organizational change




         The Internal Environment:
Orchestrating Structure, Process and Resources
                                      ดร.ศันสนา สิริตาม
ถาพูดถึง “องคกร”
เราหมายความถึงอะไรบาง
องคกรจะมีขอบเขตเกี่ยวพันกับ 10 เรื่องดังตอไปนี้
1.อัตลักษณ ความเปนตัวตน: มีชื่อ มีธรรมนูญ กฎขอบังคับ มีชื่อเสียง เปน identity
  จะไดมองกันชัดวาใครเปนใคร เราตาง หรือ เหมือนคนอื่นอยางไร ตัวตนที่แทของเรา
  คือ อะไร เปนอยางไร 
2.จุดประสงค ตองการอะไร: reasons to live  คานิยมหลักขององคกร วิสัยทัศน
  พันธะกิจ นโยบายหลัก รวมไปถึงตลาดเปาหมาย จะเจอความตองการขององคกร
3.โครงสราง: การเคลื่อนไหวของกายภาพ  องคกรเคลื่อนไดยังไง บทบาทคนใน
  องคกร workplace งานในองคกร แบงหนาที่การทำงานกันอยางไร อันนี้ี่เปนตัวการ
  สำคัญในการขับเคลื่อน มันเปน body มันเปน engine 
4.ผูเลน: เจาของ ผูบริหาร พนักงาน ลูกคา suppliers หุนสวน เพื่อนบานและกลุมคน
  ที่มีบทบาททางออมขององคกร พูดงายๆ คือ stakeholders ทั้งหมด อยาไดประมาท
  คนเชียร หรือ พวกขางสนาม ตองเขาใจแบบใหเห็นชอง channel ในการจัดการใหดี 
5.ตัวกระตุน: ขอมูล ทรัพยสินทางปญญา ทักษะ ความสามารถหลัก ความสัมพันธ
  เทคโนโลยี ทรัพยากรทางการเงิน สินทรัพยตางๆ
องคกรจะมีขอบเขตเกี่ยวพันกับ 10 เรื่องดังตอไปนี้
6.กิจกรรม: เรื่องของ management เปนเรื่อง line of business และผลพวงทางออมที่
  เกิดขึ้นจากการทำธุรกิจขององคกร รวมถึงเรื่องการทำงานของฝาย support ที่หลอลื่น
  การทำงานหลักที่สรางรายได
7.สิ่งที่สงมอบ: สินคา หรือ บริการที่เราจะมอบใหกับลูกคา
8.ผูกำกับ: แรงกดดันภายนอกที่มีความสำคัญ
9.วัฒนธรรม: รากเหงาที่ฝงอยู มือที่มองไมเห็นแตคุมทุกอยางได พฤติกรรม
  management style ขนบธรรมเนียมประเพณีขององคกร ทัศนคติในการทำงาน การ
  พัฒนาคน ผลประโยชนตางๆที่ใหกันในองคกรหรือภายนอกองคกร
10.การเตนระบำ: เปนเรื่องของ performance มีประสิทธิภาพ มีนวัตกรรมในการ
  ทำงานหรือไม เปนเรื่อง scale มุงงานใหญขนาดไหน และที่ทำงานดวยกันนั้นมีความ
  เห็นอกเห็นใจกันอยูในการทำงานดวยหรือเปลา 
ลูกคา & หุนสวน
                            รายได การเติบโต ความสำเร็จ
                                  การดำเนินกลยุทธ
  อัตลักษณ                                                           จุดประสงค
                   (มุงวัตถุประสงค กำหนดผลประโยชน ความรู)
 โครงสราง              การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองคกร               สิ่งที่สงมอบ
                  การจัดการผลงาน              การจัดการการเรียนรู
              (การเชื่อมโยงคนกับเปาหมาย    (ความตองการแลกเปลี่ยน
                ธุรกิจ การทบทวนผลลัพธ        ถายทอด พัฒนาทักษะ
                   การมุงเนนกลยุทธ)       ฝกอบรม การเปนผูนำ )
การเตนระบำ                                                            กิจกรรม
                                  รากฐานของคน
                (การจัดการสมรรถนะ ผลตอบแทน การสื่อสาร ลักษณะงาน
                             ความกาวหนา การสืบทอด)
                                     กลยุทธ            ความสามารถ    ตัวกระตุน
 วัฒนธรรม        วัฒนธรรม
                                     ทิศทาง               ของคน
   ผูเลน                      รากฐานขององคกร                         ผูกำกับ
                              (คน: พนักงาน ผูบริหาร)
การวิเคราะหภาพรวมที่ทำใหเกิดการเปลี่ยนแปลง

                 Political
                 Economic
                 Social
                 Technology

 เครื่องมือในการวิเคราะหและทำความเขาใจ "ภาพรวม" ของสภาพแวดลอมในพื้นที่
เพื่อใชประกอบการตัดสินใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานภายในองคกร

➡ กำหนดปจจัยตางๆ ที่เกี่ยวของ
➡ กำหนดความสำคัญ ความนาเชื่อถือของขอมูล และกำหนดน้ำหนักของปจจัย
 ที่จะมีผลกระทบตอธุรกิจ EFE
➡ สรุปผลจากขอมูลที่ไดและวิเคราะหผลกระทบตอธุรกิจตามน้ำหนักที่กำหนด
Political                                                                  EFE
•   สถานะความมั่นคงของรัฐบาลและรูปแบบของรัฐบาล
•   เสรีภาพสื่อสารตามหลักนิติธรรมและระบบการดำเนินการของราชการในแตละทองถิ่น
•   แนวโนมกฏระเบียบขอบังคับใหมและกฎระเบียบขอบังคับที่ใชอยูในปจจุบัน
•   ลักษณะของสังคมและกฎหมายการจางงานของทองถิ่น
•   นโยบายภาษีและการคาและการควบคุมอัตราคาไฟฟา 
•   การออกกฎหมายคุมครองผูบริโภคและสิ่งแวดลอม
•   การเปลี่ยนแปลงที่บอยๆ ในสภาพแวดลอมทางการเมือง

    Economic
•   ขั้นตอนของวัฎจักรธุรกิจ
•   สถานการณปจจุบัน การคาดการณการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอัตราเงินเฟอและอัตราดอกเบี้ย
•   การวางงานและอุปทานของแรงงาน
•   ตนทุนคาแรงงาน (ทั้งแรงงานขั้นต่ำ และ คาแรงพนักงานระดับฝมือแรงงาน) 
•   ระดับรายไดและการกระจายระดับชั้นของรายไดของคนทำงาน
•   ผลกระทบของการคาแบบโลกาภิวัฒน
•   แนวโนมผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีหรืออื่นๆ ที่มีผลตอเศรษฐกิจ
Social                                                                EFE
• อัตราการเติบโตของจำนวนประชากรและอายุเฉลี่ย
• สุขภาพของประชากร การเคลื่อนยายถิ่นฐานของประชากร  สังคมวิถีชีวิตของสังคมเมือง และ
  สังคมชนบท  ระดับการศึกษาเฉลี่ย  และทัศนคติตอการติดตอการคากับประเทศตางๆ 
• ประชากรที่ใชแรงงานในตลาดแรงงาน ทัศนคติในการทำงาน การรักความอิสระ 
• ทัศนคติตอการทำงานกับบริษัทตางชาติ   ความคิดเห็นหรือทัศนคติของประชาชนทางสังคม และ
  ขอหามทางสังคมตางๆ
• รูปแบบของประเพณีวัฒนธรรม วิถีชีวิตทองถิ่น
• การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมที่กำลังเกิดขึ้นในทองถิ่น

    Technology
•   ผลกระทบของเทคโนโลยีใหมๆ 
•   ผลกระทบของระบบอินเตอรเน็ตและระบบการติดตอสื่อสาร
•   กิจกรรมการวิจัยและพัฒนา
•   ผลกระทบของการถายทอดเทคโนโลยี 
สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลง

                  สิ่งแวดลอม
  บรรยากาศ                   คน
                      “characteristics”

วัฒนธรรม          คิดใหมๆ             โครงสราง
                  ปรับปรุง               หนาที่
                              โต
      สินคา บริการ          ขอมูล&     กระบวนงาน
      “outcome”              คุณภาพ                “operations”
3 เรื่องใหญที่ตองพิจารณาเมื่อตองการเปลี่ยนแปลง

Respected and Effective Leaders            A Nonhierarchical Organization
★ผสานการนำองคกร                                      ★ประมวลวิสัยทัศน
★วิเคราะหความพรอมในการเปลี่ยน                       ★ออกแบบการไหลเวียนของงาน




                                         การ
                                   อม
★วิเคราะหวัฒนธรรม                                    ★ออกแบบองคกร

                                พร

                                             ปร
★ประเมินผลกระทบ                                       ★บทบาทและความสัมพันธ
                            ียม



