Recommended
PDF
การปฏิบัติตามหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Practice: EBP) 2551
PPTX
เลิกบุหรี่ในเคสเยี่ยมบ้าน
PPTX
PPT
PDF
การจัดการเมื่อผู้ป่วยเกิดภาวะฉุกเฉินทางเคมี
PDF
Inflammatory & Infection orthopaedics disease for nursing students 2017
DOC
PDF
PDF
การทำปฏิบัติการนอกสถานที่ (Out room lab diagnosis)
PPT
PDF
Clinical practice-guidelines-for-traumatic-brain-injury
PDF
PDF
PPT
PDF
PDF
PDF
PPT
Common pitfalls in Trauma
PPT
PDF
PDF
ความสัมพันธ์กับต่างประเทศในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
PDF
PDF
กายภาพบำบัดในผู้ป่วยเบาหวาน(รพ.ทัพทัน)
PPT
PDF
PDF
การสร้างแบบทดสอบอัตนัยประยุกต์
PDF
2016 Respiratory Assessment
PDF
DOC
PDF
More Related Content
PDF
การปฏิบัติตามหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Practice: EBP) 2551
PPTX
เลิกบุหรี่ในเคสเยี่ยมบ้าน
PPTX
PPT
PDF
การจัดการเมื่อผู้ป่วยเกิดภาวะฉุกเฉินทางเคมี
PDF
Inflammatory & Infection orthopaedics disease for nursing students 2017
DOC
PDF
What's hot
PDF
การทำปฏิบัติการนอกสถานที่ (Out room lab diagnosis)
PPT
PDF
Clinical practice-guidelines-for-traumatic-brain-injury
PDF
PDF
PPT
PDF
PDF
PDF
PPT
Common pitfalls in Trauma
PPT
PDF
PDF
ความสัมพันธ์กับต่างประเทศในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
PDF
PDF
กายภาพบำบัดในผู้ป่วยเบาหวาน(รพ.ทัพทัน)
PPT
PDF
PDF
การสร้างแบบทดสอบอัตนัยประยุกต์
PDF
2016 Respiratory Assessment
PDF
Similar to How to prepare MEQ.pdf
DOC
PDF
PDF
PPT
PDF
PDF
Step3 Tutorial by SWU book1
PDF
PDF
สรุปผลการตรวจสอบความสมบูรณืของเวชระเบียนผู้ป่วยนอกปีงบประมาณ 2555
PDF
PPTX
การให้บริการเภสัชกรรมในร้านยา
PDF
PDF
คู่มือการวินิจฉัยโรค Manual diag code
PDF
Blue Doodle Project Presentation.pdf soap
PDF
PDF
PDF
ความรู้บูรณาการสำหรับอายุรแพทย์
PDF
ความรู้บูรณาการสำหรับอายุรแพทย์
PDF
โปรแกรมตรวจสุขภาพ 13 รายการ 999 บาท
DOC
ข้อสอบประมวลผลรายวิชาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
PDF
Nt2553step3round1 28NOV2553
How to prepare MEQ.pdf 1. 2. 3. 4. 5. 6. - ประภาส ชลศรานนท
“สองคํา ‘เดี๋ยว’ กับ ‘เดี๋ยวนี้’
คําหลังยาวกวาคําหนานิดเดียว
แตอนาคตยาวไกลกวากันเยอะ
2-Minute Rule
‘Getting Things Done’
- David Allen, 2002
7. 8. 9. 10. 11. ลักษณะของข้อสอบ
(Characteristic of MEQ)
● ข้อสอบข้อเขียนแบบจับเวลาทีละหน้า ไม่สามารถเปิดย้อนกลับได้
