การออกแบบการจัด การเรีย นรู้อ ิง มาตรฐาน ตามหลัก สูต ร
       แกนกลางการศึก ษาขั้น พื้น ฐาน พ.ศ.2551
การจัด การเรีย นรู้ เพื่อ ให้ผ ู้เ รีย นเรีย นรู้อ ย่า งเข้า ใจ
       Grant Wiggins และ Jay McThighe ได้เสนอวงจรการ
จัดการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างเข้าใจในแต่ละเรื่องไว้
ดังนี้

              1.ได้ร ับ                             2.สรุป เป็น
              ความรู้                               องค์ค วาม
              ความรู้                                   รู้
                                   การ
                                  เรีย นรู้
                                   อย่า ง
                                  เข้า ใจ
                             3.นำา ความรู้ไ ป
                                  ใช้ใ น
                              สถานการณ์
                             ใหม่ท ี่ส ัม พัน ธ์
                             กับ ชีว ิต ประจำา
       ในการจัดการเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ถ้าจะให้ผู้เรียนได้เรียนรู้
                                    วัน
อย่างเข้าใจแล้ว ครูต้องจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้รับความรู้โดยการให้
ผู้เรียนศึกษาหาความรู้จากกิจกรรมที่ครูจัดให้ ไม่ใช่ครูบอกความรู้
หรือครูบอกความเข้าใจของครูให้กับผู้เรียน จากนั้น ครูจัดกิจกรรมให้
ผู้เรียนสรุปความรู้ที่ได้รับเป็นองค์ความรู้(อย่างเข้าใจ)เป็นภาษาของ
ตนเอง เพื่อให้เป็นองค์ความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวของผู้เรียน และสุดท้าย
ต้องจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้นำาองค์ความรู้นี้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่
ที่เป็นสถานการณ์ที่เป็นสภาพจริง สอดคล้องกับชีวิตประจำาวัน หรือ
สอดคล้องกับการดำารงชีวิต เป็นการนำาความรู้ ความเข้าใจ ที่ได้รับไป
ใช้ในการดำารงชีวิต จึงจะครบกระบวนการจัดการเรียนรู้สำาหรับเรื่อง
หนึ่ง ๆ ที่เป็นการจัด การเรียนรู้ที่มีความหมายสำาหรับผู้เรียน และ
เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนเรียนรู้เรื่องที่เรียนอย่างเข้าใจ ได้
องค์ความรู้ หรือเป็นความเข้าใจที่ฝังอยู่ในตัวของผู้เรียน ที่เรียกว่า “
ความเข้าใจที่คงทน(Enduring understanding)”
การออกแบบการจัด การเรีย นรู้อ ิง มาตรฐาน

ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                          กุม ภาพัน ธ์ 2552.
2

       การออกแบบการจัดการเรียนรู้อิงมาตรฐาน เป็นการออกแบบการ
จัดการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด เป็นเป้าหมายของการ
จัดการเรียนรู้ การจัด ทำา หน่ว ยการเรีย นรู้อ ิง มาตรฐาน เป็นหน่วย
การเรียนรู้ที่มีมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด เป็นเป้าหมายการเรียนรู้ของ
หน่วยฯ ในการออกแบบ                  การจัดการเรียนรู้อิงมาตรฐาน ครูผู้
สอนต้องจัดทำาโครงสร้า งรายวิช า ก่อน ซึ่งมีขั้นตอนการดำาเนินการ
ดังนี้
           1. จัดทำาโครงสร้างรายวิชา
           2. กำาหนดเป้าหมายการจัดการเรียนรู้
           3. กำาหนดหลักฐานที่เป็นผลการเรียนรู้ตามเป้าหมายที่
               กำาหนด(ออกแบบการประเมินผล
การเรียนรู้ และกำาหนดผลงาน/ชิ้นงาน/ภาระงาน)
           4. ออกแบบการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถ
               ตามเป้าหมายที่กำาหนด(โดย
ตรวจสอบผลการจัดการเรียนรู้จาก “หลักฐานที่เป็นผลการเรียนรู้”
       การจัด ทำา โครงสร้า งรายวิช า
           เมื่อได้รายวิชาลงโครงสร้างของหลักสูตรสถานศึกษา
       เรียบร้อยแล้ว ครูผู้สอนจัดทำา
โครงสร้างรายวิชาโดยดำาเนินการ ดังนี้

   วิเ คราะห์ต ัว ชี้ว ัด ในคำา อธิบ ายรายวิช า สาระการเรีย นรู้
           แกนกลาง/ท้อ งถิ่น ของวิช าที่ร ับ ผิด ชอบ
           กำา หนดมาตรฐานและตัว ชี้ว ัด ที่จ ะใช้แ ต่ล ะ
                หน่ว ยการเรีย นรู้แ ละตั้ง ชื่อ หน่ว ยฯ
                         ตั้ง ชื่อ หน่ว ยฯ ให้น ่า
                             สนใจต่อ ผู้เ รีย น
                         กำา หนดสาระสำา คัญ
                         สำา หรับ แต่ล ะหน่ว ยฯ
                 กำา หนดเวลาที่ใ ช้ส อน และกำา หนดนำ้า
                      หนัก คะแนนของแต่ล ะหน่ว ยฯ
     1. กำา หนดชื่อ หน่ว ยการเรีย นรู้ โดยพิจารณาคำา/ข้อความ
         สำาคัญ(Key words) หรือเนื้อหา
ในตัวชี้วัดของรายวิชามาจัดกลุ่ม โดยนำาตัวชี้วัดที่มีเนื้อหาอยู่ในกลุ่ม
เดียวกัน หรือเป็นเรื่องเดียวกัน        มารวมกันจัดเป็น 1 หน่วย
การเรียนรู้ ซึ่งใน 1 รายวิชาจะมีหลายหน่วยฯ และแต่ละหน่วยฯ จะมี

ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
3

ตัวชี้วัดซำ้าหรือไม่ซำ้ากันก็ได้ อยู่ในดุลพินิจของผู้สอน แต่เวลาที่ใช้
จัดการเรียนรู้รวมทั้งหมด ต้อง ไม่เกินจำานวนชั่วโมงที่กำาหนดใน
โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา แล้วตั้งชื่อหน่วยให้น่าสนใจสำาหรับผู้
เรียน
       2. ระบุม าตรฐานการเรีย นรู้ และตัว ชี้ว ัด ที่นำามาจัดทำาเป็น
          หน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วย
การเรียนรู้ โดยเขียนรหัสมาตรฐาน ระดับชั้นและตัวชี้วัดที่นำามาจัดทำา
หน่วยฯ ทั้งหมด โดยเขียนเป็นรหัส ดังนี้
ว 1.1 ป. 1/2
            ป.1/2          หมายถึง ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ข้อที่
      2
            1.1            หมายถึง สาระที่ 1 มาตรฐานข้อที่ 1
            ว              หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ว 1.1 ม. 1/2
            ม.1/2         หมายถึง ตัวชี้วัดชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ข้อที่
      2
            1.1            หมายถึง สาระที่ 1 มาตรฐานข้อที่ 1
            ว              หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ว 1.1 ม. 4-6/1
              ม.4-6/1     หมายถึง ตัวชี้วัดชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
       ข้อที่ 1
              1.1          หมายถึง สาระที่ 1 มาตรฐานข้อที่ 1
              ว            หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
       3. กำา หนดสาระสำา คัญ สำาหรับแต่ละหน่วยการเรียนรู้ เป็น
          ข้อความที่ระบุว่าผู้เรียนรู้อะไร
มีทักษะอะไร (อาจจะมีคุณลักษณะอย่างไรด้วย) และหน่วยนี้มีคุณค่า
ต่อผู้เรียนอย่างไรในระยะสั้นและระยะยาวโดยร้อยเรียงข้อมูลของทุก
ตัวชี้วัด และเขียนเป็น Concept ภาพรวมของหน่วยฯ ที่ตองการให้
                                                          ้
เป็นองค์ความรู้ เป็นความเข้าใจที่ฝังติดตัวผู้เรียนไปเป็นเวลานาน และ
สามารถนำามาใช้ได้เมื่อต้องการ ซึ่งมีวิธีเขียน 4 แนวทาง ได้แก่
          3.2      เขีย นลัก ษณะหลัก เกณฑ์ หรือ หลัก การ เช่น
               “พืชตอบสนองต่อแสง เสียง และ
การสัมผัส ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมภายนอก” “การบวก คือการนำา
จำานวนตั้งแต่สองจำานวนขึ้นไปมารวมกัน จำานวนที่ได้จากการรวม
จำานวนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เรียกว่า ผลรวม หรือ ผลบวก และใช้
เครื่องหมาย + เป็นสัญลักษณ์แสดงการบวก”

ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
4

           3.3       เขีย นลัก ษณะความคิด รวบยอด เช่น “พืชและ
               สัตว์ต้องการอาหาร นำ้าและอากาศ
เพื่อการดำารงชีวิต และการเจริญเติบโต” หรือ เขีย นแบบความ
เข้า ใจที่ค งทน เช่น“ความเข้าใจจำานวนนับ สัญลักษณ์ที่ใช้ใน
สมการ การบวกลบคูณหารจำานวนนับ และความเท่ากัน ทำาให้สามารถ
แก้ปัญหาภายใต้ข้อจำากัดต่าง ๆ ในชีวิตประจำาวันได้” “การดำารงชีวิต
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงโดยประยุกต์ใช้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียงทำาให้ชีวิตมีความสุข”
           3.4       เขีย นลัก ษณะกระบวนการ (กรณีที่ภาพรวมของ
               หน่วยฯ เน้นกระบวนการ) เช่น
หน่วยฯ นี้เน้นกระบวนการแก้ปัญหา เขียนสาระสำาคัญได้ คือ “การ
วิเคราะห์สาเหตุ ของปัญหาอย่างกว้างขวางหลายมิติ กำาหนดทาง
เลือกในการแก้สาเหตุของปัญหาอย่างหลากหลาย เลือกทางเลือก ใน
การแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม ดำาเนินการแก้ปัญหาตามทางเลือกที่
กำาหนด ประเมินและปรับปรุง การแก้ปัญหาอย่างรอบคอบเป็นระยะ ๆ
ช่วยให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
           3.5       เขีย นลัก ษณะความสัม พัน ธ์ เช่น “วิธีการดำารง
               ชีวิตของมนุษย์ มีผลกระทบต่อ
ระบบนิเวศในสายนำ้า”
       4. กำา หนดระยะเวลา (จำานวนชั่วโมง)สำาหรับแต่ละหน่วยการ
           เรียนรู้ รวมทุกหน่วยฯ แล้ว
มีจำานวนชั่วโมงเท่ากับจำานวนชั่วโมงของรายวิชา
       5. กำา หนดนำ้า หนัก คะแนน ของแต่ละหน่วยการเรียนรู้ตาม
           ความสำาคัญของแต่ละหน่วยฯ
เพื่อการกำาหนดคะแนนสำาหรับการประเมินผลการเรียนรู้ของแต่ละ
หน่วยฯ ให้เหมาะสมตามความสำาคัญของแต่ละหน่วยฯ
       การจัดทำาโครงสร้างรายวิชา อาจจะใช้แบบฟอร์มในการบันทึก
       ดังต่อไปนี้
                       การจัด ทำา โครงสร้า งรายวิช า
โครงสร้างรายวิชา................................................ กลุ่มสาระ
การเรียนรู้..........................................
ชั้น.................................. เวลา..............ชั่วโมง
จำานวน............หน่วยกิต ภาคเรียนที่.....................
ท ชื่อหน่วยการ มฐ. ตัวชี้                 สาระสำาคัญ           เวลา( นำ้า
ีี      เรียนรู้            วัด                                ชั่วโม หนัก
ี่                                                                ง)  คะแ

ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
5

                                                                   นน




                  รวมตลอดปี/ภาค
       การจัด ทำา หน่ว ยการเรีย นรู้
       การจัดทำาหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน เป็นหน่วยการเรียนรู้ที่มี
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด เป็นเป้าหมายของหน่วยฯ ขั้นตอนนี้
เป็นขั้นตอนสำาคัญที่สุดของการใช้หลักสูตรสถานศึกษา เป็นการนำา
มาตรฐานการเรียนรู้สู่การปฏิบัติในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้
เรียน
       การออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ สพฐ.แนะนำา คือ ออกแบบการ
จัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค Backward Design ซึ่งมี 3 ขันตอน ้
ใหญ่ ๆ ได้แก่
            1) กำาหนดเป้าหมายการเรียนรู้
            2) กำาหนดหลักฐานที่เป็นผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้า
               หมายการเรียนรู้ที่กำาหนด
            3) ออกแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีผลการเรียนรู้
               ตามเป้าหมายที่กำาหนด




       ขั้น ที่ 1 กำา หนดเป้า หมายการเรีย นรู้ จากที่เป็นหน่วยการ
       เรียนรู้อิงมาตรฐาน เป้าหมาย
การเรียนรู้ของหน่วยฯ ได้แก่
ชื่อ หน่ว ย....................................................
เป้า หมายการเรีย นรู้
สาระสำา คัญ ........................(นำามาจากโครงสร้าง
รายวิชา).................................
ตัว ชี้ว ัด ...........(นำามาจากโครงสร้างรายวิชาเขียนรหัสและราย
ละเอียดของแต่ละตัวชี้วัด)..................
คุณ ลัก ษณะ...(นำามาจากตารางการวิเคราะห์ตัวชี้วัดเพื่อจัดทำาคำา
อธิบายรายวิชา หรืออาจจะเลือกคุณลักษณะที่สำาคัญและเด่น กำาหนด
เป็นคุณลักษณะของหน่วยฯ)..................
ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
6

     ขั้น ที่ 2 กำา หนดหลัก ฐานที่เ ป็น ผลการเรีย นรู้ข องผู้เ รีย น
เป็นการนำาเป้าหมายทุกเป้าหมาย(สาระสำาคัญ ตัวชี้วัดทุกตัวชี้วัด และ
คุณลักษณะ) มากำาหนดหลักฐานที่เป็นผลการเรียนรู้ของผู้เรียน อาจ
จะใช้ตาราง ดังนี้
           เป้า หมาย                     หลัก ฐานที่เ ป็น ผลการเรีย น
                                                           รุ้
สาระสำา คัญ                                (ผลงาน/ชิ้นงาน/ภารเงาน)
....................................... ........................................
............................            ..................................
ตัว ชี้ว ัด                                (ผลงาน/ชิ้นงาน/ภารเงาน)
ว 1.1 ป.1/1....................... ........................................
.....................................   ...................................
คุณ ลัก ษณะ                                (ผลงาน/ชิ้นงาน/ภารเงาน)
....................................... ………………………………
....................................              ………………..
       การกำาหนดหลักฐานที่เป็นผลการเรียนรู้ เป็นการประเมินผลการ
เรียนรู้ของผู้เรียน โดยการออกแบบการประเมินผลการเรียนรู้ให้
เหมาะสม ซึ่งโดยทั่วไปได้กำาหนดเป็น 6 เทคนิคของการประเมินผล
การเรียนรู้ ดังนี้
       1. Selected Response หมายถึง ข้อสอบปรนัยเลือกตอบ
จับคู่ ถูกผิด
       2. Constructed Response หมายถึง ข้อสอบเติมคำา หรือ
เติมข้อความ หรือเขียน Mind map
       3. Essay หมายถึง เขียนบรรยาย เขียนเรียงความ เขียนเล่า
เรื่อง เขียนรายงาน
       4. School Product/Performance หมายถึง การแสดง
หรือการปฏิบัติในสถานศึกษา เช่น โต้วาที พูดสนทนาภาษาอังกฤษ
ทดลองทางวิทยาศาสตร์ อ่าน... แสดงบทบาทสมมุติ(Role play)…
ประกอบอาหาร.. สืบค้นข้อมูล......(โดยใช้ internet ในโรงเรียน)
       5. Contextual Product/Performance หมายถึง การแสดงใน
สถานการณ์จริง หรือสภาพชีวิต
จริงนอกสถานศึกษา เช่น “สำารวจราคาพืชผักในตลาด สรุป และนำาเสนอ
ผลการสำารวจ” “สำารวจสินค้า OTOP สรุป และนำาเสนอผลการสำารวจ”
“สัมภาษณ์ชาวต่างประเทศ แล้วเขียนรายงานส่ง หรือนำามาเล่าให้เพื่อน
นักเรียนฟังในชั่วโมง”

ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
7

       6. On-going Tools หมายถึง เป็นหลักฐานแสดงการเรียนรู้
ของผู้เรียน ที่มีการประเมินผู้เรียนตลอดเวลา ทุกวัน เช่น ผู้เรียน
บันทึกพฤติกรรม........ หรือการสังเกตพฤติกรรม......ของผู้เรียน
ตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่น จนหลับนอนทุกวัน
       ใน 1 เป้าหมายการเรียนรู้ อาจจะมีหลักฐาน(ผลงาน/ชิ้นงาน/
ภาระงาน)มากกว่า 1 อย่างก็ได้ เพื่อเป็นการยืนยัน สร้างความมั่นใจ
ให้กับครูผู้สอนว่า ผู้เรียนมีความเข้าใจในเรื่องนั้น ๆ จริง และหลัก
ฐานที่เป็นผลการเรียนรู้ 1 อย่าง อาจจะตอบได้หลายเป้าหมายก็เป็น
ได้ ก็เขียนซำ้ากันหลายเป้าหมายได้ เนื่องจากเป็นหลักฐานที่เป็นผล
การเรียนรู้ของผู้เรียนที่ชัดเจน
       ขั้น ที่ 3 ออกแบบการจัด การเรีย นรู้ แนวดำาเนินการ ดังนี้
               1) จัดลำาดับหลักฐานที่เป็นผลการเรียนรู้ โดยนำาหลักฐานที่
                  เป็นผลการเรียนรู้ทั้งหมด
ที่ระบุในในขั้นที่ 2 (หลักฐานที่ซำ้ากัน ให้นำามาจัดลำาดับครั้งเดียว)
ตามลำาดับที่ครูผู้สอนจะทำาการสอนผู้เรียน ให้เป็นลำาดับให้เหมาะสม
               2) กำาหนดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยนำาหลักฐานที่
                  เป็นผลการเรียนรู้เป็นหลัก
ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนทำาภาระกิจ หรือ
ผลิตผลงาน/ชิ้นงานได้ตามที่กำาหนดใน ขั้นที่ 2 ด้วยตัวของผู้เรียน
เอง โดยครูเป็นคนกำาหนดกิจกรรมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่าง
เข้าใจ แล้วทำางานได้บรรลุเป้าหมายการจัดการเรียนรู้ของหน่วยฯที่
กำาหนด โดยอาจจะออกแบบตารางบันทึก ดังนี้
    หลัก ฐาน             กิจ กรรมการเรีย นรู้             สื่อ  ชั่ว โ
                                                       อุป กรณ์  มง
1................ กิจ กรรมที่ 1(เขียน
................. กิจกรรมหลัก ๆ)
2................ 1................................
................     ............................
                     2................................
                     ............................
3................ กิจ กรรมที่ 2
................     1................................
                     ..............................
                     2................................
                     ..............................


ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
8

       ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ 1 ชุดของกิจกรรม อาจจะ
ทำาให้ผู้เรียนมีผลงาน/ชิ้นงาน/ ทำาภาระงานได้ตามหลักฐานที่กำาหนด
หลายหลักฐาน(หลักฐานหลายรายการ)ก็ได้ หรือ 1 หลักฐาน ต่อ 1
ชุดของกิจกรรมก็ได้ อยู่ในดุลพินิจของผู้สอน และขณะออกแบบ
กิจกรรมการเรียนรู้ ครูควรออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนา
สมรรถนะ 5 สมรรถนะตามที่กำาหนดในหลักสูตรแกนกลางฯให้แก่
ผู้เรียนด้วย
       เมื่อออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ได้ครบทุกหลักฐานแล้ว ให้นำา
ข้อมูลทั้งหมดตั้งแต่เริ่มกำาหนดหน่วยฯ มาเขียนรายละเอียดลักษณะ
เดียวกับแผนการจัด การเรีย นรู้ และแผนการจัดการเรียนรู้ที่แนะนำา
คือเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ใหญ่ 1 แผนฯ ต่อ 1 หน่วยการเรียนรู้
โดยในขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ให้แยกกิจกรรม 1 ช่วง(นำาเข้าสู่บท
เรียน-สอน-สรุปประเมิน) ให้ตรงกับจำานวนชั่วโมงในตารางสอน โดย
อาจจะให้มีองค์ประกอบ ดังนี้
                           แผนการจัด การเรีย นรู้ท ี่...
กลุ่ม สาระการเรีย น
รู้....................................................................รายวิช า.....
.....................................
ชั้น ..........................ภาคเรีย นที่.............................ปีก าร
ศึก ษา..........................................................
ชื่อ หน่ว ยการเรีย น
รู้.....................................................................................
............เวลา.........ชั่ว โมง
มาตรฐานการเรีย นรู้
        ...............................................................................
..............................................................
ตัว ชี้ว ัด
        ...............................................................................
.............................................................
สาระสำา คัญ
        ...............................................................................
...............................................................
สาระการเรีย นรู้(วิเคราะห์จากตัวชี้วัดทั้งหมดของหน่วยฯ)
        ความรู้
        ...............................................................................
............................................................
ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
9

       ทัก ษะ/กระบวนการ
       ...............................................................................
.............................................................
       คุณ ลัก ษณะ
       ...............................................................................
............................................................
กิจ กรรมการเรีย นรู้
       ...............................................................................
...........................................................
สื่อ อุป กรณ์ และแหล่ง การเรีย นรู้
       ...............................................................................
...........................................................
การวัด และประเมิน ผลการเรีย นรู้
   เป้า หมาย            หลัก ฐาน                วิธ ีว ัด       เครื่อ งมือ วัด
สาระสำา คัญ
.................. .................. .................. ..................
...............      .................. ................. ................
ตัว ชี้ว ัด
ว 1.1 ป.1/1 .................. .................. ..................
                     ................. ................. ...............
ว 1.1 ป.1/2 .................. .................. ..................
                     ................     ................     ...............
คุณ ลัก ษณะ
.................. .................. .................. ..................
................. ................        ................. ................
       จากนี้ ครูผู้สอนต้องสร้างเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้ของผู้
เรียนตามที่กำาหนดข้างบนให้ครบ

การประเมิน หน่ว ยการเรีย นรู้
      เมื่อครูผู้สอนออกแบบการจัดการเรียนรู้เรียบร้อยแล้ว ควรให้ผู้
เชี่ยวชาญ(ครูสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้เดียวกัน)อย่างน้อย 3 คน
ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง เหมาะสมของหน่วยการจัดการเรียนรู้
ที่จะนำาไปจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน โดยอาจจะใช้แบบประเมิน ดังนี้
          แบบประเมิน การจัด ทำา หน่ว ยการจัด การเรีย นรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้................................................ชื่อหน่วยการ
จัดการเรียนรู้....................................
ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
10

ชั้น............................เวลา..........................ครูผู้
สอน....................................................................
คำา ชี้แ จง โปรดทำาเครื่องหมาย ลงในชื่อที่ตรงกับความคิดเห็นของ
ท่าน
4 หมายถึง เหมาะสมมากที่สุด                             3 หมายถึง เหมาะสม
มาก
2 หมายถึง เหมาะสมน้อย                                  1 หมายถึง เหมาะสม
น้อยที่สุด
                         รายการ                               ความเหมาะ
                                                                     สม
                                                              4 3 2 1
1.ชื่อหน่วยฯ กระทัดรัด ชัดเจน ครอบคลุม
เนื้อหาสาระ น่าสนใจ
2.มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดมีความเชื่อม
โยงกันอย่างเหมาะสม
3.ความสอดคล้องของสาระสำาคัญ กับมาตรฐาน
การเรียนรู้ และตัวชี้วัด
4.ความครอบคลุมของสาระสำาคัญกับตัวชี้วัด
ทั้งหมดของหน่วยฯ
5.ความเหมาะสมของจำานวนชั่วโมง
6.ความครบถ้วนของสาระการเรียนรู้กับตัวชี้วัด
7.ความครบถ้วนของทักษะ/กระบวนการกับตัวชี้
วัด
8.ความครบถ้วนของคุณลักษณะกับตัวชี้วัด
9.ความเหมาะสมของหลักฐานผลการเรียนรู้กับ
เป้าหมายของหน่วยฯ
10.กิจกรรมการเรียนรู้ สามารถทำาให้ผู้เรียนมี
ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ และคุณลักษณะ
ครบตามตัวชี้วัดของหน่วยฯ และเน้นสมรรถนะ
สำาคัญที่หลักสูตรแกนกลางฯ กำาหนด
11.ความเหมาะสมของสื่อ อุปกรณ์ และแหล่ง
การเรียนรู้

ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
11

12.ความเหมาะสมของวิธีการวัด และประเมินผล
การเรียนรู้
13.ความเหมาะสมของเครื่องมือวัด และประเมิน
ผลการเรียนรู้
14.ความเหมาะสมของเกณฑ์การวัด และ
ประเมินผลการเรียนรู้
15.หน่วยการเรียนรู้สามารถนำาไปจัดการเรียนรู้
ให้กับผู้เรียนได้จริง
      รวมคะแนน/สรุป ผลการประเมิน
               หรือ คะแนนเฉลี่ย

เกณฑ์ก ารตัด สิน คุณ ภาพของหน่ว ยการเรีย นรู้
กรณีใ ช้ค ะแนนรวม
      คะแนน 15-30 หมายถึง ปรับปรุง           คะแนน 31-40 หมาย
ถึง พอใช้
      คะแนน 41-50 หมายถึง ดี                 คะแนน 51-60 หมาย
ถึง ดีมาก
กรณีใ ช้ค ะแนนเฉลี่ย
      คะแนนเฉลี่ย 1.00-1.75 หมายถึง ปรับปรุง                คะแนน
เฉลี่ย 1.76-2.50 หมายถึง พอใช้
      คะแนนเฉลี่ย 2.51-3.25 หมายถึง ดี                 คะแนนเฉลี่ย
3.26-4.00 หมายถึง ดีมาก
      เมื่อหน่วยการเรียนรู้ที่ได้ออกแบบมีคุณภาพผ่านเกณฑ์การ
ประเมินแล้ว ครูผู้สอนจึงนำาไปจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน เพื่อให้ผู้
เรียนมีความรู้ความสามารถตามที่หลักสูตรสถานศึกษากำาหนด และมี
คุณภาพตามที่ สพท.ได้มุ่งหมายไว้
ตัว อย่า งการออกแบบการจัด การเรีย นรู้ว ิช าวิท ยาศาสตร์ ชั้น
ประถมศึก ษาปีท ี่ 6
(ปรับปรุงจากหน่วยการจัดการเรียนรู้ที่จัดทำาโดย นายประยูร อุ่นเรือน
ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนวัดสันต้นธง สพท.ลำาพูน เขต 1)
จัด ทำา โครงสร้า งรายวิช า ดำาเนินการ ดังนี้



ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
12




ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
โครงสร้า งรายวิช าวิท ยาศาสตร์ ระดับ ชั้น ประถมศึก ษาปที่ 6 เวลา 80 ชั่ว โมง จำา นวน 2
                                            หน่ว ยกิต
                          มาตรฐาน                                                             เวลา       นำ้า
ลำา ดั    ชื่อ หน่ว ย    การเรีย นรู้ /                          สาระสำา คัญ                  (ชั่ว โ   หนัก
บที่      การเรีย นรู้     ตัว ชี้ว ัด                                                         มง)      คะแน
                                                                                                         น
 1.      กลไกอัตโนมัติ ว 1.1 ป. 6/1       การได้รับสารอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสมกับวัย ทำาให้    10       12.5
         ในร่างกาย        ว 1.1 ป. 6/2    ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำางานเป็นปกติ ส่งผลให้                    0
         มนุษย์           ว 1.1 ป. 6/3    ร่างกายเจริญเติบโตอย่างปกติสมวัย
                          ว 8.1 ป.
                          6/1-8
 2.      กลุ่มสิ่งมีชีวิต ว 1.2 ป. 6/1    ความเข้าใจความสัมพันธ์ของการอยู่ร่วมกัน ของสิ่งมี    14       17.5
         ในโลกล้วน        ว 1.2 ป. 6/2    ชีวิตในแหล่งต่าง ๆ ทำาให้มนุษย์สามารถจัดการกับ                 0
         เกี่ยวข้อง       ว 1.2 ป. 6/3    ระบบนิเวศได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ชีวิตต่าง ๆ ใน
         สัมพันธ์กัน      ว 2.1 ป. 6/1    โลกอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล
                          ว 2.1 ป. 6/2
                          ว 2.1 ป. 6/3
                          ว 8.1 ป.
                          6/1-8



ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1.               กุม ภาพัน ธ์
2552.
14




                         มาตรฐาน                                                             เวลา       นำ้า
ลำา ดั ชื่อ หน่ว ย      การเรีย นรู้ /                           สาระสำา คัญ                 (ชั่ว โ   หนัก
บที่ การเรีย นรู้         ตัว ชี้ว ัด                                                         มง)      คะแน
                                                                                                        น
 3.    ทรัพยากรธรร      ว 2.2 ป.   6/1    การอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่าง    12       15.0
       มชาติและสิ่ง     ว 2.2 ป.   6/2    ถูกวิธี ทำาให้มนุษย์ มีทรัพยากรธรรมชาติไว้ใช้                  0
       แวดล้อมอัน       ว 2.2 ป.   6/3    ประโยชน์อย่างเพียงพอ และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มี
       ลำ้าค่า          ว 2.2 ป.   6/4    คุณภาพดีอย่างยั่งยืน
                        ว 2.2 ป.   6/5
                        ว 6.1 ป.   6/3
                        ว 8.1 ป.
                        6/1-8
 4.    สารและสสาร       ว 3.1 ป.   6/1 ความเข้าใจคุณสมบัติของสารชนิดต่าง ๆ ทำาให้             14       17.5
       มีคุณสมบัติ      ว 3.1 ป.   6/2 สามารถใช้ประโยชน์จากสารต่าง ๆ ในชีวิตประจำาวัน                   0
       เฉพาะตัว         ว 3.1 ป.   6/3 ได้อย่างปลอดภัย
                        ว 3.1 ป.   6/4
                        ว 3.1 ป.   6/5
                        ว 3.2 ป.   6/1


ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1.
กุม ภาพัน ธ์ 2552.
15


                        ว 3.2 ป. 6/2
                        ว 3.2 ป. 6/3
                        ว 8.1 ป.
                        6/1-8

                         มาตรฐาน                                                               เวลา       นำ้า
ลำา ดั ชื่อ หน่ว ย      การเรีย นรู้ /                           สาระสำา คัญ                   (ชั่ว โ   หนัก
บที่ การเรีย นรู้         ตัว ชี้ว ัด                                                           มง)      คะแน
                                                                                                          น
 5.    พลังงานและ         ว 5.1 ป.   6/1   การใช้ไฟฟ้า และการต่อวงจรไฟฟ้าเพื่อการใช้            10       12.5
       ไฟฟ้าปัจจัย        ว 5.1 ป.   6/2   ประโยชน์เฉพาะต่าง ๆ ในการดำารงชีวิตประจำาวัน                    0
       พื้นฐานของ         ว 5.1 ป.   6/3   อย่างเข้าใจ และระมัดระวัง ทำาให้สามารถใช้ประโยชน์
       ชีวิต              ว 5.1 ป.   6/4   จากไฟฟ้าอย่างประหยัด ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ
                          ว 5.1 ป.   6/5
                          ว 8.1 ป.
                          6/1-8
 6.    หินกับโลกความ ว 6.1 ป.        6/1 ความเข้าใจลักษณะของหินตลอดจนภัยพิบัติที่เกิดจาก         8       10.0
       สัมพันธ์เมื่อครั้ง ว 6.1 ป.   6/2 การเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก ทำาให้สามารถใช้ชีวิต                  0
       ดึก      ดำา       ว 6.1 ป.   6/3 ได้อย่างปลอดภัย
       บรรพ์              ว 8.1 ป.
                          6/1-8


ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1.
กุม ภาพัน ธ์ 2552.
16


 7.    อวกาศและ         ว 7.1 ป. 6/1 ความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในอวกาศและ       12   15.0
       ความก้าวหน้า     ว 7.2 ป. 6/1 ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอวกาศ ทำาให้               0
       ของ              ว 8.1 ป.     สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันได้อย่าง
       เทคโนโลยี        6/1-8        เหมาะสม
       อวกาศ
                                       รวมตลอดปี / ภาค                                 80   100.
                                                                                             00




ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1.
กุม ภาพัน ธ์ 2552.
1. จัด ทำา หน่ว ยการเรีย นรู้ โดยนำาแต่ละหน่วยการเรียนรู้จาก
         โครงสร้างรายวิชามาออกแบบ
การจัดการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิค Backward Design ดังตัวอย่างหน่วยที่ 5
พลังงานและไฟฟ้าปัจจัยพื้นฐานของชีวิต
ชื่อ หน่ว ยการเรีย นรู้ “พลังงานและไฟฟ้าปัจจัยพื้นฐานของชีวิต”
เป้า หมายการเรีย นรู้
      สาระสำา คัญ
      การใช้ไฟฟ้า และการต่อวงจรไฟฟ้าเพื่อการใช้ประโยชน์
      เฉพาะต่าง ๆ ในการดำารงชีวิต
ประจำาวัน อย่างเข้าใจ และระมัดระวัง ทำาให้สามารถใช้ประโยชน์
จากไฟฟ้าอย่างประหยัด ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ
      ตัว ชี้ว ัด
      ว 5.1 ป. 6/1 ทดลองและอธิบายการต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
      ว 5.1 ป. 6/2 ทดลองและอธิบายตัวนำาไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า
      ว 5.1 ป. 6/3 ทดลองและอธิบายการต่อเซลล์ฟ้าแบบอนุกรม
และนำาความรู้ไปใช้ประโยชน์
      ว 5.1 ป. 6/4 ทดลองและอธิบายการต่อหลอดไฟฟ้าทั้งแบบ
อนุกรม แบบขนาน และนำาความรู้ไปใช้ประโยชน์
      ว 5.1 ป. 6/5 ทดลองและอธิบายการเกิดสนามแม่เหล็กรอบ
สายไฟที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน และนำาความรู้ไปใช้ประโยชน์
      ว 8.1 ป. 6/1 ตั้งคำาถามเกี่ยวกับประเด็นหรือเรื่อง หรือ
สถานการณ์ที่จะศึกษาตามที่กำาหนดให้และตามความสนใจ
      ว 8.1 ป. 6/2 วางแผนการสังเกต เสนอการสำารวจตรวจ
สอบหรือศึกษาค้นคว้า คาดการณ์ สิ่งที่จะพบจากการสำารวจตรวจ
สอบ
      ว 8.1 ป. 6/3 เลือกอุปกรณ์และวิธีการสำารวจตรวจสอบที่ถูก
ต้องเหมาะสมให้ได้ผลที่ครอบคลุมและเชื่อถือได้
      ว 8.1 ป. 6/4 บันทึกข้อมูลในเชิงปริมาณและคุณภาพ
วิเคราะห์และตรวจสอบผลกับสิ่งที่คาดการณ์ไว้นำาเสนอผลและข้อ
สรุป
      ว 8.1 ป. 6/5 สร้างคำาถามใหม่เพื่อการสำารวจตรวจสอบต่อ
ไป
      ว 8.1 ป. 6/6 แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ อธิบาย ลง
ความเห็นและสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้


ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                          กุม ภาพัน ธ์ 2552.
18

      ว 8.1 ป. 6/7 บันทึกและอธิบายผลการสำารวจตรวจสอบตาม
ความเป็นจริง มีเหตุผลและมีประจักษ์พยานอ้างอิง
      ว 8.1 ป. 6/8 นำาเสนอ จัดแสดงผลงานโดยอธิบายด้วย
วาจาและเขียนรายงานแสดงกระบวนการและผลของงานให้ผู้อื่น
เข้าใจ

       คุณ ลัก ษณะ
            1. ใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำาวันอย่างปลอดภัย
            2. ใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด
       หลัก ฐานที่เ ป็น ผลการเรีย นรู้
            เป้า หมาย             หลัก ฐานที่เ ป็น ผลการเรีย น
                                                  รู้
สาระสำา คัญ
การใช้ไฟฟ้า และการต่อวงจร         1. ทดสอบปรนัยเลือกตอบ
ไฟฟ้าเพื่อการใช้ประโยชน์          2. การทดลองเกี่ยวกับไฟฟ้า
เฉพาะต่าง ๆ ในการดำารงชีวิต       ของหน่วยฯ
ประจำาวัน อย่างเข้าใจ และ         3. เขียน Mind map สรุป
ระมัดระวัง ทำาให้สามารถใช้        องค์ความรู้เกี่ยวกับการทดลอง
ประโยชน์จากไฟฟ้าอย่าง             ต่าง ๆ ของหน่วย
ประหยัด ปลอดภัย และมี
ประสิทธิภาพ
ตัว ชี้ว ัด
ว 5.1 ป. 6/1 ทดลองและ             1. การทดลองการต่อวงจร
อธิบายการต่อวงจรไฟฟ้าอย่าง        ไฟฟ้าอย่างง่าย
ง่าย                              2.เขียน Mind map สรุป
                                  การต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย

ว 5.1 ป. 6/2 ทดลองและ                 1. การทดลองสมบัติตัวนำา
อธิบายตัวนำาไฟฟ้าและฉนวน              ไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า
ไฟฟ้า                                 2.เขียน Mind map สรุป
                                      คุณสมบัติของตัวนำาไฟฟ้า และ
                                      ฉนวนไฟฟ้า
ว 5.1 ป. 6/3 ทดลองและ                 1. การทดลองการต่อเซลล์
อธิบายการต่อเซลล์ฟ้าแบบ               ไฟฟ้าแบบอนุกรม
อนุกรม และนำาความรู้ไปใช้             2.เขียน Mind map สรุป
ประโยชน์                              การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม

ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
19

ว 5.1 ป. 6/4 ทดลองและ        1. การทดลองการต่อหลอด
อธิบายการต่อหลอดไฟฟ้าทั้ง    ไฟฟ้าแบบอนุกรมและขนาน
แบบอนุกรม แบบขนาน และนำา     2.เขียน Mind map สรุป
ความรู้ไปใช้ประโยชน์         การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม
                             และแบบขนาน
ว 5.1 ป. 6/5 ทดลองและ        1. การทดลองการเกิดสนาม
อธิบายการเกิดสนามแม่เหล็กรอบ แม่เหล็กไฟฟ้า
สายไฟที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน     2.เขียน Mind map สรุป
และนำาความรู้ไปใช้ประโยชน์   การเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า

            เป้า หมาย                 หลัก ฐานที่เ ป็น ผลการเรีย น
                                                    รู้
มาตรฐาน ว 8.1 ใช้                     1. การทดลองเกี่ยวกับไฟฟ้า
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์               ของหน่วยฯ
และจิตวิทยาศาสตร์ ในการสืบ
เสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้
ว่าประกฏการณ์ทางธรรมชาติที่
เกิดขึ้นส่วนใหญ่ มีรูปแบบที่
แน่นอน สามารถอธิบาย และ
ตรวจสอบได้ภายใต้ข้อมูล และ
เครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้น ๆ
เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี สังคม และสิ่ง
แวดล้อม มีความเกี่ยวข้อง
สัมพันธ์กัน
คุณ ลัก ษณะ
1. ใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำาวัน  1.รายงานการใช้พลังงาน
อย่างปลอดภัย                        ไฟฟ้าในชีวิตประจำาวัน
2. ใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด
ออกแบบการจัด การเรีย นรู้ โดยดำาเนินการ ดังนี้
   1.    จัด ลำา ดับ หลัก ฐานที่เ ป็น ผลการเรีย นรู้
    1.1 การทดลองการต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
    1.2 เขียน Mind map สรุปการต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
    1.3 การทดลองสมบัติตัวนำาไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า
    1.4 เขียน Mind map สรุปคุณสมบัติของตัวนำาไฟฟ้า และ
ฉนวนไฟฟ้า
ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
20

    1.5 การทดลองการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม
    1.6 เขียน Mind map สรุปการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม
    1.7 การทดลองการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและขนาน
    1.8 เขียน Mind map สรุปการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม
และแบบขนาน
    1.9 การทดลองการเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า
    1.10 เขียน Mind map สรุปการเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า
    1.11 ทดสอบปรนัยเลือกตอบ
    1.12 รายงานการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำาวัน




