ICD 10
( season -1)
สุทธิลักษณ์ แก้วบุญเรือน
International statistical classification
of Diseases And Related Health Problem 10
Revision
บัญชีจาแนกโรคระหว่างประเทศฉบับแก้ไขครั้งที่10
เป็นระบบการใช้รหัสแทนการเรียกชื่อโรค จัดหมวด
หมู่โรคในกลุ่มเดียวกันให้อยู่ในรหัสใกล้เคียงกัน
ความหมาย
เหตุผลและประโยชน์
• เป็นระบบการจัดหมวดหมู่ของความเจ็บป่วย(โรค,การบาดเจ็บ) รวมทั้ง
ปัญหาสุขภาพอื่นๆโดยกาหนดรหัสแทนการเรียกชื่อโรค
• ใช้ในการรวบรวมข้อมูลความเจ็บป่วย เพื่อประโยชน์ทางระบาดวิทยา
และการบริหารด้านสุขภาพ
• เป็นภาษากลางในการรายงานและวิเคราะห์ข้อมูล
• สามารถเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างโรงพยาบาล จังหวัด และประเทศได้
• การจ่ายค่าตอบแทนจาก Third party (ประกัน, สปสช
,ประกันสังคม)
ลักษณะของรหัส
• เป็นรหัสตัวอักษร ผสม ตัวเลข ( AlphaNumeric)
• นาหน้าด้วย A Z
• ความยาว 3 – 5 หลัก
• ระหว่างหลักที่ 3และ 4 คั่นด้วยจุด
A00.0 : Cholera due to Vibrio cholerare 01, biovar
cholerae Classical cholera
ICD-10,ICD-10-TM
• ICD – 10 เป็นระบบที่จัดทาโดย WHO
• ICD-10-TM ( ICD – 10 Thai Modification) จัดทา
โดยประเทศไทยเนื่องจากรหัส ของ WHO ไม่ครอบคลุมโรค
บางโรคในประเทศไทย
คู่มือICD- 10
• Volume 1 A,B
: ตอนที่ 1 สารบัญ คานา คาอธิบายรหัส 3 ตัว อักษร
: ตอนที่ 2 คาอธิบายรหัสโรคตามที่กาหนดไว้
: ตอนที่ 3 รหัสลักษณะเนื้องอก ตัวอย่าง ตาราง
• Volume 2 Instuction manual (ไม่ค่อยได้ใช้ จะใช้ Volume 5 ของ ICD-
10-TM: Thai standard coding guideline )
• Volume 3 : Section 1 - ดรรชนีค้นหาโรคทั่วไป
: Section 2 ดรรชนีค้นหารหัสสาเหตุภายนอก
ของการบาดเจ็บ
: Section 3 - ตารางยาและสารเคมี
• ICD - 9 – CM รหัสการผ่าตัดและหัตถการ
• ประกอบด้วยตัวอักษรผสมตัวเลขมีตั้งแต่ 3 – 5 ตัว A09,J18.9,M00.91
ICD – 10 TM
(ICD – 10 Thai Modification)
• เป็นระบบรหัสมาตรฐานข้อมูลทางการแพทย์ที่ได้รับ
อนุญาตจากองค์การอนามัยโลกให้แก้ไขเพิ่มเติมรหัส
จาก ICD – 10 เดิมให้ครอบคลุมกว้างขวางกว่าเดิมและ
ให้เหมาะสมกับการใช้งานสาหรับประเทศไทย
คู่มือของ ICD-10-TM
• Volume 1 : Tabular list
• Volume 2 : Alphabetic Index
• Volume 3 : Tabular list for Procedure
• Volume 4 : Alphabetic Index for Procedure
• Volume 5 : Thai standard coding guideline
• ประกอบด้วยตัวอักษรผสมตัวเลขมีตั้งแต่ 3 – 6 ตัว
A09,J18.9,M00.91
DRG
• ระบบการจัดกลุ่มผู้ป่วยในที่มีการใช้ทรัพยากรใน
การรักษาพยาบาลใกล้เคียงกับคนไข้ในกลุ่ม
เดียวกัน เพื่อประโยชน์ในการกาหนดจ่ายเงินจาก
Third party
สิ่งที่ใช้ในการกาหนด DRG
