การพัฒ นาทีม งาน
เทคนิค การสร้า งเครือ
ข่า ยและทีม งาน

อาจารย์ ดร .ประภาพร บุญ ปลอด
24 สิง หาคม 2556 ณ ห้อ งประชุม
การเปลี่ย นแปลงสภาวะ
แวดล้อ มของโลก
 การเปลี่ย นแปลง

พฤติก รรมมนุษ ย์
 นวัต กรรมต่า งๆ เกิด
เร็ว
 วิก ฤตการต่า งๆ ที่เ กิด
กระแสโลกาภิว ัฒ น์
* ระบบการค้า
* ระบบการ
ลงทุน
* ระบบการ
เงิน
* การให้
บริก าร
* ค่า นิย ม
* วัฒ นธรรม
ประเทศต้อ งมีค วาม
ข้า ราชการยุค ใหม่
ข้า ราชการยุค ใหม่



มีค วามสามารถในการเรีย นรู้
* สติป ัญ ญาดี
* มีแ รงจูง ใจ

มีว ิส ัย ทัศ น์

* มองเห็น สิ่ง ที่เ ป็น
ไปได้



มีค วามเป็น ข้า ราชการ
* คนดี คนเก่ง
* มีจ ิต ให้บ ริก าร
เป็น มือ อาชีพ
* รู้จ ริง ทำา งานบนพืน ฐานขององค์
้
ความรู้
* ทำา งานเชิง รุก
* คิด เชิง ยุท ธศาสตร์ม ุ่ง ไปข้า งหน้า
* คิด เชิง บวก
* มีจ ริย ธรรม
มองเห็น โอกาส กล้า ตัด สิน ใจ
* มีเ หตุผ ลเชิง จริย ธรรม (การ
ตัด สิน ใจแก้ป ัญ หา )
มีค วามสามารถเผชิญ กับ ความไม่
แน่น อนได้ด ี
ราชการยุค ใหม่
ยึด ประชาชนเป็น
เป้า หมาย

ทำา งานที่
บริก ารมี
โปร่ง ใส
คุณ ภาพสูง
ตรวจสอบ
ประสิท ธิภ า
ี
ทำา งานแบบ เจ้า หน้า ที่ม ค ุณ ภาพ วัฒ นธรรม
ได้
พสูง
มุง ผล คุณ ธรรม (คนเก่ง และคนดี) การ
่
ทำา งาน
สัม ฤทธิ์
ม
ทำา เฉพาะ มีอ งค์ก รที่
มีร ะบบ เป็น ทีใช้
บทบาทที่
คล่อ งตัว
บริห าร
อุป กรณ์
จำา เป็น
กะทัด รัด
บุค คลที่
ที่
คล่อ งตัว
ทัน สมั6
ย
คุณ ลัก ษณะของทีม งานที่ป ระสบ
ความสำา เร็จ
เป้า หมาย
เป้า หมาย
การแสดงออก
การแสดงออก

ความสำา เร็จ
ของทีม

ความเป็น เอกฉัน ท์
วามเป็ น เอกฉัน ท์

ความเป็น ผู้น ำา
ความเป็น ผู้น ำา
ความไว้ว างใจ
ความไว้ว างใจ

ความคิด สร้า งสรรค์
ความคิด สร้า งสรรค์
7
เป้าา หมาย
เป้ หมาย
การแสดงออก
การแสดงออก
ความเป็น เอกฉัน ท์
ความเป็น เอกฉัน ท์

ความสำา เร็จ
ของทีม

ความเป็น ผูน ำาำา
้
ความเป็น ผู้น
ความไว้ว างใจ
ความไว้ว างใจ

ความคิด สร้าา งสรรค์
ความคิด สร้ งสรรค์

เป้า หมาย (Goal)
เป็น สิ่ง สำา คัญ ขาดไม่ไ ด้
สมาชิก ทุก คนต้อ งมีส ่ว นร่ว ม
ต้อ งทำา งานให้ไ ด้ต ามเป้า
หมาย
เป้าา หมาย
เป้ หมาย
การแสดงออก
การแสดงออก
ความเป็น เอกฉัน ท์
ความเป็น เอกฉัน ท์

