ว่าด้วยธรรมของเทวดา
พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อประทับอยู่ในพระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุผู้มีภัณฑะมาก จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ ดังนี้.
ได้ยินว่า กุฎุมพีชาวเมืองสาวัตถีคนหนึ่ง เมื่อภรรยาตายก็บวช กุฎุมพีนั้น เมื่อจะบวชได้ให้ทำบริเวณ โรงไฟและห้องเก็บสิ่งของ ทำห้องเก็บสิ่งของให้เต็มด้วยเนยใสและข้าวสารเป็นต้นสำหรับตน แล้วจึงบวช ก็แหละครั้นบวชแล้วให้เรียกทาสของตนมา ให้หุงต้มอาหารตามชอบใจ แล้วจึงบริโภค และได้เป็นผู้มีบริขารมาก.
ในเวลากลางคืน มีผ้านุ่งและผ้าห่มผืนหนึ่ง เวลากลางวัน มีอีกผืนหนึ่งอยู่ท้ายวิหาร. วันหนึ่ง เมื่อภิกษุนั้นนำจีวรและเครื่องปูลาดเป็นต้น ออกมาคลี่ตากไว้ในบริเวณ ภิกษุชาวชนบทมากด้วยกัน เที่ยวจาริกไปตามเสนาสนะ ไปถึงบริเวณ เห็นจีวรเป็นต้น จึงถามว่า จีวรเป็นต้นเหล่านี้ของใคร? ภิกษุนั้นกล่าวว่า ของผมครับ ท่านผู้มีอายุ. ภิกษุเหล่านั้นถามว่า จีวรนี้ก็ดี ผ้านุ่งนี้ก็ดี เครื่องลาดนี้ก็ดี ทั้งหมดเป็นของท่านเท่านั้นหรือ? ภิกษุนั้นกล่าวว่า ขอรับ เป็นของผมเท่านั้น. ภิกษุทั้งหลายกล่าวว่า ท่านผู้มีอายุ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตไตรจีวร มิใช่หรือ. ท่านบวชในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้มักน้อยอย่างนี้ เกิดเป็นผู้มีบริขารมากอย่างนี้ มาเถิดท่าน พวกเราจักนำไปยังสำนักของพระทศพล
แล้วได้พาภิกษุนั้นไปยังสำนักของพระศาสดา
พอทรงเห็นภิกษุนั้นเท่านั้น จึงตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายเป็นผู้พาภิกษุผู้ไม่ปรารถนานั้นแล มาแล้วหรือ. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุนี้มีภัณฑะมากมีบริขารมาก พระเจ้าข้า.
พระศาสดาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุ ได้ยินว่า เธอมีภัณฑะมาก จริงหรือ?
ภิกษุนั้นกราบทูลว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า จริง พระเจ้าข้า.
พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ ก็เพราะเหตุไร เธอจึงเป็นผู้มีภัณฑะมาก เรากล่าวคุณของความเป็นผู้มักน้อย ความเป็นผู้สันโดษ ความสงัด และการปรารภความเพียร มิใช่หรือ.
ภิกษุนั้นได้ฟังพระดำรัสของพระศาสดา ก็โกรธคิดว่า บัดนี้ เราจักเที่ยวไปโดยทำนองนี้ จึงทิ้งผ้าห่ม มีจีวรผืนเดียว ยืนอยู่ในท่ามกลางบริษัท.
ลำดับนั้น พระศาสดา เมื่อจะทรงอุปถัมภ์ภิกษุนั้น จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เมื่อก่อน แม้ในกาล เมื่อเป็นผีเสื้อนํ้าผู้แสวงหาหิริโอตตัปปะ เธอแสวงหาหิริโอตตัปปะอยู่ถึง ๑๒ ปี เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไร ในบัดนี้ เธอบวชในพระพุทธศาสนา อันเป็นที่เคารพอย่างนี้ จึงทิ้งผ้าห่มในท่ามกลางบริษัท ละหิริโอตตัปปะ ยืนอยู่เล่า. ภิกษุนั้นได้ฟังพระดำรัสของพระศาสดา ได้ยังหิริโอตตัปปะให้กลับตั้งขึ้น จึงห่มจีวรนั้น แล้วถวายบังคมพระศาสดา นั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง.
ภิกษุทั้งหลายทูลอ้อนวอนพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อทรงยังเรื่องนั้นให้แจ่มแจ้ง.
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงกระทำเหตุอันระหว่างภพปกปิดไว้ให้ปรากฏ ดังต่อไปนี้