Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
การสรางขอสอบตามแนวการวัด
ในโครงการวิจัยนานาชาติ PISA
30 กรกฎาคม 2544
การวัดและประเมินผลการเรียน
1. เพื่อประเมินความกาวหนาและพัฒนาการของ
การเรียนการสอน (Formative Assessment)
2. เพื่อประเมิน...
วิธีการวัดผลการเรียนการสอน
1. การทดสอบดวยขอสอบ
2. การประเมินผลจากการปฏิบัติงานและผลงานของผูเรียน
3. การประเมินจากบริบทอ...
องคประกอบสําคัญของขอสอบมี 2 สวน ดังนี้
1. สถานการณหรือขอสนเทศ
2. คําถามหรือปญหา
การทดสอบดวยขอสอบ
เปนสวนของขอมูลเพื่อใชในการตอบคําถาม โดยนําเสนอ
เหตุการณ ปรากฏการณ หรือการจัดประสบการณที่สอดคลองกับเนื้อหาสาระ
ของบ...
• เหตุการณจริงหรือสถานการณจําลองที่ใกลเคียงความจริง
ความรูตางๆ ที่มีผูอื่นรวบรวมไวแลว
• ปรากฏการณที่เกิดขึ้นในปจ...
เปนสวนของคําสั่งที่ระบุใหทราบวาตองการใหทําอะไร
โดยทั่วไปตองการใหตอบสนองโดยการคิดในเชิงวิทยาศาสตรและ
นําความรู ทั...
• สอดคลองกับมาตรฐานการเรียนรูและสถานการณ
ที่กําหนด
• สื่อสารไดชัดเจนและใชภาษาที่เหมาะสมกับระดับของ
ผูเรียน
• สงเสริ...
ลักษณะขอสอบ
เลือกตอบ1
เลือกตอบแบบเชิงซอน2
เขียนตอบแบบสั้น/ปด3
เขียนตอบแบบอิสระ4
การเตรียมขอสอบแบบเขียนตอบควรมีแนวการ
ตอบและเกณฑการใหคะแนนดวย เพื่อใหผูตรวจคําตอบ
สามารถตรวจไดสะดวกและใหคะแนนไดตรง...
1. เกณฑใหคะแนนแบบภาพรวม (Holistic Scoring Guideline )
เปนการใหคะแนน โดยดูภาพรวมที่แสดงถึงความเขาใจ การเกิด
แนวคิดหลัก...
2. เกณฑใหคะแนนแบบแยกองคประกอบ ( Analytic Scoring Guideline )
เปนการใหคะแนนผลงานโดยแยกองคประกอบของผลงาน
ออกเปนดานต...
ชวงชั้นที่ 3 สาระที่ 5
ทดลองและอธิบายการดูดกลืนแสง และการคายความรอนของวัตถุตางๆ
สืบคนขอมูล รวมทั้งการนําความรูไปใชอ...
คําถาม
ผลของการทดลองนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยางไร เพราะเหตุใดจึงเปนเชนนั้น
แนวคําตอบ
ผูตอบมีความเขาใจการดูดกลืนและการคายพ...
รายการประเมิน ระดับคุณภาพ
ตองปรับปรุง
พอใช
ดี
เกณฑการประเมินแบบภาพรวม
• อธิบายการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ แตไมสามารถอธิ...
รายการประเมิน คะแนน
1• อุณหภูมิของน้ําในถังทั้งสองเพิ่มขึ้น
1• อุณหภูมิของน้ําในถังสีดําเพิ่มขึ้นมากกวาถังสีขาว
รวม 4 คะแ...
พิจารณารูปตอไปนี้
น้ํา
วัตถุ x
ตัวอยางขอสอบ: การจมหรือลอย
ถาตัดวัตถุ x ซึ่งมีเนื้อสม่ําเสมอออกเปน 2 สวน และนําไปลอยในน้ํา
จะไดผลดังรูปใด
1.
ก. ข.
ค. ง.
ก. ข.
ค.
ก. ข.
ตัวอยางข...
ถาตัดวัตถุ x ออกเปน 2 สวน และนําไปลอยน้ําจะไดผลดังรูปใด2.
จงอธิบาย?
ง.ค.
ก. ข.
ตัวอยางขอสอบ: การจมหรือลอย
ถาตัดวัตถุ x ออกเปน 2 สวน และนําไปลอยสารละลายชนิดอื่น
จะไดผลดังรูปใด
3.
