Energy Supplied
Energy Supplied
Energy of
Energy of activation Energy of
reactant reactant Energy of
activation
Energy Released
Energy Released
Energy of Energy of
product product
E a without Enzyme Ea with Enzyme
ภาพแสดงผลของปฏิกิริยาเคมีเมื่อมีเอนไซมและไมมีเอนไซม
(พบวาการใชพลังงานกระตุนลดลงอยางมาก)
พลังงานที่ใชในการสลายพันธะเคมี
พลังงานที่ใชในการสลายพันธะเคมี เรียกวา พลังงานพันธะ (Bond energy) พลังงานที่เกิดขึ้นจากปฏิกรยาเคมี
ิิ
มี 2 ประเภท คือ
1. ปฏิกิริยาคายพลังงาน (Exergonic reaction) หมายถึง ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นแลวจะปลอยพลังงานออกมา >
พลังงานกระตุนที่ใสเขาไป เชน การรวมกันของกาซไฮโดรเจน และกาซออกซิเจน หรือการสลายสารอินทรียตางๆ
(การหายใจ)
สรุป พลังงานสรางพันธะ > พลังงานสลายพันธะ
ตัวอยางปฏิกิริยาคายพลังงาน
ATP + H2O ADP + Pi + 7.3 kcal/mol
C6H12O6 + 6O2 6CO2 + 6H2O + 36 ATP
2H2 + O2 2H2O + พลังงานสรางพันธะ
2. ปฏิกิริยาดูดพลังงาน (Endergonic reaction) หมายถึง ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นแลวจะปลอยพลังงานออกมา <
พลังงานกระตุนที่ใสเขาไป เชน กระบวนการสังเคราะหดวยแสง การแยกนําดวยไฟฟา การสังเคราะหสารอินทรียตางๆ
้
ในเซลลของสิ่งมีชวิต
ี
สรุป พลังงานสรางพันธะ < พลังงานสลายพันธะ
ตัวอยางปฏิกิริยาดูดพลังงาน
2H2O + พลังงานสลายพันธะ 2H2 + O2
6CO2 + 12H2O + 18 ATP C6H12O6 + 6O2 + 6H2O
ADP + Pi + 7.3 kcal ATP
85
ชีววิทยา
6.
Exergonic reactions (e.g.cellular respiration)
Energy
ADP + Pi ATP
Energy
Endergonic reactions (e.g. protein synthesis
making new cells or cell parts)
แสดงปฏิกรยาดูดพลังงาน (Endergonic reaction) และปฏิกิริยาคายพลังงาน (Exergonic reaction)
ิิ
ที่เกิดขึ้นในเซลลของสิ่งมีชีวิต (โดยมี ATP เปนสารตัวกลางในการเก็บสะสมพลังงานและคายพลังงานออกมา)
86
ชีววิทยา
Leaf
Plant cell
Light energy Carbon dioxide Chloroplast
Light-trapping Energy CO2 Carbon-
reactions carriers fixing
ATP and reactions
Energy NADPH
Boosted
H2 O electrons
Chlorophyll Carbohydrate
Oxygen Carbohydrate
กระบวนการหลักของการสังเคราะหดวยแสง
1.1 การถายทอดอิเล็กตรอนแบบเปนวัฏจักร (Cyclic electron transfer)
Primary
e- electron
-0.6 acceptor
e-
Ferredoxin
Oxidation-reduction potential in volts
(relative energy level)
0 e-
Cytochrome
complex ADP + Pi
e- Production of ATP by
chemiosmosis
Plastocyanin
Ligh
ATP
t
e-
+0.4 P700
Photosystem I
แสดงการถายทอดอิเล็กตรอนแบบเปนวัฏจักร (Cyclic photophosphorylation)
98
ชีววิทยา
19.