         2. ออกแบบกิจ กรรมการเรีย นรู้(10 ชั่วโมง)
   หลัก ฐาน                  กิจ กรรม              สื่อ อุป กรณ์ ชั่ว โ
                                                                  มง
1.1 การ            1. ศึกษาและเขียนวงจร           1.ภาพวงจร       2
ทดลองการต่อ        ไฟฟ้าอย่างง่าย                 ไฟฟ้าอย่างง่าย
วงจรไฟฟ้า          2.ทดลองต่อวงจรไฟฟ้า            2.วัสดุ อุปกรณ์
อย่างง่าย          อย่างง่าย                      การต่อไฟฟ้า
1.2 เขียน          3.เขียน Mind map สรุป          อย่างง่าย
Mind map           องค์ความรู้
สรุปการต่อวงจร
ไฟฟ้าอย่างง่าย
1.3 การ            1.ศึกษาอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้      1.อุปกรณ์ไฟฟ้า 2
ทดลองสมบัติ        ในชีวิตประจำาวัน และ           ที่ใช้ในชีวิต
ตัวนำาไฟฟ้า        ทำาความรู้จักตัวนำาไฟฟ้า       ประจำาวัน
และฉนวน            และฉนวนไฟฟ้า                   2.วัสดุที่เป็น
ไฟฟ้า              2.ทดลองต่อวงจรไฟฟ้า            ตัวนำาไฟฟ้า
1.4 เขียน          อย่างง่าย โดยใช้วัสดุที่เป็น   และฉนวนไฟฟ้า
Mind map           ฉนวน และวัสดุที่เป็นตัวนำา     3.อุปกรณ์การ
สรุปคุณสมบัติ      ไฟฟ้า                          ต่อไฟฟ้าอย่าง
ของตัวนำา          3.จัดทำา Mind map สรุป         ง่าย
ไฟฟ้า และ          คุณสมบัติของตัวนำาไฟฟ้า
ฉนวนไฟฟ้า          และฉนวนไฟฟ้า
ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
21

1.5 การ            1.ศึกษาการต่อวงจรไฟฟ้า 1.อุปกรณ์การ                 2
ทดลองการต่อ        แบบอนุกรม              ทดลองต่อไฟฟ้า
เซลล์ไฟฟ้า         2.ทดลองต่อวงจรไฟฟ้า    แบบอนุกรม
แบบอนุกรม          แบบอนุกรม
1. 6 เขียน         3.จัดทำา Mind map สรุป
Mind map           ความรู้การต่อไฟฟ้าแบบ
สรุปการต่อ         อนุกรม
เซลล์ไฟฟ้า
แบบอนุกรม
1.7 การ            1.ศึกษาการต่อวงจรไฟฟ้า         1.หลอดไฟฟ้า          2
ทดลองการต่อ        แบบขนาน                        และอุปกรณ์การ
หลอดไฟฟ้า          2.ทดลองต่อหลอดไฟฟ้า            ต่อวงจรไฟฟ้า
แบบอนุกรม          แบบอนุกรม และแบบขนาน           แบบอนุกรม
และขนาน            3.เขียน Mind map สรุป          และแบบขนาน
1.8 เขียน          องค์ความรู้เกี่ยวกับการต่อ
Mind map           วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม และ
สรุปการต่อ         แบบขนาน
เซลล์ไฟฟ้า
แบบอนุกรม
และแบบขนาน



   หลัก ฐาน                  กิจ กรรม       สื่อ อุป กรณ์ ชั่ว โ
                                                          มง
1.9 การ       1.ทดลองการเกิดสนามแม่ 1.วัสดุ อุปกรณ์ 2
ทดลองการเกิด เหล็กไฟฟ้า                   เกี่ยวกับการ
สนามแม่เหล็ก 2.เขียน Mind map สรุป ทดลองการเกิด
ไฟฟ้า         องค์ความรู้เกี่ยวกับการเกิด สนามแม่เหล็ก
1.10 เขียน    สนามแม่เหล็กไฟฟ้า และ       ไฟฟ้า
Mind map      การใช้ประโยชน์
สรุปการเกิด   3.ทดสอบปรนัยเลือกตอบ
สนามแม่เหล็ก
ไฟฟ้า
1.11 ทดสอบ
ปรนัยเลือกตอบ

ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
22

1.12 รายงาน        1.เก็บข้อมูลการใช้พลังงาน 1.ใบแจ้งการใช้ นอก
การใช้พลังงาน      ไฟฟ้ารายเดือนของบ้าน      ไฟฟ้าจาก       เวลา
ไฟฟ้าในชีวิต       ของนักเรียน               สำานักงานไฟฟ้า
ประจำาวัน          2.สรุปและรายงานเปรียบ
                   เทียบการใช้พลังงานไฟฟ้า
                   และค่าใช้จ่ายในการใช้
                   พลังงานไฟฟ้าของบ้านของ
                   นักเรียน
                    แผนการจัด การเรีย นรู้ท ี่ 5
กลุ่ม สาระการเรีย นรู้ว ิท ยาศาสตร์       รายวิช า ว 16106
วิท ยาศาสตร์ 6         ชั้น ป.6 ปีก ารศึก ษา 2552
ชื่อ หน่ว ยการเรีย นรู้ พลัง งานและไฟฟ้า ปัจ จัย พื้น ฐานของ
ชีว ิต                         เวลา 10 ชั่ว โมง
มาตรฐาน ว 5.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดำารง
            ชีวิต การเปลี่ยนรูปพลังงาน
 ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารและพลังงาน ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิต
            และสิ่งแวดล้อม
มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สือสารสิ่งที่เรียนรู้และนำาความรู้ไป
                                  ่
            ใช้ประโยชน์
ตัว ชี้ว ัด
       ว 5.1 ป. 6/1 ทดลองและอธิบายการต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
       ว 5.1 ป. 6/2 ทดลองและอธิบายตัวนำาไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า
       ว 5.1 ป. 6/3 ทดลองและอธิบายการต่อเซลล์ฟ้าแบบอนุกรม
และนำาความรู้ไปใช้ประโยชน์
       ว 5.1 ป. 6/4 ทดลองและอธิบายการต่อหลอดไฟฟ้าทั้งแบบ
อนุกรม แบบขนาน และนำาความรู้ไปใช้ประโยชน์
       ว 5.1 ป. 6/5 ทดลองและอธิบายการเกิดสนามแม่เหล็กรอบ
สายไฟที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน และนำาความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และจิตวิทยา
ศาสตร์ ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่าประกฏการณ์
ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ มีรูปแบบที่แน่นอน สามารถอธิบาย
และตรวจสอบได้ภายใต้ข้อมูล และเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้น ๆ
เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีความ
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
ตัว ชี้ว ัด
ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
23

      ว 8.1 ป. 6/1 ตั้งคำาถามเกี่ยวกับประเด็นหรือเรื่อง หรือ
สถานการณ์ที่จะศึกษาตามที่กำาหนดให้และตามความสนใจ
      ว 8.1 ป. 6/2 วางแผนการสังเกต เสนอการสำารวจตรวจ
สอบหรือศึกษาค้นคว้า คาดการณ์           สิ่งที่จะพบจากการสำารวจ
ตรวจสอบ
      ว 8.1 ป. 6/3 เลือกอุปกรณ์และวิธีการสำารวจตรวจสอบที่ถูก
ต้องเหมาะสมให้ได้ผลที่ครอบคลุมและเชื่อถือได้
      ว 8.1 ป. 6/4 บันทึกข้อมูลในเชิงปริมาณและคุณภาพ
วิเคราะห์และตรวจสอบผลกับสิ่งที่คาดการณ์ไว้นำาเสนอผลและข้อ
สรุป
      ว 8.1 ป. 6/5 สร้างคำาถามใหม่เพื่อการสำารวจตรวจสอบต่อ
ไป
      ว 8.1 ป. 6/6 แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ อธิบาย ลง
ความเห็นและสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้
      ว 8.1 ป. 6/7 บันทึกและอธิบายผลการสำารวจตรวจสอบตาม
ความเป็นจริง มีเหตุผลและมีประจักษ์พยานอ้างอิง
      ว 8.1 ป. 6/8 นำาเสนอ จัดแสดงผลงานโดยอธิบายด้วย
วาจาและเขียนรายงานแสดงกระบวนการและผลของงานให้ผู้อื่น
เข้าใจ
สาระสำา คัญ
     การใช้ไฟฟ้า และการต่อวงจรไฟฟ้าเพื่อการใช้ประโยชน์
     เฉพาะต่าง ๆ ในการดำารงชีวิต
ประจำาวัน อย่างเข้าใจ และระมัดระวัง ทำาให้สามารถใช้ประโยชน์
จากไฟฟ้าอย่างประหยัด ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ
     ความรู้
           1. การต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
     2. ตัวนำาและฉนวนไฟฟ้า
           3. ต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม
     4. การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน
     5. การเกิดสนามแม่เหล็ก
     6. ประโยชน์ของพลังงานไฟฟ้าและการต่อเซลล์ไฟฟ้า
     ทัก ษะ/กระบวนการ
     1. ทดลองต่อกระแสไฟฟ้าอย่างง่าย
     2. ทดลองคุณสมบัติของตัวนำาและฉนวนไฟฟ้า
     3. ทดลองต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม
     4. ทดลองต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและขนาน
ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
24

      5. ทดลองการเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า
      คุณ ลัก ษณะ
      1. ใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำาวันอย่างปลอดภัย
      2. ใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด
กิจ กรรมการเรีย นรู้
การจัด กิจ กรรมการเรีย นรู้ค รั้ง ที่ 1 (เวลา 2 ชั่ว โมง)
     1. การสร้า งความสนใจ (Engage)
     1.1 ครูสนทนากับนักเรียนในชั้นด้วยการให้นักเรียนได้มองดู
หลอดไฟฟ้าที่ติดไว้บนเพดานห้องเรียนแล้วร่วมกันตอบคำาถามที่ว่า
           - หลอดไฟฟ้านั้นสว่างได้อย่างไร
           - กระแสไฟฟ้ามาจากไหนและเดินทางมาได้อย่างไร
           - กระแสไฟฟ้าที่เดินทางมานั้นต้องอาศัยอุปกรณ์อะไร
           - เราสามารถจะทำาให้กระแสไฟฟ้าเดินทางมาหรือทำาให้
มันหยุดได้หรือไม่
     1.2 ครูแจ้งให้นักเรียนได้ทราบว่าหน่วยการเรียนรู้ในครั้งนี้
เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการต่อวงจรไฟฟ้า ซึ่งนักเรียนจะสืบค้นและ
ทำาการทดลองว่า กระแสไฟฟ้านั้นเดินทางได้อย่างไร มีอุปกรณ์
ชนิดใดบ้างที่ทำาให้กระแสไฟฟ้าเดินทางได้ เราจะมีวิธีทำาให้กระแส
ไฟฟ้าเดินทางได้หรือหยุดการเดินทางได้หรือไม่ อย่างไร
     2. การสำา รวจและค้น หา (Explore)
     2.1 แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมโดยให้มี
ความสามารถคละกันมีทั้งนักเรียนชายและนักเรียนหญิงภายในกลุ่ม
ประมาณกลุ่มละ 3 - 4
     2.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาการเขียนวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
จากตัวอย่างให้รู้จักและเข้าใจหน้าที่ของอุปกรณ์แต่ละชนิด จากนั้น
เตรียมอุปกรณ์การทดลอง โดยครูแนะนำาอุปกรณ์แต่ละชนิดพร้อม
อธิบายสมบัติของวัสดุ วิธีการใช้อุปกรณ์อย่างปลอดภัยและขั้นตอน
ในการปฏิบัติการทดลอง
     2.3 แต่ละกลุ่มกันปฏิบัติการทดลองการต่อวงจรไฟฟ้าอย่าง
ง่าย โดยให้มีการสังเกตขั้นตอนการปฏิบัติงาน มีการบันทึกผลการ
ทดลองโดยเฉพาะผลที่เกิดขึ้นจากการทดลองจริง ปัญหาที่เกิดขึ้น
ระหว่างการทดลอง
     3. การอธิบ าย (Explain)
     3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำาข้อมูลความรู้ ผลการปฏิบัติการ
ทดลอง ตลอดทั้งปัญหาอุปสรรคที่เกิดระหว่างการทดลองมาร่วมกัน
อภิปรายแสดงความคิดเห็นในประเด็นดังนี้
ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
25

            - วัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางของกระแส
ไฟฟ้า
            - การสังเกตผลเมื่อมีการต่อวงจรไฟฟ้าได้ครบวงจร
            - ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานและ
แนวทางการปรับปรุงแก้ไข
            - วิธีการปฏิบัติการทดลองให้ปลอดภัยจากอันตรายของ
กระแสไฟฟ้า
      4. การขยายความรู้(Elaborate)
      4.1 นำาข้อมูลความรู้ที่ได้รับมาสรุปด้วยการเขียนแผนผังสรุป
ความรู้ Mind map
      4.2 ตัวแทนของแต่ละกลุ่มนำาเสนอผลงานเพื่อเป็นการแลก
เปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
      5. การประเมิน ผล (Evaluation)
      5.1 นักเรียนแต่ละคนประเมินวิธีการเรียนรู้ของตนว่ามีขั้นตอน
การเรียนรู้อย่างไร การเรียนรู้ทำาให้นักเรียนได้รับความรู้อย่างไร
ได้รับความรู้มากน้อยเพียงใด แล้วบันทึกลงในสมุดบันทึกของ
ตนเอง
       การจัด กิจ กรรมการเรีย นรู้ค รั้ง ที่ 2 (เวลา 2 ชั่ว โมง)
       1. การสร้า งความสนใจ (Engage)
       1.1 ครูสนทนากับนักเรียนโดยให้นักเรียนได้ดูอุปกรณ์ไฟฟ้า
ชนิดต่าง ๆ ว่าเป็นอย่างไร เช่น กาต้มนำ้าไฟฟ้า หม้อหุงข้าวไฟฟ้า
พัดลม เตารีด แล้วร่วมกันตอบคำาถามที่ว่า
            - เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละอย่างใช้ประโยชน์เหมือนกันหรือ
แตกต่างกันอย่างไร
            - เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดมีอุปกรณ์การทำางานเหมือน
หรือแตกต่างกันอย่างไร
            - นักเรียนคิดว่าอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดมี
โอกาสเป็นอันตรายต่อเราได้หรือไม่ ถ้ามีอันตรายจะเป็นได้อย่างไร
            - ให้นักเรียนสังเกตว่าอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิด
นั้น ส่วนที่ทำาให้มีความปลอดภัยจากไฟฟ้าดูดนั้นคืออะไร
            - วัสดุอุปกรณ์ที่สามารถป้องกันไม่ให้กระแสไฟฟ้าดูดเรา
ได้นั้นเรียกว่าอะไร และทำาด้วยวัสดุอะไร
       1.2 ครูแจ้งให้นักเรียนได้ทราบว่าหน่วยการเรียนรู้ในครั้งนี้
เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ คุณสมบัติของตัวนำาไฟฟ้าและ
ฉนวนไฟฟ้า ซึ่งนักเรียนจะสืบค้นและทำาการทดลองว่า วัสดุ
อุปกรณ์ชนิดใดบ้างที่กระแสไฟฟ้าเดินทางผ่านได้และวัสดุอุปกรณ์
ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
26

ชนิดใดบ้างที่กระแสไฟฟ้าเดินทางผ่านไม่ได้ นอกจากนั้นเราจะมีวิธี
อย่างไรที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า
ในบ้านและในชีวิตประจำาวัน
       2. การสำา รวจและค้น หา (Explore)
       2.1 แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมโดยให้มี
ความสามารถคละกันมีทั้งนักเรียนชายและนักเรียนหญิงภายในกลุ่ม
ประมาณกลุ่มละ 3 - 4
       2.2 นักเรียนเตรียมอุปกรณ์การทดลอง โดยครูแนะนำา
อุปกรณ์แต่ละชนิดพร้อมอธิบายสมบัติของวัสดุ วิธีการใช้อุปกรณ์
อย่างปลอดภัยและขั้นตอนในการปฏิบัติการทดลอง ดังนี้
            2.2.1 ต่อวงจรไฟฟ้าให้ครบวงจร คือลังถ่านพร้อมถ่าน
ไฟฉาย ฐานพร้อมหลอดไฟและสายไฟดำา-แดง สังเกตแล้วบันทึก
ผล ถ้าครบวงจรหลอดไฟจะสว่าง
            2.2.2 นำาวัสดุที่เตรียมไว้มาต่อเข้ากับวงจรไฟฟ้าทีละ
ชนิด สังเกตและบันทึกผล
            2.2.3 นำาลวดทองแดงหรือเปลือกหุ้มสายไฟมาต่อเข้า
กับวงจรหรือเปลี่ยนเป็นวัสดุอย่างอื่นที่เตรียมไว้แล้วบันทึกผล
            2.2.4 เปรียบเทียบผลการทดลองว่าวัสดุชนิดใดเป็น
ตัวนำาไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า
       2.3 แต่ละกลุ่มกันปฏิบัติการทดลองการศึกษาคุณสมบัติของ
วัสดุแต่ละชนิดที่สามารถให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านและไม่ยอมให้
กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้โดยการต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ให้มีการ
สังเกตขั้นตอนการปฏิบัติงาน บันทึกผลการทดลองโดยเฉพาะผลที่
เกิดขึ้นจากการทดลองจริง ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการทดดลอง
       3. การอธิบ าย (Explain)
       3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำาข้อมูลความรู้ ผลการปฏิบัติการ
ทดลอง ตลอดทั้งปัญหาอุปสรรคที่เกิดระหว่างการทดลองมาร่วมกัน
อภิปรายแสดงความคิดเห็นในประเด็นดังนี้
            3.1.1 ชนิดและประเภทของวัสดุอุปกรณ์ที่ยอมให้
กระแสไฟฟ้าไหลผ่านและไม่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านมีอะไรบ้าง
            3.1.2 การสังเกตผลการทดลองของวัสดุอุปกรณ์แต่ละชนิดมี
ผลการสังเกตเป็นอย่างไร
            3.1.3 มีอะไรบ้างที่เป็นวัสดุอุปกรณ์ประเภทเป็นตัวนำา
ไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า
            3.1.4 ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงาน
และแนวทางการปรับปรุงแก้ไขมีอะไรบ้าง

ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
27

            3.1.5 วิธีการปฏิบัติการทดลองให้ปลอดภัยจากอันตรายของ
กระแสไฟฟ้ามีอย่างไรบ้าง
      4. การขยายความรู้(Elaborate)
      4.1 นำาข้อมูลความรู้ที่ได้รับมาสรุปด้วยการเขียนแผนผังสรุป
ความรู้ Mind map
      4.2 ตัวแทนของแต่ละกลุ่มนำาเสนอผลงานเพื่อเป็นการแลก
เปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
      5. การประเมิน ผล (Evaluation)
      5.1 นักเรียนแต่ละคนประเมินวิธีการเรียนรู้ของตนว่ามีขั้นตอน
การเรียนรู้อย่างไร การเรียนรู้ทำาให้นักเรียนได้รับความรู้อย่างไร
ได้รับความรู้มากน้อยเพียงใด แล้วบันทึกลงในสมุดบันทึกของ
ตนเอง




