การสร้างแนวข้อสอบ Pisa

16,299 views

Published on

0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
16,299
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
5,721
Actions
Shares
0
Downloads
122
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การสร้างแนวข้อสอบ Pisa

  1. 1. การสร้างข้อสอบตามแนวการวัดในโครงการวิจัยนานาชาติ PISA 30 กรกฎาคม 2544
  2. 2. การวัดและประเมินผลการเรียน เป้าหมายของการวัดผล 1. เพื่อประเมินความก้าวหน้าและพัฒนาการของ การเรียนการสอน (Formative Assessment) 2. เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของการเรียนการสอน (Summative Assessment) 3. เพื่อประเมินการจบการศึกษา (Exit Examination)
  3. 3. วิธีการวัดผลการเรียนการสอน 1. การทดสอบด้วยข้อสอบ 2. การประเมินผลจากการปฏิบัติงานและผลงานของผู้เรียน 3. ก่รประเมินจากบริบทอื่น
  4. 4. การทดสอบด้วยข้อสอบ องค์ประกอบสาคัญของข้อสอบมี 2 ส่วน ดังนี้ 1. สถานการณ์หรือข้อสนเทศ 2. คาถามหรือปัญหา
  5. 5. สถานการณ์หรือข้อสนเทศ เป็นส่วนของข้อมูลเพื่อใช้ในการตอบคาถาม โดยนาเสนอเหตุการณ์ ปรากฏการณ์ หรือการจัดประสบการณ์ที่สอดคล้องกับเนือหาสาระ ้ของบทเรียน ตามสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตร รวมทั้งมีความเชื่อมโยงกับความเป็นจริงของชีวิต และสังคม
  6. 6. สถานการณ์หรือข้อสนเทศ สถานการณ์หรือข้อสนเทศควรมีลักษณะ ดังนี้ „ เหตุการณ์จริงหรือสถานการณ์จาลองที่ใกล้เคียงความจริง ความรู้ต่างๆ ที่มีผู้อื่นรวบรวมไว้แล้ว „ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หรือประเด็นที่สังคม ให้ความสนใจ „ สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบทเรียน สาระการเรียนรู้ ในหลักสูตร „ เรื่องสมมติที่สามารถนามาวิเคราะห์ แก้ปัญหา ให้ความคิดเห็น หรือแสดงความรู้สึก
  7. 7. คาถามหรือปัญหาเป็นส่วนของคาสั่งที่ระบุให้ทราบว่าต้องการให้ทาอะไรโดยทั่วไปต้องการให้ตอบสนองโดยการคิดในเชิงวิทยาศาสตร์และนาความรู้ ทักษะต่างๆ ไปเพื่อใช้แก้ปัญหา คาถามส่วนใหญ่มีลักษณะปลายเปิดที่ให้ผู้เรียนมีอิสระทางความคิด และถ่ายทอดความรู้ในรูปแบบของการเขียนตอบได้
  8. 8. คาถามหรือปัญหา คาถามหรือปัญหา ควรมีลักษณะ ดังนี้ „ สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และสถานการณ์ ที่กาหนด „ สื่อสารได้ชัดเจนและใช้ภาษาที่เหมาะสมกับระดับของ ผู้เรียน „ ส่งเสริมให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ อภิปราย แก้ปัญหา ตัดสินใจ ประเมินค่า และสร้างคาตอบได้อย่างสมเหตุผล „ เนื้อหาของคาถามมีความยุติธรรมสาหรับผู้เรียนทุกคน
  9. 9. ลักษณะข้อสอบ 1 เลือกตอบ 2 เลือกตอบแบบเชิงซ้อน 3 เขียนตอบแบบสั้น/ปิด 4 เขียนตอบแบบอิสระ
  10. 10. ข้อสอบแบบเขียนตอบ การเตรียมข้อสอบแบบเขียนตอบควรมีแนวการ ตอบและเกณฑ์การให้คะแนนด้วย เพื่อให้ผู้ตรวจคาตอบ สามารถตรวจได้สะดวกและให้คะแนนได้ตรงกัน - แนวการตอบ เป็นหลักการหรือแนวคิดที่เป็นไปได้ ในการตอบคาถาม - เกณฑ์การให้คะแนน เป็นเกณฑ์ทกาหนดขึ้น ี่ สาหรับการให้คะแนนคาตอบโดยพิจารณาความถูกต้อง ครบถ้วนและความสมบูรณ์ของคาตอบเป็นสาคัญ
