Recommended
PDF
รูปแบบการจัดการ Ckd clinic และ แนวทางการพัฒนาบุคลากร
PPTX
DOC
TAEM11: แนวทางการธำรงรักษาบุคลากร การแพทย์ฉุกเฉิน
PPTX
PDF
Re accredit hospital profile presentation 25 เม.ย.55
PDF
ACTEP2014: ED accreditation HA JCI TQA
DOC
PDF
นวัตกรรมกรรมพยาบาล ทีมโรงพยาบาลทับสะแก
PDF
บทบาทบุคลากร กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นส่วนภูมิภาคเพื่อการขับเคลื่อนงานการแ...
DOC
PPTX
แนวทางการพัฒนาจริยธรรมของพยาบาล
PPTX
แนวทางการพัฒนาจริยธรรมของพยาบาล
PDF
PDF
PDF
PPT
PPT
PDF
PDF
5 scope and practice _ update 17 เมย. 2560
PPT
TAEM11: ความก้าวหน้าของสาธารณสุขไทย
PDF
PPTX
PPT
PDF
TAEM11: พระราชบัญญัติ (พ.วิทยา)2551
PDF
PDF
PDF
มุมมองโรงพยาบาลกองทัพบกกับ HA - Ha & Army hospitals
PDF
ลำดับเวลาการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล PMK chronicle 2014
PPTX
PPTX
More Related Content
PDF
รูปแบบการจัดการ Ckd clinic และ แนวทางการพัฒนาบุคลากร
PPTX
DOC
TAEM11: แนวทางการธำรงรักษาบุคลากร การแพทย์ฉุกเฉิน
PPTX
PDF
Re accredit hospital profile presentation 25 เม.ย.55
PDF
ACTEP2014: ED accreditation HA JCI TQA
DOC
PDF
นวัตกรรมกรรมพยาบาล ทีมโรงพยาบาลทับสะแก
Similar to นางรอง Kan
PDF
บทบาทบุคลากร กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นส่วนภูมิภาคเพื่อการขับเคลื่อนงานการแ...
DOC
PPTX
แนวทางการพัฒนาจริยธรรมของพยาบาล
PPTX
แนวทางการพัฒนาจริยธรรมของพยาบาล
PDF
PDF
PDF
PPT
PPT
PDF
PDF
5 scope and practice _ update 17 เมย. 2560
PPT
TAEM11: ความก้าวหน้าของสาธารณสุขไทย
PDF
PPTX
PPT
PDF
TAEM11: พระราชบัญญัติ (พ.วิทยา)2551
PDF
PDF
PDF
มุมมองโรงพยาบาลกองทัพบกกับ HA - Ha & Army hospitals
PDF
ลำดับเวลาการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล PMK chronicle 2014
More from กรรณิกา ปัญญาอมรวัฒน์
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
การพัฒนาคุณภาพจากการทบทวน
PPTX
PPTX
แนวทางการพัฒนาจริยธรรมของพยาบาล
PPTX
PPT
PDF
คู่มือบริหารกลุ่มการพยาบาล รพช.
PDF
คู่มือบริหารกลุ่มการพยาบาล รพช.
PPTX
PPT
PPTX
เหลียวหลัง แลหน้า พัฒนาบริการ
PPTX
Ppt เกณฑ์พยาบาล ระยอง (ปี 58)
PPTX
ศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพ รพ.ด่านมะขามเตี้ย
PPT
PPT
นางรอง Kan 1. 2. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. แนวคิดการบริหารการพยาบาล
การบริการพยาบาลที่มุ่งผลผลิต (Outcome-based Nursing Service) โดย
จะต้องกาหนดตัวผลิตผลของการพยาบาลออกมาให้ชัดเจนในการดูแล
ผู้รับบริการหรือการดูแลปัญหาสุขภาพเรื่องหนึ่งๆ
การพยาบาลองค์รวม (Holistic Care) คือการบูรณาการการดูแลด้าน
ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและจิตวิญญาณเข้าด้วยกัน ในทุกกิจกรรม
ของการพยาบาล จุดเน้นอยู่ที่การใช้ศาสตร์การดูแล (Science of Caring)
ในการปฏิบัติวิชาชีพการพยาบาลการบูรณาการพยาบาล (Integrative
nursing) เป็นแก่นของการปฏิบัติสาหรับวิชาชีพแห่งการดูแล (Caring
profession) พฤติกรรมการดูแลของบุคลากรพยาบาลเป็นดัชนีสาคัญของ
คุณภาพการพยาบาล
13. 14. เอกสารการพยาบาล (Nursing Documentation) การบันทึกและ
จัดเก็บข้อมูล ซึ่งมีความสาคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติงานของ
พยาบาล
การจัดการเชิงระบบ (System View) หมายถึงโครงสร้างการ
บริหารโดยรวมจะต้องเอื้อให้การดาเนินงานที่มุ่งสู่คุณภาพ
เป็นไปได้อย่างคล่องตัว
ระบบการทางานเป็นทั้งระบบหน้าที่ (functional nursing) การ
มอบหมายงานจะเน้นที่หน้าที่และกิจกรรมเป็นสาคัญและ ระบบ
การพยาบาลเป็นทีม (team nursing)
15. 17. 18. 19. 20. 21. 22. 23. 24. 25. 26. 27. 31. ความร่วมมือของ 3 กองทุน
กระทรวง
สาธารณสุข
Regulatory Body
คณะกรรมการประเมิน
เทคโนโลยีด ้านสุขภาพ
คณะกรรมการกาหนด
ราคากลางการ
รักษาพยาบาล
ประกันสังคม
System
Managers
สปสช.
กรมบัญชีกลาง.
Service Providers
โรงพยาบาล และ
สถานพยาบาล
คณะกรรมการจัดซื้อยา
และเวชภัณฑ์ร่วมกัน
คณะกรรมการรณรงค์
การลดการใช ้ยา
คณะกรรมการวางระบบติดตามประเมินผล
ระบบบริการ
การให ้บริการ
Delegate
Authority
and
resources
With
KPI
ให ้มีการแข่งขันเพื่อด ้านบริการ
ตาม KPI..แต่มีการกากับ
ตรวจสอบ ทุกกรณี (100%)
คน
ไทย
ทั้ง
ประเทศ
สุขภาพ
ดีขึ้น
ระบบข้อมูลกลาง
สาหรับระบบประกันสุขภาพ
การติดตามประเมินผล 31
32. 33. ท่านจะเลือกใครเป็ นเจ้าสาว
1. สมศรี ปริญญาโทจากต่างประเทศ ได้บ้าน 1 หลัง รถ 1
คัน เงิน 10 ล้านบาท ทาครัวเก่ง
2. สมสมร สวยกว่าสมศรี จบ ปวช ได้เงินสด 20 ล้านบาท
หุ้นอีก 5 ล้านบาท เก็บตัว พูดน้อย
3. สมฤดี สวยที่สุดในพี่น้องทั้งหมด ได้ที่ดิน 200 ไร่ เงิน
สด 5 ล้านบาท พูดเก่ง ชอบออกงาน
4. สมหญิง น้องเล็ก น่ารัก ได้รถเก๋ง 1 คัน บ้าน 1 หลัง
เงินสด 5 ล้านบาท
Information Seeking
34. 35. 36. ประเทศไทยในบริบทของความเปลี่ยนแปลง
มิติทางด้านนานาชาติ
- การเปิ ดการค้าเสรี
- การเพิ่มขีดความสามารถ
ในการเจราจาการค้า
- การสร้างความร่วมมือ
ในภูมิภาคเอเซีย (ADB)
มิติทางด้านเศรษฐกิจ
- การเปลี่ยนแปลงฐานเศรษฐกิจ
ไปสู่ Knowledge based
- การพัฒนาเศรษฐกิจในระดับ
รากฐานควบคู่กับการส่งเสริม
การส่งออก สินค้า และบริการ
- ภาวะทดถอยทางเศรษฐกิจ
มิติทางด้านสังคม
- การขาดคุณภาพในการพัฒนาสังคม
- ปัญหา Corruption ทั้งรัฐและเอกชน
- ปัญหาคุณภาพทางการศึกษา
- กระแสวัตถุนิยม
มิติทางด้านการเมือง
- ความขัดแย้งทางการเมือง
-เสถียรภาพทางการเมือง
37. Thailand Center of Excellent
Health Care of Asia
Thailand as a Medical Hub of Asia in 2020
ASEAN Economic community turns into reality,
Bilateral trade agreement with 50 countries.
38. 39. Japanese HEMS SYSTEM :Trauma system เป็นแรงบันดาลใจสร้างหนังseri ญี่ปุ่น Code BlueJapanese HEMS SYSTEM :Trauma system เป็นแรงบันดาลใจสร้างหนังseri ญี่ปุ่น Code Blue
Japanese HEMS SYSTEM :Trauma system เป็นแรง
บันดาลใจสร้างหนังseri ญี่ปุ่น Code Blue
40. 41. 43. 44. วัตถุประสงค์
เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันว่าตาแหน่งงานในระบบ
ราชการพลเรือนแต่ละตาแหน่งมีขอบเขตภารกิจหน้าที่
รับผิดชอบเฉพาะตาแหน่งอย่างไร ตลอดจนมีเกณฑ์
คุณวุฒิ คุณสมบัติอย่างไร และผู้ดารงตาแหน่งควรจะ
ประพฤติปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะเหมาะสมสาหรับ
ตาแหน่งและบรรลุผลสัมฤทธิ์ของแหน่งได้ดียิ่งขึ้น
ความหมาย
แบบบรรยายลักษณะงานแบบย่อที่ระบุลักษณะงาน
โดยสังเขปเน้นการมุ่งผลสัมฤทธิ์ประจาตาแหน่ง
โดยมีรายละเอียดประกอบด้วยหน้าที่รับผิดชอบ
หลัก และคุณวุฒิที่จาเป็น อันได้แก่ ระดับความรู้
ทักษะ และสมรรถนะประจาตาแหน่ง
ขอบเขตผลลัพธ์หลักของงานที่
ผู้ปฏิบัติงานต้องทาให้สาเร็จจึง
จะถือว่าสามารถปฏิบัติงานได้
ตามวัตถุประสงค์ของตาแหน่ง
งานในระดับที่ได้มาตรฐาน
ระดับความรู้ ทักษะและ
ประสบการณ์ที่ผู้ปฏิบัติงาน
จาเป็นต้องมีเพื่อให้
ปฏิบัติงานได้อย่างมีคุณภาพ
และประสิทธิภาพ
ลักษณะ
พฤติกรรมการ
ทางานที่เหมาะสม
ต่อตาแหน่งและจะ
ช่วยส่งเสริม
ผลงาน
หน้าที่รับผิดชอบหลัก
Accountabilities
(ผลสัมฤทธิ์)
ทักษะ/ความรู้
Skills/Knowledge
(ปัจจัยนาเข้า)
Competencies
(พฤติกรรม/
ขั้นตอน)
การปรับปรุงมาตรฐานกาหนดตาแหน่ง
45. จัดจาแนกกลุ่มงานโดยพิจารณาจากผลสัมฤทธิ์
ของงานภาครัฐเป็นหลัก (เช่น การกาหนด
นโยบาย การตรากฎหมาย) สาหรับคุณวุฒิ
และสายอาชีพของข้าราชการไม่ใช่ปัจจัย
ในการจัดกลุ่มงาน
แรงงาน สาธารณสุข การคลัง
1 : งานนโยบายและวางแผน
2 : งานบริหาร
3 : งานบังคับใช้กฎหมาย
4: งานบริการประชาชน
5: งานสื่อสารและส่งเสริมการศึกษา
กลุ่มงาน
กระทรวง
การจัดกลุ่มงาน (Job Family)
คาจากัดความ
การจัดกลุ่มงาน คือ การจัดกลุ่มของบทบาทงาน
ต่างๆที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันเข้าไว้ด้วยกัน
โดยพิจารณาลักษณะงาน วัตถุประสงค์ของงาน
ตลอดจนผลลัพธ์/ผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นเกณฑ์
ประโยชน์
• เป็นพื้นฐานในการทบทวนระดับงานของ
ข้าราชการพลเรือนในปัจจุบันเพื่อแบ่งหน้าที่
รับผิดชอบหลักและอานาจตัดสินใจให้ชัดเจนใน
แต่ละระดับ
• เป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณาค่าตอบแทนสาหรับ
ระดับงานต่างๆ อันมีขอบเขตหน้าที่รับผิดชอบหลัก
ต่างๆกัน
• เป็นกรอบในการกาหนดคุณสมบัติเชิงพฤติกรรมที่
จาเป็นประจากลุ่มงานต่างๆ
46. เกณฑ์การจัดกลุ่มงานในระบบราชการพลเรือนไทย
ลูกค้าผู้รับบริการ/
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ลูกค้าภายในภาครัฐ
ลูกค้าภายนอกภาครัฐ
งานบริหารองค์ความรู้สาคัญ
ในภาครัฐ(Public Sector
Knowledge Management)
งานบริหารระบบและ
ทรัพยากรภาครัฐ(Public
Sector Systems & Resources
Management)
งานสวัสดิภาพและความ
ปลอดภัยเพื่อประชาชน
(Public Safety & Security)
งานสาธารณสุข
(Public Health)
งานบริการภาครัฐเพื่อ
ประชาชน(Public Services)
งานเสริมสร้างความเข้าใจและ
ความร่วมมือระหว่างรัฐและ
ประชาชน และงานพัฒนา
มวลชน(Public Understanding
& Cooperation)
งานความมั่นคงแห่งชาติ
(National Security)
งานข่าวกรองและสืบสวน
งานเอกสารราชการและทะเบียน
งานสื่อสารและเผยแพร่
งานบริการประชาชนด้านสุขภาพ
และสวัสดิภาพ
งานสนับสนุนงานหลักทางเทคนิคเฉพาะ
ด้าน
งานสนับสนุนงานหลักทั่วไป
งานค้นคว้าวิจัย
งานให้คาปรึกษา
งานนโยบายและวางแผน
งานผู้บริหารระดับสูง
งานบริการทางเทคนิคเฉพาะด้าน
งานออกแบบเพื่อการพัฒนา
กรอบผลลัพธ์/ผลสัมฤทธิ์ทางด้าน ...
