Watcharin Chongkonsatit, M.Ed.,Ph.D.
College of Dental Medicine
Rangsit University
RSU101-Dental Medicine
ข้อตกลงร่วมกัน
•เปิดพื้นที่ มีส่วนร่วม
•ใคร่ครวญ ทบทวน (เรื่องราวของตัวเอง) อยู่กับสิ่งที่
เป็นอยู่ในปัจจุบัน
•เคารพตัวเอง เพื่อน และสิ่งแวดล้อม
•แบ่งปัน แลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วม
•ขอความกรุณางดใช้อุปกรณ์ในการสื่อสาร
อิสรภาพที่จะได้เห็น และได้ยินสิ่งที่เป็นอยู่ตรงนี้
อิสรภาพที่จะพูดในสิ่งที่คุณรู้สึกและคิด
อิสรภาพที่จะได้รู้สึกอย่างที่คุณรู้สึก
อิสรภาพที่จะร้องขอในสิ่งที่ต้องการ
อิสระภาพที่จะเสี่ยงด้วยตนเอง
2 Types of Knowledge
Divergence
Knowledge
Convergence
Knowledge
ความรู้ที่มีอยู่มี 2 รูปแบบ
แบบแรกเป็นความรู้ที่เราคุ้นชิน เป็นความรู้ที่
เราค้นหาความรู้ภายนอกตัวเรา..ทั้งภาษาศาสตร์
วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์
ล้วนเป็นการศึกษาความรู้ภายนอกตัวทั้งสิ้น
ส่วนความรู้แบบที่สองนั้น เป็นความรู้ที่
เราหลงลืม ความรู้ซึ่งเป็น “รากเหง้า” ของตัว
เราเอง ... ความรู้เกี่ยวกับตัวเรา
เพื่อให้เรารู้จัก “รากเหง้า” ว่าเรามา
จากไหน มาเพื่ออะไร แล้วจะไปที่ไหนต่อ
ฟฟ
10% of people live here
Danger zone
Discomfort
zone
20% of people live here
กลัว
อันนั้นไม่ใช่ฉัน
ความคุ้นชิน
ความชอบ
ความไม่ชอบฉันเป็นคน....
ความอาย
ไม่มีใครเขาทา
เขาจะมองว่ายังไง
มันต้องเป็น...
ฉันควรจะ...
ตามประสบการณ์...
Comfort
zone 70% of people live here
เสียง “คุณวิจารณ์ภายใน”
ที่ขัดเรา สร้างแรงต้าน
ไม่ให้เราก้าวข้ามขอบ
สภาวะขึ้นขอบจะมีอาการทางร่างกายแสดงให้เห็นอย่าง
ชัดเจน เช่น มือสั่น เหงื่อออก ใจสั่น บางครั้งอาจมี
อาการทางใจ เช่น เขิน ประหม่า ฯลฯ
เพื่อน กัลยาณมิตร เสียงของครูในใจ
และความรู้สึกปลอดภัยจะสนับสนุน
ให้ก้าวไปยืนบนขอบ
ลองก้าวข้ามออกจากพื้นที่เดิมๆ
ทดลองทาอะไรใหม่ๆ เริ่มทีละ
นิดสัก 1% หล่อเลี้ยงความสั่น
เสี้ยวเล็กๆ ให้
“พื้นที่ขยายออก”
ปมความเจ็บปวดในอดีตจะเหนี่ยวรั้งให้ก้าวข้ามขอบ
ไม่ได้ และกลับมาอยู่ใน
“หลุมเสพติด” เช่น FB กิน ดื่ม เที่ยว งาน เกม
Why?
How?
What?
Transformative
learning
Formative learning
Informative learning
วิธีการแบบเดิม มโนทัศน์ใหม่
Modified from Simon Sinek. (2009), Start with Why.
COPING STANCE
BEHVIOUR
(Personality, Action, Story line)
FEELING
(Joy, Excitement, Enhancement, Anger, Hurt, Fear, Sadness)
PERCEPTION
(Belief, Assumption, Subjective reality, Thought, Idea, Value)
EXPECTATION
(Of self, Of others, From others )
YEARNING
(Love, Acceptance, Belonging, Creativity, Connection, Freedom, Etc.)
SELF
(Spirit, Soul, Life force, Essence, Core, Being)
Personality
Experience
Memory
DreamInspiration
Response
Triune brain
Reptilian brain Paleo-mammalian complex Neo-mammalian complex
Brain step and cerebellum Limbic system Neocortex
Fight or flight Emotions, Habits, and Memories Languages, Abstracts, Thoughts,
Imaginations, Conciousness
Autopilot Decision Reasons, Rationalizes
MacLean, Paul D. (1990). The triune brain in evolution: role in
paleocerebral functions. New York: Plenum Press.
ลักษณะนิสัยเปรียบเสมือนอวัยวะส่วนหนึ่งของ
ร่างกาย ซึ่งอยู่ติดตัวเราตั้งแต่เกิด ซ่อนอยู่ใน
ส่วนที่ลึกมาก มองไม่เห็นด้วนตาเปล่า แต่ก็อยู่ใกล้
ตัวตนที่แท้จริงมากที่สุด
ไม่ว่าเวลาใดก็ตาม ลักษณะนิสัยก็จะติดตามเราไป
เหมือนเงาที่ติดตามตัวเราไปในทุกแห่งหน
บางครั้งมันจะออกมาทาให้แผนการในชีวิตของเรา
วุ่นวาย และบางครั้งมันจะนั่งมองเราอยู่อย่าง
เงียบ ๆ
นพลักษณ์
ENNEAGRAM
นพลักษณ์เป็นกระจกสะท้อนตัวตน
การเรียนรู้ตนเองช่วยเปิดเผยมุมมองและจุดศูนย์รวมของ
จิตใจในส่วนที่ลึกที่สุด เปรียบเสมือนกระจกบานหนึ่งที่ทา
ให้เรามองเห็นตัวตนที่แท้จริงของตนเองที่พิเศษเหนือใคร
ขณะเดียวเองก็ช่วยให้เรามองเห็นขุมทรัพย์ในคนอื่นที่อยู่
รอบข้างเรา
George Ivanovich Gurdjieff
ENNEAGRAM
ศูนย์กาย
ศูนย์ใจศูนย์หัว
หน้าที่ของศูนย์หัว
เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวมข้อมูล ความคิด วิเคราะห์ด้วยเหตุผล การวางแผน
ใช้ผิดทาง
•คิดหรือวิเคราะห์มากเกินไป (ย้าคิด)
•Projection
•วางแผนมากจนเกินไป (เจ้า Plan-นิ่ง)
ใช้ถูกทาง
• วิเคราะห์ด้วยเหตุผล
• ปัญญาญาณที่แม่นย้า
• การวางแผนที่มีประสิทธิภาพ
ศูนย์หัว
มักคิดอย่างหนักหน่วง โดยจะให้ความส้าคัญกับข้อเท็จจริง ข้อมูล ไอเดีย และคิดเรื่องความปลอดภัยและความ
ไว้วางใจ เพื่อเตรียมรับมือกับสิ่งน่ากลัวหรือเลวร้ายที่เขาคิดว่าอาจเกิดขึน
คน 5 นักสังเกตการณ์
• มักเก็บตัวอยู่ตัวคนเดียว เพราะกลัวว่าจะถูกรุกล้าและสูญเสียพลังของตน พึ่งพาตัวเอง ได้แค่ไหนเอาแค่นัน ชอบเก็บ
สะสมข้อมูลให้มากไว้ เพื่อวิเคราะห์ ท้าความเข้าใจความเป็นไปของสิ่งต่างๆ
คน 6 มนุษย์ร้อยค้าถาม
• มีมโนภาพของสถานการณ์ที่จะเกิดขึนในแบบต่างๆ อยู่ตลอด เพื่อที่จะหาทางแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึน และลดความ
ผิดพลาด
คน 7 ผู้พิถีพิถันในการเสพ
• หนีห่างจากความกลัว ความเจ็บปวด กลัวความโศกเศร้า และความไม่สบายใจ โดยจินตนาการถึงโอกาสดีๆ ที่จะมาถึง
ด้วยการคิดค้นไอเดียวต่างๆ เพื่อให้เกิดความตื่นเต้น ไม่ให้หวาดกลัว หรือไม่สบายใจ
หน้าที่ของศูนย์ใจ
เกี่ยวข้องกับการรับรู้ความรู้สึก สื่อสารทางอารมณ์ ความละเอียดอ่อนต่อผู้อื่น
ใช้ผิดทาง
•ปั่นหัวคน
•เล่นละคร
•อ่อนไหว
ใช้ถูกทาง
• ความรู้สึกร่วม
• สร้างสัมพันธ์ที่จริงใจ
• เห็นอกเห็นใจผู้อื่น
ศูนย์ใจ
พยายามสร้างภาพลักษณ์เพื่อให้ผู้อื่นตอบสนองกลับอย่างที่ตนต้องการ มีความกังวลว่าคนอื่นจะมองเขาอย่างไร
จนสุดท้ายเกิดความรู้สึกว่าไม่มีใครเห็นคุณค่าตัวตนที่แท้จริงของเขา ท้าให้รู้สึกเศร้า
คน 2 ผู้ให้
• สร้างภาพเป็นคนน่ารัก ใจดี ห่วงใยคนอื่น เพื่อให้คนอื่นยอมรับและเห็นคุณค่าของเขา
คน 3 นักแสดง
• สร้างภาพลักษณ์เป็นคนมั่นใจในตนเองและประสบความส้าเร็จ เพื่อให้ได้ความเคารพยกย่องจากผู้อื่น
คน 4 คนโศกซึง
• สร้างภาพลักษณ์เป็นคนที่มีเอกลักษณ์แตกต่างแหวกแนว แล้วใช้ความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน เพื่อไม่ให้ต้องรู้สึกต้อยต่้า
หน้าที่ของศูนย์กาย
เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว ความรู้สึกในกาย การกระท้าหรือไม่กระท้า การควบคุม
ใช้ผิดทาง
•อะไรที่เกินเลย
•การเฉยเมย
•มีปฏิกริยาโต้ตอบไม่ทันรู้ตัว
ใช้ถูกทาง
• ลงมือท้าสิ่งที่เป็นประโยชน์
• ความมุ่งมั่น
• รู้ด้วยสัญชาตญาณ
ศูนย์กาย
เชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตน แต่มีวิธีที่แตกต่างในการควบคุมความโกรธ ที่เป็นอารมณ์เกี่ยวกับศูนย์
กาย
คน 8 เจ้านาย
• แสดงความโกรธที่พึ่งขึนมาจากช่องท้องได้ทันที โดยเชื่อว่าเป็นเพียงพลังที่ต้องปลดปล่อยออกไป
คน 9 ผู้สมานไมตรี
• หลีกเลี่ยงความโกรธทังของตนเองและผู้อื่น แล้วพยายามไกล่เกลี่ยความขัดแย้งต่างๆ เพื่อสร้างความกลมกลืน และไม่
ยอมให้ใครควบคุม
คน 1 คนสมบูรณ์แบบ
• แสดงความโกรธออกมาเป็นความหงุดหงิดและไม่พอใจ มีความเชื่อว่าความโกรธเป็นสิ่งที่ไม่ดี ต้องควบคุมให้ได้ จึง
คอยข่มใจตนเองและมีระเบียบมาก
คน ๙
ผู้สมานไมตรี
คน ๑
คนสมบูรณ์แบบ
คน ๒
ผู้ให้
คน ๓
นักแสดง
คน ๔
คนโศกซึ้ง
คน ๕
นักสังเกตการณ์
คน ๖
นักปุจฉา
คน ๗
นักผจญภัย
คน ๘
เจ้านาย
โครงสร้างของนพลักษณ์ (จุด และเส้น)
คน ๙
ผู้สมานไมตรี
คน ๓
นักแสดง
คน ๖
นักปุจฉา
สามเหลี่ยมแห่งความสมดุล
คน ๒
ผู้ให้
คน ๕
นักสังเกตการณ์
คน ๘
เจ้านาย
สามเหลี่ยมแห่งพลัง
คน ๑
คนสมบูรณ์แบบ
คน ๔
คนโศกซึง
คน ๗
นักผจญภัย
สามเหลี่ยมแห่งอุดมคติ
ความเฉื่อยชา
ความโกรธ
ความทะนงตน
ความหลอกลวง
ความอิจฉาความงก
ความกลัว
ความตะกละ
ความทะยานอยาก
กิเลส 7 ประการ
ศูนย์คิด
ความเรื่อยเปื่อย
ความขัดเคือง
การประจบ
การสาคัญตน
ความรันทดความตระหนี่
ความลังเลสงสัย
การวาดฝัน
การแก้แค้น
ความรัก
ความสมบูรณ์แบบ
อิสรภาพ
ความหวัง
ความเป็นต้นแบบความรอบรู้
ศรัทธา
การงาน
สัจจะ
ศูนย์คิด
ญาณทัศนะ
ของศูนย์คิด
ฝ่ายสูง
ความเฉื่อยชา
ความโกรธ
ความ
ทะนงตน
ความหลอกลวง
ความอิจฉาความงก
ความกลัว
ความตะกละ
ความทะยานอยาก
ลงมือทาเรื่องที่ควรทา
ความสงบเย็น
ความถ่อมตน
ความซื่อสัตย์
สงบ/สมดุลความไม่ยึดติด
ความกล้า
สติรู้ประมาณ
ความใสซื่อ
ศูนย์อารมณ์
ญาณทัศนะของ
ศูนย์อารมณ์
ฝ่ายสูง
ศูนย์อารมณ์
ศูนย์ท้อง: ลักษณ์ย่อย
การผดุงตนเพื่อความอยู่รอด
สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด
ปฏิสัมพันธ์กับทางสังคม
ศูนย์ท้อง: การผดุงตนให้อยู่รอด
ความอยากเสพ
ความกระสับกระส่าย
ความมีอภิสิทธิ
ความมั่นคง
ความบ้าบิ่น
ปราสาท
ความอบอุ่น
ความมีพรรคพวก
ความพออยู่รอด
ศูนย์ท้อง: ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
การมีส่วนร่วม
การปรับตัวไม่เป็น
ความทะเยอทะยาน
ความมีหน้ามีตา
ความละอาย
รูปเคารพ
หน้าที่
ความเสียสละ
มิตรภาพ
ศูนย์ท้อง: สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด
ความเป็นหนึ่งเดียว
ความหึงหวง/ความร้อนแรง
ความยั่วยวน/ความก้าวร้าว
ความมีหน้ามีตา
ความละอาย
รูปเคารพ
หน้าที่
ความเสียสละ
มิตรภาพ
ภาวะเครียดและความมั่นคง
ภาวะเครียด ความมั่นคง
คนเราไม่ได้กลายเป็นคนอีกลักษณ์หนึ่งเมื่ออยู่ภาวะเครียดหรือมั่นคง เพียงแต่รับเอาลักษณะของคน
ลักษณ์นั้นมา โดยยังคงความสนใจและมุมมองของลักษณ์ของตนเอาไว้
คน ๙
ผู้สมานไมตรี
คน ๑
คนสมบูรณ์แบบ
คน ๒
ผู้ให้
คน ๓
นักแสดง
คน ๔
คนโศกซึ้ง
คน ๕
นักสังเกตการณ์
คน ๖
นักปุจฉา
คน ๗
นักผจญภัย
คน ๘
เจ้านาย
ภาวะเครียดและความมั่นคง
ปีก
• แต่ละลักษณ์มีปีกอยู่ 2 ข้าง คือ มีลักษณ์อีก 2
แบบขนาบอยู่ซ้ายและขวา
• ปีกเป็นอิทธิพลเฉพาะตัวบุคคล ไม่สามารถคาด
เดาได้ทั้งรูปแบบและวาระ
คน ๙
ผู้สมานไมตรี
คน ๑
คนสมบูรณ์แบบ
คน ๒
ผู้ให้
คน ๓
นักแสดง
คน ๔
คนโศกซึ้ง
คน ๕
นักสังเกตการณ์
คน ๖
นักปุจฉา
คน ๗
นักผจญภัย
คน ๘
เจ้านาย
คน 1 คนสมบูรณ์แบบ (PERFECTIONISTS)
• วิพากษ์ตนเองและคนอื่นอยู่เสมอ เอาจริงเอาจังกับชีวิต
เข้มงวด ตัดสินคน บังคับตัวเอง
• มักหลุดปากว่า “ควร” “ไม่ควร” “ต้อง” เสมอๆ
• มุ่งมั่นให้สิ่งที่ตนเองทาปราศจากข้อบกพร่อง ลาบากใจในการ
รับคาชมหรือยอมรับในความสาเร็จ
• กลัวความไม่สมบูรณ์แบบจึงทาแล้วทาอีกเพื่อกันพลาด มี
มาตรฐานสูง อ่อนไหวต่อคาติวิจารณ์
• ยึดมั่นในกฎ มีความรับผิดชอบ เป็นตัวของตัวเอง
• สามารถชี้จุดบกพร่องได้ทันที และบอกได้ว่าจะต้องแก้ไข
อย่างไรให้ถูกต้อง
ความเอนเอียงในบุคลิกภาพ คุณสมบัติของแก่นแท้
ทางความคิด ความขัดเคือง ความขุ่นใจ ความสมบูรณ์แบบ
ทางอารมณ์ ความโกรธ ความสงบเย็น
จุดเน้นของลักษณ์ย่อย
ทางเพศ หึงหวง
ทางสังคม ไม่ยืดหยุ่น
ทางการผดุงตน กระวนกระวาย/กังวล
คน 1
คนสมบูรณ์แบบ
คน 1 ที่ไม่รู้จักตนเอง
• ดูถูกเหยียดหยามกล่าวโทษผู้อื่น
• เย็นชา ดื้อรั้น
• ชอบควบคุม กระวนกระวาย
• ขี้โมโห ย้าคิดย้าทา
• ชอบเสียดสี ประชดประชัน
• ดันทุรัง
คน 1 ที่รู้จักตนเอง
• สร้างแรงบันดาลใจ เอื้ออาทร
• ฉลาดและมีจรรยาบรรณ
• มีวินัยในตนเอง ขยัน รับผิดชอบ
• แยกแยะด้วยปัญญา และสงบเย็น
• ยกย่องและมองเห็นความเป็นเลิศในทุกที่
ภาวะมั่นคงและภาวะเสี่ยงของคนลักษณ์ 1คน ๙
ผู้สมานไมตรี
คน ๑
คนสมบูรณ์แบบ
คน ๒
ผู้ให้
คน ๓
นักแสดง
คน ๖
นักปุจฉา
คน ๗
นักผจญภัย
คน ๘
เจ้านาย
คน ๔
คนโศกซึ้ง
คน ๕
นักสังเกตการณ์
ภาวะมั่นคง
ปลดปล่อยตัวเองให้รู้สึกผ่อน
คลาย โดยอาจใช้ชีวิตกับกีฬา
ธรรมชาติ ลาพัง หรือใช้ชีวิต
แบบแหกกฎบ้าง
ภาวะเสี่ยง
เต็มไปด้วยอุดมการณ์อันร้อน
ระอุที่ตอกย้าความเชื่อที่ว่าความ
สมบูรณ์พร้อมเป็นสิ่งที่ไม่
สามารถเข้าถึงได้ และเขาเองไม่
ควรค่า เอ่อล้นด้วยความรู้สึกไม่
เป็นที่รัก จึงเกิดความเศร้า หดหู่
และไม่มีทางทาให้ถูกต้องได้อีก
ลักษณ์ย่อยของคน 1
การผดุงตนเพื่อความอยู่
รอด: ความกระวน
กระวาย/ความวิตก
• เน้นจัดการสิ่งต่าง ๆ ให้เป็น
ระเบียบเรียบร้อย
• เน้นความถูกต้องแม่นยาในทุก
รายละเอียด
• อยากควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง
สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด:
ความหึงหวง/ความ
ร้อนแรง
• มองตัวเองเป็นแบบอย่างของ
ความประพฤติและการปฏิบัติตัว
ที่ถูกต้อง
• กาหนดมาตรฐานให้กับคนอื่นใน
กลุ่ม
• วิพากษ์วิจารณ์เพื่อปรับปรุงคน
อื่น/กลุ่ม
ปฏิสัมพันธ์กับทางสังคม:
การปรับตัวไม่ได้
• อยากปรับปรุงชีวิตคนอื่นเพื่อให้
เข้าสู่ความสมบูรณ์แบบ
• ทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อปรับปรุงคน
อื่น
สื่อสารแบบคน 1
• เมื่อจะแนะนาใคร ควรมั่นใจว่าได้รับทราบสิ่งที่เขาทาดีอยู่แล้วด้วย
• ชื่นชมยินดี สรรเสริญคนอื่นบ้าง
• ระวังการกระทบกระแทก เยาะเย้ย เวลาที่ตนเองสะเทือนใจ หรือไม่รับการให้เกียรติ
• สื่อสารความรู้สึกออกมาเท่ากับสิ่งที่คิด “จงพูดความรู้สึก”
• ถ้าคนอื่นไร้สุขหรือไม่พอใจ เป้าหมายอาจไม่ใช่ตัวเรา เพียงแค่รับฟังความทุกข์หรือความไม่สบายใจก็พอแล้ว
สื่อสารกับคน 1
• ช่วยให้เขาเข้าถึงอารมณ์ด้วยคาถามแบบไม่ติเตียน
• อย่าเอาความโกรธของเขาเข้าตัว อาจเป็นเรื่องอื่นที่ต่างไปอย่างสิ้นเชิง แม้แต่ตัวเขาก็ไม่รู้ตัวว่าเป็นอะไร
• พูดคุยด้วยเหตุและผล (หลักเกณฑ์) มากกว่าอารมณ์และความรู้สึก
• ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม คน 1 จะไวและพินิจพิเคราะห์กับการกระทาที่ไม่ตรงไปตรงมา
• บอกเขาเมื่อเห็นอะไรผิด หรือขออภัยในความผิดของเรา และย้าเตือนว่าใครๆ ก็อาจทาผิดพลาดได้
• ถ้าเขาไม่ฟังเราเวลาที่เราพูด ขอให้เขาช่วยบอกเราว่ากาลังคิดอะไรอยู่
• ชี้ให้เขาเห็นด้านที่สดใสของสิ่งต่าง ๆ มีส่วนร่วมในเรื่องขบขัน
สิ่งที่คน 1 ควรทำเพื่อช่วยให้ตนเองเติบโต
เรียนรู้ที่จะปล่อยให้ตัวเองทาผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ บ้าง โดยไม่ตาหนิโทษ
หากลุ่มที่ส่งเสริมให้แสดงอารมณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
จัดความคิดในความถูก-ผิด ขาว-ดา แล้วรวมหลายๆ มุมมองเข้าด้วยกัน
ตระหนักรู้ว่าความแตกต่างไม่จาเป็นต้องเป็นความผิด หรือข้อบกพร่องเสมอไป
จัดตารางเวลาให้ว่างจากกิจกรรมที่บีบรัดตัว เพื่อให้สามารถลาดับความสาคัญได้
ใส่เรื่องสนุกๆ และการพักผ่อนไว้ในรายการที่ควรทา จนกว่าจะทาได้เองโดยไม่มีรายการ