1.2 การถายทอดอิเล็กตรอนแบบไมเปนวัฏจักร (Noncyclicelectron transfer)
สรุป
PS I (P700) NADP ⋅ H
PS II (P680) ATP
-0.6 +Primary
2e- electron
acceptor
2e-
Primary
Oxidation-reduction potential (volts)
electron
2e - acceptor Ferredoxin
2e-
(relative energy level)
0 2e- NADPH
Plastoquinone
2e- 2H+ +
ADP + Pi Cytochrome (from medium) NADP
complex
Production ATP 2e- Lig
+0.4 of ATP by Plastocyanin ht
chemiosmosis
2e- P700
1 O2 + 2H+
Light
2e - 2 Photosystem I
P680 H 2O
+0.8
Photosystem II
กระบวนการถายทอดอิเล็กตรอนแบบไมเปนวัฏจักร (Noncyclic electron transfer)
2. ปฏิกิริยาที่ไมใชแสง (Dark reaction หรือ Calvin cycle หรือ CO2 fixation) เปนกระบวนการที่พืชนํา
สารพลังงานสูง คือ ATP และ NADPH + H+ ซึงเปนผลทีไดจากปฏิกรยาชวง Light reaction มาเปลียน CO2 ซึ่งมี
่ ่ ิิ ่
พลังงานศักยตํ่าใหเปนคารโบไฮเดรตที่มีพลังงานศักยสูง กระบวนการนี้เกิดขึ้นในสโตรมา (Stroma) ของคลอโรพลาสต
โดยไมตองใชแสง (ในที่มแสงก็เกิดขึ้นได)
ี
เอ็ม คัลวิน (M. Calvin) เอ เบนสัน (A. Benson) และคณะแหงมหาวิทยาลัยแคลิฟอรเนียที่เบิรกเลย
ไดทดลองและศึกษาเกี่ยวกับปฏิกิริยาที่ไมใชแสงดังกลาวมาแลว จากผลการทดลองยังไดพบวา ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเหลานี้
เกิดตอเนื่องกันไมเปนวัฏจักร เรียกวัฏจักรของปฏิกิริยานี้วา วัฏจักรคัลวิน (Calvin cycle)
99
ชีววิทยา
20.
Metabolites of theCalvin cycle
RuBP ribulose bisphosphate
PGA phosphoglycerate
PGAP diphosphoglycerate
PGAL phosphoglyceraldehyde
3 CO 2
(Intermediate)
3 C6
6 PGA
3 RuBP C3
C5 CO 2 6 ATP
Fixation
3 ADP
6 ADP These ATP and NADPH
Calvin CO 2 molecules were produced
cycle Reduction by the light-dependent
reactions.
These ATP molecules
were produced by the 3 ATP Regeneration 6 PGAP
light-dependent of RuBP
reactions. C3
5 PGAL 6 NADPH
C3
6 PGAL
C3 6 NADP +
There is a net gain of one PGAL.
แสดงวัฏจักรคัลวินของพืช
100
ชีววิทยา
21.
H2O Stroma
Lig
ht CO2
NADPH
NADP+ Calvin
cycle
ATP
Thylakoid ADP
membrane O2 PGAL
a Thylakoid
Photosystem II
Light Photosystem I Stroma
Antenna Cytochrome
complex complex Light
H+ Antenna complex
NADP++ H+
NADP
Pq e- reductase
e- e- NADPH
H+
H 2O 1 H+
2 O2
+ Calvin
cycle
2 H+
H+
H+
ATP
H+
Thylakoid Space H+
ATP synthase ADP + P
แผนภาพแสดงกระบวนการ Light reaction และ Dark reaction ทีสาคัญ
่ํ
101
ชีววิทยา
22.
ตารางสรุปวัฏจักรของคัลวิน (ตอการสราง Glucose1 โมเลกุล)
ขอ สิ่งที่ใชในปฏิกิริยา สิ่งที่เกิดจากปฏิกิริยา
1. 6 CO2 12 PGAL (2 PGAL 1 Glucose)
2. 6 RuDP 18 ADP + 18 Pi
3. 18 ATP (จากปฏิกิริยาที่ใชแสง) 12 NADP + 12 H+
4. 12 NADPH (จากปฏิกิริยาที่ใชแสง) 6H2O
PGA เปนสารอินทรีย (ที่อยูตัว) ชนิดแรกที่เกิดในวัฏจักรคัลวิน
PGAL เปนนํ้าตาลชนิดแรกที่เกิดขึ้นในวัฏจักรคัลวิน
H 2O
CO2 O2 Grana
CO2
Chloroplasts NADPH
Lig
ht
NADP+ Calvin
a. Plant cell ATP cycle
Thylakoid
Granum
O2 ADP Sugar
Thylakoid
membrane Stroma
b. Chloroplast
Thylakoid
space
(a) แสดงเซลลของพืชใหเห็นคลอโรพลาสต
(b) โครงสรางของไทลาคอยด และกรานาในคลอโรพลาสต และปฏิกิรยาการสังเคราะหดวยแสง
ิ
สมการรวมของการสังเคราะหดวยแสงที่สมบูรณเปนดังนี้ คือ
12H2O + 6CO2 + 6ADP + 6Pi แสง C H O + 6O2 + 6ATP + 6H2O
คลอโรฟลล 6 12 6
102
ชีววิทยา
CO2
(3C) Phosphoenol
pyruvate Oxaloacetate (4C)
NADPH
Mesophyll cell
AMP
NADP +
ATP
Pyruvate (3C) Malate (4C)
Pyruvate (3C) Malate (4C)
NADP +
Bundle sheath cell
CO2
Glucose NADPH
Vein
Mesophyll cell Bundle sheath cell
CO2 PEP PEP Calvin-
PEP Benson
cycle
Oxaloacetic Malic RuBP
acid Malic acid CO2
acid
Plasmodesmata
แสดงแหลงที่เกิดและสารตางๆ ที่เกิดขึ้นในการตรึง CO2 ของพืช C4
สรุปสมการตรึง CO2 ของพืช C4
CO 2 + PEP OxAc Malic acid Pyruvate + CO 2 Calvin cycle Glucose
ADP + Pi ATP
หมายเหตุ พืช C4 ไมมีการหายใจแสง (Photorespiration) แตพืช C3 มีการหายใจแสง ทําใหอัตราการ
สังเคราะหดวยแสงลดลง
104
ชีววิทยา
25.