                                                ับร
                          ตร




                                                    ื้อร
                           เ




                                                   ะบ
                       การ




                                                     บ
                             การปรับตัว ยืดหยุน
                          Motivation to Change
                      ★เนนผลลัพธ
                      ★ทักษะการจัดการเปลี่ยนแปลง
                      ★วัด ประเมินผลงาน
                      ★ปรับปรุงตอเนื่อง ปรับใหเขากัน
ผูบริหารเห็นความจำเปน ความสำคัญในการเปลี่ยนแปลง
                                เห็นอนาคตชัด
                           ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง        Respected and
                               ไปใหถึงที่คาดหวัง       Effective Leaders
                                               คน
         กระตุน                                  มีป          คนมีสมรรถนะ


                               แป าม
                                                     ระ

                           ี่ยน ับต
ผูมีสวนไดสวนเสียให                         คุณ สิท          ที่จำเปน

                                 ลง
   เขาใจและยอมรับ     เปล ะปร                      ภา ธิภา
                                                      พ พ ตรงความตองการ
                    การ ับแล
        ของใหม
                        มร


                                 วิสัยทัศนและ
                     ยอ




                             ความมุงมั่นในการนำ
   สรางตัวแบบ
                   ธรร              องคกร                        เด ียว   นโยบาย โครงการ
  ธรรมมาภิบาลที่       มาภ
                                                       นเ นื้อ                   กิจกรรม
สอดคลองการทำงาน          ิบาล                       เป
                              พรอ               กร                       มุงสูการสนับสนุน
 และสื่อสารใหทั่ว                 ม       อ   งค                          การเปลี่ยนแปลง
      องคกร
Motivation to Change
      ปกติแลวคนก็มักจะมีความไมพอใจในสถานะภาพตนเอง
                   อยากเปลี่ยนแปลงไปสูสิ่งที่ดีขึ้น
              ยอมเจอกับความเสี่ยงที่จะพานพบสิ่งใหม
                    และถึงแมจะอยูในภาวะวิกฤติ
ผูบริหารที่ดีมีทักษะจะสามารถจูงใจคนใหเขาสูการเปลี่ยนแปลงได
Motivation to Change
ความผิดพลาดของรางวัล
                                                รางวัล




รางวัลเปนสวนบุคคลเปนแรงกระตุนใหเกิดการเปลี่ยนพฤติกรรม
รางวัลเปนเพียงสวนหนึ่งของ package ทั้งหมดในการเปลี่ยนแปลง
            รางวัลอยางเดียว จูงใจคนไมได
 หากปราศจากขอมูลที่เพียงพอและอำนาจหนาที่ในการทำงาน
A Nonhierarchical Organization

 ลำดับชั้นอาจไมเปนอุปสรรคขนาดนั้นในการเปลี่ยนแปลงองคกร
       แตจะเปนตัวที่ขัดขวาง งานทุกอยางในองคกรแนๆ




ผูบริหารมีหนาที่ตอง ลดลำดับชั้นและขั้นตอนในการทำงาน ซึ่งทำได
       โดยการสนับสนุนใหเกิดกลุมความรวมมือ ในการทำงาน
กระบวนงานการวางแผนการเปลี่ยนแปลงอยางเปนระบบ
        1                  2
                                                3                       4
     สรางทีม             พัฒนา
                                         วางแผน & กำหนด         พัฒนาโครงสราง
     เจาภาพ          วิสัยทัศนการ
                                             ตัวชี้วัด            ที่สนับสนุน
                     เปลี่ยนแปลง
มีตำแหนง บทบาท       ภาพในอนาคต           Change Initiative      การใหความรู
สามารถขับเคลื่อน      ที่ตองการเห็น      สิ่งใดบางที่ตองทำ     การฝกอบรม
 การเปลี่ยนแปลง           เมื่อการ         เมื่อใด อยางไร       ระบบการใหผล
 (Position Power)      เปลี่ยนแปลง       กำหนดใหชัดเจนวา       ตอบแทนรางวัล
  มีความชำนาญ             สิ้นสุดลง           สิ่งใดบางที่จะ   การทำงานเปนทีม
    (Expertise)        ไมขัดแยงกับ      เปลี่ยนแปลง จาก        ความรับผิดชอบ
 มีความนาเชื่อถือ   วิสัยทัศนองคกร   สภาพปจจุบันกอนการ          ชัดเจน
 (Credibility) และ   แตจะสนับสนุน       เปลี่ยนแปลง(As is)
    มีภาวะผูนำ      วิสัยทัศนองคกร    และสภาพที่ตองการ
   (Leadership)                           ใหเกิดขึ้นหลังการ
                                        เปลี่ยนแปลง (To be)
ตองเขาใจวา
องคกรที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานแบบใดแบบหนึ่งในอดีต
           ไมไดหมายความวาการดำเนินงานแบบเดียวกัน
                  จะกอใหเกิดความสำเร็จในอนาคต




เศรษฐกิจยุคใหมที่มีการเปลี่ยนแปลงตอเนื่อง คือ การสง “สัญญาณ” วา
   สิ่งที่จะเกิดขึ้นแนนอนจากการที่ทำแบบเดิมๆ คือ ความลมเหลว
organizational change

                 ระบบใหญ
         เทคโนโลยี               การแขงขัน
นวัตกรรม                                   รัฐบาล
                 ทีมในองคกร
ลูกคา
           บทบาทหนาที่        โครงสราง
                                                    พฤติกรรม
         ผูนำ       คานิยม         ทุน
                     ตัวเอง                         ทัศนคติ
                     ทัศนคติ
                                                    คานิยม
The Enemy is the Mindset

              โครงสรางการตัดสินใจในองคกร
                       พฤติกรรม

                       ทัศนคติ
                       แรงจูงใจ

                managerial mindsets

managerial mindset เปน set of assumptions เปน hidden norms
                ที่ครอบงำพฤติกรรมผูบริหาร
managerial mindsets
                    Henry Mintzberg & Jonathan Gosling



                   action mindset



analytic mindset                                         reflective mindset




collaborative mindset                                     worldly mindset
managerial mindsets
          Action Mindset: Managing Change
  ทำใหเกิดแรงขับที่จะสรางแผนที่ดีในการบรรลุเปาหมาย บูรณาการพลัง
  ในการเปลี่ยนแปลง กระตุนใหเกิดการขับเคลื่อนไปยังทิศทางที่ตองการ




    Analytic Mindset: Managing Organizations
ทำใหแนใจวาการตัดสินใจอยูบนพื้นฐานของขอมูลจริงเชิงปริมาณและคุณภาพ
      ไมใชคานิยมหรืออคติ แยกความซับซอนของขอมูลออกเปนสวนๆ
                         เพื่อเห็นของจริงที่เปนอยู
Collaborative Mindset: Managing Relationships
             ทำใหขับเคลื่อนความสัมพันธระหวางคนกับทีมงาน
              สรางเงื่อนไขที่จำเปนสำหรับการทำงานเปนทีม




      without reflection, management is mindless

           Reflective Mindset: Managing Self
ทำใหมองเห็นประสบการณในมุมมองใหม เห็นถึงหนทางไปสูนวัตกรรม โดยการ
      พิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นในองคกรอยางลึกซึ้งมากขึ้น การเขาใจมากขึ้น
Worldly Mindset: Managing Context
ทำใหตระหนักถึงวัฒนธรรมและสังคมที่จำเปนสำหรับการทำงาน
             ใหมีประสิทธิภาพในเศรษฐกิจโลก
มองเห็นความตางของธุรกิจ อุตสาหกรรม เขาใจบริบทขององคกร
การเขาใจธุรกิจ อุตสาหกรรม ตลาดในบริบทของโลก
    ความสามารถในการมองที่ครอบคลุมหลายขอบเขต หลายตลาด
มุงเขาใจความเหมือนมากกวาการเนนความแตกตางในแตละประเทศ
                 มองโอกาสทางธุรกิจจากบริบทของโลก

             the global mindset



           the multinational mindset

            the international mindset

               the domestic mindset
มีแนวคิดรวมสมัยกันบางไหม
• คุมใจไมใชควบกาย: องคกรที่ใชการควบคุมสูง มีการอางกฎระเบียบ
  หรือกฎเกณฑ มันเปนความไมไวใจ ไมสามารถสรางสุขกันได ทำใหทอ 
  ตองตกลงกันใหมใหใชความเชื่อถือ เชื่อใจกันในการทำงาน จึงจะสงผลให
  คนทุมเทพลังในการทำงานอยางเต็มที่ ทำใหผลการดำเนินงานโดยรวม
  ขององคกรดีขึ้น สามารถคิดไปถึงลูกคา ซัพพลายเออร คนภายนอกที่เรา
  ติดตอ ถาการทำงานรวมกันเปนไปบนพื้นฐานของความเชื่อใจ สิ่งเหลานี้
  จะนำไปสูการสรางสังคมแหงความไววางใจได

