การพัฒนาตนเอง..พัฒนาอะไร..?
๑. การพัฒนากาย
๒. การพัฒนาจิตใจหรืออารมณ
๓. การพัฒนาทางสติปญญา



             รศ. เฉลา ประเสริฐสังข   1
                                          31
การพัฒนารางกาย
๑. การแตงกาย และกิริยาทาทางตาง ๆ
๒. รูปราง รูปทรง สุขภาพกาย
๓. เรื่องอาหาร การกิน
๔. ระบบภายในตาง ๆ
๕. การสรางภูมิคมกัน
                ุ

                รศ. เฉลา ประเสริฐสังข   2
                                             32
ปจจัยพื้นฐานในการพัฒนารางกาย
    ตองมีความเชื่อมันเปนพืนฐานวา ลักษณะทางกาย
                     ่      ้
พฤติกรรม หรือนิสัยตาง ๆ พัฒนาไดโดยตองมีความ
มุงมัน หรือ มีวินยในตนเอง
      ่            ั
        หลัก 6 อ. พื้นฐานในการพัฒนารางกาย
         -อาหาร               -อุจจาระ
         -ออกกําลังกาย -อากาศ
         -เอนกาย(พักผอน) -เอาพิษออก
                       รศ. เฉลา ประเสริฐสังข      3
                                                       33
การพัฒนาจิตใจ-อารมณ
1.สุขภาพจิต    สํารวจจิตใจโดยทั่วไปวาตนมีความสุข ทุกข
  หรือไมอยางไร สามารถอดทนตอปญหาหรือความกดดันได
  เพียงใด มีความคับของใจ หรือเบิกบานใจเพียงใด
2. นิสัยใจคอเปนอยางไร ไดแกนิสัยการเรียนรู นิสัยการ
  ทํางาน นิสยการแสดงออกทางอารมณเปนผลจากพฤติกรรม
             ั
  เคยชิน
3. การควบคุมตน และสภาพอารมณโดยรวมเปนอยางไร


                       รศ. เฉลา ประเสริฐสังข             4
                                                              34
ลักษณะของอารมณและ EQ ของบุคคล
อารมณคออะไร
           ื
   คือสภาพความรูสึกที่เปลี่ยนแปลงตามกระแสสิ่งเราที่มา
     กระทบประสาทสัมผัส เชน รูสึกดีใจ เสียใจ รูสึกโกรธ
     รูสึกเกลียด รูสึกสงสาร ฯ
EQ คืออะไร
   คือความสามารถในการใชอารมณ การบริหารอารมณ
     เพื่อใหเกิดประโยชนตอการทํางาน :ความฉลาดทาง
                            
     อารมณ
                                                           5
                                                               35
ลักษณะอารมณ 2 มิติ
มิติที่ 1 ลักษณะดีหรืออารมณในทางกอ(EQ สูง)
    ไดแก
    1. อารมณแหงมุงมั่นทุมเท
    2. อารมณแหงความรักความเห็นใจ
    3. อารมณแหงความตื่นตัวกระตือรือรน
    4. อารมณแหงความหวัง
    5. อารมณแหงความศรัทธา
                                               6
                                                   36
ลักษณะอารมณ 2 มิติ
มิติที่ 2 ลักษณะอารมณในทางทําลาย(EQ ต่ํา)
    1. อารมณแหงความกลัว-วิตกกังวล
    2. อารมณแหงความอิจฉา
    3. อารมณแหงความเกลียดชัง-โกรธ
    4. อารมณแหงความอาฆาตพยาบาท
   5. อารมณแหงความโลภ อยากไดไมสนสุด  ิ้
        “อารมณราย ทําลายตนเองและผูอื่น”
                                              7
                                                  37
อารมณเครียด.. อารมณราย
ผลเสียของอารมณเครียด
 ๑. สุขภาพรางกายบกพรอง
 ๒. สุขภาพจิตเสื่อม
 ๓. พฤติกรรมผิดปกติ(กายกับอารมณสมพันธกัน)
                                   ั
 ๔. มีสัมพันธภาพที่ๆไมดี
 ๕. อาจทําใหเปนโรคจิตหรือโรคประสาท
 ๖. การทํางานบกพรอง ลมเหลว
                 รศ. เฉลา ประเสริฐสังข       8
                                                  38
เทคนิคการปรับลดความเครียด
๑. ทําความเขาใจแยกแยะกับสิ่งที่ทําใหเครียด
๒. ปรับเจตคติตอปญหา ใหคดวาปญหาเปนเรื่อง
                            ิ
  ปกติของการทํางาน
๓. ปรับนิสยใหเปนคนมองโลกในแงดี
          ั
๔. การฝกสมาธิ หรือบริหารจิต
๕. ตองปลอยวาง อยายึดติด

