ใบความรู
                                     ประวัติคอมพิวเตอร
จากอดีตสูปจจุบัน

                                           พัฒนาการทางดานเทคโนโลยีในชวง 100 ปที่ผานมาได
                                           พัฒนาไปอยางรวดเร็ว โดยเฉพาะอยางยิ่งเทคโนโลยีทางดาน
                                           คอมพิวเตอร เมื่อ 50 ปที่แลวมา มีคอมพิวเตอรขึ้นใชงาน
                                           ตอมาเกิดระบบสื่อสารโทรคมนาคมสมัยใหมเกิดขึ้นมากมาย
                                           และมีแนวโนมการพัฒนาอยางตอเนื่อง เราสามารถแบง
                                           พัฒนาการคอมพิวเตอรจากอดีตสูปจจุบัน สามารถแบงเปน
                                           ยุคกอนการใชไฟฟาอิเล็กทรอนิคส และยุคที่เครื่อง
                                           คอมพิวเตอรเปนอุปกรณไฟฟาอิเล็กทรอนิคส




เครืองคํานวณในยุคประวัติศาสตร
    ่

     เครื่องคํานวณเครื่องแรกของโลก ไดแก ลูกคิด มีการใชลูกคิดในหมูชาวจีนมากกวา 7000 ป และใชใน
อียิปตโบราณมากกวา 2500 ป ลูกคิดของชาวจีน ประกอบดวยลูกปดรอยอยูในราวเปนแถวตามแนวตั้ง โดย
แตละแถวแบงเปนครึ่งบนและลาง ครึ่งบนมีลูกปด 2 ลูก ครึ่งลางมีลูกปด 5 ลูก แตละแถวแทนหลักของ
ตัวเลข

     เครื่องคํานวณกลไกทีรจักกันดี ไดแก เครื่องคํานวณของปาสคาลเปนเครื่องที่บวกลบดวยกลไกเฟองที่
                        ่ ู
ขบตอกัน เบลส ปาสคาล (Blaise Pascal) นักคณิตศาสตรชาวฝรั่งเศส ไดประดิษฐขนในป พ.ศ. 2185
                                                                              ึ้
ตอมาในป พ.ศ. 2337 กอดฟริด ฟอนไลบนิช (Gottfried von Leibniz) ชาวเยอรมันไดประดิษฐเครื่อง
คํานวณที่มีขีดความสามารถสูงสามารถคูณและหารได

                                                      บุคคลผูหนึ่งทีมบทบาทสําคัญตอการผลิต
                                                                     ่ ี
                                                      เครื่องจักรคํานวณคือ ชารลส แบบเบจ (Charles
                                                      Babbage) ชาวอังกฤษ ในปพ.ศ. 2343 เขาประสบ
                                                      ความสําเร็จสรางเครื่องคํานวณ ที่เรียกวา
                                                      Difference engine



ตอมาในป พ.ศ. 2439 ฮอลเลอริชไดจดทะเบียนกอตั้งบริษัท
เพื่อผลิตจําหนายเครื่องจักรชวยในการคํานวณ ชื่อ บริษัท
คอมพิวติง เทบบูลาติง เรดคอสดิง หลังจากนั้นในป พ.ศ.
2467 ไดเปลียนมาเปนชื่อบริษัทไอบีเอ็ม (International
             ่
Business Machine : IBM)




คอมพิวเตอรยคหลอดสูญญากาศ (พ.ศ. 2488-2501)
            ุ



                                             ในป พ.ศ. 2486 วิศวกรสองคน คือ จอหน มอชลี (John
                                             Mouchly) และ เจ เพรสเปอร เอ็ดเคิรท (J.Presper Eckert)
                                             ไดพฒนาเครื่องคอมพิวเตอร และจัดไดวาเปนเครื่อง
                                                 ั
                                             คอมพิวเตอรทใชงานทั่วไปเครื่องแรกของโลก ชื่อวา อินิ
                                                          ี่
                                             แอค (Electronic Numerical Intergrator And Calculator :
                                             ENIAC)
ในป พ.ศ. 2488 จอหน วอน นอยแมน (John Von Neumann)
 ไดเสนอแนวคิดในการสรางเครื่องคอมพิวเตอรที่มีหนวยความจํา
เพื่อใชเก็บขอมูลและโปรแกรมการทํางานหรือชุดคําสั่ง
คอมพิวเตอร คอมพิวเตอรจะทํางานโดยเรียกชุดคําสั่งที่เก็บไวใน
หนวยความจํามาทํางาน หลักการนี้เปนหลักการที่ใชมาจนถึง
ปจจุบัน