● มักมาจากกรณีผู้ป่วยจริง และเป็นโรคหรือภาวะทีพบได้บ่อย
● โจทย์จะให้ข้อมูลเพิมขึนเรือย ๆ ซึงข้อมูลนันเป็นสิงสําคัญมาก
● มีคําถามจําลองจากทักษะการคิดวิเคราะห์เพือแก้ปัญหาของผู้ป่วย
12. โครงสร้างของข้อสอบ
(Structures of MEQ)
● ข้อมูลเบืองต้นของผู้ป่วย (มักเป็นโรคทีพบได้บ่อย)
อาจให้ Hx, PE, Lab ทีสําคัญทีเพียงพอสําหรับการตังสมมติฐาน
● การรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยเพิมเติม (ซักประวัติ ตรวจร่างกาย)
● การระบุปัญหาและวินิจฉัยแยกโรค
● การวินิจฉัยโรค
● การดูแลรักษา กรณีฉุกเฉิน หรือ trauma อาจตังเป็ นคําถามหน้าแรก (ABCDE)
● การให้คําแนะนํา
● ถามความจํา เช่น กลไกการเกิดโรค
● ถามเกียวกับระบาดวิทยาคลินิก
● ถามเกียวกับจริยศาสตร ์ทางการแพทย์
13. โครงสร้างของข้อสอบ
(Structures of MEQ)
● ข้อมูลเบืองต้นของผู้ป่วย (มักเป็นโรคทีพบได้บ่อย)
อาจให้ Hx, PE, Lab ทีสําคัญทีเพียงพอสําหรับการตังสมมติฐาน
● การรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยเพิมเติม (ซักประวัติ ตรวจร่างกาย)
● การระบุปัญหาและวินิจฉัยแยกโรค
● การวินิจฉัยโรค
● การดูแลรักษา กรณีฉุกเฉิน หรือ trauma อาจตังเป็ นคําถามหน้าแรก (ABCDE)
● การให้คําแนะนํา
● ถามความจํา เช่น กลไกการเกิดโรค
● ถามเกียวกับระบาดวิทยาคลินิก
● ถามเกียวกับจริยศาสตร ์ทางการแพทย์
14. 1. Brief scenario (ข้อมูลเบืองต้น)
● มักเป็นโรคหรือสถานการณ์ทีพบได้บ่อย (common > rare)
● ตามเกณฑ์มาตรฐานของแพทยสภา
● วัดความสามารถในการสืบค้นข้อมูลทีสําคัญในการทดสอบสมมติฐาน
เพือช่วยในการวินิจฉัย (DDx)
เพือช่วยในการรักษา (Management)
เพือช่วยในการประเมินความรุนแรง
● พบได้ 2 รูปแบบ เช่น
1) ให้อาการนํามา (chief complaint) แล้วให้ซักประวัติเพิมเติม
2) ให้ข้อมูลเบืองต้นทีมี CC & HPI & PE & Lab
แล้วให้ซักประวัติหรือตรวจร่างกายเพิมเติม
หรืออาจให้ดูแลเบืองต้น ABCDE ในผู้ป่วย trauma
15. 1. Brief scenario (ข้อมูลเบืองต้น)
● Forward clinical reasoning
ผู้ป่วยชายไทย อายุ 60 ปี มาด้วยอาการไข้สูง 3 วัน
จงซักประวัติผู้ป่วยรายนี
16. 17. 18. 1. Brief scenario (Forward)
● ฝึกทักษะการซักประวัติและ Approach อ้างอิงจากหนังสือต่าง ๆ
19. History taking: Fever
1. มีไข้นานเท่าใด (onset&duration) เพือจําแนกว่าเป็น acute, subacute หรือ chronic fever
2. มีไข้หนาวสันหรือไม่ (fever with chill)
3. ลักษณะไข้เป็นแบบใด เป็นตลอดเวลา, เป็น ๆ หาย ๆ (intermittent/remittent/continuous fever)
4. มีนํามูกไหล ไอ เจ็บคอ มีเสมหะ หอบเหนือยหรือไม่ (respiratory tract: upper or lower)