                  รศ. เฉลา ประเสริฐสังข        9
                                                    39
การจัดการกับอารมณโกรธ
อารมณโกรธ คืออารมณรายที่ทําลายตนเองและคนรอบ
  ขาง..จงเตือนตนเสมอวา.” โกรธคือโง...โมโหคือบา “
                                        .
ผลเสียของอารมณโกรธ
  1. ทําใหเสียบุคลิกภาพ ดูไมสงา ไมนาดู
  2. ทําใหเสียสัมพันธภาพทางสังคม
  3. ทําใหขาดสติยับยั้งในการคิดการทํางาน
 4. ทําใหเกิดความผิดปกติในระบบภายใน

                    รศ. เฉลา ประเสริฐสังข             10
                                                            40
แนวทางควบคุมอารมณโกรธ
๑. อยาเปนคนใจรอนวูวาม
๒. ฝกฝนตรวจสอบจิตใจตนเองเสมอ
๓. อยาฝกนิสยใหเปนคนขี้อิจฉาตารอน
              ั
๔. อยาเปนคนมีนสัยผูกใจเจ็บ อาฆาตแคน
                  ิ
๕. ฝกความอดทน ใจเย็น หนักแนน
๖. ฝกนิสยใหเปนคนใหอภัยคนอืน
          ั                    ่
๗. ใชสติทบทวนถึงผลเสียของอารมณโกรธ
                  รศ. เฉลา ประเสริฐสังข   11
                                                41
อารมณรายทําลายตนเอง
อารมณโกรธ เกลียด คืออารมณรายทําลายตนเองและคน
   รอบขาง
  “อารมณโกรธ เกลียด เปรียบเสมือนไฟ ..ไฟเผาไหมดนุ
   ฟนใหมอดไหมไดฉันใด อารมณโกรธก็จะเผาตัวเองและ
   คนรอบขางไดฉนนัน”
                   ั ้
  ..จงดูจตใจตนเอง ทานเปนคนมีอารมณโกรธ เกลียด เปน
         ิ
   นิสัยหรือไม..?
               ..?

                       รศ. เฉลา ประเสริฐสังข          12
                                                            42
อารมณรายทําใหกลายเปนคนนาชัง
           เมือมีอารมณรายเขามา......
              ่
         คนใจสูง กลายเปน คนใจต่ํา
         คนใจดี กลายเปน คนใจดํา
         คนใจงาม กลายเปน คนใจงาย
         คนไวใจได กลายเปน คนโลเล
         คนมีเสนห กลายเปน คนนาชัง
“จึงตองระมัดระวัง อารมณตนเองตลอดเวลา”
                                          43
ลักษณะผูที่มี EQ สูง
1.แสดงความรูสึกตนไดชดเจน
                      ั     ตรงไปตรงมา
2.สามารถผสมผสานความคิด เหตุผล และความเปนจริง
    ไดอยางสมดุล
3.มีความเปนอิสระ พึ่งพาตนเองได

