Individual
Behavior
By Parinya Thawichan
พฤติกรรมบุคคล
ในแต่ละองค์การย่อมประกอบด้วยบุคคลหลาย ๆ คน มาทางานร่วมกัน ซึ่งบุคคลและ
องค์การต่างมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน กล่าวคือ บุคคลจะถูกองค์การคาดหวังเกี่ยวกับ
ความพยายาม ความสามารถ ความจงรักภักดีต่อองค์การ ทักษะ การทุ่มเทเวลาและ
ศักยภาพ ในขณะเดียวกันองค์การก็ถูกคาดหวังจากบุคคลว่า จะได้รับการสนับสนุนจาก
องค์การในเรื่องค่าตอบแทน ความมั่นคงของงาน ผลประโยชน์ โอกาสในการทางาน
สถานภาพ และความก้าวหน้า ตัวบุคคลถือเป็นระบบย่อยที่สุดในองค์การ ในการศึกษา
พฤติกรรมของบุคคลนั้น เพื่อจะได้นาไปคาดคะเนและกากับพฤติกรรมให้เป็นผลดีต่อ
องค์การ ในบทนี้เราจะทาความเข้าใจพฤติกรรมของบุคคลที่จะมีผลต่อผลการปฏิบัติงาน
โดยอาศัย MARS Model
MARS model of individual behavior
Individual
Characteristics
MARS model
Employee Motivation
แบบจาลอง MARS แสดงให้เห็นปัจจัยทั้ง 4 ปัจจัย ที่ส่งผลต่อผล
การทางานของบุคคลแต่ละคน ปัจจัยทั้ง 4 ที่ประกอบกันเป็น
แบบจาลองชื่อเดียวกันนี้ประกอบด้วย
M : Motivation
A : Ability
R : Role perceptions
S : Situational factors
Motivation : แรงจูงใจ
แรงจูงใจ (Motivation) คือแรงขับดันภายในบุคคลที่ส่งผลให้
บุคคลนั้นดาเนินการตามทิศทางที่กาหนด (Direction) ความ
พยายามเอาจริงเอาจังมุ่งสู่เป้าหมาย (Intensity) และ ความ
วิริยะอดทนเพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย อาจกล่าวโดยสรุปว่าแรงจูงใจ
ประกอบด้วย
• Direction − focused by goals.
• Intensity − bulk of effort allocated.
• Persistence − amount of time taken for
the effort to be exerted.
Ability : ความสามารถ
ความสามารถ (Ability) ความสามารถของพนักงานทาให้เกิด
พฤติกรรมและผลการปฏิบัติงานที่แตกต่างกัน ความสามารถหมาย
รวมถึงความสามารถพิเศษที่ติดตัวมาแต่กาเนิด ( Aptitude)
และความสามารถที่เกิดจากการเรียนรู้ในภายหลัง (Learned
capability) เพื่อให้งานประสบผลสาเร็จ มีคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับ
ความสามารถอีก 2 คา คือ
• Competencies
• Person-job fit
Role perceptions : การรับรู้บทบาทของตน
การรับรู้บทบาทของตน (Role perception) คือความเชื่อของ
บุคคลที่ทีต่องานที่ได้รับมอบหมายเฉพาะหรือตามตาแหน่งที่ได้รับ
มอบหมาย บุคคลจะรับรู้บทบาทของตนได้ก็ต่อเมื่อมีความเข้าใจงาน
ที่ได้รับมอบหมาย ความสาคัญของงานที่ตนได้รับมอบหมาย และ
พฤติกรรมแบบใดที่จะทาให้งานสาเร็จ
องค์การจะพัฒนาการรับรู้บทบาทของบุคคลกรในองค์กรได้อย่างไร?
