Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
EN
Uploaded by
paween
1,111 views
bit byte
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 15 times
1
/ 13
2
/ 13
3
/ 13
4
/ 13
5
/ 13
6
/ 13
7
/ 13
8
/ 13
9
/ 13
10
/ 13
11
/ 13
12
/ 13
13
/ 13
More Related Content
PDF
แบบทดสอบ เรื่องพหุนาม
by
ทับทิม เจริญตา
PDF
สมบัติของการหารเลขยกกำลัง1
by
ทับทิม เจริญตา
PPTX
ฟังก์ชัน
by
Arocha Chaichana
PDF
แบบทดสอบ เรื่อง สัญกรณ์วิทยาสตร์
by
ทับทิม เจริญตา
PDF
การคูณและการหาร
by
theandewxx
PDF
หาผลบวกและผลลบของเอกนาม
by
ทับทิม เจริญตา
PDF
ความน่าจะเป็น
by
Ritthinarongron School
PDF
1.2 คำตอบของอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
by
Somporn Amornwech
แบบทดสอบ เรื่องพหุนาม
by
ทับทิม เจริญตา
สมบัติของการหารเลขยกกำลัง1
by
ทับทิม เจริญตา
ฟังก์ชัน
by
Arocha Chaichana
แบบทดสอบ เรื่อง สัญกรณ์วิทยาสตร์
by
ทับทิม เจริญตา
การคูณและการหาร
by
theandewxx
หาผลบวกและผลลบของเอกนาม
by
ทับทิม เจริญตา
ความน่าจะเป็น
by
Ritthinarongron School
1.2 คำตอบของอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
by
Somporn Amornwech
What's hot
PDF
ช่วงและการแก้อสมการ
by
Aon Narinchoti
PDF
ใบงานการคูณเลขยกกำลัง
by
kanjana2536
PDF
ข้อสอบเรื่องการคูณและการหารเลขยกกำลัง
by
ทับทิม เจริญตา
PPTX
SEQUENCE&SERIES
by
Jeengsssh_m
DOCX
ข้อสอบ O net
by
Namwans
PPTX
จำนวนเชิงซ้อนวรุตม์
by
I'am Son
PDF
ชุดที่ 7 สัดส่วน
by
พิทักษ์ ทวี
PDF
Lab การไทเทรต
by
Jariya Jaiyot
PDF
ปลายภาค คณิต ม.4 เทอม 1 ชุดที่ 2
by
คุณครูพี่อั๋น
PDF
ฟังก์ชันตรีโกณมติ 2014
by
Nattakarn Namsawad
PDF
สูตรพื้นที่ผิวปริซึม
by
ทับทิม เจริญตา
PDF
บทที่ 2 จำนวนและตัวเลข
by
sawed kodnara
DOC
ใบงานเลขยกกำลังม.5
by
ลัดดา ครูคณิตฯ
PDF
19 จำนวนจริง ตอนที่6_เทคนิคการแก้อสมการ
by
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนอุตรดิตถ์
PDF
เฉลย Onet 51 ภาษาไทย
by
ปยล วชย.
PDF
สมบัติของการคูณเลขยกกำลัง1
by
ทับทิม เจริญตา
PDF
สมดุลเคมี
by
jirat266
PDF
เฉลยการวัดตำแหน่งและกระจาย
by
krurutsamee
PDF
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์อัตราส่วนและร้อยละ
by
kroojaja
PDF
ชุดที่ 1 แบบรูปและความสัมพันธ์
by
Aobinta In
ช่วงและการแก้อสมการ
by
Aon Narinchoti
ใบงานการคูณเลขยกกำลัง
by
kanjana2536
ข้อสอบเรื่องการคูณและการหารเลขยกกำลัง
by
ทับทิม เจริญตา
SEQUENCE&SERIES
by
Jeengsssh_m
ข้อสอบ O net
by
Namwans
จำนวนเชิงซ้อนวรุตม์
by
I'am Son
ชุดที่ 7 สัดส่วน
by
พิทักษ์ ทวี
Lab การไทเทรต
by
Jariya Jaiyot
ปลายภาค คณิต ม.4 เทอม 1 ชุดที่ 2
by
คุณครูพี่อั๋น
ฟังก์ชันตรีโกณมติ 2014
by
Nattakarn Namsawad
สูตรพื้นที่ผิวปริซึม
by
ทับทิม เจริญตา
บทที่ 2 จำนวนและตัวเลข
by
sawed kodnara
ใบงานเลขยกกำลังม.5
by
ลัดดา ครูคณิตฯ
19 จำนวนจริง ตอนที่6_เทคนิคการแก้อสมการ
by
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนอุตรดิตถ์
เฉลย Onet 51 ภาษาไทย
by
ปยล วชย.