- พืชอวบนํ้า CAM(Casulacean Acid Metabolism)
- ไดแก กระบองเพชร สับปะรด วานหางจระเข
- ปากใบ (Stomata) เปดในเวลากลางคืน (เพื่อจับ CO2)
- กลางคืน สรางกรด 4C (Malic acid)
- กลางวัน เปลี่ยนกรด 4C เปนนํ้าตาล (PGAL)
[ตรึง CO2 2 ครั้งที่ Mesophyll]
Mesophyll
PEP (3C) PEP (3C) PGAL
PGAL
RuDP
CO2 PGA
Pyruvic ^
a
3C
CO2
Malic ^
a Malic ^
a
4C 4C
กลางคืน กลางวัน
กระบวนการสังเคราะหดวยแสงของพืช CAM (ถือวากํ้ากึ่งระหวางพืช C3 และพืช C4)
ตารางเปรียบเทียบการตรึง CO2 และการสรางนํ้าตาลของพืช C3 พืช C4 และพืชอวบนํ้า (CAM)
ขอเปรียบเทียบ พืช C3 พืช C4 พืช CAM
1. การตรึง CO2 1 ครั้ง 2 ครั้ง 2 ครั้ง
2. แหลงที่เกิด Mesophyll Mesophyll และ Mesophyll
Bundle sheath
3. ผลผลิตตัวแรก PGA (3C) Oxaloacetic acid (4C) Malic acid (4C)
4. เวลาที่ตรึง CO2 กลางวัน กลางวัน กลางคืน
5. เวลาที่สราง PGAL กลางวัน กลางวัน กลางวัน
6. พลังงานที่ใชตรึง CO2 นอย มาก มาก
7. เมื่ออากาศรอน และแหงแลง ตรึง CO2 และสราง ตรึง CO2 และสรางนํ้าตาล ตรึง CO2 และสราง
PGAL ไมได ได นํ้าตาลได
8. เมื่ออากาศเย็น ชื้น มืดครึ้ม ตรึง CO2 และสราง ตรึง CO2 และสรางนํ้าตาล ตรึง CO2 และสราง
นํ้าตาลได ไมคอยได นํ้าตาลไมคอยได
9. การหายใจแสง มี ไมมี -
(Photorespiration)
105
ชีววิทยา
26.
CO2 CO 2 Night CO 2
Mesophyll
cell C4 C4
Day
RuBP Bundle CO 2 CO2
sheath
Calvin cell
cycle
PGA Calvin Calvin
( C3 ) cycle cycle
PGAL
Mesophyll cell PGAL PGAL
CO 2 fixation in a C 3plant CO 2 fixation in a C 4plant CO 2 fixation in a CAM plant
แผนผังกระบวนการ Dark reaction
Bundle
sheath
cell
Mesophyll
cells
Vein
Stomate
C3 Plant C4 Plant
แผนภาพแสดงการเรียงตัวของเนื้อเยื่อ Mesophyll รอบๆ Bundle sheath ของพืช C3 และพืช C4
106
ชีววิทยา
27.
