More Related Content
PDF
PDF
PDF
PDF
ใบงานที่ 13 การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส PPTX
ตัวอย่าง PPT นำเสนอประเมินการพัฒนางาน ว.PA (15 นา.pptx DOC
แบบฝึกหัดที่ 2 เซลล์พืช และเซลล์สัตว์ PDF
มาตรฐานและตัวบ่งชี้ สมศ.รอบสี่ PDF
What's hot
DOCX
หน่วยการเรียนรู้บูรณาการ ม.2 PDF
เอกสารประกอบการเรียนวิชาพ31101สุขศึกษาและพลศึกษา1ม PDF
PDF
ใบงาน 1.2 คำศัพท์เกี่ยวกับอุุปกรณ์คอมพิวเตอร์ PDF
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่1 สิ่งแวดล้อมกับสุขภาพ PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
ตัวอย่างแผนการสอนคอมพิวเตอร์ DOCX
กำหนดการสอน วิชา วิทยาศาสตร์กับการแก้ปัญหา PDF
สมุดบันทึกกิจกรรม ทัศนะศึกษาสัปดาห์วิทยาศาสตร์ PDF
DOCX
แบบทดสอบ บทที่ 5 มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม DOC
ข้อสอบคอม ป.4 ปี 2557.doc PDF
บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ภูมิภาคของโลกกับพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ PDF
ใบความรู้เรื่องเซลล์ของสิ่งมีชีวิต1 PDF
ใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง กล้องจุลทรรศน์ PDF
Similar to โครงสร้างสาระวิทย์ม.2
PDF
แผนการจัดการเรียนรุ้คุณธรรมนำความคิดเรื่องสารละลาย โดยใช้รูปแบบ 4 mat นายกอบว... PDF
PDF
PDF
PDF
DOC
การวิเคราะห์ตัวชี้วัด Science ม.2 PDF
DOC
การออกแบบการจัดการการเรียนรู้อิงมาตรฐาน หลักสูตรแกนกลาง 2551 ... PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องสถานะของสาร รายการครูมืออาชีพ ตอนครูหัดบิน ครูกอบว... PDF
PDF
PDF
DOC
DOC
PDF
Science2 110904044724-phpapp01 DOCX
PDF
PDF
PDF
ข้อสอบปลายภาคเคมีม4 1-2554 PDF
Slชุดฝึกทักษะกระบวนการคิดตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์ More from supphawan
PDF
PDF
PDF
Eng speaking year เขาดินวิทยาคาร PDF
Ict และการบริหารงานวิชาการ PDF
ครูโรงเรียนเขาดินวิทยาคาร 2554 PDF
PDF
คำสั่งโรงเรียนเขาดินวิทยาคารเวรยามวันหยุดราชการ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 PDF
ประกาศโรงเรียนเขาดินวิทยาคาผู้ผ่านพนักงานราชการ54 PDF
PDF
PDF
สำเนาประกาศสอบราคาจ้างซ่อมอาคาร PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
ด้านผู้เรียน โรงเรียนในฝัน PDF
PDF
PDF
โครงสร้างสาระวิทย์ม.2
- 1.