สมบัติของการคูณเลขยกกำลัง1
by
ทับทิม เจริญตา
สมดุลเคมี
by
jirat266
เฉลยการวัดตำแหน่งและกระจาย
by
krurutsamee
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์อัตราส่วนและร้อยละ
by
kroojaja
ชุดที่ 1 แบบรูปและความสัมพันธ์
by
Aobinta In
Similar to bit byte
PDF
ระบบเลขฐาน
by
Preecha Yeednoi
DOC
การแปลงเลขฐานต่างๆ
by
siripaporn
PPT
การแปลงเลขฐาน
by
Mattayom Wat Makutkasat
PDF
เลขฐาน
by
Preecha Yeednoi
PDF
ระบบเลขฐานสองฐานแปด
by
jibjoy_butsaya
PDF
58210401117 งาน 1 ss
by
Manunya Museanko
PDF
เลขฐาน
by
Krunee Thitthamon
PDF
ความหมายเลขระบบฐาน
by
jibjoy_butsaya
DOC
การแปลงเลขฐาน
by
Nakamaru Yuichi
PDF
Base
by
sa
PPT
ระบบเลขฐานcom02-ระบบเลขฐานcom02-ระบบเลขฐานcom02-
by
marut1999
PDF
Add m1-1-chapter2
by
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนอุตรดิตถ์
PPT
สอนเลขฐาน
by
mahasarakham university
PPT
01
by
พิศาล ศรีเทพ
PPT
ระบบเลขฐาน
by
Akkradet Keawyoo
PDF
การหาเลขฐานต่างๆ
by
Noii Kittiya
PDF
Number
by
Preecha Yeednoi
PPSX
การแปลงเลขฐาน
by
พัน พัน
PDF
การแปลงเลขฐานสิบเป็นฐานสอง
by
jibjoy_butsaya
PPT
ระบบเลขฐาน
by
นายฮ้อยทมิฬ แก้วดี
ระบบเลขฐาน
by
Preecha Yeednoi
การแปลงเลขฐานต่างๆ
by
siripaporn
การแปลงเลขฐาน
by
Mattayom Wat Makutkasat
เลขฐาน
by
Preecha Yeednoi
ระบบเลขฐานสองฐานแปด
by
jibjoy_butsaya
58210401117 งาน 1 ss
by
Manunya Museanko
เลขฐาน
by
Krunee Thitthamon
ความหมายเลขระบบฐาน
by
jibjoy_butsaya
การแปลงเลขฐาน
by
Nakamaru Yuichi
Base
by
sa
ระบบเลขฐานcom02-ระบบเลขฐานcom02-ระบบเลขฐานcom02-
by
marut1999
Add m1-1-chapter2
by
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนอุตรดิตถ์
สอนเลขฐาน
by
mahasarakham university
01
by
พิศาล ศรีเทพ
ระบบเลขฐาน
by
Akkradet Keawyoo
การหาเลขฐานต่างๆ
by
Noii Kittiya
Number
by
Preecha Yeednoi
การแปลงเลขฐาน
by
พัน พัน
การแปลงเลขฐานสิบเป็นฐานสอง
by
jibjoy_butsaya
ระบบเลขฐาน
by
นายฮ้อยทมิฬ แก้วดี
More from paween
PDF
ทฤษฎีสี
by
paween
PDF
โหมดสี
by
paween
PDF
Tvirus 16
by
paween
PDF
Thistory 2
by
paween
PDF
Software 7
by
paween
PDF
Network01 12
by
paween
PDF
Internet 13
by
paween
PDF
Historycom 2
by
paween
PDF
Hardware 6
by
paween
PDF
Historycom 2
by
paween
PDF
Ec 15
by
paween
PDF
Developcom 3
by
paween
PDF
Com sys 5
by
paween
PDF
Database
by
paween
PDF
Data infor 1
by
paween
PDF
Comunication netw01 11
by
paween
PDF
Comtype
by
paween
PDF
ประเมินหลักสูตร
by
paween
PPT
ทำไมครูต้อง Utq
by
paween
ทฤษฎีสี
by
paween
โหมดสี
by
paween
Tvirus 16
by
paween
Thistory 2
by
paween
Software 7
by
paween
Network01 12
by
paween
Internet 13
by
paween
Historycom 2
by
paween
Hardware 6
by
paween
Historycom 2
by
paween
Ec 15
by
paween
Developcom 3
by
paween
Com sys 5
by
paween
Database
by
paween
Data infor 1
by
paween
Comunication netw01 11
by
paween
Comtype
by
paween
ประเมินหลักสูตร
by
paween
ทำไมครูต้อง Utq
by
paween
bit byte
1.
