Environmental Concern, Green Issue, Eco-Trend Group 2
ลักษณะทั่วไปของแนวโน้ม
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงและการเกิดขึ้นของแนวโน้ม แบ่งได้ 2   ลักษณะคือ 1.External Influences ( อิทธิพลภายนอก ) วัฒนธรรม  :  ค่านิยม ความคิด ทัศนคติ ความเชื่อ และสัญลักษณ์ที่มีอยู่ในสังคมแบบแผนประเพณีทั้งหลายที่ถ่ายทอดจากคนกลุ่มหนึ่ง ผู้บริโภคที่อยู่ในสังคมหนึ่งๆ ย่อมได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้   คือ กฎหมายสิ่งแวดล้อม  วัฒนธรรมย่อย  :  รูปแบบหรือวิถีที่ยึดถือปฏิบัติกันในคนกลุ่มหนึ่งที่มีลักษณะเด่นเฉพาะที่แตกต่างจากรูปแบบวัฒนธรรมที่คนส่วนใหญ่ในสังคมนั้นยึดถือปฏิบัติกันและรูปแบบหรือวิถีที่เฉพาะและแตกต่างนี้ไม่ขัดแย้งหักล้างกับวัฒนธรรมหลัก เช่น กลุ่มกรีนพีซ ลักษณะประชากรศาสตร์  :  ในปัจจุบันทั้งเพศหญิงและเพศชายต่างให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อาจเนื่องมาจากการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานต่างๆเกี่ยวกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม
External Influences ( อิทธิพลภายนอก ) ต่อ สถานภาพทางสังคม  :  ผู้บริโภคหลายล้านคนกำลังปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต โดยหันมาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น สถานภาพใน  ECO-Sphere  จึงมีไว้ให้ไขว่คว้ากันมากขึ้น มูลค่าของสินค้าจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ปัจจุบันมีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่ให้การยอมรับ ยกย่องและชื่นชมคนที่ขับรถยนต์   Prius  ขณะเดียวก็เกิดความรู้สึกตำหนิคนที่เป็นเจ้าของรถยนต์อเนกประสงค์   (SUV)  ชนชั้นทางสังคม  :  แต่ละชั้นสังคมจะมีพฤติกรรมผู้บริโภคที่แตกต่างกัน เช่น การซื้อผลิตภัณฑ์ ร้านค้าที่ซื้อ ราคาสินค้า และการส่งเสริมการตลาด แต่ละชนชั้นจะมีค่านิยม ทัศนคติ รสนิยม รูปแบบการดำรงชีวิต  ( Lifestyle)  แตกต่างกัน กลุ่มอ้างอิง  :  มีอิทธิพลต่อบุคคล  3  ทางด้วยกัน คือ  1.  กลุ่มอ้างอิงทำให้บุคคลเกิดพฤติกรรมและรูปแบบการดำเนินชีวิตใหม่ ๆ 2.  มีอิทธิพลต่อทัศนคติและแนวความคิดส่วนของตนเอง 3.  มีอิทธิพลต่อการเลือกผลิตภัณฑ์และตราสินค้า   
2.Internal Influences ( อิทธิพลภายใน ) การรับรู้  :  นักการตลาดหรือนักสื่อสารมวลชนมีการเพิ่มช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคใส่ใจและสนใจที่จะมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้สินค้าที่ไม่มีผลกระทบที่ไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้  :   ผู้บริโภคมีการซึมซับความรู้จากข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ถ่ายทอดมาเป็นเรื่องใกล้ตัวและปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ลดปริมาณขยะในบ้าน การนำกระดาษกลับมาใช้ใหม่ เป็นต้น  ความจำเป็น  :  การเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นในทางลบกับสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้บริโภคไม่เป็นเพียงแต่ผู้ที่อยู่เฉยๆ และรับเพียงข้อมูลข่าวสารเท่านั้น แต่เริ่มมีผู้บริโภคจำนวนมากตระหนักถึงความจำเป็นในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเต็มใจที่จะจ่ายเพิ่มแพงขึ้นสำหรับ สินค้าและบริการที่มีส่วนช่วยในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  ความจำ  :  ผู้บริโภคเกิดความจดจำ และพยายามเชื่อมโยงเรื่องราวของแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมให้เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวที่มีผลกระทบกับทุกคน และทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ ที่สำคัญคือ ต้องไม่ใช่แค่พูดว่ารักษาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ต้องลงมือทำจริงด้วย   แรงจูงใจ  :  แรงผลักดัน ความมุ่งประสงค์หรือความต้องการต่าง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ พฤติกรรม คือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก็จะทำให้ลดการเกิดภาวะโลกร้อนได้
Internal Influences ( อิทธิพลภายใน ) ต่อ บุคลิกภาพ  :  มีผลต่อการกำหนดพฤติกรรมผู้บริโภคค่อนข้างน้อย อารมณ์  :  แรงจูงใจที่ทำให้ผู้บริโภคทำการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยใช้ความรู้สึกด้านอารมณ์ หรือไม่ได้ใช้เหตุผลในการตัดสินใจ ได้แก่ ต้องการจุดเด่นเป็นเอกเทศ ต้องการอนุโลมคล้อยตามผู้อื่น ต้องการความสะดวกสบาย ต้องการความสำราญ เพลิดเพลินใจ  ทัศนคติ  :  ความโน้มเอียงหรือความรู้สึกนึกคิดของผู้บริโภคเกี่ยวกับกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จินตนาภาพตนเอง  :  มนุษย์รับรู้สิ่งต่างๆ แล้วเกิดกระบวนการเรียนรู้จากการพยายามทำความเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร มีที่มาที่ไปอย่างไรสิ่งที่มีความโดดเด่นหรือมีความสำคัญสอดคล้องกับความต้องการของบุคคลก็จะปรากฏเป็นจินตนาภาพ   (image) การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจะทำให้เกิดภาพพจน์ที่ดีของผู้ใช้ต่อสังคม วิถีชีวิต  :  รูปแบบการดำรงชีวิตที่ปฏิบัติกันมาเป็นกิจวัตร โดยรวมถึงงานอดิเรก หรือการใช้เวลาว่างในชีวิตประจำวันของแต่ละคน ในการประกอบกิจกรรมต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อให้ทราบถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับความต้องการและไลฟสไตล์กลุ่มเป้าหมายของสินค้า ซึ่งจะแสดงออกในลักษณะของกิจกรรม และความสนใจ
Case Study :   บริษัท โคคา - โคลา  ( ประเทศไทย )  จำกัด
Business Analysis Market Share  :  สำหรับมูลค่าตลาดรวมน้ำดื่มในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า  1.3  หมื่นล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นแบบขวดเพท  50%  ขวดแก้ว  20%  ขวดขุ่น  20%  และถังใหญ่  10%   ปี  2553
Market Share :  มูลค่าตลาดรวมน้ำดื่มบรรจุขวด  6,800 – 7,000  ล้านบาท Market Share  :   ส่วนแบ่งการตลาดน้ำดื่มมูลค่า  13,000  ล้านบาท สิงห์  20%  คริสตัล  15%  เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ช้าง และน้ำทิพย์ ประมาณแบรนด์ละ  7-9%  อื่นๆ  25%