โครงสรางรายวิชา ว22101 วิทยาศาสตร ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 : 3 ชั่วโมง/สัปดาห จํานวน 1.5 หนวยกิต
มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา
ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน
(ชั่วโมง)
การจําแนกสาร ว 3.1 ม.2/1-3 - ธาตุ เปนสารบริสุทธิ์ที่ประกอบดวยอะตอมชนิดเดียวกัน
1 -
1.สํารวจและอธิ บายองคประกอบ สมบั ติ และไมสามารถแยกสลายเปนสารอื่นไดอีกโดยวิธีการ
ของธาตุและสารประกอบ ทางเคมี
- สารประกอบเปนสารบริสุทธิ์ที่ประกอบดวยธาตุตั้งแต
สองธาตุขึ้นไป รวมตัวกันดวยอัตราสวนโดยมวลคงที่
และมี ส มบั ติ แ ตกต า งจากสมบั ติ เ ดิ ม ของธาตุ ที่ เ ป น
องคประกอบ
2.สืบคนขอมูลและเปรียบเทียบสมบัติ - ธาตุ แ ต ล ะชนิ ด มี ส มบั ติ บ างประการที่ ค ล า ยกั น และ
ของธาตุ โ ลหะ ธาตุ อ โลหะ ธาตุ กึ่ ง แตกตางกัน จึงสามารถจําแนกกลุมธาตุตามสมบัติของ
โลหะและธาตุ กั ม มั น ตรั ง สี แ ละนํ า ธาตุ เ ป น ธาตุ โ ลหะ กึ่ ง โลหะ อโลหะ และธาตุ
ความรูไปใชประโยชน กัมมันตรังสี
- ในชีวิตประจําวันมีวัสดุ อุปกรณและผลิตภัณฑตาง ๆ
ที่ผลิตมาจากธาตุและสารประกอบ จึงควรเลือกใชใ ห
ถูกตอง เหมาะสมปลอดภัย และยั่งยืน
3.ทดลองและอธิบายการหลักการแยก - การกรอง การตกผลึ ก การสกั ด การกลั่ น และ
สารดวยวิธีการกรอง การตกผลึก การสกัด การ โครมาโทกราฟ เปนวิธีการแยกสารที่มีหลักการแตกตาง
กลั่น และโครมาโทกราฟ และนําความรูไป กัน และสามารถนําไปประยุกตใชในชีวิตประจําวัน
ใชประโยชน
ว 8.1 ม.2/1-9
- 2.
๒
มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา
ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน
(ชั่วโมง)
ปฏิกิริยาเคมี ว 3.2 ม.2/1-2 - เมื่อสารเกิดปฏิกิริยาเคมีจะมีพลังงานเขามาเกี่ยวของ ซึ่ง
2
1.ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแปลง อาจเปนการดูดพลังงานความรอนหรือคายพลังงานความรอน
สมบั ติ มวล และพลั ง งานเมื่ อ สาร - อุ ณ หภู มิ ความเข ม ข น ธรรมชาติ ข องสารและตั ว เร ง
เกิดปฏิกิริยาเคมี รวมทั้งอธิบายปจจัยที่ ปฏิกิริยา มีผลตอการเกิดปฏิกิริยาเคมีของสาร
มีผลตอการเกิดปฏิกิริยาเคมี
2.ทดลอง อธิบายและเขียนสมการเคมี - สมการเคมีใชเขียนแสดงการเกิดปฏิกิริยาเคมีของสาร ซึ่งมี
ของปฏิกิริยาของสารตาง ๆ และนํา ทั้งสารตั้งตนและสารผลิตภัณฑ
ความรูไปใชประโยชน - ปฏิกิริยาระหวางโลหะกับออกซิเจน โลหะกับน้ํา โลหะ
กับกรด กรดกับเบส และกรดกับคารบอเนตเปนปฏิกิริยา
เคมีที่พบทั่วไป
- การเลือ กใชวั ส ดุแ ละสารรอบตั ว ในชี วิ ต ประจํา วัน ได
อย า งเหมาะสมและปลอดภั ย โดยคํ า นึ ง ถึ ง ปฏิ กิ ริ ย าที่
เกิดขึ้น
ว 8.1 ม.2/1-9 -
- 3.
