Page 1
Page 2
 กลไกการเกิดพฤติกรรมของสัตว์
 ประเภทพฤติกรรมของสัตว์
 ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมกับ
พัฒนาการของระบบประสาท
 การสื่อสารระหว่างสัตว์
Page 3
พฤติกรรม (behavior) หมายถึง กิริยาที่สิ่งมีชีวิต
แสดงออกมาเป็นการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น
การศึกษาพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตทาได้ 2 วิธี คือ
1. วิธีการทางสรีรวิทยา (physiological approach)
2. วิธีการทางจิตวิทยา (psychological approach)
Page 4
มีจุดมุ่งหมายเพื่ออธิบายพฤติกรรม
ในรูปของกลไกการทางานของระบบประสาท
Page 5
เป็นการศึกษาถึงผลของปัจจัยต่างๆ รอบตัว
และปัจจัยภายในร่างกายที่มีต่อการพัฒนาและการแสดง
ออกของพฤติกรรมที่มองเห็นได้ชัดเจน
Page 6
Page 7
พฤติกรรมจะสลับซับซ้อนเพียงใดขึ้นอยู่กับ
ระดับความเจริญของส่วนต่างๆของระบบประสาท
ทั้งหน่วยรับความรู้สึก ระบบประสาทส่วนกลาง
และหน่วยปฏิบัติงาน
Page 8
ประเภทของพฤติกรรมแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
1. พฤติกรรมที่มีมาแต่กาเนิด (inherited behavior)
2. พฤติกรรมการเรียนรู้ (learned behavior)
Page 9
 ความสามารถในการแสดงพฤติกรรมได้มาจากพันธุกรรม
 ไม่จาเป็นต้องเรียนรู้มาก่อน
 มีแบบแผนที่แน่นอนเฉพาะตัวเปลี่ยนแปลงไม่ได้
 สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันจะแสดงพฤติกรรมเหมือนกันหมด
 พฤติกรรมที่มีมาแต่กาเนิด ได้แก่ พฤติกรรมแบบรีเฟล็กซ์
และพฤติกรรมแบบรีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง
Page 10
ปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ ทาให้สิ่งมีชีวิตแสดงอาการ
ตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ทันที พฤติกรรมนี้แสดงออก
ด้วยการที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายตอบสนอง
ต่อสิ่งเร้าที่มากระตุ้นได้อย่างรวดเร็ว
 ตัวอย่างพฤติกรรมของพารามีเซียม
Page 11
หมายถึง พฤติกรรมที่สัตว์ตอบสน
ต่อปัจจัยทางกายภาพ ทาให้เกิดการว
กับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการด
ปลาว่ายน้าในลักษณะที่ตั้งฉากกับแส
Page 12
หมายถึง พฤติกรรมการตอบสนองต่อสิ่งเร้าด้วยการเคลื่อนที่
แบบมีทิศทางไม่แน่นอน ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของโอเรียนเตชัน พบใน
โพรโทซัว หรือสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังชั้นต่าที่ระบบประสาทไม่เจริญดี
Page 13
Page 14
หมายถึง พฤติกรรมการเคลื่อนที่ของสัตว์ ซึ่งสัมพันธ์
กับทิศทางของสิ่งเร้า เช่น
 การตอบสนองของจิ้งหรีดเพศเมียต่อเสียงร้องของ
จิ้งหรีดตัวผู้
 การตอบสนองต่อแสงของผีเสื้อกลางคืน
Page 15
Page 16
Page 17
 ประกอบด้วยพฤติกรรมย่อยๆ ซึ่งเป็นปฏิกิริยารีเฟล็กซ์
ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะไปกระตุ้นรีเฟล็กซ์อื่นๆ ของระบบ
ประสาท
ให้ทางานต่อเนื่องกัน
ตัวอย่าง - การดูดน้านมของเด็ก