คน 2 ผู้ให้ (HELPER)
• ชอบสมาคม ร่าเริง เป็นมิตร มีชีวิตชีวา มุ่งสร้างสัมพันธภาพ
• ชอบการช่วยเหลือ พิถีพิถันในการตอบสนองความปรารถนา
ของผู้อื่น
• ลดทอนตัวเองเพื่อให้ได้การยอมรับ
• ไวต่อความรู้สึกและความต้องการของคนอื่น
• ต้องการเป็นที่ยอมรับ หลีกเลี่ยงการปฏิเสธ รู้สึกว่าตนเองเป็นที่
ต้องการ เป็นศูนย์กลางของชีวิตคนอื่นๆ
• มักพูด หรือคิดว่า “ฉันไม่ได้ต้องการอะไร”
ความเอนเอียงในบุคลิกภาพ คุณสมบัติของแก่นแท้
ทางความคิด การประจบ เจตจานง (อิสรภาพ)
ทางอารมณ์ ความทะนงตน ความถือตัว ความถ่อมตน
จุดเน้นของลักษณ์ย่อย
ทางเพศ ความก้าวร้าว/เสน่ห์ดึงดูด
ทางสังคม ความทะเยอทะยาน/อานาจหลังบัลลังก์
ทางการผดุงตน ความมีอภิสิทธิ์/ฉันต้องมาก่อน
คน 2
ผู้ให้
คน 2 ที่ไม่รู้จักตนเอง
• ควบคุมอารมณ์ไม่ได้
• ใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือเพื่อประโยชน์ของตนเอง
บีบบังคับคนอื่นจนสูญเสียอิสรภาพ
• มีบุคลิกภาพของการให้เพื่อจะได้สิ่งตอบแทน
คน 2 ที่รู้จักตนเอง
• มีความรักและเข้าอกเข้าใจคนอื่น
• เกื้อกูลอย่างแท้จริงและให้อย่างเหมาะสม เป็น
คนที่รับฟัง ปรับตัวง่าย ซื่อสัตย์
• เป็นผู้ช่วยที่ไม่คานึงถึงแต่ตนเอง
• เป็นผู้ผลักด้นอยู่เบื้องหลังความสาเร็จ
ภาวะมั่นคงและภาวะเสี่ยงของคนลักษณ์ 2คน ๙
ผู้สมานไมตรี
คน ๑
คนสมบูรณ์แบบ
คน ๒
ผู้ให้
คน ๓
นักแสดง
คน ๖
นักปุจฉา
คน ๗
นักผจญภัย
คน ๘
เจ้านาย
คน ๔
คนโศกซึ้ง
คน ๕
นักสังเกตการณ์
ภาวะมั่นคง
เกิดขึ้นเมื่อรู้สึกปลอดภัยกับการ
รับรู้ว่าตนต้องการอะไร หากแต่
เน้นอยู่ที่ตนเองมากกว่าคนอื่น
“อะไรที่ฉันชอบและไม่ชอบ”
“อะไรคือความรู้สึกของฉันไม่ใช่
ปรับเพื่อให้ได้รับการยอมรับ”
จนอาจเกิดความหดหู่เมื่อ
มองเห็นว่าการอยู่เพื่อคนอื่นง่าย
กว่าการอยู่เพื่อตนเอง อาจรู้สึก
เหมือนถูกหลอกใช้ ได้ขายตัวเอง
เพื่อให้คนมารัก
ภาวะเสี่ยง
เกิดขึ้นเมื่อหมกหมุ่นกับความ
ต้องการของผู้อื่นและกดข่ม
ความต้องการของตนเองมาก
จนเกินไป จนเกิดการระเบิด
ความฉุนเฉียวออกมา ทาให้พุ่ง
ปะทะ กลายเป็นคนที่ไม่ยอม
ผ่อนปรนอะไร ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อ
อิสรภาพ และจะเอาเรื่องให้ถึง
ที่สุด
ลักษณ์ย่อยของคน 2
การผดุงตนเพื่อความอยู่
รอด
• ถือตัวและรักษาความเป็นส่วนตัว
• อภิสิทธิ์/ฉันต้องมาก่อน
• ไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือ
จากใคร
• เก็บกดความต้องการเพื่อ
ตอบสนองความต้องการของคน
สาคัญ
สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด
• ก้าวร้าว/มีเสน่ห์ดึงดูด
• ไม่ยอมหยุดจนกว่าคนที่สนใจจะ
ติดหนึบ
ปฏิสัมพันธ์กับทางสังคม
• ทะเยอทะยาน แสวงหาและ
เกาะติดความสัมพันธ์กับคน
สาคัญของกลุ่ม
• กุมอานาจเบื้องหลังบัลลังก์
• ตอบสนองคนที่มีเกียรติที่สุด
• เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มที่สาคัญ/
มีเกียรติที่สุด
สื่อสารแบบคน 2
• ลองเล่าเรื่องของตัวเองให้คนอื่นฟังบ้าง
• เป็นตัวของตัวเองมากกว่าคอยเอาอกเอาใจคนอื่น
• สื่อสารอย่างสงบอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกไม่ยุติธรรมหรือถูกเอาเปรียบ
• ร้องขอสิ่งที่ต้องการแทนที่จะตาหนิคนอื่นที่ไม่ให้ตามที่คุณต้องการ  ไม่มีใครหยั่งรู้ความต้องการของใคร
• พูดตรงๆ แทนที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับคนที่อยู่ด้วยเพื่อเป็นทางที่จะสนองตอบแบบอ้อมๆ
• การปฏิเสธเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ต้องพยายามเสนอสิ่งอื่นแทน
• เปิดช่องให้คนอื่นแก้ปัญหาของเขาเองบ้าง
สื่อสารกับคน 2
• บอกเขาว่าเราซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทา (Word of affirmation)
• แม้คุณไม่ได้รับการช่วยเหลือจากเขา ก็ยังคงชอบเขาอยู่
• ปฏิเสธ พร้อมเหตุผลและความรู้สึก เพื่อให้เขารู้ว่าสิ่งที่จะช่วยได้ดีที่สุด คือ ไม่ต้องช่วย
• บอกเขาว่าคุณยินดีจะทาบางอย่างให้เขา
• เปิดโอกาสให้เขาสนทนาเรื่องของเขาบ้าง
• จริงใจ และตรงไปตรงมา เขาจะไวมากกับท่าทีบีบบังคับและไม่ตรงไปตรงมา
• อย่าปล่อยให้เขาทางาน/โครงการอะไรตามลาพังคนเดียว ต้องให้แน่ใจว่ามีช่องทางสื่อสารเปิดให้เขาติดต่อได้
สิ่งที่คน 2 ควรทำเพื่อช่วยให้ตนเองเติบโต
ค้นหาและทาสิ่งที่มีความหมายต่อตนเองจริง ๆ
หากิจกรรมที่ทาให้ได้กลับมามอง “ภายใน” ตนเอง
ค้นหาสัมฤทธิผลแห่งตนและคุณค่า
มองทะลุปฏิกิริยาทางอารมณ์ โดยเฉพาะความโกรธ
พัฒนาบุคลิกภาพและการแสดงออกที่ตรงกับใจ และไม่เปลี่ยนใจเพื่อเอาใจคนอื่น
“ความรักที่แท้ไม่ได้ขึ้นกับว่าคุณต้องทาตัวอย่างใดอย่างหนึ่ง”
คน 3 นักแสดง (PERFORMER)
• “โลกให้คุณค่าแก่ผู้ชนะเลิศ ฉันจึงหลีกเลี่ยงความล้มเหลว”
• เชื่อมั่นในตัวเอง ทะเยอทะยาน ประสบความสาเร็จ
กระฉับกระเฉง คล่องแคล่ว กระตือรือร้น
• ทางานหนักเพื่อบรรลุเป้าหมาย ทางานหลายอย่างพร้อมกัน
• ไม่ชอบความล้มเหลว (ต่อหน้าคนอื่น) โกรธเมื่อสะดุด
• ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้เหมาะกับคนที่อยู่ด้วยได้
• ต้องทาอะไรมากมาย (ให้ดี) เพื่อได้รับความรักและมีคุณค่า
• “ต้องเป็นอันดับหนึ่งให้ได้ คนรักเราที่เราเป็นคนที่เก่งที่สุด”
ความเอนเอียงในบุคลิกภาพ คุณสมบัติของแก่นแท้
ทางความคิด การสาคัญตน โอ่ ความหวัง
ทางอารมณ์ ความหลอกลวง ความสัตย์ซื่อ จริงใจ
จุดเน้นของลักษณ์ย่อย
ทางเพศ ความเป็นชายจริง/หญิงแท้
ทางสังคม เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ความมีหน้ามีตา
ทางการผดุงตน ความมั่นคงทางวัตถุ
คน 3
นักแสดง
คน 3 ที่ไม่รู้จักตนเอง
• ดูหมิ่นดูแคลนคนอื่น
• หัวรั้น
• เอาแต่ได้
• ครอบงาคนอื่นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของ
ตนเอง
• ไม่รับรู้ถึงอารมณ์ ความรู้สึก หรือความผูกพัน
ใกล้ชิด
คน 3 ที่รู้จักตนเอง
• เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น
• เป็นผู้นาที่นึกถึงสังคม
• เชื่อมโยงกับคนและเป้าหมายที่มีค่าในระดับลึก
ภาวะมั่นคงและภาวะเสี่ยงของคนลักษณ์ 3คน ๙
ผู้สมานไมตรี
คน ๑
คนสมบูรณ์แบบ
คน ๒
ผู้ให้
คน ๓
นักแสดง
คน ๖
นักปุจฉา
คน ๗
นักผจญภัย
คน ๘
เจ้านาย
คน ๔
คนโศกซึ้ง
คน ๕
นักสังเกตการณ์
ภาวะมั่นคง
เคลือบแคลงภาพลักษณ์ที่ได้รับ
มา ตื่นตระหนกแบบคน 6 ซึ่งอยู่
กลางศูนย์แห่งความกลัว การ
พยายามทาอะไรต่างๆ มากมาย
เพื่อที่จะหลีกหนีจากอารมณ์ ซึ่ง
เป็นการยืนยันว่าอารมณ์เป็นสิ่ง
ที่อันตราย จึงทาให้เขาลาบากใจ
ที่จะผ่อนคลาย และพักผ่อนโดย
ไม่ทาอะไร “ตราบเท่าที่มีอะไร
ทายุ่งๆ ก็ไม่ต้องก้าวเข้าสู่ความ
กลัว”
ภาวะเสี่ยง
เติบโตได้ดีในภาวะที่คนส่วนใหญ่
เรียกว่าความเครียด ไม่ว่าจะเป็น
ความล้มเหลวต่อหน้าสาธารณะ
งานประดังเข้ามาจนรับไม่ไหว
เจ็บไข้ได้ป่วยจนทาอะไรไม่ได้
เป็นความเครียดของคนลักษณ์ 3
จนทาให้สูญเสียจุดมุ่งหมายและ
ความเชื่อมั่นในตนเอง ตามใจ
ตนเองในเรื่องต่างๆ ถูกชักจูง
หรือเบนความสนใจได้ง่าย
ลักษณ์ย่อยของคน 3
การผดุงตนเพื่อความอยู่
รอด
• ถือตัวและรักษาความเป็นส่วนตัว
• อภิสิทธิ์/ฉันต้องมาก่อน
• ไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือ
จากใคร
• เก็บกดความต้องการเพื่อ
ตอบสนองความต้องการของคน
สาคัญ
สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด
• ก้าวร้าว/มีเสน่ห์ดึงดูด
• ไม่ยอมหยุดจนกว่าคนที่สนใจจะ
ติดหนึบ
ปฏิสัมพันธ์กับทางสังคม
• ทะเยอทะยาน แสวงหาและ
เกาะติดความสัมพันธ์กับคน
สาคัญของกลุ่ม
• กุมอานาจเบื้องหลังบัลลังก์
• ตอบสนองคนที่มีเกียรติที่สุด
• เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มที่สาคัญ/
มีเกียรติที่สุด
สื่อสารแบบคน 3
• ฟังให้มาก และยอมรับจุดเด่นของคนอื่นบ้าง
• บอกเขาว่ารู้สึกอย่างไร และพิจารณาคาตอบของเขาอย่างถี่ถ้วน เมื่อคุณกาลังเร่งเร้าเขา
• ตั้งสติและมองในจุดที่คุณจะไม่ไขว้เขว
• บอกความรู้สึกที่แท้จริงให้คนอื่นทราบ เขาอาจชอบคุณมากขึ้น
• บอกคนอื่นว่าคุณซาบซึ้งเมื่อเขาทาประโยชน์ให้
• หาเวลาฟังความรู้สึกของคนอื่น โดยเฉพาะคนที่คุณรัก
• อย่าเร่งเร้าด้วยคาตอบหรือการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว
สื่อสารกับคน 3
• การวิพากษ์วิจารณ์ยิ่งเร่งเร้าให้เขาแสดงมากขึ้น
• ทาตัวอย่างให้เห็นว่าทาอย่างไรจึงจะประสบผลสาเร็จที่ดีกว่า
• หลีกเลี่ยงประเด็นยืดยาวยุ่งยาก
• ขอให้เขาช้าลงสักนิด และบอกเหตุผลกับเขา
• บอกคุณค่าที่คุณมองเห็นในตัวเขาให้เขารู้
สิ่งที่คน 3 ควรทำเพื่อช่วยให้ตนเองเติบโต
หาเวลาหยุดพัก และถามตัวเองว่า “กาลังรู้สึกอะไรอยู่ในขณะนี้”
หัดทาสมาธิเพื่อการทาสมาธิเท่านั้น มากกว่าจะถือเป็นภารกิจอย่างหนึ่ง
สนใจกับความรู้สึกทางกาย โดยเฉพาะความเหนื่อยเพื่อชะลอความเร็วของตนเอง
ใช้ความรู้สึกทางกายเป็นสัญญาณชี้อารมณ์และความรู้สึกของตนเอง
ฝึกฝนการให้คุณค่ากับความเข้าอกเข้าใจและความสัมพันธ์มากกว่าสถานภาพ
ฝึกยอมรับและซื่อสัตย์ที่จะยอมรับข้ออ่อนและความล้มเหลวบ้าง
คน 4 คนโศกซึ้ง (Romantic)
• “ชีวิตขาดอะไรไปสักอย่าง คนอื่นมีสิ่งนั้น ฉันถูกทอดทิ้ง”
• นักอุดมคติ ปฏิเสธความธรรมดา
• ถูกดึงดูดด้วยความรู้สึกหรือการกระทาแบบสุดขั้ว มีความสุข
สนุกกับชีวิตที่หมิ่นเหม่
• มีศิลปะและความหมายต่อชีวิตทุกด้านทุกมุม
• มักมีความสัมพันธ์แบบผลักๆ ดึงๆ
• มักรู้สึกว่าตัวเองถูกละเลยทอดทิ้ง จึงมุ่งแสวงหาความรักที่
เพียบพร้อมเพื่อให้ตัวเองสมบูรณ์
ความเอนเอียงในบุคลิกภาพ คุณสมบัติของแก่นแท้
ทางความคิด ความรันทด ความเป็นต้นแบบ
ทางอารมณ์ ความอิจฉา ใจเป็นกลาง มีสมดุล
จุดเน้นของลักษณ์ย่อย
ทางเพศ การแข่งขัน
ทางสังคม ความละอายว่าตังเองไม่ดีพอ
ทางการผดุงตน ความบ้าบิ่น ใช้ชีวิตแบบสุดๆ เท่าที่เป็นไปได้
คน 4
คนโศกซึ้ง
คน 4 ที่ไม่รู้จักตนเอง
• มักเข้มงวด เคร่งครัดศีลธรรม ในใจมีแต่
ความรู้สึกผิด หมกมุ่นกับการจัดการอารมณ์
ของตนเอง เรียกร้องการได้รับความใส่ใจใน
ความเจ็บปวดของตน แต่ก็ไม่ยอมให้ใครช่วย
บรรเทา
คน 4 ที่รู้จักตนเอง
• สร้างสรรค์
• เสน่ห์ตรึงใจ
• เห็นใจ เข้าใจคน
ภาวะมั่นคงและภาวะเสี่ยงของคนลักษณ์ 4คน ๙
ผู้สมานไมตรี
คน ๑
คนสมบูรณ์แบบ
คน ๒
ผู้ให้
คน ๓
นักแสดง
คน ๖
นักปุจฉา
คน ๗
นักผจญภัย
คน ๘
เจ้านาย
คน ๔
คนโศกซึ้ง
คน ๕
นักสังเกตการณ์
ภาวะมั่นคง
เป็นคนเจ้าอุดมคติในชีวิตที่สั่งสม
ความรู้สึก และความจริงจังใน
ชีวิต เมื่ออยู่ในภาวะมั่นคงเขาจะ
เริ่มวิพากษ์วิจารณ์ตนเอง และ
คนอื่นๆ ถึงสิ่งที่ควร และไม่ควร
ภาวะเสี่ยง
ความห่างไกลจากอุดมคติ ทาให้
รู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงไปในทาง
ใดทางหนึ่ง คน 4 จะใช้
คุณลักษณะแบบคน 2 ที่หยิบยื่น
ความช่วยเหลือให้แก่คนรอบข้าง
หากแต่ยังคงสัมพันธภาพแบบ
ผลักๆ ดึงๆ เพียงเพราะรู้สึกว่า
ต้องการดึงดูดผู้คน ต้องการการ
ยอมรับ และยกย่อง
ลักษณ์ย่อยของคน 4
การผดุงตนเพื่อความอยู่
รอด
• ยอมเสี่ยงและดาเนินชีวิตแบบ
บ้าบิ่น
• ใช้ชีวิตอย่างสุด ๆ เท่าที่เป็นไป
ได้
• มีความพิเศษเหนือคนอื่น ๆ ตั้ง
หน้ารับไม่ว่าอะไรจะผ่านเข้า
มาแล้วโลดแล่นไปกับมัน
สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด
• ชอบแข่งขันกับคนอื่น ๆ ทั้ง
บุคคลที่สาม และเพื่อนหรือคนรัก
• เกลียดชังสิ่งที่คุกคามให้แสดง
ข้อบกพร่องออกมา
ปฏิสัมพันธ์กับทางสังคม
• ละอายที่ตัวเองไม่ดีพอและกลัว
ใคร ๆ จะเห็นและปฏิเสธตัวเขา
• แก้ปัญหาด้วยความคิด
สร้างสรรค์
สื่อสารแบบคน 4
• คนส่วนใหญ่ไม่ไวและใส่ใจต่อความรู้สึกเท่าคุณ
• บอกความรู้สึกอย่ารอให้เขาเดา เพื่อพิสูจน์ความเห็นอกเห็นใจ
• ระวังการจมกับความรู้สึก/อารมณ์ของตัวเอง
• อยู่กับปัจจุบัน ที่นี่ และเดี๋ยวนี้
• บอกคนอื่นว่าคุณอาจใช้ความรู้สึกมากเกินไป หรือถูกดึงความสนใจออกนอกทาง
• ขอให้คนอื่นช่วยให้คุณผ่อนคลาย หากคุณกาลังติดในอารมณ์
• มีสติหากกาลังประชดหรือกระแทกแดกกัน แต่บอกความรู้สึกที่แท้จริงออกมา
สื่อสารกับคน 4
• ปรับความตั้งใจอันแรงกล้าให้ตรงกันเพื่อเขาจะรู้สึกว่าคุณอยู่เคียงข้างเขา
• ตรงไปตรงมาในเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ
• อารมณ์ของเขาเป็นจริง อย่างพยายามพูดคุยเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นออกไป
• รับรู้ความรู้สึกของเขา แม้จะถกเถียงในเรื่องที่เป็นเหตุเป็นผล
• ชื่นชมยกย่อง เรื่องความคิดสร้างสรรค์ และความเห็นที่พิเศษมากกว่าคานึงถึงผลลัพธ์
• รับฟังการหยั่งรู้ของเขา
• เขาไม่ค่อยเห็นคุณค่าของตัวเอง ทาให้เขารู้ว่าคุณอาทรและเห็นคุณค่าของเขา
สิ่งที่คน 4 ควรทำเพื่อช่วยให้ตนเองเติบโต
ฝึกการทากิจกรรมทางกาย เพื่อเรียนรู้ที่จะเป็นคนหนักแน่น มั่นคงมากขึ้น
ย้อนทบทวนอารมณ์หาต้นสายปลายเหตุแห่งอารมณ์
ระลึกว่า “การถูกทอดทิ้ง” เป็นอดีตไปแล้ว และปัจจุบันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ชื่นชมยินดีในสิ่งที่เป็นบวกทุกๆ วัน เรียนรู้ที่จะขอบคุณในสิ่งที่ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ค้นให้พบคุณค่าที่มีอยู่ในตัวเอง “เขามี เราก็มี”
ให้เกียรติอุดมการณ์และความสามารถแห่งตนเอง ร่วมรับรู้ทุกข์ โดยไม่เอาตัวเองไปติดบ่วง
คน 5 นักสังเกตการณ์ (THE OBSERVER)
• เก็บตัว เป็นนักคิด มีสมาธิ เงียบ มีเหตุผล ไร้อารมณ์
พึ่งพาตนเอง เป็นคลังความรู้แต่ไม่เสนอตัว
• เสพติดข้อมูล ชอบข้อเท็จจริงและระบบ ใช้สมองไปใน
เรื่องที่ลึกลับที่ยากที่คนจะเข้าใจ
• กลัวถูกก้าวก่าย ต้องการความเป็นส่วนตัว
• มีขอบเขตเฉพาะที่ชัดเจนมาก จัดชีวิตเป็นส่วนๆ
• ชอบคาดการณ์ล่วงหน้า ไม่ค่อยตอบสนองอย่าง
ทันทีทันใดโดยไม่ผ่านการนึกคิด
• สันโดษ ไม่สะสมสิ่งของมาก
• เจ้าระเบียบและคงเส้นคงวา
ความเอนเอียงในบุคลิกภาพ คุณสมบัติของแก่นแท้
ทางความคิด ความตระหนี่ ความสมบูรณ์แบบ
ทางอารมณ์ ความโลภ ความสงบเย็น
จุดเน้นของลักษณ์ย่อย
ทางเพศ ความลับเฉพาะ
ทางสังคม รูปเคารพ
ทางการผดุงตน ปราสาท
คน 5
นักสังเกตการณ์
คน 5 ที่ไม่รู้จักตนเอง
• เก็บตัว ไม่ไว้ใจใคร
• ช่างวิจารณ์
• เย่อหยิ่ง จองหองทางสติปัญญา
• ไม่สามารถมีพันธะผูกมัดกับเรื่องใด ๆ ได้
• ควบคุมตนเองอย่างมาก
• ไม่เข้าใจอารมณ์ และความรู้สึก และโลกรอบตัว
คน 5 ที่รู้จักตนเอง
• ไวต่อการรับรู้ ช่างสังเกต
• อุทิศตน
• มีหลัก มีเหตุผล คิดสร้างสรรค์
• สามารถผนวกความไวต่อการรับรู้และทักษะ
วิเคราะห์เข้าด้วยกัน
ภาวะมั่นคงและภาวะเสี่ยงของคนลักษณ์ 5คน ๙
ผู้สมานไมตรี
คน ๑
คนสมบูรณ์แบบ
คน ๒
ผู้ให้
คน ๓
นักแสดง
คน ๖
นักปุจฉา
คน ๗
นักผจญภัย
คน ๘
เจ้านาย
คน ๔
คนโศกซึ้ง