• สรางความรู ไมใชแคสินคา: value เกิดจากปญญา เกิดจากความรู ถึง
  จะเกิดวัตกรรมขึ้นได  และคนที่มีคุณภาพเปนบอเกิดแหงปญญาและ
  ความรู แนวคิดในการบริหารจัดการตองเปลี่ยนไป ทุน ที่ดิน ตึกใหญ
  ชวยอะไรไมได สราง value ไมได
• เลิกเดี่ยว รวมทีม: ความเปนอันหนึ่งอันเดียวกันเปนคำตอบสุดทายที่จะ
  ทำใหองคกรมีพลัง  ตัดสินใจคนเดียวเปนสัญญาณของความบาอำนาจ คน
  ไมอยากอยูแบบนี้และจะไมคิดมีสวนรวม และที่สำคัญคือมันอันตรายมาก
  ตอความอยูรอดขององคกร ใหอำนาจทีมในการออกแบบกระบวนการ
  ทำงานเองตามความตองการของลูกคา มีการตัดสินใจรวม การจายผล
  ตอบแทนเปน team based performance

• ติดยึดเปนยืดหยุน: ไมตองหลักการ วิชาการมาก ใหดูตามสถานะการณ
  โลกมันเปลี่ยนแปลงอยูตลอด ในทางการบริหารจัดการไมมีใครบอกไดวา
  แบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกสถานะการณ ตองยืดหยุน จะคิดแบบแนวตั้งการ
  ควบคุมการทำงานเปนลำดับการบังคับบัญชามันเชยสนิท  คิดแนวนอน
  บาง ใหควบคุมกันเองภายในทีม
• ปดเปนเปด: ไมมีองคกรไหนอยูไดโดยไมพึ่งพาความสัมพันธภายนอก
  การปดกั้น คือ ความโง ไมมีทางไดเรียนรูสิ่งใหมๆ และภายในก็ตองเปด
  โดยเฉพาะเรื่องผลการดำเนินงานขององคกร เราตองเปดใหคนรับรูขอมูล
  ทางการเงินเพื่อสรางความตระหนัก เกิดความรูสึกเปนเจาขององคกรรวม
  กัน มีความรูสึกเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน เปนตรวจสอบการทำงานและผล
  การดำเนินงานขององคกรรวมกัน หากพบความผิดปกติอันใดตองรีบแจง
  เพื่อหาทางแกไข และพัฒนาปรับปรุงองคกรตอไป

• จะดาคน ดาระบบดีกวา: จะเปลี่ยนแปลงจะพัฒนาองคกรได อยาทำให
  เปนเรื่องสวนตัว การโทษคนในองคกรไมมีวันจบสวย  ลองเปลี่ยนแนวคิด
  มาโทษระบบ โทษกระบวนการทำงานดูบาง การวิเคราะห แกไขปญหาจะ
  งายขึ้น เพราะระบบหรือกระบวนการทำงานเปลี่ยนได ทำใหองคกรสามารถ
  เติบโตไดอยางยั่งยืน
หลักการพื้นฐานการเปลี่ยนรูปองคกร
คุณคาองคกรขึ้นกับประสบการณที่ลูกคาไดรับ...เปนรายคน


              N=1
              R=G
                   a global ecosystem
การเขาถึงแหลงทรัพยากรทั่วโลก ไมไดอยูที่ตองเปนเจาของ
Prahalad & Krishnan: The New Age of Innovation
SOCIAL
           ARCHITECTURE




           BUSINESS PROCESS
 N=1          ANALYTICS
                                   R=G




  TECHNICAL ARCHITECTURE
Prahalad & Krishnan: The New Age of Innovation
SOCIAL
         ARCHITECTURE

    ระบบปฎิบัติการ กระบวนการทำงาน
              ความเชื่อ คุณคา
        การดำเนินงานทางการจัดการ
 โครงสรางองคกร การประเมินผลการทำงาน
การใหรางวัล ผลตอบแทน การพััฒนาฝกอบรม
  บรรทัดฐาน กฎระเบียบ ขั้นตอนการทำงาน

    ทัศนคติ พฤติกรรม มุมมอง ทักษะ
        ของผูบริหารและพนักงาน
   managerial mindsets
การจะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ตองทำเปนอยางแรก คือ
 การออกแบบองคกรโดยเฉพาะการปรับ การเปลี่ยนโครงสรางองคกร

  การจัดกระดูกใหมที่จะทำหนาที่เคลื่อนไหวและค้ำจุนการเปลี่ยนแปลง

• กลยุทธองคกรตองมีความชัดเจนและเปนที่เขาใจรวมกัน
• ตัวผูนำองคกรตองใหความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงและสนับสนุนอยาง
  ออกหนาออกตาเปนทางการ ใหความสำคัญกับกลยุทธในฐานะเสาหลัก
  และการปกธง รวมถึงการมีหนาที่ในการผลักดันกลยุทธขององคกร
• คนในระดับผูบริหารตองเชื่อในการเปลี่ยนแปลงและมีความเห็นรวมกัน
  ตรงกัน ในการเลือกใชกลยุทธ
การออกแบบองคกรเปนเรื่องการคิดเชิงกลยุทธที่เกี่ยวของ
                ในดานการจัดกระบวนการภายในองคกร
        แปลวาตองเขาไปจัดการอุปสรรคในการทำงานใหนอยลง
        ไมวาคนจะตางวัฒนธรรมจะตาง ทำงานอยูที่ไหนในโลกนี้
                ตองมีการทำงานรวมกันที่ราบรื่นมากที่สุด
             และในที่สุดมันเปนการวัดความสำเร็จขององคกร 
ซึ่งตองคำนึงถึงทั้ง concept และ process ที่สอดคลองกับกลยุทธองคกร
นักออกแบบองคกรที่เปนสวนผสมของสถาปนิก วิศวกรและศิลปน

• สามารถในการตรวจวิเคราะหและประเมินองคกร: นักออกแบบตอง
  เขาใจ ใหความสำคัญ วิเคราะห ประเมินปจจัยหลักตางๆที่ผลักดันการ
  เปลี่ยนแปลงอยางแมนยำ สามารถเรียงลำดับความสำคัญกับปจจัยที่
  หลากหลายวาปจจัยไหนเปนหลักและสงผลกระทบตอองคกร  อยาทำที่รับ
  สัญญานเสีย

• สามารถเขาใจความสัมพันธองคกรกับคนและสามารถมององคกรใน
  ภาพรวมเชื่อมโยงในสิ่งที่เกี่ยวของกับองคกรได  อยามองเฉพาะจุดหรือ
  งานหรือคนที่เรารับผิดชอบ มองภาพรวมทั้งองคกร ตองเห็นโยงใย
  ครอบคลุม  เขาไปมีบทบาทในการผลักดันกลยุทธขององคกรและคิดไปถึง
  การพัฒนาคนอยางเบ็ดเสร็จจะทำใหเห็นความสัมพันธที่แทจริง
• สามารถวาดภาพในใจถึง end outcome วางแผนถึงอนาคตของ
  องคกรและจัดสรรทรัพยากรภายในองคกรเพื่อใหสอดคลองผลักดันใหเปน
  ไปตามกลยุทธตามเปาหมาย ถาใชจินตนาการและการวางแผนในวังวน
  เดิมๆ มันจะจบลงที่การเลือกรูปแบบโครงสรางที่เดิมๆที่คุนเคย หนักกวา
  น ั ้ น ค ื อ มองๆไปแล  ว ต ิ ด ก ั บ ข  อ จำก ั ด ภายในเร ื ่ อ งคนเส ี ย จนเปล ี ่ ย น
  โครงสรางไดก็จริงแตไมสามารถเปลี่ยนรูปแบบวิธีการทำงานหรือสรางผล
  ลัพธใหมๆได
• มีทักษะในการเปนที่ปรึกษา เพื่อที่สามารถเขาไปวางแผนงานชวยเหลือ
  องคกร ตองสามารถเปน counselor ประจำองคกร เพราะการเปลี่ยนแปลง
  พัฒนาองคกรกระทบชีวิตการทำงานของสมาชิกทุกคน
           นักออกแบบองคกรตองมีความรูดีในเรื่องรูปแบบองคกร
         ตองรูวาโครงสรางองคกรแบบไหนเหมาะกับความเปนตัวตน
              เหมาะกับกลยุทธโดยไมตองยึดหลักการมากเกินไป
• โครงสรางแบบ function เหมาะกับองคกรเล็ก สินคา ตลาดและลูกคาไมมีความซับซอน
• โครงสรางแบบ  divisional / product เหมาะกับธุรกิจที่มีสินคาหลากหลาย มีความตางที่ชัดเจน
  ในระบบปฏิบัติการ ในระดับการแขงขันของตลาด ตำแหนงทางการตลาดและชวงอายุผลิตภัณฑ
• โครงสรางแบบ   divisional / geographic ใชกับองคกรที่มีสภาพแวดลอมทางธุรกิจที่มีความ
  เฉพาะตัวตามพื้นที่ 
• โครงสรางแบบ divisional / process ใชกับองคกรเนนกระบวนการทำงานที่ชัดเจน และมุง
  ความรวดเร็วและถูกตอง มุงคุณภาพในการตอบสนองความตองการเฉพาะของลูกคา
• โครงสรางแบบ divisional / customer เหมาะกับองคกรที่บริหารลูกคาตามกลุม ตองการนำ
  เสนอผลิตภัณฑและบริการใหตรงตามกลุมและใหน้ำหนักกับการสรางแบรนด การทำตลาดและ
  ลูกคา
• โครงสรางแบบ matrix ใชในองคกรที่มีภารกิจเฉพาะที่จำเปนตองใชคนที่ชำนาญการจากหลาก
  หลายสวนงานมารวมปฏิบัติงานกัน
• โครงสรางแบบ network เหมาะกับองคกรนวัตกรรมที่เนนความเร็วและความยืดหยุนสูงอยางสูง
• โครงสรางแบบ cluster เหมาะกับองคกรที่ตองการกระจายอำนาจการตัดสินใจไปยังพนักงาน
  ซึ่งมีตลาดเปนตลาดเฉพาะกลุม ใชผูรับจางทำงานใหเพราะคนนอย ความสามารถจำกัด
• โครงสรางแบบ project based เนนงานและความชำนาญเฉพาะของสมาชิกเปนสำคัญ ไมมี
  โครงสรางตายตัวหรืองานประจำ มีการรวมตัวและสลายตัวไดตามวัตถุประสงคของโครงการ  
การขับเคลื่อนระบบปฎิบัติการขององคกร