(Areas of Output/Outcome)
กลุ่มงาน(Job Families)
งานความสัมพันธ์ระหว่าง
ประเทศ(International
Relations) งานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เกณฑ์การจัดกลุ่มงานใหม่สาหรับระบบราชการพลเรือนไทย จาเป็นต้องคานึงถึงทิศทางการบริหารราชการไทยในอนาคตที่มุ่งเน้นการบริการภาครัฐ และมุ่งผลสัมฤทธิ์
เป็นหลัก
กรอบแนวคิดในการจัดกลุ่มงานจึงเริ่มจากการพิจารณา 1. กลุ่มลูกค้าผู้รับบริการ/ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 2. กรอบผลลัพธ์/ผลสัมฤทธิ์ที่งานในภาคราชการพลเรือน
จะต้องปฏิบัติให้บรรลุผลเพื่อสนับสนุนให้ภารกิจโดยรวมของภาครัฐบรรลุผล
งานการปกครอง
งานบังคับใช้กฎหมาย
งานอนุรักษ์มรดกแห่งชาต
(Conservation)
งานบริการทางศิลปวัฒนธรรม
งานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม
(Registration)
(Public Communications &
Promotion)
(Service: Caring)
(Support: Technical)
(Support: General)
(Research)
(Advisory)
(Policy & Planning)
(Senior Executives)
(Service: Technical)
(Developmental Design)
(International Relations)
(Public Governance)
(Law Enforcement)
(Service: Cultural)
(Conservation: Natural Resources
& Environment)
งานส่งเสริมการศึกษา (Public Education & Development)
(Intelligence & Investigation)
47. 48. 49. 50. 51. 52. ขอตาแหน่งข้าราชการ 10,494 อัตรา
บรรจุลูกจ้างชั่วคราว 7,547 อัตรา
บรรจุนักเรียนทุนรัฐบาล 2,947 อัตรา
(3 สายงาน แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร)
ขอตาแหน่งข้าราชการ 7,547อัตรา
ขอตาแหน่งข้าราชการ 7,547อัตรา
ไม่รวมนักเรียนทุน
รัฐบาล 3 สาย
ขอตาแหน่งข้าราชการ 75% 22,641 อัตรา
ปี 2555
ปี 2556
ปี 2557
53. จานวนลุกจ้างที่ได้รับการบรรจุ จาแนกตามประเภทตาแหน่งและหน่วยงาน
ชื่อสายงาน
ประเภทหน่วยงาน
รพช. รพท. รพร. รพศ. สสจ. สสอ. สอ. ผลรวมทั้งหมด
จพ.ทันตสาธารณสุข 166 11 1 4 234 416
จพ.เภสัชกรรม 482 36 7 27 2 554
จพ.รังสีการแพทย์ 32 4 2 7 45
จพ.วิทยาศาสตร์การแพทย์ 79 4 4 87
จพ.เวชสถิติ 63 6 1 5 75
จพ.สาธารณสุข 453 82 19 48 2 10 930 1,544
จพ.สาธารณสุข(เวชกิจฉุกเฉิน) 14 14
จพ.โสตทัศนศึกษา 5 4 30 39
จพ.โสตทัศนศึกษา 1 1
เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา 1 1
นวก.สาธารณสุข 1 144 145
นักกายภาพบาบัด 316 88 13 25 442
นักกิจกรรมบาบัด 26 18 44
นักจิตวิทยาคลินิค 2 3 5
นักเทคนิคการแพทย์ 318 70 17 104 509
นักรังสีการแพทย์ 22 14 2 9 47
นักรังสีการแพทย์ 1 1
นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ 3 4 3 10
นักเวชศาสตร์การสื่อความหมาย 1 1
พยาบาลวิชาชีพ 1,866 549 107 580 461 3,563
แพทย์แผนไทย 14 2 8 10 34
เภสัชกร 4 2 2 8
ผลรวมทั้งหมด 3,833 905 169 854 35 10 1,779 7,585
55. (1) พนักงานกระทรวงสาธารณสุขทั่วไป ได้แก่
พนักงานกระทรวงสาธารณสุขซึ่งปฏิบัติงานในลักษณะเป็ นงานประจา
ซึ่งเป็ นภารกิจหลักและภารกิจสนับสนุนทั่วไปของหน่วยบริการในด้าน
งานเทคนิค งานบริการ งานบริหารทั่วไป งานวิชาชีพเฉพาะ
(2) พนักงานกระทรวงสาธารณสุขพิเศษ ได้แก่
พนักงานกระทรวงสาธารณสุขซึ่งปฏิบัติงานในลักษณะที่ต้องใช้ความรู้
ความสามารถหรือความเชี่ยวชาญสูงมากเป็ นพิเศษ เพื่อปฏิบัติงานใน
เรื่องที่มีความสาคัญและจาเป็ นเฉพาะเรื่องของหน่วยบริการ หรือมี
ความจาเป็ นต้องใช้บุคคลที่มีลักษณะดังกล่าว และไม่สามารถหาผู้
ปฏิบัติที่เหมาะสมในหน่วยบริการได้
56. 67. พนักงานกระทรวงสาธารณสุขมีสิทธิลาในประเภทต่าง ๆ
ดังต่อไปนี้
(1) การลาป่วย (2) การลาคลอดบุตร (3) การลาไป
ช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร
(4) การลากิจส่วนตัว (5) การลาพักผ่อน
(6) การลาอุปสมบทหรือการลาไปประกอบพิธีฮัจย์
(7) การลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล
(8) การลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย
สาหรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขให้เป็นไปตามระเบียบสานัก
นายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 โดย
อนุโลม หรือตามที่ กพส. กาหนด
78. ลา
ดับ
ที่
ประเด็นการพิจารณา เกณฑ์
๑ ความยุ่งยากซับซ้อนในการบริหารจัดการ
เพราะหน่วยงานมีขนาดของการบริหารที่มี
ขนาดใหญ่ ปริมาณการให้บริการมีจานวนมาก
และมีผู้รับบริการที่มีภาวะสุขภาพที่ต้องการ
บริการที่ซับซ้อน
กาหนดตามขนาดของบริการโรงพยาบาลตาม
service plan
๒ การบริหารงานที่มีความยากที่เกิดจาก ความ
จากัดของทรัพยากรและพื้นที่ในการปฏิบัติงาน
ที่มีความเสี่ยงไม่น่าอภิรมย์
กาหนดตามประเภทพื้นที่ที่กระทรวงกาหนด
๓ การบริหารงานเครือข่ายและการสนับสนุน
เครือข่ายการให้บริการเพื่อให้ประชาชนได้รับ
บริการต่อเนื่องที่ได้มาตรฐาน
กาหนดตามปริมาณของหน่วยบริการใน
เครือข่าย
๔ ประสบการณ์และการสั่งสมความเชี่ยวชาญ ใน
การบริหารจัดการ
กาหนดตามอายุของประสบการณ์การเป็ น
หัวหน้าพยาบาลหรือรักษาการณ์ หัวหน้า
พยาบาล ( จานวน ปี ตั้งแต่แต่งตั้งเป็ นหัวหน้า
พยาบาล)
๕ การมีส่วนร่วมในการผลักดันการกาหนด
นโยบาย การพัฒนาระบบบริการ การพัฒนา
วิชาชีพ การผลักดันเชิงการบริหารทางการ
พยาบาล เพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพของระบบ
สุขภาพ
การมีส่วนร่วมในระดับต่างๆ ทั้งในรุปแบบ
กรรมการ อนุกรรมการ ของหน่วยงานในระดับ
นานาชาติ ระดับชาติ ในหน่วยงานทั้งภาครัฐแ
ในองค์กรวิชาชีพ ชมรมฯ สมาคมฯ
79. 82. 83. 84. 85. 86. 89. 90. 91. การสร้างกาลังใจด้วย Gain & Game
• เป็นกาลังใจซึ่งกันและกัน
ช่วยให้งานเดินหน้าแบบมีส่วนร่วม
มากกว่าการแข่งขัน
“เรามีเพื่อนร่วมทีมมากมาย
หากเป็นกาลังใจให้กันและกัน
งานจะดาเนินไปข้างหน้า
อย่าเสียเวลากับความหลัง "
92. 93. วิ ช า ก า ร หั ว ห น้ า ง า น พ ย า บ า ล 93
การจัดอัตรากาลัง
หมายถึง กระบวนการปฏิบัติตามระบบในการจัด
อัตรากาลังคนอย่างถูกต้อง เหมาะสม ทั้งด้านปริมาณ
และคุณภาพ ตาแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบ
และการธารงรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพไว้ในหน่วยงาน
94. 95. 96. วิ ช า ก า ร หั ว ห น้ า ง า น พ ย า บ า ล 96
นโยบายการใช้บุคลากรพยาบาล
1. การใช้บุคลากรประจา (Regular Staff)
.. ทางานเต็มเวลา (Full time)
.. ทางานล่วงเวลา (Over Time)
.. ทางานบางเวลา (Part Time)
2. การใช้บุคลากรปฏิบัติงานเสริม (Floating Staff)
3. การใช้บุคลากรปฏิบัติงานแบบฉุกเฉิน (Emergency Staff)
หรือ เผื่อเรียก (On Call)
97. วิ ช า ก า ร หั ว ห น้ า ง า น พ ย า บ า ล 97
หลักการจัดเวลาปฏิบัติงาน
1. ผู้ป่วยได้รับการดูแลต่อเนื่อง บุคลากรไม่เหนื่อยเกินไป
2. กระจายวันหยุดให้ยุติธรรม
3. พยาบาลวิชาชีพและบุคลากรทางการพยาบาลอื่น
ได้รับความเสมอภาคในการหมุนเวียนเข้าเวรยามวิกาล
4. พยาบาลวิชาชีพและบุคลากรทางการพยาบาลอื่นได้รับทราบ
ตารางปฏิบัติงานล่วงหน้า และมีส่วนร่วมในการให้ข้อเสนอแนะ
98. วิ ช า ก า ร หั ว ห น้ า ง า น พ ย า บ
า ล
98
รูปแบบการจัดเวลาปฏิบัติงาน
1. รูปแบบการจัดเวลาการปฏิบัติงานแบบหมุนเวียน
(Rotating shift scheduling)
2. รูปแบบการจัดเวลาการปฏิบัติงานโดยจัดแบบรวม
(cycling scheduling)
99. วิ ช า ก า ร หั ว ห น้ า ง า น พ ย า บ า ล 99
สิ่งควรคานึงในการจัดเวลาการปฏิบัติงาน
1. ระยะห่างของวันหยุดต้องกาหนดให้แน่นอน เช่น ต้องทางาน
อย่างน้อย 2 วัน/สัปดาห์ , อย่างมากไม่เกิน 7 วัน และหยุดติดต่อ
กันไม่เกิน 4 วัน
2. ได้หยุดตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์สากล เดือนละ 2 – 4 วัน
โดยหมุนเวียนกัน
3. วันเริ่มต้นของแต่ละสัปดาห์ควรเป็นวันอาทิตย์
4. นโยบายรูปแบบการจัดบุคลากรต้องชัดเจน
5. จานวนชั่วโมงการปฏิบัติงานใน 1 สัปดาห์ คือ 40 ชม.