ความสำา เร็จ
ของทีม

ความเป็น ผูน ำาำา
้
ความเป็น ผู้น
ความไว้ว างใจ
ความไว้ว างใจ

ความคิด สร้าา งสรรค์
ความคิด สร้ งสรรค์

ความเป็น ผู้น ำา (Leadership
มีค วามยืด หยุ่น
มีก ารสับ เปลี่ย นตำา แหน่ง และ
บทบาทกัน ได้
เต็ม ใจรับ ผิด ชอบตามสภาพ
เป้าา หมาย
เป้ หมาย
การแสดงออก
การแสดงออก
ความเป็น เอกฉัน ท์
ความเป็น เอกฉัน ท์

ความสำา เร็จ
ของทีม

ความเป็น ผูน ำาำา
้
ความเป็น ผู้น
ความไว้ว างใจ
ความไว้ว างใจ

ความคิด สร้าา งสรรค์
ความคิด สร้ งสรรค์

ความไว้ว างใจ (Trust)
เป็น พืน ฐานสำา คัญ ของความ
้
รัก ความสามัค คี
ต้อ งเชื่อ ใจซึง กัน และกัน
่
เป้าา หมาย
เป้ หมาย
การแสดงออก
การแสดงออก
ความเป็น เอกฉัน ท์
ความเป็น เอกฉัน ท์

ความสำา เร็จ
ของทีม

ความเป็น ผูน ำาำา
้
ความเป็น ผู้น
ความไว้ว างใจ
ความไว้ว างใจ

ความคิด สร้าา งสรรค์
ความคิด สร้ งสรรค์

ความคิด สร้า งสรรค์ (Creativity)

หาวิธ ีก ารปฏิบ ัต ิห รือ สร้า งวัต
กรรมใหม่ ๆ
(คิด ใหม่ ทำา
ใหม่)
เป้าา หมาย
เป้ หมาย
การแสดงออก
การแสดงออก
ความเป็น เอกฉัน ท์
ความเป็น เอกฉัน ท์

ความสำา เร็จ
ของทีม

ความเป็น ผู้น ำาำา
ความเป็น ผู้น
ความไว้ว างใจ
ความไว้ว างใจ

ความคิด สร้าา งสรรค์
ความคิด สร้ งสรรค์

แสดงความคิด เห็น ที่ส อดคล้อ ง
แสดงความคิด เห็น ที่ส อดคล้อ ง
และเป็น เอกฉัน ท์ (Consensus)
และเป็น เอกฉัน ท์ (Consensus)
ร่ว มแสดงความคิด เห็น
ได้ข ้อ สรุป ที่ช ัด เจน
มีม ติเ ป็น เอกฉัน ท์
เป้าา หมาย
เป้ หมาย
การแสดงออก
การแสดงออก
ความเป็น เอกฉัน ท์
ความเป็น เอกฉัน ท์

ความสำา เร็จ
ของทีม

ความเป็น ผูน ำาำา
้
ความเป็น ผู้น
ความไว้ว างใจ
ความไว้ว างใจ

ความคิด สร้าา งสรรค์
ความคิด สร้ งสรรค์

สมาชิก
สมาชิก

มีส ิท ธิท จ ะแสดงความคิด เห็น ได้อ ย่า งเสรี
ี่
ไม่ล ะเมิด สิท ธิผ ู้อ ื่น
มีห น้า ทีร ับ ฟัง และแลกเปลี่ย นความคิด เห็น
่
ต้อ งเข้า ใจเรื่อ งราวต่า งๆ ได้เ ป็น อย่า งดี
มีส ่ว นร่ว มในการทำา งานให้บ รรลุเ ป้า หมาย
เป็น ทีม

ทีม งาน

ความแตกต่า งระหว่า ง
บุค ลิก ภาพ
การมีส ว นร่ว มอย่า งไม่เ ท่า
่
เทีย มกัน
การขาดความรู้ส ึก มีส ่ว นร่ว ม
ในทีม
ความล้ม เหลวในการประเมิน
อำา นาจของผู้น ำา
การขาดแคลนทางเลือ ก