จงอธิบาย?
ง.ค.
ก. ข.
ตัวอยางขอสอบ: การจมหรือ...
ถาตัดวัตถุ x ออกเปน 2 สวน และนําไป ลอยใน
ของเหลว y จะไดผลเปนอยางไร
4.
จงอธิบาย
ตัวอยางขอสอบ: การจมหรือลอย
ถาตองการทดสอบวาวัตถุ x มีเนื้อเดียวกัน ตลอดทั้ง
กอนหรือไม
5.
มีวิธีการทดสอบไดอยางไร?
ตัวอยางขอสอบ: การจมหรือลอย
อัตราสวนของปริมาตรสวนที่จมตอ
ปริมาตรรวมของวัตถุ x เปนอยางไร
6.
3
1
4
3
2
1
4
1ก.
ค. ง.
ข.
ตัวอยางขอสอบ: การจมหรือลอย
นักวิจัยตองการสรางทุนทรงกระบอกจากแผนโลหะผสมแลวนําไปลอยในทะเล
เพื่อวัดความหนาแนนของน้ําทะเลบริเวณนั้นไดคาระหวาง 10...
ทุนทรงกระบอก
แนวคําตอบ Vทรงกระบอก > M ÷1029 พรอมแสดงที่มาของอสมการ เชน
ทุนทรงกระบอก
สาระ/มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ตามหลักสูตร 51:
สาระที่ 2 การวัด / มาตรฐาน ค 2.1, ค 2.2
ตัวชี้วัด
- ใชความรูเกี่ยวก...
ตัวอยางสถานการณ 1
น้ํามันที่ใชในการประกอบอาหารโดยทั่วไป จะมีทั้งกรดไขมัน
อิ่มตัวและไมอิ่มตัวรวมอยูดวยกัน แตจะมีสัดส...
ตัวอยางสถานการณ 1
ตัวอยางสถานการณ 1
คําถาม 1.1
นักวิชาการคนหนึ่งกลาววา “การโฆษณาของน้ํามันพืชที่ไมมี
คอเลสเตอรอล อาจทําใหเขาใจผิดวาสามารถกินน้ํามันพืชเท...
เกณฑการใหคะแนน คําถาม 1.1
เกณฑการใหคะแนน
เปนจริง โดยใหเหตุผลถึงผลเสียหรืออันตรายของการบริโภคไขมันในปริมาณที่มากเกินค...
คําถาม 1.2
องคการอนามัยโลก (WHO) และองคการอาหารและเกษตร
แหงสหประชาชาติ (FAO) แนะนําวา “การกินไขมันเพื่อสุขภาพที่ดี
ควร...
เกณฑการใหคะแนน คําถาม 1.2
เกณฑการใหคะแนน
60 กรัม
จุดประสงคของคําถาม
เพื่อคํานวณรอยละของพลังงาน และแปลงพลังงานใหเปน...
คําถาม 1.3
นักเรียนคนหนึ่งอานขอมูลในตารางแลวสรุปวา “น้ํามันพืช
เหมาะกับการบริโภคมากกวาน้ํามันหมู”
......................
เกณฑการใหคะแนน คําถาม 1.3
เกณฑการใหคะแนน
เห็นดวย เพราะน้ํามันพืชสวนใหญมีกรดไขมันอิ่มตัวต่ํากวาน้ํามันหมู
ไมเห็นด...
ใบงานที่ 1
สําหรับวันที่ 30 กรกฎาคม 2554
ใบงานที่ 1 - ออกขอสอบตามสถานการณที่กําหนดให
 ใหแตละกลุม ออกขอสอบตามสถานการณที่ให
เปนขอสอบวัด (1)วิทยาศาสตร (2...
ใบงานที่ 1 - ออกขอสอบตามสถานการณที่กําหนดให
 แตละคําถามใหเชื่อมโยงกับจุดประสงคการเรียนรู
 เกณฑการใหคะแนนใหมีทั...
ใบงานที่ 2
สําหรับวันที่ 31 กรกฎาคม 2554
ใบงานที่ 2 - ออกขอสอบตามสถานการณที่เลือก
 ใหอาจารยแตละทาน ออกขอสอบตามสถานการณ
ที่ทานเลือก เปนขอสอบในวิชาที่สอน...