แผนผังมโนมติแสดงการลําเลียงในพืช
การลําเลียงในพืช
การลําเลียงนํา
้ การลําเลียงเกลือแร การลําเลียงนําตาล
้
Xylem xylem Phloem
Structure วิธการลําเลียงนํา
ี ้ วิธการลําเลียงเกลือแร
ี Structure วิธการลําเลียงนําตาล
ี ้
Xylem parenchyma พืชสูงไมเกิน 19.5 ม. พืชสูงเกิน 19.5 ม. Passive Active Phloem parenchyma Turgor
transport transport pressure
Xylem fiber Osmosis Transpiration pull Phloem fiber
Tracheid Capillary action Sieve tube
Vessel member Root pressure Companion cell
Transpiration pull
แผนผังมโนมติแสดงโครงสรางเนื้อเยื่อที่ใชในการลําเลียงนํ้าของพืช
โครงสรางและเนื้อเยื่อที่ใชในการลําเลียงนํ้าของพืช
รากชั้นนอก รากชั้นใน
Endodermis Epidermis Cortex Pith Vascular bundle Pericycle
Casparian strip Parenchyma Xylem Phloem
I o wall I o wall
Passage cell Collenchyma Xylem parenchyma Phloem parenchyma
มีชีวิต มีชีวิต
Sclerenchyma II o wall Phloem fiber II o wall
Xylem fiber ไมมีชีวิต
ไมมีชีวิต
o I o wall
Tracheid II wall Sieve tube member
มีชีวิต
ไมมีชีวิต
o I o wall
Vessel member II wall Companion cell
มีชีวิต
ไมมีชีวิต
107
ชีววิทยา
28.
การสืบพันธุของสิ่งมีชีวิต
การสืบพันธุ (Reproduction) คือ การเพิ่มจํานวนหรือการใหกาเนิดสิงมีชวตทีเ่ ปนชนิดเดียวกันกับพอแม หรือ
ํ ่ ีิ
บรรพบุรุษ (ถือเปนสมบัติที่สําคัญของสิ่งมีชีวตทุกชนิด ทําใหสิ่งมีชีวิตแตละชนิดดํารงเผาพันธุอยูได)
ิ
วัฏจักรของเซลล (1 Cell cycle) แบงออกเปน 2 ระยะ คือ
1. ระยะอินเตอรเฟส (Interphase) หรือระยะเตรียมพรอมกอนแบงนิวเคลียส แบงเปนระยะยอยๆ 3 ระยะ
คือ G1, S และ G2 ตามลําดับ
2. ระยะ Mitosis (M phase) เปนระยะแบงนิวเคลียส มี 4 ระยะยอยๆ คือ
1. โปรเฟส (Prophase)
2. เมตาเฟส (Metaphase)
3. แอนาเฟส (Anaphase)
Karyokinesis
4. ทีโลเฟส (Telophase)
Cyt To another cell cycle
okin
Mitosis esis
One
daughter cell
The cell divides One
in two daughter cell
G2
DNA replication
S G1
Interphase
On Off
Genes that Genes that
stimulate cell suppress cell
division division
แสดงชวงระยะเวลาที่ใชใน 1 วัฏจักรเซลล และการเปลี่ยนแปลงในระยะตางๆ
108
ชีววิทยา
แบบทดสอบ
จงเลือกคําตอบที่ถูกตอง
1. จากแผนภาพแสดงการเกิดปฏิกิริยาในขณะที่มเี อนไซมและไมมีเอนไซม
พลังงาน
A
D
สารตั้งตน B E
ผลิตภัณฑ C
ปฏิกิริยา
ขอใดแสดงพลังงานกระตุนของการเกิดปฏิกิริยาของเอนไซมคะตะเลส
1) A 2) B 3) C 4) D
2. ขอใดแสดงกลไกการทํางานของเอนไซมที่เกิดขึ้นอยางสมบูรณ
1) เอนไซม + สาร X → เอนไซม - สาร X → เอนไซม + สาร X
2) เอนไซม + สาร X → เอนไซม - สาร X → เอนไซม + สาร Y
3) เอนไซม + สาร X → เอนไซม - สาร Y → เอนไซม + สาร Z
4) เอนไซม + สาร X → เอนไซม - สาร Y → เอนไซม + สาร X
3.
