More Related Content
PDF
คลื่นไมโครเวฟ (ยุวภรณ์+พิชญานิษฐ์)402 PPTX
การขยายอิทธิพลของชาติตะวันตก PPTX
PDF
เอกสารประกอบการเรียนวิชาคลื่นเสียงแสง เรื่อง เสียง PDF
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ใบความรู้ DOC
PPTX
เหตุการณ์สำคัญในยุโรปสมัยกลาง What's hot
PDF
การขยายอิทธิพลของชาติตะวันตก PDF
PPTX
PPTX
เครื่องดนตรีพื้นบ้านในภาคใต้ DOCX
PDF
PPTX
PPTX
PDF
ผลกระทบของการขยายอิทธิพลของประเทศยุโรป PDF
PDF
PDF
PDF
Unit3 เหตุการณ์สำคัญในสมัยกลางถึงคริสต์ศตวรรษที่ 20 PDF
PDF
ตัวอย่าง 5 บท โครงงานคอมฯ PDF
PDF
PDF
วิจัยในชั้นเรียน ส่งเสริมทักษะการค้นคว้าความรู้เรื่องไม้ดอกไม้ประดับและพืชผัก... PDF
คลื่นวิทยุ(อภิญญา+จินต์จุฑา)401 PPTX
โครงงานเรื่องดอกไม้ในวรรณคดี Viewers also liked
PDF
PDF
PDF
คลื่นไมโครเวฟ(เจตน์+ศุภณัฐ)403 PDF
PDF
คลื่นไมโครเวฟ (สุพิชชา มัลลิกา) 407 PPT
PDF
PDF
เรื่อง รังสีอัลตราไวโอเลต PDF
ไมโครเวฟ(ภัทรสุดา+จิดาภา)406 PDF
ไมโครเวฟ(พิทักษ์พงษ์+สุทธวีร์)401 PDF
อินฟาเรด(กฤตภาส วรกฤต)-406 PDF
PDF
คลื่นวิทยุ(ธีรวีร์+ภคพล)405 PDF
PDF
พื้นฐานระบบโทรคมนาคม(Basic telecommunications) PDF
PDF
PPTX
Visible light communication Similar to คลื่น ไมโครเวฟ 2003
PDF
ไมโครเวฟ(ภคพรวรรณ+ณิชา)405 PDF
ไมโครเวฟ(จุธาภัค+กมลรัตน์)405 PDF
2.3 เทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ PDF
ไมโครเวฟ(มนัสชยา+ศวิตา)404 DOC
PDF
การสื่อสารและระบบเครือข่าย (Communication and Network) PPT
PDF
PDF
คลื่นวิทยุ(สิทธิกานต์+วรุตม์)404 PDF
เทอม 1 คาบ 9 สื่อกลางในการสื่อสาร PDF
อินฟราเรด (ณิชกมล+กุลนิษฐ์) PDF
PPTX
PDF
เทอม 1 คาบ 8 ตัวกลางในการสื่อสาร PDF
อินฟาเรด(ปัณฑรณิชา+อลิสา)405 DOCX
PDF
PDF
PDF
PPTX
บทที่2สื่อกลางในการส่งข้อมูล คลื่น ไมโครเวฟ 2003
- 1.
- 2.
- 3.
กำรค้นพบ
ในปี ค.ศ.1940 ของสองนักประดิษฐ์ชำวอังกฤษคือ จอห์น
แรนดอลล์และ เอช เอ บู๊ตได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ที่เรียกกันว่ำ "แม็
กนีตรอน" ใช้ผลิตพลังงำนไมโครเวฟ ซึ่งเป็นกำรแผ่รังสีคลืนสัน ่ ้
รูปแบบหนึ่ง โดยจุดประสงค์ครั้งแรกคือ ใช้ในกำรปรับปรุงระบบ
เรดำร์ที่ใช้ในสงครำมโลกครั้งที่ 2เปอร์ซี่ เลอ บำรอน สเปนเซอร์
เป็นนักฟิสิกส์ที่ทำำงำนให้กบ บริษัท เรทีออน ผู้ผลิตอุปกรณ์
ั
เรดำร์ เขำพบว่ำ เมื่อเขำใช้เครื่องแม็กนีตรอน รังสีที่ได้ให้ควำม
ร้อนออกมำด้วย เขำจึงหำวิธีที่จะนำำเอำควำมร้อนนี้มำใช้ ในไม่
ช้ำเขำก็ใช้แม็กนีตรอนละลำยช็อกโกเล็ตและทำำข้ำวโพดคั่วของ
เขำไมโครเวฟ ทำำให้โมเลกุลของอำหำรเกิดกำรสั่นสะเทือน ดัง
นั้นอำหำรจึงร้อนขึ้นและขบวนกำรนี้เกิดขึ้นเร็วมำก คลืนนี้ไม่
่
ทำำให้สิ่งที่ทำำจำกกระดำษ กระเบื้องเคลือบ หรือแก้วร้อนขึ้น กำร
ใช้ไมโครเวฟในกำรปรุงอำหำรนอกจำกจะสะดวก ใช้เวลำสั้นลง
แล้วยังประหยัดพลังงำนอีกด้วยใน ค.ศ.1945 เริ่มมีกำรผลิตเตำ
ไมโครเวฟออกจำำหน่ำยแต่ยังมีขนำดใหญ่ไม่เหมำะกับกำรใชใน
ครัวทั่วไป ต้องใช้เวลำอีกนำนกว่ำจะสำมำรถพัฒนำให้มีขนำด
- 4.