1. Principle Diagnosis
2. Comorbidity
3. Complication
4. Operation
5. Age
6. Length of Stay ( LOS )
7. Discharge Status
8. Discharge Type
Principle diagnosis
Comorbidity
Complication
Operation
Age
LOS
Discharge status
Discharge type
DRGGrouper
ปัญหาที่ทาให้ได้ค่าผิดพลาด
• 1. ข้อมูลการวินิจฉัยไม่ชัดเจน
• 2. การสรุป Principle Diagnosis ผิดหลักการ
• 3. สรุปหน้าป้ายไม่ครบเช่นขาด CC
• 4. โรคหลักไม่สัมพันธ์กับการผ่าตัด
• 5. ลงอายุผิด
• 6.ใส่เพศผิด
ดูความสมเหตุสมผลในการ
วินิจฉัยโรค และการลงรหัสโรค
ข้อควรระวังในการให้รหัส
• ต้องให้รหัสตามการวินิจฉัยของแพทย์เท่านั้น
• ไม่สามารถนาผลการตรวจเลือดหรือวินิจฉัยอื่นที่ไม่ใช่คาวินิจฉัย
ของแพทย์มาตีความเป็นรหัสโรคโดยพลการ
• หากมีข้อสงสัยหรือมีข้อมูลที่สามารถจะทาให้การลงรหัสโรคมี
ความละเอียดหรือถูกต้องมากขึ้นต้องปรึกษาแพทย์พิจารณาและ
เปลี่ยนคาวินิจฉัยก่อนการลงรหัส
• ในการให้รหัสผู้ให้รหัสต้องตรวจสอบเรื่องอายุ,การตั้งครรภ์,การ
คลอด,ทารกแรกคลอดผู้ป่วยHIV,มะเร็ง เพราะจะมีการให้รหัส
โรคที่แตกต่างจากหลักการอื่น
การให้รหัสต้องมีหลักฐานสนับสนุน
• คาวินิจฉัยสุดท้ายของแพทย์
• รายงานผลการตรวจทางรังสีโดยรังสีแพทย์
• ผลการตรวจ EKG ที่อ่านโดยแพทย์โรคหัวใจ
• ผลการตรวจทางพยาธิวิทยาโดยพยาธิแพทย์
• ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่แพทย์ไม่ได้แปลผลเป็นคา
วินิจฉัย
โดยการนาหลักฐานเหล่านี้มาใช้ได้เพื่อให้ได้รหัสที่มีความจาเพาะสูงแต่
ต้องสอดคล้องกับคาวินิจฉัยของแพทย์หากแพทย์เขียนคาวินิจฉัยไม่
ละเอียดต้องให้แพทย์ปรับเปลี่ยนคาวินิจฉัยให้ละเอียดจึงจะให้รหัสโรคได้
เนื่องจากผู้ให้รหัสไม่สามารถเปลี่ยนคาวินิจฉัยของแพทย์ได้
คาที่ต้องรู้
• การวินิจฉัยหลัก ( Principle Diagnosis)
• การวินิจฉัยร่วม ( Comorbidity)
• โรคแทรก ( Complication)
• การวินิจฉัยอย่างอื่น ( (Other)
• กลไกการบาดเจ็บหรือการได้รับสารพิษ( External
Cause)
การวินิจฉัยหลัก ( Principle Diagnosis)
• เป็นโรคที่ทาให้ผู้ป่วยมาโรงพยาบาล
• มีได้เพียงโรคเดียว
• เป็นโรคที่แพทย์บันทึกไว้เป็น Diagnosis
• ถ้ามีหลายโรคและรักษาพร้อมกันให้เลือกโรคที่รุนแรงที่สุด,
ค่าใช้จ่ายสูงสุด
• ต้องเป็นโรคที่แพทย์ให้การวินิจฉัยเท่านั้นไม่สามารถนาผลการ
ตรวจต่างๆมาให้รหัสเองได้ยกเว้นได้นาเวชระเบียนให้แพทย์
ทบทวนเพื่อปรับการให้คาวินิจฉัย
การวินิจฉัยร่วม ( Comorbidity)
• เป็นโรคที่ปรากฏร่วมกับโรคหลักและมีความรุนแรงของโรคมาก
พอที่จะทาให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงหรือต้องมีการรักษาเพิ่มเติม
• ต้องเกิดก่อนหรือพร้อมกับโรคหลักไม่ใช่โรคแทรกที่เกิดขึ้น
