การกาหนดหัวข้อและ
ประเด็นปัญหาการวิจัย
เนื้อหา
การกาหนดหัวเรื่องและประเด็นปัญหา
ที่มาของหัวเรื่องการวิจัย
ที่มาของหัวเรื่องการวิจัย
หลักในการกาหนดหัวเรื่อง
การพิจารณาเลือกหัวข้อวิจัย
การกาหนดประเด็นปัญหา
หลักเกณฑ์ในการกาหนดประเด็นปัญหา
แนวทางการกาหนดประเด็นปัญหา
การตั้งชื่อเรื่องงานวิจัย
วัตถุประสงค์การวิจัย
การกาหนดหัวข้อเรื่องและประเด็นปัญหาการวิจัย
จุดเริ่มต้นของการวิจัย : เป็นการกาหนดทิศทางและขอบเขตของเรื่อง
ที่จะทาการศึกษาวิจัย
สัมพันธ์กับกิจกรรมอื่น ๆ ของการวิจัย
ประเด็นปัญหา
ข้อสงสัย/คาถาม
คาตอบ
สมมติฐาน
วัตถุประสงค์
ค้นคว้าหาหลักฐาน
การทดสอบ
สรุปผล
ที่มาของหัวข้อเรื่องการวิจัย
๑. ผู้ที่จะทาวิจัย - ความสนใจของผู้วิจัยเอง
๒.วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง- เช่น วารสารเศรษฐศาสตร์, วารสารธนาคาร
๓. ผู้นาทางวิชาการ- นักวิชาการในสาขาต่าง ๆ
๔. แหล่งทุนอุดหนุนการวิจัย- เช่น สภาวิจัยแห่งชาติ
๕. ข่าวในสื่อมวลชน- เรื่องที่อยู่ในความสนใจ/ ความทันเหตุการณ์
๖. หน่วยงานที่ทางาน- หน่วยงานที่ผู้วิจัยทางานอยู่
หลักในการกาหนดหัวข้อเรื่อง
๑. เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน
๒. เป็นเรื่องที่ไม่กว้าง หรือแคบเกินไป
๓. เป็นเรื่องที่อยู่บนพื้นฐานของความจริง
๔. เป็นเรื่องที่บ่งถึงสภาวะที่เป็นปัญหา
 ด้านตัวผู้วิจัย
การพิจารณาเลือกหัวข้อวิจัย
 ผู้วิจัยมีความสนใจ ใคร่รู้อย่างแท้จริง
 เป็นเรื่องที่ผู้วิจัยสามารถทาได้
 เป็นเรื่องคุ้มค่าการลงทุน
 ด้านปัญหาที่จะทาวิจัย
 เป็นเรื่องใหม่ไม่ซ้ากับเรื่องเดิมที่มีผู้ทาวิจัยมาก่อน
 สามารถหาคาตอบได้และมีข้อยุติ
 เป็นเรื่องที่มีความเหมาะสมกับงานวิจัย
 เป็นเรื่องที่มีคุณค่าสามารถนาผลการวิจัยใช้ให้เกิดประยยชน์
แก่องค์กร
 ด้านปัจจัยสนับสนุนการวิจัย
 เป็นเรื่องที่มีแหล่งสาหรับค้นคว้าเรื่องที่เกี่ยวข้อง
อย่างพียงพอ
 เป็นเรื่องที่มีวัสดุอุปกรณ์ ห้องปฏิบัติการ สิ่งอานวย
ความสะดวกเพียงพอ
 เป็นเรื่องที่มีผู้สนับสนุนด้านวิชาการ
 ข้อบกพร่องในการเลือกหัวข้อวิจัย
 เลือกปัญหาการวิจัยตามผู้อื่น
 เลือกปัญหาใหญ่กว้างเกินกาลัง
 เลือกปัญหาอย่างรีบร้อน
การกาหนดประเด็นปัญหา : ทาไมต้องกาหนดประเด็นปัญหา?
