – good place to
practice nursing and good place to work
99
การจัดอัตรากาลังเพื่อความปลอดภัย (Safe staffing)
ควรคานึงถึง.....
 ความยากและซับซ ้อนของกิจกรรมทางการพยาบาล
 การเตรียมพยาบาลในแต่ละระดับ
 สมรรถนะและประสบการณ์ของพยาบาล
 การพัฒนาบคลากร
 การสนับสนนการบริหารจัดการทั้งระดับผ ้ปฏิบัติและ
ระดับผ ้บริหาร
 บริบทและสิ่งแวดล ้อมทางด ้านเทคโนโลยี่ขององค์การ
 การสนับสนนช่วยเหลือและปกป้องในกรณีที่มีความไม่
ชอบธรรม
100
การจัดอัตรากาลัง : เหตการณ์ไม่พึงประสงค์
• การที่มีอัตรากาลังไม่เพียงพอ ทาให ้การปฏิบัติงาน
ไม่ปลอดภัย พบว่ามีประมาณ 98,000 คน/ปี ที่
เสียชีวิตจาก med. error ซึ่งมากกว่าการเสียชีวิต
จาก motor vehicle accidents, breast cancer or
AIDS (Kohn et al, 2000)
• จากรายงานของ JCAHO อัตรากาลังที่ไม่เพียงพอ
มีผลต่อ ปัจจัยที่เป็นสาเหตการตายที่ไม่คาดคิด
หรืออบัติเหตต่าง 24% (JCAHO released August, 2003)
ความเสี่ยงด้านจริยธรรมและกฎหมายของพยาบาล
 ถูกมอบหมายภาระงานเกินกรอบของกฎหมาย
- ทางานแทนแพทย์/รับนโยบายของกระทรวง
- ชั่วโมงการทางานต่อเนื่องเกินสมควร
- ถูกแต่งตั้งให้เป็นกรรมการเกี่ยวกับการพัสดุ กรรมการจัดซื้อ/ตรวจรับพัสดุ/
ตรวจนับพัสดุ
 ขาดความก้าวหน้าในตาแหน่งงาน
- ตาแหน่งบริหารระดับสูงมีน้อย
- การไหลออกจากวิชาชีพสูง
- เงินค่าตอบแทนไม่คุ้นกับภาระงาน
 การขัดกันของกฎหมาย
กรณีศึกษา/ภาระงานเกินกรอบ
 นโยบายคัดกรอง ผ.บ HIV โดยพยาบาล ในร.พ รพ สต /การให้ Antibiotic
 มอบหมายให้พบายาลหัตถการแทนแพทย์
- บริหารยา Ketamine/เคมีบาบัด
- เป็นผู้ช่วยทาผ่าตัด
- ตรวจรักษาพยาบาลแทนแพทย์
 ชั่วโมงการทางานติดต่อกันเกิน 24 ชั่วโมง
- หลับ
- เหนื่อยล้า
 ไม่ให้ความสาคัญกับการเขียนบันทึกรายงาน - ทาแต่ไม่เขียน
- เขียนสิ่งที่ไม่ได้ทา
การแก้ไขปัญหา
 หารือสภาการพยาบาล
- กาหนดแนวทางปฏิบัติ
- ปฎิเสธ หากเห็นว่า ไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมายอันอาจก็ให้เกิด
ความเสียหายทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการ โดยสภาฯจะเป็นผู้แจ้งความเห็นของ
สภาฯให้กับส่วนงานทราบ
 สามารถใช้กระบวนการบริหารความเสี่ยงเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา กรณีการใช้ยา ควรให้