Market  Size  :       จากการสำรวจของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ  360  องศารายสัปดาห์ ในตลาดน้ำดื่มปี  2555  ที่มีมูลค่า ตลาดรวม  2  หมื่นล้านบาท พบว่า การแข่งขันรุนแรงตั้งแต่ช่วงต้นปี หลังแบรนด์ใหญ่ยอมให้แบรนด์โนเนม บุกตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว เพราะปัญหาน้ำท่วมโรงงาน เครื่องจักรเสียหาย ตลอดจนการ ขนส่งสะดุดจนไม่สามารถจัดส่งสินค้าได้ตามปกติ ทำให้โอกาสมาอยู่ที่แบรนด์เล็ก แบรนด์ท้องถิ่นที่ไม่เป็นที่ รู้จักในตลาดออกวางจำหน่ายกันให้ดาษดื่นบนเชลล์ ภายในร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้า บริษัท โคคา - โคลา  ( ประเทศไทย )    ภายหลังจากที่บริษัทได้ออกมาทำกิจกรรมทางการตลาดน้ำดื่มน้ำ ทิพย์อย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะส่งผลให้เป็นที่  1  ในตลาดน้ำดื่มมูลค่า  18 , 000  ล้านบาทในระยะเวลาอันใกล้นี้  ด้วยการมีส่วนแบ่งการตลาดไม่ต่ำกว่า  20%  จากปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดติดอันดับ  1  ใน  5  อันดับแรก ของตลาดรวมน้ำดื่ม    ซึ่งแต่ละรายมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่รายละกว่า  10%  ขณะที่ยอดขายน้ำดื่มน้ำทิพย์ สิ้นปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตมากกว่าภาพรวมตลาดที่คาดว่าจะเติบโตที่  10-15%
Competitors : ตลาดน้ำดื่ม ได้มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง หลายค่ายไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ต่างก็เข้ามาแข่งขันกันในตลาด มากขึ้นโดยเฉพาะค่ายยักษ์ใหญ่ทั้ง  4  คือ น้ำดื่มสิงห์ ,  น้ำดื่มน้ำทิพย์ ,  น้ำดื่มเพียวไลฟ์ และน้ำดื่มคริสตัล ที่แข่งขัน กันอย่างจริงจัง และรุนแรง อาทิ การปรับแพ็กเก็จจิ้ง ,  การออกแคมเปญใหญ่ และการออกภาพยนตร์โฆษณา โดย การทำตลาดทั้งหมดในปีที่ผ่านมาจะเน้นไปในเรื่องของตัวผลิตภัณฑ์ ที่ให้ความสดชื่น ,  มีคุณภาพ  ,  ใสสะอาด และ ความทันสมัยของบรรจุภัณฑ์ ทั้งนี้ เพื่อรองรับไลฟ์สไตท์ของกลุ่มผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกันก็ใช้เป็นตัว ดึงดูดให้กลุ่มผู้บริโภคหันมาสนใจในสินค้าของตนเอง และทำการตัดสินใจซื้อ อีกทั้งเป็นการขยายฐานกลุ่มลูกค้า ให้กว้างขึ้น และการสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ให้มากขึ้น สรุปแนวโน้มคู่แข่งในอนาคต   จากการแข่งขันตลาดน้ำดื่มในปัจจุบันจะเห็นว่า หลายแบรนด์หากลยุทธ์ที่น่าสนใจ  และมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ช้าง และเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ กับรูปโฉมขนาดย่อส่วน รูปลักษณ์โม เดิร์น พกพาง่าย และราคาแบบมินิ  5  บาท ในอนาคตหลายแบรนด์อาจจะทำกลยุทธ์ ที่ ปรับรูปลักษณ์ขวดให้เล็กลง  ราคาถูก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยหันมาลดการใช้พลาสติกน้อยลง
Consumer Behavior 6W1H: Who ( ใครเป็นผู้บริโภค )   ผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย ที่ต้องการดื่มน้ำหรือใช้ประโยชน์อย่างอื่น และขวดหรือบรรจุภัณฑ์ยัง สามารถช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม What ( ซื้ออะไร )   ขวดหรือบรรจุภัณฑ์ที่ใช้นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์พีอีทีเบาพิเศษ ซึ่งจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการลด การใช้พลาสติกลงถึง  35%   รวมทั้งคุณภาพและมาตรฐาน อย .  กระบวนการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีใหม่เพิ่มคุณภาพในการ ผลิต ฉลากมีรายละเอียดครบถ้วน  When ( ซื้อเมื่อไร )   เมื่อร่างกายมีความต้องการหรือกระหายน้ำ Why ( ทำไมจึงซื้อ ) ลูกค้าต้องการรักษาสิ่งแวดล้อม ลูกค้าเจตนาแสดงให้เห็นว่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีส่วนช่วย ในการรักษาสิ่งแวดล้อม  Where ( ซื้อที่ไหน ) ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อ Who ( ใครเป็นผู้มีอิทธิพลในการซื้อ )   พรีเซนเตอร์ , ครอบครัว , เพื่อนร่วมงาน , องค์กร How  ( ซื้ออย่างไร )   ปัจจัยในการเลือกซื้อน้ำดื่ม 1. คุณภาพ   2. แบรนด์ที่คุ้นเคย มีความน่าเชื่อถือ 3. รูปแบบของ บรรจุภัณฑ์  
STP: การแบ่งส่วนตลาด   (Market Segmentation)  1.  เกณฑ์ด้านประชากรศาสตร์  ( Demographic)  น้ำดื่มน้ำทิพย์ผลิตมาเพื่อตองสนองลูกค้าทั้งเพศชาย และหญิงอายุเฉลี่ยอยู่ที่  17   ปีขึ้นไป ทุกกลุ่มอาชีพ เช่น นักเรียน ข้าราชการ แม่บ้าน หรือกลุ่มผู้บริโภคที่ ต้องการรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมกับแสดงออกซึ่งบุคลิกของคนรักธรรมชาติ ว่องไว ทันสมัย และปรับตัวเก่ง  โดยให้ความสำคัญสิ่งแวดล้อม  2.  เกณฑ์ด้านภูมิศาสตร์   (Geographic)  น้ำทิพย์มีเครือข่ายในการกระจายสินค้าครอบคลุมกลุ่มลูกค้าใน ทุกช่องทางการจำหน่ายกว่า  200,000  รายทั่วประเทศ โดยใช้ระบบ  CSS  ( Customer Service  System )  ที่มุ่งเน้นในเรื่องการตอบสนองความต้องการเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าอย่าง ต่อเนื่องด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล วางแผน  ปฏิบัติการและประเมินผลอย่างเป็นระบบ
การแบ่งส่วนตลาด   (Market Segmentation) ต่อ   3.  เกณฑ์ด้านจิตวิทยา  ( Psychographic)  น้ำดื่มน้ำทิพย์ ผลิตมาเพื่อผู้บริโภคทุกชนชั้น ที่มีความ ต้องการแสดงออกถึงความมีบุคลิกที่ว่องไว ทันสมัย แสดงออกถึงการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม 4.  เกณฑ์ด้านพฤติกรรมศาสตร์  ( Behavioral)  น้ำดื่มน้ำทิพย์ ผลิตมาเพื่อผู้บริโภค ที่ต้องการน้ำดื่มที่มี คุณภาพ สะอาด และให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยที่รบกวนพื้นที่โลกให้น้อยที่สุด  โดดเด่นในเรื่อง เทคโนโลยีการผลิต   โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ใช้พลาสติกน้อยลง   การกำหนดตลาดเป้าหมาย (Market Targeting) 1. ลักษณะของกลุ่มเป้าหมาย  ( Occupants)  2.  สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ  ( Objects)  3.  วัตถุประสงค์ในการซื้อ  ( Objectives)   
การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์  ( Positioning): เทคโนโลยีพื้นฐาน ราคาสูง ราคาต่ำ
Marketing Strategy 4 Ps : Product
Marketing Strategy 4 Ps : Price  ราคา  : 7  บาท  :  ปริมาณ  : 550  ml
Marketing Strategy 4 Ps : Place  :  เริ่มกระจาย  “ น้ำทิพย์ ”  โฉมใหม่ไปยังร้านค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต  ร้านอาหาร และร้าน    สะดวกซื้อทั่วประเทศแล้ว
Marketing Strategy 4 Ps : Promotion :  บริษัทใช้ทุ่ม  100  ล้านบาทในการโฆษณาประชาสัมพันธ์และทำกิจกรรม ทางการตลาดในรูปแบบต่างๆ
 

Group2

  • 1.
