ปรัชญาเบื้องต้น
บทที่ ๖ ปรัชญาตะวันออก
บทที่ ๖ปรัชญาตะวันออก
 ขอบข่ายเนื้อหา
 ลักษณะทั่วไปของปรัชญาตะวันออก
 ลักษณะและพัฒนาการของปรัชญาอินเดีย
 ลักษณะและพัฒนาการของปรัชญาจีน
 ลักษณะและพัฒนาการของปรัชญาญี่ปุ่น
 ลักษณะและพัฒนาการของปรัชญาไทย
ลักษณะทั่วไปของปรัชญาตะวันออก
ปรัชญาตะวันออก หมายถึงปรัชญาที่เกิดขึ้นทางแถบตะวันออก
ทั้งหมด เช่น ปรัชญาอินเดีย ปรัชญาจีน ปรัชญาญี่ปุ่น เป็นต้น
ปรัชญาตะวันออก ส่วนใหญ่เป็นปรัชญาชีวิต มุ่งศึกษาเพื่อรู้และ
เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติมีพื้นฐานมาจากศาสนา
มุ่งรู้แจ้งตนเองก่อนแล้วจึงศึกษาให้รู้สิ่งนอกตัวภายหลังโดย
ได้รับความคิดพื้นฐานมากจากปรัชญาอินเดีย
ปรัชญาอินเดีย
 แบ่งออกเป็น ๓ ยุค หลัก ๆ ได้แก่
ยุคพระเวท
ยุคอุปนิสัย
ยุคปรัชญา ๙ สานัก
๑.ยุคพระเวท
 เริ่มตั้งแต่ประมาณ ๑,๐๐๐ ถึง ๑๐๐ ปีก่อน พ.ศ. โดยมีคัมภีร์ไตรเภท
เป็นหลัก คือ
 ๑) ฤคเวท สาหรับสวดสดุดีสรรเสริญพระเจ้าต่างๆ
 ๒) ยชุรเวท ว่าด้วยกฎเกณฑ์การบูชาเทพ
 ๓) สามเวท สาหรับคาสวดในพิธีถวายน้าโสมแด่พระอินทร์
 ๔) อถรรพเวท ว่าด้วยเรื่องไสยศาสตร์
๒.ยุคอุปนิสัย
 เริ่มตั้งแต่ ๑๐๐ ปี ก่อนพุทธกาล จนถึง พ.ศ. ๗๐๐
 เริ่มตั้งแต่การเกิดขึ้นของมหากาพย์ ๒ เรื่อง คือ
รามยณะและมหาภารตะ
 เป็นสมัยสาคัญแห่งประวัติศาสตร์ของศาสนาทั้งสาม คือ ศาสนา
ฮินดู พระพุทธศาสนา ศาสนาเชน
๓.ยุคปรัชญา๙สานัก
 เป็นยุคของวิวัฒนาการ ของปรัชญา ๙ สานักในอินเดีย
 ซึ่งเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. ๗๐๐ เรื่อยมา ในยุคนี้ศาสนาพราหมณ์ ได้มีการ
ปฏิรูป ครั้งสาคัญ ๆ หลายครั้ง จนเป็นเหตุให้กลายมาเป็นศาสนา
ฮินดูในปัจจุบัน
ที่มาของปรัชญาอินเดีย
ปรัชญาอินเดียโดยสรุป มี ๒ สาย คือ
๑. ปรัชญากลุ่มอาสติกะ(Orthodox) เป็นกลุ่มที่มีระบบปรัชญา
คัญๆหกระบบซึ่งได้รับอิทธิพลจากคัมภีร์พระเวทโดยตรง ได้แก่
นยายะ ไวเศษิกะ สางขยา โคยะ มีมามสา เวทานตะ ทั้งหกระบบ
นี้มิใช่เพียงเพราะมีความเชื่อถือในความีอยู่ของพระผู้เป็นเจ้า
สูงสุดเท่านั้น แต่ยังยอมรับนับถือความขลัง ความถูกต้อง
สมบูรณ์และความศักดิ์สิทธิ์ของพระเวทอีกด้วย
 ๒. ปรัชญากลุ่มนาสติกะ(Heterodox)
