Performance Managementผู้ช่วยศาสตราจารย์ เชียง  เภาชิต1  กันยายน 25521
ระดับของผู้บริหาร1.  ผู้บริหารระดับสูง  (Top Manager)  เป็นผู้บริหารที่อยู่ในตำแหน่งบริหารสูงสุดขององค์การงานที่สำคัญ คือ การกำหนดวัตถุประสงค์ขององค์การ กำหนดกลยุทธ์  กำหนดนโยบาย  และตัดสินในที่ส่งผลระยะยาวต่อองค์การ ตำแหน่งของผู้บริหารระดับสูง  ได้แก่  ประธาน  รองประธาน   หัวหน้าสำนักงานบริหาร (CEO)  กรรมการ   ผู้จัดการใหญ่  กรรมการอำนวยการ เป็นต้น  		2
	ผู้บริหารระดับสูงจะต้องสนใจสภาพแวดล้อมภายนอกองค์การมากกว่าสภาพแวดล้อมภายในองค์การ จะต้องมีความพร้อมปรับเปลี่ยน แสวงหาโอกาสและขจัดอุปสรรคที่จะเกิดกับการบริหารงานขององค์การ จะต้องปรับเปลี่ยนและพัฒนาวิธีการหรือหนทางขององค์การให้สอดรับกับสภาพแวดล้อมภายนอก ผู้บริหารระดับนี้เป็นนักคิดกลยุทธ์ (strategic thinker)  มุ่งไปสู่อนาคตและต้องตัดสินใจภายใต้สภาพการแข่งขันที่รุนแรงและสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอนตลอดเวลา3
2.  ผู้บริหารระดับกลาง  (Middle Manager)  เป็นผู้บริหารที่อยู่ระหว่างผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารระดับต้น งานที่สำคัญก็คือการแปลงวัตถุประสงค์กลยุทธ์ นโยบายขององค์การที่ผู้บริหารระดับสูงกำหนดขึ้นมาให้สามารถนำไปใช้ได้ในทางปฏิบัติงานจริง จะต้องรับรายงานจากผู้บริหารระดับต้นและต้องเสนอรายงานหรือข้อมูลต่อผู้บริหารระดับสูง  จะต้องสนใจสภาพแวดล้อมภายในองค์การมากกว่าสภาพแวดล้อมภายนอกองค์การ ต้องสามารถทำงานเข้ากันได้อย่างดีกับเพื่อนร่วมงานกับหน่วยงานต่างๆในองค์การและช่วยเหลืองานของผู้บริหารระดับต้นการตัดสินใจจะเกี่ยวข้องกับแผนดำเนินงานเป็นหลัก4
3.  ผู้บริหารระดับต้น  (First - Level Manager)  	เป็นผู้บริหารที่อยู่ส่วนล่างขององค์การและทำงานเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ปฏิบัติงาน ตำแหน่งที่เรียกทั่วๆไปได้แก่ผู้ควบคุมหัวหน้าทีมหรือหัวหน้าแผนกเป็นต้นงานที่สำคัญคือการกำกับดูแล และสั่งการโดยตรงจากพนักงานและเสนอรายงานต่อผู้บริหารระดับกลางและสูงต่อไป มีหน้าที่ในการนำแผนที่ผู้บริหารระดับกลางทำไว้เอาไปใช้ให้เกิดผลปฏิบัติจริง5
ทักษะส่วนใหญ่ของผู้บริหารระดับต้นมาจากทักษะทางด้านการทำงาน (Technical skill) แล้วจึงพัฒนาตัวเองไปเป็นผู้บริหารระดับต้น ผู้บริหารระดับต้นมีส่วนสำคัญที่สุดในการเพิ่มผลการผลิต และผู้บริหารระดับต้นจะปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของตัวเองได้ โดยการเพิ่มความสามารถในการควบคุมคนเป็นหลักใหญ่  ถ้าผู้บริหารหรือผู้ที่มีตำแหน่งบังคับบัญชามีความเป็นผู้นำ  สิ่งที่ตามมาก็มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล6
 ผู้นำ ก็คือ  ผู้ที่สามารถนำพาผู้อื่นให้ทำตามด้วย	    ความเต็มใจบนพื้นฐานของบารมี  ไม่ใช่  อำนาจที่องค์กรมอบให้7
8เป้าหมายผลสำเร็จการประสานงานกิจกรรมทางการบริหาร การวางแผน
 จัดองค์การ
 จัดคนเข้าทำงาน
 สั่งการ
 กำกับการ
 จูงใจ
 ควบคุมงานคนกิจกรรมทางการบริหาร
ลำดับขั้นของจุดมุ่งหมายองค์การ9วัตถุประสงค์แผนดำเนินงาน  กลยุทธ์    เป้าหมาย     ภารกิจ   วิสัยทัศน์
วิสัยทัศน์ (Vision) หรือ  มโนภาพ (Idealized Scenario)	ภาพความคิดและความเข้าใจเกี่ยวกับความต้องการในอนาคต วิสัยทัศน์มีลักษณะเป็นเป้าหมายที่มีลักษณะกว้าง เป็นข้อเสนอที่ไม่เจาะจงในรายละเอียดและไม่ได้กำหนดวิธีการดำเนินงานที่ชัดเจน โดยวิสัยทัศน์มีในหลายระดับ ตั้งแต่ระดับบุคคล กลุ่มองค์การ และสังคม10
วิสัยทัศน์          ในปี พ.ศ. 2555 กระทรวงยุติธรรมเป็นองค์กรหลักของกระบวนการยุติธรรม ในการอำนวยความยุติธรรม คุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชน ป้องกันและควบคุมอาชญากรรม บำบัดแก้ไขฟื้นฟูและสงเคราะห์ผู้กระทำผิด สนับสนุนการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รวมทั้ง เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาระบบงานยุติธรรมและกฎหมายอย่างมีเอกภาพ ทันต่อสภาวการณ์และเป็นมาตรฐานสากล ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ โปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยยึดหลักความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ในสังคมและการมีส่วน