  11. 11. เกณฑ์การให้คะแนนข้อสอบแบบเขียนตอบ ลักษณะของเกณฑ์การให้คะแนนแบบเขียนตอบมี 2 รูปแบบ 1. เกณฑ์ให้คะแนนแบบภาพรวม (Holistic Scoring Guideline ) เป็นการให้คะแนน โดยดูภาพรวมที่แสดงถึงความเข้าใจ การเกิด แนวคิดหลัก กระบวนการที่ใช้ และการสื่อความหมาย และแบ่งระดับ คุณภาพของงานโดยเขียนอธิบายพฤติกรรมการแสดงออกในแต่ละระดับ อย่างชัดเจน
  12. 12. เกณฑ์การให้คะแนนข้อสอบแบบเขียนตอบ2. เกณฑ์ให้คะแนนแบบแยกองค์ประกอบ ( Analytic Scoring Guideline ) เป็นการให้คะแนนผลงานโดยแยกองค์ประกอบของผลงาน ออกเป็นด้านต่างๆ และอธิบายพฤติกรรมการแสดงออกในแต่ละ องค์ประกอบเป็นระดับ ข้อดีของการให้คะแนนแบบนี้ คือ มีความเป็นปรนัยในการ ให้คะแนนมากขึ้นและสามารถกาหนดสัดส่วนของคะแนนตาม ความสาคัญได้
  13. 13. ตัวอย่างข้อสอบเขียนตอบ: การดูดกลืนแสงของวัตถุ ช่วงชั้นที่ 3 สาระที่ 5 ทดลองและอธิบายการดูดกลืนแสง และการคายความร้อนของวัตถุต่างๆสืบค้นข้อมูล รวมทั้งการนาความรู้ไปใช้ออกแบบเพื่อประโยชน์ในกิจกรรมต่างๆ สถานการณ์ เวลา 8.00 นาฬิกา นักเรียนกลุ่มหนึ่งทาการทดลอง 25 O C 25 O Cนาถังโลหะ 2 ใบขนาดเท่ากัน ใบที่ 1ทาสีดาและใบที่ 2 ทาสีขาว ใส่น้าปริมาณที่เท่ากัน ตากแดดในวันที่อากาศร้อนจัด เวลา 12.00 นาฬิกาและสังเกตอุณหภูมิของน้าในตอนเริ่มต้น 38 O C 33 O Cเวลา 8.00 น. และหลังจากตากแดดที่ร้อนจัดถึงเวลา 12.00 น. ได้ผลดังภาพ
  14. 14. ตัวอย่างข้อสอบเขียนตอบ: การดูดกลืนแสงของวัตถุ คาถาม ผลของการทดลองนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนัน ้ แนวคาตอบ ผู้ตอบมีความเข้าใจการดูดกลืนและการคายพลังงานความร้อนของวัตถุสีเข้มและ สีอ่อนได้ โดยมีแนวการตอบดังนี้ “อุณหภูมิของน้าในถังทังสองสูงขึ้น อุณหภูมิ ้ ของน้าในถังสีดาสูงขึ้นมากกว่าน้าในถังสีขาว เนื่องจากวัตถุสีดาดูดกลืนแสงและ คายความร้อนได้ดีกว่าวัตถุสีขาว จึงทาให้น้าในถังสีดามีอุณหภูมิสูงขึ้นมากกว่า”
  15. 15. ตัวอย่างข้อสอบเขียนตอบ: การประเมินนแสงของวัตถุ เกณฑ์ การดูดกลื แบบภาพรวม รายการประเมิน ระดับคุณภาพ „ อธิบายการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ แต่ไม่สามารถอธิบาย ต้องปรับปรุง เหตุผลได้ „ อธิบายการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้โดยเปรียบเทียบ อุณหภูมิที่แตกต่างกันระหว่างถังทั้งสอง และ อธิบายเหตุผล พอใช้ ที่อุณหภูมิของถังทั้งสองเพิ่มขึ้นได้บางส่วน „ อธิบายการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ โดยเปรียบเทียบ อุณหภูมิที่แตกต่างกันระหว่างถังทั้งสอง และ อธิบาย เหตุผลที่อุณหภูมิของถังทั้งสองเพิ่มขึ้นโดยเปรียบเทียบ ดี สมบัติการดูดกลืนแสงและคายความร้อนของวัตถุสีขาวและ สีดา
  16. 16. ตัวอย่างข้อสอบเขีเกณฑ์การประเมินแบบแยกองค์ประกอบ ยนตอบ: การดูดกลืนแสงของวัตถุ รายการประเมิน คะแนน „ อุณหภูมิของน้าในถังทั้งสองเพิ่มขึ้น 1 „ อุณหภูมิของน้าในถังสีดาเพิ่มขึ้นมากกว่าถังสีขาว 1 „ อธิบายว่าวัตถุสีดาสามารถดูดกลืนแสงได้ดีกว่าวัตถุสีขาว 1 „ อธิบายว่าวัตถุสีดาสามารถคายพลังงานความร้อน 1 ได้ดีกว่าวัตถุสีขาว รวม 4 คะแนน
  17. 17. ตัวอย่างข้อสอบ: การจมหรือลอย พิจารณารูปต่อไปนี้ วัตถุ x น้า
  18. 18. ตัวอย่างข้อสอบ: การจมหรือลอย 1. ถ้าตัดวัตถุ x ซึ่งมีเนื้อสม่าเสมอออกเป็น 2 ส่วน และนาไปลอยในน้า จะได้ผลดังรูปใด ก. ข. ค. ง.
