คํากริยา
คํากริยา คือ คําที่แสดงอาการของนาม และสรรพนาม
หรือแสดงการกระทําของประธาน แบงออกเปน 5 ชนิด
1. สกรรมกริยา (สะ-กํา-มะ-กริ-ยา) คือ กริยาที่ตองมีกรรม
                                              
มารับจึงจะใหความสมบูรณครบถวนตามกระแสความ เชน

 1. ทหารถือปน            จะเห็นไดวา คํากริยาใน
 2. คนครัวหุงขาว            ประโยค (ถือ หุง ไถ
 3. ชาวนาไถนา                ขาย)จะตองมีกรรมมารับ
                             ขางหลัง จึงจะเปน
 4. พอคาขายของ
                             ประโยคที่สมบูรณ
1. อกรรมกริยา (อะ-กํา-มะ-กริ-ยา) คือ กริยาที่มี
 ความหมายครบถวนในตัวเอง โดยไมตองมีกรรมมารับก็ได
                                     
 ความสมบูรณ
1. นกบิน                  ขอสังเกต... อกรรมกริยาเปน
2. นักเรียนเดินมาโรงเรียน     กริยาที่มความสมบูรณใน
                                       ี
3. เด็กนั่งบนเกาอี้          ตัวแลว แตถาตองการใหมี
4. ครูยนในหอง
       ื                      ความชัดเจนขึ้นตองมีคาํ
                              หรือวลีมาขยาย (ตัวขีดเสน
                              ใต)
ขอสังเกต

คําบางคําเปนไดทั้ง “สกรรมกริยา” และ “อกรรมกริยา”
อยูที่บริบท หรือความแวดลอม เชน
1. ประตูปดแลว            (อกรรมกริยา)
2. เขาปดประตูแลว (สกรรมกริยา)
3. กระดาษฉีก               (อกรรมกริยา)
4. นองฉีกกระดาษ (สกรรมกริยา)
3. วิกตรรถกริยา (วิ-กะ-ตัด-ถะ-กริ-ยา) หรือ กริยาอาศัย
สวนเติมเต็ม คือ กริยาที่ไมมีความหมายในตัวเอง จะใช
ตามลําพังไมได ตองอาศัยสวนเติมเต็ม นั่นคือ จะตองมี
คํานาม คําสรรพนามหรือคําวิเศษณมาขยายจึงจะได
ความสมบูรณ กริยาพวกนี้ไดแก

เปน เหมือน คลาย            เทา     คือ แปลวา
เสมือน ดุจ      ประดุจ       ประหนึ่ง ราวกับ เพียง
ดัง    เปรียบเหมือน           อุปมาเหมือน ...
ตัวอยาง ใชคํานามขยาย
1. นายแดงเปนครู
2. รูปรางของลาเหมือนรูปรางของมา
3. ลูกเทาพอ
4. แมวคลายเสือ
5. งูคือสัตวเลื้อยคลานชนิดหนึ่ง
6. เขาเสมือนนักโทษที่ฆาคน
7. วาจาดุจคมแฝก
ตัวอยาง ใชคําสรรพนามขยาย
1. ถาเธอ เปน ฉัน เธอจะรูสึกอยางไร
2. เขาเหมือนฉันมากกวาเหมือนเธอ
3. นองคลายฉัน
4. ผูนนแหละ คือ เขาละ
        ั่
ตัวอยาง ใชคําวิเศษณชยาย
1. เขาพูดอะไร เปน เท็จไปหมด
2. ทําไดเชนนีเปนดีแน
                  ้
3. มาดีเปนดี มารายเปนราย
4. ถาฉันเปนใหญเปนโต ฉันจะไมลืมทาน
ขอสังเกต

1. คําวิกตรรถกริยา ถาใชเชื่อมประโยค ถือวาเปน
   คําสันธาน
   - เขาพูด เสมือน เด็กออนสอนพูด
   - เขาทํางาน เหมือน ลูกจาง
   - เขาพูดเร็ว ราวกับ แขก
   - เขาทํางาน ประดุจ เครื่องจักร
   - เขาเดิน คลาย กับบิดาของเขา
ขอสังเกต

2. คําวา “เปน” บางทีใชเปนคําขยายกริยาขางหนา ไมใช
      วิกตรรถกริยา เชน
      - ฉันแปลภาษาอังกฤษเปนภาษาไทย
      - เขาหัดเปนครู
      - เขาทํางานเปนบาเปนหลัง
      - เขาทําเปนเขื่อง
      - นองหัดเปนคนพูดโกหก
ขอสังเกต