ความ
สำา เร็จ
ของทีม

การปิด บัง
ขาดการวิน จ ฉัย ทีม งาน
ิ
ขาดการกระจายข่า วสู่ร ะดับ

14
“เครือ ข่า ย ” (Network) หมาย
ถึง การเชือ มโยงของกลุ่ม ของคน
่
หรือ กลุ่ม องค์ก รทีส มัค รใจ ทีจ ะ
่
่
แลกเปลีย นข่า วสารร่ว มกัน หรือ
่
ทำา กิจ กรรมร่ว มกัน โดยมีก ารจัด
ระเบีย บโครงสร้า งของคนใน
เครือ ข่า ยด้ว ยความเป็น อิส ระ เท่า
เทีย มกัน ภายใต้พ น ฐานของความ
ื้
ประเด็น สำา คัญ
ของนิย าม

 เครือ ข่า ยเป็น รูป แบบความสัม พัน ธ์ท าง
สัง คม
(Social Network) อย่า งหนึ่ง

ความสัม พัน ธ์ข องสมาชิก ในเครือ ข่า ย

ต้อ งเป็น ไปโดยสมัค รใจ

กิจ กรรมที่ท ำา ในเครือ ข่า ยต้อ งมีล ัก ษณะ

เท่า เทีย ม หรือ แลกเปลี่ย นซึ่ง กัน และกัน

การเป็น สมาชิก เครือ ข่า ยต้อ งไม่ม ีผ ลก

ระทบต่อ ความเป็น อิส ระหรือ ความเป็น
แนวคิด การสร้า งเครือ ข่า ยในการทำา งาน

1. ทฤษฎีก ารแลกเปลีย น
่
(Exchange Theory)
อธิบายถึงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์
ระหว่างกัน ดังนั้น เหตุผลหลักทีจะ
่
ทำาให้เครือข่ายเกิดขึ้นได้โดยสมัครใจ
ก็คือ แต่ละฝ่ายมองเห็นประโยชน์ที่
ตนจะได้รับจากการเข้าร่วมเครือข่าย
ซึ่งจะนำาไปสู่ความเต็มใจทีจะประสาน
่
2. แนวคิด การรวมพลัง (Synergy)
เป็นการผนึกกำาลังในลักษณะที่มากกว่า
1+1 = 2 แต่ต้องเป็น 1+1>2
หมายความว่า การรวมพลังกันทำางาน
นำาไปสู่ผลลัพธ์ที่มคุณค่าหรือเข้มแข็ง
ี
มากกว่าการที่แต่ละองค์กรจะทำางาน
โดยโดดเดียว
่
3. องค์ก รเครือ ข่า ยมีก ารแบ่ง งานกัน
ทำา (Division of labour) การที่
องค์กรเข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายกัน
เพราะส่วนหนึ่งคาดหวังการพึงพิงแลก
่
เปลียนความสามารถระหว่างกัน จะนำา
่
ไปสูการพึงพิงและขึ้นต่อกัน การแบ่งงาน
่
่
กันทำา ทังยังเป็นการลดโอกาสที่องค์กร
้
ใดองค์กรหนึ่งจะแสดงอำานาจเหนือเครือ
ข่ายด้วย
4. ความเข้ม แข็ง ขององค์ก รที่ร ่ว มกัน
ลัก ษณะของ
เครือ ข่า ย