ใบงานที่ 2 - ออกขอสอบตามสถานการณที่เลือก
 แตละคําถามใหเชื่อมโยงกับจุดประสงคการเรียนรู
 เกณฑการใหคะแนนใหมีทั้งแบ...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

การสร้างข้อสอบตามแนวการวัดในโครงการวิจัยนานาชาติ PISA โดย ดร.ปรีชาญ เดชศรี

656 views

Published on

การสร้างข้อสอบตามแนวการวัดในโครงการวิจัยนานาชาติ PISA โดย ดร.ปรีชาญ เดชศรี
เป็นสไลด์ที่ ดร ปรีชาญ เดชศรี ที่ปรึกษาโครงการ PISA อ่านสไลด์ดูแล้วลองนำไปปรับข้อสอบในโรงเรียนของเรา เพื่ออนาคตของเด็กไทยครับ

Published in: Education
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

การสร้างข้อสอบตามแนวการวัดในโครงการวิจัยนานาชาติ PISA โดย ดร.ปรีชาญ เดชศรี

  1. 1. การสรางขอสอบตามแนวการวัด ในโครงการวิจัยนานาชาติ PISA 30 กรกฎาคม 2544
  2. 2. การวัดและประเมินผลการเรียน 1. เพื่อประเมินความกาวหนาและพัฒนาการของ การเรียนการสอน (Formative Assessment) 2. เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของการเรียนการสอน (Summative Assessment) 3. เพื่อประเมินการจบการศึกษา (Exit Examination) เปาหมายของการวัดผล
  3. 3. วิธีการวัดผลการเรียนการสอน 1. การทดสอบดวยขอสอบ 2. การประเมินผลจากการปฏิบัติงานและผลงานของผูเรียน 3. การประเมินจากบริบทอื่น
  4. 4. องคประกอบสําคัญของขอสอบมี 2 สวน ดังนี้ 1. สถานการณหรือขอสนเทศ 2. คําถามหรือปญหา การทดสอบดวยขอสอบ
  5. 5. เปนสวนของขอมูลเพื่อใชในการตอบคําถาม โดยนําเสนอ เหตุการณ ปรากฏการณ หรือการจัดประสบการณที่สอดคลองกับเนื้อหาสาระ ของบทเรียน ตามสาระและมาตรฐานการเรียนรูของหลักสูตร รวมทั้งมีความ เชื่อมโยงกับความเปนจริงของชีวิต และสังคม สถานการณหรือขอสนเทศ
  6. 6. • เหตุการณจริงหรือสถานการณจําลองที่ใกลเคียงความจริง ความรูตางๆ ที่มีผูอื่นรวบรวมไวแลว • ปรากฏการณที่เกิดขึ้นในปจจุบัน หรือประเด็นที่สังคม ใหความสนใจ • สถานการณที่เกี่ยวของกับบทเรียน สาระการเรียนรู ในหลักสูตร • เรื่องสมมติที่สามารถนํามาวิเคราะห แกปญหา ใหความคิดเห็น หรือแสดงความรูสึก สถานการณหรือขอสนเทศควรมีลักษณะ ดังนี้ สถานการณหรือขอสนเทศ
  7. 7. เปนสวนของคําสั่งที่ระบุใหทราบวาตองการใหทําอะไร โดยทั่วไปตองการใหตอบสนองโดยการคิดในเชิงวิทยาศาสตรและ นําความรู ทักษะตางๆ ไปเพื่อใชแกปญหา คําถามสวนใหญมี ลักษณะปลายเปดที่ใหผูเรียนมีอิสระทางความคิด และถายทอด ความรูในรูปแบบของการเขียนตอบได คําถามหรือปญหา
  8. 8. • สอดคลองกับมาตรฐานการเรียนรูและสถานการณ ที่กําหนด • สื่อสารไดชัดเจนและใชภาษาที่เหมาะสมกับระดับของ ผูเรียน • สงเสริมใหผูเรียนคิดวิเคราะห วิจารณ อภิปราย แกปญหา ตัดสินใจ ประเมินคา และสรางคําตอบไดอยางสมเหตุผล • เนื้อหาของคําถามมีความยุติธรรมสําหรับผูเรียนทุกคน คําถามหรือปญหา ควรมีลักษณะ ดังนี้ คําถามหรือปญหา