6. มีการจัดโปรแกรมเสริมความรู้วิชาการขณะปฏิบัติงาน
102. Nurse in ASEAN
8,000 to 9,000 Filipino nurses have gone overseas on
an annual basis
India ~ an aggressive player in the supply market for
foreign nurses ~
PR China ~ an emerging star with strong government
support ~
Japan ~ a new destination for foreign nurses ~
Singapore ~ an open and transparent policy for
foreign nurses ~
Malaysia ~ an open policy with a special scheme for
foreign nurses~
Thailand ~ enhancing the national capacity to cope
with the shortage ~
Ayaka Matsuno, ILO/EU Asian Programme for the Governance of Labour Migration,
http://www.pstalker.com%2Filo%2Fresources%2FTechnical%2520Note%2520-
%2520Nurse%2520Migration%2520by%2520A%2520Matsuno.doc&ei=WpMqT8OKNMzhrAfh_KHlBw&usg=AFQjCNEgXI4PEb1ccwQaz04L8R
pMmGVQEQ.
103. Density of health workforce per 1000 population
in South-East Asia countries
8/28/2013 103
0
2
4
6
8
10
12
14
1 1.5
0.6 0.5 1.0
0.2 0.5 0.3 0.1 0.4 0.5
1.3
5.3 4.3
1.6 2.2
5.5
1.7 0.9 0.9 0.8 1.0
2.2
2.7
6.3
5.7
2.3
2.7
6.5
1.9
1.4 1.2
0.9
1.4
2.7
3.9
Density per 1000 population
Doctor Nurse&Midwife Combined
104. 105. 106. 108. Rewards Systems
• The system of pay and benefits used by the firm to reward workers
• Money not the only method
• Fringe benefits
• Flexibility at work
• Holidays, etc.
110. หลักการ
ภาระงานเพิ่ม
ผลงานเพิ่ม
คุณภาพงานเพิ่ม
ความชานาญถึงระดับ
กรอบแนวคิดการจ่ายค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน
ผลการปฏิบัติงานตามเกณฑ์ขั้นต่า
ค่าตอบแทนพื้นฐาน
ผลการปฏิบัติงานเกิน
เกณฑ์ขั้นต่า
ค่าตอบแทนผันแปร
ผลลัพธ์ของงาน
บรรลุเป้ าหมาย
องค์กร
ค่าตอบแทนเสริม
ผลประโยชน์เกื้อกูล
จูงใจให้คนดี คนเก่งมาทางาน
115. 116. 117. 118. 119. 120. 121. 122. 123. 124. 125. คาตอบ
• การไม่มาปฏิบัติหน้าที่ราชการถือเป็นความผิดวินัยฐานละทิ้งหน้าที่ราชการตามมาตรา ๘๒ (๕) แห่งพระราชบัญญัติ
ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ ศ ๒๕๕๑
แต่สาหรับกรณีของท่านหากปรากฏว่า การไม่มาปฏิบัติหน้าที่เวรดังกล่าวท่านได้มีการแลกเวรกับผู้อื่น และผู้นั้นได้มาอยู่
ปฏิบัติหน้าที่ราชการแทนท่านจริง กรณีก็ไม่ถือเป็นความผิดฐานละทิ้ง
แต่การที่ท่านแลกเวรโดยมิได้มีการรายงานหรือขออนุญาตต่อผู้บังคับบัญชาก่อน พฤติการณ์ยังคงเป็นความผิดฐานไม่
ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ตามมาตรา ๘๒ (๒)
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ ศ ๒๕๕๑ และหากผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาโทษทางวินัยแก่ท่าน หาก
ท่านเห็นว่าเป็นการลงโทษที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม ท่านสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม
(ก พ ค ) ได้ตามมาตรา ๑๑๔ และในกรณี ท่านไม่พอใจเห็นด้วยกับคาวินิจฉัยของ ก พ ค ท่านสามารถไปดาเนินการ
ฟ้องร้องต่อศาลปกครองสูงสุดได้ต่อไป ภายใน ๙๐ นับแต่วันที่รับทราบหรือถือว่าทราบคาวินิจฉัยของ ก พ ค
1 5
126. 127. ขาดงานเกิน 15 วัน จะต้องถูกลงโทษไล่ออกหรือไม่
• การขาดราชการเกิน 15 วัน จะเป็นความผิดทางวินัยและต้องรับโทษทาง
วินัยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของการกระทาเป็นเรื่องๆไป หาก
ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกัน
เกินกว่า 15 วันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร โดยไม่กลับมาอีกเลยกรณีก็จะ
เป็นความผิดวินัยฐานละทิ้งหน้าที่ราชการ มาตรา 9 วรรค แห่ง
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ ศ 535 เป็นความผิดวินัย
อย่างร้ายแรง จะต้องถูกลงไล่ออกจากราชการตามมติคณะรัฐมนตรี ที่ นร
5/ว 34 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 536
1 7
128. ข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้วไปมี
ความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับหญิงอื่น มีความผิดวินัยหรือไม่
• กรณีเข้าข่ายเป็นการกระทาความผิดวินัยฐานประพฤติชั่ว ตามมาตรา 98 วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ ศ 535 ซึ่งการพิจารณาว่ากระทา
อย่างไรจึงจะถือว่าเป็นการประพฤติชั่ว จะต้องพิจารณาจากรายละเอียดข้อเท็จจริง
และพฤติการณ์เป็นเรื่องๆไป โดยมีแนวทางการพิจารณาเป็นองค์ประกอบความผิด 3
ส่วน คือ
1 ทาให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตาแหน่งหน้าที่ราชการหรือไม่
เป็นการกระทาที่สังคมรู้สึกรังเกียจหรือเป็นที่รังเกียจของสังคมหรือไม่
3 เป็นการกระทาโดยเจตนาหรือไม่แต่ถ้าข้าราชการพลเรือนชายหรือหญิงไปมี
ความสัมพันธ์ถึงขั้นเป็นชู้หรือมีชู้กับชายหรือหญิงที่มีคู่สมรสอยู่แล้ว ถือว่าเป็นเรื่อง
ผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง เข้าลักษณะของการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 98
วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว อาจถูกลงโทษถึงปลดออกหรือ ไล่ออกได้
1 8
131. 133. 134. 135. พยาบาล
พยาบาลผู้ป่ วยนอก คือ คนที่ทาให้ท่านได้เข้าถึงบริการอย่างตรงปัญหา
พยาบาล อุบัติเหตุ คือ คนแรกที่ทาให้ท่านพ้นภาวะวิกฤต ของชีวิต
พยาบาล ห้องคลอด คือ คนที่ทาให้ชีวิตใหม่เกิดมา
พยาบาล ผู้ป่ วยใน คือ คนที่ทาให้การรักษาเป็ นจริงไม่ใช่แค่การเขียน
ตลอด ๒๔ ชม.