๓
มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา
ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน
(ชั่วโมง)
ทรัพยากรธรณี ว 6.1 ม.2/1-8 - ดินมีลักษณะและสมบัติแตกตางกันตามวัตถุตนกําเนิดดิน
3
1.สํารวจ ทดลองและอธิบายลักษณะของ ลั ก ษณะภู มิ อ ากาศ ลั ก ษณะภู มิ ป ระเทศ พื ช พรรณ
ชั้ น หน า ตั ด ดิ น สมบั ติ ข องดิ น และ สิ่ งมีชีวิต และระยะเวลาในการเกิด ดิน และตรวจสอบ
กระบวนการเกิดดิน สมบัติบางประการของดิน
- ชั้นหนาตัดดินแตละชั้นและแตละพื้นที่มีลักษณะ สมบัติ
และองคประกอบแตกตางกัน
2.สํา รวจ วิเ คราะหแ ละอธิ บ ายการใช - ดินในแตละทองถิ่นมีลักษณะและสมบัติตางกันตามสภาพ
ประโยชน แ ละการปรั บ ปรุ ง คุ ณ ภาพ ของดิน จึงนําไปใชประโยชนตางกัน
ของดิน - การปรับปรุงคุณภาพดินขึ้นอยูกับสภาพของดินเพื่อทําให
ดินมีความเหมาะสมตอการใชประโยชน
3 . ท ด ล อ ง เ ลี ย น แ บ บ เ พื่ อ อ ธิ บ า ย - กระบวนการเปลี่ ยนแปลงทางธรณี วิ ทยาทั้ งบนและใต
ก ร ะ บ ว น ก า ร เ กิ ด แ ล ะ ลั ก ษ ณ ะ พื้นผิวโลก ทําใหเกิดหินที่มีลักษณะองคประกอบแตกตาง
องคประกอบของหิน กันทั้งทางดานกายภาพ และทางเคมี
4.ทดสอบ และสังเกตองคประกอบและ - หินแบงเปน หินอัคนี หินแปรและหินตะกอนหินแตละ
สมบัติของหิน เพื่อจําแนกประเภทของ ประเภทมี ค วามสั ม พั น ธ กั น และนํ า ไปใช ป ระโยชน
หิน และนําความรูไปใชประโยชน ในทางอุตสาหกรรม การกอสรางและอื่น ๆ
5.ตรวจสอบและอธิ บ าย ลั ก ษณะทาง - เมื่อสภาวะแวดลอมธรรมชาติที่อยูภายใตอุณหภูมิและความดันที่
กายภาพของแร และการนํ า ไปใช เหมาะสม ธาตุและสารประกอบจะตกผลึกเปนแรที่มีลักษณะและ
สมบัติตางกัน ซึ่งตองใชวิธีตรวจสอบสมบัติแตละอยางแตกตางกัน
ประโยชน
- 4.
๔
- แรที่สํารวจพบในประเทศไทยมีหลายชนิด แตละชนิดตรวจสอบ
ทางกายภาพไดจากรูปผลึก ความถวงจําเพาะ ความแข็ง ความ
วาว แนวแตกเรียบ สีและสีผงของแรและนําไปใชป ระโยชน
ตางกันเชนใชทําเครื่องประดับ ใชในดานอุตสาหกรรม
6.สืบคนและอธิบายกระบวนการเกิด - ปโตรเลียม ถานหิน หินน้ํามัน เปนเชื้อเพลิงธรรมชาติที่
ลักษณะและสมบัติของปโตรเลียม ถาน เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา ซึ่งแตละ
หิน หินน้ํามัน และการนําไปใช ชนิดจะมีลักษณะ สมบัติและวิธีการนําไปใชประโยชน
ประโยชน แตกตางกัน
7.สํารวจและอธิบายลักษณะแหลงน้ํา - แหลงน้ําบนโลก มีทั้งน้ําจืด น้ําเค็ม โดย