  9. 9. ลักษณะขอสอบ เลือกตอบ1 เลือกตอบแบบเชิงซอน2 เขียนตอบแบบสั้น/ปด3 เขียนตอบแบบอิสระ4
  10. 10. การเตรียมขอสอบแบบเขียนตอบควรมีแนวการ ตอบและเกณฑการใหคะแนนดวย เพื่อใหผูตรวจคําตอบ สามารถตรวจไดสะดวกและใหคะแนนไดตรงกัน - แนวการตอบ เปนหลักการหรือแนวคิดที่เปนไปได ในการตอบคําถาม - เกณฑการใหคะแนน เปนเกณฑที่กําหนดขึ้น สําหรับการใหคะแนนคําตอบโดยพิจารณาความถูกตอง ครบถวนและความสมบูรณของคําตอบเปนสําคัญ ขอสอบแบบเขียนตอบ
  11. 11. 1. เกณฑใหคะแนนแบบภาพรวม (Holistic Scoring Guideline ) เปนการใหคะแนน โดยดูภาพรวมที่แสดงถึงความเขาใจ การเกิด แนวคิดหลัก กระบวนการที่ใช และการสื่อความหมาย และแบงระดับ คุณภาพของงานโดยเขียนอธิบายพฤติกรรมการแสดงออกในแตละระดับ อยางชัดเจน ลักษณะของเกณฑการใหคะแนนแบบเขียนตอบมี 2 รูปแบบ เกณฑการใหคะแนนขอสอบแบบเขียนตอบ
  12. 12. 2. เกณฑใหคะแนนแบบแยกองคประกอบ ( Analytic Scoring Guideline ) เปนการใหคะแนนผลงานโดยแยกองคประกอบของผลงาน ออกเปนดานตางๆ และอธิบายพฤติกรรมการแสดงออกในแตละ องคประกอบเปนระดับ ขอดีของการใหคะแนนแบบนี้ คือ มีความเปนปรนัยในการ ใหคะแนนมากขึ้นและสามารถกําหนดสัดสวนของคะแนนตาม ความสําคัญได เกณฑการใหคะแนนขอสอบแบบเขียนตอบ
  13. 13. ชวงชั้นที่ 3 สาระที่ 5 ทดลองและอธิบายการดูดกลืนแสง และการคายความรอนของวัตถุตางๆ สืบคนขอมูล รวมทั้งการนําความรูไปใชออกแบบเพื่อประโยชนในกิจกรรมตางๆ ตัวอยางขอสอบเขียนตอบ: การดูดกลืนแสงของวัตถุ สถานการณ นักเรียนกลุมหนึ่งทําการทดลอง นําถังโลหะ 2 ใบขนาดเทากัน ใบที่ 1 ทาสีดําและใบที่ 2 ทาสีขาว ใสน้ําปริมาณ ที่เทากัน ตากแดดในวันที่อากาศรอนจัด และสังเกตอุณหภูมิของน้ําในตอนเริ่มตน เวลา 8.00 น. และหลังจากตากแดดที่ รอนจัดถึงเวลา 12.00 น. ไดผลดังภาพ เวลา 8.00 นาฬิกา 25O C 25O C 38O C 33O C เวลา 12.00 นาฬิกา
  14. 14. คําถาม ผลของการทดลองนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยางไร เพราะเหตุใดจึงเปนเชนนั้น แนวคําตอบ ผูตอบมีความเขาใจการดูดกลืนและการคายพลังงานความรอนของวัตถุสีเขมและ สีออนได โดยมีแนวการตอบดังนี้ “อุณหภูมิของน้ําในถังทั้งสองสูงขึ้น อุณหภูมิ ของน้ําในถังสีดําสูงขึ้นมากกวาน้ําในถังสีขาว เนื่องจากวัตถุสีดําดูดกลืนแสงและ คายความรอนไดดีกวาวัตถุสีขาว จึงทําใหน้ําในถังสีดํามีอุณหภูมิสูงขึ้นมากกวา” ตัวอยางขอสอบเขียนตอบ: การดูดกลืนแสงของวัตถุ