พยาบาลห้องผ่าตัด คือ คนที่ทาให้การผ่าตัดเกิดขึ้นได้
พยาบาลผู้ป่ วยหนัก คือ คนที่จะอยู่กับท่านในภาวะวิกฤตจนถึงนาทีสุดท้าย
ของชีวิต
หัวหน้าพยาบาล คือคนที่บริหารให้พยาบาลทุกอย่างที่กล่าวมาทาให้เดินหน้า
อย่างมีคุณภาพ
136. 137. 138. 139. 140. 141. 142. 143. 144. 145. 146. 147. 152. 153. 154. 155. 156. ปัญหามีไว้แก้ไข ..หลบได้ พักได้แต่อย่าหนี
• องค์กรจะไม่สามารถผ่านวิกฤต
ได้เลยหากคนในองค์กรพากัน
หนีปัญหา แต่ถ้าทุกคนในองค์กร
เอาปัญหามาช่วยกันแก้ไข อาจ
สาเร็จบ้าง ไม่สาเร็จบ้าง แต่สิ่งที่
ได้คือประสบการณ์ที่จะไม่สร้าง
ปัญหาเดิมให้เกิดขึ้นอีก
157. ศรีสะเกษเกิดอุบัติเหตุ 2 ราย ในคืนคริสต์มาส รถปาเจโร่ชนตู้พยาบาล
ขณะออกรับผู้บาดเจ็บ นางพยาบาลกระเด็นออกนอกรถหัวฟาดเสา
ไฟฟ้ าเสียชีวิต คาที่
158
Risk
158. 159. 160. ผู้ประกอบวิชาชีพ มืออาชีพ
• มีภาพลักษณ์ ของผู้ประกอบวิชาชีพ
• มีความรู้ในเนื้อหาของวิชาชีพ
อะไรควรทา อะไรพึงทา และอะไรไม่ควรทา
• มีความรู้ ในกฎหมาย ที่เกี่ยวข ้อง
• มีบทบาทในการกาหนดอนาคตของวิชาชีพ
• มีส่วนร่วมในการผลักดันให ้วิชาชีพเป็นที่ยอมรับ
ในสังคม
•Respect
161. 162. 163. 164. 165. 167
สมาคมวิชาชีพ สภาวิชาชีพ
1. เป็ นนิติบุคคล
2. เกิดขึ้นจากการสมัครใจ
และขอจดทะเบียน
3. มีบทบาทภารกิจหลัก คือ
การพิทักษ์สิทธิประโยชน์
ของสมาชิก
4.ภารกิจอื่นเป็ นไปตามที่
สมาชิกเห็นควร ตามความ
พร้อมและโอกาส
1. เป็ นนิติบุคคล
2. เกิดขึ้นจากกฎหมายกาหนด
ให้มีขึ้น
3. มีบทบาทและภารกิจหลัก คือ
การพิทักษ์สิทธิประโยชน์ และ
คุ้มครองผู้บริโภค
4. ภารกิจกาหนดไว้เป็ นกฎหมาย
ไม่ปฏิบัติไม่ได้
166. 167. 168. 169. 170. 171. - การประกอบอาชีพเต็มเวลาโดยผู้ประกอบวิชาชีพ (Professional)
- ผู้ประกอบวิชาชีพต้องมีความรู้และทักษะโดยการศึกษาอบรมตรง
สาขาที่ประกอบวิชาชีพ
- ผู้ประกอบวิชาชีพต้องยึดมั่นอยู่กับกฎเกณฑ์การประกอบวิชาชีพ
- ปฏิบัติงานและให้บริการด้วยจิตสานึกในวิชาชีพ
- มีความเป็นอิสระในการประกอบวิชาชีพ
- มีการจัดตั้งองค์กร/สมาคมวิชาชีพและออกกฎหมายรองรับ
- ให้บริการตามมาตรฐานวิชาชีพ
วิชาชีพ (Profession)
172. 173. 174. ประชุมชี้แจงการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2556 “เพิ่มประสิทธิภาพหลักประกันสุขภาพไทย”
ระหว่างวันที่ 11-12 ตุลาคม 2555 ณ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
งบบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายรายหัว
176
ประมาณการประชากรผู้มีสิทธิประกันสุขภาพแห่งชาติ
จานวน 48,445,000 คน
อัตราเหมาจ่าย 2,755.60 บาทต่อผู้มีสิทธิประกันสุขภาพ
คิดเป็นงบประมาณ 100,699.7580 ล้านบาท (ไม่รวมเงินเดือน)
ปีงบ 2556
175. ประชุมชี้แจงการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2556 “เพิ่มประสิทธิภาพหลักประกันสุขภาพไทย”
ระหว่างวันที่ 11-12 ตุลาคม 2555 ณ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
สรุปงบกองทุนปี 56
177
รายการ
จานวนเงิน
(ล้านบาท)
๑.บริการทางการแพทย์เหมาจ่ายรายหัว
๑.๑ ค่าใช้จ่ายเพื่อบริการทางการแพทย์ต่างๆ ๑๐๐,๖๙๙.๗๖
๑.๒ เงินเดือนของหน่วยบริการภาครัฐ ๓๒,๗๙๕.๒๘
๒.บริการผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ ๓,๒๗๖.๘๓
๓.บริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ๔,๓๕๗.๗๙
๔.บริการควบคุม ป้องกัน และรักษาโรคเรื้อรัง ๔๑๐.๐๙
รวมทั้งสิ้น ๑๔๑,๕๓๙.๗๕
รวมกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ไม่รวมเงินเดือนหน่วยบริการภาครัฐ) ๑๐๘,๗๔๔.๔๖
176. ประชุมชี้แจงการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2556 “เพิ่มประสิทธิภาพหลักประกันสุขภาพไทย”
ระหว่างวันที่ 11-12 ตุลาคม 2555 ณ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
1. บริการทางการแพทย์เหมาจ่ายรายหัว
ประเภทบริการ จานวนบาท/ผู้มีสิทธิ
1. บริการผู้ป่วยนอกทั่วไป 983.49 (+11.98)
2. บริการผู้ป่วยในทั่วไป 975.85 (+3.68)
3. เงินเพิ่มสาหรับหน่วยบริการที่มีต้นทุนคงที่สูง 60.99
4. บริการกรณีเฉพาะ
(ค่าใช้จ่ายสูง/อุบัติเหตุ เจ็บป่วยฉุกเฉิน/บริการโรคเฉพาะ)
262.10 (- 6.94)
5. บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค 313.70
6. บริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ 12.88
7. บริการแพทย์แผนไทย 7.20
8. ค่าเสื่อม 128.69 (-12.81)
9. ส่งเสริมคุณภาพผลงานบริการ 4.76
10. เงินช่วยเหลือเบื้องต้นผู้รับบริการตามมาตรา 41 5.19 (+4.09)
11. เงินช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อการชดเชยผู้ให้บริการ 0.75
รวม (บาทต่อผู้มีสิทธิ) 2,755.60
หมายเหตุ ประเภทบริการที่ 5 ครอบคลุมประชาชนคนไทยทุกคน
177. ประชุมชี้แจงการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2556 “เพิ่มประสิทธิภาพหลักประกันสุขภาพไทย”
ระหว่างวันที่ 11-12 ตุลาคม 2555 ณ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
แสดงผลประกอบการปี 2551-2555 Q3
4,609
-1,246
-1,705 -1,887
-3,096
-4,692
2,983
5,188 5,066
7,837
1,534
4,090
733
-6,000
-4,000
-2,000
0
2,000
4,000
6,000
8,000
10,000
2551/Q4
2552/Q4
2553/Q1
2553/Q2
2553/Q3
2553/Q4
2554/Q1
2554/Q2
2554/Q3
2554/Q4
2555/Q1
2555/Q2
2555/Q3
กาไร(รพ.)
, 336,
40%
5,239ล ้านขาดทุน
(รพ.),
496, 60%
4,506ล ้าน
แสดงให้เห็นในปี 2553 ปัญหาการจัดสรรงบหลักประกันล่าช้าจากการที่มี
หมวดย่อยหลากหลายทาให้มีเงินเหลือค้างท่อจานวนมาก เมื่อมีการเร่งรัด
จัดสรรทาให้ผลประกอบการภาพรวมของหน่วยบริการสังกัดสป.สธ.มีกาไร
จนไตรมาส 3 ปี 2555 แต่พบว่ามีรพ.ที่ขาดทุนมีมากกว่า(60%)เข้าลักษณะ
รวยกระจุกจนกระจาย
178. ประชุมชี้แจงการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2556 “เพิ่มประสิทธิภาพหลักประกันสุขภาพไทย”
ระหว่างวันที่ 11-12 ตุลาคม 2555 ณ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
แสดงงบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าทั้งหมดเทียบ
สัดส่วนกับค่าแรงประเภทต่างๆที่แยกสัดส่วนเฉพาะ
บริการUC
25,385 27,467 28,584 28,223 31,328 31,767
3,807 4,423 5,344 6,268 6,905 7,3197,919 10,213 13,562 13,164 13,763 14,589
39,488
38,495
41,895
53,402
81,190 79,820
76,599 80,598
89,385
101,058
133,186 133,495
0
20,000
40,000
60,000
80,000
100,000
120,000
140,000
160,000
2551 2552 2553 2554 2555 2556
ส่วนดาเนินการ ส่วนค่าตอบแทน
ส่วนจ ้างชั่วคราว ส่วนเงินเดือน
รวมเหมาจ่ายรายหัว
เมื่อสะท ้อนภาพงบหลักประกันสุขภาพที่มากขึ้นมาตลอดสอดคล ้องกับการมีผู้มารับบริการ
มากขึ้นทุกปีอย่างรวดเร็ว(ผป.นอกเพิ่มจากปี2545จานวน80 ล ้านครั้ง เป็น150 ล ้านครั้งใน
ปี 2554) แต่อัตราเงินเดือนเพิ่มน้อยมาก อันแสดงถึงจานวนขรก.สธ.ไม่ได ้เพิ่มตามอย่าง
เป็นสัดส่วน ทาให ้มีภาระต ้องจ ้างลูกจ ้างและจัดสรรOT มากขึ้นเพื่อชดเชยอัตรากาลังที่ขาด
หน่วย:ล้านบาท ปี 56 เป็นค่าประมาณการ
179. ประชุมชี้แจงการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2556 “เพิ่มประสิทธิภาพหลักประกันสุขภาพไทย”
ระหว่างวันที่ 11-12 ตุลาคม 2555 ณ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
จานวนโรงพยาบาลที่มีวิกฤตระดับ 7
ตั้งแต่ปี 2552-2555 Q3
ประเมินประสิทธิภาพจากต้นทุนปี 55Q3 จานวนรพ.ในระดับ7
กลุ่มต้นทุนผป.นอกและผป.ในต่ากว่าค่าเฉลี่ย 42
กลุ่มต้นทุนผป.นอกและผป.ในสูงกว่าค่าเฉลี่ย 89
1
142
170
108
89
95
131
0
20
40
60
80
100
120
140
160
180
52Q4 53Q2 53Q4 54Q2 54Q4 55Q2 55Q3
รพศ.NoTrain
รพศ.&Train
รพท. 400+
รพท. 300 - 400
รพท. -300
รพช. 90+
รพช. 90
รพช. 60
รพช. 30
รวม
การและเร่งรัดจัดสรรงบหลักประกันสุขภาพไม่สามารถแก้ปัญหาการเงินในส่วน
ใหญ่ที่เป็ นกลุ่มโรงพยาบาลระดับรพช. ซึ่งปรากฏแม้ภาพรวมมีกาไรแต่รพช.ใน
กลุ่มวิกฤตระดับ7 กลับมีมากขึ้น ถึงแม้ในกลุ่มนี้จะมี 42 รพ.ซึ่งมีประสิทธิภาพ
บริหารต้นทุนต่าก็ยังประสบภาวะวิกฤตระดับ7
180. 181. 182. 183. 184. 186. 187. 188. ตัวอย่างกิจกรรม
แบบบันทึกเวลาในการทากิจกรรม ระยะเวลา
วันที่1
เวร เช้า
จานวนพยาบาลที่ขึ้นปฏิบัติงาน 1 คน ทางาน7 ชม/เวร 4 1,680
กิจกรรม คะแนน/หน่วย ต่อกิจกรรม จานวน คิดเป็นเวลา
ด้านการปฏิบัติการพยาบาล(ที่พยาบาลวินิจฉัย
เอง) คะแนนเต็ม 35 0
1.ทาหน้าที่ผู้บริหารทีม (ครั้ง) 0.7 0
2.วิเคราะห์และสื่อสารส่งต่อข้อมูล ส่งเวร (ครั้ง) 0.525 60 1 60
3.ตัดสินใจรายงานแพทย์ (ครั้ง) 0.7 5 2 10
4.วางแผนการรักษาร่วมกับ แพทย์ (ราย/ครั้ง) 1.4 10 32 320
5.Complete bed bath ผู้ป่วย (ครั้ง/ราย) 0.525 45 5 225
6บริหารแผนการรักษา ( จานวน Chart) 1.3125 5 32 160
จานวนชั่วโมงความต้องการพยาบาล 2,306
ส่วนต่างของการให้บริการกับจานวนชั่วโมงทางานของพยาบาล
626
ต้องการพยาบาลเพิ่ม 1
189. 190. 191. การบันทึกทางการบริหาร
การบริการพยาบาล และ
การใช้กระบวนการพยาบาล
การบริหารบุคลากร ของ
ใช้ เครื่องมือ และความ
ร่วมมือในการดูแล
รักษาพยาบาล
เกี่ยวกับพยาธิวิทยาในการ
ดูแลผู้ป่วยตามกลุ่มโรค
และกลุ่มอาการ
การให้บริการ
พยาบาลเฉพาะ
กลุ่มโรค / ทา
หัตถการ และการ
ใช้เครื่องมือ
วินิจฉัยปัญหาและ
ตัดสินใจแก้ปัญหา
ทัศนคติต่อการ
ปฏิบัติการพยาบาล
ทัศนคติต่อองค์กร
การบริหารจัดการ
การจัดบริการพยาบาล
การพัฒนาศักยภาพตนเอง
คนมีคุณภาพ
DMS Core Competency
Achievement Motivation
Teamwork
Expertise
Integrity
Service Mind
Passion to Learn & Share
Research & Development Mind
Evidence - based Practice
Cooperative Networking
การมุ่งผลสัมฤทธิ์
ความร่วมแรงร่วมใจ
การสั่งสมความเชี่ยวชาญ
ในงานอาชีพ
จริยธรรม
บริการที่ดี
ความใฝ่รู้และถ่ายทอด
การสร้างเครือข่าย
พันธมิตร
การปฏิบัติงานบนพื้นฐานของ
ข้อมูลเชิงประจักษ์ ใจรักในการวิจัยและพัฒนา
Organization Competency
Learning Organization
Professional Alliance
Utilization-oriented R & D
Good Governance
VISION
MISSION
Organization Competency
Learning Organization
Professional Alliance
Utilization-oriented R & D
Good Governance
VISION
MISSION
Organization Competency
Learning Organization
Professional Alliance
Utilization-oriented R & D
Good Governance
VISION
MISSION
Functional Competency
Professional competency
ความรู้สารสนเทศ
Self control
Critical Thinking ในการทากระบวนการพยาบาลไปใช้
Nurse core competency
ความรู้ในการปฏิบัติการ
พยาบาลตามหัตถการที่
สาคัญ
ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนา
คุณภาพการบริการ
รักษาพยาบาล
การพัฒนาคุณภาพงาน
บริการพยาบาล
ปฏิบัติการกู้ชีวิต
192. ตัวอย่างการ Mapping: พยาบาล
งานอุบัติเหตุ
พยาบาลวิชาชีพ ชก
EXAMPLE
ระดับที่คาดหวัง
3
4
3
3
3
2
2
2
2
3
3
3
3
3
1. การมุ่งผลสัมฤทธิ์
2. ความร่วมแรงร่วมใจ
3. การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ
4. จริยธรรม
5. บริการที่ดี
6. ความใฝ่ รู้และถ่ายทอด
7. การสร้างเครือข่ายพันธมิตร
8. การปฏิบัติงานบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงประจักษ์
9. ใจรักในการวิจัยและพัฒนา
รายชื่อสมรรถนะ
Core Competency
ก.พ.