4.สามารถปรับตัว นําอารมณกลับสูภาวะปกติไดดี
                                 
5.มองโลกในแงดี ไมยอมแพอุปสรรค

                                                14
                                                     44
ลักษณะผูที่มี EQ สูง
6. ใหความสําคัญความคิดความรูสกผูอื่น
                                ึ
7. ไมถูกครอบงําดวยอารมณรายตาง ๆ
8. มีความรูสึกเปนธรรมชาติ
9. สามารถแยกแยะความคิดออกจากความรูสึก
10. มองหาแงมุมทีดี จากภาวะอารมณทางลบใน
                    ่
    สถานการณอันเลวราย
ลักษณะผูที่มี EQ ต่ํา
1. ไมรับผิดชอบตอความรูสกตน แตชอบวิพากษตําหนิ
                             ึ
    ผูอื่น
2. ชอบกลาวหา ตําหนิ ตัดสิน ทําลายขวัญผูอื่น
3. บุมบาม ฉุนเฉียว ทําเรื่องเล็กใหเปนเรื่องใหญ
4. ขาดสติสัมปชัญญะ สิ่งที่พูดกับสิงที่ทําไมตรงกัน
                                      ่
5. ผูกใจเจ็บ อาฆาตแคน ใหอภัยคนไมได

                                                      16
ลักษณะผูที่มี EQ ต่ํา
6. ไมใสใจความรูสกนึกคิดของผูอื่น
                      ึ
7. ชอบทําใหผูอื่นรูสึกวาเขาผิด
8. ยึดมันในความคิด ความเชื่อของตนเอง
        ่
9. ไมเปนผูฟงที่ดี บันทองกําลังใจคูสนทนา
                        ่             
10. สรางภาพวาตนเองดี เกง ฉลาดเหนือใคร ไมสนใจวา
    คนอื่นจะมองตนเองอยางไร

                                                 17
ลักษณะจริยธรรมที่ควรพัฒนา
1. หลักธรรมที่ควรยึดมันในการเรียน ประกอบกิจการตางๆ
                      ่
 คือธรรมมีอปการะมาก 2 คือ สติ สัมปชัญญะ
           ุ
สติ : หมายถึงความรูตัว ความระลึกได ความระลึก
 ชอบ คือระมัดระวังไมประมาทพลั้งเผลอในโอกาส
 ตางๆ
สัมปชัญญะ : คือความรูตัวตลอดเวลาวาเราเปนใคร
เรากําลังทําอะไร
                                                  18
ลักษณะจริยธรรมที่ควรพัฒนา
2.หลักธรรมที่ควรยึดเปนแนวทางในการทํางาน     หรือการเรียน
 ใหสําเร็จ คือ อิทธิบาท 4 ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
ฉันทะ : หมายถึง การมีความรักความพอใจในสิ่งที่ทํา
วิริยะ : คือความพากเพียรพยายามในการทํางาน
จิตตะ : คือการเอาใจใส จดจอตอการทํางานนั้น
วิมังสา : คือการพิจารณาใครครวญไตรตรองใหรอบคอบ

                                                        19
ลักษณะจริยธรรมที่ควรพัฒนา
3.หลักธรรมที่ควรยึดเปนแนวทางในการผูกมิตร  เหนี่ยวรั้งน้ําใจ
 กัน คือ สังคหวัตถุ 4 ทาน ปยวาจา อัตถจริยา สมานัตตตา
ทาน : การให ความเอื้อเฟอเผื่อแผ ความเสียสละ
ปยวาจา : การสื่อสาร พูดคุยดวยถอยคําออนหวาน
อัตถจริยา : การเกื้อกูล ชวยเหลือกันและกัน
สมานัตตตา: การวางตัวเหมาะสม เสมอตนเสมอปลาย