Situational factors : สถานการณ์ที่เป็นปัจจัย
สถานการณ์ที่เป็นปัจจัย (Situational factors) คือ
สถานการณ์ที่มีผลต่อพฤติกรรมการทางานและผลการปฏิบัติงาน
สถานการณ์ที่เป็นปัจจัยรวมถึงเงื่อนไขบางอย่างที่อยู่เหนือการความ
คุมขององค์การ อาทิเช่น ความต้องการของลูกค้า เงื่อนไขทางด้าน
เศรษฐกิจ เหล่านี้ล้วนเกิดจากเงื่อนไขภายนอกองค์การ อย่างไรก็ตาม
เงื่อนไขส่วนใหญ่จะอยู่อยู่ภายในองค์การซึ่งความคุมได้ อาทิเช่น
เวลา คนในองค์การ งบประมาณ และอุปกรณ์อานวยความสะดวกใน
ที่ทางาน เป็นต้น
สถานการณ์สร้างผู้นา......
Individual Behaviors in the Workplace
Individual Behaviors in the Workplace
Task Performance
การปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ (Task Performance) คือ พฤติกรรม
ของพนักงานที่เกี่ยวข้องกับงานและมีความสัมพันธ์กับเป้าหมายขององค์การ โดยเป็น
การปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้ระบุไว้ในเอกสารบรรยายลักษณะงาน (JD) ซึ่งเป็น
กิจกรรมสาคัญต่อองค์การ ทั้งนี้เพราะเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่มีผลโดยตรงต่อการ
ผลิตสินค้า บริการ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีส่วนโดยตรงในการสนับสนุนกระบวนการ
ทางานหลักขององค์การ อีกทั้งยังเป็นการใช้ความชานาญในการปฏิบัติหน้าที่ซึ่ง
เป็นส่วนหนึ่งของงานทั้งโดยทางตรงโดยการเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางาน
หรือโดยทางอ้อมโดยการจัดหาทรัพยากรที่จาเป็นเพื่อนามาใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อ
การบรรลุสู่เป้าหมายขององค์การ
คาสาคัญ : มุ่งผลงาน ปฏิบัติตามหน้าที่ ใช้ความชานาญ
Organizational Citizenship
พฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การ (Organizational Citizenship
Behavior หรือ OCB) คือพฤติกรรมความเต็มใจของพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่
นอกเหนือจากงานในหน้าที่ของตน ช่วยเหลือผู้ร่วมงานและผู้บังคับบัญชา สนใจในกิจกรรม
และภารกิจขององค์การโดยรวม เพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์การโดยไม่หวัง
ผลตอบแทน หรือรางวัลใดๆ ทั้งสิ้นจากองค์การ
คาสาคัญ : Extra-Role Behavior ช่วยเหลือ
Counterproductive Work Behavior
พฤติกรรมต่อต้านการปฏิบัติงาน (counterproductive work behaviors หรือ
CWBs) หมายถึงการกระทาโดยตั้งใจใจของสมาชิกองค์การ ที่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อ
ผลประโยชน์ขององค์ การหรือสมาชิกอื่นๆ ขององค์การ พฤติกรรมเหล่านี้มีลักษณะสาคัญคือการ
ไม่คานึงถึงกฎและค่านิยมของสังคมและองค์การ โดยสามารถจาแนกได้อย่างน้อย 11 ประเภท
ดังต่อไปนี้1) การขโมยและพฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง 2) การทาลายทรัพย์สิน 3) การใช้ข้อมูลภายใน
อย่างไม่เหมาะสม 4) การใช้เวลาและทรัพยากรอย่างไม่เหมาะสม 5) พฤติกรรมการทางานที่ไม่
ปลอดภัย 6) การไม่ตั้งใจปฏิบัติงาน 7) การทางานอย่างไม่มีคุณภาพ 8) การดื่มเครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์ 9) การใช้สารเสพติด 10) การพูดจาที่ไม่เหมาะสม 11) การใช้กาลังประทุษร้าย
(Gruys & Sackett, 2003)
คาสาคัญ : แหกกฎ ทาลาย
Counterproductive Work Behavior