การจัด กิจ กรรมการเรีย นรู้ค รั้ง ที่ 3 (เวลา 2 ชั่ว โมง)
       1. การสร้า งความสนใจ (Engage)
       1.1 ครูสนทนากับนักเรียนโดยให้นักเรียนได้ทบทวนประสบการณ์
ของตนเกี่ยวกับการได้ไป ร่วมงานต่าง ๆ ในชุมชน โดยเฉพาะตอนกลาง
คืนจะมีการติดตั้งไฟฟ้าเพื่อให้มีความสว่างตามบริเวณต่าง ๆ อย่างทั่วถึง
และให้สังเกตว่าการต่อสายไฟฟ้านั้นเป็นอย่างไร แล้วร่วมกันตอบคำาถาม
ดังนี้
            - ตามบ้านเรือนที่มีการจัดงานจะมีการต่อหลอดไฟฟ้ากันเป็น
จำานวนมากหรือน้อยอย่างไร
            - การต่อหลอดไฟฟ้าจำานวนมากหลาย ๆ หลอดนั้นมีวิธี
การอย่างไรจึงทำาให้ไฟฟ้าทุกหลอดสว่างได้
            - การต่อหลอดไฟฟ้าด้วยวิธีการดังกล่าวมีความสะดวกและ
ปลอดภัยหรือไม่ ถ้าหาก             ไม่ปลอดภัยนั้นอันตรายจะเกิดขึ้นได้
อย่างไร
            - นักเรียนคิดว่าควรจะต่อหลอดไฟฟ้าอย่างไรเพื่อให้เกิด
ความสะดวกและมีความปลอดภัยสูงสุด
       1.2 ครูแจ้งให้นักเรียนได้ทราบว่าหน่วยการเรียนรู้ในครั้งนี้
เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม ซึ่งนักเรียนจะ
สืบค้นและทำาการทดลองว่า การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมนั้นมีวิธี
การอย่างไร วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้มีอะไรบ้าง มีความปลอดภัยจาก
กระแสไฟฟ้าดูดมากน้อยเพียงใด นอกจากนั้นเราจะมีวิธีอย่างไรที่
ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
28

จะได้รับความปลอดภัยจากการต่อเซลล์ไฟฟ้าในบ้านและในชีวิต
ประจำาวัน
       2. การสำา รวจและค้น หา (Explore)
       2.1 แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมโดยให้มี
ความสามารถคละกันมีทั้งนักเรียนชายและนักเรียนหญิงภายในกลุ่ม
       2.2 นักเรียนเตรียมอุปกรณ์การทดลอง โดยครูแนะนำา
อุปกรณ์แต่ละชนิดพร้อมอธิบายคุณสมบัติของวัสดุ วิธีการใช้
อุปกรณ์อย่างปลอดภัยและขั้นตอนในการปฏิบัติการทดลอง
       2.3 แต่ละกลุ่มปฏิบัติการทดลองการศึกษาการต่อเซลล์ไฟฟ้า
แบบอนุกรม แนะนำาให้มีการสังเกตขั้นตอนการปฏิบัติงาน บันทึก
ผลการทดลองโดยเฉพาะผลที่เกิดขึ้นจากการทดลองจริง ปัญหาที่
เกิดขึ้นระหว่างการทดดลอง
       3. การอธิบ าย (Explain)
       3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำาข้อมูลความรู้ ผลการปฏิบัติการ
ทดลอง ตลอดทั้งปัญหาอุปสรรคที่เกิดระหว่างการทดลองมาร่วมกัน
อภิปรายแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่อไปนี้
            - วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมมี
อะไรบ้าง ต้องเลือกอย่างไรจึงจะเหมาะสม
            - วิธีการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมที่ให้ความสะดวกและปลอดภัย
ต้องปฏิบัติ อย่างไร
            - การนำาวิธีการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมมาใช้ต่อหลอดไฟฟ้า
ในบ้านทำาได้อย่างไร
            - ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานและ
แนวทางการปรับปรุงแก้ไขมีอะไรบ้าง
            - วิธีการปฏิบัติการทดลองให้ปลอดภัยจากอันตรายของกระแส
ไฟฟ้ามีขั้นตอนอย่างไร
       4. การขยายความรู้(Elaborate)
       4.1 นำาข้อมูลความรู้ที่ได้รับมาสรุปด้วยการเขียนแผนผังสรุป
ความรู้ Mind map
       4.2 ตัวแทนของแต่ละกลุ่มนำาเสนอผลงานเพื่อเป็นการแลก
เปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
       5. การประเมิน ผล (Evaluation)
       5.2 นักเรียนแต่ละคนประเมินวิธีการเรียนรู้ของตนว่ามีขั้นตอน
การเรียนรู้อย่างไร ต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไร การเรียนรู้ทำาให้
นักเรียนได้รับความรู้อย่างไร ได้รับความรู้มากน้อยเพียงใด แล้ว
บันทึกลงในสมุดบันทึกของตนเอง

ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
29

การจัด กิจ กรรมการเรีย นรู้ค รั้ง ที่ 4 (เวลา 2 ชั่ว โมง)
       1. การสร้า งความสนใจ (Engage)
       1.1 ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับบทเรียนในครั้งที่ผ่านมา
ว่าการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมนั้นเป็นอย่างไร แล้วร่วมกันตอบ
คำาถามดังนี้
             - ตามบ้านของนักเรียนมีการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม
หรือไม่ หรือมีการต่อหลอดไฟฟ้าอย่างไร
             - นักเรียนคิดว่าการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมมีข้อดี
และข้อเสียอย่างไร มีอันตรายมากน้อยเพียงใด
             - นักเรียนคิดว่าจะมีวิธีการต่อหลอดไฟฟ้าอย่างอื่นอีกได้
หรือไม่ และจะมีวิธการต่ออย่างไร
       1.2 ครูแจ้งให้นักเรียนได้ทราบว่าหน่วยการเรียนรู้ในครั้งนี้
เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการต่อหอลดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน
ซึ่งนักเรียนจะสืบค้นและทำาการทดลองว่า การต่อหลอดไฟฟ้าแบบ
อนุกรมและแบบขนานนั้นมีวิธีการอย่างไร วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้มีอะไร
บ้าง มีความปลอดภัยจากกระแสไฟฟ้าดูดมากน้อยเพียงใด
นอกจากนั้นเราจะมีวิธีอย่างไรที่จะได้รับความปลอดภัยจากการต่อ
หลอดไฟฟ้าในบ้านและในชีวิตประจำาวัน
       2. การสำา รวจและค้น หา (Explore)
       2.1 แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมโดยให้มี
ความสามารถคละกันมีทั้งนักเรียนชายและนักเรียนหญิงภายในกลุ่ม
       2.2 นักเรียนเตรียมอุปกรณ์การทดลอง โดยครูแนะนำา
อุปกรณ์แต่ละชนิดพร้อมอธิบายสมบัติของวัสดุ วิธีการใช้อุปกรณ์
อย่างปลอดภัยและขั้นตอนในการปฏิบัติการทดลอง
       2.3 แต่ละกลุ่มปฏิบัติการทดลองการศึกษาการต่อหลอดไฟฟ้า
แบบอนุกรมและแบบขนาน แนะนำาให้มีการสังเกตขั้นตอนการ
ปฏิบัติงาน บันทึกผลการทดลองโดยเฉพาะผลที่เกิดขึ้นจากการ
ทดลองจริง ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการทดดลอง
       3. การอธิบ าย (Explain)
       3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำาข้อมูลความรู้ ผลการปฏิบัติการ
ทดลอง ตลอดทั้งปัญหาอุปสรรคที่เกิดระหว่างการทดลองมาร่วมกัน
อภิปรายแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่อไปนี้
             - วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการต่อหลอดไฟฟ้ามีอะไรบ้าง
             - วิธีการต่อหลอดไฟฟ้าที่ให้ความสะดวกและปลอดภัย
ต้องปฏิบัติอย่างไร
             - การนำาวิธีการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบ
ขนานมาใช้ต่อหลอดไฟฟ้าในบ้าน
ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
30

            - ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานและ
แนวทางการปรับปรุงแก้ไข
            - วิธีการปฏิบัติการทดลองให้ปลอดภัยจากอันตรายของ
กระแสไฟฟ้า
      4. การขยายความรู้(Elaborate)
      4.1 นำาข้อมูลความรู้ที่ได้รับมาสรุปด้วยการเขียนแผนผังสรุป
ความรู้ Mind map
      4.2 ตัวแทนของแต่ละกลุ่มนำาเสนอผลงานเพื่อเป็นการแลก
เปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
      5. การประเมิน ผล (Evaluation)
      5.1 นักเรียนแต่ละคนประเมินวิธีการเรียนรู้ของตนว่ามีขั้นตอน
การเรียนรู้อย่างไร ต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไร การเรียนรู้ทำาให้
นักเรียนได้รับความรู้อย่างไร ได้รับความรู้มากน้อยเพียงใด แล้ว
บันทึกลงในสมุดบันทึกของตนเอง
 การจัด กิจ กรรมการเรีย นรู้ค รั้ง ที่ 5 (เวลา 2 ชั่ว โมง)
      1. การสร้า งความสนใจ (Engage)
      1.1 ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับบทเรียนในครั้งที่ผ่านมา
ว่าการต่อหลอดไฟฟ้าทั้งแบบอนุกรมและแบบขนานนั้นเป็นอย่างไร
แล้วร่วมกันตอบคำาถามดังนี้
             - ตามบ้านของนักเรียนมีต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมหรือ
ไม่ หรือมีการต่อหลอดไฟฟ้าอย่างไร
             - นักเรียนคิดว่าการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบ
ขนานมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร มีอันตรายมากน้อยแตก
ต่างกันเพียงใด
             - นักเรียนคิดว่าพลังงานไฟฟ้ามีความ จำาเป็นต่อการดำารงชีวิตใน
ปัจจุบันมากน้อย                  เพียงใด ถ้าหากไม่มีไฟฟ้าเราจะสามารถ
ดำาเนินชีวิต ทำางานหรือทำาอย่างอื่นได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
             - นักเรียนคิดว่าพลังงานไฟฟ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร เรา
สามารถสร้างพลังงานไฟฟ้าขึ้นได้หรือไม่ และมีวิธีการอย่างไร
      1.2 ครูแจ้งให้นักเรียนได้ทราบว่าหน่วยการเรียนรู้ในครั้งนี้
เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า และการนำา
ความรู้เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำาวันอย่าง
ฉลาด คุ้มค่าและปลอดภัย ซึ่งนักเรียนจะสืบค้นและทำาการทดลอง
      2. การสำา รวจและค้น หา (Explore)
      2.1 แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมโดยให้มี
ความสามารถคละกันมีทั้งนักเรียนชายและนักเรียนหญิงภายในกลุ่ม
ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
31

       2.2 นักเรียนเตรียมอุปกรณ์การทดลอง โดยครูแนะนำา
อุปกรณ์แต่ละชนิดพร้อมอธิบายสมบัติของวัสดุ วิธีการใช้อุปกรณ์
อย่างปลอดภัยและขั้นตอนในการปฏิบัติการทดลอง
       2.3 แต่ละกลุ่มกันปฏิบัติการทดลองการศึกษาการเกิดสนาม
แม่เหล็กไฟฟ้า แนะนำาให้มีการสังเกตขั้นตอนการปฏิบัติงาน บันทึก
ผลการทดลองโดยเฉพาะผลที่เกิดขึ้นจากการทดลองจริง ปัญหาที่
เกิดขึ้นระหว่างการทดดลอง จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกัน
สืบค้นข้อมูลความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของพลังงานไฟฟ้า การใช้
พลังงานไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีความคุ้มค่า ปลอดภัย และ
รักษาทรัพยากรธรรมชาติจากอินเทอร์เน็ต หนังสือวิทยาศาสตร์ที่มี
ในห้องสมุดโรงเรียน
       3. การอธิบ าย (Explain)
       3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำาข้อมูลความรู้ ผลการปฏิบัติการ
ทดลอง ตลอดทั้งปัญหาอุปสรรคที่เกิดระหว่างการทดลองมาร่วมกัน
อภิปรายแสดงความคิดเห็นในประเด็นดังนี้
            - การเกิดสนามแม่เหล็กกับการเกิดพลังงานไฟฟ้าเกิดขึ้น
ได้อย่างไร
            - แนวทางการสร้างพลังงานไฟฟ้าทดแทนหรือสร้างพลังงาน
ไฟฟ้าอย่างง่ายทำาได้อย่างไร
            - ประโยชน์ของพลังงานไฟฟ้ากับการดำารงชีวิตประจำา
วันมีอย่างไรบ้าง
            - แนวทางการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างประหยัด คุ้มค่า
ปลอดภัย และไม่ทำาลายทรัพยากรธรรมชาติทำาได้อย่างไรบ้าง
       4. การขยายความรู้(Elaborate)
       4.1 นำาข้อมูลความรู้ที่ได้รับมาสรุปด้วยการเขียนแผนผังสรุป
ความรู้ Mind map
       4.2 ตัวแทนของแต่ละกลุ่มนำาเสนอผลงานเพื่อเป็นการแลก
เปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
       5. การประเมิน ผล (Evaluation)
       5.1. นักเรียนแต่ละคนประเมินวิธีการเรียนรู้ของตนว่ามีขั้น
ตอนการเรียนรู้อย่างไร การเรียนรู้ทำาให้นักเรียนได้รับความรู้
อย่างไร ได้รับความรู้มากน้อยเพียงใด แล้วบันทึกลงในสมุดบันทึก
ของตนเอง
       5.2 ทดสอบปรนัยเลือกตอบ
       5.3 ครูแนะนำาให้นักเรียนอ่านข้อมูลการใช้พลังงานไฟฟ้า
และค่าใช้จ่ายจากใบแจ้งการใช้ไฟฟ้าของบ้านนักเรียน และให้

ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
32

   นักเรียนใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด แล้วให้นำาใบแจ้งการใช้ไฟฟ้าของ
   บ้านของนักเรียนตลอดปี และนำาเสนอก่อนสอบปลายปี
   สื่อ อุป กรณ์แ ละแหล่ง เรีย นรู้
          1. หลอดไฟฟ้าตามเพดานในชั้นเรียน
          2. วัสดุอุปกรณ์การทดลองการต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
          3. ของจริงหรือภาพเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ เช่น กาต้ม
   นำ้า หม้อหุงข้าว พัดลม เตารีด
          4. ภาพการจัดงานที่มีการติดตั้งหลอดไฟเป็นจำานวนมาก
          5. วัสดุอุปกรณ์การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม
          6. วัสดุอุปกรณ์การต่อหลอดไฟฟ้าทั้งแบบอนุกรมและแบบ
   ขนาน
          7. วัสดุอุปกรณ์การทดลองการเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า
          8. อินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ หนังสือเรียน เอกสารความรู้เกี่ยว
   กับประโยชน์ของพลังงานไฟฟ้า การใช้พลังงานไฟฟ้าให้เกิด
   ประโยชน์สูงสุด มีความคุ้มค่า ปลอดภัย และรักษา
   ทรัพยากรธรรมชาติ

   การวัด และประเมิน ผลการเรีย นรู้
   1. วิธ ีว ัด และเครื่อ งมือ วัด
    เป้า หมายการเรีย นรู้               วิธ ีก ารวัด               เครื่อ งมือ วัด
สาระสำา คัญ
ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ         1. การทดสอบปรนัย            1. แบบทดสอบ
ไฟฟ้าและวงจรไฟฟ้า ทำาให้           แบบเลือกตอบ                 ปรนัยชนิดเลือกตอบ
สามารถใช้ประโยชน์จากไฟฟ้า 2. ตรวจผลงานการ                      2. แบบตรวจผล
อย่างประหยัด ปลอดภัย และมี เขียนสรุปความรู้ด้วย                งานการเขียน Mind
ประสิทธิภาพ                        Mind map ทุกครั้ง           map
                                   3. สังเกตการทดลอง           3. แบบสังเกตการ
                                                               ทดลอง
ตัว ชี้ว ัด
ว 5.1 ป. 6/1 ทดลองและ               1. สังเกตการทดลอง          1. แบบตรวจผล
อธิบายการต่อวงจรไฟฟ้าอย่าง          ต่อวงจรไฟฟ้าอย่าง          งานการทดลองต่อ
ง่าย                                ง่าย                       วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
ว 5.1 ป. 6/2 ทดลองและ               2. สังเกตการทดลอง          2. แบบสังเกตการ
อธิบายตัวนำาไฟฟ้าและฉนวน            ตัวนำาไฟฟ้าและฉนวน         ทดลองตัวนำาไฟฟ้า
   ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
   เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
33

ไฟฟ้า                                  ไฟฟ้า               และฉนวนไฟฟ้า
ว 5.1 ป. 6/3 ทดลองและ                  3. สังเกตการทดลอง 3. แบบสังเกตการ
อธิบายการต่อเซลล์ฟ้าแบบ                การต่อเซลล์ฟ้าแบบ   ทดลองการต่อเซลล์
อนุกรม และนำาความรู้ไปใช้              อนุกรม              ฟ้าแบบอนุกรม
ประโยชน์                               4. สังเกตการทดลอง 4. แบบสังเกตการ
ว 5.1 ป. 6/4 ทดลองและ                  ต่อหลอดไฟฟ้าทั้งแบบ ทดลองการต่อหลอด
อธิบายการต่อหลอดไฟฟ้าทั้ง              อนุกรม แบบขนาน      ไฟฟ้าทั้งแบบอนุกรม
แบบอนุกรม แบบขนาน และ                                      แบบขนาน
นำาความรู้ไปใช้ประโยชน์
ว 5.1 ป. 6/5 ทดลองและ                  5. สังเกตการทดลอง 5. แบบสังเกตการ
อธิบายการเกิดสนามแม่เหล็ก              การเกิดสนามแม่เหล็ก ทดลองการเกิด
รอบสายไฟที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน                                สนามแม่เหล็ก
และนำาความรู้ไปใช้ประโยชน์
เป้า หมายการเรีย นรู้                  วิธีการวัด          เครื่องมือวัด
คุณ ลัก ษณะ
1. ใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำาวันสอบถามวิธีการใช้ 1. แบบสอบถามวิธี
                                       1.
อย่าง                                  พลังงานไฟฟ้าอย่าง   การใช้พลังงาน
ปลอดภัย                                ประหยัดและปลอดภัย ไฟฟ้าอย่างประหยัด
2. ใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด                ในชีวิตประจำาวัน    และปลอดภัยในชีวิต
                                       2. สังเกตพฤติกรรม   ประจำาวัน
                                       การใช้พลังงานไฟฟ้า 2. แบบสังเกต
                                       3.ตรวจข้อมูลการใช้ พฤติกรรมการรู้จัก
                                       ไฟฟ้าของนักเรียน    ใช้พลังงานไฟฟ้า
    (การประเมินผลมาตรฐาน ว 8.1 สอดแทรกอยู่ในการประเมินแต่ละ
    เรื่อง ทุกเรื่องที่จัดการเรียนรู้)
           2. เกณฑ์ก ารวัด
           2.1 ข้อ สอบปรนัย เลือกคำาตอบได้ถูกต้องข้อละ 1 คะแนน
           2.2 ผลงานการเขีย น Mind map
                   2.2.1 ความชัดเจนของเนื้อหาสาระ
                   2.2.2 ความสอดคล้องกับหัวเรื่อง
                   2.2.3 ความครอบคลุมของเนื้อหาสาระกับหัวเรื่อง
                   2.2.4 การเชื่อมโยงความคิดหลัก ความคิดรอง และ
    ความคิดย่อย
                   2.2.5 การนำาองค์ความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์
   ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
   เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
34

          2.2.6 รูปแบบการนำาเสนอ
    2.3 ผลงานการทดลอง
          2.3.1 การทดลองตามแผนที่กำาหนด
          2.3.2 การใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือ
          2.3.3 การบันทึกผลการทดลอง
          2.3.4 การจัดกระทำาข้อมูลและการนำาเสนอ
          2.3.5 การสรุปผลการทดลอง
          2.3.6 การดูแล การเก็บอุปกรณ์หรือเครื่องมือ
    2.4 การสอบถามนัก เรีย นเกี่ย วกับ วิธ ีก ารใช้พ ลัง งาน
ไฟฟ้า อย่า งประหยัด และปลอดภัย ในชีว ิต ประจำา วัน
          2.4.1 คำาตอบเป็นข้อความในเชิงบวกได้ 1 คะแนน
          2.4.2 คำาตอบเป็นข้อความในเชิงลบได้ 0 คะแนน


       2.5 แบบสัง เกตพฤติก รรมการรู้จ ัก ใช้พ ลัง งานไฟฟ้า
อย่า งประหยัด
            2.5.1 การเปิดไฟฟ้าใช้ในห้องเรียน
            2.5.1 การเปิดนำ้าใช้ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์
            2.5.3 การเปิดพัดลมใช้ในห้องเรียน
            2.5.4 การเปิดพัดลม เปิดไฟฟ้าทิ้งไว้ที่ไม่ใช่ห้องเรียน
ของตน
            2.5.6 การสังเกตและคอยเตือนเพื่อน ๆ กรณีการเปิด
ไฟฟ้าและพัดลม
            2.5.7 การปฏิบัติตามกิจกรรม 5 ส.
       3. เกณฑ์ก ารผ่า น
       3.1 เกณฑ์ก ารผ่า นรายบุค คล
            3.1.1 นักเรียนได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของ
คะแนนเต็ม
            3.1.2 นักเรียนได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป
จาก 3 ระดับคุณภาพของการประเมิน
       3.2 เกณฑ์ก ารผ่า นรายกลุ่ม
            3.2.1 จำานวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้คะแนนไม่น้อยกว่า
ร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม
            3.2.2 จำานวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้ระดับคุณภาพ
ตั้งแต่ระดับ 2 ขึนไปจาก 3 ระดับคุณภาพของการประเมิน
                 ้


ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.
35


บรรณานุก รม
กระทรวงศึกษาธิการ. หลัก สูต รแกนกลางการศึก ษาขั้น พื้น ฐาน
พุท ธศัก ราช 2551. กรุงเทพฯ:
     โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำากัด.
2551.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. เอกสาร
ประกอบการประชุม ปฏิบ ัต ิก าร
     เผยแพร่ ขยายผล และอบรม รูป แบบการจัด
     กระบวนการเรีย นรู้แ บบวัฏ จัก รการสืบ เสาะหาความรู้ 5
     ชั้น ตอน เพื่อ พัฒ นากระบวนการคิด ระดับ สูง . 2549.
     (เอกสารอัดสำาเนา)
Michael Pohl. A Resource Book for School Infusing
Thinking Into the Middle Years. Hawker
      Brownlow:Australia. 2002.
Wiggins, Grant and Jay McTighe. Understanding by
   Design Expanded 2nd Edition. New Jersey: Pearson
   Education, Inc. 2006.




ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน
เขต 1.                              กุม ภาพัน ธ์ 2552.

การออกแบบการจัดการการเรียนรู้อิงมาตรฐาน หลักสูตรแกนกลาง 2551

  • 1.
    การออกแบบการจัด การเรีย นรู้อิง มาตรฐาน ตามหลัก สูต ร แกนกลางการศึก ษาขั้น พื้น ฐาน พ.ศ.2551 การจัด การเรีย นรู้ เพื่อ ให้ผ ู้เ รีย นเรีย นรู้อ ย่า งเข้า ใจ Grant Wiggins และ Jay McThighe ได้เสนอวงจรการ จัดการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างเข้าใจในแต่ละเรื่องไว้ ดังนี้ 1.ได้ร ับ 2.สรุป เป็น ความรู้ องค์ค วาม ความรู้ รู้ การ เรีย นรู้ อย่า ง เข้า ใจ 3.นำา ความรู้ไ ป ใช้ใ น สถานการณ์ ใหม่ท ี่ส ัม พัน ธ์ กับ ชีว ิต ประจำา ในการจัดการเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ถ้าจะให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ วัน อย่างเข้าใจแล้ว ครูต้องจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้รับความรู้โดยการให้ ผู้เรียนศึกษาหาความรู้จากกิจกรรมที่ครูจัดให้ ไม่ใช่ครูบอกความรู้ หรือครูบอกความเข้าใจของครูให้กับผู้เรียน จากนั้น ครูจัดกิจกรรมให้ ผู้เรียนสรุปความรู้ที่ได้รับเป็นองค์ความรู้(อย่างเข้าใจ)เป็นภาษาของ ตนเอง เพื่อให้เป็นองค์ความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวของผู้เรียน และสุดท้าย ต้องจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้นำาองค์ความรู้นี้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่ ที่เป็นสถานการณ์ที่เป็นสภาพจริง สอดคล้องกับชีวิตประจำาวัน หรือ สอดคล้องกับการดำารงชีวิต เป็นการนำาความรู้ ความเข้าใจ ที่ได้รับไป ใช้ในการดำารงชีวิต จึงจะครบกระบวนการจัดการเรียนรู้สำาหรับเรื่อง หนึ่ง ๆ ที่เป็นการจัด การเรียนรู้ที่มีความหมายสำาหรับผู้เรียน และ เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนเรียนรู้เรื่องที่เรียนอย่างเข้าใจ ได้ องค์ความรู้ หรือเป็นความเข้าใจที่ฝังอยู่ในตัวของผู้เรียน ที่เรียกว่า “ ความเข้าใจที่คงทน(Enduring understanding)” การออกแบบการจัด การเรีย นรู้อ ิง มาตรฐาน ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 2.
    2 การออกแบบการจัดการเรียนรู้อิงมาตรฐาน เป็นการออกแบบการ จัดการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด เป็นเป้าหมายของการ จัดการเรียนรู้ การจัด ทำา หน่ว ยการเรีย นรู้อ ิง มาตรฐาน เป็นหน่วย การเรียนรู้ที่มีมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด เป็นเป้าหมายการเรียนรู้ของ หน่วยฯ ในการออกแบบ การจัดการเรียนรู้อิงมาตรฐาน ครูผู้ สอนต้องจัดทำาโครงสร้า งรายวิช า ก่อน ซึ่งมีขั้นตอนการดำาเนินการ ดังนี้ 1. จัดทำาโครงสร้างรายวิชา 2. กำาหนดเป้าหมายการจัดการเรียนรู้ 3. กำาหนดหลักฐานที่เป็นผลการเรียนรู้ตามเป้าหมายที่ กำาหนด(ออกแบบการประเมินผล การเรียนรู้ และกำาหนดผลงาน/ชิ้นงาน/ภาระงาน) 4. ออกแบบการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถ ตามเป้าหมายที่กำาหนด(โดย ตรวจสอบผลการจัดการเรียนรู้จาก “หลักฐานที่เป็นผลการเรียนรู้” การจัด ทำา โครงสร้า งรายวิช า เมื่อได้รายวิชาลงโครงสร้างของหลักสูตรสถานศึกษา เรียบร้อยแล้ว ครูผู้สอนจัดทำา โครงสร้างรายวิชาโดยดำาเนินการ ดังนี้ วิเ คราะห์ต ัว ชี้ว ัด ในคำา อธิบ ายรายวิช า สาระการเรีย นรู้ แกนกลาง/ท้อ งถิ่น ของวิช าที่ร ับ ผิด ชอบ กำา หนดมาตรฐานและตัว ชี้ว ัด ที่จ ะใช้แ ต่ล ะ หน่ว ยการเรีย นรู้แ ละตั้ง ชื่อ หน่ว ยฯ ตั้ง ชื่อ หน่ว ยฯ ให้น ่า สนใจต่อ ผู้เ รีย น กำา หนดสาระสำา คัญ สำา หรับ แต่ล ะหน่ว ยฯ กำา หนดเวลาที่ใ ช้ส อน และกำา หนดนำ้า หนัก คะแนนของแต่ล ะหน่ว ยฯ 1. กำา หนดชื่อ หน่ว ยการเรีย นรู้ โดยพิจารณาคำา/ข้อความ สำาคัญ(Key words) หรือเนื้อหา ในตัวชี้วัดของรายวิชามาจัดกลุ่ม โดยนำาตัวชี้วัดที่มีเนื้อหาอยู่ในกลุ่ม เดียวกัน หรือเป็นเรื่องเดียวกัน มารวมกันจัดเป็น 1 หน่วย การเรียนรู้ ซึ่งใน 1 รายวิชาจะมีหลายหน่วยฯ และแต่ละหน่วยฯ จะมี ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 3.
    3 ตัวชี้วัดซำ้าหรือไม่ซำ้ากันก็ได้ อยู่ในดุลพินิจของผู้สอน แต่เวลาที่ใช้ จัดการเรียนรู้รวมทั้งหมดต้อง ไม่เกินจำานวนชั่วโมงที่กำาหนดใน โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา แล้วตั้งชื่อหน่วยให้น่าสนใจสำาหรับผู้ เรียน 2. ระบุม าตรฐานการเรีย นรู้ และตัว ชี้ว ัด ที่นำามาจัดทำาเป็น หน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วย การเรียนรู้ โดยเขียนรหัสมาตรฐาน ระดับชั้นและตัวชี้วัดที่นำามาจัดทำา หน่วยฯ ทั้งหมด โดยเขียนเป็นรหัส ดังนี้ ว 1.1 ป. 1/2 ป.1/2 หมายถึง ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ข้อที่ 2 1.1 หมายถึง สาระที่ 1 มาตรฐานข้อที่ 1 ว หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ว 1.1 ม. 1/2 ม.1/2 หมายถึง ตัวชี้วัดชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ข้อที่ 2 1.1 หมายถึง สาระที่ 1 มาตรฐานข้อที่ 1 ว หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ว 1.1 ม. 4-6/1 ม.4-6/1 หมายถึง ตัวชี้วัดชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ข้อที่ 1 1.1 หมายถึง สาระที่ 1 มาตรฐานข้อที่ 1 ว หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 3. กำา หนดสาระสำา คัญ สำาหรับแต่ละหน่วยการเรียนรู้ เป็น ข้อความที่ระบุว่าผู้เรียนรู้อะไร มีทักษะอะไร (อาจจะมีคุณลักษณะอย่างไรด้วย) และหน่วยนี้มีคุณค่า ต่อผู้เรียนอย่างไรในระยะสั้นและระยะยาวโดยร้อยเรียงข้อมูลของทุก ตัวชี้วัด และเขียนเป็น Concept ภาพรวมของหน่วยฯ ที่ตองการให้ ้ เป็นองค์ความรู้ เป็นความเข้าใจที่ฝังติดตัวผู้เรียนไปเป็นเวลานาน และ สามารถนำามาใช้ได้เมื่อต้องการ ซึ่งมีวิธีเขียน 4 แนวทาง ได้แก่ 3.2 เขีย นลัก ษณะหลัก เกณฑ์ หรือ หลัก การ เช่น “พืชตอบสนองต่อแสง เสียง และ การสัมผัส ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมภายนอก” “การบวก คือการนำา จำานวนตั้งแต่สองจำานวนขึ้นไปมารวมกัน จำานวนที่ได้จากการรวม จำานวนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เรียกว่า ผลรวม หรือ ผลบวก และใช้ เครื่องหมาย + เป็นสัญลักษณ์แสดงการบวก” ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 4.
    4 3.3 เขีย นลัก ษณะความคิด รวบยอด เช่น “พืชและ สัตว์ต้องการอาหาร นำ้าและอากาศ เพื่อการดำารงชีวิต และการเจริญเติบโต” หรือ เขีย นแบบความ เข้า ใจที่ค งทน เช่น“ความเข้าใจจำานวนนับ สัญลักษณ์ที่ใช้ใน สมการ การบวกลบคูณหารจำานวนนับ และความเท่ากัน ทำาให้สามารถ แก้ปัญหาภายใต้ข้อจำากัดต่าง ๆ ในชีวิตประจำาวันได้” “การดำารงชีวิต ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงโดยประยุกต์ใช้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงทำาให้ชีวิตมีความสุข” 3.4 เขีย นลัก ษณะกระบวนการ (กรณีที่ภาพรวมของ หน่วยฯ เน้นกระบวนการ) เช่น หน่วยฯ นี้เน้นกระบวนการแก้ปัญหา เขียนสาระสำาคัญได้ คือ “การ วิเคราะห์สาเหตุ ของปัญหาอย่างกว้างขวางหลายมิติ กำาหนดทาง เลือกในการแก้สาเหตุของปัญหาอย่างหลากหลาย เลือกทางเลือก ใน การแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม ดำาเนินการแก้ปัญหาตามทางเลือกที่ กำาหนด ประเมินและปรับปรุง การแก้ปัญหาอย่างรอบคอบเป็นระยะ ๆ ช่วยให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ” 3.5 เขีย นลัก ษณะความสัม พัน ธ์ เช่น “วิธีการดำารง ชีวิตของมนุษย์ มีผลกระทบต่อ ระบบนิเวศในสายนำ้า” 4. กำา หนดระยะเวลา (จำานวนชั่วโมง)สำาหรับแต่ละหน่วยการ เรียนรู้ รวมทุกหน่วยฯ แล้ว มีจำานวนชั่วโมงเท่ากับจำานวนชั่วโมงของรายวิชา 5. กำา หนดนำ้า หนัก คะแนน ของแต่ละหน่วยการเรียนรู้ตาม ความสำาคัญของแต่ละหน่วยฯ เพื่อการกำาหนดคะแนนสำาหรับการประเมินผลการเรียนรู้ของแต่ละ หน่วยฯ ให้เหมาะสมตามความสำาคัญของแต่ละหน่วยฯ การจัดทำาโครงสร้างรายวิชา อาจจะใช้แบบฟอร์มในการบันทึก ดังต่อไปนี้ การจัด ทำา โครงสร้า งรายวิช า โครงสร้างรายวิชา................................................ กลุ่มสาระ การเรียนรู้.......................................... ชั้น.................................. เวลา..............ชั่วโมง จำานวน............หน่วยกิต ภาคเรียนที่..................... ท ชื่อหน่วยการ มฐ. ตัวชี้ สาระสำาคัญ เวลา( นำ้า ีี เรียนรู้ วัด ชั่วโม หนัก ี่ ง) คะแ ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 5.
    5 นน รวมตลอดปี/ภาค การจัด ทำา หน่ว ยการเรีย นรู้ การจัดทำาหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน เป็นหน่วยการเรียนรู้ที่มี มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด เป็นเป้าหมายของหน่วยฯ ขั้นตอนนี้ เป็นขั้นตอนสำาคัญที่สุดของการใช้หลักสูตรสถานศึกษา เป็นการนำา มาตรฐานการเรียนรู้สู่การปฏิบัติในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้ เรียน การออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ สพฐ.แนะนำา คือ ออกแบบการ จัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค Backward Design ซึ่งมี 3 ขันตอน ้ ใหญ่ ๆ ได้แก่ 1) กำาหนดเป้าหมายการเรียนรู้ 2) กำาหนดหลักฐานที่เป็นผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้า หมายการเรียนรู้ที่กำาหนด 3) ออกแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีผลการเรียนรู้ ตามเป้าหมายที่กำาหนด ขั้น ที่ 1 กำา หนดเป้า หมายการเรีย นรู้ จากที่เป็นหน่วยการ เรียนรู้อิงมาตรฐาน เป้าหมาย การเรียนรู้ของหน่วยฯ ได้แก่ ชื่อ หน่ว ย.................................................... เป้า หมายการเรีย นรู้ สาระสำา คัญ ........................(นำามาจากโครงสร้าง รายวิชา)................................. ตัว ชี้ว ัด ...........(นำามาจากโครงสร้างรายวิชาเขียนรหัสและราย ละเอียดของแต่ละตัวชี้วัด).................. คุณ ลัก ษณะ...(นำามาจากตารางการวิเคราะห์ตัวชี้วัดเพื่อจัดทำาคำา อธิบายรายวิชา หรืออาจจะเลือกคุณลักษณะที่สำาคัญและเด่น กำาหนด เป็นคุณลักษณะของหน่วยฯ).................. ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 6.
    6 ขั้น ที่ 2 กำา หนดหลัก ฐานที่เ ป็น ผลการเรีย นรู้ข องผู้เ รีย น เป็นการนำาเป้าหมายทุกเป้าหมาย(สาระสำาคัญ ตัวชี้วัดทุกตัวชี้วัด และ คุณลักษณะ) มากำาหนดหลักฐานที่เป็นผลการเรียนรู้ของผู้เรียน อาจ จะใช้ตาราง ดังนี้ เป้า หมาย หลัก ฐานที่เ ป็น ผลการเรีย น รุ้ สาระสำา คัญ (ผลงาน/ชิ้นงาน/ภารเงาน) ....................................... ........................................ ............................ .................................. ตัว ชี้ว ัด (ผลงาน/ชิ้นงาน/ภารเงาน) ว 1.1 ป.1/1....................... ........................................ ..................................... ................................... คุณ ลัก ษณะ (ผลงาน/ชิ้นงาน/ภารเงาน) ....................................... ……………………………… .................................... ……………….. การกำาหนดหลักฐานที่เป็นผลการเรียนรู้ เป็นการประเมินผลการ เรียนรู้ของผู้เรียน โดยการออกแบบการประเมินผลการเรียนรู้ให้ เหมาะสม ซึ่งโดยทั่วไปได้กำาหนดเป็น 6 เทคนิคของการประเมินผล การเรียนรู้ ดังนี้ 1. Selected Response หมายถึง ข้อสอบปรนัยเลือกตอบ จับคู่ ถูกผิด 2. Constructed Response หมายถึง ข้อสอบเติมคำา หรือ เติมข้อความ หรือเขียน Mind map 3. Essay หมายถึง เขียนบรรยาย เขียนเรียงความ เขียนเล่า เรื่อง เขียนรายงาน 4. School Product/Performance หมายถึง การแสดง หรือการปฏิบัติในสถานศึกษา เช่น โต้วาที พูดสนทนาภาษาอังกฤษ ทดลองทางวิทยาศาสตร์ อ่าน... แสดงบทบาทสมมุติ(Role play)… ประกอบอาหาร.. สืบค้นข้อมูล......(โดยใช้ internet ในโรงเรียน) 5. Contextual Product/Performance หมายถึง การแสดงใน สถานการณ์จริง หรือสภาพชีวิต จริงนอกสถานศึกษา เช่น “สำารวจราคาพืชผักในตลาด สรุป และนำาเสนอ ผลการสำารวจ” “สำารวจสินค้า OTOP สรุป และนำาเสนอผลการสำารวจ” “สัมภาษณ์ชาวต่างประเทศ แล้วเขียนรายงานส่ง หรือนำามาเล่าให้เพื่อน นักเรียนฟังในชั่วโมง” ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 7.
    7 6. On-going Tools หมายถึง เป็นหลักฐานแสดงการเรียนรู้ ของผู้เรียน ที่มีการประเมินผู้เรียนตลอดเวลา ทุกวัน เช่น ผู้เรียน บันทึกพฤติกรรม........ หรือการสังเกตพฤติกรรม......ของผู้เรียน ตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่น จนหลับนอนทุกวัน ใน 1 เป้าหมายการเรียนรู้ อาจจะมีหลักฐาน(ผลงาน/ชิ้นงาน/ ภาระงาน)มากกว่า 1 อย่างก็ได้ เพื่อเป็นการยืนยัน สร้างความมั่นใจ ให้กับครูผู้สอนว่า ผู้เรียนมีความเข้าใจในเรื่องนั้น ๆ จริง และหลัก ฐานที่เป็นผลการเรียนรู้ 1 อย่าง อาจจะตอบได้หลายเป้าหมายก็เป็น ได้ ก็เขียนซำ้ากันหลายเป้าหมายได้ เนื่องจากเป็นหลักฐานที่เป็นผล การเรียนรู้ของผู้เรียนที่ชัดเจน ขั้น ที่ 3 ออกแบบการจัด การเรีย นรู้ แนวดำาเนินการ ดังนี้ 1) จัดลำาดับหลักฐานที่เป็นผลการเรียนรู้ โดยนำาหลักฐานที่ เป็นผลการเรียนรู้ทั้งหมด ที่ระบุในในขั้นที่ 2 (หลักฐานที่ซำ้ากัน ให้นำามาจัดลำาดับครั้งเดียว) ตามลำาดับที่ครูผู้สอนจะทำาการสอนผู้เรียน ให้เป็นลำาดับให้เหมาะสม 2) กำาหนดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยนำาหลักฐานที่ เป็นผลการเรียนรู้เป็นหลัก ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนทำาภาระกิจ หรือ ผลิตผลงาน/ชิ้นงานได้ตามที่กำาหนดใน ขั้นที่ 2 ด้วยตัวของผู้เรียน เอง โดยครูเป็นคนกำาหนดกิจกรรมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่าง เข้าใจ แล้วทำางานได้บรรลุเป้าหมายการจัดการเรียนรู้ของหน่วยฯที่ กำาหนด โดยอาจจะออกแบบตารางบันทึก ดังนี้ หลัก ฐาน กิจ กรรมการเรีย นรู้ สื่อ ชั่ว โ อุป กรณ์ มง 1................ กิจ กรรมที่ 1(เขียน ................. กิจกรรมหลัก ๆ) 2................ 1................................ ................ ............................ 2................................ ............................ 3................ กิจ กรรมที่ 2 ................ 1................................ .............................. 2................................ .............................. ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 8.
    8 ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ 1 ชุดของกิจกรรม อาจจะ ทำาให้ผู้เรียนมีผลงาน/ชิ้นงาน/ ทำาภาระงานได้ตามหลักฐานที่กำาหนด หลายหลักฐาน(หลักฐานหลายรายการ)ก็ได้ หรือ 1 หลักฐาน ต่อ 1 ชุดของกิจกรรมก็ได้ อยู่ในดุลพินิจของผู้สอน และขณะออกแบบ กิจกรรมการเรียนรู้ ครูควรออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนา สมรรถนะ 5 สมรรถนะตามที่กำาหนดในหลักสูตรแกนกลางฯให้แก่ ผู้เรียนด้วย เมื่อออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ได้ครบทุกหลักฐานแล้ว ให้นำา ข้อมูลทั้งหมดตั้งแต่เริ่มกำาหนดหน่วยฯ มาเขียนรายละเอียดลักษณะ เดียวกับแผนการจัด การเรีย นรู้ และแผนการจัดการเรียนรู้ที่แนะนำา คือเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ใหญ่ 1 แผนฯ ต่อ 1 หน่วยการเรียนรู้ โดยในขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ ให้แยกกิจกรรม 1 ช่วง(นำาเข้าสู่บท เรียน-สอน-สรุปประเมิน) ให้ตรงกับจำานวนชั่วโมงในตารางสอน โดย อาจจะให้มีองค์ประกอบ ดังนี้ แผนการจัด การเรีย นรู้ท ี่... กลุ่ม สาระการเรีย น รู้....................................................................รายวิช า..... ..................................... ชั้น ..........................ภาคเรีย นที่.............................ปีก าร ศึก ษา.......................................................... ชื่อ หน่ว ยการเรีย น รู้..................................................................................... ............เวลา.........ชั่ว โมง มาตรฐานการเรีย นรู้ ............................................................................... .............................................................. ตัว ชี้ว ัด ............................................................................... ............................................................. สาระสำา คัญ ............................................................................... ............................................................... สาระการเรีย นรู้(วิเคราะห์จากตัวชี้วัดทั้งหมดของหน่วยฯ) ความรู้ ............................................................................... ............................................................ ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 9.