5. มีปัสสาวะแสบขัด ปวดหลังหรือไม่ (KUB system: upper or lower)
6. มีปวดท้อง แน่นท้อง ถ่ายเหลวหรือไม่ (gastrointestinal tract: upper or lower)
7. มีตัวเหลือง ตาเหลือง ร่วมด้วยหรือไม่ (hepatobiliary system)
8. มีปวดศีรษะ ซึม ชักหรือไม่ (nervous system)
9. มีผืนขึนตามตัวหรือไม่ (fever with rash)
10. มีประวัติไปต่างจังหวัดหรือไม่ (endemic area, tropical disease)
11. รับประทานยาอะไรหรือไม่ (drug fever, response to antipyretic)
12. ใช้ยาเสพติดเข้าเส้นหรือไม่ (IV drug use: e.g. hepatitis, HIV)
13. เคยได้รับเลือดหรือไม่ (blood transmitted disease, blood reaction)
14. มีผู้ใกล้ชิดเป็นหรือไม่ (transmitted disease)
15. เป็นโรคเบาหวาน พิษสุราเรือรัง ได้รับยาสเตียรอยด์ ติดเชือเอชไอวี (immunocompromised host)
20. 21. 1. Brief scenario (Forward)
● คิดว่า จากโจทย์มีสาเหตุทีเป็ นไปได้จากอะไรได้บ้าง Approach
Fever
Infection
Localized
Systemic
Disseminated
Epidemic
Inflammation Autoimmune Neoplasm Drugs Others
22. 1. Brief scenario (ข้อมูลเบืองต้น)
● Forward clinical reasoning
ผู้ป่วยชายอายุ 40 ปี อาชีพช่างก่อสร ้าง
มาด้วยมีไอมีเสมหะ 2 สัปดาห์
จงซักประวัติผู้ป่วยรายนี
● Backward clinical reasoning
ผู้ป่วยชายอายุ 40 ปี อาชีพช่างก่อสร ้าง
มาด้วยมีไข้ตํา หายใจเหนือยมากขึน
2 สัปดาห์กินยาลดไข้และยาปฏิชีวนะ
กินเองไม่ดีขึน
PE: 37.5 C
จงซักประวัติผู้ป่วยรายนีเพิมเติม
23. 24. Approach dyspnea (1)
Dyspnea
RS
Airway: asthma, COPD
Parenchyma:
Pneumonia, CA
Vessel: Acute PE
Pleura: Pneumothorax,
Pleural effusion
CVS
CHF
DIE HEART, HEART
PMI
Metabolic
DKA
Hematologic
Anemia
Psychogenic
Hyperventilation
syndrome
25. 26. History taking: Abdominal pain
1. Location: ตําแหน่งทีปวด, Quadrant ใด, ลึกหรือตืน จุดเล็ก ๆ จุดเดียวหรือจุดใหญ่
2. Onset: เกิดแบบทันทีทันใด หรือ ค่อยเป็นค่อยไป
3. Duration: ระยะเวลาทีเกิด และ ระยะห่างของการเกิด(interval)
4. Severity: ความรุนแรง มากน้อยแค่ไหน
5. Characteristic: ลักษณะอาการปวด เหมือนมีอะไรมาแทง (sharp)
6. หรือตือๆ (dull-aching pain) หรือปวดบีบๆ เป็นๆ หายๆ (colicky pain) หรือปวดแสบร้อน (burning pain)
7. Radiation: มีอาการปวดร้าวไปทีไหนหรือไม่
8. Associated symptoms: คลืนไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ไข้ ประจําเดือน ตกขาว ตัวเหลือง ถ่ายเหลว แน่นท้อง
ท้องอืด เหงือออก หน้าซีด ปัสสาวะขัด ปัสสาวะเป็นเลือด
9. Factors-Aggravating factors: มีอาการปวดมากขึนเมือทําอะไร