เป็นกลุ่มที่มีระบบปรัชญาที่สาคัญสาม
ระบบซึ่งคัดค้านในความขลังและความ
ศักดิ์สิทธิ์ของพระเวทได้ชื่อว่าได้รับ
อิทธิพลจากคัมภีร์พระเวทโดยอ้อม
ได้แก่ ปรัชญาจารวาก พุทธปรัชญา และ
ปรัชญาเชน
ปรัชญาไทย
 ปรัชญาไทย หมายถึงโลกทัศน์ แนวคิด
หลักปฏิบัติหรือหลักการดาเนิ นชีวิต
ค่านิยม ความเชื่อ คติ การประพฤติการ
ปฏิบัติอันเกี่ยวเนื่องด้วยศาสนาอันเป็น
พื้นฐานชีวิตของคนไทย มาตั้งแต่สมัย
ลพบุรี เรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์
เป็ นการรวมเอาความเชื่อ ทัศนคติ
ตลอดจนค่านิยมต่างๆ ของบุคคลหรือ
ของสังคมเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีเป้ าหมาย
เพื่อให้ชีวิตเข้าถึงความสงบสุข
พัฒนาการแนวคิดด้านปรัชญาไทย
 ๑) ยุควิญญาณธรรมชาติ (Natural Soul) พร้อมกับการก่อตัวของการ
บูชาวิญญาณบรรพบุรุษ ชนชาติไทยคิดแต่เรื่องนอกตัว จึงก่อให้เกิด
แนวคิดเรื่องวิญญาณต่างๆ ขึ้น และทาให้เกิดประเพณีเลี้ยงผี เช่น ผี
ฟ้ า ผีแถน การเรียกขวัญ และความเชื่อโชคลางต่างๆ โดยเชื่อว่าสิ่ง
เหล่านี้จะสามารถอานวยความสุขให้ได้
พัฒนาการแนวคิดด้านปรัชญาไทย
 ๒) ยุครับแนวคิดพราหมณ์ พร้อมกับพัฒนารูปแบบไสยศาสตร์ เป็น
ยุคที่แนวคิดของศาสนาพราหมณ์เข้ามามีอิทธิพลต่อคนไทย ทั้งใน
ด้านความเชื่อ และพิธีกรรม ซึ่งได้พัฒนาแนวคิดเรื่องวิญญาณตาม
เทพเจ้าของพราหมณ์
พัฒนาการแนวคิดด้านปรัชญาไทย
 ๓) ยุครับแนวคิดพระพุทธศาสนาพร้อมกับการก่อตัวของวัฒนธรรม
ประเพณี หลังจากพระพุทธศาสนาแผ่อิทธิพลเข้าสู่ดินแดนสุวรรณ
ภูมิ ชนชาติไทยได้หันมาพัฒนาวัฒนธรรมและประเพณีของตนตาม
หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ในด้านความเชื่อ และมีอิทธิพลเหนือ
ชีวิตและจิตใจของชาวไทยอย่างเบ็ดเสร็จ
พัฒนาการแนวคิดด้านปรัชญาไทย
 ๔) ยุครับแนวคิดตะวันตก เป็น
ยุคที่สังคมไทยกาลังเกิดการ
เปลี่ยนแปลงทั้งในด้าน
โครงสร้างของสังคม ทัศนคติ
และการดาเนินชีวิตเพื่อปรับตัว
ให้สอดคล้องกับความ
เจริญก้าวหน้าของโลกตะวันตก
พัฒนาการแนวคิดด้านปรัชญาไทย
 ๕) ยุคพัฒนาแนวคิดพระพุทธศาสนาบริสุทธิ์ เป็นยุคที่นักปรัชญา
ไทยพัฒนาแนวคิดด้านจิตใจ ในพระพุทธศาสนาแนวตรง โดยเชื่อว่า