ระบบเลขฐานที่ใชในคอมพิวเตอร
เปนที่ทราบกันดีวาคอมพิวเตอรทํางานดวยกระแสไฟฟา ดังนั้นจึงมีการแทนที่สภาวะของกระแสไฟฟา ได 2 สภาวะ คือ สภาวะที่มกระแสไฟฟา และสภาวะที่ไมมีกระแสไฟฟา และเพื่อใหโปรแกรมเมอรสามารถสั่ง ี การคอมพิวเตอรได จึงไดมการสรางระบบตัวเลขที่นํามาแทนสภาวะของกระแสไฟฟา โดยตัวเลข 0 จะแทน ี สภาวะไมมีกระแสไฟฟา และเลข 1 แทนสภาวะมีกระแสไฟฟา สภาวะมีกระแสไฟฟา แทนดวยตัวเลข 1 สภาวะไมมีกระแสไฟฟา แทนดวยตัวเลข 0 ระบบตัวเลขทีมีจํานวน 2 จํานวน (2 คา) เรียกวาระบบเลขฐานสอง (Binary Number System) ซึ่งเปนระบบตัว ่ เลขที่สามารถนํามาใชในการสั่งงานคอมพิวเตอร โดยการแทนที่สภาวะตางๆ ของกระแสไฟฟา แตใน ชีวิตประจําวันของคนเราจะคุนเคยกับตัวเลขที่มีจํานวน 10 จํานวน คือ เลข 0 - 9 ซึ่งเรียกวาระบบเลขฐานสิบ (Decimal Number System) ดังนั้นจึงมีความจําเปนตองศึกษาระบบเลขฐาน ประกอบการการศึกษาวิชาดาน คอมพิวเตอร ระบบจํานวนที่ใชในทางคอมพิวเตอร ประกอบดวย • ระบบเลขฐานสอง (Binary Number System) ประกอบดวยตัวเลข 0 และ 1 • ระบบเลขฐานแปด (Octal Number System) ประกอบดวยตัวเลข 0 - 7 • ระบบเลขฐานสิบ (Decimal Number System) ประกอบดวยตัวเลข 0 - 9 • ระบบเลขฐานสิบหก (Hexadecimal Number System) ประกอบดวยตัว เลข 0 - 9 และ A - F ระบบจํานวน จํานวนหลัก (Digit) ฐานสอง 0 1 ฐานแปด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 ฐานสิบ 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ฐานสิบหก 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 A B C D E F
2.