10. Factor-Relieving factors: อาการปวดดีขึนเมือทําอะไร
11. Time specific: ปวดเวลาไหนเป็นพิเศษ
(LODSCRAFT)
27. 28. อาการวิทยาทีต้องซักประวัติได้
● ไข้
● หอบเหนือย
● ปวดท้อง
● ไอ
● ไอเป็ นเลือด
● คลืนไส้/อาเจียน
● เจ็บหน้าอก
● ถ่ายเหลว
● บวม
● อาเจียนเป็นเลือด
● ถ่ายเป็ นเลือด
● ปัสสาวะเป็นเลือด
● มีเลือดออก
● 1st TM bleeding
● Vaginal bleeding
● Antepartum
hemorrhage
● เวียนศีรษะ
● ปวดศีรษะ
● กล้ามเนืออ่อนแรง
● ชัก
● Alteration of
consciousness
● ใจสัน
● กลืนลําบาก
● กลืนเจ็บ
● ตัวเหลือง
● ท้องบวมโต
● เป็นลม (syncope)
● ท้องผูก
● ปัสสาวะออกน้อย
● ปัสสาวะบ่อย
● กลันปัสสาวะไม่ได้
● ซีด
● อ่อนเพลีย
● นําหนักขึน
● นําหนักลด
29. 30. การตรวจร่างกาย
● คล้าย ๆ กับการซักประวัติ ให้เขียนการ
ตรวจร่างกายเพิมเติมเพือ rule-in หรือ
rule-out แม้จะเป็น negative
findings
● เขียน vital sings: BT, HR, RR, BP
ทุกครัง
● รวบรวมคลัง pathognomonic signs
● ไม่เขียนคําย่อ หรือคําศัพท์ทีไม่สากล
31. แบบฝึ กหัดฝึ กซักประวัติ
ลําดับ ภาควิชา อาการนํา
Essential Performance/Confident
ต้องรู้ ควรรู้ น่ารู้ มาก ปานกลาง น้อย
1 กุมารเวชศาสตร์ ผู้ป่วยเด็กหญิง อายุ 6 ปี มาด้วยถ่ายเหลว 1 วัน
2 กุมารเวชศาสตร์ ผู้ป่วยเด็กชาย อายุ 10 ปี มาด้วยไข้สูง 2 วัน
3 กุมารเวชศาสตร์ ผู้ป่วยเด็กหญิง อายุ 8 ปี มาด้วยปวดท้อง 4 ชัวโมง
4 กุมารเวชศาสตร์ ผู้ป่วยเด็กชาย อายุ 6 ปี มาด้วยไอ หอบเหนือย 3 วัน
5 กุมารเวชศาสตร์
ผู้ป่วยเด็กหญิง อายุ 1 ปี 6 เดือน มาด้วยหอบเหนือย
มากขึน 1 ชัวโมงก่อน
6 กุมารเวชศาสตร์
ผู้ป่วยเด็กชาย อายุ 1 ปี มาด้วยหอบเหนือย ตัวเขียว
10 นาที
7 กุมารเวชศาสตร์
ผู้ป่วยเด็กชาย อายุ 9 เดือน มาด้วย ไข้สูง ชักเกร็ง 2 วัน
ก่อนมาโรงพยาบาล
8 กุมารเวชศาสตร์
ผู้ป่วยเด็กชาย อายุ 6 ปี มาด้วย ไข้ ไอเสียงก้อง ร้อง
เสียงแหบ
9 กุมารเวชศาสตร์ ผู้ป่วยเด็กชาย อายุ 10 ปี มาด้วย ปัสสาวะสีโค้ก
10 กุมารเวชศาสตร์ ผู้ป่วยเด็กหญิง อายุ 14 ปี มาด้วย ตัวบวม แขนขาบวม
32. 2. การระบุปัญหาและวินิจฉัยแยกโรค
● Backward clinical reasoning
ผู้ป่วยชายอายุ 40 ปี อาชีพช่างก่อสร ้าง มาด้วยมีไข้ตํา หายใจเหนือยมากขึน
2 สัปดาห์กินยาลดไข้และยาปฏิชีวนะกินเองไม่ดีขึน PE: 37.5 C
จงระบุโรคทีเป็ นไปได้มากทีสุด 3 โรค
1)
2)
3)
จงระบุข้อมูลจากการซักประวัติ
และตรวจร่างกายทีต้องการเพือวินิจฉัยโรค
33. 2. การระบุปัญหาและวินิจฉัยแยกโรค
● Forward clinical reasoning
มักอยู่ในหน้าถัดไป (หน้าที 2)
ข้อสอบจะให้ข้อมูลเพิมเติมทีจําเป็นเพือช่วยตัดสินใจในขันถัดไป
ลําดับถัดไปจะเป็นการทดสอบเพือ...
