ปรัชญาเบื้องต้น
บทที่ ๓ อภิปรัชญา
บทที่ ๓ อภิปรัชญา
 ขอบข่ายเนื้อหา
ความหมายและความสาคัญของอภิปรัชญา
บ่อเกิดและขอบเขตของอภิปรัชญา
ทฤษฎีอภิปรัชญา
๓.๑ ความนา
 อภิปรัชญาเป็นสาขาหนึ่งของ
ปรัชญาบริสุทธิ์ ที่ว่าด้วยความจริง
อันติมะ (Ultimate Reality) คือ
ความสูงสุดซึ่งเป็นแก่นแท้ของสิ่ง
ทั้งมวล
 คาว่า “สิ่งทั้งมวล” ในที่นี้
หมายถึง สรรพสิ่งที่มีอยู่ใน
จักรวาล หรือเอกภพ
๓.๒ ความหมายและความสาคัญของอภิปรัชญา
 คาว่า “อภิปรัชญา” เป็นคาที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์
ประพันธ์ ทรงบัญญัติศัพท์ขึ้น โดยแปลจากภาษาอังกฤษว่า Metaphysic
อภิ ปรัชญา
หมายถึง ปรัชญาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือจาก
การรู้เห็นทั่วๆ ไป แต่สามารถรู้และเข้าใจได้ด้วยเหตุผล
Metaphysics มาจาก
Meta Physika
เบื้องหลัง สิ่งที่รู้สึกด้วย
ประสาทสัมผัส
หมายถึง สภาวะที่อยู่เหนือการสัมผัสทั่วๆ ไป
๓.๓.๑ บ่อเกิดอภิปรัชญา
 ๑) ความอยากรู้อยากเห็นความเป็นไปของธรรมชาติ
 ๒) ความไม่พอใจในการใช้ชีวิตส่วนตัว
 ๓) ความคิดเห็นเกี่ยวกับอานาจสูงสุดที่อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์
๓.๓.๒ ขอบเขตของอภิปรัชญา
 มีอยู่ ๓ประเด็น
๑) ปัญหาเกี่ยวกับความเป็นจริงของโลกและจักรวาล (Cosmology)
เช่น เอกภพมีธรรมชาติเป็นสสารหรือเป็นจิต ??
ขอบเขตของอภิปรัชญา
๓) ปัญหาเกี่ยวกับความเป็นจริงของจิตและวิญญาณ (Mind or Spirit)
เช่น มนุษย์นั้นมี จิต และวิญญาณจริงหรือ?
มนุษย์ตายแล้วเกิดอีก หรือสูญไปเลย?
ขอบเขตของอภิปรัชญา
๓) ปัญหาเกี่ยวกับความแท้จริงของพระเจ้า (God) หรือสิ่งสัมบูรณ์
เช่น อะไรคือข้อพิสูจน์ว่าพระเจ้ามีอยู่ ??