ระบบเลขฐานสิบ (Decimal Number
System) ระบบเลขฐานสิบ เปนระบบเลขที่ใชกันในชีวิตประจําวัน ไมวาจะนําไปใชคานวณประเภทใด โดยจะมี ํ สัญลักษณที่ใชแทนตัวเลขตางๆ ของเลขฐานสิบ (Symbol) จํานวน 10 ตัว ตัวเลขหรือที่เรียกวา Digit ที่ใชแทน ระบบเลขฐานสิบ ไดแก 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 เลขฐาน 10 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ตัวเลขแตละตัวจะมีคาประจําตัว โดยกําหนดใหคาที่นอยที่สุด คือ 0 (ศูนย) และเพิ่มคาทีละหนึ่ง จนครบจํานวน 10 ตัว ดังนันคามากที่สุด คือ 9 การนําตัวเลขเหลานี้ มารวมกลุมกัน ทําใหเกิดความหมายเปน "คา" นัน อาศัย ้ ้ วิธีการกําหนด "หลัก" ของตัวเลข (Position Notation) กลาวคือ คาของตัวเลขจํานวนหนึ่ง พิจารณาไดจากสอง สิ่งคือ • คาประจําตัวของตัวเลขแตละตัว • คาหลักในตําแหนงที่ตวเลขนั้นปรากฎอยู ั ในระบบทีวาดวยตําแหนงของตัวเลข ตําแหนงที่อยูทางขวาสุด จะเปนหลักที่มีคานอยที่สุด เรียกวา Least ่ Sinificant Digit (L S D) และตัวเลขที่อยูในหลักซายสุดจะมีคามากที่สด เรียกวา Most Sinificant Digit (M S D) ุ คาตัวเลข 1,545 Most Sinificant Digit (M S D) Least Sinificant Digit (L S D) 1 5 4 5 นิยาม คาหลักของตัวเลขใดๆ คือ คาของฐานยกกําลังดวยคาประจําตําแหนง ของแตละหลัก โดยกําหนดใหคา ประจําตําแหนงของหลักของ LSD มีคาเปน 0 ในระบบเลขฐานสิบ จะมีสญลักษณอยู 10 อยาง คือ 0 - 9 จํานวนขนาดของเลขฐานสิบ สามารถอธิบาย ั ได โดยใชตําแหนงน้ําหนักของแตละหลัก (Postional Weight) โดยพิจารณาจากเลข ดังตอไปนี้ 3472 สามารถขยายไดดังนี้ = 3000 + 400 + 70 + 2 3472 = (3 x 103) + (4 x 102) + (7 x 101) + (2 x 100) จะเห็นวาน้ําหนักตามตําแหนง ของตัวเลขตางๆ สามารถขยายตามระบบจํานวนได และถูกแทนที่ดวยสมการ ดังตอไปนี้ N = dnRn + ... + d3R3 + d2R2 + D1R1 + D0R0 เมื่อ N คือ คาของจํานวนฐานสิบทีตองการ ่ dn คือ ตัวเลขที่อยูในตําแหนงตางๆ R คือ ฐานของจํานวนตัวเลขนันๆ ้ n คือ คายกกําลังของฐานตามตําแหนงตางๆ
3.
ดังนั้น
1257 = 1 x 103 + 2 x 102 + 5 x 101 + 7 x 100 เลขที่เปนเศษสวน หรือจํานวนผสมนั้น ก็สามารถจะเขียนในรูป Positional Notation ไดเชนกัน โดยตัวเลขแต ละหลัก จะอยูในตําแหนงหลังจุดทศนิยม กําลังของหลัก จะมีคาเปนลบ เริ่มจากลบ 1 เปนตนไป นับจากนอยไป หามาก ดังนั้นในระบบเลขฐานสิบ หลักแรกหลังจุดทศนิยม จะมีคาเทากับ เลขจํานวนนั้นคูณดวย 10-1 ตัวที่สอง จะเปน -2 ไปเรือยๆ ่ 456.395 = 4 x 102 + 5 x 101 + 6 x 100 + 3 x 10-1 + 9 x 10-2 + 5 x 10-3 กฎการแทนตัวเลขนั้น สามารถนําไปใชกับระบบตัวเลขทัวๆ ไปได โดยไมคํานึงวา เลขนั้นจะเปนฐานอะไร ่ ระบบเลขฐานสอง ระบบเลขฐานสอง มีสัญลักษณที่ใชเพียงสองตัว คือ 0 และ 1 ถาเปรียบเทียบเลขฐานสอง กับ เลขฐานสิบแลว คาของหลักที่ถัดจากหลักที่นอยที่สุด (LSD) ขึ้นไป จะมีคาเทากับ ฐานสองยกกําลังหมายเลข หลัก แทนที่จะเปน 10 ยกกําลัง ดังนี้ เลขฐานสิบ เลขฐานสอง 100 = 1 หนวย 20 = 1 หนึ่ง 101 = 10 สิบ 21 = 2 สอง 102 = 100 รอย 22 = 4 สี่ 103 = 1000 พัน 23 = 8 แปด ระบบเลขฐานสองเกิดจากการใชตัวเลขเพียง 2 ตัว คือ 0 และ 1 ดังนั้น สมการคือ N = ... + (d3 x 23) + (d2 x 22) + (d1 x 21) + (d0 x 20) เมื่อ d คือคา 0 หรือ 1 เชน 1101 = (1 x 23) + (1 x 22) + (0 x 21) + (1 x 20) เพื่อตัดปญหายุงยาก ในการแทนคาของเลขระบบตางๆ เรานิยมเขียน ตัวเลขอยูในวงเล็บ และเขียนคาของฐาน นั้น อยูนอกวงเล็บ เชน (101101)2 = (45)10 สําหรับเศษสวน จะเขียนคาของเศษสวนอยูหลังจุด (Binary Point) ยกกําลังเปนลบ เพิ่มขึ้นตามลําดับ ดังตัวอยาง (0.1011)2 = (1 x 2-1) + (0 x 2-2) + (1 x 2-3) + (1 x 2-4) การแปลงเลขฐานสองเปนเลขฐานสิบ การแปลงเลขฐานสองเปนเลขฐานสิบ มีหลายวิธี แตทจะแนะนําคือ การกระจายคาประจําหลัก จากนั้น ี่ นํามาบวกรวมกันอีกครั้ง ผลลัพธที่ไดจะเทากับคาในเลขฐานสิบ
4.