คน ๕
นักสังเกตการณ์
ภาวะมั่นคง
ในเวลาสบายใจมั่นคง เขาจะ
สามารถตัดสินใจนาทาง มุ่งมั่นมี
จุดหมาย แสดงตนเองอย่าง
ตรงไปตรงมา และรับรู้ความ
โกรธของตนเอง ทาให้ดูเป็น
เจ้านาย ชอบสั่งการ
ภาวะเสี่ยง
หากถูกบีบบังคับให้ต้องเผชิญกับ
ความรู้สึกหรือเหตุการณ์ที่
ฉับพลันทันที เขาจะเกิดความ
กดดัน เครียดและเมื่อความกลัว
มีมากขึ้นจนต้านทานไม่ไหว จะ
สอดส่ายหาทางหนีจาก
สถานการณ์นั้นด้วยกลยุทธ์ต่างๆ
ที่เป็นไปได้ ไม่ผูกมัดตัวเข้ากับ
พันธกรณีใดๆ
ลักษณ์ย่อยของคน 5
การผดุงตนเพื่อความอยู่
รอด
• ปราสาท
• ใส่ใจ จดจ่ออยู่ที่บ้าน สร้างสรรค์
ความอบอุ่นและมั่นคง และมีทุก
อย่างที่จาเป็น
• อาจเป็นคนโดดเดี่ยว หรืออุทิศ
ตนเป็นพ่อบ้าน/แม่บ้านให้กับ
ครอบครัว
สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด
• แลกเปลี่ยนความลับส่วนตัวใน
ความสัมพันธ์ใกล้ชิด
ปฏิสัมพันธ์กับทางสังคม
• การสะสมรูปเคารพ
• ทาความรู้จักกับคนซึ่งมี
ความสาคัญทางสังคมในเชิง
สัญลักษณ์ในสังคมหรือกลุ่ม
• สร้างเครือข่ายที่เข้าถึงแหล่ง
อานาจ หรือแหล่งข้อมูลที่สาคัญ
สื่อสารแบบคน 5
• ยิ่งถอยหนี ยิ่งโดนไล่ จงบอกความรู้สึก แม้เพียงต้องการที่ทางส่วนตัว
• บอกให้คนอื่นรู้ว่าคุณต้องการเวลาและพื้นที่ส่วนตัวในการไตร่ตรองก่อนตัดสินใจ
• คุณไม่ใช่ไม่มีความรู้สึก แต่ยากที่จะแสดงออกมาในขณะนั้น
• จัดสรรเวลาที่ชัดเจนในการอภิปราย
• ถ้ารู้สึกว่าถูกเรียกร้อง บอกถึงผลกระทบที่มีต่อตัวคุณ
• ตอบสนองต่อความรู้สึกเช่นเดียวกับเหตุผล เพื่อให้เขาไม่รู้สึกถูกมองข้าม
สื่อสารกับคน 5
• เขาเป็นคนอ่อนไหวง่ายมากต่อท่าทีของคุณและจะถอยห่างทันที ถ้าดูเหมือนคุณไม่ไยดีหรือเป็นมิตร
• จาไว้ว่าเป็นเรื่องยากที่เขาจะแสดงความรู้สึกออกมา
• เคารพในขอบเขตของเขา
• บอกล่วงหน้าถ้าจะต้องการคุยกับเขา
• ให้เวลาเขาตัดสินใจตามลาพัง
• การเงียบไม่ใช่การปฏิเสธ
• ตรงไปตรงมา สื่อสารข้อเท็จจริง แสดงความรู้สึกแต่พอควร
• ถ้าต้องการขออะไร ใช้ประโยคขอร้อง ไม่ใช่เรียกร้อง
• ถ้าเขาแสดงความหยิ่ง เหินห่าง หรือหงุดหงิด แสดงว่าเขาอึดอัด หรือไม่สะดวกใจ
สิ่งที่คน 5 ควรทำเพื่อช่วยให้ตนเองเติบโต
ฝึกการทากิจกรรมทางกาย เพื่ดึงจิตใจให้มาอยู่กับร่างกายมากขึ้น แทนที่จะอยู่ในความคิด
เข้ากลุ่มที่ได้มีโอกาสเปิดเผยตนเอง
รับรู้ความรู้สึกและอารมณ์ทางกาย ณ ปัจจุบันที่กาลังเกิดขึ้นจริง
ปลูกฝังพฤติกรรม “ที่นี่และเดี๋ยวนี้” อยู่กับปัจจุบัน
อนุญาตให้ตัวเองฟุ่มเฟือย ถ้าเป็นนักสะสมให้สารวมความอยาก
เรียนรู้ที่จะยืนหยัดบนจุดยืนของตนโดยไม่ถอยหนี ให้คนอื่นเห็นและรู้ว่า “มีเรา”
คน 6 นักปุจฉา (THE QUESTIONER)
• จงรักภักดี ทางานอย่างหนัก พึ่งพาได้ ระมัดระวัง ชอบ
เป็นผู้ร่วมทีมมากกว่าเป็นผู้นา
• ไม่ไว้วางใจ มีกรอบความคิดที่เต็มไปด้วยความสงสัย
• เตรียมตัวให้พร้อมกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด
• ขี้ระแวง/รอบคอบ
• ลังเลสงสัย
• เหยื่อที่จนมุม VS กระต่ายตื่นตูม
ความเอนเอียงในบุคลิกภาพ คุณสมบัติของแก่นแท้
ทางความคิด ความลังเลสงสัย และความขี้ขลาด ศรัทธา
ทางอารมณ์ ความกลัง ความกล้าหาญ
จุดเน้นของลักษณ์ย่อย
ทางเพศ ความเข้มแข็ง/ความงาม
ทางสังคม หน้าที่
ทางการผดุงตน ความอบอุ่นเพื่อถอดเขี้ยวเล็บผู้อื่น
คน 6
มนุษย์เจ้าปัญหา
คน 6 ที่ไม่รู้จักตนเอง
• เป็นคนขี้ระแวง
• ไร้ประสิทธิภาพ
• ไม่ยืดหยุ่น
• เริ่มอะไรยากเย็นหรือทาไม่เสร็จตามที่ต้องการ
• ไม่กระฉับกระเฉง อ้างโน่น บ่นนี่
คน 6 ที่รู้จักตนเอง
• ฉลาดในความคิด และมีจินตนาการ
• รอบคอบและรู้จักแยกแยะ
• ปกป้องคุ้มครองรักษาผลประโยชน์
ภาวะมั่นคงและภาวะเสี่ยงของคนลักษณ์ 6คน ๙
ผู้สมานไมตรี
คน ๑
คนสมบูรณ์แบบ
คน ๒
ผู้ให้
คน ๓
นักแสดง
คน ๖
นักปุจฉา
คน ๗
นักผจญภัย
คน ๘
เจ้านาย
คน ๔
คนโศกซึ้ง
คน ๕
นักสังเกตการณ์
ภาวะมั่นคง
เมื่อชีวิตมั่นคง เขาจะปล่อย
ตัวเองสบายๆ นุ่มนวล อบอุ่น
น่ารัก หรือยากจะติดต่อสัมพันธ์
กับใครๆ สุขสบายกับการไม่ต้อง
ตื่นตัวคอยระวัง หรือตั้งคาถาม
กับอะไร แต่ก็จะอยู่ไม่นาน
เพราะถ้าราบรื่นไม่มีอะไรชวยให้
สงสัยจะเป็นการไม่ปลอดภัย
ภาวะเสี่ยง
ในยามเครียดหรือไม่สบายใจ
เขาจะสนุกหรือบุกตะลุยกับการ
ทางานอย่างจริงจัง ลดความกลัว
ลง สามารถจัดการกับ
ความสาเร็จได้โดยง่าย เลิกนิสัย
ล่าช้าผัดผ่อน สามารถใช้
จินตนาการทางานให้เสร็จได้
ลักษณ์ย่อยของคน 6
การผดุงตนเพื่อความอยู่
รอด
• พยายามถอดเขี้ยวเล็บของคนที่
อาจเป็นศัตรูหรือเป็นภัยคุกคาม
• เป็นคนอบอุ่น เป็นผู้ให้ อ่อนโยน
และภักดี
สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด
• กระทบคนอื่นก่อนที่ตัวเองถูก
กระทบ
• ทาประโยชน์เพื่อสังคมอย่าง
สุดกาลัง เอาจริงเอาจัง
ปฏิสัมพันธ์กับทางสังคม
• จงรักภักดีต่อกลุ่ม ปรารถนาที่จะ
ร่วมมือและสนับสนุนเต็มที่กับกลุ่
ใด ๆ ที่มีค่าต่อสังคม
สื่อสารแบบคน 6
• ตรวจสอบความจริงโดยถามคนอื่นว่าเขาคิดอย่างไร
• คุณมีแนวโน้มจะคาดการณ์ เวลามั่นใจในสิ่งที่ไม่ดี ถามตัวเองว่าคุณตอบสนองต่อสัญญาณอะไร
• บอกคนอื่นว่าคุณรู้สึกอย่างไร พร้อมกับการสนับสนุนช่วยเหลือของเขาด้วยการกระทา
• บางคนต้องการการติดต่ออย่างสม่าเสมอเพื่อพิสูจน์ความน่าเชื่อถือและมิตรภาพของคุณเอง
• บอกคนอื่นว่าคุณมีแนวโน้มที่จะหวั่นไหวเรรวน
สื่อสารกับคน 6
• เขาไว้ใจคนยาก มีแต่ความลังเลสงสัย
• ฟังและแสดงให้เห็นว่าคุณเข้าใจเขา
• พูดด้วยความจริงที่ถูกต้องและชัดเจน
• การกระทาสาคัญกว่าคาพูดเพื่อประกอบการแสดงความรู้สึก
• ให้เขาสารวจความจริงของเขาและช่วยให้เขาหลุดออกจากจินตนาการคาดการณ์ต่างๆ
• อย่าวิพากษ์วิจารณ์หรือตัดสินความกลัวของเขา
• มองในด้านดี มีอารมณ์ขัน
สิ่งที่คน 6 ควรทำเพื่อช่วยให้ตนเองเติบโต
ฝึกให้ร่างกายรู้ตัวพร้อม ปล่อยวางและผ่อนคลาย
สร้างสมดุลของการเติบโตจากสมองและเหตุผล ร่วมกับวิถีการรับรู้ทางกาย
สังเกตเมื่อเกิดความคิดระแวงแคลงใจ และโยนความกลัวออกไป
หมั่นถามเพื่อนให้เขาสะท้อนความเห็นกลับมาเพื่อตรวจสอบความระแวงของตน
ชื่นชมยินดีกับความสาเร็จ/ความชานาญเก่าและใหม่ของตัวเอง
ฝึกไว้ใจและศรัทธาในผู้อื่น
คน 7 นักผจญภัย (THE ADVENTURE)
• มองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ ร่าเริง เบิกบาน มีพลัง มีเสน่ห์
ชอบเข้ากลุ่ม มีจินตนาการสูง ความสนใจมีหลากหลาย
• ไม่อดทนต่อความเจ็บปวด แลดูฉาบฉวย สุขนิยม
• ชอบทางเลือกที่มีหลากหลาย ชอบสร้างเครือข่าย ทา
อะไรได้หลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน
• ฝันและริเริ่ม
• สนใจความต้องการและความพึงพอใจของตนเอง
• มองโลกเป็นสนามเด็กเล่นอันกว้างใหญ่โดยมีตัวเองเป็น
ศูนย์กลาง ที่กาลังทดลองเล่นตามความพอใจ
ความเอนเอียงในบุคลิกภาพ คุณสมบัติของแก่นแท้
ทางความคิด การวางแผน การทางาน
ทางอารมณ์ ความละโมบ ความไม่มัวเมา
จุดเน้นของลักษณ์ย่อย
ทางเพศ ความหลงใหล ตรึงใจ
ทางสังคม ความเสียสละ
ทางการผดุงตน ความมีพวกมีเหล่า
คน 7
นักผจญภัย ผู้พิถีพิถันในการเสพ
คน 7 ที่ไม่รู้จักตนเอง
• ถือตัวเองเป็นใหญ่
• ฉกฉวยโอกาส มดเท็จ แสร้งทาเพื่อแสวงหา
ความเพลิดเพลินของตน
• เบื่อง่าย และเสาะหาประสบการณ์กับทุกเรื่อง
• ไม่มีจุดหมายที่ชัดเจน
คน 7 ที่รู้จักตนเอง
• กระตือรือร้น
• เข้าอกเข้าใจ เผื่อแผ่ สร้างสรรค์และเอาใจใส่
• มีจินตนาการกว้างไกล
• รักเพื่อนมนุษย์
ภาวะมั่นคงและภาวะเสี่ยงของคนลักษณ์ 7คน ๙
ผู้สมานไมตรี
คน ๑
คนสมบูรณ์แบบ
คน ๒
ผู้ให้
คน ๓
นักแสดง
คน ๖
นักปุจฉา
คน ๗
นักผจญภัย
คน ๘
เจ้านาย
คน ๔
คนโศกซึ้ง
คน ๕
นักสังเกตการณ์
ภาวะมั่นคง
ยามมั่นคงในจิตใจ เขาจะมี
ความสุขกับการใช้เวลาตาม
ลาพัง หลีกหนีจากคนอื่น หรือ
พอใจกับการเล่นบทรอง
ภาวะเสี่ยง
จะเกิดความเครียดเมื่อมีกรอบ
หรือเส้นแบ่งเขตที่ชัดเจนขึ้นมา
หรือเหตุการณ์ที่ต้องเผชิญกับ
อารมณ์ ความกลัวการถูกตาหนิ
วิจารณ์ หรือทาผิด จนกลายเป็น
เรื่องรุนแรงขึ้นและเข้าสู่ระดับ
จิตสานึก ทาให้หงุดหงิดง่ายขึ้น
จุกจิก กัด โกรธทุกอย่างที่มาก้าว
ก่ายหรือติเตียนเขา เขาจะติ
เตียนตัวเองหรือตั้งมาตรฐานสูง
มากขึ้น
ลักษณ์ย่อยของคน 7
การผดุงตนเพื่อความอยู่
รอด
• ตั้งกลุ่มคนที่คิด หรือทาอะไร
เหมือน ๆ กัน
• คอยหนุนหลังให้เพื่อน
สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด
• ความสนใจพุ่งไปยังคนใหม่ หรือ
สิ่งใหม่
ปฏิสัมพันธ์กับทางสังคม
• เคร่งครัดเอาจริงเอาจัง
• มุ่งความสนใจไปที่ความสุขของ
กลุ่ม
• เสียสละความสุขของตนแก่กลุ่ม
สื่อสารแบบคน 7
• ฟังใครๆ เขาบ้าง ความคิดเห็นและความรู้สึกของคนอื่นอาจจริงเท่าๆ กับของคุณ
• ถ้าเขาก่อนว่าเขาต้องการคาแนะนาหรือความช่วยเหลือของคุณหรือไม่
• บอกคนอื่นว่าเป็นการยากที่คุณจะพูดเรื่องความรู้สึกและเรื่องสาคัญทางอารมณ์
• ตรวจสอบให้ดีว่าคุณได้เล่าเรื่องที่คุณจินตนาการสมบูรณ์แล้วให้คนอื่นฟัง อย่าคิดว่าได้บอกไปเรียบร้อยแล้ว
• บอกคนอื่นก่อนที่จะปรับปรุง หรือเปลี่ยนเป้าหมายก่อนที่จะลงมือทา
• ถ้ามอบหมายอะไรแล้ว ค่อยๆ แนะนาเขา อย่าผลีผลามลงไปทาเอง
สื่อสารกับคน 7
• จับเขาให้อยู่กับปัจจุบัน ด้วยคาถาม รวมถึงการพูดอารมณ์ของเขาด้วย
• มีส่วนร่วมในการสนทนาแบบสบายๆ
• ตั้งใจฟังและชื่นชมวิสัยทัศน์ที่ยิงใหญ่ของเขา เขากาลังแบ่งปันส่วนหนึ่งของความเป็นตัวเขา
• อย่าใส่ความคิดของคุณที่กระทบแผนงานของเขา ให้เวลาเขาปรับตัวเพื่อรวมความคิดของคุณไว้ในแผน
• อย่าวิจารณ์หรือสั่งการ แต่พยายามให้ข้อเสนอที่จะเกิดผลในระยะสั้นและระยะกลาง
สิ่งที่คน 7 ควรทำเพื่อช่วยให้ตนเองเติบโต
สังเกตสิ่งที่ให้เบื่อหน่าย อะไรเป็นสาเหตุให้ตนเองไม่เติบโต และอยู่กับมันอย่างแน่วแน่
หลีกเลี่ยงการทับถมตัวเอง และยกย่องคนอื่นสาคัญกว่า ฉลาดกว่า เก่งกว่า
สังเกตตนเองเมื่อกาลังตกลงใจหรือคัดค้าน ถามตัวเองว่ากาลังคิดอะไร
ฝึกถามตัวเองว่าอะไรสาคัญสาหรับตัวเรา
สังเกตความดื้อรั้น หรือต่อต้านเงียบๆ แล้วเริ่มพูดว่าเราไม่เห็นด้วยตรงไหน
เรียนรู้ที่จะพูดคาว่า “ไม่เอา” ต่อสิ่งใหม่ๆ ที่คิดจะผูกพัน
คน 8 เจ้านาย (THE BOSS)
• มีพลัง เอาจริงเอาจัง ชอบสั่งการ เป็นเจ้าใหญ่นายโต
เป็นนักอภิบาล เจ้าทิฐิ กล้าได้กล้าเสีย ชอบเป็นหัวเรือ
ใหญ่
• ทางานหนัก เล่นหนัก ชอบเป็นหัวเรือใหญ่ของทุกเรื่องที่
ไปเกี่ยวข้องด้วย
• ตรงไปตรงมาจนดูเหมือนก้าวร้าว ยุติธรรม กัดไม่ปล่อย
• โต้ตอบอย่างทันทีทันใด โกรธง่าย
• เรียกร้องความจริงและการแก้ปัญหาที่แจ่มแจ้ง
• “ฉันอาจผิดพลาดแต่ฉันไม่มีวันลังเลสงสัย”
ความเอนเอียงในบุคลิกภาพ คุณสมบัติของแก่นแท้
ทางความคิด การแก้แค้น สัจจะ
ทางอารมณ์ ความกาหนัดในพลังชีวิต ความไร้เดียงสา รับรู้ว่าโลกปลอดภัย
จุดเน้นของลักษณ์ย่อย
ทางเพศ การครอบครองและการยอมจานน
ทางสังคม มิตรภาพ
ทางการผดุงตน ความพออยู่รอด
คน 8
เจ้านาย
คน 8 ที่ไม่รู้จักตนเอง
• ไม่มีศรัทธาในอะไร
• ชอบประชด ข่มเหงคนอื่น
• ทาลายกฎ บีบบังคับ
• ไม่ระวังความรู้สึกของคนอื่น
คน 8 ที่รู้จักตนเอง
• ช่วยปกป้องและช่วยเหลือคนอื่นให้เข้าถึงสิทธิ
• ต่อสู้กับความอยุติธรรม
ภาวะมั่นคงและภาวะเสี่ยงของคนลักษณ์ 8คน ๙
ผู้สมานไมตรี
คน ๑
คนสมบูรณ์แบบ
คน ๒
ผู้ให้
คน ๓
นักแสดง
คน ๖
นักปุจฉา
คน ๗
นักผจญภัย
คน ๘
เจ้านาย
คน ๔
คนโศกซึ้ง
คน ๕
นักสังเกตการณ์
ภาวะมั่นคง
เวลาสบายใจหรือมีความสัมพันธ์
ที่วางใจได้ จะโอนอ่อนผ่อนตาม
พอใจที่จะให้ ชอบบริการ มี
อารมณ์ทางบวกได้ง่าย ยอมรับ
ว่าอะไรมีความหมายต่อเขา จะมี
ความสุขกับการเปิดเผยตัวเอง
มากขึ้น แต่ก็แอบหวั่นว่าจะไม่
เป็นไปอย่างที่คิดไว้ จนอาจ
แสดงความก้าวร้าวเรื่องเรียกร้อง
ตัวตนของตัวเอง
ภาวะเสี่ยง
ในยามที่ควบคุมตนเองไม่ได้หรือ
รู้สึกอ่อนแอ หรือกาลังเคียดแค้น
ตัวเอง เขาจะเก็บตัวทั้งกายและ
ใจเพื่อพิจารณาใคร่ครวญเรื่อง
ต่างๆ และหาสมดุลกลับคืนมา
บางครั้งอาจยาวนานจนทาให้
กลายเป็นความเศร้า หดหู่ ไม่มี
แรงจะทาอะไร ไม่ติดต่อใคร
ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะคิดหรือทา
อะไร
ลักษณ์ย่อยของคน 8
การผดุงตนเพื่อความอยู่
รอด
• สร้างความมั่นคงว่ามีสิ่งที่
พอเพียงต่อการยังชีพในวิถีที่ตน
พอใจ
• กักตุนของกินของใช้ไว้ในปริมาณ
มาก ๆ
สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด
• จะมีคนพิเศษที่ผูกพันตลอดชีวิต
• ต้องการให้แน่ใจว่าตนเองเป็น
ศูนย์กลางในชีวิตของคน ๆ หนึ่ง
ปฏิสัมพันธ์กับทางสังคม
• ชอบแนะนาให้กลุ่มรู้จักกัน
• ผลักดันให้ทุกคนสนุกกับชีวิต
• ช่วยเหลือ เกื้อหนุน และปกป้อง
ซึ่งกันและกัน
สื่อสารแบบคน 8
• เมื่อคุณขึ้นเสียงดัง ทาให้คนอื่นไม่ฟัง คุณมักจะส่งเสียงที่ดังกว่าที่คิด
• แทนที่จะพูดด้วยเสียงที่ดังขึ้น ช่วยขอให้คนอื่นทาให้กระจ่างโดยบอกตามความเข้าใจของคุณ
• คาถามมากมายของคุณมีเพื่อทาความเข้าใจ ไม่ใช่ทาให้เครียดราคาญ
• ฟังคนอื่นพูดอย่างตั้งใจ และเอาใจใส่ ไตร่ตรองข้อคิดของเขาก่อนที่จะตอบ
• อย่าไปเซ้าซี้ เอาให้ได้ เดี๋ยวนี้ ให้เวลาเขาตรึกตรองบ้าง
• หากพูดแล้วบาดความรู้สึกของใคร ขอโทษเขาเสียทันทีที่รู้ตัว
สื่อสารกับคน 8
• พูดตรงๆ ต้องการอะไรก็บอกไปตรงๆ อย่าอ้อมค้อม
• ถ้าบอกเขาไว้ว่าจะทาอะไรเลย จงทาเลย
• ใช้คาพูดที่สั้นกะทัดรัด
• บอกเขาหากคาพูดของเขาแรงเกินไป หรือทาให้คุณรู้สึกถูกคุกคาม
• หากคุณมีกฎเกณฑ์ในการสร้างสัมพันธภาพที่ยังไม่ได้บอกเขา บอกเขาอย่างเต็มใจ
• เขาง่ายต่อการถูกหลอก แต่ไม่ง่ายที่จะให้อภัย ถ้าถูกทาให้อับอาย
สิ่งที่คน 8 ควรทำเพื่อช่วยให้ตนเองเติบโต
สารวจพลังของตน โดยเฉพาะเมื่อกระทาตามแรงผลักดัน
ใช้ความโกรธเป็นเครื่องเตือนใจให้เราผ่อนคลาย หายใจลึกๆ วันละหลายๆ ครั้ง
ก่อนลงมือกระทาอะไร ใคร่ครวญในผลที่เกิดขึ้นก่อน และนึกถึงเป้าหมายระยะยาว
ฝึกรอเมื่อมีสิ่งกระตุ้น อย่างเพิ่งวิ่งตามความพอใจ ช้าลง
จดจาและทบทวนสิ่งที่เข้าใจแจ่มแจ้งเกี่ยวกับตนเอง
สังเกตแนวโน้มที่จะตาหนิคนอื่น และรับรู้การมีส่วนเกี่ยวข้องของตนในสถานการณ์ด้านลบ
คน 9 ผู้สมานไมตรี (MEDIATOR)
• อบอุ่น เป็นมิตร อดทน ใจกว้าง ใจดี ไม่ชอบการแข่งขัน
• ชอบชีวิตที่สงบ มีรูปแบบ คาดการณ์ล่วงหน้า และ
สะดวกสบาย
• ช่างพูดคุย ทาตัวกลมกลืนกับผู้คน ชอบอยู่กับผู้คน
• ยากที่จะรู้ลาดับความสาคัญของตนเอง และมักจะเห็นดี
เห็นงามกับความประสงค์ของผู้อื่น บางครั้งจะพูดด้วย
สาเนียง ศัพท์ หรือภาษาท่าทางของคนอื่นๆ
• มีผลงานมากเมื่อทางานเพื่อคนอื่น
• เวลาหมดไปกับสิ่งที่ไม่สาคัญ มีความสนใจใหม่ๆ เกิดขึ้น
เสมอ
ความเอนเอียงในบุคลิกภาพ คุณสมบัติของแก่นแท้
ทางความคิด ความเกียจคร้าน ความกรุณา
