More Related Content
PPTX
PDF
การบริหารการเปลี่ยนแปลงในหน่วยงานฉบับสมบรู ณ์ PDF
ทฤษฏีภาวะผู้นำและภาวะผู้นำทางวิชาการ PDF
Slide การพัฒนาองค์การและการเปลี่ยนแปลง รศ.ดร.เนตร์พัณณา PPT
DOC
วิเคราะ์ห์การบริหารการเปลี่ยนแปลง PDF
สื่อการสอนวิชาทฤษฎีและหลักการบริหารการศึกษา PPTX
What's hot
PPT
Change strategic management PPTX
วัฒนธรรมองค์กร (Organizational culture) PDF
Chapter9 ความสำเร็จและปัญหาของการพัฒนาองค์การ PPT
PDF
Chapter 5 กระบวนการพัฒนาองค์การ PPT
องค์การสมัยใหม่ ครั้งที่ 1 PDF
Chapter7 เทคนิคพัฒนาองค์การระดับกลุ่มและองค์การ PDF
Chapter 3 พฤติกรรมศาสตร์กับการพัฒนาองค์การ PDF
PPT
PPT
PDF
งานส่ง อ ลัดดาวัลย์ นางสาวสุกัญญา ทฤษฎีวัฒนธรรมองค์กร PPT
PDF
Chapter 4 แนวคิดการพัฒนาองค์การ PDF
Chapter10 แนวทางการพัฒนาองค์การในสังคมไทย PDF
PDF
การพัฒนาองค์การ (Organization Development:OD) PDF
บทที่ 4 การจัดการองค์การสมัยใหม่ DOC
DOCX
บทที่ 3 แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับภาวะผู้นำ Similar to การบริหารแบบมีส่วนร่วม
PDF
ส่งประกวดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน PDF
สรุปผลงานโรงเรียนบ้านดู่ (สหราษฎร์วิทยา) ปีการศึกษา 2554 PDF
DOCX
การพัฒนาครูด้านการดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน DOC
ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน (งานกลุ่ม) PPT
ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน DOCX
PPT
งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน PDF
PPTX
การบริหารจัดการศึกษาที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน PDF
ผลการดำเนินงานตามจุดเน้นที่ 4 PDF
บันทึุกความดี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 PDF
บันทึกความดี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 PDF
Utq 220ระบบช่วยเหลือดูแลนักเรียน PDF
PPT
PPT
PPT
ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน PDF
PDF
การบริหารแบบมีส่วนร่วม
- 1.
- 2.
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 1. จากรายงานการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาครั้งที่สอง พบว่าโรงเรียนบ้านมะนังยงมีการบริหารงานโดยใช้หลักการมีส่วนร่วม ดังนั้นทางโรงเรียนควรขอความร่วมมือจากชุมชนในการดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพการศึกษา - 3.
ในปลายปี 2550 กระทรวงศึกษาธิการได้เสนอนโยบายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคุณภาพ การศึกษา เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในช่วงปี พ . ศ . 2551-2555 รวม 6 ด้าน คือ 1 การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 2 การพัฒนาคุณภาพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา 3 การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา 4 การจัดระบบการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษา 5 การสร้างความเข้มแข็งของสถานศึกษา 6 การส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคม - 4.
2 . จากการประเมินผลการดำเนินงานด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านมะนังยงที่ผ่านมา ยังไม่บรรลุผลตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากการขาดการประสานงาน และความร่วมมือจากหลายฝ่าย - 5.
วัตถุประสงค์ของการค้นคว้าอิสระ 1. เพื่อศึกษาระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านมะนังยง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 2. เพื่อเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านมะนังยง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 3. เพื่อศึกษาข้อจำกัดการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านมะนังยง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 - 6.
ความสำคัญของการค้นคว้าอิสระ 1. เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มีชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 2. ใช้กำหนดแนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 3. ได้รับความร่วมมือและความช่วยเหลือจากชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา - 7.
- 8.
ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1. ประชากร ได้แก่ กลุ่มประชากรที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนบ้านมะนังยง ประกอบด้วย คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 9 คน และผู้ปกครองนักเรียนจำนวน 220 คน รวมจำนวน 229 คน 2. กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 9 คน และผู้ปกครองนักเรียนจำนวน 139 คน รวมจำนวน 148 คน ได้มาโดยการคำนวณโดยใช้สูตรยามาเน่ ( Yamane ) - 9.
- 10.
ขอบเขตด้านตัวแปร ตัวแปรต้น ได้แก่ เพศ และอายุ ตัวแปรตาม ได้แก่ การมีส่วนร่วมของชุมชนและข้อจำกัดการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนตามภารกิจหลักของการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 5 ด้าน ได้แก่ การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล การคัดกรองนักเรียน การส่งเสริมและพัฒนา การป้องกันช่วยเหลือและแก้ไข และการส่งต่อ - 11.
- 12.
แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 1. การศึกษา 2. การพัฒนาคุณภาพการศึกษา 3. แนวคิดและทฤษฎีการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัด การศึกษา 4. ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน - 13.
การศึกษา การศึกษาเป็นหลักสำคัญประการหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพประชากรให้เป็นไป ในแนวทางที่พึงประสงค์คือ การเป็นคนดี เก่ง และมีความสุข เพราะการศึกษาเป็น เครื่องมือที่ทำให้ประชากรเกิดการเรียนรู้ มีการพัฒนา รู้จักคิด รู้จักทำ และรู้จักแก้ไข ปัญหา การจัดการศึกษาซึ่งเป็นเพื่อพัฒนาคน พัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของคนให้ เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมีพื้นฐานความรู้ความสามารถและทักษะ พื้นฐานที่ดี และเข้มแข็งพอที่จะออกไปประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อในระดับการศึกษา ที่สูงขึ้น มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ใฝ่การเรียนรู้ มีระเบียบวินัยและมีคุณธรรมใน การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคม - 14.
การพัฒนาคุณภาพการศึกษา ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในช่วงปี พ . ศ . 2551-2555 รวม 6 ด้าน คือ 1. การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 2 . การพัฒนาคุณภาพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา 3. การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา 4. การจัดระบบการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษา 5. การสร้างความเข้มแข็งของสถานศึกษา 6. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคม - 15.
การมีส่วนร่วม ชุมชนมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในการมีส่วนร่วมในการจัด การศึกษาและพัฒนาคุณภาพการศึกษา เพราะชุมชนในฐานะเจ้าของ การศึกษาจะรู้ดีว่าประชาชนและบุตรหลานต้องการอะไร ชุมชนสามารถเข้า ไปมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาได้หลายลักษณะ เช่น การมีส่วนร่วมใน ฐานะผู้จัดการศึกษา การมีส่วนร่วมในฐานะผู้มีสิทธิและหน้าที่ทางการ ศึกษา การมีส่วนร่วมในฐานะกรรมการในคณะกรรมการที่กฎหมายกำหนด การมีส่วนร่วมในฐานะทรัพยากรบุคคล การมีส่วนร่วมในฐานะผู้สนับสนุน ช่วยเหลือทั่วไป - 16.
ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เป็นกระบวนการดำเนินงานดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอน มีครูที่ปรึกษาเป็นบุคลากรหลักในการ ดำเนินงาน โดยการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและ ภายนอกสถานศึกษา ได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน ผู้บริหาร และครูทุกคน มีวิธีการและเครื่องมือที่ชัดเจน มีมาตรฐานคุณภาพ และมีหลักฐานการทำงานที่ตรวจสอบได้ มีองค์ประกอบ 5 ด้าน คือ การ รู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล การคัดกรองนักเรียน การส่งเสริมและพัฒนา การป้องกันช่วยเหลือและแก้ปัญหา และการส่งต่อ - 17.
- 18.