  19. 19. ตัวอย่างข้อสอบ: การจมหรือลอย 2. ถ้าตัดวัตถุ x ออกเป็น 2 ส่วน และนาไปลอยน้าจะได้ผลดังรูปใด ก. ข. ค. ง. จงอธิบาย?
  20. 20. ตัวอย่างข้อสอบ: การจมหรือลอย 3. ถ้าตัดวัตถุ x ออกเป็น 2 ส่วน และนาไปลอยสารละลายชนิดอื่น จะได้ผลดังรูปใด ก. ข. ค. ง. จงอธิบาย?
  21. 21. ตัวอย่างข้อสอบ: การจมหรือลอย 4. ถ้าตัดวัตถุ x ออกเป็น 2 ส่วน และนาไป ลอยใน ของเหลว y จะได้ผลเป็นอย่างไร จงอธิบาย
  22. 22. ตัวอย่างข้อสอบ: การจมหรือลอย 5. ถ้าต้องการทดสอบว่าวัตถุ x มีเนื้อเดียวกัน ตลอดทัง ้ ก้อนหรือไม่ มีวิธีการทดสอบได้อย่างไร? งไร?
  23. 23. ตัวอย่างข้อสอบ: การจมหรือลอย 6. อัตราส่วนของปริมาตรส่วนที่จมต่อ ปริมาตรรวมของวัตถุ x เป็นอย่างไร ก. 1 ข. 1 4 3 ค. 1 ง. 3 2 4
  24. 24. ตัวอย่างคาถามวัดเนื้อหาและสมรรถนะหลายกลุ่ม นักวิจัยต้องการสร้างทุ่นทรงกระบอกจากแผ่นโลหะผสมแล้วนาไปลอยในทะเล เพื่อวัดความหนาแน่นของน้าทะเลบริเวณนั้นได้ค่าระหว่าง 1020 kg/m3 ถึง 1029 kg/m3 นักวิจัยรู้ว่าแผ่นโลหะที่ซื้อมาหนัก M กิโลกรัม และเศษโลหะที่เหลือจากการสร้างทุ่น หนักน้อยมากเมื่อเทียบกับน้าหนักของทุ่น เ พื่อให้ทุ่นลอยในทะเลได้ จะต้องสร้างทุ่นให้มีปริมาตรมากหรือน้อยเพียงใดเมื่อ เทียบกับน้าหนักของแผ่นโลหะ จงอธิบายคาตอบ ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………….