ภายหลัง
• มีความรุนแรงมากพอที่ทาให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค
แทรก เสียชีวิต ,พิการ,ค่ารักษาสูงขึ้น
• มักเป็นโรคเรื้อรัง
• มีได้มากกว่า 1 โรค
โรคแทรก ( Complication)
• เกิดขึ้นภายหลังจากผู้ป่วยได้รับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว
• มีความรุนแรงมากพอที่ทาให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ,
พิการหรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
• อาจมีความเกี่ยวข้องกับโรคหลักหรือไม่เกี่ยวข้องเลยก็ได้
• บันทึกได้มากกว่า 1 โรค
การวินิจฉัยอย่างอื่น (Other)
• เป็นโรคเล็กน้อยหรือไม่มีความรุนแรงมากพอที่จะทาให้ผู้ป่วยมี
ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรก,เสียชีวิต,พิการระหว่างรักษาตัว
อยู่ในโรงพยาบาล
• เป็นโรคที่อาจเกิดก่อน,พร้อมกัน,หรือหลังจากเข้ารับการรักษา
แล้วก็ได้
• บันทึกได้มากกว่า 1 โรค
• อาจมีความเกี่ยวข้องกับโรคหลักหรือไม่เกี่ยวข้องก็ได้
กลไกการบาดเจ็บหรือการได้รับสารพิษ
( External Cause )
• เป็นข้อมูลที่ได้จากการซักประวัติ
• บอกได้ว่าเป็นอุบัติเหตุ,ถูกทาร้าย,ทาร้ายตนเอง,ฆ่าตัว
ตาย
• บอกได้ว่าขณะเกิดเหตุผู้ป่วยทากิจกรรมอะไร,เกิดบริเวณ
ที่ใด
• สามารถค้นหาจากเวชระเบียนได้
คาศัพท์และสัญลักษณ์ที่ควรรู้ก่อนเริ่มลงรหัส
† ,* AND
• NEC คาเตือนว่าอาจมีรหัสโรคที่ดีกว่านี้
• See ให้เปลี่ยนคาหลักที่ใช้เป็นคาอื่น
• See also ควรค้นหาจากคาอื่นด้วย
• See condition คาที่ใช้ค้นหาเป็นคาขยายไม่ใช่คาหลัก
• ( ) คาที่ตามด้วยคาอื่น ๆ ภายในวงเล็บ
• † ,* เครื่องหมายกากับรหัสโรคมีความหมายกฎการใช้ระบบรหัสคู่
† สาเหตุของโรค
* ตาแหน่งที่เกิดโรค
สัญลักษณ์ที่ใช้ในเล่ม 3
สัญลักษณ์ที่ใช้ในเล่ม 1
• [ ] มีคาอื่นที่ใช้แทนกันได้
• NOS การไม่ได้ระบุให้จาเพาะเป็นรหัสกากวม
• AND หมายถึง และ , หรือ ก็ได้ เช่น A 18.0
Tuberculosis of bones and joint
• .- แปลว่ารหัสไม่สมบูรณ์ต้องหารหัสย่อยมาใส่
เพิ่มเติม
การใส่รหัส
•ต้องใช้ทั้ง 2 เล่ม โดยเปิดหาจากเล่ม 3
แล้วตรวจสอบกับเล่ม 1 เสมอ
การให้รหัสโรค
• 1. แปลงคาย่อให้เป็นคาเต็ม
• 2.เลือกคา
- คาหลัก
- คาขยาย ขึ้นต้นด้วย ( - )
• 3. ค้นหารหัส
• 4. ลงรหัส
• 5. เลือกรหัสโรค
กฎการให้รหัส
•1.กฎการให้รหัสโดยละเอียด
•2.กฎการใช้รหัสคู่
•3.กฎการเลือกรหัสโรคหลัก
รหัสที่ห้ามใช้เป็นรหัสโรคหลัก
1. รหัสที่ห้ามใช้เป็นรหัสหลักทุกกรณี
– รหัสดอกจันทั้งหมด
– รหัสเสริมบอกชื่อเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการติด
เชื้อ( B95-B97)
– รหัสสาเหตุของการบาดเจ็บ
2.รหัสที่ห้ามเป็นโรคหลักบางกรณี