- วินิจฉัยโรคทีแคบลง DDx
- วินิจฉัยเบืองต้น provisional diagnosis, impression
- ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ investigation
- วางแผนประเมินและดูแล initial management, resuscition
- ประเมินความรู้ความเข้าใจ (pathophysiology)
34. 35. 2. การระบุปัญหาและวินิจฉัยแยกโรค
● จากข้อมูลเพิมเติม…ให้วงกลม ขีดเส้นใต้ ทําเครืองหมายที
ข้อมูลที Positive findings และ negative findings
● พยายามระบุปัญหาหรือโรคทีเป็ นไปได้หรือ DDx ให้ได้สัก 2-4 โรค
โดย rule-in หรือ rule-out เรียงตามลําดับในใจ หรือเขียนไว้บนหัวกระดาษ
● อย่าเพิงฟันธงเพียงโรคเดียว พยายามคิดถึงโรคอืนด้วย
● ข้อมูลทีโจทย์ให้มา มักสําคัญเสมอ ดังนัน อ่านทุกคํา ทุกประโยค
อย่าข้ามโดยเด็ดขาด เพราะผู้ออกข้อสอบ จะต้องเฟ้นหาคําทีสือความหมายให้ตรงทีสุด
เพือป้ องกันความเข้าใจคลาดเคลือนจากการตีความ
● ตอนเขียนคําตอบ พยายามสะกดให้ถูกต้อง ถ้าไม่แน่ใจ เขียนภาษาไทยกํากับ
● ไม่เขียนตัวย่อโดยเด็ดขาด เช่น CHF ให้เขียน congestive heart failure
● ฝึกทักษะเขียน illness script บ่อย ๆ
36. 37. แบบฝึ กหัดฝึ ก DDx
ลําดับ ภาควิชา Clinical
Essential Performance/Confident
ต้องรู้ ควรรู้ น่ารู้ มาก ปานกลาง น้อย
1 อายุรกรรม ไข้สูงลอย กินไม่ได้อ่อนเพลีย 5 วัน
2 อายุรกรรม ไข้ ไอ หอบเหนือย 3 วัน
3 อายุรกรรม Ongoing rest chest pain
4 อายุรกรรม Progressive dyspnea with edema
5 กุมารเวชกรรม Fever with convulsions
6 กุมารเวชกรรม Fever with rash
7 สูติศาสตร์ First trimester bleeding
8 สูติศาสตร์ Antepartum hemorrhage
9 ศัลยกรรม Fever with chills with jaundice
10 ศัลยกรรม Progressive dysphagia with weight loss
38. อาการวิทยาทีต้อง DDxได้
● Acute/subacute/
chronic fever/FUO
● dyspnea
● Abdominal /flank
pain
● hemoptysis
● Nausea/vomit
● Chest pain/angina
● diarrhea
● edema
● UGIH
● LGIH
● hematuria
● มีเลือดออก
● 1st TM bleeding
● Vaginal bleeding
● Antepartum
hemorrhage
● Dizziness/vertigo
● headache
● Acute motor
weakness
● Seizures/convulsions
● Alteration of
consciousness
● palpitation
● dysphagia
● odynophagia
● jaundice
● ascites
● fainting/syncope
● constipation
● Weight loss
● Oliguria/anuria
● Polyuria
● incontinence
● anemia
● Malaise and fatigue
● Weight gain
39. โครงสร้างของข้อสอบ
(Structures of MEQ)
● ข้อมูลเบืองต้นของผู้ป่วย (มักเป็นโรคทีพบได้บ่อย)
อาจให้ Hx, PE, Lab ทีสําคัญทีเพียงพอสําหรับการตังสมมติฐาน
● การรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยเพิมเติม (ซักประวัติ ตรวจร่างกาย)
● การระบุปัญหาและวินิจฉัยแยกโรค
● การวินิจฉัยโรค
● การดูแลรักษา กรณีฉุกเฉิน หรือ trauma อาจตังเป็ นคําถามหน้าแรก (ABCDE)
● การให้คําแนะนํา
● ถามความจํา เช่น กลไกการเกิดโรค
● ถามเกียวกับระบาดวิทยาคลินิก
● ถามเกียวกับจริยศาสตร ์ทางการแพทย์
40. 3. การส่งตรวจเพิมเติม