  25. 25. ทุ่นทรงกระบอกแนวคาตอบ Vทรงกระบอก > M ÷1029 พร้อมแสดงที่มาของอสมการ เช่น
  26. 26. ทุ่นทรงกระบอก สาระ/มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ตามหลักสูตร 51: สาระที่ 2 การวัด / มาตรฐาน ค 2.1, ค 2.2 ตัวชี้วัด - ใช้ความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ พืนที่ผิว และปริมาตรแก้ปัญหา ้ ในสถานการณ์ต่าง ๆ - คาดคะเนเวลา ระยะทาง พื้นที่ ปริมาตร และน้้าหนักได้ อย่างใกล้เคียงและอธิบายวิธีการที่ใช้ในการคาดคะเน สาระที่ 4 พีชคณิต / มาตรฐาน ค 4.2 ตัวชี้วัด - ใช้ความรู้เกี่ยวกับอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวในการแก้ ปัญหา พร้อมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของค้าตอบ สาระที่ 6 ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
  27. 27. ตัวอย่างสถานการณ์ 1 น้ามันที่ใช้ในการประกอบอาหารโดยทั่วไป จะมีทั้งกรดไขมัน อิ่มตัวและไม่อิ่มตัวรวมอยู่ด้วยกัน แต่จะมีสัดส่วนที่แตกต่างกัน บางชนิดมี กรดไขมันอิ่มตัวเป็นองค์ประกอบมาก เช่น น้ามันหรือไขมันที่ได้จากสัตว์ทุก ชนิด น้ามันมะพร้าว เป็นต้น สาหรับกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตาแหน่งพบ มากในน้ามันถั่วเหลือง น้ามันดอกทานตะวัน เป็นต้น ไขมันแต่ละชนิดจะมีผลต่อร่างกายต่างกันโดยเฉพาะการ เปลี่ยนแปลงของระดับคอเลสเตอรอลในเลือด การกินกรดไขมันอิ่มตัวมาก จะทาให้คอเลสเตอรอลที่ดี (HDL) และไม่ดี (LDL) สูงขึ้น ขณะที่กรดไขมัน ไม่อิ่มตัวจะทาให้ทั้งคอเลสเตอรอลที่ดีและไม่ดีกับร่างกายลดลง ที่มา : หมอชาวบ้าน ปีที่ 33 ฉบับที่ 387
  28. 28. ตัวอย่างสถานการณ์ 1
  29. 29. ตัวอย่างสถานการณ์ 1
  30. 30. คาถาม 1.1 นักวิชาการคนหนึ่งกล่าวว่า “การโฆษณาของน้ามันพืชที่ไม่มี คอเลสเตอรอล อาจทาให้เข้าใจผิดว่าสามารถกินน้ามันพืชเท่าไรก็ได้” คากล่าวของนักวิชาการเป็นจริงหรือไม่ พร้อมอธิบายเหตุผล ของนักเรียน .................................................................................................................. ......................
  31. 31. เกณฑ์การให้คะแนน คาถาม 1.1 จุดประสงค์ของคาถาม เพื่ออธิบายผลจากการได้รับไขมันในปริมาณที่มากเกินไป เกณฑ์การให้คะแนน เป็นจริง โดยให้เหตุผลถึงผลเสียหรืออันตรายของการบริโภคไขมันในปริมาณที่มากเกินความจาเป็น เช่น ทาให้ไขมันส่วนเกินสะสมเป็นโรคอ้วน ปริมาณไขมันในเส้นเลือดสูงขึ้น ไขมันอุดตันในเส้นเลือด ไขมันส่วนเกินอาจถูกเปลี่ยนเป็นคลอเรสเตอรอล สาระมาตรฐาน/ตัวชี้วัดตามหลักสูตร 2551 สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตและกระบวนการดารงชีวิต / มาตรฐาน ว1.1 ตัวชี้วัด ทดลอง วิเคราะห์ และอธิบายสารอาหารในอาหารมีปริมาณพลังงานและสัดส่วนที่เหมาะสม กับเพศและวัย
  32. 32. คาถาม 1.2 องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การอาหารและเกษตรแห่ง สหประชาชาติ (FAO) แนะนาว่า “การกินไขมันเพื่อสุขภาพที่ดีควรได้ พลังงานจากไขมันไม่เกินร้อยละ 30 ของพลังงานทั้งหมด โดยได้กรด ไขมันอิ่มตัวไม่เกินร้อยละ 10 ในคนปกติ ส่วนที่เหลือเป็นกรดไขมันไม่ อิ่มตัว” ไขมัน 1 กรัม ให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี สมชายต้องการพลังงานวันละ 2,000 กิโลแคลอรี เพื่อสุขภาพที่ดี ควรรับประทานไขมันไม่อิ่มตัวมากที่สุดวันละกี่กรัม .................................................................................................................. ......................