ตัวอยาง 10111 มีคาเทากับเทาไรในระบบเลขฐานสิบ วิธทํา
ี 1 0 1 1 1 = 1 x 20 1 0 1 1 1 = 1 x 21 1 0 1 1 1 = 1 x 22 1 0 1 1 1 = 0 x 23 1 0 1 1 1 = 1 x 24 ดังนั้น (10111)2 = 1 x 24 + 0 x 23 + 1 x 22 + 1 x 21 + 1 x 20 = 16 + 0 + 4 + 2 + 1 (10111)2 = 23 ตัวอยาง (110111)2 มีคาเทากับเทาไรในระบบเลขฐานสิบ วิธทํา ี N = 1 x 25 + 1 x 24 + 0 x 23 + 1 x 22 + 1 x 21 + 1 x 20 = 32 + 16 + 0 +4 + 2 + 1 1101112 = 5510 การแปลงเลขฐานสองเปนเลขฐานสิบ # 2 การแปลงเลขฐานสอง เปนเลขฐานสิบ วิธีที่สอง คือ Dibble Dobble Method โดยการนําเอาเลขหลัก ซายสุด มาวางไว แลวคูณดวย 2 จากนั้นบวกดวยเลขบิททีอยู ทางขวามือ จากนั้นนําผลลัพธ มาคูณดวย 2 บอก ่ ดวยเลขบิทตอไป ดังนี้ เชน ตองการแปลง (110111)2 เปนเลขฐานสิบ บิทซายสุด 1 คูณดวย 2 และบวกบิทถัดไป (2 x 1) + 1 = 3 คูณดวย 2 และบวกบิทถัดไป (2 x 3) + 0 = 6 คูณดวย 2 และบวกบิทถัดไป (2 x 6) + 1 = 13 คูณดวย 2 และบวกบิทถัดไป (2 x 13) + 1 = 27 คูณดวย 2 และบวกบิทถัดไป (2 x 27) + 1 = 55 ดังนั้น (110111)2 = (55)10
5.