1. เครือ ข่า ยมีล ัก ษณะเป็น โครงสร้า ง
ทางความคิด (Cognitive
structures)
บุคคลทีเกียวข้องในองค์กร
่ ่
เครือข่ายจะมีกรอบความคิดเกี่ยวกับ
องค์กรเครือข่ายใกล้เคียงกัน ในด้าน
ความรู้ความสามารถ และความต้องการ
2. องค์ก รเครือ ข่า ยไม่ม ีล ำา ดับ ขั้น
(Hierarchy)
การเชือม
่
5. องค์ก รเครือ ข่า ยกำา หนดการ
บริห ารจัด การกัน เอง
(Self
regulating)
ในการทำางาน
ร่วมกันในลักษณะแนวราบ จำาเป็นต้องมี
ความสมานฉันท์ โดยผ่าน
กระบวนการทางประชาธิปไตย ซึ่ง
หมายถึง การต่อรอง ตกลง ระหว่าง
องค์กรเครือข่ายเกี่ยวกับการบริหาร
จัดการภายใน เพือให้เครือข่ายสามารถ
่
6. ความสำา เร็จ ขององค์ก รเครือ ข่า ย
ต้อ งใช้เ วลา
การบ่มเพาะ
ความสัมพันธ์ ความศรัทธา และความไว้
เนือ เชือใจ ตลอดจนการสร้างกรอบทาง
้
่
ความคิด เพือให้เกิดการแลกเปลียน
่
่
ข้อมูลข่าวสาร การแก้ไขปัญหาร่วมกัน
อย่างสร้างสรรค์รวมทังการดำาเนินการ
้
ร่วมกันระหว่างองค์กร
กลุ่ม เป้า หมายที่ค วรเป็น
เครือ ข่า ย

ภาคประชาชน / ชุม ชน
ภาคราชการ
ภาคเอกชน
ภาคนัก วิช าการ
ภาคสือ มวลชล
่
ภาค NGO
เทคนิค การทำา งานร่ว มกัน
เป็น เครือ ข่า ย

1. สร้า งความผูก พัน และความรับ
ผิด ชอบต่อ การสร้า งเครือ ข่า ย
 ้ป ฏิบ ัต ง านให้ค วามร่ว มมือ
ผู
ิ
วิเ คราะห์ พูด คุย ปัญ หาร่ว มกัน
มีค วามพร้อ มทีจ ะทำา งานร่ว ม
่
กัน
2. เตรีย มตัว เตรีย มใจไว้ว ่า การสร้า ง
เครือ ข่า ยต้อ งใช้เ วลา
 ้บริหารต้องให้เวลากับการสร้างเครือ
ผู
ข่าย
 วมกันทำางานให้สำาเร็จตามเป้าหมาย
ร่
 ดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์และมี
จั
ความ
เคลือนไหวอย่างต่อเนื่อง สมำ่าเสมอ
่
3. การเคารพและความไว้ว างใจ
ระหว่า งกัน เป็น สิ่ง สำา คัญ
4. องค์ก รที่ร ่ว มเครือ ข่า ยจะต้อ งได้
รับ ประโยชน์จ ากการสร้า งเครือ
ข่า ย
 องรู้จักเสียสละจากการสร้างเครือ
ต้
ข่าย
 องหมั่นสรุปบทเรียนจากการทำางาน
ต้
 เคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน
วิ
5. ในกรณีท ี่ก ารสร้า งเครือ ข่า ยจำา เป็น
ต้อ งมีก ารลงนาม
ในสัญ ญาต้อ ง
ให้แ น่ใ จว่า เป็น สัญ ญาที่จ ัด ทำา อย่า ง
รอบคอบ
6. ในช่ว งการร่ว มเป็น เครือ ข่า ยหรือ
ประสานงานกัน สถานการณ์อ าจมี
การเปลีย นแปลง เราควรต้องตระหนัก
่
ถึงปัญหาขององค์กรเครือข่าย และมีความ
ยึดหยุ่นพอสมควร
8. ตระหนัก ในความแตกต่า งทาง
วัฒ นธรรมทัง ในด้า น
้
พื้น ที่แ ละวัฒ นธรรมองค์ก ร อย่าคาดหวัง
ว่าองค์กรเครือข่าย จะสนองตอบต่อ
ปัญหาเหมือนทีทานตอบสนอง
่ ่
9. ตระหนัก ในความเป็น อิส ระของ
องค์ก รที่ร ่ว มเป็น เครือ ข่า ย
10. รับ ผิด ชอบในความสำา เร็จ หรือ
จบการนำา
เสนอ