พฤติกรรมต่อต้านการปฏิบัติงาน (counterproductive work behaviors หรือ
CWBs) หมายถึงการกระทาโดยตั้งใจใจของสมาชิกองค์การ ที่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อ
ผลประโยชน์ขององค์ การหรือสมาชิกอื่นๆ ขององค์การ พฤติกรรมเหล่านี้มีลักษณะสาคัญคือการ
ไม่คานึงถึงกฎและค่านิยมของสังคมและองค์การ โดยสามารถจาแนกได้อย่างน้อย 11 ประเภท
ดังต่อไปนี้1) การขโมยและพฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง 2) การทาลายทรัพย์สิน 3) การใช้ข้อมูลภายใน
อย่างไม่เหมาะสม 4) การใช้เวลาและทรัพยากรอย่างไม่เหมาะสม 5) พฤติกรรมการทางานที่ไม่
ปลอดภัย 6) การไม่ตั้งใจปฏิบัติงาน 7) การทางานอย่างไม่มีคุณภาพ 8) การดื่มเครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์ 9) การใช้สารเสพติด 10) การพูดจาที่ไม่เหมาะสม 11) การใช้กาลังประทุษร้าย
(Gruys & Sackett, 2003)
คาสาคัญ : แหกกฎ ทาลาย
Maintaining Work Attendance
ขณะที่องค์การต้องดึงดูดและรักษาบุคลากรไว้แต่องค์การก็ต้องการให้พนักงานอย่าง
สม่าเสมอให้คุ้มกับค่าจ้างที่องค์การจ่ายไป ในอเมริกามีสถิตว่าพนักงานไม่ทางาน
สม่าเสมอหรือมีอัตราการขาดงาน 2 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุที่ทาให้คนขาดงานถือเป็น
ปัจจัยด้านสถานการณ์ เช่น สภาพอากาศ รถติด รถเสีย ความเจ็บป่วย ขาดความพึง
พอใจในงาน และปัญหาอื่นๆที่อยู่ใน Individual characteristics ซึ่งเราจะ
อธิบายเรื่องเหล่านี้ในคาบถัดไป
คาสาคัญ : ขาดงาน ป่วยกิจ
Individual behavior

Individual behavior

  • 1.
  • 2.
    พฤติกรรมบุคคล ในแต่ละองค์การย่อมประกอบด้วยบุคคลหลาย ๆ คนมาทางานร่วมกัน ซึ่งบุคคลและ องค์การต่างมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน กล่าวคือ บุคคลจะถูกองค์การคาดหวังเกี่ยวกับ ความพยายาม ความสามารถ ความจงรักภักดีต่อองค์การ ทักษะ การทุ่มเทเวลาและ ศักยภาพ ในขณะเดียวกันองค์การก็ถูกคาดหวังจากบุคคลว่า จะได้รับการสนับสนุนจาก องค์การในเรื่องค่าตอบแทน ความมั่นคงของงาน ผลประโยชน์ โอกาสในการทางาน สถานภาพ และความก้าวหน้า ตัวบุคคลถือเป็นระบบย่อยที่สุดในองค์การ ในการศึกษา พฤติกรรมของบุคคลนั้น เพื่อจะได้นาไปคาดคะเนและกากับพฤติกรรมให้เป็นผลดีต่อ องค์การ ในบทนี้เราจะทาความเข้าใจพฤติกรรมของบุคคลที่จะมีผลต่อผลการปฏิบัติงาน โดยอาศัย MARS Model
  • 3.
    MARS model ofindividual behavior Individual Characteristics MARS model
  • 4.
    Employee Motivation แบบจาลอง MARSแสดงให้เห็นปัจจัยทั้ง 4 ปัจจัย ที่ส่งผลต่อผล การทางานของบุคคลแต่ละคน ปัจจัยทั้ง 4 ที่ประกอบกันเป็น แบบจาลองชื่อเดียวกันนี้ประกอบด้วย M : Motivation A : Ability R : Role perceptions S : Situational factors
  • 5.
    Motivation : แรงจูงใจ แรงจูงใจ(Motivation) คือแรงขับดันภายในบุคคลที่ส่งผลให้ บุคคลนั้นดาเนินการตามทิศทางที่กาหนด (Direction) ความ พยายามเอาจริงเอาจังมุ่งสู่เป้าหมาย (Intensity) และ ความ วิริยะอดทนเพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย อาจกล่าวโดยสรุปว่าแรงจูงใจ ประกอบด้วย • Direction − focused by goals. • Intensity − bulk of effort allocated. • Persistence − amount of time taken for the effort to be exerted.