คอมพิวเตอรยคทรานซิสเตอร (พ.ศ.2500-2507)
            ุ

          นักวิทยาศาสตรของหองปฏิบัติการเบลแหงสหรัฐอเมริกา ไดประดิษฐทรานซิสเตอรสําเร็จ ซึ่งมีผล
ทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงในการสรางคอมพิวเตอร เพราะทรานซิสเตอรมีขนาดเล็กใชกระแสไฟฟานอย มี
ความคงทนและเชื่อถือไดสูง และราคาถูก ไดมีการผลิตคอมพิวเตอรเรียกวา เมนเฟรมคอมพิวเตอร
          สําหรับประเทศไทยมีการนําเครื่องคอมพิวเตอรมาใชในยุคนี้ พ.ศ. 2507 โดยจุฬาลงกรณ
มหาวิทยาลัยนําเขามาใชในการศึกษา ในระยะเวลาเดียวกันสํานักงานสถิติแหงชาติกนํามาเพื่อใชในการ
                                                                                  ็
คํานวณสํามะโนประชากร นับเปนเครื่องคอมพิวเตอรรนแรกที่ใชในประเทศไทย
                                                        ุ
คอมพิวเตอรยควงจรรวม (พ.ศ.2508-2512)
                  ุ
           ประมาณป พ.ศ. 2508 ไดมีการพัฒนาสรางทรานซิสเตอรจํานวนมากลงบนแผนซิลิกอนขนาดเล็ก
และเกิดวงจรรวมบนแผนซิลกอนที่เรียกวา ไอซี การใชไอซีเปนสวนประกอบทําใหคอมพิวเตอรมีขนาดเล็ก
                               ิ
ลง ราคาถูกลง จึงมีบริษัทผลิตคอมพิวเตอรกันมากขึ้น คอมพิวเตอรขนาดเล็กลง เรียกวา "มินิคอมพิวเตอร"
คอมพิวเตอรยควีแอลเอสไอ (พ.ศ.2513-2532)
                    ุ
            เทคโนโลยีทางดานการผลิตวงจรอิเล็กทรอนิคสยังคงพัฒนาอยางตอเนื่อง มีการสรางวงจรรวมที่มี
ขนาดใหญมารวมในแผนซิลิกอน เรียกวา วีแอลเอสไอ (Very Large Scale Intergrated circuit : VLSI) เปน
วงจรรวมทีรวมเอาทรานซิสเตอรจํานวนลานตัวมารวมอยูในแผนซิลกอนขนาดเล็ก และผลิตเปนหนวย
              ่                                                     ิ
ประมวลผลของคอมพิวเตอรที่ซับซอน เรียกวา ไมโครโปรเซสเซอร (microprocessor)
             การใช VLSI เปนวงจรภายในเครื่องคอมพิวเตอร ทําใหประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร
สูงขึ้น เรียกวา ไมโครคอมพิวเตอร ซึ่งเปนเครื่องที่แพรหลายและมีผูใชงานกันทัวโลก
                                                                               ่
                การที่คอมพิวเตอรมีขีดความสามารถสูง เพราะ VLSI เพียงชิพเดียวสามารถสรางเปนหนวย
ประมวลผลของเครื่องทั้งระบบหรือเปนหนวยความจําทีมีความจุสูงหรือเปนอุปกรณควบคุมการทํางานตาง
                                                           ่
ๆ ขณะเดียวกันพัฒนาของฮารดดิสกก็มีขนาดเล็กลงแตราคาถูกลง เครื่องไมโครคอมพิวเตอรจึงมีขนาดเล็ก
ลง

คอมพิวเตอรยคเครือขาย (พ.ศ.2533-ปจจุบน)
            ุ                          ั

          เมื่อไมโครคอมพิวเตอรมีขีดความสามารถสูงขึ้น ทํางานไดเร็ว การแสดงผล การจัดการขอมูล
สามารถประมวลไดครั้งละมาก ๆ จึงทําใหคอมพิวเตอรสามารถทํางานหลายงานพรอมกัน (multitasking)
ขณะเดียวกันก็มีการเชื่อมโยงเครือขายคอมพิวเตอรในองคการโดยใชเครือขายทองถิ่นที่เรียกวา Local Area
Network : LAN เมื่อเชื่อมหลายๆ กลุมขององคการเขาดวยกันเกิดเปนเครือขายคอมพิวเตอรขององคการ
เรียกวา อินทราเน็ต และหากนําเครือขายขององคการเชื่อมตอเขาสูเครือขายสากลที่ตอเชื่อมกันทัวโลก
                                                                                              ่
เรียกวา อินเตอรเน็ต (internet)
           คอมพิวเตอรในยุคปจจุบันจึงเปนคอมพิวเตอรที่เชื่อมตอกัน ทํางานรวมกัน สงเอกสารขอความ
ระหวางกัน สามารถประมวลผลรูปภาพ เสียง และวิดีทศน ไมโครคอมพิวเตอรในยุคนี้จึงทํางานกับสื่อหลาย
                                                   ั
ชนิดที่เรียกวาสื่อประสม (Multimedia)