งานวิจัยในประเทศ อนันต์ ธิคำ (2544 : บทคัดย่อ ) ได้ศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการจัด การศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดน่าน พบว่า 1. การมีส่วนร่วมของชุมชนในด้านการประสานงาน อยู่ในระดับร่วมคิดร่วม ตัดสินใจส่วนการมีส่วนร่วมในด้านการวางแผน การจัดสรรทรัพยากร การกระตุ้นการ ทำงาน และการติดตามประเมินผล มีส่วนร่วมในระดับร่วมทำ 2. ปัจจัยที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน ได้แก่ ความรู้สึกว่าโรงเรียนเป็นส่วน หนึ่งของชุมชน ความต้องการร่วมพัฒนาโรงเรียนให้เจริญ การเห็นความสำคัญของ การจัดการศึกษา และความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ส่วนปัจจัยที่ เป็นอุปสรรค ได้แก่ ชุมชนไม่มีเวลาความยากจนของชุมชนโรงเรียนขาดการ ประชาสัมพันธ์ และขาดการประสานงาน - 19.
สุรพล เพ็งแจ่ม ( 2544 : บทคัดย่อ ) ได้วิจัยเรื่อง การมีส่วนร่วมในการ ดำเนินงานตามระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียน มัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดศรีสะเกษ ผลการวิจัยพบว่า ผู้ปกครองนักเรียนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามระบบการดูแลช่วยเหลือ นักเรียน อยู่ในระดับปานกลาง ผู้ปกครองนักเรียนที่มีอายุต่างกัน อาชีพต่างกัน และเป็นผู้ปกครองนักเรียนระดับชั้นต่างกัน มีส่วนร่วมในการดำเนินงานตาม ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน ผู้ปกครองนักเรียนที่ มีวุฒิการศึกษาต่างกัน มีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามระบบการดูแลช่วยเหลือ นักเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ . 05 - 20.
เกษม อุ่นมณีรัตน์ ( 2549 : บทคัดย่อ ) ได้รายงานการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนด่านทับตะโกราษฎร์อุปถัมภ์ ผลการพัฒนาพบว่า 1. โรงเรียนดำเนินการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยคณะกรรมการดำเนินงาน ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน 2. เปรียบเทียบ ความรู้ความเข้าใจของครูที่ปรึกษา ก่อนและหลังการพัฒนาระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียน หลังดำเนินการผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด 3 เปรียบเทียบ ความสามารถ ของครูที่ปรึกษา ก่อนและหลังการพัฒนาระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียน หลังการดำเนินการผลการประเมินมีค่าเฉลี่ยในภาพรวม อยู่ในระดับมาก 4. เปรียบเทียบ ความเห็น ของครูที่ปรึกษา ในการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ก่อนและหลังการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน หลังดำเนินการผลการประเมินมีค่าเฉลี่ย ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด 5. ผลการประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยครูอยู่ใน ระดับดี - 21.
งานวิจัยต่างประเทศ Becerra (1974 : 56 , อ้างถึงใน สุเมศร์ พรหมมินทร์ 2544 : 98) ได้ศึกษา และทำการวิจัยเรื่อง บทบาทและความเข้าใจระหว่างผู้บริหารตัวแทนของ ชุมชนในการวินิจฉัยปัญหา จากผลการวิจัยพบว่า การตัดสินใจปัญหาใดๆ ที่ เกี่ยวกับโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน และผู้แทนชุมชนจะต้องร่วมมือกันทุก ฝ่ายตามบทบาทหน้าที่และนโยบายที่ตกลงกันไว้ ผู้บริหารจะต้องเข้าใจและ สนใจชุมชนและพร้อมที่จะเข้าร่วมกิกรรมของชุมชนได้ทุกโอกาส - 22.