ความสาคัญกับการหารือทีมงาน แพทย์ เภสัชกร ฯลฯ เพื่อทากรอบการปฏิบัติ และ
ติดตามประเมินผล ทั้งนี้เพื่อให้มีความปลอดภัยทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการ
 ต้องให้ความสาคัญกับการเขียนบันทึกรายงาน
ถูกแต่งตั้งให้เป็นกรรมการเกี่ยวกับพัสดุ
 ปฎิเสธ ได้หรือไม่ ได้ถ้ามีเหตุอันควร
- ผู้ออกคาสั่งไม่มีอานาจ
- ไม่สามารถปฏิบัติ หน้าที่ได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการลาป่วย ลาศึกษาต่อ
ลาพักร้อน
 กรณีไม่มีความรู้ หรือไม่มีผู้เชี่ยวชาญในคณะกรรมการ ให้เสนอขอตั้ง
ผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
 การทาหน้าที่กรรมการพัสดุ คู่มือ พรบ. การพัสดุ พ.ศ.2560
 ระเบียบสานักนายกฯว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
 กรรมการจัดซื้อ ต้องอ่าน TOR
 กรรมการตรวจรับพัสดุ ต้องอ่านสัญญา
 กรรมการตรวจนับพัสดุ ต้องตรวจนับและเห็นพัสดุจริง
กรณีศึกษา/ขาดความก้าวในหน้าที่
 ร้องเรียนกันเอง ไม่ยอมรับผลการพิจารณาในการเลื่อนตาแหน่ง
 ไม่มีเวลาทาผลงาน อวช เพื่อประกอบการพิจารณาเลื่อนตาแหน่ง
 ฟ้ องศาลปกครอง
 ขาดความผูกพันต่อองศ์กร
 ขาดความภาคภูมิใจในวิชาชีพ
 แก้ไข/ปลอมใบอนุญาต
 สนับสนุนให้ผู้อื่นสวมสิทธิใบอนุญาต
› แพทย์ มีจำนวน 50,573 คน สัดส่วนกำรดูแลประชำชนอยู่ที่ 1 ต่อ 1,292 คน
 พยำบำล มีจำนวน 158,317 คน สัดส่วนอยู่ที่ 1 ต่อ 419 คน
 ทันตแพทย์ มีจำนวน 11,575 คน สัดส่วนอยู่ที่ 1 ต่อ 5,643 คน
 ทันตำภิบำล มีจำนวน 6,818 คน สัดส่วนอยู่ที่ 1 ต่อ 9,581 คน
 เภสัชกร มีจำนวน 26,187 คน สัดส่วนอยู่ที่ 1 ต่อ 2,494 คน
 เทคนิคกำรแพทย์ มีจำนวน 15,200 คน สัดส่วนอยู่ที่ 1 ต่อ 4,298 คน
 นักกำยภำพบำบัด มีจำนวน 10,065 คน สัดส่วนอยู่ที่ 1 ต่อ 6,490 คน
 สัตวแพทย์ มีจำนวน 8,000 คน สัดส่วนอยู่ที่ 1 ต่อ 8,165 คน
 นักวิชำกำรสำธำรณสุข มีจำนวน 27,035 คน สัดส่วนอยู่ที่ 1 ต่อ 2,416 คน
 เจ้ำพนักงำนสำธำรณสุขชุมชน มีจำนวน 27,006 คน สัดส่วนอยู่ที่ 1 ต่อ 2,419 คน
 แพทย์แผนไทย/ประยุกต์ มีจำนวน 30,371 คน สัดส่วนอยู่ที่ 1 ต่อ 2,151 คน
การใช ้IT
› – แชร์/โพสข ้อความที่ไม่เหมาะสม
_ ถกด่า/ถกประจาน
_ เปิดเผยความลับผ ้รับบริการ
_ ใช ้เวลากับ สื่อ IT เกินสมควร