    ICT ที่เปนหลักการพื้นฐานขององคกร
      ระบบขอมูล ฮารดแวร ซอฟทแวร
               แอพพลิเคชั่น
              analytics

    TECHNICAL ARCHITECTURE
ผูบริหารตองเขาใจทั้งสองสวน

   social                           technical
architecture                       architecture
โครงสรางองคกร
   มาตรวัดผล
  การใหรางวัล    กระบวนการทำงาน     ฐานขอมูล
  การฝกอบรม          ของธุรกิจ        ระบบ
     ทักษะ                         ระบบปฎิบัติการ
    ความเชื่อ                       การวิเคราะห
     คานิยม
ทุกองคกรตางมีวิธีการคิดเปนของตัวเอง
การครอบงำ
                       แบบเดิมๆ
วิวัฒนาการของการครอบงำแนวคิดที่ไมกอเกิดการเปลี่ยนแปลง
                                        ความสำเร็จ
        ตัวแบบธุรกิจ(ใหม)               ของธุรกิจ


         ขาดความ
                             พฤติกรรม     ตัวแบบ     กระบวน
        สามารถใน
                              ทักษะ        ธุรกิจ    งานและ
         การตอบ                                       ICT
        สนองโอกาส


ฝงใจ          ขอกำหนด
                                        สูตรสำเร็จ
             และการตีความ
การพัฒนาความสามารถใหม
         ไมใชเรื่องการลงทุนเทานั้น




แตเปนเรื่องของวิธีการคิดเกี่ยวกับโอกาสใหมๆ
 มาตรวัดผลการดำเนินงานและการตั้งราคา
ระบบเกา คือ ปญหา
    ระบบ IT เดิมทำงานรวมกับระบบปฎิบัติการอื่นๆไมได
                                 ไมสามารถบูรณาการ
       อยากอิสระ

 ระบบตางกันในแตละสาขา
ทำใหองคกรมีระบบมากมาย
   แตทำงานเขากันไมได
functions vs processes
Organization Matters:
   Impediments to Value Creation




ผูบริหารระดับสูงขาดความกระตือรือรน
          ความรับผิดชอบนอย
          เปาหมายไมตรงกัน
           ขาดระเบียบวินัย
 ประเมินคาความสำคัญ ICT ต่ำเกินไป
ผูบริหารระดับสูงขาดความกระตือรือรน




การเปลี่ยนแปลงกระบวนงานใชเวลาหลายป
     ดูที่ผลกระทบ มากกวา อนาคต
ความรับผิดชอบนอย

                                  ถอดใจ




การเปลี่ยนแปลงกระบวนงานเปนความเสี่ยง
        การจัดการงานขามสายงาน
        การขัดแยงกับหนวยงานอื่น
เปาหมายไมตรงกัน
  การเปลี่ยนแปลงกระบวนงานไมใชแคการยกระดับมาตรฐานใหสูงขึ้น
               หรือหาวิธีการทำงานใหมที่มีตนทุนต่ำ

ผลลัพธการเปลี่ยนแปลงกระบวนงาน คือ การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ
      ออกแบบเพื่อองคกรสามารถสรางนวัตกรรมไดตอเนื่อง
                 ตอบสนองลูกคาตรงจุดมากที่สุด
ความไมสม่ำเสมอกันของกระบวนการทำงาน
                            เพราะองคกรขาดมาตรฐาน
                           การปฎิบัติงานจริงหยอนยาน
                              ขาดระเบียบวินัย
     ประเมินคาความสำคัญ ICT ต่ำเกินไป
ใหการออกแบบกระบวนงานใหมเปนหนาที่ของคนขายโปรแกรม

คนทำไมไดใช คนใชไมไดทำ
ลูกคามีสวนรวมมากขึ้น    silo ขอมูล    การจัดการความซับซอน
     การสรางวัฒนธรรมการทำงานที่โปรงใส ยืดหยุน
   การสรางความเปลี่ยนแปลงเพื่อประโยชนการแขงขัน
การสรางความเปนเอกฉันท      การสรางองคความรูและแบงปนรวดเร็ว
มุงสูการเปลี่ยนรูปองคกร
มุมมองตรงกัน     ความพยายามสราง
 ทุกคนเขาใจ       คุณคาเพื่อการ
 อยากเปลี่ยน          แขงขัน

                                        ความสามารถใหม
ความสามารถที่
                   การทดลองเพื่อ
องคกรมีอยูใน
                  รูวิธีลดความเสี่ยง
   ปจจุบัน
The Global Mindset as a New Managerial Paradigm


                    SOCIAL
                 ARCHITECTURE




                 BUSINESS PROCESS
       N=1          ANALYTICS
                                         R=G




        TECHNICAL ARCHITECTURE
      Prahalad & Krishnan: The New Age of Innovation
บริษัททั้งหลายไมวาจะใหญหรือเล็ก ตองเจอกับความผันผวนของตลาด
              ของสิ่งแวดลอมที่คาดการณลำบากอยูตลอด
      ตองใหไว ตองยืดหยุนในการบริหารจัดการเพื่อจะไดมองเห็น
               จะไดแสวงหาโอกาสในการออกสินคาใหม
การปรับกระบวนงานทางธุรกิจรวมถึงการสราง business models ใหมๆ


               เปลี่ยน..ตองใหไว
Professor Richard Foster



   เมื่อป 1920 อายุเฉลี่ยของบริษัททั้งหลายตกประมาณ 67 ป


         ตอนนี้เหลือแค 15 ป
             และภายในป 2020
         3/4 บริษัทที่มีใน S&P 500
จะเปนบริษัทที่เราไมเคยรูมากอนวามันมีในโลกนี้
Sense and Respond
ตองเปด ตองเชื่อมโยงกับคนหลายกลุม จะตอบสนองไดตองเรียนรูขามขอบเขต




            ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมนี้จะใชเวลา 6 เดือน
               ในการผลิตสินคาหลังจากไดรับรายงาน
                  ZARA ทำไดภายใน 15 วัน
Improve and Innovate
Opportunistic organizations
 Innovative organizations
   Fragile organizations




 P&G : Connect & Develop
"innovation assembly lines"
Make Distributed and
              Collaborative Decisions