                                                         20
สรุปแนวทางพัฒนาอารมณ/จริยธรรมตน
1.   สรางความเขาใจตน ตรวจสอบอารมณ/
     จริยธรรมของตน
          รูเทาทันอารมณ จิตใจของตน
          ศึกษาตรวจสอบอารมณตนเสมอ
          มีความเชื่อมั่นในตนเอง
          แยกแยะอารมณของตนได
                                        21
สรุปแนวทางพัฒนาอารมณจริยธรรมตน
 2.   ฝกฝนการควบคุมตนเอง
          สามารถจัดการกับภาวะอารมณตน
          มีวนย มีความรับผิดชอบ
             ิ ั
          ยึดมันในจริยธรรมความดี
                ่
          เปนคนใจกวางยอมรับการ
          เปลี่ยนแปลง
                                        22
การพัฒนาการคิด/สติปญญา
สติปญญา หมายถึงความสามารถในการคิด การแกปญหา
    
  1.  ดานความรูทั่วไป ขอมูลเกียวกับการดําเนินชีวิต การเมือง
                                  ่
   เศรษฐกิจ และสังคมและอาชีพ
  2. การคิด ตัดสินใจ การแกปญหา มีความสามารถในการ
                                
   ตัดสินใจแกปญหา การคิดแยกแยะวิเคราะห-สังเคราะหดดี   ี
   เพียงใด มีความคิดสรางสรรค มีความคิดที่เปนระบบหรือไม
  3. ความสามารถพิเศษ หรือมีทักษะพิเศษอะไรบาง


                          รศ. เฉลา ประเสริฐสังข            23
คุณสมบัติบางประการที่เอือตอการคิด
                        ้
 1. มีความเชื่อมั่นในตนเอง
 2. กระตือรือรนตื่นตัวอยูเสมอ

 3. ชางสังเกตและวิเคราะห

 4. เปนคนใจกวาง

 5. มีความขยันและอดทน

 6. ใฝรูและไวตอความรูสึกนึกคิด
                                     54
อุปสรรคขัดขวางการพัฒนาความคิด
 การตอบสนองตามความเคยชิน
 ขาดความเชื่อมั่นชอบพูดวาตนไรความสมารถ
 มีอคติชอบคิดทุกเรื่องในทางลบ
 กลัววาตนเองจะเปนแกะดํา
 กลัวตอความลมเหลว
 ติดยึดกรอบความคิดเดิม ๆ

                                           55
การฝกฝนเพือพัฒนาการคิด
                ่
1. ฝกการสังเกตสิ่งตาง ๆ ที่พบเห็น
2. ฝกการบันทึกขอมูลเรื่องราว
3. ฝกการนําเสนอตอที่ประชุม
4. ฝกการฟง สรางสมาธิในการฟง
5. ฝกปุจฉา-วิสชนา
               ั

                                      56
การฝกฝนเพือพัฒนาการคิด(ตอ)
            ่
6.  ฝกการตั้งสมมติฐานและตั้งคําถาม
7. ฝกการคนหาคําตอบ ดวยการวิเคราะห
8. ฝกการวิจัย เพือคนพบความรูใหม
                  ่
9. ฝกการเชื่อมโยงและบูรณาการความคิด
10. ฝกการเขียนและการเรียบเรียง

                                        57
การพัฒนาตนเองภายใน 30 วัน
เลิกนิสัยตอไปนี้ใหได
 1. การผัดวันประกันพรุง
 2. การคิดในทางลบ หรือในทางไมดี
 3. การชอบนินทาวารายคนอื่น
 4. ดู T.V เกิน 60 นาที/วัน


              รศ. เฉลา ประเสริฐสังข   28
การพัฒนาตนเองภายใน 30 วัน(ตอ)
สรางนิสัยตอไปนี้
1. สํารวจตนเองทุกวัน
2. วางแผนการทํางานทุกวัน
3. ชืนชมคนอืนทุกโอกาส
      ่        ่
ลับสมองตนเอง
1. ใชเวลาคิดวันละ 30 นาที
2. อานหนังสือพิมพ/วารสาร สัปดาหละ 4 ชัวโมง
                                         ่
3. อานหนังสือพัฒนาตนเองเดือนละ 1 เลม
                 รศ. เฉลา ประเสริฐสังข         29
จบแลวครับ




  รศ. เฉลา ประเสริฐสังข   30

04 develop2