เทคนิคการบริหารทีมงาน1

  • 1.
    การพัฒ นาทีม งาน เทคนิคการสร้า งเครือ ข่า ยและทีม งาน อาจารย์ ดร .ประภาพร บุญ ปลอด 24 สิง หาคม 2556 ณ ห้อ งประชุม
  • 2.
    การเปลี่ย นแปลงสภาวะ แวดล้อ มของโลก การเปลี่ย นแปลง พฤติก รรมมนุษ ย์  นวัต กรรมต่า งๆ เกิด เร็ว  วิก ฤตการต่า งๆ ที่เ กิด
  • 3.
    กระแสโลกาภิว ัฒ น์ *ระบบการค้า * ระบบการ ลงทุน * ระบบการ เงิน * การให้ บริก าร * ค่า นิย ม * วัฒ นธรรม ประเทศต้อ งมีค วาม
  • 4.
    ข้า ราชการยุค ใหม่ ข้าราชการยุค ใหม่   มีค วามสามารถในการเรีย นรู้ * สติป ัญ ญาดี * มีแ รงจูง ใจ มีว ิส ัย ทัศ น์  * มองเห็น สิ่ง ที่เ ป็น ไปได้   มีค วามเป็น ข้า ราชการ * คนดี คนเก่ง * มีจ ิต ให้บ ริก าร
  • 5.
    เป็น มือ อาชีพ *รู้จ ริง ทำา งานบนพืน ฐานขององค์ ้ ความรู้ * ทำา งานเชิง รุก * คิด เชิง ยุท ธศาสตร์ม ุ่ง ไปข้า งหน้า * คิด เชิง บวก * มีจ ริย ธรรม มองเห็น โอกาส กล้า ตัด สิน ใจ * มีเ หตุผ ลเชิง จริย ธรรม (การ ตัด สิน ใจแก้ป ัญ หา ) มีค วามสามารถเผชิญ กับ ความไม่ แน่น อนได้ด ี
  • 6.
    ราชการยุค ใหม่ ยึด ประชาชนเป็น เป้าหมาย ทำา งานที่ บริก ารมี โปร่ง ใส คุณ ภาพสูง ตรวจสอบ ประสิท ธิภ า ี ทำา งานแบบ เจ้า หน้า ที่ม ค ุณ ภาพ วัฒ นธรรม ได้ พสูง มุง ผล คุณ ธรรม (คนเก่ง และคนดี) การ ่ ทำา งาน สัม ฤทธิ์ ม ทำา เฉพาะ มีอ งค์ก รที่ มีร ะบบ เป็น ทีใช้ บทบาทที่ คล่อ งตัว บริห าร อุป กรณ์ จำา เป็น กะทัด รัด บุค คลที่ ที่ คล่อ งตัว ทัน สมั6 ย
  • 7.
    คุณ ลัก ษณะของทีมงานที่ป ระสบ ความสำา เร็จ เป้า หมาย เป้า หมาย การแสดงออก การแสดงออก ความสำา เร็จ ของทีม ความเป็น เอกฉัน ท์ วามเป็ น เอกฉัน ท์ ความเป็น ผู้น ำา ความเป็น ผู้น ำา ความไว้ว างใจ ความไว้ว างใจ ความคิด สร้า งสรรค์ ความคิด สร้า งสรรค์ 7
  • 8.
    เป้าา หมาย เป้ หมาย การแสดงออก การแสดงออก ความเป็นเอกฉัน ท์ ความเป็น เอกฉัน ท์ ความสำา เร็จ ของทีม ความเป็น ผูน ำาำา ้ ความเป็น ผู้น ความไว้ว างใจ ความไว้ว างใจ ความคิด สร้าา งสรรค์ ความคิด สร้ งสรรค์ เป้า หมาย (Goal) เป็น สิ่ง สำา คัญ ขาดไม่ไ ด้ สมาชิก ทุก คนต้อ งมีส ่ว นร่ว ม ต้อ งทำา งานให้ไ ด้ต ามเป้า หมาย
  • 9.
