โครงสรางรายวิชา ว22101 วิทยาศาสตร               ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 : 3 ชั่วโมง/สัปดาห                จํานวน 1.5 หนวยกิต

                                 มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด                                                                              เวลา
ที่    ชื่อหนวยการเรียนรู                                                                      สาระสําคัญ                                            คะแนน
                                                                                                                                           (ชั่วโมง)
      การจําแนกสาร            ว 3.1 ม.2/1-3                              - ธาตุ เปนสารบริสุทธิ์ที่ประกอบดวยอะตอมชนิดเดียวกัน
1                                                                                                                                                          -
                              1.สํารวจและอธิ บายองคประกอบ สมบั ติ         และไมสามารถแยกสลายเปนสารอื่นไดอีกโดยวิธีการ
                              ของธาตุและสารประกอบ                          ทางเคมี
                                                                         - สารประกอบเปนสารบริสุทธิ์ที่ประกอบดวยธาตุตั้งแต
                                                                           สองธาตุขึ้นไป รวมตัวกันดวยอัตราสวนโดยมวลคงที่
                                                                           และมี ส มบั ติ แ ตกต า งจากสมบั ติ เ ดิ ม ของธาตุ ที่ เ ป น
                                                                           องคประกอบ

                              2.สืบคนขอมูลและเปรียบเทียบสมบัติ         - ธาตุ แ ต ล ะชนิ ด มี ส มบั ติ บ างประการที่ ค ล า ยกั น และ
                              ของธาตุ โ ลหะ ธาตุ อ โลหะ ธาตุ กึ่ ง         แตกตางกัน จึงสามารถจําแนกกลุมธาตุตามสมบัติของ
                              โลหะและธาตุ กั ม มั น ตรั ง สี แ ละนํ า      ธาตุ เ ป น ธาตุ โ ลหะ กึ่ ง โลหะ อโลหะ และธาตุ
                              ความรูไปใชประโยชน                         กัมมันตรังสี
                                                                         - ในชีวิตประจําวันมีวัสดุ อุปกรณและผลิตภัณฑตาง ๆ
                                                                           ที่ผลิตมาจากธาตุและสารประกอบ จึงควรเลือกใชใ ห
                                                                           ถูกตอง เหมาะสมปลอดภัย และยั่งยืน
                              3.ทดลองและอธิบายการหลักการแยก              - การกรอง การตกผลึ ก การสกั ด การกลั่ น และ
                              สารดวยวิธีการกรอง การตกผลึก การสกัด การ     โครมาโทกราฟ เปนวิธีการแยกสารที่มีหลักการแตกตาง
                              กลั่น และโครมาโทกราฟ และนําความรูไป        กัน และสามารถนําไปประยุกตใชในชีวิตประจําวัน
                              ใชประโยชน
                              ว 8.1 ม.2/1-9
๒
                                  มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด                                                                             เวลา
ที่     ชื่อหนวยการเรียนรู                                                                      สาระสําคัญ                                           คะแนน
                                                                                                                                           (ชั่วโมง)
      ปฏิกิริยาเคมี            ว 3.2 ม.2/1-2                              - เมื่อสารเกิดปฏิกิริยาเคมีจะมีพลังงานเขามาเกี่ยวของ ซึ่ง
2
                               1.ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแปลง               อาจเปนการดูดพลังงานความรอนหรือคายพลังงานความรอน
                               สมบั ติ มวล และพลั ง งานเมื่ อ สาร         - อุ ณ หภู มิ ความเข ม ข น ธรรมชาติ ข องสารและตั ว เร ง
                               เกิดปฏิกิริยาเคมี รวมทั้งอธิบายปจจัยที่     ปฏิกิริยา มีผลตอการเกิดปฏิกิริยาเคมีของสาร
                               มีผลตอการเกิดปฏิกิริยาเคมี
                               2.ทดลอง อธิบายและเขียนสมการเคมี            - สมการเคมีใชเขียนแสดงการเกิดปฏิกิริยาเคมีของสาร ซึ่งมี
                               ของปฏิกิริยาของสารตาง ๆ และนํา              ทั้งสารตั้งตนและสารผลิตภัณฑ
                               ความรูไปใชประโยชน                       - ปฏิกิริยาระหวางโลหะกับออกซิเจน โลหะกับน้ํา โลหะ
                                                                            กับกรด กรดกับเบส และกรดกับคารบอเนตเปนปฏิกิริยา
                                                                            เคมีที่พบทั่วไป
                                                                          - การเลือ กใชวั ส ดุแ ละสารรอบตั ว ในชี วิ ต ประจํา วัน ได
                                                                            อย า งเหมาะสมและปลอดภั ย โดยคํ า นึ ง ถึ ง ปฏิ กิ ริ ย าที่
                                                                            เกิดขึ้น
                               ว 8.1 ม.2/1-9                              -
๓
                                 มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด                                                                           เวลา
ที่    ชื่อหนวยการเรียนรู                                                                     สาระสําคัญ                                          คะแนน
                                                                                                                                        (ชั่วโมง)