เจโคบี (Jacoby. 1992 : 152, อ้างถึงใน จรินทร มณีนุ่ม 2551 : 40-41) ได้ทำการวิจัย กรณีศึกษา : การดำเนินงานตามโครงการแก้ไขปัญหาเด็กนักเรียนที่มีปัญหาใน รัฐเท็กซัส : จากแนวคิดสู่การปฏิบัติในระยะเริ่มต้น ผลการวิจัยพบว่าเพื่ออธิบาย แนวคิดการออกแบบ และการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กวัยรุ่นที่มีปัญหาให้ นักเรียนอยู่ในศูนย์การเรียน เพื่อแก้ปัญหาเด็กที่มีปัญหาเพิ่มอีกแนวทางหนึ่ง กันเดอร์สัน ( Gunderson. 2000 : Abstract) ได้ทำการศึกษาการใช้การประชุมเชิง สร้างสรรค์ในโรงเรียน ซึ่งเรียกชื่อเฉพาะว่า การประชุมกลุ่มครอบครัว ในการแก้ไข ปัญหาเด็กหนีเรียนโดยให้ผู้ปกครองที่มีลูกหลานหนีเรียนได้มาร่วมประชุม ปรึกษาหารือ วิธีการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยกลุ่มครอบครัว - 23.
สมมติฐานการค้นคว้าอิสระ 1. กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการ พัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้าน มะนังยงไม่ต่างกัน 2. กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาข้อจำกัดการมีส่วนร่วมของชุมชนในการ พัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้าน มะนังยงไม่ต่างกัน - 24.
เครื่องมือที่ใช้ในการค้นคว้าอิสระ 1. ลักษณะเครื่องมือ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็นแบบสอบถาม โดยทำการสอบถามคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองนักเรียน โดยแบ่งออกเป็น 3 ตอน ดังต่อไปนี้ 1. ตอนที่ 1 สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ซึ่งเป็นแบบสอบถามแบบเลือกตอบ ( Check list ) 2. ตอนที่ 2 ระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านมะนังยง ใน 5 ด้าน ซึ่งเป็นแบบสอบถามแบบเลือกตอบ ( Check list ) 3. ตอนที่ 3 ข้อจำกัดการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านมะนังยง ใน 5 ด้าน ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบสอบถามปลายเปิด - 25.
2. วิธีการสร้างเครื่องมือ 1. ศึกษาเอกสาร ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2. สร้างแบบสอบถามโดยศึกษาระดับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 5 ด้าน ได้แก่ การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล การคัดกรองนักเรียน การส่งเสริมนักเรียน การป้องกันและแก้ไข และการส่งต่อ 3. นำแบบสอบถามไปปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อพิจารณาความถูกต้อง และความเที่ยงตรงของแบบสอบถาม ตลอดจนนำข้อเสนอแนะจากอาจารย์ไปปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมต่อไป - 26.
- 27.
- 28.
การเก็บรวบรวมข้อมูล (ต่อ ) 4. รวบรวมแบบสอบถามคืนมาตรวจสอบและคัดเลือกเฉพาะฉบับที่สมบูรณ์ดำเนินการจัดกระทำตามขั้นตอนการวิจัยต่อไป 5. ระยะเวลาในการรวบรวมข้อมูลคืน 1 สัปดาห์ โดยผู้ศึกษารับแบบสอบถามคืนด้วยตนเอง จำนวน 148 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 100 ของแบบสอบถามที่ส่งไป - 29.
การวิเคราะห์ข้อมูล ประมวลผลข้อมูลทางสถิติด้วยโปรแกรม SPSS ดังต่อไปนี้ 1. ตอนที่ 1 สอบถามสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ลักษณะเป็นเลือกตอบ ( Check list ) ใช้ค่าร้อยละในการวิเคราะห์ข้อมูลในรูปตารางประกอบคำบรรยาย 2. ตอนที่ 2 แบบสอบถามความเห็นเกี่ยวกับระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านมะนังยง ลักษณะเป็นแบบเลือกตอบ ( Check list ) จำนวน 29 ข้อ มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ - 30.
วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล (ต่อ ) - ทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยโดยใช้สถิติ t- test ทดสอบความ แตกต่างของค่าเฉลี่ย และเกณฑ์ที่ใช้แปลความหมายค่าเฉลี่ยในส่วน ของคำถามที่เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 3. ตอนที่ 3 ข้อจำกัดการมีส่วนร่วมของชุมชนใน 5 ด้าน ได้แก่ การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล การคัดกรองนักเรียน การส่งเสริมนักเรียน การป้องกันและแก้ไข และการส่งต่อ การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล การคัดกรองนักเรียน การส่งเสริมนักเรียน การป้องกันและแก้ไข และการส่งต่อ ทำการวิเคราะห์โดยการสรุปคำบรรยาย - 31.