    เป้าา หมาย เป้ หมาย การแสดงออก การแสดงออก ความเป็นเอกฉัน ท์ ความเป็น เอกฉัน ท์ ความสำา เร็จ ของทีม ความเป็น ผูน ำาำา ้ ความเป็น ผู้น ความไว้ว างใจ ความไว้ว างใจ ความคิด สร้าา งสรรค์ ความคิด สร้ งสรรค์ ความเป็น ผู้น ำา (Leadership มีค วามยืด หยุ่น มีก ารสับ เปลี่ย นตำา แหน่ง และ บทบาทกัน ได้ เต็ม ใจรับ ผิด ชอบตามสภาพ
  • 10.
    เป้าา หมาย เป้ หมาย การแสดงออก การแสดงออก ความเป็นเอกฉัน ท์ ความเป็น เอกฉัน ท์ ความสำา เร็จ ของทีม ความเป็น ผูน ำาำา ้ ความเป็น ผู้น ความไว้ว างใจ ความไว้ว างใจ ความคิด สร้าา งสรรค์ ความคิด สร้ งสรรค์ ความไว้ว างใจ (Trust) เป็น พืน ฐานสำา คัญ ของความ ้ รัก ความสามัค คี ต้อ งเชื่อ ใจซึง กัน และกัน ่
  • 11.
    เป้าา หมาย เป้ หมาย การแสดงออก การแสดงออก ความเป็นเอกฉัน ท์ ความเป็น เอกฉัน ท์ ความสำา เร็จ ของทีม ความเป็น ผูน ำาำา ้ ความเป็น ผู้น ความไว้ว างใจ ความไว้ว างใจ ความคิด สร้าา งสรรค์ ความคิด สร้ งสรรค์ ความคิด สร้า งสรรค์ (Creativity) หาวิธ ีก ารปฏิบ ัต ิห รือ สร้า งวัต กรรมใหม่ ๆ (คิด ใหม่ ทำา ใหม่)
  • 12.
    เป้าา หมาย เป้ หมาย การแสดงออก การแสดงออก ความเป็นเอกฉัน ท์ ความเป็น เอกฉัน ท์ ความสำา เร็จ ของทีม ความเป็น ผู้น ำาำา ความเป็น ผู้น ความไว้ว างใจ ความไว้ว างใจ ความคิด สร้าา งสรรค์ ความคิด สร้ งสรรค์ แสดงความคิด เห็น ที่ส อดคล้อ ง แสดงความคิด เห็น ที่ส อดคล้อ ง และเป็น เอกฉัน ท์ (Consensus) และเป็น เอกฉัน ท์ (Consensus) ร่ว มแสดงความคิด เห็น ได้ข ้อ สรุป ที่ช ัด เจน มีม ติเ ป็น เอกฉัน ท์
  • 13.
    เป้าา หมาย เป้ หมาย การแสดงออก การแสดงออก ความเป็นเอกฉัน ท์ ความเป็น เอกฉัน ท์ ความสำา เร็จ ของทีม ความเป็น ผูน ำาำา ้ ความเป็น ผู้น ความไว้ว างใจ ความไว้ว างใจ ความคิด สร้าา งสรรค์ ความคิด สร้ งสรรค์ สมาชิก สมาชิก มีส ิท ธิท จ ะแสดงความคิด เห็น ได้อ ย่า งเสรี ี่ ไม่ล ะเมิด สิท ธิผ ู้อ ื่น มีห น้า ทีร ับ ฟัง และแลกเปลี่ย นความคิด เห็น ่ ต้อ งเข้า ใจเรื่อ งราวต่า งๆ ได้เ ป็น อย่า งดี มีส ่ว นร่ว มในการทำา งานให้บ รรลุเ ป้า หมาย
  • 14.
    เป็น ทีม ทีม งาน ความแตกต่างระหว่า ง บุค ลิก ภาพ การมีส ว นร่ว มอย่า งไม่เ ท่า ่ เทีย มกัน การขาดความรู้ส ึก มีส ่ว นร่ว ม ในทีม ความล้ม เหลวในการประเมิน อำา นาจของผู้น ำา การขาดแคลนทางเลือ ก ความ สำา เร็จ ของทีม การปิด บัง ขาดการวิน จ ฉัย ทีม งาน ิ ขาดการกระจายข่า วสู่ร ะดับ 14