มีปัญหาถกลักลอบถ่ายภาพ/บันทึก วี
ดี โอ ขณะให ้บริการการ
รักษาพยาบาล
คลิปข่าว ฟ้องค่าเสียหาย รพ แพร่ ทาคนไข้พิการ.mp4
"ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 47 นายยงยุทธ หรือ น้องโจ้ ซึ่งขณะนั้นอายุ 19 ปี เพิ่งสอบติดคณะ
วิศวกรรมเครื่องกล ม.นเรศวร จ.พะเยา ได้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ไปซื้อของและถูกรถกระบะเฉี่ยวชนล้มหมด
สติ ก่อนจะถูกนาตัวส่ง รพ.ร้องกวางในเวลาต่อมา และถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.แพร่ โดยต้องพักรักษา
ตัวอยู่ในห้อง ICU นานถึง 27 วัน อาการสมองบวมจึงเริ่มดีขึ้น และสมองเริ่มตอบสนอง ยกแขนขา เดิน
ได้ สื่อสารกับแม่และหมอได้ ทานอาหารทางปาก พูดคาสั้น ๆ ได้ เขียนหนังสือ+นับเลขและแยกสีลูก
บอลได้แต่ต่อมา ในวันที่ 13 ก.พ. 48 ทางแพทย์ที่ทาการรักษาได้ทาการถอดท่อหายใจที่คอออก โดยที่
อาการน้องโจ้ในขณะนั้น ยังไม่สามารถหายใจเองไม่ได้ ทางแพทย์จึงใส่ท่อช่วยหายใจกลับคืน แต่ต่อมา
ในวันที่ 14 ก.พ. 48 แพทย์ที่ทาการรักษากลับให้ถอดท่อหายใจอีกครั้ง โดยไม่ได้อยู่ดูแลอาการต่อ ทาให้
น้องโจ้ดิ้นทุรนทุราย เพราะหายใจไม่ออก แม้ว่า นางดวงนภาผู้เป็นแม่ที่เฝ้าดูแลน้องโจ้ จะตามพยาบาล
มาดูอาการที่เกิดขึ้น หลังการถอดเครื่องช่วยหายใจที่คอก็ตาม แต่พยาบาลกลับบอกว่า ปล่อยไว้สักพัก
เดี๋ยวก็หายใจได้เอง ทาให้น้องโจ้หัวใจหยุดเต้นในเวลาต่อมา และเมื่อปั๊มหัวใจกลับคืนมาได้ สมองก็ขาด
ออกซิเจนอย่างรุนแรง และเกิดผลกระทบตามมา นอนไม่รู้ตัว ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แขนขาเกร็ง ทาน
อาหารเองไม่ได้ ถ่ายอุจจาระ-ปัสสาวะไม่รู้ตัว"
ช่วยกันอย่างไรให้ไม่
ต้องเกิดแบบนี้
ความเสี่ยงของพยาบาล
• ทาตามๆกันมาโดยไม่รู ้ว่าได้มาตรฐาน
• ทาโดยคิดว่าถูกกฎหมาย
• ทาเพราะเคยทาและคิดว่าทาได้ ทาเป็ น
• ทาเพราะไม่มีคน ถูกร้องขอให้ทา
• ทาเพราะได้รับมอบหมายและเชื่อว่าทาได้
• ทาเพราะจะยกระดับตัวเอง
การทาตามโดยคิดว่าทาได้
• การทาโครงการ
• การตรวจรับ
• กรณีระยะสุดท้ายทาพิธีกรรม
• มาประชุมเซ็นชื่อแต่ไม่อยู่ในที่ประชุม
ไม่รู ้ว่าเป็ นงานใคร ไม่มีใครทาเลยทา
• การส่งต่อผู้ป่ วย
• การดูแลผู้ป่ วยที่บ้าน
• บริหารยา จ่ายยา
• เก็บเงินนอกเวลา
• งานแผน งานประกัน งาน....