  • 6.
    Ability : ความสามารถ ความสามารถ(Ability) ความสามารถของพนักงานทาให้เกิด พฤติกรรมและผลการปฏิบัติงานที่แตกต่างกัน ความสามารถหมาย รวมถึงความสามารถพิเศษที่ติดตัวมาแต่กาเนิด ( Aptitude) และความสามารถที่เกิดจากการเรียนรู้ในภายหลัง (Learned capability) เพื่อให้งานประสบผลสาเร็จ มีคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับ ความสามารถอีก 2 คา คือ • Competencies • Person-job fit
  • 7.
    Role perceptions :การรับรู้บทบาทของตน การรับรู้บทบาทของตน (Role perception) คือความเชื่อของ บุคคลที่ทีต่องานที่ได้รับมอบหมายเฉพาะหรือตามตาแหน่งที่ได้รับ มอบหมาย บุคคลจะรับรู้บทบาทของตนได้ก็ต่อเมื่อมีความเข้าใจงาน ที่ได้รับมอบหมาย ความสาคัญของงานที่ตนได้รับมอบหมาย และ พฤติกรรมแบบใดที่จะทาให้งานสาเร็จ องค์การจะพัฒนาการรับรู้บทบาทของบุคคลกรในองค์กรได้อย่างไร?
  • 8.
    Situational factors :สถานการณ์ที่เป็นปัจจัย สถานการณ์ที่เป็นปัจจัย (Situational factors) คือ สถานการณ์ที่มีผลต่อพฤติกรรมการทางานและผลการปฏิบัติงาน สถานการณ์ที่เป็นปัจจัยรวมถึงเงื่อนไขบางอย่างที่อยู่เหนือการความ คุมขององค์การ อาทิเช่น ความต้องการของลูกค้า เงื่อนไขทางด้าน เศรษฐกิจ เหล่านี้ล้วนเกิดจากเงื่อนไขภายนอกองค์การ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขส่วนใหญ่จะอยู่อยู่ภายในองค์การซึ่งความคุมได้ อาทิเช่น เวลา คนในองค์การ งบประมาณ และอุปกรณ์อานวยความสะดวกใน ที่ทางาน เป็นต้น สถานการณ์สร้างผู้นา......
  • 9.
  • 10.
  • 11.
    Task Performance การปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ (TaskPerformance) คือ พฤติกรรม ของพนักงานที่เกี่ยวข้องกับงานและมีความสัมพันธ์กับเป้าหมายขององค์การ โดยเป็น การปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้ระบุไว้ในเอกสารบรรยายลักษณะงาน (JD) ซึ่งเป็น กิจกรรมสาคัญต่อองค์การ ทั้งนี้เพราะเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่มีผลโดยตรงต่อการ ผลิตสินค้า บริการ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีส่วนโดยตรงในการสนับสนุนกระบวนการ ทางานหลักขององค์การ อีกทั้งยังเป็นการใช้ความชานาญในการปฏิบัติหน้าที่ซึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของงานทั้งโดยทางตรงโดยการเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางาน หรือโดยทางอ้อมโดยการจัดหาทรัพยากรที่จาเป็นเพื่อนามาใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อ การบรรลุสู่เป้าหมายขององค์การ คาสาคัญ : มุ่งผลงาน ปฏิบัติตามหน้าที่ ใช้ความชานาญ
  • 12.
    Organizational Citizenship พฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์การ (OrganizationalCitizenship Behavior หรือ OCB) คือพฤติกรรมความเต็มใจของพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ นอกเหนือจากงานในหน้าที่ของตน ช่วยเหลือผู้ร่วมงานและผู้บังคับบัญชา สนใจในกิจกรรม และภารกิจขององค์การโดยรวม เพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์การโดยไม่หวัง ผลตอบแทน หรือรางวัลใดๆ ทั้งสิ้นจากองค์การ คาสาคัญ : Extra-Role Behavior ช่วยเหลือ
  • 13.