ทางอารมณ์ ความเฉื่อยชา การกระทา
จุดเน้นของลักษณ์ย่อย
ทางเพศ ความเข้ากันเป็นหนึ่งเดียว
ทางสังคม การมีส่วนร่วม
ทางการผดุงตน ความอยากเสพ
คน 9
ผู้ประสานไมตรี
คน 9 ที่ไม่รู้จักตนเอง
• รู้สึกขาดแคลน เรียกร้อง ต้องการ
• ตัดสินใจไม่ได้
• เฉยเมย
• กระหายความสัมพันธ์
คน 9 ที่รู้จักตนเอง
• เห็นอกเห็นใจ
• เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
• ใจกว้าง ให้อภัย
• สร้างความกลมเกลียว
ภาวะมั่นคงและภาวะเสี่ยงของคนลักษณ์ 9คน ๙
ผู้สมานไมตรี
คน ๑
คนสมบูรณ์แบบ
คน ๒
ผู้ให้
คน ๓
นักแสดง
คน ๖
นักปุจฉา
คน ๗
นักผจญภัย
คน ๘
เจ้านาย
คน ๔
คนโศกซึ้ง
คน ๕
นักสังเกตการณ์
ภาวะมั่นคง
ในยามที่เขาได้รับการยอมรับ
หรือเห็นคุณค่า เขาจะทาอะไรได้
สาเร็จอย่างมากมายในเวลาที่
รวดเร็ว กระตือรือร้นที่จะทาสิ่ง
ต่างๆ และแสดงความสามารถให้
ปรากฎตามความต้องการของ
คนอื่น
ภาวะเสี่ยง
ในยามที่ถูกสถานการณ์ผลักดัน
บีบบังคับให้ต้องเลือกจุดยืนใด
จุดยืนหนึ่ง เขาจะหวาดกลัว
ระแวงสิ่งที่อาจเข้ามาคุกคาม
หากไม่กลายเป็นคนเก็บตัวถอย
หนีและยอมตามมากขึ้น ก็จะ
กลายเป็นคนหัวแข็งดื้อรั้นมาก
ขึ้น และพร้อมที่จะเปิดสงคราม
ลักษณ์ย่อยของคน 8
การผดุงตนเพื่อความอยู่
รอด
• เลี่ยงการกระทา และรักษา
ระยะห่างระหว่างโลก
• ลดความเสี่ยงต่อให้น้อยที่สุด
สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด
• แสวงหาบุคคลที่เข้ากันได้อย่าง
สมบูรณ์
ปฏิสัมพันธ์กับทางสังคม
• เข้ากลุ่ม เข้าพวก
• ให้คนอื่นเข้ามาร่วมสร้าง
เครือข่าย
สื่อสารแบบคน 9
• บอกให้คนอื่นรู้ว่าอะไรกาลังเกิดขึ้นกับตัวคุณเมื่อไม่รู้ว่ารู้สึกหรือต้องการสิ่งใด
• สังเกตตัวเองเมื่อเกิดอาการ “ดื้อเงียบ” และสื่อสารจุดยืนของคุณให้คนอื่นได้รู้
• เวลาโกรธให้รีบบอก
• ถ้าใครถามว่าโกรธหรือเปล่า อย่ารีบตอบให้พิจารณาความรู้สึกให้ดีเสียก่อน
• ถ้าคิดว่าไม่มีใครได้ยินสิ่งที่คุณพูด ให้บอกตรงๆ ไปเลย อย่าพยายามอธิบายจนยืดยาวเยิ่นเย้อเกินไป
• เกาะติดประเด็น
• ตอบให้ตรงประเด็นที่คนอื่นต้องการ ไม่ต้องอ้อมค้อม
สื่อสารกับคน 9
• ฟังและทาให้เขารู้ว่าคุณได้ยินแล้วว่าอะไรสาคัญสาหรับตัวเขา
• ช่วยตั้งคาถามว่าเขามีความคิดเห็นอย่างไร
• ช่วยตั้งคาถามเพื่อช่วยให้เขาจับประเด็น
• อย่าเร่งเร้าเอาคาตอบจากเขา ปล่อยเวลาให้ได้ตรึกตรอง
• เขามักเออออกับทุกคน บอกเขาล่วงหน้าการตัดสินใจอะไร เพื่อให้เขาได้ใช้เวลาตรึกตรองมากขึ้น
สิ่งที่คน 9 ควรทำเพื่อช่วยให้ตนเองเติบโต
ฝึกตัวให้ตัดสินใจเลือกข้างใดข้างหนึ่ง และกล้าประกาศออกมา
หลีกเลี่ยงการทับถมตัวเอง และยกย่องคนอื่นสาคัญกว่า ฉลาดกว่า เก่งกว่า
สังเกตตนเองเมื่อกาลังตกลงใจหรือคัดค้าน ถามตัวเองว่ากาลังคิดอะไร
ฝึกถามตัวเองว่าอะไรสาคัญสาหรับตัวเรา
สังเกตความดื้อรั้น หรือต่อต้านเงียบๆ แล้วเริ่มพูดว่าเราไม่เห็นด้วยตรงไหน
เรียนรู้ที่จะพูดคาว่า “ไม่เอา” ต่อสิ่งใหม่ๆ ที่คิดจะผูกพัน
Intention & Perception
Identity
ตัวตน
มุมมองจากภายใน
มุมมองจากภายในตัวแต่ละบุคคล เป็นตัวตน
ที่แต่ละคนคิดว่าตัวเอง “เป็นเช่นนี้” (ความ
ปรารถนา ความหวัง ความฝัน ความนิยม
ความกลัว หรือแม้กระทั่งทฤษฎีที่กาหนดขึ้น
เพื่อค้นหาความหมาย และปรับตัวเข้ากับโลก
ภายนอก)
Reputation
ภาพลักษณ์
มุมมองจากภายนอก
มุมมองจากภายนอก บุคลิกภาพภายนอกที่
ปรากฏ รับรู้และแปลความโดยผู้อื่น เป็น
ตัวตนคนอื่นให้ความหมาย เกิดจากการรับรู้
แปลความ และให้ความหมายนั้นกับเรา บน
พื้นฐานของพฤติกรรมเชิงประจักษ์
ดังนันมวลเทพจึงลงมือกระท้าการซ่อนกุญแจส้าคัญไว้ ณ ที่
นัน และยังอยู่ที่นั่นจนถึงวันนี มองให้ดี ขุมทรัพย์อยู่ที่นี่ ...
ตัวเราเอง...
เมื่อมนุษย์อุบัติขึ้นในโลกนี้ เหล่าพระผู้เป็นเจ้าได้มอบกุญแจประตูสู่สวรรค์พร้อมมาด้วย
ครั้นเมื่อพระเจ้าเหล่านั้นตกลงใจไม่ปรารถนาให้มนุษย์ถือครอง พระองค์ท่านก็ถกเถียงกันอยู่
หลายเพลาว่าจะซุกซ่อนกุญแจไว้ ณ หนใด องค์หนึ่งก็แนะนาว่าในห้วงมหรรณพ อีกองค์หนึ่งก็
เสนอก็ให้ฝังในภูเขาอันลึกล้า อีกองค์ก็แนะให้ฝัง ณ หทัยสุริยน แต่ทั้งหลายทั้งปวงก็เปล่า
ประโยชน์สิ้น เพราทรงแจ้งจิตว่า ไม่ช้าก็เร็ว ในที่สุดมนุษย์จะมีความชานาญพากเพียรค้นจน
พบได้ และในที่สุดพระองค์ผู้ทรงสุดปราดเปรื่องตัดสินว่า ให้ซ่อนไว้ ณ หทัยของมนุษย์นั่นเอง
เพราะมนุษย์จะไม่เคยมองหาในตัวเองเลย
กิเลส 7 ประการ -- ขุมทรัพย์ทั้ง 7
ความเฉื่อยชา
ความโกรธ
ความทะนงตน
ความหลอกลวง
ความอิจฉาความงก
ความกลัว
ความตะกละ
ความทะยานอยาก
ลงมือทาเรื่องที่ควรทา
ความสงบเย็น
ความถ่อมตน
ความซื่อสัตย์
สงบ/สมดุลความไม่ยึดติด
ความกล้า
สติรู้ประมาณ
ความใสซื่อ
มนุษย์ทุกคนมีความ
กรุณา
1
เบืองหลังทุกการ
กระท้าของมนุษย์
คือ การตอบสนอง
ความต้องการ
บางอย่าง
2
ใส่ใจและให้คุณค่า
กับความต้องการ
ของทุกคน
3
ให้ความส้าคัญกับ
ความสัมพันธ์ /
ความเข้าใจ ก่อน
หาทางแก้ปัญหา
4
พื้นฐานหลักของการสื่อสารด้วยความกรุณา
ต้นไม้แห่งการสื่อสารด้วยความกรุณา
3 ทางเลือกแห่งการสื่อสารด้วยความกรุณา
เข้าใจตัวเอง
ฉันกาลังรู้สึกอย่างไร
เพราะฉันต้องการอะไร
และฉันจะเลือกทาอะไร
เมื่อฉันเห็น/ได้ยิน
ฉันรู้สึก...
เพราะฉันต้องการ...
ฉันอยากจะขอ...
เข้าใจผู้อื่น
คุณรู้สึก...
เพราะคุณต้องการ... ใช่ไหม?
(คุณอยากจะขอ...)
อยู่ในใจ
สังเกต รู้สึก ต้องการ ขอร้อง
คน 1 คนสมบูรณ์แบบ
• ฉันมีมาตรฐานภายในที่สูงมากในเรื่องความถูกต้อง และฉันคาดหวังให้ตนเองได้ตามมาตรฐานนั้น
• เป็นเรื่องง่ายสาหรับฉันที่จะมองเห็นข้อผิดพลาดในสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นอยู่ และจะแก้ไขอย่างไร
• ฉันอาจจะดูเหมือนคนที่ช่างวิพากษ์วิจารณ์หรือต้องการความสมบูรณ์แบบ แต่เป็นเรื่องยากทีเดียวที่
ฉันจะละเลย หรือยอมรับสิ่งที่ทาอย่างไม่ถูกต้อง ฉันรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองในข้อที่ว่า ถ้าฉัน
รับผิดชอบทาอะไรแล้ว มั่นใจได้เลยว่า ฉันจะทาสิ่งนั้นอย่างถูกต้อง
• บางครั้งฉันรู้สึกขุ่นเคืองใจเวลาที่คนอื่นไม่พยายามทาอะไรให้ถูกต้อง หรือแสดงความไม่รับผิดชอบ
หรือความไม่เป็นธรรม แม้ว่าฉันจะพยายามไม่แสดงออกอย่างเปิดเผย
• สาหรับฉันแล้ว งานต้องมาก่อนความสบาย และฉันต้องเก็บกดความต้องการของตนเองเพราะ
จาเป็นต้องให้งานเสร็จก่อน
คน 2 ผู้ให้
• ฉันรู้สึกอ่อนไหวกับความรู้สึกของคนอื่น ฉันสามารถรู้ได้ว่าคนอื่นต้องการอะไร แม้แต่คนที่ฉันไม่รู้จัก
บางครั้งก็น่าอึดอัด ที่รู้ชัดถึงความต้องการของคนอื่น โดยเฉพาะความเจ็บปวด และความทุกข์ของ
พวกเขา เพราะฉันไม่สามารถที่จะทาอะไรเพื่อพวกเขาได้มากนักอย่างที่ฉันต้องการ
• มันเป็นเรื่องง่ายสาหรับฉันที่จะเสียสละตนเอง บางครั้งฉันก็อยากตอบปฏิเสธได้ดีกว่านี้ เพราะฉันมัก
ลงเอยด้วยการทุ่มเทพลังไปกับการดูแลคนอื่นมากกว่าการดูแลตนเอง ฉันรู้สึกเสียใจ ถ้าคนอื่นคิดว่า
ฉันกาลังพยายามจัดการหรือควบคุมคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ฉันเพียงแต่ทาความเข้าใจและช่วยเหลือพวกเขา
• ฉันอยากถูกมองว่า เป็นคนอบอุ่นและเป็นคนดี แต่เวลาที่ฉันไม่ได้รับความสนใจ หรือไม่เป็นที่ชื่นชม
ฉันจะกลายเป็นคนเจ้าอารมณ์ หรือแม้แต่เป็นคนเจ้ากี้เจ้าการเรียกร้องมาก
• สาหรับฉัน ความสัมพันธ์ที่ดีนั้น มีความหมายมาก และฉันเต็มใจที่จะทุ่มเทเพื่อให้สิ่งนี้เกิดขึ้น
คน 3 นักแสดง
• การเป็นเลิศในทุกสิ่งที่ฉันทา คือแรงจูงใจที่แข็งแกร่งสาหรับฉัน และหลายปีที่ผ่านมา ฉันก็ได้รับการ
ยอมรับนับถืออย่างมากในความสาเร็จ ฉันได้ทาสิ่งต่าง ๆ มากมายและสาเร็จลุล่วงเกือบทุกอย่าง
• ฉันให้ความสาคัญกับสิ่งที่ฉันทาอย่างมาก เพราะโดยรวมแล้ว ฉันคิดว่า คุณค่าของคนอยู่ที่ได้ทา
สาเร็จ และการได้รับการยอมรับจากความสาเร็จนั้น
• ฉันมักจะมีอะไรๆ ที่ต้องทามากกว่าเวลาที่มีอยู่ ดังนั้นฉันจึงต้องตัดเรื่องความรู้สึก และการพิจารณา
ไตร่ตรองตนเองออกไปก่อน เพื่อที่จะได้ทาสิ่งต่าง ๆ ให้เสร็จ การที่มีอะไรที่ต้องทาเสมอ ทาให้เป็น
เรื่องยากที่จะนั่งเฉยๆ ฉันทนไม่ได้กับคนที่ทาให้ฉันเสียเวลาโดยใช่เหตุ
• บางครั้งฉันมักจะเข้าไปจัดการโครงการแทนคนอื่นที่ทาเสร็จช้ามาก ฉันชอบและอยากให้เห็นว่า ฉัน
“เป็นที่หนึ่ง” ในทุกสถานการณ์ ขณะที่ฉันชอบแข่งขัน ฉันก็เป็นผู้ร่วมทีมที่ดีด้วย
คน 4 คนโศกซึ้ง
• ฉันเป็นคนอ่อนไหวด้วยความรู้สึกอันแรงกล้า บ่อยครั้งที่ฉันรู้สึกว่า คนอื่นไม่เข้าใจฉัน และรู้สึกโดด
เดี่ยว เพราะว่าฉันรู้สึกแตกต่างจากคนอื่น ๆ สาหรับคนอื่นพฤติกรรมของฉันอาจจะดูอ่อนไหวเกินไป
และหมกมุ่นกับความรู้สึกมากเกินไป
• สิ่งที่อยู่ภายในจริง ๆ ก็คือ ความปรารถนาที่จะเชื่อมโยงทางอารมณ์และได้ลิ้มรสสัมพันธภาพที่ลึกซึ้ง
ฉันไม่ได้ซึมซับกับสัมพันธภาพที่มีอยู่ตอนนี้อย่างเต็มที่นัก เพราะอุปนิสัยที่มักจะต้องการในสิ่งที่ฉัน
ไม่มี และละเลยสิ่งที่ฉันมีอยู่
• ฉันเฝ้าค้นหาความสัมพันธ์ทางอารมณ์มาตลอดชีวิต และการไม่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงทางอารมณ์
มันจะทาให้ฉันเศร้าสร้อยและหดหู่ใจ
• บางครั้งฉันสงสัยว่า ทาไมดูเหมือนคนอื่นจะมีอะไรมากกว่าฉัน มีความสัมพันธ์ที่ดีกว่า มีชีวิตที่เป็น
สุขกว่า ฉันรับรู้ความงามอันสุนทรีย์ได้อย่างละเอียดอ่อน และสัมผัสโลกที่เต็มไปด้วยอารมณ์และ
ความหมายได้
คน 5 นักสังเกตการณ์
• ฉันมองว่าตนเองเป็นคนเงียบ ๆ และช่างคิดวิเคราะห์ ซึ่งต้องการเวลาอยู่เพียงลาพังมากกว่าคนส่วน
ใหญ่
• ฉันมักจะชอบสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่าที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ฉันไม่ชอบให้ใครมาเรียกร้องเอา
จากฉันอย่างมากมาย หรือคาดหวังให้ฉันรู้ และบอกสิ่งที่ฉันรู้สึก
• ฉันสามารถเข้าถึงความรู้สึกของตนเองได้ดีเวลาที่ฉันอยู่ตามลาพังมากกว่าเวลาที่อยู่กับคนอื่น และ
บ่อยครั้งที่ฉันพอใจรื้อฟื้นความรู้สึกเหล่านั้นมากกว่าที่จะเผชิญหน้ากับความรู้สึกนั้นจริง ๆ เสียอีก
• ฉันแทบไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่ายเลยเวลาอยู่คนเดียว เพราะว่าฉันมีชีวิตจิตใจที่ตื่นตัวอยู่ภายใน
• เป็นเรื่องสาคัญมากสาหรับฉันที่จะต้องปกป้องเวลาและพลังงานของฉัน เพื่อที่จะใช้ชีวิตอย่างเรียบ
ง่าย ไม่ซับซ้อน และพึ่งตนเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทาได้
คน 6 มนุษย์เจ้าปัญหา
• ฉันมีจินตนาการที่แจ่มชัด โดยเฉพาะเมื่อสิ่งที่เข้ามาอาจจะคุกคามความปลอดภัยและความมั่นคง
ฉันมักจะบอกได้ว่า อะไรที่อาจเป็นอันตรายหรือเสี่ยงภัย และอาจสัมผัสรับรู้ความกลัวนั้นได้มาก ราว
กับกาลังเกิดขึ้นจริง บ่อยครั้งที่ถ้าไม่หลีกเลี่ยงอันตราย ฉันก็เดินหน้าชนไปเลย
• จินตนาการของฉัน ยังนาไปสู่การคิดค้นและอารมณ์ขันที่คาดไม่ถึงทีเดียว
• ฉันชอบมีชีวิตที่ชัดเจนแน่นอน แต่โดยทั่วไปแล้วฉันมักจะไม่ไว้ใจผู้คนและสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ฉัน
มักจะเห็นข้อบกพร่องในความคิดเห็นของคนอื่น ดังนั้นฉันคิดว่า คนอื่นอาจจะมองว่าฉันฉลาดมีไหว
พริบ
• ฉันมีแนวโน้มที่จะตั้งข้อสงสัยต่ออานาจ และไม่สบายใจมากกับการถูกมองว่าเป็นผู้มีอานาจ การที่ฉัน
สามารถมองเห็นได้ว่า ความคิดที่ยึดถือกันทั่ว ๆ ไปนั้น มีอะไรผิดปกติ ฉันจึงมีแนวโน้มที่จะเป็นพวก
เดียวกับผู้ที่ด้อยกว่า
• เมื่อใดที่ฉันอุทิศตนให้ใคร หรืออุดมการณ์อะไรแล้ว ฉันก็จงรักภักดีกับคนหรือสิ่งนั้น
คน 7 นักผจญภัย
• ฉันเป็นคนมองโลกในแง่ดี และสนุกกับสิ่งน่าสนใจใหม่ๆ ที่ผ่านเข้ามา สมองของฉันตื่นตัวมาก และ
คิดเรื่องต่าง ๆ กลับไปกลับมาอย่างรวดเร็ว ฉันชอบประสานความคิดต่างๆ เหล่านี้เข้าด้วยกันเป็น
ภาพรวมทั้งหมด และรู้สึกตื่นเต้นเวลาที่เชื่อมโยงความคิดที่ตอนแรกดูเหมือนว่า จะไม่เกี่ยวข้องกัน
• ฉันชอบทางานที่ตนเองสนใจและมีพลังมากมายที่จะอุทิศให้ ฉันเบื่อการจมอยู่กับงานที่ซ้าซากและไม่
เห็นผล ฉันชอบอยู่ในช่วงเริ่มต้นโครงการในขั้นวางแผน เพราะเป็นเวลาที่อาจจะได้พิจารณา
ทางเลือกที่น่าสนใจ เวลาที่ฉันหมดความสนใจกับบางสิ่ง ก็เป็นเรื่องยากที่จะทนอยู่ต่อไป เพราะฉัน
อยากเปลี่ยนไปทาเรื่องอื่นที่ดึงดูดความสนใจ
• ถ้ามีอะไรมาทาให้ฉันรู้สึกท้อแท้ ฉันก็จะหันไปสนใจความคิดอื่นที่น่าพึงใจกว่า ฉันเชื่อว่าคนเรา
สมควรมีชีวิตที่น่ารื่นรมย์
คน 8 เจ้านาย
• ฉันสัมพันธ์กับสิ่งต่าง ๆ ในแบบที่ต้องได้ทั้งหมด หรือไม่ก็ไม่เอาสักอย่างเลย โดยเฉพาะในเรื่องที่สาคัญต่อ
ตัวฉัน ฉันให้คุณค่ามากกับการเป็นคนเข้มแข็ง ซื่อสัตย์ และพึ่งพาได้
• ฉันเป็นหรือคิดอย่างไร ก็แสดงออกมาอย่างนั้น ไม่มีการเสแสร้ง ฉันจะยังไม่เชื่อใจใคร จนกว่าพวกเขาจะ
พิสูจน์ตนเองได้ว่า ไว้วางใจได้
• ฉันชอบคนตรงไปตรงมากับฉัน และฉันรู้เสมอ ถ้ามีใครกาลังเล่นไม่ซื่อ โกหก หรือพยายามหลอกลวงฉัน
• ฉันรู้สึกลาบากมากที่ต้องอดทนกับความอ่อนแอของคนอื่น ยกเว้นว่า เขากาลังพยายามแก้ไขอยู่ การทา
ตามคาสั่ง หรือระเบียบที่วางไว้ ก็เป็นเรื่องยากสาหรับฉัน ถ้าหากฉันไม่เคารพหรือไม่เห็นด้วยกับผู้ที่มี
อานาจ ฉันชอบเป็นนายตนเองมากกว่า
• ฉันพบว่า เป็นเรื่องยากที่จะไม่แสดงความรู้สึกออกมาเวลาโกรธ
• ฉันพร้อมที่จะสนิทสนมกับเพื่อนๆ หรือคนรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่พวกเขาถูกเอาเปรียบ ฉันอาจจะไม่
ชนะทุกครั้งในการรบกับคนอื่น แต่พวกเขาจะรู้ว่าฉันยังอยู่ตรงนั้น
คน 9 ผู้สมานไมตรี
• ดูเหมือนว่าฉันจะสามารถมองเห็นทุก ๆ แง่มุมได้ง่ายมาก แม้ว่าหลายครั้ง ฉันอาจจะดูเป็นคน
ตัดสินใจไม่ได้ เพราะฉันมองเห็นทั้งข้อดีและข้อเสียของทุกเรื่อง ความสามารถในการมองเห็นทุกด้าน
นี้เอง ที่ทาให้ฉันถนัดในการช่วยให้คนอื่น ๆ เข้ากันได้ และบางครั้ง ทาให้ฉันเข้าใจฐานะ ความ
ต้องการ และสิ่งที่สาคัญในชีวิตส่วนตัวของคนอื่นดีกว่าของตัวเองเสียอีก
• ไม่แปลกใจที่ฉันมักถูกเบี่ยงเบนความสนใจ และละจากหน้าที่ในงานสาคัญๆ ที่กาลังทาอยู่ เมื่อเกิด
เหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ฉันมักหันเหไปสนใจงานเล็ก ๆ ที่ไม่สลักสาคัญอะไร มันเป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่า
อะไรสาคัญสาหรับฉันจริง ๆ
• ฉันมักจะหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ด้วยการทาในสิ่งที่คนอื่นต้องการให้ทา ผู้คนมักมองว่าฉันเป็นคน
ง่ายๆ ใจดี และเห็นด้วยไปหมด จึงเป็นเรื่องยากในการที่จะทาให้ฉันโกรธถึงจุดที่ต้องแสดงออกกับ
ใครบางคนตรง ๆ ฉันชอบชีวิตที่สบายๆ กลมกลืน และเป็นที่ยอมรับของคนอื่น ๆ
I can’t teach anybody anything
I can only make them

Enneagram

  • 1.