ภารกิจ หรือ พันธกิจ (Mission)	จุดมุ่งหมายเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์ขององค์การ ภารกิจเป็นเครื่องกำหนดขอบเขตการดำเนินงานของ องค์การหรืออาจจะกล่าวว่า “ภารกิจเป็นจุดมุ่งหมายพื้นฐานขององค์การที่ต้องการประสบความสำเร็จภายใต้สภาพแวดล้อมในอนาคต”12
ภารกิจ/หน้าที่           กระทรวงยุติธรรมมีภารกิจเป็นหน่วยงานหลักของกระบวนการยุติธรรม ในการดำเนินการเพื่อพัฒนากฎหมาย ละระบบบริหารจัดการของ กระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นเอกภาพ โปร่งใส คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ช่วยเหลือและให้ความรู้แก่ประชาชนทางกฎหมาย ป้องกัน ปราบปราม แก้ไข ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด รวมทั้งป้องกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในสังคมและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ การบังคับคดีทางแพ่ง บังคับคดีทางอาญา บำบัดแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด
เป้าหมาย (Goal)	จุดมุ่งหมายที่เป็นรูปธรรมขององค์การ ซึ่งโดยปกติทุกองค์การต่างมีเป้าหมายที่เกี่ยวกับการอยู่รอด (Survive) การเจริญเติบโต (Growth)  การทำกำไร (Profitability)  และการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ14
วิธีการกำหนดเป้าหมาย 1.  สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายรวม ขององค์การและของบุคคล2.  ต้องกระตุ้นและดึงดูดความสนใจ3.  ต้องสนองความต้องการของสมาชิก4.  ต้องเขียนและ/หรือบันทึกเป้าหมายที่ต้องการ เป็นลายลักษณอักษร5.  ต้องกำหนดแผนการที่ชัดเจนในการบรรลุเป้าหมาย6.  กำหนดเส้นตาย (Deadline) ที่แน่นอน      (เปลี่ยนได้ แต่ต้องมีเหตุผลในการเปลี่ยน)15
เป้าหมายต้องมีลักษณะที่ดีอย่างน้อย 5 ประการ(SMART Goals)16Specific =ความชัดเจนเจาะจงและสัมผัสได้Time Frame = มีกำหนดเวลาชัดเจนMeasurable =สามารถวัดได้SMART GoalsResources Constraint =ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า    ภายใต้ทรัพยากรอันจำกัดAttainable =ปฏิบัติได้
หลักการที่จะเป็นแนวทางสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย1.  ความพอใจลูกค้า ( CustomerSatisfaction)2.  ผู้บริหารต้องเป็นผู้นำ ( ManagementLed)3.  ทุกคนต้องมีส่วนร่วม ( FocusInvement )4.  เน้นที่ขั้นตอนการดำเนินงาน( ProcessEmphasis)5.  ใช้ข้อมูลที่เป็นจริง( ActonFacts)6.  ทำให้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก ( RightFirstTime)7.  การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ( ContinuousImprovement)8.  ต้นทุนคุณภาพ( CostofQuality)17
ประโยชน์ของเป้าหมาย1.     ให้จุดมุ่งหมายและทิศทางสำหรับอนาคต2.     เป็นเหตุผลที่ดีที่สุดของการดำเนินงานและช่วยป้องกันการผัดวันประกันพรุ่ง และการไม่รับผิดชอบของผู้มีส่วนร่วม3.     ช่วยในการรวมพลังและทรัพยากรการดำเนินงานขององค์การให้เป็นไปในทิศทางเดียวกน4.     กระตุ้นความกระตือรือร้น (Enthusiasm)  ในการดำเนินงาน5.     สร้างความเฉพาะเจาะจงและชัดเจน ในการปฏิบัติ6.     ช่วยประหยัดเวลาในการเรียนรู้และการปฏิบัติ7.     มีส่วนกำหนดมาตรฐานในการทำงานและการประหยัดสิทธิภาพของระบบ8.     เป็นพื้นฐานสำหรับเป้าหมายต่อไปในอนาคต18
วัตถุประสงค์ (Objective)	เป้าหมายที่มีความเฉพาะเจาะจงและมีผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อเทียบกับจุดมุ่งหมายขององค์การในระดับอื่น วัตถุประสงค์เป็นถ้อยแถลงของสิ่งที่องค์การต้องการจะบรรลุ ซึ่งโดยปกติวัตถุประสงค์จะถูกกำหนดในรูปของความต้องการภายใต้กำหนดระยะเวลาที่แน่นอน โดยวัตถุประสงค์ระยะสั้นซึ่งเกี่ยวข้องกับเป้าหมายการดำเนินงานที่ครอบคลุมระยะเวลาไม่นาน ซึ่งปกติจะไม่เกิน 1 ปี และวัตถุปรงสงค์ระยะยาว ซึ่งเป็นความต้องการขององค์การที่ครอบคลุมระยะเวลามากกว่า 1 ปี โดยปกติองค์การจะกำหนดวัตถุประสงค์ระยะยาวตั้งแต่ 3, 5 หรือ 10 ปี19