  15. 15. รายการประเมิน ระดับคุณภาพ ตองปรับปรุง พอใช ดี เกณฑการประเมินแบบภาพรวม • อธิบายการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ แตไมสามารถอธิบาย เหตุผลได • อธิบายการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไดโดยเปรียบเทียบ อุณหภูมิที่แตกตางกันระหวางถังทั้งสอง และ อธิบายเหตุผล ที่อุณหภูมิของถังทั้งสองเพิ่มขึ้นไดบางสวน • อธิบายการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได โดยเปรียบเทียบ อุณหภูมิที่แตกตางกันระหวางถังทั้งสอง และ อธิบาย เหตุผลที่อุณหภูมิของถังทั้งสองเพิ่มขึ้นโดยเปรียบเทียบ สมบัติการดูดกลืนแสงและคายความรอนของวัตถุสีขาวและ สีดํา ตัวอยางขอสอบเขียนตอบ: การดูดกลืนแสงของวัตถุ
  16. 16. รายการประเมิน คะแนน 1• อุณหภูมิของน้ําในถังทั้งสองเพิ่มขึ้น 1• อุณหภูมิของน้ําในถังสีดําเพิ่มขึ้นมากกวาถังสีขาว รวม 4 คะแนน เกณฑการประเมินแบบแยกองคประกอบ 1• อธิบายวาวัตถุสีดําสามารถดูดกลืนแสงไดดีกวาวัตถุสีขาว 1 • อธิบายวาวัตถุสีดําสามารถคายพลังงานความรอน ไดดีกวาวัตถุสีขาว ตัวอยางขอสอบเขียนตอบ: การดูดกลืนแสงของวัตถุ
  17. 17. พิจารณารูปตอไปนี้ น้ํา วัตถุ x ตัวอยางขอสอบ: การจมหรือลอย
  18. 18. ถาตัดวัตถุ x ซึ่งมีเนื้อสม่ําเสมอออกเปน 2 สวน และนําไปลอยในน้ํา จะไดผลดังรูปใด 1. ก. ข. ค. ง. ก. ข. ค. ก. ข. ตัวอยางขอสอบ: การจมหรือลอย
  19. 19. ถาตัดวัตถุ x ออกเปน 2 สวน และนําไปลอยน้ําจะไดผลดังรูปใด2. จงอธิบาย? ง.ค. ก. ข. ตัวอยางขอสอบ: การจมหรือลอย
  20. 20. ถาตัดวัตถุ x ออกเปน 2 สวน และนําไปลอยสารละลายชนิดอื่น จะไดผลดังรูปใด 3. จงอธิบาย? ง.ค. ก. ข. ตัวอยางขอสอบ: การจมหรือลอย
  21. 21. ถาตัดวัตถุ x ออกเปน 2 สวน และนําไป ลอยใน ของเหลว y จะไดผลเปนอยางไร 4. จงอธิบาย ตัวอยางขอสอบ: การจมหรือลอย
  22. 22. ถาตองการทดสอบวาวัตถุ x มีเนื้อเดียวกัน ตลอดทั้ง กอนหรือไม 5. มีวิธีการทดสอบไดอยางไร? ตัวอยางขอสอบ: การจมหรือลอย
  23. 23. อัตราสวนของปริมาตรสวนที่จมตอ ปริมาตรรวมของวัตถุ x เปนอยางไร 6. 3 1 4 3 2 1 4 1ก. ค. ง. ข. ตัวอยางขอสอบ: การจมหรือลอย
  24. 24. นักวิจัยตองการสรางทุนทรงกระบอกจากแผนโลหะผสมแลวนําไปลอยในทะเล เพื่อวัดความหนาแนนของน้ําทะเลบริเวณนั้นไดคาระหวาง 1020 kg/m3 ถึง 1029 kg/m3 นักวิจัยรูวาแผนโลหะที่ซื้อมาหนัก M กิโลกรัม และเศษโลหะที่เหลือจากการสรางทุน หนักนอยมากเมื่อเทียบกับน้ําหนักของทุน เ พื่อใหทุนลอยในทะเลได จะตองสรางทุนใหมีปริมาตรมากหรือนอยเพียงใดเมื่อ เทียบกับน้ําหนักของแผนโลหะ จงอธิบายคําตอบ ……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………. ตัวอยางคําถามวัดเนื้อหาและสมรรถนะหลายกลุม
  25. 25. ทุนทรงกระบอก แนวคําตอบ Vทรงกระบอก > M ÷1029 พรอมแสดงที่มาของอสมการ เชน