    9 ทัก ษะ/กระบวนการ ............................................................................... ............................................................. คุณ ลัก ษณะ ............................................................................... ............................................................ กิจ กรรมการเรีย นรู้ ............................................................................... ........................................................... สื่อ อุป กรณ์ และแหล่ง การเรีย นรู้ ............................................................................... ........................................................... การวัด และประเมิน ผลการเรีย นรู้ เป้า หมาย หลัก ฐาน วิธ ีว ัด เครื่อ งมือ วัด สาระสำา คัญ .................. .................. .................. .................. ............... .................. ................. ................ ตัว ชี้ว ัด ว 1.1 ป.1/1 .................. .................. .................. ................. ................. ............... ว 1.1 ป.1/2 .................. .................. .................. ................ ................ ............... คุณ ลัก ษณะ .................. .................. .................. .................. ................. ................ ................. ................ จากนี้ ครูผู้สอนต้องสร้างเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้ของผู้ เรียนตามที่กำาหนดข้างบนให้ครบ การประเมิน หน่ว ยการเรีย นรู้ เมื่อครูผู้สอนออกแบบการจัดการเรียนรู้เรียบร้อยแล้ว ควรให้ผู้ เชี่ยวชาญ(ครูสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้เดียวกัน)อย่างน้อย 3 คน ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง เหมาะสมของหน่วยการจัดการเรียนรู้ ที่จะนำาไปจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน โดยอาจจะใช้แบบประเมิน ดังนี้ แบบประเมิน การจัด ทำา หน่ว ยการจัด การเรีย นรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้................................................ชื่อหน่วยการ จัดการเรียนรู้.................................... ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 10.
    10 ชั้น............................เวลา..........................ครูผู้ สอน.................................................................... คำา ชี้แ จงโปรดทำาเครื่องหมาย ลงในชื่อที่ตรงกับความคิดเห็นของ ท่าน 4 หมายถึง เหมาะสมมากที่สุด 3 หมายถึง เหมาะสม มาก 2 หมายถึง เหมาะสมน้อย 1 หมายถึง เหมาะสม น้อยที่สุด รายการ ความเหมาะ สม 4 3 2 1 1.ชื่อหน่วยฯ กระทัดรัด ชัดเจน ครอบคลุม เนื้อหาสาระ น่าสนใจ 2.มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดมีความเชื่อม โยงกันอย่างเหมาะสม 3.ความสอดคล้องของสาระสำาคัญ กับมาตรฐาน การเรียนรู้ และตัวชี้วัด 4.ความครอบคลุมของสาระสำาคัญกับตัวชี้วัด ทั้งหมดของหน่วยฯ 5.ความเหมาะสมของจำานวนชั่วโมง 6.ความครบถ้วนของสาระการเรียนรู้กับตัวชี้วัด 7.ความครบถ้วนของทักษะ/กระบวนการกับตัวชี้ วัด 8.ความครบถ้วนของคุณลักษณะกับตัวชี้วัด 9.ความเหมาะสมของหลักฐานผลการเรียนรู้กับ เป้าหมายของหน่วยฯ 10.กิจกรรมการเรียนรู้ สามารถทำาให้ผู้เรียนมี ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ และคุณลักษณะ ครบตามตัวชี้วัดของหน่วยฯ และเน้นสมรรถนะ สำาคัญที่หลักสูตรแกนกลางฯ กำาหนด 11.ความเหมาะสมของสื่อ อุปกรณ์ และแหล่ง การเรียนรู้ ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 11.
    11 12.ความเหมาะสมของวิธีการวัด และประเมินผล การเรียนรู้ 13.ความเหมาะสมของเครื่องมือวัด และประเมิน ผลการเรียนรู้ 14.ความเหมาะสมของเกณฑ์การวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ 15.หน่วยการเรียนรู้สามารถนำาไปจัดการเรียนรู้ ให้กับผู้เรียนได้จริง รวมคะแนน/สรุป ผลการประเมิน หรือ คะแนนเฉลี่ย เกณฑ์ก ารตัด สิน คุณ ภาพของหน่ว ยการเรีย นรู้ กรณีใ ช้ค ะแนนรวม คะแนน 15-30 หมายถึง ปรับปรุง คะแนน 31-40 หมาย ถึง พอใช้ คะแนน 41-50 หมายถึง ดี คะแนน 51-60 หมาย ถึง ดีมาก กรณีใ ช้ค ะแนนเฉลี่ย คะแนนเฉลี่ย 1.00-1.75 หมายถึง ปรับปรุง คะแนน เฉลี่ย 1.76-2.50 หมายถึง พอใช้ คะแนนเฉลี่ย 2.51-3.25 หมายถึง ดี คะแนนเฉลี่ย 3.26-4.00 หมายถึง ดีมาก เมื่อหน่วยการเรียนรู้ที่ได้ออกแบบมีคุณภาพผ่านเกณฑ์การ ประเมินแล้ว ครูผู้สอนจึงนำาไปจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน เพื่อให้ผู้ เรียนมีความรู้ความสามารถตามที่หลักสูตรสถานศึกษากำาหนด และมี คุณภาพตามที่ สพท.ได้มุ่งหมายไว้ ตัว อย่า งการออกแบบการจัด การเรีย นรู้ว ิช าวิท ยาศาสตร์ ชั้น ประถมศึก ษาปีท ี่ 6 (ปรับปรุงจากหน่วยการจัดการเรียนรู้ที่จัดทำาโดย นายประยูร อุ่นเรือน ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนวัดสันต้นธง สพท.ลำาพูน เขต 1) จัด ทำา โครงสร้า งรายวิช า ดำาเนินการ ดังนี้ ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 12.
    12 ดร.เฉลิม ฟัก อ่อน ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 13.
    โครงสร้า งรายวิช าวิทยาศาสตร์ ระดับ ชั้น ประถมศึก ษาปที่ 6 เวลา 80 ชั่ว โมง จำา นวน 2 หน่ว ยกิต มาตรฐาน เวลา นำ้า ลำา ดั ชื่อ หน่ว ย การเรีย นรู้ / สาระสำา คัญ (ชั่ว โ หนัก บที่ การเรีย นรู้ ตัว ชี้ว ัด มง) คะแน น 1. กลไกอัตโนมัติ ว 1.1 ป. 6/1 การได้รับสารอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสมกับวัย ทำาให้ 10 12.5 ในร่างกาย ว 1.1 ป. 6/2 ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำางานเป็นปกติ ส่งผลให้ 0 มนุษย์ ว 1.1 ป. 6/3 ร่างกายเจริญเติบโตอย่างปกติสมวัย ว 8.1 ป. 6/1-8 2. กลุ่มสิ่งมีชีวิต ว 1.2 ป. 6/1 ความเข้าใจความสัมพันธ์ของการอยู่ร่วมกัน ของสิ่งมี 14 17.5 ในโลกล้วน ว 1.2 ป. 6/2 ชีวิตในแหล่งต่าง ๆ ทำาให้มนุษย์สามารถจัดการกับ 0 เกี่ยวข้อง ว 1.2 ป. 6/3 ระบบนิเวศได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ชีวิตต่าง ๆ ใน สัมพันธ์กัน ว 2.1 ป. 6/1 โลกอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ว 2.1 ป. 6/2 ว 2.1 ป. 6/3 ว 8.1 ป. 6/1-8 ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 14.
    14 มาตรฐาน เวลา นำ้า ลำา ดั ชื่อ หน่ว ย การเรีย นรู้ / สาระสำา คัญ (ชั่ว โ หนัก บที่ การเรีย นรู้ ตัว ชี้ว ัด มง) คะแน น 3. ทรัพยากรธรร ว 2.2 ป. 6/1 การอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่าง 12 15.0 มชาติและสิ่ง ว 2.2 ป. 6/2 ถูกวิธี ทำาให้มนุษย์ มีทรัพยากรธรรมชาติไว้ใช้ 0 แวดล้อมอัน ว 2.2 ป. 6/3 ประโยชน์อย่างเพียงพอ และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มี ลำ้าค่า ว 2.2 ป. 6/4 คุณภาพดีอย่างยั่งยืน ว 2.2 ป. 6/5 ว 6.1 ป. 6/3 ว 8.1 ป. 6/1-8 4. สารและสสาร ว 3.1 ป. 6/1 ความเข้าใจคุณสมบัติของสารชนิดต่าง ๆ ทำาให้ 14 17.5 มีคุณสมบัติ ว 3.1 ป. 6/2 สามารถใช้ประโยชน์จากสารต่าง ๆ ในชีวิตประจำาวัน 0 เฉพาะตัว ว 3.1 ป. 6/3 ได้อย่างปลอดภัย ว 3.1 ป. 6/4 ว 3.1 ป. 6/5 ว 3.2 ป. 6/1 ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 15.
    15 ว 3.2 ป. 6/2 ว 3.2 ป. 6/3 ว 8.1 ป. 6/1-8 มาตรฐาน เวลา นำ้า ลำา ดั ชื่อ หน่ว ย การเรีย นรู้ / สาระสำา คัญ (ชั่ว โ หนัก บที่ การเรีย นรู้ ตัว ชี้ว ัด มง) คะแน น 5. พลังงานและ ว 5.1 ป. 6/1 การใช้ไฟฟ้า และการต่อวงจรไฟฟ้าเพื่อการใช้ 10 12.5 ไฟฟ้าปัจจัย ว 5.1 ป. 6/2 ประโยชน์เฉพาะต่าง ๆ ในการดำารงชีวิตประจำาวัน 0 พื้นฐานของ ว 5.1 ป. 6/3 อย่างเข้าใจ และระมัดระวัง ทำาให้สามารถใช้ประโยชน์ ชีวิต ว 5.1 ป. 6/4 จากไฟฟ้าอย่างประหยัด ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ว 5.1 ป. 6/5 ว 8.1 ป. 6/1-8 6. หินกับโลกความ ว 6.1 ป. 6/1 ความเข้าใจลักษณะของหินตลอดจนภัยพิบัติที่เกิดจาก 8 10.0 สัมพันธ์เมื่อครั้ง ว 6.1 ป. 6/2 การเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก ทำาให้สามารถใช้ชีวิต 0 ดึก ดำา ว 6.1 ป. 6/3 ได้อย่างปลอดภัย บรรพ์ ว 8.1 ป. 6/1-8 ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 16.
    16 7. อวกาศและ ว 7.1 ป. 6/1 ความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในอวกาศและ 12 15.0 ความก้าวหน้า ว 7.2 ป. 6/1 ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอวกาศ ทำาให้ 0 ของ ว 8.1 ป. สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันได้อย่าง เทคโนโลยี 6/1-8 เหมาะสม อวกาศ รวมตลอดปี / ภาค 80 100. 00 ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 17.
    1. จัด ทำาหน่ว ยการเรีย นรู้ โดยนำาแต่ละหน่วยการเรียนรู้จาก โครงสร้างรายวิชามาออกแบบ การจัดการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิค Backward Design ดังตัวอย่างหน่วยที่ 5 พลังงานและไฟฟ้าปัจจัยพื้นฐานของชีวิต ชื่อ หน่ว ยการเรีย นรู้ “พลังงานและไฟฟ้าปัจจัยพื้นฐานของชีวิต” เป้า หมายการเรีย นรู้ สาระสำา คัญ การใช้ไฟฟ้า และการต่อวงจรไฟฟ้าเพื่อการใช้ประโยชน์ เฉพาะต่าง ๆ ในการดำารงชีวิต ประจำาวัน อย่างเข้าใจ และระมัดระวัง ทำาให้สามารถใช้ประโยชน์ จากไฟฟ้าอย่างประหยัด ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ตัว ชี้ว ัด ว 5.1 ป. 6/1 ทดลองและอธิบายการต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ว 5.1 ป. 6/2 ทดลองและอธิบายตัวนำาไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า ว 5.1 ป. 6/3 ทดลองและอธิบายการต่อเซลล์ฟ้าแบบอนุกรม และนำาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ว 5.1 ป. 6/4 ทดลองและอธิบายการต่อหลอดไฟฟ้าทั้งแบบ อนุกรม แบบขนาน และนำาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ว 5.1 ป. 6/5 ทดลองและอธิบายการเกิดสนามแม่เหล็กรอบ สายไฟที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน และนำาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ว 8.1 ป. 6/1 ตั้งคำาถามเกี่ยวกับประเด็นหรือเรื่อง หรือ สถานการณ์ที่จะศึกษาตามที่กำาหนดให้และตามความสนใจ ว 8.1 ป. 6/2 วางแผนการสังเกต เสนอการสำารวจตรวจ สอบหรือศึกษาค้นคว้า คาดการณ์ สิ่งที่จะพบจากการสำารวจตรวจ สอบ ว 8.1 ป. 6/3 เลือกอุปกรณ์และวิธีการสำารวจตรวจสอบที่ถูก ต้องเหมาะสมให้ได้ผลที่ครอบคลุมและเชื่อถือได้ ว 8.1 ป. 6/4 บันทึกข้อมูลในเชิงปริมาณและคุณภาพ วิเคราะห์และตรวจสอบผลกับสิ่งที่คาดการณ์ไว้นำาเสนอผลและข้อ สรุป ว 8.1 ป. 6/5 สร้างคำาถามใหม่เพื่อการสำารวจตรวจสอบต่อ ไป ว 8.1 ป. 6/6 แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ อธิบาย ลง ความเห็นและสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 18.
    18 ว 8.1 ป. 6/7 บันทึกและอธิบายผลการสำารวจตรวจสอบตาม ความเป็นจริง มีเหตุผลและมีประจักษ์พยานอ้างอิง ว 8.1 ป. 6/8 นำาเสนอ จัดแสดงผลงานโดยอธิบายด้วย วาจาและเขียนรายงานแสดงกระบวนการและผลของงานให้ผู้อื่น เข้าใจ คุณ ลัก ษณะ 1. ใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำาวันอย่างปลอดภัย 2. ใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด หลัก ฐานที่เ ป็น ผลการเรีย นรู้ เป้า หมาย หลัก ฐานที่เ ป็น ผลการเรีย น รู้ สาระสำา คัญ การใช้ไฟฟ้า และการต่อวงจร 1. ทดสอบปรนัยเลือกตอบ ไฟฟ้าเพื่อการใช้ประโยชน์ 2. การทดลองเกี่ยวกับไฟฟ้า เฉพาะต่าง ๆ ในการดำารงชีวิต ของหน่วยฯ ประจำาวัน อย่างเข้าใจ และ 3. เขียน Mind map สรุป ระมัดระวัง ทำาให้สามารถใช้ องค์ความรู้เกี่ยวกับการทดลอง ประโยชน์จากไฟฟ้าอย่าง ต่าง ๆ ของหน่วย ประหยัด ปลอดภัย และมี ประสิทธิภาพ ตัว ชี้ว ัด ว 5.1 ป. 6/1 ทดลองและ 1. การทดลองการต่อวงจร อธิบายการต่อวงจรไฟฟ้าอย่าง ไฟฟ้าอย่างง่าย ง่าย 2.เขียน Mind map สรุป การต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ว 5.1 ป. 6/2 ทดลองและ 1. การทดลองสมบัติตัวนำา อธิบายตัวนำาไฟฟ้าและฉนวน ไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า ไฟฟ้า 2.เขียน Mind map สรุป คุณสมบัติของตัวนำาไฟฟ้า และ ฉนวนไฟฟ้า ว 5.1 ป. 6/3 ทดลองและ 1. การทดลองการต่อเซลล์ อธิบายการต่อเซลล์ฟ้าแบบ ไฟฟ้าแบบอนุกรม อนุกรม และนำาความรู้ไปใช้ 2.เขียน Mind map สรุป ประโยชน์ การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 19.
    19 ว 5.1 ป.6/4 ทดลองและ 1. การทดลองการต่อหลอด อธิบายการต่อหลอดไฟฟ้าทั้ง ไฟฟ้าแบบอนุกรมและขนาน แบบอนุกรม แบบขนาน และนำา 2.เขียน Mind map สรุป ความรู้ไปใช้ประโยชน์ การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม และแบบขนาน ว 5.1 ป. 6/5 ทดลองและ 1. การทดลองการเกิดสนาม อธิบายการเกิดสนามแม่เหล็กรอบ แม่เหล็กไฟฟ้า สายไฟที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน 2.เขียน Mind map สรุป และนำาความรู้ไปใช้ประโยชน์ การเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า เป้า หมาย หลัก ฐานที่เ ป็น ผลการเรีย น รู้ มาตรฐาน ว 8.1 ใช้ 1. การทดลองเกี่ยวกับไฟฟ้า กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของหน่วยฯ และจิตวิทยาศาสตร์ ในการสืบ เสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้ ว่าประกฏการณ์ทางธรรมชาติที่ เกิดขึ้นส่วนใหญ่ มีรูปแบบที่ แน่นอน สามารถอธิบาย และ ตรวจสอบได้ภายใต้ข้อมูล และ เครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้น ๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่ง แวดล้อม มีความเกี่ยวข้อง สัมพันธ์กัน คุณ ลัก ษณะ 1. ใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำาวัน 1.รายงานการใช้พลังงาน อย่างปลอดภัย ไฟฟ้าในชีวิตประจำาวัน 2. ใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด ออกแบบการจัด การเรีย นรู้ โดยดำาเนินการ ดังนี้ 1. จัด ลำา ดับ หลัก ฐานที่เ ป็น ผลการเรีย นรู้ 1.1 การทดลองการต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย 1.2 เขียน Mind map สรุปการต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย 1.3 การทดลองสมบัติตัวนำาไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า 1.4 เขียน Mind map สรุปคุณสมบัติของตัวนำาไฟฟ้า และ ฉนวนไฟฟ้า ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 20.