      ทรัพยากรธรณี            ว 6.1 ม.2/1-8                                   - ดินมีลักษณะและสมบัติแตกตางกันตามวัตถุตนกําเนิดดิน
3
                              1.สํารวจ ทดลองและอธิบายลักษณะของ                  ลั ก ษณะภู มิ อ ากาศ ลั ก ษณะภู มิ ป ระเทศ พื ช พรรณ
                              ชั้ น หน า ตั ด ดิ น สมบั ติ ข องดิ น และ        สิ่ งมีชีวิต และระยะเวลาในการเกิด ดิน และตรวจสอบ
                              กระบวนการเกิดดิน                                  สมบัติบางประการของดิน
                                                                              - ชั้นหนาตัดดินแตละชั้นและแตละพื้นที่มีลักษณะ สมบัติ
                                                                                และองคประกอบแตกตางกัน
                              2.สํา รวจ วิเ คราะหแ ละอธิ บ ายการใช - ดินในแตละทองถิ่นมีลักษณะและสมบัติตางกันตามสภาพ
                              ประโยชน แ ละการปรั บ ปรุ ง คุ ณ ภาพ              ของดิน จึงนําไปใชประโยชนตางกัน
                              ของดิน                                          - การปรับปรุงคุณภาพดินขึ้นอยูกับสภาพของดินเพื่อทําให
                                                                                ดินมีความเหมาะสมตอการใชประโยชน
                              3 . ท ด ล อ ง เ ลี ย น แ บ บ เ พื่ อ อ ธิ บ า ย - กระบวนการเปลี่ ยนแปลงทางธรณี วิ ทยาทั้ งบนและใต
                              ก ร ะ บ ว น ก า ร เ กิ ด แ ล ะ ลั ก ษ ณ ะ         พื้นผิวโลก ทําใหเกิดหินที่มีลักษณะองคประกอบแตกตาง
                              องคประกอบของหิน                                  กันทั้งทางดานกายภาพ และทางเคมี

                              4.ทดสอบ และสังเกตองคประกอบและ - หินแบงเปน หินอัคนี หินแปรและหินตะกอนหินแตละ
                              สมบัติของหิน เพื่อจําแนกประเภทของ  ประเภทมี ค วามสั ม พั น ธ กั น และนํ า ไปใช ป ระโยชน
                              หิน และนําความรูไปใชประโยชน     ในทางอุตสาหกรรม การกอสรางและอื่น ๆ
                              5.ตรวจสอบและอธิ บ าย ลั ก ษณะทาง - เมื่อสภาวะแวดลอมธรรมชาติที่อยูภายใตอุณหภูมิและความดันที่
                              กายภาพของแร และการนํ า ไปใช      เหมาะสม ธาตุและสารประกอบจะตกผลึกเปนแรที่มีลักษณะและ
                                                                 สมบัติตางกัน ซึ่งตองใชวิธีตรวจสอบสมบัติแตละอยางแตกตางกัน
                              ประโยชน
๔

                                    -    แรที่สํารวจพบในประเทศไทยมีหลายชนิด แตละชนิดตรวจสอบ
                                         ทางกายภาพไดจากรูปผลึก ความถวงจําเพาะ ความแข็ง ความ
                                         วาว แนวแตกเรียบ สีและสีผงของแรและนําไปใชป ระโยชน
                                         ตางกันเชนใชทําเครื่องประดับ ใชในดานอุตสาหกรรม
6.สืบคนและอธิบายกระบวนการเกิด      -    ปโตรเลียม ถานหิน หินน้ํามัน เปนเชื้อเพลิงธรรมชาติที่
ลักษณะและสมบัติของปโตรเลียม ถาน      เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา ซึ่งแตละ
หิน หินน้ํามัน และการนําไปใช          ชนิดจะมีลักษณะ สมบัติและวิธีการนําไปใชประโยชน
ประโยชน                               แตกตางกัน
7.สํารวจและอธิบายลักษณะแหลงน้ํา    - แหลงน้ําบนโลก มีทั้งน้ําจืด น้ําเค็ม โดย
ธรรมชาติ การใชประโยชนและการ         แหลงน้ําจืดมีอยูทั้งบนดิน ใตดน และใน
                                                                       ิ
อนุรักษแหลงน้ําในทองถิ่น           บรรยากาศ
                                    - การใชประโยชนของแหลงน้ํา ตองมีการวางแผนการใช
                                       การอนุรักษ การปองกัน การแกไข และผลกระทบ ดวย
                                       วิธีการที่เหมาะสม
8.ทดลองเลียนแบบ และอธิบาย การเกิด   - แหล งน้ํ าบนดิ นมี ห ลายลัก ษณะขึ้ นอยูกั บ ลัก ษณะภู มิป ระเทศ
แหลงน้ําบนดิน แหลงน้ําใตดิน         ลักษณะทางน้ํา และความเร็วของกระแสน้ํา ในแตละฤดูกาล
                                    - น้ําบนดินบางสวนจะไหลซึมสูใตผิวดิน ถูกกักเก็บไวในชั้นดินและ
                                       หิน เกิดเปนน้ําใตดิน ซึ่งสวนหนึ่งจะซึมอยูตามชองวางระหวางเม็ด
                                       ตะกอน เรียกวาน้ําในดิน อีกสวนหนึ่ง จะไหลซึมลึกลงไป จนถูก
                                       กักเก็บไวตามชองวางระหวางเม็ดตะกอน ตามรูพรุน หรือตามรอยแตก
                                       ของหิน หรือชั้นหินเรียกวาน้ําบาดาล
                                    - สมบัติของน้ําบาดาลขึ้นอยูกับชนิดของดิน แหลงแรและหิน ที่เปนแหลงกักเก็บ
ว 8.1 ม.2/1-9                          น้ําบาดาลและชั้นหินอุมน้ํา
๕
                                มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด                                                                         เวลา
ที่   ชื่อหนวยการเรียนรู                                                                   สาระสําคัญ                                          คะแนน
                                                                                                                                     (ชั่วโมง)
                             ว 6.1 ม.2/9-10                                - การผุพังอยูกับที่การกรอน การพัดพา การทับถม และการ
4         โลกของเรา          9 . ท ด ล อ ง เ ลี ย น แ บ บ แ ล ะ อ ธิ บ า ย   ตกผลึก เปนกระบวนการสําคัญที่ทําใหพื้นผิวโลกเกิดการ
                             กระบวนการผุพังอยูกับที่ การกรอน การพัด        เปลี่ยนแปลงเปนภูมิลักษณ ตาง ๆ โดยมีลม น้ํา ธาร
                             พา การทับถม การตกผลึกและผลของ                   น้ําแข็ง คลื่นและแรงโนมถวงของโลกเปนตัวการสําคัญ
                             กระบวนการดังกลาว
                             10.สืบคน สรางแบบจําลองและ อธิบาย - โครงสรางของโลกประกอบดวยชันเปลือกโลก ชั้นเนือ