3. คําวา “เปน” ใชเปนคํากริยา หรือ คําวิเศษณโดยตรง
      เชน
      - เขาไมเปนงานอะไรเสียเลย
      - ทําไมเขาจึงเปนขึ้นมาได ทั้งที่ตายไปตั้งหลาย
      ชั่วโมงแลว
      - ปลาเปนวายทวนน้า   ํ
      - เขาพูดเปน แตฉนพูดไมเปน
                         ั
4. กริยานุเคราะห หรือ กริยาชวย
   คือ กริยาทีทําหนาทีชวยกริยาอื่นใหแสดงความหมายอกมา
                ่
   เปน กาล มาลา หรือ วาจก
กาล หมายถึง เวลาที่แสดงการกระทําของกริยาวาไดเกิดขึน
                                                    ้
   เมื่อไหร
มาลา หมายถึง ระเบียบของกริยาที่แสดงเนื้อความตางๆ เชน
   บอกเลา แสดงความคิดเห็น ตักเตือน ปฏิเสธ ซักถาม
   คาดหมาย แบงรับแบงสู แสดงความไมแนใจ การบังคับ
   ออนวอน ขอรอง หาม แนะนํา สั่ง เปนตน
วาจก หมายถึง กริยาของประโยคที่แสดงวาประธานทําหนาที่
   เปน ผูทํา ผูใช ผูถูก หรือ ผูถูกใช
                        
ตัวอยางกริยาชวย ชวยบอกกาล

1. เขากําลังทํางาน (ปจจุบัน)
2. เขาไดทํางาน (อดีต)
3. เขาจะทํางาน (อนาคต)
ตัวอยางกริยาชวย ชวยบอกมาลา

1. เขาคงมาทีนี่
              ่
2. ทานจงเชือฉัน
            ่
3. ชะรอยเขาจะฝนไป
ตัวอยางกริยาชวย ชวยบอกวาจก

1. นักโทษถูกผูคุมจับ
               
2. นักเรียนถูกครูใหทางาน
                     ํ
3. บิดาใหบุตรเขียนหนังสือ
5. กริยาสภาวมาลา คือ กริยาที่ทําหนาที่คลายนาม อาจ
เปนประธาน เปนกรรม หรือเปนบทขยายสวนใดสวน
หนึ่งของประโยคก็ได เชน

1. นอนมีประโยชนกวาอิรยาบถอื่น
                           ิ
2. ฉันชอบดูภาพยนตร
3. เขาออมทรัพยไวเพื่อซือรองเทา
                         ้