นําคันผัก 1 ml
้ ้
นํากลัน H 2O 2 1% H 2O 2 2% H 2O 2 3%
้ ่
ขอใดคือสมมติฐานของการทดลอง
1) ความเขมขนของเอนไซมมีผลตอการเกิดปฏิกิริยา
2) ความเขมขนของนํ้า ั้นผักมีผลตอการทํางานของเอนไซม
ค
3) ความเขมขนของซับสเตรตมีผลตอการทํางานของเอนไซม
4) ความเขมขนของซับสเตรตมีผลตอความเขมขนของเอนไซม
125
ชีววิทยา
13. สารใดสลายตัวโดยไมผาน AcetylCo.A
1) กลูโคส 2) กรดไพรูวิก 3) กรดอะมิโนบางชนิด 4) กรดไขมัน
14. แหลงสะสม H + ของไมโตคอนเดรีย เพื่อนําไปใชในกระบวนการถายทอดอิเล็กตรอน คือ
1) Matrix 2) Cristae 3) Cytosol 4) Space
15. สัตวในขอใดมิไดหายใจโดยใชระบบทอลม (Tracheal system)
1) ตั๊กแตน, ปลวก 2) แมงมุม, กิ้งกือ 3) ตะขาบ, แมงปอง 4) ลูกออดกบ, ปลาตีน
16. จงศึกษาปฏิกิริยาตอไปนี้
I Hb + O2 HbO2
II HbO2 Hb + O2
III CO2 + H2O H2CO3 H+ + HCO-3
IV HCO- + H+
3 H2CO3 CO2 + H2O
ปฏิกิริยาเหลานี้เกิดขึ้นที่เสนเลือดฝอย ขอใดถูกตอง
1) ปฏิกิริยา II และ III เกิดที่เม็ดเลือดแดง และที่เนื้อเยื่อตางๆ ของรางกาย
2) ปฏิกิริยา I เกิดที่ปอดและเกิดในเม็ดเลือดแดง ปฏิกิริยา III เกิดที่เนื้อเยื่อตางๆ ของรางกายและเกิดในนําเลือด
้
3) ปฏิกิริยา I และ IV เกิดขึ้นที่ปอด แตปฏิกิริยา I เกิดขึ้นในนํ้าเลือด ปฏิกิริยา IV เกิดขึ้นในเม็ดเลือดแดง
4) ปฏิกิริยา II และ III เกิดที่เนื้อเยื่อตางๆ ของรางกายและเกิดในเม็ดเลือดแดง
17. ถาเลี้ยงยีสตดวยนํ้าตาลกลูโคสในสภาวะที่ขาดออกซิเจน
1) การยอยสลายกลูโคส 1 โมเลกุล จะใหเอทิลแอลกอฮอลและ CO2 อยางละ 3 โมเลกุล
2) การยอยสลายกลูโคส 1 โมเลกุล จะให NADH 2 โมเลกุลในไซโทพลาซึม
3) การยอยสลายกลูโคสจะไมสมบูรณจึงไมมี CO2 เกิดขึ้น
4) ไมมขอถูก
ี
18. เมื่อกลูโคส 1 โมเลกุล ถูกสลายไปจนสิ้นสุดวัฏจักรเครบสแลว ขอใดไมถูกตอง
1) ได NADH ⋅ H 6 โมเลกุล
2) มีพลังงานสะสมอยูในรูป ATP ถึง 4 ATP
3) คารบอนในกลูโคสถูกเปลี่ยนเปน CO2 จนหมด
4) ได FADH2 2 โมเลกุล
19. เมื่อเลี้ยงเซลลในอาหารเลี้ยงเชื้อที่คารบอนของกลูโคสเปน C14 ถาการเลี้ยงเซลลนี้อยูในสภาพที่มีออกซิเจนอยาง
เพียงพอ จากการทดลองนี้ขอใดนาจะถูกตอง
1) คารบอนของ CO2 จะเปน C14
2) C14 จะปรากฏอยูในโมเลกุลของ ATP
3) สารกัมมันตรังสีจะถูกถายโอนไปใหโมเลกุลของนํ้าที่ไดจากกระบวนการหายใจ
4) C14 จะไปปรากฏอยูในเอนไซมที่เกี่ยวของกับการถายทอดอิเล็กตรอน
127
ชีววิทยา
48.