                                                                                                             ้               ้
                             โครงสรางและองคประกอบของโลก                    โลก และชั้นแกนโลก โครงสรางแตละชั้นจะมีลักษณะ
                                                                             และสวนประกอบแตกตางกัน
                             ว 8.1 ม.2/1-9

                             ว 4.1 ม2/1-2                             - แรงเปนปริมาณเวกเตอร เมื่อมีแรงหลายแรงในระนาบ
5 แรงในชีวิตประจําวัน 1.ทดลองและอธิบายการหาแรงลัพธของ                  เดียวกันกระทําตอวัตถุเดียวกัน สามารถหาแรงลัพธได
                             แรงหลายแรงในระนาบเดี ย วกั น ที่           โดยใชหลักการรวมเวกเตอร
                             กระทําตอวัตถุ
                             2.อธิบายแรงลัพธที่กระทําตอวัตถุที่หยุด - เมื่อแรงลัพธมีคาเปนศูนยกระทําตอวัตถุที่หยุดนิ่ง วัตถุ
                             นิ่งหรือวัตถุเคลื่อนที่ดวยความเร็วคงตัว   นั้นก็จะหยุดนิ่งตลอดไป แตถาวัตถุเคลื่อนที่ดวยความเร็ว
                                                                        คงตัว ก็จะเคลื่อนที่ดวยความเร็วคงตัวตลอดไป
                             ว 8.1 ม.2/1-9
๖
        โครงสรางรายวิชา ว22102 วิทยาศาสตร                ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 : 3 ชั่วโมง/สัปดาห                    จํานวน 1.5 หนวยกิต

                                  มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด                                                                                     เวลา
ที่    ชื่อหนวยการเรียนรู                                                                             สาระสําคัญ                                           คะแนน
                                                                                                                                                   (ชั่วโมง)
      อาหารกับการดํารงชีวิต   ว 1.1 ม.2/5-6                                    - แปง น้ําตาล ไขมัน โปรตีน วิตามินซี เปนสารอาหารและ
1
                                                                                 สามารถทดสอบได
                              5 . ท ด ล อ ง วิ เ ค ร า ะ ห แ ล ะ อ ธิ บ า ย   - การบริโภคอาหาร จําเปนตองใหไดสารอาหาร ที่ครบถวนใน
                              สารอาหารในอาหารมีปริมาณพลังงาน                     สั ดส วนที่ เหมาะสมกั บเพศและวั ย และได รั บ ปริ ม าณ
                              และสัดสวนที่เหมาะสมกับเพศและวัย                   พลังงานที่เพียงพอกับความตองการของรางกาย

                              6.อภิปรายผลของสารเสพติดตอระบบ                   - สารเสพติดแตละประเภทมีผลตอระบบตางๆ ของรางกาย
                              ตาง ๆ ของรางกาย และแนวทางในการ                   ทํ าให ระบบเหล านั้ นทํ าหน าที่ ผิ ดปกติ ดั งนั้ นจึ งต อง
                              ปองกันตนเองจากสารเสพติด                           หลีกเลี่ยงการใชสารเสพติด และหาแนวทางในการปองกัน
                                                                                 ตนเองจาก สารเสพติด
                              ว 8.1 ม.2/1-9
๗
                                  มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด                                                                                        เวลา
ที่    ชื่อหนวยการเรียนรู                                                                                สาระสําคัญ                                           คะแนน
                                                                                                                                                      (ชั่วโมง)
2
      ระบบตางๆในรางกายของ ว 1.1 ม2/1-4                                          - ระบบยอยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ
      มนุษยและสัตว        1.อธิบายโครงสรางและการทํางานของ                        ระบบขับถาย ระบบสืบพันธุ และระบบประสาทของ
                            ระบบ ยอยอาหาร ระบบหมุนเวียน                            มนุษย ในแตละระบบ ประกอบดวยอวัยวะหลายชนิดที่
                            เลือด ระบบหายใจ ระบบขับถาย                             ทํางานอยางเปนระบบ
                            ระบบสืบพันธุ ของมนุษยและสัตว                       - ระบบยอยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ
                            รวมทั้งระบบประสาทของมนุษย                              ระบบขับถาย ระบบสืบพันธุของสัตว ประกอบดวย
                                                                                    อวัยวะหลายชนิดที่ทํางานอยาง เปนระบบ



                              2.อธิบายความสัมพันธของระบบตางๆ                    - ระบบยอยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ
                              ข อ ง ม นุ ษ ย แ ล ะ นํ า ค ว า ม รู ไ ป ใ ช       ระบบขับถาย ระบบสืบพันธุของมนุษยในแตละระบบมี
                              ประโยชน                                              การทํางานที่สัมพันธกันทําใหมนุษยดํารงชีวิตอยูไดอยาง
                                                                                    ปกติ ถ า ระบบใดระบบหนึ่งทํางานผิด ปกติ ยอมส งผล
                                                                                    กระทบตอระบบอื่นๆ ดังนั้นจึงตองมีการดูแลรักษาสุขภาพ
                              3.สั ง เกตและอธิ บ ายพฤติ ก รรมของ                  - แสง อุ ณ หภู มิ และการสั ม ผั ส จั ด เป น สิ่ ง เร า ภายนอก
                              มนุ ษ ย แ ละสั ต ว ที่ ต อบสนองต อ สิ่ ง เร า     สวนการเปลี่ยนแปลงระดับสารใน รางกาย เชน ฮอรโมน
                              ภายนอกและภายใน                                        จัดเปนสิ่งเราภายใน ซึ่งทั้ง สิ่งเราภายนอกและสิ่งเราภายใน