Core Competency
สสจ ลพบุรี
10. ตระหนักในความเป็ นเลิศการบริการCore Competency
โรงพยาบาล
11. ทักษะการบันทึกทางการพยาบาล
12. การพัฒนาคุณภาพการพยาบาล
13. การให้บริการเฉพาะกลุ่มโรคและการใช้เครื่องมือ
14. กรช่วยฟื้นคืนชีพ
Functional
Competency
กลุ่มการพยาบาล
Specific
Functional
Competency
193. AACN Standards for Establishing and Sustaining Healthy
Work Environments
Skilled Communication
Nurses must be as proficient
in communication skills as
they are in clinical skills
194. Leading Self
Leading Others
Leading Managers
Functional Leaders
Organizational Leaders
Core Competency – Multi-Tier Leadership Program Via Inter-Institutional
Collaboration
Texas Medical Center Nursing Leadership Institute
Tier 5 Leaders
• Financial Management
• Business Development
• Clinical and corporate governance
Tier 4 leaders
• Cognitive and analytical skills
• Emotional Intelligence
• Cross functional & Inter-disciplinary (Nurses –
Doctors-Administration) Management
Tier 3 Leaders
• Organize resources
• Enhance performance
improvement
• Improve workplace efficiency &
effectiveness
Tier 2 Leaders
• Relationship Management
• Inter-institutional (Nurses-
Nurses) collaboration
• Diversity Management
Tier 1 Leaders
• Empowerment
• Personal & Professional
accountability
• Productive & knowledgeable
Tier 1 Nursing Leaders
Highly capable Individual
Tier 5 Nursing Leaders
Executive
Tier 2 Nursing Leaders
Contributing team member
Tier 3 Nursing Leaders
Competent Manager
Tier 4 Nursing Leaders
Effective Leader
195. Texas Medical Center Nursing Leadership Institute
Snapshot of Products & ServicesThat Can Be Offered
Objectives of the Offerings Products and Services Offered Price
Leadership • Creating leaders who can anticipate and
react to changes in health care and reforms.
• Leaders who can reach across disciplines
and institutions
• Government Leadership Development
Program (premium package)
• Border Spanning Leadership Programs
(premium package)
$9,899
$6,799
Practice • Enhancing team work, collaboration and
communication.
• Managing issues with diverse workforce
and Issues related to nursing shortages
• Engaging and communicating key issues to
all stakeholders including Physicians.
• High Performance Enhancement program.
• Workforce enhancement and diversity
management program
• Trans-disciplinary collaboration program.
$3599
$2999
$3299
Research • Research and disseminate new concepts in
Nursing
• Convert clinical trials to nursing research
opportunities.
• Nursing Profession Evolution Program
• Nursing Research Co-ordination Program
$2299
$1999
Education • Keeping pace with new development in
technology and healthcare.
• Continuing education for enhancing
knowledge and skills.
• Boot camps to improving quality, and
enhancing safety and efficiency on the
practice
• Seminars and workshops (economic
product)
• Certification Programs (economic
product)
• Total Quality Management Program
(TQM) (economic product)
$999
$99
$999
197. 198. การประเมินค่างานของ
กระทรวงสาธารณสุข
1. องค์ประกอบหลักด้านความรู้และทักษะที่จาเป็ นในงาน
• องค์ประกอบที่ 1 ความรอบรู้และชานาญงาน
• องค์ประกอบที่ 2 การบริหารการจัดการ
• องค์ประกอบที่ 3 การสื่อสารและปฏิสัมพันธ์
2. องค์ประกอบด้านการคิดและการตัดสินใจแก้ไขปัญหา
• องค์ประกอบที่ 4 การปฏิบัติงานและการตัดสินใจแก ้ไขปัญหา
• องค์ประกอบที่ 5 ความท ้าทายในความคิดหรือความคิดสร ้างสรรค์
3. องค์ประกอบด้านภาระความรับผิดชอบ
• องค์ประกอบที่ 6 อิสระในการปฏิบัติงาน
• องค์ประกอบที่ 7 ขอบเขตผลกระทบของงาน
• องค์ประกอบที่ 8 อานาจที่ได้รับ/ขอบเขตความรับผิดชอบ
199. 200. 201. 204. 205. TrueMove H 3G Network Technology Deployment
for Community
1. เพิ่มประสิทธิภาพบริการสาธารณสุขชุมชน (Medical Consulting)
รพ.สต.สื่อสารผ่านเครือข่าย 3G กับ รพ.ศูนย์ เพื่อขอคาปรึกษาในการ
รักษาผู้ป่วยเบื้องต้น
โปรแกรมสนับสนุน: Google Hang out/Skype/Face time
2. สร้างเครือข่ายทางการแพทย์ (Medical Networking)
แพทย์ พยาบาลและบุคคลากรทางการแพทย์ สามารถสร้างเครือข่าย
Creating network among doctors to share medical info &
knowledge (Google Hang out)
206. TrueMove H 3G Network Technology Deployment
for Community
3. แบ่งปันความรู้ (Knowledge sharing)
- สร้างเครือข่าย ถ่ายทอดและแบ่งปันความรู้ ระหว่างเกษตร เพื่อช่วย
เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร
- แบ่งปันความรู้ให้กับกลุ่มคนที่ด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล
4. เปลี่ยนวิธีการการให้บริการสาธารณสุขชุมชนจากเชิงรับเป็นเชิงรุก
ด้วยแอพพลิเคชั่น การเก็บข้อมูลสุขภาวะชุมชนแบบ realtime
ผ่านเครือข่าย 3G+
207. 1. เพิ่มประสิทธิภาพบริการสาธารณสุขชุมชน (Medical Consulting)
รพ. วังน้าเขียว และ รพ.สต. หนองโสมง อ.วังน้าเขียว จ.นครราชสีมา
รพ.สต.หนองโสมง ติดต่อขอคาปรึกษาจากแพทย์ใน รพ.วัง
น้าเขียว เพื่อรักษาผู ้ป่ วยโรคเบาหวาน
สนับสนุนการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามอาการของ
ผู ้ป่ วย ของเจ ้าหน้าที่ รพ.สต.
ศูนย์แพทย์ชุมชนเทศบาลลานารายณ์ และ รพ.สต.บ้านนาโสม จ.ลพบุรี
208. 209. 210. 211. 212. 213. 215. 216. 217. ความสาคัญ
• พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545
มาตรา 38 “กาหนดให้ตั้งกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งขาติ เพื่อเป็น
ค่าใช้จ่าย สนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการ”
• มาตรา 41 ให้คณะกรรมการกันเงินจานวนไม่เกินร้อยละหนึ่งของเงินที่จะจ่าย
ให้หน่วยบริการไว้เป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้รับบริการ ในกรณีที่
ผู้รับบริการได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลของหน่วย
บริการ โดยหาผู้กระทาผิดมิได้หรือหาผู้กระทาผิดได้ แต่ยังไม่ได้รับค่าเสียหาย
ภายในระยะเวลาอันสมควร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่
คณะกรรมการกาหนด
(สานักกฎหมาย สานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, 2551)
218. สาระสาคัญของข้อบังคับ ม.41
ข้อ 4 ไม่ต้องรอการพิสูจน์ถูกผิด
ข้อ 5 ความเสียหายไม่ได้เกิดจากพยาธิสภาพ
ของโรค หรือเหตุแทรกซ้อนของโรคตามปกติ
ข้อ 8 คอก.พิจารณาโดยคานึงถึง
ความรุนแรงของความเสียหาย
และเศรษฐานะของผู้เสียหาย
219. 220. ปีงบ
คาร้อง
(ราย)
ประเภทความเสียหาย จ่ายเพิ่ม
(อุทธรณ์)
เงินที่จ่าย
ช่วยเหลือ(1) เสียชีวิต (2) พิการ (3) บาดเจ็บ
2550 511 38,090,000 7,570,535 4,527,000 1,990,000 52,177,535
2551 658 49,722,000 7,720,000 6,406,148 1,010,000 64,858,148
2552 810 54,515,000 10,200,000 7,808,000 700,000 73,223,000
2553 876 58,450,000 14,480,000 7,790,000 1,200,000 81,920,000
2554 965 66,162,000 15,097,000 9,007,330 1,940,000 92,206,330
2555 951 69,360,000 15,250,000 11,254,000 2,763,000 98,627,000
2556
(ถึง ก.พ.)
513 54,390,000 6,501,000 6,715,000 1,490,000 69,096,000
รวม 5,284 390,689,000 76,818,535 53,507,478 11,093,000 532,108,013
สานักกฎหมาย สปสช.