ลักษณะสำคัญของวัตถุประสงค์ที่ดี1.  ชัดเจนเป็นรูปธรรม2.  ต้องใช้ความพยายามในการดำเนินการ3.  มีเงื่อนเวลา4.  มีเหตุผล5.  สร้างความเข้าใจร่วมกัน6.  สามารถวัดได้20
	วิธีหรือแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อให้เกิดผลดีที่เป็นข้อได้เปรียบ และสามารถบรรลุถึงวัตถุประสงค์อันใดอันหนึ่งหรือหลายๆ วัตถุประสงค์พร้อมกัน  โดยมีความเสี่ยงน้อยที่สุด ณ ระดับที่ยอมรับได้  หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง  กลยุทธ์ก็คือ ส่วนผสมของเป้าหมายและนโยบายหลักต่างๆ ซึ่งได้ประมวลขึ้นมาจนกลายเป็นการกระทำที่จำเพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง และส่วนมากมักจะทำให้ต้องทำการพัฒนาหรือดัดแปลงทรัพยากรต่างๆ ด้วยกลยุทธ์ต่างๆ ที่จัดทำขึ้นนั้นจะเท่ากับเป็นการแนะแนวทาง ที่เป็นวิธีการพื้นฐานที่จะไว้ยึดถือใช้ปฏิบัติ เพื่อให้สามารถบรรลุผลตามเป้าหมายที่ต้องการ21กลยุทธ์  (Strategy)
กระบวนการกำหนดกลยุทธ์22การพิจารณาโอกาสและข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมการดำเนินตามกลยุทธ์พัฒนาทางเลือกกลยุทธ์การกำหนดกลยุทธ์หลักการประเมินทรัพยากรที่มีอยู่ขององค์การการประเมินกลยุทธ์
23ใครทำอะไรทำอย่างไรนำไปปฏิบัติกลยุทธ์คำถามก่อนการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ1.  ใครจะเป็นผู้นำแผนกลยุทธ์ไปปฏิบัติ (Who implement strategy?)2.  อะไรเป็นสิ่งที่ต้องกระทำ (What must be done?)3.  ผู้ปฏิบัติควรต้องดำเนินการอย่างไร (How are they going to do?)
24กลยุทธ์วัตถุประสงค์วิสัยทัศน์ธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงการติดต่อสื่อสารระบบการจูงใจภาวะผู้นำโครงสร้างองค์การกรอบความคิดในการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ
25การมีปฏิสัมพันธ์การจัดสรรการตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินงานอย่างมีคุณภาพการจัดองค์การและ/หรือ ระบบภาวะผู้นำพื้นฐาน++ทักษะของบุคคลที่จะนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ
แผนการดำเนินงาน (Operating Plan)	เป็นการเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ ที่กล่าวมาเข้าด้วยกัน  เพื่อให้องค์การสามารถดำเนินงานได้สำเร็จตามเป้าหมาย  โดยแผนการดำเนินงานจะกำหนดขึ้นมาสอดคล้องกับเป้าหมายและวัตถุประสงค์26
	ระบบการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Results Based (Management ;RBM) การบริหารงานโดยยึดวัตถุประสงค์ (Management by Objective; MBO)  การบริหารแบบเน้นผลสำเร็จ (Managing for Results) การบริหารที่เน้นผล (Results-Oriented Management ) บริหารผลการเนินงาน (Performance Management)27การบริหารจัดการแบบมุ่งเน้นผลงาน
		ปัจจุบันในการบริหารองค์กรสมัยใหม่ในแนวคิดของการบริหารงานในลักษณะ “บรรษัทภิบาล” บูรณการความคาดหวัง ความต้องการ ของผู้ที่มีส่วนได้เสียกับองค์กรเข้ามายังการปฏิบัติงานขององค์กร ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของผู้ที่มีส่วนได้เสียกับองค์กรนั่นเอง ซึ่งความต้องการของผู้ที่มีส่วนได้เสียกับองค์กรจะมีในหลายรูปแบบ เช่น
ผู้ถือหุ้น : ต้องการเงินปันผลที่สูงขึ้นผู้บริโภค: ต้องการคุณภาพ การบริการ การส่งมอบที่ดี              ขึ้นแต่ราคาถูกลงบุคลากร: ต้องการผลประโยชน์ตอบแทนที่สูงขึ้น            โอกาสในการได้รับการพัฒนา และความ           เจริญก้าวหน้าที่ดีขึ้นสังคม: ต้องการความเป็นอยู่ที่ดี มีความสงบสุข
		ความต้องการของผู้ที่มีส่วนได้เสียกับองค์กรเหล่านี้ก็คือ “เป้าหมาย” ในการดำเนินงานขององค์กร จะต้องตอบสนองทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดขององค์กร และเพื่อให้การบริหารงานขององค์กรบรรลุเป้าหมายดังกล่าว องค์การสมัยใหม่จึงมีการนำเอาแนวคิดของการบริหารเชิงกลยุทธ์มาประยุกต์ใช้ในการบริหารงานขององค์กร แต่ในการบริหารงานเชิงกลยุทธ์ขององค์กรต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาคล้าย ๆ กันอยู่อย่างหนึ่ง คือองค์กรยังขาดประสิทธิภาพในการบูรณการผลการปฏิบัติงานของบุคลากร หน่วยงาน และองค์กรให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้  ซึ่งจากปัญหาดังกล่าวจะส่งผลกระทบให้ผลการปฏิบัติงานโดยภาพรวมขององค์กรไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย ภารกิจ และวิสัยทัศน์ที่องค์กรกำหนดไว้ได้
		เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ทุเลาเบาบางลง ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ได้พัฒนาแนวคิดใหม่ขึ้นมาโดยมีแนวคิดสำคัญว่า การปฏิบัติงานของบุคลากรมีความจำเป็นที่จะต้องมีการบริหาร ทั้งนี้เพื่อให้ผลการปฏิบัติงานของบุคลากรมีการบูรณการซึ่งกันและกัน  สอดคล้องกับเป้าหมายของหน่วยงานและองค์กร โดยในท้ายที่สุดก็จะทำให้ผลการปฏิบัติงานขององค์กรบรรลุเป้าหมายในการที่จะตอบสนองความต้องการ ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กร
		จากแนวคิดดังกล่าวจึงมีการพัฒนากระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Appraisal)  ซึ่งเป็นการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรในอดีตเปรียบเทียบกับมาตรฐานที่กำหนดไว้ มาเป็นกระบวนการบริหารแบบมุ่งเน้นผลงาน (Performance Management) ที่มีแนวความคิดสำคัญ ๆ ที่ต้องการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ ในการปฏิบัติงานจนมีผลการปฏิบัติงานในอนาคตบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ
	เป็นการบริหารที่มุ่งเน้นถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริหารงาน หน่วยงานจะต้องกำหนดยุทธศาสตร์ วัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์การ พร้อมทั้งต้องสร้างตัวชี้วัดความสำเร็จของการดำเนินงานที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้33ความหมาย
A management process for ensuring employees are focusing their work efforts in ways that contribute to achieving the agency’s mission.
		เป็นกลยุทธ์หรือกระบวนการในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่จะทำให้องค์กรมีผลการปฏิบัติงานบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยผ่านกระบวนการปรับปรุงผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ และมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรอย่างเข้มข้น มีการผสมผสานมิติในการปฏิบัติงานใน 2  องค์ประกอบ คือ
ทางแนวดิ่ง : เป็นการเชื่อมโยง วิสัยทัศน์ ภารกิจ เป้าหมาย ขององค์กร หน่วยงานและบุคลากรให้ไปในทิศทางเดียวกัน โดยผ่านกระบวนการปฏิบัติงานที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ ทักษะของบุคลากรทางแนวราบ : เป็นการนำผลการปฏิบัติงานของบุคลากรไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เช่น การพัฒนา และฝึกอบรม การให้ผลประโยชน์ตอบแทน วางแผนอาชีพ การโยกย้าย หรือการเลื่อนตำแหน่ง
Canadian International Development Agency; CIDA (1999)เป็นวิธีการในการปรับปรุงการบริหารให้เกิดประสิทธิผล (Effectiveness) และโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ (Accountability)  โดยที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมาย ประเมินความเสี่ยง กำกับติดตามกระบวนการดำเนินงาน เพื่อการบรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมถึงการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางบริหารและการรายงานผลการปฏิบัติงาน37
ทศพร  ศิริสัมพันธ์ (2543 : 146) เป็นการบริหารที่เน้นการวางแผน การกำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และกลยุทธ์การดำเนินงานแบบมีส่วนร่วม ซึ่งผู้บริหารในแต่ละระดับขององค์การต้องยอมรับและคำนึงถึงผลงาน ต้องให้ความสำคัญกับการจัดวางระบบการตรวจสอบผลงานและการให้รางวัลตอบแทนผลงาน (Performance Related Pay)38
ทิพาวดี  เมฆสวรรค์ (2543 : 3)  เป็นการบริหารโดยมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์หรือความสัมฤทธิ์ผลเป็นหลัก ใช้ระบบการประเมินผลงานที่อาศัยตัวชี้วัดเป็นตัวสะท้อนผลงานให้ออกมาเป็นรูปธรรม เพื่อการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้นและแสดงผลงานต่อสาธารณะ39