    Watcharin Chongkonsatit, M.Ed.,Ph.D. Collegeof Dental Medicine Rangsit University RSU101-Dental Medicine
  • 3.
    ข้อตกลงร่วมกัน •เปิดพื้นที่ มีส่วนร่วม •ใคร่ครวญ ทบทวน(เรื่องราวของตัวเอง) อยู่กับสิ่งที่ เป็นอยู่ในปัจจุบัน •เคารพตัวเอง เพื่อน และสิ่งแวดล้อม •แบ่งปัน แลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วม •ขอความกรุณางดใช้อุปกรณ์ในการสื่อสาร
  • 4.
  • 5.
    2 Types ofKnowledge Divergence Knowledge Convergence Knowledge ความรู้ที่มีอยู่มี 2 รูปแบบ แบบแรกเป็นความรู้ที่เราคุ้นชิน เป็นความรู้ที่ เราค้นหาความรู้ภายนอกตัวเรา..ทั้งภาษาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ล้วนเป็นการศึกษาความรู้ภายนอกตัวทั้งสิ้น ส่วนความรู้แบบที่สองนั้น เป็นความรู้ที่ เราหลงลืม ความรู้ซึ่งเป็น “รากเหง้า” ของตัว เราเอง ... ความรู้เกี่ยวกับตัวเรา เพื่อให้เรารู้จัก “รากเหง้า” ว่าเรามา จากไหน มาเพื่ออะไร แล้วจะไปที่ไหนต่อ
  • 6.
    ฟฟ 10% of peoplelive here Danger zone Discomfort zone 20% of people live here กลัว อันนั้นไม่ใช่ฉัน ความคุ้นชิน ความชอบ ความไม่ชอบฉันเป็นคน.... ความอาย ไม่มีใครเขาทา เขาจะมองว่ายังไง มันต้องเป็น... ฉันควรจะ... ตามประสบการณ์... Comfort zone 70% of people live here
  • 9.
    เสียง “คุณวิจารณ์ภายใน” ที่ขัดเรา สร้างแรงต้าน ไม่ให้เราก้าวข้ามขอบ สภาวะขึ้นขอบจะมีอาการทางร่างกายแสดงให้เห็นอย่าง ชัดเจนเช่น มือสั่น เหงื่อออก ใจสั่น บางครั้งอาจมี อาการทางใจ เช่น เขิน ประหม่า ฯลฯ เพื่อน กัลยาณมิตร เสียงของครูในใจ และความรู้สึกปลอดภัยจะสนับสนุน ให้ก้าวไปยืนบนขอบ ลองก้าวข้ามออกจากพื้นที่เดิมๆ ทดลองทาอะไรใหม่ๆ เริ่มทีละ นิดสัก 1% หล่อเลี้ยงความสั่น เสี้ยวเล็กๆ ให้ “พื้นที่ขยายออก” ปมความเจ็บปวดในอดีตจะเหนี่ยวรั้งให้ก้าวข้ามขอบ ไม่ได้ และกลับมาอยู่ใน “หลุมเสพติด” เช่น FB กิน ดื่ม เที่ยว งาน เกม
  • 10.
    Why? How? What? Transformative learning Formative learning Informative learning วิธีการแบบเดิมมโนทัศน์ใหม่ Modified from Simon Sinek. (2009), Start with Why.
  • 11.
    COPING STANCE BEHVIOUR (Personality, Action,Story line) FEELING (Joy, Excitement, Enhancement, Anger, Hurt, Fear, Sadness) PERCEPTION (Belief, Assumption, Subjective reality, Thought, Idea, Value) EXPECTATION (Of self, Of others, From others ) YEARNING (Love, Acceptance, Belonging, Creativity, Connection, Freedom, Etc.) SELF (Spirit, Soul, Life force, Essence, Core, Being)
  • 12.
  • 13.
    Triune brain Reptilian brainPaleo-mammalian complex Neo-mammalian complex Brain step and cerebellum Limbic system Neocortex Fight or flight Emotions, Habits, and Memories Languages, Abstracts, Thoughts, Imaginations, Conciousness Autopilot Decision Reasons, Rationalizes MacLean, Paul D. (1990). The triune brain in evolution: role in paleocerebral functions. New York: Plenum Press.
  • 14.
    ลักษณะนิสัยเปรียบเสมือนอวัยวะส่วนหนึ่งของ ร่างกาย ซึ่งอยู่ติดตัวเราตั้งแต่เกิด ซ่อนอยู่ใน ส่วนที่ลึกมากมองไม่เห็นด้วนตาเปล่า แต่ก็อยู่ใกล้ ตัวตนที่แท้จริงมากที่สุด ไม่ว่าเวลาใดก็ตาม ลักษณะนิสัยก็จะติดตามเราไป เหมือนเงาที่ติดตามตัวเราไปในทุกแห่งหน บางครั้งมันจะออกมาทาให้แผนการในชีวิตของเรา วุ่นวาย และบางครั้งมันจะนั่งมองเราอยู่อย่าง เงียบ ๆ
  • 15.
  • 16.
  • 18.
  • 20.
  • 21.
    หน้าที่ของศูนย์หัว เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวมข้อมูล ความคิด วิเคราะห์ด้วยเหตุผลการวางแผน ใช้ผิดทาง •คิดหรือวิเคราะห์มากเกินไป (ย้าคิด) •Projection •วางแผนมากจนเกินไป (เจ้า Plan-นิ่ง) ใช้ถูกทาง • วิเคราะห์ด้วยเหตุผล • ปัญญาญาณที่แม่นย้า • การวางแผนที่มีประสิทธิภาพ
  • 22.
    ศูนย์หัว มักคิดอย่างหนักหน่วง โดยจะให้ความส้าคัญกับข้อเท็จจริง ข้อมูลไอเดีย และคิดเรื่องความปลอดภัยและความ ไว้วางใจ เพื่อเตรียมรับมือกับสิ่งน่ากลัวหรือเลวร้ายที่เขาคิดว่าอาจเกิดขึน คน 5 นักสังเกตการณ์ • มักเก็บตัวอยู่ตัวคนเดียว เพราะกลัวว่าจะถูกรุกล้าและสูญเสียพลังของตน พึ่งพาตัวเอง ได้แค่ไหนเอาแค่นัน ชอบเก็บ สะสมข้อมูลให้มากไว้ เพื่อวิเคราะห์ ท้าความเข้าใจความเป็นไปของสิ่งต่างๆ คน 6 มนุษย์ร้อยค้าถาม • มีมโนภาพของสถานการณ์ที่จะเกิดขึนในแบบต่างๆ อยู่ตลอด เพื่อที่จะหาทางแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึน และลดความ ผิดพลาด คน 7 ผู้พิถีพิถันในการเสพ • หนีห่างจากความกลัว ความเจ็บปวด กลัวความโศกเศร้า และความไม่สบายใจ โดยจินตนาการถึงโอกาสดีๆ ที่จะมาถึง ด้วยการคิดค้นไอเดียวต่างๆ เพื่อให้เกิดความตื่นเต้น ไม่ให้หวาดกลัว หรือไม่สบายใจ
  • 23.
  • 24.
    ศูนย์ใจ พยายามสร้างภาพลักษณ์เพื่อให้ผู้อื่นตอบสนองกลับอย่างที่ตนต้องการ มีความกังวลว่าคนอื่นจะมองเขาอย่างไร จนสุดท้ายเกิดความรู้สึกว่าไม่มีใครเห็นคุณค่าตัวตนที่แท้จริงของเขา ท้าให้รู้สึกเศร้า คน2 ผู้ให้ • สร้างภาพเป็นคนน่ารัก ใจดี ห่วงใยคนอื่น เพื่อให้คนอื่นยอมรับและเห็นคุณค่าของเขา คน 3 นักแสดง • สร้างภาพลักษณ์เป็นคนมั่นใจในตนเองและประสบความส้าเร็จ เพื่อให้ได้ความเคารพยกย่องจากผู้อื่น คน 4 คนโศกซึง • สร้างภาพลักษณ์เป็นคนที่มีเอกลักษณ์แตกต่างแหวกแนว แล้วใช้ความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน เพื่อไม่ให้ต้องรู้สึกต้อยต่้า
  • 25.
    หน้าที่ของศูนย์กาย เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว ความรู้สึกในกาย การกระท้าหรือไม่กระท้าการควบคุม ใช้ผิดทาง •อะไรที่เกินเลย •การเฉยเมย •มีปฏิกริยาโต้ตอบไม่ทันรู้ตัว ใช้ถูกทาง • ลงมือท้าสิ่งที่เป็นประโยชน์ • ความมุ่งมั่น • รู้ด้วยสัญชาตญาณ
  • 26.
    ศูนย์กาย เชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตน แต่มีวิธีที่แตกต่างในการควบคุมความโกรธ ที่เป็นอารมณ์เกี่ยวกับศูนย์ กาย คน8 เจ้านาย • แสดงความโกรธที่พึ่งขึนมาจากช่องท้องได้ทันที โดยเชื่อว่าเป็นเพียงพลังที่ต้องปลดปล่อยออกไป คน 9 ผู้สมานไมตรี • หลีกเลี่ยงความโกรธทังของตนเองและผู้อื่น แล้วพยายามไกล่เกลี่ยความขัดแย้งต่างๆ เพื่อสร้างความกลมกลืน และไม่ ยอมให้ใครควบคุม คน 1 คนสมบูรณ์แบบ • แสดงความโกรธออกมาเป็นความหงุดหงิดและไม่พอใจ มีความเชื่อว่าความโกรธเป็นสิ่งที่ไม่ดี ต้องควบคุมให้ได้ จึง คอยข่มใจตนเองและมีระเบียบมาก
  • 27.
    คน ๙ ผู้สมานไมตรี คน ๑ คนสมบูรณ์แบบ คน๒ ผู้ให้ คน ๓ นักแสดง คน ๔ คนโศกซึ้ง คน ๕ นักสังเกตการณ์ คน ๖ นักปุจฉา คน ๗ นักผจญภัย คน ๘ เจ้านาย โครงสร้างของนพลักษณ์ (จุด และเส้น)
  • 28.
    คน ๙ ผู้สมานไมตรี คน ๓ นักแสดง คน๖ นักปุจฉา สามเหลี่ยมแห่งความสมดุล
  • 29.
    คน ๒ ผู้ให้ คน ๕ นักสังเกตการณ์ คน๘ เจ้านาย สามเหลี่ยมแห่งพลัง
  • 30.
    คน ๑ คนสมบูรณ์แบบ คน ๔ คนโศกซึง คน๗ นักผจญภัย สามเหลี่ยมแห่งอุดมคติ
  • 31.
  • 32.
  • 33.
  • 34.
  • 35.
  • 36.
  • 37.
  • 38.
  • 39.
    คน ๙ ผู้สมานไมตรี คน ๑ คนสมบูรณ์แบบ คน๒ ผู้ให้ คน ๓ นักแสดง คน ๔ คนโศกซึ้ง คน ๕ นักสังเกตการณ์ คน ๖ นักปุจฉา คน ๗ นักผจญภัย คน ๘ เจ้านาย ภาวะเครียดและความมั่นคง
  • 40.
    ปีก • แต่ละลักษณ์มีปีกอยู่ 2ข้าง คือ มีลักษณ์อีก 2 แบบขนาบอยู่ซ้ายและขวา • ปีกเป็นอิทธิพลเฉพาะตัวบุคคล ไม่สามารถคาด เดาได้ทั้งรูปแบบและวาระ
  • 41.
    คน ๙ ผู้สมานไมตรี คน ๑ คนสมบูรณ์แบบ คน๒ ผู้ให้ คน ๓ นักแสดง คน ๔ คนโศกซึ้ง คน ๕ นักสังเกตการณ์ คน ๖ นักปุจฉา คน ๗ นักผจญภัย คน ๘ เจ้านาย
  • 42.
    คน 1 คนสมบูรณ์แบบ(PERFECTIONISTS) • วิพากษ์ตนเองและคนอื่นอยู่เสมอ เอาจริงเอาจังกับชีวิต เข้มงวด ตัดสินคน บังคับตัวเอง • มักหลุดปากว่า “ควร” “ไม่ควร” “ต้อง” เสมอๆ • มุ่งมั่นให้สิ่งที่ตนเองทาปราศจากข้อบกพร่อง ลาบากใจในการ รับคาชมหรือยอมรับในความสาเร็จ • กลัวความไม่สมบูรณ์แบบจึงทาแล้วทาอีกเพื่อกันพลาด มี มาตรฐานสูง อ่อนไหวต่อคาติวิจารณ์ • ยึดมั่นในกฎ มีความรับผิดชอบ เป็นตัวของตัวเอง • สามารถชี้จุดบกพร่องได้ทันที และบอกได้ว่าจะต้องแก้ไข อย่างไรให้ถูกต้อง ความเอนเอียงในบุคลิกภาพ คุณสมบัติของแก่นแท้ ทางความคิด ความขัดเคือง ความขุ่นใจ ความสมบูรณ์แบบ ทางอารมณ์ ความโกรธ ความสงบเย็น จุดเน้นของลักษณ์ย่อย ทางเพศ หึงหวง ทางสังคม ไม่ยืดหยุ่น ทางการผดุงตน กระวนกระวาย/กังวล
  • 43.
    คน 1 คนสมบูรณ์แบบ คน 1ที่ไม่รู้จักตนเอง • ดูถูกเหยียดหยามกล่าวโทษผู้อื่น • เย็นชา ดื้อรั้น • ชอบควบคุม กระวนกระวาย • ขี้โมโห ย้าคิดย้าทา • ชอบเสียดสี ประชดประชัน • ดันทุรัง คน 1 ที่รู้จักตนเอง • สร้างแรงบันดาลใจ เอื้ออาทร • ฉลาดและมีจรรยาบรรณ • มีวินัยในตนเอง ขยัน รับผิดชอบ • แยกแยะด้วยปัญญา และสงบเย็น • ยกย่องและมองเห็นความเป็นเลิศในทุกที่
  • 44.
    ภาวะมั่นคงและภาวะเสี่ยงของคนลักษณ์ 1คน ๙ ผู้สมานไมตรี คน๑ คนสมบูรณ์แบบ คน ๒ ผู้ให้ คน ๓ นักแสดง คน ๖ นักปุจฉา คน ๗ นักผจญภัย คน ๘ เจ้านาย คน ๔ คนโศกซึ้ง คน ๕ นักสังเกตการณ์ ภาวะมั่นคง ปลดปล่อยตัวเองให้รู้สึกผ่อน คลาย โดยอาจใช้ชีวิตกับกีฬา ธรรมชาติ ลาพัง หรือใช้ชีวิต แบบแหกกฎบ้าง ภาวะเสี่ยง เต็มไปด้วยอุดมการณ์อันร้อน ระอุที่ตอกย้าความเชื่อที่ว่าความ สมบูรณ์พร้อมเป็นสิ่งที่ไม่ สามารถเข้าถึงได้ และเขาเองไม่ ควรค่า เอ่อล้นด้วยความรู้สึกไม่ เป็นที่รัก จึงเกิดความเศร้า หดหู่ และไม่มีทางทาให้ถูกต้องได้อีก
  • 45.
    ลักษณ์ย่อยของคน 1 การผดุงตนเพื่อความอยู่ รอด: ความกระวน กระวาย/ความวิตก •เน้นจัดการสิ่งต่าง ๆ ให้เป็น ระเบียบเรียบร้อย • เน้นความถูกต้องแม่นยาในทุก รายละเอียด • อยากควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด: ความหึงหวง/ความ ร้อนแรง • มองตัวเองเป็นแบบอย่างของ ความประพฤติและการปฏิบัติตัว ที่ถูกต้อง • กาหนดมาตรฐานให้กับคนอื่นใน กลุ่ม • วิพากษ์วิจารณ์เพื่อปรับปรุงคน อื่น/กลุ่ม ปฏิสัมพันธ์กับทางสังคม: การปรับตัวไม่ได้ • อยากปรับปรุงชีวิตคนอื่นเพื่อให้ เข้าสู่ความสมบูรณ์แบบ • ทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อปรับปรุงคน อื่น
  • 46.
    สื่อสารแบบคน 1 • เมื่อจะแนะนาใครควรมั่นใจว่าได้รับทราบสิ่งที่เขาทาดีอยู่แล้วด้วย • ชื่นชมยินดี สรรเสริญคนอื่นบ้าง • ระวังการกระทบกระแทก เยาะเย้ย เวลาที่ตนเองสะเทือนใจ หรือไม่รับการให้เกียรติ • สื่อสารความรู้สึกออกมาเท่ากับสิ่งที่คิด “จงพูดความรู้สึก” • ถ้าคนอื่นไร้สุขหรือไม่พอใจ เป้าหมายอาจไม่ใช่ตัวเรา เพียงแค่รับฟังความทุกข์หรือความไม่สบายใจก็พอแล้ว
  • 47.
    สื่อสารกับคน 1 • ช่วยให้เขาเข้าถึงอารมณ์ด้วยคาถามแบบไม่ติเตียน •อย่าเอาความโกรธของเขาเข้าตัว อาจเป็นเรื่องอื่นที่ต่างไปอย่างสิ้นเชิง แม้แต่ตัวเขาก็ไม่รู้ตัวว่าเป็นอะไร • พูดคุยด้วยเหตุและผล (หลักเกณฑ์) มากกว่าอารมณ์และความรู้สึก • ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม คน 1 จะไวและพินิจพิเคราะห์กับการกระทาที่ไม่ตรงไปตรงมา • บอกเขาเมื่อเห็นอะไรผิด หรือขออภัยในความผิดของเรา และย้าเตือนว่าใครๆ ก็อาจทาผิดพลาดได้ • ถ้าเขาไม่ฟังเราเวลาที่เราพูด ขอให้เขาช่วยบอกเราว่ากาลังคิดอะไรอยู่ • ชี้ให้เขาเห็นด้านที่สดใสของสิ่งต่าง ๆ มีส่วนร่วมในเรื่องขบขัน
  • 48.
    สิ่งที่คน 1 ควรทำเพื่อช่วยให้ตนเองเติบโต เรียนรู้ที่จะปล่อยให้ตัวเองทาผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ บ้าง โดยไม่ตาหนิโทษ หากลุ่มที่ส่งเสริมให้แสดงอารมณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย จัดความคิดในความถูก-ผิด ขาว-ดา แล้วรวมหลายๆ มุมมองเข้าด้วยกัน ตระหนักรู้ว่าความแตกต่างไม่จาเป็นต้องเป็นความผิด หรือข้อบกพร่องเสมอไป จัดตารางเวลาให้ว่างจากกิจกรรมที่บีบรัดตัว เพื่อให้สามารถลาดับความสาคัญได้ ใส่เรื่องสนุกๆ และการพักผ่อนไว้ในรายการที่ควรทา จนกว่าจะทาได้เองโดยไม่มีรายการ
  • 49.
    คน 2 ผู้ให้(HELPER) • ชอบสมาคม ร่าเริง เป็นมิตร มีชีวิตชีวา มุ่งสร้างสัมพันธภาพ • ชอบการช่วยเหลือ พิถีพิถันในการตอบสนองความปรารถนา ของผู้อื่น • ลดทอนตัวเองเพื่อให้ได้การยอมรับ • ไวต่อความรู้สึกและความต้องการของคนอื่น • ต้องการเป็นที่ยอมรับ หลีกเลี่ยงการปฏิเสธ รู้สึกว่าตนเองเป็นที่ ต้องการ เป็นศูนย์กลางของชีวิตคนอื่นๆ • มักพูด หรือคิดว่า “ฉันไม่ได้ต้องการอะไร” ความเอนเอียงในบุคลิกภาพ คุณสมบัติของแก่นแท้ ทางความคิด การประจบ เจตจานง (อิสรภาพ) ทางอารมณ์ ความทะนงตน ความถือตัว ความถ่อมตน จุดเน้นของลักษณ์ย่อย ทางเพศ ความก้าวร้าว/เสน่ห์ดึงดูด ทางสังคม ความทะเยอทะยาน/อานาจหลังบัลลังก์ ทางการผดุงตน ความมีอภิสิทธิ์/ฉันต้องมาก่อน
  • 50.
    คน 2 ผู้ให้ คน 2ที่ไม่รู้จักตนเอง • ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ • ใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือเพื่อประโยชน์ของตนเอง บีบบังคับคนอื่นจนสูญเสียอิสรภาพ • มีบุคลิกภาพของการให้เพื่อจะได้สิ่งตอบแทน คน 2 ที่รู้จักตนเอง • มีความรักและเข้าอกเข้าใจคนอื่น • เกื้อกูลอย่างแท้จริงและให้อย่างเหมาะสม เป็น คนที่รับฟัง ปรับตัวง่าย ซื่อสัตย์ • เป็นผู้ช่วยที่ไม่คานึงถึงแต่ตนเอง • เป็นผู้ผลักด้นอยู่เบื้องหลังความสาเร็จ
  • 51.
    ภาวะมั่นคงและภาวะเสี่ยงของคนลักษณ์ 2คน ๙ ผู้สมานไมตรี คน๑ คนสมบูรณ์แบบ คน ๒ ผู้ให้ คน ๓ นักแสดง คน ๖ นักปุจฉา คน ๗ นักผจญภัย คน ๘ เจ้านาย คน ๔ คนโศกซึ้ง คน ๕ นักสังเกตการณ์ ภาวะมั่นคง เกิดขึ้นเมื่อรู้สึกปลอดภัยกับการ รับรู้ว่าตนต้องการอะไร หากแต่ เน้นอยู่ที่ตนเองมากกว่าคนอื่น “อะไรที่ฉันชอบและไม่ชอบ” “อะไรคือความรู้สึกของฉันไม่ใช่ ปรับเพื่อให้ได้รับการยอมรับ” จนอาจเกิดความหดหู่เมื่อ มองเห็นว่าการอยู่เพื่อคนอื่นง่าย กว่าการอยู่เพื่อตนเอง อาจรู้สึก เหมือนถูกหลอกใช้ ได้ขายตัวเอง เพื่อให้คนมารัก ภาวะเสี่ยง เกิดขึ้นเมื่อหมกหมุ่นกับความ ต้องการของผู้อื่นและกดข่ม ความต้องการของตนเองมาก จนเกินไป จนเกิดการระเบิด ความฉุนเฉียวออกมา ทาให้พุ่ง ปะทะ กลายเป็นคนที่ไม่ยอม ผ่อนปรนอะไร ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อ อิสรภาพ และจะเอาเรื่องให้ถึง ที่สุด
  • 52.