221. 49
113
215
239
303
344
361
401 401
73
97
139 141 140
174
219
204
241
293
74
7129
11
120
85
36
13
฿0
฿50
฿100
฿150
฿200
฿250
฿300
฿350
฿400
฿450
2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553 2554 2555
ปีงบประมาณ
จานวน
เสียชีวิต
พิการ
บาดเจ็บ
223
ประเภทความเสียหายตั้งแต่ปี 2547-55
222. 224
คาร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ปีงบประมาณ 2554
กรณีเข้ารับบริการแผนก สูติกรรม
เหตุผลในการพิจารณา ไม่
เข้าเกณฑ์
เข้าเกณฑ์ (1) (2) (3)
จากกระบวนการรักษาพยาบาล
- 61 28 16 17
การรักษาตามมาตรฐาน
6 - - - -
จากการกระทาของผู้ป่ วย 2 - - - -
เหตุสุดวิสัย - 318 135 84 99
พยาธิสภาพของโรค 42 - - - -
ไม่ใช่ผู้มีสิทธิตาม พ.ร.บ. 7 - - - -
ยื่นคาร้องเกิน 1 ปี
2 - - -
รวม 59 379 163 100 116
223. 225
คาร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ปีงบประมาณ 2554
กรณีเข้ารับบริการแผนก ศัลยกรรม
เหตุผลในการพิจารณา ไม่
เข้าเกณฑ์
เข้าเกณฑ์ (1) (2) (3)
จากกระบวนการรักษาพยาบาล
- 27 22 - 5
การรักษาตามมาตรฐาน
- - - - -
จากการกระทาของผู้ป่ วย 1 - - - -
เหตุสุดวิสัย - 89 45 9 35
พยาธิสภาพของโรค 29 - - - -
ไม่ใช่ผู้มีสิทธิตาม พ.ร.บ. - - - - -
ยื่นคาร้องเกิน 1 ปี 1 - - - -
รวม 31 116 67 9 40
224. 1 949
(42.52)
892(19.46)
9 3
(19.7 )
521 (11.36)
124(2.7 )
194(4.23)
แผนกที่เข้ารับบริการ
สูติกรรม
ศัลยกรรม
อายุรกรรม
กุมารเวชกรรม
226
จาแนกความเสียหาย
ตามแผนกที่เข้ารับบริการ
ตั้งแต่ปี 2547-2555
225. 227
ผลการพิจารณา ปีงบประมาณ 2554 จาแนกตามประเภทหน่วยบริการ
หน่วยบริการ คาร้อง ไม่เข้าเกณฑ์ เข้าเกณฑ์ (1) (2) (3) จานวนเงิน
(บาท)
รพศ. 140 28 112 67 14 31 14,335,000
รพท. 208 38 170 85 30 55 19,765,000
รพช. 505 71 434 213 85 136 47,371,330
คณะแพทย์ 19 9 10 7 1 2 1,420,000
รพ.เอกชน 37 17 20 7 5 8 2,200,000
รพ.สต.,สอ. 18 4 14 4 3 7 1,115,000
สังกัด กทม. 10 5 5 5 - - 1,000,000
สังกัด
กรมการแพทย์
11 6 5 3 1 1 770,000
คลินิก 2 1 1 - 1 - 120,000
กองทัพ
,ตารวจ
7 1 6 5 - 1 1,050,000
อื่น ๆ 8 2 6 5 1 - 1,120,000
รวม 965 182 783 401 141 241 90,266,330
226. 228. ข้อบังคับ สาระข้อบังคับ
ข ้อ ๖ ประเภทของความเสียหายที่เกิดจากการ
รักษาพยาบาลของหน่วยบริการ และอัตราจ่ายเงิน
ช่วยเหลือเบื้องต ้น แบ่งเป็น
(๑) เสียชีวิต หรือทุพพลภาพอย่างถาวร หรือเจ็บป่ วย
เรื้อรังที่ต ้องได ้รับการรักษาตลอดชีวิตและมีผลกระทบ
อย่างรุนแรงต่อการดารงชีวิต จ่ายเงินช่วยเหลือ
เบื้องต ้นได ้ ตั้งแต่ ๒๔๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน
๔๐๐,๐๐๐ บาท
(๒) สูญเสียอวัยวะหรือพิการที่มีผลกระทบต่อการ
ดาเนินชีวิต จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต ้นได ้ตั้งแต่
๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๒๔๐,๐๐๐ บาท
(๓) บาดเจ็บหรือเจ็บป่ วยต่อเนื่อง จ่ายเงินช่วยเหลือ
เบื้องต ้นได ้ ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท
231. 232. 233. 234. 235. 236. 237. คลอดมารดาเสียชีวิต ปี ๒๕๕๔ =๓๕๙ ราย
• ป่วยอายุ 35 ปี ประวัติเป็นครรภ์แรก ฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตาบล และโรงพยาบาลอาเภอ แพทย์แนะนาให้ไปตรวจน้าคร่าที่โรงพยาบาล
จังหวัด เนื่องจากผู้ป่วยอายุเกิน 35 ปี และตั้งครรภ์แรก ทารกที่เกิดมาอาจ
ปัญญาอ่อน ผู้ป่วยจึงเข้ารับการตรวจน้าคร่าที่โรงพยาบาลขอนแก่นเมื่อ
ประมาณเดือนเมษายน 2554 ผลการตรวจปกติ ต่อมาเมื่อขณะตั้งครรภ์ได้ 36
สัปดาห์ ผู้ป่วยเข้ารับการฝากครรภ์ตามนัดพบมีภาวะความดันโลหิตสูง แพทย์
รับตัวไว้รักษา 1 คืน ต่อมาเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2554 ขณะอายุครรภ์ 37 ปี
ไปรับการตรวจตามนัดพบว่ามีความดันโลหิตสูง โดยวัดความดันโลหิตในครั้ง
แรกได้ 175/105 มม.ปรอท หลังจากนั้น 15 นาทีวัดครั้งที่ 2 ได้ 157/104 มม.
ปรอท และต่อมาวัดครั้งที่ 3 ได้ 160/101 มม.ปรอท
238. • แพทย์รับตัวไว้นอนโรงพยาบาล แรกรับตัวที่ห้องคลอดวัดอุณหภูมิได้ 37 องศา
เซลเซียส ความดันโลหิต 160/100 มม.ปรอท อัตราการหายใจของทารกในครรภ์ 128
ครั้ง/นาที ขณะที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลไม่มีอาการปวดศีรษะ ตาพร่าหรือจุด
แน่นลิ้นปี่ ความดันโลหิตอยู่ระหว่าง 140/90-150/100 มม.ปรอท อัตราการหายใจ
ของทารกในครรภ์ อยู่ระหว่าง 128-150 ครั้ง/นาที ต่อมาวันที่ 17 กันยายน 2554
ผู้ป่วยถุงน้าแตก ปากมดลูกเปิด 2 เซนติเมตร แพทย์พิจารณาส่งไปรักษาต่อที่
โรงพยาบาลจังหวัด และให้ยากันชัก แรกรับผู้ป่วยรู้สึกตัวดี ต่อมาปากมดลูกเปิดหมด
แพทย์ช่วยคลอดด้วยเครื่องดูดสุญญากาศ คลอดได้ทารกเพศหญิง น้าหนัก 3,600
กรัม สายสะดือพันคอ 1 รอบ แรกคลอดไม่หายใจแพทย์ช่วยฟื้นคืนชีพ แต่ไม่ประสบ
ความสาเร็จ ทารกเสียชีวิต ส่วนผู้ป่วยหลังคลอดมีอาการแน่นหน้าอก นอนราบไม่ได้
แพทย์ให้ออกซิเจน ผู้ป่วยซึมลง ไม่รู้สึกตัว หายใจเหนื่อยหอบ วัดความดันโลหิตไม่ได้
และเสียชีวิตในที่สุด แพทย์วินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิตจากน้าคร่าไหลเข้าสู่กระแสเลือด
ไปอุดกั้นปอด (4652)
239. กรณีคลอด ทารก เสียชีวิต /ทารกเสียชีวิตในครรภ์
• ผู้ป่วย อายุ 34 ปี เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลอาเภอ เมื่อวันที่ 25
ธันวาคม 2553 ด้วยอาการเจ็บครรภ์คลอด ประวัติตั้งครรภ์ที่ 6 อายุ
ครรภ์ 40 สัปดาห์ รับไว้รอคลอด แรกรับตรวจภายในพบปากมดลูกเปิด
6 เซนติเมตร มีสายสะดือของทารกย้อยออกมาในช่องคลอด และฟัง
เสียงหัวใจทารกไม่ได้ จึงทาการช่วยคลอดโดยใช้เครื่องดูดสุญญากาศ
ได้ทารกเพศชาย Apgar Score 0,0 แรกคลอดทารกไม่หายใจ หัวใจไม่
เต้น ทาการช่วยฟื้นคืนชีพประมาณ 20 นาที ไม่มีสัญญาณชีพ จึงยุติ
การช่วยฟื้นคืนชีพ และทาความเข้าใจกับญาติกรณีทารกเสียชีวิตใน
ครรภ์มารดา ส่วนมารดาโรงพยาบาลรับตัวไว้และให้กลับบ้านในวันที่ 27
ธันวาคม 2553
240. ผู้ป่วยหญิงอายุ ๒๓ วัน ประวัติมารดาคลอดทารกข้าง
เตียงในท่ายืน หล่นลงพื้น สายสะดือขาด น้าหนักแรก
คลอด ๒,๖๗๐ กรัม Apgar Score ๙,๑๐,๑๐ คะแนน
สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ทารกหลังคลอดแพทย์
ตรวจร่างกายไม่พบไม่มีกระดูกหัก และไม่พบอาการ
ผิดปกติ จึงอนุญาตให้กลับบ้านและนัดตรวจติดตามอาการ
ต่อเนื่อง ไม่พบความผิดปกติ
241. คลอดติดไหล่ ปี ๒๕๕๔ = ๘๒ ราย
• ผู้ป่วย อายุ 17 ปี เข้ารับบริการคลอดบุตรที่โรงพยาบาลจังหวัด เมื่อวันที่
4 ตุลาคม 2554 ขณะคลอดติดไหล่ประมาณ 5 วินาที น้าหนัก 3,530
กรัม Apgar Score 8,9,9 คะแนน หลังคลอดตรวจพบว่าแขนข้างขวา
ขยับได้เล็กน้อย เฉพาะส่วนปลายแขนและมือ ปรึกษาแพทย์ศัลยกรรม
กระดูกและข้อร่วมดูแล ส่งเอกซเรย์ไม่พบกระดูกไหปลาร้าหัก วินิจฉัย
เส้นประสาทแขนขวาได้รับบาดเจ็บ ให้การรักษาโดยการทา
กายภาพบาบัดเพื่อกระตุ้นไฟฟ้ าอย่างต่อเนื่อง และนัดตรวจติดตาม
อาการอีก 1 เดือน (4823)
242. • ผู้ป่วย อายุ 71 ปี เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลอาเภอ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554
ด้วยประวัติ 7 วันก่อนมาโรงพยาบาล ถูกไม้เสียบลูกชิ้นตาเท้า มีแผลบริเวณฝ่าเท้า
ซ้าย มีอาการปวดบวมเล็กน้อย หลังเท้าบวม แพทย์ให้ยากลับไปรับประทานที่บ้าน
และนัดติดตามอาการในวันที่ 19 เมษายน 2554 ต่อมาวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554