 Berlitz เห็นความสำคัญ จึงออกแบบโครงสรางและกระบวนการในการแลก
เปลี่ยน แบงปนขอมูลที่เหมือนกันในทุกภูมิภาค ไมวาจะเปนขอมูลที่เกี่ยวกับ
ทิศทาง กลยุทธ รายรับ เปาหมาย เปนตน เพื่อขับเคลื่อนและสรางความรวม
มือใหเกิดขึ้นรวมกันในสาขาทั่วโลก มีการให guidelines อยางเปนทางการที่
  พนักงานสามารถใชประโยชนรวมกัน แบงปนประสบการณ ทักษะ ความ
 ชำนาญกัน ติดตามการดำเนินงานและความสามารถในการทำงานเพื่อเปน
              แรงจูงใจที่จะพัฒนาใหทันตอการเปลี่ยนแปลงทั่วโลก
The Anatomy of Business Agility
1.เปนเหมือนเครื่องสแกน ตรวจตราสม่ำเสมอเพื่อใหเห็นถึงอุปสรรคที่
 กีดขวางตำแหนง จุดยืนของธุรกิจ รวมถึงแสวงหาโอกาสในการเปลี่ยนไปสู
 ตำแหนงใหมที่ใครก็ตามไมทัน
2.เปนเหมือนสนามทดลองที่ทดลองกลยุทธในสนามบานตัวเองเพื่อสราง
 ประสบการณกอนจะไปเจอกับของจริงนาปวดหัวที่อยูนอกบาน
3.เปนเหมือนสถาปนิกที่วางแผน วางผัง ออกแบบธุรกิจเพื่อประสาน
 ทรัพยากรใหสามารถขยับตัว เคลื่อนตัวไดทันทวงที
4.เปนเหมือนนักเรียนที่เรียนรู สรางและฝกฝนศักยภาพใหมๆที่ตองใชเพื่อ
 การแขงขัน