- 5.
ข้อ ดีใ นการใช้วท ยุไ มโครเวฟ
ิ
ในการสือ สาร
่
คุณสมบัติการกระจายคลืนไมโครเวฟคงที่
่
ทิศทางของสายอากาศเป็นแนวพุ่งตรงไปในทิศทางที่ต้องการ
อัตราขยายสัญญาณของสายอากาศสูง
สามารถทำาให้อตราส่วนของสัญญาณต่อสัญญาณรบกวนดีขึ้น
ั
คือมีสัญญาณรบกวนเกิดขึ้นน้อย
สามารถส่งคลื่นได้ในย่านกว้างเพราะคลื่นมีความถี่สูงมาก
เครือข่ายมีความน่าเชื่อถือสูงในการใช้งาน
ปลอดภัยจากการเกิดภัยธรรมชาติ เช่น นำ้าท่วม แผ่นดินไหว
การรบกวนที่เกิดจากมนุษย์ทำาขึ้นมีน้อย เช่น อุบัติเหตุ การ
ก่อสร้าง ไฟไหม้
การก่อสร้างทำาได้ง่าย และเร็ว
สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างน้อย ใช้ค่าใช้จ่ายน้อยแต่
- 6.
- 7.
การสือ สารไมโครเวฟ
่
การสื่อสารไมโครเวฟ วิธที่นิยมใช้กนมากก็คือการสื่อสาร
ี ั
ในระดับสายตา ใช้ในการสื่อสารข้อมูลข่าวสารในปริมาณ
มากๆ เส้นทางในการสื่อสารนี้จะประมาณ 50-80 กิโลเมตร
และไม่มีสิ่งกีดขวาง แต่ถ้าต้องการสื่อสารในระยะไกลกว่านี้
จะต้องมีสถานีทวนสัญญาณเพื่อ ให้รับสัญญาณและทำาการ
ขยายแล้วส่งสัญญาณต่อไป จนถึงปลายทางได้
- 8.
สถานีท วนสัญ ญาณไมโครเวฟ
สถานีทวนสัญญาณไมโครเวฟ ใช้ในการสือสารไมโครเวฟในระดับสายตา เนื่องจากการสือสาร
่ ่
ในรูปแบบนี้มผลต่อส่วนโค้งของโลก ดังนั้นในการสือสารไมโครเวฟนี้จะต้องมีสถานีทวนสัญญาณ
ี ่
ในระยะทุกๆ 50-80 กม. ซึ่งสถานีทวนสัญญาณจะทำาการถ่ายทอด สัญญาณจากสถานีต้นทาง
ทำาการรับสัญญาณมาและทำาการขยายสัญญาณ ให้แรงขึนแล้วก็ทำาการส่งสัญญาณต่อไปจนถึง
้
ปลายทาง
สถานีทวนสัญญาณข่าวสารข้อมูล จะทำาการเปลี่ยนแปลงความถี่ทรับเข้ามาให้เหลือเพียงความถี่
ี่
ข่าวสารข้อมูลก่อน แล้วก็ทำาการขยายสัญญาณให้แรงขึนอีกที จากนั้นก็นำาไปผสมกับความถี่
้
ไมโครเวฟความถี่ใหม่ แล้วทำาการส่งออกไป ข้อดีของสถานีทวนสัญญาณรูปแบบนี้คือ สามารถดึง
สัญญาณข่าวสารข้อมูลมาใช้ได้ และสามารถทำาการนำาข่าวสารข้อมูลใหม่แทรกเข้าไปได้ด้วย ข้อ
เสียของสถานีทวนสัญญาณรูปแบบนี้คือ จะเกิดสัญญาณรบกวนแทรกเข้ามา และระดับความแรง
ของสัญญาณข่าวสารข้อมูลไม่คงที่
สถานีทวนสัญญาณความถี่ IF สถานีทวนสัญญาณรูปแบบนี้จะทำาการเปลี่ยนความถี่ทรับเข้ามาให้
ี่
เป็นความถี่ IF ก่อนแล้วจึงทำาการขยายสัญญาณให้แรงขึนอีกที จากนั้นก็ค่อยทำาการผสมกับคลื่น
้
ไมโครเวฟ ความถีใหม่ แล้วจึงทำาการส่งออกไป ข้อดีของสถานีทวนสัญญาณรูปแบบนี้คือ
่
อัตราส่วนของสัญญาณต่อสัญญาณรบกวนดีขน ระดับความแรงของสัญญาณข้อมูลข่าวสารคงที่
ึ้