    Environmental Concern, GreenIssue, Eco-Trend Group 2
  • 2.
  • 3.
    ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงและการเกิดขึ้นของแนวโน้ม แบ่งได้ 2 ลักษณะคือ 1.External Influences ( อิทธิพลภายนอก ) วัฒนธรรม : ค่านิยม ความคิด ทัศนคติ ความเชื่อ และสัญลักษณ์ที่มีอยู่ในสังคมแบบแผนประเพณีทั้งหลายที่ถ่ายทอดจากคนกลุ่มหนึ่ง ผู้บริโภคที่อยู่ในสังคมหนึ่งๆ ย่อมได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้   คือ กฎหมายสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมย่อย : รูปแบบหรือวิถีที่ยึดถือปฏิบัติกันในคนกลุ่มหนึ่งที่มีลักษณะเด่นเฉพาะที่แตกต่างจากรูปแบบวัฒนธรรมที่คนส่วนใหญ่ในสังคมนั้นยึดถือปฏิบัติกันและรูปแบบหรือวิถีที่เฉพาะและแตกต่างนี้ไม่ขัดแย้งหักล้างกับวัฒนธรรมหลัก เช่น กลุ่มกรีนพีซ ลักษณะประชากรศาสตร์ : ในปัจจุบันทั้งเพศหญิงและเพศชายต่างให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อาจเนื่องมาจากการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานต่างๆเกี่ยวกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม
  • 4.
    External Influences (อิทธิพลภายนอก ) ต่อ สถานภาพทางสังคม : ผู้บริโภคหลายล้านคนกำลังปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต โดยหันมาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น สถานภาพใน ECO-Sphere จึงมีไว้ให้ไขว่คว้ากันมากขึ้น มูลค่าของสินค้าจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ปัจจุบันมีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่ให้การยอมรับ ยกย่องและชื่นชมคนที่ขับรถยนต์ Prius ขณะเดียวก็เกิดความรู้สึกตำหนิคนที่เป็นเจ้าของรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) ชนชั้นทางสังคม : แต่ละชั้นสังคมจะมีพฤติกรรมผู้บริโภคที่แตกต่างกัน เช่น การซื้อผลิตภัณฑ์ ร้านค้าที่ซื้อ ราคาสินค้า และการส่งเสริมการตลาด แต่ละชนชั้นจะมีค่านิยม ทัศนคติ รสนิยม รูปแบบการดำรงชีวิต ( Lifestyle) แตกต่างกัน กลุ่มอ้างอิง : มีอิทธิพลต่อบุคคล 3 ทางด้วยกัน คือ 1. กลุ่มอ้างอิงทำให้บุคคลเกิดพฤติกรรมและรูปแบบการดำเนินชีวิตใหม่ ๆ 2. มีอิทธิพลต่อทัศนคติและแนวความคิดส่วนของตนเอง 3. มีอิทธิพลต่อการเลือกผลิตภัณฑ์และตราสินค้า  
  • 5.
    2.Internal Influences (อิทธิพลภายใน ) การรับรู้ : นักการตลาดหรือนักสื่อสารมวลชนมีการเพิ่มช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคใส่ใจและสนใจที่จะมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้สินค้าที่ไม่มีผลกระทบที่ไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้ : ผู้บริโภคมีการซึมซับความรู้จากข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ถ่ายทอดมาเป็นเรื่องใกล้ตัวและปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ลดปริมาณขยะในบ้าน การนำกระดาษกลับมาใช้ใหม่ เป็นต้น ความจำเป็น : การเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นในทางลบกับสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้บริโภคไม่เป็นเพียงแต่ผู้ที่อยู่เฉยๆ และรับเพียงข้อมูลข่าวสารเท่านั้น แต่เริ่มมีผู้บริโภคจำนวนมากตระหนักถึงความจำเป็นในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเต็มใจที่จะจ่ายเพิ่มแพงขึ้นสำหรับ สินค้าและบริการที่มีส่วนช่วยในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ความจำ : ผู้บริโภคเกิดความจดจำ และพยายามเชื่อมโยงเรื่องราวของแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมให้เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวที่มีผลกระทบกับทุกคน และทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ ที่สำคัญคือ ต้องไม่ใช่แค่พูดว่ารักษาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ต้องลงมือทำจริงด้วย   แรงจูงใจ : แรงผลักดัน ความมุ่งประสงค์หรือความต้องการต่าง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ พฤติกรรม คือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก็จะทำให้ลดการเกิดภาวะโลกร้อนได้
  • 6.