ธรรมชาติ การใชประโยชนและการ แหลงน้ําจืดมีอยูทั้งบนดิน ใตดน และใน
ิ
อนุรักษแหลงน้ําในทองถิ่น บรรยากาศ
- การใชประโยชนของแหลงน้ํา ตองมีการวางแผนการใช
การอนุรักษ การปองกัน การแกไข และผลกระทบ ดวย
วิธีการที่เหมาะสม
8.ทดลองเลียนแบบ และอธิบาย การเกิด - แหล งน้ํ าบนดิ นมี ห ลายลัก ษณะขึ้ นอยูกั บ ลัก ษณะภู มิป ระเทศ
แหลงน้ําบนดิน แหลงน้ําใตดิน ลักษณะทางน้ํา และความเร็วของกระแสน้ํา ในแตละฤดูกาล
- น้ําบนดินบางสวนจะไหลซึมสูใตผิวดิน ถูกกักเก็บไวในชั้นดินและ
หิน เกิดเปนน้ําใตดิน ซึ่งสวนหนึ่งจะซึมอยูตามชองวางระหวางเม็ด
ตะกอน เรียกวาน้ําในดิน อีกสวนหนึ่ง จะไหลซึมลึกลงไป จนถูก
กักเก็บไวตามชองวางระหวางเม็ดตะกอน ตามรูพรุน หรือตามรอยแตก
ของหิน หรือชั้นหินเรียกวาน้ําบาดาล
- สมบัติของน้ําบาดาลขึ้นอยูกับชนิดของดิน แหลงแรและหิน ที่เปนแหลงกักเก็บ
ว 8.1 ม.2/1-9 น้ําบาดาลและชั้นหินอุมน้ํา
- 5.
๕
มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา
ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน
(ชั่วโมง)
ว 6.1 ม.2/9-10 - การผุพังอยูกับที่การกรอน การพัดพา การทับถม และการ
4 โลกของเรา 9 . ท ด ล อ ง เ ลี ย น แ บ บ แ ล ะ อ ธิ บ า ย ตกผลึก เปนกระบวนการสําคัญที่ทําใหพื้นผิวโลกเกิดการ
กระบวนการผุพังอยูกับที่ การกรอน การพัด เปลี่ยนแปลงเปนภูมิลักษณ ตาง ๆ โดยมีลม น้ํา ธาร
พา การทับถม การตกผลึกและผลของ น้ําแข็ง คลื่นและแรงโนมถวงของโลกเปนตัวการสําคัญ
กระบวนการดังกลาว
10.สืบคน สรางแบบจําลองและ อธิบาย - โครงสรางของโลกประกอบดวยชันเปลือกโลก ชั้นเนือ
้ ้
โครงสรางและองคประกอบของโลก โลก และชั้นแกนโลก โครงสรางแตละชั้นจะมีลักษณะ
และสวนประกอบแตกตางกัน
ว 8.1 ม.2/1-9
ว 4.1 ม2/1-2 - แรงเปนปริมาณเวกเตอร เมื่อมีแรงหลายแรงในระนาบ
5 แรงในชีวิตประจําวัน 1.ทดลองและอธิบายการหาแรงลัพธของ เดียวกันกระทําตอวัตถุเดียวกัน สามารถหาแรงลัพธได
แรงหลายแรงในระนาบเดี ย วกั น ที่ โดยใชหลักการรวมเวกเตอร
กระทําตอวัตถุ
2.อธิบายแรงลัพธที่กระทําตอวัตถุที่หยุด - เมื่อแรงลัพธมีคาเปนศูนยกระทําตอวัตถุที่หยุดนิ่ง วัตถุ
นิ่งหรือวัตถุเคลื่อนที่ดวยความเร็วคงตัว นั้นก็จะหยุดนิ่งตลอดไป แตถาวัตถุเคลื่อนที่ดวยความเร็ว
คงตัว ก็จะเคลื่อนที่ดวยความเร็วคงตัวตลอดไป
ว 8.1 ม.2/1-9
- 6.