๑. เป็นแนวทางในการวิจัย
๒. ช่วยในการวางแผนการวิจัย
๓. ช่วยในการออกแบบสอบถามและเก็บข้อมูล
๔. ช่วยในการกาหนดสมมติฐาน
๕. ช่วยให้ผู้วิจัยพบว่าจะทาการวิจัยได้หรือไม่
หลักเกณฑ์ในการกาหนดประเด็นปัญหาการวิจัย
๑. เป็นปัญหาที่ชัดเจน
๒. เป็นปัญหาที่แสดงถึงความสัมพันธ์ของตัวแปร
๓. เป็นปัญหาที่จะให้คาตอบที่มีความหมาย
๔. เป็นปัญหาที่จะให้คาตอบซึ่งทดสอบได้
แนวทางกาหนดประเด็นปัญหา
๑. อาศัยปรากฏการณ์หรือประสบการณ์
๒. อาศัยทฤษฎีและหลักเกณฑ์ที่มีอยู่แล้ว
๓. อาศัยความอยากรู้อยากเห็น
๔. อาศัยทัศนคติและอุดมการณ์
การตั้งชื่อเรื่องงานวิจัย
๑. สาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง
๒. ลักษณะของการเก็บข้อมูล
๓. ประชากรเป้าหมาย/สถานที่
๔. ประเด็นสาระสาคัญของการวิจัย
ตัวอย่างการตั้งชื่อการวิจัย:
“ความสัมพันธ์ของรายได้และรายจ่ายของรัฐบาลที่มีต่อผลกระทบความ
ยั่งยืนทางการคลังของประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๐๔ - ๒๕๔๕”
ประเด็นสาคัญฯ การศึกษาความยั่งยืนทางการคลังของประเทศ
ตัวแปรที่ศึกษา รายได้และรายจ่ายของรัฐบาล
ประชากรเป้าหมาย รายได้และรายจ่ายระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๐๔ - ๒๕๔๕
ตัวอย่างการตั้งชื่อการวิจัย:
“ผลกระทบการเปิดเสรีทางการค้าขององค์การการค้ายลกต่อสินค้า
อุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทย”
ประเด็นสาคัญฯ ศึกษาผลกระทบของการเปิดเสรีทางการค้า
ตัวแปรที่ศึกษา การเปิดเสรีทางการค้าและเศรษฐกิจของประเทศ
ประชากรเป้าหมาย สินค้าอุตสาหกรรม
วัตถุประสงค์การวิจัย
การศึกษาวิจัยต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน
สภาวะที่เป็นปัญหา
ประเด็นปัญหา
วัตถุประสงค์
สมมติฐาน
ความสัมพันธ์ระหว่างสภาวะที่เป็นปัญหา ประเด็นปัญหา
ข้อสมมติฐาน และวัตถุประสงค์การวิจัย
การกาหนดวัตถุประสงค์การวิจัย
 ต้องระบุสิ่งที่จะศึกษา ตัวแปร และกลุ่มที่ศึกษา
 สามารถกาหนดรูปแบบการวิจัยได้
 ลักษณะและการเขียนวัตถุประสงค์การวิจัย
 ต้องสอดคล้องกับชื่อเรื่อง สภาพความเป็นมาของปัญหา
 ภาษาที่ใช้ สั้น กะทัดรัดได้ใจความชัดเจน
 สามารถกาหนดสมมติฐานการวิจัยได้
 ต้องครอบคลุมสิ่งที่ต้องการศึกษา
 ชื่อเรื่อง : “การวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนการผลิตแผ่นยางรมควันระหว่างภาค
ตะวันออกและภาคใต้ของประเทศไทย”
ความเป็นมาของปัญหา
 ปัจจุบันมีการการขยายการผลิตยางไปยัง
ภาคตะวันออก จึงควรที่จะมีการศึกษา
เปรียบเทียบ ต้นทุนการผลิตและปริมาณ
การผลิตยางแผ่นรมควันระหว่างการผลิต
ของภาคตะวันอออก และภาคใต้ ว่าแตกต่าง
กันหรือไม่?
 เมื่อวิเคราะห์ปัญหาจะพบว่า สิ่งที่ต้องการ
ศึกษาเปรียบเทียบและความสัมพันธ์ของ
ปัจจัยต่างๆ ได้แก่ สถานที่ผลิตยาง ต้นทุน
การผลิตแยกเป็นด้านต่างๆ
วัตถุประสงค์
๑). เพื่อเปรียบเทียบต้นทุนการ
ผลิตยางแผ่นรมควัน ที่ผลิต
ในภาคตะวันออกและภาคใต้
๒). เพื่อเปรียบเทียบ
ความสัมพันธ์ของปัจจัย
ต่างๆ ด้าน วัตถุดิบ ค่าแรง
ค่าดอกเบี้ย ค่าขนส่ง และ
ปริมาณการผลิต
พฤติกรรมการบริยภคอาหารของคน
ไทยเปลี่ยนแปลงไป ยดยในช่วง ๑๐ ปีที่
ผ่านมามีการบริยภคข้าวลดลงจาก ๑๖๐
กก./หัว/ปี เหลือเพียง ๑๕๐ กก./หัว/ปี
และพบมีการนาเข้าข้าวสาลีเพิ่มขึ้น
ปัจจัยอะไรบ้างที่มีอิทธิพล
ต่อความต้องการและการบริยภค
ขนมปังของคนไทย
เพื่อศึกษาพฤติกรรมการบริยภค
และปัจจัยที่มีผลต่อการบริยภคอาหาร
ของคนไทย
ราคาของขนมปังและรสนิยมการบริยภค
ของคนไทยเป็นปัจจัยสาคัญที่ทาให้การบริยภค
และอุปสงค์สาหรับขนมปังของคนไทยเปลี่ยน
แปลงไป เมื่อราคาขนมปังถูกลงผู้บริยภคจะ
ซื้อขนมปังเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นผู้บริยภคยัง
นิยมบริยภคขนมปังเพราะสะดวกในการปรุง

การกำหนดหัวข้อและประเด็นปัญหาการวิจัย