    Internal Influences (อิทธิพลภายใน ) ต่อ บุคลิกภาพ : มีผลต่อการกำหนดพฤติกรรมผู้บริโภคค่อนข้างน้อย อารมณ์ : แรงจูงใจที่ทำให้ผู้บริโภคทำการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยใช้ความรู้สึกด้านอารมณ์ หรือไม่ได้ใช้เหตุผลในการตัดสินใจ ได้แก่ ต้องการจุดเด่นเป็นเอกเทศ ต้องการอนุโลมคล้อยตามผู้อื่น ต้องการความสะดวกสบาย ต้องการความสำราญ เพลิดเพลินใจ ทัศนคติ : ความโน้มเอียงหรือความรู้สึกนึกคิดของผู้บริโภคเกี่ยวกับกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จินตนาภาพตนเอง : มนุษย์รับรู้สิ่งต่างๆ แล้วเกิดกระบวนการเรียนรู้จากการพยายามทำความเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร มีที่มาที่ไปอย่างไรสิ่งที่มีความโดดเด่นหรือมีความสำคัญสอดคล้องกับความต้องการของบุคคลก็จะปรากฏเป็นจินตนาภาพ (image) การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจะทำให้เกิดภาพพจน์ที่ดีของผู้ใช้ต่อสังคม วิถีชีวิต : รูปแบบการดำรงชีวิตที่ปฏิบัติกันมาเป็นกิจวัตร โดยรวมถึงงานอดิเรก หรือการใช้เวลาว่างในชีวิตประจำวันของแต่ละคน ในการประกอบกิจกรรมต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อให้ทราบถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับความต้องการและไลฟสไตล์กลุ่มเป้าหมายของสินค้า ซึ่งจะแสดงออกในลักษณะของกิจกรรม และความสนใจ
  • 7.
    Case Study : บริษัท โคคา - โคลา ( ประเทศไทย ) จำกัด
  • 8.
    Business Analysis MarketShare : สำหรับมูลค่าตลาดรวมน้ำดื่มในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นแบบขวดเพท 50% ขวดแก้ว 20% ขวดขุ่น 20% และถังใหญ่ 10% ปี 2553
  • 9.
    Market Share : มูลค่าตลาดรวมน้ำดื่มบรรจุขวด 6,800 – 7,000 ล้านบาท Market Share : ส่วนแบ่งการตลาดน้ำดื่มมูลค่า 13,000 ล้านบาท สิงห์ 20%  คริสตัล 15%  เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ช้าง และน้ำทิพย์ ประมาณแบรนด์ละ 7-9%  อื่นๆ 25%
  • 10.