ที่มา www.schoolnet.moe.th/digitallibrary

Historycom 2

  • 1.
    ใบความรู ประวัติคอมพิวเตอร จากอดีตสูปจจุบัน พัฒนาการทางดานเทคโนโลยีในชวง 100 ปที่ผานมาได พัฒนาไปอยางรวดเร็ว โดยเฉพาะอยางยิ่งเทคโนโลยีทางดาน คอมพิวเตอร เมื่อ 50 ปที่แลวมา มีคอมพิวเตอรขึ้นใชงาน ตอมาเกิดระบบสื่อสารโทรคมนาคมสมัยใหมเกิดขึ้นมากมาย และมีแนวโนมการพัฒนาอยางตอเนื่อง เราสามารถแบง พัฒนาการคอมพิวเตอรจากอดีตสูปจจุบัน สามารถแบงเปน ยุคกอนการใชไฟฟาอิเล็กทรอนิคส และยุคที่เครื่อง คอมพิวเตอรเปนอุปกรณไฟฟาอิเล็กทรอนิคส เครืองคํานวณในยุคประวัติศาสตร ่ เครื่องคํานวณเครื่องแรกของโลก ไดแก ลูกคิด มีการใชลูกคิดในหมูชาวจีนมากกวา 7000 ป และใชใน อียิปตโบราณมากกวา 2500 ป ลูกคิดของชาวจีน ประกอบดวยลูกปดรอยอยูในราวเปนแถวตามแนวตั้ง โดย แตละแถวแบงเปนครึ่งบนและลาง ครึ่งบนมีลูกปด 2 ลูก ครึ่งลางมีลูกปด 5 ลูก แตละแถวแทนหลักของ ตัวเลข เครื่องคํานวณกลไกทีรจักกันดี ไดแก เครื่องคํานวณของปาสคาลเปนเครื่องที่บวกลบดวยกลไกเฟองที่ ่ ู ขบตอกัน เบลส ปาสคาล (Blaise Pascal) นักคณิตศาสตรชาวฝรั่งเศส ไดประดิษฐขนในป พ.ศ. 2185 ึ้
  • 2.
    ตอมาในป พ.ศ. 2337กอดฟริด ฟอนไลบนิช (Gottfried von Leibniz) ชาวเยอรมันไดประดิษฐเครื่อง คํานวณที่มีขีดความสามารถสูงสามารถคูณและหารได บุคคลผูหนึ่งทีมบทบาทสําคัญตอการผลิต ่ ี เครื่องจักรคํานวณคือ ชารลส แบบเบจ (Charles Babbage) ชาวอังกฤษ ในปพ.ศ. 2343 เขาประสบ ความสําเร็จสรางเครื่องคํานวณ ที่เรียกวา Difference engine ตอมาในป พ.ศ. 2439 ฮอลเลอริชไดจดทะเบียนกอตั้งบริษัท เพื่อผลิตจําหนายเครื่องจักรชวยในการคํานวณ ชื่อ บริษัท คอมพิวติง เทบบูลาติง เรดคอสดิง หลังจากนั้นในป พ.ศ. 2467 ไดเปลียนมาเปนชื่อบริษัทไอบีเอ็ม (International ่ Business Machine : IBM) คอมพิวเตอรยคหลอดสูญญากาศ (พ.ศ. 2488-2501) ุ ในป พ.ศ. 2486 วิศวกรสองคน คือ จอหน มอชลี (John Mouchly) และ เจ เพรสเปอร เอ็ดเคิรท (J.Presper Eckert) ไดพฒนาเครื่องคอมพิวเตอร และจัดไดวาเปนเครื่อง ั คอมพิวเตอรทใชงานทั่วไปเครื่องแรกของโลก ชื่อวา อินิ ี่ แอค (Electronic Numerical Intergrator And Calculator : ENIAC)
  • 3.
    ในป พ.ศ. 2488จอหน วอน นอยแมน (John Von Neumann) ไดเสนอแนวคิดในการสรางเครื่องคอมพิวเตอรที่มีหนวยความจํา เพื่อใชเก็บขอมูลและโปรแกรมการทํางานหรือชุดคําสั่ง คอมพิวเตอร คอมพิวเตอรจะทํางานโดยเรียกชุดคําสั่งที่เก็บไวใน หนวยความจํามาทํางาน หลักการนี้เปนหลักการที่ใชมาจนถึง ปจจุบัน คอมพิวเตอรยคทรานซิสเตอร (พ.