  33. 33. เกณฑ์การให้คะแนน คาถาม 1.2 จุดประสงค์ของคาถาม เพื่อคานวณร้อยละของพลังงาน และแปลงพลังงานให้เป็นกรัม เกณฑ์การให้คะแนน 60 กรัม สาระมาตรฐาน/ตัวชี้วัดตามหลักสูตร 2551 สาระที่ 1 จานวนและการดาเนินการ / มาตรฐาน ค1.2 ตัวชี้วัด วิเคราะห์และแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาและโจทย์ปัญหาระคนของจานวนนับ เศษส่วน จานวนคละ ทศนิยม และร้อยละ พร้อมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคาตอบ และสร้าง โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับจานวนนับได้
  34. 34. คาถาม 1.3 นักเรียนคนหนึงอ่านข้อมูลในตารางแล้วสรุปว่า “น้ามันพืช ่ เหมาะกับการบริโภคมากกว่าน้ามันหมู” นักเรียนเห็นด้วยกับคากล่าวนี้หรือไม่ จงใช้ข้อมูลในตาราง สนับสนุนเหตุผลของนักเรียน .................................................................................................................. ......................
  35. 35. เกณฑ์การให้คะแนน คาถาม 1.3 จุดประสงค์ของคาถาม ตีความข้อมูลปริมาณไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวในตาราง เกณฑ์การให้คะแนน เห็นด้วย เพราะน้ามันพืชส่วนใหญ่มีกรดไขมันอิ่มตัวต่ากว่าน้ามันหมู ไม่เห็นด้วย เพราะน้ามันหมูมีไขมันอิ่มตัวน้อยกว่าน้ามันพืชบางชนิด เช่น น้ามันปาล์มและน้ามันมะพร้าว สาระมาตรฐาน/ตัวชี้วัดตามหลักสูตร 2551 สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตและกระบวนการดารงชีวิต / มาตรฐาน ว1.1 ตัวชี้วัด ทดลอง วิเคราะห์ และอธิบายสารอาหารในอาหารมีปริมาณพลังงานและสัดส่วนที่เหมาะสม กับเพศและวัย
  36. 36. ใบงานที่ 1สาหรับวันที่ 30 กรกฎาคม 2554
  37. 37. ใบงานที่ 1 - ออกข้อสอบตามสถานการณ์ที่กาหนดให้  ให้แต่ละกลุ่ม ออกข้อสอบตามสถานการณ์ที่ให้ เป็นข้อสอบวัด (1)วิทยาศาสตร์ (2)คณิตศาสตร์ และ(3)การอ่าน หรือแบบบูรณาการ พร้อมแนว คาตอบ และเกณฑ์การให้คะแนน  ในแต่ละวิชาออกข้อสอบจานวน 3 ข้อ โดยให้มี รูปแบบข้อสอบดังนี้ - แบบเลือกตอบ 1 ข้อ - แบบเขียนตอบสั้น 1 ข้อ - แบบเขียนตอบให้เหตุผล 1 ข้อ
  38. 38. ใบงานที่ 1 - ออกข้อสอบตามสถานการณ์ที่กาหนดให้  แต่ละคาถามให้เชื่อมโยงกับจุดประสงค์การเรียนรู้  เกณฑ์การให้คะแนนให้มีทั้งแบบ Analytic และ Holistic  ให้แต่ละกลุ่มนาเสนอเมื่อเสร็จแล้ว
  39. 39. ใบงานที่ 2สาหรับวันที่ 31 กรกฎาคม 2554
  40. 40. ใบงานที่ 2 - ออกข้อสอบตามสถานการณ์ที่เลือก  ให้อาจารย์แต่ละท่าน ออกข้อสอบตามสถานการณ์ ที่ท่านเลือก เป็นข้อสอบในวิชาที่สอน/ถนัด (วิทยาศาสตร์/ คณิตศาสตร์/การอ่าน หรือบูรณา การ) พร้อมแนวคาตอบ และเกณฑ์การให้คะแนน  ในแต่ละวิชาออกข้อสอบจานวน 3 ข้อ โดยให้มี รูปแบบข้อสอบดังนี้ - แบบเลือกตอบ 1 ข้อ - แบบเขียนตอบสั้น 1 ข้อ - แบบเขียนตอบให้เหตุผล 1 ข้อ
  41. 41. ใบงานที่ 2 - ออกข้อสอบตามสถานการณ์ที่เลือก  แต่ละคาถามให้เชื่อมโยงกับจุดประสงค์การเรียนรู้  เกณฑ์การให้คะแนนให้มีทั้งแบบ Analytic และ Holistic

×