    Market Size :      จากการสำรวจของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 360 องศารายสัปดาห์ ในตลาดน้ำดื่มปี 2555 ที่มีมูลค่า ตลาดรวม 2 หมื่นล้านบาท พบว่า การแข่งขันรุนแรงตั้งแต่ช่วงต้นปี หลังแบรนด์ใหญ่ยอมให้แบรนด์โนเนม บุกตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว เพราะปัญหาน้ำท่วมโรงงาน เครื่องจักรเสียหาย ตลอดจนการ ขนส่งสะดุดจนไม่สามารถจัดส่งสินค้าได้ตามปกติ ทำให้โอกาสมาอยู่ที่แบรนด์เล็ก แบรนด์ท้องถิ่นที่ไม่เป็นที่ รู้จักในตลาดออกวางจำหน่ายกันให้ดาษดื่นบนเชลล์ ภายในร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้า บริษัท โคคา - โคลา ( ประเทศไทย )   ภายหลังจากที่บริษัทได้ออกมาทำกิจกรรมทางการตลาดน้ำดื่มน้ำ ทิพย์อย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะส่งผลให้เป็นที่ 1 ในตลาดน้ำดื่มมูลค่า 18 , 000 ล้านบาทในระยะเวลาอันใกล้นี้ ด้วยการมีส่วนแบ่งการตลาดไม่ต่ำกว่า 20% จากปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดติดอันดับ 1 ใน 5 อันดับแรก ของตลาดรวมน้ำดื่ม   ซึ่งแต่ละรายมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่รายละกว่า 10% ขณะที่ยอดขายน้ำดื่มน้ำทิพย์ สิ้นปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตมากกว่าภาพรวมตลาดที่คาดว่าจะเติบโตที่ 10-15%
  • 11.
    Competitors : ตลาดน้ำดื่มได้มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง หลายค่ายไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ต่างก็เข้ามาแข่งขันกันในตลาด มากขึ้นโดยเฉพาะค่ายยักษ์ใหญ่ทั้ง 4 คือ น้ำดื่มสิงห์ , น้ำดื่มน้ำทิพย์ , น้ำดื่มเพียวไลฟ์ และน้ำดื่มคริสตัล ที่แข่งขัน กันอย่างจริงจัง และรุนแรง อาทิ การปรับแพ็กเก็จจิ้ง , การออกแคมเปญใหญ่ และการออกภาพยนตร์โฆษณา โดย การทำตลาดทั้งหมดในปีที่ผ่านมาจะเน้นไปในเรื่องของตัวผลิตภัณฑ์ ที่ให้ความสดชื่น , มีคุณภาพ , ใสสะอาด และ ความทันสมัยของบรรจุภัณฑ์ ทั้งนี้ เพื่อรองรับไลฟ์สไตท์ของกลุ่มผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกันก็ใช้เป็นตัว ดึงดูดให้กลุ่มผู้บริโภคหันมาสนใจในสินค้าของตนเอง และทำการตัดสินใจซื้อ อีกทั้งเป็นการขยายฐานกลุ่มลูกค้า ให้กว้างขึ้น และการสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ให้มากขึ้น สรุปแนวโน้มคู่แข่งในอนาคต จากการแข่งขันตลาดน้ำดื่มในปัจจุบันจะเห็นว่า หลายแบรนด์หากลยุทธ์ที่น่าสนใจ และมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ช้าง และเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ กับรูปโฉมขนาดย่อส่วน รูปลักษณ์โม เดิร์น พกพาง่าย และราคาแบบมินิ 5 บาท ในอนาคตหลายแบรนด์อาจจะทำกลยุทธ์ ที่ ปรับรูปลักษณ์ขวดให้เล็กลง ราคาถูก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยหันมาลดการใช้พลาสติกน้อยลง
  • 12.
    Consumer Behavior 6W1H:Who ( ใครเป็นผู้บริโภค ) ผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย ที่ต้องการดื่มน้ำหรือใช้ประโยชน์อย่างอื่น และขวดหรือบรรจุภัณฑ์ยัง สามารถช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม What ( ซื้ออะไร ) ขวดหรือบรรจุภัณฑ์ที่ใช้นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์พีอีทีเบาพิเศษ ซึ่งจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการลด การใช้พลาสติกลงถึง 35% รวมทั้งคุณภาพและมาตรฐาน อย . กระบวนการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีใหม่เพิ่มคุณภาพในการ ผลิต ฉลากมีรายละเอียดครบถ้วน When ( ซื้อเมื่อไร ) เมื่อร่างกายมีความต้องการหรือกระหายน้ำ Why ( ทำไมจึงซื้อ ) ลูกค้าต้องการรักษาสิ่งแวดล้อม ลูกค้าเจตนาแสดงให้เห็นว่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีส่วนช่วย ในการรักษาสิ่งแวดล้อม Where ( ซื้อที่ไหน ) ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อ Who ( ใครเป็นผู้มีอิทธิพลในการซื้อ ) พรีเซนเตอร์ , ครอบครัว , เพื่อนร่วมงาน , องค์กร How ( ซื้ออย่างไร ) ปัจจัยในการเลือกซื้อน้ำดื่ม 1. คุณภาพ   2. แบรนด์ที่คุ้นเคย มีความน่าเชื่อถือ 3. รูปแบบของ บรรจุภัณฑ์  
  • 13.