20. ขณะที่มีการลําเลียงแกสจากเนื้อเยื่อตางๆ ไปสูปอดแกส CO2 จะมีการทําปฏิกิรยากับสารตางๆ ดังแสดงในขอใด
ิ
1) CO2 + H2O H2O3 + CO
2) CO2 + H+ HCO- 3 H2O + H2CO3
3) CO2 + HCO- 3 H+ H2O + H2CO3
4) CO2 + H2O H2CO3 HCO- + H+
3
21. ภายหลังจากที่นักเรียนคนหนึ่งไดออกกําลังกายอยางหนักแลวก็มานั่งพัก พบวามีผลทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลง
เกิดขึ้นในกลามเนื้อดังขอใด
ไกลโคเจน ATP กรดแลกติก คา pH
1) ลดลง ลดลง เพิ่มขึ้น ลดลง
2) ลดลง เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น
3) เพิ่มขึ้น ลดลง ลดลง เพิ่มขึ้น
4) เพิ่มขึ้น ลดลง ลดลง ลดลง
22. ตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดทายในการหายใจแบบไมใชออกซิเจนของเซลลยีสตที่ใชในการผลิตเบียรคือ
1) NAD+ 2) แอซีตัลดีไฮด 3) กรดไพรูวิก 4) เอทิลแอลกอฮอล
23. RQ ยอมาจากคําวา Respiratory Quotient ซึ่งเปนคาอัตราสวนระหวางปริมาณ CO2 ที่ไดจากการหายใจหรือ
เผาผลาญอาหารกับปริมาณ O2 ที่ใชในการหายใจหรือเผาผลาญอาหาร คา RQ ที่วัดไดสามารถบอกชนิดอาหารที่
สัตวบริโภคเขาไป ถาวัดคา RQ ของสัตวบางชนิดไดคาเทากับหนึ่ง สัตวชนิดนี้นาจะบริโภคอาหารชนิดใดเปนหลัก
1) คารโบไฮเดรต 2) โปรตีน
3) ไขมัน 4) คารโบไฮเดรตกับโปรตีนอยางละเทากัน
24. เยื่อหุมไมโทคอนเดรียไมยอมใหสารในขอใดผานได
1) กรดไพรูวิก 2) ออกซิเจน 3) คารบอนไดออกไซด 4) กลูโคส
25. ขอใดตอไปนี้ไมเกี่ยวของกับกระบวนการถายทอดอิเล็กตรอนโดยตรง
1) ไซโตโครม b, f
2) การเคลื่อนยาย H+ เขาสูชองวางไทลาคอยด
3) การสราง ATP
4) มีการจับพลังงานแสงขณะเกิดกระบวนการ
26. PEP Case ในพืช C4 มีขอไดเปรียบกวา Rubis CO ของพืช C3 คือ
1) PEP Case มีอยูในบันเดิลชีท
2) Rubis CO จับ CO2 ไดดีเฉพาะในพืช C4
3) PEP Case ไมจับ O2 แต Rubis CO มีการหายใจดวยแสง
4) ถูกทุกขอ
128
ชีววิทยา
49.
27. สาร ATPและ NADPH จากปฏิกรยา Light - dependent reaction ถูกใชในกระบวนการใด
ิิ
1) ชวยให Rubis CO จับ CO2
2) ทําใหเกิดการแยกตัวของนํ้า (Photolysis)
3) ทําใหเกิดกระบวนการถายทอด e-
4) รีดิวซ PGA เปน PGAL
28. พืชตอไปนี้ชนิดใดเปนพืชที่มีลําตนใตดิน
1) ขิง กระชาย ตนสามสิบ 2) ขิง กลวย วานนํ้า
3) ขิง ขมิ้น มันเทศ 4) เผือก มัน กลวย
29. ในพืช C4 ปริมาณของ O2 ในบันเดิลชีทเซลล จะตํ่าเนื่องจากปากใบจะปดในเวลากลางวัน ฉะนั้นกระบวนการใด
จะเกิดไดนอยที่สุด
1) Glycolysis 2) Photosynthesis
3) Photorespiration 4) Oxidative phosphorylation
30. ศึกษาภาพตอไปนี้
b a d f
c e
บริเวณใดเกิดการถายทอดอิเล็กตรอน ; บริเวณใดเกิดการผลิต CO2 ; บริเวณใดมีเอนไซมเรงการสราง ATP
1) b และ f ; e ; b และ f 2) b ; e ; b
3) a และ d ; c ; c และ e 4) f ; e ; b และ d
31. เปรียบเทียบการถายทอดอิเล็กตรอนในกระบวนการหายใจและสังเคราะหดวยแสง ขอใดถูกตอง
ตัวใหอิเล็กตรอน ตัวรับอิเล็กตรอน ระดับพลังงานของอิเล็กตรอน
หายใจ สังเคราะหดวยแสง หายใจ สังเคราะหดวยแสง หายใจ สังเคราะหดวยแสง
1) NAD+ H2O O2 NADPH สูง ไป ตํ่า ตํ่า ไป สูง
2) NADH คลอโรฟลล O2 NADP+ ตํ่า ไป สูง ตํ่า ไป สูง
3) NADH คลอโรฟลล O2 NADPH สูง ไป ตํ่า สูง ไป ตํ่า
4) NADH H2O O2 NADP+ สูง ไป ตํ่า ตํ่า ไป สูง
32. ขอใดถูกตองเกี่ยวกับกระบวนการสังเคราะหดวยแสง
A. ศูนยรวมเอนไซมในการจับ CO2 คือสโตรมา
B. แหลงเอนไซมสําหรับสังเคราะห ATP คือ เยื่อไทลาคอยด
C. แหลงสะสม H+ เพื่อสังเคราะห ATP คือชองวางไทลาคอยด
D. P700 คือ คลอโรฟลลของ PSI สําคัญตอการสราง ATP และ O2
1) A, B 2) B, C 3) C, D 4) A, B, C
129
ชีววิทยา
50.