การที่จะแก้ปัญหาชีวิตมนุษย์และเข้าถึงความสุขได้อย่างสมบูรณ์
ต้องพัฒนาจิตให้เข้าถึงความสมบูรณ์ด้วย เพราะเชื่อตามหลัก
พระพุทธศาสนาว่า “สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี”
ลักษณะของปรัชญาไทย
 ปรัชญาชีวิตไทยมีลักษณะเป็นวิญญาณนิยม
 ปรัชญาชีวิตไทยมีลักษณะเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์
 ปรัชญาชีวิตไทยเน้นหลักปฏิบัติในชีวิตประจาวัน
ปรัชญาจีน
ลักษณะของปรัชญาจีน
ปรัชญาจีนไม่สนใจแสวงหาปฐมธาตุอย่างที่ปรัชญาตะวันตก
แสวงหา แต่ปรัชญาจีนให้ความสาคัญเรื่องมนุษย์ด้วยกัน จึงถูกมอง
ว่าเป็นมนุษยนิยม
คือมีเป้ าหมายว่าจะทาอย่างไรจึงจะเป็นคนที่มีความสุข ทาอย่างไร
สังคมประเทศชาติ และโลกจะมีความสงบสุข
เน้นเรื่องจริยธรรมมากกว่าสติปัญญา
สานักปรัชญาต่างๆของจีน
 ๑. สานักปรัชญาเต๋า สานักนี้มีเล่าจื้อเป็นหัวหน้า ปรัชญาใน
สานักนี้มีเต๋าเป็นจุดหมายสูงสุด เต๋าเป็นนามธรรม แต่ก็เป็นบ่อเกิด
ของสรรพสิ่ง คอยหล่อเลี้ยงสรรพสิ่ง และเป็นจุดหมายสูงสุดของ
สรรพสิ่ง สานักนี้เชื่อว่าคนเคยมีความสุขสบายในบุรพกาลมา
แล้วแต่เพราะความที่ขาดปัญญา จึงเห็นผิดเป็นชอบ ตอบสนองกิเลส
ตัณหาโดยหันหลังให้กับธรรมชาติดั้งเดิม แล้วมุ่งสร้างวัฒนธรรม
และอารยธรรมขึ้นมา ผลก็คือแต่ละคนมีความทุกข์ สังคมวุ่นวาย มี
ปัญหาน้อยใหญ่ให้แก้อย่างมิรู้จบสิ้น สานักนี้มีความเห็นต่อไปว่า วิธี
ที่จะแก้ความยุ่งยากนั้นได้ก็โดยการหยุดสร้างวัฒนธรรมและอารย
ธรรมเสีย แล้วกลับเข้าหาธรรมชาติดั้งเดิมของตน
 ๒.สำนักปรัชญำขงจื้อ มีขงจื้อเป็นหัวหน้ำ ปรัชญำสำนักนี้มุ่งสอนให้คนกลับสู่
อดีตเช่นกัน จะต่ำงกันก็คือแทนที่จะเน้นธรรมชำติกลับเน้นจำรีตประเพณี ดนตรี
และคุณธรรมที่ดีงำมในอดีต สำนักนี้เชื่อว่ำคนในสมัยอดีตเคยสุขสบำย สังคมมี
ระเบียบ เรำะทุกคนปฏิบัติตำมจำรีตประเพณีและคุณธรรมมำแล้ว เพรำะฉะนั้น
สำนักขงจื้อจึงรณรงค์ให้ฟื้ นฟูจำรีตประเพณี ดนตรี และคุณธรรมที่เคยดีงำม
มำแล้วในอดีตมำให้ผู้คนปฏิบัติกันอีก วิธีนี้เท่ำนั้นที่จะทำให้คนมีควำมสุข สังคมมี
ระเบียบวินัย
 ๓.สานักปรัชญาม่อจื้อ มีม่อจื้อเป็นหัวหน้า ม่อจื้อเชื่อว่าอดีต
เป็นความผันผ่านไปแล้วก็ไม่อาจหวนกลับมาอีก กาลเวลาผ่านไป