    ลักษณ์ย่อยของคน 2 การผดุงตนเพื่อความอยู่ รอด • ถือตัวและรักษาความเป็นส่วนตัว •อภิสิทธิ์/ฉันต้องมาก่อน • ไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือ จากใคร • เก็บกดความต้องการเพื่อ ตอบสนองความต้องการของคน สาคัญ สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด • ก้าวร้าว/มีเสน่ห์ดึงดูด • ไม่ยอมหยุดจนกว่าคนที่สนใจจะ ติดหนึบ ปฏิสัมพันธ์กับทางสังคม • ทะเยอทะยาน แสวงหาและ เกาะติดความสัมพันธ์กับคน สาคัญของกลุ่ม • กุมอานาจเบื้องหลังบัลลังก์ • ตอบสนองคนที่มีเกียรติที่สุด • เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มที่สาคัญ/ มีเกียรติที่สุด
  • 53.
    สื่อสารแบบคน 2 • ลองเล่าเรื่องของตัวเองให้คนอื่นฟังบ้าง •เป็นตัวของตัวเองมากกว่าคอยเอาอกเอาใจคนอื่น • สื่อสารอย่างสงบอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกไม่ยุติธรรมหรือถูกเอาเปรียบ • ร้องขอสิ่งที่ต้องการแทนที่จะตาหนิคนอื่นที่ไม่ให้ตามที่คุณต้องการ  ไม่มีใครหยั่งรู้ความต้องการของใคร • พูดตรงๆ แทนที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับคนที่อยู่ด้วยเพื่อเป็นทางที่จะสนองตอบแบบอ้อมๆ • การปฏิเสธเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ต้องพยายามเสนอสิ่งอื่นแทน • เปิดช่องให้คนอื่นแก้ปัญหาของเขาเองบ้าง
  • 54.
    สื่อสารกับคน 2 • บอกเขาว่าเราซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทา(Word of affirmation) • แม้คุณไม่ได้รับการช่วยเหลือจากเขา ก็ยังคงชอบเขาอยู่ • ปฏิเสธ พร้อมเหตุผลและความรู้สึก เพื่อให้เขารู้ว่าสิ่งที่จะช่วยได้ดีที่สุด คือ ไม่ต้องช่วย • บอกเขาว่าคุณยินดีจะทาบางอย่างให้เขา • เปิดโอกาสให้เขาสนทนาเรื่องของเขาบ้าง • จริงใจ และตรงไปตรงมา เขาจะไวมากกับท่าทีบีบบังคับและไม่ตรงไปตรงมา • อย่าปล่อยให้เขาทางาน/โครงการอะไรตามลาพังคนเดียว ต้องให้แน่ใจว่ามีช่องทางสื่อสารเปิดให้เขาติดต่อได้
  • 55.
    สิ่งที่คน 2 ควรทำเพื่อช่วยให้ตนเองเติบโต ค้นหาและทาสิ่งที่มีความหมายต่อตนเองจริงๆ หากิจกรรมที่ทาให้ได้กลับมามอง “ภายใน” ตนเอง ค้นหาสัมฤทธิผลแห่งตนและคุณค่า มองทะลุปฏิกิริยาทางอารมณ์ โดยเฉพาะความโกรธ พัฒนาบุคลิกภาพและการแสดงออกที่ตรงกับใจ และไม่เปลี่ยนใจเพื่อเอาใจคนอื่น “ความรักที่แท้ไม่ได้ขึ้นกับว่าคุณต้องทาตัวอย่างใดอย่างหนึ่ง”
  • 56.
    คน 3 นักแสดง(PERFORMER) • “โลกให้คุณค่าแก่ผู้ชนะเลิศ ฉันจึงหลีกเลี่ยงความล้มเหลว” • เชื่อมั่นในตัวเอง ทะเยอทะยาน ประสบความสาเร็จ กระฉับกระเฉง คล่องแคล่ว กระตือรือร้น • ทางานหนักเพื่อบรรลุเป้าหมาย ทางานหลายอย่างพร้อมกัน • ไม่ชอบความล้มเหลว (ต่อหน้าคนอื่น) โกรธเมื่อสะดุด • ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้เหมาะกับคนที่อยู่ด้วยได้ • ต้องทาอะไรมากมาย (ให้ดี) เพื่อได้รับความรักและมีคุณค่า • “ต้องเป็นอันดับหนึ่งให้ได้ คนรักเราที่เราเป็นคนที่เก่งที่สุด” ความเอนเอียงในบุคลิกภาพ คุณสมบัติของแก่นแท้ ทางความคิด การสาคัญตน โอ่ ความหวัง ทางอารมณ์ ความหลอกลวง ความสัตย์ซื่อ จริงใจ จุดเน้นของลักษณ์ย่อย ทางเพศ ความเป็นชายจริง/หญิงแท้ ทางสังคม เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ความมีหน้ามีตา ทางการผดุงตน ความมั่นคงทางวัตถุ
  • 57.
    คน 3 นักแสดง คน 3ที่ไม่รู้จักตนเอง • ดูหมิ่นดูแคลนคนอื่น • หัวรั้น • เอาแต่ได้ • ครอบงาคนอื่นเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของ ตนเอง • ไม่รับรู้ถึงอารมณ์ ความรู้สึก หรือความผูกพัน ใกล้ชิด คน 3 ที่รู้จักตนเอง • เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น • เป็นผู้นาที่นึกถึงสังคม • เชื่อมโยงกับคนและเป้าหมายที่มีค่าในระดับลึก
  • 58.
    ภาวะมั่นคงและภาวะเสี่ยงของคนลักษณ์ 3คน ๙ ผู้สมานไมตรี คน๑ คนสมบูรณ์แบบ คน ๒ ผู้ให้ คน ๓ นักแสดง คน ๖ นักปุจฉา คน ๗ นักผจญภัย คน ๘ เจ้านาย คน ๔ คนโศกซึ้ง คน ๕ นักสังเกตการณ์ ภาวะมั่นคง เคลือบแคลงภาพลักษณ์ที่ได้รับ มา ตื่นตระหนกแบบคน 6 ซึ่งอยู่ กลางศูนย์แห่งความกลัว การ พยายามทาอะไรต่างๆ มากมาย เพื่อที่จะหลีกหนีจากอารมณ์ ซึ่ง เป็นการยืนยันว่าอารมณ์เป็นสิ่ง ที่อันตราย จึงทาให้เขาลาบากใจ ที่จะผ่อนคลาย และพักผ่อนโดย ไม่ทาอะไร “ตราบเท่าที่มีอะไร ทายุ่งๆ ก็ไม่ต้องก้าวเข้าสู่ความ กลัว” ภาวะเสี่ยง เติบโตได้ดีในภาวะที่คนส่วนใหญ่ เรียกว่าความเครียด ไม่ว่าจะเป็น ความล้มเหลวต่อหน้าสาธารณะ งานประดังเข้ามาจนรับไม่ไหว เจ็บไข้ได้ป่วยจนทาอะไรไม่ได้ เป็นความเครียดของคนลักษณ์ 3 จนทาให้สูญเสียจุดมุ่งหมายและ ความเชื่อมั่นในตนเอง ตามใจ ตนเองในเรื่องต่างๆ ถูกชักจูง หรือเบนความสนใจได้ง่าย
  • 59.
    ลักษณ์ย่อยของคน 3 การผดุงตนเพื่อความอยู่ รอด • ถือตัวและรักษาความเป็นส่วนตัว •อภิสิทธิ์/ฉันต้องมาก่อน • ไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือ จากใคร • เก็บกดความต้องการเพื่อ ตอบสนองความต้องการของคน สาคัญ สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด • ก้าวร้าว/มีเสน่ห์ดึงดูด • ไม่ยอมหยุดจนกว่าคนที่สนใจจะ ติดหนึบ ปฏิสัมพันธ์กับทางสังคม • ทะเยอทะยาน แสวงหาและ เกาะติดความสัมพันธ์กับคน สาคัญของกลุ่ม • กุมอานาจเบื้องหลังบัลลังก์ • ตอบสนองคนที่มีเกียรติที่สุด • เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มที่สาคัญ/ มีเกียรติที่สุด
  • 60.
    สื่อสารแบบคน 3 • ฟังให้มากและยอมรับจุดเด่นของคนอื่นบ้าง • บอกเขาว่ารู้สึกอย่างไร และพิจารณาคาตอบของเขาอย่างถี่ถ้วน เมื่อคุณกาลังเร่งเร้าเขา • ตั้งสติและมองในจุดที่คุณจะไม่ไขว้เขว • บอกความรู้สึกที่แท้จริงให้คนอื่นทราบ เขาอาจชอบคุณมากขึ้น • บอกคนอื่นว่าคุณซาบซึ้งเมื่อเขาทาประโยชน์ให้ • หาเวลาฟังความรู้สึกของคนอื่น โดยเฉพาะคนที่คุณรัก • อย่าเร่งเร้าด้วยคาตอบหรือการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว
  • 61.
    สื่อสารกับคน 3 • การวิพากษ์วิจารณ์ยิ่งเร่งเร้าให้เขาแสดงมากขึ้น •ทาตัวอย่างให้เห็นว่าทาอย่างไรจึงจะประสบผลสาเร็จที่ดีกว่า • หลีกเลี่ยงประเด็นยืดยาวยุ่งยาก • ขอให้เขาช้าลงสักนิด และบอกเหตุผลกับเขา • บอกคุณค่าที่คุณมองเห็นในตัวเขาให้เขารู้
  • 62.
    สิ่งที่คน 3 ควรทำเพื่อช่วยให้ตนเองเติบโต หาเวลาหยุดพักและถามตัวเองว่า “กาลังรู้สึกอะไรอยู่ในขณะนี้” หัดทาสมาธิเพื่อการทาสมาธิเท่านั้น มากกว่าจะถือเป็นภารกิจอย่างหนึ่ง สนใจกับความรู้สึกทางกาย โดยเฉพาะความเหนื่อยเพื่อชะลอความเร็วของตนเอง ใช้ความรู้สึกทางกายเป็นสัญญาณชี้อารมณ์และความรู้สึกของตนเอง ฝึกฝนการให้คุณค่ากับความเข้าอกเข้าใจและความสัมพันธ์มากกว่าสถานภาพ ฝึกยอมรับและซื่อสัตย์ที่จะยอมรับข้ออ่อนและความล้มเหลวบ้าง
  • 63.
    คน 4 คนโศกซึ้ง(Romantic) • “ชีวิตขาดอะไรไปสักอย่าง คนอื่นมีสิ่งนั้น ฉันถูกทอดทิ้ง” • นักอุดมคติ ปฏิเสธความธรรมดา • ถูกดึงดูดด้วยความรู้สึกหรือการกระทาแบบสุดขั้ว มีความสุข สนุกกับชีวิตที่หมิ่นเหม่ • มีศิลปะและความหมายต่อชีวิตทุกด้านทุกมุม • มักมีความสัมพันธ์แบบผลักๆ ดึงๆ • มักรู้สึกว่าตัวเองถูกละเลยทอดทิ้ง จึงมุ่งแสวงหาความรักที่ เพียบพร้อมเพื่อให้ตัวเองสมบูรณ์ ความเอนเอียงในบุคลิกภาพ คุณสมบัติของแก่นแท้ ทางความคิด ความรันทด ความเป็นต้นแบบ ทางอารมณ์ ความอิจฉา ใจเป็นกลาง มีสมดุล จุดเน้นของลักษณ์ย่อย ทางเพศ การแข่งขัน ทางสังคม ความละอายว่าตังเองไม่ดีพอ ทางการผดุงตน ความบ้าบิ่น ใช้ชีวิตแบบสุดๆ เท่าที่เป็นไปได้
  • 64.
    คน 4 คนโศกซึ้ง คน 4ที่ไม่รู้จักตนเอง • มักเข้มงวด เคร่งครัดศีลธรรม ในใจมีแต่ ความรู้สึกผิด หมกมุ่นกับการจัดการอารมณ์ ของตนเอง เรียกร้องการได้รับความใส่ใจใน ความเจ็บปวดของตน แต่ก็ไม่ยอมให้ใครช่วย บรรเทา คน 4 ที่รู้จักตนเอง • สร้างสรรค์ • เสน่ห์ตรึงใจ • เห็นใจ เข้าใจคน
  • 65.
    ภาวะมั่นคงและภาวะเสี่ยงของคนลักษณ์ 4คน ๙ ผู้สมานไมตรี คน๑ คนสมบูรณ์แบบ คน ๒ ผู้ให้ คน ๓ นักแสดง คน ๖ นักปุจฉา คน ๗ นักผจญภัย คน ๘ เจ้านาย คน ๔ คนโศกซึ้ง คน ๕ นักสังเกตการณ์ ภาวะมั่นคง เป็นคนเจ้าอุดมคติในชีวิตที่สั่งสม ความรู้สึก และความจริงจังใน ชีวิต เมื่ออยู่ในภาวะมั่นคงเขาจะ เริ่มวิพากษ์วิจารณ์ตนเอง และ คนอื่นๆ ถึงสิ่งที่ควร และไม่ควร ภาวะเสี่ยง ความห่างไกลจากอุดมคติ ทาให้ รู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงไปในทาง ใดทางหนึ่ง คน 4 จะใช้ คุณลักษณะแบบคน 2 ที่หยิบยื่น ความช่วยเหลือให้แก่คนรอบข้าง หากแต่ยังคงสัมพันธภาพแบบ ผลักๆ ดึงๆ เพียงเพราะรู้สึกว่า ต้องการดึงดูดผู้คน ต้องการการ ยอมรับ และยกย่อง
  • 66.
    ลักษณ์ย่อยของคน 4 การผดุงตนเพื่อความอยู่ รอด • ยอมเสี่ยงและดาเนินชีวิตแบบ บ้าบิ่น •ใช้ชีวิตอย่างสุด ๆ เท่าที่เป็นไป ได้ • มีความพิเศษเหนือคนอื่น ๆ ตั้ง หน้ารับไม่ว่าอะไรจะผ่านเข้า มาแล้วโลดแล่นไปกับมัน สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด • ชอบแข่งขันกับคนอื่น ๆ ทั้ง บุคคลที่สาม และเพื่อนหรือคนรัก • เกลียดชังสิ่งที่คุกคามให้แสดง ข้อบกพร่องออกมา ปฏิสัมพันธ์กับทางสังคม • ละอายที่ตัวเองไม่ดีพอและกลัว ใคร ๆ จะเห็นและปฏิเสธตัวเขา • แก้ปัญหาด้วยความคิด สร้างสรรค์
  • 67.
    สื่อสารแบบคน 4 • คนส่วนใหญ่ไม่ไวและใส่ใจต่อความรู้สึกเท่าคุณ •บอกความรู้สึกอย่ารอให้เขาเดา เพื่อพิสูจน์ความเห็นอกเห็นใจ • ระวังการจมกับความรู้สึก/อารมณ์ของตัวเอง • อยู่กับปัจจุบัน ที่นี่ และเดี๋ยวนี้ • บอกคนอื่นว่าคุณอาจใช้ความรู้สึกมากเกินไป หรือถูกดึงความสนใจออกนอกทาง • ขอให้คนอื่นช่วยให้คุณผ่อนคลาย หากคุณกาลังติดในอารมณ์ • มีสติหากกาลังประชดหรือกระแทกแดกกัน แต่บอกความรู้สึกที่แท้จริงออกมา
  • 68.
    สื่อสารกับคน 4 • ปรับความตั้งใจอันแรงกล้าให้ตรงกันเพื่อเขาจะรู้สึกว่าคุณอยู่เคียงข้างเขา •ตรงไปตรงมาในเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ • อารมณ์ของเขาเป็นจริง อย่างพยายามพูดคุยเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นออกไป • รับรู้ความรู้สึกของเขา แม้จะถกเถียงในเรื่องที่เป็นเหตุเป็นผล • ชื่นชมยกย่อง เรื่องความคิดสร้างสรรค์ และความเห็นที่พิเศษมากกว่าคานึงถึงผลลัพธ์ • รับฟังการหยั่งรู้ของเขา • เขาไม่ค่อยเห็นคุณค่าของตัวเอง ทาให้เขารู้ว่าคุณอาทรและเห็นคุณค่าของเขา
  • 69.
    สิ่งที่คน 4 ควรทำเพื่อช่วยให้ตนเองเติบโต ฝึกการทากิจกรรมทางกายเพื่อเรียนรู้ที่จะเป็นคนหนักแน่น มั่นคงมากขึ้น ย้อนทบทวนอารมณ์หาต้นสายปลายเหตุแห่งอารมณ์ ระลึกว่า “การถูกทอดทิ้ง” เป็นอดีตไปแล้ว และปัจจุบันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ชื่นชมยินดีในสิ่งที่เป็นบวกทุกๆ วัน เรียนรู้ที่จะขอบคุณในสิ่งที่ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ค้นให้พบคุณค่าที่มีอยู่ในตัวเอง “เขามี เราก็มี” ให้เกียรติอุดมการณ์และความสามารถแห่งตนเอง ร่วมรับรู้ทุกข์ โดยไม่เอาตัวเองไปติดบ่วง
  • 70.
    คน 5 นักสังเกตการณ์(THE OBSERVER) • เก็บตัว เป็นนักคิด มีสมาธิ เงียบ มีเหตุผล ไร้อารมณ์ พึ่งพาตนเอง เป็นคลังความรู้แต่ไม่เสนอตัว • เสพติดข้อมูล ชอบข้อเท็จจริงและระบบ ใช้สมองไปใน เรื่องที่ลึกลับที่ยากที่คนจะเข้าใจ • กลัวถูกก้าวก่าย ต้องการความเป็นส่วนตัว • มีขอบเขตเฉพาะที่ชัดเจนมาก จัดชีวิตเป็นส่วนๆ • ชอบคาดการณ์ล่วงหน้า ไม่ค่อยตอบสนองอย่าง ทันทีทันใดโดยไม่ผ่านการนึกคิด • สันโดษ ไม่สะสมสิ่งของมาก • เจ้าระเบียบและคงเส้นคงวา ความเอนเอียงในบุคลิกภาพ คุณสมบัติของแก่นแท้ ทางความคิด ความตระหนี่ ความสมบูรณ์แบบ ทางอารมณ์ ความโลภ ความสงบเย็น จุดเน้นของลักษณ์ย่อย ทางเพศ ความลับเฉพาะ ทางสังคม รูปเคารพ ทางการผดุงตน ปราสาท
  • 71.
    คน 5 นักสังเกตการณ์ คน 5ที่ไม่รู้จักตนเอง • เก็บตัว ไม่ไว้ใจใคร • ช่างวิจารณ์ • เย่อหยิ่ง จองหองทางสติปัญญา • ไม่สามารถมีพันธะผูกมัดกับเรื่องใด ๆ ได้ • ควบคุมตนเองอย่างมาก • ไม่เข้าใจอารมณ์ และความรู้สึก และโลกรอบตัว คน 5 ที่รู้จักตนเอง • ไวต่อการรับรู้ ช่างสังเกต • อุทิศตน • มีหลัก มีเหตุผล คิดสร้างสรรค์ • สามารถผนวกความไวต่อการรับรู้และทักษะ วิเคราะห์เข้าด้วยกัน
  • 72.
    ภาวะมั่นคงและภาวะเสี่ยงของคนลักษณ์ 5คน ๙ ผู้สมานไมตรี คน๑ คนสมบูรณ์แบบ คน ๒ ผู้ให้ คน ๓ นักแสดง คน ๖ นักปุจฉา คน ๗ นักผจญภัย คน ๘ เจ้านาย คน ๔ คนโศกซึ้ง คน ๕ นักสังเกตการณ์ ภาวะมั่นคง ในเวลาสบายใจมั่นคง เขาจะ สามารถตัดสินใจนาทาง มุ่งมั่นมี จุดหมาย แสดงตนเองอย่าง ตรงไปตรงมา และรับรู้ความ โกรธของตนเอง ทาให้ดูเป็น เจ้านาย ชอบสั่งการ ภาวะเสี่ยง หากถูกบีบบังคับให้ต้องเผชิญกับ ความรู้สึกหรือเหตุการณ์ที่ ฉับพลันทันที เขาจะเกิดความ กดดัน เครียดและเมื่อความกลัว มีมากขึ้นจนต้านทานไม่ไหว จะ สอดส่ายหาทางหนีจาก สถานการณ์นั้นด้วยกลยุทธ์ต่างๆ ที่เป็นไปได้ ไม่ผูกมัดตัวเข้ากับ พันธกรณีใดๆ
  • 73.
    ลักษณ์ย่อยของคน 5 การผดุงตนเพื่อความอยู่ รอด • ปราสาท •ใส่ใจ จดจ่ออยู่ที่บ้าน สร้างสรรค์ ความอบอุ่นและมั่นคง และมีทุก อย่างที่จาเป็น • อาจเป็นคนโดดเดี่ยว หรืออุทิศ ตนเป็นพ่อบ้าน/แม่บ้านให้กับ ครอบครัว สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด • แลกเปลี่ยนความลับส่วนตัวใน ความสัมพันธ์ใกล้ชิด ปฏิสัมพันธ์กับทางสังคม • การสะสมรูปเคารพ • ทาความรู้จักกับคนซึ่งมี ความสาคัญทางสังคมในเชิง สัญลักษณ์ในสังคมหรือกลุ่ม • สร้างเครือข่ายที่เข้าถึงแหล่ง อานาจ หรือแหล่งข้อมูลที่สาคัญ
  • 74.
    สื่อสารแบบคน 5 • ยิ่งถอยหนียิ่งโดนไล่ จงบอกความรู้สึก แม้เพียงต้องการที่ทางส่วนตัว • บอกให้คนอื่นรู้ว่าคุณต้องการเวลาและพื้นที่ส่วนตัวในการไตร่ตรองก่อนตัดสินใจ • คุณไม่ใช่ไม่มีความรู้สึก แต่ยากที่จะแสดงออกมาในขณะนั้น • จัดสรรเวลาที่ชัดเจนในการอภิปราย • ถ้ารู้สึกว่าถูกเรียกร้อง บอกถึงผลกระทบที่มีต่อตัวคุณ • ตอบสนองต่อความรู้สึกเช่นเดียวกับเหตุผล เพื่อให้เขาไม่รู้สึกถูกมองข้าม
  • 75.
    สื่อสารกับคน 5 • เขาเป็นคนอ่อนไหวง่ายมากต่อท่าทีของคุณและจะถอยห่างทันทีถ้าดูเหมือนคุณไม่ไยดีหรือเป็นมิตร • จาไว้ว่าเป็นเรื่องยากที่เขาจะแสดงความรู้สึกออกมา • เคารพในขอบเขตของเขา • บอกล่วงหน้าถ้าจะต้องการคุยกับเขา • ให้เวลาเขาตัดสินใจตามลาพัง • การเงียบไม่ใช่การปฏิเสธ • ตรงไปตรงมา สื่อสารข้อเท็จจริง แสดงความรู้สึกแต่พอควร • ถ้าต้องการขออะไร ใช้ประโยคขอร้อง ไม่ใช่เรียกร้อง • ถ้าเขาแสดงความหยิ่ง เหินห่าง หรือหงุดหงิด แสดงว่าเขาอึดอัด หรือไม่สะดวกใจ
  • 76.