● จาก problem lists หรือ DDx ให้เรียงลําดับตามความเป็ นไปได้มากทีสุด
● ข้อมูลทีโจทย์ให้มา มักสําคัญเสมอ ดังนัน อ่านทุกคํา ทุกประโยค
เลือกโรคทีตรงกับโจทย์และข้อมูลมากทีสุด ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนหลอก
● ให้นํา illness script หรือ ข้อมูลทีใช้rule-in หรือ rule-out มาเป็นตัวตังต้นใน
การ approach เพือคัดเลือกการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ดังนี
- Lab ทีใช ้ในการวินิจฉัย
- Lab ทีใช ้จําแนกหรือประเภทของโรค
- Lab ทีใช ้ในการแยกโรคหรือตัดโรคอืนออกไป
- Lab ทีใช ้ในการประเมินความรุนแรง
- Lab ของ co-disease ทีจําเป็นต้องส่งเมือวินิจฉัยโรค
41. 3. การส่งตรวจเพิมเติม
● Lab ทีใช ้ในการวินิจฉัย
UTI = CBC, UA
Pneumonia = CBC, CXR PA upright, gram stain, AFB
● Lab ทีใช ้จําแนกหรือประเภทของโรค
Pleural effusion = wright’s criteria, serum and fluid LDH,
serum and fluid protein
Meningitis = CSF fluid analysis
● Lab ทีใช ้ในการแยกโรคหรือตัดโรคอืนออกไป
DKA = serum ketone
MI = troponin I
● Lab ทีใช ้ในการประเมินความรุนแรงของโรค
Hepatic encephalopathy =
● Lab ของ co-disease ทีจําเป็นต้องส่งเมือวินิจฉัยโรคครังแรก
HIV: TB, hepatitis B, C
42. 4. การวินิจฉัยโรค
● จาก problem lists หรือ DDx ให้เรียงลําดับตามความเป็ นไปได้มากทีสุด
● ข้อมูลทีโจทย์ให้มา มักสําคัญเสมอ ดังนัน อ่านทุกคํา ทุกประโยค
เลือกโรคทีตรงกับโจทย์และข้อมูลมากทีสุด ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนหลอก
● ตอนเขียนคําตอบ พยายามสะกดให้ถูกต้อง ถ้าไม่แน่ใจ เขียนภาษาไทยกํากับ
● อาจให้แปลผล lab ต่าง ๆ ได้
● อาจให้เขียนบรรยาย peripheral blood smear
● อาจให้เขียนบรรยาย microbiology: gram, AFB
● อาจให้เขียนบรรยาย CXR, imaging
● ไม่เขียนตัวย่อโดยเด็ดขาด เช่น CHF ให้เขียน congestive heart failure
● ถ้าถามเหตุผล ให้นํา illness script หรือ ข้อมูลทีใช้rule-in หรือ rule-out
มาตอบ ตามด้วยการตรวจร่างกาย และ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ
43. ตัวอย่าง
● ผู้ป่วยชายอายุ 40 ปี อาชีพช่างก่อสร ้าง มาด้วยมีไข้
ตําทุกคืน หายใจเหนือย 2 เดือน รู้สึกเหนือยมากขึน
มักเป็นตอนทํางาน ช่วง 2 สัปดาห์ไอมีเสมหะไม่มี
เลือดปน ไม่มี postnasal drip เบืออาหาร กินได้
น้อย อ่อนเพลีย นําหนักลดลง 5 กิโลกรัมใน 1 เดือน
สูบบุหรี 20 pack-year กินยาลดไข้และยาปฏิชีวนะ
กินเองไม่ดีขึน
● PE: 37.5 C, crepitation at both lungs
● CXR และ sputum AFB: ดังรูป
● จงบรรยายภาพรังสีทรวงอก
● จงวินิจฉัยโรคพร ้อมอธิบายเหตุผล
44. 45. ตัวอย่าง
การอธิบายเหตุผลให้นํา illness script หรือ
ข้อมูลทีใช้rule-in หรือ rule-out มาตอบ
ตามด้วยการตรวจร่างกาย และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ
● ผู้ป่วยรายนีวินิจฉัย Military tuberculosis
เนืองจากประวัติมาด้วย มีไข้ตํา นําหนักลด 5 kg
กินได้น้อย มีอาการหายใจหอบเหนือย ตรวจร่างกาย