ข้อเสียของสถานีทวนสัญญาณรูปแบบคือ ไม่สามารถดึงสัญญาณข้อมูลข่าวสารมาใช้ได้และไม่
สามารถแทรกสัญญาณข้อมูลใหม่ เข้าไปได้
สถานีทวนสัญญาณความถี่ RF สถานีทวนสัญญาณรูปแบบนี้ จะทำาการเปลี่ยนความถี่ RF เดิมไป
เป็นความถี่ RF ใหม่ โดยตรงก่อนแล้วค่อยทำาการส่งออกไป ข้อดีของสถานีทวนสัญญาณรูปแบบ
คือ มีอตราส่วนของสัญญาณต่อสัญญาณรบกวนดีมาก สัญญาณข้อมูลข่าวสารมีความคงที่ ข้อเสีย
ั
ของสถานีทวนสัญญาณรูปแบบนี้คือ มีราคาแพงมาก และยังไม่สามารถดึงสัญญาณข้อมูลข่าวสาร
มาใช้ได้ และยังไม่สามารถนำาสัญญาณข้อมูลใหม่แทรกเข้าไปได้ และยังมีความยุงยากในการ
่
ออกแบบวงจรอีกด้วย
- 9.
เวฟไกด์ หรือ ท่อนำา คลืน คือ
่
อะไร ???
เวฟไกด์ (Waveguide) หรือว่าท่อนำาคลื่น นี้ เป็นสายส่งสัญญาณชนิด
หนึ่ง-ที่ใช้ใน การส่งคลื่นไมโครเวฟ โดยทั่วไปจะมีลักษณะเป็นท่อกลม
หรือท่อเหลียม แล้วแต่จะทำามาและก็จะ ทำามาจากทองแดงหรือ
่
อะลูมเนียม ด้านในฉาบด้วยเงินเพื่อให้เป็นตัวนำาที่ดี สาเหตุที่สายนำา
ิ
สัญญาณต้องทำาเป็นท่อนี้ก็เพราะว่า คลื่นไมโครเวฟมีความถี่สูงมากจะ
เดินทางได้ดที่บริเวณผิวของตัวนำาถ้าหากใช้สายนำาสัญญาณทั่วไปจะ
ี
ทำาให้เกิดการสูญเสียงพลังงานไปได้ จึงต้องทำาเป็นท่อเพื่อป้องกันการ
สูญเสียพลังงานจากผิวของสายสัญญาณ ความถี่ตำ่าสุดทีสามารถใช้
่
งานได้กับเวฟไกด์เรียกว่า ความถีคตออฟ ซึ่งถ้าความถี่สูงกว่าความถี่
่ ั
คัตออฟ จะสามารถเดินทางไปบนเวฟไกด์ได้ ส่วนความถี่ทตำ่ากว่านี้จะ
ี่
ไม่สามารถเดินทางบนเวฟไกด์ได้ ในการเดินทางของคลื่นไมโครเวฟ
ในเวฟไกด์นั้น จะเดินทางโดยการสะท้อนผนังท่อ และเดินทางไปตาม
ความยาวของท่อนำาคลื่น และความถี่ทสูงก็สามารถเดินทางได้ไกลกว่า
ี่
ความถี่ที่ตำ่า
รูปแบบในการเกิดคลื่นในเวฟไกด์ ก็จะมีอยู่ 2 รูปแบบด้วยกัน คือ
รูปแบบสนามไฟฟ้าตัดขวาง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ไม่มส่วนประกอบของ
ี
สนามไฟฟ้าในทิศทางการแพร่กระจายคลื่น โดยสนามไฟฟ้าจะตั้งฉาก
- 10.
สายอากาศแบบฮอร์น
สายอากาศแบบฮอร์นนี้ เป็นสายอากาศที่นิยมใช้กันมากที่สุด
เพราะมีกำาลังการขยายสูงประกอบด้วยท่อนำา คลืนตอน
่
ปลายเปิดกว้างออกมากกว่าปกติ การที่จะทำาให้อัตราการ
ขยายสูงนั้น ทำาโดยการเพิ่มจานสะท้อนคลื่นแบบพาลาโบ
ลา (Parabola) เข้าไปด้วย ในการใช้สายอากาศแบบฮอร์น
นี้ต้องใช้ร่วมกับจานสะท้อนคลื่นแบบพาลาโบลา ที่เรียกว่า
ตัวสะท้อนคลื่นพาลาโบลิก และตำาแหน่งของฮอร์น ต้องวาง
ในตำาแหน่งโฟกัสของตัวสะท้อนคลืน เพราะเป็นตำาแหน่ง
่
รวมคลืนทั้งหมด
่