- รหัสวิธีการคลอด (O80 - O84 )
- รหัสลักษณะอัมพาต ( G81 - G83 )
การให้รหัสผู้บาดเจ็บ
• ตัองให้รหัสแสดงลักษณะการบาดเจ็บให้ครบทุกตาแหน่งและอวัยวะรหัสที่ให้
มักจะเป็น S ให้ระวังเวลาแพทย์เขียน Multiple injury ซึ่งอาจทาให้ได้
รหัส T00-T07,T08-T14 ซึ่งเป็นรหัสที่คุณภาพต่า
• ต้องมีสาเหตุภายนอกของการบาดเจ็บ
– Accident ใช้เป็นคาตั้งต้นในอุบัติเหตุทุกประเภท
– Assault ใช้เป็นคาตั้งต้นในถูกทาร้าย,ฆ่า
– Contact ใช้เป็นคาตั้งต้นใน ถูกบาด,กระทบ
ซึ่งสาเหตุการบาดเจ็บ จะหาได้แค่ 3 ตาแหน่ง
- ตาแหน่งที่ 4 ของอุบัติเหตุจะระบุว่าผู้บาดเจ็บเป็นผู้ขับขี่,ผู้โดยสารและเป็น
จากการจราจรหรือไม่ V00-V99
- ตาแหน่งที่ 4 ของเหตุการณ์อย่างอื่นจะบอกสถานที่ว่าเหตุเกิดที่ใด
- ตาแหน่งที่ 5 จะเป็นรหัสกิจกรรมที่ผู้ป่วยกาลังทาขณะเกิดเหตุ
การให้รหัสผู้บาดเจ็บ
ตัวอย่าง
• ผู้ป่วยเดินข้ามถนนจะไปทางานถูกรถบรรทุกชน มี rupture spleen
,fracture pelvisและ scalp laceration ถือเป็นการบาดเจ็บ
หลายตาแหน่งหลายลักษณะแต่สามารถระบุได้ว่าตาแหน่งใดรุนแรงที่สุด
– โรคหลัก S36.00 Injury of spleen
– โรครอง S32.80 fracture pelvis unspecified
S01.1 Openwound of scalp
– External cause V03.12: Pedestrian injuryed in
collosion with car, pick-up truck or van in traffic
accident while working for incom
รหัสโรคหลายตาแหน่ง
• มีหลายตาแหน่ง / หลายแบบมีความรุนแรงเท่ากัน ให้ใช้รหัสโรคหลาย
ตาแหน่งหลายแบบเป็น รหัสโรคหลักและให้รหัสรายละเอียดของโรค
แต่ละตาแหน่งแต่ละแบบเป็น การวินิจฉัยร่วม เช่น
ผู้ป่วยติเชื้อ HIV มา 6 ปีครั้งนี้มารักษาอาการไข้ตรวจพบ Pulmonary
TB,Oral candidiasisและMycoplasma pneumonia แพทย์ให้การักษาโรค
แทรกทุกโรคเท่ากัน
โรคหลัก B 20.7 HIV disease resulting in multiple infections
โรคร่วม A16.2 Pulmonary tuberculosis
B37.09 Cadidial stomatitis,unspecfied
J15.7 Pneumonia due to Mycoplasm pneumonia
การรักษาความพิการที่ยังเหลืออยู่
• ผู้ป่วยที่มีความพิการจากโรคและมารับการรักษาต้องให้รหัสความพิการด้วย
ผู้ป่วยมีอาการ Spastic hemiplegia จาก CVA เมื่อ 1 ปีก่อนแพทย์วินิจฉัยว่า Old CVA
ถูกส่งต่อมาทากายภาพบาบัด
โรคหลัก G81.1 Splastic hemiplegia
โรครอง I69.8 Sequelae of cerebrovascular disease
• มารักษาโรคอื่นเป็นหลักแต่คนไข้มี sequelae
ผู้ป่วยมารักษา Bed sore ประวัติเดิมโดนรถชนกระดูกสันหลังหักเป็นอัมพาตท่อนล่าง
โรคหลัก L89 Decubitus
โรครอง T91.3 sequelae of injury of spinal cord
External cause Y85.0 sequelae of motor-vehicle accident
การให้รหัสหลังผ่าตัด
• ผ่าตัดเสร็จอยู่ในระยะพักฟื้น (Z47-Z48)