๓.๔ ทฤษฎีทางอภิปรัชญา
๑. จิตนิยม (Idealism)
๒. สสารนิยม (Materialism)
๓. ธรรมชาตินิยม (Naturalism)
๔. พิสูจน์ความมีอยู่ของพระเจ้า
 ลักษณะทั่วไป
ถือว่าความจริงแท้หรือสูงสุดเป็นจิตหรืออสสารมีอยู่ชั่วนิรันดร
ไม่เปลี่ยนแปลง ลักษณะทั่วไปมีดังนี้
๑. เนื้อแท้ของโลกเป็นอสสาร (จิต) ไม่กินที่ ไม่อยู่ในระบบของอวกาศ
และเวลา และไม่สามารถรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง ๕
๒. ไม่เปลี่ยนแปลงเป็นนิจนิรันดร ในขณะที่สสารเปลี่ยนแปลง
๓. วิถีชีวิตของมนุษย์ล้วนเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของจิตสัมบูรณ์ หรือ
พระเจ้า
๑. จิตนิยม (Idealism)
 สสารนิยม ไม่เชื่อเรื่องโลกหน้า มนุษย์เกิดหนเดียวตายหนเดียว ไม่เชื่อเรื่อง
กรรม ลักษณะทั่วไปของสสารนิยม คือ
๑. เป็นเอกนิยม ถือว่า สสารและปรากฏการณ์ของสสารเท่านั้นเป็นจริง
สสารเป็นสิ่งคงที่ เป็นสิ่งครองเวลา ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นสามารถรับรู้ได้
ด้วยประสาทสัมผัส
๒. ยอมรับแนวคิดเรื่องการทอนลง (แยกส่วน)
๓. สสารนิยมเชื่อว่า จักรวาลอยู่ในระบบจักรวาล ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างมี
เงื่อนไข จะเกิดเองไม่ได้ อยู่ภายใต้ระบบสุริยจักรวาล
๔. สสารไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า
๒. สสารนิยม (Materialism)
 ธรรมชาตินิยมอยู่ระหว่างจิตนิยมและสสารนิยม บางทีเรียกว่า สัจนิยม
(Realism) โดยมีพื้นฐานดังนี้
๑. ถือว่าความพยายามที่จะอธิบายปรากฏการณ์รอบๆ ตัวทุกอย่างโดย
อาศัยธรรมเป็นหลัก
 ๒. ธรรมชาติประกอบด้วยพลังงาน หลายรูป เช่น ความร้อน แสงสว่าง
ไฟฟ้ า เป็นต้น
๓. พลังงานเปลี่ยนรูปกลับไปกลับมาได้
๔. พลังงานเป็นความแท้จริงสุดท้าย
๓. ธรรมชาตินิยม (Naturalism)
 อภิปรัชญาเชื่อว่า พระเจ้าเป็นสิ่งแท้จริงสูงสุด แต่ปัญหามีอยู่ว่า พระเจ้ามีจริง
หรือไม่ นักปรัชญาได้พยายามสร้างข้อพิสูจน์ความมีอยู่ของพระเจ้า หลาย
ทัศนะต่างๆ กันเช่น
พิสูจน์ทางความเป็นเหตุเป็นผล คือ ผลที่เกิดขึ้นย่อมจะต้องมีเหตุ พระเจ้า
คือเหตุที่ไม่มีสิ่งอื่นเป็นเหตุ
ข้อพิสูจน์ทางปฏิบัตินิยม เพราะความคิดเรื่องพระเจ้ามีคุณค่าในทาง
ปฏิบัติ มีประโยชน์ต่อชีวิตเรา ฉะนั้นพระเจ้าต้องมีอยู่จริง
ข้อพิสูจน์ทางประจักษ์นิยม กล่าวคือมีคนในโลกนี้อ้างว่าได้มีการติดต่อกับ
พระเจ้าโดยตรง
๔. พิสูจน์ความมีอยู่ของพระเจ้า
ข้อพิสูจน์ทางประจักษ์นิยมเกี่ยวกับพระเจ้า
พระเยซู พระนบี มหะหมัด
สรุป
 อภิปรัชญาเป็นสาขาหนึ่งของปรัชญาว่าด้วยเรื่องโลก จิตหรือวิญญาณ เจตน
จานงเสรี และพระเจ้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นความจริงสูงสุดหรืออันติมะ
สัจจะ (Ultimate Reality) ในฐานะที่เป็นปรัชญาที่ว่าด้วยความเป็นจริงที่
มนุษย์อยากรู้
จบบทที่ ๓
ดาวน์โหลดไฟล์นี้ได้ที่
www.philosophychicchic.com
สนุกกับการเรียนรู้ปรัชญาและศาสนาแบบชิคๆ เคียงคู่รอยยิ้ม

ปรัชญาเบื้องต้น บทที่ ๓ อภิปรัชญา