                                                                                    มี ผ ลต อ มนุ ษ ย แ ละสั ต ว ทํ า ให แ สดงพฤติ ก รรมต า งๆ
                              ว 8.1 ม.2/1-9                                         ออกมา
๘
                                 มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด                                                                               เวลา
ที่    ชื่อหนวยการเรียนรู                                                                       สาระสําคัญ                                          คะแนน
                                                                                                                                            (ชั่วโมง)
                              4.อธิ บ ายหลั ก การและผลของการใช           - เทคโนโลยี ชี ว ภาพเป น การใช เ ทคโนโลยี เ พื่ อ ทํ า ให
                              เทคโนโลยี ชี ว ภาพในการขยายพั น ธุ           สิ่งมีชีวิตหรือองค ประกอบของสิ่งมีชีวิต มีสมบัติตาม
                              ปรับปรุงพันธุ และเพิ่มผลผลิตของสัตว         ตองการ
                              และนําความรูไปใชประโยชน                  - การผสมเทียม การถ ายฝากตัวออน การโคลน เปนการใช
                                                                            เทคโนโลยีชีวภาพในการขยายพันธุ ปรับปรุงพันธุ และเพิ่ม
                                                                            ผลผลิตของสัตว

      แสง                     ว5.1 ม2/1-3                          - เมื่อแสงตกกระทบผิววัตถุหรือตัวกลางอีก ตัวกลางหนึ่ง
3
                              1.ทดลองและอธิบายการสะทอนของแสง        แสงจะเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่โดยการสะทอนของแสง
                              การหักเหของแสง และนําความรูไปใช      หรือการหักเหของแสง
                              ประโยชน                             - การนําความรูเกี่ยวกับการสะทอนของแสง และการหักเห
                                                                     ของแสงไปใช อ ธิ บ ายแว น ตา ทั ศ นอุ ป กรณ กระจก
                                                                     เสนใยนําแสง
                              2.อธิบายผลของความสวางที่มีตอมนุษย - นัย น ต าของคนเราเป น อวั ย วะใชม องดู สิ่ง ต า งๆ นั ย น ต ามี
                              และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ                   องคประกอบสําคัญหลายอยาง
                                                                   - ความสวางมีผลตอนัยนตามนุษย จึงมีการนําความรูเกี่ยวกับ
                                                                     ความสวางมาชวยในการจัดความสวางใหเหมาะสมกับการ
                                                                     ทํางาน
                                                                   - ออกแบบวิธีการตรวจสอบวาความสวางมีผลตอสิ่งมีชีวิต
                                                                     อื่น
๙
                                มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด                                                                 เวลา
ที่   ชื่อหนวยการเรียนรู                                                               สาระสําคัญ                                    คะแนน
                                                                                                                             (ชั่วโมง)
                             3.ทดลองและอธิบายการดูดกลืนแสงสี        - เมื่อแสงตกกระทบวัตถุ วัตถุจะดูดกลืนแสงสีบางสีไว และ
                             การมองเห็นสีของวัตถุ และนําความรูไป     สะทอนแสงสีที่เหลือออกมาทําใหเรามองเห็นวัตถุเปนสี
                             ใชประโยชน                              ตาง ๆ
                                                                    - การนําความรูเกี่ยวกับการดูดกลืนแสงสีการมองเห็นสีของ
                                                                      วัตถุไปใชประโยชนในการถายรูปและในการแสดง
                             ว 8.1 ม.2/1-9                          -
๑๐
ว 8.1 ม.2/1-9
      1. ตั้งคําถามที่กําหนดประเด็นหรือตัวแปรที่สําคัญในการสํารวจตรวจสอบ หรือศึกษาคนควาเรื่องที่สนใจไดอยางครอบคลุมและเชื่อถือได
      2. สรางสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบไดและวางแผนการสํารวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี
      3. เลือกเทคนิควิธีการสํารวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ไดผลเที่ยงตรงและปลอดภัย โดยใชวัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม
      4. รวบรวมขอมูล จัดกระทําขอมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ
      5. วิเคราะหและประเมินความสอดคลองของประจักษพยานกับขอสรุป ทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแยงกับสมมติฐาน และความผิดปกติของขอมูลจากการสํารวจ
          ตรวจสอบ
      6. สรางแบบจําลอง หรือรูปแบบ ที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการสํารวจตรวจสอบ
      7. สรางคําถามที่นําไปสูการสํารวจตรวจสอบ ในเรื่องที่เกี่ยวของ และนําความรูที่ไดไปใชในสถานการณใหมหรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของ
          โครงงานหรือชิ้นงานใหผูอื่นเขาใจ
      8. บันทึกและอธิบายผลการสังเกต การสํารวจ ตรวจสอบ คนควาเพิ่มเติมจากแหลงความรูตาง ๆ ใหไดขอมูลที่เชื่อถือได และยอมรับการ เปลี่ยนแปลงความรูที่
                                                                                                                                                       
          คนพบเมื่อมีขอมูลและประจักษพยานใหมเพิ่มขึ้นหรือโตแยงจากเดิม
      9. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานใหผูอื่นเขาใจ

โครงสร้างสาระวิทย์ม.2

  • 1.