    20 1.5 การทดลองการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม 1.6 เขียน Mind map สรุปการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม 1.7 การทดลองการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและขนาน 1.8 เขียน Mind map สรุปการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม และแบบขนาน 1.9 การทดลองการเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า 1.10 เขียน Mind map สรุปการเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า 1.11 ทดสอบปรนัยเลือกตอบ 1.12 รายงานการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำาวัน 2. ออกแบบกิจ กรรมการเรีย นรู้(10 ชั่วโมง) หลัก ฐาน กิจ กรรม สื่อ อุป กรณ์ ชั่ว โ มง 1.1 การ 1. ศึกษาและเขียนวงจร 1.ภาพวงจร 2 ทดลองการต่อ ไฟฟ้าอย่างง่าย ไฟฟ้าอย่างง่าย วงจรไฟฟ้า 2.ทดลองต่อวงจรไฟฟ้า 2.วัสดุ อุปกรณ์ อย่างง่าย อย่างง่าย การต่อไฟฟ้า 1.2 เขียน 3.เขียน Mind map สรุป อย่างง่าย Mind map องค์ความรู้ สรุปการต่อวงจร ไฟฟ้าอย่างง่าย 1.3 การ 1.ศึกษาอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ 1.อุปกรณ์ไฟฟ้า 2 ทดลองสมบัติ ในชีวิตประจำาวัน และ ที่ใช้ในชีวิต ตัวนำาไฟฟ้า ทำาความรู้จักตัวนำาไฟฟ้า ประจำาวัน และฉนวน และฉนวนไฟฟ้า 2.วัสดุที่เป็น ไฟฟ้า 2.ทดลองต่อวงจรไฟฟ้า ตัวนำาไฟฟ้า 1.4 เขียน อย่างง่าย โดยใช้วัสดุที่เป็น และฉนวนไฟฟ้า Mind map ฉนวน และวัสดุที่เป็นตัวนำา 3.อุปกรณ์การ สรุปคุณสมบัติ ไฟฟ้า ต่อไฟฟ้าอย่าง ของตัวนำา 3.จัดทำา Mind map สรุป ง่าย ไฟฟ้า และ คุณสมบัติของตัวนำาไฟฟ้า ฉนวนไฟฟ้า และฉนวนไฟฟ้า ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 21.
    21 1.5 การ 1.ศึกษาการต่อวงจรไฟฟ้า 1.อุปกรณ์การ 2 ทดลองการต่อ แบบอนุกรม ทดลองต่อไฟฟ้า เซลล์ไฟฟ้า 2.ทดลองต่อวงจรไฟฟ้า แบบอนุกรม แบบอนุกรม แบบอนุกรม 1. 6 เขียน 3.จัดทำา Mind map สรุป Mind map ความรู้การต่อไฟฟ้าแบบ สรุปการต่อ อนุกรม เซลล์ไฟฟ้า แบบอนุกรม 1.7 การ 1.ศึกษาการต่อวงจรไฟฟ้า 1.หลอดไฟฟ้า 2 ทดลองการต่อ แบบขนาน และอุปกรณ์การ หลอดไฟฟ้า 2.ทดลองต่อหลอดไฟฟ้า ต่อวงจรไฟฟ้า แบบอนุกรม แบบอนุกรม และแบบขนาน แบบอนุกรม และขนาน 3.เขียน Mind map สรุป และแบบขนาน 1.8 เขียน องค์ความรู้เกี่ยวกับการต่อ Mind map วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม และ สรุปการต่อ แบบขนาน เซลล์ไฟฟ้า แบบอนุกรม และแบบขนาน หลัก ฐาน กิจ กรรม สื่อ อุป กรณ์ ชั่ว โ มง 1.9 การ 1.ทดลองการเกิดสนามแม่ 1.วัสดุ อุปกรณ์ 2 ทดลองการเกิด เหล็กไฟฟ้า เกี่ยวกับการ สนามแม่เหล็ก 2.เขียน Mind map สรุป ทดลองการเกิด ไฟฟ้า องค์ความรู้เกี่ยวกับการเกิด สนามแม่เหล็ก 1.10 เขียน สนามแม่เหล็กไฟฟ้า และ ไฟฟ้า Mind map การใช้ประโยชน์ สรุปการเกิด 3.ทดสอบปรนัยเลือกตอบ สนามแม่เหล็ก ไฟฟ้า 1.11 ทดสอบ ปรนัยเลือกตอบ ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 22.
    22 1.12 รายงาน 1.เก็บข้อมูลการใช้พลังงาน 1.ใบแจ้งการใช้ นอก การใช้พลังงาน ไฟฟ้ารายเดือนของบ้าน ไฟฟ้าจาก เวลา ไฟฟ้าในชีวิต ของนักเรียน สำานักงานไฟฟ้า ประจำาวัน 2.สรุปและรายงานเปรียบ เทียบการใช้พลังงานไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายในการใช้ พลังงานไฟฟ้าของบ้านของ นักเรียน แผนการจัด การเรีย นรู้ท ี่ 5 กลุ่ม สาระการเรีย นรู้ว ิท ยาศาสตร์ รายวิช า ว 16106 วิท ยาศาสตร์ 6 ชั้น ป.6 ปีก ารศึก ษา 2552 ชื่อ หน่ว ยการเรีย นรู้ พลัง งานและไฟฟ้า ปัจ จัย พื้น ฐานของ ชีว ิต เวลา 10 ชั่ว โมง มาตรฐาน ว 5.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดำารง ชีวิต การเปลี่ยนรูปพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารและพลังงาน ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิต และสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สือสารสิ่งที่เรียนรู้และนำาความรู้ไป ่ ใช้ประโยชน์ ตัว ชี้ว ัด ว 5.1 ป. 6/1 ทดลองและอธิบายการต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ว 5.1 ป. 6/2 ทดลองและอธิบายตัวนำาไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า ว 5.1 ป. 6/3 ทดลองและอธิบายการต่อเซลล์ฟ้าแบบอนุกรม และนำาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ว 5.1 ป. 6/4 ทดลองและอธิบายการต่อหลอดไฟฟ้าทั้งแบบ อนุกรม แบบขนาน และนำาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ว 5.1 ป. 6/5 ทดลองและอธิบายการเกิดสนามแม่เหล็กรอบ สายไฟที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน และนำาความรู้ไปใช้ประโยชน์ มาตรฐาน ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และจิตวิทยา ศาสตร์ ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่าประกฏการณ์ ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ มีรูปแบบที่แน่นอน สามารถอธิบาย และตรวจสอบได้ภายใต้ข้อมูล และเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้น ๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีความ เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ตัว ชี้ว ัด ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 23.
    23 ว 8.1 ป. 6/1 ตั้งคำาถามเกี่ยวกับประเด็นหรือเรื่อง หรือ สถานการณ์ที่จะศึกษาตามที่กำาหนดให้และตามความสนใจ ว 8.1 ป. 6/2 วางแผนการสังเกต เสนอการสำารวจตรวจ สอบหรือศึกษาค้นคว้า คาดการณ์ สิ่งที่จะพบจากการสำารวจ ตรวจสอบ ว 8.1 ป. 6/3 เลือกอุปกรณ์และวิธีการสำารวจตรวจสอบที่ถูก ต้องเหมาะสมให้ได้ผลที่ครอบคลุมและเชื่อถือได้ ว 8.1 ป. 6/4 บันทึกข้อมูลในเชิงปริมาณและคุณภาพ วิเคราะห์และตรวจสอบผลกับสิ่งที่คาดการณ์ไว้นำาเสนอผลและข้อ สรุป ว 8.1 ป. 6/5 สร้างคำาถามใหม่เพื่อการสำารวจตรวจสอบต่อ ไป ว 8.1 ป. 6/6 แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ อธิบาย ลง ความเห็นและสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ ว 8.1 ป. 6/7 บันทึกและอธิบายผลการสำารวจตรวจสอบตาม ความเป็นจริง มีเหตุผลและมีประจักษ์พยานอ้างอิง ว 8.1 ป. 6/8 นำาเสนอ จัดแสดงผลงานโดยอธิบายด้วย วาจาและเขียนรายงานแสดงกระบวนการและผลของงานให้ผู้อื่น เข้าใจ สาระสำา คัญ การใช้ไฟฟ้า และการต่อวงจรไฟฟ้าเพื่อการใช้ประโยชน์ เฉพาะต่าง ๆ ในการดำารงชีวิต ประจำาวัน อย่างเข้าใจ และระมัดระวัง ทำาให้สามารถใช้ประโยชน์ จากไฟฟ้าอย่างประหยัด ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ความรู้ 1. การต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย 2. ตัวนำาและฉนวนไฟฟ้า 3. ต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม 4. การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน 5. การเกิดสนามแม่เหล็ก 6. ประโยชน์ของพลังงานไฟฟ้าและการต่อเซลล์ไฟฟ้า ทัก ษะ/กระบวนการ 1. ทดลองต่อกระแสไฟฟ้าอย่างง่าย 2. ทดลองคุณสมบัติของตัวนำาและฉนวนไฟฟ้า 3. ทดลองต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม 4. ทดลองต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและขนาน ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 24.
    24 5. ทดลองการเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า คุณ ลัก ษณะ 1. ใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำาวันอย่างปลอดภัย 2. ใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด กิจ กรรมการเรีย นรู้ การจัด กิจ กรรมการเรีย นรู้ค รั้ง ที่ 1 (เวลา 2 ชั่ว โมง) 1. การสร้า งความสนใจ (Engage) 1.1 ครูสนทนากับนักเรียนในชั้นด้วยการให้นักเรียนได้มองดู หลอดไฟฟ้าที่ติดไว้บนเพดานห้องเรียนแล้วร่วมกันตอบคำาถามที่ว่า - หลอดไฟฟ้านั้นสว่างได้อย่างไร - กระแสไฟฟ้ามาจากไหนและเดินทางมาได้อย่างไร - กระแสไฟฟ้าที่เดินทางมานั้นต้องอาศัยอุปกรณ์อะไร - เราสามารถจะทำาให้กระแสไฟฟ้าเดินทางมาหรือทำาให้ มันหยุดได้หรือไม่ 1.2 ครูแจ้งให้นักเรียนได้ทราบว่าหน่วยการเรียนรู้ในครั้งนี้ เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการต่อวงจรไฟฟ้า ซึ่งนักเรียนจะสืบค้นและ ทำาการทดลองว่า กระแสไฟฟ้านั้นเดินทางได้อย่างไร มีอุปกรณ์ ชนิดใดบ้างที่ทำาให้กระแสไฟฟ้าเดินทางได้ เราจะมีวิธีทำาให้กระแส ไฟฟ้าเดินทางได้หรือหยุดการเดินทางได้หรือไม่ อย่างไร 2. การสำา รวจและค้น หา (Explore) 2.1 แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมโดยให้มี ความสามารถคละกันมีทั้งนักเรียนชายและนักเรียนหญิงภายในกลุ่ม ประมาณกลุ่มละ 3 - 4 2.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาการเขียนวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย จากตัวอย่างให้รู้จักและเข้าใจหน้าที่ของอุปกรณ์แต่ละชนิด จากนั้น เตรียมอุปกรณ์การทดลอง โดยครูแนะนำาอุปกรณ์แต่ละชนิดพร้อม อธิบายสมบัติของวัสดุ วิธีการใช้อุปกรณ์อย่างปลอดภัยและขั้นตอน ในการปฏิบัติการทดลอง 2.3 แต่ละกลุ่มกันปฏิบัติการทดลองการต่อวงจรไฟฟ้าอย่าง ง่าย โดยให้มีการสังเกตขั้นตอนการปฏิบัติงาน มีการบันทึกผลการ ทดลองโดยเฉพาะผลที่เกิดขึ้นจากการทดลองจริง ปัญหาที่เกิดขึ้น ระหว่างการทดลอง 3. การอธิบ าย (Explain) 3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำาข้อมูลความรู้ ผลการปฏิบัติการ ทดลอง ตลอดทั้งปัญหาอุปสรรคที่เกิดระหว่างการทดลองมาร่วมกัน อภิปรายแสดงความคิดเห็นในประเด็นดังนี้ ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 25.
    25 - วัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางของกระแส ไฟฟ้า - การสังเกตผลเมื่อมีการต่อวงจรไฟฟ้าได้ครบวงจร - ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานและ แนวทางการปรับปรุงแก้ไข - วิธีการปฏิบัติการทดลองให้ปลอดภัยจากอันตรายของ กระแสไฟฟ้า 4. การขยายความรู้(Elaborate) 4.1 นำาข้อมูลความรู้ที่ได้รับมาสรุปด้วยการเขียนแผนผังสรุป ความรู้ Mind map 4.2 ตัวแทนของแต่ละกลุ่มนำาเสนอผลงานเพื่อเป็นการแลก เปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน 5. การประเมิน ผล (Evaluation) 5.1 นักเรียนแต่ละคนประเมินวิธีการเรียนรู้ของตนว่ามีขั้นตอน การเรียนรู้อย่างไร การเรียนรู้ทำาให้นักเรียนได้รับความรู้อย่างไร ได้รับความรู้มากน้อยเพียงใด แล้วบันทึกลงในสมุดบันทึกของ ตนเอง การจัด กิจ กรรมการเรีย นรู้ค รั้ง ที่ 2 (เวลา 2 ชั่ว โมง) 1. การสร้า งความสนใจ (Engage) 1.1 ครูสนทนากับนักเรียนโดยให้นักเรียนได้ดูอุปกรณ์ไฟฟ้า ชนิดต่าง ๆ ว่าเป็นอย่างไร เช่น กาต้มนำ้าไฟฟ้า หม้อหุงข้าวไฟฟ้า พัดลม เตารีด แล้วร่วมกันตอบคำาถามที่ว่า - เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละอย่างใช้ประโยชน์เหมือนกันหรือ แตกต่างกันอย่างไร - เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดมีอุปกรณ์การทำางานเหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไร - นักเรียนคิดว่าอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดมี โอกาสเป็นอันตรายต่อเราได้หรือไม่ ถ้ามีอันตรายจะเป็นได้อย่างไร - ให้นักเรียนสังเกตว่าอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิด นั้น ส่วนที่ทำาให้มีความปลอดภัยจากไฟฟ้าดูดนั้นคืออะไร - วัสดุอุปกรณ์ที่สามารถป้องกันไม่ให้กระแสไฟฟ้าดูดเรา ได้นั้นเรียกว่าอะไร และทำาด้วยวัสดุอะไร 1.2 ครูแจ้งให้นักเรียนได้ทราบว่าหน่วยการเรียนรู้ในครั้งนี้ เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ คุณสมบัติของตัวนำาไฟฟ้าและ ฉนวนไฟฟ้า ซึ่งนักเรียนจะสืบค้นและทำาการทดลองว่า วัสดุ อุปกรณ์ชนิดใดบ้างที่กระแสไฟฟ้าเดินทางผ่านได้และวัสดุอุปกรณ์ ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 26.
    26 ชนิดใดบ้างที่กระแสไฟฟ้าเดินทางผ่านไม่ได้ นอกจากนั้นเราจะมีวิธี อย่างไรที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ในบ้านและในชีวิตประจำาวัน 2. การสำา รวจและค้น หา (Explore) 2.1 แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมโดยให้มี ความสามารถคละกันมีทั้งนักเรียนชายและนักเรียนหญิงภายในกลุ่ม ประมาณกลุ่มละ 3 - 4 2.2 นักเรียนเตรียมอุปกรณ์การทดลอง โดยครูแนะนำา อุปกรณ์แต่ละชนิดพร้อมอธิบายสมบัติของวัสดุ วิธีการใช้อุปกรณ์ อย่างปลอดภัยและขั้นตอนในการปฏิบัติการทดลอง ดังนี้ 2.2.1 ต่อวงจรไฟฟ้าให้ครบวงจร คือลังถ่านพร้อมถ่าน ไฟฉาย ฐานพร้อมหลอดไฟและสายไฟดำา-แดง สังเกตแล้วบันทึก ผล ถ้าครบวงจรหลอดไฟจะสว่าง 2.2.2 นำาวัสดุที่เตรียมไว้มาต่อเข้ากับวงจรไฟฟ้าทีละ ชนิด สังเกตและบันทึกผล 2.2.3 นำาลวดทองแดงหรือเปลือกหุ้มสายไฟมาต่อเข้า กับวงจรหรือเปลี่ยนเป็นวัสดุอย่างอื่นที่เตรียมไว้แล้วบันทึกผล 2.2.4 เปรียบเทียบผลการทดลองว่าวัสดุชนิดใดเป็น ตัวนำาไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า 2.3 แต่ละกลุ่มกันปฏิบัติการทดลองการศึกษาคุณสมบัติของ วัสดุแต่ละชนิดที่สามารถให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านและไม่ยอมให้ กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้โดยการต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ให้มีการ สังเกตขั้นตอนการปฏิบัติงาน บันทึกผลการทดลองโดยเฉพาะผลที่ เกิดขึ้นจากการทดลองจริง ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการทดดลอง 3. การอธิบ าย (Explain) 3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำาข้อมูลความรู้ ผลการปฏิบัติการ ทดลอง ตลอดทั้งปัญหาอุปสรรคที่เกิดระหว่างการทดลองมาร่วมกัน อภิปรายแสดงความคิดเห็นในประเด็นดังนี้ 3.1.1 ชนิดและประเภทของวัสดุอุปกรณ์ที่ยอมให้ กระแสไฟฟ้าไหลผ่านและไม่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านมีอะไรบ้าง 3.1.2 การสังเกตผลการทดลองของวัสดุอุปกรณ์แต่ละชนิดมี ผลการสังเกตเป็นอย่างไร 3.1.3 มีอะไรบ้างที่เป็นวัสดุอุปกรณ์ประเภทเป็นตัวนำา ไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า 3.1.4 ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงาน และแนวทางการปรับปรุงแก้ไขมีอะไรบ้าง ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 27.
    27 3.1.5 วิธีการปฏิบัติการทดลองให้ปลอดภัยจากอันตรายของ กระแสไฟฟ้ามีอย่างไรบ้าง 4. การขยายความรู้(Elaborate) 4.1 นำาข้อมูลความรู้ที่ได้รับมาสรุปด้วยการเขียนแผนผังสรุป ความรู้ Mind map 4.2 ตัวแทนของแต่ละกลุ่มนำาเสนอผลงานเพื่อเป็นการแลก เปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน 5. การประเมิน ผล (Evaluation) 5.1 นักเรียนแต่ละคนประเมินวิธีการเรียนรู้ของตนว่ามีขั้นตอน การเรียนรู้อย่างไร การเรียนรู้ทำาให้นักเรียนได้รับความรู้อย่างไร ได้รับความรู้มากน้อยเพียงใด แล้วบันทึกลงในสมุดบันทึกของ ตนเอง การจัด กิจ กรรมการเรีย นรู้ค รั้ง ที่ 3 (เวลา 2 ชั่ว โมง) 1. การสร้า งความสนใจ (Engage) 1.1 ครูสนทนากับนักเรียนโดยให้นักเรียนได้ทบทวนประสบการณ์ ของตนเกี่ยวกับการได้ไป ร่วมงานต่าง ๆ ในชุมชน โดยเฉพาะตอนกลาง คืนจะมีการติดตั้งไฟฟ้าเพื่อให้มีความสว่างตามบริเวณต่าง ๆ อย่างทั่วถึง และให้สังเกตว่าการต่อสายไฟฟ้านั้นเป็นอย่างไร แล้วร่วมกันตอบคำาถาม ดังนี้ - ตามบ้านเรือนที่มีการจัดงานจะมีการต่อหลอดไฟฟ้ากันเป็น จำานวนมากหรือน้อยอย่างไร - การต่อหลอดไฟฟ้าจำานวนมากหลาย ๆ หลอดนั้นมีวิธี การอย่างไรจึงทำาให้ไฟฟ้าทุกหลอดสว่างได้ - การต่อหลอดไฟฟ้าด้วยวิธีการดังกล่าวมีความสะดวกและ ปลอดภัยหรือไม่ ถ้าหาก ไม่ปลอดภัยนั้นอันตรายจะเกิดขึ้นได้ อย่างไร - นักเรียนคิดว่าควรจะต่อหลอดไฟฟ้าอย่างไรเพื่อให้เกิด ความสะดวกและมีความปลอดภัยสูงสุด 1.2 ครูแจ้งให้นักเรียนได้ทราบว่าหน่วยการเรียนรู้ในครั้งนี้ เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม ซึ่งนักเรียนจะ สืบค้นและทำาการทดลองว่า การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมนั้นมีวิธี การอย่างไร วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้มีอะไรบ้าง มีความปลอดภัยจาก กระแสไฟฟ้าดูดมากน้อยเพียงใด นอกจากนั้นเราจะมีวิธีอย่างไรที่ ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 28.
