More Related Content
PDF
PDF
2ชุดฝึกทักษะกระบวนการคิดตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์ PDF
การสืบพันธุ์ของพืชดอก (T) PPTX
PDF
การรับรู้และตอบสนองของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวและสัตว์Blank PDF
ฮอร์โมนพืช ( Plant hormones ) PDF
ใบกิจกรรมที่ 7 การรักษาดุลยภาพของกรดเบส PDF
What's hot
PDF
บทที่ 1 พันธุกรรมกับหมู่เลือด PDF
PDF
PDF
PDF
การสืบพันธุ์ของพืชดอกโครงสร้างดอก PDF
PDF
PDF
PDF
การลำเลียงน้ำและอาหารของพืช PDF
11. ชุดที่ 8 เทคโนโลยีชีวภาพ PDF
PDF
PDF
ใบงานการย่อยอาหาร Version นักเรียนค่ะ PDF
ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต02 PDF
ใบกิจกรรมที่ 11 ระบบภูมิคุ้มกันและความผิดปกติ PDF
Mindmap การลำเลียงสารผ่านเข้าออกเซลล์ PDF
PDF
PPTX
PDF
บทที่ 3 เซลล์ของสิ่งมีชีวิต Viewers also liked
PDF
PDF
PDF
หลอดเลือดและส่วนประกอบของเลือด PDF
PDF
PDF
PDF
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีDna PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
แนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการ PDF
PDF
PDF
พันธุศาสตร์และเทคโนโลยีทางDna PDF
PDF
PDF
PDF
ใบเก็บคะแนนปรับระหว่างเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์ ว 23102_ชั้นมัธยมศึกษาปีที่_3 PPTX
Similar to โครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊สของคน
PDF
PDF
ชีววิทยาเรื่องการหายใจ respiration system PDF
บทที่ 2 ระบบต่างๆในร่างกายมนุษย์ หายใจ PDF
ระบบหายใจ (Respiratory System) PDF
PDF
PDF
PPT
PDF
PPT
PPT
PPT
PDF
PPT
PPT
PPT
PDF
PDF
PPTX
PPT
More from Wan Ngamwongwan
PDF
PDF
dnaกับลักษณะทางพันธุกรรมม.5 PDF
ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแอลลีล PDF
PDF
PDF
หน่วยที่2สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีวิตบริเวณชายหาด PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PPTX
PDF
โครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊สของคน
- 1.
- 3.
ทางเดินหายใจของคนประกอบด้วย
1. รูจมูก (Nostrill)เป็นทางผ่านเข้าของอากาศ
2. ช่องจมูกหรือโพรงจมูก (Nasal cavity) เป็นโพรงที่ถัดจากรู
จมูกเข้าไปซึ่งติดต่อกับคอหอย ที่โพรงจมูกจะมีขนเส้นเล็ก ๆ และ
ต่อมน้้ามันช่วยกรองและจับฝุ่นละอองไม่ให้ผ่านลงสูปอด
่
นอกจากนี้ที่โพรงจมูกยังมีเยื่อบุจมูกหนาช่วยให้อากาศที่เข้ามามี
ความชุ่มชื้น
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 4.
3. คอหอย (Pharynx)เป็นบริเวณทีพบกันของช่องอากาศจากจมูก
่
ช่องอาหารจากปาก กล่องเสียงจากหลอดลมคอและช่องจากหูคือ
หลอดยูสเทเชียน(eustachian tube) อากาศเมื่อผ่านคอหอยจะเข้า
สู่กล่องเสียง ที่กล่องเสียงมีอวัยวะที่ท้าหน้าที่ปิดเปิดกล่องเสียง เรียก
เอพิกลอททิส(epiglottis) ป้องกันไม่ให้อาหารตกลงสู่หลอดลมคอ
4. หลอดลม (trachea) เป็นหลอดยาวตรง มีกระดูกอ่อนเรียง
เป็นรูปเกือกม้าติดอยู่ และการที่มีแผ่นกระดูกอ่อนจึงท้าให้หลอดลม
ไม่แฟบลง บริเวณส่วนต้นของหลอดลมเรียก หลอดลมคอ ส่วน
หลอดลม จะหมายถึงส่วนที่แตกแขนงออกจากหลอดลมคอ แบ่ง
ออกเป็น 2 กิ่ง เข้าสูปอดทั้งสองข้าง
่
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 5.
5.ขั้วปอด (Bronchus )เป็นส่วนของหลอดลมที่แยกออกเป็น
กิ่ง ซ้ายและขวาเข้าสูปอด
่
6.แขนงขั้วปอดหรือหลอดลมฝอย (Bronchiole) เป็นแขนงของ
ท่อลมที่แยกออกไปมากมายแทรกอยู่ทั่วไปในเนื้อปอด ซึ่งจะไป
สิ้นสุดที่ถุงลม (alveolus)
7.ถุงลมเล็ก ๆ ในปอด (alveolus ) ที่ผนังของถุงลมจะมีเส้น
เลือดฝอยล้อมรอบอยู่มากมาย จึงเป็นแหล่งในการแลกเปลี่ยนก๊าซ
ภายในปอดของคนมี อัลวิโอลัส (ถุงลมเล็ก ๆ )
ประมาณ 300 ล้านถุง ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 6.
ระบบแลกเปลียนแก๊สและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง
่
1. รูจมูก
2. โพรงจมูก
3. คอหอย
4. กล่องเสียง
5. หลอดลม
6. ขั้วปอด
7. กระบังลม
8. กระดูกซี่โครง
9. กล้ามเนื้อยึดซี่โครง
X : อาหารเข้าปาก
Y : อาหารลงหลอดอาหาร
Z : ต้าแหน่งของหัวใจ
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 7.