๖
โครงสรางรายวิชา ว22102 วิทยาศาสตร ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 : 3 ชั่วโมง/สัปดาห จํานวน 1.5 หนวยกิต
มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา
ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน
(ชั่วโมง)
อาหารกับการดํารงชีวิต ว 1.1 ม.2/5-6 - แปง น้ําตาล ไขมัน โปรตีน วิตามินซี เปนสารอาหารและ
1
สามารถทดสอบได
5 . ท ด ล อ ง วิ เ ค ร า ะ ห แ ล ะ อ ธิ บ า ย - การบริโภคอาหาร จําเปนตองใหไดสารอาหาร ที่ครบถวนใน
สารอาหารในอาหารมีปริมาณพลังงาน สั ดส วนที่ เหมาะสมกั บเพศและวั ย และได รั บ ปริ ม าณ
และสัดสวนที่เหมาะสมกับเพศและวัย พลังงานที่เพียงพอกับความตองการของรางกาย
6.อภิปรายผลของสารเสพติดตอระบบ - สารเสพติดแตละประเภทมีผลตอระบบตางๆ ของรางกาย
ตาง ๆ ของรางกาย และแนวทางในการ ทํ าให ระบบเหล านั้ นทํ าหน าที่ ผิ ดปกติ ดั งนั้ นจึ งต อง
ปองกันตนเองจากสารเสพติด หลีกเลี่ยงการใชสารเสพติด และหาแนวทางในการปองกัน
ตนเองจาก สารเสพติด
ว 8.1 ม.2/1-9
- 7.
๗
มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา
ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน
(ชั่วโมง)
2
ระบบตางๆในรางกายของ ว 1.1 ม2/1-4 - ระบบยอยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ
มนุษยและสัตว 1.อธิบายโครงสรางและการทํางานของ ระบบขับถาย ระบบสืบพันธุ และระบบประสาทของ
ระบบ ยอยอาหาร ระบบหมุนเวียน มนุษย ในแตละระบบ ประกอบดวยอวัยวะหลายชนิดที่
เลือด ระบบหายใจ ระบบขับถาย ทํางานอยางเปนระบบ
ระบบสืบพันธุ ของมนุษยและสัตว - ระบบยอยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ
รวมทั้งระบบประสาทของมนุษย ระบบขับถาย ระบบสืบพันธุของสัตว ประกอบดวย
อวัยวะหลายชนิดที่ทํางานอยาง เปนระบบ
2.อธิบายความสัมพันธของระบบตางๆ - ระบบยอยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ
ข อ ง ม นุ ษ ย แ ล ะ นํ า ค ว า ม รู ไ ป ใ ช ระบบขับถาย ระบบสืบพันธุของมนุษยในแตละระบบมี
ประโยชน การทํางานที่สัมพันธกันทําใหมนุษยดํารงชีวิตอยูไดอยาง
ปกติ ถ า ระบบใดระบบหนึ่งทํางานผิด ปกติ ยอมส งผล
กระทบตอระบบอื่นๆ ดังนั้นจึงตองมีการดูแลรักษาสุขภาพ
3.สั ง เกตและอธิ บ ายพฤติ ก รรมของ - แสง อุ ณ หภู มิ และการสั ม ผั ส จั ด เป น สิ่ ง เร า ภายนอก
มนุ ษ ย แ ละสั ต ว ที่ ต อบสนองต อ สิ่ ง เร า สวนการเปลี่ยนแปลงระดับสารใน รางกาย เชน ฮอรโมน
ภายนอกและภายใน จัดเปนสิ่งเราภายใน ซึ่งทั้ง สิ่งเราภายนอกและสิ่งเราภายใน
มี ผ ลต อ มนุ ษ ย แ ละสั ต ว ทํ า ให แ สดงพฤติ ก รรมต า งๆ
ว 8.1 ม.2/1-9 ออกมา
- 8.