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. สถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพของเครื่องมือ 1.1 การหาค่าความเที่ยงตรงตามเนื้อหาและโครงสร้าง ( Content Validity ) ของแบบสอบถาม โดยใช้สูตรของโรวิเนลลี่และแฮมเบิลตัน 1.2 การหาค่าความเชื่อมั่น ( Reliability ) โดยใช้วิธีสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค - 32.
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล (ต่อ ) 2. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ 2.1 ค่าร้อยละ ( Percentage ) ในการวิเคราะห์แบบสอบถามตอนที่ 1 เกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม 2.2 ค่าเฉลี่ย ( mean ) ในการวิเคราะห์แบบสอบถามตอนที่ 2 เกี่ยวกับการมี ส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียนโรงเรียนบ้านมะนังยง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 - 33.
2.2.3 หาค่าการทดสอบที ( t-test ) เพื่อเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมในการ พัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียน บ้านมะนังยง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 จำแนกตามเพศ 2.2.4 หาค่าทดสอบเอฟ ( F-test ) เพื่อเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ของโรงเรียนบ้านมะนังยง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต 3 จำแนกตามอายุ โดยวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ( One-way ANOVA ) - 34.
- 35.
ตารางที่ 1 สถานภาพส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถาม ลำดับที่ รายการ จำนวน คิดเป็นร้อยละ 1 เพศ 1. 1 ชาย 1. 2 หญิง 58 90 39 . 2 0 60 . 8 0 รวม 148 100.00 2 อายุ ต่ำกว่า 35 ปี 35 – 55 ปี 56 ปีขึ้นไป 42 98 8 28 . 4 0 66 . 2 0 5.40 รวม 148 100.00 - 36.
ตารางที่ 2 ระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ด้านระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียนของโรงเรียนบ้านมะนังยง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 ในภาพรวม และแยกเป็นรายด้าน ลำดับที่ ด้าน SD ระดับ การมีส่วนร่วม 1 การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล 3.37 .75 ปานกลาง 2 การคัดกรองนักเรียน 2.92 1.06 ปานกลาง 3 การส่งเสริมและพัฒนา 2.94 1.07 ปานกลาง 4 การป้องกันช่วยเหลือและแก้ไข 3.08 .90 ปานกลาง 5 การส่งต่อ 2.56 1.15 ปานกลาง รวม 2.97 .79 ปานกลาง - 37.
ตารางที่ 3 เปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านมะนังยง สำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 จำแนกตามตัวแปรเพศ การมีส่วนร่วม ด้าน เพศ จำนวน SD t Sig การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ชาย 58 3.26 .74 -1.385 .168 หญิง 90 3.44 .76 การคัดกรองนักเรียน ชาย 58 2.74 1.04 -1.616 .108 หญิง 90 3.03 1.06 การส่งเสริมและพัฒนา ชาย 58 2.95 1.25 .046 .963 หญิง 90 2.94 .94 การป้องกันช่วยเหลือและแก้ไข ชาย 58 3.06 .87 -.233 .816 หญิง 90 3.10 .92 การส่งต่อ ชาย 58 2.48 1.11 -.620 .536 หญิง 90 2.60 1.18 ภาพรวม ชาย 58 2.90 .79 -.915 .362 หญิง 90 3.02 .79 - 38.