    28 จะได้รับความปลอดภัยจากการต่อเซลล์ไฟฟ้าในบ้านและในชีวิต ประจำาวัน 2. การสำา รวจและค้น หา (Explore) 2.1 แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมโดยให้มี ความสามารถคละกันมีทั้งนักเรียนชายและนักเรียนหญิงภายในกลุ่ม 2.2 นักเรียนเตรียมอุปกรณ์การทดลอง โดยครูแนะนำา อุปกรณ์แต่ละชนิดพร้อมอธิบายคุณสมบัติของวัสดุ วิธีการใช้ อุปกรณ์อย่างปลอดภัยและขั้นตอนในการปฏิบัติการทดลอง 2.3 แต่ละกลุ่มปฏิบัติการทดลองการศึกษาการต่อเซลล์ไฟฟ้า แบบอนุกรม แนะนำาให้มีการสังเกตขั้นตอนการปฏิบัติงาน บันทึก ผลการทดลองโดยเฉพาะผลที่เกิดขึ้นจากการทดลองจริง ปัญหาที่ เกิดขึ้นระหว่างการทดดลอง 3. การอธิบ าย (Explain) 3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำาข้อมูลความรู้ ผลการปฏิบัติการ ทดลอง ตลอดทั้งปัญหาอุปสรรคที่เกิดระหว่างการทดลองมาร่วมกัน อภิปรายแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่อไปนี้ - วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมมี อะไรบ้าง ต้องเลือกอย่างไรจึงจะเหมาะสม - วิธีการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมที่ให้ความสะดวกและปลอดภัย ต้องปฏิบัติ อย่างไร - การนำาวิธีการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมมาใช้ต่อหลอดไฟฟ้า ในบ้านทำาได้อย่างไร - ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานและ แนวทางการปรับปรุงแก้ไขมีอะไรบ้าง - วิธีการปฏิบัติการทดลองให้ปลอดภัยจากอันตรายของกระแส ไฟฟ้ามีขั้นตอนอย่างไร 4. การขยายความรู้(Elaborate) 4.1 นำาข้อมูลความรู้ที่ได้รับมาสรุปด้วยการเขียนแผนผังสรุป ความรู้ Mind map 4.2 ตัวแทนของแต่ละกลุ่มนำาเสนอผลงานเพื่อเป็นการแลก เปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน 5. การประเมิน ผล (Evaluation) 5.2 นักเรียนแต่ละคนประเมินวิธีการเรียนรู้ของตนว่ามีขั้นตอน การเรียนรู้อย่างไร ต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไร การเรียนรู้ทำาให้ นักเรียนได้รับความรู้อย่างไร ได้รับความรู้มากน้อยเพียงใด แล้ว บันทึกลงในสมุดบันทึกของตนเอง ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 29.
    29 การจัด กิจ กรรมการเรียนรู้ค รั้ง ที่ 4 (เวลา 2 ชั่ว โมง) 1. การสร้า งความสนใจ (Engage) 1.1 ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับบทเรียนในครั้งที่ผ่านมา ว่าการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมนั้นเป็นอย่างไร แล้วร่วมกันตอบ คำาถามดังนี้ - ตามบ้านของนักเรียนมีการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม หรือไม่ หรือมีการต่อหลอดไฟฟ้าอย่างไร - นักเรียนคิดว่าการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมมีข้อดี และข้อเสียอย่างไร มีอันตรายมากน้อยเพียงใด - นักเรียนคิดว่าจะมีวิธีการต่อหลอดไฟฟ้าอย่างอื่นอีกได้ หรือไม่ และจะมีวิธการต่ออย่างไร 1.2 ครูแจ้งให้นักเรียนได้ทราบว่าหน่วยการเรียนรู้ในครั้งนี้ เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการต่อหอลดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน ซึ่งนักเรียนจะสืบค้นและทำาการทดลองว่า การต่อหลอดไฟฟ้าแบบ อนุกรมและแบบขนานนั้นมีวิธีการอย่างไร วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้มีอะไร บ้าง มีความปลอดภัยจากกระแสไฟฟ้าดูดมากน้อยเพียงใด นอกจากนั้นเราจะมีวิธีอย่างไรที่จะได้รับความปลอดภัยจากการต่อ หลอดไฟฟ้าในบ้านและในชีวิตประจำาวัน 2. การสำา รวจและค้น หา (Explore) 2.1 แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมโดยให้มี ความสามารถคละกันมีทั้งนักเรียนชายและนักเรียนหญิงภายในกลุ่ม 2.2 นักเรียนเตรียมอุปกรณ์การทดลอง โดยครูแนะนำา อุปกรณ์แต่ละชนิดพร้อมอธิบายสมบัติของวัสดุ วิธีการใช้อุปกรณ์ อย่างปลอดภัยและขั้นตอนในการปฏิบัติการทดลอง 2.3 แต่ละกลุ่มปฏิบัติการทดลองการศึกษาการต่อหลอดไฟฟ้า แบบอนุกรมและแบบขนาน แนะนำาให้มีการสังเกตขั้นตอนการ ปฏิบัติงาน บันทึกผลการทดลองโดยเฉพาะผลที่เกิดขึ้นจากการ ทดลองจริง ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการทดดลอง 3. การอธิบ าย (Explain) 3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำาข้อมูลความรู้ ผลการปฏิบัติการ ทดลอง ตลอดทั้งปัญหาอุปสรรคที่เกิดระหว่างการทดลองมาร่วมกัน อภิปรายแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่อไปนี้ - วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการต่อหลอดไฟฟ้ามีอะไรบ้าง - วิธีการต่อหลอดไฟฟ้าที่ให้ความสะดวกและปลอดภัย ต้องปฏิบัติอย่างไร - การนำาวิธีการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบ ขนานมาใช้ต่อหลอดไฟฟ้าในบ้าน ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 30.
    30 - ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานและ แนวทางการปรับปรุงแก้ไข - วิธีการปฏิบัติการทดลองให้ปลอดภัยจากอันตรายของ กระแสไฟฟ้า 4. การขยายความรู้(Elaborate) 4.1 นำาข้อมูลความรู้ที่ได้รับมาสรุปด้วยการเขียนแผนผังสรุป ความรู้ Mind map 4.2 ตัวแทนของแต่ละกลุ่มนำาเสนอผลงานเพื่อเป็นการแลก เปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน 5. การประเมิน ผล (Evaluation) 5.1 นักเรียนแต่ละคนประเมินวิธีการเรียนรู้ของตนว่ามีขั้นตอน การเรียนรู้อย่างไร ต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไร การเรียนรู้ทำาให้ นักเรียนได้รับความรู้อย่างไร ได้รับความรู้มากน้อยเพียงใด แล้ว บันทึกลงในสมุดบันทึกของตนเอง การจัด กิจ กรรมการเรีย นรู้ค รั้ง ที่ 5 (เวลา 2 ชั่ว โมง) 1. การสร้า งความสนใจ (Engage) 1.1 ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับบทเรียนในครั้งที่ผ่านมา ว่าการต่อหลอดไฟฟ้าทั้งแบบอนุกรมและแบบขนานนั้นเป็นอย่างไร แล้วร่วมกันตอบคำาถามดังนี้ - ตามบ้านของนักเรียนมีต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมหรือ ไม่ หรือมีการต่อหลอดไฟฟ้าอย่างไร - นักเรียนคิดว่าการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบ ขนานมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร มีอันตรายมากน้อยแตก ต่างกันเพียงใด - นักเรียนคิดว่าพลังงานไฟฟ้ามีความ จำาเป็นต่อการดำารงชีวิตใน ปัจจุบันมากน้อย เพียงใด ถ้าหากไม่มีไฟฟ้าเราจะสามารถ ดำาเนินชีวิต ทำางานหรือทำาอย่างอื่นได้หรือไม่ เพราะเหตุใด - นักเรียนคิดว่าพลังงานไฟฟ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร เรา สามารถสร้างพลังงานไฟฟ้าขึ้นได้หรือไม่ และมีวิธีการอย่างไร 1.2 ครูแจ้งให้นักเรียนได้ทราบว่าหน่วยการเรียนรู้ในครั้งนี้ เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า และการนำา ความรู้เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำาวันอย่าง ฉลาด คุ้มค่าและปลอดภัย ซึ่งนักเรียนจะสืบค้นและทำาการทดลอง 2. การสำา รวจและค้น หา (Explore) 2.1 แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมโดยให้มี ความสามารถคละกันมีทั้งนักเรียนชายและนักเรียนหญิงภายในกลุ่ม ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 31.
    31 2.2 นักเรียนเตรียมอุปกรณ์การทดลอง โดยครูแนะนำา อุปกรณ์แต่ละชนิดพร้อมอธิบายสมบัติของวัสดุ วิธีการใช้อุปกรณ์ อย่างปลอดภัยและขั้นตอนในการปฏิบัติการทดลอง 2.3 แต่ละกลุ่มกันปฏิบัติการทดลองการศึกษาการเกิดสนาม แม่เหล็กไฟฟ้า แนะนำาให้มีการสังเกตขั้นตอนการปฏิบัติงาน บันทึก ผลการทดลองโดยเฉพาะผลที่เกิดขึ้นจากการทดลองจริง ปัญหาที่ เกิดขึ้นระหว่างการทดดลอง จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกัน สืบค้นข้อมูลความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของพลังงานไฟฟ้า การใช้ พลังงานไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีความคุ้มค่า ปลอดภัย และ รักษาทรัพยากรธรรมชาติจากอินเทอร์เน็ต หนังสือวิทยาศาสตร์ที่มี ในห้องสมุดโรงเรียน 3. การอธิบ าย (Explain) 3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำาข้อมูลความรู้ ผลการปฏิบัติการ ทดลอง ตลอดทั้งปัญหาอุปสรรคที่เกิดระหว่างการทดลองมาร่วมกัน อภิปรายแสดงความคิดเห็นในประเด็นดังนี้ - การเกิดสนามแม่เหล็กกับการเกิดพลังงานไฟฟ้าเกิดขึ้น ได้อย่างไร - แนวทางการสร้างพลังงานไฟฟ้าทดแทนหรือสร้างพลังงาน ไฟฟ้าอย่างง่ายทำาได้อย่างไร - ประโยชน์ของพลังงานไฟฟ้ากับการดำารงชีวิตประจำา วันมีอย่างไรบ้าง - แนวทางการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างประหยัด คุ้มค่า ปลอดภัย และไม่ทำาลายทรัพยากรธรรมชาติทำาได้อย่างไรบ้าง 4. การขยายความรู้(Elaborate) 4.1 นำาข้อมูลความรู้ที่ได้รับมาสรุปด้วยการเขียนแผนผังสรุป ความรู้ Mind map 4.2 ตัวแทนของแต่ละกลุ่มนำาเสนอผลงานเพื่อเป็นการแลก เปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน 5. การประเมิน ผล (Evaluation) 5.1. นักเรียนแต่ละคนประเมินวิธีการเรียนรู้ของตนว่ามีขั้น ตอนการเรียนรู้อย่างไร การเรียนรู้ทำาให้นักเรียนได้รับความรู้ อย่างไร ได้รับความรู้มากน้อยเพียงใด แล้วบันทึกลงในสมุดบันทึก ของตนเอง 5.2 ทดสอบปรนัยเลือกตอบ 5.3 ครูแนะนำาให้นักเรียนอ่านข้อมูลการใช้พลังงานไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายจากใบแจ้งการใช้ไฟฟ้าของบ้านนักเรียน และให้ ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 32.
    32 นักเรียนใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด แล้วให้นำาใบแจ้งการใช้ไฟฟ้าของ บ้านของนักเรียนตลอดปี และนำาเสนอก่อนสอบปลายปี สื่อ อุป กรณ์แ ละแหล่ง เรีย นรู้ 1. หลอดไฟฟ้าตามเพดานในชั้นเรียน 2. วัสดุอุปกรณ์การทดลองการต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย 3. ของจริงหรือภาพเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ เช่น กาต้ม นำ้า หม้อหุงข้าว พัดลม เตารีด 4. ภาพการจัดงานที่มีการติดตั้งหลอดไฟเป็นจำานวนมาก 5. วัสดุอุปกรณ์การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม 6. วัสดุอุปกรณ์การต่อหลอดไฟฟ้าทั้งแบบอนุกรมและแบบ ขนาน 7. วัสดุอุปกรณ์การทดลองการเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า 8. อินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ หนังสือเรียน เอกสารความรู้เกี่ยว กับประโยชน์ของพลังงานไฟฟ้า การใช้พลังงานไฟฟ้าให้เกิด ประโยชน์สูงสุด มีความคุ้มค่า ปลอดภัย และรักษา ทรัพยากรธรรมชาติ การวัด และประเมิน ผลการเรีย นรู้ 1. วิธ ีว ัด และเครื่อ งมือ วัด เป้า หมายการเรีย นรู้ วิธ ีก ารวัด เครื่อ งมือ วัด สาระสำา คัญ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ 1. การทดสอบปรนัย 1. แบบทดสอบ ไฟฟ้าและวงจรไฟฟ้า ทำาให้ แบบเลือกตอบ ปรนัยชนิดเลือกตอบ สามารถใช้ประโยชน์จากไฟฟ้า 2. ตรวจผลงานการ 2. แบบตรวจผล อย่างประหยัด ปลอดภัย และมี เขียนสรุปความรู้ด้วย งานการเขียน Mind ประสิทธิภาพ Mind map ทุกครั้ง map 3. สังเกตการทดลอง 3. แบบสังเกตการ ทดลอง ตัว ชี้ว ัด ว 5.1 ป. 6/1 ทดลองและ 1. สังเกตการทดลอง 1. แบบตรวจผล อธิบายการต่อวงจรไฟฟ้าอย่าง ต่อวงจรไฟฟ้าอย่าง งานการทดลองต่อ ง่าย ง่าย วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ว 5.1 ป. 6/2 ทดลองและ 2. สังเกตการทดลอง 2. แบบสังเกตการ อธิบายตัวนำาไฟฟ้าและฉนวน ตัวนำาไฟฟ้าและฉนวน ทดลองตัวนำาไฟฟ้า ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 33.
    33 ไฟฟ้า ไฟฟ้า และฉนวนไฟฟ้า ว 5.1 ป. 6/3 ทดลองและ 3. สังเกตการทดลอง 3. แบบสังเกตการ อธิบายการต่อเซลล์ฟ้าแบบ การต่อเซลล์ฟ้าแบบ ทดลองการต่อเซลล์ อนุกรม และนำาความรู้ไปใช้ อนุกรม ฟ้าแบบอนุกรม ประโยชน์ 4. สังเกตการทดลอง 4. แบบสังเกตการ ว 5.1 ป. 6/4 ทดลองและ ต่อหลอดไฟฟ้าทั้งแบบ ทดลองการต่อหลอด อธิบายการต่อหลอดไฟฟ้าทั้ง อนุกรม แบบขนาน ไฟฟ้าทั้งแบบอนุกรม แบบอนุกรม แบบขนาน และ แบบขนาน นำาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ว 5.1 ป. 6/5 ทดลองและ 5. สังเกตการทดลอง 5. แบบสังเกตการ อธิบายการเกิดสนามแม่เหล็ก การเกิดสนามแม่เหล็ก ทดลองการเกิด รอบสายไฟที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน สนามแม่เหล็ก และนำาความรู้ไปใช้ประโยชน์ เป้า หมายการเรีย นรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด คุณ ลัก ษณะ 1. ใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำาวันสอบถามวิธีการใช้ 1. แบบสอบถามวิธี 1. อย่าง พลังงานไฟฟ้าอย่าง การใช้พลังงาน ปลอดภัย ประหยัดและปลอดภัย ไฟฟ้าอย่างประหยัด 2. ใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด ในชีวิตประจำาวัน และปลอดภัยในชีวิต 2. สังเกตพฤติกรรม ประจำาวัน การใช้พลังงานไฟฟ้า 2. แบบสังเกต 3.ตรวจข้อมูลการใช้ พฤติกรรมการรู้จัก ไฟฟ้าของนักเรียน ใช้พลังงานไฟฟ้า (การประเมินผลมาตรฐาน ว 8.1 สอดแทรกอยู่ในการประเมินแต่ละ เรื่อง ทุกเรื่องที่จัดการเรียนรู้) 2. เกณฑ์ก ารวัด 2.1 ข้อ สอบปรนัย เลือกคำาตอบได้ถูกต้องข้อละ 1 คะแนน 2.2 ผลงานการเขีย น Mind map 2.2.1 ความชัดเจนของเนื้อหาสาระ 2.2.2 ความสอดคล้องกับหัวเรื่อง 2.2.3 ความครอบคลุมของเนื้อหาสาระกับหัวเรื่อง 2.2.4 การเชื่อมโยงความคิดหลัก ความคิดรอง และ ความคิดย่อย 2.2.5 การนำาองค์ความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 34.
    34 2.2.6 รูปแบบการนำาเสนอ 2.3 ผลงานการทดลอง 2.3.1 การทดลองตามแผนที่กำาหนด 2.3.2 การใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือ 2.3.3 การบันทึกผลการทดลอง 2.3.4 การจัดกระทำาข้อมูลและการนำาเสนอ 2.3.5 การสรุปผลการทดลอง 2.3.6 การดูแล การเก็บอุปกรณ์หรือเครื่องมือ 2.4 การสอบถามนัก เรีย นเกี่ย วกับ วิธ ีก ารใช้พ ลัง งาน ไฟฟ้า อย่า งประหยัด และปลอดภัย ในชีว ิต ประจำา วัน 2.4.1 คำาตอบเป็นข้อความในเชิงบวกได้ 1 คะแนน 2.4.2 คำาตอบเป็นข้อความในเชิงลบได้ 0 คะแนน 2.5 แบบสัง เกตพฤติก รรมการรู้จ ัก ใช้พ ลัง งานไฟฟ้า อย่า งประหยัด 2.5.1 การเปิดไฟฟ้าใช้ในห้องเรียน 2.5.1 การเปิดนำ้าใช้ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ 2.5.3 การเปิดพัดลมใช้ในห้องเรียน 2.5.4 การเปิดพัดลม เปิดไฟฟ้าทิ้งไว้ที่ไม่ใช่ห้องเรียน ของตน 2.5.6 การสังเกตและคอยเตือนเพื่อน ๆ กรณีการเปิด ไฟฟ้าและพัดลม 2.5.7 การปฏิบัติตามกิจกรรม 5 ส. 3. เกณฑ์ก ารผ่า น 3.1 เกณฑ์ก ารผ่า นรายบุค คล 3.1.1 นักเรียนได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของ คะแนนเต็ม 3.1.2 นักเรียนได้ระดับคุณภาพตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป จาก 3 ระดับคุณภาพของการประเมิน 3.2 เกณฑ์ก ารผ่า นรายกลุ่ม 3.2.1 จำานวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้คะแนนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม 3.2.2 จำานวนนักเรียนร้อยละ 80 ได้ระดับคุณภาพ ตั้งแต่ระดับ 2 ขึนไปจาก 3 ระดับคุณภาพของการประเมิน ้ ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.
  • 35.
    35 บรรณานุก รม กระทรวงศึกษาธิการ. หลักสูต รแกนกลางการศึก ษาขั้น พื้น ฐาน พุท ธศัก ราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำากัด. 2551. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. เอกสาร ประกอบการประชุม ปฏิบ ัต ิก าร เผยแพร่ ขยายผล และอบรม รูป แบบการจัด กระบวนการเรีย นรู้แ บบวัฏ จัก รการสืบ เสาะหาความรู้ 5 ชั้น ตอน เพื่อ พัฒ นากระบวนการคิด ระดับ สูง . 2549. (เอกสารอัดสำาเนา) Michael Pohl. A Resource Book for School Infusing Thinking Into the Middle Years. Hawker Brownlow:Australia. 2002. Wiggins, Grant and Jay McTighe. Understanding by Design Expanded 2nd Edition. New Jersey: Pearson Education, Inc. 2006. ดร.เฉลิม ฟัก อ่อ น ศึก ษานิเ ทศก์ สำา นัก งานเขตพื้น ที่ก ารศึก ษาลำา พูน เขต 1. กุม ภาพัน ธ์ 2552.