การแปลงเลขฐานสิบเปนฐานสอง
การแปลงเลขฐานสิบเปนเลขฐานสองก็มีหลายวิธี แตทจะแนะนําคือ การหารดวย 2 แลวจดคาเศษจาก ี่ การหารไว จนกระทั่งหารไมไดอีกแลว จากนั้นนําเศษ จากการหารแตละครั้ง มาไลลําดับจากลางขึนไปหาคา ้ บนสุด ผลลัพธที่ไดจะเทากับคาในเลขฐานสอง ตัวอยาง 2610 มีคาเทากับเทาไรในระบบเลขฐานสอง วิธีทํา 2 หาร 26 เทากับ 13 เศษ 0 2 หาร 13 เทากับ 6 เศษ 1 2 หาร 6 เทากับ 3 เศษ 0 2 หาร 3 เทากับ 1 เศษ 1 2 หาร 1 ไมได เศษ 1 ดังแสดงตามวิธีหารสั้น เมื่อหารไมได ใหนําคาเศษมาเรียงตอกัน โดยเรียงจากคาลางสุด ไปหาคาบนสุด เพราะฉะนันจะไดคา ้ เทากับ 11010 ดังนั้น 26 (ในฐานสิบ) จึงมีคาเทากับ 110102 การแปลงเลขเศษสวนฐานสอง (Fractional Binary Numbers) ใหเปนฐานสิบ เนื้อหาที่กลาวไปแลว ไดกลาวถึงระบบเลขฐาน และการแปลงเลขฐานสองเปนเลขฐานสิบ การแปลง เลขฐานสิบเปนเลขฐานสอง ในสวนของเลขจํานวนเต็ม ในสวนนี้จะแนะนําการแปลงเลขฐานที่เปนเลข เศษสวน สมการการแปลงเลขเศษสวนฐานสองเปนฐานสิบ คือ เมื่อ N คือ คาของจํานวนฐานสิบที่ตองการ dn คือ ตัวเลขเศษสวนที่อยูในตําแหนงตางๆ R คือ ฐานของจํานวนตัวเลขนั้น (ในที่นี้คือ 2) n คือ คายกกําลังของฐานตามตําแหนงตางๆ โดยคานี้จะเปนคาติดลบของเลขตําแหนงหลัก นับ เริ่มจาก 1 ไปเรื่อยๆ นั่นคือ -1 ตอดวย -2 จนครบตําแหนงหลักของคานันๆ ้
6.
ตัวอยาง ตองการแปลงเลขเศษสวนฐานสอง 0.1011
เปนเลขฐานสิบ พิจารณาทีละจุด ตําแหนงแรกของจํานวนที่ระบุ (d1) คือ 1 ซึ่งมีคายกกําลังฐานสองคือ -1 ดังนั้นคาประจํา ตําแหนงนี้คือ 1 x 2-1 ตําแหนงที่สอง (d2) คือ 0 มีคายกกําลังฐานสองคือ -2 ดังนั้นคาประจําตําแหนงคือ 0 x 2-2 ตําแหนงที่สาม (d3) คือ 1 มีคายกกําลังฐานสองคือ -3 ดังนั้นคาประจําตําแหนงคือ 1 x 2-3 ตําแหนงที่ส่ี (d4) คือ 1 มีคายกกําลังฐานสองคือ -4 ดังนั้นคาประจําตําแหนงคือ 1 x 2-4 สามารถเขียนสมการไดคือ การแปลงเลขหลังทศนิยม (เศษสวน) ฐานสิบ (Fractional Decimal Numbers) ใหเปนฐานสอง การเปลี่ยนเลขหลังทศนิยมฐานสิบ ใหเปนฐานสอง จะใชวิธีการนําคาเลขหลังทศนิยมตั้ง แลวคูณดวย สอง จากนั้นนําผลลัพธที่ไดเปนตัวตั้งในการคูณครั้งตอไป จนกวาคาผลลัพธสวนที่เปน เลขหลังทศนิยมเทากับ .00 กรณีที่คณแลวไมลงตัวเทากับ .00 ก็ใหคูณจนไดคาที่ตองการ สุดทายนําคาตัวเลขกอนทศนิยม จากผลลัพธ ู แตละครั้ง มาเขียนเรียงตอกัน ก็จะไดคาฐานสองที่ตองการ ดังตัวอยาง ตัวอยาง ตองการแปลงเลข (0.65625)10 เปนเลขฐานสอง พิจารณาทีละจุด นํา 0.65625 คูณดวย 2 ไดคาเทากับ 1.31250 • คา 1 (เลขกอนทศนิยม) จะเปนคาหลักแรกของคาเลขฐานสอง • นํา .31250 (เลขหลังทศนิยม) ไปเปนตัวตั้งในการคูณครั้งถัดไป นํา 0.31250 คูณดวย 2 ไดคาเทากับ 0.62500 • คา 0 (เลขกอนทศนิยม) จะเปนคาหลักที่สองของคาเลขฐานสอง • นํา .62500 (เลขหลังทศนิยม) ไปเปนตัวตั้งในการคูณครั้งถัดไป นํา 0.62500 คูณดวย 2 ไดคาเทากับ 1.25000 • คา 1 (เลขกอนทศนิยม) จะเปนคาหลักที่สามของคาเลขฐานสอง • นํา .25000 (เลขหลังทศนิยม) ไปเปนตัวตั้งในการคูณครั้งถัดไป นํา 0.25000 คูณดวย 2 ไดคาเทากับ 0.50000 • คา 0 (เลขกอนทศนิยม) จะเปนคาหลักที่สี่ของคาเลขฐานสอง • นํา .50000 (เลขหลังทศนิยม) ไปเปนตัวตั้งในการคูณครั้งถัดไป นํา 0.5000 คูณดวย 2 ไดคาเทากับ 1.00000
7.