    สิ่งที่คน 5 ควรทำเพื่อช่วยให้ตนเองเติบโต ฝึกการทากิจกรรมทางกายเพื่ดึงจิตใจให้มาอยู่กับร่างกายมากขึ้น แทนที่จะอยู่ในความคิด เข้ากลุ่มที่ได้มีโอกาสเปิดเผยตนเอง รับรู้ความรู้สึกและอารมณ์ทางกาย ณ ปัจจุบันที่กาลังเกิดขึ้นจริง ปลูกฝังพฤติกรรม “ที่นี่และเดี๋ยวนี้” อยู่กับปัจจุบัน อนุญาตให้ตัวเองฟุ่มเฟือย ถ้าเป็นนักสะสมให้สารวมความอยาก เรียนรู้ที่จะยืนหยัดบนจุดยืนของตนโดยไม่ถอยหนี ให้คนอื่นเห็นและรู้ว่า “มีเรา”
  • 77.
    คน 6 นักปุจฉา(THE QUESTIONER) • จงรักภักดี ทางานอย่างหนัก พึ่งพาได้ ระมัดระวัง ชอบ เป็นผู้ร่วมทีมมากกว่าเป็นผู้นา • ไม่ไว้วางใจ มีกรอบความคิดที่เต็มไปด้วยความสงสัย • เตรียมตัวให้พร้อมกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด • ขี้ระแวง/รอบคอบ • ลังเลสงสัย • เหยื่อที่จนมุม VS กระต่ายตื่นตูม ความเอนเอียงในบุคลิกภาพ คุณสมบัติของแก่นแท้ ทางความคิด ความลังเลสงสัย และความขี้ขลาด ศรัทธา ทางอารมณ์ ความกลัง ความกล้าหาญ จุดเน้นของลักษณ์ย่อย ทางเพศ ความเข้มแข็ง/ความงาม ทางสังคม หน้าที่ ทางการผดุงตน ความอบอุ่นเพื่อถอดเขี้ยวเล็บผู้อื่น
  • 78.
    คน 6 มนุษย์เจ้าปัญหา คน 6ที่ไม่รู้จักตนเอง • เป็นคนขี้ระแวง • ไร้ประสิทธิภาพ • ไม่ยืดหยุ่น • เริ่มอะไรยากเย็นหรือทาไม่เสร็จตามที่ต้องการ • ไม่กระฉับกระเฉง อ้างโน่น บ่นนี่ คน 6 ที่รู้จักตนเอง • ฉลาดในความคิด และมีจินตนาการ • รอบคอบและรู้จักแยกแยะ • ปกป้องคุ้มครองรักษาผลประโยชน์
  • 79.
    ภาวะมั่นคงและภาวะเสี่ยงของคนลักษณ์ 6คน ๙ ผู้สมานไมตรี คน๑ คนสมบูรณ์แบบ คน ๒ ผู้ให้ คน ๓ นักแสดง คน ๖ นักปุจฉา คน ๗ นักผจญภัย คน ๘ เจ้านาย คน ๔ คนโศกซึ้ง คน ๕ นักสังเกตการณ์ ภาวะมั่นคง เมื่อชีวิตมั่นคง เขาจะปล่อย ตัวเองสบายๆ นุ่มนวล อบอุ่น น่ารัก หรือยากจะติดต่อสัมพันธ์ กับใครๆ สุขสบายกับการไม่ต้อง ตื่นตัวคอยระวัง หรือตั้งคาถาม กับอะไร แต่ก็จะอยู่ไม่นาน เพราะถ้าราบรื่นไม่มีอะไรชวยให้ สงสัยจะเป็นการไม่ปลอดภัย ภาวะเสี่ยง ในยามเครียดหรือไม่สบายใจ เขาจะสนุกหรือบุกตะลุยกับการ ทางานอย่างจริงจัง ลดความกลัว ลง สามารถจัดการกับ ความสาเร็จได้โดยง่าย เลิกนิสัย ล่าช้าผัดผ่อน สามารถใช้ จินตนาการทางานให้เสร็จได้
  • 80.
    ลักษณ์ย่อยของคน 6 การผดุงตนเพื่อความอยู่ รอด • พยายามถอดเขี้ยวเล็บของคนที่ อาจเป็นศัตรูหรือเป็นภัยคุกคาม •เป็นคนอบอุ่น เป็นผู้ให้ อ่อนโยน และภักดี สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด • กระทบคนอื่นก่อนที่ตัวเองถูก กระทบ • ทาประโยชน์เพื่อสังคมอย่าง สุดกาลัง เอาจริงเอาจัง ปฏิสัมพันธ์กับทางสังคม • จงรักภักดีต่อกลุ่ม ปรารถนาที่จะ ร่วมมือและสนับสนุนเต็มที่กับกลุ่ ใด ๆ ที่มีค่าต่อสังคม
  • 81.
    สื่อสารแบบคน 6 • ตรวจสอบความจริงโดยถามคนอื่นว่าเขาคิดอย่างไร •คุณมีแนวโน้มจะคาดการณ์ เวลามั่นใจในสิ่งที่ไม่ดี ถามตัวเองว่าคุณตอบสนองต่อสัญญาณอะไร • บอกคนอื่นว่าคุณรู้สึกอย่างไร พร้อมกับการสนับสนุนช่วยเหลือของเขาด้วยการกระทา • บางคนต้องการการติดต่ออย่างสม่าเสมอเพื่อพิสูจน์ความน่าเชื่อถือและมิตรภาพของคุณเอง • บอกคนอื่นว่าคุณมีแนวโน้มที่จะหวั่นไหวเรรวน
  • 82.
    สื่อสารกับคน 6 • เขาไว้ใจคนยากมีแต่ความลังเลสงสัย • ฟังและแสดงให้เห็นว่าคุณเข้าใจเขา • พูดด้วยความจริงที่ถูกต้องและชัดเจน • การกระทาสาคัญกว่าคาพูดเพื่อประกอบการแสดงความรู้สึก • ให้เขาสารวจความจริงของเขาและช่วยให้เขาหลุดออกจากจินตนาการคาดการณ์ต่างๆ • อย่าวิพากษ์วิจารณ์หรือตัดสินความกลัวของเขา • มองในด้านดี มีอารมณ์ขัน
  • 83.
    สิ่งที่คน 6 ควรทำเพื่อช่วยให้ตนเองเติบโต ฝึกให้ร่างกายรู้ตัวพร้อมปล่อยวางและผ่อนคลาย สร้างสมดุลของการเติบโตจากสมองและเหตุผล ร่วมกับวิถีการรับรู้ทางกาย สังเกตเมื่อเกิดความคิดระแวงแคลงใจ และโยนความกลัวออกไป หมั่นถามเพื่อนให้เขาสะท้อนความเห็นกลับมาเพื่อตรวจสอบความระแวงของตน ชื่นชมยินดีกับความสาเร็จ/ความชานาญเก่าและใหม่ของตัวเอง ฝึกไว้ใจและศรัทธาในผู้อื่น
  • 84.
    คน 7 นักผจญภัย(THE ADVENTURE) • มองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ ร่าเริง เบิกบาน มีพลัง มีเสน่ห์ ชอบเข้ากลุ่ม มีจินตนาการสูง ความสนใจมีหลากหลาย • ไม่อดทนต่อความเจ็บปวด แลดูฉาบฉวย สุขนิยม • ชอบทางเลือกที่มีหลากหลาย ชอบสร้างเครือข่าย ทา อะไรได้หลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน • ฝันและริเริ่ม • สนใจความต้องการและความพึงพอใจของตนเอง • มองโลกเป็นสนามเด็กเล่นอันกว้างใหญ่โดยมีตัวเองเป็น ศูนย์กลาง ที่กาลังทดลองเล่นตามความพอใจ ความเอนเอียงในบุคลิกภาพ คุณสมบัติของแก่นแท้ ทางความคิด การวางแผน การทางาน ทางอารมณ์ ความละโมบ ความไม่มัวเมา จุดเน้นของลักษณ์ย่อย ทางเพศ ความหลงใหล ตรึงใจ ทางสังคม ความเสียสละ ทางการผดุงตน ความมีพวกมีเหล่า
  • 85.
    คน 7 นักผจญภัย ผู้พิถีพิถันในการเสพ คน7 ที่ไม่รู้จักตนเอง • ถือตัวเองเป็นใหญ่ • ฉกฉวยโอกาส มดเท็จ แสร้งทาเพื่อแสวงหา ความเพลิดเพลินของตน • เบื่อง่าย และเสาะหาประสบการณ์กับทุกเรื่อง • ไม่มีจุดหมายที่ชัดเจน คน 7 ที่รู้จักตนเอง • กระตือรือร้น • เข้าอกเข้าใจ เผื่อแผ่ สร้างสรรค์และเอาใจใส่ • มีจินตนาการกว้างไกล • รักเพื่อนมนุษย์
  • 86.
    ภาวะมั่นคงและภาวะเสี่ยงของคนลักษณ์ 7คน ๙ ผู้สมานไมตรี คน๑ คนสมบูรณ์แบบ คน ๒ ผู้ให้ คน ๓ นักแสดง คน ๖ นักปุจฉา คน ๗ นักผจญภัย คน ๘ เจ้านาย คน ๔ คนโศกซึ้ง คน ๕ นักสังเกตการณ์ ภาวะมั่นคง ยามมั่นคงในจิตใจ เขาจะมี ความสุขกับการใช้เวลาตาม ลาพัง หลีกหนีจากคนอื่น หรือ พอใจกับการเล่นบทรอง ภาวะเสี่ยง จะเกิดความเครียดเมื่อมีกรอบ หรือเส้นแบ่งเขตที่ชัดเจนขึ้นมา หรือเหตุการณ์ที่ต้องเผชิญกับ อารมณ์ ความกลัวการถูกตาหนิ วิจารณ์ หรือทาผิด จนกลายเป็น เรื่องรุนแรงขึ้นและเข้าสู่ระดับ จิตสานึก ทาให้หงุดหงิดง่ายขึ้น จุกจิก กัด โกรธทุกอย่างที่มาก้าว ก่ายหรือติเตียนเขา เขาจะติ เตียนตัวเองหรือตั้งมาตรฐานสูง มากขึ้น
  • 87.
    ลักษณ์ย่อยของคน 7 การผดุงตนเพื่อความอยู่ รอด • ตั้งกลุ่มคนที่คิดหรือทาอะไร เหมือน ๆ กัน • คอยหนุนหลังให้เพื่อน สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด • ความสนใจพุ่งไปยังคนใหม่ หรือ สิ่งใหม่ ปฏิสัมพันธ์กับทางสังคม • เคร่งครัดเอาจริงเอาจัง • มุ่งความสนใจไปที่ความสุขของ กลุ่ม • เสียสละความสุขของตนแก่กลุ่ม
  • 88.
    สื่อสารแบบคน 7 • ฟังใครๆเขาบ้าง ความคิดเห็นและความรู้สึกของคนอื่นอาจจริงเท่าๆ กับของคุณ • ถ้าเขาก่อนว่าเขาต้องการคาแนะนาหรือความช่วยเหลือของคุณหรือไม่ • บอกคนอื่นว่าเป็นการยากที่คุณจะพูดเรื่องความรู้สึกและเรื่องสาคัญทางอารมณ์ • ตรวจสอบให้ดีว่าคุณได้เล่าเรื่องที่คุณจินตนาการสมบูรณ์แล้วให้คนอื่นฟัง อย่าคิดว่าได้บอกไปเรียบร้อยแล้ว • บอกคนอื่นก่อนที่จะปรับปรุง หรือเปลี่ยนเป้าหมายก่อนที่จะลงมือทา • ถ้ามอบหมายอะไรแล้ว ค่อยๆ แนะนาเขา อย่าผลีผลามลงไปทาเอง
  • 89.
    สื่อสารกับคน 7 • จับเขาให้อยู่กับปัจจุบันด้วยคาถาม รวมถึงการพูดอารมณ์ของเขาด้วย • มีส่วนร่วมในการสนทนาแบบสบายๆ • ตั้งใจฟังและชื่นชมวิสัยทัศน์ที่ยิงใหญ่ของเขา เขากาลังแบ่งปันส่วนหนึ่งของความเป็นตัวเขา • อย่าใส่ความคิดของคุณที่กระทบแผนงานของเขา ให้เวลาเขาปรับตัวเพื่อรวมความคิดของคุณไว้ในแผน • อย่าวิจารณ์หรือสั่งการ แต่พยายามให้ข้อเสนอที่จะเกิดผลในระยะสั้นและระยะกลาง
  • 90.
    สิ่งที่คน 7 ควรทำเพื่อช่วยให้ตนเองเติบโต สังเกตสิ่งที่ให้เบื่อหน่ายอะไรเป็นสาเหตุให้ตนเองไม่เติบโต และอยู่กับมันอย่างแน่วแน่ หลีกเลี่ยงการทับถมตัวเอง และยกย่องคนอื่นสาคัญกว่า ฉลาดกว่า เก่งกว่า สังเกตตนเองเมื่อกาลังตกลงใจหรือคัดค้าน ถามตัวเองว่ากาลังคิดอะไร ฝึกถามตัวเองว่าอะไรสาคัญสาหรับตัวเรา สังเกตความดื้อรั้น หรือต่อต้านเงียบๆ แล้วเริ่มพูดว่าเราไม่เห็นด้วยตรงไหน เรียนรู้ที่จะพูดคาว่า “ไม่เอา” ต่อสิ่งใหม่ๆ ที่คิดจะผูกพัน
  • 91.
    คน 8 เจ้านาย(THE BOSS) • มีพลัง เอาจริงเอาจัง ชอบสั่งการ เป็นเจ้าใหญ่นายโต เป็นนักอภิบาล เจ้าทิฐิ กล้าได้กล้าเสีย ชอบเป็นหัวเรือ ใหญ่ • ทางานหนัก เล่นหนัก ชอบเป็นหัวเรือใหญ่ของทุกเรื่องที่ ไปเกี่ยวข้องด้วย • ตรงไปตรงมาจนดูเหมือนก้าวร้าว ยุติธรรม กัดไม่ปล่อย • โต้ตอบอย่างทันทีทันใด โกรธง่าย • เรียกร้องความจริงและการแก้ปัญหาที่แจ่มแจ้ง • “ฉันอาจผิดพลาดแต่ฉันไม่มีวันลังเลสงสัย” ความเอนเอียงในบุคลิกภาพ คุณสมบัติของแก่นแท้ ทางความคิด การแก้แค้น สัจจะ ทางอารมณ์ ความกาหนัดในพลังชีวิต ความไร้เดียงสา รับรู้ว่าโลกปลอดภัย จุดเน้นของลักษณ์ย่อย ทางเพศ การครอบครองและการยอมจานน ทางสังคม มิตรภาพ ทางการผดุงตน ความพออยู่รอด
  • 92.
    คน 8 เจ้านาย คน 8ที่ไม่รู้จักตนเอง • ไม่มีศรัทธาในอะไร • ชอบประชด ข่มเหงคนอื่น • ทาลายกฎ บีบบังคับ • ไม่ระวังความรู้สึกของคนอื่น คน 8 ที่รู้จักตนเอง • ช่วยปกป้องและช่วยเหลือคนอื่นให้เข้าถึงสิทธิ • ต่อสู้กับความอยุติธรรม
  • 93.
    ภาวะมั่นคงและภาวะเสี่ยงของคนลักษณ์ 8คน ๙ ผู้สมานไมตรี คน๑ คนสมบูรณ์แบบ คน ๒ ผู้ให้ คน ๓ นักแสดง คน ๖ นักปุจฉา คน ๗ นักผจญภัย คน ๘ เจ้านาย คน ๔ คนโศกซึ้ง คน ๕ นักสังเกตการณ์ ภาวะมั่นคง เวลาสบายใจหรือมีความสัมพันธ์ ที่วางใจได้ จะโอนอ่อนผ่อนตาม พอใจที่จะให้ ชอบบริการ มี อารมณ์ทางบวกได้ง่าย ยอมรับ ว่าอะไรมีความหมายต่อเขา จะมี ความสุขกับการเปิดเผยตัวเอง มากขึ้น แต่ก็แอบหวั่นว่าจะไม่ เป็นไปอย่างที่คิดไว้ จนอาจ แสดงความก้าวร้าวเรื่องเรียกร้อง ตัวตนของตัวเอง ภาวะเสี่ยง ในยามที่ควบคุมตนเองไม่ได้หรือ รู้สึกอ่อนแอ หรือกาลังเคียดแค้น ตัวเอง เขาจะเก็บตัวทั้งกายและ ใจเพื่อพิจารณาใคร่ครวญเรื่อง ต่างๆ และหาสมดุลกลับคืนมา บางครั้งอาจยาวนานจนทาให้ กลายเป็นความเศร้า หดหู่ ไม่มี แรงจะทาอะไร ไม่ติดต่อใคร ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะคิดหรือทา อะไร
  • 94.
    ลักษณ์ย่อยของคน 8 การผดุงตนเพื่อความอยู่ รอด • สร้างความมั่นคงว่ามีสิ่งที่ พอเพียงต่อการยังชีพในวิถีที่ตน พอใจ •กักตุนของกินของใช้ไว้ในปริมาณ มาก ๆ สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด • จะมีคนพิเศษที่ผูกพันตลอดชีวิต • ต้องการให้แน่ใจว่าตนเองเป็น ศูนย์กลางในชีวิตของคน ๆ หนึ่ง ปฏิสัมพันธ์กับทางสังคม • ชอบแนะนาให้กลุ่มรู้จักกัน • ผลักดันให้ทุกคนสนุกกับชีวิต • ช่วยเหลือ เกื้อหนุน และปกป้อง ซึ่งกันและกัน
  • 95.
    สื่อสารแบบคน 8 • เมื่อคุณขึ้นเสียงดังทาให้คนอื่นไม่ฟัง คุณมักจะส่งเสียงที่ดังกว่าที่คิด • แทนที่จะพูดด้วยเสียงที่ดังขึ้น ช่วยขอให้คนอื่นทาให้กระจ่างโดยบอกตามความเข้าใจของคุณ • คาถามมากมายของคุณมีเพื่อทาความเข้าใจ ไม่ใช่ทาให้เครียดราคาญ • ฟังคนอื่นพูดอย่างตั้งใจ และเอาใจใส่ ไตร่ตรองข้อคิดของเขาก่อนที่จะตอบ • อย่าไปเซ้าซี้ เอาให้ได้ เดี๋ยวนี้ ให้เวลาเขาตรึกตรองบ้าง • หากพูดแล้วบาดความรู้สึกของใคร ขอโทษเขาเสียทันทีที่รู้ตัว
  • 96.
    สื่อสารกับคน 8 • พูดตรงๆต้องการอะไรก็บอกไปตรงๆ อย่าอ้อมค้อม • ถ้าบอกเขาไว้ว่าจะทาอะไรเลย จงทาเลย • ใช้คาพูดที่สั้นกะทัดรัด • บอกเขาหากคาพูดของเขาแรงเกินไป หรือทาให้คุณรู้สึกถูกคุกคาม • หากคุณมีกฎเกณฑ์ในการสร้างสัมพันธภาพที่ยังไม่ได้บอกเขา บอกเขาอย่างเต็มใจ • เขาง่ายต่อการถูกหลอก แต่ไม่ง่ายที่จะให้อภัย ถ้าถูกทาให้อับอาย
  • 97.
    สิ่งที่คน 8 ควรทำเพื่อช่วยให้ตนเองเติบโต สารวจพลังของตนโดยเฉพาะเมื่อกระทาตามแรงผลักดัน ใช้ความโกรธเป็นเครื่องเตือนใจให้เราผ่อนคลาย หายใจลึกๆ วันละหลายๆ ครั้ง ก่อนลงมือกระทาอะไร ใคร่ครวญในผลที่เกิดขึ้นก่อน และนึกถึงเป้าหมายระยะยาว ฝึกรอเมื่อมีสิ่งกระตุ้น อย่างเพิ่งวิ่งตามความพอใจ ช้าลง จดจาและทบทวนสิ่งที่เข้าใจแจ่มแจ้งเกี่ยวกับตนเอง สังเกตแนวโน้มที่จะตาหนิคนอื่น และรับรู้การมีส่วนเกี่ยวข้องของตนในสถานการณ์ด้านลบ
  • 98.
    คน 9 ผู้สมานไมตรี(MEDIATOR) • อบอุ่น เป็นมิตร อดทน ใจกว้าง ใจดี ไม่ชอบการแข่งขัน • ชอบชีวิตที่สงบ มีรูปแบบ คาดการณ์ล่วงหน้า และ สะดวกสบาย • ช่างพูดคุย ทาตัวกลมกลืนกับผู้คน ชอบอยู่กับผู้คน • ยากที่จะรู้ลาดับความสาคัญของตนเอง และมักจะเห็นดี เห็นงามกับความประสงค์ของผู้อื่น บางครั้งจะพูดด้วย สาเนียง ศัพท์ หรือภาษาท่าทางของคนอื่นๆ • มีผลงานมากเมื่อทางานเพื่อคนอื่น • เวลาหมดไปกับสิ่งที่ไม่สาคัญ มีความสนใจใหม่ๆ เกิดขึ้น เสมอ ความเอนเอียงในบุคลิกภาพ คุณสมบัติของแก่นแท้ ทางความคิด ความเกียจคร้าน ความกรุณา ทางอารมณ์ ความเฉื่อยชา การกระทา จุดเน้นของลักษณ์ย่อย ทางเพศ ความเข้ากันเป็นหนึ่งเดียว ทางสังคม การมีส่วนร่วม ทางการผดุงตน ความอยากเสพ
  • 99.
    คน 9 ผู้ประสานไมตรี คน 9ที่ไม่รู้จักตนเอง • รู้สึกขาดแคลน เรียกร้อง ต้องการ • ตัดสินใจไม่ได้ • เฉยเมย • กระหายความสัมพันธ์ คน 9 ที่รู้จักตนเอง • เห็นอกเห็นใจ • เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ • ใจกว้าง ให้อภัย • สร้างความกลมเกลียว
  • 100.
    ภาวะมั่นคงและภาวะเสี่ยงของคนลักษณ์ 9คน ๙ ผู้สมานไมตรี คน๑ คนสมบูรณ์แบบ คน ๒ ผู้ให้ คน ๓ นักแสดง คน ๖ นักปุจฉา คน ๗ นักผจญภัย คน ๘ เจ้านาย คน ๔ คนโศกซึ้ง คน ๕ นักสังเกตการณ์ ภาวะมั่นคง ในยามที่เขาได้รับการยอมรับ หรือเห็นคุณค่า เขาจะทาอะไรได้ สาเร็จอย่างมากมายในเวลาที่ รวดเร็ว กระตือรือร้นที่จะทาสิ่ง ต่างๆ และแสดงความสามารถให้ ปรากฎตามความต้องการของ คนอื่น ภาวะเสี่ยง ในยามที่ถูกสถานการณ์ผลักดัน บีบบังคับให้ต้องเลือกจุดยืนใด จุดยืนหนึ่ง เขาจะหวาดกลัว ระแวงสิ่งที่อาจเข้ามาคุกคาม หากไม่กลายเป็นคนเก็บตัวถอย หนีและยอมตามมากขึ้น ก็จะ กลายเป็นคนหัวแข็งดื้อรั้นมาก ขึ้น และพร้อมที่จะเปิดสงคราม
  • 101.
    ลักษณ์ย่อยของคน 8 การผดุงตนเพื่อความอยู่ รอด • เลี่ยงการกระทาและรักษา ระยะห่างระหว่างโลก • ลดความเสี่ยงต่อให้น้อยที่สุด สัมพันธภาพแบบใกล้ชิด • แสวงหาบุคคลที่เข้ากันได้อย่าง สมบูรณ์ ปฏิสัมพันธ์กับทางสังคม • เข้ากลุ่ม เข้าพวก • ให้คนอื่นเข้ามาร่วมสร้าง เครือข่าย
  • 102.