พบมีไข้ตํา 37.5 C และ crepitation at both lungs
ส่งตรวจเพิมเติม sputum AFB พบ positive
acid fast bacilli และ CXR PA upright มี bilateral
diffuse reticulonodular infiltration ซึงยืนยันว่า
ผู้ป่วยรายนีวินิจฉัยเป็น Military tuberculosis มากทีสุด
46. 47. Imaging review
ควรฝึก review CXR, CT, imaging โรคทีพบบ่อย
ตามเกณฑ์มาตรฐานของแพทยสภา เช่น
● Lung mass, lung malignancy
● Pneumonia, TB, PCP
● pleural effusion, pneumothorax,
hemothorax
● PU perforation
● Congestive heart failure
● Partial/complete gut obstruction
● CT brain: Ischemic stroke, hemorrhagic
stroke, subarachnoid hemorrhage
48. Criteria and lab interpretation review
ควรฝึก review เกณฑ์ในการวินิจฉัยโรคจาก lab เช่น
-CBC
-Electrolyte
-BUN/Cr
-Urinalysis
-Liver function test
-Thyroid function test
-Sputum gram stain
-ECG
-Arterial blood gas
-Fasting blood glucose
-Lipid profiles
-Stool exam and parasite
-Stool occult blood
-KOH preparation
-Pleural fluid analysis (Wright
criteria)
-CSF analysis
-Synovial analysis
-Ascites fluid analysis
-Nephrotic syndrome
-Acute pancreatitis
-Cirrhosis (Child)
-DKA vs HHS
49. 4. การดูแลรักษา
Initial management:
- การประเมินอาการเพือให้ได้วินิจฉัยรวดเร็ว (emergency/trauma)
- การดูแลรักษาเบืองต้น เพือช่วยชีวิตหรือดูแลฉุกเฉิน
- สารนํา, ยาบางชนิด
- การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการทีจําเป็นและสําคัญสําหรับวินิจฉัยและดูแล
Acute STEMI:
- 12 leads ECG with ECG monitoring (on defibrillator)
- Observe chest pain, vital sign BP q 5-15 min
- Oxygen saturation and monitoring
- IV access: 0.9% NaCl IV 80 mL/hour
- Aspirin 300 mg chew stat
- Clopidogrel (75) 8 tab oral stat
- Consult cardiologist/อายุรแพทย์
- Refer
50. 4. การดูแลรักษา
Specific treatment
- การดูแลรักษาเฉพาะทีจําเป็นต้องได้รับเมือวินิจฉัยผู้ป่วยรายนี
- ยาทีใช้รักษาโรคนันๆ
- Antibiotic
- สารนํา
- NPO, liquid, soft diet
Supportive treatment
- ยาอืน ๆ หรือการรักษาอืน ๆ เช่น การรักษาตามอาการ
51. 52. การดูแลรักษา
● ทบทวนโรคต่าง ๆ ทีพบได้บ่อยตามระบบของแต่ละภาควิชา โดยค้นคว้าจากหนังสือที
ทันสมัยหรือ guideline ของประเทศไทย
● ทําสรุปเป็นของตนเองเก็บไว้ เพือง่ายต่อการทบทวนและนํามาใช ้ในอนาคต
● ฝึกทบทวนกับเพือนหรือรุ่นพี เพือความชํานาญ
● ฝึกเขียนคําสังการรักษาทังแบบกระดาษ doctor order และการเขียนแบบปกติ
● อาจใช ้เทคนิค FARM: Food-activity-record-Medication
● ต้องจับประเด็นให้ได้ว่า โจทย์คําถามข้อนี ต้องการถามอะไร
● ฝึกทบทวนเขียนชือยา generic name ขนาดยา และวิธีการบริหารยาให้ถูกต้อง
(และควรทบทวนข้อบ่งชี ข้อห้ามใช้กลไกการออกฤทธิของยาด้วย)
● ฝึกทบทวนเขียนชือสารนําและวิธีให้สารนําให้ถูกต้อง
54. 55. ‘If you want different results,
do not do the same thing.’