ทุกอย่างก็ผ่านไปเช่นกัน สิ่งที่เหมาะสมกับสมัยหนึ่งไม่จาเป็นต้อง
เหมาะสมกับอีกสมัยหนึ่ง
 เพราะฉะนั้น คนมีปัญญาควรสร้างกฎเกณฑ์ใหม่ขึ้นมาให้
สอดคล้องตรงกับความจริงในปัจจุบัน อย่างเช่น ทุกคนต้องการ
ความสุข เกลียดความทุกข์ด้วยกัน ต้องการมีเกียรติมีศักดิ์ศรี
เหมือนกัน เพราะฉะนั้นคนเราจึงควรเห็นอกเห็นใจกัน แผ่ความรัก
ความเมตตาให้กัน ช่วยเหลือกัน ไม่แบ่งแยกชนชั้นให้ต่างกัน
 ๔.สานักปรัชญานิตินิยม โดยมีฮั่นเฟยจื้อเป็นตัวแทน ปรัชญา
สานักนี้ชี้ให้เห็นว่าอานาจและกฎหมายมีความจาเป็น และสาคัญ
ที่สุดในการนาความสงบสุขมาสู่บุคคลและสังคม ฮั่นเฟ่ยจื้อเชื่อว่า
วิธีการใช้อานาจและกฎหมายมาใช้เป็นการสอดคล้องกับธรรมชาติ
ของมนุษย์ เพราะมนุษย์ต้องการได้อิฏฐารมณ์ คืออารมณ์ที่น่า
ปรารถนา มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และไม่ต้องการอนิฏฐารมณ์
เพราะฉะนั้นการใช้อานาจและกฎหมายจึงทาให้คนอยากทาดี เพื่อจะ
ได้รับรางวัลตอบแทนและไม่กล้าทาความชั่ว เพราะกลัวถูกลงโทษ
ทัณฑ์ หากเป็นได้ดังกล่าวก็เท่ากับทาให้สังคมสงบสุขโดยอัตโนมัติ
หลักอภิปรัชญาจีน
 เชื่อว่าโลกนี้เกิดมาจากการสร้างของเทพเจ้า ปันกู ซึ่งหมายถึงที่
รองรับอันทรงพลังของ หยิน และหยาง เป็นผลให้สรรพสิ่งในสากล
จักรวาลเกิดขึ้น นักคิดแนวอภิปรัชญาล้วนๆ ของจีนก็คือเล่าจื้อ ผู้
เป็นต้นคิดปรัชญาเต๋า
หลักจริยศาสตร์จีน
 ในทัศนะของเล่าจื้อ ถือว่า “สภาวะดั้งเดิมของมนุษย์นั้นคือความสุข
แต่มนุษย์ต้องมีทุกข์เพราะสภาพของสังคมเปลี่ยนแปลง ดังนั้นวิถีทาง
ที่จะมีความสุขได้นั้น ก็คือการขจัดวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียม
ประเพณีต่างๆ ที่สังคมสร้างขึ้น”
 ส่วนในทัศนะของขงจื้อ กล่าวว่า “สังคมที่ดีที่สุดสาหรับมนุษย์ก็คือ
สังคมที่มีความชอบธรรม โดยเริ่มจัดระบบครอบครัวให้มั่นคง มี
ความสุขและชอบธรรมได้แล้ว สังคมโดยร่วมก็จะเป็นปึกแผ่นมั่นคงมี
ความสุขและชอบธรรมไปด้วย”
ปรัชญาญี่ปุ่น
หลักอภิปรัชญาญี่ปุ่น
 อภิปรัชญาญี่ปุ่น เชื่อว่าบรรพบุรุษดั้งเดิมของตนสืบเชื้อสายมาจาก
พระอาทิตย์ ซึ่งเป็นเทพเจ้าสูงสุดในศาสนาชินโต ปรากฏการณ์ต่างๆ
ตามธรรมชาติเกิดขึ้นจากการบันดาลของเทพเจ้า แม้แต่พระเจ้า