•
คา 1 (เลขกอนทศนิยม) จะเปนคาหลักที่หาของคาเลขฐานสอง • เนื่องจากเลขหลังทศนิยมเทากับ .00000 จึงไมตองคูณตอ นําเลขกอนทศนิยมของการคูณแตละครั้ง มาเขียนเรียงกัน จะไดคาเทากับ 10101 ดังนันเลข ้ ทศนิยมฐานสิบ 0.65625 จะเทากับ 0.10101 ในฐานสอง ดังนั้น 169 เทากับ 2518 ตองการแปลง 169 เปนฐาน 16 กระทําไดโดย 16 หาร 169 เทากับ 10 เศษ 9 16 หาร 10 ไมสามารถหารได เศษ 10 แตเนื่องจาก 10 เปนคาที่แสดงดวย A ดังนั้น 169 เทากับ A916 การแปลงเลขฐาน 8 หรือ 16 เปนฐาน 10 ก็ใชวิธีเดียวกับการแปลงเลขฐาน 2 เปนฐาน 10 ดังตัวอยางที่แนะนํา ไปกอนแลว ระบบตัวเลขกับรหัสขอมูล รหัสขอมูล (Data Representation) หมายถึง รหัสที่ใชแทนตัวเลข ตัวอักษร สัญลักษณตางๆ ที่ประกอบ อยูในคําสั่ง และขอมูล เพื่อใชในการประมวลผล สามารถแบงได 2 ประเภทคือ • รหัสภายในระบบคอมพิวเตอร (Internal Code) เปนรหัสที่ใชแทนขอมูลในหนวยความจําของ คอมพิวเตอร เชน o รหัส BCD - Binary Code Decimal o รหัส EBCDIC - Extended Binary Coded Decimal Interchange Code o รหัส ASCII - American Standard Code for Information Interchange o รหัส สมอ. o รหัส Unicode • รหัสภายนอกระบบคอมพิวเตอร (External Code) เปนรหัสที่พัฒนาสําหรับบันทึกขอมูลนอกเครื่อง คอมพิวเตอร เชนรหัสที่ใชกบบัตรเจาะรู ั
8.
รหัสภายในคอมพิวเตอร แทนไดกับสภาวะของกระแสไฟฟา ตามจํานวนสายสัญญาณ
เชน ถามีสายสัญญาณ 2 เสน ก็สามารถสรางรหัสแทนขอมูลได 4 คา (คิดจาก 22) คือ สภาวะไฟฟา 2 เสน รหัสขอมูล 00 01 10 11 ดังนั้นถามีสายสัญญาณ 8 เสน ก็สามารถสรางรหัสแทนขอมูลได จํานวน 28 = 256 คา เปนตน สภาวะไฟฟา 8 เสน รหัสขอมูล 00000000 00000001 11111111 บิต (Bit) สภาวะไฟฟา 1 เสน หรือคา 0 หรือ 1 แตละคาเรียกวา บิต (Bit) ซึ่งเปนคํายอของ "BInary digiT" ไบต (Byte) กลุมของบิตที่มีความหมายเฉพาะเรียกวา ไบต (Byte) ดังนั้นถามีสายสัญญาณ 8 เสน แสดงวามี สัญญาณที่สามารถผสมผสานกันได 8 บิต เมื่อนําคาสัญญาณตางๆ มาผสมผสานกัน ก็สามารถสรางรหัสแทน ขอมูลได จํานวน 28 = 256 คา เปนตน ดังตัวอยางในตารางที่แสดงอักขระ, การเรียงกันของบิต และคาเลขฐาน 10 ที่แทนอักขระ
9.
