Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

โครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊สของคน

77,445 views

Published on

Published in: Education

โครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊สของคน

  1. 1. โครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน แก๊สของคน ครูฉวีวรรณ นาคบุตร โรงเรียนบ้านสวน(จั่นอนุสรณ์)
  2. 2. ทางเดินหายใจของคนประกอบด้วย1. รูจมูก (Nostrill) เป็นทางผ่านเข้าของอากาศ2. ช่องจมูกหรือโพรงจมูก (Nasal cavity) เป็นโพรงที่ถัดจากรูจมูกเข้าไปซึ่งติดต่อกับคอหอย ที่โพรงจมูกจะมีขนเส้นเล็ก ๆ และต่อมน้้ามันช่วยกรองและจับฝุ่นละอองไม่ให้ผ่านลงสูปอด ่นอกจากนี้ที่โพรงจมูกยังมีเยื่อบุจมูกหนาช่วยให้อากาศที่เข้ามามีความชุ่มชื้น ฉวีวรรณ นาคบุตร
  3. 3. 3. คอหอย (Pharynx) เป็นบริเวณทีพบกันของช่องอากาศจากจมูก ่ช่องอาหารจากปาก กล่องเสียงจากหลอดลมคอและช่องจากหูคือหลอดยูสเทเชียน(eustachian tube) อากาศเมื่อผ่านคอหอยจะเข้าสู่กล่องเสียง ที่กล่องเสียงมีอวัยวะที่ท้าหน้าที่ปิดเปิดกล่องเสียง เรียกเอพิกลอททิส(epiglottis) ป้องกันไม่ให้อาหารตกลงสู่หลอดลมคอ4. หลอดลม (trachea) เป็นหลอดยาวตรง มีกระดูกอ่อนเรียงเป็นรูปเกือกม้าติดอยู่ และการที่มีแผ่นกระดูกอ่อนจึงท้าให้หลอดลมไม่แฟบลง บริเวณส่วนต้นของหลอดลมเรียก หลอดลมคอ ส่วนหลอดลม จะหมายถึงส่วนที่แตกแขนงออกจากหลอดลมคอ แบ่งออกเป็น 2 กิ่ง เข้าสูปอดทั้งสองข้าง ่ ฉวีวรรณ นาคบุตร
  4. 4. 5.ขั้วปอด (Bronchus ) เป็นส่วนของหลอดลมที่แยกออกเป็นกิ่ง ซ้ายและขวาเข้าสูปอด ่6.แขนงขั้วปอดหรือหลอดลมฝอย (Bronchiole) เป็นแขนงของท่อลมที่แยกออกไปมากมายแทรกอยู่ทั่วไปในเนื้อปอด ซึ่งจะไปสิ้นสุดที่ถุงลม (alveolus)7.ถุงลมเล็ก ๆ ในปอด (alveolus ) ที่ผนังของถุงลมจะมีเส้นเลือดฝอยล้อมรอบอยู่มากมาย จึงเป็นแหล่งในการแลกเปลี่ยนก๊าซภายในปอดของคนมี อัลวิโอลัส (ถุงลมเล็ก ๆ ) ประมาณ 300 ล้านถุง ฉวีวรรณ นาคบุตร
  5. 5. ระบบแลกเปลียนแก๊สและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง ่ 1. รูจมูก 2. โพรงจมูก 3. คอหอย 4. กล่องเสียง 5. หลอดลม 6. ขั้วปอด 7. กระบังลม 8. กระดูกซี่โครง 9. กล้ามเนื้อยึดซี่โครง X : อาหารเข้าปาก Y : อาหารลงหลอดอาหาร Z : ต้าแหน่งของหัวใจ ฉวีวรรณ นาคบุตร
  6. 6. เมื่อนักเรียนสูดอากาศเข้าทางช่องจมูกแล้ว อากาศจะผ่านอวัยวะใดบ้างช่องจมูก โพรงจมูก คอหอย กล่องเสียง ท่อลม หลอดลม หลอดลมฝอย ถุงลม ร่างกายมีวิธีการรักษาความชื้นของโครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน แก๊สได้อย่างไร ปอดมีต้าแหน่งอยู่ภายในช่องอก และมีเยื่อหุ้มปอดที่ช่วยรักษา ความชื้นให้ปอดอยู่เสมอ ฉวีวรรณ นาคบุตร
  7. 7. ปอดหมู ฉวีวรรณ นาคบุตร
  8. 8. การเปลี่ยนแปลงเมื่อเป่าลมเข้าปอด