การบริหารจัดการแบบมุ่งเน้นผลงาน เป็นการบริหารที่ให้ความสำคัญต่อผลการดำเนินงานและการตรวจวัดผลสำเร็จในการดำเนินงานขององค์การ ทั้งในแง่ของปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลผลิต และผลลัพธ์  ซึ่งจะต้องมีการกำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicators; KPIs) รวมทั้งการกำหนดเป้าหมาย (Targets) และวัตถุประสงค์ (Objectives) ไว้ล่วงหน้า40สรุปความหมาย
	โดยอาศัยการมีส่วนร่วมระหว่างผู้บริหาร สมาชิกขององค์การ และตลอดจนถึงผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในกลุ่มต่าง ๆ (Stakeholders) ที่เกี่ยวข้องด้วย จึงเป็นการบริหารเพื่อการจัดหาให้ได้ซึ่งทรัพยากรในการบริหารมาอย่างประหยัด (Economy)  โดยเน้นใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficiency) และการได้ผลงานที่บรรลุเป้าหมายขององค์การ (Effectiveness)41
วิสัยทัศน์(Vision)พันธกิจ(Mission)ผลที่คาดหวังแผนงานจุดมุ่งหมายผลลัพธ์(Program)(Goals)(Outcomes)ผลกระทบ(Impacts)งาน/โครงการวัตถุประสงค์ (Objectives)(Task/Project)ของการดำเนินงานผลผลิต(Outputs)กลยุทธ์การดำเนินงานเป้าหมาย (Targets)เปรียบเทียบ(Strategy)ของการดำเนินงานผลที่เกิดขึ้นจริงแผนการปฏิบัติลงมือปฏิบัติผลผลิต(Action Plan)(Action)(Outputs)ผลกระทบ(Impacts)ความสัมพันธ์ระหว่าง ความมุ่งหวังผลลัพธ์การดำเนินงาน และผลการดำเนินงาน(Outcomes)
ปรัชญาและแนวคิดกระบวนการบริหารแบบมุ่งเน้นผลงานเป็นกระบวนการในการบูรณการเป้าหมายขององค์กรมาสู่เป้าหมายของหน่วยงาน และบุคลากรเป็นกระบวนการทำงานที่มองไปข้างหน้า โดยมุ่งที่กระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นกระบวนการที่มุ่งเน้นการปรับปรุงการปฏิบัติงานของบุคลากรอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
เป็นกระบวนการในการสร้างความร่วมมือ การยอมรับและเห็นพ้องต้องกันมากกว่าการควบคุมเป็นกระบวนการสร้างการยอมรับในสาเหตุของความบกพร่องในการปฏิบัติงานของบุคลากรแต่ละคนและยังสามารถบ่งชี้ได้ว่าจะแก้ปัญหาความบกพร่องนั้นด้วยวิธีการอย่างไรเป็นกระบวนการกระตุ้นให้บุคลากรรู้จักการบริหารการปฏิบัติงานของตนเอง
เป็นกระบวนการที่ต้องการวิธีการบริหารงานแบบการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังเป็นกระบวนการที่ต้องการข้อมูลย้อนกลับระหว่างผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้บังคับบัญชาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องเป็นกระบวนการที่มีการประเมินผลการปฏิบัติงานต่อเป้าหมายที่ได้ตกลงกันไว้เป็นกระบวนการที่ไม่ใช่เป็นวัตถุประสงค์หลักในการขึ้นค่าตอบแทนประจำปี
		โดยภาพรวมเป็นกระบวนการบริหารที่สามารถตอบสนองความต้องการขององค์กรได้ใน 2 ระดับคือ ระดับแรกกระบวนการบริหารที่สามารถเชื่อมโยง นำไปประยุกต์ใช้กับกิจการต่าง ๆ ของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ขององค์กรได้ระดับที่สองกระบวนการบริหารที่จะก่อให้เกิดการบูรณการผลการปฏิบัติงานขององค์กรในระดับต่าง ๆ ให้ไปในทิศทางเดียวกัน คือ เป้าหมายสูงสุดขององค์กร
วัตถุประสงค์ของการบริหารแบบมุ่งเน้นผลงาน1.  เพื่อปรับปรุง และพัฒนาผลการปฏิบัติงานขององค์กร ทีมงาน และบุคลากร2.  เพื่อให้เป้าหมายในการปฏิบัติงานขององค์กร ทีมงาน และบุคลากรเป็นไปในแนวเดียวกัน3.  เพื่อพัฒนาความสามารถ และทักษะในการปฏิบัติงานของบุคลากร
4.  เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาบนพื้นฐานของการเห็นพ้องต้องกันในการกำหนดเป้าหมาย การพัฒนาบุคลากร การให้คำปรึกษา และการให้ข้อมูลย้อนกลับ5.  เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรสามารถจัดการผลการปฏิบัติงานและการเรียนรู้ด้วยตนเอง
บทบาทขององค์กรและบุคลากรต่อการบริหารมุ่งเน้นผลงาน องค์กรบุคลากรทำความเข้าใจ และนำเป้าหมายขององค์กรไปปฏิบัติกำหนด วิสัยทัศน์ ภารกิจกลยุทธ์ และเป้าหมายกำหนดบทบาท มาตรฐานความสามารถ และการประเมินผลทำความเข้าใจ และยอมรับบทบาท  มาตรฐาน ความสามารถ และการประเมินผลประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์กร ทีมงานและบุคลากรประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเองพัฒนาและปรับปรุงผลการปฏิบัติงานของตนเองพัฒนาและปรับปรุงผลการปฏิบัติงานของทีมงานและบุคลากร