33. จากปฏิกิริยา DarkReaction (วัฏจักรคัลวิน)
10 PGAL + 6ATP → xRuBP + yADP + zPi
จํานวนโมเลกุลของสาร x, y, z คือขอใด
1) 2, 2, 2 2) 3, 3, 2 3) 6, 6, 4 4) 6, 6, 6
34. ถาตัดตามขวางของสวนรากและลําตนของพืชดังในภาพ ที่จุด A และ B จะมีลักษณะเชนใด
A
B
ตําแหนง A ตําแหนง B ตําแหนง A ตําแหนง B
1) 2)
3) 4)
35. จงศึกษาแผนภาพแสดงการเคลื่อนที่ของสารเขาและออกจากคลอโรพลาสต
2 4
ADP + Pi
ATP
ปฏิกรยา A
ิิ NADPH + H+ ปฏิกรยา B
ิิ
NADP+
1 3
หมายเลข 1, 2, 3 และ 4 คือสารใดตามลําดับ
1) CO2 ATP H2O แปง 2) CO2 H2O นํ้าตาล O2
3) H2O O2 CO2 นํ้าตาล 4) นํ้าตาล H2O ATP O2
130
ชีววิทยา
51.
36. โมเลกุลภายในเซลลหลายชนิดมีสวนเกี่ยวของกับการเปลี่ยนรูปพลังงานภายในเซลล โดยเปนตัวรับและสงผาน
อิเล็กตรอนหรือโปรตรอน ยกเวนขอใด
1) ATP 2) NADP+ 3) FAD 4) ไซโทโครม
จงศึกษาแผนภาพตอไปนี้แลวตอบคําถามขอ 37-38
III
I II Gamete
Gametes Gamete
N N
N Mitosis N
tion
n
is
tio
tos
Mei N liza N
iza
ti tion Multicellular haploid
Mi
osis Fer
rtil
iliza 2N
Fert
Fe
Multicellular stage (Gametophyte)
Multicellular ZN haploid stage Zygote
Mitosis
diploid stage 2N
Zygote
osis
Zygote
Meio N
Mit
s
Meiosi
Mi sis Spore
tos N Multicellular
is N N
Mitosis diploid stage
37. ขอใดแสดงวัฏจักรชีวิตของสัตว
1) I 2) II 3) III 4) I และ II
38. ขอใดแสดงวัฏจักรชีวิตของพืชและสาหรายบางชนิด
1) I 2) II 3) III 4) I และ II
39. กําหนดให
A เปนพืชที่มี Double fertilization
B เปนพืชที่มีระยะ Gametophyte เปนอิสระจากระยะ Sporophyte
C เปนพืชที่มีระยะ Sporophyte อยูบน Gametophyte ตลอดชีวิต
D เปนพืชที่มีการถายละอองเรณู แตเมล็ดไมไดอยูในผล
A, B, C และ D ควรจะเปนพืชชนิดใดตามลําดับ
1) เยอบีรา จอกหูหนู ปรง มะมวงหิมพานต
2) สาหรายหางกระรอก หญาถอดปลอง ขาวตอกฤๅษี แปะกวย
3) สนทะเล ฮอรนเวิรต ชายผาสีดา ปรง
4) ผํา ผักแวน ลิเวอรเวิรต สนทะเล
40. ขอใดเรียงลําดับพืชที่มีขนาดแกมีโตไฟตจากขนาดใหญไปขนาดเล็กไดถูกตอง
1) กุหลาบ ลิเวอรเวิรต เฟน 2) เฟน ลิเวอรเวิรต กุหลาบ
3) ลิเวอรเวิรต เฟน กุหลาบ 4) กุหลาบ เฟน ลิเวอรเวิรต
41. พืชที่เรียงลําดับตามลักษณะเดนของสปอโรไฟตจากมากไปนอยคือขอใด
1) เฟน มอส มะเขือ 2) มะเขือ เฟน มอส
3) มอส เฟน มะเขือ 4) มะเขือ มอส เฟน
131
ชีววิทยา
52.
