รูปแบบการสอนโมเดลซิปปา
(CIPPA MODEL)
รูปแบบการสอนโมเดลซิปปา เป็นการจัดการเรียนการสอนที่ให้ผู้เรียนเป็นผู้สร้าง
ความรู้ด้วยตนเอง(Construction of knowledge) ซึ่งนอกจากผู้เรียนจะต้อง
เรียนรู้ด้วยตนเองและพึงตนเองแล้วยังต้องพึ่งการมีปฏิสัมพันธ์ (interaction)
กับเพื่อนๆ บุคคลอื่นๆ และสิ่งแวดล้อมรอบตัวรวมทั้งต้องอาศัยทักษะกระบวนการ
(process skills) ต่างๆ จานวนมากเป็นเครื่องมือในการสร้างความรู้โดยให้ผู้เรียนมี
ความพร้อมในการรับรู้และเรียนรู้อย่างตื่นตัว ผู้เรียนได้มีการเคลื่อนไหวทางกาย อย่าง
เหมาะสม และจะทาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี เข้าใจลึกซึ้งและอยู่คงทนมากขึ้นหากผู้เรียนมี
โอกาสนาความรู้มาประยุกต์ใช้ ในสถานการณ์ที่หลากหลาย
ความหมาย
(ทิศนา แขมมณี, 2545:280)
1. การให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมทางด้านร่างกาย โดยการจัดกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เรียนได้มี
โอกาสเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อช่วยให้ประสาทการรับรู้ของผู้เรียนตื่นตัวพร้อมที่จะรับข้อมูล
และการเรียนรู้ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ตามความเหมาะสมกับวัยและระดับความสนใจของผู้เรียน
2. การให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมทางสติปัญญา โดยการจัดกิจกรรมที่ท้าทายความคิดของ
ผู้เรียน สามารถกระตุ้นสมองของผู้เรียนเกิดการเคลื่อนไหว ช่วยให้ผู้เรียนความจดจ่อใน
การคิด สนุกที่จะคิด โดยเรื่องที่สอนต้องไม่ง่ายและไม่ยากเกินไปสาหรับผู้เรียน ครูจึงต้อง
หาประเด็นการคิดที่เหมาะสมกับวัยและความสามารถของผู้เรียนเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนใช้
ความคิดหรือลงมือทา
ทฤษฎี/แนวคิดในการออกแบบกิจกรรมของโมเดิลซิปปา
ทิศนาแขมมณี (2542)
3. การให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมทาสังคม โดยการจัดกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เรียนมี
ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับบุคคลหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัว กิจกรรมการเรียนรู้ที่ดี
จึงควรเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวด้วย
4. การให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมทางอารมณ์ โดยการจัดกิจกรรมที่ส่งผลต่ออารมณ์
ความรู้สึกของผู้เรียน ซึ่งจะช่วยให้การเรียนรู้นั้นเกิดความหมายต่อตนเอง
กิจกรรมจึงควรเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิต ประสบการณ์ และความเป็นจริงของ
ผู้เรียนจะต้องเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวผู้เรียนโดยตรงหรือใกล้ตัวผู้เรียน
ทฤษฎี/แนวคิดในการออกแบบกิจกรรมของโมเดิลซิปปา (ต่อ)
ทิศนาแขมมณี (2542)
C Construct
I Interaction
P Physical participation
P Process learning
A Application
หลักการของรูปแบบการสอนโมลเดลซิปปา
อธิบายหน้าถัดไป
C :Construct หมายถึงการสร้างความรู้ตามแนวคิดของConstructivism
กล่าวคือ กิจกรรมการเรียนรู้ที่ดีควรเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เรียนมีโอกาสสร้างความรู้ด้วย
ตนเอง ซึ่งจะทาให้ผู้เรียนมีความเข้าใจ เกิดการเรียนรู้ที่มีความหมาย ต่อตนเอง การที่ผู้เรียนมี
การได้สร้างความรู้ด้วยตนเองนี้ เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เรียน มีส่วนร่วมทางสติปัญญา
I : Interaction หมายถึงการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัว กิจกรรมการ
เรียนรู้ที่ดีจะต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับบุคคล และแหล่งความรู้ที่
หลากหลาย ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมทางสังคม
P : Physical participation หมายถึงการทีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ทาง
กาย คือ ผู้เรียนมีโอกาสได้เคลื่อนไหวร่างกายโดยการทากิจกรรมในลักษณะต่างๆ
P : Process learning หมายถึงการเรียนรู้กระบวนการต่างๆ กิจกรรมการเรียนรู้ที่
ดีควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนรู้กระบวนการต่างๆ ซึ่งเป็นทักษะที่จาเป็นต่อการดารงชีวิต เช่น
กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการคิด กระบวนแก้ปัญหา กระบวนการพัฒนาตนเอง
หลักการของรูปแบบการสอนโมลเดลซิปปา (ต่อ)
ขั้นการแสวงหาความรู้เดิม
แนวทางการจัดการเรียนรู้
1
2
4
3
5
6
7
ขั้นการแสวงหาความรู้ใหม่
ขั้นการศึกษาทาความเข้าใจความรู้ใหม่ และเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม
ขั้นการแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกล่ม
ขั้นการสรปและระเบียบความรู้
ขั้นการแสดงผลงาน ขั้นการประยกต์ใช้ความรู้
1. แนวคิดการสร้างสรรค์องค์ความรู้ (Constructivism)
2. แนวคิดเรื่องกระบวนการกลุ่มและการเรียนแบบร่วมมือ
(Group Process and Co-operative Learning)
3. แนวคิดเกี่ยวกับความพร้อมในการเรียนรู้ (Learning Readiness)
4. แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้กระบวนการ (Process Learning)
5. แนวคิดเกี่ยวกับการถ่ายโอนการเรียนรู้ (Transfer of Learning)
รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบซิปปา (CIPPA)
ทิศนา แขมณี (2543 : 17)
แนวคิดทฤษฎีที่ใช้
การใช้แนวคิดหลัก 5 แนวคิดใช้พื้นฐานทฤษฎีพัฒนาการมนุษย์ (human development) และทฤษฎีการเรียนรู้จาก
ประสบการณ์ (experiential learning)
ลักษณะการพัฒนารูปแบบการสอน
การจัดการเรียนรู้ตามหลักของ
CIPPA MODEL
I การสร้าง
ปฏิสัมพันธ์ต่อกัน
A
การนา
ความรู้ไป
ประยกต์ใช้
P การมี
ส่วนร่วม
P
การเรียนรู้กระบวนการ
แสวงหาความรู้
คิดวิเคราะห์
ศึกษาค้นคว้า
จัดระเบียบความรู้
ข้อมูล
แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ประสบการณ์
ความคิด
ทางกาย
อารมณ์
สังคม
สติปัญญา
การแสวงหาความรู้
กระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการกล่ม
กระบวนการทางาน
สถานการณ์
ที่หลากหลาย
ฝึกให้จนชานาญ
พัฒนาตนเอง
ผู้เรียน
ขั้นตอน/กระบวนการหลักของรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้
ขั้นนา
จัดกิจกรรมตามหลักการ
ขั้นวิเคราะห์
ขั้นสรปและประเมินผล
สร้าง/กระต้นความสนใจ
หรือเตรียมความพร้อม
ในการเรียน
อภิปรายผลจากกิจกรรม
ขั้นกิจกรรม
- ผู้เรียนได้สร้างความรู้ด้วยตนเอง
- ผู้เรียนได้มีปฏิสัมพันธ์ช่วยกันเรียนรู้ I
- ผู้เรียนมีบทบาท/ส่วนร่วมในการสร้าง
ความรู้ด้วยตนเอง P
- ผู้เรียนได้เรียนรู้กระบวนการควบคู่กับ
ผลงาน/ข้อสรปความรู้ P
- ผู้เรียนนาความรู้ไปใช้ A
- วิเคราะห์อภิปราย
ผลงาน/ข้อความรู้ที่
สรปได้จากกิจกรรม
(Product)
- วิเคราะห์อภิปราย
กระบวนการเรียนรู้
(Process)
สรปผลและประเมินผล
การเรียนรู้ตามวัตถประสงค์
1) ศึกษา วิเคราะห์ปัญหาการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านมา
2) ศึกษาหลักสูตรเพื่อทาความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการ จดหมาย และ
โครงสร้างของหลักสูตร ศึกษาอธิบายรายวิชา
3) วิเคราะห์คาอธิบายรายวิชา เพื่อกาหนดจดประสงค์การเรียนรู้ จดประสงค์
ปลายทาง จดประสงค์นาทาง และเนื้อหาให้สอดคล้องกับหลักการ จดหมาย
จดประสงค์ กล่มวิชาและคาอธิบายรายวิชา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ต่อไป
4)วางแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สื่อการเรียนการสอน และการ
วัดผลประเมินผล
การวางแผนการสอน
ผู้เรียนจะเกิดความเข้าใจในสิ่งที่เรียน สามารถ
อธิบาย ชี้แจงตอบคาถามได้ดี นอกจากนั้นยังได้พัฒนา
ทักษะ ในการคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ การทางาน
เป็นกล่ม การสื่อสาร รวมทั้งเกิดความใฝ่ รู้ด้วย
ลักษณะเด่นของรูปแบบ
END
1. นางสาวเกวลี วงศ์พิพิธ รหัสนักศึกษา 6053200006
2. นางสาวดวงเด่น แสนดี รหัสนักศึกษา 6053200012
3. นางสาววราภรณ์ วสดา รหัสนักศึกษา 6053200017
4. นายเอกฉัตร บูรณะ รหัสนักศึกษา 6053200018
MCI 414 การฝึกปฏิบัติการสอนในชั้นเรียน
เสนอ ผศ.ดร.เกศสดา รัชฎาวิศิษกล
จัดทาและนาเสนอโดย
ระดับ ปริญญาโท คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยกรงเทพธนบรี

Cippa model