พันธกิจ แผนงาน  งาน/โครงการ1.  กำหนดจุดมุ่งหมายและมาตรฐานวัตถุประสงค์  เป้าหมายมาตรฐานการปฏิบัติเป้าหมายของผลการปฏิบัติงาน2.  วางแผนการปฏิบัติงานวิธีการ  กลยุทธ์ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานบริหาร  การจัดการ3.  ลงมือปฏิบัติงานปฏิบัติงานประสานงานพัฒนามาตรฐานพันธกิจ แผนงาน  งาน/โครงการ4.  ติดตามกำกับการปฏิบัติงานวัตถุประสงค์  เป้าหมายที่สูงขึ้นมาตรฐานการปฏิบัติ5.  เปรียบเทียบผลการปฏิบัติงานกับมาตรฐานปรับปรุงสนับสนุน5.1  ระหว่างการดำเนินงานส่งเสริมสรุปผลสัมฤทธิ์5.2  หลังเสร็จสิ้นการดำเนินงานจุดเด่น / จุดด้อยข้อเสนอแนะนโยบาย6.  พัฒนาปรับปรุงแผนงานงาน / โครงการ ขั้นตอนการบริหารจัดการแบบมุ่งเน้นผลงาน
ลักษณะขององค์การที่บริหารงานแบบมุ่งเน้นผลงาน	1. มีพันธกิจ วัตถุประสงค์ขององค์การที่ชัดเจน และมีเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม  โดยเน้นที่ผลผลิตและผลลัพธ์ ไม่เน้นกิจกรรมหรือการทำงานตามกฎระเบียบ2. ผู้บริหารทุกระดับในองค์การต่างมีเป้าหมายของการทำงานที่ชัดเจน และเป้าหมายเหล่านั้นสั้นกระชับ ไม่คลุมเครือ และเป็นเป้าหมายที่มีพื้นฐานมาจากพันธกิจขององค์การนั้น51
	3. เป้าหมายจะวัดได้อย่างเป็นรูปธรรมโดยมีตัวชี้วัดที่สามารถวัดได้ เพื่อให้สามารถติดตามผลการปฏิบัติงานได้ และสามารถเปรียบเทียบผลการปฏิบัติงานกับองค์กรอื่นๆ ที่มีลักษณะงานและภารกิจที่เทียบเคียงกันได้52	4.  การตัดสินใจการจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานหรือโครงการต่าง ๆ จะพิจารณาจากผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นหลัก ซึ่งจะสอดคล้องกับการให้ค่าตอบแทน สวัสดิการ และรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ที่จะประเมินจากผลการปฏิบัติงานเป็นหลัก
	5.  เจ้าหน้าที่ทุกคนรู้ว่างานที่องค์การคาดหวังคืออะไร ทุกคนในองค์การจะคิดเสมอว่างานที่ตนทำอยู่นั้นเพื่อให้เกิดผลอย่างไร ผลที่เกิดขึ้นจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายของโครงการและองค์การอย่างไร และทุกคนรู้สึกรับผิดชอบต่อผลงานที่ได้กำหนดไว้อย่างเหมาะสมกับกำลังความสามารถของแต่ละคน53
	6.  มีการกระจายอำนาจการตัดสินใจ การบริหารเงิน บริหารคนสู่หน่วยงานระดับล่างเพื่อให้สามารถทำงานบรรลุผลได้อย่างเหมาะสมเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริหารระดับต้นและระดับกลาง ซึ่งเข้าใจปัญหาเป็นอย่างดีได้เป็นผู้แก้ปัญหา และสะสมประสบการณ์เพื่อก้าวสู่ผู้บริหารระดับที่สูงขึ้นต่อไป54
	7.  มีวัฒนธรรมและอุดมการณ์ร่วมกันเพื่อการทำงานที่สร้างสรรค์ เป็นองค์การที่มุ่งมั่นจะทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ที่เปิดกว้างต่อความคิดและความรู้ใหม่ ๆ สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี55
	8.  เจ้าหน้าที่มีขวัญและกำลังใจดี เนื่องได้มีโอกาสปรับปรุงงานและใช้ดุลยพินิจในการทำงานที่กว้างขวางขึ้น ทำให้ผู้บริการได้รับความพึงพอใจ ส่วนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเองก็จะได้รับการตอบแทนตามผลการประเมินจากผลสัมฤทธิ์ของงาน56
58ปัจจัยนำเข้ากิจกรรมผลลัพธ์วัตถุประสงค์ผลผลิตObjectivesInputsProcessOutcomesOutputsความประหยัดความมีประสิทธิภาพความมีประสิทธิผลหลักการพื้นฐานของการวัดผลการปฏิบัติงานขององค์การ
ผลลัพธ์นามธรรม(outcomes)(Abstract)ผลกระทบผล(Results)(impacts)รูปธรรมผลผลิต(Concrete)(outputs)กิจกรรม /การดำเนินงาน         สายความสัมพันธ์ระหว่างผลการดำเนินงาน(Chains  of  outputs)
         จากแผนภาพ การดำเนินกิจกรรมจะมีจุดเริ่มต้นที่วัตถุประสงค์การดำเนินงาน ได้แก่ การระบุถึงรายละเอียดของผลงาน (ผลผลิตและผลลัพธ์) ที่คาดหวัง ที่ส่วนใหญ่จะต้องพัฒนามาจากวิสัยทัศน์ และวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ขององค์การ มีปัจจัยนำเข้า ได้แก่ ทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการดำเนินกิจกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงปัจจัยนำเข้าให้เป็นผลผลิตและผลลัพธ์ 60