ปัจจัยภายในองค์กรกับการเปลี่ยนแปลง

  • 1.
    organizational change The Internal Environment: Orchestrating Structure, Process and Resources ดร.ศันสนา สิริตาม
  • 2.
  • 3.
    องคกรจะมีขอบเขตเกี่ยวพันกับ 10 เรื่องดังตอไปนี้ 1.อัตลักษณความเปนตัวตน: มีชื่อ มีธรรมนูญ กฎขอบังคับ มีชื่อเสียง เปน identity จะไดมองกันชัดวาใครเปนใคร เราตาง หรือ เหมือนคนอื่นอยางไร ตัวตนที่แทของเรา คือ อะไร เปนอยางไร  2.จุดประสงค ตองการอะไร: reasons to live  คานิยมหลักขององคกร วิสัยทัศน พันธะกิจ นโยบายหลัก รวมไปถึงตลาดเปาหมาย จะเจอความตองการขององคกร 3.โครงสราง: การเคลื่อนไหวของกายภาพ  องคกรเคลื่อนไดยังไง บทบาทคนใน องคกร workplace งานในองคกร แบงหนาที่การทำงานกันอยางไร อันนี้ี่เปนตัวการ สำคัญในการขับเคลื่อน มันเปน body มันเปน engine  4.ผูเลน: เจาของ ผูบริหาร พนักงาน ลูกคา suppliers หุนสวน เพื่อนบานและกลุมคน ที่มีบทบาททางออมขององคกร พูดงายๆ คือ stakeholders ทั้งหมด อยาไดประมาท คนเชียร หรือ พวกขางสนาม ตองเขาใจแบบใหเห็นชอง channel ในการจัดการใหดี  5.ตัวกระตุน: ขอมูล ทรัพยสินทางปญญา ทักษะ ความสามารถหลัก ความสัมพันธ เทคโนโลยี ทรัพยากรทางการเงิน สินทรัพยตางๆ
  • 4.
    องคกรจะมีขอบเขตเกี่ยวพันกับ 10 เรื่องดังตอไปนี้ 6.กิจกรรม:เรื่องของ management เปนเรื่อง line of business และผลพวงทางออมที่ เกิดขึ้นจากการทำธุรกิจขององคกร รวมถึงเรื่องการทำงานของฝาย support ที่หลอลื่น การทำงานหลักที่สรางรายได 7.สิ่งที่สงมอบ: สินคา หรือ บริการที่เราจะมอบใหกับลูกคา 8.ผูกำกับ: แรงกดดันภายนอกที่มีความสำคัญ 9.วัฒนธรรม: รากเหงาที่ฝงอยู มือที่มองไมเห็นแตคุมทุกอยางได พฤติกรรม management style ขนบธรรมเนียมประเพณีขององคกร ทัศนคติในการทำงาน การ พัฒนาคน ผลประโยชนตางๆที่ใหกันในองคกรหรือภายนอกองคกร 10.การเตนระบำ: เปนเรื่องของ performance มีประสิทธิภาพ มีนวัตกรรมในการ ทำงานหรือไม เปนเรื่อง scale มุงงานใหญขนาดไหน และที่ทำงานดวยกันนั้นมีความ เห็นอกเห็นใจกันอยูในการทำงานดวยหรือเปลา 
  • 5.
    ลูกคา & หุนสวน รายได การเติบโต ความสำเร็จ การดำเนินกลยุทธ อัตลักษณ จุดประสงค (มุงวัตถุประสงค กำหนดผลประโยชน ความรู) โครงสราง การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองคกร สิ่งที่สงมอบ การจัดการผลงาน การจัดการการเรียนรู (การเชื่อมโยงคนกับเปาหมาย (ความตองการแลกเปลี่ยน ธุรกิจ การทบทวนผลลัพธ ถายทอด พัฒนาทักษะ การมุงเนนกลยุทธ) ฝกอบรม การเปนผูนำ ) การเตนระบำ กิจกรรม รากฐานของคน (การจัดการสมรรถนะ ผลตอบแทน การสื่อสาร ลักษณะงาน ความกาวหนา การสืบทอด) กลยุทธ ความสามารถ ตัวกระตุน วัฒนธรรม วัฒนธรรม ทิศทาง ของคน ผูเลน รากฐานขององคกร ผูกำกับ (คน: พนักงาน ผูบริหาร)
  • 6.
    การวิเคราะหภาพรวมที่ทำใหเกิดการเปลี่ยนแปลง Political Economic Social Technology เครื่องมือในการวิเคราะหและทำความเขาใจ "ภาพรวม" ของสภาพแวดลอมในพื้นที่ เพื่อใชประกอบการตัดสินใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานภายในองคกร ➡ กำหนดปจจัยตางๆ ที่เกี่ยวของ ➡ กำหนดความสำคัญ ความนาเชื่อถือของขอมูล และกำหนดน้ำหนักของปจจัย ที่จะมีผลกระทบตอธุรกิจ EFE ➡ สรุปผลจากขอมูลที่ไดและวิเคราะหผลกระทบตอธุรกิจตามน้ำหนักที่กำหนด
  • 7.
    Political EFE • สถานะความมั่นคงของรัฐบาลและรูปแบบของรัฐบาล • เสรีภาพสื่อสารตามหลักนิติธรรมและระบบการดำเนินการของราชการในแตละทองถิ่น • แนวโนมกฏระเบียบขอบังคับใหมและกฎระเบียบขอบังคับที่ใชอยูในปจจุบัน • ลักษณะของสังคมและกฎหมายการจางงานของทองถิ่น • นโยบายภาษีและการคาและการควบคุมอัตราคาไฟฟา  • การออกกฎหมายคุมครองผูบริโภคและสิ่งแวดลอม • การเปลี่ยนแปลงที่บอยๆ ในสภาพแวดลอมทางการเมือง Economic • ขั้นตอนของวัฎจักรธุรกิจ • สถานการณปจจุบัน การคาดการณการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอัตราเงินเฟอและอัตราดอกเบี้ย • การวางงานและอุปทานของแรงงาน • ตนทุนคาแรงงาน (ทั้งแรงงานขั้นต่ำ และ คาแรงพนักงานระดับฝมือแรงงาน)  • ระดับรายไดและการกระจายระดับชั้นของรายไดของคนทำงาน • ผลกระทบของการคาแบบโลกาภิวัฒน • แนวโนมผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีหรืออื่นๆ ที่มีผลตอเศรษฐกิจ
  • 8.
    Social EFE • อัตราการเติบโตของจำนวนประชากรและอายุเฉลี่ย • สุขภาพของประชากร การเคลื่อนยายถิ่นฐานของประชากร  สังคมวิถีชีวิตของสังคมเมือง และ สังคมชนบท  ระดับการศึกษาเฉลี่ย  และทัศนคติตอการติดตอการคากับประเทศตางๆ  • ประชากรที่ใชแรงงานในตลาดแรงงาน ทัศนคติในการทำงาน การรักความอิสระ  • ทัศนคติตอการทำงานกับบริษัทตางชาติ   ความคิดเห็นหรือทัศนคติของประชาชนทางสังคม และ ขอหามทางสังคมตางๆ • รูปแบบของประเพณีวัฒนธรรม วิถีชีวิตทองถิ่น • การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมที่กำลังเกิดขึ้นในทองถิ่น Technology • ผลกระทบของเทคโนโลยีใหมๆ  • ผลกระทบของระบบอินเตอรเน็ตและระบบการติดตอสื่อสาร • กิจกรรมการวิจัยและพัฒนา • ผลกระทบของการถายทอดเทคโนโลยี 
  • 9.
    สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลง สิ่งแวดลอม บรรยากาศ คน “characteristics” วัฒนธรรม คิดใหมๆ โครงสราง ปรับปรุง หนาที่ โต สินคา บริการ ขอมูล& กระบวนงาน “outcome” คุณภาพ “operations”
  • 10.
    3 เรื่องใหญที่ตองพิจารณาเมื่อตองการเปลี่ยนแปลง Respected andEffective Leaders A Nonhierarchical Organization ★ผสานการนำองคกร ★ประมวลวิสัยทัศน ★วิเคราะหความพรอมในการเปลี่ยน ★ออกแบบการไหลเวียนของงาน การ อม ★วิเคราะหวัฒนธรรม ★ออกแบบองคกร พร ปร ★ประเมินผลกระทบ ★บทบาทและความสัมพันธ ียม ับร ตร ื้อร เ ะบ การ บ การปรับตัว ยืดหยุน Motivation to Change ★เนนผลลัพธ ★ทักษะการจัดการเปลี่ยนแปลง ★วัด ประเมินผลงาน ★ปรับปรุงตอเนื่อง ปรับใหเขากัน
  • 11.
    ผูบริหารเห็นความจำเปน ความสำคัญในการเปลี่ยนแปลง เห็นอนาคตชัด ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง Respected and ไปใหถึงที่คาดหวัง Effective Leaders คน กระตุน มีป คนมีสมรรถนะ แป าม ระ ี่ยน ับต ผูมีสวนไดสวนเสียให คุณ สิท ที่จำเปน ลง เขาใจและยอมรับ เปล ะปร ภา ธิภา พ พ ตรงความตองการ การ ับแล ของใหม มร วิสัยทัศนและ ยอ ความมุงมั่นในการนำ สรางตัวแบบ ธรร องคกร เด ียว นโยบาย โครงการ ธรรมมาภิบาลที่ มาภ นเ นื้อ กิจกรรม สอดคลองการทำงาน ิบาล เป พรอ กร มุงสูการสนับสนุน และสื่อสารใหทั่ว ม อ งค การเปลี่ยนแปลง องคกร
  • 12.
    Motivation to Change ปกติแลวคนก็มักจะมีความไมพอใจในสถานะภาพตนเอง อยากเปลี่ยนแปลงไปสูสิ่งที่ดีขึ้น ยอมเจอกับความเสี่ยงที่จะพานพบสิ่งใหม และถึงแมจะอยูในภาวะวิกฤติ ผูบริหารที่ดีมีทักษะจะสามารถจูงใจคนใหเขาสูการเปลี่ยนแปลงได
  • 13.
    Motivation to Change ความผิดพลาดของรางวัล รางวัล รางวัลเปนสวนบุคคลเปนแรงกระตุนใหเกิดการเปลี่ยนพฤติกรรม รางวัลเปนเพียงสวนหนึ่งของ package ทั้งหมดในการเปลี่ยนแปลง รางวัลอยางเดียว จูงใจคนไมได หากปราศจากขอมูลที่เพียงพอและอำนาจหนาที่ในการทำงาน
  • 14.
    A Nonhierarchical Organization ลำดับชั้นอาจไมเปนอุปสรรคขนาดนั้นในการเปลี่ยนแปลงองคกร แตจะเปนตัวที่ขัดขวาง งานทุกอยางในองคกรแนๆ ผูบริหารมีหนาที่ตอง ลดลำดับชั้นและขั้นตอนในการทำงาน ซึ่งทำได โดยการสนับสนุนใหเกิดกลุมความรวมมือ ในการทำงาน
  • 15.