    STP: การแบ่งส่วนตลาด (Market Segmentation) 1. เกณฑ์ด้านประชากรศาสตร์ ( Demographic) น้ำดื่มน้ำทิพย์ผลิตมาเพื่อตองสนองลูกค้าทั้งเพศชาย และหญิงอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 17 ปีขึ้นไป ทุกกลุ่มอาชีพ เช่น นักเรียน ข้าราชการ แม่บ้าน หรือกลุ่มผู้บริโภคที่ ต้องการรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมกับแสดงออกซึ่งบุคลิกของคนรักธรรมชาติ ว่องไว ทันสมัย และปรับตัวเก่ง โดยให้ความสำคัญสิ่งแวดล้อม 2. เกณฑ์ด้านภูมิศาสตร์ (Geographic) น้ำทิพย์มีเครือข่ายในการกระจายสินค้าครอบคลุมกลุ่มลูกค้าใน ทุกช่องทางการจำหน่ายกว่า 200,000 รายทั่วประเทศ โดยใช้ระบบ CSS ( Customer Service System ) ที่มุ่งเน้นในเรื่องการตอบสนองความต้องการเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าอย่าง ต่อเนื่องด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล วางแผน ปฏิบัติการและประเมินผลอย่างเป็นระบบ
  • 14.
    การแบ่งส่วนตลาด (Market Segmentation) ต่อ 3. เกณฑ์ด้านจิตวิทยา ( Psychographic) น้ำดื่มน้ำทิพย์ ผลิตมาเพื่อผู้บริโภคทุกชนชั้น ที่มีความ ต้องการแสดงออกถึงความมีบุคลิกที่ว่องไว ทันสมัย แสดงออกถึงการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม 4. เกณฑ์ด้านพฤติกรรมศาสตร์ ( Behavioral) น้ำดื่มน้ำทิพย์ ผลิตมาเพื่อผู้บริโภค ที่ต้องการน้ำดื่มที่มี คุณภาพ สะอาด และให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยที่รบกวนพื้นที่โลกให้น้อยที่สุด โดดเด่นในเรื่อง เทคโนโลยีการผลิต โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ใช้พลาสติกน้อยลง การกำหนดตลาดเป้าหมาย (Market Targeting) 1. ลักษณะของกลุ่มเป้าหมาย ( Occupants) 2. สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ ( Objects) 3. วัตถุประสงค์ในการซื้อ ( Objectives)  
  • 15.
    การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ (Positioning): เทคโนโลยีพื้นฐาน ราคาสูง ราคาต่ำ
  • 16.
  • 17.
    Marketing Strategy 4Ps : Price ราคา : 7 บาท : ปริมาณ : 550 ml
  • 18.
    Marketing Strategy 4Ps : Place : เริ่มกระจาย “ น้ำทิพย์ ” โฉมใหม่ไปยังร้านค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และร้าน   สะดวกซื้อทั่วประเทศแล้ว
  • 19.
    Marketing Strategy 4Ps : Promotion : บริษัทใช้ทุ่ม 100 ล้านบาทในการโฆษณาประชาสัมพันธ์และทำกิจกรรม ทางการตลาดในรูปแบบต่างๆ
  • 20.