  9. 9. ระบบหายใจของคนhttp://www.youtube.com/watch?v=8RbWBJg5zfo
  10. 10. อากาศที่ผ่านทางจมูกจะเข้าสู่หลอดลมใหญ่และหลอดลมเล็กแยกเข้าสู่ขั้วปอดซ้ายขวาโดยหลอดลมด้านขวาสั้นกว่าด้านซ้าย ท้าให้เชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมตกลงไปหลอดลมด้านขวามากกว่าด้านซ้ายดังนั้นจึงพบว่าปอดด้านขวามักเกิดการติดเชื้อมากกว่าปอดด้านซ้าย ฉวีวรรณ นาคบุตร
  11. 11. ปอดอยู่ในช่องทรวงอก มีลักษณะยืดหยุ่น คล้ายฟองน้้า แบ่งเป็นปอดขวาและปอดซ้าย โดยปอดขวามี 3 กลีบ และปอดซ้ายมี 2 กลีบแต่ละกลีบจะประกอบด้วยกลีบเล็กๆ หลายกลีบปอดแต่ละข้างหุ้มด้วยเยื่อหุ้มบางๆ สองชั้น โดยเยื่อชั้นในยึดติดกับเนื้อปอดและเยื่อชั้นนอกยึดติดกับผนังทรวงอก ช่องว่างระหว่างเยื่อทั้งสองชั้นเรียกว่า ช่องเยื่อหุ้มปอด ซึ่งภายในมีของเหลวใสเคลือบอยู่ ประมาณ 2 – 5 ซีซีความดันอากาศในช่องเยื่อหุ้มปอดนี้จะเป็นต่้ากว่าบรรยากาศเสมอ ทั้งในขณะหายใจเข้าและหายใจออก ฉวีวรรณ นาคบุตร
  12. 12. ปอดแต่ละกลีบประกอบด้วยปอดกลีบเล็กๆ หลายกลีบแต่ละกลีบเล็กๆ ประกอบด้วย แขนงของหลอดลมฝอย 1 อัน และถุงลมหลายๆ อันบริเวณถุงลมจะมีหลอดเลือดฝอยกระจายอยู่ทั่วๆ ไป หลอดเลือดฝอยเหล่านี้จะรับเลือดด้าจากหัวใจ และเลือดด้าจะรับออกซิเจนจากถุงลม เปลี่ยนเป็นเลือดแดง เลือดแดงจะไหลออกจากปอดกลับเข้าสู่หัวใจ และไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ฉวีวรรณ นาคบุตร
  13. 13. ฉวีวรรณ นาคบุตร
  14. 14. กิจกรรมที่ 6.2 การจ้าลองการท้างานของกล้ามเนื้อกระบังลมจุดประสงค์ เพื่อให้นักเรียนทดลองและอธิบายการท้างานของกล้ามเนื้อ กะบังลม ในขณะหายใจเข้า-ออกอุปกรณ์ และวิธีการทดลอง ในแบบเรียน ชีววิทยา เล่ม 2 สสวท. หน้า 10-11 ฉวีวรรณ นาคบุตร
  15. 15. เมื่อใช้นิ้วหัวแม่มือปิดรูเล็กๆข้างหลอด แล้วดันลูกสูบไปด้านหน้าจะสังเกตเห็นลูกโป่งหดตัวและแฟบ ฉวีวรรณ นาคบุตร
  16. 16. เมื่อปล่อยนิ้วหัวแม่มือที่ปิดรูเล็กๆที่ข้างหลอดออก แล้วดึงลูกสูบให้เลื่อนไปอยู่ด้านท้ายของหลอดจะเห็นลูกโป่งยืดตัวและพองออก ฉวีวรรณ นาคบุตร
  17. 17. ผลการทดลอง ขณะที่ปิดรูเล็กๆ ที่หลอดฉีดยาพลาสติก เมื่อเลื่อนลูกสูบไปทางด้านหน้าปริมาตรอากาศในหลอดจะลดลง ความดันอากาศในลูกโป่ง จะเพิ่มขึ้น ดันให้อากาศภายในลูกโป่งออกจากลูกโป่งท้าให้ลูกโป่งหดตัว ดังภาพ ก. แต่เมื่อดึงลูกสูบกลับที่เดิม อากาศภายในหลอดจะมีปริมาตรเพิ่มขึ้น ความดันอากาศภายในหลอดลดลง อากาศภายนอกมีความดันสูงกว่า จะไหลเข้าไปในลูกโป่ง ท้าให้ลูกโป่งขยายขนาด เพิ่มขึ้น ดังภาพ ข. ฉวีวรรณ นาคบุตร
  18. 18. นักเรียนจะน้าผลการทดลองนี้ไปอธิบายการหายใจเข้า-ออก ของ ร่างกายได้ว่าอย่างไร ถ้ากล้ามเนื้อกะบังลมคลายตัว กะบังลมจะโค้งมากขึ้น ท้าให้ปริมาตรช่องอกลดลง ความดันในปอดเพิ่มขึ้น เกิดการหายใจออก ถ้ากล้ามเนื้อกะบังลมหดตัว กะบังลมจะแบนราบ ท้าให้ปริมาตรช่องอกมากขึ้น ความดันในปอดลดลง เกิดการหายใจเข้า ฉวีวรรณ นาคบุตร