ตารางที่ 4 เปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านมะนังยง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 จำแนกตามตัวแปรอายุ การมีส่วนร่วมด้าน อายุ จำนวน SD F Sig คู่ที่แตกต่าง การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ต่ำกว่า 35 ปี 42 3.52 .72 1.270 .284 - 35-55 ปี 98 3.31 .79 56 ปีขึ้นไป 8 3.21 .25 การคัดกรองนักเรียน ต่ำกว่า 35 ปี 42 3.14 1.12 2.692 .071 - 35-55 ปี 98 2.87 1.01 56 ปีขึ้นไป 8 2.25 1.13 การส่งเสริมและพัฒนา ต่ำกว่า 35 ปี 42 2.96 .93 .649 .524 - 35-55 ปี 98 2.97 1.14 56 ปีขึ้นไป 8 2.52 .78 การป้องกันช่วยเหลือและแก้ไข ต่ำกว่า 35 ปี 42 3.19 .87 1.117 .330 - 35-55 ปี 98 3.07 .91 56 ปีขึ้นไป 8 2.68 .82 การส่งต่อ ต่ำกว่า 35 ปี 42 2.77 1.20 1.167 .314 - 35-55 ปี 98 2.49 1.11 56 ปีขึ้นไป 8 2.25 1.21 ภาพรวม ต่ำกว่า 35 ปี 42 3.12 .78 1.752 .177 - 35-55 ปี 98 2.94 .80 56 ปีขึ้นไป 8 2.58 .65 - 39.
สรุปผลการค้นคว้าอิสระ 1. ระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านมะนังยง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ทุกด้านอยู่ในระดับปานกลาง 2. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านมะนังยง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 จำแนกตามตัวแปรเพศ และอายุ พบว่า ไม่แตกต่างกัน - 40.
สรุปผลการค้นคว้าอิสระ (ต่อ ) 3. ผลการรวบรวมข้อจำกัดการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านมะนังยง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า 3.1 ข้อจำกัดด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล คือ (1) ขาดการประสานงาน ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน (2) ผู้ปกครองไม่มีเวลาเอาใจใส่บุตรหลาน เนื่องจากต้องประกอบอาชีพ (3) ชุมชนไม่มีความรู้ด้านการรู้จักนักเรียนเป็น รายบุคคล 3.2 ข้อจำกัดด้านการคัดกรองนักเรียน คือ (1) ผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ ด้านการคัดกรอง (2) ชุมชนยังขาดการเอาใจใส่ดูแลซึ่งกันและกัน (3) ไม่มี นักเรียนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมีปัญหา - 41.
3.3 ข้อจำกัดด้านการส่งเสริมและพัฒนาคือ (1) นักเรียนไม่ยอมรับและ เกิดการต่อต้านสิ่งที่ผู้ใหญ่แนะนำ (2) ผู้ปกครองมีภาระงานมาก ทำ ให้ไม่มีเวลาดูแลนักเรียน (3) ขาดงบประมาณในการจัดกิจกรรมเพื่อ ส่งเสริมนักเรียน 3.4 ข้อจำกัดด้านการป้องกันช่วยเหลือและแก้ไข คือ (1) ชุมชนไม่ได้รับ การประสานงานจากโรงเรียน (2) ผู้ปกครองไม่ยอมรับว่าบุตรหลานมี ปัญหา (3) ผู้ปกครองไม่สามารถดูแลนักเรียนได้ตลอดเวลา 3.5 ข้อจำกัดด้านการส่งต่อ คือ (1) ผู้ปกครองต้องการแก้ปัญหาด้วยตนเอง (2) ขาดการประสานงานจากโรงเรียน (3) การดำเนินงานไม่ต่อเนื่อง - 42.
ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 1.1 โรงเรียนควรจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระยะ และมีการนิเทศติดตามผลการดำเนินงานอย่างจริงจังและต่อเนื่อง 1.2 โรงเรียนควรเสริมสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยวิธีการต่างๆ เช่น วารสาร จุลสาร ไปสู่ชุมชนให้ชุมชนได้รับทราบโดยทั่วกัน 1.3 ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการประชุมเสนอปัญหาของโรงเรียน วางแผน และกำหนดแนวทางส่งเสริมและแนวทางแก้ไขปัญหา 1.4 ควรจัดวางระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นระบบหลัก 1.5 โรงเรียนควรมีทีมงานพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน - 43.
2. ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรศึกษาระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนในครั้งนี้กับประชากรที่เป็นครู และผู้บริหาร 2.2 ควรศึกษาระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนในกลุ่มประชากรที่กว้างกว่านี้ เพื่อนำมาเปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร 2.3 ศึกษาปัญหาและความต้องการของชุมชนด้านอื่นๆ ของโรงเรียน