  • 15.
    “เครือ ข่า ย” (Network) หมาย ถึง การเชือ มโยงของกลุ่ม ของคน ่ หรือ กลุ่ม องค์ก รทีส มัค รใจ ทีจ ะ ่ ่ แลกเปลีย นข่า วสารร่ว มกัน หรือ ่ ทำา กิจ กรรมร่ว มกัน โดยมีก ารจัด ระเบีย บโครงสร้า งของคนใน เครือ ข่า ยด้ว ยความเป็น อิส ระ เท่า เทีย มกัน ภายใต้พ น ฐานของความ ื้
  • 16.
    ประเด็น สำา คัญ ของนิยาม  เครือ ข่า ยเป็น รูป แบบความสัม พัน ธ์ท าง สัง คม (Social Network) อย่า งหนึ่ง  ความสัม พัน ธ์ข องสมาชิก ในเครือ ข่า ย ต้อ งเป็น ไปโดยสมัค รใจ กิจ กรรมที่ท ำา ในเครือ ข่า ยต้อ งมีล ัก ษณะ เท่า เทีย ม หรือ แลกเปลี่ย นซึ่ง กัน และกัน การเป็น สมาชิก เครือ ข่า ยต้อ งไม่ม ีผ ลก ระทบต่อ ความเป็น อิส ระหรือ ความเป็น
  • 17.
    แนวคิด การสร้า งเครือข่า ยในการทำา งาน 1. ทฤษฎีก ารแลกเปลีย น ่ (Exchange Theory) อธิบายถึงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ระหว่างกัน ดังนั้น เหตุผลหลักทีจะ ่ ทำาให้เครือข่ายเกิดขึ้นได้โดยสมัครใจ ก็คือ แต่ละฝ่ายมองเห็นประโยชน์ที่ ตนจะได้รับจากการเข้าร่วมเครือข่าย ซึ่งจะนำาไปสู่ความเต็มใจทีจะประสาน ่
  • 18.
    2. แนวคิด การรวมพลัง(Synergy) เป็นการผนึกกำาลังในลักษณะที่มากกว่า 1+1 = 2 แต่ต้องเป็น 1+1>2 หมายความว่า การรวมพลังกันทำางาน นำาไปสู่ผลลัพธ์ที่มคุณค่าหรือเข้มแข็ง ี มากกว่าการที่แต่ละองค์กรจะทำางาน โดยโดดเดียว ่
  • 19.
    3. องค์ก รเครือข่า ยมีก ารแบ่ง งานกัน ทำา (Division of labour) การที่ องค์กรเข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายกัน เพราะส่วนหนึ่งคาดหวังการพึงพิงแลก ่ เปลียนความสามารถระหว่างกัน จะนำา ่ ไปสูการพึงพิงและขึ้นต่อกัน การแบ่งงาน ่ ่ กันทำา ทังยังเป็นการลดโอกาสที่องค์กร ้ ใดองค์กรหนึ่งจะแสดงอำานาจเหนือเครือ ข่ายด้วย 4. ความเข้ม แข็ง ขององค์ก รที่ร ่ว มกัน
  • 20.
    ลัก ษณะของ เครือ ข่าย 1. เครือ ข่า ยมีล ัก ษณะเป็น โครงสร้า ง ทางความคิด (Cognitive structures) บุคคลทีเกียวข้องในองค์กร ่ ่ เครือข่ายจะมีกรอบความคิดเกี่ยวกับ องค์กรเครือข่ายใกล้เคียงกัน ในด้าน ความรู้ความสามารถ และความต้องการ 2. องค์ก รเครือ ข่า ยไม่ม ีล ำา ดับ ขั้น (Hierarchy) การเชือม ่
  • 21.