1.  ความประหยัด (Economy)  หมายถึง  การใช้ทรัพยากรน้อยที่สุดในการผลิตหรือการดำเนินกิจกรรม2.  ความมีประสิทธิภาพ (Efficiency)  หมายถึง   การสร้างผลผลิตในระดับที่สูงกว่าปัจจัยนำเข้า ความมีประสิทธิภาพสามารถวัดได้โดยนำปัจจัยเข้าจริงหารด้วยผลผลิตจริงหากได้ค่าน้อยแสดงว่ามีผลผลิตเพิ่มขึ้นมากกว่าการเพิ่มขึ้นของปัจจัยนำเข้า  ซึ่งหมายถึงการดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพในการดำเนินงาน61จุดเน้นของการดำเนินการ  3  ด้าน
3. ความมีประสิทธิผล (Effectiveness) หมายถึง ระดับการบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ว่าได้ก่อให้เกิดผลผลิต ผลลัพธ์ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้มากน้อยเพียงใด62
1.  ตัวชี้วัดปัจจัยนำเข้า (Input Indicators) ได้แก่ จำนวนทรัพยากรโดยรวมที่ใช้ในการดำเนินกิจกรรมหรือบริการ เพื่อก่อให้เกิดผลผลิต ผลลัพธ์ เช่น จำนวนเงินที่ใช้ จำนวนบุคลากรที่จำเป็นในการให้บริการ จำนวนวัตถุดิบและอุปกรณ์การผลิต63ตัวชี้วัดผลงานตามแนวทางการบริหารแบบมุ่งเน้นผลงาน
2.  ตัวชี้วัดผลผลิต (Output Indicators)  เป็นตัวชี้วัดที่แสดงถึงปริมาณ จำนวนสิ่งของที่ผลิตได้จากการดำเนินกิจกรรม เช่น จำนวนผู้เข้ารับอบรมการพัฒนาอาชีพ3.  ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcome Indicators)หมายถึง ตัวชี้วัดที่แสดงถึงผลสัมฤทธิ์ของกิจกรรม รวมถึงตัวชี้วัดผลลัพธ์คุณภาพของการบริการ (Quality Indicators) เช่น ระดับความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อการทำงานขององค์การ64
4.  ตัวชี้วัดประสิทธิภาพ (Efficiency Indicators)หมายถึง ตัวชี้วัดผลงานที่แสดงค่าใช้จ่ายต่อหน่วยของผลผลิต หรือระยะเวลาในการให้บริการต่อรายการ5.  ตัวชี้วัดความคุ้มค่า (Cost-Effectiveness) หมายถึง ตัวชี้วัดที่แสดงค่าใช้จ่ายของผลลัพธ์ที่แสดงถึงความคุ้มค่า (Value for money) ที่เกิดจากการดำเนินกิจกรรม65
6. ตัวชี้วัดปริมาณงาน (Workload Indicators)  หมายถึง ข้อมูลที่แสดงถึงความต้องการในการใช้บริการ หรือภาระงานในหน้าที่ของบุคลากร7. ตัวชี้วัดสารสนเทศเชิงอธิบาย (Explanatory Information)  หมายถึง ข้อมูลที่อธิบายถึงองค์ประกอบที่มีผลกระทบต่อผลการปฏิบัติงานขององค์การ ซึ่งอาจจะอยู่ภายใต้หรืออยู่นอกเหนือการควบคุมขององค์การก็ได้66
ความพึงพอใจผลการดำเนินงานประสิทธิผลผลผลิตผลกระทบผลลัพธ์ประสิทธิภาพการลงทุนต่อหน่วยการผลิตกระบวนการดำเนินงานความประหยัดตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน
ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง(Satisfaction)ผลที่คาดหวังผลลัพธ์(outcomes)ผลกระทบ(impacts)ประสิทธิผลผลผลิต(outputs)ประสิทธิภาพในการผลิตกระบวนการ(process)การลงทุนต่อการสร้างผลผลิต       1 หน่วยการใช้ทรัพยากรประสิทธิภาพในการประหยัดปัจจัยนำเข้า(inputs)     ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน: ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและความพึงพอใจ
การวางแผนกลยุทธ์ขององค์การการกำหนดรายละเอียดของตัวชี้วัดการให้รางวัลผลตอบแทนการวัดและตรวจสอบผลการดำเนินงานกระบวนการของการบริหารแบบมุ่งเน้นผลงาน69
	1.  การวางแผนกลยุทธ์ขององค์การ  ซึ่งองค์การจะต้องทำการกำหนดทิศทางโดยรวมว่าต้องการที่จะทำอะไร อย่างไร เป็นเรื่องของการวางยุทธศาสตร์หรือวางแผนกลยุทธ์ เพื่อทำการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายนอกและภายในองค์การ (SWOT Analysis) และให้ได้มาซึ่งเป้าประสงค์สุดท้ายที่ต้องการขององค์การหรือวิสัยทัศน์ (Vision) อันจะนำไปสู่การกำหนดพันธกิจ (Mission) วัตถุประสงค์ (Objective) เป้าหมาย (Target) และกลยุทธ์การดำเนินงาน (Strategy) รวมทั้งพิจารณาถึงปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จขององค์การ (Critical Success Factors) และสร้างตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicators) ในด้านต่าง ๆ 70