- 8.
- 9.
- 10.
- 11.
- 12.
ปอดอยู่ในช่องทรวงอก มีลักษณะยืดหยุ่น
คล้ายฟองน้้า แบ่งเป็นปอดขวาและปอดซ้าย
โดยปอดขวามี 3 กลีบ และปอดซ้ายมี 2
กลีบแต่ละกลีบจะประกอบด้วยกลีบเล็กๆ
หลายกลีบ
ปอดแต่ละข้างหุ้มด้วยเยื่อหุ้มบางๆ สองชั้น โดยเยื่อชั้นในยึดติดกับเนื้อปอดและ
เยื่อชั้นนอกยึดติดกับผนังทรวงอก ช่องว่างระหว่างเยื่อทั้งสองชั้นเรียกว่า ช่องเยื่อ
หุ้มปอด ซึ่งภายในมีของเหลวใสเคลือบอยู่ ประมาณ 2 – 5 ซีซี
ความดันอากาศในช่องเยื่อหุ้มปอดนี้จะเป็นต่้ากว่าบรรยากาศเสมอ ทั้งในขณะ
หายใจเข้าและหายใจออก
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 13.
- 14.
- 15.
- 16.
- 17.
- 18.
ผลการทดลอง
ขณะที่ปิดรูเล็กๆ ที่หลอดฉีดยาพลาสติก เมื่อเลื่อนลูกสูบไป
ทางด้านหน้าปริมาตรอากาศในหลอดจะลดลง ความดันอากาศ
ในลูกโป่ง จะเพิ่มขึ้น ดันให้อากาศภายในลูกโป่งออกจากลูกโป่ง
ท้าให้ลูกโป่งหดตัว ดังภาพ ก.
แต่เมื่อดึงลูกสูบกลับที่เดิม อากาศภายในหลอดจะมีปริมาตร
เพิ่มขึ้น ความดันอากาศภายในหลอดลดลง อากาศภายนอกมี
ความดันสูงกว่า จะไหลเข้าไปในลูกโป่ง ท้าให้ลูกโป่งขยายขนาด
เพิ่มขึ้น ดังภาพ ข.
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 19.
นักเรียนจะน้าผลการทดลองนี้ไปอธิบายการหายใจเข้า-ออก ของ
ร่างกายได้ว่าอย่างไร
ถ้ากล้ามเนื้อกะบังลมคลายตัว กะบังลมจะโค้งมากขึ้น ท้าให้
ปริมาตรช่องอกลดลง ความดันในปอดเพิ่มขึ้น เกิดการหายใจออก
ถ้ากล้ามเนื้อกะบังลมหดตัว กะบังลมจะแบนราบ ท้าให้
ปริมาตรช่องอกมากขึ้น ความดันในปอดลดลง เกิดการหายใจเข้า
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 20.
- 21.
- 22.
สรุปการท้างานของกล้ามเนื้อระหว่างกระดูกซี่โครงแถบนอกและ
กล้ามเนื้อกะบังลม ขณะหายใจเข้า-ออก
กล้ามเนื้อ กระดูก กล้ามเนื้อ ปริมาตร ความดัน
ระหว่างกระดูก ซี่โครง กะบังลม ช่องอก อากาศ
ซี่โครงแถบนอก ภายในปอด
ขณะหายใจเข้า หดตัว ยกตัวสูงขึ้น หดตัว เพิ่มขึ้น ลดลง
ขณะหายใจออก คลายตัว เคลื่อนลง คลายตัว ลดลง เพิ่มขึ้น
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 23.
- 24.
ปริมาตรของปอดมีดังนี้
1. ปริมาตรอากาศหายใจเข้าออกต่อครั้ง (tidalvolume : TV) คือ อากาศที่
หายใจเข้าออกตามปกติธรรมดา คนปกติมีคาเฉลี่ยประมาณ 500 ลบ.ซม.
่
(0.5 ลิตร)
2. ปริมาตรหายใจเข้าส้ารอง (inspiratory reserve volume : IRV) คือ
ปริมาตรของอากาศที่หายใจเข้าเพิ่มจากการหายใจปกติจนเต็มที่ คนปกติมี
ค่าเฉลี่ยประมาณ 2,500 ลบ.ซม.(2.5 ลิตร)
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 25.
3. ปริมาตรหายใจออกส้ารอง (expiratoryreserve volume : ERV) คือ
ปริมาตรของอากาศที่หายใจออกได้อีกจนเต็มที่ ซึ่งเพิ่มจากการหายใจปกติ
คนปกติมีค่าเฉลี่ยประมาณ 1,500 ลบ.ซม.(1.5 ลิตร)
4. ปริมาณส่วนที่เหลือ (residual volume : RV) คือ
คือปริมาตรที่เหลืออยู่ แก๊สอยู่ในปอดส่วนหนึ่ง และไม่สามารถวัดได้ด้วย
สไปโรมิเตอร์(spirometer) คนปกติมค่าเฉลี่ยประมาณ 1,500 ลบ.ซม.
ี
(1.5 ลิตร)
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 26.
ค้าถาม
จากกราฟการหายใจเข้า-ออกปกติ 1 ครั้งจะมีปริมาตรของอากาศเท่าใด
ตอบ 500 ลูกบาศก์เซนติเมตร
นักเรียนสามารถหายใจเอาอากาศออกจากปอดจนหมดได้หรือไม่
เพราะเหตุใด
ตอบ ไม่ได้ เพราะการท้างานของกล้ามเนื้อกะบังลมและ
กล้ามเนื้อระหว่างกระดูกซี่โครงแถบนอกท้างานได้จ้ากัด
ฉวีวรรณ นาคบุตร
- 27.
- 28.