จักรพรรดิทุกพระองค์ก็เป็นสิ่งที่เทพเจ้าประทานมาให้เช่นกัน
หลักจริยศาสตร์ปรัชญาญี่ปุ่น
 หลักจริยศาสตร์หรือแนวทาง
ปฏิบัติอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากศาสนา
ชินโตนั้น มีหลายประการ เช่น หลักแห่ง
ความสะอาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ศาสนาชินโต
เน้นมาก เพราะปรากฏในคัมภีร์ว่า เหล่า
เทพเจ้าทั้งหลายมีเทพอิซานางิ เทพอมเต
ระสุ และเทพโมกิมิ ได้ทาพิธีชาระ
พระองค์ให้สะอาด ก่อนที่จะสร้างสรรค์
สิ่งอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีหลักปฏิบัติใน
เรื่องของความภักดีต่อครอบครัว ภักดี
ต่อชุมชน และภักดีต่อรัฐอันเป็ นการ
แสดงออกด้วยองค์จักรพรรดิ
สัญลักษณ์ของปรัชญาญี่ปุ่น
ดอกซากุระ มิกาโด (จักรพรรดิ)
ดารูมา
ลักษณะปรัชญาญี่ปุ่น
 ปรัชญาของญี่ปุ่นจาแนกเป็นฐานหลักได้ ๓ ฐาน คือ
 ๑. ฐานชินโต ฐานนี้ ญี่ปุ่นรับมาในสมัยมีการนับถือธรรมชาติ
(พระเจ้า) มีคัมภีร์โคยิกิและนิเป็น ตาราศาสนาประจาชาติ เริ่มเป็น
ระบบสั่งสอนและปฏิบัติจากราชสานักไปถึงราษฎร์สามัญและเพื่อให้
มีระเบียบมั่นคงเป็นศาสนามีแบบมีแผนเท่าเทียมกับศาสนาอื่นที่เข้า
มาใหม่ จึงให้ตั้งชื่อศาสนาประจาชาติในโลกธาตุ หรือระบบหยาง-
หยินของจีน
 ๒. ฐานมิกาโต คือ ฐานเกี่ยวกับระบบการนับถือจักรพรรดิ ระบบ
ภายในครอบครัวและระบบทางสังคมที่ยังเป็นระบบที่มีชีวิต มีการ
ปฏิบัติ ทะนุถนอมรักษากันไว้ เป็นเอกลักษณ์ไม่มีเสื่อมคลาย
ยากที่จะหาได้ในสังคมของชาติอื่น อันประกอบด้วย
 ความภักดีต่อบรรพบุรุษ
 ความภักดีต่อครอบครัว
 ความภักดีต่อสังคมในชาติ
ลักษณะปรัชญาญี่ปุ่น
 ๓. ปุตสุโต พระพุทธศาสนา
 ความภัคดีต่อพระพุทธศาสนา เพราะว่า พระพุทธศาสนา มี
อิทธิพลยิ่งใหญ่ ควบคู่ไปกับศาสนาชินโต กล่อมจิตใจขั้นพื้นฐาน
ของชาวญี่ปุ่นรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวมาแต่ต้น นาความเจริญด้าน
จิตใจ ด้านศิลปะวิทยาการ และวัฒนธรรมความเป็นอยู่มาให้แก่
ญี่ปุ่นทุกระดับ
ลักษณะปรัชญาญี่ปุ่น
จบบทที่ ๖
ปรัชญาตะวันออก
ดาวน์โหลดไฟล์นี้ได้ที่
www.philosophychicchic.com
สนุกกับการเรียนรู้ปรัชญาและศาสนาแบบชิคๆ เคียงคู่รอยยิ้ม

ปรัชญาเบื้องต้น บทที่ ๖ ปรัชญาตะวันออก