ศ.2500-2507) ุ นักวิทยาศาสตรของหองปฏิบัติการเบลแหงสหรัฐอเมริกา ไดประดิษฐทรานซิสเตอรสําเร็จ ซึ่งมีผล ทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงในการสรางคอมพิวเตอร เพราะทรานซิสเตอรมีขนาดเล็กใชกระแสไฟฟานอย มี ความคงทนและเชื่อถือไดสูง และราคาถูก ไดมีการผลิตคอมพิวเตอรเรียกวา เมนเฟรมคอมพิวเตอร สําหรับประเทศไทยมีการนําเครื่องคอมพิวเตอรมาใชในยุคนี้ พ.ศ. 2507 โดยจุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัยนําเขามาใชในการศึกษา ในระยะเวลาเดียวกันสํานักงานสถิติแหงชาติกนํามาเพื่อใชในการ ็ คํานวณสํามะโนประชากร นับเปนเครื่องคอมพิวเตอรรนแรกที่ใชในประเทศไทย ุ คอมพิวเตอรยควงจรรวม (พ.ศ.2508-2512) ุ ประมาณป พ.ศ. 2508 ไดมีการพัฒนาสรางทรานซิสเตอรจํานวนมากลงบนแผนซิลิกอนขนาดเล็ก และเกิดวงจรรวมบนแผนซิลกอนที่เรียกวา ไอซี การใชไอซีเปนสวนประกอบทําใหคอมพิวเตอรมีขนาดเล็ก ิ ลง ราคาถูกลง จึงมีบริษัทผลิตคอมพิวเตอรกันมากขึ้น คอมพิวเตอรขนาดเล็กลง เรียกวา "มินิคอมพิวเตอร" คอมพิวเตอรยควีแอลเอสไอ (พ.ศ.2513-2532) ุ เทคโนโลยีทางดานการผลิตวงจรอิเล็กทรอนิคสยังคงพัฒนาอยางตอเนื่อง มีการสรางวงจรรวมที่มี ขนาดใหญมารวมในแผนซิลิกอน เรียกวา วีแอลเอสไอ (Very Large Scale Intergrated circuit : VLSI) เปน วงจรรวมทีรวมเอาทรานซิสเตอรจํานวนลานตัวมารวมอยูในแผนซิลกอนขนาดเล็ก และผลิตเปนหนวย ่ ิ ประมวลผลของคอมพิวเตอรที่ซับซอน เรียกวา ไมโครโปรเซสเซอร (microprocessor) การใช VLSI เปนวงจรภายในเครื่องคอมพิวเตอร ทําใหประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร สูงขึ้น เรียกวา ไมโครคอมพิวเตอร ซึ่งเปนเครื่องที่แพรหลายและมีผูใชงานกันทัวโลก ่ การที่คอมพิวเตอรมีขีดความสามารถสูง เพราะ VLSI เพียงชิพเดียวสามารถสรางเปนหนวย ประมวลผลของเครื่องทั้งระบบหรือเปนหนวยความจําทีมีความจุสูงหรือเปนอุปกรณควบคุมการทํางานตาง ่
  • 4.
    ๆ ขณะเดียวกันพัฒนาของฮารดดิสกก็มีขนาดเล็กลงแตราคาถูกลง เครื่องไมโครคอมพิวเตอรจึงมีขนาดเล็ก ลง คอมพิวเตอรยคเครือขาย(พ.ศ.2533-ปจจุบน) ุ ั เมื่อไมโครคอมพิวเตอรมีขีดความสามารถสูงขึ้น ทํางานไดเร็ว การแสดงผล การจัดการขอมูล สามารถประมวลไดครั้งละมาก ๆ จึงทําใหคอมพิวเตอรสามารถทํางานหลายงานพรอมกัน (multitasking) ขณะเดียวกันก็มีการเชื่อมโยงเครือขายคอมพิวเตอรในองคการโดยใชเครือขายทองถิ่นที่เรียกวา Local Area Network : LAN เมื่อเชื่อมหลายๆ กลุมขององคการเขาดวยกันเกิดเปนเครือขายคอมพิวเตอรขององคการ เรียกวา อินทราเน็ต และหากนําเครือขายขององคการเชื่อมตอเขาสูเครือขายสากลที่ตอเชื่อมกันทัวโลก ่ เรียกวา อินเตอรเน็ต (internet) คอมพิวเตอรในยุคปจจุบันจึงเปนคอมพิวเตอรที่เชื่อมตอกัน ทํางานรวมกัน สงเอกสารขอความ ระหวางกัน สามารถประมวลผลรูปภาพ เสียง และวิดีทศน ไมโครคอมพิวเตอรในยุคนี้จึงทํางานกับสื่อหลาย ั ชนิดที่เรียกวาสื่อประสม (Multimedia) ที่มา www.schoolnet.moe.th/digitallibrary