๘
มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา
ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน
(ชั่วโมง)
4.อธิ บ ายหลั ก การและผลของการใช - เทคโนโลยี ชี ว ภาพเป น การใช เ ทคโนโลยี เ พื่ อ ทํ า ให
เทคโนโลยี ชี ว ภาพในการขยายพั น ธุ สิ่งมีชีวิตหรือองค ประกอบของสิ่งมีชีวิต มีสมบัติตาม
ปรับปรุงพันธุ และเพิ่มผลผลิตของสัตว ตองการ
และนําความรูไปใชประโยชน - การผสมเทียม การถ ายฝากตัวออน การโคลน เปนการใช
เทคโนโลยีชีวภาพในการขยายพันธุ ปรับปรุงพันธุ และเพิ่ม
ผลผลิตของสัตว
แสง ว5.1 ม2/1-3 - เมื่อแสงตกกระทบผิววัตถุหรือตัวกลางอีก ตัวกลางหนึ่ง
3
1.ทดลองและอธิบายการสะทอนของแสง แสงจะเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่โดยการสะทอนของแสง
การหักเหของแสง และนําความรูไปใช หรือการหักเหของแสง
ประโยชน - การนําความรูเกี่ยวกับการสะทอนของแสง และการหักเห
ของแสงไปใช อ ธิ บ ายแว น ตา ทั ศ นอุ ป กรณ กระจก
เสนใยนําแสง
2.อธิบายผลของความสวางที่มีตอมนุษย - นัย น ต าของคนเราเป น อวั ย วะใชม องดู สิ่ง ต า งๆ นั ย น ต ามี
และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ องคประกอบสําคัญหลายอยาง
- ความสวางมีผลตอนัยนตามนุษย จึงมีการนําความรูเกี่ยวกับ
ความสวางมาชวยในการจัดความสวางใหเหมาะสมกับการ
ทํางาน
- ออกแบบวิธีการตรวจสอบวาความสวางมีผลตอสิ่งมีชีวิต
อื่น
- 9.
๙
มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา
ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน
(ชั่วโมง)
3.ทดลองและอธิบายการดูดกลืนแสงสี - เมื่อแสงตกกระทบวัตถุ วัตถุจะดูดกลืนแสงสีบางสีไว และ
การมองเห็นสีของวัตถุ และนําความรูไป สะทอนแสงสีที่เหลือออกมาทําใหเรามองเห็นวัตถุเปนสี
ใชประโยชน ตาง ๆ
- การนําความรูเกี่ยวกับการดูดกลืนแสงสีการมองเห็นสีของ
วัตถุไปใชประโยชนในการถายรูปและในการแสดง
ว 8.1 ม.2/1-9 -
- 10.
๑๐
ว 8.1 ม.2/1-9
1. ตั้งคําถามที่กําหนดประเด็นหรือตัวแปรที่สําคัญในการสํารวจตรวจสอบ หรือศึกษาคนควาเรื่องที่สนใจไดอยางครอบคลุมและเชื่อถือได
2. สรางสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบไดและวางแผนการสํารวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี
3. เลือกเทคนิควิธีการสํารวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ไดผลเที่ยงตรงและปลอดภัย โดยใชวัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม
4. รวบรวมขอมูล จัดกระทําขอมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ
5. วิเคราะหและประเมินความสอดคลองของประจักษพยานกับขอสรุป ทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแยงกับสมมติฐาน และความผิดปกติของขอมูลจากการสํารวจ
ตรวจสอบ
6. สรางแบบจําลอง หรือรูปแบบ ที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการสํารวจตรวจสอบ
7. สรางคําถามที่นําไปสูการสํารวจตรวจสอบ ในเรื่องที่เกี่ยวของ และนําความรูที่ไดไปใชในสถานการณใหมหรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของ
โครงงานหรือชิ้นงานใหผูอื่นเขาใจ
8. บันทึกและอธิบายผลการสังเกต การสํารวจ ตรวจสอบ คนควาเพิ่มเติมจากแหลงความรูตาง ๆ ใหไดขอมูลที่เชื่อถือได และยอมรับการ เปลี่ยนแปลงความรูที่
คนพบเมื่อมีขอมูลและประจักษพยานใหมเพิ่มขึ้นหรือโตแยงจากเดิม
9. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานใหผูอื่นเขาใจ