ข้อ
ร้องเรียน
ความเป็นธรรมของคู่กรณี
เยียวยาความเสียหายอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
ไม่กล่าวโทษซึ่งกันและกัน
ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วยกับผู้ให้บริการ
ติดตามดูแลผู้เสียหายอย่างใกล้ชิด
มีกระบวนการไกล่เกลี่ยเยียวยาที่รวดเร็ว
มีผู้ประสานงานหลัก ดูแลกระบวนการ
อย่างต่อเนื่อง
บทบาทของสภาวิชาชีพฯ
123
1.การทาความเห็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของพยาบาลฯเพื่อ
ประกอบการ พิจารณาการสานวนการขอฎีกา
2.ตรวจรายละเอียดของเอกสารการคลอดทั้งหมดและหารือราช
วิทยาลัย ในประเด็นที่สงสัย ก่อนทาความเห็น (ประเด็นที่สาคัญคือ
การสั่งการรักษา ของแพทย์และการปฏิบัติการของแพทย์ เพื่อให้
ความเห็นมีความสอดคล้องกัน)
การลดความเสี่ยงปัญหาจริยธรรม/กฎหมาย
1. การสื่อสารผู้ป่วย/ญาติ - รับฟังความคิดเห็น
- เข้าใจความต้องการ
- ให้สิทธิในการร่วมตัดสินใจ ในแผนการรักษาพยาบาล
2. ทางานเป็นทีม – แพทย์
- ผู้บริหารระดับสูง
- บุคลากรอื่นๆ
(เมื่อมีเหตุการณ์ที่คาดหมายได้ว่ากาลังจะเกิดปัญหา ไม่บริหารความเสี่ยงแต่ลาพัง)
3. จากัดสิทธิการเข้าออกห้องรักษาพยาบาล ห้องคลอดและห้องผ่าตัด ไม่อนุญาตให้ญาติ
หรือบุคคลภายนอกเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากการห้ามบันทึกภาพ
4. ให้ความสาคัญกับการเขียนบันทึกรายงาน
เมื่อถูกดาเนินคดี
• อย่าตกใจ อย่ากลัว อย่าโวยวาย
อย่าหาคนผิด
• ให้รวบรวมหลักฐาน เตรียม
• แจ้งสภาวิชาชีพ
• จัดการไกล่เกลี่ย ผิดจริงหรือไม่
ให้ หาตัวช่วย
การจัดการเมื่อถูกดาเนินคดี
บันทึกต้องตอบประเด็น
• ผู้ป่วยมีสภาพอย่าไรในขณะบันทึก : เดิน ไปป้องน้าเอง / ต้องมีคนพยุง
เวลาลงจากเตียง เดินไม่ได้ต้องนั่งรถ / ต้องมีคนพยุงเวลาลุกจากเตียง นั่งบน
เตียงแล้วเวียนศีรษะ
• ผู้ป่วยมีสัญณาณชีพ อย่างไร โดยเฉลี่ยตลอดเวร
• เมื่อมีความผิดปกติ มีบันทึกว่ารายงานใครเมื่อไหร่ และมีการจัดการอะไรไป
เบื้องต้น
• ผู้รับบริการได้รับการรักษาด้วยอะไร มีการเฝ้าระวังอะไร
บันทึกทางการพยาบาลกับความเกี่ยวข้องกับกฎหมาย
• พยานหลักฐาน คดีอาญา
ปวิอ. มาตรา 226 “พยานวัตถุ พยานเอกสาร หรือพยานบุคคล … ให้อ้าง
เป็นพยานหลักฐานได้ แต่ต้องเป็นพยานหลักฐานชนิดที่มิได้เกิดขึ้นจาก
การจูงใจ มีคามั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือโดยมิชอบประการอื่น
• พยานหลักฐาน คดีแพ่ง
ปวิพ. มาตรา 84 การวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงใดจะต้องกระทาโดย
อาศัยพยานหลักฐานในสานวน
• ประกาศสภาการพยาบาล เรื่องมาตรฐานการพยาบาล
และการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2544 ข้อ 3. มาตรฐานการ
ปฏิบัติการพยาบาลและการผดุงครรภ์ มาตรฐานที่ 5 การ
บันทึกและรายงาน บันทึกและรายงานการพยาบาลและการ
ผดุงครรภ์ให้ครอบคลุมการดูแลผู้รับบริการตามกระบวนการ
พยาบาล โดยครบถ้วน ถูกต้องตามความเป็นจริง ชัดเจน
กะทัดรัด มีความต่อเนื่องและสามารถใช้เพื่อประเมินคุณภาพ
การบริการพยาบาลและผดุงครรภ์ได้
กระทรวงสาธารณสุขกาหนดแนวทางในการแก้ไขเวช
ระเบียน
• ไม่ขีดฆ่าหรือเพิ่มเติมข้อความใดๆในเวชระเบียนเดิม
• การแก้ไขใดๆให้เขียนในเอกสารเวชระเบียนแผ่นใหม่
เฉพาะที่ใช้สาหรับการแก้ไขเพิ่มเติมต้องมีพยานซึ่ง
เป็นผู้ร่วมปฏิบัติงาน
• การแก้ไขเพิ่มเติมเวชระเบียนต้องแก้ไขทันทีที่ทราบ
• การแก้ไขทุกครั้งต้องมีเหตุผลประกอบการแก้ไข
เสียงบ่นจากคุณหมอ
• ตกลงจะรายงานเรื่องอะไรคะ/ครับ : ด้วยเหตุว่าการรายงาน
แพทย์ของเราเป็นแบบ "น้าท่วมทุ่ง-ผักบุ้งโหลงเหลง"
• @ คนไข้หายใจหอบมากค่ะ (แล้วอะไรต่อล่ะจ๊ะ) รายงาน
แค่เนี๊ยะ
• @ ทาไมต้องให้ถามทีละข้อ ทีละข้อ นะ (บ่น) : คนไข้อายุ
เท่าไร .. มีโรคประจาตัวหรือไม่ .. เคยรับยาอะไรบ้าง .. ผล
เลือดเป็นอย่างไร .. ให้อะไรไปบ้างแล้ว ..
• @ รายงานทาไมเนี่ย ก็ดีทุกอย่างนี่.. (รายงานให้รับทราบว่า
ได้รับผู้ป่วยไว้ในรพ.)
พยาบาลเราก็บ่น
• รายงานแล้ว ไม่รู้กี่รอบแล้ว ก็ไม่ลงมาดูผู้ป่วย
• จะถามอะไรหนักหนา ถามอยู่ได้ จะสั่งอะไรก็สั่งมา
• ต้องรายงานแล้วก็ต้องซ้าหลายครั้ง กว่าจะมามาดูต้องรายงานมากๆ
เข้า แถมไม่มาดูส่งต่ออีกแล้ว (จะโดนไหมนี่)
• มีคาสั่งการรักษา สั่งอะไรมานี่ (ไม่ตรงใจพยาบาล)
• รายงานกี่ครั้งให้สังเกตอาการต่อ (อยู่นั่นแหละ) เฮ้ออออ...
134
พยาบาลเสี่ยง แล้วใครช่วย
พยาบาลก็ไม่พ้น
พยาบาลเป็นจุดสุดท้าย
ของการสกัดความพลาดไม่ให้ถึงตัวผู้ป่ วย
ในขั้นตอนนี้ จะไม่มีผู้ตรวจสอบซ้า
มาตรฐานไม่ได้แปลว่าจะต้องรู้ทุกเรื่อง
ในการประกอบวิชาชีพที่มีความเป็นอิสระของวิชาชีพนั้น
พยาบาลจะต้องเป็นผู้ที่มีพันธะรับผิดชอบตามกฎหมาย
เพราะสาธารณชนได้ให้ความไว้วางใจว่าผู้ประกอบวิชาชีพ
ต้องกระทาในสิ่งที่บังเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ ไม่
กระทาสิ่งใดที่จะเกิดอันตราย การตัดสินใจของวิชาชีพและ
การกระทาของพยาบาลต้องยึดจริยธรรมเป็นหลัก และดารง
ตนอย่างผู้ที่มีพันธะรับผิดชอบต่อการประกอบวิชาชีพของ
ตนเองอย่างเคร่งครัด
สรุป
141

Kanniga วพบ แพร่

Editor's Notes

  • #18 แผนกที่พบความเสียหายมากที่สุด คือ แผนกสูติกรรม(ทารก) รองลงมาเป็นกรณีสูติกรรม(มารดา) และ กุมารเวชกรรมตามลำดับ