    5. องค์ก รเครือข่า ยกำา หนดการ บริห ารจัด การกัน เอง (Self regulating) ในการทำางาน ร่วมกันในลักษณะแนวราบ จำาเป็นต้องมี ความสมานฉันท์ โดยผ่าน กระบวนการทางประชาธิปไตย ซึ่ง หมายถึง การต่อรอง ตกลง ระหว่าง องค์กรเครือข่ายเกี่ยวกับการบริหาร จัดการภายใน เพือให้เครือข่ายสามารถ ่
  • 22.
    6. ความสำา เร็จขององค์ก รเครือ ข่า ย ต้อ งใช้เ วลา การบ่มเพาะ ความสัมพันธ์ ความศรัทธา และความไว้ เนือ เชือใจ ตลอดจนการสร้างกรอบทาง ้ ่ ความคิด เพือให้เกิดการแลกเปลียน ่ ่ ข้อมูลข่าวสาร การแก้ไขปัญหาร่วมกัน อย่างสร้างสรรค์รวมทังการดำาเนินการ ้ ร่วมกันระหว่างองค์กร
  • 23.
    กลุ่ม เป้า หมายที่ควรเป็น เครือ ข่า ย ภาคประชาชน / ชุม ชน ภาคราชการ ภาคเอกชน ภาคนัก วิช าการ ภาคสือ มวลชล ่ ภาค NGO
  • 24.
    เทคนิค การทำา งานร่วมกัน เป็น เครือ ข่า ย 1. สร้า งความผูก พัน และความรับ ผิด ชอบต่อ การสร้า งเครือ ข่า ย  ้ป ฏิบ ัต ง านให้ค วามร่ว มมือ ผู ิ วิเ คราะห์ พูด คุย ปัญ หาร่ว มกัน มีค วามพร้อ มทีจ ะทำา งานร่ว ม ่ กัน
  • 25.
    2. เตรีย มตัวเตรีย มใจไว้ว ่า การสร้า ง เครือ ข่า ยต้อ งใช้เ วลา  ้บริหารต้องให้เวลากับการสร้างเครือ ผู ข่าย  วมกันทำางานให้สำาเร็จตามเป้าหมาย ร่  ดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์และมี จั ความ เคลือนไหวอย่างต่อเนื่อง สมำ่าเสมอ ่
  • 26.
    3. การเคารพและความไว้ว างใจ ระหว่างกัน เป็น สิ่ง สำา คัญ 4. องค์ก รที่ร ่ว มเครือ ข่า ยจะต้อ งได้ รับ ประโยชน์จ ากการสร้า งเครือ ข่า ย  องรู้จักเสียสละจากการสร้างเครือ ต้ ข่าย  องหมั่นสรุปบทเรียนจากการทำางาน ต้  เคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน วิ
  • 27.
    5. ในกรณีท ี่การสร้า งเครือ ข่า ยจำา เป็น ต้อ งมีก ารลงนาม ในสัญ ญาต้อ ง ให้แ น่ใ จว่า เป็น สัญ ญาที่จ ัด ทำา อย่า ง รอบคอบ 6. ในช่ว งการร่ว มเป็น เครือ ข่า ยหรือ ประสานงานกัน สถานการณ์อ าจมี การเปลีย นแปลง เราควรต้องตระหนัก ่ ถึงปัญหาขององค์กรเครือข่าย และมีความ ยึดหยุ่นพอสมควร
  • 28.
    8. ตระหนัก ในความแตกต่างทาง วัฒ นธรรมทัง ในด้า น ้ พื้น ที่แ ละวัฒ นธรรมองค์ก ร อย่าคาดหวัง ว่าองค์กรเครือข่าย จะสนองตอบต่อ ปัญหาเหมือนทีทานตอบสนอง ่ ่ 9. ตระหนัก ในความเป็น อิส ระของ องค์ก รที่ร ่ว มเป็น เครือ ข่า ย 10. รับ ผิด ชอบในความสำา เร็จ หรือ
  • 29.