    สื่อสารแบบคน 9 • บอกให้คนอื่นรู้ว่าอะไรกาลังเกิดขึ้นกับตัวคุณเมื่อไม่รู้ว่ารู้สึกหรือต้องการสิ่งใด •สังเกตตัวเองเมื่อเกิดอาการ “ดื้อเงียบ” และสื่อสารจุดยืนของคุณให้คนอื่นได้รู้ • เวลาโกรธให้รีบบอก • ถ้าใครถามว่าโกรธหรือเปล่า อย่ารีบตอบให้พิจารณาความรู้สึกให้ดีเสียก่อน • ถ้าคิดว่าไม่มีใครได้ยินสิ่งที่คุณพูด ให้บอกตรงๆ ไปเลย อย่าพยายามอธิบายจนยืดยาวเยิ่นเย้อเกินไป • เกาะติดประเด็น • ตอบให้ตรงประเด็นที่คนอื่นต้องการ ไม่ต้องอ้อมค้อม
  • 103.
    สื่อสารกับคน 9 • ฟังและทาให้เขารู้ว่าคุณได้ยินแล้วว่าอะไรสาคัญสาหรับตัวเขา •ช่วยตั้งคาถามว่าเขามีความคิดเห็นอย่างไร • ช่วยตั้งคาถามเพื่อช่วยให้เขาจับประเด็น • อย่าเร่งเร้าเอาคาตอบจากเขา ปล่อยเวลาให้ได้ตรึกตรอง • เขามักเออออกับทุกคน บอกเขาล่วงหน้าการตัดสินใจอะไร เพื่อให้เขาได้ใช้เวลาตรึกตรองมากขึ้น
  • 104.
    สิ่งที่คน 9 ควรทำเพื่อช่วยให้ตนเองเติบโต ฝึกตัวให้ตัดสินใจเลือกข้างใดข้างหนึ่งและกล้าประกาศออกมา หลีกเลี่ยงการทับถมตัวเอง และยกย่องคนอื่นสาคัญกว่า ฉลาดกว่า เก่งกว่า สังเกตตนเองเมื่อกาลังตกลงใจหรือคัดค้าน ถามตัวเองว่ากาลังคิดอะไร ฝึกถามตัวเองว่าอะไรสาคัญสาหรับตัวเรา สังเกตความดื้อรั้น หรือต่อต้านเงียบๆ แล้วเริ่มพูดว่าเราไม่เห็นด้วยตรงไหน เรียนรู้ที่จะพูดคาว่า “ไม่เอา” ต่อสิ่งใหม่ๆ ที่คิดจะผูกพัน
  • 105.
    Intention & Perception Identity ตัวตน มุมมองจากภายใน มุมมองจากภายในตัวแต่ละบุคคลเป็นตัวตน ที่แต่ละคนคิดว่าตัวเอง “เป็นเช่นนี้” (ความ ปรารถนา ความหวัง ความฝัน ความนิยม ความกลัว หรือแม้กระทั่งทฤษฎีที่กาหนดขึ้น เพื่อค้นหาความหมาย และปรับตัวเข้ากับโลก ภายนอก) Reputation ภาพลักษณ์ มุมมองจากภายนอก มุมมองจากภายนอก บุคลิกภาพภายนอกที่ ปรากฏ รับรู้และแปลความโดยผู้อื่น เป็น ตัวตนคนอื่นให้ความหมาย เกิดจากการรับรู้ แปลความ และให้ความหมายนั้นกับเรา บน พื้นฐานของพฤติกรรมเชิงประจักษ์
  • 109.
    ดังนันมวลเทพจึงลงมือกระท้าการซ่อนกุญแจส้าคัญไว้ ณ ที่ นันและยังอยู่ที่นั่นจนถึงวันนี มองให้ดี ขุมทรัพย์อยู่ที่นี่ ... ตัวเราเอง... เมื่อมนุษย์อุบัติขึ้นในโลกนี้ เหล่าพระผู้เป็นเจ้าได้มอบกุญแจประตูสู่สวรรค์พร้อมมาด้วย ครั้นเมื่อพระเจ้าเหล่านั้นตกลงใจไม่ปรารถนาให้มนุษย์ถือครอง พระองค์ท่านก็ถกเถียงกันอยู่ หลายเพลาว่าจะซุกซ่อนกุญแจไว้ ณ หนใด องค์หนึ่งก็แนะนาว่าในห้วงมหรรณพ อีกองค์หนึ่งก็ เสนอก็ให้ฝังในภูเขาอันลึกล้า อีกองค์ก็แนะให้ฝัง ณ หทัยสุริยน แต่ทั้งหลายทั้งปวงก็เปล่า ประโยชน์สิ้น เพราทรงแจ้งจิตว่า ไม่ช้าก็เร็ว ในที่สุดมนุษย์จะมีความชานาญพากเพียรค้นจน พบได้ และในที่สุดพระองค์ผู้ทรงสุดปราดเปรื่องตัดสินว่า ให้ซ่อนไว้ ณ หทัยของมนุษย์นั่นเอง เพราะมนุษย์จะไม่เคยมองหาในตัวเองเลย
  • 110.
    กิเลส 7 ประการ-- ขุมทรัพย์ทั้ง 7 ความเฉื่อยชา ความโกรธ ความทะนงตน ความหลอกลวง ความอิจฉาความงก ความกลัว ความตะกละ ความทะยานอยาก ลงมือทาเรื่องที่ควรทา ความสงบเย็น ความถ่อมตน ความซื่อสัตย์ สงบ/สมดุลความไม่ยึดติด ความกล้า สติรู้ประมาณ ความใสซื่อ
  • 111.
  • 112.
    ต้นไม้แห่งการสื่อสารด้วยความกรุณา 3 ทางเลือกแห่งการสื่อสารด้วยความกรุณา เข้าใจตัวเอง ฉันกาลังรู้สึกอย่างไร เพราะฉันต้องการอะไร และฉันจะเลือกทาอะไร เมื่อฉันเห็น/ได้ยิน ฉันรู้สึก... เพราะฉันต้องการ... ฉันอยากจะขอ... เข้าใจผู้อื่น คุณรู้สึก... เพราะคุณต้องการ... ใช่ไหม? (คุณอยากจะขอ...) อยู่ในใจ สังเกตรู้สึก ต้องการ ขอร้อง
  • 113.
    คน 1 คนสมบูรณ์แบบ •ฉันมีมาตรฐานภายในที่สูงมากในเรื่องความถูกต้อง และฉันคาดหวังให้ตนเองได้ตามมาตรฐานนั้น • เป็นเรื่องง่ายสาหรับฉันที่จะมองเห็นข้อผิดพลาดในสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นอยู่ และจะแก้ไขอย่างไร • ฉันอาจจะดูเหมือนคนที่ช่างวิพากษ์วิจารณ์หรือต้องการความสมบูรณ์แบบ แต่เป็นเรื่องยากทีเดียวที่ ฉันจะละเลย หรือยอมรับสิ่งที่ทาอย่างไม่ถูกต้อง ฉันรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองในข้อที่ว่า ถ้าฉัน รับผิดชอบทาอะไรแล้ว มั่นใจได้เลยว่า ฉันจะทาสิ่งนั้นอย่างถูกต้อง • บางครั้งฉันรู้สึกขุ่นเคืองใจเวลาที่คนอื่นไม่พยายามทาอะไรให้ถูกต้อง หรือแสดงความไม่รับผิดชอบ หรือความไม่เป็นธรรม แม้ว่าฉันจะพยายามไม่แสดงออกอย่างเปิดเผย • สาหรับฉันแล้ว งานต้องมาก่อนความสบาย และฉันต้องเก็บกดความต้องการของตนเองเพราะ จาเป็นต้องให้งานเสร็จก่อน
  • 114.
    คน 2 ผู้ให้ •ฉันรู้สึกอ่อนไหวกับความรู้สึกของคนอื่น ฉันสามารถรู้ได้ว่าคนอื่นต้องการอะไร แม้แต่คนที่ฉันไม่รู้จัก บางครั้งก็น่าอึดอัด ที่รู้ชัดถึงความต้องการของคนอื่น โดยเฉพาะความเจ็บปวด และความทุกข์ของ พวกเขา เพราะฉันไม่สามารถที่จะทาอะไรเพื่อพวกเขาได้มากนักอย่างที่ฉันต้องการ • มันเป็นเรื่องง่ายสาหรับฉันที่จะเสียสละตนเอง บางครั้งฉันก็อยากตอบปฏิเสธได้ดีกว่านี้ เพราะฉันมัก ลงเอยด้วยการทุ่มเทพลังไปกับการดูแลคนอื่นมากกว่าการดูแลตนเอง ฉันรู้สึกเสียใจ ถ้าคนอื่นคิดว่า ฉันกาลังพยายามจัดการหรือควบคุมคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ฉันเพียงแต่ทาความเข้าใจและช่วยเหลือพวกเขา • ฉันอยากถูกมองว่า เป็นคนอบอุ่นและเป็นคนดี แต่เวลาที่ฉันไม่ได้รับความสนใจ หรือไม่เป็นที่ชื่นชม ฉันจะกลายเป็นคนเจ้าอารมณ์ หรือแม้แต่เป็นคนเจ้ากี้เจ้าการเรียกร้องมาก • สาหรับฉัน ความสัมพันธ์ที่ดีนั้น มีความหมายมาก และฉันเต็มใจที่จะทุ่มเทเพื่อให้สิ่งนี้เกิดขึ้น
  • 115.
    คน 3 นักแสดง •การเป็นเลิศในทุกสิ่งที่ฉันทา คือแรงจูงใจที่แข็งแกร่งสาหรับฉัน และหลายปีที่ผ่านมา ฉันก็ได้รับการ ยอมรับนับถืออย่างมากในความสาเร็จ ฉันได้ทาสิ่งต่าง ๆ มากมายและสาเร็จลุล่วงเกือบทุกอย่าง • ฉันให้ความสาคัญกับสิ่งที่ฉันทาอย่างมาก เพราะโดยรวมแล้ว ฉันคิดว่า คุณค่าของคนอยู่ที่ได้ทา สาเร็จ และการได้รับการยอมรับจากความสาเร็จนั้น • ฉันมักจะมีอะไรๆ ที่ต้องทามากกว่าเวลาที่มีอยู่ ดังนั้นฉันจึงต้องตัดเรื่องความรู้สึก และการพิจารณา ไตร่ตรองตนเองออกไปก่อน เพื่อที่จะได้ทาสิ่งต่าง ๆ ให้เสร็จ การที่มีอะไรที่ต้องทาเสมอ ทาให้เป็น เรื่องยากที่จะนั่งเฉยๆ ฉันทนไม่ได้กับคนที่ทาให้ฉันเสียเวลาโดยใช่เหตุ • บางครั้งฉันมักจะเข้าไปจัดการโครงการแทนคนอื่นที่ทาเสร็จช้ามาก ฉันชอบและอยากให้เห็นว่า ฉัน “เป็นที่หนึ่ง” ในทุกสถานการณ์ ขณะที่ฉันชอบแข่งขัน ฉันก็เป็นผู้ร่วมทีมที่ดีด้วย
  • 116.
    คน 4 คนโศกซึ้ง •ฉันเป็นคนอ่อนไหวด้วยความรู้สึกอันแรงกล้า บ่อยครั้งที่ฉันรู้สึกว่า คนอื่นไม่เข้าใจฉัน และรู้สึกโดด เดี่ยว เพราะว่าฉันรู้สึกแตกต่างจากคนอื่น ๆ สาหรับคนอื่นพฤติกรรมของฉันอาจจะดูอ่อนไหวเกินไป และหมกมุ่นกับความรู้สึกมากเกินไป • สิ่งที่อยู่ภายในจริง ๆ ก็คือ ความปรารถนาที่จะเชื่อมโยงทางอารมณ์และได้ลิ้มรสสัมพันธภาพที่ลึกซึ้ง ฉันไม่ได้ซึมซับกับสัมพันธภาพที่มีอยู่ตอนนี้อย่างเต็มที่นัก เพราะอุปนิสัยที่มักจะต้องการในสิ่งที่ฉัน ไม่มี และละเลยสิ่งที่ฉันมีอยู่ • ฉันเฝ้าค้นหาความสัมพันธ์ทางอารมณ์มาตลอดชีวิต และการไม่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงทางอารมณ์ มันจะทาให้ฉันเศร้าสร้อยและหดหู่ใจ • บางครั้งฉันสงสัยว่า ทาไมดูเหมือนคนอื่นจะมีอะไรมากกว่าฉัน มีความสัมพันธ์ที่ดีกว่า มีชีวิตที่เป็น สุขกว่า ฉันรับรู้ความงามอันสุนทรีย์ได้อย่างละเอียดอ่อน และสัมผัสโลกที่เต็มไปด้วยอารมณ์และ ความหมายได้
  • 117.
    คน 5 นักสังเกตการณ์ •ฉันมองว่าตนเองเป็นคนเงียบ ๆ และช่างคิดวิเคราะห์ ซึ่งต้องการเวลาอยู่เพียงลาพังมากกว่าคนส่วน ใหญ่ • ฉันมักจะชอบสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่าที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ฉันไม่ชอบให้ใครมาเรียกร้องเอา จากฉันอย่างมากมาย หรือคาดหวังให้ฉันรู้ และบอกสิ่งที่ฉันรู้สึก • ฉันสามารถเข้าถึงความรู้สึกของตนเองได้ดีเวลาที่ฉันอยู่ตามลาพังมากกว่าเวลาที่อยู่กับคนอื่น และ บ่อยครั้งที่ฉันพอใจรื้อฟื้นความรู้สึกเหล่านั้นมากกว่าที่จะเผชิญหน้ากับความรู้สึกนั้นจริง ๆ เสียอีก • ฉันแทบไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่ายเลยเวลาอยู่คนเดียว เพราะว่าฉันมีชีวิตจิตใจที่ตื่นตัวอยู่ภายใน • เป็นเรื่องสาคัญมากสาหรับฉันที่จะต้องปกป้องเวลาและพลังงานของฉัน เพื่อที่จะใช้ชีวิตอย่างเรียบ ง่าย ไม่ซับซ้อน และพึ่งตนเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทาได้
  • 118.
    คน 6 มนุษย์เจ้าปัญหา •ฉันมีจินตนาการที่แจ่มชัด โดยเฉพาะเมื่อสิ่งที่เข้ามาอาจจะคุกคามความปลอดภัยและความมั่นคง ฉันมักจะบอกได้ว่า อะไรที่อาจเป็นอันตรายหรือเสี่ยงภัย และอาจสัมผัสรับรู้ความกลัวนั้นได้มาก ราว กับกาลังเกิดขึ้นจริง บ่อยครั้งที่ถ้าไม่หลีกเลี่ยงอันตราย ฉันก็เดินหน้าชนไปเลย • จินตนาการของฉัน ยังนาไปสู่การคิดค้นและอารมณ์ขันที่คาดไม่ถึงทีเดียว • ฉันชอบมีชีวิตที่ชัดเจนแน่นอน แต่โดยทั่วไปแล้วฉันมักจะไม่ไว้ใจผู้คนและสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ฉัน มักจะเห็นข้อบกพร่องในความคิดเห็นของคนอื่น ดังนั้นฉันคิดว่า คนอื่นอาจจะมองว่าฉันฉลาดมีไหว พริบ • ฉันมีแนวโน้มที่จะตั้งข้อสงสัยต่ออานาจ และไม่สบายใจมากกับการถูกมองว่าเป็นผู้มีอานาจ การที่ฉัน สามารถมองเห็นได้ว่า ความคิดที่ยึดถือกันทั่ว ๆ ไปนั้น มีอะไรผิดปกติ ฉันจึงมีแนวโน้มที่จะเป็นพวก เดียวกับผู้ที่ด้อยกว่า • เมื่อใดที่ฉันอุทิศตนให้ใคร หรืออุดมการณ์อะไรแล้ว ฉันก็จงรักภักดีกับคนหรือสิ่งนั้น
  • 119.
    คน 7 นักผจญภัย •ฉันเป็นคนมองโลกในแง่ดี และสนุกกับสิ่งน่าสนใจใหม่ๆ ที่ผ่านเข้ามา สมองของฉันตื่นตัวมาก และ คิดเรื่องต่าง ๆ กลับไปกลับมาอย่างรวดเร็ว ฉันชอบประสานความคิดต่างๆ เหล่านี้เข้าด้วยกันเป็น ภาพรวมทั้งหมด และรู้สึกตื่นเต้นเวลาที่เชื่อมโยงความคิดที่ตอนแรกดูเหมือนว่า จะไม่เกี่ยวข้องกัน • ฉันชอบทางานที่ตนเองสนใจและมีพลังมากมายที่จะอุทิศให้ ฉันเบื่อการจมอยู่กับงานที่ซ้าซากและไม่ เห็นผล ฉันชอบอยู่ในช่วงเริ่มต้นโครงการในขั้นวางแผน เพราะเป็นเวลาที่อาจจะได้พิจารณา ทางเลือกที่น่าสนใจ เวลาที่ฉันหมดความสนใจกับบางสิ่ง ก็เป็นเรื่องยากที่จะทนอยู่ต่อไป เพราะฉัน อยากเปลี่ยนไปทาเรื่องอื่นที่ดึงดูดความสนใจ • ถ้ามีอะไรมาทาให้ฉันรู้สึกท้อแท้ ฉันก็จะหันไปสนใจความคิดอื่นที่น่าพึงใจกว่า ฉันเชื่อว่าคนเรา สมควรมีชีวิตที่น่ารื่นรมย์
  • 120.
    คน 8 เจ้านาย •ฉันสัมพันธ์กับสิ่งต่าง ๆ ในแบบที่ต้องได้ทั้งหมด หรือไม่ก็ไม่เอาสักอย่างเลย โดยเฉพาะในเรื่องที่สาคัญต่อ ตัวฉัน ฉันให้คุณค่ามากกับการเป็นคนเข้มแข็ง ซื่อสัตย์ และพึ่งพาได้ • ฉันเป็นหรือคิดอย่างไร ก็แสดงออกมาอย่างนั้น ไม่มีการเสแสร้ง ฉันจะยังไม่เชื่อใจใคร จนกว่าพวกเขาจะ พิสูจน์ตนเองได้ว่า ไว้วางใจได้ • ฉันชอบคนตรงไปตรงมากับฉัน และฉันรู้เสมอ ถ้ามีใครกาลังเล่นไม่ซื่อ โกหก หรือพยายามหลอกลวงฉัน • ฉันรู้สึกลาบากมากที่ต้องอดทนกับความอ่อนแอของคนอื่น ยกเว้นว่า เขากาลังพยายามแก้ไขอยู่ การทา ตามคาสั่ง หรือระเบียบที่วางไว้ ก็เป็นเรื่องยากสาหรับฉัน ถ้าหากฉันไม่เคารพหรือไม่เห็นด้วยกับผู้ที่มี อานาจ ฉันชอบเป็นนายตนเองมากกว่า • ฉันพบว่า เป็นเรื่องยากที่จะไม่แสดงความรู้สึกออกมาเวลาโกรธ • ฉันพร้อมที่จะสนิทสนมกับเพื่อนๆ หรือคนรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่พวกเขาถูกเอาเปรียบ ฉันอาจจะไม่ ชนะทุกครั้งในการรบกับคนอื่น แต่พวกเขาจะรู้ว่าฉันยังอยู่ตรงนั้น
  • 121.
    คน 9 ผู้สมานไมตรี •ดูเหมือนว่าฉันจะสามารถมองเห็นทุก ๆ แง่มุมได้ง่ายมาก แม้ว่าหลายครั้ง ฉันอาจจะดูเป็นคน ตัดสินใจไม่ได้ เพราะฉันมองเห็นทั้งข้อดีและข้อเสียของทุกเรื่อง ความสามารถในการมองเห็นทุกด้าน นี้เอง ที่ทาให้ฉันถนัดในการช่วยให้คนอื่น ๆ เข้ากันได้ และบางครั้ง ทาให้ฉันเข้าใจฐานะ ความ ต้องการ และสิ่งที่สาคัญในชีวิตส่วนตัวของคนอื่นดีกว่าของตัวเองเสียอีก • ไม่แปลกใจที่ฉันมักถูกเบี่ยงเบนความสนใจ และละจากหน้าที่ในงานสาคัญๆ ที่กาลังทาอยู่ เมื่อเกิด เหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ฉันมักหันเหไปสนใจงานเล็ก ๆ ที่ไม่สลักสาคัญอะไร มันเป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่า อะไรสาคัญสาหรับฉันจริง ๆ • ฉันมักจะหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ด้วยการทาในสิ่งที่คนอื่นต้องการให้ทา ผู้คนมักมองว่าฉันเป็นคน ง่ายๆ ใจดี และเห็นด้วยไปหมด จึงเป็นเรื่องยากในการที่จะทาให้ฉันโกรธถึงจุดที่ต้องแสดงออกกับ ใครบางคนตรง ๆ ฉันชอบชีวิตที่สบายๆ กลมกลืน และเป็นที่ยอมรับของคนอื่น ๆ
  • 122.
    I can’t teachanybody anything I can only make them

Editor's Notes

  • #5 อิสรภาพที่จะได้เห็น และได้ยินสิ่งที่เป็นอยู่ตรงนี้ แทนที่จะเห็นและได้ยินสิ่งที่ควรเป็น เป็นไปแล้ว หรือจะเป็น อิสรภาพที่จะพูดในสิ่งที่คุณรู้สึกและคิด แทนที่จะพูดในสิ่งที่ควรจะพูด อิสรภาพที่จะได้รู้สึกอย่างที่คุณรู้สึก แทนที่จะรู้สึกอย่างที่ควรรู้สึก อิสรภาพที่จะร้องขอในสิ่งที่ต้องการ แทนที่จะรอคอยคำอนุญาตจากคนอื่น อิสรภาพที่จะเสี่ยงด้วยตนเอง แทนที่จะเลือกเพียงความมั่นคงปลอดภัย และไม่สร้างปัญหา
  • #35 ศูนย์ท้องจำแนกบุคลิกภาพออกเป็นลักษณ์ย่อย 3 แบบ หรือจะถือว่าเป็นแบบแผนพฤติกรรมตามสัญชาตญาณ เป็นกลไกเพื่อการอยู่รอดที่ช่วยให้เรา จัดการกับการผดุงตัวตน การปฏิสัมพันธ์กับสังคม และ สัมพันธภาพอย่างใกล้ชิด คนแต่ละลักษณ์มีวิธีจัดการกับเรื่องเหล่านี้แตกต่างกันออกไป เป็นเหตุให้คนลักษณ์เดียวกันแสดงบุคลิกแตกต่างกันอย่างมาก เพราะพฤติกรรมของลักษณ์ย่อยมีอิทธิพลเหนือปฏิกิริยาที่เป็นปกติของลักษณ์นั้นๆ
  • #71 คน 5 มักเก็บตัวอยู่คนเดียว เพราะกลัวจะถูกรุกล้ำ และสูญเสียพลังของตน พี่งพาตนเอง ได้แค่ไหนเอาแค่นั้น ชอบเก็บสะสมข้อมูลไว้ให้มากเพื่อจะได้วิเคราะห์ ทำความเข้าใจความเป็นไปได้ของสิ่งต่าง ๆ
  • #78 คน 6 จะมีมโนภาพของสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในแบบต่างๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะหาทางแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และลดความผิดพลาด หรือ อาจเดินหน้าเข้าหาสถานการณ์ที่น่ากลัว เพื่อพิสูจน์ว่าตนเองกล้าหาญ
  • #85 หนีห่างจากความกลัว ความเจ็บปวด ความเศร้า และความไม่สบายใจ โดยจินตนาการถึงโอกาสดีๆ ที่จะมาถึง ด้วยการมุ่งคิดค้นไอเดียต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความตื่นเต้น ไม่หวาดกลัวหรือไม่สบายใจ