ผู้ป่วยกลับมารับบริการก่อนถึงวันนัด เนื่องจากมีอาการปวดฝ่าเท้าซ้าย บริเวณอุ้งเท้า
บวม เป็นมา 3 วัน แพทย์ให้ยาและทาแผลให้ ต่อมาวันที่ 7 มีนาคม 2554 ผู้ป่วย
กลับมารับบริการอีกครั้งด้วยอาการปวดบวมฝ่าเท้าซ้ายมีหนอง เป็นมา 5 วันก่อนมา
โรงพยาบาล แพทย์รับตัวไว้รักษาให้การรักษาตามแผนการรักษา ทาการผ่าฝีและ
ระบายหนอง หลังทาอาการดีขึ้น ไม่มีอาการปวดแผลไม่มีไข้ จึงจาหน่ายให้กลับบ้าน
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 และนัดมาพบแพทย์อีกครั้งในวันที่ 8 เมษายน 2554
ผู้ป่วยมาพบแพทย์ตามนัด พบมีอาการหลังเท้าซ้ายบวมเล็กน้อย แพทย์ให้ยากลับไป
รับประทานที่บ้านและให้ทาแผลที่บ้าน
ขาดการประเมินหลังให้บริการ
243. • ต่อมาวันที่ 21 เมษายน 2554 ผู้ป่วยกลับมารับบริการอีกครั้งด้วยอาการปวดแผล มี
หนองบวมแดง แพทย์ให้การรักษาโดยการผ่าแผลที่เท้าซ้าย และให้ยากลับไป
รับประทานที่บ้าน แต่อาการไม่ดีขึ้น วันที่ 3 พฤษภาคม 2554 ผู้ป่วยกลับมาพบแพทย์
ด้วยอาการปวด มีน้าใสๆ ซึมที่แผล แพทย์ให้ยากลับไปรับประทานที่บ้านและทาแผลที่
บ้าน วันที่ 14 พฤษภาคม 2554 ผู้ป่วยกลับมารับบริการด้วยอาการมีหนองซึมออกที่
บริเวณแผลที่เท้าซ้าย แพทย์ให้การรักษาโดยการทาแผล และผู้ป่วยมารับการทาแผล
ทุกวันจนถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2554 แพทย์ทาการตัดเนื้อบริเวณแผลได้เนื้อสีชมพู ให้
การรักษาโดยให้ยาและทาแผล ต่อมาวันที่ 13 กรกฎาคม 2554 ผู้ป่วยมาพบแพทย์อีก
ครั้งด้วยอาการปวดแผล มีหนองซึม และ 2 สัปดาห์ก่อนมาโรงพยาบาลผู้ป่วยมีอาการ
อ่อนเพลีย รับประทานอาหารไม่ได้ อาการปวดบริเวณต้นคอ แพทย์พิจารณาส่งไป
รักษาต่อที่โรงพยาบาลจังหวัด แพทย์ให้การรักษาโดยการผ่าตัด เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม
2554 ผ่าตัดพบหนอง และในแผลพบเศษไม้ยาวประมาณ 4 เซนติเมตร หลังผ่าตัดให้
ยาปฏิชีวนะ ทาแผล จนแผลแห้ง แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านในวันที่ 30 สิงหาคม
2554 และนัดติดตามอาการในวันที่ 26 กันยายน 2554 (4708)
244. ประเด็นย่อย 1.2: การแปลผล/แยกแยะความผิดปกติ
• ไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าผู้ป่วยมีสัญญาณชีพที่ผิดปกติ หรือไม่
สามารถวินิจฉัยเบื้องต้นได้ว่าผู้ป่วยต้องการการติดตาม
อาการอย่างใกล้ชิด
• การช่วยฟื้นคืนชีพล่าช้า
• การพยาบาลไม่มีประสิทธิภาพ ล่าช้าทาให้ผู้ป่วยมีอาการ
รุนแรงขึ้นและเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ
245. กรณีประเมินไม่ได้ อาการทางสมอง ไข้เลือดออก เซรุ่ม
• ผู้ป่วยชายเข้ารับบริการด้วยอุบัติเหตุตกบันไดขณะดื่มสุรา มี
อาเจียน ๑ ครั้ง วินิจฉัย ศีรษะได้รับบาดเจ็บ รับไว้สังเกต
อาการ รู้สึกตัวดี มีปวดศีรษะเล็กน้อย จึงอนุญาตให้กลับบ้าน
• หลังกลับบ้านอาการซึมลง ญาติ นาส่ง รพ.เอกชน CT พบ
เลือดออกในสมอง รักษาด้วยการผ่าตัด แต่อาการไม่ดีขึ้น
เสียชีวิต
246. กรณีแผลกดทับ
• ผู้ป่วยหญิงอายุ ๖๑ ปี มีโรคประจาตัวเบาหวาน มารักษาด้วย
อาการปวดหูข้างขวาและปวดศีรษะเรื้อรัง X-ray พบโพรง
อากาศหลังหูขวาอักเสบเรื้อรัง รักษาด้วยการผ่าตัด หลังผ่าตัด
ผู้ป่วยมีอาการทรงตัวไม่ดี แขนขาอ่อนแรง นอน รักษา ใน รพ.
นาน ๒ สัปดาห์ มีแผลกดทับ ต่อมาเกิดการติดเชื้อที่แผลกด
ทับและติดเชื้อในกระแสเลือด
247. 248. ประเด็นย่อย 2.1: ขาดความระมัดระวังทางเทคนิคการ
พยาบาล
• การให้ยา เช่น การให้ยาผิด การฉีดยาแล้วเป็นอันตรายต่อ
เส้นประสาทบริเวณที่ฉีด การเกิดการติดเชื้อบริเวณที่ฉีดยา
หรือให้สารน้าทางหลอดเลือดดา
• การเตรียมผู้ป่วยก่อนจาหน่าย เช่น การให้ผู้ป่วยกลับบ้านโดย
ที่ยังมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ค้างอยู่ที่ตัวผู้ป่วยโดยที่ผู้ป่วยไม่
มีความจาเป็นต้องใช้ การไม่ได้ให้คาแนะนาที่เป็นประโยชน์
กับผู้ป่วยในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องและการเฝ้ าระวังอาการ
เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตนเอง
249. ให้ IV
• ผู้ป่วยอายุ๒ ปี เข้ารับบริการด้วยอาการไข้สูง อาเจียน ให้การ
รักษาตามอาการและให้สารน้าทางหลอดเลือด ต่อมาตรวจ
พบบริเวณแขนข้างที่ให้น้าเกลือบวมและซีดตั้งแต่ข้อศอกถึง
ปลายนิ้ว วินิจฉัยเกิดภาวะอุดตันของหลอดเลือด ให้การรักษา
โดยการตัดเส้นเลือดเพื่อคลายหลอดเลือดไม่ดีขึ้น ปัจจุบันมือ
ยังขยับแขนไม่ได้
250. ทาเข็มค้าง
• ผู้ป่วยหญิงอายุ ๓๔ ปี เข้ารับบริการคลอดบุตร ประวัติครรภ์ที่ ๒ อายุครรภ์
๓๘ สัปดาห์ แพทย์รับไว้รอคลอด คลอดปกติ ได้ทารกเพศหญิง น้าหนัก
๒,๘๕๐ กรัม Apgar Score ๙,๑๐,๑๐ คะแนน ผู้ป่วยหลังคลอดได้รับการ
เย็บแผลฝีเย็บ ขณะเย็บแผลชั้นผิวหนังเข็มหลุดจากไหม ทาการหาแล้วไม่พบ
เข็มจึงเย็บแผลจนเสร็จสิ้น ตรวจภายในไม่พบเข็มค้างในแผล มีอาการปวดแผล
ฝีเย็บพอทน เมื่ออาการดีขึ้นจึงอนุญาตให้กลับบ้าน ต่อมาผู้ป่วยกลับมารับ
บริการด้วยอาการปวดแผลฝีเย็บ ตรวจพบมีแผลฝีเย็บอักเสบ และแผลแยก
ยาว ๒ เซนติเมตร ให้ยาปฏิชีวนะกลับไปรับประทานต่อที่บ้าน หลังจากนั้น
ผู้ป่วยกลับมารับบริการอีกครั้งด้วยมีเข็มหลุดออกมาจากช่องคลอด แพทย์
ตรวจพบภายในไม่พบบาดแผล ให้ยากลับไปรับประทานที่บ้านต่อ
251. ฉีดยาแล้วเกิดภาวะแทรกซ้อน
• ผู้ป่วย อายุ 44 ปี เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล เมื่อ
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2554 เพื่อรับบริการฉีดยาคุมกาเนิด โดยผู้ป่วย
ได้รับการฉีดยาคุมกาเนิดเข้ากล้ามเนื้อสะโพก 1 หลอด หลังฉีดยา
ประมาณ 15 นาที บริเวณสะโพกซ้ายที่ได้รับการฉีดยามีอาการบวม
เป็นก้อนแข็ง มีอาการปวดเพียงเล็กน้อย ต่อมาเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน
2554 ผู้ป่วยกลับไปที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลอีกครั้ง
เนื่องจากก้อนที่สะโพกบริเวณที่ได้รับการฉีดวัคซีนเป็นก้อนไม่หายไป
เจ้าหน้าที่ได้ให้ยาแก้ปวดและให้ประคบสมุนไพรด้วยความร้อน หลังจาก
ประคบสมุนไพรแล้วก้อนบวมแดงมากขึ้นอาการปวดมีความรุนแรงขึ้น
ต้องรับประทานยาแก้ปวดทุก 3 ชั่วโมง อาการไม่ดีขึ้น
252. • หลังจากนั้นวันที่ 27 พฤศจิกายน 2554 ผู้ป่วยไปรับบริการที่โรงพยาบาลอาเภอ พบว่า
มีก้อนบวมแดงเวลากดจะมีอาการเจ็บขนาด 10 x 10 เซนติเมตร แพทย์ให้ยากลับไป
รับประทานที่บ้าน และนัดติดตามอาการอีกครั้งในวันที่ 6 ธันวาคม 2554 ผู้ป่วยมาพบ
แพทย์ตามนัด พบว่ายังมีก้อนแข็งที่สะโพกซ้ายอยู่ มีอาการปวดบวม และมีไข้เป็น
บางครั้ง แพทย์รับตัวไว้รักษาส่งตรวจอัลตร้าซาวด์ พบฝีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง
ประมาณ 10 เซนติเมตร ผิวหนาประมาณ 1 เซนติเมตร จึงทาการผ่าตัดฝีและระบาย
หนองในวันที่ 7 ธันวาคม 2554 ได้หนองสีน้าตาล 300 ซีซี. ใส่ท่อยางระบายหนอง
ยาว 3 นิ้วไว้ 2 เส้น หลังผ่าตัดทาความสะอาดแผลวันละ 2 ครั้ง ส่งหนองเพาะเพื่อ
เพาะเชื้อ ผลพบ Moderate Staphylococus aureus ต่อมาแผลดีและแผลตื้นขึ้น
แพทย์จาหน่ายผู้ป่วยให้กลับบ้านในวันที่ 16 ธันวาคม 2554 โดยให้กลับมาล้างแผลที่
โรงพยาบาลอาเภอทุกวัน และได้รับการตัดไหม เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2554 (4978)
253. การแจ้งผล lab ผิดพลาด ทั้งแจ้ง บวก และแจ้งลบ
• ผู้ป่วย อายุ 32 ปี ประวัติครรภ์ที่ 3 ได้ไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพศูนย์