    Counterproductive Work Behavior พฤติกรรมต่อต้านการปฏิบัติงาน(counterproductive work behaviors หรือ CWBs) หมายถึงการกระทาโดยตั้งใจใจของสมาชิกองค์การ ที่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อ ผลประโยชน์ขององค์ การหรือสมาชิกอื่นๆ ขององค์การ พฤติกรรมเหล่านี้มีลักษณะสาคัญคือการ ไม่คานึงถึงกฎและค่านิยมของสังคมและองค์การ โดยสามารถจาแนกได้อย่างน้อย 11 ประเภท ดังต่อไปนี้1) การขโมยและพฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง 2) การทาลายทรัพย์สิน 3) การใช้ข้อมูลภายใน อย่างไม่เหมาะสม 4) การใช้เวลาและทรัพยากรอย่างไม่เหมาะสม 5) พฤติกรรมการทางานที่ไม่ ปลอดภัย 6) การไม่ตั้งใจปฏิบัติงาน 7) การทางานอย่างไม่มีคุณภาพ 8) การดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ 9) การใช้สารเสพติด 10) การพูดจาที่ไม่เหมาะสม 11) การใช้กาลังประทุษร้าย (Gruys & Sackett, 2003) คาสาคัญ : แหกกฎ ทาลาย
  • 14.
    Counterproductive Work Behavior พฤติกรรมต่อต้านการปฏิบัติงาน(counterproductive work behaviors หรือ CWBs) หมายถึงการกระทาโดยตั้งใจใจของสมาชิกองค์การ ที่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อ ผลประโยชน์ขององค์ การหรือสมาชิกอื่นๆ ขององค์การ พฤติกรรมเหล่านี้มีลักษณะสาคัญคือการ ไม่คานึงถึงกฎและค่านิยมของสังคมและองค์การ โดยสามารถจาแนกได้อย่างน้อย 11 ประเภท ดังต่อไปนี้1) การขโมยและพฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง 2) การทาลายทรัพย์สิน 3) การใช้ข้อมูลภายใน อย่างไม่เหมาะสม 4) การใช้เวลาและทรัพยากรอย่างไม่เหมาะสม 5) พฤติกรรมการทางานที่ไม่ ปลอดภัย 6) การไม่ตั้งใจปฏิบัติงาน 7) การทางานอย่างไม่มีคุณภาพ 8) การดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ 9) การใช้สารเสพติด 10) การพูดจาที่ไม่เหมาะสม 11) การใช้กาลังประทุษร้าย (Gruys & Sackett, 2003) คาสาคัญ : แหกกฎ ทาลาย
  • 15.
    Maintaining Work Attendance ขณะที่องค์การต้องดึงดูดและรักษาบุคลากรไว้แต่องค์การก็ต้องการให้พนักงานอย่าง สม่าเสมอให้คุ้มกับค่าจ้างที่องค์การจ่ายไปในอเมริกามีสถิตว่าพนักงานไม่ทางาน สม่าเสมอหรือมีอัตราการขาดงาน 2 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุที่ทาให้คนขาดงานถือเป็น ปัจจัยด้านสถานการณ์ เช่น สภาพอากาศ รถติด รถเสีย ความเจ็บป่วย ขาดความพึง พอใจในงาน และปัญหาอื่นๆที่อยู่ใน Individual characteristics ซึ่งเราจะ อธิบายเรื่องเหล่านี้ในคาบถัดไป คาสาคัญ : ขาดงาน ป่วยกิจ

Editor's Notes

  • #7 Competencies − abilities, individual values, personality traits and other features of people that result in superior performance. Person-job fit − there are three ways to match people with jobs selecting qualified people developing employee abilities through training redesigning job to fit person's existing abilities
  • #11 โดยทั่วไปคนเราจะมีพฤติกรรมหลายแบบในการทำงาน แต่จะมีแบบที่เด่นชัดที่สุดเพียงหนึ่งแบบ