  26. 26. ทุนทรงกระบอก สาระ/มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ตามหลักสูตร 51: สาระที่ 2 การวัด / มาตรฐาน ค 2.1, ค 2.2 ตัวชี้วัด - ใชความรูเกี่ยวกับพื้นที่ พื้นที่ผิว และปริมาตรแกปญหาในสถานการณตาง ๆ - คาดคะเนเวลา ระยะทาง พื้นที่ ปริมาตร และน้ําหนักไดอยางใกลเคียง และอธิบายวิธีการที่ใชในการคาดคะเน สาระที่ 4 พีชคณิต / มาตรฐาน ค 4.2 ตัวชี้วัด - ใชความรูเกี่ยวกับอสมการเชิงเสนตัวแปรเดียวในการแกปญหา พรอมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคําตอบ สาระที่ 6 ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
  27. 27. ตัวอยางสถานการณ 1 น้ํามันที่ใชในการประกอบอาหารโดยทั่วไป จะมีทั้งกรดไขมัน อิ่มตัวและไมอิ่มตัวรวมอยูดวยกัน แตจะมีสัดสวนที่แตกตางกัน บางชนิดมี กรดไขมันอิ่มตัวเปนองคประกอบมาก เชน น้ํามันหรือไขมันที่ไดจากสัตว ทุกชนิด น้ํามันมะพราว เปนตน สําหรับกรดไขมันไมอิ่มตัวหลายตําแหนง พบมากในน้ํามันถั่วเหลือง น้ํามันดอกทานตะวัน เปนตน ไขมันแตละชนิดจะมีผลตอรางกายตางกันโดยเฉพาะการ เปลี่ยนแปลงของระดับคอเลสเตอรอลในเลือด การกินกรดไขมันอิ่มตัว มากจะทําใหคอเลสเตอรอลที่ดี (HDL) และไมดี (LDL) สูงขึ้น ขณะที่กรด ไขมันไมอิ่มตัวจะทําใหทั้งคอเลสเตอรอลที่ดีและไมดีกับรางกายลดลง ที่มา : หมอชาวบาน ปที่ 33 ฉบับที่ 387
  28. 28. ตัวอยางสถานการณ 1
  29. 29. ตัวอยางสถานการณ 1
  30. 30. คําถาม 1.1 นักวิชาการคนหนึ่งกลาววา “การโฆษณาของน้ํามันพืชที่ไมมี คอเลสเตอรอล อาจทําใหเขาใจผิดวาสามารถกินน้ํามันพืชเทาไรก็ได” คํากลาวของนักวิชาการเปนจริงหรือไม พรอมอธิบายเหตุผล ของนักเรียน .................................................................................................................. ....................
  31. 31. เกณฑการใหคะแนน คําถาม 1.1 เกณฑการใหคะแนน เปนจริง โดยใหเหตุผลถึงผลเสียหรืออันตรายของการบริโภคไขมันในปริมาณที่มากเกินความจําเปน เชน ทําใหไขมันสวนเกินสะสมเปนโรคอวน ปริมาณไขมันในเสนเลือดสูงขึ้น ไขมันอุดตันในเสนเลือด ไขมันสวนเกินอาจถูกเปลี่ยนเปนคลอเรสเตอรอล จุดประสงคของคําถาม เพื่ออธิบายผลจากการไดรับไขมันในปริมาณที่มากเกินไป สาระมาตรฐาน/ตัวชี้วัดตามหลักสูตร 2551 สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตและกระบวนการดํารงชีวิต / มาตรฐาน ว1.1 ตัวชี้วัด ทดลอง วิเคราะห และอธิบายสารอาหารในอาหารมีปริมาณพลังงานและสัดสวนที่เหมาะสม กับเพศและวัย
  32. 32. คําถาม 1.2 องคการอนามัยโลก (WHO) และองคการอาหารและเกษตร แหงสหประชาชาติ (FAO) แนะนําวา “การกินไขมันเพื่อสุขภาพที่ดี ควรไดพลังงานจากไขมันไมเกินรอยละ 30 ของพลังงานทั้งหมด โดย ไดกรดไขมันอิ่มตัวไมเกินรอยละ 10 ในคนปกติ สวนที่เหลือเปนกรด ไขมันไมอิ่มตัว” ไขมัน 1 กรัม ใหพลังงาน 9 กิโลแคลอรี สมชายตองการพลังงานวันละ 2,000 กิโลแคลอรี .................................................................................................................. เพื่อสุขภาพที่ดี ควรรับประทานไขมันไมอิ่มตัวมากที่สุดวันละกี่กรัม