Albert Einstein
(1879-1955)
Kendra Cherry, 2020
56. 57. 58. 59. Common pitfalls
Modified Essay Questions
• มุงทําแตขอสอบเกา โดยไมไดฝกวิเคราะหโจทยและอานเพิ่มเติม
• เนนอานเก็บรอบ แตไมไดเขาใจเนื้อหา
• วางแผนไมดี ทุมสุดตัวชวงแรก ระยะหลังหมดไฟ ไมอยากอาน
• เลือกอานเฉพาะสวนที่ตัวเองถนัดหรือชอบ แลวทิ้งสวนที่เหลือ
• ใชเทคนิคตัดตัวเลือก โดยไมไดอิงกับโจทยคําถาม
• สรางความกดดันใหตัวเองมากเกินไป ทําใหลนทั้งกอนและขณะสอบ
60. Common pitfalls
Modified Essay Questions
• ควรเขียนชื่อและรหัสนักศึกษา (หรือเลขประจําตัวประชาชน) เปนลําดับแรก
• ควรเขียนชื่อคําศัพทใหถูกตอง หลีกเลี่ยงการเขียนตัวยอ
ชื่อโรค ไมควรใชคํายอที่ไมเปนสากลหรือมีชื่อยออื่นที่ซ้ํากัน (อาจไมได
คะแนน หรือไดคะแนนเพียงครึ่งเดียว)
ชื่อสิ่งสงตรวจทางหองปฏิบัติการ
61. Common pitfalls
Modified Essay Questions
• CBC ควรเขียน CBC with platelet หรือ CBC with platelet with PBS
• X-ray ควรระบุ ทาและตําแหนง Film CXR PA upright, Film both hands AP,
• Elyte ควรเขียน electrolytes
• BUN/Cr ควรเขียน BUN และ Creatinine ดวยกัน
• Thyroid function test ควรระบุวาจะตรวจอะไร TSH, T3, T4, FT3, FT4
• ชื่อยาและการรักษา
62. Common pitfalls
Modified Essay Questions
• ควรเขียนตัวเต็ม เชน paracetamol ไมควรเขียน tradename หรือชื่อยอ
เชน MFM (Metformin)
• ควรเขียนคําสั่งการใชยา ขนาด และวิธีการบริหารใหถูกตอง เชน IV, IM,
SC, Oral (PO), Nebulizer (ไมควรใช NB)
63. Common pitfalls
Modified Essay Questions
• เขียนนอยกวาที่ควรจะตอบ ใหกลับไปทบทวน DDx, หรือคําตอบที่เขียน
อยูในบรรทัดเดียวและสามารถแตกออกเปนหลายรายการได
• เขียนเกินกวาที่ควรจะตอบ ผูตรวจจะตรวจตามลําดับที่เขียน และตาม
บรรทัดที่กําหนด กรณีเขียนเรียงกัน จะนับตามรายกายที่เขียน
64. Common pitfalls
Modified Essay Questions
• จงระบุการตรวจทางหองปฏิบัติการที่สําคัญ 3 อยาง
• 1) CBC with PBS
• 2) chest x-ray PA upright
• 3) sputum gram stain
• 1) CBC with PBS, chest x-ray PA upright, BUN/Cr, Electrolytes
• 2) sputum gram stain
• 3) ECG ได้คะแนน เฉพาะแถวแรก
65. CREDITS: This presentation template
was created by Slidesgo, including
icons by Flaticon, and infographics &
images by Freepik
Thanks!
Chanon.nun@cpird.in.th
Do you have any questions?