  19. 19. การเปลี่ยนแปลงปริมาตรของทรวงอกขณะหายใจเข้าและหายใจออก ก. หายใจเข้า , ข .หายใจออกฉวีวรรณ นาคบุตร
  20. 20. การท้างานของกล้ามเนื้อยึดซี่โครง กะบังลม และการเปลี่ยนแปลง ปริมาตรของทรวงอกขณะหายใจเข้า และหายใจออก http://www.youtube.com/watch?v=43jJGXudePs&feature=related
  21. 21. สรุปการท้างานของกล้ามเนื้อระหว่างกระดูกซี่โครงแถบนอกและ กล้ามเนื้อกะบังลม ขณะหายใจเข้า-ออก กล้ามเนื้อ กระดูก กล้ามเนื้อ ปริมาตร ความดัน ระหว่างกระดูก ซี่โครง กะบังลม ช่องอก อากาศ ซี่โครงแถบนอก ภายในปอดขณะหายใจเข้า หดตัว ยกตัวสูงขึ้น หดตัว เพิ่มขึ้น ลดลงขณะหายใจออก คลายตัว เคลื่อนลง คลายตัว ลดลง เพิ่มขึ้น ฉวีวรรณ นาคบุตร
  22. 22. กราฟแสดงปริมาตรของอากาศในปอดขณะหายใจเข้า-ออกปกติ และ ขณะหายใจเข้า-ออกเต็มที่ ฉวีวรรณ นาคบุตร
  23. 23. ปริมาตรของปอดมีดังนี้1. ปริมาตรอากาศหายใจเข้าออกต่อครั้ง (tidal volume : TV) คือ อากาศที่ หายใจเข้าออกตามปกติธรรมดา คนปกติมีคาเฉลี่ยประมาณ 500 ลบ.ซม. ่ (0.5 ลิตร)2. ปริมาตรหายใจเข้าส้ารอง (inspiratory reserve volume : IRV) คือ ปริมาตรของอากาศที่หายใจเข้าเพิ่มจากการหายใจปกติจนเต็มที่ คนปกติมี ค่าเฉลี่ยประมาณ 2,500 ลบ.ซม.(2.5 ลิตร) ฉวีวรรณ นาคบุตร
  24. 24. 3. ปริมาตรหายใจออกส้ารอง (expiratory reserve volume : ERV) คือ ปริมาตรของอากาศที่หายใจออกได้อีกจนเต็มที่ ซึ่งเพิ่มจากการหายใจปกติคนปกติมีค่าเฉลี่ยประมาณ 1,500 ลบ.ซม.(1.5 ลิตร)4. ปริมาณส่วนที่เหลือ (residual volume : RV) คือ คือปริมาตรที่เหลืออยู่ แก๊สอยู่ในปอดส่วนหนึ่ง และไม่สามารถวัดได้ด้วย สไปโรมิเตอร์(spirometer) คนปกติมค่าเฉลี่ยประมาณ 1,500 ลบ.ซม. ี (1.5 ลิตร) ฉวีวรรณ นาคบุตร
  25. 25. ค้าถาม จากกราฟการหายใจเข้า-ออกปกติ 1 ครั้งจะมีปริมาตรของอากาศเท่าใด ตอบ 500 ลูกบาศก์เซนติเมตร นักเรียนสามารถหายใจเอาอากาศออกจากปอดจนหมดได้หรือไม่ เพราะเหตุใด ตอบ ไม่ได้ เพราะการท้างานของกล้ามเนื้อกะบังลมและ กล้ามเนื้อระหว่างกระดูกซี่โครงแถบนอกท้างานได้จ้ากัด ฉวีวรรณ นาคบุตร
  26. 26. ปริมาตรของอากาศจากการบังคับให้มีการหายใจเข้าเต็มที่ กับการบังคับการหายใจออกเต็มที่ต่างกันหรือไม่ อย่างไร ตอบ ต่างกัน ขณะที่มีการหายใจเข้าเต็มที่จะมีปริมาตรอากาศสูงสุด ที่ 6,000 ลูกบาศก์เซนติเมตร ขณะที่หายใจออกเต็มที่จะมี ปริมาตรอากาศประมาณ 4,900 ลูกบาศก์เซนติเมตร และ ยังคงมีอากาศตกค้างในปอดประมาณ 1,100 ลูกบาศก์ เซนติเมตร เมื่อหายใจออกปกติจะมีปริมาตรของอากาศที่ตกค้างในปอดเป็นเท่าไร ตอบ 1,100 ลูกบาศก์เซนติเมตร ฉวีวรรณ นาคบุตร
  27. 27. The End ฉวีวรรณ นาคบุตร

×