- การสร้างรังของนก
Page 18
Page 19
หมายถึง พฤติกรรมของสัตว์ที่อาศัยประสบการณ์
หรือการเรียนรู้พฤติกรรมการเรียนรู้ แบ่งเป็นพฤติกรรมแบบต่างๆ
ดังนี้
 แฮบบิชูเอชัน
 การฝังใจ
 การมีเงื่อนไข
 การลองผิดลองถูก
 การใช้เหตุผล
Page 20
Page 21
เป็นพฤติกรรมที่สัตว์ลดการตอบสนองต่อสิ่งเร้า
แม้จะยังได้รับการกระตุ้นอยู่ เนื่องจากสัตว์เรียนรู้แล้วว่า
สิ่งเร้านั้นๆ ไม่มีผลต่อการดารงชีวิต
Page 22
การทดองของ ดร.คอนราด ลอเรนซ์
Page 23
เป็นพฤติกรรมของสัตว์ที่ติดตามวัตถุที่เคลื่อนที่
และทาเสียงซึ่งเห็นในครั้งแรกหลังจากฟักจากไข่แล้ว
พฤติกรรมแบบนี้จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นมาก คือ
ระยะเวลา 36 ชั่วโมงหลังจากฟักออกจากไข่
Page 24
การทดลองของอีวาน พาฟลอฟ (Ivan Pavlov)
Page 25
คือการที่สัตว์แสดงพฤติกรรมการตอบสนอง
ต่อสิ่งเร้าที่ไม่แท้จริง แม้ว่าจะไม่มีสิ่งเร้าที่แท้จริงอยู่ด้วย
ลาพังสิ่งเร้าที่ไม่แท้จริงเพียงอย่างเดียวก็สามารถกระตุ้นให้
สัตว์นั้นตอบสนองได้เช่นเดียวกับกรณีที่มีแต่สิ่งเร้าแท้จริงอย่างเดียว
Page 26
แผนภาพสิ่งเร้าที่ไม่มีเงื่อนไขและสิ่งเร้าที่มีเงื่อนไข
ก่อนเรียนรู้ อาหาร สุนัขหลั่งน้าลาย
(สิ่งเร้าที่ไม่มีเงื่อนไข)
ระหว่างเรียนรู้
อาหาร
สุนัขหลั่งน้าลาย
หลังเรียนรู้ สุนัขหลั่งน้าลาย
(สิ่งเร้าที่มีเงื่อนไข)
เสียงกระดิ่ง
เสียงกระดิ่ง
Page 27
การทดลองพฤติกรรมลองผิดลองถูกของไส้เดือนดิน
Page 28
เป็นพฤติกรรมซึ่งเกิดจากการทดลองซ้าๆ
จนมีประสบการณ์ว่าการกระทาแบบใดจะเกิดผลดี
แบบใดจะเกิดผลเสีย แล้วเลือกกระทาแต่สิ่งที่จะเกิดผลดี
หรือให้ประโยชน์และพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่ให้โทษ
Page 29พฤติกรรมการใช้เหตุผลของซิมแปนซีโดยใช้กล่องวางซ้อนกันเพื่อปีนขึ้นไปหยิบกล้วย
Page 30
Page 31
 พบเฉพาะในสัตว์ที่มีสมองเซรีบรัมพัฒนาดี
 การใช้เหตุผลขึ้นกับความสามารถในการเรียนรู้และจดจา
ตลอดจนนาเอาประสบการณ์มาผสมผสานกัน หรือประยุกต์
ใช้ในการแก้ปัญหา
 การใช้เหตุผลพัฒนามาจากการลองผิดลองถูก
 การใช้เหตุผลเป็นการเรียนรู้ขั้นสูงสุด
Page 32
ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมกับพัฒนาการของระบบประสาท
ชนิดสิ่งมีชีวิต ระบบประสาท พฤติกรรมที่สาคัญ
มนุษย์ -สมองส่วนหน้าเจริญดี -การใช้เหตุผลที่ซับซ้อน
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม -สมองส่วนหน้าเจริญขึ้น
-สมองส่วนกลางขนาดลดลง
-การเรียนรู้ที่ซับซ้อน
-ใช้เหตุผลบ้าง
สัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง
ชั้นต่า
-สมองส่วนหน้ายังไม่พัฒนาเมื่อ
เทียบกับสมองส่วนกลาง
-การเรียนรู้แบบง่าย
สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง -ไม่มีสมองที่แท้จริง
-ระบบประสาทไม่ซับซ้อน มีปม
ประสาทอยู่บ้างและเซลล์ประสาท
ต่อกันเป็นร่างแห
-การเรียนรู้ที่ซับซ้อน
-ใช้เหตุผลบ้าง
โพรทิสต์เซลล์เดียว -ไม่มีระบบประสาท -แทกซิส
-ไคนีซีส -รีแฟล็กซ์
Page 33

พฤติกรรม