    โครงสรางรายวิชา ว22101 วิทยาศาสตร ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 : 3 ชั่วโมง/สัปดาห จํานวน 1.5 หนวยกิต มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน (ชั่วโมง) การจําแนกสาร ว 3.1 ม.2/1-3 - ธาตุ เปนสารบริสุทธิ์ที่ประกอบดวยอะตอมชนิดเดียวกัน 1 - 1.สํารวจและอธิ บายองคประกอบ สมบั ติ และไมสามารถแยกสลายเปนสารอื่นไดอีกโดยวิธีการ ของธาตุและสารประกอบ ทางเคมี - สารประกอบเปนสารบริสุทธิ์ที่ประกอบดวยธาตุตั้งแต สองธาตุขึ้นไป รวมตัวกันดวยอัตราสวนโดยมวลคงที่ และมี ส มบั ติ แ ตกต า งจากสมบั ติ เ ดิ ม ของธาตุ ที่ เ ป น องคประกอบ 2.สืบคนขอมูลและเปรียบเทียบสมบัติ - ธาตุ แ ต ล ะชนิ ด มี ส มบั ติ บ างประการที่ ค ล า ยกั น และ ของธาตุ โ ลหะ ธาตุ อ โลหะ ธาตุ กึ่ ง แตกตางกัน จึงสามารถจําแนกกลุมธาตุตามสมบัติของ โลหะและธาตุ กั ม มั น ตรั ง สี แ ละนํ า ธาตุ เ ป น ธาตุ โ ลหะ กึ่ ง โลหะ อโลหะ และธาตุ ความรูไปใชประโยชน กัมมันตรังสี - ในชีวิตประจําวันมีวัสดุ อุปกรณและผลิตภัณฑตาง ๆ ที่ผลิตมาจากธาตุและสารประกอบ จึงควรเลือกใชใ ห ถูกตอง เหมาะสมปลอดภัย และยั่งยืน 3.ทดลองและอธิบายการหลักการแยก - การกรอง การตกผลึ ก การสกั ด การกลั่ น และ สารดวยวิธีการกรอง การตกผลึก การสกัด การ โครมาโทกราฟ เปนวิธีการแยกสารที่มีหลักการแตกตาง กลั่น และโครมาโทกราฟ และนําความรูไป กัน และสามารถนําไปประยุกตใชในชีวิตประจําวัน ใชประโยชน ว 8.1 ม.2/1-9
  • 2.
    มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน (ชั่วโมง) ปฏิกิริยาเคมี ว 3.2 ม.2/1-2 - เมื่อสารเกิดปฏิกิริยาเคมีจะมีพลังงานเขามาเกี่ยวของ ซึ่ง 2 1.ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแปลง อาจเปนการดูดพลังงานความรอนหรือคายพลังงานความรอน สมบั ติ มวล และพลั ง งานเมื่ อ สาร - อุ ณ หภู มิ ความเข ม ข น ธรรมชาติ ข องสารและตั ว เร ง เกิดปฏิกิริยาเคมี รวมทั้งอธิบายปจจัยที่ ปฏิกิริยา มีผลตอการเกิดปฏิกิริยาเคมีของสาร มีผลตอการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2.ทดลอง อธิบายและเขียนสมการเคมี - สมการเคมีใชเขียนแสดงการเกิดปฏิกิริยาเคมีของสาร ซึ่งมี ของปฏิกิริยาของสารตาง ๆ และนํา ทั้งสารตั้งตนและสารผลิตภัณฑ ความรูไปใชประโยชน - ปฏิกิริยาระหวางโลหะกับออกซิเจน โลหะกับน้ํา โลหะ กับกรด กรดกับเบส และกรดกับคารบอเนตเปนปฏิกิริยา เคมีที่พบทั่วไป - การเลือ กใชวั ส ดุแ ละสารรอบตั ว ในชี วิ ต ประจํา วัน ได อย า งเหมาะสมและปลอดภั ย โดยคํ า นึ ง ถึ ง ปฏิ กิ ริ ย าที่ เกิดขึ้น ว 8.1 ม.2/1-9 -
  • 3.
    มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน (ชั่วโมง) ทรัพยากรธรณี ว 6.1 ม.2/1-8 - ดินมีลักษณะและสมบัติแตกตางกันตามวัตถุตนกําเนิดดิน 3 1.สํารวจ ทดลองและอธิบายลักษณะของ ลั ก ษณะภู มิ อ ากาศ ลั ก ษณะภู มิ ป ระเทศ พื ช พรรณ ชั้ น หน า ตั ด ดิ น สมบั ติ ข องดิ น และ สิ่ งมีชีวิต และระยะเวลาในการเกิด ดิน และตรวจสอบ กระบวนการเกิดดิน สมบัติบางประการของดิน - ชั้นหนาตัดดินแตละชั้นและแตละพื้นที่มีลักษณะ สมบัติ และองคประกอบแตกตางกัน 2.สํา รวจ วิเ คราะหแ ละอธิ บ ายการใช - ดินในแตละทองถิ่นมีลักษณะและสมบัติตางกันตามสภาพ ประโยชน แ ละการปรั บ ปรุ ง คุ ณ ภาพ ของดิน จึงนําไปใชประโยชนตางกัน ของดิน - การปรับปรุงคุณภาพดินขึ้นอยูกับสภาพของดินเพื่อทําให ดินมีความเหมาะสมตอการใชประโยชน 3 . ท ด ล อ ง เ ลี ย น แ บ บ เ พื่ อ อ ธิ บ า ย - กระบวนการเปลี่ ยนแปลงทางธรณี วิ ทยาทั้ งบนและใต ก ร ะ บ ว น ก า ร เ กิ ด แ ล ะ ลั ก ษ ณ ะ พื้นผิวโลก ทําใหเกิดหินที่มีลักษณะองคประกอบแตกตาง องคประกอบของหิน กันทั้งทางดานกายภาพ และทางเคมี 4.ทดสอบ และสังเกตองคประกอบและ - หินแบงเปน หินอัคนี หินแปรและหินตะกอนหินแตละ สมบัติของหิน เพื่อจําแนกประเภทของ ประเภทมี ค วามสั ม พั น ธ กั น และนํ า ไปใช ป ระโยชน หิน และนําความรูไปใชประโยชน ในทางอุตสาหกรรม การกอสรางและอื่น ๆ 5.ตรวจสอบและอธิ บ าย ลั ก ษณะทาง - เมื่อสภาวะแวดลอมธรรมชาติที่อยูภายใตอุณหภูมิและความดันที่ กายภาพของแร และการนํ า ไปใช เหมาะสม ธาตุและสารประกอบจะตกผลึกเปนแรที่มีลักษณะและ สมบัติตางกัน ซึ่งตองใชวิธีตรวจสอบสมบัติแตละอยางแตกตางกัน ประโยชน
  • 4.
    - แรที่สํารวจพบในประเทศไทยมีหลายชนิด แตละชนิดตรวจสอบ ทางกายภาพไดจากรูปผลึก ความถวงจําเพาะ ความแข็ง ความ วาว แนวแตกเรียบ สีและสีผงของแรและนําไปใชป ระโยชน ตางกันเชนใชทําเครื่องประดับ ใชในดานอุตสาหกรรม 6.สืบคนและอธิบายกระบวนการเกิด - ปโตรเลียม ถานหิน หินน้ํามัน เปนเชื้อเพลิงธรรมชาติที่ ลักษณะและสมบัติของปโตรเลียม ถาน เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา ซึ่งแตละ หิน หินน้ํามัน และการนําไปใช ชนิดจะมีลักษณะ สมบัติและวิธีการนําไปใชประโยชน ประโยชน แตกตางกัน 7.สํารวจและอธิบายลักษณะแหลงน้ํา - แหลงน้ําบนโลก มีทั้งน้ําจืด น้ําเค็ม โดย ธรรมชาติ การใชประโยชนและการ แหลงน้ําจืดมีอยูทั้งบนดิน ใตดน และใน ิ อนุรักษแหลงน้ําในทองถิ่น บรรยากาศ - การใชประโยชนของแหลงน้ํา ตองมีการวางแผนการใช การอนุรักษ การปองกัน การแกไข และผลกระทบ ดวย วิธีการที่เหมาะสม 8.ทดลองเลียนแบบ และอธิบาย การเกิด - แหล งน้ํ าบนดิ นมี ห ลายลัก ษณะขึ้ นอยูกั บ ลัก ษณะภู มิป ระเทศ แหลงน้ําบนดิน แหลงน้ําใตดิน ลักษณะทางน้ํา และความเร็วของกระแสน้ํา ในแตละฤดูกาล - น้ําบนดินบางสวนจะไหลซึมสูใตผิวดิน ถูกกักเก็บไวในชั้นดินและ หิน เกิดเปนน้ําใตดิน ซึ่งสวนหนึ่งจะซึมอยูตามชองวางระหวางเม็ด ตะกอน เรียกวาน้ําในดิน อีกสวนหนึ่ง จะไหลซึมลึกลงไป จนถูก กักเก็บไวตามชองวางระหวางเม็ดตะกอน ตามรูพรุน หรือตามรอยแตก ของหิน หรือชั้นหินเรียกวาน้ําบาดาล - สมบัติของน้ําบาดาลขึ้นอยูกับชนิดของดิน แหลงแรและหิน ที่เปนแหลงกักเก็บ ว 8.1 ม.2/1-9 น้ําบาดาลและชั้นหินอุมน้ํา
  • 5.
    มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน (ชั่วโมง) ว 6.1 ม.2/9-10 - การผุพังอยูกับที่การกรอน การพัดพา การทับถม และการ 4 โลกของเรา 9 . ท ด ล อ ง เ ลี ย น แ บ บ แ ล ะ อ ธิ บ า ย ตกผลึก เปนกระบวนการสําคัญที่ทําใหพื้นผิวโลกเกิดการ กระบวนการผุพังอยูกับที่ การกรอน การพัด เปลี่ยนแปลงเปนภูมิลักษณ ตาง ๆ โดยมีลม น้ํา ธาร พา การทับถม การตกผลึกและผลของ น้ําแข็ง คลื่นและแรงโนมถวงของโลกเปนตัวการสําคัญ กระบวนการดังกลาว 10.สืบคน สรางแบบจําลองและ อธิบาย - โครงสรางของโลกประกอบดวยชันเปลือกโลก ชั้นเนือ ้ ้ โครงสรางและองคประกอบของโลก โลก และชั้นแกนโลก โครงสรางแตละชั้นจะมีลักษณะ และสวนประกอบแตกตางกัน ว 8.1 ม.2/1-9 ว 4.1 ม2/1-2 - แรงเปนปริมาณเวกเตอร เมื่อมีแรงหลายแรงในระนาบ 5 แรงในชีวิตประจําวัน 1.ทดลองและอธิบายการหาแรงลัพธของ เดียวกันกระทําตอวัตถุเดียวกัน สามารถหาแรงลัพธได แรงหลายแรงในระนาบเดี ย วกั น ที่ โดยใชหลักการรวมเวกเตอร กระทําตอวัตถุ 2.อธิบายแรงลัพธที่กระทําตอวัตถุที่หยุด - เมื่อแรงลัพธมีคาเปนศูนยกระทําตอวัตถุที่หยุดนิ่ง วัตถุ นิ่งหรือวัตถุเคลื่อนที่ดวยความเร็วคงตัว นั้นก็จะหยุดนิ่งตลอดไป แตถาวัตถุเคลื่อนที่ดวยความเร็ว คงตัว ก็จะเคลื่อนที่ดวยความเร็วคงตัวตลอดไป ว 8.1 ม.2/1-9
  • 6.
    โครงสรางรายวิชา ว22102 วิทยาศาสตร ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 : 3 ชั่วโมง/สัปดาห จํานวน 1.5 หนวยกิต มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน (ชั่วโมง) อาหารกับการดํารงชีวิต ว 1.1 ม.2/5-6 - แปง น้ําตาล ไขมัน โปรตีน วิตามินซี เปนสารอาหารและ 1 สามารถทดสอบได 5 . ท ด ล อ ง วิ เ ค ร า ะ ห แ ล ะ อ ธิ บ า ย - การบริโภคอาหาร จําเปนตองใหไดสารอาหาร ที่ครบถวนใน สารอาหารในอาหารมีปริมาณพลังงาน สั ดส วนที่ เหมาะสมกั บเพศและวั ย และได รั บ ปริ ม าณ และสัดสวนที่เหมาะสมกับเพศและวัย พลังงานที่เพียงพอกับความตองการของรางกาย 6.อภิปรายผลของสารเสพติดตอระบบ - สารเสพติดแตละประเภทมีผลตอระบบตางๆ ของรางกาย ตาง ๆ ของรางกาย และแนวทางในการ ทํ าให ระบบเหล านั้ นทํ าหน าที่ ผิ ดปกติ ดั งนั้ นจึ งต อง ปองกันตนเองจากสารเสพติด หลีกเลี่ยงการใชสารเสพติด และหาแนวทางในการปองกัน ตนเองจาก สารเสพติด ว 8.1 ม.2/1-9
  • 7.
    มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน (ชั่วโมง) 2 ระบบตางๆในรางกายของ ว 1.1 ม2/1-4 - ระบบยอยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ มนุษยและสัตว 1.อธิบายโครงสรางและการทํางานของ ระบบขับถาย ระบบสืบพันธุ และระบบประสาทของ ระบบ ยอยอาหาร ระบบหมุนเวียน มนุษย ในแตละระบบ ประกอบดวยอวัยวะหลายชนิดที่ เลือด ระบบหายใจ ระบบขับถาย ทํางานอยางเปนระบบ ระบบสืบพันธุ ของมนุษยและสัตว - ระบบยอยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ รวมทั้งระบบประสาทของมนุษย ระบบขับถาย ระบบสืบพันธุของสัตว ประกอบดวย อวัยวะหลายชนิดที่ทํางานอยาง เปนระบบ 2.อธิบายความสัมพันธของระบบตางๆ - ระบบยอยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ข อ ง ม นุ ษ ย แ ล ะ นํ า ค ว า ม รู ไ ป ใ ช ระบบขับถาย ระบบสืบพันธุของมนุษยในแตละระบบมี ประโยชน การทํางานที่สัมพันธกันทําใหมนุษยดํารงชีวิตอยูไดอยาง ปกติ ถ า ระบบใดระบบหนึ่งทํางานผิด ปกติ ยอมส งผล กระทบตอระบบอื่นๆ ดังนั้นจึงตองมีการดูแลรักษาสุขภาพ 3.สั ง เกตและอธิ บ ายพฤติ ก รรมของ - แสง อุ ณ หภู มิ และการสั ม ผั ส จั ด เป น สิ่ ง เร า ภายนอก มนุ ษ ย แ ละสั ต ว ที่ ต อบสนองต อ สิ่ ง เร า สวนการเปลี่ยนแปลงระดับสารใน รางกาย เชน ฮอรโมน ภายนอกและภายใน จัดเปนสิ่งเราภายใน ซึ่งทั้ง สิ่งเราภายนอกและสิ่งเราภายใน มี ผ ลต อ มนุ ษ ย แ ละสั ต ว ทํ า ให แ สดงพฤติ ก รรมต า งๆ ว 8.1 ม.2/1-9 ออกมา
  • 8.
    มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน (ชั่วโมง) 4.อธิ บ ายหลั ก การและผลของการใช - เทคโนโลยี ชี ว ภาพเป น การใช เ ทคโนโลยี เ พื่ อ ทํ า ให เทคโนโลยี ชี ว ภาพในการขยายพั น ธุ สิ่งมีชีวิตหรือองค ประกอบของสิ่งมีชีวิต มีสมบัติตาม ปรับปรุงพันธุ และเพิ่มผลผลิตของสัตว ตองการ และนําความรูไปใชประโยชน - การผสมเทียม การถ ายฝากตัวออน การโคลน เปนการใช เทคโนโลยีชีวภาพในการขยายพันธุ ปรับปรุงพันธุ และเพิ่ม ผลผลิตของสัตว แสง ว5.1 ม2/1-3 - เมื่อแสงตกกระทบผิววัตถุหรือตัวกลางอีก ตัวกลางหนึ่ง 3 1.ทดลองและอธิบายการสะทอนของแสง แสงจะเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่โดยการสะทอนของแสง การหักเหของแสง และนําความรูไปใช หรือการหักเหของแสง ประโยชน - การนําความรูเกี่ยวกับการสะทอนของแสง และการหักเห ของแสงไปใช อ ธิ บ ายแว น ตา ทั ศ นอุ ป กรณ กระจก เสนใยนําแสง 2.อธิบายผลของความสวางที่มีตอมนุษย - นัย น ต าของคนเราเป น อวั ย วะใชม องดู สิ่ง ต า งๆ นั ย น ต ามี และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ องคประกอบสําคัญหลายอยาง - ความสวางมีผลตอนัยนตามนุษย จึงมีการนําความรูเกี่ยวกับ ความสวางมาชวยในการจัดความสวางใหเหมาะสมกับการ ทํางาน - ออกแบบวิธีการตรวจสอบวาความสวางมีผลตอสิ่งมีชีวิต อื่น
  • 9.
    มาตรฐานการเรียนรู / ตัวชี้วัด เวลา ที่ ชื่อหนวยการเรียนรู สาระสําคัญ คะแนน (ชั่วโมง) 3.ทดลองและอธิบายการดูดกลืนแสงสี - เมื่อแสงตกกระทบวัตถุ วัตถุจะดูดกลืนแสงสีบางสีไว และ การมองเห็นสีของวัตถุ และนําความรูไป สะทอนแสงสีที่เหลือออกมาทําใหเรามองเห็นวัตถุเปนสี ใชประโยชน ตาง ๆ - การนําความรูเกี่ยวกับการดูดกลืนแสงสีการมองเห็นสีของ วัตถุไปใชประโยชนในการถายรูปและในการแสดง ว 8.1 ม.2/1-9 -
  • 10.
    ๑๐ ว 8.1 ม.2/1-9 1. ตั้งคําถามที่กําหนดประเด็นหรือตัวแปรที่สําคัญในการสํารวจตรวจสอบ หรือศึกษาคนควาเรื่องที่สนใจไดอยางครอบคลุมและเชื่อถือได 2. สรางสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบไดและวางแผนการสํารวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี 3. เลือกเทคนิควิธีการสํารวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ไดผลเที่ยงตรงและปลอดภัย โดยใชวัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม 4. รวบรวมขอมูล จัดกระทําขอมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ 5. วิเคราะหและประเมินความสอดคลองของประจักษพยานกับขอสรุป ทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแยงกับสมมติฐาน และความผิดปกติของขอมูลจากการสํารวจ ตรวจสอบ 6. สรางแบบจําลอง หรือรูปแบบ ที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการสํารวจตรวจสอบ 7. สรางคําถามที่นําไปสูการสํารวจตรวจสอบ ในเรื่องที่เกี่ยวของ และนําความรูที่ไดไปใชในสถานการณใหมหรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของ โครงงานหรือชิ้นงานใหผูอื่นเขาใจ 8. บันทึกและอธิบายผลการสังเกต การสํารวจ ตรวจสอบ คนควาเพิ่มเติมจากแหลงความรูตาง ๆ ใหไดขอมูลที่เชื่อถือได และยอมรับการ เปลี่ยนแปลงความรูที่  คนพบเมื่อมีขอมูลและประจักษพยานใหมเพิ่มขึ้นหรือโตแยงจากเดิม 9. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานใหผูอื่นเขาใจ