คำกริยา

  • 1.
    คํากริยา คํากริยา คือ คําที่แสดงอาการของนามและสรรพนาม หรือแสดงการกระทําของประธาน แบงออกเปน 5 ชนิด
  • 2.
    1. สกรรมกริยา (สะ-กํา-มะ-กริ-ยา)คือ กริยาที่ตองมีกรรม  มารับจึงจะใหความสมบูรณครบถวนตามกระแสความ เชน 1. ทหารถือปน จะเห็นไดวา คํากริยาใน 2. คนครัวหุงขาว ประโยค (ถือ หุง ไถ 3. ชาวนาไถนา ขาย)จะตองมีกรรมมารับ ขางหลัง จึงจะเปน 4. พอคาขายของ ประโยคที่สมบูรณ
  • 3.
    1. อกรรมกริยา (อะ-กํา-มะ-กริ-ยา)คือ กริยาที่มี ความหมายครบถวนในตัวเอง โดยไมตองมีกรรมมารับก็ได  ความสมบูรณ 1. นกบิน ขอสังเกต... อกรรมกริยาเปน 2. นักเรียนเดินมาโรงเรียน กริยาที่มความสมบูรณใน ี 3. เด็กนั่งบนเกาอี้ ตัวแลว แตถาตองการใหมี 4. ครูยนในหอง ื ความชัดเจนขึ้นตองมีคาํ หรือวลีมาขยาย (ตัวขีดเสน ใต)
  • 4.
    ขอสังเกต คําบางคําเปนไดทั้ง “สกรรมกริยา” และ“อกรรมกริยา” อยูที่บริบท หรือความแวดลอม เชน 1. ประตูปดแลว (อกรรมกริยา) 2. เขาปดประตูแลว (สกรรมกริยา) 3. กระดาษฉีก (อกรรมกริยา) 4. นองฉีกกระดาษ (สกรรมกริยา)
  • 5.
    3. วิกตรรถกริยา (วิ-กะ-ตัด-ถะ-กริ-ยา)หรือ กริยาอาศัย สวนเติมเต็ม คือ กริยาที่ไมมีความหมายในตัวเอง จะใช ตามลําพังไมได ตองอาศัยสวนเติมเต็ม นั่นคือ จะตองมี คํานาม คําสรรพนามหรือคําวิเศษณมาขยายจึงจะได ความสมบูรณ กริยาพวกนี้ไดแก เปน เหมือน คลาย เทา คือ แปลวา เสมือน ดุจ ประดุจ ประหนึ่ง ราวกับ เพียง ดัง เปรียบเหมือน อุปมาเหมือน ...
  • 6.
    ตัวอยาง ใชคํานามขยาย 1. นายแดงเปนครู 2.รูปรางของลาเหมือนรูปรางของมา 3. ลูกเทาพอ 4. แมวคลายเสือ 5. งูคือสัตวเลื้อยคลานชนิดหนึ่ง 6. เขาเสมือนนักโทษที่ฆาคน 7. วาจาดุจคมแฝก
  • 7.
    ตัวอยาง ใชคําสรรพนามขยาย 1. ถาเธอเปน ฉัน เธอจะรูสึกอยางไร 2. เขาเหมือนฉันมากกวาเหมือนเธอ 3. นองคลายฉัน 4. ผูนนแหละ คือ เขาละ ั่ ตัวอยาง ใชคําวิเศษณชยาย 1. เขาพูดอะไร เปน เท็จไปหมด 2. ทําไดเชนนีเปนดีแน ้ 3. มาดีเปนดี มารายเปนราย 4. ถาฉันเปนใหญเปนโต ฉันจะไมลืมทาน
  • 8.
    ขอสังเกต 1. คําวิกตรรถกริยา ถาใชเชื่อมประโยคถือวาเปน คําสันธาน - เขาพูด เสมือน เด็กออนสอนพูด - เขาทํางาน เหมือน ลูกจาง - เขาพูดเร็ว ราวกับ แขก - เขาทํางาน ประดุจ เครื่องจักร - เขาเดิน คลาย กับบิดาของเขา
  • 9.
    ขอสังเกต 2. คําวา “เปน”บางทีใชเปนคําขยายกริยาขางหนา ไมใช วิกตรรถกริยา เชน - ฉันแปลภาษาอังกฤษเปนภาษาไทย - เขาหัดเปนครู - เขาทํางานเปนบาเปนหลัง - เขาทําเปนเขื่อง - นองหัดเปนคนพูดโกหก
  • 10.
    ขอสังเกต 3. คําวา “เปน”ใชเปนคํากริยา หรือ คําวิเศษณโดยตรง เชน - เขาไมเปนงานอะไรเสียเลย - ทําไมเขาจึงเปนขึ้นมาได ทั้งที่ตายไปตั้งหลาย ชั่วโมงแลว - ปลาเปนวายทวนน้า ํ - เขาพูดเปน แตฉนพูดไมเปน ั
  • 11.
    4. กริยานุเคราะห หรือกริยาชวย คือ กริยาทีทําหนาทีชวยกริยาอื่นใหแสดงความหมายอกมา ่ เปน กาล มาลา หรือ วาจก กาล หมายถึง เวลาที่แสดงการกระทําของกริยาวาไดเกิดขึน ้ เมื่อไหร มาลา หมายถึง ระเบียบของกริยาที่แสดงเนื้อความตางๆ เชน บอกเลา แสดงความคิดเห็น ตักเตือน ปฏิเสธ ซักถาม คาดหมาย แบงรับแบงสู แสดงความไมแนใจ การบังคับ ออนวอน ขอรอง หาม แนะนํา สั่ง เปนตน วาจก หมายถึง กริยาของประโยคที่แสดงวาประธานทําหนาที่ เปน ผูทํา ผูใช ผูถูก หรือ ผูถูกใช 
  • 12.
    ตัวอยางกริยาชวย ชวยบอกกาล 1. เขากําลังทํางาน(ปจจุบัน) 2. เขาไดทํางาน (อดีต) 3. เขาจะทํางาน (อนาคต) ตัวอยางกริยาชวย ชวยบอกมาลา 1. เขาคงมาทีนี่ ่ 2. ทานจงเชือฉัน ่ 3. ชะรอยเขาจะฝนไป
  • 13.
    ตัวอยางกริยาชวย ชวยบอกวาจก 1. นักโทษถูกผูคุมจับ  2. นักเรียนถูกครูใหทางาน ํ 3. บิดาใหบุตรเขียนหนังสือ
  • 14.
    5. กริยาสภาวมาลา คือกริยาที่ทําหนาที่คลายนาม อาจ เปนประธาน เปนกรรม หรือเปนบทขยายสวนใดสวน หนึ่งของประโยคก็ได เชน 1. นอนมีประโยชนกวาอิรยาบถอื่น ิ 2. ฉันชอบดูภาพยนตร 3. เขาออมทรัพยไวเพื่อซือรองเทา ้