	2.  การกำหนดรายละเอียดของตัวชี้วัดผลดำเนินงาน  เมื่อผู้บริหารขององค์การได้ทำการตกลงร่วมเกี่ยวกับตัวชี้วัดผลการดำเนินงานแล้ว จะเริ่มดำเนินการสำรวจเพื่อหาข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับสภาพในปัจจุบัน (Baseline Data) เพื่อนำมาช่วยในการกำหนดความชัดเจนของตัวชี้วัดดังกล่าวทั้งในเชิงปริมาณ (Quantity) คุณภาพ (Quality) เวลา (Time) และสถานที่หรือความครอบคลุม (Place) อันเป็นเป้าหมายที่ต้องการของแต่ละตัวชี้วัด71
	3.  การวัดและการตรวจสอบผลการดำเนินงาน  ผู้บริหารจะต้องจัดให้มีการตรวจสอบและรายงานผลการดำเนินงานของแต่ละตัวชี้วัดตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เพื่อแสดงความก้าวหน้าและสัมฤทธิ์ผลของการดำเนินงานว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการหรือไม่72
	4.  การให้รางวัลตอบแทน  หลังจากที่ได้พิจารณาผลการดำเนินงานแล้ว ผู้บริหารจะต้องมีการให้รางวัลตอบแทนตามระดับของผลงานที่ได้ตกลงกันไว้73
กระบวนการบริหารแบบมุ่งเน้นผลงานแผน กลยุทธ์ขององค์กรวิสัยทัศน์ / ภารกิจ / เป้าหมายของหน่วยงานวัฒนธรรม / ค่านิยม  / ความรู้ ความสามารถ ทักษะขององค์กรกำหนดขั้นตอนที่ 1ทำอย่างไร-  ความรู้ ความสามารถ-  เป้าหมายการวางแผนการปฏิบัติงาน-  พฤติกรรม-  วัตถุประสงค์-  ทักษะ-  มาตรฐานความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชา-  วิธีการ-  ผลลัพธ์-  สภาพแวดล้อม-  ส่งเสริม กระตุ้น จูงใจ-  แก้ไขปัญหา-  ทบทวนเป้าหมาย-  ให้โอกาสในการพัฒนา-   เป็นต้นแบบของพฤติกรรมการประเมินขั้นตอนที่ 2การปฏิบัติงาน*  จุดแข็ง*  จุดอ่อน*  ศักยภาพขั้นตอนที่ 3*  ผลประโยชน์ตอบแทนการประเมินผลการปฏิบัติงานขั้นตอนที่ 4การทบทวนผลการปฏิบัติงาน
การวางแผนการปฏิบัติงาน		การวางแผนการปฏิบัติงานจะเป็นขั้นตอนที่ผู้เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานมาคิดทบทวนว่าภารกิจความรับผิดชอบของงานแต่ละงานเป็นเช่นไรจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในอนาคตอย่างไร ความรู้ ความสามารถที่ต้องใช้ในการปฏิบัติงานจะต้องพัฒนาเพิ่มเติมในส่วนไหน เป้าหมาย และดัชนีชี้วัดในอนาคตคืออะไร ดังมีรายละเอียด ดังนี้
	1.  กำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของบุคลากรให้ชัดเจน	2.  กำหนดเป้าหมาย ดัชนีชี้วัด และมาตรฐานในการ      ปฏิบัติงาน	3.  ทบทวนถึงความรู้ ความสามารถ ทักษะที่บุคลากรต้องใช้      ในการปฏิบัติงาน	4. กำหนดแนวทางในการพัฒนาบุคลากรในรูปแบบต่าง ๆ	5.  กำหนดรูปแบบของพฤติกรรมในการปฏิบัติงานของบุคลากร เพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมและค่านิยมขององค์กร	6.  กระบวนการที่จะใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงาน
การปฏิบัติงาน		เมื่อทั้งผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชาได้ทำความตกลงร่วมกันในเรื่องของเป้าหมาย ดัชนีชี้วัดและแนวทางการช่วยเหลือ การพัฒนาในการปฏิบัติงานแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นขั้นตอนในการปฏิบัติงานในองค์กรที่ทันสมัยจะมีปรัชญาสำคัญ ๆ ดังนี้	1.  เป็นการปรับปรุงการปฏิบัติงานแบบยั่งยืน	2.  เป็นกระบวนการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ	3.  เป็นการพัฒนาองค์กรไปสู่ “องค์กรแห่งการเรียนรู้”
การประเมินผลการปฏิบัติงาน		ในขั้นตอนการประเมินผลการปฏิบัติงานตามแนวคิดของการบริหารผลการปฏิบัติงานจะเป็นภารกิจของผู้บังคับบัญชาที่จะต้องกระทำอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องและสม่ำเสมอไม่ใช่ถึงระยะเวลาที่องค์กรกำหนดว่าจะต้องประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาจึงจะมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชา ลงในแบบฟอร์มที่กำหนด ซึ่งบทบาทผู้บังคับบัญชาและของผู้ใต้บังคับบัญชา ในขั้นตอนการประเมินผลการปฏิบัติงานจะเป็นดังนี้
ข้อผิดพลาดในการประเมินผลการปฏิบัติงาน

บรรยายพิเ..