อนามัย เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2553 ตรวจพบภาวะเสี่ยงของคู่สามีภรรยา ปรากฏว่า
ภรรยา เป็นพาหะธาลัสซีเมียชนิดเบต้า ส่วนสามี เป็นพาหะธาลัสซีเมียชนิดอี ต่อมา
เจาะน้าคร่า ส่งตรวจเพื่อวินิจฉัยภาวะธาลัสซีเมียของทารกในครรภ์โดยวิธีการวิเคราะห์
สารทางพันธุกรรม (DNA analysis) พบว่าทารกในครรภ์เป็นพาหะธาลัสซีเมียชนิด
เบต้าเหมือนมารดา ไม่พบความผิดปกติทางพันธุกรรมของธาลัสซีเมียชนิดอี แพทย์แจ้ง
ผลการตรวจธาลัสซีเมียว่า สามารถตั้งครรภ์ต่อได้ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 คลอด
ปกติ ได้ทารกเพศชาย น้าหนัก2,925 กรัม ลักษณะทารกทั่วไปปกติ ต่อมาวันที่ 16
ตุลาคม 2554 ทารกมีไข้และซีด ได้เจาะเลือดตรวจ CBC และตรวจ Hb Typing
วินิจฉัยว่าสงสัยเป็นธาลัสซีเมีย ได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลอาเภอ ได้รับเลือดแดง
เข้มข้น 1 ครั้ง
254. • วันที่ 21 ตุลาคม 2554 ยืนยันผลตรวจเลือดพบว่า ทารกเป็นธาลัสซีเมียชนิดเบต้า
ร่วมกับอี ได้แจ้งผลให้บิดามารดาทราบถึงความรุนแรง การดาเนินของโรค แนวทางการ
รักษา และอธิบายผลตรวจน้าคร่าที่ไม่ตรงกับผลเลือดของทารก เนื่องจากผลการตรวจ
น้าคร่าพบเพียงความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ได้รับมาจากมารดา ไม่พบความผิดปกติ
ทางพันธุกรรมชนิดอีที่มาจากบิดา ซึ่งเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคของการตรวจทาง
ห้องปฏิบัติการที่อาจเกิดขึ้นได้ จึงได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์ เมื่อวันที่ 25
ตุลาคม 2554 แพทย์มีความเห็นว่า ทารกเริ่มมีอาการซีดตั้งแต่อายุยังน้อยและระดับ
ฮีโมโกลบินก่อนให้เลือดต่า จึงวางแผนการรักษาโดยเน้นการให้เลือดแดงสม่าเสมอ
รักษาระดับฮีโมโกลบินก่อนให้เลือด และให้ยาขับธาตุเหล็กเมื่อมีข้อบ่งชี้ทารกมีพี่ชาย
อายุ 8 ปี จึงวางแผนเพื่อตรวจความเข้ากันได้ของชนิดเนื้อเยื่อของทารกและพี่ชาย เพื่อ
วางแผนการรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกาเนิดต่อไป (4886)
255. ประเด็นย่อย 2.2: ขาดการเฝ้ าระวังผู้ป่วยอย่าง
เหมาะสมและต่อเนื่อง
• ผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุพลัดตกจากเตียง/หกล้มในโรงพยาบาล
• ท่อช่วยหายใจหลุดโดยไม่มีผู้พบเห็น
• การเคลื่อนหรือเลื่อนหลุดของอุปกรณ์การแพทย์จากตัวผู้ป่วย
ขณะมีการเคลื่อนย้าย
256. กรณีแผลถูกของร้อน
• ผู้ป่วยอายุ ๙เดือน เข้ารับบริการด้วยอาการไข้สูง ไอมีเสมหะ
รับไว้รักษา ให้การรักษาตามอาการ ขณะรับบริการมารดา
ออกไปล้างขวดนม เจ้าหน้าที่โรงครัวนาอาหารมาแจกและวาง
ไว้บนเตียง ขณะที่ผู้ป่วยกาลังหลับ หลังจากนั้นผู้ป่วยตื่นและ
คลานมาที่ถาดข้าวต้มและได้วางมือขวาลงในถาดข้าวต้ม พบ
ผิวหนังถูกข้าวต้มลวกในระดับดีกรี ๒ ต้องทาแผลและ
พิจารณาตัดปิดผิวหนังและยึดด้วยลวด หลังผ่าตัดไม่มี
ภาวะแทรกซ้อน
257. กรณีผูกคอตาย
• ผู้ป่วย อายุ 36 ปี มีประวัติป่วยเป็นโรคจิตเภท ชนิดหวาดระแวง รักษาไม่ต่อเนื่อง เข้า
รับบริการที่โรงพยาบาลจังหวัด ด้วยมีอาการพูดจาสับสน กระวนกระวาย อยากกลับ
บ้าน ก้าวร้าว หูแว่ว หลงผิดคิดว่าตนเองเป็นผู้วิเศษ แพทย์ตรวจร่างกายวินิจฉัยเป็น
ผู้ป่วยโรคจิตเภท ชนิดหวาดระแวง รับตัวไว้รักษาที่หอผู้ป่วยจิตเวช และให้ยารักษา
ด้วยสูตรยาต้านโรคจิต ระหว่างที่พักรักษาตัวอยู่อาการดีขึ้นสดชื่นในเวลากลางวัน แต่
ไม่นอนในตอนกลางคืน สับสน พูดเสียงดัง โวยวาย ยังคงมีหูแว่ว หลงผิด อารมณ์
แปรปรวน หงุดหงิดสลับกับอารมณ์ครื้นเครงโดยไม่มีเหตุผล ไม่ปรากฏอารมณ์ซึมเศร้า
หรือพฤติกรรมที่จะทาร้ายตัวเอง แพทย์จึงปรับยาที่ทาการรักษาทั้งยากินและยาฉีด
ต้านโรคจิต และเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2555 ผู้ป่วยอาการดีขึ้น และต้องการกลับบ้าน
ต่อมาวันที่ 7 มีนาคม 2555 ผู้ป่วยผูกคอตายที่หอผู้ป่วยจิตเวช ได้รับการช่วยเหลือ แต่
วัดสัญญาณชีพไม่ได้ ผู้ป่วยไม่หายใจ จึงได้รับการช่วยฟื้นคืนชีพ แต่อาการไม่ดีขึ้น
และเสียชีวิตในที่สุด (5220)
258. 259. กรณีไม่พร้อมแล้วรับกลับ
• ผู้ป่วย อายุ 77 ปี เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลศูนย์ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2554 ด้วย
ตรวจพบว่าเป็นเนื้องอกในสมอง แพทย์พิจารณาให้การรักษาโดยการผ่าตัดเปิดสมอง
และเอาก้อนเนื้องอกออก และเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2554 ได้รับการผ่าตัดสมองอีกครั้ง
เพื่อเอาก้อนเลือดออก ต่อมาวันที่ 15 เมษายน 2554 แพทย์ทาการเจาะคอใส่ท่อชนิด
พลาสติกเพื่อช่วยหายใจ แพทย์พิจารณาแล้วเห็นว่าอาการผู้ป่วยคงที่จึงส่งตัวผู้ป่วย
กลับไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลอาเภอ แต่ระหว่างนั้นได้รับแจ้งว่าเตียงเต็มจึงยัง
ไม่ได้ส่งผู้ป่วยกลับ ต่อมาเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 แพทย์ได้ทาการถอด
ออกซิเจนออก ผู้ป่วยหายใจเองได้ ไม่เหนื่อยหอบ และได้รับการประสานจาก
โรงพยาบาลอาเภอว่าจะมีรถพยาบาลมาส่งผู้ป่วยที่โรงพยาบาลศูนย์ แพทย์จึง
พิจารณาส่งผู้ป่วยกลับไปรักษาที่โรงพยาบาลอาเภอ แรกรับผู้ป่วยมีอาการลืมตาเมื่อ
เจ็บ ไม่ขยับแขนขา มีอาการทรุดลงเรื่อยๆ และเสียชีวิตในที่สุด เมื่อวันที่ 11
พฤษภาคม 2554 (4538)
260. กรณี เด็กหญิงถุงแก้ว
• ผู้ป่วย อายุ 19 ปี เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลอาเภอ เมื่อวันที่ 12
กันยายน 2554 ด้วยอาการ 2 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล ผู้ป่วยมีอาการ
ปวดบิดท้องมีเลือดออกทางช่องคลอด ประวัติเป็นครรภ์ที่ 2 บุตรคนแรก
อายุประมาณ 1 ปี หลังคลอดไม่ได้คุมกาเนิดและผู้ป่วยไม่ทราบว่า
ตนเองตั้งครรภ์ ไม่ทราบประจาเดือนครั้งสุดท้าย แรกรับตรวจร่างกาย
พบหน้าท้องโต คลาได้ยอดมดลูกแข็งตลอดนาน 40 วินาที ระดับยอด
มดลูกตรงระดับสะดือ มีเลือดซึมออกทางช่องคลอด ฟังเสียงหัวใจทารก
ในครรภ์ด้วยหูไม่ได้ยิน จึงประเมินด้วยเครื่องฟังเสียงหัวใจทารกในครรภ์
ไม่พบเสียงหัวใจทารกในครรภ์
261. • ผู้ป่วยมีอาการเจ็บครรภ์ตลอดเวลา ต่อมาตรวจภายในพบปากมดลูกเปิดหมด ผู้ป่วย
เบ่งคลอด คลอดได้ทารกลักษณะอยู่ในถุงน้าคร่าที่ยังไม่แตก แพทย์ได้เจาะแหวกถุง
น้าคร่า และนาทารกออกมาพบทารกไม่หายใจ มือ-เท้าเขียวคล้า ตัวลาย แขนขาและ
ตัวไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้น เป็นทารกเพศหญิง น้าหนัก 720 กรัม แพทย์แจ้งญาติ
ว่าทารกแท้งและเสียชีวิต ญาติจึงนาศพทารกกลับไปทาพิธีที่บ้าน ต่อมาบิดาได้นา
ทารกกลับมาโรงพยาบาลอีกครั้ง เนื่องจากเมื่อกลับไปถึงบ้านเปิดถุงที่ใส่ทารกออกดู
พบทารกหายใจได้เอง ตัวแดง ร้องเป็นพักๆ ขยับตัวได้ แพทย์พิจารณาใส่ท่อช่วย
หายใจ และส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลจังหวัด แพทย์ให้การรักษาโดยใส่ท่อช่วย
หายใจและใช้เครื่องช่วยหายใจ ให้ยาปฏิชีวนะ ส่องไฟ ให้เลือด และให้การรักษาจน
อาการดีขึ้นสามารถถอดท่อช่วยหายใจออกได้ ทารกสามารถหายใจได้ด้วยตนเอง
น้าหนักขึ้นดี อาการทั่วๆไปปกติดี แพทย์พิจารณาส่งกลับไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาล
อาเภอ แพทย์ให้การรักษาตามอาการ จนอาการดีขึ้นตามลาดับ จึงอนุญาตให้กลับ
บ้านและนัดติดตามอาการเป็นระยะ โดยครั้งสุดท้ายที่มาพบแพทย์เมื่อวันที่ 29
กุมภาพันธ์ 2555 พบว่าทารกน้าหนัก 4,100 กรัม ไม่เกร็ง กล้ามเนื้อไม่แข็ง จ้องหน้า
ดูดนมได้ ชันคอได้ ไม่มีน้าลายยืด (5045)
262. 263. 264.