42. จากภาพ ขอใดมีโครโมโซมเปน2n (ถาวงจรชีวิตนี้เปนมอส)
A ไข + อสุจิ B
D การสรางสปอร C
1) B, C, D 2) B, C 3) C, D 4) D, A
43. พืชชนิดใดมีระยะแกมีโตไฟตนานที่สุด
1) เฟน 2) สาหราย 3) มอส 4) พืชดอก
44. ขอใดถูกตองเมื่อเปรียบเทียบแกมีโตไฟตและสปอรโรไฟตของพืชดอก
1) แกมีโตไฟตขนาดเล็กอายุสั้น 2) แกมีโตไฟตขนาดใหญ มีโครโมโซม n
3) สปอโรไฟตขนาดเล็กอายุสั้น 4) สปอโรไฟตขนาดใหญ มีโครโมโซม n
45. จากภาพ 1 และ 2 คืออะไร
ตอมใตสมองสวนหนา
FSH LH
1 2
Estrogen Progesterone
1) ฟอลลิเคิล เอนโดมีเทรียม 2) ฟอลลิเคิล คอรปสลูเทียม
3) คอรปสลูเทียม เอนโดมีเทรียม 4) คอรปสลูเทียม ฟอลลิเคิล
46. ระยะใดของการแบงเซลลแบบไมโตซิสที่เซลลมีการเปลี่ยนแปลงสภาพเปนเซลลเฉพาะชนิดและมีการสังเคราะห
ออรแกเนลลตางๆ
1) G1 2) G2 3) S 4) Mitosis
47. Cell cycle ที่ถูกตองหมายถึงขอใด
1) G1 - S - G2 2) G1 - S - G2 - M
3) G1 - S - G2 - M - C 4) M และ C
48. Crossing over เกิดขึ้นระหวางขอใด
1) ซิสเตอรโครมาติดของโครโมโซม 2) นอนซิสเตอรโครมาติดของไบวาเลนซ
3) คูไบวาเลนซที่แตกตางกัน 4) นิวเคลียสของเซลลลูก
132
ชีววิทยา
53.
49. เซลลสืบพันธุจะมีโครโมโซมที่แตกตางกัน เพราะเหตุใด
1) โฮโมโลกัสโครโมโซมแยกจากกันขณะแบงไมโอซิส
2) มีการจําลอง DNA อีกเทาตัวขณะแบงไมโอซิส
3) เกิด Crossing over ระหวางแบงตัวระยะ Prophase 1
4) โครมาติดไมแยกจากกันระหวางแบงตัวระยะ Prophase 1
50. จากแผนภาพเปนขั้นตอนการแบงเซลลแบบไมโทซิส
II
III
IV
I
ขอใดเรียงลําดับขั้นตอนการแบงเซลลไดถูกตอง
1) IV, II, III, I 2) IV, III, I, II 3) I, III, II, IV 4) II, I, III, IV
51. จากการสองกลองจุลทรรศนเพื่อดูการแบงเซลลของหนู เมื่อนับจํานวนโครโมโซมดูมีจํานวน 19 โครโมโซม แตละ
โครโมโซมประกอบดวย 2 Sister chromatid อยากทราบวาเซลลนี้กําลังอยูในระยะใด
1) Prophase ของ Mitosis 2) Telophase II ของ Meiosis
3) Anaphase ของ Mitosis 4) Prophase II ของ Meiosis
52. อาหารประเภทใดถาขาดแลวจะมีผลตอลูกในครรภมากที่สุด
1) โปรตีน 2) แรธาตุ 3) วิตามิน 4) คารโบไฮเดรต
53. ขอใดไมถูกตองเกี่ยวกับการเกิดของอวัยวะตางๆ ของเอ็มบริโอ
1) Cleavage - มีการแบงเซลลอยางรวดเร็ว 2) Blastula - เกิดทางเดินอาหาร
3) Gastrula - เกิดเนื้อเยื่อ 3 ชั้น 4) Neurula - เกิดระบบประสาท
54. ขอใดไมถูกตองเกี่ยวกับการเจริญของอวัยวะตางๆ
1) สมอง - Ectoderm 2) ทางเดินอาหาร - Endoderm
3) กระดูก - Mesoderm 4) เลนสตา - Endoderm
55. หัวใจของคนเราเกิดมาจากเนื้อเยื่อชั้นเดียวกันกับอวัยวะใด
1) สมอง 2) กระดูก 3) ปอด 4) ลําไสเล็ก
133
ชีววิทยา