• ผู้ป่วยหลังผ่าตัดAppendectomy หลังD/C ผู้ป่วยมาตรวตที่ OPD
ตามแพทย์นัดมาตัดไหม แพทย์ Diag S/P Appendectomy
รหัสหลัก : Z48.0 Attension to surgical dressing
and sutures
• Z47.- Other orthopaedic follow – up care
• Z54.-มักใช้ในกรณีรับย้ายจากโรงพยาบาลอื่นหลังการผ่าตัด,หลังการ
รักษาอื่นเช่นฉายแสง
กรณีเคยผ่าตัดมานานแล้วแต่โรคเดิมไม่หายมีอาการต่อเนื่อง
• ผู้ป่วย Lumbar Stenosis ได้รับการทา Laminectomy
ไปแล้ว 8 เดือน ครั้งนี้มาด้วยอาการปวดหลังเหมือนก่อนผ่าตัดแต่ตรวจ
ไม่พบความผิดปกติ แพทย์Diag Low back pain S/P
Laminectomy
โรคหลัก M54.5 Low back pain
โรคร่วม M96.1 Postlaminectomy syndrome
เคยผ่าตัดแล้วโรคเดิมหายแต่มาด้วยโรคแทรกที่ต่อเนื่องจากการผ่าตัด
• ผู้ป่วยเคยเป็น Thrombosed Hemorrhoidectomy ไป
10ปีก่อนคราวนี้มาด้วย Anal stenosis Diag Anal
stenosis S/P Hemorrhoidectomy
รหัสหลัก K62.4 stenosis ofanus and rectum
รหัสรองK91.8 other postprocedural disorders
of digestive system, not elsewhere
รหัสกากวม
• ครอบคลุมโรคหลายๆโรค มักใช้กับประเทศด้อยพัฒนาที่มีระบบ
ข้อมูลทางการแพทย์ล้าสมัย มักเกิดจากการที่แพทย์ใช้คา
กากวมในการวินิจฉัย เช่น Head injury,Blut trauma abdomen
DM ,MCA,UTI ,CVA ,URI ซึ่งจะสังเกตได้ว่าเวลาถอดรหัส
ออกมา มักจะลงท้ายด้วย
.9 หรือถ้าเป็นการบาดเจ็บถอดออกมาจะได้รหัส T แทนที่จะ
เป็น S เช่น ผู้ป่วยเป็นเบาหวานไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่น แพทย์
วินิจฉัย DM จะได้รหัส E 14.9
รหัสอาการ
• จะให้เมื่อไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเป็นโรคอะไร หรือใน
กรณีผู้ป่วยหนีกลับก่อนที่จะได้รับการวินิจฉัย
• มักจะเป็นรหัสในกลุ่ม R00-R99
Wound infection
• ผู้ป่วยหลังผ่าตัดไส้ติ่งมาตรวจ แพทย์วินิจฉัยว่าเป็น Wound
infection ได้รับการรักษาโดยการตัดไหมล้างแผลได้ Antibiotic
- T79.3 Post –traumaatic wound infection,not
elsewhere classified
- W25.8 Other surgical procedures (as the
cause of later complication)
การสังเกตกลุ่มรหัสอย่างง่าย
• A,B = โรคติดเชื้อ,การติดชื้อ
• C = มะเร็ง
• D = เนื้องอก
• E = Endocrine,Nutrition,Metabolic
• F = โรคทางจิตเวช
• G = ระบบประสาท
• H = EENT
• I = Cardiovascular
• J = ระบบทางเดินหายใจ
• K = ระบบทางเดินอาหาร
• L = ผิวหนัง
• M = กระดูกและกล้ามเนื้อ
• N = Genitourinary system
• O = Pregnancy
• P = New born
• Q = Congenital
• R = Symtoms
• S,T = Injury ,Poisoning
• V,W,X = External cause
• Z = การตรวจสุขภาพ,ไม่เกี่ยวกับโรค

ICD 10