    กระบวนงานการวางแผนการเปลี่ยนแปลงอยางเปนระบบ 1 2 3 4 สรางทีม พัฒนา วางแผน & กำหนด พัฒนาโครงสราง เจาภาพ วิสัยทัศนการ ตัวชี้วัด ที่สนับสนุน เปลี่ยนแปลง มีตำแหนง บทบาท ภาพในอนาคต Change Initiative การใหความรู สามารถขับเคลื่อน ที่ตองการเห็น สิ่งใดบางที่ตองทำ การฝกอบรม การเปลี่ยนแปลง เมื่อการ เมื่อใด อยางไร ระบบการใหผล (Position Power) เปลี่ยนแปลง กำหนดใหชัดเจนวา ตอบแทนรางวัล มีความชำนาญ สิ้นสุดลง สิ่งใดบางที่จะ การทำงานเปนทีม (Expertise) ไมขัดแยงกับ เปลี่ยนแปลง จาก ความรับผิดชอบ มีความนาเชื่อถือ วิสัยทัศนองคกร สภาพปจจุบันกอนการ ชัดเจน (Credibility) และ แตจะสนับสนุน เปลี่ยนแปลง(As is) มีภาวะผูนำ วิสัยทัศนองคกร และสภาพที่ตองการ (Leadership) ใหเกิดขึ้นหลังการ เปลี่ยนแปลง (To be)
  • 16.
    ตองเขาใจวา องคกรที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานแบบใดแบบหนึ่งในอดีต ไมไดหมายความวาการดำเนินงานแบบเดียวกัน จะกอใหเกิดความสำเร็จในอนาคต เศรษฐกิจยุคใหมที่มีการเปลี่ยนแปลงตอเนื่อง คือ การสง “สัญญาณ” วา สิ่งที่จะเกิดขึ้นแนนอนจากการที่ทำแบบเดิมๆ คือ ความลมเหลว
  • 17.
    organizational change ระบบใหญ เทคโนโลยี การแขงขัน นวัตกรรม รัฐบาล ทีมในองคกร ลูกคา บทบาทหนาที่ โครงสราง พฤติกรรม ผูนำ คานิยม ทุน ตัวเอง ทัศนคติ ทัศนคติ คานิยม
  • 18.
    The Enemy isthe Mindset โครงสรางการตัดสินใจในองคกร พฤติกรรม ทัศนคติ แรงจูงใจ managerial mindsets managerial mindset เปน set of assumptions เปน hidden norms ที่ครอบงำพฤติกรรมผูบริหาร
  • 19.
    managerial mindsets Henry Mintzberg & Jonathan Gosling action mindset analytic mindset reflective mindset collaborative mindset worldly mindset
  • 20.
    managerial mindsets Action Mindset: Managing Change ทำใหเกิดแรงขับที่จะสรางแผนที่ดีในการบรรลุเปาหมาย บูรณาการพลัง ในการเปลี่ยนแปลง กระตุนใหเกิดการขับเคลื่อนไปยังทิศทางที่ตองการ Analytic Mindset: Managing Organizations ทำใหแนใจวาการตัดสินใจอยูบนพื้นฐานของขอมูลจริงเชิงปริมาณและคุณภาพ ไมใชคานิยมหรืออคติ แยกความซับซอนของขอมูลออกเปนสวนๆ เพื่อเห็นของจริงที่เปนอยู
  • 21.
    Collaborative Mindset: ManagingRelationships ทำใหขับเคลื่อนความสัมพันธระหวางคนกับทีมงาน สรางเงื่อนไขที่จำเปนสำหรับการทำงานเปนทีม without reflection, management is mindless Reflective Mindset: Managing Self ทำใหมองเห็นประสบการณในมุมมองใหม เห็นถึงหนทางไปสูนวัตกรรม โดยการ พิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นในองคกรอยางลึกซึ้งมากขึ้น การเขาใจมากขึ้น
  • 22.
    Worldly Mindset: ManagingContext ทำใหตระหนักถึงวัฒนธรรมและสังคมที่จำเปนสำหรับการทำงาน ใหมีประสิทธิภาพในเศรษฐกิจโลก มองเห็นความตางของธุรกิจ อุตสาหกรรม เขาใจบริบทขององคกร
  • 23.
    การเขาใจธุรกิจ อุตสาหกรรม ตลาดในบริบทของโลก ความสามารถในการมองที่ครอบคลุมหลายขอบเขต หลายตลาด มุงเขาใจความเหมือนมากกวาการเนนความแตกตางในแตละประเทศ มองโอกาสทางธุรกิจจากบริบทของโลก the global mindset the multinational mindset the international mindset the domestic mindset
  • 24.
  • 25.
    • คุมใจไมใชควบกาย: องคกรที่ใชการควบคุมสูงมีการอางกฎระเบียบ หรือกฎเกณฑ มันเปนความไมไวใจ ไมสามารถสรางสุขกันได ทำใหทอ  ตองตกลงกันใหมใหใชความเชื่อถือ เชื่อใจกันในการทำงาน จึงจะสงผลให คนทุมเทพลังในการทำงานอยางเต็มที่ ทำใหผลการดำเนินงานโดยรวม ขององคกรดีขึ้น สามารถคิดไปถึงลูกคา ซัพพลายเออร คนภายนอกที่เรา ติดตอ ถาการทำงานรวมกันเปนไปบนพื้นฐานของความเชื่อใจ สิ่งเหลานี้ จะนำไปสูการสรางสังคมแหงความไววางใจได • สรางความรู ไมใชแคสินคา: value เกิดจากปญญา เกิดจากความรู ถึง จะเกิดวัตกรรมขึ้นได  และคนที่มีคุณภาพเปนบอเกิดแหงปญญาและ ความรู แนวคิดในการบริหารจัดการตองเปลี่ยนไป ทุน ที่ดิน ตึกใหญ ชวยอะไรไมได สราง value ไมได
  • 26.
    • เลิกเดี่ยว รวมทีม:ความเปนอันหนึ่งอันเดียวกันเปนคำตอบสุดทายที่จะ ทำใหองคกรมีพลัง  ตัดสินใจคนเดียวเปนสัญญาณของความบาอำนาจ คน ไมอยากอยูแบบนี้และจะไมคิดมีสวนรวม และที่สำคัญคือมันอันตรายมาก ตอความอยูรอดขององคกร ใหอำนาจทีมในการออกแบบกระบวนการ ทำงานเองตามความตองการของลูกคา มีการตัดสินใจรวม การจายผล ตอบแทนเปน team based performance • ติดยึดเปนยืดหยุน: ไมตองหลักการ วิชาการมาก ใหดูตามสถานะการณ โลกมันเปลี่ยนแปลงอยูตลอด ในทางการบริหารจัดการไมมีใครบอกไดวา แบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกสถานะการณ ตองยืดหยุน จะคิดแบบแนวตั้งการ ควบคุมการทำงานเปนลำดับการบังคับบัญชามันเชยสนิท  คิดแนวนอน บาง ใหควบคุมกันเองภายในทีม
  • 27.
    • ปดเปนเปด: ไมมีองคกรไหนอยูไดโดยไมพึ่งพาความสัมพันธภายนอก การปดกั้น คือ ความโง ไมมีทางไดเรียนรูสิ่งใหมๆ และภายในก็ตองเปด โดยเฉพาะเรื่องผลการดำเนินงานขององคกร เราตองเปดใหคนรับรูขอมูล ทางการเงินเพื่อสรางความตระหนัก เกิดความรูสึกเปนเจาขององคกรรวม กัน มีความรูสึกเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน เปนตรวจสอบการทำงานและผล การดำเนินงานขององคกรรวมกัน หากพบความผิดปกติอันใดตองรีบแจง เพื่อหาทางแกไข และพัฒนาปรับปรุงองคกรตอไป • จะดาคน ดาระบบดีกวา: จะเปลี่ยนแปลงจะพัฒนาองคกรได อยาทำให เปนเรื่องสวนตัว การโทษคนในองคกรไมมีวันจบสวย  ลองเปลี่ยนแนวคิด มาโทษระบบ โทษกระบวนการทำงานดูบาง การวิเคราะห แกไขปญหาจะ งายขึ้น เพราะระบบหรือกระบวนการทำงานเปลี่ยนได ทำใหองคกรสามารถ เติบโตไดอยางยั่งยืน
  • 28.
    หลักการพื้นฐานการเปลี่ยนรูปองคกร คุณคาองคกรขึ้นกับประสบการณที่ลูกคาไดรับ...เปนรายคน N=1 R=G a global ecosystem การเขาถึงแหลงทรัพยากรทั่วโลก ไมไดอยูที่ตองเปนเจาของ
  • 29.
    Prahalad & Krishnan:The New Age of Innovation
  • 30.
    SOCIAL ARCHITECTURE BUSINESS PROCESS N=1 ANALYTICS R=G TECHNICAL ARCHITECTURE Prahalad & Krishnan: The New Age of Innovation
  • 31.
    SOCIAL ARCHITECTURE ระบบปฎิบัติการ กระบวนการทำงาน ความเชื่อ คุณคา การดำเนินงานทางการจัดการ โครงสรางองคกร การประเมินผลการทำงาน การใหรางวัล ผลตอบแทน การพััฒนาฝกอบรม บรรทัดฐาน กฎระเบียบ ขั้นตอนการทำงาน ทัศนคติ พฤติกรรม มุมมอง ทักษะ ของผูบริหารและพนักงาน managerial mindsets
  • 32.
    การจะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ตองทำเปนอยางแรก คือ การออกแบบองคกรโดยเฉพาะการปรับ การเปลี่ยนโครงสรางองคกร การจัดกระดูกใหมที่จะทำหนาที่เคลื่อนไหวและค้ำจุนการเปลี่ยนแปลง • กลยุทธองคกรตองมีความชัดเจนและเปนที่เขาใจรวมกัน • ตัวผูนำองคกรตองใหความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงและสนับสนุนอยาง ออกหนาออกตาเปนทางการ ใหความสำคัญกับกลยุทธในฐานะเสาหลัก และการปกธง รวมถึงการมีหนาที่ในการผลักดันกลยุทธขององคกร • คนในระดับผูบริหารตองเชื่อในการเปลี่ยนแปลงและมีความเห็นรวมกัน ตรงกัน ในการเลือกใชกลยุทธ
  • 33.
    การออกแบบองคกรเปนเรื่องการคิดเชิงกลยุทธที่เกี่ยวของ ในดานการจัดกระบวนการภายในองคกร แปลวาตองเขาไปจัดการอุปสรรคในการทำงานใหนอยลง ไมวาคนจะตางวัฒนธรรมจะตาง ทำงานอยูที่ไหนในโลกนี้ ตองมีการทำงานรวมกันที่ราบรื่นมากที่สุด และในที่สุดมันเปนการวัดความสำเร็จขององคกร  ซึ่งตองคำนึงถึงทั้ง concept และ process ที่สอดคลองกับกลยุทธองคกร
  • 34.
