เสนอ
อาจารย์สมพร เหล่าทองสาร
โรงเรียนดงบังพิสัยนวการนุสรณ์
 ไมโครเวฟเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่อยู่ในช่วง 109-
   3X1011เฮิรตซ์ มีความยาวคลื่น10-3-0.3 เมตร ซึ่งมีความยาว
   คลื่นสั้นมาก คลื่นในช่วงความถี่นี้ใช้ประโยชน์ในการสื่อสาร
   โทรคมนาคม การวิเคราะห์ศึกษาโครงสร้างอะตอม นิวเคลียส
   และโมเลกุล ศึกษาคุณสมบัติทางไฟฟ้าของผลึกของของแข็ง
และอาจจะใช้เป็นแหล่งความร้อน เช่น ใช้ไมโครเวฟให้
  ความร้อนในเตาอบสาหรับประกอบอาหาร เนื่องจาก
  ไมโครเวฟมีย่านความถี่เกี่ยวกับรังสีอินฟาเรด
หลักการของเตาอบไมโครเวฟก็คือ อาศัยการทางาน
ของคลื่นไมโครเวฟ ซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่อยู่
ในช่วงคลืนวิทยุ ที่มีความถี่ราว 2450 เมกะเฮิรตซ์
         ่
(หรือความยาวคลื่น 12.24 เซนติเมตร)
 เมื่อคลื่นไมโครเวฟผ่านเข้าไปในอาหาร โมเลกุลของน้า ไขมัน น้าตาล
   และ สารอาหารต่างๆ ทีอยู่ในอาหาร ซึงส่วนใหญ่นั้นเป็นโมเลกุลที่มี
                          ่            ่
   ขั้วไฟฟ้า คือ มีประจุบวก และ ประจุลบทีขั้วตรงกันข้าม จะดูดกลืน
                                          ่
   พลังงานของคลื่นที่ผ่านเข้าไปและเกิดเป็นความร้อนขึ้น เนื่องจาก
   สนามไฟฟ้าของคลื่นไมโครเวฟ จะเหนี่ยวนาโมเลกุลเหล่านี้ให้หมุนขั้ว
   เพื่อปรับเรียงตัวตามสนามไฟฟ้าของคลื่นไมโครเวฟที่เปลี่ยนแปลง
   สลับไปมา จึงส่งผลให้โมเลกุลเหล่านี้หมุนกลับไปมา ทาให้เกิดความ
   ร้อนขึ้น
เรดาร์ (Radar)     เป็นตัวย่อของ Radio detection and
  ranging หมายถึง การตรวจหาตาแหน่งของวัตถุโดยวิธี
  ส่งไมโครเวฟออกไปแล้วรับคลื่นที่สะท้อนกลับมา จะบอก
  ได้ว่าวัตถุนนอยู่ไกลเท่าใด ในการส่งคลื่นไมโครเวฟ
              ั้
  ออกไปนั้นจะส่งออกไปในลักษณะเป็นคลื่นดลประมาณ
  200-300 ลูกภายใน 1 วินาที และออกไปในทิศที่แน่นอน
  ทิศหนึ่ง
ดังนั้นคลื่นที่สะท้อนกลับมาจะทาให้ทราบตาแหน่งของ
  วัตถุได้ สายอากาศของเรดาร์ จะหมุนอย่างช้าๆอยู่
  ตลอดเวลาทั่วท้องฟ้าเพื่อค้นหาเป้าหมาย หน่วยงานที่ใช้
  เรดาร์ได้แก่ หน่วยงานของทหารเพื่อหาตาแหน่งของเรือ
  เรือดาน้า อากาศยาน เพื่อการป้องกันประเทศหรือเพื่อ
  การวิจัยอากาศ เป็นต้น
เรื่อง  คลื่นไมโครเวฟ
เรื่อง  คลื่นไมโครเวฟ

เรื่อง คลื่นไมโครเวฟ