Character
Bit pattern Byte Character Bit pattern Byte number number A 01000001 65 ผ 10111100 188 B 01000010 66 . 00101110 46 C 01000011 67 : 00111010 58 a 01100001 97 $ 00100100 36 b 01100010 98 01011100 92 o 01101111 111 ~ 01111110 126 p 01110000 112 1 00110001 49 q 01110001 113 2 00110010 50 r 01110010 114 9 00111001 57 x 01111000 120 ฉ 10101001 169 y 01111001 121 > 00111110 62 z 01111010 122 10001001 137 ดังนั้นถาตองการปอนคําวา Hello จะมีคาเทากับขอมูลจํานวน 6 ไบต ซึ่งมักจะไดยนวา 1 ไบต เทียบกับ ิ 1 ตัวอักษรนั่นเอง Binary Code Decimal (BCD BCD เปนรหัสขอมูลที่ประกอบดวยเลขฐานสอง 6 บิต แทนขอมูล 1 อักขระ (1 Character) จึงสามารถ สรางรหัสขอมูลไดจํานวน 26 = 64 รหัส รหัสทั้ง 6 บิต แบงไดเปน 2 กลุม โดย 2 บิตแรกเรียกวา Zone Bit และ 4 บิตถัดไปเรียกวา Numeric Bit Extended Binary Coded Decimal Interchange Code (EBCDIC) EBCDIC เปนรหัสแบบ 8 บิต โดยใชเลขฐานสอง 8 ตัวแทนขอมูล 1 อักขระ ทําให สามารถสรางรหัสได 256 รหัส (28) และยังสามารถใชเลขฐาน 16 มาใชแสดงรหัสขอมูลได เชนกัน เปนระบบการลงรหัสที่พัฒนาโดย IBM เนื่องจากพัฒนาจาก IBM ทําใหเปนรหัสที่เดนกวา ASCII เมื่อนําไปใชกบบัตรเจาะรู ั (Punched cards) ตั้งแตป 1960 อีกทั้งยังมีอกขระ "cent sign" ซึ่งไมมีใน ASCII ั
11.
American Standard Code
for Information Interchange (ASCII) ASCII เปนรหัสที่นิยมใชกนอยางแพรหลายในปจจุบัน พัฒนาโดยสถาบันมาตรฐานแหงชาติ ั สหรัฐอเมริกา (American National Standard Institute: ANSI) ประกอบดวยเลขฐานสอง 7 บิต (ปจจุบันใช 8 บิต) เรียกวา 1 ไบต (Byte) แทนอักขระ 1 ตัว ซึ่งเปนรหัสที่นิยมใชกนบนคอมพิวเตอรระบบ PC ทั้งนี้ได ั แบงเปน 3 ชุดคือ • 32 ชุดแรก (ตําแหนงที่ 0 - 31) แทนรหัสควบคุมตางๆ • ตําแหนงที่ 32 - 127 แทนอักขระภาษาอังกฤษ, ตัวเลขและสัญลักษณตางๆ เรียกวา Lower ASCII • 128 ชุดหลัง (ตําแหนงที่ 128 - 255) แทนอักขระในภาษาตางๆ เชน อักขระภาษาไทย เปนตน ทําให คอมพิวเตอรสามารถรับ/สงขอมูลภาษาอื่นๆ ได เรียกวา Higher ASCII Lower ASCII
12.
Higher ASCII เครื่องมือแปลงเลขฐาน
Binary: 20 215 214 213 212 211 210 29 28 27 26 25 24 23 22 21 Decimal: Hex: การใชงานแปลงเลขฐาน 10 หรือฐาน 16 • ปอนตัวเลขฐาน 10 หรือฐาน 16 ในกรอบสีเหลี่ยม แลวคลิกบนพื้นทีวางดานนอกกรอบ ่ ่ การใชงานแปลงเลขฐาน 2 • คลิกเลือกคาเลขฐาน 2 ใหตรงตําแหนง (จากขวามาซาย) โดย o คา 1 ใหคลิกเปนเครื่องหมายถูก o คา 0 ปลอยวางไว
13.
•
ปรากฏผลลัพธในกรอบเลขฐาน 10 และฐาน 16 อัตโนมัติ ที่มา : www.rw.ac.th/ftp/computer/%C3%D0%BA%BA%E0%C5%A2%E3%B9%A4%CD%C1.doc -
Download