    นักออกแบบองคกรที่เปนสวนผสมของสถาปนิก วิศวกรและศิลปน • สามารถในการตรวจวิเคราะหและประเมินองคกร:นักออกแบบตอง เขาใจ ใหความสำคัญ วิเคราะห ประเมินปจจัยหลักตางๆที่ผลักดันการ เปลี่ยนแปลงอยางแมนยำ สามารถเรียงลำดับความสำคัญกับปจจัยที่ หลากหลายวาปจจัยไหนเปนหลักและสงผลกระทบตอองคกร  อยาทำที่รับ สัญญานเสีย • สามารถเขาใจความสัมพันธองคกรกับคนและสามารถมององคกรใน ภาพรวมเชื่อมโยงในสิ่งที่เกี่ยวของกับองคกรได  อยามองเฉพาะจุดหรือ งานหรือคนที่เรารับผิดชอบ มองภาพรวมทั้งองคกร ตองเห็นโยงใย ครอบคลุม  เขาไปมีบทบาทในการผลักดันกลยุทธขององคกรและคิดไปถึง การพัฒนาคนอยางเบ็ดเสร็จจะทำใหเห็นความสัมพันธที่แทจริง
  • 35.
    • สามารถวาดภาพในใจถึง endoutcome วางแผนถึงอนาคตของ องคกรและจัดสรรทรัพยากรภายในองคกรเพื่อใหสอดคลองผลักดันใหเปน ไปตามกลยุทธตามเปาหมาย ถาใชจินตนาการและการวางแผนในวังวน เดิมๆ มันจะจบลงที่การเลือกรูปแบบโครงสรางที่เดิมๆที่คุนเคย หนักกวา น ั ้ น ค ื อ มองๆไปแล  ว ต ิ ด ก ั บ ข  อ จำก ั ด ภายในเร ื ่ อ งคนเส ี ย จนเปล ี ่ ย น โครงสรางไดก็จริงแตไมสามารถเปลี่ยนรูปแบบวิธีการทำงานหรือสรางผล ลัพธใหมๆได • มีทักษะในการเปนที่ปรึกษา เพื่อที่สามารถเขาไปวางแผนงานชวยเหลือ องคกร ตองสามารถเปน counselor ประจำองคกร เพราะการเปลี่ยนแปลง พัฒนาองคกรกระทบชีวิตการทำงานของสมาชิกทุกคน นักออกแบบองคกรตองมีความรูดีในเรื่องรูปแบบองคกร ตองรูวาโครงสรางองคกรแบบไหนเหมาะกับความเปนตัวตน เหมาะกับกลยุทธโดยไมตองยึดหลักการมากเกินไป
  • 36.
    • โครงสรางแบบ functionเหมาะกับองคกรเล็ก สินคา ตลาดและลูกคาไมมีความซับซอน • โครงสรางแบบ  divisional / product เหมาะกับธุรกิจที่มีสินคาหลากหลาย มีความตางที่ชัดเจน ในระบบปฏิบัติการ ในระดับการแขงขันของตลาด ตำแหนงทางการตลาดและชวงอายุผลิตภัณฑ • โครงสรางแบบ   divisional / geographic ใชกับองคกรที่มีสภาพแวดลอมทางธุรกิจที่มีความ เฉพาะตัวตามพื้นที่  • โครงสรางแบบ divisional / process ใชกับองคกรเนนกระบวนการทำงานที่ชัดเจน และมุง ความรวดเร็วและถูกตอง มุงคุณภาพในการตอบสนองความตองการเฉพาะของลูกคา • โครงสรางแบบ divisional / customer เหมาะกับองคกรที่บริหารลูกคาตามกลุม ตองการนำ เสนอผลิตภัณฑและบริการใหตรงตามกลุมและใหน้ำหนักกับการสรางแบรนด การทำตลาดและ ลูกคา • โครงสรางแบบ matrix ใชในองคกรที่มีภารกิจเฉพาะที่จำเปนตองใชคนที่ชำนาญการจากหลาก หลายสวนงานมารวมปฏิบัติงานกัน • โครงสรางแบบ network เหมาะกับองคกรนวัตกรรมที่เนนความเร็วและความยืดหยุนสูงอยางสูง • โครงสรางแบบ cluster เหมาะกับองคกรที่ตองการกระจายอำนาจการตัดสินใจไปยังพนักงาน ซึ่งมีตลาดเปนตลาดเฉพาะกลุม ใชผูรับจางทำงานใหเพราะคนนอย ความสามารถจำกัด • โครงสรางแบบ project based เนนงานและความชำนาญเฉพาะของสมาชิกเปนสำคัญ ไมมี โครงสรางตายตัวหรืองานประจำ มีการรวมตัวและสลายตัวไดตามวัตถุประสงคของโครงการ  
  • 37.
    การขับเคลื่อนระบบปฎิบัติการขององคกร ICT ที่เปนหลักการพื้นฐานขององคกร ระบบขอมูล ฮารดแวร ซอฟทแวร แอพพลิเคชั่น analytics TECHNICAL ARCHITECTURE
  • 38.
    ผูบริหารตองเขาใจทั้งสองสวน social technical architecture architecture โครงสรางองคกร มาตรวัดผล การใหรางวัล กระบวนการทำงาน ฐานขอมูล การฝกอบรม ของธุรกิจ ระบบ ทักษะ ระบบปฎิบัติการ ความเชื่อ การวิเคราะห คานิยม
  • 39.
  • 40.
    วิวัฒนาการของการครอบงำแนวคิดที่ไมกอเกิดการเปลี่ยนแปลง ความสำเร็จ ตัวแบบธุรกิจ(ใหม) ของธุรกิจ ขาดความ พฤติกรรม ตัวแบบ กระบวน สามารถใน ทักษะ ธุรกิจ งานและ การตอบ ICT สนองโอกาส ฝงใจ ขอกำหนด สูตรสำเร็จ และการตีความ
  • 41.
    การพัฒนาความสามารถใหม ไมใชเรื่องการลงทุนเทานั้น แตเปนเรื่องของวิธีการคิดเกี่ยวกับโอกาสใหมๆ มาตรวัดผลการดำเนินงานและการตั้งราคา
  • 42.
    ระบบเกา คือ ปญหา ระบบ IT เดิมทำงานรวมกับระบบปฎิบัติการอื่นๆไมได ไมสามารถบูรณาการ อยากอิสระ ระบบตางกันในแตละสาขา ทำใหองคกรมีระบบมากมาย แตทำงานเขากันไมได
  • 43.
  • 44.
    Organization Matters: Impediments to Value Creation ผูบริหารระดับสูงขาดความกระตือรือรน ความรับผิดชอบนอย เปาหมายไมตรงกัน ขาดระเบียบวินัย ประเมินคาความสำคัญ ICT ต่ำเกินไป
  • 45.
  • 46.
    ความรับผิดชอบนอย ถอดใจ การเปลี่ยนแปลงกระบวนงานเปนความเสี่ยง การจัดการงานขามสายงาน การขัดแยงกับหนวยงานอื่น
  • 47.
    เปาหมายไมตรงกัน การเปลี่ยนแปลงกระบวนงานไมใชแคการยกระดับมาตรฐานใหสูงขึ้น หรือหาวิธีการทำงานใหมที่มีตนทุนต่ำ ผลลัพธการเปลี่ยนแปลงกระบวนงาน คือ การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ ออกแบบเพื่อองคกรสามารถสรางนวัตกรรมไดตอเนื่อง ตอบสนองลูกคาตรงจุดมากที่สุด
  • 48.
    ความไมสม่ำเสมอกันของกระบวนการทำงาน เพราะองคกรขาดมาตรฐาน การปฎิบัติงานจริงหยอนยาน ขาดระเบียบวินัย ประเมินคาความสำคัญ ICT ต่ำเกินไป ใหการออกแบบกระบวนงานใหมเปนหนาที่ของคนขายโปรแกรม คนทำไมไดใช คนใชไมไดทำ
  • 49.
    ลูกคามีสวนรวมมากขึ้น silo ขอมูล การจัดการความซับซอน การสรางวัฒนธรรมการทำงานที่โปรงใส ยืดหยุน การสรางความเปลี่ยนแปลงเพื่อประโยชนการแขงขัน การสรางความเปนเอกฉันท การสรางองคความรูและแบงปนรวดเร็ว
  • 50.
    มุงสูการเปลี่ยนรูปองคกร มุมมองตรงกัน ความพยายามสราง ทุกคนเขาใจ คุณคาเพื่อการ อยากเปลี่ยน แขงขัน ความสามารถใหม ความสามารถที่ การทดลองเพื่อ องคกรมีอยูใน รูวิธีลดความเสี่ยง ปจจุบัน
  • 51.
    The Global Mindsetas a New Managerial Paradigm SOCIAL ARCHITECTURE BUSINESS PROCESS N=1 ANALYTICS R=G TECHNICAL ARCHITECTURE Prahalad & Krishnan: The New Age of Innovation
  • 52.
    บริษัททั้งหลายไมวาจะใหญหรือเล็ก ตองเจอกับความผันผวนของตลาด ของสิ่งแวดลอมที่คาดการณลำบากอยูตลอด ตองใหไว ตองยืดหยุนในการบริหารจัดการเพื่อจะไดมองเห็น จะไดแสวงหาโอกาสในการออกสินคาใหม การปรับกระบวนงานทางธุรกิจรวมถึงการสราง business models ใหมๆ เปลี่ยน..ตองใหไว
  • 53.
    Professor Richard Foster เมื่อป 1920 อายุเฉลี่ยของบริษัททั้งหลายตกประมาณ 67 ป ตอนนี้เหลือแค 15 ป และภายในป 2020 3/4 บริษัทที่มีใน S&P 500 จะเปนบริษัทที่เราไมเคยรูมากอนวามันมีในโลกนี้
  • 54.
    Sense and Respond ตองเปดตองเชื่อมโยงกับคนหลายกลุม จะตอบสนองไดตองเรียนรูขามขอบเขต ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมนี้จะใชเวลา 6 เดือน ในการผลิตสินคาหลังจากไดรับรายงาน ZARA ทำไดภายใน 15 วัน
  • 55.
    Improve and Innovate Opportunisticorganizations Innovative organizations Fragile organizations P&G : Connect & Develop "innovation assembly lines"
  • 56.
    Make Distributed and Collaborative Decisions Berlitz เห็นความสำคัญ จึงออกแบบโครงสรางและกระบวนการในการแลก เปลี่ยน แบงปนขอมูลที่เหมือนกันในทุกภูมิภาค ไมวาจะเปนขอมูลที่เกี่ยวกับ ทิศทาง กลยุทธ รายรับ เปาหมาย เปนตน เพื่อขับเคลื่อนและสรางความรวม มือใหเกิดขึ้นรวมกันในสาขาทั่วโลก มีการให guidelines อยางเปนทางการที่ พนักงานสามารถใชประโยชนรวมกัน แบงปนประสบการณ ทักษะ ความ ชำนาญกัน ติดตามการดำเนินงานและความสามารถในการทำงานเพื่อเปน แรงจูงใจที่จะพัฒนาใหทันตอการเปลี่ยนแปลงทั่วโลก
  • 57.
    The Anatomy ofBusiness Agility 1.เปนเหมือนเครื่องสแกน ตรวจตราสม่ำเสมอเพื่อใหเห็นถึงอุปสรรคที่ กีดขวางตำแหนง จุดยืนของธุรกิจ รวมถึงแสวงหาโอกาสในการเปลี่ยนไปสู ตำแหนงใหมที่ใครก็ตามไมทัน 2.เปนเหมือนสนามทดลองที่ทดลองกลยุทธในสนามบานตัวเองเพื่อสราง ประสบการณกอนจะไปเจอกับของจริงนาปวดหัวที่อยูนอกบาน 3.เปนเหมือนสถาปนิกที่วางแผน วางผัง ออกแบบธุรกิจเพื่อประสาน ทรัพยากรใหสามารถขยับตัว เคลื่อนตัวไดทันทวงที 4.เปนเหมือนนักเรียนที่เรียนรู สรางและฝกฝนศักยภาพใหมๆที่ตองใชเพื่อ การแขงขัน