  33. 33. เกณฑการใหคะแนน คําถาม 1.2 เกณฑการใหคะแนน 60 กรัม จุดประสงคของคําถาม เพื่อคํานวณรอยละของพลังงาน และแปลงพลังงานใหเปนกรัม สาระมาตรฐาน/ตัวชี้วัดตามหลักสูตร 2551 สาระที่ 1 จํานวนและการดําเนินการ / มาตรฐาน ค1.2 ตัวชี้วัด วิเคราะหและแสดงวิธีหาคําตอบของโจทยปญหาและโจทยปญหาระคนของจํานวนนับ เศษสวน จํานวนคละ ทศนิยม และรอยละ พรอมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคําตอบ และสราง โจทยปญหาเกี่ยวกับจํานวนนับได
  34. 34. คําถาม 1.3 นักเรียนคนหนึ่งอานขอมูลในตารางแลวสรุปวา “น้ํามันพืช เหมาะกับการบริโภคมากกวาน้ํามันหมู” .................................................................................................................. ...................... นักเรียนเห็นดวยกับคํากลาวนี้หรือไม จงใชขอมูลในตาราง สนับสนุนเหตุผลของนักเรียน
  35. 35. เกณฑการใหคะแนน คําถาม 1.3 เกณฑการใหคะแนน เห็นดวย เพราะน้ํามันพืชสวนใหญมีกรดไขมันอิ่มตัวต่ํากวาน้ํามันหมู ไมเห็นดวย เพราะน้ํามันหมูมีไขมันอิ่มตัวนอยกวาน้ํามันพืชบางชนิด เชน น้ํามันปาลมและน้ํามันมะพราว จุดประสงคของคําถาม ตีความขอมูลปริมาณไขมันอิ่มตัวและไมอิ่มตัวในตาราง สาระมาตรฐาน/ตัวชี้วัดตามหลักสูตร 2551 สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตและกระบวนการดํารงชีวิต / มาตรฐาน ว1.1 ตัวชี้วัด ทดลอง วิเคราะห และอธิบายสารอาหารในอาหารมีปริมาณพลังงานและสัดสวนที่เหมาะสม กับเพศและวัย
  36. 36. ใบงานที่ 1 สําหรับวันที่ 30 กรกฎาคม 2554
  37. 37. ใบงานที่ 1 - ออกขอสอบตามสถานการณที่กําหนดให  ใหแตละกลุม ออกขอสอบตามสถานการณที่ให เปนขอสอบวัด (1)วิทยาศาสตร (2)คณิตศาสตร และ(3)การอาน หรือแบบบูรณาการ พรอมแนว คําตอบ และเกณฑการใหคะแนน  ในแตละวิชาออกขอสอบจํานวน 3 ขอ โดยใหมี รูปแบบขอสอบดังนี้ - แบบเลือกตอบ 1 ขอ - แบบเขียนตอบสั้น 1 ขอ - แบบเขียนตอบใหเหตุผล 1 ขอ
  38. 38. ใบงานที่ 1 - ออกขอสอบตามสถานการณที่กําหนดให  แตละคําถามใหเชื่อมโยงกับจุดประสงคการเรียนรู  เกณฑการใหคะแนนใหมีทั้งแบบ Analytic และ Holistic  ใหแตละกลุมนําเสนอเมื่อเสร็จแลว
  39. 39. ใบงานที่ 2 สําหรับวันที่ 31 กรกฎาคม 2554
  40. 40. ใบงานที่ 2 - ออกขอสอบตามสถานการณที่เลือก  ใหอาจารยแตละทาน ออกขอสอบตามสถานการณ ที่ทานเลือก เปนขอสอบในวิชาที่สอน/ถนัด (วิทยาศาสตร/ คณิตศาสตร/การอาน หรือบูรณา การ) พรอมแนวคําตอบ และเกณฑการใหคะแนน  ในแตละวิชาออกขอสอบจํานวน 3 ขอ โดยใหมี รูปแบบขอสอบดังนี้ - แบบเลือกตอบ 1 ขอ - แบบเขียนตอบสั้น 1 ขอ - แบบเขียนตอบใหเหตุผล 1 ขอ
  41. 41. ใบงานที่ 2 - ออกขอสอบตามสถานการณที่เลือก  แตละคําถามใหเชื่อมโยงกับจุดประสงคการเรียนรู  เกณฑการใหคะแนนใหมีทั้งแบบ Analytic และ Holistic

×